ประวตั กิ ารพมิ พ
ของโลกและประเทศไทย
การพมิ พเ ปน สว นหน่งึ ของ ชีวติ ประจำวนั ในหนังสือเลมนี้ จะพาทา นผอู า นไปพบกบั
ประวัตกิ ารพิมพ ตั้งแตจ ุดเริ่มตนจนถงึ ปจจบุ นั
ความหมายของการพมิ พ
The meaning of the print
คำวา “การพิมพ” มผี ใู หค ำจำกดั ความไวหลายทศั นะ บางทัศนะกก็ วา ง บาง
ทศั นะก็แคบ เชน มลิ ส (Mills) ใหความหมายไวก วา งๆวา หมายถงึ กรรมวธิ ีใดๆในการ
จำลองภาพหรือสำเนาภาพ หรอื หนังสือจากตน แบบในลกั ษณะสองมติ คิ อื แบนราบทง้ั น้ี
รวมถึงการพมิ พผา การพิมพกระดาษปดฝาผนัง (wallpaper) และการอัดรปู
พระราชบัญญัตกิ ารพมิ พ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ซึง่ ใชอ ยูในปจ จุบนั ใหคำจำกัด
ความของคำวา “พิมพ” ไวว า
“ทำใหเ ปนตัวหนังสือหรือรูปรอบใดๆโดยการกดหรอื การใชพิมพหิน เครอ่ื งกล วธิ เี คมี
หรือวธิ ีอน่ื ใดอนั อาจใหเกิดเปนสง่ิ พมิ พข นึ้ หลายสำเนา” และใหความหมายของ
“สิง่ พมิ พ” วา “สมุดหรอื แผนกระดาษหรอื วตั ถใุ ดๆทีพ่ ิมพข ึ้น รวมตลอดท้ังบทเพลง
แผนที่ แผนผงั แผนภาพ ภาพวาด ภาพระบายสี ใบประกาศ แผนเสียง หรอื สิ่งอืน่ ใดอัน
มีลักษณะเชน เดียวกนั ”
การพมิ พใ นอีกความหมายหน่งึ ซ่งึ Lechene ใหไ วค อื “กลวิธีการใชแรงกดให
หมึกติดเปนขอความ หรือภาพบนพืน้ ผวิ ของสิ่งทตี่ อ งการพมิ พ” ความหมายของการ
พมิ พตามนยั ของคำจำกดั ความในขอ นี้ตรงกับความหมายทก่ี ำลังจะกลา วถึงในหนังสอื
เลม น้ี
1
ประวัตกิ ารพิมพของตะวันออก
Eastern printing history
คำวา ตะวนั ออก หมายถงึ ทวปี เอเชียตะวันออก อนั ไดแ ก
ประเทศจนี น่ันเอง การพิมพมจี ดุ เร่มิ ตนในจนี ราว 225 ปกอน
คริสตกาล จีนรจู ักการแกะสลักกดราบบนแผนหิน กระดูกสัตวและงา
สำหรับใชประทับบนดินเหนียวหรือขผ้ี ึ้ง เปนการพิมพในยคุ โบราณซึง่
ยงั ไมมีหมึกและกระดาษ จะพบในพงศวดารจีนโบราณเสมอวา
พระเจาจักรพรรดิมีตราหยกประจำแผนดิน ซง่ึ แกะละเอยี ดและปลอม
ยาก บรรดาโองการตางๆจะตอ งตีตราแผนดิน โดยประทบั บนครง่ั ดิน
เหนยี วใหป รากฏ แมอ ำมาตยผูอ ัญเชิญโองการไปแจง ดว ยวาจากจ็ ะ
ตองถอื รอยตราแผน ดนิ ไปแสดงดว ย
ประมาณปลายคริสตวรรษท่ี 2 จนี รจู ักคัดลอกตำราท่สี ลกั ไว
บนแผน หินดวยวธิ พี ิมพแ บบงา ยๆทีเ่ รยี กวา “การลอกรปู ” โดยการ
ใชกระดาษซ่ึงไซลน่ั คดิ ทำขึ้นไดเ ม่อื ตนศตวรรษเดยี วกนั วางทาบบน
แผนหนิ ท่ตี อ งการคดั ลอกแลวฝนดวยถา นหรอื ตวั หนังสือ จะปรากฏ
เปนรปู รอยบนกระดาษเหมือนตน แบบ
(วิธนี อ้ี าจทดลองไดโดยเอากระดาษวางทาบลงบนเหรียญ แลว เอา
ดินสอดำฝนบนกระดาษ กจ็ ะไดรูปลวดลายเหรียญเชน เดียวกัน)
2
ประวัติการพมิ พข องตะวนั ออก : Eastern printing history
ในป ค.ศ. 400 จีนรจู ักทำหมึกแทงขึน้ ใช โดยใชเขมา ไฟเปนเช้อื สี (pigment) ผสม
กาวเคี่ยวจากกระดูกสัตว หนังสัตว และเขาสัตว เปน ตัวยึด (binder) แลว ทำใหแ หงแขง็
เปน แทง ชาวจีนรยี กวา “บั๊ก” เมื่อจะใชเ ขยี นกน็ ำมาฝนกับนำ้ บนแทน หมกึ ตอมาในราวป
ค.ศ. 450 การพมิ พดว ยหมกึ บนกระดาษกเ็ กิดข้ึน โดยการใชตราจิม้ หมกึ ตลี งบน
กระดาษ เชนเดยี วกับการประทบั ตรายางในปจ จุบัน
การพมิ พไดว วิ ฒั นาการข้ึนไปโดยลำดบั มีการทำแมพ ิมพเ ปน บล็อกไมขนาดโตก
วาเดมิ มาก ในป ค.ศ. 868 วางเชยี ะ (Wang Chieh) ไดพมิ พห นังสือข้นึ เปน เลม แรก ซง่ึ
มเี หลืออยใู นปจ จบุ นั ชือ่ วชั รสูตร (Diamond Sutra) หนังสือทีลกั ษณะเปน มว น ขนาด
ยาว 16 ฟตุ กวา ง 1 ฟตุ เซอร ออเรล สไตน (Sir Aurel Stein) พบในผนังถ้ำ ทนุ วาง
(Tunhuang) ของจีนเม่อื ป ค.ศ. 1900 ตอนทา ยของหนังสอื ระบุไวดว ยวา พมิ พเ มือ่ 16
พฤษภาคม ค.ศ. 868
ในราวกลางครสิ ตวรรษที่ 11 ประมาณ ค.ศ. 1041-1049 การพิมพก ็ได
ววิ ัฒนาการไปอีกกาวหนึง่ คอื ชาวจีนช่อื ไป เชง (Pi Sheng) เปน ชา งเหลก็ ไดป ระดษิ ฐตวั
พิมพขึน้ เปนตวั ๆสำหรบั ใชเ รยี งซง่ึ ปจจบุ ันเรยี กวา “ตัวเรยี ง” (Movable type) โดยใชด นิ
เหนยี วปน เปน แทงแลว แกะเปน ตวั หนงั สือนำไปตากใหแ หง และเผาไฟ ตวั พิมพแบบตัว
เรียงนมี้ ีผูน ำไปปรับปรงุ อีกหลายคน อยา งไรกด็ ี กไ็ มคอ ยนยิ มใชก ันนกั อาจเปน เพราะขาด
หมึกที่เหมาะสมกไ็ ด
3
ตวั เรยี งโลหะชั้ครั้งแรกในเกาหลี ประมาณ ค.ศ. 1241 หนังสือ
ภาษาเกาหลีเลม หนึ่งพมิ พใ นป ค.ศ. 1377 ระบวุ า พิมพด วยตัวเรยี ง
การหลอ ตวั พมิ พในเกาหลีนบั วา กาวหนาดี ทง้ั นี้เพราะการทมุ เทความ
พยายามอยา งมากตามดำรขิ องกษตั ริยไทจง
(Htai Tjong) ในป ค.ศ. 1403 ไดต ้ังโรงหลอตวั พมิ พข องราชการขึ้น
และระหวาง ค.ศ. 1403-1516 ไดห ลอ ตวั พิมพอ อกมาถงึ 10 แบบ
การหลอตัวพิมพไดแพรห ลายเขา ไปในจีนและญ่ีปนุ
แมว า การพิมพจ ะพฒั นามาถึงข้ันใชตัวเรียง แตจ ีนกย็ ังคง
นิยมการพิมพแ บบลอ็ กมากกวา ทง้ั นี้ดวยเหตุผลหลายประการคือ
ประการแรก ตัวอกั ษรจนี เปนประเภทหนังสอื ภาพ
(Pictograph) และเครื่องหมาย (Ideograph) คำพูดหนง่ึ คำกต็ องมี
อักษรหนงึ่ ตัว จึงตองมีอกั ษรนบั พนั ตวั ท่จี ะใชแทนคำพูด การแกะเปน
ตวั เรยี งยอ มไมส ะดวกในการใช เพราะจะลายตาและเสียเวลาเลอื กคำ
ที่ตองการ ท้งั น้ีจะเห็นไดวา ตางกับหนังสือประเภทผสมคำดวย
อกั ขระ (Alphabet) ซงึ่ มีสระและพยญั ชนะเพยี งไมก ต่ี วั
ประวัตกิ ารพิมพข องตะวนั ออก : Eastern printing history
4
ประวตั กิ ารพมิ พข องตะวนั ออก : Eastern printing history
ประการทส่ี อง ตัวอกั ษรมลี กั ษณะเปนการเขียนแบบลายมอื ประดิษฐ อนั เปน
ศิลปะที่แสดงถงึ ความวจิ ติ รสวยงาม จงึ เหมาะแกก ารพิมพแบบล็อก
ประการสุดทา ย เกี่ยวเนื่องกบั อารยธรรมของจีนเอง กลา วคอื การพิมพของจีน
มีความมงุ หมายเพ่อื อนรุ กั ษงานจติ กวที ่เี ปนมาตรฐานและเปนท่ียอมรบั นบั ถอื ตา งกับงาน
พิมพข องตะวันตก ซ่งึ มุงนำเอาวชิ าความรูออกมาเผยแพรม ากกวาเพือ่ รักษาความเกา
แกข องงานเอาไว
ที่กลาวมาแลวเปนประวตั คิ วามเปน มาของการพิมพท างโลกตะวนั ออก หรอื นยั
หน่ึงคือ ประเทศจีนอนั เปนแหลงอารยธรรมสำคัญแหงหนึง่ ในเอเชีย อยางไรกด็ ีความ
กาวหนาทางดา นการพมิ พนีม้ ิไดแพรห ลายไปสูตะวันตกแตประการใด เพราะววิ ฒั นาการ
ดานการพมิ พของตะวันตกนัน้ มลี ักษณะแสดงใหเห็นวา พฒั นาขน้ึ มาโดยเอกเทศของมนั
เอง มไิ ดสมั พนั ธเกย่ี วเน่อื งกบั ของจีนเลย
ผูเขียนไดอ า นพบขอความทวี่ าดว ยการกำเนดิ การพิมพใ นหนังสือเลมหน่งึ เปน
หนงั สือทีไ่ ดร ับรางวลั ประเภทเรียบเรียงประกอบปาฐกถา มใี จความดังน้ี
5
เม่ือ 868 ป กอ นครสิ ตกาล วังซี (Wang Chieh) ชาวจีนไดคดิ
พิมพหนงั สือจากเครอื่ งพิมพช นิดบลอ็ ก ซึ่งนบั วา เปน หนงั สอื เกา แก
ที่สดุ ในโลก ในปค ริสตศกั ราช 1045 ปเ ช็ง (Pi Sheng) ชาวจนี อกี เชน
กัน ไดประดษิ ฐเ ครอ่ื งพมิ พชนดิ หมุน (Movable type) อกี ประมาณ
400 ปต อมาคือในคริสตศกั ราช 1440 โจฮาน กูเด็นเบริ ก (Johann
Gutenberg) จงึ นำเครื่องพมิ พชนิดหมนุ ซ่ึงไดรบั การปรับปรุงใหมไป
เผยแพรในยโุ รป
ขอความนอ้ี า งองิ จากหนังสือของ เอ็ดวิน เอ็มเมอร่ี
(Edwin Emery) เรือ่ ง The Press and Ameica : An Interpretative
History of Journalism. พมิ พท่ี N.J : Prentice-Hall , Inc. , 1962
หนา 4 ผเู ขียนเกรงวาจะทำใหผูอ านเกิดความสับสน เนอื่ งจากขอ ความ
นี้ขดั แยงกบั เนื้อหาบางประเดน็ ท่ผี เู ขียนไดร วบรวมมาขางตน ท้ังนอี้ าจ
จะเกิดจากความแปลความคลาดเคลื่อนหรือเขาใจผดิ ก็ได และอีก
ประการหนึง่ หนงั สือเลม น้ีทา นผูแ ตง ไดอ อกตวั ไวใ นคำนำแลววา ไม
สามารถจะวิเคราะหเนื้อหาท่ีคนควา มาไดโดยลำพงั ตอ งขอความรว ม
มือจากนิสติ ถึง 3 รนุ ชว ยกันทำ ความผดิ พลาดคลาดเคลือ่ นจงึ ยอม
เกิดขึน้ ได ดวยเหตุนจี้ ึงใครขออนุญาตตอ ทา นผูแตงไว ณ ท่นี ้ี ขอนำ
ขอความดงั กลา วมาวเิ คราะห อยา งไรก็ดีผูเขียนอาจเปน ฝายผดิ พลาด
เองก็ได
ประวตั กิ ารพมิ พข องตะวนั ออก : Eastern printing history
6
ประวตั ิการพิมพข องตะวนั ออก : Eastern printing history
ประเด็นแรกทวี่ า วังซี ไดพมิ พห นงั สือท่เี กาแกท ีส่ ดุ ในโลกจากเครื่องพิมพชนดิ
บลอ็ ก เมอ่ื 868 กอนปคริสตกาลนัน้ มสี ิ่งที่จะตอ งวเิ คราะหอยสู ามประการ คือ ช่ือผู
พิมพ หนงั สอื ทพ่ี ิมพ และปท ีพ่ มิ พ บางแหง ออกเสียงเปน วางเชยี ะ เร่อื งนมี้ ใิ ชส าระ
สำคัญไมนา ถือเปนความผดิ พลาด เพราะการออกเสยี งชอ่ื วสิ ามานยนามเชนนยี้ อมมี
โอกาสท่จี ะเรียกเพย้ี นกนั ไปไดเสมอ สวนหนงั สือทพี่ มิ พซึ่งกลา ววาเปนหนังสือทเ่ี กาแก
ท่สี ุดในโลกและพิมพขึ้นจากบล็อกน้นั ขอความถูกตองตรงกนั และหนังสอื ที่วา นก้ี ็คือ
หนงั สอื วัชรสตู ร (Diamond Sutra) นนั่ เอง ประการสดุ ทายเรือ่ งปพมิ พน ้นั นาจะเปน
ความเขา ใจผิดของผูถอดความมากกวา อาจเกดิ ความสับสนระหวางคำวา B.C. ซงึ่ หมาย
ถงึ กอนคริสตกาล และ A.D. ซ่ึงหมายถึงครสิ ตศกั ราช หนงั สอื ท่ีวา นพ้ี ิมพในป A.D.
