The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ปี 65

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by siwapornchaemchoy, 2022-09-19 05:38:47

หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ปี 65

หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ปี 65

หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนอนุบาลด่านชา้ ง กลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ๕๐

คำอธบิ ายรายวชิ า

ค๑๕๑๐๑ คณติ ศาสตร์ กล่มุ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ เวลาเรยี น ๑๖๐ ช่วั โมง/ปี

มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะการคิดคำนวณและการใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ ในการ
แก้ปัญหาตามสาระการเรยี นร้ตู ่อไปนี้

ทศนยิ ม ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งเศษส่วนและทศนิยม คา่ ประมาณของทศนยิ มไม่เกนิ ๓ ตำแหน่ง

ที่เปน็ จำนวนเต็ม ทศนยิ ม ๑ ตำแหนง่ และ ๒ ตำแหน่ง การใชเ้ คร่อื งหมาย  การประมาณผลลัพธ์ของ
การบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม การคูณทศนิยม การหารทศนิยม การแก้โจทยป์ ัญหาเกี่ยวกับ
ทศนยิ ม

จำนวนนับและ ๐ การบวก การลบ การคูณ และการหาร การแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้
บญั ญัตไิ ตรยางศ์

เศษส่วน และการบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน การเปรียบเทียบเศษส่วนและ
จำนวนคละ การบวก การลบเศษส่วนและจำนวนคละ การคูณ การหารของเศษส่วนและจำนวนคละ
การบวก ลบ คณู หารระคนของเศษส่วนและจำนวนคละ การแกโ้ จทยป์ ัญหาเศษสว่ นและจำนวนคละ

รอ้ ยละหรอื เปอร์เซ็นต์ การอา่ นและการเขียนรอ้ ยละหรอื เปอร์เซ็นต์ การแกโ้ จทยป์ ญั หา ร้อยละ
ความยาว ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยความยาว เซนติเมตรกับมิลลิเมตร เมตรกับเซนติเมตร
กิโลเมตรกบั เมตร โดยใชค้ วามรเู้ ร่ืองทศนิยม การแก้โจทยป์ ญั หาเกยี่ วกับความยาวโดยใชค้ วามรู้ เรอ่ื งการ
เปลี่ยนหนว่ ยและทศนิยม
นำ้ หนกั ความสัมพันธร์ ะหวา่ งหนว่ ยน้ำหนัก กิโลกรัมกับกรัม โดยใช้ความร้เู รื่องทศนิยม การแก้
โจทย์ปัญหาเกี่ยวกบั นำ้ หนัก โดยใชค้ วามรู้ เรอ่ื งการเปล่ยี นหนว่ ยและทศนิยม
ปรมิ าตรและความจุ ปรมิ าตรของทรงสเี่ หลี่ยมมมุ ฉากและความจุของภาชนะทรงสี่เหล่ียมมุม
ฉาก ความสัมพันธ์ระหว่าง มิลลิลิตร ลิตร ลูกบาศก์เซนติเมตร และลูกบาศก์เมตร การแก้โจทย์ปัญหา
เกี่ยวกับปรมิ าตรของทรงสีเ่ หลี่ยมมมุ ฉากและความจุของภาชนะทรงส่ีเหลีย่ มมมุ ฉาก
รูปเรขาคณิต เส้นตั้งฉากและสัญลักษณ์แสดงการตั้งฉาก เส้นขนานและสัญลักษณ์แสดงการ
ขนาน การสร้างเส้นขนาน มุมแย้ง มุมภายในและมุมภายนอกที่อยู่บนข้างเดียวกันของเส้นตัดขวาง
(Transversal) รูปเรขาคณิตสองมิติ ชนิดและสมบัติของรูปสี่เหลี่ยม การสร้างรูปสี่เหลี่ยม ความยาวรอบรปู
ของรูปสีเ่ หลี่ยม พืน้ ทีข่ องรปู ส่เี หลย่ี มดา้ นขนาน และรปู สเี่ หลย่ี มขนมเปียกปูน การแกโ้ จทยป์ ัญหาเก่ียวกับ
ความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยมและพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมด้านขนานและรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน รูป
เรขาคณิตสามมติ ิ ลกั ษณะและสว่ นต่าง ๆ ของปรซิ ึม
การนำเสนอข้อมลู การอ่านและการเขยี นแผนภูมแิ ท่ง การอา่ นกราฟเสน้
มีความสามารถในการแกป้ ญั หา การให้เหตผุ ล การส่ือสาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์
และการนำเสนอ การเชอ่ื มโยงความรตู้ ่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์ และการเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อ่ืน
ๆ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และมีเจตนคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างมีระบบ รอบคอบ มี
ความรบั ผดิ ชอบ มวี ิจารณญาณ มคี วามเช่อื ม่นั ในตนเอง มีความซื่อสตั ย์สุจริต มวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่าง
พอเพียง และมุ่งมั่นในการทำงาน การให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลสภาพปัญหาของ
ท้องถิน่ การเชอ่ื มโยงเน้อื หาสาระภูมิปัญญาท้องถิน่ กบั วชิ าอน่ื ๆ

หลกั สตู รกล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ พทุ ธศักราช 2565
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๖0)

หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นอนุบาลดา่ นช้าง กลุม่ สาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์ ๕๑
มาตรฐาน/ตัวชี้วดั

ค ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ค ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
รวม 3 มาตรฐาน ๑๙ ตัวชวี้ ัด

หลกั สูตรกลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ พทุ ธศักราช 2565
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖0)

หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรียนอนบุ าลด่านช้าง กลุม่ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ๕๒

คำอธิบายรายวิชา

ค๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ เวลาเรยี น ๑๖๐ ช่วั โมง/ปี

ศึกษา ฝึกทกั ษะการคดิ คำนวณ และฝึกทกั ษะการใชก้ ระบวนทางคณิตศาสตร์แก้ปญั หาตามสาระ
การเรยี นรตู้ อ่ ไปนี้

จำนวนนับ และ ๐ ตัวประกอบ จำนวนเฉพาะ ตัวประกอบเฉพาะ และการแยกตัวประกอบ
ห.ร.ม. และ ค.ร.น. การแกโ้ จทย์ปัญหาเก่ยี วกับ ห.ร.ม. และ ค.ร.น.

เศษสว่ น การเปรยี บเทียบและเรียงลำดับเศษสว่ นและจำนวนคละโดยใช้ความรเู้ ร่อื ง ค.ร.น.
การบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน การบวก การลบเศษส่วนและจำนวนคละ โดยใช้
ความรู้เรื่อง ค.ร.น. การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและ จำนวนคละ การแก้โจทย์ปัญหา
เศษส่วนและจำนวนคละ
อัตราสว่ น อัตราสว่ น อัตราส่วนที่เทา่ กนั และมาตราสว่ น
ทศนิยม และการบวก การลบ การคูณ การหาร ความสัมพันธ์ระหว่างเศษส่วนและทศนิยม

การหารทศนิยม การแกโ้ จทยป์ ญั หาเกี่ยวกบั ทศนยิ ม (รวมการแลกเงินต่างประเทศ)

อตั ราส่วนและรอ้ ยละ การแกโ้ จทยป์ ญั หาอัตราสว่ นและมาตราส่วน การแกโ้ จทย์ปัญหาร้อยละ
แบบรูป การแกป้ ญั หาเกยี่ วกบั แบบรปู
ปริมาตรและความจุ ปริมาตรของรปู เรขาคณิตสามมิติที่ประกอบด้วยทรงสี่เหล่ยี มมุมฉาก การแก้
โจทย์ปัญหาเก่ยี วกับปรมิ าตรของรูปเรขาคณิตสามมติ ทิ ่ีประกอบดว้ ยทรงสเ่ี หลยี่ มมมุ ฉาก
รูปเรขาคณติ สองมติ ิ ความยาวรอบรปู และพื้นทข่ี องรูปสามเหล่ียม มมุ ภายในของรปู หลายเหลยี่ ม

ความยาวรอบรปู และพ้ืนที่ของรปู หลายเหลี่ยม การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวรอบรปู และพ้นื ท่ีของรูป
หลายเหลี่ยม ความยาวรอบรูปและพื้นที่ของวงกลม การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาว รอบรูปและ
พื้นที่ของวงกลม ชนิดและสมบัติของรูปสามเหลีย่ ม การสร้างรูปสามเหลี่ยม ส่วนต่าง ๆ ของวงกลม การ
สรา้ งวงกลม

รูปเรขาคณิตสามมิติ ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย พีระมิด รูปคลี่ของทรงกระบอก กรวย
ปรซิ ึม พีระมิด

การนำเสนอข้อมูล การอา่ นแผนภมู ริ ปู วงกลม
มีความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์
และการนำเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์ และการเช่ือมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อ่ืน
ๆ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และมีเจตนคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานอย่างมีระบบ รอบคอบ มี
ความรับผดิ ชอบ มีวิจารณญาณ มีความเช่ือม่ันในตนเอง มคี วามซอ่ื สัตยส์ ุจริต มีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ อยู่อย่าง
พอเพียง และมุ่งมั่นในการทำงาน การให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ และสรุปผลสภาพปัญหาของ
ทอ้ งถ่นิ การเชอ่ื มโยงเนื้อหาสาระภูมิปญั ญาทอ้ งถน่ิ กบั วชิ าอืน่ ๆ

หลกั สูตรกลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ พุทธศักราช 2565
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศกั ราช ๒๕๖0)

หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรียนอนบุ าลด่านช้าง กลมุ่ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ๕๓
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด

ค ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒ , ป.๖/๓ , ป.๖/๔ , ป.๖/๕ , ป.๖/๖ ป.๖/๗ , ป.๖/๘ , ป.๖/๙ ,
ป.๖/๑๐ , ป.๖/๑๑ , ป.๖/๑๒

ค ๑.๒ ป.๖/๑
ค ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ค ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ค ๓.๑ ป.๖/๑
รวม 3 มาตรฐาน ๒๑ ตัวชี้วดั

หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ พทุ ธศักราช 2565
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๖0)

หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรียนอนุบาลดา่ นช้าง กลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์ ๕๔

ค๑๔2๐1 คณติ ศาสตร์ คำอธบิ ายรายวชิ าเพิม่ เติม
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๔
กลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
เวลา ๔๐ ชัว่ โมง/ปี

คำอธิบายรายวิชา
ศึกษา ฝกึ ทักษะการคดิ คำนวณ และฝกึ ทกั ษะการแก้ปัญหาในสาระต่อไปน้ี

การบวก การลบ การคูณ การหารจำนวนนับและโจทย์ปญั หา การบวก การลบ
จำนวนท่มี ีหลายหลัก การคณู หารจำนวนทมี่ หี ลายและการใช้เทคนิคโพยาในการแก้โจทย์ปญั หา

เศษส่วน และการบวก การลบเศษส่วน การบวกการลบเศษส่วนทมี่ ตี วั สว่ นเทา่ กัน
ทศนยิ ม และการบวก ลบทศนิยม ความหมาย การเปรยี บเทียบ การบวก ลบ ทศนยิ ม
ไมเ่ กินสองตำแหนง่

การชัง่ ตวง วัด เวลา และเงิน โจทย์ปัญหาการชั่ง ตวง วัด การแปลงหน่วย
การเปรียบเทยี บและการแลกเงิน

การหาพ้ืนที่ การหาพนื้ ทจี่ ากการนบั ตาราง การหาพน้ื ท่ีโดยประมาณการนบั ตาราง
การหาพืน้ ทข่ี องรปู สี่เหลยี่ มมมุ ฉาก โจทย์ปัญหาและสถานการณ์

รูปเรขาคณิตและสมบัติบางประการของรูปเรขาคณิต การสรา้ งและการประดิษฐ์

ลวดลายโดยใชร้ ูปเรขาคณติ
แบบรูปและความสัมพนั ธ์ แบบรปู ของจำนวนท่เี พ่มิ ข้ึนและลดลงทีละเท่าๆกนั

แบบรปู ของเรขาคณิตและแบบรปู อนื่ ๆ การบอกความสัมพนั ธห์ รือการเขียนประโยคสญั ลกั ษณ์
แสดงความสมั พนั ธข์ องสถานการณห์ รอื ปญั หา

ผลการเรยี นรู้
๑. เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน

ผลทีเ่ กิดขึน้ จากการดำเนนิ การ สมบตั ขิ องการดำเนินการ และนำไปใช้
๒. เข้าใจและวิเคราะหแ์ บบรูป ความสมั พันธ์ และนำไปใช้
๓. เขา้ ใจพนื้ ฐานเก่ยี วกบั การวัด และนำไปใช้

๔. เข้าใจและวเิ คราะห์รูปเรขาคณิต สมบตั ขิ องรูปเรขาคณิต ความสมั พนั ธ์ระหว่างรูปเรขาคณิต
และนำไปใช้

รวมทงั้ หมด ๔ ผลการเรยี นรู้

หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ พุทธศกั ราช 2565
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖0)

หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี นอนุบาลด่านช้าง กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ๕๕

ค๑๕2๐1 คณติ ศาสตร์ คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๕
กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
เวลา ๔๐ ชัว่ โมง/ปี

คำอธิบายรายวชิ า
ศกึ ษา ฝึกทักษะการคิดคำนวณ และฝึกทักษะการแกป้ ัญหาในสาระต่อไปนี้
จำนวนนบั และการดำเนนิ การจำนวนนบั สมบัติของจำนวนนับ การบวก การลบ

การคณู และการหารจำนวนนบั การบวก ลบ คูณ หารระคน การใชโ้ พยาในการโจทย์ปัญหา
การบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วน และโจทยป์ ัญหา การบวกลบเศษส่วน

และจำนวนคละ เทคนิคการคำนวณใหง้ า่ ยข้ึน และการใช้เทคนิคโพยาในการแก้โจทยป์ ัญหา
การบวก การลบ การคณู ทศนิยม และโจทยป์ ัญหา การบวกและการลบทศนยิ มไม่

เกนิ สองตำแหน่ง การคณู ทศนยิ มท่มี ผี ลคูณเป็นทศนิยมไมเ่ กนิ สองตำแหน่ง การบวก ลบ คณู ทศนยิ ม
ระคนที่ผลลัพธ์เป็นทศนยิ มไมเ่ กนิ สองตำแหนง่ และการใชเ้ ทคนคิ โพยาในการแกโ้ จทย์ปัญหา

ร้อยละ และโจทย์ปัญหา การเขยี นเศษสว่ นทมี่ ีตัวเลขเปน็ ส่วนประกอบของ ๑๐๐
ใหอ้ ยใู่ นรปู ร้อยละ การเขยี นร้อยละใหอ้ ยูใ่ นรปู เศษสว่ นและทศนยิ ม การเปรียบเทียบเศษสว่ น ทศนิยม
และร้อยละ ร้อยละของจำนวนนบั โจทยป์ ญั หารอ้ ยละทมี่ ีผลลัพธเ์ ปน็ จำนวนนับ

การหาเส้นรอบรปู พน้ื ท่ี การหาเสน้ รอบรูป พื้นทีข่ องรปู สามเหลย่ี มและส่ีเหลีย่ มมุม
ฉาก การคาดคะเนพนื้ ท่เี ป็นตารางเมตร ตารางเซนติเมตร และตารางวา โจทยป์ ัญหาและสถานการณ์

การหาปรมิ าตร การหารปริมาตรและ / หรือความจุของทรงสเ่ี หลีย่ มมมุ ฉาก
รปู เรขาคณิตและสมบตั ิบางประการของรูปเรขาคณิต สมบัตขิ องรปู สามเหลย่ี ม
สี่เหลย่ี ม และการสร้างรูป
แบบรปู และความสัมพันธ์ แบบรปู ของจำนวน การเขยี นประโยคสญั ลกั ษณ์

แสดงความสมั พนั ธข์ องสถานการณห์ รือปัญหา
สถติ ิและความน่าจะเปน็ เบ้ืองต้น การอ่าน เปรยี บเทียบ การเก็บรวบรวมขอ้ มูลและ

