The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยในชั้นเรียน เรื่องสถานการณ์จำลอง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by I ' Toey Sittipong Traivong, 2020-09-13 02:24:41

วิจัยในชั้นเรียน เรื่องสถานการณ์จำลอง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562

วิจัยในชั้นเรียน เรื่องสถานการณ์จำลอง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562

42

2. การจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองเป็นการเปลี่ยนแปลงบทบาทหน้าที่กันระหว่าง
ครูกับเดก็ เด็กเป็นฝา่ ยผลติ และใช้ภาษา ส่วนครเู ปน็ ฝ่ายรับรู้และสังเกตการใชภ้ าษาของเด็ก ครูใช้การ
จัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองเป็นเครอื่ งมอื กระตุ้นให้เด็กได้แสดงความรบั ผิดชอบต่อบทบาทท่ี
ได้รบั ในกระบวนการเรยี นรู้ เพราะเด็กมีโอกาสที่จะสรา้ งสรรค์ภาษาทีจ่ ะใชใ้ ห้เหมาะสมในสถานการณ์
ได้มากกวา่ ทจี่ ะต้องตอบคาถามของครเู หมือนการทดสอบทว่ั ไป

3. การจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองสามารถเข้าถงึ ความหลากหลายของทักษะตา่ ง ๆ
ในการสื่อสาร เช่น กิจกรรมที่กาหนดให้เด็กวางแผนการเดนิ ทางไปเที่ยวยงั ดาวดวงอ่ืนเพอื่ สรา้ งเมือง
ใหม่ โดยเด็กจะได้รับข้อมูลภูมิหลังเก่ียวกับการดาเนินชีวิตบนดวงดาวนั้น โดยแต่ละกลุ่มต้องเลือก
บ้านใหม่เอง มีการจากดั เนอื้ ทบี่ นยานอวกาศทจี่ ะใช้ในการเดินทาง เด็กจะต้องเลอื กวา่ จะต้องนาอะไร
ไปบ้าง ซ่ึงสถานการณ์น้ีเปิดโอกาสให้เด็กได้ฝึกทั้งทักษะการอ่าน การระดมพลังสมอง การเจรจา
ปรึกษากนั และการเขยี น

4. การจดั ประสบการณ์สถานการณจ์ าลองจะเป็นการขยายจานวนและชนิดในการสัมผสั กับ
สถานการณต์ า่ ง ๆ ทีน่ ่าสนใจทเี่ รามีโอกาสไดเ้ จอ รวมท้ังสถานการณท์ ี่เราจนิ ตนาการด้วย

จากประโยชน์ของการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองดังกล่าวข้างต้นสรุปได้ว่า การจัด
ประสบการณ์สถานการณ์จาลองเป็นรูปแบบและกระบวนการท่ีฝึกฝนให้เด็กรู้จักคิดแก้ปัญหาเม่ือ
เผชิญกับสภาพการณ์ต่าง ๆ เดก็ ไดร้ บั ประสบการณซ์ ่ึงอาจเกิดขึ้นในชีวิตประจาวนั ทาใหร้ ู้วิธกี ารแก้ไข
ปัญหา นอกจากน้ีการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองจูงใจให้เด็กประกอบกิจกรรมได้นานและ
สามารถเขา้ สู่พฤติกรรมท่ีตอ้ งการได้

บทบาทของครใู นการจัดประสบการณ์การเรียนร้โู ดยใชก้ ารจดั ประสบการณส์ ถานการณ์จาลอง

ครูมีบทบาทสาคัญทั้งก่อนและหลังทากิจกรรมการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลอง ซึ่ง
Jones (1982) ได้กล่าวถงึ บทบาทของครูกอ่ นทาการจดั ประสบการณ์สถานการณจ์ าลองไวด้ งั น้ี

1. ดแู ลและจัดเตรียมส่อื เอกสารต่าง ๆ รวมทั้งควบคมุ เรอื่ งการใช้เวลาในการเตรยี มและทา
กจิ กรรมการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลอง

2. ไม่รบกวนเด็ก แต่ปล่อยให้เด็กหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตนเอง ดังน้ันการจัดกลุ่มเด็กที่
เหมาะสมจะชว่ ยให้มีระเบยี บวินยั มากขึ้น

3. คานึงถึงและยอมรับการเปลี่ยนแปลงในเร่ืองของเวลาก่อนทากิจกรรมการจัด
ประสบการณ์สถานการณ์จาลองของเด็ก

