The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ ใหม่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by saaijan1669, 2020-10-28 02:25:48

แผนการจัดการเรียนรู้ ใหม่

แผนการจัดการเรียนรู้ ใหม่

บนั ทึกหลังการจดั การเรยี นรู้

ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้
..................................................................................................... ...............................................................
............................................................................................................................. .......................................
........................................................................................................................................................ ............
...................................................................................................................... ..............................................
............................................................................................................................. .......................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
...................................................................................................................... ..............................................

ผลการเรียนของนักเรียน
.................................................................................................................................................................. ..
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................................................. .......................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................................................. .......................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................

ผลการสอนของครู
............................................................................................................................. .......................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................................................. .......................................
......................................................................................... ...........................................................................
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................................................................ ........................
.......................................................................................................... ..........................................................

แผนการจดั การเรียนรู้ หนว่ ยท่ี 5

ชอ่ื วิชาหลกั การจดั การ สอนครง้ั ท่ี 10-11

ชอื่ หน่วย การนาเทคโนโลยสี ารสนเทศมาใช้ในการจัดการ ชว่ั โมง 10

ชอื่ เร่ืองหรือชือ่ งาน การนาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชใ้ นการจดั การ จานวนช่ัวโมง 10

หวั ข้อเร่อื งและงาน

23. ความหมายและความสาคญั ของเทคโนโลยีสารสนเทศ

24. องค์การธุรกิจกับเทคโนโลยสี ารสนเทศ

25. องคป์ ระกอบของระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ

a. องค์ประกอบด้านเทคโนโลยี

b. องค์ประกอบดา้ นการจดั การและองคก์ าร

26. เทคโนโลยกี ารตดิ ต่อส่ือสารไร้สาย

27. การประยุกต์วงจรสารสนเทศเข้ากับระบบธรุ กิจ

28. กรณตี ัวอยา่ งการใชเ้ ทคโนโลยีกับโลกใหมข่ องธุรกจิ ในยุคอิเลก็ ทรอนิกส์

สาระสาคัญ
องค์การเป็นโครงสร้างทางสังคมท่ีรวมกันอยู่ได้โดยอาศัยการใช้ทรัพยากรทางการจัดการ

ที่สัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม เพ่ือให้ได้ผลผลิตออกมาตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย ในองค์การธุรกิจหนึ่ง ๆ
จะมีประเด็นต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวกับระบบสารสนเทศทางธุรกิจช่วยอานวยความสะดวกหรือสนับสนุนการตัดสินใจ
เก่ียวกับ ส่วนประสมของผลิตภัณฑ์ สายผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์ทางธุรกิจในการขยายตัว การรวมตัว และการ
หดตัว การปรับขนาดขององค์การและโครงสรา้ งองคก์ าร การรวมอานาจและการกระจายอานาจ การหวังผล
กาไรและไม่หวังผลกาไร ท้ังภาครัฐบาลและภาคเอกชน สารสนเทศระบบงานภายในองคก์ าร ท้ังตาแหน่งสาย
งานและตาแหน่งท่ีปรึกษา จนกล่าวได้ว่า สารสนเทศเป็นศูนย์กลางของการเลือกใช้เทคโนโลยี เพ่ือการ
ตัดสินใจด้านการบริหารจัดการให้บรรลุผลสาเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์การ ด้วย
“เทคโนโลยสี ารสนเทศ”

จุดประสงค์การเรยี นรู้ เพ่ือให้
22. บอกความหมายและความสาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศได้
23. อธิบายองค์การธุรกจิ กบั เทคโนโลยีสารสนเทศได้
24. เขยี นองคป์ ระกอบของระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศได้
25. สามารถประยุกต์และเลือกใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
26. เข้ากับระบบธรุ กจิ ได้
27. นกั ศึกษาเป็นผรู้ ้จู ักใช้ทรัพยากร คมุ้ ค่า ประหยัด

แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยท่ี 5

ช่ือวิชาหลกั การจดั การ สอนคร้งั ท่ี 10-11

ชื่อหน่วย การนาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชใ้ นการจดั การ ช่ัวโมง 10

ชื่อเร่อื งหรอื ชือ่ งาน การนาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชใ้ นการจัดการ จานวนช่ัวโมง 10

สมรรถนะทพี่ งึ ประสงค์

ดา้ นพทุ ธิพิสัย

1. บอกความหมายและความสาคญั ของเทคโนโลยีสารสนเทศได้

2. อธิบายองค์การธุรกจิ กับเทคโนโลยสี ารสนเทศได้

3. สามารถประยุกต์และเลือกใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศเข้ากบั ระบบธรุ กจิ ได้

ด้านทกั ษะพิสัย
เขยี นองคป์ ระกอบของระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศได้

ดา้ นจติ พสิ ยั (คุณธรรม จริยธรรม)
นักศึกษาเป็นผู้รู้จักใชท้ รัพยากร คุ้มค่า ประหยัด

บรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง/3 D
นักศึกษาสามารถนาความรู้จากการศึกษาเล่าเรียนไปประกอบการตัดสินใจและเพ่ือเป็นภูมิคุ้มกันให้

ตัวเอง ด้วยการเป็นผมู้ คี วามสนใจใฝร่ ู้ ต้งั ใจเรยี น

เนอื้ หาสาระพอสังเขป

1. ความหมายและความสาคญั ของเทคโนโลยสี ารสนเทศ
เทคโนโลยสี ารสนเทศ หมายถึง การนาเทคโนโลยีคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศหรือ

เทคโนโลยกี ารตดิ ต่อส่ือสาร ข้อมูล มาประยกุ ตใ์ ช้งานร่วมกนั เพ่ืออานวยความสะดวก ความรวดเรว็ และ
ถูกต้องในการปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการงานด้านต่าง ๆ ขององค์การ
ย่งิ ขึ้น

ความสาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นระบบสารสนเทศทางธุรกจิ ทม่ี คี วามสาคัญต่อองค์การ ดงั น้ี
1. ชว่ ยเพมิ่ ประสิทธิภาพในการทางานประจา
2. ช่วยเพ่ิมผลผลติ โดยการควบคมุ ตน้ ทนุ การผลิต การควบคุมคณุ ภาพผลิตภณั ฑ์
3. ชว่ ยเพิ่มคุณภาพในการใหบ้ ริการลกู คา้ เพือ่ ความสะดวก และรวดเร็ว
4. กอ่ ให้เกดิ การสร้างโอกาสทางธุรกจิ เพื่อผลิตและจาหน่ายสนิ ค้าใหมแ่ ละขยายผลิตภณั ฑ์
5. สามารถสร้างทางเลือกหรอื กลยุทธ์ในการแข่งขันได้
6. ก่อใหเ้ กิดสมั พนั ธ์ภาพกบั ลกู คา้ ทด่ี ยี ิ่งข้ึน

2. องคก์ ารธุรกจิ กบั เทคโนโลยีสารสนเทศ
องค์การเป็นโครงสร้างทางสังคมที่รวมกันอยู่ได้โดยอาศัยการใช้ทรัพยากรทางการจัดการ