การเขียนแผนภมู ิแทง่ ความหมายและการนำไปใช้ในชวี ิตประจำวันของเหตุการณ์ทเ่ี กดิ ขึ้นแน่นอน
อาจจะเกิดขึน้ หรือไม่เกดิ และไม่เกิดข้นึ อย่างแน่นอน

ผลการเรยี นรู้
๑. เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน ผลท่ี

เกิดขนึ้ จากการดำเนนิ การ สมบตั ขิ องการดำเนินการ และนำไปใช้
๒. เขา้ ใจและวเิ คราะหแ์ บบรูป ความสัมพนั ธ์ และนำไปใช้
๓. เขา้ ใจพน้ื ฐานเกย่ี วกับการวดั และนำไปใช้
๔. เข้าใจและวเิ คราะหร์ ูปเรขาคณติ สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์ระหวา่ งรูปเรขาคณิต

และนำไปใช้
๕. เข้าใจกระบวนการทางสถิติ และใชค้ วามรู้ทางสถิติในการแก้ปญั หา
รวมทงั้ หมด ๕ ผลการเรยี นรู้

หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ พุทธศักราช 2565
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พุทธศกั ราช ๒๕๖0)

หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรยี นอนุบาลด่านชา้ ง กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ๕๖

ค๑๖2๐1 คณติ ศาสตร์ คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
เวลา ๔๐ ช่วั โมง/ปี

คำอธบิ ายรายวิชา
ศกึ ษา ฝึกทักษะการคดิ คำนวณ และฝึกทกั ษะการแกป้ ญั หาในสาระตอ่ ไปน้ี

สมบัตขิ องจำนวนนบั การแจกแจงและการดำเนนิ การ ประโยชน์ของการประมาณ
การแจกแจง การดำเนินการ และลำดับของการดำเนนิ การ การหาตวั ประกอบ และแยกตวั ประกอบ

สมการและการแก้สมการ เรียนรกู้ ารแก้โจทย์ปัญหาโดยใชส้ มการ
โจทยป์ ระยุกตเ์ รขาคณิต โจทย์ปัญหารปู สามเหลีย่ มและสเี่ หลยี่ ม การหาพื้นทีแ่ ละ
ความยาวรอบรปู ของวงกลม

รูปทรง รูปคลี่ และปรมิ าตรและความน่าจะเปน็ เบอ้ื งตน้ ปริมาตรของรูปทรง
เรขาคณิต

สามมติ ิ และโจทยป์ ญั หาปริมาตร
เทคนิคการคำนวณเศษสว่ น และทศนิยม เทคนิคบวก ลบเศษส่วน ทศนยิ ม และ

การแกโ้ จทยป์ ญั หาเศษส่วน และทศนยิ ม

บทประยกุ ต์ การหาเปอรเ์ ซ็นและร้อยละของจำนวนเต็ม พร้อมแก้โจทยป์ ญั หา
อตั ราส่วน แก้โจทยป์ ัญหาอตั ราสว่ น ดว้ ยหลักการก่อนและหลงั การแปลงข้อมลู

และวาดแผนภาพ

ผลการเรยี นรู้
๑. เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน
ผลท่ีเกดิ ขึน้ จากการดำเนนิ การ สมบัตขิ องการดำเนินการ และนำไปใช้

๒. เข้าใจและวเิ คราะหแ์ บบรปู ความสมั พนั ธ์ และนำไปใช้
๓. เข้าใจพนื้ ฐานเกย่ี วกับการวัด และนำไปใช้
๔. เขา้ ใจและวเิ คราะหร์ ปู เรขาคณิต สมบัตขิ องรูปเรขาคณติ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งรูปเรขาคณิต

และนำไปใช้
๕. เข้าใจกระบวนการทางสถติ ิ และใชค้ วามรูท้ างสถติ ิในการแกป้ ัญหา
รวมทง้ั หมด ๕ ผลการเรยี นรู้

หลักสูตรกลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ พุทธศักราช 2565
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖0)

หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนอนบุ าลด่านช้าง กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ๕๗

ส่วนที่ 4 หนว่ ยการเรียนรู้

หลักสูตรกลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ พทุ ธศักราช 2565
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖0)

หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรยี นอนุบาลดา่ นชา้ ง กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ๕๘

โครงสรา้ งรายวชิ าคณติ ศาสตร์

รายวิชา คณติ ศาสตร์ ค๑๑๑๐๑ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์

ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง/ปี

หน่วยท่ี ชอื่ หน่วยการ มาตรฐานการ สาระการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนัก
เรียน เรียนรู้/ตวั ชี้วัด (ชั่วโมง) คะแนน

๑ จำนวนนับ ๑ ค ๑.๑ ป.๑/๑ จำนวนนับ ๑ ถงึ ๑๐ และ ๐ (๙) ๓

ถงึ ๑๐ ป.๑/๒ ป๑/๓ - การนับทีละ ๑ ๑

และ ๐ - การอ่านและการเขียนตัวเลข ๒

ฮินดูอารบกิ ตัวเลขไทยแสดงจำนวน ๑

- การแสดงจำนวนนบั ไม่เกิน ๒๐ ในรูป

ความสมั พันธข์ องจำนวนแบบสว่ นยอ่ ย –

ส่วนรวม (Part – Whole Relationship)

- การบอกอนั ดบั ท่ี

- หลัก ค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก และ

การเขยี นตัวเลขแสดงจำนวนในรปู

กระจาย

- การเปรยี บเทียบจำนวนและการใช้

เคร่ืองหมาย =  > <

- การเรยี งลำดบั จำนวน

๒ การบวก ค ๑.๑ ป.๑/๔ การบวกจำนวนสองจำนวนท่ีมผี ลบวก (๑๐) ๕

จำนวนสอง ป.๑/๕ ไม่เกิน ๑๐

จำนวนทีม่ ี - ความหมายของการบวก การหาผลบวก ๕

ผลบวกไมเ่ กิน - การแกโ้ จทย์ปัญหาการบวก และการสรา้ ง ๕

๑๐ โจทย์ปัญหา พรอ้ มทั้งหาคำตอบ

๓ การลบ จำนวน ค ๑.๑ ป.๑/๔ การลบ จำนวนทม่ี ีตัวตั้งไมเ่ กิน ๑๐ (๑๐)

ท่มี ตี ัวตง้ั ไม่เกนิ ป.๑/๕ - ความหมายของการลบ การหาผลลบ ๕

๑๐ และความสัมพนั ธ์ของการบวกและ

การลบ

- การแกโ้ จทยป์ ญั หาการลบ และการสร้าง

โจทยป์ ัญหา พรอ้ มท้ังหาคำตอบ ๕

หลักสตู รกลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ พทุ ธศักราช 2565
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖0)

หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นอนุบาลด่านชา้ ง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ๕๙

หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนกั
เรียน เรยี นร/ู้ ตวั ช้วี ัด (ชวั่ โมง) คะแนน
จำนวนนบั ๑๑ ถงึ ๒๐ (๑๕)
๔ จำนวนนบั ๑๑ ค ๑.๑ ป.๑/๑ - การนับทลี ะ ๑ ๕
ป.๑/๒ ป๑/๓ - การอา่ นและการเขียนตวั เลข ๒
ถึง ๒๐ ๕
ฮินดอู ารบกิ ตวั เลขไทยแสดงจำนวน
- การแสดงจำนวนนับไมเ่ กนิ ๒๐ ในรปู ๒

ความสัมพันธข์ องจำนวนแบบสว่ นย่อย – ๒
ส่วนรวม (Part – Whole Relationship)
- หลัก ค่าของเลขโดดในแต่ละหลกั และ ๒
การเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรปู
กระจาย ๒
- การเปรยี บเทียบจำนวนและการใช้

เคร่อื งหมาย =  > <
- การเรียงลำดบั จำนวน

๕ การบวก การ ค ๑.๑ ป.๑/๔ การบวกจำนวนทมี่ ผี ลบวกไม่เกิน ๒๐ (๑๕) ๕

ลบ จำนวนนบั ป.๑/๕ - ความหมายของการบวก การหาผลบวก ๕

ไม่เกนิ ๒๐ การแก้โจทย์ปัญหาการบวก และการสร้าง ๑๐
โจทยป์ ญั หา พรอ้ มทง้ั หาคำตอบ

การลบ จำนวนที่มีตวั ตั้งไม่เกิน ๒๐ (๑๕)

- ความหมายของการลบ การหาผลบวก ๕

และความสมั พนั ธข์ องการบวกและการลบ

- การแกโ้ จทย์ปญั หาการลบ และการสร้าง ๑๕

โจทยป์ ัญหา พรอ้ มทั้งหาคำตอบ

๖ แผนภูมริ ปู ภาพ ค ๓.๑ ป.๑/๑ การนำเสนอขอ้ มลู (๘) ๒
การอ่านแผนภมู ิรปู ภาพ ๘ ๕

๗ การวดั นำ้ หนกั ค ๒.๑ ป.๑/๒ นำ้ หนกั (๑๗)

- การวดั น้ำหนกั โดยใชห้ น่วยทีไ่ มใ่ ชห่ นว่ ย ๓

มาตรฐาน ๕
- การวัดนำ้ หนักเป็นกโิ ลกรัม เป็นขีด ๔
- การเปรียบเทยี บน้ำหนกั เปน็ กโิ ลกรมั เปน็ ขีด

- การแก้โจทยป์ ญั หาการบวก การลบ ๕
เก่ียวกบั นำ้ หนักท่ีมหี นว่ ยเป็นกิโลกรัม

เปน็ ขดี

หลักสูตรกลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ พุทธศักราช 2565
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พทุ ธศักราช ๒๕๖0)

หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรียนอนุบาลด่านชา้ ง กลมุ่ สาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ ๖๐

หน่วยที่ ชื่อหน่วยการ มาตรฐานการ สาระการเรยี นรู้ เวลา น้ำหนัก
เรยี น เรยี นรู/้ ตัวชี้วัด (ชัว่ โมง) คะแนน

สอบปลายภาคเรียนท่๑ี ๑ ๑๕
(๕) ๒
๘ การบอก ค ๑.๒ ป.๑/๑ การบอกอนั ดับท่ี ๓
ตำแหนง่ และ - การบอกตำแหนง่ สิง่ ต่างๆ และอันดบั ท่ี ๒ ๕
อนั ดับที่ - การนำไปใช้ (๑๓)

๙ รูปเรขาคณติ ค ๑.๒ ป.๑/๑ แบบรปู
ค ๒.๒ ป.๑/๑ - แบบรูปของจำนวนที่เพม่ิ ขนึ้ หรือลดลงที ๒

ละ ๑ และทีละ ๑๐ ๔
- แบบรูปซำ้ ของจำนวน รปู เรขาคณิต

และรปู อื่น ๆ
รูปเรขาคณิตสองมิติและรปู เรขาคณิตสาม
มติ ิ
- ลักษณะของทรงสี่เหลี่ยมมมุ ฉาก ทรงกลม

ทรงกระบอก กรวย
- ลักษณะของรปู สามเหล่ียม รูปสี่เหลีย่ ม

วงกลม และวงรี

๑๐ จำนวนนบั ๒๑ ค ๑.๑ ป.๑/๑ จำนวนนบั ๒๑ ถึง ๑๐๐ (๑๙) ๕

ถึง ๑๐๐ ป.๑/๒ ป๑/๓ - การนบั ทีละ ๑ และทีละ ๑๐ ๒

- การอ่านและการเขียนตัวเลข ๔

ฮนิ ดูอารบกิ ตวั เลขไทยแสดงจำนวน

- การแสดงจำนวนนบั ไมเ่ กนิ ๒๐ ในรปู ๓

ความสมั พนั ธ์ของจำนวนแบบส่วนยอ่ ย –

ส่วนรวม (Part – Whole Relationship)

- หลัก ค่าของเลขโดดในแต่ละหลกั และ ๓

การเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรูป ๓

กระจาย

- การเปรยี บเทยี บจำนวนและการใช้ ๒

เครื่องหมาย =  > < ๒
- การเรียงลำดับจำนวน

๑๑ ความยาว ค ๒.๑ ป.๑/๑ ความยาว (๑๕) ๘
- การวัดความยาวโดยใชห้ น่วยทไ่ี ม่ใชห่ น่วย ๓

มาตรฐาน ๓
- การวดั ความยาวเปน็ เซนติเมตร เปน็ เมตร

หลักสูตรกล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ พทุ ธศกั ราช 2565
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖0)

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรยี นอนบุ าลดา่ นชา้ ง กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ๖๑

หนว่ ยที่ ชือ่ หนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนัก
เรียน เรียนรู้/ตวั ชีว้ ัด (ช่ัวโมง) คะแนน

- การเปรียบเทยี บความยาวเปน็ เซนติเมตร ๔ ๕

เป็นเมตร ๕

- การแกโ้ จทยป์ ัญหาการบวก การลบ (๑๖)

เกยี่ วกับ ความยาวท่มี หี นว่ ยเปน็ ๑๖

เซนติเมตร เปน็ เมตร

๑๒ การบวก ค ๑.๑ ป.๑/๔ การบวกจำนวนสองจำนวนท่ีมีผลบวก
จำนวนทีม่ ี
ผลบวกไม่เกิน ป.๑/๕ ไม่เกนิ ๙
๑๐๐
- ความหมายของการบวก การหาผลบวก

๑๓ การลบ จำนวน ค ๑.๑ ป.๑/๔ การลบ จำนวนทม่ี ตี วั ตงั้ ไมเ่ กนิ ๙ (๑๖) ๕

ทีม่ ตี ัวตงั้ ไมเ่ กนิ ป.๑/๕ - ความหมายของการลบ การหาผลบวก ๑๖ ๕
๑๕
๑๐๐ และความสัมพันธ์ของการบวกและ ๑๐๐

การลบ

๑๔ โจทยป์ ญั หา - การแก้โจทยป์ ัญหาการบวก การลบ และ (๑๕)
การบวกและ การสรา้ งโจทยป์ ญั หา พรอ้ มท้งั หาคำตอบ ๑๕
การลบ
สอบปลายภาคเรยี นที่ ๒ ๑
รวม ๒๐๐

หลกั สูตรกลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ พุทธศักราช 2565
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศกั ราช ๒๕๖0)

หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นอนุบาลดา่ นช้าง กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ๖๒

โครงสรา้ งรายวิชา คณติ ศาสตร์

รายวิชา คณิตศาสตร์ ค๑๒๑๐๑ กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์

ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๒ เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง/ปี

หน่วยที่ ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนกั
เรยี น เรียนรู้/ตัวช้วี ัด (ชว่ั โมง) คะแนน
ค ๑.๑ ป.๒/๑ จำนวนนบั ไมเ่ กนิ ๑,๐๐๐ และ ๐ (๒๐)
๑ จำนวนนบั ไม่ ป.๒/๒ ป.๒/๓ - การนบั ทีละ ๒ ทีละ ๕ ทีละ ๑๐ และที ๗

เกนิ ๑,๐๐๐ ค ๑.๑ ป.๒/๔ ละ ๑๐๐ ๘
- การอ่านและการเขียนตัวเลข ๖
และ ๐
ฮนิ ดอู ารบกิ ตวั เลขไทย และตวั หนังสอื ๓
๒ การบวกและ แสดงจำนวน ๔
การลบ จำนวน - จำนวนคู่ จำนวนคี่
- หลัก ค่าของเลขโดดในแต่ละหลกั และ ๓
นบั ไม่เกนิ การเขียนตวั เลขแสดงจำนวนในรปู (๑๙)
๑,๐๐๐ กระจาย ๙
- การเปรยี บเทียบและเรยี งลำดบั จำนวน ๑๐
การบวก จำนวนนับไมเ่ กนิ ๑,๐๐๐ และ ๐--
- การบวกและการลบ
- การแก้โจทย์ปญั หาและการสรา้ งโจทย์
ปญั หา พรอ้ มทงั้ หาคำตอบ