๘๖๘ ความจึงตองเปน ปค รสิ ตศักราช 868 มใิ ช 868 ปก อ นคริสตกาล อนึง่ การพิมพต อ ง
ใชห มกึ แตจ นี เพ่งิ จะคดิ ทำหมกึ ไดเมื่อป ค.ศ. 400 และใชพมิ พบนกระดาษในป ค.ศ. 450
7
ประเด็นที่สองซึ่งกลา ววา ในป ค.ศ. 1045 ปเ ชง็ ประดิษฐ
เครือ่ งพมิ พช นิดหมนุ และในป ค.ศ. 1440 โจฮาน กเู ดน็ เบิรก ไดน ำ
เคร่อื งพมิ พชนดิ น้ีซ่งึ ไดรบั การปรบั ปรงุ แลว ไปเผยแพรใ นยโุ รปน้ัน มี
สิง่ ทจี่ ะตองวิเคราะหอ ยสู ามประการเชนเดยี วกนั คือผปู ระดษิ ฐ
เครื่องพิมพ ลกั ษณะเคร่ืองพิมพท่ปี ระดษิ ฐ และการนำเครือ่ งพิมพท่ี
ไดร บั การปรบั ปรงุ แลวจากจีนไปเผยแพร สำหรบั เร่ืองผูป ระดษิ ฐนน้ั ก็
เชนเดียวกนั กับประเดน็ แรกทก่ี ลา วแลว ขา งตน ชือ่ Pi Sheng อาจออก
เสยี งเปน ปเชง็ หรือ ไปเชง็ ยอมเปนไปได สว นลกั ษณะของ
เคร่ืองพิมพท ่วี าเปนชนดิ หมุน (Movable type) นน้ั เปนความเขา ใจผิด
ในการตีความหมาย คำวา ยำ น้นั หมายถงึ ตัวพิมพ มิใชเ ครอ่ื งพมิ พ
และคำวา Movable หมายถงึ ขยบั ที่ไดม ใิ ชหมุน ดังน้ันคำวา Movable
type จงึ หมายถึงตวั พมิ พท ท่ื ำเปน ตัวๆสามารถหยบิ เขาหยบิ ออกได
มใิ ชตายตวั อยางท่ีปรากฏในบล็อก ปจจุบนั เรียกวา ตวั เรยี ง เม่ือใช
พิมพไ ปแลว กส็ ามารถนำกลับมาพมิ พใ หมเ พื่อใชพมิ พต อ ไปอกี ได
เปนการหมนุ เวยี นของตวั พมิ พม ใิ ชห มุนรอบตัวของเคร่อื งพมิ พ
ประการสุดทายท่วี า กูเด็นเบริ ก เปนผนู ำเคร่ืองพิมพไ ปเผยแพรใ นยุโรป
นน้ั แทจริงกเู ดน็ เบิรกเปน ผผู ลติ เองทัง้ สิ้น ประดษิ ฐท ง้ั ตัวพิมพ แทน
พมิ พ และหมกึ พมิ พ และประดษิ ฐในยุโรปนัน่ เอง เพราะสิ่งทป่ี ระดิษฐ
เหลาน้มี ไิ ดมีรอ งรอยหรอื เคามลู ใหเห็นวา เปน การลอกเลยี นหรือไดรับ
อิทธิพลจากจีนแตป ระการใด อีกทงั้ กูเดน็ เบริ กกม็ ิไดเคยมีการตดิ ตอ
สมั พันธกับจนี มากอ นเลย
ประวัติการพมิ พข องตะวันออก : Eastern printing history
8
ประวัตกิ ารพมิ พข องตะวันตก : Western print history
คำวา ตะวนั ตก หมายถงึ ทวีปยุโรป โดยเฉพาะประเทศ
ทีเ่ คนมีอำนาจและความเจรญิ รงุ เรอื งมากอน เชน อังกฤษ
ฝรงั่ เศส เยอรมนี เนเธอรแลนด เปนตน เรารูจ ักพวกนีใ้ นนาม
ทว่ั ๆไปวา “ฝรัง่ ” กอ นกลางครสิ ตศ ตวรรษท่ี ๑๕ หนงั สือทมี่ ใี ห
คนยุโรปอา นจะเปนหนงั สือทีเ่ ขียนดวยลายมอื แตละเลม ตองใช
เวลานานกวาจะเขยี นเสรจ็ จึงมจี ำนวนนอยและราคาแพง อกี ท้ัง
ยงั มักจะคลาดเคล่อื นผิดเพี้ยนไมคอยตรงตามตน ฉบบั เดมิ นัก
หนังสือเหลาน้ีมอี ยใู นวงแคบโดยเฉพาะกลุมคนช้ันสงู เชน พวก
ขนุ นาง ครัน้ การพิมพไ ดพฒั นาขึน้ มาสามารถผลิตไดเ รว็ ขน้ึ
จำนวนมมี ากข้ึน หนงั สอื จงึ ไดเขา ถึงสามัญชนทั่วไปและแพร
หลายไปในความครอบครองของบรรดาผใู ครรูใครเรยี นทง้ั
หลาย อันเปนปจจยั อยา งหนง่ึ ที่นำไปสยู คุ ฟน ฟูอีกษรศาสตรและ
ศิลปวิทยา (Renaissance) ในยุโรป
เอกสารเกย่ี วกบั การประดษิ ฐค ิดคน เรื่องการพิมพของ
ชาวตะวนั ตกนั้น มอี ยูกวา 3000 ช้ิน แตมักขดั แยง กัน ท้ังนี้
เพราะตอ งการชว งชิง “ความเปนผูป ระดิษฐค นแรก” ดว ยความ
รสู ึกชาตินิยมตอ งการควา ความย่ิงยงในเกียรติยศชอ่ื เสียงให
แกตนเองและชาตขิ องตน อยางไรก็ดภี ายหลังท่ีไดศ ึกษาคนควา
แลว ตดั คำกลา วอา งตางๆทข่ี าดหลกั ฐานออกไป ก็ไดขอสรุปท่ี
ยอมรับกนั วา ผูคดิ คน วิธีพิมพคนแรกคือ โจฮัน กเู ด็นเบริ ก
(Johann Gutenberg) แมก ระนนั้ กย็ งั ตองคนควาหลกั ฐานทชี่ ชี้ ัด
โดยตรงเพ่มิ เตมิ อีก
โจฮนั กเู ตนเบิรก (Johann Gutenberg)
9
“Lorem ipsum dolor sit amet, consectetuer
adipiscing elit, sed diam nonummy nibh
euismod tincidunt ut laoreet dolore magna
aliquam erat volutpat”
โจฮัน กูเตนเบริ ก (Johann Gutenberg) และเครอื่ งพมิ พทค่ี ิดคนข้ึน
ประวัติการพมิ พของตะวนั ตก : Western print history
การประดษิ ฐคดิ คน การพิมพ หมายถงึ ความสำเรจ็ ผลงานอนั มชี อ่ื เสียงของกเู ด็นเบริ ก คือ คมั ภีร ๔๒
ในทางเทคนิคทยี่ งั ไมเคยมใี ครเคยทำมากอ น ความสำเร็จ บรรทัด (42-line Bible) ซง่ึ รูจักกันในนาม “คมั ภรี ก เู ดน็ เบริ ก ”
ทวี่ านีม้ ิไดห มายความเพยี งแคก ารคน พบสงิ่ ใดสง่ิ หนึ่ง หรือ (Gutenberg Bile) เปนทเี่ ขา ใจกนั มานานแลววา หนงั สอื เลมน้ี
เครือ่ งจักรช้นิ ใดชนิ้ หนง่ึ เพยี งลำพังอยางเดียว แตหมาย เปนหนังสอื เลมแรกท่พี มิ พขึน้ มาโดยกูเดน็ เบิรก ทเ่ี มอื งเมนส
ถงึ ความสำเร็จในการพัฒนากระบวนการพิมพท ส่ี มบูรณ (Maiz) ประเทศเยอรมนี และพมิ พเสรจ็ ไมเ กินป ค.ศ. 1455 อาจ
แบบตลลอดกระบวนการ ซ่งึ รวมท้ังงานศิลปะในการ เสรจ็ กอน 1-2 ป คมั ภีรเ ลมน้เี ปนหนังสือที่เกา แกสมบูรณท ีส่ ดุ ใน
ออกแบบตวั พิมพแ ละการจดั หนา การแกะสลักแมพมิ พ ยโุ รปซ่ึงพมิ พดวยตัวเรียง ปจจบุ ันทราบวา มหี นังสืออ่นื ๆพิมพ
การหลอตัวพมิ พ การประดิษฐเ ครอื่ งพมิ พก ็ดี และการทำ ขึ้นกอนหนานี้เหมอื นกนั แตมีความสมบูรณนอยกวา เชน
หมกึ พมิ พก็ดี ซง่ึ เปน ผลงานของการคดิ คน ของกูเด็นเบิรก หนงั สอื อาสแกรมมาตกิ า (Ars Grammatica) พิมพโ ดย
นน้ั จะพบวามีความสมบรู ณแบบมาก กลาวคอื กูเด็นเบิรก อีเลยี ส โดเนตสั (Aelius Donatus) ทเ่ี มือง คอรนสตานส
ไดประดิษฐแทน พมิ พ พฒั นาแมแบบสำหรับหลอตัวพิมพ (Constance) ระหวาง ค.ศ. 1448-1452
โลหะใหไดข นาดสม่ำเสมอกนั และคน พบวธิ ีทำหมกึ ทไ่ี ดผ ล
ดีสำหรบั การใชก ับตัวเรยี งโลหะ นับวากเู ดน็ เบิรก ไดคิดคน
ส่งิ ทีต่ อ งใชใ นกระบวนการพมิ พโดยตลอด ยกเวนกระดาษ
เพียงอยางเดียวซ่งึ มีผูท ำมากอ นแลว กูเด็นเบริ ก จึงสมควร
ไดร บั เกียรตินี
10
ประวตั ิการพิมพของตะวันตก : Western print history
ในชว งทค่ี รสิ ศตวรรษท่ี 15 การพิมพไดแพรหลายไปทวั่
ยุโรป ศนู ยกลางการพมิ พเกิดขน้ึ ตามเมืองใหญในประเทศตางๆ
มากมาย เชน ในอติ าลี ป ค.ศ. 1465 ทีก่ รุงโรมและป ค.ศ. 1470
ที่นครเวนิสในฝรงั่ เศส ป ค.ศ. 1470 ทม่ี หาวทิ ยาลัยซอบอน
(Sorbonne) นครปารีส ในเนเธอรแ ลนด ป ค.ศ. 1470 และใน
อังกฤษ วลิ เลยี ม แค็กซตนั พมิ พห นังสือเลม แรกขนึ้ ในป
ค.ศ. 1475 งานพิมพส วนใหญเ ปนเรื่องศาสนา ปรัชญา
กฎหมาย และกวนี ิพนธ
วิลเลยี ม แคก็ ซตัน
11
ประวัติการพิมพข องตะวันตก : Western print history
ในครสิ ตศตวรรษท่ี 16 ไดเ กดิ การเปล่ยี นแปลง กจิ การพมิ พในฝร่ังเศสจึงตกตำ่ ลงถึงขัน้ ขาดแคลนชางพิมพ
ขนานใหญใ นยุโรป เนอื่ งจากหนงั สือแพรหลายไปอยา ง แตการพิมพกลบั ไปเจริญรุงเรืองในเนเธอรแ ลนดจ นถงึ ครสิ ต
กวา งขวาง ทำใหประชาชนทว่ั ไปมีความรมู ากข้นึ ฝาย ศตวรรษที่ 18 สว นในองั กฤษน้ันในป ค.ศ. 1556 รัฐก็เร่มิ เขา
ศาสนจกั รและบรรดาผปู กครองประเทศพากันวิตกกังวล ควบคมุ กจิ การพิมพ ตอ งมีการขออนญุ าตดำเนนิ กิจการ พระ
วา อำนาจการปกครองของตนจะส่นั คลอนเพราะเชือ่ วา ราชกำหนดชอ่ื สตาร แชมเบอร (Star Chamber) ออกในป
การพมิ พมีสวนสง เสริมประชาชนใหบ งั เกิดความตื่นตัว ค.ศ. ๑๕๘๖ ไดกอความเขมงวดกวดขันย่งิ ข้ึน กจิ การพิมพทั้ง
และมีความคิดเปน อิสระ อนั จะเปน ผลใหผ ูคนลกุ ขึ้นตอ ตาน หลายถกู จำกัดใหพมิ พเ ฉพาะทีม่ หาวิทยาลัยสองแหงคือ ทอี่ อก
อำนาจฝายปกครอง ทำใหป กครองยาก ดงั น้นั จงึ ไดมกี าร ซฟอรด (Oxford) และเคมบรดิ จ (Cambridge) กับท่ีนคร
จำกัดสิทธเิ สรภี าพของการพิมพลง กลาวคอื ในฝรง่ั เศส ลอนดอน (City of London) พระราชกำหนด สตาร แชมเบอร
ผพู มิ พทกุ คนจะถกู สงสัยวา เปน พวกนอกรีด เอเดียน ป ค.ศ. 1637 ยง่ิ ทำใหส ถานการณเลวรายลงไปอีก การหลอ ตวั
โดเล (Etienne Dolet) ซงึ่ เปน ผพู ิมพท่ีมคี วามรอบรูสารพดั พมิ พถกู กำหนดใหเปน กจิ การอีกอยางหนึง่ แยกจากกิจการ
อยา งไดตกเปน ผูตองสงสยั วา เปนคนนอกศสานา ไดรับการ พมิ พ และถูกควบคมุ อยา งเขม งวด ผลทีต่ ามมาก็คอื องั กฤษตอ ง
ทรมานดวยการตรงึ ไวก บั เสาและเผาจนถงึ แกช วี ติ ในป หันไปพึง่ ตัวพิมพจ ากเนเธอรแ ลนดโ ดยตลอด บนั ทกึ ของ
ค.ศ. 1546 เหตกุ ารณค รง้ั นท้ี ำใหผพู มิ พคนอืน่ ๆพากนั หว่ัน จอหน มิลตัน (John Milton) เร่อื งแอรอิ อปพะจติ ตกิ า
เกรงวา ตนอาจไดร บั เคราะหกรรมเชน นี้บาง จงึ พากนั หลบ (Areopagitica) เขียนในป ค.ศ. 1643 ไดแ สดงความเห็นคัดคา น
หนอี อกจากฝรง่ั เศส พระราชกำหนดนีแ้ ละกนิ เวลากวา ๕0 ป กวากิจการการพมิ พ
จะไดร บั การปลดปลอยใหเปน อิสระอกี ครง้ั ในป ค.ศ. 1695
12
ความกา วหนาของการพิมพ
The advancement of printing
ในชวงระยะเวลา 350 ป นับแตกูเต็นเบิรก ประดิษฐเครอ่ื งพิมพข ึ้น ไดมกี ารพัฒนา
สิ่งสำคญั ๆไปหลายอยาง เม่อื ประมาณป ค.ศ. 1550 แทน พิมพทเี่ คยเปน ไมก ็เปล่ยี นเปน
เหลก็ แทน อีก 20 ปตอ มา ไดม ีการปรบั ปรุงใหมเพิ่มเติมกรอบกันหมึกเปอ นขอบกระดาษ
ที่พิมพ (frisket) และเสรมิ เบาะเฉลีย่ แรงกด (tympan) เพื่อเกล่ยี แรงอัดบนตัวพิมพซ ง่ึ
มคี วามสงู ไมคอ ยสมำ่ เสมอกนั นัก ประมาณป ค.ศ. 1620 วิลเลม จานโซน บลาว
(Willem Janszoon Blaeu) ซงึ่ อยูทเ่ี มอื งอัมสเตอรด มั ประเทศเนเธอรแ ลนด ไดเพ่ิมแขน
สำหรับหมุนแปน อดั ตัวพมิ พเ ขา ไปอกี ขางหนงึ่ เพอ่ื ถวงนำ้ หนักกันและทำใหเ กิดการ