ทสี่ ัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม เพ่อื ใหไ้ ด้ผลผลิตออกมาตามวตั ถุประสงค์และเป้าหมาย ในองค์การธุรกิจหนึ่ง
ๆ จะมีประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับระบบสารสนเทศทางธุรกิจช่วยอานวยความสะดวกหรือสนับสนุนการ
ตัดสินใจเก่ียวกับ ส่วนประสมของผลิตภัณฑ์ สายผลิตภัณฑ์ กลยุทธ์ทางธุรกิจในการข ยายตัว
การรวมตัว และการหดตัว การปรับขนาดขององค์การและโครงสร้างองค์การ การรวมอานาจและการ
กระจายอานาจ การหวังผลกาไรและไม่หวังผลกาไร ท้ังภาครัฐบาลและภาคเอกชน สารสนเทศ ระบบ
งานภายในองค์การ ท้ังตาแหน่งสายงานและตาแหน่งท่ีปรึกษา จนกล่าวได้ว่า สารสนเทศเป็นศูนย์กลางของ
การเลือกใช้เทคโนโลยี เพ่ือการตัดสินใจด้านการบริหารจัดการให้บรรลุผลสาเร็จตามวัตถุประสงค์และ
เป้าหมายขององค์การ ด้วย “เทคโนโลยีสารสนเทศ”

3. องค์ประกอบของระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ

3.1 องคป์ ระกอบดา้ นเทคโนโลยี
องค์ประกอบดา้ นเทคโนโลยี ประกอบด้วย
1. ฮารด์ แวร์ คอื เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ อุปกรณร์ ายรอบต่อพว่ งทส่ี ามารถทางานร่วมกบั เครื่อง

คอมพิวเตอร์ได้
2. โปรแกรม คือ ชุดของคาสั่งท่ีเคร่ืองคอมพิวเตอร์ใช้ในการปฏิบัติงานเฉพาะงานใดงานหนึ่ง

ตามความต้องการของผู้ใช้ ซอฟต์แวร์ เป็นรายละเอียดของชุดคาส่ังควบคุมการปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์
โดยทั่วไปการใช้งานกับคอมพิวเตอร์จะมีวัตถุประสงค์เพ่ือใช้งานคอมพิวเตอร์แบบเฉพาะและทั่วไป จึงแบ่ง
โปรแกรมออกเป็น 2 ประเภท คอื

1) โปรแกรมระบบปฏบิ ตั กิ าร
2) โปรแกรมประยกุ ต์
3.2 องคป์ ระกอบด้านการจดั การและองค์การ
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเรื่องจาเป็นท่ีทุกองค์การจะหลีกหนีไม่ได้ องค์ประกอบด้าน
การจัดองค์การและการจัดการ ประกอบด้วยองค์ประกอบของทรัพยากรสารสนเทศท่ีจะต้องประกอบข้ึน
เป็นระบบสนับสนุนการบริหารงาน การจัดการ และการปฏิบัติงานของบุคคลไม่ว่าจะเป็นระดับส่วนตัว
ระบบแผนกหรือระดับองค์กรนั้น องค์ประกอบท่ีเก่ียวข้องกับความสาเร็จจะต้องประกอบด้วยการจัดการ
ทรัพยากรสารสนเทศภายในองค์การอยา่ งนอ้ ย 5 สว่ น คือ

1) ตัวเครอื่ งหรอื ฮาร์ดแวรค์ อมพวิ เตอร์
2) โปรแกรมทจี่ ะขับเคล่อื นให้คอมพิวเตอร์ทางานประยุกต์ความต้องการ
3) ขอ้ มูลทเี่ ปน็ จุดเชื่อมโยงระหวา่ งคนกบั เครอื่ ง
4) บคุ ลากรทจ่ี ะใชง้ านเคร่อื งคอมพวิ เตอรใ์ หค้ มุ้ ค่า
5) ข้ันตอนในการปฏิบัติของผู้ท่ีเกี่ยวข้องซ่ึงประกอบด้วย ผู้จัดการด้านพัฒนาระบบ
ผจู้ ัดการด้านการเขียนโปรแกรม ผู้จดั การดา้ นปฏบิ ัตกิ ารคอมพวิ เตอร์ ผู้จัดการศูนย์สารสนเทศ ผู้จดั การ
สานักงานอตั โนมตั ิ

4. เทคโนโลยกี ารติดตอ่ สอื่ สารไร้สาย
ยุค 1G เป็นยุคที่ใช้ระบบอนาล็อก คือ ใช้สัญญาณวิทยุในการส่งคล่ืนเสียงโดยไม่รองรับการ

ส่งผ่านข้อมูลใด ๆ ทั้งสิน้
ยุค 2G จะเปลี่ยนจากการส่งคล่ืนทางคล่ืนวิทยุแบบอนาล็อกมาเป็นการเข้ารหัสดิจิทัลส่งทาง

คล่ืนไมโครเวฟ สามารถรับ-ส่งข้อมูลต่าง ๆ และติดต่อเชื่อมโยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากข้ึนเร่ือยๆ จน
เกิดการกาหนดเส้นทางการเช่ือมสถานีฐาน หรือทีเ่ รียกว่า “Cell Site”

ยุค 2.5G เป็นยุคท่ีพัฒนาต่อมาโดยการเข้ารหัสสัญญาณเสียง โดยบีบอัดสัญญาณเสียงใน
รูปแบบดิจิทัล เป็นยุคที่กาเนิดเทคโนโลยี GPRS ท่ีสามารถส่งข้อมูลได้ที่ความเร็วสูงสุด 115 Kbps แต่
ความจรงิ แล้วนั้นความเรว็ ของ GPRS จะถูกจากัดให้อยทู่ ่ปี ระมาณ 40 Kbps เท่านนั้

ยุค 2.75G เปน็ ช่วงท่ีมีการเริ่มใช้เทคโนโลยี EDGE เป็นเทคโนโลยีต่อยอดของ GPRS และถูก
เรยี กว่า “เทคโนโลยียุค 2.75 G”

ยุค 3G หรือ Third Generation เป็นอุปกรณ์ที่ผสมผสานการนาเสนอข้อมูลและเทคโนโลยี
ในปจั จบุ นั เข้าด้วยกัน ใช้บรกิ ารมลั ติมีเดียและสง่ ผา่ นข้อมูลในระบบไรส้ ายด้วยอัตราความเร็วท่ีสูงขึน้

ยุค 4G เป็นเครือข่ายไร้สายความเร็วสูงชนิดพิเศษ หรือเป็นเส้นทางด่วนสาหรับข้อมูลที่ไม่ต้อง
อาศัยการลากสายเคเบิลสามารถส่งผ่านข้อมลู แบไร้สายด้วยระดับความเร็วสูงท่ีเพ่ิมขึ้นถึง 100 เมกะไบต์
ตอ่ วนิ าที