๓ การวดั ความ ค ๒.๑ ป.๒/๒ ความยาว (๒๐) ๕
ยาว ป.๒/๓ - การวดั ความยาวเป็นเมตรและเซนติเมตร ๕

- การคาดคะเนความยาวเปน็ เมตร ๕
- การเปรยี บเทียบความยาวโดยใช้

ความสัมพันธ์ระหวา่ งเมตรกบั เซนติเมตร

- การแก้โจทยป์ ัญหาเกีย่ วกบั ความยาวท่ีมี
หน่วยเปน็ เมตรและเซนติเมตร

๔ การวัดนำ้ หนัก ค ๒.๑ ป.๒/๔ นำ้ หนัก (๒๐) ๕

ป.๒/๕ - การวัดน้ำหนกั เป็นกิโลกรัมและกรมั ๕

กโิ ลกรัมและขีด

- การคาดคะเนน้ำหนกั เปน็ กโิ ลกรัม ๓

- การเปรียบเทยี บน้ำหนักโดยใช้ ๕

ความสมั พันธร์ ะหว่างกโิ ลกรมั กบั กรมั

กโิ ลกรัมกับขีด

- การแกโ้ จทยป์ ญั หาเกย่ี วกบั น้ำหนกั ทม่ี ี ๗

หนว่ ยเป็นกโิ ลกรมั และกรัม กิโลกรมั และขีด

หลกั สตู รกลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ พทุ ธศักราช 2565

ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พทุ ธศกั ราช ๒๕๖0)

หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนอนบุ าลดา่ นช้าง กลมุ่ สาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ ๖๓

หนว่ ยท่ี ช่อื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนกั
เรยี น เรียนรู้/ตวั ช้วี ัด (ชว่ั โมง) คะแนน

๕ การคณู ค ๑.๑ ป.๒/๕ การคณู จำนวนนับ ไม่เกนิ ๑,๐๐๐ และ ๐ (๒๐) ๑๐
๑๒
จำนวนนบั - ความหมายของการคูณ การหาผลคณู

ไม่เกนิ ๑,๐๐๐ และความสมั พันธ์ของการคูณและการ

และ ๐ หารได้

- การแก้โจทย์ปัญหาและการสรา้ งโจทย์ ๘

ปัญหา พรอ้ มทง้ั หาคำตอบ ๑ ๑๕
(๒๐) ๑๐
สอบปลายภาคเรยี นท่ี ๑ ๑๓

๖ การหารจำนวน ค ๑.๑ ป.๒/๖ การหารจำนวนนับ ไมเ่ กิน ๑,๐๐๐ และ ๐

นบั ไมเ่ กนิ - ความหมายของการหาร การหาผลหาร

๑,๐๐๐ และ ๐ และเศษ และความสมั พันธข์ องการคณู

และการหารได้

- การแกโ้ จทย์ปัญหาและการสร้างโจทย์ ๗

ปัญหา พรอ้ มทง้ั หาคำตอบ

๗ เวลา ค ๒.๑ ป.๒/๑ เวลา (๑๕) ๕
- การบอกเวลาเปน็ นาฬกิ าและนาที ๓ ๕

(ชว่ ง ๕ นาท)ี ๓
- การบอกระยะเวลาเป็นชว่ั โมง เป็นนาที ๓

- การเปรียบเทียบระยะเวลาเป็นชว่ั โมง ๓
เป็นนาที ๓

- การอา่ นปฏทิ ิน
- การแกโ้ จทยป์ ัญหาเก่ียวกบั เวลา

๘ ปริมาตรและ ค ๒.๑ ป.๒/๖ ปรมิ าตรและความจุ (๒๐)

ความจุ - การวดั ปรมิ าตรและความจุโดยใช้หนว่ ยท่ี ๕

ไม่ใช่หนว่ ยมาตรฐาน

- การวดั ปรมิ าตรและความจุเป็นช้อนชา ๕

ชอ้ นโต๊ะ ถ้วยตวง ลติ ร

- การเปรียบเทยี บปริมาตรและความจุเปน็ ๕

ช้อนชา ชอ้ นโตะ๊ ถว้ ยตวง ลิตร

- การแก้โจทย์ปัญหาเก่ียวกบั ปริมาตรและ ๕

ความจุ ทมี่ ีหน่วยเป็นชอ้ นชา ชอ้ นโต๊ะ

ถ้วยตวง ลติ ร

หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ พทุ ธศกั ราช 2565
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖0)

หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนอนุบาลดา่ นชา้ ง กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ๖๔

หนว่ ยที่ ชื่อหนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนัก
เรยี น เรยี นร้/ู ตวั ช้ีวัด (ชัว่ โมง) คะแนน

๙ รปู เรขาคณิต ค ๒.๒ ป.๒/๑ รูปเรขาคณิตสองมติ ิ (๑๔) ๕
๑๐
สองมติ ิ - ลักษณะของรปู หลายเหล่ยี ม วงกลม และ

วงรี

- การเขียนรปู เรขาคณิตสองมิตโิ ดยใชแ้ บบ ๔

ของรปู

๑๐ การบวก ลบ ค ๑.๑ ป.๒/๗ การบวก ลบ คณู หารระคน (๒๐) ๑๐
๑๓
คณู หารระคน ป.๒/๘ - การบวก ลบ คูณ หารระคน ๗

- การแกโ้ จทยป์ ญั หาและการสร้างโจทย์

ปัญหา

พรอ้ มทงั้ หาคำตอบ

๑๑ การนำเสนอ ค ๓.๑ ป.๒/๑ การนำเสนอขอ้ มูล (๑๐) ๕
ข้อมลู - การอ่านแผนภูมิรปู ภาพ ๑๐

สอบปลายภาคเรียนท่ี ๒ ๑ ๑๕
รวม ๒๐๐ ๑๐๐

หลกั สูตรกล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ พทุ ธศกั ราช 2565
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พทุ ธศักราช ๒๕๖0)

หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นอนบุ าลดา่ นชา้ ง กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ๖๕

โครงสร้างรายวชิ า คณิตศาสตร์

รายวชิ า คณิตศาสตร์ ค๑๓๑๐๑ กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์

ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๓ เวลา ๒๐๐ ชั่วโมง/ปี

หนว่ ยท่ี ช่อื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระการเรยี นรู้ เวลา น้ำหนกั
เรียน เรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด (ชวั่ โมง) คะแนน

๑ จำนวนนับที่ ค ๑.๑ ป.๓/๑ , จำนวนนับไมเ่ กนิ ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ (๑๕) ๕

มากกวา่ ป.๓/๒ - การอา่ น การเขียนตัวเลขฮนิ ดูอารบิก ตวั เลข ๓

๑๐๐,๐๐๐ ไทยและตวั หนังสอื แสดงจำนวน

และ ๐ และ - หลัก คา่ ของเลขโดดในแต่ละหลกั และ ๓

แบบรูป การเขยี นตวั เลขแสดงจำนวนในรปู กระจาย

- การเปรียบเทยี บและเรยี งดบั จำนวน ๔

ค ๑.๒ ป.๓/๑ แบบรปู

- แบบรูปของจำนวนท่ีเพม่ิ ขึน้ หรอื ลดลงทีละ ๕

เทา่ ๆ กนั

๒ การบวก ลบ ค ๑.๑ ป.๓/๕ การบวก ลบ จำนวนไมเ่ กนิ ๑๐๐,๐๐๐ (๑๔) ๕

จำนวนไม่เกนิ - การบวกและการลบ ๑๔

๑๐๐,๐๐๐

๓ เวลา ค ๒.๑ ป.๓/๒ เวลา (๑๕) ๕

- การบอกเวลาเป็นนาฬกิ าและนาที ๒

- การเขยี นบอกเวลาโดยใช้มหัพภาค (.) ๒

หรอื ทวิภาค (:) และการอา่ น

- การบอกระยะเวลาเป็นช่ัวโมงและนาที ๒

- การเปรียบเทียบระยะเวลาโดยใช้ ๓

ความสัมพันธ์ระหวา่ งชวั่ โมงกับนาที

- การอ่านและการเขยี นบนั ทึกกิจกรรมที่ ๓

ระบเุ วลา

- การแกโ้ จทย์ปญั หาเกี่ยวกบั เวลาและ ๓

ระยะเวลา

๔ รูปเรขาคณิต ค ๒.๑ ป.๓/๑ รปู เรขาคณิตสองมติ ิ (๔) ๒

สองมิติ - รูปที่มีแกนสมมาตร ๔

๕ การเกบ็ ค ๓.๑ ป.๓/๑, การเกบ็ รวบรวมข้อมลู และการนำเสนอ (๑๖) ๕

รวบรวมข้อมูล ป.๓/๒ ข้อมูล ๕

และการ - การเกบ็ รวบรวมข้อมูลและจำแนกขอ้ มลู ๓

นำเสนอข้อมูล - การอา่ นและการเขยี นแผนภมู ริ ปู ภาพ

- การอ่านและการเขียนตารางทางเดยี ว

(One-Way Table)

หลกั สตู รกลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ พุทธศกั ราช 2565
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๖0)

หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรียนอนุบาลดา่ นช้าง กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ๖๖

หนว่ ยท่ี ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระการเรยี นรู้ เวลา น้ำหนกั
เรยี น เรียนร้/ู ตัวช้วี ัด (ชั่วโมง) คะแนน
เศษสว่ น (๒๐)
๖ เศษส่วน ค ๑.๑ ป.๓/๓, - เศษสว่ นที่ตัวเศษน้อยกว่าหรอื เท่ากับตัวสว่ น ๘
- การเปรยี บเทียบและเรยี งลำดับเศษสว่ น ๒
การบวก ป.๓/๔, การบวกเศษสว่ น ๒ ๕
- การบวกเศษสว่ น
เศษส่วน ป.๓/๑๐, - การแก้โจทย์ปัญหาการบวกเศษส่วน ๔
การลบเศษส่วน ๔
การลบเศษสว่ น ป.๓/๑๑ - การลบเศษสว่ น
- การแก้โจทย์โจทยป์ ัญหาการลบเศษส่วน ๔
๗ การคณู ค ๑.๑ ป.๓/๖ การคูณ ๔
- การคณู จำนวน1 หลักกับจำนวนไมเ่ กิน 4 (๑๕)
หลัก ๗
- การคูณจำนวน 2 หลกั กับจำนวน 2 หลกั


สอบปลายภาคเรยี นที่ ๑ ๑ ๑๕
(๑๕) ๘
๘ การหาร ค ๑.๑ ป.๓/๗ การหาร ๗
- การหารทีต่ ัวตง้ั ไมเ่ กนิ 4 หลกั
ตวั หาร 1 หลกั แบบการหารยาว ๘

- การหารท่ีตัวต้งั ไม่เกนิ 4 หลกั
ตวั หาร 1 หลกั แบบการหารสัน้

๙ ความยาว ค ๒.๑ ป.๓/๓, ความยาว (๒๐) ๕
ป.๓/๔, ป.๓/๕, ๓
ป.๓/๖ - การวัดความยาวเปน็ เซนตเิ มตรและ
มลิ ลิเมตร เมตรและเซนตเิ มตร กิโลเมตร ๓

และเมตร
- การเลอื กเคร่อื งวัดความยาวที่เหมาะสม ๕
- การคาดคะเนความยาวเปน็ เมตรและเป็น ๗

เซนตเิ มตร
- การเปรียบเทยี บความยาวโดยใช้

ความสัมพนั ธ์ระหว่างหนว่ ยความยาว
- การแก้โจทยป์ ญั หา

หลักสูตรกลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ พุทธศกั ราช 2565
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศกั ราช ๒๕๖0)

หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรยี นอนบุ าลด่านช้าง กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ๖๗

หน่วยท่ี ช่ือหนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนัก
เรียน เรยี นรู/้ ตัวช้ีวัด (ชว่ั โมง) คะแนน

๑๐ นำ้ หนัก ค ๒.๑ ป.๓/๗, น้ำหนกั (๑๘) ๕

ป.๓/๘, ป.๓/๙, - การเลือกเคร่ืองชั่งท่เี หมาะสม ๔ ๕

ป.๓/๑๐ - การคาดคะเนน้ำหนักเปน็ กิโลกรัม ๒ ๕

และเปน็ ขีด

- การเปรยี บเทียบน้ำหนักโดยใช้ ๕

ความสมั พันธร์ ะหวา่ งกิโลกรัมกบั กรมั

เมตรกิ ตันกับกโิ ลกรมั

- การแก้โจทยป์ ัญหาเกีย่ วกบั นำ้ หนกั ๗

๑๑ ปรมิ าตรและ ค ๒.๑ ป.๓/ ปริมาตรและความจุ (๒๐)
ความจุ
๑๑, - การวดั ปรมิ าตรและความจุเป็นลติ รและ ๕

ป.๓/๑๒, มิลลิลิตร

ป.๓/๑๓, - การเลือกเคร่ืองตวงทีเ่ หมาะสม ๒

- การคาดคะเนปรมิ าตรและความจเุ ป็นลิตร ๒

- การเปรียบเทียบปรมิ าตรและความจุโดยใช้ ๕

ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งลติ รกับมลิ ลลิ ิตร ช้อน

ชา ชอ้ นโต๊ะ ถว้ ยตวงกับมลิ ลลิ ติ ร

- การแก้โจทย์ปัญหาเกยี่ วกับปริมาตรและ ๖

ความจุท่ีมหี น่วยเป็นลิตรและมลิ ลลิ ิตร

๑๒ เงนิ ค ๒.๑ ป.๓/๑ เงนิ (๑๒)

- การบอกจำนวนเงนิ และเขียนแสดงจำนวน ๒

เงนิ แบบใช้จุด

- การเปรยี บเทียบจำนวนเงนิ ๒

- การแลกเงิน ๒

- การอ่านและเขียนบันทึกรายรบั รายจา่ ย ๒

- การแกโ้ จทยป์ ัญหาเก่ียวกับเงนิ ๒

๑๓ การบวกลบคูณ ค ๑.๑ ป.๓/๘ , การคณู (๑๔) ๗

หารระคน ป.๓/๙ - การบวกลบคูณหารระคน

- การแกโ้ จทย์ปัญหาและการสรา้ งโจทย์

ปญั หา พรอ้ มท้ังหาคำตอบ

สอบปลายภาคเรยี นท่ี ๒ ๑ ๑๕
รวม ๒๐๐ ๑๐๐

หลกั สูตรกลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ พุทธศักราช 2565
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖0)

หลกั สูตรสถานศึกษา โรงเรยี นอนบุ าลดา่ นชา้ ง กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ๖๘

โครงสร้างรายวิชา คณติ ศาสตร์

รายวชิ า คณติ ศาสตร์ ค๑๔๑๐๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์

ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๔ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง/ปี

หน่วยท่ี ช่ือหน่วยการ มาตรฐานการ สาระการเรยี นรู้ เวลา น้ำหนัก
เรียน เรยี นร/ู้ ตัวชี้วัด (ชั่วโมง) คะแนน

๑ จำนวนนับท่ี ค ๑.๑ ป.๔/๑ , จำนวนนับท่ีมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ (๑๐) ๑๐
ป.๔/๒ - การอา่ น การเขยี นตัวเลขฮินดูอารบกิ
มากกว่า ๒

๑๐๐,๐๐๐ ตวั เลขไทยและตัวหนงั สือแสดงจำนวน

และ ๐ - หลกั ค่าประจำหลักและคา่ ของเลข ๓

โดดในแตล่ ะหลกั และการเขยี นตัวเลขแสดง

จำนวนในรูปกระจาย

- การเปรยี บเทยี บและเรียงลำดบั จำนวน ๓

- ค่าประมาณของจำนวนนับและการใช้ ๒

เคร่ืองหมาย 

๒ การบวก ลบ ค ๑.๑ ป.๔/๗, การบวก ลบ จำนวนนับท่ีมากกวา่ (๑๕) ๕
จำนวนนบั ที่ ป.๔/๘, ป.๔/ ๑๐๐,๐๐๐
มากกวา่ ๑๑, ป.๔/๑๒ - การประมาณผลลัพธ์ของการบวก การลบ
๑๐๐,๐๐๐ ๓