เหวย่ี งตวั ดขี นึ้ เปน การผอ นแรงขณะหมนุ ขึน้ ลง เครอ่ื งพิมพแ บบนี้จงึ ไดช ่อื วา เคร่ือง
พิมพด ดั ช (Dutch Press) เครอื่ งพมิ พแบบน้ี สตีเวน เดย นำไปต้ังในสหรัฐอเมริกาเปน
เครอ่ื งแรกท่ีเคมบริดจ รัฐแมสซาซูเซท ในป ค.ศ. 1638
ราวป ค.ศ. 1790 วิลเลียม นโิ คลสัน (William Nicholson) นกั วทิ ยาศาสตรและนกั
ประดษิ ฐชาวอังกฤษ ไดประดษิ ฐว ธิ ที าหมกึ บนหนาตวั พิมพดว ยลูกกลิง้ ทรงกระบอก
(Cylinder) นบั เปนจดุ เรมิ่ ตนท่จี ะนำไปสูกระบวนการพมิ พแ บบโรตารี่ (Rotary)
แทนพมิ พท ีส่ รางดวยเหล็กทั้งแทน สรา งขนึ้ ในประเทศอังกฤษเปน ครง้ั แรก ราวป
ค.ศ. 1795 และในเวลาตอ มา สหรัฐอเมรกิ ากส็ รา งขึน้ เชนเดียวกัน เชน แทน โคลัมเบยี น
(Columbian) และวอชงิ ตนั (Washington) ซึง่ สามารถพมิ พไ ดถึงช่ัวโมงละ 250 แผน
ซ่งึ นบั วามากแลว สำหรับเครื่องพมิ พทใ่ี ชแ รงคนในสมยั นั้น
ในป ค.ศ. 1811 เฟรดรกิ เคอนกิ (Friedrich Konig) และแอนเดรส บาวเออร
(Andreas Bauer) ไดร ว มกนั ประดษิ ฐเคร่อื งพิมพแบบซีลนิ เดอร (Cylinder press) ขน้ึ
ซีลนิ เดอรหรือโม (Mould) คือ ลูกกล้ิงทรงกระบอกหมนุ รอบแกนตวั เองตามแนวนอน
สำหรับกดและรีดกระดาษไปบนแมพมิ พขณะแมพิมพว ิง่ ผานไปขา งใต ทำใหพิมพไ ดเ รว็
ชดั เจน และไมต อ งใชแรงกดมากเหมอื นการพมิ พแ บบเดมิ ซงึ่ ตองใชแรงอัดเต็มแผน
แบบใหมนี้แรงกดจะอยเู ฉพาะตรงจดุ ทผี่ วิ ลกู กล้ิงสัมผสั กับแมพิมพเ ทา น้นั
13
ในป ค.ศ. 1814 หนงั สอื พิมพไ ทมแ หง นครลอนดอนไดน ำ
เครอ่ื งพิมพแบบน้ีมาใชและยงั นำกำลังเครอ่ื งจกั รอน้ำมาใชอกี ดว ย
เคร่อื งพิมพน ีอ้ อกแบบใหมีลกู กล้งิ 2 ชุด เพอื่ ใหพ มิ พไ ดในขณะทีแ่ ม
พมิ พเ คลอ่ื นท่ีผานใตลูกกลง้ิ ท้ังเดินหนาและถอยหลงั จงึ พิมพไดเ ปน
สองเทา และสามารถพิมพไดถ ึงช่วั โมงละ 1,100 แผน
ในป ค.ศ. 1818 บคุ คลทงั้ สองก็ไดร ว มกันออกแบบ
เครือ่ งพิมพใหไ ดทีเดียวสองหนา โดยพมิ พด านหนึ่งกอนแลว จึงผา น
ตอไปพิมพอ ีกดานหนึง่ ในป ค.ศ. 1824 วลิ เลียม เชิรช
(William Church) ไดป ระดษิ ฐที่ปอ นกระดาษ (gripper) และเก็บ
กระดาษพมิ พอ ตั โนมัติเพมิ่ เขา ไปทำใหเคร่อื งพิมพเ ปนเครอื่ งท่ี
สมบรู ณแ บบ
ความกา วหนาของการพิมพ : The advancement of printing
14
คำอธิบาย
Description
เคร่ืองพมิ พแบบเพลเดน
1 เครอ่ื งพิมพแ บบเพลเดน (Platen Press) แทน แมพิมพและแทนแรงกดเปนแผน แบน
เคร่อื งพมิ พแบบซีลนิ เดอร
2 เครื่องพิมพแบบซีลนิ เดอร (Cylinder Press) แทนแมพมิ พแ บบแทน แรงกดเปน ลกู กล้งิ (โม)
เคร่ืองพิมพแบบโรตาร่ี
3 เครอ่ื งพิมพแบบโรตาร่ี (Rotary Press) แทน แมพิมพและแทนแรงกดเปน ลกู กล้งิ (โม)
15
คำอธบิ าย : Description
อยา งไรก็ดกี ารท่ีแมพ ิมพเคลอ่ื นท่ใี นลกั ษณะเดนิ หนา แลวตองถอยหลงั กลบั มาเรมิ่ ตนใหมน ้ัน ยงั ไมเปนทีพ่ อใจของ
นักประดิษฐนัก จงึ เกดิ ความคดิ ที่จะพฒั นาใหแ มพิมพเดนิ หนาอยางเดียวไมตองถอยกลับ ดวยเหตุนแ้ี ทน แมพมิ พและตวั
พมิ พจ ะตอ งดัดแปลงใหมีลักษณะโคงเปน รูปทรงกระบอกแบบเดียวกับลกู กลง้ิ ของเครอื่ งพมิ พแบบซีลนิ เดอร ในป
ค.ศ. 1844 รชิ ารด โฮ (Richard Hoe) แหง สหรัฐอเมริกาไดจ ดทะเบยี นสทิ ธิบัตรเครื่องพิมพแบบดังกลา วนี้ และนีค่ อื การเร่มิ
ตน ของเครอ่ื งพิมพแ บบโรตารี่ (Rotary Press) เครื่องพมิ พแบบนี้ใชโ มหลายลกู ทำหนาท่ตี างกนั เชน โมแมพิมพ (Plate
cylinder) และโมพิมพ (Impression cylinder) เครอื่ งพิมพข องโฮ ประกอบดวยโมใหญต ดิ ตัวพิมพไวท ่ีผวิ โม มโี มพิมพ
ขนาดเลก็ หลายลูก ซึง่ แตล ะลกู จะมีคนคอยปอ นกระดาษ ทำใหสามารถพิมพไดเรว็ มากถงึ 8,000 แผน ตอ ช่ัวโมง แตก ็มีจดุ
ออ นคอื เปราะและถาจดั แบบไวไมด ี ตวั พมิ พก ็จะรวงหลุดลงมา ขอ บกพรองอนั นีแ้ กไขดวยการทำแมพมิ พเ ปน แผน โคงตาม
โมแมพิมพ ตอ มาไดม ีการคดิ คนวิธที ำแมพิมพเ ปนแผน (plate) ดวยกรรมวธิ ีตา งๆหลายแบบ
แมว า แทนพมิ พจะไดรบั การพฒั นามาถงึ ข้นั น้ีแลวก็ตาม แตก ารปอ นกระดาษก็ยงั คงเปน สว นเกนิ คือ ใชค นปอนจาก
ภายนอกเขา สูระบบของเครือ่ ง จึงไดม กี ารคดิ วธิ ีปอนกระดาเองจากมวน วิลเลยี ม บลลู อ็ ก (William Bullock)
แหง สหรฐั อเมริกา ประดิษฐเปน ผลสำเรจ็ เปนคนแรกในป ค.ศ. 1865 ออกแบบใหม มี ดี ตดั กระดาษในตวั กระดาษจะถกู ตดั เมื่อ
ผานการพมิ พม าแลว ทำใหส ามารถพมิ พห นงั สอื พมิ พด ถุ ึงชั่วโมงละ 12,000 ฉบับ บลลู ็อกยังไดรวมกันโฮประดษิ ฐเ คร่ืองพับ
กระดาษอตั โนมัตเิ ปน เคร่อื งแรกตดิ ตัง้ เพ่มิ เตมิ เขาไปหลงั ค.ศ. 1870
เทาทีก่ ลา วมาแลวน้ี เปน เพยี งการพัฒนาในดานเคร่อื งพิมพโ ดยสงั เขป และยงั คงมีการพัฒนาตอไปโดยไมห ยดุ ยง้ั
รวมทั้งการพฒั นาดา นอนื่ ๆที่เก่ยี วของกับการพิมพ เชน การหลอ ตวั พิมพ การทำแมพ มิ พ การเรียงพิมพ เปนตน มกี ารนำ
เทคโนโลยีใหมๆ มาใชเพอ่ื ใหก ารพมิ พมปี ระสทิ ธิภาพ ผลงานมีคุณภาพและมปี ระสทิ ธิผลในเชิงธุรกิจ สมควรจะไดติดตามกัน
ตอไป
16
ประวตั กิ ารพมิ พข องไทย สมเดจ็ พระนารายณม หาราช
Thai language typing history
การพิมพของไทยยคุ แรก
การพมิ พของไทยยุคแรก หมายถึง การพิมพต ั้งแตส มัย
กรุงศรอี ยธุ ยาจนถึงสมัยรตั นโกสินทรตอนตน พ.ศ. 2378 การ
พมิ พในยคุ นีเ้ ปนการพมิ พจ ากแมพมิ พ ที่แกะจากบลอ็ กไมเปน
หนาๆ เปนยุคท่ีตัวเรยี งภาษาไทยยังไมตกเขามาถงึ เมอื งไทย
เชื่อกนั วา การพิมพข องไทยเริม่ มขี ึน้ ในสมยั สมเดจ็ พระ
นารายณมหาราช เม่ือ พ.ศ. 2205 (ค.ศ. 1662) โดยพวกมิชชนั
นารีฝร่ังเศสไดพิมพหนงั สอื คำสอนทางครสิ ตศาสนาเปน ภาษา
ไทย 26 เลม ไวยากรณไ ทยและบาลี เลมและพจนานุกรมไทย
1 เลม เมอื่ โกษาปานเปน ราชทูตเดนิ ทางไปเจรญิ ทางพระราช
ไมตรกี บั ฝรง่ั เศสก็ไดดงู านโรงพิมพห ลวงที่น่ันทุกข้ันตอน ทั้งยัง
ไดท ดลองพิมพด ว ยตนเองอกี ดว ย ยคุ นั้นเปนยุคทฝี่ ร่งั ใชตวั เรยี ง
แลว ราชทูตไดดแู มทองแดงคอื แมพิมพส ำหรับหลอ ตัวพมิ พ
ซึ่งทำไวหลายภาษาจึงไดถามผูรบั ผิดชอบวา คงจะทำแมพ มิ พตัว
หนังสือไทยไดดว ยกระมัง และไดรับคำตอบวา
“ตวั พมิ พภาษาไทยคงทำไดไมยากหากทานราชทูตจะไปต้ังโรง
พมิ พข นึ้ เองในเมอื งไทยก็ทำไดง ายๆ” เกีย่ วกบั เครือ่ งพิมพน ี้
ตามจดหมายเหตขุ องบาทหลวงซึ่งเขียนขน้ึ ในสมยั นัน้ ปรากฏ
วา มีการบอกบุญไปยังหัวหนามิชชันนารีตา งประเทศในกรงุ
ปารสี เม่ือ พ.ศ. 2217 (ค.ศ. 1574) ขอใหชว ยซอื้ เครือ่ งพมิ พสง
มาเมอื งไทยเพ่ือต้ังโรงพมิ พขน้ึ พิมพหนังสอื ครสิ ตศาสนาออก
เผยแพรเหมือนอยางทีต่ ง้ั ไวใ นมะลิกา
ยังมีผูเชื่อตอ ไปอกี วา สมเด็จพระนารายณม หาราชทรง
ไดรบั แรงบนั ดาลพระทยั ถงึ กบั ทรงจัดตง้ั โรงพมิ พข องหลวงข้นึ
บา ง ณ พระราชวังทลี่ พบุรี ในป พ.ศ. 2213 และฝรง่ั เศสไดสง
บาทหลวงมาอีกหนึ่งคนเพือ่ ชว ยพิมพห นังสือสอนศาสนาครสิ ต
17
ประวัตกิ ารพิมพข องไทย : Thai language typing history
อยา งไรก็ดี ความเชอ่ื นอี้ าจถูกตอ งท้ังหมดหรือถกู มขี อ นำสงั เกตวา จากเอกสารท่ีพอจะยกมาอางเปน
ตอ งเพียงบางสว น เนอ่ื งจากเปน การสันนิษฐานจากกรณี ตวั อยา งในยุคน้นั เชน หนงั สอื สญั ญาระหวางสยามประเทศกบั
แวดลอ ม โดยอาศยั จดหมายเหตุซ่ึงไมค อยจะสมบูรณนัก ประเทศฝรัง่ เศส เม่ือ พ.ศ. 2231 ซง่ึ เปน เวลาหลงั จากปทีเ่ ช่อื
มาประตดิ ประตอ กัน หลกั ฐานทง้ั หลาย เชน เคร่ืองพมิ พ วา ตัง้ โรงพมิ พหลวงข้ึนทล่ี พบุรี (พ.ศ. 2213) หนงั สือสญั ญา
ตวั พมิ พ และหนังสือพิมพ ไดสญู หายไปจนหมดสนิ้ มไิ ด ฉบบั น้กี ย็ ังเปน หนงั สือท่ใี ชเขียนดว ยตวั อักษรไทยยอ มใิ ชพิมพ
เหลือรองรอยหรือซากไวใหศ กึ ษาเลย ซงึ่ อาจสนั นษิ ฐาน นอกจากนี้ หนงั สอื โตธ รรมะระหวา งสังฆราชฝร่ังเศสกบั
ไดท ัง้ สองทางคือ มีการพิมพจ รงิ ตามที่กลา วมาหรืออาจ สังฆราชไทย (The Bishop’s Arguments) จากบตั รรายการ
ไมม ีการพมิ พเลยกไ็ ด การท่ไี มมีหลกั ฐานเหลืออยูเ ลย อาจ หมายเลข 261 ในหอสมดุ แหง ชาตกิ รุงปารสี ลว นเปนฉบับตวั
เปนเพราะการถูกทำลายมาหลายหนจนหมดไปจรงิ เชน ใน เขียน หรือมิฉะนน้ั ก็พมิ พด วยบลอ็ ก ไมปรากฏวา เปนตวั เรียงซึง่
แผนดนิ พระเทพราชา แผน ดนิ พระเจา ทา ยสระ และเมอื ง ในสมยั น้นั พวกตะวันตกใชก ันแลว แมแ ตฉบบั เดียว
กรงุ ศรีอยุธยาแตกครง้ั ที่ ๒ ในป พ.ศ. 2310 หรอื อาจเปน
เพราะยงั ไมม กี ิจการพมิ พ จงึ ไมมผี ลงานเหลอื อยใู หศึกษา ดังนน้ั การพิมพใ นสมัยสมเด็จพระนารายณมหาราช
เหลานีอ้ าจเปน ไดท งั้ สองทาง นน้ั หากจะมกี ็นำจะเปนการพิมพจากแมพ มิ พท แี่ กะเปน บล็อก
ไม มใิ ชต ัวเรียง อยา งไรก็ดี ผูเขยี นอาจสนั นิษฐานผดิ กไ็ ด เร่ือง
นจ้ี งึ เปน เรอ่ื งที่นาจะศึกษาคน ควา กนั ตอไปอีก
18
ประวตั ิการพิมพข องไทย : Thai language typing history
หลยุ ส เดอ คงซาคา การพิมพใ นสมัยกรุงธนบรุ นี ั้น เจษฎาจารย ฟ. ฮีแลร
ไดกลา วยนื ยนั วา ในสมัยพระเจา ตากสินกรงุ ธนบรุ ี เมือ่ บานเมือง
เปนปกตแิ ลว บาทหลวงคาทอลิก ชื่อ คารโนล ไดกลบั เขามาตง้ั
สอนศาสนาอกี และไดจดั ต้งั โรงพมิ พหนงั สือขึ้นทวี่ ัดซนั ตากรุส
ตำบลกฎุ ีจีน ในจังหวดั ธนบรุ ี หนงั สือทพี่ ิมพคร้งั นน้ั มีจาหนา วา