5. การประยุกตว์ งจรสารสนเทศเข้ากบั ระบบธุรกจิ

กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้ (จัดกจิ กรรมใหส้ อดคล้องกับสมรรถนะที่พึงประสงค์)

ขัน้ นาเขา้ สบู่ ทเรยี น
เพ่ือกระตุ้นความสนใจและเช่ือมโยงการเรียนรู้ ครูผู้สอนให้ผู้เรียนดูสื่อการสอน Power Point

เรื่ององค์การธุรกิจกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ท่ีครูผู้สอนนามาเป็นสื่อประกอบการเรียนรู้ โดยครูผู้สอนคอย
สรุปประเด็นสาคัญ

ขน้ั สอน
1. ผเู้ รียนฟังครูบรรยายเน้ือหาตามหัวข้อในเอกสารประกอบการสอน ประกอบ Power Point

พรอ้ มยกตวั อย่างประกอบ เพือ่ ใหผ้ ู้เรียนเขา้ ใจมากยิ่งข้นึ
2. เพ่ือส่งเสริมการศึกษา ค้นคว้าและหลอมรวมเป็นองค์ความรู้ด้วยตนเอง ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ

4 คน เขยี นองค์ประกอบของระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ

ข้นั สรุป
1. ใหผ้ ้เู รยี นช่วยกนั ตอบคาถามและครูผูส้ อนสรุปซ้าในประเด็นเน้ือหาทีส่ าคญั
2. นาผลการตรวจสมุดแบบฝึกหัดที่นักศึกษานาส่งและจากการสังเกตพฤติกรรม ขณะทา

กจิ กรรมของแต่ละคนมาแจ้ง และชแ้ี จงให้ผู้เรียนทราบ เพือ่ นาไปปรบั ปรุงแกไ้ ขใหด้ ีขนึ้
3. ครผู สู้ อนนดั หมายใหผ้ เู้ รยี นเตรียมตวั เก่ียวกับเนื้อหาทจี่ ะเรียนในหนว่ ยการเรยี นตอ่ ไป

สอื่ การจดั การเรียนรู้

แหล่งการเรียนรู้
17. หนังสอื เรียน
18. หนังสือท่เี กี่ยวข้อง
19. สอ่ื การสอน Power Point
20. วิดีทศั น์

การประเมินผลการจัดการเรียนรู้ (ใหส้ อดคล้องกบั สมรรถนะทีพ่ งึ ประสงค)์

ก่อนเรยี น
สังเกตจากความสนใจ ต้ังใจเรยี น รว่ มสนทนาและแสดงความคดิ เห็น

ขณะเรยี น
1. สงั เกตความตั้งใจ การมีสว่ นร่วมกจิ กรรมกลมุ่ มคี วามรับผิดชอบในงานที่มอบหมายให้

การแสดงความคดิ เหน็ และซกั ถาม
2. สงั เกตความเปน็ ระเบยี บเรียบรอ้ ยและมวี ินัย มภี มู ิคมุ้ กันดา้ นยาเสพติด

หลงั เรยี น
สงั เกตการณจ์ ดบนั ทึก การรว่ มสรุปเนอ้ื หาและทาแบบทดสอบให้ถูกต้อง 80% ขึ้นไป

แบบทดสอบหรอื ใบงาน (ถ้ามี)

แบบทดสอบ หน่วยท่ี 5

พจิ ารณาเลือกคาตอบที่ถูกตอ้ งทส่ี ุดเพียงคาตอบเดยี ว

1. ขอ้ มูลขา่ วสารท่ีผ่านการกล่นั กรองแลว้ จะถกู นาไปใชใ้ นขอ้ ใด

ก. Technology ข. Management

ค. Organization ง. Administration

2. ข้อมูลข่าวสารทผ่ี า่ นการกลัน่ กรองแลว้ จะถูกนามาเชอ่ื มโยงระหว่างภายนอกและภายในหนว่ ยงาน

ก. Technology ข. Information

ค. Information Technology : IT ง. Information System : IS

3. ขอ้ ใดเป็นข้ันตอนการพัฒนาการขององค์การธรุ กิจกบั เทคโนโลยีสารสนเทศ

ก. ระบบขอ้ มูลเดิม, ระบบสารสนเทศ และระบบเครือข่าย

ข. ระบบฮาร์ดแวร,์ ระบบโปรแกรม, ระบบฐานข้อมูล และระบบการสื่อสาร

ค. ระบบฮารด์ แวร์, ระบบข้อมูล, ระบบประมวลผล และระบบการสื่อสาร

ง. ระบบคอมพิวเตอร์, ระบบประมวลผล, ระบบสารสนเทศ, ระบบสารสนเทศทางธุรกิจ และ

ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

4. ข้อใดเป็นองค์ประกอบของระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ (IT)

ก. Data + MIS + Network

ข. Hardware + Software + Database

ค. Hardware + Program + Data + People

ง. Database + Process + Information

5. ข้อใดเปน็ องค์ประกอบของระบบสารสนเทศทางธรุ กิจ (IS or MIS)

ก. Data + MIS + Network

ข. Hardware + Software + Database

ค. Hardware + Program + Data + People

ง. Database + Process + Information

6. ขอ้ ใดเปน็ องค์ประกอบทางด้านเทคโนโลยี

ก. Data + MIS + Network

ข. Hardware + Software + Database

ค. Hardware + Program + Data + People

ง. Database + Process + Information

7. ขอ้ ใดเป็นระบบปฏบิ ัติการ (Operation Software : OS)

ก. AMD Athlon ข. IBM Embedded

ค. Intel Pentium 4 ง. Inter Server Management

8. ขอ้ ใดคือหนว่ ยประมวลผลของเคร่อื งคอมพิวเตอร์

ก. IBM Embedded ข. Microsoft Windows

ค. Intel Pentium 4 ง. Intel Server Management

9. การเชื่อมเครือข่ายคอมพิวเตอร์ด้วยอุปกรณ์รับและส่งโดยผ่านอุปกรณ์ทุกตัวระหว่าง 2 อุปกรณ์

ทีท่ าใหง้ า่ ยต่อการควบคุมและขอ้ มูลไมช่ นกันคือข้อใด

ก. เครือข่ายแบบบสั ข. เครอื ข่ายแบบดาว

ค. เครอื ข่ายแบบวงแหวน ง. เครอื ขา่ ยแบบลาดบั ขน้ั ตอน

10. ข้อใดเป็นระบบสารสนเทศทีก่ ลุ่มบรษิ ทั โตโยตา้ ฯ นามาใชใ้ นดา้ นการผลิตทันเวลาพอดี

ก. Just In Time : JIT

ข. Decision Support System : DSS

ค. Management Information System : MIS

ง. Total Quality Management : TQM

เฉลยแบบทดสอบหรอื ใบงาน

1. ข
2. ง
3. ง
4. ก
5. ง
6. ง
7. ง
8. ง
9. ค
10. ก

บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้

ผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้
............................................................................................................................. .......................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................................................. .......................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
.............................................................................................................................. ......................................
............................................................................................ ........................................................................