- การบวกและการลบ ๖

- การแกโ้ จทย์ปญั หาและการสร้างโจทย์ ๖

ปัญหา พร้อมทั้งหาคำตอบ

๓ การคูณ และ ค ๑.๑ ป.๔/๗, การคูณ จำนวนนบั ท่มี ากกวา่ ๑๐๐,๐๐๐ (๒๐) ๑๐
การหาร ป.๔/๙, ป.๔/ - การประมาณผลลัพธข์ องการคูณ
จำนวนนบั ท่ี ๑๑, ป.๔/๑๒ - การคูณ ๒

มากกว่า ๔
๑๐๐,๐๐๐
- การแก้โจทยป์ ัญหาและการสร้างโจทย์ ๔
ปญั หา พรอ้ มทง้ั หาคำตอบ

การหาร จำนวนนบั ที่มากกว่า ๑๐๐,๐๐๐

- การประมาณผลลพั ธ์ของการหาร ๒

- การหาร ๔

- การแกโ้ จทยป์ ญั หาและการสร้างโจทย์ ๔

ปญั หา พรอ้ มทั้งหาคำตอบ

๔ การบวก ลบ ค ๑.๑ ป. ๔/ การบวก ลบ คูณ หารระคน (๒๐) ๕

คณู หารระคน ๑๐, - การบวก ลบ คูณ หารระคน ๑๐

ป. ๔/๑๑, - การแก้โจทยป์ ญั หาและการสร้างโจทย์ ๑๐

ป. ๔/๑๒ ปัญหาพรอ้ มทง้ั หาคำตอบ

หลักสตู รกล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ พทุ ธศกั ราช 2565
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖0)

หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรียนอนบุ าลดา่ นช้าง กลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ ๖๙

หน่วยที่ ชื่อหน่วยการ มาตรฐานการ สาระการเรยี นรู้ เวลา น้ำหนัก
เรียน เรียนร/ู้ ตวั ชีว้ ัด (ช่ัวโมง) คะแนน

๕ เวลา ค ๒.๑ ป.๔/๑ เวลา (๑๔) ๕

- การบอกระยะเวลาเป็นวินาที นาที ชว่ั โมง

วนั สัปดาห์ เดือน ปี

- การเปรียบเทียบระยะเวลาโดยใช้ ๔

ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งหนว่ ยเวลา

- การอ่านตารางเวลา ๒

- การแกโ้ จทย์ปัญหาเกี่ยวกบั เวลา

สอบปลายภาคเรยี นที่ ๑ ๑ ๑๕

๖ เศษสว่ น ค ๑.๑ ป.๔/๓, เศษสว่ น (๘) ๑๐
๗ ทศนยิ ม
ป.๔/๔ - เศษสว่ นแท้ เศษเกนิ ๑

ค ๑.๑ ป.๔/๑๓ - จำนวนคละ ๑

ป.๔/๑๔ - ความสัมพันธร์ ะหวา่ งจำนวนคละและ ๒

เศษเกิน

- เศษสว่ นทเี่ ท่ากนั เศษส่วนอย่างตำ่ ๒

และเศษสว่ นที่เท่ากบั จำนวนนับ

- การเปรยี บเทียบ เรียงลำดับเศษส่วนและ ๒

จำนวนคละ

การบวก การลบเศษสว่ น (๑๕)

- การบวก การลบเศษส่วนและจำนวนคละ ๘

- การแกโ้ จทย์ปญั หาการบวกและโจทย์ ๗

ปัญหาการลบเศษส่วนและจำนวนคละ

ค ๑.๑ ป.๔/๕ ทศนยิ ม (๘) ๑๐

ป. ๔/๖ - การอา่ นและการเขียนทศนยิ มไม่เกนิ ๓ ๑

ค๑.๑ ป.๔/๑๕ ตำแหนง่ ตามปรมิ าณทก่ี ำหนด

,ป.๔/๑๖ - หลกั คา่ ประจำหลัก ค่าของเลขโดดในแต่ ๒

ละหลกั ของทศนยิ ม และการเขยี นตัวเลข

แสดงทศนยิ มในรปู กระจาย

- ทศนิยมที่เท่ากนั ๒

- การเปรยี บเทยี บและเรยี งลำดบั ทศนยิ ม ๓

การบวก การลบทศนยิ ม (๑๐)

- การบวก การลบทศนิยม ๕

- การแก้โจทยป์ ัญหาการบวก การลบ ๕

ทศนยิ มไม่เกิน ๒ ขัน้ ตอน

หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ พุทธศกั ราช 2565
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖0)

หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นอนุบาลด่านชา้ ง กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ๗๐

หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนกั
เรียน เรียนรู/้ ตัวชี้วัด (ชัว่ โมง) คะแนน
ค ๒.๑ ป.๔/๒ รปู เรขาคณิต
๘ มมุ ค ๒.๒ ป.๔/๑ - การวดั ขนาดของมมุ โดยใช้โพรแทรกเตอร์ (๑๓) ๕
- การสรา้ งมมุ เมอื่ กำหนดขนาดของมุม ๓
ค ๒.๑ ป.๔/๓ - ระนาบ จุด เส้นตรง รังสี ส่วนของเสน้ ตรง ๓
ค ๒.๒ ป.๔/๒ และสัญลักษณ์แสดงเส้นตรง รังสี ส่วนของ ๒
เสน้ ตรง
- มุม ๓

๙ รปู สเี่ หลย่ี มมุม ➢ สว่ นประกอบของมมุ ๒
ฉาก ➢ การเรียกช่ือมมุ (๑๕) ๕
➢ สญั ลักษณ์แสดงมมุ ๒
➢ ชนดิ ของมุม ๓
- ชนิดและสมบัติของรูปส่เี หลีย่ มมุมฉาก ๖
รูปสีเ่ หลีย่ มมมุ ฉาก
- ความยาวรอบรปู ของรปู สี่เหล่ียมมมุ ฉาก ๔
- พืน้ ที่ของรูปสีเ่ หลยี่ มมุมฉาก
- การแกโ้ จทย์ปญั หาเกีย่ วกบั ความยาวรอบ
รปู และพนื้ ทขี่ องรูปส่ีเหลย่ี มมุมฉาก
- การสรา้ งรปู สี่เหลีย่ มมมุ ฉาก

๑๐ การนำเสนอ ค ๓.๑ ป.๔/๑ การนำเสนอขอ้ มูล (๑๐) ๕
ขอ้ มูล - การอ่านและการเขียนแผนภูมแิ ทง่ ๕
(ไม่รวมการย่นระยะ)
- การอา่ นตารางสองทาง (Two-Way Table) ๕

สอบปลายภาคเรียนที่ ๒ ๑ ๑๕
รวม ๑๖๐ ๑๐๐

หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ พทุ ธศกั ราช 2565
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๖0)

หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนอนุบาลด่านช้าง กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ๗๑

โครงสร้างรายวชิ า คณติ ศาสตร์

รายวชิ า คณิตศาสตร์ ค๑๕๑๐๑ กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์

ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๕ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง/ปี

หนว่ ยท่ี ช่อื หนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนกั
เรียน เรยี นร/ู้ ตัวชวี้ ัด (ช่ัวโมง) คะแนน
เศษส่วน (๑๕)
๑ เศษสว่ น และ ค ๑.๑ ป.๕/๓ - การเปรยี บเทยี บเศษส่วนและจำนวนคละ ๘
การบวก การลบเศษส่วน ๓
การบวก การลบ ป.๕/๔ ป๕/๕ - การบวก การลบเศษสว่ นและจำนวนคละ ๗
- การบวก ลบระคนของเศษส่วนและ จำนวน ๓
การคณู การ คละ ๔
- การแก้โจทย์ปัญหาเศษส่วนและ
หารเศษส่วน จำนวนคละ ๕
การคูณ การหารเศษส่วน
- การคูณ การหารของเศษส่วนและ (๑๕)
จำนวนคละ ๖
- การคูณ หารระคนของเศษส่วนและ
จำนวนคละ ๖
- การแก้โจทย์ปัญหาเศษส่วนและ
จำนวนคละ ๓

๒ ทศนยิ ม ค ๑.๑ ป.๕/๑ ทศนิยม (๑๕) ๗
ค ๒.๑ ป.๕/๑ - ความสัมพันธ์ระหว่างเศษสว่ นและ ๓

ค ๒.๑ ป.๕/๒ ทศนิยม
- ค่าประมาณของทศนยิ มไม่เกนิ ๓ ๒

ตำแหน่งท่เี ป็นจำนวนเตม็ ทศนยิ ม ๑ ๒
ตำแหนง่ และ ๒ ตำแหน่ง การใช้
เครือ่ งหมาย 

ความยาว
- ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยความยาว

เซนติเมตรกับมิลลิเมตร เมตรกับ
เซนติเมตร กิโลเมตรกับเมตร โดยใช้
ความรู้เร่ืองทศนิยม

- การแก้โจทยป์ ัญหาเกย่ี วกับความยาวโดย
ใช้ความรู้ เรอ่ื งการเปลี่ยนหนว่ ยและ

ทศนิยม

หลกั สูตรกล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ พทุ ธศกั ราช 2565
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖0)

หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นอนุบาลด่านชา้ ง กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ๗๒

หนว่ ยที่ ชื่อหน่วยการ มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนัก
เรียน เรยี นรู้/ตัวชี้วัด (ชั่วโมง) คะแนน
นำ้ หนัก
การคณู การ ค ๑.๑ ป.๕/๖ - ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยน้ำหนัก ๒ ๘
หารทศนยิ ม ป.๕/๗ ป๕/๘
กิโลกรัมกับกรัม โดยใช้ความรู้เรื่อง ๒
ทศนยิ ม
- การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับน้ำหนัก โดย (๒๐)
ใช้ความรู้ เรื่องการเปลี่ยนหน่วยและ ๓
ทศนิยม
การคูณ การหารทศนิยม ๕
- การประมาณผลลพั ธ์ของการบวก การลบ ๕
การคณู การหารทศนิยม ๗
- การคณู ทศนยิ ม
- การหารทศนิยม
- การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกบั ทศนยิ ม

๓ การนำเสนอ ค ๓.๑ ป.๕/๑ การนำเสนอขอ้ มลู (๑๔) ๕
ขอ้ มูล
ป.๕/๒ - การอ่านและการเขียนแผนภูมแิ ท่ง ๙
- การอ่านกราฟเสน้ ๕

สอบปลายภาคเรยี นท่ี ๑ ๑ ๑๕

๔ บัญญตั ไิ ตรยางศ์ ค ๑.๑ ป.๕/๒ บัญญัติไตรยางศ์ (๑๕) ๕

- การแกโ้ จทยป์ ญั หาโดยใช้ ๑๕
(๒๐) ๑๐
บญั ญตั ไิ ตรยางศ์ ๕

๕ ร้อยละ ค ๑.๑ ป.๕/๙ ร้อยละหรือเปอรเ์ ซน็ ต์ ๑๕

- การอา่ นและการเขียนรอ้ ยละหรือ

เปอร์เซ็นต์

- การแกโ้ จทยป์ ัญหาร้อยละ

๖ เส้นขนาน ค ๒.๒ ป.๕/๑ รูปเรขาคณิต (๑๐) ๕

- เส้นตั้งฉากและสัญลักษณ์แสดง ๒

การตั้งฉาก

- เส้นขนานและสัญลักษณแ์ สดงการขนาน ๒

- การสรา้ งเส้นขนาน ๓

- มุมแย้ง มุมภายในและมุมภายนอกที่อยู่บน ๓

ข้างเดียวกันของเส้นตัดขวาง

(Transversal)

หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ พุทธศกั ราช 2565

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖0)

หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรียนอนบุ าลด่านชา้ ง กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ ๗๓

หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนกั
เรียน เรยี นร/ู้ ตวั ช้วี ัด (ชว่ั โมง) คะแนน
(๒๐)
๗ รูปส่ีเหล่ยี ม ค ๒.๑ ป.๕/๔ รปู เรขาคณติ สองมติ ิ ๑๐

ค ๒.๒ ป.๕/๒ - ชนิดและสมบตั ิของรูปสี่เหลย่ี ม ๔ ๕

ป.๕/๓ - การสรา้ งรูปสีเ่ หลยี่ ม ๕

- ความยาวรอบรปู ของรูปสีเ่ หล่ยี ม ๕

- พ้ืนทขี่ องรปู ส่ีเหล่ยี มดา้ นขนาน (๑๔)

และรปู สเี่ หลย่ี มขนมเปยี กปนู

- การแก้โจทย์ปัญหาเกีย่ วกับความยาวรอบ

รปู ของรปู สเ่ี หลี่ยมและพนื้ ท่ขี องรูป

สี่เหลีย่ มด้านขนานและรปู สเี่ หลี่ยมขนม

เปียกปูน

-

๘ รูปเรขาคณิต ค ๒.๑ ป.๕/๓ รูปเรขาคณติ สามมิติ
สามมติ ิ
ค. ๒.๒ ป.๕/๔ - ลกั ษณะและส่วนต่าง ๆ ของปรซิ ึม
ปรมิ าตรและ
ความจุของทรง ปริมาตรและความจุ
ส่ีเหล่ียมมมุ ฉาก
- ปรมิ าตรของทรงสีเ่ หล่ยี มมมุ ฉากและ

ความจุของภาชนะทรงสเี่ หลย่ี มมมุ ฉาก

- ความสัมพันธร์ ะหว่าง มลิ ลลิ ิตร ลติ ร

ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร และลูกบาศก์เมตร

- การแกโ้ จทย์ปัญหาเก่ยี วกบั ปริมาตรของ

ทรงส่เี หล่ียมมมุ ฉากและความจุของ

ภาชนะทรงสเ่ี หล่ยี มมมุ ฉาก

สอบปลายภาคเรยี นท่ี ๒ ๑ ๑๕
รวม ๑๖๐ ๑๐๐

หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ พุทธศักราช 2565
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๖0)

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนอนุบาลดา่ นช้าง กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ๗๔

โครงสรา้ งรายวิชา คณิตศาสตร์

รายวิชา คณติ ศาสตร์ ค๑๖๑๐๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์

ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖ เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง/ปี

หนว่ ยที่ ชอ่ื หนว่ ยการ มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนัก
เรียน เรยี นรู้/ตัวชี้วัด (ช่วั โมง) คะแนน

๑ ห.ร.ม. และ ค ๑.๑ ป.๖/๔ จำนวนนับ และ ๐ (๑๘) ๗

ค.ร.น. ป.๖/๕ ป๖/๖ - ตัวประกอบ จำนวนเฉพาะ ตัวประกอบ

เฉพาะและการแยกตวั ประกอบ

- ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ๘

- การแก้โจทยป์ ัญหาเกย่ี วกับ ห.ร.ม. และ

ค.ร.น.

๒ เศษส่วน และ ค ๑.๑ ป.๖/๑ เศษส่วน (22) ๑๐

การบวก การ ป.๖/๗,ป.๖/๘ - การเปรียบเทียบและเรยี งลำดับเศษสว่ นและ ๕

ลบ การคณู จำนวนคละโดยใช้ความรเู้ รอ่ื ง ค.ร.น.

การหาร การบวก การลบเศษส่วน

เศษสว่ น - การบวก การลบเศษส่วนและจำนวนคละ ๔

โดยใชค้ วามร้เู รอ่ื ง ค.ร.น.