คำสอนคฤศตงั พมิ พข นึ้ ในวัดซนั ตากรุส
ณ บางกอก
ศกั ราชแตไถช าตมิ นษุ ย 1796
(พ.ศ. 2339)
สว นหนาสองพมิ พเปน รปู นกั บุญ หลุยส เดอ คงซาคา รปู
รา งหนาตาดคู ลายคนไทยโบราณ ลักษณะของรูปนัน้ เห็นไดงายวา
เปนฝมือของชา งชาวไทยแกะเอง หาใชฝ มอื ฝร่งั ตางประเทศไม
จากขอความขางบนนีม้ ขี อ ผดิ พลาดคลาดเคล่ือนที่นา
วเิ คราะหห ลายประเดน็ กลาวคือ ปพ มิ พคำสอน ค.ศ. 1796 นั้น
ตรงกบั พ.ศ. 2339 ไมใ ชส มัยกรุงธนบุรแี นนอน แตเปน สมยั กรุง
รตั นโกสินทร ตรงกบั สมยั รชั กาลสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา จฬุ าโลก
มหาราช (ครองราชย พ.ศ. 2325-2352) นอกจากนีม้ กี รณี
แวดลอมอีกหลายประการ ที่อาจทำใหสันนษิ ฐานผิดพลาดได เชน
สถานทีพ่ ิมพหนังสือนนั้ อยูที่วัดซันตากรสุ ธนบุรี อาจชวนใหเ ขว
สนั นิษฐานวาเปน สมยั ธนบรุ ีไปก็ได การคำนวณปก ็อาจผิดพลาด
ไดเ ชนเดียวกนั และประการสุดทายการพิมพอ าจตอ เนือ่ งมาแต
ปลายสมัยกรุงธนบรุ ีมาถึงตน รัตนโกสนิ ทรกเ็ ปนได
19
ศาสตราจารยขจร สขุ พานิช
ประวตั ิการพมิ พของไทย : Thai language typing history
อยา งไรก็ดี การพิมพใ นป ค.ศ. 1796 น้ัน เปน ท่นี า สังเกตวา คณะสอนศาสนาคาทอลกิ น้นั คง
ศาสตราจารยข จร สขุ พานิช ผูสนใจศึกษาคน ควาเกีย่ วกบั เรียนรภู าษาไทยพอที่จะสง ภาษากันรเู รอื่ งแตต ัวอกั ษรไทยไม
การพมิ พของไทยอยา งจรงิ จงั ไดส รุปไวเปน คำตอบทม่ี ี คอยแตกฉาน ดังน้ันในการพมิ พเผยแพรคำสอนจึงใชอ กั ษร
เหตผุ ลนาฟงไวด ังนี้ โรมันพิมพเปนคำไทย เชน เปน เอามาก พิมพว า Pen an mac
เปน ตน มฉิ ะนน้ั คงแกะบล็อกเปนตวั อักษรไทยได ดว ยเหตุนี้
ถาการพิมพห นงั สือเริม่ มแี ลวแต ค.ศ. 1796 การ หนงั สือจึงไมแพรหลาย เนอื่ งจากคนไทยทอี่ านอกั ษรโรมนั ออก
พิมพดงั วาเขาใชต วั พมิ พด ังปจ จบุ นั เรียงขอ ความ หรอื เขา มนี อ ยมากในชว งนัน้ จึงนบั ไดวาเปนการพมิ พท ไี่ มป ระสบผล
ใชก ารแกะเปนตัวหนังสอื จากบลอ็ กไม ใชพมิ พเปน หนาๆ สำเรจ็
บลอ็ กละหนาไมใ ชเ รยี งขอความจากตัวพิมพเปน ตวั ๆ ผู
เขยี นไดพ จิ ารณาคำกลาวน้ีมาหลายปแลว มคี วามเห็นวา อยางไรกต็ าม ขอ สนั นษิ ฐานตางๆขา งตน ควรยุติลงได
ในรัชกาลสมเดจ็ พระพุทธยอดฟาจฬุ าโลก (ค.ศ. ๑๗๙๖) เมือ่ มหี ลกั ฐานข้นึ ใหม ท่ี ม.ล. มานจิ ชุมสาย ไดพบท่ีฝรงั่ เศสคอื
คงมีการพมิ พห นังสือในประเทศไทยแลว ในเขตวัดซันตา หนงั สือชอื่ KHAM SON CRISTANG หรอื คำสอนคริสตงั ซึง่
กรสุ ดัง ฟ. ฮแี ลร กลาว แตเ ปนการพิมพเ ผยแพรในวง ขณะน้ีอยใู นมือของเอกชนและอาจจะเหลอื อยูเพียงเลม เดียวใน
แคบและใชวิธีแกะตัวพมิ พจ ากบลอ็ กไม ยังไมม แี ทนพิมพ โลก เจาของเสนอขายราคากวาเจ็ดหมนื่ บาท หนงั สอื เลมน้ี
และตัวพิมพใ นรัชกาลนัน้ ดังน้ันคำกลาวของ ฟ. ฮีแลร จึง พมิ พขอ ความทหี่ นา ปกในไว ดังปรากฏในรูปที่ 50
สมจริงเพียงเทา ที่กลาวมานี้เทา นั้น
20
ประวตั ิการพมิ พของไทย : Thai language typing history
ตัวอักษรโรมนั ท่ใี ชพิมพตองหลอทลี ะตัว โดยใชด นิ เหนียวทำแมพ ิมพ และเมื่อ
หยอดตะกวั่ แลวก็ตอ งคอ ยแมพมิ พทง้ิ ทุกคร้งั
นอกจากน้ี ม.ล. มานิจ ชมุ สาย ยังไดพ บจดหมายของบาทหลวงการโนล
(Gamault) ซง่ึ เขามาสอนศาสนาในตอนนน้ั มีไปถึงบาทหลวงเดกูอริแจร ความวา ดังน้ี
กรุงเทพฯ กรกฎาคม ค.ศ. 1798 ขา พเจาขอเริม่ ดว ยการขอบคณุ ทา นทไ่ี ดก รุณา
สงเคร่ืองพมิ พเ ล็กๆมาใหขาพเจา ในทสี่ ดุ ขาพเจากไ็ ดรบั เครอื่ งนเี้ ม่ือสองปก อ น และพระ
ผูเปน เจา ไดทรงประทานมใิ หม ันตองรบั กรรมเชน ของอ่นื ท่ีสง มาในปกอน ซึ่งถกู โจรสลัด
ปลน เอาไป โชครา ยอันนไ้ี ดเ กิดแกขาพเจาถึงสามครั้งแลว ตงั้ แตข าพเจาไดก ลบั มาอยูใ น
กรงุ เทพฯ
จากหลักฐานที่พบน้ี พอจะสรุปเปนประเดน็ ตา งๆไดดังนี้
ประการแรก การพิมพห นงั สือในเมอื งไทย เริม่ ครั้งแรกในสมยั สมเด็จพระพทุ ธ
ยอดฟา จฬุ าโลกมหาราชแนนอน เพราะหนังสือ “คำสอนครสิ ตัง” ทพี่ บนน้ั พมิ พใ น
ค.ศ. 1796 ซ่ึงตรงกับ พ.ศ. 2339 อันเปนปท ี่ 14 แหง รชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระพุทธ
ยอดฟาจฬุ าโลกมหาราช (ครองราชย พ.ศ. 2325-2352) สว นสถานทพ่ี ิมพต ้งั อยูที่วดั ซัน
ตากรสุ ตำบลกฎุ จี นี จงั หวดั ธนบุรี
ประการทีส่ อง การพิมพน้นั เปนการพมิ พใ นเมอื งไทย มิใชก ารพิมพหนงั สอื ไทย
ทั้งน้เี พราะเปนการนำเอาอกั ษรโรมนั มาพมิ พใ หอา นออกเสียงเปนคำไทยเทานน้ั เอง ดงั
นัน้ จะถอื วาเปน การพิมพห นังสือไทยครั้งแรกมิได เนอ่ื งจากอกั ษรทีพ่ มิ พลวนเปนอักษร
โรมันท้งั สิน้ หนังสือท่ีพมิ พก็ออกจะไรประโยชนส ำหรบั คนไทย เพราะคนไทยท่ีอานอักษร
โรมันออกในสมยั นน้ั แทบจะไมม เี ลย หนังสือจงึ ไมแพรหลายและไมไ ดมผี ลในทางเผย
แพรคริสตศ าสนาตามเจตนารมณนกั หนงั สือนีน้ าจะเหมาะแกพวกมิชชันนารดี ว ยกันเอง
สำหรบั ใชเ รียนพดู ภาษาไทยมากกวา
21
ประการที่สาม ความพรอมในการพิมพ จดหมายของบาท
หลวงการโ นลเขียนในป ค.ศ. 1798 หลังจากไดรบั เคร่ืองพิมพแ ลว 2
ป แสดงวา ไดรับเครอ่ื งพมิ พใ นป ค.ศ. 1796 และหนังสือ
“คำสอนคริสตัง” ก็พมิ พใน ค.ศ. 1796 อันเปนปทไี่ ดร บั เครือ่ งพิมพ
น่นั เอง เชนนี้แสดงใหเ ห็นวา เครื่องพิมพท่ไี ดรับมานต้ี อ งมีอุปกรณใช
ในการพิมพพรอ มคอื ตวั พิมพอ ักษรโรมนั หมกึ และกระดาษ จงึ
สามารถดำเนินการพมิ พไ ดเลย โดยไมต องเสียเวลาคอยสง่ั อปุ กรณ
เพิม่ เติม อกี ประการหน่งึ การพมิ พใ นยุโรปสมยั นั้นกแ็ พรห ลายมาแลว
ถงึ 340 ป อุปกรณการพมิ พตางๆยอ มมีพรอมครบถว นบริบรู ณ
สะดวกตอการจัดหา สามารถสง มาพรอ มกบั เครอ่ื งพิมพไ ดโ ดยไมย าก
เยน็ แตประการใด จึงสนั นิษฐานวา อปุ กรณการพิมพต องมคี วามพรอม
สมบูรณด ี
ประวตั ิการพิมพข องไทย : Thai language typing history
22
ประวตั ิการพิมพของไทย : Thai language typing history
อยา งไรก็ดี ไดม ีการกลา วถึงการหลอตวั พิมพดว ย ปญ หาจึงอยูทีว่ าถาอุปกรณ
มีพรอมจริงตามทก่ี ลาวขา งตนทำไมตอ งหลอตัวพมิ พ หากจะมองจากกระบวนการหลอ
แลว จะเห็นวา ใชเทคนคิ พน้ื บานซ่ึงมีความละเอียดนอ ยและขาดความเทีย่ งตรงแนน อน
โดยใชด ินเหนียวทำแมแ บบในขณะท่ยี ุโรปใชทองแดงเปน แมแ บบเรียกวา มาทองแดงซง่ึ
หลอ ไดเที่ยงตรงแนนอนกวาการใชด ินเหนียวเปน แมแบบ ตัวพมิ พท ่หี ลอออกมาจะไดแบบ
และขนาดทไี่ มส ม่ำเสมอกนั เปน อปุ สรรคตอ การพมิ พ และการหลอ ทีละตัวทั้งตองตอย
แมแ บบท้ิงทุกคร้ัง ยอมทำใหหลอ ไดชา เพราะเสยี เวลาทำแมแบบ จงึ สันนษิ ฐานวา การ
หลอ ตวั พมิ พนคี้ งจะเปนการหลอ เพือ่ แกปญหาขดั ของมากกวาจะหลอ เพอ่ื ธรุ กจิ การ
พมิ พ เชน หลอ เพือ่ เสรมิ ตัวพิมพทข่ี าดหายหรือชำรุดเล็กๆนอยๆ การสั่งซอื้ จากยโุ รปไม
สะดวกและเนน่ิ ชา ไมท นั การ เวน แตจ ะสั่งเปน ชดุ ใหญและจำนวนมากถึงจะสมควร
อนง่ึ ตัวพมิ พท ่ีหลอ มใิ ชต วั พิมพภาษาไทย แสดงใหเห็นวา มิชชันนารที เี่ ขามาเผย
แพรศ าสนาในยุคนน้ั เรียนรภู าษาไทยเพอ่ื ใชพดู มิไดเรียนหนังสือไทยเพื่อนำไปใชเขยี น
หรือพิมพจึงไมม คี วามรูพ อจะออกแบบหลอตวั พิมพภ าษาไทยได ดังน้นั การหลอดงั กลาว
ขา งตนจึงเปนการหลอตวั พมิ พอกั ษรโรมัน มใิ ชเปน การหลอ ตวั พิมพภ าษาไทยครั้งแรกใน
ประเทศไทยแตประการใด
ประการสดุ ทา ย การพิมพในยุคน้ีสรุปไดวา มีจุดมงุ หมายเพือ่ เผยแพรครสิ ต
ศาสนาเทา นั้นมิไดเปน ธรุ กิจ แตการพิมพใชสือ่ ทไี่ มเ หมาะสมแกผูอานและเผยแพรอยูใ น
วงจำกดั จึงไมประสบผลสำเร็จตามเจตนารมณทต่ี งั้ ไวเ ทาท่ีควร
23
Lorem ipsum
การพิมพของไทยยุคหลัง
Printing in Thailand after the era
การพมิ พข องไทยยุคหลัง เร่มิ ตนตงั้ แต พ.ศ. 2378 ซ่งึ ตรงกับ
สมัยพระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา -เจาอยูหัวรัชกาลท่ี 3 เปนตนมา ยคุ
นี้เปน ยุคท่ตี ัวเรียงภาษาไทยเขา มาสเู มอื งไทย ทำใหการพิมพข องไทย
เปล่ียนโฉมหนากาวเขาสูการพิมพแบบใหมอยา งตะวันตก
ผทู ม่ี ีบทบาทสำคัญเกีย่ วกบั การพมิ พแ บบใหมของไทยคอื
หมอแดน บชี บรดั เดลย (Dr. Dan Beach Bradley) หรอื ท่ีเรยี ก
ตดิ ปากคนไทยในสมยั นนั้ วา “ปรดั เล” เปนหมอสอนศาสนาชาว
อเมริกนั ไดน ำแทนพิมพและตวั พิมพภาษาไทยเขา มาจากสิงคโปร
เมื่อ พ.ศ. 2378 (ค.ศ. 1835)
อยา งไรก็ตาม แทนพมิ พแ ละตัวพิมพภาษาไทยท่หี มอบรัด
เลยนำมาน้ี มีประวัตคิ วามเปน มาทีค่ อนขา งสลบั ซับซอ นพิสดารพอ
สมควร กลาวคอื มกี ำเนดิ ในประเทศหนึง่ ท่ีใชพิมพหนงั สอื ไทยเลมแรก
ในอีกประเทศหน่ึง และเมอ่ื นำเขา มาประเทศไทยกไ ดม าจากอีกประเทศ
หนึง่ ท้งั หมดน้ีกินเวลาประมาณ 20 ป กวาจะเดนิ ทางมาถึง
ประเทศไทย (พ.ศ. 2360-2378) ดังจะไดก ลาวตอ ไปนโ้ี ดยลำดับ
24
กำเนดิ ตัวพิมพภ าษาไทย (ตวั เรียง)
Origin of Thai typography (composer)
บคุ คลท่ีสมควรไดรับการยกยองวา เปน ผใู ห โจฮัน กเู ตนเบิรก (Johann Gutenberg)
กำเนดิ ตวั พิมพภาษาไทยคือมชิ ชันนารีอเมริกันสองคน
ชอ่ื นางแอน เฮเซลไทน จตั สัน (Ann Hazeltine
Judson) และ นายยอรจ เอช็ ฮัฟ (George H. Hough)
เรือ่ งราวความเปน มามีดงั นี้
ในป พ.ศ. 2356 (ค.ศ. 1813) มิชชันนารี
อเมรกิ ัน สามีภรรยาคหู นงึ่ สงั กัดคณะ A.B.C.F.M.