ผลการเรียนของนกั เรยี น
............................................ ........................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
.................................................................................... ................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
....................................................................................................................................... .............................
..................................................................................................... ...............................................................
............................................................................................................................. .......................................
........................................................................................................................................................ ............

ผลการสอนของครู
...................................................................................................... ..............................................................
............................................................................................................................. .......................................
......................................................................................................................................................... ...........
....................................................................................................................... .............................................
............................................................................................................................. .......................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................................................. .......................................

แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยที่ 6

ช่อื วิชาหลกั การจดั การ สอนครงั้ ท่ี 12-13
ชื่อหน่วย จรยิ ธรรมในการจัดการ ชว่ั โมง 8
ช่ือเรื่องหรือชื่องาน จรยิ ธรรมในการจัดการ จานวนช่ัวโมง 8
หัวข้อเรอ่ื งและงาน
29. ความหมายและความสาคญั ของจริยธรรม
30. โครงสร้างของจริยธรรม
31. วธิ ีการฝึกอบรมพฒั นาและปลูกฝังจริยธรรม
32. จรยิ ธรรมในการใชส้ ารสนเทศ
33. องค์การแห่งคณุ ธรรม จริยธรรม และการจัดการความรู้
34. บทสรปุ เนอ้ื หาจริยธรรมในการจัดการ

สาระสาคญั
จริยธรรมของแต่ละบคุ คลย่อมจะมีพัฒนาการไปในรปู แบบต่าง ๆ การพฒั นาจริยธรรมจะมลี าดับ

ข้นั ตอน แบบอยา่ ง และมีองค์ประกอบคล้ายคลึงกนั คือ การอาศัยปัจจัยท่ดี ลบันดาลทาให้เกิดจริยธรรมจาก
ตวั เราเอง กับปจั จยั ท่ีดลบันดาลให้เกิดจรยิ ธรรมจากภายนอก

จุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้
28. บอกความหมายและความสาคัญของจริยธรรมได้
29. บอกโครงสร้างของจริยธรรมได้
30. อธบิ ายวิธกี ารฝึกอบรมเพื่อพัฒนาและปลกู ฝังจริยธรรมได้
31. อธิบายองค์การแห่งคณุ ธรรมจริยธรรม และการจัดการเรียนรไู้ ด้
32. นกั ศึกษาเปน็ ผู้ขยัน อดทน และซอื่ สตั ย์

แผนการจดั การเรียนรู้ หนว่ ยที่ 6

ช่ือวิชาหลักการจัดการ สอนครั้งท่ี 12-13
ชือ่ หน่วย จรยิ ธรรมในการจดั การ ชั่วโมง 8
ช่ือเรอ่ื งหรือชอื่ งาน จรยิ ธรรมในการจัดการ จานวนช่วั โมง 8

สมรรถนะทพี่ งึ ประสงค์

ด้านพุทธพิ ิสยั
1. บอกความหมายและความสาคญั ของจริยธรรมได้
2. บอกโครงสรา้ งของจรยิ ธรรมได้
3. อธบิ ายองค์การแห่งคณุ ธรรมจรยิ ธรรม และการจัดการเรยี นรู้ได้

ดา้ นทกั ษะพสิ ัย
แสดงวธิ กี ารฝกึ อบรมเพ่ือพัฒนาและปลกู ฝงั จรยิ ธรรมได้

ด้านจิตพิสยั (คุณธรรม จรยิ ธรรม)
นกั ศกึ ษาเป็นผ้ขู ยัน อดทน และซอื่ สตั ย์

บูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง/3 D
นักศกึ ษาสามารถนาความรจู้ ากการศึกษาเล่าเรยี นไปประกอบการตดั สนิ ใจและเพ่อื เปน็ ภมู คิ ุ้มกนั ให้

ตวั เอง ด้วยการเปน็ ผมู้ ีความสนใจใฝร่ ู้ ต้งั ใจเรยี น

เน้อื หาสาระพอสังเขป

1. ความหมายและความสาคญั ของจรยิ ธรรม
จริยธรรม หมายถึง มาตรฐานของความประพฤติหรือศีลธรรมที่ก่อตัวข้ึนมาจากอารมณ์และ

ทัศนคติของสังคมใดสังคมหน่ึง ทั้งในอดีตและปัจจุบัน จริยธรรมทางธุรกิจจึงเก่ียวกับความถูกหรือผิด
ที่สังคมแต่ละกลุ่มคาดหมายไว้การปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติอย่างใดอย่างหน่ึงอาจ “ผิด” ในทัศนะคติของคนหนึ่ง
บริษทั วงการหรือประเทศหน่ึง แต่ในท่อี ่ืน คนอนื่ ประเทศอน่ื อาจจะ “ถูก”

2. โครงสร้างของจรยิ ธรรม
2.1 ความรับผิดชอบ
2.2 ความซอื่ สัตย์
2.3 ความมเี หตุผล
2.4 ความกตญั ญูกตเวที
2.5 การรักษาระเบยี บวนิ ยั
2.6 ความสามคั คี
2.7 ความยตุ ิธรรม
2.8 ความเสยี สละ
2.9 การประหยัด
2.10 ความเมตากรณุ า
2.11 ความอุตสาหะ

3. วิธีการฝึกอบรมพฒั นาและปลูกฝังจรยิ ธรรม
จริยธรรมของแต่ละบุคคลย่อมจะมีพฒั นาการไปในรปู แบบต่าง ๆ การพฒั นาจริยธรรมจะมี

ลาดับขน้ั ตอน แบบอย่าง และมีองคป์ ระกอบคล้ายคลงึ กนั คือ การอาศยั ปัจจยั ที่ดลบนั ดาลทาให้เกดิ
จริยธรรมจากตวั เราเอง กบั ปัจจยั ที่ดลบันดาลใหเ้ กดิ จรยิ ธรรมจากภายนอก

4. จริยธรรมในการใช้สารสนเทศ
จรยิ ธรรมท่เี ก่ยี วข้องกบั การใชส้ ารสนเทศ ประกอบดว้ ย 4 ประเดน็ คือ
4.1 ความเป็นส่วนตวั
4.2 ความถกู ตอ้ ง
4.3 ความเป็นเจ้าของ

5. องค์การแหง่ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และการจัดการความรู้
คณุ ธรรม มี 3 อย่างท่ีสาคัญ ไดแ้ ก่
5.1 ความดี
5.2 ความถกู ต้อง
5.3 ความเป็นธรรม
การจัดการความรู้ คือ นาสิ่งท่ีทา มาพินิจพิจารณาให้คนที่ทานั้นเอง มาพินิจพิจารณาแล้ว

เรียนรู้จากท่ีทา ประมวลวิเคราะห์ สังเคราะห์ ออกมาเป็นความรู้ บันทึกไว้เพ่ือใช้ประโยชน์ในภายหลัง
และเพ่อื แลกเปล่ยี นเรยี นรู้กบั กลุ่มอ่ืน ๆ หนว่ ยงานอ่นื ๆ