- การบวก ลบระคนของเศษส่วนและ จำนวน ๕

คละ

- การแก้โจทย์ปญั หาเศษส่วนและ ๕

จำนวนคละ

การคูณ การหารเศษสว่ น

- การคูณ หารระคนของเศษสว่ นและ จำนวน ๕

คละ

- การแก้โจทย์ปัญหาเศษส่วนและ ๕

จำนวนคละ

๓ ทศนยิ มและ ค ๑.๑ ป.๖/๙ ทศนิยมและการบวก การลบ การคูณ การ (๑๔) ๘

การบวก การ ป.๖/๑๐ หารทศนยิ ม

ลบ การคูณ - ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งเศษสว่ นและทศนยิ ม ๓

การหาร - การหารทศนิยม ๖

ทศนยิ ม - การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกบั ทศนิยม(รวมการ ๕

แลกเปล่ยี นเงนิ ตา่ งประเทศ)

หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ พุทธศักราช 2565
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศกั ราช ๒๕๖0)

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนอนุบาลด่านชา้ ง กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ ๗๕

หนว่ ยที่ ช่อื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ เวลา นำ้ หนกั
เรยี น เรียนร้/ู ตัวช้ีวัด (ชวั่ โมง) คะแนน
(๒๐)
๔ อตั ราสว่ นและ ค ๑.๑ อัตราสว่ น ๗

รอ้ ยละ ป.๖/๒,ป.๖/๓ - อตั ราสว่ น อตั ราสว่ นที่เทา่ กนั และมาตรา ๓

ป.๖/๑๑, ส่วน

ป.๖/๑๒ อัตราส่วนและร้อยละ
(๕)
- การแก้โจทย์ปญั หาอัตราส่วนและ ๒

มาตราส่วน

- การแก้โจทย์ปญั หาร้อยละ

๕ แบบรูป ค ๑.๒ ป.๖/๑ แบบรูป
- แบบรูปและความสมั พนั ธ์

- การแกป้ ัญหาเก่ียวกบั แบบรูป

สอบปลายภาคเรยี นท่ี ๑ ๑ ๑๕

๖ รปู สามเหล่ยี ม ค ๒.๑ ป.๖/๒ รูปสามเหล่ยี ม (๑๓) ๕

ค ๒.๒ ป.๖/๑, - ชนดิ และสมบตั ิของรปู สามเหลยี่ ม ๒

ป.๖/๒ - มมุ ภายในของรูปหลายเหลยี่ ม ๒

- การสรา้ งรูปสามเหลยี่ ม ๓

- ความยาวรอบรูปและพ้นื ทข่ี องรูปสามเหล่ยี ม ๖

๗ รูปหลายเหลย่ี ม ค ๒.๑ ป.๖/๒ รปู หลายเหลี่ยม (๑๕)

ค ๒.๒ ป.๖/๑, - ความยาวรอบรปู และพนื้ ที่ของรูปหลาย ๘

ป.๖/๒ เหลยี่ ม

- การแก้โจทย์ปญั หาเกีย่ วกบั ความยาว ๗

รอบรูปและพ้ืนท่ีของรปู หลายเหลี่ยม

๘ รูปวงกลม ค ๒.๑ ป.๖/๓ รูปวงกลม (๑๕) ๑๐
๑๐
ค ๒.๒ ป.๖/๑, - สว่ นตา่ ง ๆ ของวงกลม การสร้างวงกลม ๓

ป.๖/๒ - ความยาวรอบรปู และพืน้ ที่ของวงกลม ๘

- การแกโ้ จทย์ปัญหาเก่ียวกบั ความยาว ๔

รอบรูปและพนื้ ทข่ี องวงกลม

๙ รปู เรขาคณิต ค ๒.๑ ป.๖/๑ รปู เรขาคณิตสามมิติ (๒๖)

สามมติ ิ ค ๒.๒ ป.๖/๓, - ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย พรี ะมิด ๘

ปริมาตรและ ป.๖/๔ รปู คลี่ของทรงกระบอก กรวย ปริซึม พรี ะมดิ

ความจุ ปรมิ าตรและความจุ

- ปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติท่ี ๘

ประกอบดว้ ยทรงสเี่ หล่ยี มมมุ ฉาก

หลักสูตรกลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ พทุ ธศักราช 2565
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖0)

หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนอนุบาลด่านชา้ ง กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ ๗๖

หน่วยท่ี ช่ือหน่วยการ มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ เวลา น้ำหนัก
เรยี น เรยี นรู้/ตัวช้วี ัด (ช่ัวโมง) คะแนน
- การแกโ้ จทย์ปัญหาเกีย่ วกับปริมาตรของรูป
เรขาคณิตสามมิตทิ ปี่ ระกอบดว้ ย ๑๐
ทรงสเ่ี หลย่ี มมุมฉาก

๑๐ การนำเสนอ ค ๓.๑ ป.๖/๑ การนำเสนอขอ้ มลู (๑๐) ๕
ข้อมลู - การอ่านแผนภูมิรูปวงกลม ๑๐
- โจทยป์ ญั หา
๑ ๑๕
สอบปลายภาคเรียนที่ ๒ ๑๖๐ ๑๐๐

รวม

หลกั สูตรกลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ พทุ ธศักราช 2565
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖0)

หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี นอนบุ าลดา่ นช้าง กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ๗๗

สว่ นท่ี 5 การจดั การเรยี นรู้ และการวดั และประเมนิ ผล

หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ พทุ ธศกั ราช 2565
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๖0)

หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นอนบุ าลดา่ นชา้ ง กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ ๗๘

แนวทางการจดั การเรียนรู้

การจัดการเรียนรูต้ ามมาตรฐานการเรียนรูต้ วั ชี้วัด
มาตรฐานการเรยี นรูต้ ัวชว้ี ัดเปน็ ส่ิงที่กำหนดให้รวู้ ่าผู้เรยี นต้องรอู้ ะไร และทำอะไรไดซ้ ง่ึ การจัดการ

เรียนรู้ที่ส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา และมีความสุขได้นั้นครูผู้สอนต้องศึกษาและ
วิเคราะห์สงิ่ ท่กี ำหนดไวเ้ พ่ือให้เกิดกบั ผู้เรยี นในมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัดของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ ซึ่งกำหนดกลุ่มสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่ม
สาระการเรียนรู้ประกอบดว้ ย ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ สังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม สุข
ศกึ ษาและพลศกึ ษา ศิลปะ การงานอาชพี และเทคโนโลยี และภาษาตา่ งประเทศ ฉะนนั้ การจดั การเรยี นร้ใู ห้
สง่ ผลต่อคุณภาพของผเู้ รียนสงู สุดตามมาตรฐานการเรียนรู้ตัวชีว้ ัดครูผู้สอนต้อง มีความเขา้ ใจในมาตรฐาน
การเรียนรู้ตัวชี้วัดในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ให้ชัดเจนก่อนนำไปออกแบบการจัดการเรียนรู้และวาง
แผนการจัดการเรียนรู้
การจดั การเรียนร้ทู ี่นำส่กู ารพฒั นาสมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น

การจัดการเรียนรู้ที่นำไปสู่การพัฒนาสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนเป็นสิ่งที่ครูผู้สอนต้องคำนึง
ถึงในกระบวนการจดั การเรียนรู้ครูผ้สู อนต้องศึกษาและวเิ คราะหใ์ หร้ ู้ว่าในแต่ละมาตรฐานการเรยี นรู้ตัวชี้วัด
จะนำพาผ้เู รยี นให้เกดิ สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียนท่ีกำหนดให้ไว้ ๕ ประการได้อย่างไรซง่ึ สมรรถนะดังกล่าว
ประกอบด้วยความสามารถในการสื่อสารความสามารถในการคิดความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิตและความสามารถในการใช้เทคโนโลยซี ่งึ สมรรถนะดังกล่าวจะเกิดขึ้นกับ
การสั่งสมประสบการณ์การจัดการเรียนรู้และได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่าน การจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้
การจัดการเรียนรู้เพือ่ ไปสู่การพัฒนาคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่กำหนดไว้ทั้ง ๘ ประการแท้จริงคือ
มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวช้ีวัดดา้ นคุณธรรมจรยิ ธรรมและค่านยิ มทพี่ ึงประสงค์ท่กี ำหนดไว้ในแต่ละกลุ่มสาระ
การเรียนรู้แต่ท่ีกำหนดไว้เป็นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ เนื่องจากต้องการเน้นย้ำให้เกิดขึ้นจนเป็นนิสัยสอดคล้องตามสภาพสังคมปัจจุบัน
ครผู ูส้ อนสามารถนำไปพฒั นาผูเ้ รยี นได้โดยสอดแทรกไปกับการจดั กระบวนการเรียนรู้นอกจากน้ียงั สามารถ
พัฒนาผู้เรียนให้เกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ผ่าน์กิจกรรมต่างๆทั้งในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษา
ด้วยการออกแบบกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติบ่อยๆอย่างตอ่ เน่ืองจนเป็นนิสัยสำหรบั คุณลักษณะอนั
พึงประสงค์สามารถพัฒนาเพิ่มเติมจาก ๘ คุณลักษณะที่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ กำหนดไว้ไดท้ ้ังนี้ขน้ึ อย่กู ับจุดเนน้ ของเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษาสถานศึกษาและกลุ่มสาระการ
เรยี นรู้

การวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดทีน่ ำมาเป็นเป้าหมายการจัดการเรยี นรู้ในแต่ละหน่วย
การเรยี นรู้ จะชว่ ยใหร้ ู้ว่ามาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชวี้ ัดมีความสัมพันธก์ นั อย่างไร ตัวชี้วดั ใดเป็นหลักตัวช้ีวัด
ใดเปน็ ตัวเสรมิ /สนบั สนุน ตัวชีว้ ัดใดควรเรยี นซ้ำเพ่อื ใหเ้ กิดทักษะกับผเู้ รยี น ตวั ชีว้ ดั ใดมคี วามยากงา่ ย ความ
ซับซ้อนตัวชี้วัดใดควรเรียนก่อนเรียนหลังหรือเรือนช่วงเวลาใด ซึ่งช่วยให้ครูผู้สอนเห็นการเชื่อมโยงของ
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดที่กำหนดจุดเน้นที่ต้องพัฒนาผู้เรียนและสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้และ
การวัดและประเมินผลให้เช่ือมโยงสัมพันธก์ นั ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของหน่วยการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานการ
เรียนรเู้ ป็นเปา้ หมายดงั แผนภาพที่ ๑ ต่อไปน้ี

หลักสูตรกลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ พุทธศกั ราช 2565
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๖0)

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรยี นอนบุ าลดา่ นช้าง กลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ๗๙

แผนภาพท่ี ๑ แสดงความสัมพนั ธข์ องหนว่ ยการเรียนรูอ้ งิ มาตราฐาน

การจัดการเรียนรู้ทเี่ ออื้ ต่อการพัฒนาผเู้ รยี น
การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการสำคัญในการนำหลักสูตรสู่การพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุตาม

เป้าหมายครูผู้สอนจึงควรให้ความสำคัญและการสรรหากระบวนการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาผู้เรียน
ใหม้ คี ณุ ภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ดั ท้งั ๘ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้

นำพาให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสําคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์การจัดกระบวนการเรียนรู้
ทด่ี ีผูเ้ รียนควรไดม้ ีส่วนร่วมในการออกแบบกจิ กรรม/กระบวนการเรยี นรคู้ วามแตกต่างระหว่างผู้เรยี นพัฒนา
ผู้เรียนให้สอดคล้องกับพัฒนาการทางสมองและมุ่งเน้นความรู้คู่คุณธรรมจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่
เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมีความหลากหลายทันสมัยเหมาะสมกับวัยของผู้เรียนธรรมชาติของวิชาให้ผู้เรียน
ค้นคว้าหรือเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ตามความสนใจใช้สื่อการเรียนรู้ที่หลากหลายเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมอื
ปฏบิ ัตจิ ริงโดยมคี รผู ู้สอนเปน็ ผู้อำนวยความสะดวกทง้ั นห้ี ลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐานพุทธศักราช
๒๕๕๑ ไดใ้ หห้ ลักการทสี่ ำคัญในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ไว้ดังนี้

๑. การจดั กจิ กรรมท่เี นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคญั
การจดั กจิ กรรมท่ีเนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคญั เป็นการจดั กิจกรรมท่ยี ึดหลกั การวา่ ผู้เรียนทุกคนสามารถ
เรียนรู้ได้โดยการจัดวิธีการเรยี นร้ใู หเ้ หมาะสมกับความสามารถของผเู้ รยี นแต่ละคนใหส้ ามารถพัฒนาตนเอง
ได้ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ควรเปน็ สงิ่ ทม่ี ีความหมายตอ่ ผู้เรียนให้ผู้เรยี นมีความสุขในการเรียนรู้ได้ลงมือ
ศึกษาค้นคว้าคิดแก้ปัญหา และปฏิบัติงานเพื่อสร้างความรู้ได้ด้วยตนเองโดยมีครูผู้สอน เป็นผู้ส่งเสริม
สนับสนุนจัดสถานการณใ์ ห้เอ้ือตอ่ การเรยี นรู้

หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ พทุ ธศกั ราช 2565
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖0)

หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรยี นอนบุ าลด่านชา้ ง กล่มุ สาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์ ๘๐

๒. การจัดการเรียนรู้ท่ีคำนึงถึงความแตกต่างระหวา่ งบคุ คล

การจัดการเรียนรู้ควรให้ความสำคัญของความแตกต่างระหว่างผู้เรียน มีพัฒนาการทางด้าน

รา่ งกายอารมณ์จติ ใจสงั คม และสติปญั ญาการจัดการเรยี นรตู้ อ้ งสง่ เสริมใหผ้ เู้ รยี นได้ค้นพบและแสดงออกถึง

ศักยภาพของตนเองครูผู้สอนจึงควรมีขอ้ มูลผู้เรียนเปน็ รายบุคคลสำหรบั ใช้ในการวางแผนการจัดกิจกรรม

การเรียนรู้ และนำไปพัฒนาผเู้ รียนให้เหมาะสมกับความแตกต่างของผู้เรียน

๓. การจัดการเรยี นรทู้ ีส่ อดคลอ้ งกบั พฒั นาการทางสมอง

การจัดการเรียนรู้ทีส่ อดคล้องกับการพัฒนาการทางสมองเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งเนน้

ใหผ้ เู้ รียนได้รบั การพัฒนาได้อย่างเหมาะสมกบั การทำงานของสมองการเช่ือมโยงวงจรสมองพฒั นาการทาง

อารมณ์ซงึ่ จะส่งผลให้ผ้เู รียนมีจนิ ตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ทำงานและอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ื่นอย่าง มี

ความสุข โดยใช้ประสบการณ์ตรงด้านรา่ งกายทีเ่ ป็นรูปธรรม ข้อเท็จจริง และทักษะด้านต่างๆท่ีปรากฏใน

ชวี ิตจริงตามธรรมชาตเิ ป็นเครอื่ งมือในการจดั การเรยี นรูใ้ หส้ อดคล้องกับพัฒนาการทางสมอง

๔. การจดั การเรียนรู้ท่ีเนน้ คุณธรรมจริยธรรม

การจัดการเรียนรู้คุณธรรม จริยธรรม ด้วยการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการคุณธรรม จริยธรรม

ไดร้ ับรเู้ กิดการยอมรับเหน็ คณุ ค่าและพัฒนาอย่างตอ่ เนอ่ื งจนเปน็ ลักษณะนิสัยทด่ี ี

หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ พทุ ธศักราช 2565
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖0)

หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนอนบุ าลดา่ นช้าง กลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ๘๑