สามชี ่ือ ศาสนาจารยอโดนิแรม จัตสัน ภรรยาชอ่ื แอน
เฮเซลไทน จตั สนั ท้งั สองเดินทางมาเผยแพรค ริสต
ศาสนาในพมา แตเ มอ่ื เดินทางมาถึงเมืองกัลกตั ตาเกดิ
ความเล่อื มใสศรัทธาคณะแบปติสต (Baptist) จึงได
ออกจากคณะเดิมเขามาอยูใ นสงั กัดคณะใหมนี้ และ
ดำเนินงานศาสนาในเมอื งยา งกุงประเทศพมา
นางจัตสัน มบี ทบาทสำคญั เกย่ี วกบั ตัวพิมพภาษา
ไทยมาก กลาวคอื นางไดใชเวลาวา งเรียนภาษาไทยจาก
ลูกหลานของคนไทย ซ่ึงถูกกวาดตอนไปเปน เชลย เมอื่
ประมาณ 50 ปก อ น คราวกรุงศรอี ยุธยาเสียแกพ มา
คร้ังหลงั (พ.ศ. 2310) นางจตั สนั มีความสามรถในการ
เรียนรูภาษาไทยไดเ ร็ว ในเวลาเพยี งปเศษนางก็สามารถ
แปลคำสอนของสามีและพระคัมภีรแ มทธิวเปน ภาษา
ไทย และยงั ไดแ ปลชาดกเร่อื งพระยาฉทั ทันตเปนภาษา
อังกฤษอกี ดวย จดหมายฉบบั หนึง่ ทนี่ างเขียนไปถึงเพือ่ น
ท่สี หรัฐอเมรกิ า เมื่อ 30 เมษายน พ.ศ. 2361
(ค.ศ. 1818) มีขอความซึ่งใชเปนหลักฐานอางองิ ไดด งั นี้
25
กำเนิดตัวพมิ พภ าษาไทย (ตัวเรียง) : Origin of Thai typography (composer)
ทสี่ ง มาพรอ มนค้ี ือ คำสอนทางศาสนาเปน ภาษา ขอ ความขางตน นเ้ี ปน การยืนยันวา นางจตั สนั เปน ผทู ี่มี
ไทย ซง่ึ ฉันเพ่ิงลอกเสรจ็ เธอจะไดเ ห็นแบบและลักษณะของ ความรูภาษาไทยในถงึ ขน้ั แตกฉาน มิฉะนน้ั กจ็ ะไมสามารถแปล
การเขียนภาษาไทยไดดี ฉันไดเ รยี นภาษาไทยมากกวาหนงึ่ ภาษาอ่ืนเปน ภาษาไทย หรือแปลภาษาไทยเปนภาษาอังกฤษได
ปคร่งึ และดว ยความชว ยเหลือของครู ฉนั จึงสามารถแปล และความรภู าษาไทยนเ้ี องเธอจงึ ไดร ว มงานสรางตัวพมิ พกบั
คมั ภรี จ ากภาษาพมาและคมั ภรี ข องแมทธิว (Gospel of นายยอรจ เอช็ ฮฟั (George H. Hough) ชางพิมพซ ่ึงสำนักงาน
Matthew) ออกเปน ภาษาไทย และฉนั ยังไดแ ปลหนังสือภาษา ใหญค ณะแบปติสตในสหรัฐอเมริกา สงมาชว ยการเผยแพร
ไทยเลม หนึง่ เปน ภาษาองั กฤษดวย จะสง มาใหเ ธอถามนั ไม ศาสนาที่เมืองยา งกุง เม่ือ พ.ศ. 2359 (ค.ศ. 1816) ฮฟั ไดนำ
หนักมากและไมต องลอกนาน หนังสอื เลมนี้เปน เร่อื งการก แทน พิมพและตัวพมิ พภาษาอังกฤษมาดว ย งานกอต้ังโรง
ลับชาติของพระพุทธเจา เปน พระยาชางใหญ ฉันกลา พิมพและหลอ ตวั พมิ พไดเ รม่ิ ขึน้ ในปร งุ ขนึ้ พ.ศ. 2360
กลา ววา หนังสือเรื่องนี้จะทำใหเธอสนกุ สนานต่นื เตน เปน (ค.ศ. 1819) ณ เมอื งยางกงุ ประเทศพมาน้ีเอง มกี ารหลอ ตัว
อยา งมาก พิมพภาษาตา งๆทใี่ ชใ นแถบนค้ี อื พมา ไทย กระเหรีย่ ง มอญ
ฯลฯ เพอ่ื ประโยชนในการพมิ พเผยแพรคำสอน ทงั้ น้ีโดยนางจตั
สันเปนผูออกแบบตวั อกั ษร เพราะเปน ผมู ีความรูภาษาตา งๆ
เหลาน้นั ดี และนายฮฟั เปน ผูห ลอ ตวั พิมพเพราะเปนผมู ีความรู
ทางชาง ตัวพิมพภาษาไทยจงึ ไดอ ุบตั ขิ ้ึนเปนครง้ั แรก ดงั นั้น
บคุ คลทง้ั สองนจี้ งึ สมควรไดรบั เกียรติในฐานะเปน ผใู หกำเนดิ ตวั
พมิ พภาษาไทย
26
ตวั พิมพภ าษาไทย
เขาสโู รงพิมพค ณะแบปติสตน ครกัลกตั ตา
Thai typography enters the Calcutta Baptist
Board Printing House
ตอ มาประมาณเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2362 (ค.ศ. 1819) กรงุ อังวะผลดั แผนดิน
พระเจา จักกายแมง (Bayigbow) ขึ้นครองราชยแทนพระเจาปะตุง (Bodawpaya)
สถานการณไมนา ไวว างใจ ฮฟั จึงไดตัดสนิ ใจพาครอบครวั กลบั ไปนครกลั กตั ตาพรอมกับ
นำแทน พิมพแ ละตัวพิมพภ าษาตางๆทีส่ รา งข้นึ รวมทั้งตวั พมิ พภาษาไทยไปรวมไวก ับโรง
พิมพของคณะแบปติสต ณ เมอื งเซรัมโปร (Serampore) อนั เปน ท่ตี งั้ สำนักงานใหญข อง
คณะแบปติสตใ นทวปี เอเชีย
อนึง่ ในราวปลายปเ ดียวกนั นั้นเอง (พ.ศ. 2362) คำสอนทางคริสตศาสนาทีน่ าง
จัตสนั ไดแปลไวดังกลาวมาแลว ขางตน นน้ั ก็ถูกสง มาตพี มิ พท ีโ่ รงพมิ พแหง นี้ การพมิ พ
ครง้ั นค้ี ณะสอนศาสนาถอื วา เปนหนงั สือศาสนาคริสเตยี นเลมแรกท่ีพมิ พข ึน้ เปน ภาษา
ไทย
ในป พ.ศ. 2371 (ค.ศ. 1828) โรงพมิ พข องคณะแบปตสิ ต (The Baptist Mission
Press) แหง นไ้ี ดพ มิ พห นงั สอื ไวยากรณไทยชอ่ื A Grammar of the Thai or Siamese
Languagr ขึ้น หนงั สือเลม นี้ ร.อ.เจมส โลว (Capt. James Low) นายทหารอังกฤษรบั
ราชการอยกู บั รฐั บาลอินเดียไดแ ตง ไวเ มอ่ื 6 ปก อน คือ พ.ศ. 2365 เพอื่ ใหคนองั กฤษได
เรยี นภาษาไทย โลวแตงระหวา งทท่ี ำงานอยูท ีเ่ กาะหมาก (ปน ัง) และไดมอบให Asiatic
Socity of Culcutta รบั ไปพิมพ หนังสอื เลมน้ีมใี นหอสมดุ แหง ชาติ เปน หนงั สอื ปกแข็ง
ใหญกวาหนังสอื ขนาดหนา ยกเลก็ นอย มคี วามหนา 102 หนา แบง เปน 3 ตอน ตอนแรก
เปน คำอทุ ศิ และคำนำ 20 หนา ตอนที่ 2 เปนหลักไวยากรณไทย 72 หนา สวนท่ีเหลอื
ตอนท่ี 3 เปนภาคผนวก ขอ ความสวนใหญพิมพเ ปนภาษาอังกฤษ มที เ่ี ปน ภาษาไทยเพยี ง
เล็กนอ ยประมาณรอยละ 20 เทานน้ั แตเ ปนการพมิ พภ าษาไทยที่ใชตวั เรียง หนงั สอื เลม
น้จี งึ นับวาเปนหนังสอื ทพ่ี มิ พดว ยตวั เรียงภาษาไทยเกาแกที่สดุ ทีห่ าไดในปจจุบัน
27
การพิมพต ำราไวยากรณไ ทยเลม น้ี ผูเขียนหลายคนเขียนคลาด
เคลื่อนจากทก่ี ลา วมาแลว ขา งตน บางคนเขยี นวา ร.อ.เจมส โลว เปน
ผสู ั่งหลอ ตวั พมิ พภ าษาไทย บางคนเขียนวา ตัวพิมพภ าษาไทยหลอ จาก
เมืองเบงกอล (Bengal) ทำใหเ กิดความสบั สนและสงสยั จงึ ใคร
วเิ คราะหประเด็นดังกลา วเพ่อื ความเขาใจท่ีถูกตองชดั เจนดงั ตอ ไปนี้
ประเดน็ แรกเรื่อง ร.อ.เจมส โลว สงั่ หลอ ตวั พิมพน น้ั ไมนาจะ
เปน ไปไดเนอื่ งจาก โลวม ไิ ดเปนผจู ดั พมิ พเ ปน เพียงผูเ ขยี น ผูส่ังหลอ ตัว
พมิ พนาจะเปน Asiatic Socity of Culcutta ซ่ึงเปน ผูร ับมอบหมายให
ดำเนนิ การจดั พิมพ แตก ไ็ มมีความจำเปนตองสั่งหลอตัวพมิ พ เพราะ
หนังสอื เลมนี้พิมพที่โรงพมิ พค ณะแบปตสิ ต นครกัลกัตตาในป พ.ศ.
2371 ซึ่งในปด งั กลา วโรงพมิ พน้มี ีตวั พมิ พภาษาไทยอยูแลว คงจำกัน
ไดวา ฮัฟไดน ำมาจากเมืองยา งกุงเม่ือ 9 ปกอนคอื
พ.ศ. 2362 ครัง้ กรงุ อังวะผลัดแผน ดิน และกจิ การพิมพห นงั สอื ไทย
ของโรงพิมพแหง นก้ี ค็ งไมม มี ากมายจนถงึ กบั ทำใหต วั พิมพช ำรดุ ศกึ
หรอไปเสียกอน ในระหวางนัน้ จึงไมมีความจำเปนอันใดทจ่ี ะตองส่งั
หลอ ตวั พมิ พข้นึ อกี
Thai tyตpoัวgพrิมaพphภyาษeาnไtทeยrsเขthาeสโู CรaงlพcมิuพttaคณBaะแpบtiปstตBสิ oตaนrคdรPกrัลinกtัตinตgา House
28
ตัวพมิ พภาษาไทย เขา สูโรงพมิ พคณะแบปติสตน ครกัลกตั ตา
Thai typography enters the Calcutta Baptist Board Printing House
สว นประเด็นทสี่ องทวี่ า ตวั พิมพภ าษาไทยสง่ั หลอ จากเบงกอลน้นั คงจะหมายถงึ
ตัวพมิ พท ฮี่ ัฟหลอจากเมืองยางกงุ และนำมาไวทีโ่ รงพมิ พน ้ีตามทท่ี ราบกันอยแู ลว แต
เน่ืองจากเบงกอลอยูใกลพมา และมชี อื่ เปนทร่ี ูจกั มากกวา อกี ท้งั เคยเปนทห่ี ลอแมแบบตวั
พมิ พภาษาไทยมาดวยเหมอื นกัน ตามบนั ทึกของหมอบรัดเลยความวา
“ทสี่ งิ คโปรใ นเวลาน้ัน มีตัวพมิ พภ าษาไทยเปนตวั โลหะทหี่ ลอ มาจากแมแบบทท่ี ำมาจาก
เมอื งเบงกอล ภายใตค วามควบคุมของ Dr. Marshman” จงึ อาจเปน ทางใหสนั นิษฐาน
วา ผูสั่งหลอตวั พิมพใ นคร้ังนน้ั กค็ งตอ งส่งั จากเบงกอลดวยเชน กัน อนึ่งการหลอ ตวั
พิมพภ าษาไทยของโรงพมิ พคณะแบปติสตนครกลั กตั ตา และการหลอ แมแ บบตวั พิมพ
ภาษาไทยของสิงคโปรน ัน้ แททจ่ี ริงแลวเปนคนละเร่อื ง คนละเวลากัน แตอ าจเขาใจผดิ คดิ
วาเปน เรอ่ื งเดียวกนั ก็เปน ได จงึ ทำใหไ ขวเ ขวไปจากขอเทจ็ จริง
29
ตวั พิมพภ าษาไทย
เขาสูสงิ คโปรและประเทศไทย
Thai characters enter Singapore and Thailand
ในระยะนี้องั กฤษกำลังแผอทิ ธิพลเขาครอบงำและยึดครอง ศาสตราจารยพ เิ ศษขจร สุขพานชิ
ประเทศตางๆในภูมิภาคแทบน้ี และไดส ถาปนาสิงคโปรข้นึ เปน เมือง
ในป พ.ศ. 2364 สิงคโปรกไ็ ดกลายเปน เมอื งทา และศนู ยก ลางการเดิน
เรือของภาคพื้นเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต ความเจรญิ ตางๆก็หลงั่ ไหล
มาสูเมืองสิงคโปรแ ละไดก ลายเปน ศนู ยก ลางการพมิ พหนงั สือไทยใน
ยุคนั้น พวกมชิ ชันนารที ีเ่ ขา มาและเผยแพรคริสตศ าสนาใน
ประเทศไทย ไดส ั่งพิมพคมั ภีรและคำสอนจากสิงคโปรเ ขามาแจกจา ย
แตไ มคอ ยสะดวกน้นั เพราะตองเสยี เวลานานมากกวาเรือจาก
สิงคโปรจ ะเขา กรงุ เทพฯ แตล ะเท่ียวกนิ เวลา 4-6 เดอื น อยางไรกด็ ี
ปญหาอยูท วี่ า ตวั พิมพภ าษาไทยซึ่งหลอข้นึ ครัง้ แรกในยา งกุง และนำ
ไปไวทีก่ ัลกตั ตานน้ั มาสสู ิงคโปรต งั้ แตเม่อื ไรและใครเปนผนู ำมา
เอกสารหลักฐานท่ีจะใชค นควากก็ ระพรอ งกระแพรงไมปะติดปะตอ
กนั จงึ ทำใหย ุงยากแกการลำดับเรอ่ื งราวมากพอสมควร
ศาสตราจารยขจร สุขพานิช นักประวตั ศิ าสตรส ำคญั คนหน่งึ
ของไทย ไดสันนษิ ฐานจากเอกสารและหลักฐานตางๆไวด งั นี้
30
ตวั พิมพภ าษาไทย เขาสสู ิงคโปรแ ละประเทศไทย : Thai characters enter Singapore and Thailand
เมืองสิงคโปร เม่ือรฐั บาลองั กฤษสถาปนาเปน เมอื ง
ใหมขึน้ เม่ือ ค.ศ. 1821 มีพวกมิชชนั นารี คณะ London
Missionary Society สองทา น คอื Robert Bum และ
Thomson ประกอบกจิ กรรมเผยแพรค ริสตศ าสนาอยู
เฉพาะ Robert Bum ทา นเปนผูใ ฝใจศึกษาภาษาตางๆทาง
ภาคน้ี รวมทง้ั ภาษาไทยดวยจงึ ไดส่ังซื้อ “ตัวพมิ พไทย”
รวมกบั Thomson จากโรงพมิ พค ระแบปตสิ ต นครกลั กัต
ตา และกอ ตัง้ โรงพมิ พภาษาตางๆขน้ึ ทเี่ มอื งสิงคโปร เม่ือ
Robert Bum ถงึ แกก รรมตอนปลาย ค.ศ. 1832 โรงพิมพ
น้จี ึงขายแทน พิมพแ ละ “ตัวพมิ พภาษาไทย” ใหแกพ วกมชิ
ชันนารีนิกาย A.B.C.F.M. จงึ ไดม อบแทน พิมพและ
“ตวั พิมพภ าษาไทย” ดังกลา วใหแกหมอแบรดเลย หมอแบ
รดเลยจ ึงนำเขา มายงั กรุงเทพฯ
ศาสตราจารยกำธร สถิรกลุ อาจารยพเิ ศษเก่ยี วกับ
วชิ าหนงั สือและการพมิ พของมหาวทิ ยาลยั ตางๆไดเขียน
บทความเรือ่ ง “การพบประกาศหา มสูบฝนในรัชกาลที่ 3”
มีขอมลู ที่พบใหมน าสนใจดงั น้ี
31
ตัวพิมพภาษาไทย เขาสสู งิ คโปรแ ละประเทศไทย : Thai characters enter Singapore and Thailand
จากหลักฐานท่ี Winship คน ได ไดอางหนงั สอื วนั ที่ 21 กรกฎาคม 2425 จึงไดรับจดหมายจาก
Early Printing in the Stait Settlements 1806-1858 Mr. Winship ลงวันที่ 2 กรกฎาคม พรอ มกับสง ภาพถา ย
(Singapore : National Library) p. 14 วา Samuel ประกาศหามสบู ฝน ของรัชกาลที่ 3 มาให และใหค ำอธิบายเพิ่ม
Milton แหง London Missionary Society ผเู ปนคนแรก เติมวา ประกาศแผน นี้พมิ พหนา เดยี วบนกระดาษ 2 แผน ผนึกติด
ท่ีนำการพิมพมาสสู ิงคโปร ในป 1822 ไดเดินทางไปกลั กัต กันดว ยกาว ขนาดวัดได 781 x 284 มม. และดา นบนมลี ายมือ
ตาในป 1823 เพอื่ ซือ้ อปุ กรณก ารพมิ พเพม่ิ เตมิ มา เขียนไวว า “The King of Siam’s late proclaimation
สงิ คโปร และตามซ้ือตัวพมิ พไทยมาดวยชุดหนง่ึ เปน ตวั against opium May 18 1839 it being the first official
พมิ พช ดุ แรกทีเ่ คยหลอ ขนึ้ มา ตอมาไดม กี ารจัดพมิ พ document ever printed in Siam D.B.B.” อกั ษรยอ ขา งหลัง
หนังสอื จากตัวพมิ พช ดุ นีค้ ือ แนวคำสอนของคณะมชิ ชนั นนั้ คงเปนใครอ่ืนไปไมไ ดน อกจาก Dan Beach Bradley ลายมอื
นารลี อนดอน ในป 1831 จำนวน 6,000 ฉบบั และไดมอบ ที่เขยี นบนหัวเอกสารน้ี จงึ เปนลายมอื ของหมอบรดั เลยเ อง จาก
ใหมชิ ชนั นารี Abeel นำมาแจกในกรุงเทพฯในป 1834 หลกั ฐานทางหอ งสมดุ มหาวิทยาลยั ฮารวารด วา ประกาศหามสบู
ไดพ ิมพคำแปล Gospel of Luke ซึง่ บาทหลวง Guzluff ฝน นี้ พมิ พจ ำนวน 10,700 ฉบบั และพมิ พเ ม่อื 29 เมษายน
แปลเปน ไทยจำนวน 700 ฉบับ เขามาแจกในเมืองไทยดวย 1839 ซงึ่ หลักฐานฝายไทยเราจา งพิมพเพียง 9,000 ฉบับ และ
เชนกัน รายการนม้ี ีปรากฏอยใู นหนงั สอื ของ The ใชเวลาเดือนเศษจงึ พมิ พเ สร็จ ตวั พิมพทใ่ี ชพมิ พประกาศหาม
British and Foreign Bible Society ในลอนดอน ซ่ึง สูบฝนน้ี เปนตัวพมิ พแ บบเดียว ชดุ เดียวกบั ทป่ี รากฎในหนังสือ
หนังสือสองเลม นีค้ งใชตวั พมิ พท่ีซ้อื จากกลักตา ถาจะหา คัมภีรค รรภร ักษา ดงั นั้นท่ีเคยสันนิษฐานวา ตวั พิมพแ บบน้นั เปน
ตน ฉบบั ได ตัวพิมพคงเหมอื นกับทพี่ มิ พใ น “A Gram- ตวั พิมพท่หี ลอ ข้นึ ในเมอื งไทยเปนแบบแรกกไ มถ ูกตอง เพราะ
mar of the T, hai” ในวันท่ี 10 พฤษภาคม 1834 คณะ การหลอ ตวั พมิ พหลอ ไดเ ปน คร้งั แรกในประเทศไทย ใน ค.ศ.
