ปงบประมาณ พ.ศ. 2564
KM
ก า ร จั ด ก า ร
อ ง ค์ ค ว า ม รู้
สาํ นักงานพัฒนาชุ มชนอําเภอบางกรวย
จังหวัดนนทบุ รี
แบบบันทึกองค์ความรู้รายบุคคล
1. ช่ือองค์ความรู้ การพัฒนาทีมงาน สานักงานพฒั นาชมุ ชนอาเภอ
2. ชอื่ เจ้าของความรู้ นางสาวสรุ าพร ดวงเนตร
ตาแหนง่ รกั ษาราชการแทนพัฒนาการอาเภอบางกรวย สังกดั สานักงานพัฒนา
ชุมชนอาเภอบางกรวย
3. ทีม่ าและความสาคัญในการจดั ทาองค์ความรู้
ที่มา
การทางานเป็นทีม หมายถึง การร่วมกันทางานของสมาชิกท่ีมากกว่า 1 คน โดยท่ีสมาชิกทุกคนน้ัน
จะต้องมีเป้าหมาย เดียวกันจะทาอะไรแล้วทุกคนต้องยอมรับร่วมกัน มีการวางแผนการทางานร่วมกัน การทางาน
เป็นทีมมีความสาคัญในทุกองค์กร การทางานเป็นทีมเป็นส่ิงจาเป็นสาหรับการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ของการบริหารงานการทางานเป็นทีม มบี ทบาทสาคญั ทจ่ี ะนาไปสู่ความสาเรจ็ ของงานทีต่ ้องอาศัยความร่วมมือ
ของกลมุ่ สมาชิกเปน็ อยา่ งดี
ความสาคัญในการจัดทาองคค์ วามรู้
การปฏิบัติงานพัฒนาชุมชน มีความจาเป็นต้องมีการสร้างทีมงานที่เข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพ
เนื่องจากการเปล่ียนแปลงของพัฒนาการอาเภอ และการโยกย้ายของบุคลากรในสังกัด การทางานเป็นทีม ที่มี
ประสิทธิภาพจะส่งผล ให้งานมีการเติบโตและพัฒนาก้าวหน้า โดยทีมงานจะช่วยสร้างระบบทางานที่ดี มีประสิทธภิ าพ
ให้เกิดท่ัวท้ังองค์กร โดยทุกคนในทีมจะต้องทุ่มความคิด ทุ่มแรงกาย เพ่ืองาน เพื่อความสาเร็จของงาน องค์กร
สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยความรวดเร็ว และเกิดประสิทธิผล เพื่อพัฒนาศักยภาพให้สามารถสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่
ทั้งในด้านวิชาการ การเงิน และการบริการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถปฏิบัติงาน ได้สาเร็จตามภารกิจ
และทันต่อสถานการณ์ ท่ีเปล่ียนแปลงตลอดเวลา และเป็นไปตามนโยบายของผู้บรหิ าร โดยนาปัจจัยเกี่ยวข้อง
ที่สาคัญ ได้แก่ องค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ ท่ีเปล่ียนแปลงไป ขั้นตอนระยะเวลาการปฏิบัติงาน การควบคุม
ค่าใช้จ่าย และปัจจัยเร่ืองประสิทธิภาพและประสิทธิผล มาประกอบการออกแบบ กระบวนงานท่ีสร้างคุณค่า
เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและปรับปรุงกระบวนการอย่างต่อเนื่อง และเพ่ือให้สอดคล้องกับ
ยทุ ธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน พ.ศ. 2560 – 2564 ยุทธศาสตร์ท่ี 5 เสริมสร้างองคก์ รให้มีขดี สมรรถนะสูง
4. กระบวนการลาดับข้นั ตอน
การสร้างพลังการพัฒนาทีมงานของสานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอ สู่การเป็นทีมงานที่สามารถ
ดาเนนิ การไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพประสิทธผิ ล ได้กาหนดแนวทางการขับเคล่ือนการพฒั นาทมี งาน และ
กาหนดการใช้เคร่อื งมือทางการบริหาร และมีแนวทางการดาเนินงาน ดงั น้ี
1) ขั้นเตรยี มการ
1.1 จัดทาคาสั่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนผู้ประสานงานตาบล และมอบหมายงานในหน้าที่
ความรับผิดชอบของสานักงานพฒั นาชุมชนอาเภอ
1.2 จัดประชมุ เจ้าหน้าท่ีพัฒนาชมุ ชน
1.3 ร่วมวิเคราะห์ ทรัพยากรและความสามารถภายในองค์กร
1.4 รว่ มกาหนดแผนปฏบิ ตั ิการ
1.5 มอบหมายภารกจิ ตามคาสัง่ และแผนปฏบิ ตั ิการ
2) ขนั้ ดาเนินการ
2.1 การพฒั นาทกั ษะบคุ ลากร การสอนแนะงาน
2.2 การสรา้ งขวัญกาลงั ใจบุคลากร
2.3 การพัฒนาด้านสุขภาพบุคลากร
2.4 การพัฒนาด้านคุณธรรม จริยธรรม ของบุคลากร