6. บทสรุปเนอ้ื หาจรยิ ธรรมในการจดั การ
แนวความคิดท่ีจะให้คนประพฤติดีปฏิบัติงาน เป็นท่ีปรารถนาของสังคม ต้องการคนดีมีคุณธรรม

องค์การทุกแห่งรับบุคคลากรเข้าปฏิบัติงานจะคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถมีประสบการณ์
ในการทางานน้ัน ๆ พร้อมกันนั้นจะพิจารณาจริยธรรม คุณธรรม คุณธรรม มนุษย์สัมพันธ์ น้ันก็คือ
ปรชั ญา “ความรู้คคู่ ุณธรรม” และแปรเปน็ “ธุรกจิ ค่จู รยิ ธรรม” การปลกู ฝงั เสรมิ สร้าง ฝึกอบรมจรยิ ธรรม
ตอ้ งคานึงถึงพ้นื ฐาน 3 ประการ ดังต่อไปนี้

กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้ (จัดกิจกรรมใหส้ อดคล้องกับสมรรถนะท่ีพงึ ประสงค์)

ข้ันนาเข้าสบู่ ทเรียน
เพ่ือกระตุ้นความสนใจและเชื่อมโยงการเรียนรู้ ครูผู้สอนอธิบายโครงสร้างของจริยธรรม

โดยครูผู้สอนคอยสรปุ ประเดน็ สาคัญข้ันสอน

ข้นั สอน
3. ผู้เรียนฟังครูบรรยายเน้ือหาตามหัวข้อในเอกสารประกอบการสอน ประกอบ Power Point

พรอ้ มยกตวั อยา่ งประกอบ เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นเข้าใจมากยิ่งขนึ้
4. เพื่อส่งเสริมการศึกษา ค้นคว้าและหลอมรวมเป็นองค์ความรู้ด้วยตนเอง ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มตาม

ความสมัครใจและจานวนเท่า ๆ กัน แสดงวิธีการฝึกอบรมเพ่ือพัฒนาและปลกู ฝังจริยธรรมและศกึ ษาค้นคว้า
สาระสาคญั และนาเสนอหน้าช้ันเรยี น

ขน้ั สรปุ
4. ให้ผู้เรียนช่วยกันตอบคาถามและครูผู้สอนสรุปซ้าในประเด็นเน้ือหาที่สาคัญ โดยเฉพาะ

องค์การแห่งคุณธรรมจริยธรรม และการจัดการเรียนรู้เพอื่ ใหผ้ ู้เรยี นนามาพิจารณาใชใ้ นชีวิตประจาวันได้
5. นาผลการตรวจสมุดแบบฝึกหัดที่นักศึกษานาส่งและจากการสังเกตพฤติกรรม ขณะทา

กิจกรรมของแต่ละคนมาแจง้ และชแี้ จงใหผ้ ู้เรียนทราบ เพอื่ นาไปปรับปรุงแก้ไขใหด้ ขี ้นึ
6. ครผู ู้สอนนัดหมายใหผ้ ้เู รยี นเตรยี มตวั เกีย่ วกบั เน้ือหาทจ่ี ะเรียนในหนว่ ยการเรยี นตอ่ ไป

สอื่ การจดั การเรียนรู้

แหล่งการเรียนรู้
21. หนังสอื เรียน
22. หนังสือท่เี กี่ยวข้อง
23. สอ่ื การสอน Power Point
24. วิดีทศั น์

การประเมินผลการจัดการเรียนรู้ (ใหส้ อดคล้องกบั สมรรถนะทีพ่ งึ ประสงค)์

ก่อนเรยี น
สังเกตจากความสนใจ ต้ังใจเรยี น รว่ มสนทนาและแสดงความคดิ เห็น

ขณะเรยี น
1. สงั เกตความตั้งใจ การมีสว่ นร่วมกจิ กรรมกลมุ่ มคี วามรับผิดชอบในงานที่มอบหมายให้

การแสดงความคดิ เหน็ และซกั ถาม
2. สงั เกตความเปน็ ระเบยี บเรียบรอ้ ยและมวี ินัย มภี มู ิคมุ้ กันดา้ นยาเสพติด

หลงั เรยี น
สงั เกตการณจ์ ดบนั ทึก การรว่ มสรุปเนอ้ื หาและทาแบบทดสอบให้ถูกต้อง 80% ขึ้นไป

แบบทดสอบหรอื ใบงาน (ถ้ามี)

แบบทดสอบ หน่วยที่ 6

พิจารณาเลือกคาตอบท่ีถกู ต้องที่สดุ เพียงคาตอบเดียว

1. ขอ้ ใดเปน็ ธรรมท่ีเป็นข้อปฏบิ ตั ิ

ก. จรยิ า ข. จรรยา

ค. จริยธรรม ง. จรรยาบรรณ

2. ขอ้ ใดไม่ถูกต้อง

ก. คณุ ธรรมทางจริยธรรมมพี น้ื ฐานจากการกระทา

ข. จรยิ ธรรมเน้นหลักการและเหตุผลจากการกระทา

ค. การมคี วามรู้ ความสามารถทาให้เปน็ ที่ยอมรับในสังคม

ง. มนษุ ยเ์ ปน็ สตั วส์ งั คม ต้องทาตนให้เป็นทย่ี อมรบั ในสงั คม

3. จากคากลา่ วที่ว่า “เปน็ แคก่ ๊ิกกันเทา่ นัน้ เอง” เป็นสเี ทาเข้มในข้อใด

ก. ความสามคั คี ข. ความซ่อื สตั ย์

ค. ความมีเหตุผล ง. ความยุติธรรม

4. ถ้าอยู่ในสงั คมตอ้ งไมผ่ ูกพันกับอารมณ์และความยดึ มั่นของตนเองเปน็ ใหญ่ คือข้อใด