A.B.C.F.M. ไดซ อ้ื กิจการโรงพมิ พข องคณะมชิ ชนั นารี 1841 แตป ระกาศหา มสูบฝน พมิ พในป ค.ศ. 1839 ตวั พมิ พแ บบ
ลอนดอนและทำการขยายกิจการใหก วางขวางขึน้ นจ้ี ึงตองเปน ตัวพิมพที่สัง่ ซื้อมาจากสิงคโปร
32
ตัวพิมพภ าษาไทย เขา สสู งิ คโปรแ ละประเทศไทย : Thai characters enter Singapore and Thailand
เอกสารอกี ชน้ิ หน่ึงทีน่ าสนใจและสมควรนำมาอา งถึงคือ ดร. โจนส มชิ ชนั นารี
บนั ทกึ ของหมอบรดั เลย ลงวนั ที่ 30 มกราคม 1835
มคี วามดังนี้
เย็นวนั ที่ 30 ดร. โจนส (Jones) มชิ ชันนารี
คณะแบปติสตท ่กี รงุ เทพฯ มาปรากฏตัวข้ึนท่บี า น ทำใหแปลกใจ
มาก ดร.โจนสม าสงิ คโปรเพื่อจะมาพิมพคำแปล
พระคมั ภีรก อสเปล ออฟ แมทธวิ (Gospel of Matthew) เปน
ภาษาไทย ท่สี งิ คโปรใ นเวลานน้ั มีตัวพิมพภ าษาไทยเปนตัวโลหะท่ี
หลอจากแมแ บบทีท่ ำมาจากเมืองเบงกอล ภายใตค วามควบคมุ
ของ ดร. มารชแมน (Dr. Marshman) ดร. โจนสไดพ ิมพค ัมภีรด ัง
กลาวจากตัวพิมพไทยนี้ มชิ ชนั นารคี ณะ A.B.C.F.M. ไดซ้อื ตวั
พมิ พภาษาไทยนพ้ี รอ มกบั แทนพิมพไ ม และขา พเจา เปนผนู ำแทน
พิมพแ ละตวั พิมพไทยน้เี ขา มายงั กรงุ เทพฯจากเอกสารทงั้ 3 ชนิ้
น้ี เมอื่ นำมาประมวลกนั เขาและทำการวเิ คราะหแลว ก็พอจะ
สันนิษฐานเปนเร่อื งราวปะตดิ ปะตอกันไดดังน้ี
ผทู ีน่ ำตวั พิมพจากกลั กตั ตาเขาสูส ิงคโปรนา จะฟง ไดว า
แซมมวล มิลตัน (Samuel Milton) เปน ผูนำเขา เม่ือครง้ั เดนิ ทางไป
กัลกตั ตา เพื่อซอ้ื อุปกรณก ารพิมพเพ่มิ เติม เมอ่ื ป ค.ศ. 1823
ทง้ั นต้ี ามรายงานของมลิ ตนั ทม่ี ไี ปยังคณะกรรมการอำนวยการที่
ลอนดอน เม่อื วนั ที่ 10 เมษายน
ค.ศ. 1823 ระบวุ า ไดซอ้ื ตวั พิมพไ ทยมาดวยชดุ หนง่ึ เปนตวั พมิ พ
ชุดแรกท่ีเคยหลอข้ึนมา สว นเบริ น และทอมสัน นา จะเปน ชา งเรียง
และชา งพมิ พม ากกวา โดยเฉพาะเบริ นน้นั มีความรภู าษาไทยจงึ
เปนกำลงั สำคัญในการพิมพภาษาไทย ดว ยเหตนุ ี้เมื่อเบริ น ถึงแก
กรรมในปลายป ค.ศ. 1832 จึงเปน ผลใหต องขยายแทน พมิ พแ ละ
ตวั พมิ พภ าษาไทยใหแ ก Missionary Society จึงทำงานรวมกัน
มาดว ยดีเปนเวลานานถึง 9 ป (ค.ศ. 1823-1832)
33
ตวั พิมพภ าษาไทย เขาสูสงิ คโปรและประเทศไทย : Thai characters enter Singapore and Thailand
ตัวพมิ พภ าษาไทยทมี่ ิชชันนารนี กิ าย A.B.C.F.M. และยงั ไดใชพ ิมพห นังสอื อ่นื ๆอกี เชน หนงั สือคมั ภรี ค รรภ
ซือ้ ไว และมอบใหห มอบรัดเลยนำเขามาดำเนนิ การพมิ พ รักษา เปน ตน ทั้งนจ้ี ะเห็นไดอยา งชัดแจง จากการเปรยี บเทียบ
เผยแพรคำสอนศาสนาในกรงุ เทพฯ เมอื่ ค.ศ. 1835 น้นั ตวั พิมพไ ทยของหนังสือดังกลา วทั้งสามน้ัน คอื ตัวพมิ พทีใ่ ช
เปนคนละชุดกบั ท่ีใชพ มิ พต ำราไวยากรณไทยของ พิมพตำราไวยากรณไ ทย แตกตา งไปจากตวั พิมพทใ่ี ชพมิ พ
ร.อ.เจมส โลว ท่ีนครกัลกัตตา เม่ือ ค.ศ. 1828 ชดุ ทหี่ มอบ ประกาศหา มสบู ฝนและหนังสือคมั ภีรค รรภร ักษา สว นตัวพิมพ
รดั เลยนำมากรงุ เทพฯเปนชุดท่อี อกแบบข้นึ ใหม ไดแม ท่ใี ชพิมพประกาศหา มสบู ฝนเหมอื นกบั ทีใ่ ชพ มิ พห นังสอื คัมภีร
แบบจากเบงกอลและนำเขามาหลอ ในสงิ คโปร และชดุ นี้ ครรภร กั ษา ตัวพมิ พทหี่ มอบรัดเลยใ ชพ มิ พอา นงายกวา แสดง
เองทห่ี มอบรัดเลยใ ชพมิ พประกาศหามสูบฝน เมือ่ 29 วาไดม ีการพฒั นาดีขึ้น
เมษายน ค.ศ. 1839
(หมอบรดั เลยบนั ทึกไวทห่ี ัวประกาศวา “The King of
Siam’s late proclaimation against opium May 18
1839 it being the first official document ever
printed in Siam D.B.B.”)
34
การหลอตัวพมิ พใ นประเทศไทย
Casting of typography in Thailand
ตวั พมิ พภ าษาไทยนั้นออกแบบโดยชาวตา งชาติ และหลอ จากนอกประเทศมิไดเ กดิ
จากน้ำมือของคนไทยหรอื เกิดข้ึนในประเทศไทย ใหคนไทยไดภ าคภูมใิ จเลย แตก ็นบั วา เปน
ความโชคดีของคนไทยทย่ี ังมี “ความเปนเจา ของภาษาและอักษร” ของตนเองไวอวดชาว
โลกถึงอารยธรรมของตนไดอยา งเต็มภาคภมู ิ ท้งั น้ีก็เนอ่ื งดวยจากพระปรชี าสามารถของ
พอ ขุนรามคำแหงมหาราช ในการหลอ ตวั พิมพไทยในประเทศไทยนนั้ เกดิ จากหมอบรดั
เลย ซ่ึงเปนชาวอเมริกนั ในระหวางเวลา 2 ป นบั ตัง้ แตหมอบรดั เลยนำตวั พิมพเขา มา
หมอตระหนกั อยแู กใ จวา ตวั พมิ พไทยนั้นยงั มลี ักษณะไมส วยงาม จึงไดคิดประดษิ ฐแ บบ
ตัวพมิ พขน้ึ ใหมใหน า อา นกวาเดมิ และทำไดสำเร็จใน ค.ศ. 1837 แตใ นช้ันแรกยงั หลอ ตัว
พิมพเองไมไ ด ตอ งสงั่ ชางหลอ เขา มาจากสงิ คโปรเ พือ่ ดำเนนิ การ โดยหวงั วา จะเอาตัว
พิมพชดุ ใหมนใี้ ชแทนตัวพิมพเ ดิมทซ่ี ้ือจากสิงคโปร ซ่ึงบดั นไ้ี ดส ึกหรอไปมากแลว อกี 4
ปตอ มา ในเดือนตลุ าคม พ.ศ. 2384 หมอบรดั เลยก ็สามารถหลอตัวพมิ พไดเ องเปนผล
สำเร็จเปนครงั้ แรก
ตวั พิมพท่ีหลอขึน้ ใหมน ้มี หี ลกั ฐานพอทจี่ ะสนั นษิ ฐานไดว า นำมาใชพิมพภายหลัง
พ.ศ. 2385 กลาวคอื หมอบรัดเลยไดนำตัวพมิ พช ดุ ใหมนท้ี ูลเกลา ฯถวายเจา ฟา มงกฎุ
1 ชุด ในป พ.ศ. 2385 แสดงวา การหลอเพง่ิ จะเสร็จสมบูรณใ ชง านได และอกี ประการ
หน่ึง หนงั สอื ที่พมิ พใ นป ค.ศ. 1842 คอื คัมภรี ค รรภร กั ษาก็ยังคงใชตัวพิมพเ ดมิ ทีน่ ำมา
จากสงิ คโปร
35
ตวั พมิ พท ี่หมอบรดั เลยอ อกแบบน้ีเชื่อวา นาจะมแี บบและ
ขนาดมากกวาชนิดเดยี ว ท้ังนเ้ี พราะหมอบรัดเลยม ีความรูในดา นการ
พมิ พ และคุนกบั ตัวพมิ พภ าษาอังกฤษเปนอยางดี ยอ มมองเห็นวา
การพิมพควรมีตัวพิมพหลายแบบหลายขนาด เพือ่ ใหเ ลือกจดั ไดต าม
ความเหมาะสมจึงจะสวยนา อา น หมอ บรดั เลยค งตระหนกั ดวี า ตวั
พิมพท ีน่ ำมาจากสงิ คโปรน ้ันมขี นาดเดียว ไมม ีตัวเลือก ทำใหก าร
พมิ พขาดคุณสมบัตดิ งั กลา วไป หนาปกหนงั สือคมั ภรี ร ักษา เปน
ตัวอยางท่เี ห็นไดชัดวา ตวั พมิ พภาษาองั กฤษจดั ไดส วยงามกวา ตวั
พิมพอักษรไทย และเนือ่ งจากหมอบรดั เลยเปนผูแ ตกฉานภาษาไทย
การออกแบบจงึ ทำไดไ มย ากนกั สวนแบบตัวพมิ พม ีลกั ษณะขนาดเปน
อยางไร มีกีข่ นาดนั้น หนงั สือหรอื เอกสารที่พิมพจากโรงพิมพ
A.B.C.F.M. Mission Press ภายหลัง พ.ศ. 2385 เปน ตน มา จะเปน
เครอื่ งชีบ้ อก เชน หนงั สือบางกอกรีคอรเดอร (Bangkok
Recorder) ฉบับออกครัง้ แรกเม่ือ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2387 แตเ ปน
ที่นาเสียดายที่บดั นไี้ มมตี น ฉบบั หลงเหลอื อยูเลย สำหรบั หนงั สอื ท่ี
พิมพล า จาก พ.ศ. 2387 มามาก กไ็ มอาจสรปุ วา ตัวพิมพเหลา นัน้ เปน
ตัวพมิ พท ่หี มอบรดั เลยประดษิ ฐข้นึ เพราะอาจจะมผี อู น่ื ประดษิ ฐเ พ่มิ
การหลอ ตวั พมิ พใ นประเทศไทย : Casting of typography in Thailand
36
การหลอตวั พิมพในประเทศไทย : Casting of typography in Thailand
การหลอ ตัวพมิ พข องหมอบรัดเลยนนั้ บางแหง กลาววา สงไปจา งหลอ ทีส่ งิ คโปรน้ันอาจเปนไปได
แตอาศัยเหตุผลแวดลอมหมอบรัดเลยนาจะจา งชา งเขามาดำเนินการมากกวา
ประการแรก
1 การออกแบบแลวสง ไปจางหลอ ยังแดนไกลนั้น ผรู บั จา งหลอไมร จู กั ภาษาไทย หากมปี ญ หาเกิดข้ึนยอ มยาก
ที่จะตัดสนิ ใจแกไ ข อาจไดแมแบบและตัวพมิ พท่ีไมส มบูรณ
ประการท่สี อง
2 หากใชวิธสี งไปจา งหลอดงั กลา วขา งตน กจ็ ะตอ งจางหลออยูตอไปไมม ีจบสิ้น เพราะตัวพมิ พย อมมกี ารสกึ หรอ
และชำรุด ตองสัง่ มาทดแทนอยเู สมอ อกี ท้งั เสียเวลามากกวา จะไดตวั พิมพท ีส่ ่งั อาจทำใหเสยี งานได
ประการสุดทาย
3 ซ่งึ นบั วาสำคัญมากคอื การจางชา งหลอตวั พมิ พเขามาจะทำใหไดเ รียนรทู างเทคนิค และสามารถหลอ ได
เองในโอกาสตอ ไป ผลตอบแทนความสะดวกทีไ่ ดรับนบั วาคุมคาลงทุนดว ย ประการท้ังปวงไมตองยืมจมกู
คนอน่ื หายใจอีกตอไป
37
การหลอ ตัวพมิ พในประเทศไทย
Casting of typography in Thailand
หมอบรดั เลย
ดว ยเหตผุ ลดงั กลา วนี้จึงเชื่อวา หมอบรัดเลยจางชางเขามามากกวา จะสง ไปจางหลอ ในตางประเทศ
อยางไรก็ดี ขอสนั นษิ ฐานนหี้ นักแนนขึ้นเม่ือสอดคลอ งกบั บทความของศาสตราจารยขจร สุขพานชิ ซงึ่ เขยี นไววา
หมอบรัดเลย ไดห ลอตวั พิมพภ าษาไทยชุดใหมขน้ึ ทีข่ างวดั ประยรู วงศ ใน ค.ศ. 1841 ทานพยายามปลกุ ปลำ้ อยู
4 เดอื น จนเมอื่ ไดชา งพิมพช อ่ื วิลเลียม เขามาชว ยจากสงิ คโปร ทานจงึ ทำไดสำเรจ็ ในเดอื นมกราคม
ค.ศ. 1842 ตวั พมิ พภาษาไทยชุดใหมน้ีทา นไดนำไปถวายเจา ฟา มงกุฎทวี่ ัดบวรนิเวศ 1 ชดุ
(พรอมดว ยตัวพมิ พภ าษาอังกฤษหนง่ึ ชุด)
38
การตัง้ โรงพิมพในประเทศไทย
Setting up a printing house in Thailand
การพิมพแ รกมีในประเทศไทยนัน้ เปน ของพวกหมอ
สอนศาสนานิกายตา งๆ จุดมุงหมายการพมิ พค ือ การเผย
แพรค ำสอนเทา น้ัน จึงเปน กจิ การเล็กๆมีเพยี งแทน พิมพไม
ใชแรงคนเพียงแทน เดยี ว โดยเฉพาะในสมัยกอนที่จะมีการ
ประดษิ ฐตัวพิมพ (ตัวเรยี ง) นัน้ ใชพมิ พดวยบลอ็ กไมหรอื