2.5 การสร้างบรรยากาศในการทางานเป็นทีม
/3) ขน้ั หลังดาเนินการ…
3) ขัน้ หลังดาเนนิ การ
3.1 สรุปผลการดาเนินงาน
3.2 เชดิ ชูเกยี รติ
3.3 ถอดบทเรียนการดาเนินงาน
3.4 เผยแพร่ผลการดาเนนิ งาน
3.5 ถา่ ยทอดผลการดาเนินงานใหผ้ ู้ท่ีเกย่ี วข้อง
5. เทคนิคในการปฏิบตั ิงาน
หัวใจสาคัญของการทางานระบบทีม ควรมีเป้าหมายเดียวกัน มุ่งมั่น ร่วมแรงร่วมใจบรรลุเป้าหมาย
ให้ได้ ควรมีระบบการทางานที่ชดั เจน ทุกคนรหู้ น้าท่ี ปฏบิ ัติภารกจิ ใหด้ ีท่ีสดุ สามัคคี ให้ความร่วมมอื ช่วยเหลือ
เก้ือกูล ผลักดันกันและกัน ชื่นชมความสาเร็จร่วมกัน ร่วมภาคภูมิใจด้วยกัน ในการน้ี ได้นาเทคนิค A B C D E
F S & P เข้ามาในการดาเนินการพัฒนาทีมงาน และได้นาเทคนิค PDCA มาประยุกต์ใช้ เพื่อนาการวางแผน
ลดความสบั สนในการทางาน ลดการใชท้ รพั ยากรมากหรือน้อยเกินความพอดี ลดความสญู เสยี ในรูปแบบต่าง ๆ
การทางานทมี่ ีการตรวจสอบเป็นระยะ ทาให้การปฏิบตั งิ านมคี วามรอบคอบมากย่ิงขึ้น และแก้ไขปญั หาได้อย่าง
ตรงจุดและรวดเร็ว การตรวจสอบท่ีนาไปสู่การแก้ไขปรับปรุง ทาให้ปัญหาไม่เกิดซ้า หรือลดความรุนแรง
ของปญั หา การนาวงจร PDCA ไปใช้อย่างมีประสิทธภิ าพในการทางาน คอื
Plan : หวั หนา้ งานกาหนดแผนงานรว่ มกบั พนักงานทุกระดบั
Do : เจา้ หนา้ ทน่ี าไปปฏบิ ัตติ ามแผนงานโดยไดร้ บั ความชว่ ยเหลอื จากหวั หน้างาน
Check : ตรวจสอบเพื่อค้นหาปัญหาขา้ งเคยี งและวิธแี กไ้ ขท่ีเหมาะสมที่สดุ
Act : กาหนดวธิ แี ก้ไขเปน็ มาตรฐานเพ่อื ให้เจ้าหนา้ ทนี่ าไปปฏิบัติไดส้ ะดวก
พัฒนาทกั ษะ หัวหนา้ ทีม สมาชิกทีม ทีมดี
สร้างขวัญกาลงั ใจ มีความสุข
สุขภาพ อนามัย การสอนงาน
สภาพแวดล้อม Tame
คุณธรรม จรยิ ธรรม - การให้ความรู้ Work
- การให้วิธีการปฏิบัติงาน
- กระตุ้นให้คดิ ด้วยตนเอง
- การให้คาปรกึ ษา
6. ประโยชนอ์ งค์ความรู้
องค์กรท่ีดีนั้นย่อมไม่หยุดพัฒนา และหากระบบการทางานท่ีดีทาให้องค์กรสาเร็จแล้ว เจ้าหน้าท่ี
ในองค์กรทุกคนย่อมอยากที่จะพัฒนาตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่จะให้บรรลุผลสาเร็จต่อไป น่ันทาให้องค์กร
จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เจ้าหน้าท่ีทุกคนมุ่งม่ันท่ีจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ องค์กรก็จะเติบโตไปเรื่อยๆ
อย่างยอดเยี่ยม และก่อเกิดประโยชน์ คือ สร้างกาลังใจในการทางานให้กับสมาชิกตลอดจนสานักงานพัฒนา
ชุมชน สร้างความม่ันคงในอาชีพ สร้างระบบการทางานท่ีดี สร้างความสัมพันธ์ท่ีดีของการทางานและสมาชิก
ในทมี และให้องคก์ รและบุคลากรเกิดการพัฒนาตลอดเวลา
แบบบันทึกองค์ความร้รู ายบุคคล
1.ชื่อองค์ความรู้ การขบั เคล่ือนกิจกรรมหมูบ่ ้านเศรษฐกจิ พอเพียงสู่ความย่ังยืน
2.ช่อื เจ้าขององค์ความรู้ นายสมานชัย นัดดา เจา้ พนักงานพฒั นาชุมชนชานาญงาน
สานกั งานพัฒนาชมุ ชนอาเภอบางกรวย
3.ท่ีมาและความสาคัญในการจดั ทาองค์ความรู้
ตามทก่ี รมการพฒั นาชมุ ชน ไดน้ อ้ มนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง มาปรบั ใชใ้ นการสง่ เสริมการดาเนิน
ชวี ิต ทั้งในระดับบุคคล ระดบั ครอบครัว และระดบั หม่บู ้าน ท่วั ประเทศ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ และสนับสนุนหมูบ่ า้ นท่มี ี
ความพร้อมพัฒนาเป็นหมบู่ ้านเศรษฐกิจพอเพยี งตน้ แบบ ตงั้ แต่ปี ๒๕๕๒ โดยมีหลกั การให้หมูบ่ า้ นและชุมชนสามารถ
บริหารจดั การตนเองตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ให้เปน็ หมบู่ า้ น“อยู่เย็น เป็นสุข” ตามยทุ ธศาสตรข์ อง