แนวทางการวดั และประเมนิ ผล

การวดั และประเมนิ ผลกลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช

๒๕๕๑ เป็นกระบวนการเก็บรวบรวม ตรวจสอบ ตีความผลการเรียนรู้และพัฒนาการด้านต่างๆ
ของผ้เู รยี นตามมาตรฐานการเรยี นรู้ /ตัวชี้วัด ของหลักสูตร นำผลไปปรบั ปรงุ พฒั นาการจัดการเรียนรู้และ
ใช้เป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินผลการเรียน โดยมีองค์ประกอบของการวัดผลและประเมิน การเรียนรู้ท่ี
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กำหนด จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของ
ผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และมาตรฐานการเรียนรู้ไว้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการ
พัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีระดับ
โลก กำหนดให้ผเู้ รยี นไดเ้ รยี นรู้ตามมาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชีว้ ดั ทก่ี ำหนดในสาระการเรยี นรู้ ๘ กลุ่ม
สาระ มีความสามารถด้านการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียน มีคุณลักษณะ ที่พึงประสงค์และเข้าร่วม
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การวัดและประเมินผลรายกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ผู้สอนวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้ผู้เรียนตามตัวชี้วัดในรายวิชาพื้นฐาน ตามที่กำหนดไว้ในหน่วยการเรียนรู้ ใช้
วิธกี ารวดั และประเมนิ ผลทห่ี ลากหลาย จากแหล่งขอ้ มูลหลาย ๆ แหลง่ เพื่อให้ได้ผลการประเมินทีส่ ะท้อน
ความรู้ความสามารถที่แท้จริงของผู้เรียนโดยการวัดและประเมินผลการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องไปพร้อมกับ
การจัดการเรียนการสอนโดยสังเกตพัฒนาการและความประพฤติของผู้เรียน สังเกตพฤติกรรมการเรยี น
การรว่ มกิจกรรม การประเมินตามสภาพจริง เชน่ การประเมิน การปฏิบัตงิ าน การประเมนิ จากโครงงาน
การประเมินจากแฟ้มสะสมงาน เป็นต้น ควบคู่กับการใช้ การทดสอบแบบต่างๆ อย่างสมดุลและ
ครอบคลุมทัง้ ดา้ นความรู้ ด้านทกั ษะ และด้านเจตคติ โดยใหค้ วามสำคัญกบั การประเมินผลระหว่างเรียน
มากกว่าการประเมินปลายปี/ปลายภาค และใช้เป็นข้อมูลเพื่อการประเมินการเลื่อนชั้นและการจบ
การศกึ ษาและเพื่อให้การจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพผู้สอนต้องตรวจสอบความรู้ความสามารถที่
แสดงพัฒนาการของผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง และผู้เรียนต้องรับผิดชอบและตรวจสอบ
ความก้าวหนา้ ของตนเองอยา่ งสม่ำเสมอเช่นกนั หนว่ ยการเรยี นรู้เป็นสว่ นที่ผู้สอนและผเู้ รยี นใช้ตรวจสอบ
ย้อนกลับว่าผู้เรียนเกดิ การเรียนรู้หรือยัง การประเมินในระดับชั้นเรียนต้องอาศัยทั้งผลการประเมินย่อย
เพื่อพฒั นา และการประเมนิ ผลรวมเพอื่ สรุปผลการเรยี นรเู้ มอ่ื จบหนว่ ยการเรยี นรู้และจบรายวิชา

หลักการวัดผลประเมินผลการเรียนรู้ ให้บรรลุผลตามเป้าหมายของการเรียนรู้ที่วางไว้ควรมี
แนวทางดังตอ่ ไปนี้

๑. ต้องวัดทั้งความรู้ ความคิด ความสามารถ ทักษะกระบวนการ เจตคติ คุณธรรม จริยธรรม
คา่ นิยมรวมทั้งโอกาสในการเรียนของผู้เรียน

๒. วิธีการวัดผลและประเมินผล ต้องสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ที่
กำหนดไว้

๓. ต้องเกบ็ ขอ้ มูลท่ไี ด้จากการวัดผลและประเมนิ ผลตามความเปน็ จริงและตอ้ งประเมินผลภายใต้
ข้อมูลท่ีมอี ยู่

๔. ผลการวัดประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องนำไปสู่การแปลผลและลงข้อสรุปท่ี
สมเหตุสมผล

๕. การวัดผลตอ้ งเทีย่ งตรงและเปน็ ธรรม ทั้งด้านของวิธีการวดั โอกาสของการประเมิน

หลักสตู รกล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ พุทธศกั ราช 2565
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖0)

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนอนุบาลดา่ นชา้ ง กลมุ่ สาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์ ๘๒

วัตถปุ ระสงคข์ องการวดั ในรายวชิ า กลุ่มสาระคณิตศาสตร์
๑. เพื่อวินิจฉัยความรู้ ความสามารถ ทักษะกระบวนการ เจตคติ คุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม

ของผูเ้ รียนและเพอื่ สง่ เสรมิ ผเู้ รยี นให้พัฒนาความร้คู วามสามารถและทักษะไดเ้ ต็มศกั ยภาพ
๒. เพื่อใช้เปน็ ข้อมูลป้อนกลบั ให้แก่ตวั ผู้เรยี นเองวา่ บรรลตุ ามมาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชี้วดั /ผล

การเรยี นรู้มากน้อยเพยี งใด

๓. เพอื่ ใช้เปน็ ข้อมูลสรุปผลการเรยี นรแู้ ละเปรียบเทียบถึงระดับพัฒนาการของการเรยี นรู้

การวัดผลประเมนิ ผลตามสภาพจริง

กิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนมีหลากหลายเช่นกิจกรรมในห้องเรยี น กิจกรรมการปฏิบัติ

กิจกรรมการสำรวจ กิจกรรมการตรวจสอบ การทดลอง กจิ กรรมศกึ ษาคน้ ควา้ กิจกรรมศึกษาปัญหาพิเศษ

หรือโครงงาน ฯลฯ อย่างไรก็ตามในการทำกิจกรรมต้องคำนึงว่าผู้เรียนแต่ละคนมีศักยภาพ ที่

แตกต่างกัน ผู้เรียนแต่ละคนจึงอาจทำงานชิ้นเดียวกันได้เสร็จในเวลาที่แตกต่างกัน และผลของงาน

ทไ่ี ด้อาจแตกต่างกนั ดว้ ย เม่อื ผู้เรยี นทำกจิ กรรมเหล่าน้เี สรจ็ แล้วก็จะตอ้ งเก็บรวบรวมผลงาน เช่น รายงาน

ชิ้นงาน บนั ทกึ และรวมถึงทักษะปฏิบตั ติ ่าง ๆ เจตคติ ความรัก ความซาบซงึ้ กจิ กรรมท่ีผ้เู รียนได้ทำเหลา่ น้ี

ต้องใช้วิธี ประเมินทีม่ ีความแตกต่างกัน เพื่อช่วยให้สามารถประเมินความรู้ ความสามารถและความร้สู ึก

นกึ คดิ ที่แทจ้ รงิ ของผเู้ รยี นได้ การวัดและประเมนิ ผลตามสภาพจริงจะมปี ระสิทธิภาพ ก็ต่อเมอ่ื มีการ

ประเมินหลาย ๆ ด้าน หลากหลายวิธี ในสถานการณ์ต่าง ๆ กันสอดคล้องกับชีวิตจริง และต้องประเมนิ

อยา่ งตอ่ เน่ืองเพ่อื จะได้ขอ้ มลู ทีม่ ากพอท่ีจะสะท้อนของผู้เรยี นได้

ลักษณะสำคัญของการวดั และประเมินผลจากสภาพจริง
๑. การวัดประเมินผลตามสภาพจริง มีลักษณะที่สำคัญคือใช้วิธีการประเมินกระบวนการคิดท่ี
ซับซ้อน ความสามารถในการปฏิบัติงาน ศักยภาพผู้เรียนในด้านของผู้ผลิตและกระบวนการที่ได้ผลผลิต

มากกว่าทจี่ ะประเมินว่าผเู้ รียนจดจำความรูอ้ ะไรบ้าง
๒. เป็นการประเมินความสามารถของผู้เรียนเพื่อวินิจฉัยผู้เรียนในส่วนที่ควรส่งเสริมและ

ส่วนที่แก้ไขปรับปรุงเพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพตามความสามารถ ความสนใจและ
ความต้องการของแต่ละบุคคล

๓. เป็นการประเมินที่จะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมประเมินผลงานของตนเองและ

ของเพือ่ นร่วมห้อง เพือ่ ส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนรจู้ ักตนเอง เชอ่ื มนั่ ในตนเอง สามารถพฒั นาตนเองได้
๔. ข้อมูลที่ได้จากการประเมิน จะสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการเรียนการสอนและ

การวางแผนการสอนของผู้สอนว่าสามารถตอบสนองความสามารถ ความสนใจและความต้องการของ
ผ้เู รียนแตล่ ะบุคคลได้หรือไม่

๕. ประเมินความสามารถของผูเ้ รียนในการถา่ ยโอนการเรียนไปสู่ชวี ติ จรงิ ได้

๖. ประเมินดา้ นตา่ งๆดว้ ยวิธีทห่ี ลากหลายในสถานการณ์ตา่ ง ๆ อยา่ งต่อเนอื่ ง

วธิ กี ารและแหลง่ ขอ้ มูลทใี่ ช้
พอ่ื ใหก้ ารวดั และประเมนิ ผลสะท้อนความสามารถท่ีแทจ้ ริงของผู้เรยี นผลการประเมินอาจ

ได้มาจากแหล่งขอ้ มูลและวิธกี ารต่าง ๆ ดงั ต่อไปนี้

หลักสตู รกลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ พทุ ธศักราช 2565
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พทุ ธศักราช ๒๕๖0)

หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นอนุบาลด่านช้าง กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ๘๓

๑. การประเมินผลกล่มุ ( Group Assessment ) ความสามารถที่จะทำงานในฐานะสมาชิก
ที่มีประสิทธิภาพของกลุ่มถือเป็นทักษะสำคัญในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง การทำ
กจิ กรรมตอ้ งเนน้ ย้ำการทำงานเปน็ กลุ่มที่มกี ารจดั การด้านความพร้อมที่มีคุณภาพและมีการประเมินผลท่ี
ละเอยี ดรอบคอบ การทำงานกลุ่มของผู้เรยี นจะมคี ณุ ภาพสงู สุดรวมท้ังมคี วามสนกุ สนาน เพลิดเพลินเม่ือมี
การปฏิบตั ิดังนี้

๑) จดั บรรยากาศให้เหมาะสม ชว่ ยให้ผู้เรียนทราบและเข้าใจวา่ การทำงานกลมุ่ จะให้
ผลดแี ก่ผู้เรยี นอย่างไร ผลงานกลุ่มจะประเมินด้วยวธิ ใี ด

๒) จดั ให้ผู้เรยี นทราบวา่ งานของกลมุ่ จะประเมนิ เมื่อใดล่วงหน้าเพ่ือผเู้ รยี นจะไดไ้ ม่
กดดนั และวติ กกังวลวา่ ผสู้ อนจะประเมินเม่ือใด

๓) การกำหนดคะแนนไม่ควรมากเกนิ ไป เพราะหลกั การตอ้ งการจะพฒั นาการทำงาน
รว่ มกัน

๔) แจ้งเกณฑก์ ารประเมินให้ผเู้ รยี นไดท้ ราบ และบอกเกณฑ์บางสว่ นให้ พรอ้ มทงั้ ให้
ผู้เรียนเพ่ิมเติมเกณฑข์ องตนเองได้ จึงคอ่ ยตดั สนิ ใจว่าแต่ละเกณฑ์จะใหค้ ะแนนอย่างไร

๕) จัดเวลาใหผ้ ู้เรียนไดม้ กี ารสำรวจวา่ คมุ้ ค่าแก่การเรยี นรู้หรือไม่ เป็นการใหผ้ เู้ รยี นได้
วิเคราะห์ผลสำเร็จของตนเอง มีเวลาแยกแยะว่ายังมีจดุ ใดที่สามารถทำได้ดยี ่งิ ข้นึ อีก

๖) ผู้สอนตอ้ งม่นั ใจและกระจ่างชัดเจนวา่ ส่งิ ทปี่ ระเมนิ ผล คือ ผลผลิตจากงานของกลมุ่
หรือประเมนิ กระบวนการทำงาน กระบวนการและผลผลิตเป็นคนละเรอื่ งกนั และจำเปน็ ตอ้ งมแี นวทางการ
ประเมินที่แตกตา่ งกนั ในการทำกจิ กรรมกลุ่ม บางกิจกรรมใชก้ ารประเมินผลผลิต แต่บางกจิ กรรมอาจใช้
เพื่อการประเมนิ ผลกระบวนการปฏิบตั เิ ท่านัน้

๗) ต้องระวังอันตรายจากการประเมินงานกลุ่มเป็นรายบุคคล เพราะจะนำไปสู่
ความรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจและการโต้แย้งอย่างรุนแรงได้ ต้องมีการแจ้งเกณฑ์ล่วงหน้า มีการอภิปราย มี
ข้อตกลงตั้งแต่แรกเริ่มลงมอื ปฏิบัติกจิ กรรม การประเมินผลบุคคลควรจะทำต่อเมือ่ ผู้เรียนทั้งกลุ่มได้รบั
การพฒั นาความม่ันใจและความเชื่อถอื

๘) พจิ ารณาการจัดกลุ่ม จะใหผ้ ้เู รยี นจัดกลุ่มเองหรอื ไม่หรือจะใช้การสุ่มจัดผู้เรียนเข้า
กลมุ่ เพอื่ ความเหมาะสมในการคละ ความสามารถของผ้เู รียนในกลุ่ม หรือผสู้ อนจัดผเู้ รียนให้สมดุลเพอื่ คละ
ประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถและทักษะของผู้เรียน วิธีนี้มีประโยชน์เพื่อจัดกลุ่มการเรียนรู้แบบ
รว่ มมอื อย่างมคี ณุ ภาพแตต่ อ้ งการทกั ษะการประสานงานทสี่ งู มาก

๒. การประเมินตนเอง ( Self Assessment ) ในการเสนอผลงาน ผู้สอนควรฝึกให้ผู้เรียนมี
การประเมินตนเองทั้งด้านความคิด และด้านความรู้สึก โดยให้ผู้เรียนได้พูดถึงงานของตนเอง มีขั้นตอน
กระบวนการทำอย่างไร มีจุดบกพร่อง จุดดีตรงไหน ผู้เรียนได้ความรู้อะไรบ้างและผู้เรียนมีความรู้สึก
อย่างไรตอ่ งานทีท่ ำ ขณะเดียวกันกเ็ ปดิ โอกาสให้เพ่ือนได้มีการวพิ ากษ์วิจารณ์งานของผู้เรยี นอันจะนำไปสู่
ความภาคภมู ใิ จ

๓. การเขยี นรายงาน ( Self - Report) เป็นการใหผ้ เู้ รยี นเขยี นรายงานเกย่ี วกบั พฤตกิ รรม
ของตนเอง เหมอื นการสมั ภาษณเ์ พยี งแต่ไมม่ คี นคอยตัง้ คำถามเทา่ นัน้ เอง

จากวธิ กี ารประเมนิ ดงั กลา่ วสามารถนำมาจดั แสดงวิธีการและเคร่ืองมอื ประเมินผลการเรยี นรู้
ของสาระการเรียนรใู้ นดา้ นความรู้ ด้านทกั ษะกระบวนการ และดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ มได้

หลักสูตรกล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ พทุ ธศกั ราช 2565
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พทุ ธศกั ราช ๒๕๖0)

หลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นอนบุ าลด่านช้าง กลุ่มสาระการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ ๘๔

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ควรจัดให้ครอบคลุมท้ัง
ด้านความรู้ ด้านทักษะกระบวนการ และด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสอดคล้องกับมาตรฐาน
การเรียนรู้และตัวช้ีวดั ตามท่ีหลักสูตรแกนกลางขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดไว้ ควรมุ่งเน้น
การวัดสมรรถภาพโดยรวมของผู้เรียนเป็นหลัก จุดประสงค์หลักของการวดั ประเมินไม่ใช่อยู่ที่การวัดผล
เพ่อื ตดั สนิ ผลการเรยี นของผู้เรยี นเพยี งอย่างเดียว แตเ่ ป็นการวัดและประเมินผลเพ่อื นำผลการประเมินไป
ใช้ในการปรับปรุงการเรียนการสอนเพื่อช่วยพัฒนาให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้คณิตศาสตร์ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพและเต็มตามศักยภาพ

คุณภาพของผู้เรยี นทต่ี อ้ งประเมิน
การวัดและประเมินผลของกลุ่มสาระคณติ ศาสตร์นั้นแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน

พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ กำหนดให้ทำการวดั และประเมินผลตามมาตรฐานและตวั ช้วี ัด ตวั ชี้วดั ในการวัดและ
ประเมนิ ผลทตี่ ้องนำมาพจิ ารณา ดังนี้