พิมพเ ปน คำไทยดว ยตวั อกั ษรโรมัน ดงั นนั้ การพิมพจงึ
ทำไดชา มผี ลงานนอ ยและอยใู นวงแคบ ไมเปนแกน สารพอ
จะถอื วาเปน การพิมพไ ด
การพมิ พใ นประเทศไทยเริม่ กอ ตวั เปนรปู รางขนึ้ ใน
สมัยพระบาทสมเดจ็ พระน่ังเกลาเจาอยูหัว รัชกาลท่ี 1 หลัง
จากท่หี มอบรัดเลยน ำแทน พิมพพ รอมตัวพมิ พภ าษาไทยเขา
มา เมื่อ พ.ศ. 2378 และเมอื่ หมอบรดั เลยสามารถหลอตวั
พิมพข น้ึ ไดเ องในประเทศไทย ก็ยง่ิ เปน ปจ จยั สง เสรมิ ใหการ
พมิ พขยายตัวเปนปกแผน เร็วยิ่งขึน้ โรงพิมพในระยะแรก
เรม่ิ มีดังน้ี
39
โรงพมิ พต รอกกัปตนั บชุ
Captain Bush Alley Printing House
ตรอกกัปตนั บชุ เปนซอยแยกจากถนนเจรญิ กรงุ และไดรับเพ่มิ เติมมาอกี 2 เครอ่ื ง เครื่องหน่งึ เปนแบบโอดิส
ส่พี ระยารมิ แมน้ำเจาพระยา เปน ที่ต้งั สถานกงสลุ สวนอีกเคร่ืองหนง่ึ เปนแบบสแตนดิง พรอมกระดาษสำหรับ
โปรตุเกส ซง่ึ พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา นภาลยั พมิ พ 100 รีม นำเขา มาโดยเรือใบองั กฤษชื่อ เอมมา มะติลลา
พระราชทานเมื่อ พ.ศ. 2363 คณะมิชชนั นารีท่ีบกุ เบกิ เขา เมื่อ กมุ ภาพันธ 2379 สว นคณะอเมรกิ นั แบปตสิ ตบ อรด มี
มาเผยแพรคริสตศาสนาในกรงุ เทพฯระยะตน ๆ ตอง เครื่องพิมพอยางดี 1 เคร่อื ง พรอมอะไหลสำหรับใชในการ
อาศัยความชว ยเหลือจากกงสุลโปรตเุ กสหลายประการ พิมพ นำเขา โดยศานาจารย อาร. ดี. เดเวนปอรด (R.D. Dav-
ไดอ าศยั ปลูกบา นใกลสถานกงสลุ นี้และไดใ ชเ ปนทตี่ ัง้ โรง enport) เมอ่ื 2 กรกฎาคม 2379 และไดน ำมาต้ังรวมอยใู นโรง
พิมพ ซ่งึ นบั เปนโรงพิมพแหง แรกในประเทศไทย คณะ พิมพเดยี วกนั โดยมีศาสนาจารยเ ดเวนปอรด เปนผูดแู ลทัว่ ไป
มชิ ชันนารี 2 คณะ ดำเนนิ งานรว มกนั คอื คณะ คณะ เอ.บี.ซ.ี เอฟ .เอ็ม. ยายโรงพมิ พออกไปตั้งในบา นเชา ของ
เอ.บ.ี ซ.ี เอฟ.เอ็ม. (American Board of Commission- เจาพระยาพระคลงั ขางวัดประยูรวงศาวาส ประมาณวนั ท่ี
ers for Foreign Missions) ซ่งึ มศี าสนาจารยรอบนิ สนั 30 พฤศจิกายน 2380 ใหช่ือโรงพิมพวา โรงพิมพ
เปน ผพู ิมพ และคณะอเมรกิ ันแบปติสตบ อรด (Ameri- เอ.บ.ี ซ.ี เอฟ.เอ็ม. เปรส (A.B.C.F.M. Press) สวนโรงพมิ พข องคณะ
can Baptist Board) ซึง่ หมอจันทเล (Chandler) เปน ผู อเมรกิ ันแบปตสิ ตบ อรด ตัง้ ชอ่ื วา โรงพิมพม ิชชัน (Mission
พิมพ คณะ เอ.บ.ี ซ.ี เอฟ.เอ็ม. มเี ครือ่ งพิมพอ ยา งเกา ทำ Press) มีแทนพมิ พ 2 แทน ตวั พิมพภ าษาไทย 3 ชุด ภาษาจีน
ดว ยไมแ ละแทน เปนหินอยู 1 เครือ่ ง พรอมตวั พิมพอกั ษร 1 ชดุ ภาษาองั กฤษ 3 ชดุ และยังหลอตวั พมิ พและทำปกดว ย
ไทยบา งเล็กนอ ย ซงึ่ หมอบรัดเลยนำเขา มาจากสิงคโปร
เม่อื 18 กรกฎาคม 2378
40
โรงพมิ พต รอกกัปตันบชุ : Captain Bush Alley Printing House
ผลงานของโรงพิมพนี้ ระยะแรกเปนการศึกษาและทดลองการพมิ พ มชิ ชันนารีรอบนิ สนั
ควบคูไ ปกับการเผยแพรค ริสตศ าสนา มศี าสนาจารยร อบินสันเปนผพู ิมพ
เดเวนปอรดเปนผูช ว ย และหมอบรัดเลยเ ปนผูต รวจการเรยี งพมิ พ งานพมิ พ
ภาษาไทยท่ถี อื วาเปนสงิ่ พมิ พชิน้ แรกท่พี มิ พข น้ึ ในเมืองไทยน้ัน เปนส่ิงพิมพท ี่
ศาสนาจารยรอบนิ สันพมิ พขึน้ เม่ือ 3 มิถุนายน 2379 และนำมาใหหมอบรัด
เลยตรวจ ซ่งึ หมอบรัดเลยช มเชยวา พิมพแยกถอ ยคำถูกตอ งดีมาก อยางไร
ก็ดีไมป รากฏหลักฐานวา สิ่งพิมพนั้นพิมพเรือ่ งอะไร สนั นษิ ฐานวา เปน ใบปลวิ
เผยแพรคำสอนครสิ ตศาสนา
เมื่อ 22 ตลุ าคม 2379 หมอบรัดเลยไ ดบันทกึ เกี่ยวกับการพมิ พ ซ่ึงยัง
ขาดความสนั ทัดชัดเจนไวว า
ไดตกลงกับมชิ ชนั นารีรอบนิ สันท่ีจะใชเ วลาท้ังวนั พมิ พค ำสอนเก่ียวกบั
พระบญั ญัติพรอ มดวยคำชี้แจงและเพลงประกอบ จงึ ปด สถานจายยารกั ษา
โรคและไปหารอบนิ สนั แตร อบนิ สนั แจงวายงั ไมพรอ มท่ีจะพมิ พ ดว ยตัว
พิมพที่เรยี งไวหลดุ ทะลักออกมาสบั สนกันไปหมด มชิ ชันนารีรอบินสนั ยงั ขาด
ความชำนาญ จึงทำใหก ารเรียงพมิ พไมร ัดกมุ เราอยากไดช า งพมิ พแ ทๆ สัก
คนหนึง่ มาทำงานน้ี
ตอมาอีก 3 วนั เมอื่ 25 ตลุ าคม 2379 รอบินสันกพ็ มิ พไดส ำเรจ็
พิมพดวยเคร่อื งพิมพเ คร่ืองใหมข องคณะแบปติสต ซึ่งเดเวนเปอรน ำเขา มา
เมือ่ 2 กรกฎาคม 2379 มเี ดเวนเปอรเปน ผูช ว ย คณุ ภาพการพิมพด กี วา คร้ัง
แรก เมอื่ 3 มิถุนายน 2379 ซง่ึ เครอ่ื งพิมพใหมน้ียังมาไมถงึ แตก ม็ ิไดกอให
เกิดความตื่นเตนสนใจแกคนไทยอยางทค่ี ณะผพู ิมพค าดคิดแตประการใด
41
โรงพมิ พ เอ.บี.ซี.เอฟ.เอม็ . มิชชนั เปรส
A.B.C.F.M. Mission Press
ต้งั อยชู นั้ ลา งบานพักของพวกมชิ ชันนารี ซงึ่ เชา โรงพิมพน ้ีมชี อ่ื วา โรงพิมพคณะ เอ.บี.ซ.ี เอฟ.เอ็ม.
จากเจา พระยาพระคลงั (ภายหลังไดเปน สมเดจ็ เจาพระ (A.B.C.F.M. Mission Press) แตเ นื่องจากโรงพมิ พน ้ีหมอบรัด
ยาบรมมหาประยูรวงศ) อยรู มิ แมน้ำเจา พระยา ตรงรมิ เลยเ ปน หัวแรงสำคัญเกอื บทุกอยาง เชน การสอนการเรยี ง
คลองหนา วดั ประยรู วงศวาส เชงิ สะพานพระพทุ ธยอดฟา พิมพ การจดั หาตน ฉบับภาษาไทยมาปอ นและการออกแบบหลอ
ฝงธนบุรี เปนเรือนไมมงุ ดวยกระเบอื้ งอยา งวัด มี ตวั พิมพภาษาไทยขนึ้ จนทำใหด เู หมือนหมอบรดั เลยเปน เจาของ
ระเบียงรอบ โรงพมิ พ ฉะนน้ั จงึ พูดกันทัว่ ไปวา โรงพิมพหมอบรัดเลย กจิ การ
พมิ พค งจะซบเซาลงเมื่อหมอบรัดเลยเ ดินทางกลบั
โรงพิมพนี้ลงมือดำเนนิ งานภายหลัง สหรัฐอเมริกา ในเดือนกุมภาพันธ พ.ศ. 2370 และลม เลกิ กิจการ
30 พฤศจิกายน 2380 เน่ืองจากวันนีเ้ ปน วนั แรกที่ ไปในทีส่ ุด โดยขายใหแ กห มอบรดั เลยหลังจากท่ีหมอเดนิ ทาง
ศาสนาจารยช าลล โรบนิ สนั มชิ ชนั นารแี ละคณะ กลับมากรุงเทพฯอกี ครง้ั เมื่อ 16 พฤษภาคม 2393
A.B.C.F.M. เพง่ิ จะยา ยเขามาอยู ดังนน้ั การพิมพของโรง
พิมพนี้จะลงมอื กอน 30 พฤศจิกายน 2380 มไิ ด
42
โรงพิมพ เอ.บ.ี ซี.เอฟ.เอ็ม. มิชชนั เปรส : A.B.C.F.M. Mission Press
โรงพมิ พม ีแทนพิมพ 2 เคร่อื ง ตวั พิมพภาษาไทย 2 ชุด ภาษาองั กฤษ 2 ชุด และยงั มโี รงหลอตวั
พมิ พและทำปกอีกดวย
ผลงานทส่ี ำคัญคอื
1 หนงั สือคำถามคำตอบวา เรอ่ื ง Eternal Judgement ปพิมพ พ.ศ. ๒๓๘๑
2 ประกาศหา มสบู ฝน ปพ มิ พ พ.ศ. ๒๓๘๒
3 หนงั สือคมั ภีรครรภร กั ษา ปพมิ พ พ.ศ. ๒๓๘๕
4 ปฏทิ นิ ตามสุรยิ คติ (เปนตนกำเนดิ การพมิ พปฏทิ ินในเมอื งไทย) ปพิมพ พ.ศ. ๒๓๘๕
5 หนงั สอื พมิ พบ างกอก รีคอรดเดอร (ออกคร้งั แรก) รายปกษ ปพ มิ พ พ.ศ. ๒๓๘๗-๒๓๘๘
43
โรงพมิ พห มอบรดั เลย
American Misionary Association
Press
ภายหลังที่หมอบรัดเลยกลับกรงุ เทพฯมาเปน คร้งั ที่สองนน้ั ตอ มาเมือ่ 6 กุมภาพันธ 2394 หมอไดเ ชา ท่ีหลวงปลกู
บา นตรงปากคลองทางหลวง (คลองบางกอกใหญ) ขางพระราชวังเดิมระหวา งวัดโมลโี ลกยก บั ปอมวชิ ัยประสิทธิท์ า ย
พระราชวังเดมิ ตอกัน ปจ จุบนั เปนกรมเสนาธิการทหารเรือ ชวงนตี้ รงกับรัชสมัยพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา เจา อยูหวั
รัชกาลที่ 4 หมอบรดั เลยไ ดซอ้ื กิจการโรงพิมพข องคณะ เอ.บ.ี ซี.เอฟ.เอม็ . มาตดิ ต้ังทีน่ ี่ และตัง้ ชือ่ โรงพมิ พวา American
Misionary Association Press โรงพมิ พน ้ีจึงเปน โรงพิมพข องหมอบรัดเลยโ ดยสมบูรณ
โรงพมิ พห มอบรดั เลย ตพี ิมพห นังสือพมิ พโดยมีหมอบรัดเลยเปนบรรณาธิการเองหลายฉบบั และไดก ลายเปนเอกสารที่
มคี วามสำคัญและมคี ุณคาทางประวตั ศิ าสตรอ ยา งยง่ิ ในปจ จุบัน รายชอ่ื หนงั สอื พมิ พมดี งั น้ี
1. Bangkok Calendar รายป ปพ มิ พ พ.ศ. 2402-2416
2. Bangkok Recorder ออกครงั้ ท่ี 2 เปนภาษาอังกฤษ รายสปั ดาห ปพ ิมพ พ.ศ. 2408-2410
3. จดหมายเหตุ (The Bangkok Recorder ฉบับภาษาไทย) รายปก ษ ปพิมพ พ.ศ. 2408-2410
4. มิวเซยี มหรอื รตั นโกษ รายเดือน ปพมิ พ พ.ศ. 2420-2421
โรงพมิ พหมอบรดั เลยเ ปน โรงพมิ พแ หง แรกท่ีพมิ พว รรณคดีไทย และหนงั สือเรอื่ งตางๆออกจำหนาย ทำใหห นงั สอื
แพรห ลายไปสูป ระชาชนทั่วไป หนงั สอื เร่ืองแรกทม่ี กี ารซ้ือลิขสิทธ์ไิ ปตีพมิ พจ ำหนายกอ นจะมีพระราชบญั ญตั ิลิขสทิ ธ์อิ อก
ใชค อื หนังสอื นริ าศลอนดอน ของหมอมราโชทัย หมอบรดั เลยซ ือ้ ลขิ สทิ ธเ์ิ ปนเงนิ 400 บาท ตพี มิ พเม่อื 6 พฤศจกิ ายน
2404 หนังสือทหี่ มอบรัดเลยพิมพส ว นใหญจ ะเปน หนังสอื จำพวกรอยแกว โดยเฉพาะพงศาวดารจีน เนอื่ งจากสมเดจ็
พระยาบรมมหาศรีสรุ ิยวงศ ซ่งึ สะสมตนฉบับหนังสอื สมดุ ไทยเรื่องตางๆไวมาก และทา นไมป ระสงคใ หแยงเรอื่ งกนั
ระหวาง หมอ บรัดเลยกบั หมอสมิธ จึงแบง ใหห มอบรดั เลยพิมพเร่อื งประเภทรอ ยแกว และหมอสมธิ พิมพประเภทรอย
กรอง พงศาวดารจนี ทห่ี มอบรดั เลยพ ิมพม ีไมนอยกวา 20 เรื่อง เชน
สามกก จำนวน 95 เลม สมุดไทย พิมพเ ปน 4 เลมสมุดฝรั่ง เมอ่ื พ.ศ. 2408