กรมการพฒั นาชมุ ชน เมื่อดาเนินการแลว้ เปน็ หม่บู ้านและชมุ ชน ๓ ไม่ ๒ มี (ไม่มียาเสพตดิ ไม่มีคนยากจน ไม่มีหนี้
นอกระบบ มสี วสั ดิการชุมชน และ มีการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยใช้ดว้ ยเกณฑป์ ระเมนิ
๖ ด้าน ๑๒ ตัวชวี้ ดั ตัวชี้วดั การประเมินหม่บู ้านเศรษฐกจิ พอเพยี ง ของกระทรวงมหาดไทย 4 ดา้ น 23 ตัวชว้ี ดั ดชั นี
ชีว้ ดั ความ “อยู่เย็น เป็นสขุ ” หรอื ความสุขมวลรวมของหมู่ บา้ น/ชมุ ชน (Gross Village Happiness : GVH )
6 องคป์ ระกอบ 22 ตวั ช้ีวดั เปน็ เครือ่ งมอื ในการพฒั นาขบั เคลอ่ื นหมูบ่ ้านเศรษฐกิจพอเพียง
4. กลยุทธ์ วิธีการ เครอื่ งมือในการขับเคลอื น
เครื่องมือในการขับเคลอื่ นหมู่บา้ นเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๑) แผนชุมชนเป็นเครือ่ งมือของชมุ ชนในการบริหารจัดการชุมชน และแกไ้ ขปัญหาชมุ ชน
๒) เกณฑป์ ระเมิน ๖ ดา้ น ๑๒ ตวั ช้ีวดั
๓) ตวั ช้วี ดั การประเมนิ หมูบ่ ้านเศรษฐกจิ พอเพียง ของกระทรวงมหาดไทย 4 ดา้ น 23 ตัวชี้วดั
๔) ช้ีวัดความ “อยู่เย็น เป็นสุข” หรอื ความสุขมวลรวมของหมู่บ้าน/ชุมชน (Gross Village
Happiness : GVH )
กลไกการขับเคลอื่ น
ใช้ศนู ย์อานวยการปฏบิ ตั ิการขจัดความยากจนและพฒั นาชนบทตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) เป็น
ศนู ยก์ ลางดาเนินงานโดยมคี ณะกรรมการอานวยการขบั เคลื่อนปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งเปน็ องค์กรขบั เคล่อื นในแต่
ละระดบั ดงั น้ี
ระดบั จงั หวดั : คณะกรรมการขับเคลือ่ นหมบู่ า้ นเศรษฐกิจพอเพยี งจังหวัด โดยมผี ้วู า่ ราชการจงั หวดั เป็น
ประธานอานวยการ หวั หนา้ ส่วนราชการต่าง ๆ ระดับจงั หวัดเปน็ คณะทางาน และมีพฒั นาการจงั หวัดเป็นคณะทางาน
และเลขานุการ
ระดับอาเภอ : คณะกรรมการขบั เคลือ่ นหมบู่ า้ นเศรษฐกจิ พอเพียงอาเภอ โดยมนี ายอาเภอเป็นประธาน
อานวยการ หวั หน้าส่วนราชการต่าง ๆ ระดับอาเภอเป็นคณะทางาน และมีพฒั นาการอาเภอเปน็ คณะทางานและ
เลขานกุ าร
ระดับตาบล : คณะกรรมการขบั เคลอื่ นหมบู่ ้านเศรษฐกจิ พอเพียงตาบล และ ชดุ ปฏบิ ตั ิการขบั เคลอ่ื นหมูบ่ ้าน
เศรษฐกจิ พอเพยี งตาบล โดยมปี ลัดอาเภอผปู้ ระสานงานตาบลเป็นหวั หนา้ คณะทางาน ข้าราชการของสว่ นราชการ
ตา่ งๆ ที่ได้รับมอบหมายระดบั ตาบล กานนั ผใู้ หญ่บา้ น ในพ้ืนท่ี เปน็ คณะทางาน และมีพัฒนากรผูป้ ระสานงานตาบล
เป็นคณะทางานและเลขานุการ
ระดบั หมู่บา้ น : คณะกรรมการขบั เคล่ือนหมบู่ ้านเศรษฐกิจพอเพียงหม่บู ้าน และ แกนนาการขับเคลื่อน
หมูบ่ ้านเศรษฐกิจพอเพียงหมู่บา้ น โดยมีผใู้ หญ่บ้านเปน็ หัวหน้าคณะทางาน กรรมการหมู่บา้ น ผู้นา อช. ส.อบต. สตรี
หวั หน้าคมุ้ ประธานกองทนุ หม่บู ้าน และมี อช. เป็นคณะทางานและเลขานุการ
5. กระบวนการลาดบั ข้ันตอน
เพอ่ื ให้การพัฒนาหมบู่ า้ นและชมุ ชนสามารถบรหิ ารจดั การตนเองตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ให้
เป็นหม่บู า้ น “อยเู่ ยน็ เปน็ สุข” โดยในปี 2562 กรมการพฒั นาชมุ ชนมีแนวทางในการสง่ เสริมหมบู่ ้านเศรษฐกิจ
พอเพียงที่ผ่านการเป็นหมู่บ้านสัมมาชีพชุมชนต้องได้รบั การขับเคล่อื นเปน็ หมบู่ ้านเศรษฐกจิ พอเพียง มีแนวทาง
ขน้ั ตอนการดาเนินงาน ดังนี้
ข้ันตอนที่ ๑ ตรวจสอบขอ้ มลู การเปน็ หมบู่ า้ นสมั มาชพี ชมุ ชนและการเป็นหมบู่ ้านเศรษฐกจิ พอเพียงในพน้ื ที่
รับผดิ ชอบ และ
ขน้ั ตอนท่ี ๒ จัดประชมุ เชิงปฏบิ ัติการเจ้าหนา้ ท่/ี ภาคเี ครอื ขา่ ยเพื่อปรับทัศนคติและสร้างความรู้ ความเข้าใจ
การดาเนินงานหมบู่ ้านเศรษฐกจิ พอเพียงทกุ ระดบั สร้างวทิ ยากรกระบวนการ