๑. ด้านความรู้
การวัดประเมินผลดา้ นความรู้ตอ้ งสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ๓ สาระ ดังน้ี

สาระที่ ๑ จำนวนและพีชคณิต
สาระท่ี ๒ การวดั และเรขาคณิต

สาระท่ี ๓ สถิติและความน่าจะเปน็
๒. ด้านทักษะ / กระบวนการ
การวดั ประเมนิ ผลดา้ นทักษะ / กระบวนการ เปน็ การวัดความสามารถของผเู้ รียนครอบคลมุ
ประเด็นท่ตี ้องประเมนิ ดงั น้ี

๒.๑ การแก้ปัญหา
๒.๒ การใหเ้ หตุผล
๒.๓ การสอื่ สาร การสอ่ื ความหมาย และการนำเสนอ
๒.๔ การเชอื่ มโยง
๒.๕ ความคิดรเิ รม่ิ สร้างสรรค์
๓. ด้านคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
การวดั ประเมินผลด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ครอบคลมุ ประเดน็ ท่ตี ้องประเมนิ ดังน้ี
๓.๑ ซือ่ สตั ยส์ ุจริต
๓.๒ มวี นิ ัย
๓.๓ ใฝ่เรยี นรู้
๓.๔ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๓.๕ มุง่ มน่ั ในการทำงาน

หลักสูตรกล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ พทุ ธศักราช 2565
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖0)

หลักสตู รสถานศึกษา โรงเรียนอนุบาลดา่ นช้าง กล่มุ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ๘๕

กำหนดเกณฑก์ ารประเมินใหร้ ะดบั ผลการเรียน
กำหนดเกณฑก์ ารประเมินใหร้ ะดับคณุ ภาพผลการเรยี น สามารถอธิบายผลการตดั สนิ วา่ ผเู้ รยี น
ต้องมคี วามรู้ ทกั ษะและคุณลักษณะโดยรวมอยู่ในระดบั ใด จงึ ยอมรบั วา่ ผา่ นการประเมิน กำหนดเป็น
ระดบั ผลการเรียน ๘ ระดับคอื

ระดับผลการเรียน ชว่ งคะแนนรอ้ ยละ
๔ ๘๐ - ๑๐๐
๓.๕ ๗๕ - ๗๙
๓ ๗๐ - ๗๔
๒.๕ ๖๕ - ๖๙
๒ ๖๐ - ๖๔
๑.๕ ๕๕ - ๕๙
๑ ๕๐ - ๕๔
๐ ๐ - ๔๙

หลักสตู รกลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ พทุ ธศกั ราช 2565
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖0)

หลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นอนบุ าลดา่ นช้าง กลุม่ สาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ ๘๖

อภธิ านศัพท์

การแจกแจงของความน่าจะเปน็ (probability distribution)
การอธิบายลักษณะของตัวแปรสุ่มโดยการแสดงคา่ ทีเ่ ป็นไปได้ และความน่าจะเปน็ ของการเกิดค่า

ต่าง ๆ ของตัวแปรสุม่ น้นั

การประมาณ (approximation)
การประมาณเป็นการหาค่าซึง่ ไม่ใช่ค่าที่แท้จรงิ แต่เป็นการหาค่าที่มีความละเอียดเพียงพอที่จะ

นำไปใช้ เชน่ ประมาณ ๒๕.๒๐ เป็น ๒๕ หรือประมาณ ๑๗๘ เป็น ๑๘๐ หรอื ประมาณ ๑๘.๔๕ เป็น ๒๐
เพอ่ื สะดวกในการคำนวณ คา่ ท่ไี ดจ้ ากการประมาณ เรียกวา่ คา่ ประมาณ

การประมาณค่า (estimation)
การประมาณค่าเป็นการคำนวณหาผลลัพธ์โดยประมาณ ด้วยการประมาณแต่ละจำนวนที่

เก่ยี วข้องก่อนแลว้ จึงนำมาคำนวณหาผลลัพธ์ การประมาณแต่ละจำนวนที่จะนำมาคำนวณอาจใช้หลักการ
ปดั เศษหรือไมใ่ ชก้ ไ็ ด้ ข้ึนอยูก่ บั ความเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์

การแปลงทางเรขาคณิต (geometric transformation)
การแปลงทางเรขาคณิตในที่นี้เน้นทั้งการแปลงที่ทำให้ได้ภาพที่เกิดจากการแปลงมีขนาดและ

รปู ร่างเหมือนกบั รปู ตน้ แบบ ซึง่ เปน็ ผลจากการเล่ือนขนาน (translation) การสะท้อน (reflection) และ
การหมุน (rotation) รวมท้งั การแปลงท่ีทำใหไ้ ดภ้ าพทเี่ กดิ จากการแปลงมีรูปร่างคล้ายกบั รูปต้นแบบ แต่มี
ขนาดแตกตา่ งจากรปู ต้นแบบ ซ่ึงเปน็ ผลมาจากการยอ่ /ขยาย (dilation)

การสืบเสาะ การสำรวจ และการสรา้ งขอ้ ความคาดการณเ์ กยี่ วกบั สมบตั ิทางเรขาคณติ
การสืบเสาะ การสำรวจ และการสร้างข้อความคาดการณ์เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้

ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ขึ้นมาด้วยตนเอง ในที่นี้ใช้สมบัติทางเรขาคณิตเป็นสื่อในการเรียนรู้ ผู้สอนควร
กำหนดกิจกรรมทางเรขาคณิตที่ผู้เรียนสามารถใช้ความรู้พ้ืนฐานเดิมที่เคยเรียนมาเปน็ ฐานในการต่อยอด
ความรู้ ดว้ ยการสบื เสาะ สำรวจ สังเกตหาแบบรูป และสร้างขอ้ ความคาดการณท์ ี่อาจเป็นไปได้ อยา่ งไร
ก็ตามผู้สอนต้องให้ผู้เรียนตรวจสอบว่าข้อความคาดการณ์นั้นถูกต้องหรือไม่ โดยอาจค้นคว้าหาความ รู้
เพิ่มเติมว่าข้อความคาดการณ์นั้นสอดคล้องกับสมบตั ิทางเรขาคณิตหรือทฤษฎีบททางเรขาคณิตใดหรือไม่
ในการประเมนิ ผลสามารถพจิ ารณาได้จากการทำกิจกรรมของผูเ้ รยี น

การแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหา
การแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย์ปัญหา เป็นการแสดงแนวคิด วิธีการ หรือขั้นตอนของการหา

คำตอบของโจทย์ปัญหา โดยอาจใช้การวาดภาพประกอบ เขียนเป็นข้อความด้วยภาษาง่ายๆ หรืออาจ
เขียนแสดงวธิ ที ำอยา่ งเปน็ ขนั้ ตอน

หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ พทุ ธศักราช 2565
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖0)

หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนอนุบาลด่านชา้ ง กลมุ่ สาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์ ๘๗

การหาผลลัพธข์ องการบวก ลบ คณู หารระคน
การหาผลลพั ธข์ องการบวก ลบ คูณ หารระคน เป็นการหาคำตอบของโจทย์การบวก ลบ คณู หาร

ทีม่ ีเคร่อื งหมาย + - × ÷ มากกวา่ หน่ึงเครื่องหมายที่แตกต่างกัน เชน่
(๔ + ๗) – ๓ =
(๑๘ ÷ ๒) + ๙ =
(๔ × ๒๕) – (๓ × ๒๐) =
ตวั อย่างต่อไปนี้ ไม่เปน็ โจทยก์ ารบวก ลบ คูณ หารระคน
(๔ + ๗) + ๓ = เป็นโจทย์การบวก ๒ ขน้ั ตอน
(๔ × ๑๕) × (๕ × ๒๐) = เปน็ โจทย์การคูณ ๓ ขนั้ ตอน

การใหเ้ หตุผลเกีย่ วกบั ปริภมู ิ (spatial reasoning)
การให้เหตุผลเกี่ยวกับปริภูมิในที่นี้เป็นการใช้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมบัติต่าง ๆ ของรูป

เรขาคณิตและความสัมพันธ์ระหว่างรูปเรขาคณติ มาใหเ้ หตุผลหรืออธิบายปรากฏการณ์หรอื แก้ปัญหาทาง
เรขาคณติ

ข้อมูล (data)
ข้อมลู เปน็ ข้อเทจ็ จริงหรือส่ิงทีย่ อมรับว่าเปน็ ขอ้ เท็จจรงิ ของเรื่องท่ีสนใจ ซง่ึ ได้จากการเก็บรวบรวม

อาจเปน็ ไดท้ งั้ ข้อความและตัวเลข

ความร้สู กึ เชิงจำนวน (number sense)
ความรู้สึกเชิงจำนวนเป็นสามัญสำนึกและความเข้าใจเกี่ยวกับจำนวนที่อาจพิจารณา

ในด้านตา่ ง ๆ เช่น
• เข้าใจความหมายของจำนวนที่ใช้บอกปริมาณ (เช่น ดินสอ ๕ แท่ง) และใช้บอกอันดับท่ี
(เชน่ เตว้ ่ิงเขา้ เสน้ ชยั เปน็ คนที่ ๕)
• เข้าใจความสัมพันธ์ที่หลากหลายของจำนวนใด ๆ กับจำนวนอ่ืน ๆ เช่น ๘ มากกว่า ๗ อยู่ ๑
แต่นอ้ ยกวา่ ๑๐ อยู่ ๒
• เข้าใจเกย่ี วกับขนาดหรือค่าของจำนวนใด ๆ เมือ่ เปรียบเทยี บกบั จำนวนอน่ื เช่น ๘ มีค่า
ใกลเ้ คยี งกบั ๔ แต่ ๘ มีคา่ นอ้ ยกว่า ๑๐๐ มาก
• เข้าใจผลทเี่ กดิ ขึน้ จากการดำเนินการของจำนวน เช่น ผลบวกของ ๖๕ + ๔๒ ควรมากกวา่
๑๐๐ เพราะวา่ ๖๕ > ๖๐ ๔๒ > ๔๐ และ ๖๐ + ๔๐ = ๑๐๐
• ใช้เกณฑ์จากประสบการณ์ในการเทยี บเคียงเพื่อพจิ ารณาความสมเหตุสมผลของจำนวน เช่น
การรายงานวา่ ผ้เู รยี นช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ คนหนึ่งสงู ๒๕๐ เซนติเมตรนน้ั ไม่น่าจะเป็นไป
ได้

หลักสูตรกลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ พุทธศักราช 2565
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พทุ ธศักราช ๒๕๖0)

หลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนอนุบาลดา่ นช้าง กลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณติ ศาสตร์ ๘๘

ความสัมพันธแ์ บบส่วนยอ่ ย – ส่วนรวม (part – whole relationship)

ความสมั พนั ธแ์ บบส่วนยอ่ ย – ส่วนรวมของจำนวน เปน็ การเขียนแสดงจำนวนในรปู ของจำนวน ๒

จำนวนขึ้นไป โดยท่ีผลบวกของจำนวนเหล่านน้ั เทา่ กับจำนวนเดิม เช่น ๘ อาจเขยี นเปน็ ๒ กบั ๖ หรือ ๓

กับ ๕ หรอื ๐ กับ ๘ หรือ ๑ กับ ๒ กับ ๕ ซึ่งอาจเขียนแสดงความสมั พนั ธ์ไดด้ ังนี้

๘๘ ๐๑

๘ ๘๒

๒๖ ๓๕ ๘ ๕

จำนวน (number)

จำนวนเป็นคำทไี่ มม่ คี ำจำกดั ความ (คำอนิยาม) จำนวนแสดงถึงปริมาณของสิง่ ต่างๆ จำนวนมี

หลายชนดิ เชน่ จำนวนนับ จำนวนเต็ม เศษสว่ น ทศนยิ ม

จำนวนทีห่ ายไปหรือรูปทีห่ ายไป

จำนวนทหี่ ายไปหรือรูปท่ีหายไปเปน็ จำนวนหรือรูปที่เมอ่ื นำมาเติมส่วนที่วา่ งในแบบรูป แล้วทำให้

ความสมั พนั ธใ์ นแบบรูปนน้ั ไมเ่ ปล่ยี นแปลง

เชน่

๑ ๓ ๕ ๗ ๙ ....... จำนวนท่หี ายไปคอื ๑๑

  ∆   ∆ ........  ∆ รูปที่หายไปคอื 

ตัวไม่ทราบคา่

ตัวไมท่ ราบคา่ เป็นสญั ลกั ษณ์ท่ีใช้แทนจำนวนทย่ี ังไมท่ ราบค่าในประโยคสัญลักษณ์ ซึง่ ตวั ไม่ทราบ

คา่ จะอยูส่ ่วนใดของประโยคสัญลักษณก์ ไ็ ด้ ในระดับประถมศึกษา การหาคา่ ของตวั ไมท่ ราบคา่ อาจหาได้โดย

ใชค้ วามสัมพันธข์ องการบวกและการลบ หรอื การคูณและการหาร เช่น

 + ๓๓๓ = ๙๙๙ ๑๘ × ก = ๕๔

๑๒๐ = A ÷ ๙ ๗๘๙ - ๑๕๖ = 

ตวั เลข (numeral)
ตวั เลขเป็นสญั ลักษณท์ ี่ใชแ้ สดงจำนวน

ตวั อยา่ ง
เขยี นตวั เลข แสดงจำนวนมังคดุ ได้หลายแบบ เช่น
ตวั เลขไทย : ๗

ตวั เลขฮนิ ดอู ารบิก : ๗
ตัวเลขโรมัน : VII

ตวั เลขท้ังหมดแสดงจำนวนเดยี วกนั แม้วา่ สญั ลกั ษณ์ทใ่ี ช้จะแตกตา่ งกนั

หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ พุทธศักราช 2565
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖0)

หลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนอนบุ าลดา่ นชา้ ง กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ๘๙

ตารางทางเดียว (one-way table)

ตารางทางเดียวเปน็ ตารางที่มกี ารจำแนกรายการตามหัวเรอื่ งเพียงลักษณะเดียวเทา่ นนั้ เชน่

จำนวนนักเรยี นของโรงเรยี นแหง่ หนง่ึ จำแนกตามชนั้ ปี

จำนวนนักเรียนของโรงเรียนแห่งหนงึ่ จำแนกตามชั้นปี

ช้นั จำนวน(คน)

ประถมศึกษาปีที่ ๑ ๖๕

ประถมศึกษาปที ี่ ๒ ๗๐

ประถมศกึ ษาปีท่ี ๓ ๖๙

ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ ๖๒

ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ ๗๒

ประถมศึกษาปที ี่ ๖ ๖๐

รวม ๓๙๘

ตารางสองทาง (two-way table)

ตารางสองทางเป็นตารางที่มีการจำแนกรายการตามหวั เรอื่ งสองลักษณะ เชน่ จำนวนนกั เรียน
ของโรงเรยี นแหง่ หนงึ่ จำแนกตามชน้ั และเพศ

จำนวนนกั เรยี นของโรงเรยี นแหง่ หนงึ่ จำแนกตามชนั้ ปี และเพศ

ชั้นปี ชาย(คน) เพศ รวม (คน)

ประถมศึกษาปีที่ ๑ ๓๘ หญงิ (คน) ๖๕
ประถมศึกษาปที ่ี ๒ ๓๓ ๗๐
ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ ๓๒ ๒๗ ๖๙
ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ ๒๘ ๓๗ ๖๒
ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ ๓๒ ๓๗ ๗๒
ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ ๒๕ ๓๔ ๖๐
๔๐ ๓๙๘
รวม ๑๘๘ ๓๕

๒๑๐

แถวลำดบั (array)
แถวลำดับเปน็ การจดั เรียงจำนวนหรือสง่ิ ตา่ ง ๆ ในรูปแถวและสดมภ์ อาจใช้แถวลำดับเพอื่ อธิบาย

เก่ียวกับการคณู และการหาร เช่น

การคูณ การหาร

๒ × ๕ = ๑๐ ๑๐ ÷ ๒ = ๕

๕ × ๒ = ๑๐ ๑๐ ÷ ๕ = ๒

หลกั สตู รกลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ พุทธศักราช 2565
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖0)

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรยี นอนุบาลดา่ นชา้ ง กลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ๙๐

ทศนิยมซ้ำ
ทศนยิ มซ้ำเปน็ จำนวนท่ีมีตัวเลขหรือกล่มุ ของตวั เลขท่อี ยู่หลงั จดุ ทศนยิ มซำ้ กันไปเรือ่ ย ๆ ไมม่ ีท่ี

ส้ินสุด เชน่ ๐.๓๓๓๓… ๐.๔๑๖๖๖... ๒๓.๐๒๑๘๑๘๑๘... ๐.๒๔๓๒๔๓๒๔๓…
สำหรับทศนิยม เช่น ๐.๒๕ ถอื ว่าเป็นทศนยิ มซ้ำเช่นเดียวกัน เรียกว่า ทศนยิ มซำ้ ศูนย์ เพราะ ๐.๒๕ =
๐.๒๕๐๐๐...