43

4. จดั ลาดับการเตรียมสถานการณ์และตรวจสอบความเข้าใจของเด็ก เพ่ือม่ันใจว่าเด็กรู้ว่า
พวกเขาจะต้องทาอะไร ซ่ึงก่อให้เกิดประโยชน์มากทส่ี ุด แบ่งหนา้ ท่ีให้แก่เด็กรับผิดชอบก่อนมีการจัด
สถานการณ์ นอกจากน้ี (Jones, 1982) ได้กล่าวถึงบทบาทของครูขณะดาเนินกิจกรรมการจัด
ประสบการณส์ ถานการณ์จาลองไวด้ ังนี้

1. ครูควรเรียนรู้พฤติกรรมการใช้ภาษาของเด็กระหว่างการทาการจัดประสบการณ์
สถานการณ์จาลอง

2. ไม่รบกวนหรือขัดขวางการตัดสินใจและการแสดงออกกริยาท่าทาง เช่น การย้ิม การทา
หน้าบ้ึงของเด็ก แต่ต้องเข้าไปให้คาแนะนาเม่ือเกิดความผิดพลาดครูต้องใช้วิธีท่ีนุ่มนวลท่ีสุดโดยการ
ทาทา่ ทางเพ่ือใหเ้ ดก็ ทก่ี าลังทากิจกรรมไม่รตู้ วั

3. จัดกระบวนการเรียนให้ดาเนินไปด้วยดี โดยวางกิจกรรมไว้ว่า ใครนั่งท่ีไหนเวลาใด
แจกจ่ายเอกสารตอนไหน และส่ิงสาคัญครูต้องตระหนักและชัดเจนว่า เด็กมีความเข้าใจใน
กระบวนการเรียนการสอนมากน้อยเพียงใด ยอมรับในการทากิจกรรมได้หรือไม่ รวมทั้งสังเกต
พฤตกิ รรมของเด็กว่า ใครทา หรือไม่ทากจิ กรรมเพราะอาจมีสาเหตุมาจากความไม่เขา้ ใจในเน้ือหาครู
ตอ้ งหาแนวทางแกไ้ ข

4. สังเกตการณ์ในการแก้ปัญหาว่าเด็กสามารถใช้ภาษาได้ถูกต้องและเหมาะสมกับ
สถานการณ์หรือไม่ ทั้งกิจกรรมเด่ียวหรือกลุ่ม และต้องมีการปรึกษา สรุปผลหลังการแสดง
สถานการณห์ รือสิ่งทเี่ กย่ี วกับกจิ กรรมการจดั ประสบการณส์ ถานการณ์จาลองน้ัน ๆ

สรปุ ไดว้ ่าบทบาทของครูในการสอนโดยใช้การจดั ประสบการณ์สถานการณ์จาลอง ครตู ้องทา
หนา้ ท่ีเปน็ ผจู้ ดั กระบวนการเรียนการสอนและควบคมุ การทากจิ กรรมการจัดประสบการณ์สถานการณ์
จาลองให้ดาเนินไปได้ด้วยดีและในบางคร้งั ครูอาจเปลี่ยนเป็นเดก็ เพ่ืออานวยความสะดวก โดยรว่ มทา
กจิ กรรมกบั เดก็ และมุ่งเนน้ ใหเ้ ดก็ ตัดสนิ ใจในการแสดงกจิ กรรมเหล่าน้ันด้วยตนเองท้งั หมด

44

งานวจิ ัยที่เก่ียวข้องกบั การจดั ประสบการณ์สถานการณจ์ าลอง

งานวิจัยในประเทศ

ผู้ศึกษาทาการทบทวนงานวิจัยในประเทศ พบวา่ มีงานวิจัยท่ศี ึกษาการจัดประสบการณ์การ
จัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองเป็นจานวนมาก แต่ไม่มีการศึกษาการจัดการจัดประสบการณ์
สถานการณ์จาลองในระดับปฐมวัย ผู้ศึกษาจึงขอนาเสนองานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเพื่อเป็นแนวทางใน
การทาศึกษาในคร้งั น้ดี งั น้ี

ศภุ มาศ เพชรสมบตั ิ (2540) ได้ศกึ ษาผลของการใช้การจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลอง
ควบคู่กับการเสริมแรงท่ีมีต่อพฤติกรรมประชาธิปไตยด้านคารวะธรรมของเด็กชั้นประถมศึกษา
ปที ่ี 6 โรงเรียนบ้านหันทราย อาเภออรญั ประเทศ จังหวดั สระแก้ว ปกี ารศกึ ษา 2540 กลุ่มตวั อย่าง
เป็นเด็กช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 ท่ีมีพฤติกรรมประชาธิปไตยด้านคารวะธรรมต่า จานวน 16 คน
แบ่งเป็นกลมุ่ ทดลอง 8 คน ใช้เทคนิคการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองควบคู่กับการเสริมแรง
กลมุ่ ควบคุม 10 คนใชว้ ิธกี ารสอนปกติ ผลการศึกษาพบวา่ เด็กกลุ่มทดลองมีพฤตกิ รรมประชาธิปไตย
ดา้ นคารวะธรรมดีข้นึ กวา่ กลุม่ ควบคุมอย่างมีนัยสาคญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั .01