ขั้นตอนที่ ๓ ดาเนนิ การจดั เวทีประชาคมหมบู่ ้านเปา้ หมายทผี่ า่ นการเป็นหมู่บา้ นสัมมาชีพชุมชนแลว้ และยัง
ไม่ได้รบั การพัฒนาเปน็ หมู่บา้ นเศรษฐกิจพอเพียง เพอื่ คัดเลือกแกนนาชมุ ชมท่ีมีความพร้อม มภี าวะผนู้ า พรอ้ มเรยี นรู้
และคัดเลือกครวั เรือนเปา้ หมายหรือครวั เรอื นตน้ แบบพร้อมท่ีจะรับการฝึกอบรม เรยี นรู้หลักปรชั ญาเศรษฐกิจ
พอเพยี ง น้อมนาหลักหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งประยุกตใ์ ช้ในชีวิตประจาวัน
ขน้ั ตอนท่ี ๔ ดาเนินการฝึกอบรมแกแ่ กนนาชมุ ชม ใหค้ วามรู้แกครวั เรือนเป้าหมายหมายในการนอ้ มนาหลกั
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช้ในการพฒั นาหมู่บ้านและนาครวั เรอื นเป้าหมายศึกษาดูงาน
ข้นั ตอนท่ี 5 นาครัวเรอื นเปา้ หมายศกึ ษาดงู าน ณ ศูนย์เรยี นรู้ชมุ ชนตน้ แบบ หรือหมบู่ า้ นเศรษฐกจิ พอเพียง
ต้นแบบท่ีมผี ลการดาเนินงานประสบความสาเร็จ
ขน้ั ตอนท่ี ๕ ประเมนิ ความสขุ มวลรวม (Gross Village Happiness : GVH ) ของหมู่บา้ น และพฒั นา
ครวั เรอื นตน้ แบบด้วยตวั ชีว้ ดั ๖ x ๒4 ตัวช้วี ดั ๔ ด้าน 23 ตวั ช้วี ดั และสรุปผลเพือ่ ค้นหาแนวทางแก้ไข
ข้นั ตอนที่ ๖ สง่ เสรมิ อาชีพให้แก่ครัวเรอื นเป้าหมาย โดยเป็นการสาธิตฝกึ อาชีพ เพ่ือใหค้ รัวเรอื นเป้าหมาย
นาไปตอ่ ยอดเปน็ อาชพี เสริมในครัวเรือน
6. ปัญหาท่ีพบและแนวทางแก้ไขปัญหา
-หมู่บา้ นท่ีผา่ นการเป็นหมูบ่ ้านสมั มาชพี ชมุ ชน/หมบู่ า้ นเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ บางหมู่บ้านยังไมม่ ีความ
พรอ้ มในการเป็นหมบู่ ้านเศรษฐกิจพอเพยี ง
-ผนู้ าในหมูบ่ า้ นหรือครวั เรือนเป้าหมาย ไมเ่ ขา้ ใจการดาเนนิ งานพฒั นาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแทจ้ รงิ
กลัวการประกวดหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพยี ง
-ครัวเรอื นในหม่บู า้ นมีการเปล่ียนแปลงจากหมู่บา้ นดัง่ เดิมกลายเปน้ หมบู่ า้ นจดั สรร คอนโดทาให้คนไม่มีเวลา
สถานท่ีจะเขา้ ร่วมโครงการ
7.ประโยชนข์ ององคค์ วามรู้
1.เปน็ แนวทางหรือกระบวนให้กับการดาเนินงานขับเคล่ือนขยายผลกิจกรรมหม่บู ้านเศรษฐกจิ พอเพยี ง
2.หมบู่ า้ นไดร้ บั การพัฒนา สามารถขบั เคลือ่ นกิจกรรมตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้
3.ครวั เรอื นเปา้ หมายทีเ่ ปน็ ครัวเรือนพัฒนา มแี นวทางในการนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไปใช้ได้
อย่างจริงจงั
8.เทคนิคการปฏบิ ตั งิ าน
1.สรา้ งความรู้ความเข้าใจกับผ้นู าหมบู่ า้ นเป้าหมาย ครัวเรือนเปา้ หมาย ในการสง่ เสริมหมบู่ ้านน้นั ๆ เป็น
หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง โดยการอธิบายข้ันตอนกระบวนการทางานให้เข้าใจถงึ รายละเอียดอยา่ งชัดเจน ว่าเป้นแล้ว
จะมีผลประโยชน์อะไรเกิดข้นึ ในอนาคตกบั ครัวเรือนทีเ่ ข้าร่วม เพ่ือให้ผนู้ าหมู่บา้ นม่ันใจและสามารถคดั เลือกครัวเรอื น
เปา้ หมายเข้ารว่ มโครงการได้ โดยใช้การเขา้ ถึงผนู้ าในทุกระดับ ทัง้ ผใู้ หญ่บ้าน ผชู้ ว่ ยผ้ใู หญบ่ า้ น สมาชิก อบต. ผนู้ าสตรี
และเยาวชนไดเ้ ข้าใจโดยยึดหลักการพฒั นาตามแนวพระราชดารคิ อื เข้าใจ เข้าถึง พฒั นา
ศาสตร์ "เข้าใจเข้าถึงพฒั นา หลักการทรงงานของพระองค์ทา่ นเวลาเสด็จไปยังสถานที่ตา่ ง ๆ โดยมี
หลักการทรงงานแบบ "เข้าใจ เขา้ ถึง และพัฒนา" กลา่ วคือเวลาพระองค์ท่านจะพระราชทานความชว่ ยเหลอื ใน
เร่อื งต่าง ๆ พระองค์จะทรงศึกษาเพ่อื ให้ เข้าใจวา่ จะใหค้ วามช่วยเหลอื ในเรอ่ื งอะไรไดบ้ ้างและความเดือดร้อน