เลียดกก จำนวน 153 เลมสมุดไทย พิมพเปน 5 เลม สมุดฝรัง่ เม่ือ พ.ศ. 2413
ซอ งก๋งั จำนวน 82 เลมสมดุ ไทย พมิ พเ ปน 5 เลม สมดุ ฝร่งั เม่อื พ.ศ. 2422
ไตอ้ังเผา จำนวน 29 เลม สมุดไทย พมิ พเปน 2 เลมสมุดฝรั่ง เม่อื พ.ศ. 2432
ซิเตง็ ชันเจงไช จำนวน 14 เลมสมดุ ไทย พิมพเ ปน 2 เลมสมดุ ฝรั่ง เมอื่ พ.ศ. 2447
หนังสอื ที่หมอบรัดเลยพ ิมพจะทำเปนหนงั สือเลม ใหญหนา เลมเดยี วจบบาง หลายเลมจบบาง และทำเปนปกแข็ง
ถาวร มคี วามประณีตงดงาม แตราคาสงู ประมาณเลมละ 4-5 บาท จำนวนพมิ พประมาณ 200-300 เลม เพราะผทู ีจ่ ะมี
กำลังซอ้ื อานมีจำนวนนอย สวนใหญเ ปน พวกเจา นายและขนุ นางผูมอี ันจะกิน
หมอบรัดเลยถึงแกก รรมเมอ่ื 23 มิถุนายน พ.ศ. 2416 บุตรและภรรยาไดดำเนินกิจการตอ มาระยะหนึง่ ก็เลกิ กจิ การ
ไปเน่อื งจากไมม ีผูจ ัดการ
44
โรงพมิ พห มอสมิธ
Dr. Smith Printing House
โรงพิมพนต้ี ้งั ข้ึนเม่ือ พ.ศ. 2411 ทีต่ ำบลบางคอแหลม เจาของคอื หมอสมธิ ชือ่
เตม็ วา แซมมวล จอหน สมธิ (Samuel John Smith) หมอสมิธเรยี กตัวเองวาครูสมธิ
เน่อื งจากรับสอนหนังสือดว ย ดังนนั้ ช่อื โรงพิมพจงึ ตีพิมพว า โรงพมิ พค รสู มธิ
หมอสมธิ ออกหนังสือเชนเดยี วกับหมอบรัดเลยม ีรายชือ่ ดังนี้
1. Siam Repository (สยาม รโี ปสิโตร)ี ราย ๓ เดอื น ปพิมพ พ.ศ. 2412-2427
2. Siam Weekly Advertiser (สยามวีกลีแอดเวอรไ ดเซอร) รายสปั ดาห ปพ มิ พ
พ.ศ. ๒๔๑๒-๒๔๒๙
3. จดหมายเหตุสยาม เดมิ ออกรายเดือนแลวเลอื่ นมาเปนรายปกษและรายสัปดาหใ น
ทีส่ ุด ปพ มิ พ พ.ศ. 2425-2427
สำหรบั หนังสอื เร่อื งนั้น โรงพมิ พห มอสมธิ พมิ พหนงั สอื ประเภทรอยกรอง หรอื
หนังสือประโลมโลกจำพวกจักรๆวงศๆ เพอ่ื เลี่ยงมิใหซ้ำซอนกับหมอบรดั เลย ซ่ึงพมิ พ
จำพวกรอยแกวดงั ไดกลาวมาแลว หนังสอื ที่ทำกำไรใหแ กห มอสมิธอยา งมาก จน
สามารถสรางตกึ ไดหลังหนึ่งในบรเิ วณโรงพิมพค ือ หนงั สือเรื่องพระอภยั มณีของสนุ ทร
ภู หมอสมิธไดนำมาแบง ตีพิมพเปนตอนๆทำเปนหนังสือปกออ น ขนาด 16 หนายก หนา
ประมาณ 2-3 ยก หรอื 40-48 หนา ขายในราคาเลมละ 1 สลึง ปรากฏวา ขายดเี ปนทีน่ ิยม
อา นกนั ในสมัยนัน้ นอกจากน้ีมหี นงั สอื เร่ืองอนื่ ๆอีกเปน จำนวนมาก เชน คาวี อุณรุท จนั
ทะโครบ ลกั ษณวงษ อิเหนา รามเกยี รต์ิ สังขทอง สุภาษติ พระรว ง นิราศเดือน นริ าศ
พระแทนดงรัง นิราศเมืองแกลง เปนตน หนงั สือทเ่ี ปนรอยแกวก็มเี ชน จดหมายเหตุฝรั่ง
ครง้ั กรงุ เกา กฎหมายลักษณทาส ปถม ก.กาไทย ราชทูตสยามไปกรงุ ฝรง่ั เศส เปน ตน
หมอสมิธมีรา นทรี่ ับหนังสือไปจำหนา ยอยูหลายแหง เชน ตึกแมแพทเ่ี สาชงิ ชา
หางนายย้ิมวัดเกาะ นายสนิ อยรู มิ สำเพง็ แพนายเทพตรงปากคลองบางหลวง รา นเหลา
นีอ้ ยใู นกรุงเทพฯ และทอี่ ยูต า งจังหวัดก็มี คอื ตึกนายเทียนเหลียงอยกู ลางตลาดเมือง
จันทบรุ ี
45
โรงพมิ พว ดั บวรนเิ วศวหิ าร
Printing House of Wat Bowon
Niwet Vihara
เจา ฟามงกฎุ เมื่อครง้ั ทรงผนวชอยูทีว่ ัดบวรนิเวศวหิ าร ทรงเลง็
เห็นประโยชนของการพมิ พจ ากการทพี่ วกมิชชนั นารนี ำมาใชเ ปนเคร่ือง
มือเผยแพรศาสนา จงึ ทรงดำรจิ ะนำการพิมพม าใชเผยแพรศ าสนาบาง
โปรดฯใหส ั่งเคร่ืองพิมพมาตัง้ ที่วดั บวรนิเวศวหิ ารและใหแกะตัวพมิ พ
เปน อกั ษรอริยกะ (มคธ) ใชพิมพหนังสอื สอนศาสนา เชน พระปาฏิ
โมกขบาง หนังสอื สวดมนตบ า ง พระสงฆในวัดเปนผพู มิ พ ทำหนา ท่ที กุ
อยา งในการพิมพ เชน การเรยี ง การพิมพ และการทำเลม โรงพิมพว ดั
บวรนเิ วศวหิ ารจัดตง้ั ขึน้ เมอ่ื ใดไมป รากฏแนชัด แตมหี ลักฐานพระราช
หตั ถเลขาของเจาฟา มงกุฎ 2 ฉบับ ถงึ พระสหายทีน่ ิวยอรก ชอ่ื นายและ
นางเอด็ ดี (Mr. & Mrs. Eddy) ทรงติดตอสง่ั ซ้อื เครอื่ งพิมพห นิ
(Lithographic Press) จากสหรัฐอเมริกาจำนวน 1 เครื่อง เมอ่ื 18
พฤศจิกายน 2392 และ 29 ธันวาคม ปเดียวกัน แสดงใหเ ห็นถึงความ
สนพระทยั ในการพมิ พหินมาก และทรงรอ นพระทยั ใครไดแทนพมิ พหนิ
มาใชงานเพ่ิมเติม หรอื แทนแทน พิมพท่ีใชอ ยเู ดมิ ดงั นั้นจึงสนั นษิ ฐานได
วา โรงพิมพวัดบวรนิเวศวหิ ารตั้งกอ น พ.ศ. 2392 และเปน โรงพิมพ
แหงแรกที่ต้ังโดยคนไทย โรงพมิ พมเี ครื่องพมิ พ 1 แทน ตัวพมิ พภาษา
ไทย 1 ชุด ภาษาบาลี (อริยกะ) 2 ชดุ และ ภาษาอังกฤษ 2 ชุด
46
โรงพมิ พอักษรพมิ พการ
Printing company
เจา ฟามงกุฎไดครองราชยเปนพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา เจาอยหู วั เมอ่ื
13 เมษายน 2395 กย็ ังคงสนพระทยั และยงั ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการพมิ พอ ยู
เชนเดมิ พระองคไดท รงตั้งโรงพมิ พหลวงขน้ึ ในพระบรมมหาราชวัง ณ บรเิ วณสวน
ศวิ าลยั ขนานนามวาโรงพมิ พอ กั ษรพมิ พการ เปนตึกสองชั้นตงั้ อยตู รงพระท่ีนัง่
ภาณุมาศจำรญู บดั นี้ มีพระเจา นอ งยาเธอกรมหม่นื ภูบาลบรริ ักษและพระราชวรวงศเ ธอ
กรมหม่ืนภบู ดรี าชหฤทัยเปนผอู ำนวยการ ขนุ สารประเสรฐิ ขุนมหาสทิ ธโิ วหาร ขนุ สุนทร
โวหารและขุนปฏภิ าณพิจิตรเปน อาลักษณ ขุนอักษรพิมพการเปน เจา กรม และหมนื่
วิจารณวณั มาลา ปลดั กรมเปน อาลักษณช างพิมพ นอกจากน้ยี งั มพี ระสงฆท้ังทเี่ ปน พระ
ราชาคณะและเปรยี ญมาทำงานเปนอาลักษณช างพิมพอ ีกดวย ไมปรากฏชดั วา ต้ังขน้ึ ใน
ปใ ด แตต อ งตั้งระหวางป พ.ศ. 2395-2401 เนอ่ื งจากโรงพิมพน ีท้ รงต้งั ขน้ึ เมื่อเสดจ็ ขน้ึ
ครองราชยแลว (พ.ศ. 2394) และโรงพมิ พนีไ้ ดผ ลติ งานชิน้ แรกออกมาคอื ราชกิจจานุ
เบกษา เมือ่ ป พ.ศ. 2401
โรงพิมพอ ักษรพิมพการตีพิมพห นังสือราชการตางๆทีส่ ำคัญมชี ือ่ ดงั น้ี
ราชกิจจานุเบกษา ออกฉบบั แรกเมื่อ 15 มนี าคม พ.ศ. 2401 ชื่อน้ีเปนภาษา
สันสกฤต แปลวาหนงั สือเปนที่เพง ดรู าชกิจ มีตรารูปพระมหามงกฎุ และฉตั รกระหนาบ
สองขา งดวงใหญต ใี นเสนดำ วัตถุประสงคก ารออกคือ เพ่อื แจงขาวราชการและจดหมาย
ตา งๆ แกประชาชนใหทราบกันโดยท่วั ถึงและถูกตอ ง
หนังสือพิมพว ชิรญาณ ฉบบั แรกออกเมื่อวนั ศุกร แรมหนง่ึ ค่ำ เดอื นหา ปวอก
เบญจศก (พ.ศ. ๒๔๒๗) กำหนดออกเดอื นละ 2 ครั้ง คอื วันข้ึน 1 ค่ำ และวันแรม 1 ค่ำ
ตพี ิมพเรือ่ งแตง และเรอ่ื งแปลเบ็ดเตลด็ ใหมๆ รวมทัง้ เรือ่ งเกาทยี่ งั ไมเคยตีพิมพม ากอ น
นอกจากน้ีไดรบั จางพิมพเอกสารจากหนว ยงานตางๆเชน กรมรถไฟหลวง กรม
ไปรษณีย กรมโทรเลข กรมราชโลหะกิจและกระทรวงธรรมการ เปน ตน
47
โรงพิมพยานสำเพ็ง
Printing house in Sampeng district
ในสมยั รัชกาลพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา เจา สุภาษิตคำสอน เรอื่ งท่พี มิ พไดแกเร่ือง สวสั ดิรักษา
อยหู ัว การพมิ พหนังสือไทยเจริญขึ้นมากและแพรหลายโดย บญั ญัติพระรว ง ภาลสี อนนอง เปน ตน
รวดเรว็ มโี รงพมิ พใ หมๆ ต้ังข้ึนหลายโรง สวนใหญต ง้ั อยใู น
ยา นสำเพง็ เชน โรงพมิ พราษฎรเ จริญ ซึ่งรูจกั กนั ในหมนู ัก ตำรา เร่อื งที่พมิ พไ ดแ กเ ร่อื ง ตำราทำนายฝน
อา นยคุ นั้นวา โรงพมิ พวดั เกาะ ต้งั อยรู ิมถนนสำเพง็ ขา งวัด มูลบทบรรพกิจ ประถม ก.กา แจกลกู เปนตน
เกาะ หรือวัดสัมพันธวงศ โรงพมิ พน ายเทพ ตั้งอยูปากคลอง
ตลาด โรงพมิ พท ้งั สองน้ีรบั ชว งกิจการบางสวนจากโรง เบ็ดเตลด็ เรอ่ื งทีพ่ มิ พไ ดแกเ รื่อง เพลงเรอื
พิมพห มอสมิธ ซ่งึ ถูกศาลกงสลุ อังกฤษส่งั หา มมิใหพมิ พ แหลทศกัณฑส งมณโฑ เปน ตน
หนงั สือจำหนา ย ต้ังขน้ึ ในราวป พ.ศ. 2433 หนงั สือทพ่ี ิมพม ี
หลายประเภทดงั ตอไปนี้ ปจจุบนั ในประเทศไทยมโี รงพมิ พตง้ั ขน้ึ ใหมเปน จำนวน
มากมายทง้ั ในกรุงเทพมหานครและตา งจังหวดั ติดตัง้
พงศาวดารจีน เรื่องทพี่ มิ พไ ดแ กเรื่อง เมง เฉยี ว ชิ เครอ่ื งพิมพแ ละอปุ กรณทที่ ันสมัย โรงพิมพใหญท ท่ี นั สมัยท่ี
เตงชนั เจงไช เปน ตน พิมพหนงั สอื ตำรา แบบเรียน และส่ิงพมิ พ ไดแก โรงพมิ พ
ครุ สุ ภาลาดพราว โรงพิมพไทยวัฒนาพานิชหนา สนามกีฬา
วรรณคดชี น้ั ครู เรือ่ งทพ่ี ิมพไ ดแ กเ รือ่ ง พระอภัย แหงชาติ ทพี่ ิมพหนังสือพิมพร ายวันไดแ ก โรงพมิ พไทยรัฐ
มณี อเิ หนา ขุนชา งขุนแผน รามเกียรติ์ สังขทอง เปนตน ของบรษิ ัทวัชรพล จำกัด และโรงพมิ พเดลนิ วิ สของบรษิ ทั
ส่ีพระยาจำกัด ทัง้ สองนีต้ ั้งอยบู นถนนวภิ าวดรี ังสิต และท่ี
หนังสอื พทุ ธศาสนา เร่ืองทพี่ มิ พไดแกเร่ือง พิมพเ ก่ยี วกบั บรรจุภัณฑค อื หีบหอ กลอง ซอง สำหรับ
พระพุทธเจา 5 พระองค มหาเวสสันดรชาดก สวดมนตเ จด็ บรรจสุ ินคา ไดแ ก โรงพมิ พน ยิ มชางบรรจภุ ณั ฑ เปนตน
ตำนาน ทำวัตรเชาคำ่ เปนตน
48
ประวตั กิ ารพิมพ
ของโลกและประเทศไทย
การพมิ พเปนสว นหนึ่งของ ชีวิตประจำวัน ในหนังสือเลม นี้ จะพาทา นผอู านไปพบกบั
ประวตั กิ ารพิมพ ตง้ั แตจดุ เร่ิมตนจนถึงปจ จุบนั
จัดทำโดย น.ส. รงุ ทวิ า. บญุ ฤทธิ์