ศลิยา บุตรเนียร (2541) ไดท้ าการวิจัยการเปรียบเทียบผลของการใช้การจดั ประสบการณ์
สถานการณ์จาลองควบคู่กับการเสริมแรงด้วยเบ้ียอรรถกร และการใช้การจัดประสบการณ์
สถานการณ์จาลองควบคู่กับการช้ีแนะ เพื่อพัฒนาพฤติกรรมประชาธิปไตยด้านคารวะธรรมของเด็ก
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนบ้านหนองบอน พบว่าพฤติกรรมด้นคารวะธรรมของเด็กเพ่ิมขึ้น
หลังจากได้นับการใชก้ ารจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองควบคู่กบั การช้ีแนะ และเดก็ กลุ่มทไี่ ด้รับ
การใช้การจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองควบคู่กับการเสริมแรงด้วยเบี้ยอรรถกรมีพฤติกรรม
ประชาธิปไตยดา้ นคารวะธรรมเพม่ิ ขึ้นมากกว่าเด็กกลุ่มทไ่ี ด้รบั การใช้การจัดประสบการณ์สถานการณ์
จาลองควบคกู่ บั การชี้แนะ

นิยดา สุวิชาวรพันธ์ (2541) ที่ได้ทาการศึกษาผลของการใช้การจัดประสบการณ์สถานการณ์
จาลองท่ีมีต่อความสามัคคีของเด็กช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดราษฎร์บารุงกรุงเทพมหานคร
พบว่าเด็กท่ีได้รบั การใช้การจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองมีความสามัคคีสูงกวา่ กลุ่มท่ีไม่ได้รับการ
ใชก้ ารจัดประสบการณ์สถานการณจ์ าลอง อย่างมีนยั สาคัญทางสถิติทรี่ ะดบั .01

เนตรนภิส สาราญทรัพย์สิน (2542) ได้ศึกษาการเปรียบเทียบผลของการใช้การจัด
ประสบการณ์สถานการณ์จาลองกับการใช้เทคนิคแม่แบบที่มีต่อการปฏิบัติกับเพ่ือนของเด็กชั้น
ประถมศึกษาปที ่ี 6 โรงเรียนบ้านธรรมรัตนใ์ น อาเภอทา่ ตะเกียบ จังหวดั ฉะเชิงเทรา กล่มุ ตวั อย่างเด็ก
ทมี่ ีการปฏิบัตติ นกับเพื่อนไม่เหมาะสม จานวน 16 คน แบง่ เป็นกลมุ่ ทดลองและกลุ่มควบคุมกลุ่มละ8

45

คน ผลการศกึ ษาพบว่าเด็กกลุ่มทดลองมีการปฏบิ ัติตนกบั เพื่อนดีขนึ้ อย่างมีนัยสาคัญทางสถิตทิ ่ีระดับ
.01 หลังจากได้รับการใชก้ ารจดั ประสบการณ์สถานการณจ์ าลอง

เพ็ญศรี ประทุมรุ่ง (2542) ได้ศกึ ษาผลของการใช้การจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลอง
และการเสริมแรงด้วยเบ้ียอรรถกรทีม่ ีตอ่ มารยาทในการรบั ประทานอาหารของเด็กช้นั ประถมศึกษาปี
ท่ี 4 โรงเรียนบ้านทุ่งมะกอก อาเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี กลุ่มตัวอย่างจานวน 38 คน
ผลการศึกษาพบว่า เด็กท่ีได้รับการใช้การจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองและการเสริมแรงด้วย
เบ้ียอรรถกรเปน็ รายบุคคลและรายกลุ่มมีมารยาทในการรบั ประทานอาหารดีขนึ้ อย่างมีนัยสาคัญทาง
สถิตทิ ี่ระดับ .01