ของประชาชนเปน็ อยา่ งไรและเมื่อได้ข้อมูล แลว้ พระองค์ท่านทรงใช้วธิ เี ขา้ ถงึ โดยการเสด็จไปยังพ้ืนทนี่ ้นั เพื่อ
พบกบั ประชาชนผู้ได้รับความเดือดรอ้ น
การเขา้ ใจ คอื การสร้างให้เกดิ ความเขา้ ใจในข้อมูล พ้นื ฐานด้วยการศกึ ษาข้อมูลทุกมติ ขิ องชมุ ชน
คน้ หา รากของปญั หา และรวบรวมขอ้ มูลศกั ยภาพของชมุ ชน องคค์ วามรขู้ องชุมชน องค์กร เครอื ข่ายใน
หมบู่ ้านหรือ ชุมชนทีจ่ ะเขา้ ไปด าเนินการ
การเขา้ ถึง คือ เป็นเรือ่ งการส่ือสารและสร้างการมีส่วนรว่ ม โดยม่งุ สอ่ื สารสร้างความเข้าใจและความ
ม่ันใจ กับชุมชน รว่ มกันวเิ คราะหป์ ญั หาและความต้องการของชุมชน และให้ชมุ ชนมีส่วนรว่ มในกระบวนการ
คิด วิเคราะห์ และการพัฒนามากที่สุด
การพัฒนา คอื เปน็ เร่ืองของการเรยี นรูเ้ พื่อพัฒนา ศักยภาพชมุ ชน สร้างทีมพเี่ ลย้ี งการออกแบบ
หลักสตู ร และเมนูการพัฒนา การศกึ ษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนร้แู ละฝกึ ปฏบิ ัตขิ องชมุ ชน รวมท้ังการให้ทีม พี่
เลย้ี งให้ คาแนะนาในชุมชนและตดิ ตามสนับสนุ
2.การให้ความร้กู ารดาเนนิ ชวี ิตเศรษฐกิจพอเพียงแบบเข้าใจงา่ ย โดยการยกตัวอย่างวถิ ีชีวติ ของชาวบา้ นที่
ดารงอย่เู ปน็ ประจาทุกวนั แล้วสอดแทรกแนวคิด หลกั การ แนวทางโดยใชภ้ าษาง่ายๆทีส่ ามารถเข้าใจงา่ ยขนึ้ และ
พยายามหลกี เลีย่ งคาศัพท์ที่เปน้ ภาษาอังกฤษ ภาษาวิชาการ
3.ให้ความสาคญั กับทง้ั แกนนาหมบู่ ้าน และครัวเรือนเป้าหมาย ในการตัดสินใจดาเนินกิจกรรม เชน่
การศกึ ษาดูงาน (ให้เลือกสถานทีเ่ อง โดยจะมกี รอบกาหนดให)้ การสง่ เสรมิ สนบั สนนุ อาชีพ ให้ครัวเรือนเป้าหมาย
เสนออาชีพทางเลือกท่ีต้องการเองตามความถนัดและมวี ัตถุดิบในพนื้ ท่ีเอง และใหค้ าแนะนาการดาเนินกิจกรรม หรือ
กิจกรรมสง่ เสรมิ การตง้ั กลุ่มอาชีพเพ่ือสร้างรากฐานที่ม่นั คงให้กบั หมูบ่ า้ นต่อไป
แบบบนั ทึกองคค์ วามรูร้ ายบุคคล
1. ช่ือองค์ความรู้ การขบั เคลอื่ นการดาเนนิ งานกองทนุ พัฒนาบทบาทสตรี
2. ชอ่ื เจา้ ของความรู้ นางสาวพิชญาภา มากสุวรรณ
ตาแหน่ง นกั วิชาการพัฒนาชุมชนชานาญการ สานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอบางกรวย
3. ทีม่ าและความสาคัญในการจดั ทาองคค์ วามรู้
กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเป็นนโยบายของรัฐบาล ที่กาหนดจัดต้ังขึ้นต้ังแต่ปี ๒๕๕๕ เพื่อ เป็นแหล่ง
เงินทุนหมุนเวียนดอกเบี้ยต่าในการสร้างโอกาสให้สตรีเข้าถึงแหล่งเงินทุนสาหรับการลงทุนเพ่ือพัฒนาอาชีพ
สร้างงาน สร้างรายได้ หรือเสริมสร้างความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจให้แก่สตรีและองค์กรของสตรี โดยเปิด
โอกาสให้สตรีที่มีอายุต้ังแต่ 15 ปีข้ึนไปสามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และสามารถ
ยื่นโครงการเพ่ือขอกู้เงินไปประกอบอาชีพในอัตราดอกเบ้ียต่าโดยการรวมกลุ่มกันต้ังแต่ 3 คนข้ึนไป เพ่ือ
ส่งเสริมบทบาทและพัฒนาศักยภาพและเครือข่ายสตรีในการเฝ้าระวังดูแลและแก้ไขปัญหาของสตรี ส่งเสริม
และพัฒนาคุณภาพชีวิตของสตรี นาไปสู่การสร้างสวัสดิภาพ การสนับสนุนการจัดกิจกรรมในการพัฒนา
บทบาทสตรีการสร้างภาวะผู้นา การพัฒนาองค์ความรู้ เพ่ือเสริมสร้างความเข้มแข็งทางด้านสังคมให้แก่สตรี
และองค์กรสตรี รวมถึงการสนบั สนุนโครงการอื่นๆทีเ่ ป็นการแกไ้ ขปญั หาและพัฒนาสตรี
จากการติดตามการดาเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีท่ีผ่านมา อาเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี
ตั้งแต่ปี 2556 ถึงปัจจุบัน มีสมาชิกยื่นขอกู้เงินกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีประเภทเงินทุนหมุนเวียน จานวน
164 โครงการ พบว่ามีสมาชิกบางส่วนชาระเงินไม่เป็นไปตามห้วงเวลาที่กาหนด และมีหน้ีค้างชาระหลาย
โครงการ ประกอบดว้ ยสาเหตหุ ลายประการ เช่น ลูกหน้ีประสบกับปญั หาขาดทนุ จากการประกอบการ สมาชิก
ในกลุ่มแยกย้ายไปอยู่ต่างพ้ืนที่ สมาชิกในกลุ่มเกิดความขัดแย้งกัน คณะกรรมการในระดับตาบลทุจริต ซ่ึง
ปัญหาดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายตามมา จาเป็นต้องหาวิธีการแก้ไขและป้องกันที่ดีเพ่ือให้การบริหาร
จดั การหน้เี ป็นไปตามระเบียบทถี่ กู ตอ้ ง และสมาชิกกองทนุ พัฒนาบทบาทสตรีไดร้ ับประโยชนส์ งู สดุ
4. กลยทุ ธ์ วธิ กี าร เครื่องมอื ในการขับเคลอื่ น
1. ผนู้ าชมุ ชน คณะทางานขับเคลื่อนกองทนุ พัฒนาบทบาทสตรีตาบล
2. ข้อมลู สมาชกิ กองทุนพฒั นาบทบาทสตรี จากระบบ SARA
3. การประชุม และตดิ ตามการประเมนิ ผลการดาเนนิ งานอย่างต่อเน่ือง
5. กระบวนการลาดับข้นั ตอน
1. ศึกษารายละเอียด แนวทางการดาเนินงานจากคู่มือ ระเบียบ หนังสือสั่งการ พร้อมกับ
กระจายกลุ่มเปา้ หมายใหก้ ับพฒั นากรประจาตาบล
-2-
2. รวบรวมและตรวจสอบข้อมูลทะเบียนลูกหน้ีท้ังหมดในระบบ SARA เพ่ือให้ข้อมูลเป็น
ปจั จุบัน
3. แยกลกู หนอ้ี อกตามสภาพปญั หาทีเ่ กดิ ขึ้น เพือ่ ดาเนินการตามกระบวนการที่เหมาะสม
4. รายงานข้อมูลลูกหนี้เข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองและติดตามการดาเนินงาน
กองทนุ พฒั นาบทบาทสตรอี าเภอ
5. จัดทาแผนการขับเคลื่อนการดาเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีร่วมกับคณะทางาน
ขับเคล่อื นกองทุนพฒั นาบทบาทสตรีระดบั ตาบลเพ่ือติดตามและให้การสนบั สนนุ ผกู้ ยู้ มื เงนิ
6. ประชุมสร้างความรู้ ความเข้าใจเรื่องการรับสภาพหนี้ ปรับโครงสร้างหน้ี และการปลดหน้ี
รายบุคคล รวมถึงกฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ งให้กบั คณะทางานทกุ คณะ
7. ลงพื้นท่ีติดตามร่วมกับคณะทางานขับเคล่ือนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตาบล และ
พฒั นาการผูร้ บั ผดิ ชอบประจาตาบล พร้อมด้วยเจา้ หนา้ ที่จากสานักงานกองทนุ พัฒนาบทบาทสตรีจังหวัด
8. สร้างความเข้าใจท่ีถูกต้องเก่ียวกับการชาระหน้ีคงค้างให้กับสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาท
สตรี
9. สรุปรายงานผลการดาเนนิ งานเขา้ ทปี่ ระชุมเพ่ือดาเนินการตามกระบวนการ
6. ปัญหาท่ีพบและแนวทางการแกไ้ ขปัญหา
1. สมาชิกผู้กู้เงินกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ไม่สามารถติดต่อได้ แก้ไขโดยการติดต่อกับผ้นู า
ชุมชน เพ่ือใหไ้ ดข้ ้อมูลท่อี ยู่ปจั จุบนั และขอประสานขอข้อมูลจากฝา่ ยทะเบยี นกรมการปกครอง
2. สมาชิกไมช่ าระเงินตามกาหนดเวลา แก้ไขโดยการมีหนังสือแจ้งเตือน และลงไปติดตามใน
พ้ืนท่ี
3. คณะกรรมการชุดเดิมมีการทุจริตแก้ไขโดยการ ดาเนินการโดยการรวบรวมเอกสารท่ี
เก่ียวข้อง แจ้งสานักงานเลขานุการคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับจังหวัดเพ่ือ
ดาเนนิ การในส่วนทีเ่ กยี่ วขอ้ ง
7. เทคนคิ ในการปฏบิ ตั งิ าน
1. ศึกษาข้อมูล และสาเหตุของปัญหาที่เกิดข้ึนของแต่ละโครงการ เนื่องจากโครงการแต่
ละโครงการมีปญั หาไม่เหมือนกนั จาเปน็ ต้องสอบถามและรวบรวมข้อมลู จากหลายแหล่งขอ้ มูล
2. ลงพ้ืนท่ีติดตามร่วมกับผู้นาชุมชน และคณะทางานขับเคล่ือนกองทุนพัฒนาบทบาท
สตรีตาบล และสบื หาข้อมูลจากผู้ทเี่ กีย่ วขอ้ งทัง้ หมด
3. การติดตามโครงการเป็นระยะเพื่อสมาชิกผู้กู้เงินกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเกิดความ
เชือ่ มนั่ ในการทางานของเจา้ หนา้ ที่
4. แจง้ ขอ้ มลู ข่าวสารเกย่ี วกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีให้สมาชิกกองทุนพฒั นาบทบาท
สตรที ราบเป็นระยะ เพอื่ เปน็ การรกั ษาสทิ ธิประโยชน์ให้แกส่ มาชกิ
-3-
8. ประโยชน์ขององค์ความรู้
1. สามารถใช้เป็นแนวทางในการดาเนินการติดตามหน้ีกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในพื้นที่
ได้อย่างเปน็ ระบบ
2. คณะทางานขับเคล่ือนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีตาบลสามารถถ่ายทอดความรู้ในการ
เขียนโครงการให้กบั สมาชิกไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
3. สมาชกิ กองทนุ พฒั นาบทบาทสตรที ราบความเคล่อื นไหวการชาระเงินของกลุ่ม
4. เกดิ องคค์ วามรใู้ นการลดหนีเ้ พ่มิ เปน็ บทเรยี นให้กับองค์กรสตรไี ด้นาไปใชป้ ระโยชน์
******************************************************************************
แบบบันทกึ องค์ความร้รู ายบคุ คล
1. ช่ือองค์ความรู้ บทบาทเจา้ หน้าท่พี ฒั นาชุมชนในการขับเคลอ่ื น
หมู่บา้ นต้นแบบการจดั การสารสนเทศเพ่ือการพฒั นาคุณภาพชีวติ
2. ช่อื เจา้ ของความรู้ นายภาวัต คงกลอ่ มเจรญิ
สงั กัด นักวชิ าการพฒั นาชุมชนปฏิบตั ิการ สานักงานพฒั นาชมุ ชนอาเภอบางกรวย
3. ทีม่ าและความสาคญั ในการจดั ทาองคค์ วามรู้
กรมการพฒั นาชุมชน กาหนดให้การดาเนินการหมบู่ ้านตน้ แบบการจดั การสารสนเทศเพื่อการพฒั นา
คณุ ภาพชีวิต เป็นตวั ช้วี ดั ตามแผนยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน พ.ศ.๒๕๕๕-๒๕64 โดยกาหนดเปา้ หมาย
การดาเนนิ งานสะสม อาเภอละ ๑ หมบู่ ้านตอ่ ปีงบประมาณ และในปี ๒๕๕๙ จะมหี มูบา้ นต้นแบบการจดั การ
สารสนเทศเพื่อการพฒั นาคุณภาพชีวติ จานวน 3,588 หมบู่ า้ น โดยบรู ณาการร่วมกนั กับการจดั ทารายงาน
การพฒั นาหมู่บา้ น(VDR) และรายงานการพัฒนาตาบล(TDR)
หลักการเหตุผล การพัฒนาหมู่บ้านโดยมียุทธศาสตรแ์ ละทิศทางการพฒั นาอย่างมีเป้าหมาย สามารถ
ขับเคล่ือนตามบรบิ ทของชมุ ชนโดยการใช้ระบบสารสนเทศชมุ ชน (Community Informatics -CI) ซึง่ เป็น
ศาสตร์ท่นี าเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการศกึ ษาเพื่อพฒั นาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
ภายในชุมชนเป็นระบบสารสนเทศที่มุ่งสรา้ งความเข็มแขง็ ใหก้ ับชมุ ชน ให้ประชาชนสามารถบริหารจัดการ
ตนเอง แก้ไขปญั หาในชีวิตประจาวนั มคี ุณภาพชีวติ ทดี่ ีข้ึน ลดชอ่ งวา่ งทางสังคม บรหิ ารจัดการสงิ่ แวดลอ้ มให้
น่าอยู่ และสนบั สนนุ ให้มีการพฒั นาที่ย่ังยนื เพอื่ ให้ทุกคนในชุมชนสามารถเข้าถึงสารสนเทศได้อยา่ งทั่วถงึ โดย
นาสารสนเทศจากข้อมูล จปฐ. ข้อมลู กชช.๒ค. และแผนชุมชน เพื่อเป็นต้นแบบการขับเคลื่อนการพัฒนา
หมบู่ า้ นสู่หมู่บา้ นแห่งการเรยี นรู้ ก้าวทนั ข้อมูลขา่ วสารและนาสารสนเทศมาใชป้ ระโยชนใ์ นการดาเนินชวี ิต
4. กระบวนการลาดบั ข้ันตอน
(1) สร้างความเขา้ ใจรว่ มกัน
(2) แลกเปลยี่ นเรียนรรู้ ่วมกนั
(3) กาหนดความต้องการร่วมกนั
(4) ร่วมกันจดั ทาสารสนเทศ
(5) เผยแพร่และบารุงรกั ษา
5. เทคนิคในการปฏิบัติงาน
เป็นการดาเนินงานโดยมิมีงบประมาณในการขับเคลื่อนกระบวนการ บทบาทหน้าที่ของ
เจ้าหน้าที่พฒั นาชมุ ชนอาเภอ จึงเป็นการสร้างกระบวนการมีส่วนรว่ มของหน่วยงานภาคี ในการสนบั สนุน
การดาเนินงาน และกระบวนการสร้างความสาคัญให้บังเกิดแก่ข้อมูลสารสนเทศชุมชน หมู่บ้านตระหนัก