ก. การประหยัด ข. ความอตุ สาหะ

ค. ความมเี หตุผล ง. การรกั ษาระเบยี บวินยั

5. ขอ้ ใดเป็นกลไกสาคญั ในการพฒั นาจรยิ ธรรม

ก. การสรา้ งจิตใจให้มคี ณุ ธรรม

ข. การฝึกฝนพฒั นาเอาใจใส่อย่เู ปน็ นิจ

ค. การฝึกฝนภาวะทางจิตมุ่งม่ันทาดี

ง. การอบรมสั่งสอนปลูกฝงั หลกั จรยิ ธรรม

6. ข้อใดเปน็ หลักการปลูกฝงั จริยธรรมทถ่ี กู ตอ้ ง

ก. การฝึกเลอื กคุณคา่ คณุ ประโยชน์

ข. นาสถาบนั ครอบครัวเป็นเอกลักษณ์สบื ทอดคา่ นิยม

ค. การใช้ความรู้คู่ขนานด้านบวกสรา้ งความดี

ง. สมาชิกทุกคนตอ้ งไดร้ บั การฝึกอบรมพัฒนาจรยิ ธรรม

7. ข้อใดเปน็ การปลกู ฝังจริยธรรมจากภายใน

ก. สถาบันครอบครวั เป็นผู้สง่ เสรมิ จรยิ ธรรม

ข. สถานศกึ ษา ศาสนา เป็นแหล่งปลูกฝงั จริยธรรม

ค. การฝกึ หัดทบทวนจากตาราเอกสารด้านจรยิ ธรรมอยู่เป็นนิจ

ง. การฝึกฝนเสริมสรา้ งลักษณะนสิ ัยด้านจรยิ ธรรมอยูเ่ ป็นนจิ

8. ข้อใดปลกู ฝังจริยธรรมใหเ้ ปน็ เดก็ ดอี ยา่ งยั่งยนื

ก. หนูตอ้ งเกบ็ รกั ษาของเลน่ ให้ดีมรี ะเบียบนะคะ

ข. หนูต้องแบง่ ของเลน่ ให้เพื่อนเล่นดว้ ยจะได้รกั กนั นะคะ

ค. หนูน่ารักจังเลยคะ ทีแ่ บง่ ของเล่นให้เพือ่ นเลน่ ดว้ ยกันนะคะ

ง. หนูเก่งมากมากที่สามารถแย่งของเลน่ เพอื่ นมาเป็นของหนูได้

9. ขอ้ ใดไมใ่ ช่หลักของจรยิ ธรรมในการใช้สารสนเทศทถ่ี ูกต้อง

ก. ความเปน็ ธรรม ข. ความถูกต้อง

ค. ความเปน็ สว่ นตวั ง. ความเป็นเจา้ ของ

10. ข้อใดปอ้ งกนั ความเสยี่ งด้านจรยิ ธรรมองคก์ ารได้อยา่ งย่งั ยืน

ก. จริยธรรมองคก์ าร ข. จรรยาบรรณธุรกิจ

ค. องคค์ วามรูอ้ งคก์ าร ง. การจดั การความรู้

เฉลยแบบทดสอบหรอื ใบงาน

1. ค
2. ค
3. ข
4. ง
5. ค
6. ค
7. ง
8. ค
9. ค
10. ค

บนั ทกึ หลังการจัดการเรยี นรู้

ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรยี นรู้
............................................................................................................................. .......................................
..................................................................................................................................... ...............................
................................................................................................... .................................................................
............................................................................................................................. .......................................
...................................................................................................................................................... ..............
.................................................................................................................... ................................................
............................................................................................................................. .......................................
..................................................................................... ...............................................................................

ผลการเรยี นของนกั เรยี น
.............................................................................................................. ......................................................
............................................................................................................................. .......................................
................................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................................................. .......................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................................................. .......................................

ผลการสอนของครู
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................................................. .......................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................................................. .......................................
........................................................................................ ............................................................................
............................................................................................................................. .......................................

แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยท่ี 8

ช่ือวิชาหลกั การจัดการ สอนคร้ังที่ 16-17

ชอ่ื หน่วย หลกั การจัดการในงานอาชีพตามหลักปรัชญา ชว่ั โมง 10

เศรษฐกิจพอเพียง

ชอื่ เรื่องหรอื ชื่องาน หลกั การจดั การในงานอาชีพตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ จานวนช่ัวโมง 10

พอเพียง

หวั ข้อเรอ่ื งและงาน

35. ความหมายและความสาคญั ของเศรษฐกิจพอเพียง

36. กรอบแนวความคดิ ของเศรษฐกิจพอเพยี ง

37. คณุ ลักษณะของเศรษฐกจิ พอเพียง

38. เงอื่ นไขของเศรษฐกิจพอเพยี ง

39. ระดบั ของเศรษฐกิจพอเพียง

40. จุดมงุ่ หมายของเศรษฐกิจพอเพยี ง

41. เศรษฐกจิ พอเพียงในภาคธรุ กิจ

a. หลกั ความพอประมาณทางธรุ กจิ

b. หลักความมเี หตุผลในธุรกจิ

c. การมภี ูมิคุ้มกันท่ีดีในธุรกิจ

d. ความรแู้ ละคุณธรรมในธรุ กจิ

42. กรณีศกึ ษาการประยุกต์หลักการจัดการในงานอาชีพตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

สาระสาคัญ
การประยุกต์หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการจัดการ เพราะเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่

ช้ีถึงแนวทางการดารงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน ถึงระดับรัฐ
ให้ดาเนินไปในทางสายกลาง คือ ความพอเพียง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจาเป็นท่ี
จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวท่ีดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบต่อใด ๆ เพื่อพร้อมรับสถานการณ์อันเกิดจาก
การเปล่ยี นแปลงท้งั ภายนอกและภายใน โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกจิ เพอ่ื ให้ก้าวทันต่อยคุ โลกาภวิ ัตน์

แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยท่ี 8

ช่ือวิชาหลกั การจดั การ สอนคร้ังท่ี 16-17
ชือ่ หน่วย หลักการจัดการในงานอาชพี ตามหลักปรัชญา ชัว่ โมง 10

เศรษฐกจิ พอเพียง จานวนชั่วโมง 10
ช่ือเรื่องหรอื ชื่องาน หลักการจัดการในงานอาชีพตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ

พอเพยี ง

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ เพอ่ื ให้
7. บอกความหมายและความสาคัญของเศรษฐกิจพอเพียงได้
8. อธบิ ายกรอบแนวคดิ ของเศรษฐกจิ พอเพียงได้
9. อธบิ ายเงอ่ื นไขของเศรษฐกจิ พอเพยี งได้
10. อธบิ ายจดุ มงุ่ หมายของเศรษฐกิจพอเพียงได้
11. อธบิ ายเศรษฐกิจพอเพยี งใจภาคธรุ กจิ ได้
11.1 เรอ่ื ง หลกั ความพอประมาณทางธรุ กิจ
11.2 เรอ่ื ง หลกั ความมเี หตุผลในธรุ กิจ
11.3 เรือ่ ง หลักการมีภูมิคุ้มกนั ท่ดี ีในธุรกจิ
11.4 เร่ือง ความรู้และคุณธรรมในธรุ กิจ
12. นกั ศกึ ษาเป็นผมู้ เี หตุผล พอประมาณ และพอเพยี ง

แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยที่ 8

ชอ่ื วิชาหลักการจัดการ สอนครง้ั ที่ 16-17
ชอื่ หน่วย หลกั การจดั การในงานอาชีพตามหลกั ปรัชญา ชั่วโมง 10

เศรษฐกจิ พอเพยี ง จานวนช่ัวโมง 10
ช่ือเร่ืองหรือชื่องาน หลกั การจัดการในงานอาชพี ตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ

พอเพยี ง

สมรรถนะทพ่ี งึ ประสงค์ (ความรู้ ทักษะ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ)