ในการเขยี นตวั เลขแสดงทศนยิ มซำ้ อาจเขียนไดโ้ ดยการเติม • ไว้เหนอื ตวั เลขที่ซำ้ กัน เช่น
๐.๓๓๓๓… เขยี นเป็น ๐. ๓̇ อา่ นวา่ ศนู ย์จดุ สาม สามซ้ำ
๐.๔๑๖๖๖... เขียนเป็น ๐.๔๑๖̇ อา่ นว่า ศนู ยจ์ ุดสหี่ น่ึงหก หกซำ้

หรือเติม • ไวเ้ หนือกล่มุ ตวั เลขทซ่ี ้ำกนั ในตำแหน่งแรกและตำแหนง่ สุดท้าย เช่น
๒๓.๐๒๑๘๑๘๑๘... เขียนเป็น ๒๓.๐๒๑̇๘̇ อา่ นวา่ ย่ีสิบสามจุดศนู ย์สองหน่งึ แปด หน่ึงแปด

ซ้ำ
๐.๒๔๓๒๔๓๒๔๓… เขียนเป็น ๐. ๒̇๔๓̇ อ่านว่า ศนู ย์จดุ สองสี่สาม สองสีส่ ามซ้ำ

ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์
ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรเ์ ปน็ ความสามารถท่ีจะนำความรไู้ ปประยกุ ตใ์ ช้

ในการเรียนรสู้ ่งิ ตา่ ง ๆ เพ่ือให้ไดม้ าซ่ึงความรแู้ ละประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจำวนั ไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ
การแก้ปัญหา
การแก้ปัญหา เป็นกระบวนการที่ผู้เรียนควรจะเรียนรู้ ฝึกฝน และพัฒนาให้เกิดทักษะข้ึน

ในตนเอง เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ เพื่อให้ผู้เรียนมีแนวทางในการคิดที่หลากหลาย รู้จักประยุกต์และ
ปรับเปลี่ยนวิธีการแก้ปัญหาให้เหมาะสม รู้จักตรวจสอบและสะท้อนกระบวนการแก้ปัญหา มีนิสัย
กระตือรือร้น ไม่ย่อท้อ รวมถึงมีความมั่นใจในการแก้ปญั หาที่เผชิญอยู่ทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน
นอกจากนี้ การแกป้ ญั หายังเปน็ ทักษะพ้นื ฐานทผ่ี ู้เรียนสามารถนำไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ ได้ การส่งเสริมให้ผู้เรียน
ได้เรียนร้เู กย่ี วกบั การแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธผิ ล ควรใช้สถานการณห์ รือปัญหาทางคณิตศาสตร์ท่ีกระตุ้น
ดึงดูดความสนใจ ส่งเสริมให้มีการประยุกตค์ วามรู้ทางคณิตศาสตร์ ขั้นตอน/กระบวนการแก้ปัญหา และ
ยทุ ธวิธแี กป้ ญั หาท่ีหลากหลาย

การสอื่ สารและสอื่ ความหมายทางคณติ ศาสตร์
การสือ่ สาร เป็นวิธกี ารแลกเปลย่ี นความคิดและสร้างความเขา้ ใจระหว่างบุคคล ผา่ นช่องทางการ
สือ่ สารตา่ งๆ ไดแ้ ก่ การฟัง การพดู การอ่าน การเขียน การสังเกต และการแสดงท่าทาง
การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ เป็นกระบวนการส่ือสารที่นอกจากนำเสนอผ่านชอ่ งทางการ
สื่อสาร การฟัง การพูด การอ่าน การเขียน การสังเกตและการแสดงท่าทางตามปกติแล้ว ยังเป็นการ
สื่อสารที่มีลักษณะพิเศษ โดยมีการใช้สัญลักษณ์ ตัวแปร ตาราง กราฟ สมการ อสมการ ฟังก์ชัน หรือ
แบบจำลอง เป็นตน้ มาชว่ ยในการสื่อความหมายด้วย
การสื่อสารและสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ เป็นทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
ทจ่ี ะช่วยให้ผ้เู รียนสามารถถา่ ยทอดความรู้ความเข้าใจ แนวคดิ ทางคณิตศาสตร์ หรอื กระบวนการคิด ของ
ตนให้ผู้อืน่ รับรู้ไดอ้ ย่างถูกต้องชัดเจนและมีประสิทธิภาพ การที่ผู้เรยี นมสี ่วนร่วมในการอภิปรายหรอื การ
เขยี นเพื่อแลกเปลย่ี นความรู้และความคิดเห็นถ่ายทอดประสบการณซ์ ึ่งกนั และกัน ยอมรบั ฟงั ความคิดเห็น

หลกั สูตรกลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ พุทธศักราช 2565
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖0)

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนอนบุ าลด่านช้าง กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ๙๑

ของผู้อื่น จะช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้คณิตศาสตร์ได้อย่างมีความหมาย เข้าใจได้อย่างกว้างขวางลึกซึ้งและ

จดจำไดน้ านมากขึ้น

การเชอ่ื มโยง
การเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยการคิด วิเคราะห์ และความคิดรเิ รมิ่

สรา้ งสรรค์ ในการนำความรู้ เน้ือหา และหลักการทางคณิตศาสตร์ มาสรา้ งความสมั พันธ์อย่างเปน็ เหตุเป็น

ผลระหว่างความรูแ้ ละทักษะและกระบวนการท่ีมใี นเนือ้ หาคณิตศาสตรก์ ับงานท่ีเกี่ยวข้อง เพ่ือ

นำไปสกู่ ารแกป้ ัญหาและการเรยี นรู้แนวคิดใหม่ทซ่ี ับซ้อนหรอื สมบรู ณ์ขน้ึ
การเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์ เป็นการนำความรู้และทักษะและกระบวนการ

ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์ไปสัมพันธ์กนั อย่างเป็นเหตุเป็นผล ทำให้สามารถแก้ปัญหาได้หลากหลายวิธีและ

กะทัดรดั ขึน้ ทำใหก้ ารเรียนรู้คณติ ศาสตร์มคี วามหมายสำหรับผู้เรยี นมากย่งิ ขน้ึ
การเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ เป็นการนำความรู้ ทักษะและกระบวนการต่าง ๆ

ทางคณิตศาสตร์ ไปสัมพันธ์กันอย่างเป็นเหตุเป็นผลกับเนื้อหาและความรู้ของศาสตร์อื่น ๆ
เช่น วิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ พันธุกรรมศาสตร์ จิตวิทยา และเศรษฐศาสตร์ เป็นต้น ทำให้การเรียน
คณิตศาสตรน์ า่ สนใจ มีความหมาย และผู้เรียนมองเห็นความสำคญั ของการเรยี นคณติ ศาสตร์

การที่ผู้เรียนเห็นการเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ จะส่งเสริมให้ผู้เรียนเห็นความสัมพันธ์
ของเนื้อหาต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์ และความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดทางคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ

ทำให้ผู้เรยี นเข้าใจเนือ้ หาทางคณิตศาสตร์ได้ลึกซ้ึงและมีความคงทนในการเรียนรู้ ตลอดจนช่วยให้ผู้เรียน

เหน็ ว่าคณิตศาสตร์มคี ณุ ค่า นา่ สนใจ และสามารถนำไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ จรงิ ได้
การใหเ้ หตุผล

การให้เหตุผล เปน็ กระบวนการคิดทางคณติ ศาสตร์ที่ตอ้ งอาศัยการคิดวเิ คราะหแ์ ละความคิดริเริ่ม

สรา้ งสรรค์ ในการรวบรวมขอ้ เทจ็ จรงิ ขอ้ ความ แนวคดิ สถานการณท์ างคณิตศาสตรต์ า่ ง ๆ แจก

แจงความสัมพนั ธ์ หรอื การเชือ่ มโยง เพอื่ ให้เกดิ ขอ้ เทจ็ จริงหรอื สถานการณ์ใหม่

การใหเ้ หตุผลเปน็ ทกั ษะและกระบวนการที่ส่งเสรมิ ให้ผู้เรียนรจู้ ักคิดอย่างมีเหตุผล คิดอยา่ ง เป็น
ระบบ สามารถคิดวิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ สามารถคาดการณ์ วางแผน

ตัดสินใจ และแกป้ ัญหาไดอ้ ย่างถกู ต้องและเหมาะสม การคิดอย่างมเี หตผุ ลเปน็ เครือ่ งมือสำคัญที่ผู้เรียนจะ
นำไปใชพ้ ฒั นาตนเองในการเรียนรู้ส่งิ ใหม่ เพอ่ื นำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานและ การดำรงชวี ิต

การคดิ สรา้ งสรรค์

การคิดสร้างสรรค์ เป็นกระบวนการคิดที่อาศัยความรู้พื้นฐาน จินตนาการและวิจารณญาณ
ในการพัฒนาหรือคิดค้นองค์ความรู้ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อตนเองและ

สังคม ความคิดสร้างสรรค์มีหลายระดับ ตั้งแต่ระดับพื้นฐานที่สูงกว่าความคิดพื้น ๆ เพียงเล็กน้อย
ไปจนกระทัง่ เปน็ ความคดิ ท่ีอยใู่ นระดับสูงมาก

การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์จะช่วยให้ผู้เรียนมีแนวทางการคดิ ที่หลากหลาย มีกระบวนการคิด

จินตนาการในการประยกุ ต์ ที่จะนำไปสกู่ ารคดิ ค้นสิง่ ประดษิ ฐ์ที่แปลกใหม่และมคี ุณคา่ ที่คนส่วนใหญค่ าดคดิ

ไม่ถงึ หรือมองข้าม ตลอดจนสง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รียนมนี สิ ยั กระตอื รอื ร้น ไมย่ อ่ ทอ้ อยากร้อู ยากเห็น อยาก
คน้ คว้าและทดลองสงิ่ ใหม่ ๆ อยูเ่ สมอ

หลักสูตรกลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ พทุ ธศกั ราช 2565
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖0)

หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรยี นอนุบาลด่านช้าง กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์ ๙๒

แบบรปู (pattern)

แบบรปู เป็นความสมั พนั ธท์ แี่ สดงลักษณะสำคัญร่วมกันของชุดของจำนวน รปู เรขาคณิต หรืออนื่ ๆ

ตวั อย่าง (๑) ๑ ๓ ๕ ๗ ๙ ๑๑

(๒) ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑ ๑
๒ ๔ ๘ ๒ ๔ ๘ ๒ ๔ ๘

(๓)

รูปเรขาคณิต (geometric figure)
รูปเรขาคณิตเป็นรปู ที่ประกอบดว้ ย จุด เส้นตรง เส้นโคง้ ระนาบ ฯลฯ อย่างน้อยหน่ึงอยา่ ง
▪ ตัวอยา่ งของรูปเรขาคณติ หนึ่งมติ ิ เช่น เสน้ ตรง สว่ นของเส้นตรง รังสี
▪ ตัวอยา่ งของรูปเรขาคณิตสองมิติ เชน่ วงกลม รูปสามเหลย่ี ม รปู ส่เี หลย่ี ม
▪ ตวั อย่างของรูปเรขาคณติ สามมิติ เชน่ ทรงกลม ลกู บาศก์ ปรซิ ึม พรี ะมดิ

เลขโดด (digit)
เลขโดดเป็นสญั ลกั ษณพ์ ้นื ฐานท่ีใช้เขียนตวั เลขแสดงจำนวน จำนวนที่นิยมใชใ้ นปจั จุบันเปน็ ระบบ

ฐานสบิ ในการเขียนตัวเลขแสดงจำนวนใด ๆ ใน ระบบฐานสิบ ใช้เลขโดดสิบตวั
เลขโดดที่ใช้เขียนตัวเลขฮนิ ดูอารบิก ได้แก่ ๐, ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘ และ ๙
เลขโดดท่ีใช้เขยี นตวั เลขไทย ไดแ้ ก่ ๐, ๑, ๒, ๓, ๔, ๕, ๖, ๗, ๘ และ ๙

สันตรง (straightedge)
สันตรงเปน็ เครื่องมือหรืออุปกรณ์ท่ีใช้ในการเขียนเส้นในแนวตรง เช่น ใช้เขียนส่วนของเสน้ ตรง

และรังสี ปกติบนสันตรงจะไม่มีขีดสเกลสำหรบั การวัดระยะกำกับไว้ อย่างไรก็ตามในการเรียนการสอน
อนุโลมให้ใช้ไม้บรรทัดแทนสันตรงได้โดยถือเสมือนว่าไม่มีขีดสเกลสำหรับการวัดระยะก ำกับ

หน่วยเดยี่ ว (single unit) และหนว่ ยผสม (compound unit)
การบอกปรมิ าณทไ่ี ดจ้ ากการวัดอาจใช้หนว่ ยเดยี่ ว เชน่ ส้มหนัก ๑๒ กโิ ลกรมั หรอื ใชห้ น่วยผสม

เช่น ปลาหนกั ๑ กิโลกรมั ๒๐๐ กรมั

หนว่ ยมาตรฐาน (standard unit)
หนว่ ยมาตรฐานเป็นหน่วยการวดั ทเ่ี ปน็ ท่ียอมรบั กันทว่ั ไป เชน่ กโิ ลเมตร เมตร เซนติเมตรเปน็

หนว่ ยมาตรฐานของการวัดความยาว กโิ ลกรมั กรัม มิลลกิ รัมเป็นหนว่ ยมาตรฐานของการวดั น้ำหนัก

อัตราสว่ น (ratio)
อัตราส่วนเป็นความสมั พันธ์ที่แสดงการเปรยี บเทียบปรมิ าณสองปริมาณซง่ึ อาจมหี นว่ ยเดยี วกนั

หรือตา่ งกนั ก็ได้ อตั ราส่วนของปริมาณ a ตอ่ ปริมาณ b เขยี นแทนด้วย a : b

หลกั สตู รกลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ พุทธศักราช 2565
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พทุ ธศกั ราช ๒๕๖0)

หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรียนอนบุ าลด่านช้าง กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ๙๓

บรรณานุกรม

กระทรวงศึกษาธิการ.(2553).หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551.
พมิ พ์คร้งั ท่ี3 กรุงเทพฯ:โรงพมิ พ์ชมุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
.(2553).แนวปฏิบตั กิ ารวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู.้ ตามหลกั สูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551.พิมพค์ ร้งั ที่2 กรงุ เทพฯ:โรงพิมพช์ ุมนุม สหกรณ์

การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
.(2553).ตัวชวี้ ดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์. ตาม
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551.พิมพค์ รง้ั ท่ี2 กรงุ เทพฯ:โรงพมิ พ์
ชมุ นุม สหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกัด.

หลักสตู รกลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ พุทธศักราช 2565
ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พุทธศกั ราช ๒๕๖0)

หลกั สตู รสถานศึกษา โรงเรียนอนุบาลด่านช้าง กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ๙๔

หลักสตู รกลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ พทุ ธศักราช 2565
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖0)


Click to View FlipBook Version