ในปัญหาท่ีสะท้อนจากข้อมูลชุมชน จากเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนในเวทีสร้างความเข้าใจร่วมกัน หากไม่
สามารถทาให้หมู่บ้านเข้าใจในวัตถุประสงค์ของการพัฒนาหมู่บ้าน พัฒนาตนเองให้มีคุณภาพชีวิตท่ีดโี ดย
มีข้อมูลชุมชนเป็นเข็มทิศ กาหนดทิศทางการแก้ปัญหาของตนเอง ของชุมชน เป็นเบื้องต้นแล้วการ
ขบั เคลอื่ นกระบวนการอืน่ ๆ จึงเป็นเร่ืองท่ียากในการดาเนินงาน
ดังน้ันเคร่ืองมือที่เป็นตัวกาหนดทิศทางการทางาน พร้อมการนาเสนอปัญหาจากข้อมูล
สารสนเทศชุมชน สู่หมู่บ้านและชุมชนได้เป็นอย่างดีโดยไม่ใช้งบประมาณ คือ การสร้างเพจ เฟสบุ๊ค จาก
การดาเนินงานท่ีผ่านมาเราเข้าใจว่า เพจ เฟสบุ๊ค เป็นเพียงเคร่ืองมือในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เพียง
อย่างเดียว แต่หากสามารถจัดทาเพจ เฟสบุ๊ค เพื่อเป็นเครื่องมือกาหนดทิศทางในการทางาน (สามารถ
บูรณาการ การประชาสัมพันธ์ การนาเสนอข้อมูลชุมชน การนาเสนอกระบวนงาน การกาหนดแนว
ทางการดาเนินงาน และรายงานผลการดาเนนิ งานตามกระบวนการในเวลาเดยี วกัน) โดยกาหนดประเด็น
เผยแพร่และกาหนดการดาเนินการประจาเดือน ดงั นี้
๑) ข้อมูลทั่วไปของหมบู่ ้าน ประกอบด้วย
๑.๑) บรบิ ทของหมูบ่ า้ น
๑.๒) ประวัตหิ มู่บ้าน
๑.๓) ประชากร
๑.๔) สภาพเศรษฐกจิ
๑.๕) สภาพสังคม
๑.๖) ประเพณแี ละวัฒนธรรม
๑.๗) กลุ่มองค์กร
๒) ทศิ ทางการพฒั นาหมูบ่ า้ น
๒.๑) คาขวญั วสิ ัยทัศน์ พนั ธกิจ เป็นต้น
๒.๒) กระบวนงานในการขบั เคล่อื นฯ
๓) ขอ้ มลู ชุมชน (ขอ้ มลู เพื่อการตดั สินใจ)
๓.๑) ขอ้ มลู จปฐ.
๓.๒) ข้อมูล กชช.๒ค.
๓.๓) ขอ้ มลู ความตอ้ งการของชมุ ชน
๓.๔) ปัญหาของชุมชน
๔) แผนงานและโครงการ
๔.๑) กระบวนการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ชุมชน
๔.๒) แผนชมุ ชน
๔.๓) การวิเคราะหแ์ ผนงาน/โครงการ อยา่ งมคี วามสัมพันธก์ บั ขอ้ มลู ชมุ ชน
๕) องค์ความรู้
๕.๑) องคค์ วามรู้ท่ชี ุมชนต้องการ
๕.๒) องคค์ วามรทู่ ่มี ใี นชมุ ชน
๖) การนาสารสนเทศไปใชป้ ระโยชน์
๖.๑) ดา้ นการอนรุ กั ษส์ ิง่ แวดลอ้ ม
๖.๒) ด้านการพฒั นาอาชีพ
๖.๓) ด้านประเพณีและวัฒนาธรรม
๖.๔) ดา้ นศาสนา
๖.๕) ด้านการดูแลรักษาสขุ ภาพ
๖.๖) ดา้ นการศึกษา
๖.๗) ดา้ นอน่ื ๆ ตามบรบิ ทของหมู่บา้ นเปา้ หมายดาเนนิ การ
ขน้ั ตอนที่ ๑ ศึกษารูปแบบกระบวนการและเคร่ืองมือการทางาน
ขั้นตอนที่ ๒ ประชุมชีแ้ จงสรา้ งความเข้าใจ
ขนั้ ตอนท่ี ๓ จัดต้ังคณะทางานในระดบั อาเภอ/ตาบล/หมู่บ้าน
ขน้ั ตอนที่ ๔ กาหนดกรอบในการขับเคลื่อนงาน สนบั สนนุ พนื้ ที่ เคร่ืองมือและงบประมาณ
ขน้ั ตอนที่ ๕ นาข้อมลู บริบทชุมชน ความต้องการ องค์ความรู้ เผยแพรบ่ นเว็บไซต์
ขั้นตอนที่ ๖ รว่ มกับคณะทางานในระดับตา่ งๆ ในการขับเคลื่อน การจัดเก็บขอ้ มูล การจัดเวทวี ิเคราะห์
ขอ้ มูลชุมชน (SWOT)
ขัน้ ตอนที่ ๗ แก้ไขปัญหาพัฒนาคุณภาพชวี ิต - หาความรู้ ทง้ั แบบออนไลนแ์ ละออฟไลน์ ทสี่ นองความ
ต้องการของชุมชน - ลงมอื แก้ไขปัญหา โดยมีโครงการ/กจิ กรรมดาเนินงานอยา่ งน้อย
หมบู่ า้ นละ ๑ เรอ่ื ง - กาหนดรปู แบบและช่องทางในการเผยแพรเ่ พมิ่ เติมโดยมีเพจ
เฟสบุ๊ค เปน็ ชอ่ งทางเผยแพร่หลัก
ขั้นตอนท่ี ๘ สรุปบทเรียนประจาปี (ถอดบทเรียน,VDR,TDR) - ถ่ายทอด - ปรับปรุง - ขยายผล – ศูนย์
เรยี นรู (ศนู ย์สารสนเทศชมุ ชน ขน้ั ตอนท่ี ๙ ยกยอ่ งเชิดชเู กยี รติ
6. ประโยชนข์ ององคค์ วามรู้
ใช้เปน็ แนวทางการบริหารจดั การ หมบู่ า้ นตน้ แบบการจัดการสารสนเทศเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ใน
อาเภอของตนเองได้
******************************************************************************