ดา้ นพทุ ธิพสิ ัย
1. บอกความหมายและความสาคญั ของเศรษฐกจิ พอเพียงได้
2. อธิบายกรอบแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพยี งได้
3. อธิบายเงอื่ นไขของเศรษฐกิจพอเพียงได้
4. อธบิ ายจดุ มุง่ หมายของเศรษฐกิจพอเพียงได้
5. อธิบายเศรษฐกิจพอเพียงใจภาคธุรกจิ ได้
5.1 เร่อื ง หลักความพอประมาณทางธุรกิจ
5.2 เรื่อง หลักความมเี หตผุ ลในธุรกิจ
5.3 เร่อื ง หลกั การมีภูมิคมุ้ กันทดี่ ีในธุรกจิ
5.4 เรือ่ ง ความรู้และคุณธรรมในธุรกจิ

ด้านทักษะพสิ ัย
วิเคราะห์เศรษฐกจิ พอเพียงใจภาคธุรกิจได้

ด้านจิตพิสัย
นกั ศกึ ษาเปน็ ผู้มีเหตุผล พอประมาณ และพอเพยี ง

บูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง/3 D
นักศึกษาสามารถนาความรู้จากการศึกษาเล่าเรียนไปประกอบการตัดสินใจและเพ่ือเป็นภูมิคุ้มกันให้

ตวั เอง ด้วยการเป็นผู้มีความสนใจใฝร่ ู้ ต้ังใจเรยี น

เน้อื หาสาระพอสังเขป

1. ความหมายและความสาคญั ของเศรษฐกิจพอเพยี ง
เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาช้ีถึงแนวทางการดารงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ

ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรฐั ท้ังในการพัฒนาและบริหารประเทศใหด้ าเนินไปในทาง
สายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพ่ือให้ก้าวทันต่อโลภยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง
ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจาเป็นท่ีจะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวท่ีดีพอสมควรต่อ
การมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงท้ังภายนอกและภายใน ท้ังนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้
ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่ง ในการนาวิชาการต่าง ๆ มาใช้ในการวางแผนและการ
ดาเนินการทุกข้ันตอนและขณะเดียวกัน จะต้องเสริมสร้างพ้ืนฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะ
เจ้าหน้าทข่ี องรัฐ นักทฤษฎี และธุรกิจในทุกระดับ ใหม้ ีสานึกในคณุ ธรรม ความซ่ือสตั ย์สุจริต และใหค้ วาม
รอบรู้ท่ีเหมาะสม ดาเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มสี ติ ปัญญา และความรอบคอบ เพ่อื ให้สมดุล
และพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทางด้านวัตถุ สังคม ส่ิงแวดล้อม
และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เปน็ อย่างดี

2. กรอบแนวความคดิ ของเศรษฐกิจพอเพยี ง
เป็นปรัชญาที่ช้ีแนะแนวทางการดารงอยู่และปฏิบัติตนในทางท่ีควรจะเป็น โดยมีพ้ืนฐานมาจาก

วิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สามารถนามาประยกุ ต์ใช้ได้ตลอดเวลาและเป็นการมองโลกเชิงระบบท่มี ีการ
เปล่ยี นแปลงอยู่ตลอดเวลา มุ่งเนน้ การรอดพน้ จากภัยวิกฤต เพ่ือความม่ันคงและความย่ังยนื ของการพัฒนา

3. คุณลักษณะของเศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพยี ง สามารถนามาประยุกต์ใช้กบั การปฏบิ ัติตนไดใ้ นทุกระดับ โดยเนน้ การปฏิบัติ

ตนบนทางสายกลาง และการพัฒนาอย่างเป็นข้ันตอน ความพอเพียงท่ีประกอบขึ้นตามปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง จะต้องประกอบด้วย 3 คณุ ลกั ษณะ พรอ้ ม ๆ กันดงั นี้

1. ความพอประมาณ
2. ความมีเหตผุ ล
3. การมีภูมิคุ้มกนั ในตวั ทด่ี ี

4. เงือ่ นไขของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
การตดั สินใจและการดาเนินกิจกรรมตา่ ง ๆ ให้อยู่ในระดบั พอเพียงน้ัน ต้องอาศัยท้ังความรู้และ

คุณธรรมเป็นพ้นื ฐาน กลา่ วคอื เงอื่ นไขความรู้ และเงอื่ นไขคณุ ธรรม

5. ระดับของเศรษฐกจิ พอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียงสามารถจาแนกได้เป็น 3 ระดบั ดังนี้
1. เศรษฐกจิ พอเพยี งระดับท่หี นึ่ง เป็นเศรษฐกิจพอเพยี งแบบพ้ืนฐาน ที่เน้นความพอเพยี งใน

ระดับบุคคลและครอบครวั
2. เศรษฐกิจพอเพียงระดับท่ีสอง เป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า ที่เน้นความพอเพียง

ในระดบั กลมุ่ หรือองคก์ ร
3. เศรษฐกิจพอเพียงระดับที่สาม เป็นเศรษฐกิจพอเพียงแบบกา้ วหน้า ท่ีเน้นความพอเพียงใน

ระดบั เครือขา่ ย

6. จุดมุง่ หมายของเศรษฐกจิ พอเพียง
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มุ่งเน้นให้เกิดการพิจารณาอย่างรอบด้าน มีความรอบคอบ

ระมัดระวังในการดาเนินงาน โดยเลือกรับการเปลี่ยนแปลงท่ีส่งผลกระทบในแง่ดี ในขณะเดียวกันท่ีต้อง
สร้างระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการเปลี่ยนแปลงในแง่ที่ไม่ดีและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ท้ังนี้จากัด
ผลกระทบให้อยูใ่ นระดับทีไ่ มก่ อ่ ความเสยี หายหรอื ไม่เป็นอนั ตรายรา้ ยแรงทาให้กจิ การยงั คงดาเนนิ ต่อ

7. เศรษฐกิจพอเพียงในภาคธรุ กจิ
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถนามรประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจ โดยไม่ขัดกับหลักการ

ของการแสวงหาผลกาไร แต่การได้มาซึ่งกาไรของธุรกิจ ต้องอยู่บนพื้นฐานของการไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น
หรือแสวงหาผลกาไรจนเกินควรจากการเบียดเบียนประโยชน์ของสงั คม โดยไม่คานึงถึงผลกระทบที่อาจจะ
ก่อให้เกดิ วกิ ฤตตามมา ตลอดจนใหค้ านึงถงึ การใช้ทรัพยากรในธุรกิจอย่างประหยัดและอย่างมคี ุณภาพ

7.1 หลกั ความพอประมาณทางธรุ กจิ
7.2 หลกั ความมเี หตุผลในธุรกิจ
7.3 การมภี มู ิคุ้มกนั ท่ีดีในธุรกิจ
7.4 ความรูแ้ ละคุณธรรมในธรุ กจิ

8. กรณีศึกษาการประยุกต์หลักการจัดการในงานอาชีพตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ (จัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับสมรรถนะที่พงึ ประสงค์)

ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ครูเลา่ ใหผ้ ู้เรยี นฟังเก่ียวกับความสาคญั ของเศรษฐกิจพอเพยี งใหผ้ เู้ รยี นฟัง
2. ครูสอบถามผู้เรียนเกี่ยวกับความสาคัญของเศรษฐกิจพอเพียงที่ครูได้เล่าให้ผู้เรียนฟัง

วิเคราะหส์ ่งิ ท่ีครผู ้สู อนเล่าเรอ่ื งราวใหฟ้ ัง

ขั้นสอน
5. ผเู้ รียนฟังครูบรรยายเนื้อหาตามหัวข้อในเอกสารประกอบการสอน ประกอบ Power Point

พรอ้ มยกตัวอยา่ งประกอบ เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นเขา้ ใจมากย่งิ ขึ้น
6. ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน ออกไปศึกษาค้นหาข้อมูลเศรษฐกิจพอเพียงในเร่ือง

หลักความพอประมาณทางธุรกิจ หลักความมีเหตุผลในธุรกิจ หลักการมภี ูมิคุ้มกันท่ีดีในธุรกิจ และจัดทา
เปน็ รายงานนาเสนอหนา้ ช้ันเรียน

ขัน้ สรุป
7. ให้ผู้เรียนช่วยกนั ตอบคาถามและครูผู้สอนสรุปซ้าในประเดน็ เนอ้ื หาทส่ี าคัญ หลังจากผเู้ รียน

ได้เรียนรู้ในเรื่องความสาคัญของเศรษฐกิจพอเพียงเพ่ือให้ผู้เรียนเข้าใจและสามารถปรับใช้ใน
ชีวติ ประจาวนั ได้

8. นาผลการตรวจสมุดแบบฝึกหัดท่ีนักศึกษานาส่งและจากการสังเกตพฤติกรรม ขณะทา
กจิ กรรมของแตล่ ะคนมาแจง้ และชแี้ จงใหผ้ ู้เรยี นทราบ เพื่อนาไปปรบั ปรุงแก้ไขให้ดีข้นึ

สอื่ การจดั การเรียนรู้

แหล่งการเรียนรู้
25. หนังสอื เรียน
26. หนังสือท่เี กี่ยวข้อง
27. สอ่ื การสอน Power Point
28. วิดีทศั น์

การประเมินผลการจัดการเรียนรู้ (ใหส้ อดคล้องกบั สมรรถนะทีพ่ งึ ประสงค)์

ก่อนเรยี น
สังเกตจากความสนใจ ต้ังใจเรยี น รว่ มสนทนาและแสดงความคดิ เห็น

ขณะเรยี น
1. สงั เกตความตั้งใจ การมีสว่ นร่วมกจิ กรรมกลมุ่ มคี วามรับผิดชอบในงานที่มอบหมายให้

การแสดงความคดิ เหน็ และซกั ถาม
2. สงั เกตความเปน็ ระเบยี บเรียบรอ้ ยและมวี ินัย มภี มู ิคมุ้ กันดา้ นยาเสพติด

หลงั เรยี น
สงั เกตการณจ์ ดบนั ทึก การรว่ มสรุปเนอ้ื หาและทาแบบทดสอบให้ถูกต้อง 80% ขึ้นไป

แบบทดสอบหรอื ใบงาน (ถา้ มี)

แบบประเมินผลการเรยี นรหู้ น่วยที่ 8
ตอบคาถามต่อไปนี้
1. พอเพียงกับโลกาภิวตั นไ์ อดว้ ยกนั ได้หรือไม่

- เมกะโปรเจคเป็นเศรษฐกจิ พอเพียงหรือไม่
2. สรา้ งทุนนิยมให้พอเพยี งได้อย่างไร

- เมกะโปรเจคเปน็ เศรษฐกิจพอเพียงหรอื ไม่
3. พอเพียง วัดกันท่ีตรงไหน
4. เศรษฐกิจพอเพยี งคอื การพึง่ ตนเอง ใช่หรอื ไม่

- EVA ใช้เปน็ เครื่องมือจดั การธรุ กจิ แบบพอเพียงไดห้ รือไม่
- การจดั การความรู้ในเศรษฐกิจพอเพียงเปน็ อยา่ งไร
- ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมพี น้ื ฐานมาจากหลักการใดบา้ ง
- จากปฏิรปู การศึกษาตามแนวเศรษฐกิจพอเพยี งได้อย่างไร
- สรา้ งภมู คิ ้มุ กันทอ้ งถน่ิ ได้อยา่ งไรบา้ ง
- ความพอเพียงใช้ได้กบั คนทกุ ระดบั หรอื ไม่
- ซีเอสอาร์เกยี่ วขอ้ งกบั เศรษฐกจิ พอเพยี งอย่างไร
- เศรษฐกิจพอเพียงเกย่ี วขอ้ งกบั การพฒั นาคนอย่างไร
- ผลิตแบบพอเพียงยังมีประสทิ ธภิ าพสงู สุดอยู่หรือไม่
- บริโภคอยา่ งไรให้ชีวิตสมดุล
- เศรษฐกจิ พอเพยี งเปน็ จุดหมายหรอื วถิ ที างแหง่ การปฏบิ ตั ิ
- อย่างไรถงึ เรยี กวา่ มเี หตผุ ล
- พอเพียงแล้วหา้ มกูเ้ งนิ หรือไม่
- หลกั การ “แก้มลิง” นามาใช้กบั การบริหารเงินไดอ้ ยา่ งไร
- Scenario Planning ใช้เปน็ เคร่ืองมอื สร้างภมู คิ มุ้ กนั ในธุรกิจได้หรอื ไม่
- Balanced Scorecard : ใช้เป็นเครอื่ งแสดงเหตุและผลทางธุรกจิ ได้หรอื ไม่
- จะเลือก GNH หรอื GDP
5. บริษทั ภบิ าลและบรษิ ัทบริบาลเกยี่ วข้องกับเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างไร

เฉลยแบบทดสอบหรอื ใบงาน

บันทกึ หลงั การจัดการเรยี นรู้

ผลการใช้แผนการจัดการเรยี นรู้
............................................................................................................................................. .......................
........................................................................................................... .........................................................
............................................................................................................................. .......................................
.............................................................................................................................................................. ......
............................................................................................................................ ........................................
............................................................................................................................. .......................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................

ผลการเรยี นของนกั เรียน
............................................................................................................................. .......................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................................................. .......................................
.............................. ......................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................................................. .......................................
....................................................................................................................................................................

ผลการสอนของครู
............................................................................................................................. .......................................
............................................................................................................................. .......................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
.................................................................................................................................. ..................................
................................................................................................ ....................................................................
............................................................................................................................. .......................................
................................................................................................................................................... .................

หนงั สืออ้างอิง
ปราณี กองทพิ ย,์ มงั กร ปุ่มก่งิ . (2558). หลักการจัดการ. กรงุ เทพฯ : พฒั นาวชิ าการ (2535) จากดั .

นางสาวอานสี รา โศภนะศกุ ร์

จัดทาโดย
หวั หน้าแผนกวิชาการจัดการสานักงาน


Click to View FlipBook Version