สุวลักษณ์ สินทรัพย์ (2543) ได้ศึกษาการเปรียบเทียบผลของการฝึกพฤติกรรมกล้า
แสดงออก การใช้ตัวแบบการ์ตูน และการใชก้ ารจัดประสบการณส์ ถานการณ์จาลองท่ีมีต่อพฤติกรรม
การหลีกเลย่ี งยาเสพติดของเดก็ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 ท่ีอยูใ่ นกลุ่มเสี่ยง โรงเรยี นบ้านมะค่า (คงฤทธิ
บัวสุวรรณอนุสรณ์) อาเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ผลการศึกษาพบว่า เด็กมีพฤติกรรมการ
หลีกเล่ียงยาเสพติดเพิ่มขึ้นหลังได้รับการใช้การจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองอย่างมีนัยสาคัญ
ทางสถิตทิ ร่ี ะดบั .01

เนาวะรตั น์ ถาวร (2546) ไดศ้ ึกษาผลของการใช้การจัดประสบการณ์สถานการณจ์ าลองท่ีมี
ต่อความมีน้าใจของเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนกุหลาบวัฒ นา เขตสัมพันธ์วงศ์
กรุงเทพมหานคร พบว่า เด็กที่ได้รับการใชก้ ารจัดประสบการณ์สถานการณจ์ าลองมีความมีน้าใจดีข้ึน
หลังอย่างมนัยสาคัญทางสถิติทร่ี ะดบั .01

จากงานวิจัยดังกล่าวข้างต้นสรุปได้ว่า การใช้การจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองทาให้
เด็กมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสูงข้ึน และสามารถแกป้ ัญหาต่างๆ ได้ดีข้นึ ด้วยเหตนุ ้ีผศู้ ึกษาจงึ ตอ้ งการ
ที่จะศึกษาวา่ การจดั ประสบการณ์สถานการณ์จาลองสามารถนามาใชใ้ นการพฒั นาความสามารถดา้ น
การพดู ของเดก็ ปฐมวยั ได้หรอื ไม่

งานวจิ ัยในตา่ งประเทศ

ผศู้ ึกษาทาการทบทวนงานวิจยั ในต่างประเทศ พบว่า มีงานวิจัยท่ีศกึ ษาการจัดประสบการณ์
การจดั ประสบการณ์สถานการณ์จาลองมีจานวนน้อย แต่ไม่มีการศึกษาการจัดการจัดประสบการณ์
สถานการณ์จาลองในระดับปฐมวยั ผู้ศึกษาจึงขอนาเสนองานวิจัยท่ีเกี่ยวข้องกับเพ่ือเป็นแนวทางใน
การทาศึกษาในคร้ังน้ดี ังนี้

Gibbons (1995) ได้ศึกษาผลของการใช้การจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองที่มีต่อ
ทัศนคติในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของเด็กการศึกษาพบว่า การสอนโดยใช้การจัดประสบการณ์

46

สถานการณ์จาลองทาให้เดก็ มีทัศนคติท่ีดีตอ่ การเรียนวิชาคณิตศาสตร์ และมีผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน
วชิ าคณติ ศาสตรท์ ่ีสูงข้นึ

จากผลการวิจัยในต่างประเทศดังกล่าวข้างต้น สรุปได้ว่า การใช้การจัดประสบการณ์
สถานการณ์จาลองช่วยกระตุ้นความสนใจของเด็ก ทาให้เด็กมีความคิดแตกฉานในการแก้ปัญหา มี
ความรู้สึกท่ีดีต่อการเรยี น นอกจากน้ีการใช้การจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองในการสอน ทาให้
เด็กมี เจตคตทิ ดี่ ีตอ่ การเรียนคณิตศาสตรแ์ ละผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนสงู ข้ึน

47

กรอบแนวคิดในการศกึ ษา

ความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์การจัดประสบการณ์
สถานการณจ์ าลอง

ตวั แปรต้น ตัวแปรตาม

การจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลอง ความสามารถด้านการพดู ของเดก็ ปฐมวัย
1. การเตรียมการ
2. การนาเสนอสถานการณจ์ าลอง 1. ดา้ นการพดู คาศพั ท์
3. การเลอื กบทบาท 2. ดา้ นการพูดเรอ่ื งราว
4. การเลน่ ในสถานการณ์จาลอง
5. การอภปิ ราย

ภาพท่ี 1 กรอบแนวคิดในการศกึ ษา

48

บทที่ 3

วธิ กี ารศกึ ษา

การศึกษาครั้งน้ีมีวตั ถุประสงค์เพ่ือส่งเสริมผลการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองที่มีต่อ
ความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวยั ซึง่ ผู้ศกึ ษาไดด้ าเนนิ การศกึ ษามีขนั้ ตอน ดงั นี้

กลุม่ เปา้ หมาย

กลมุ่ เปา้ หมายทใี่ ชใ้ นการศกึ ษาในครง้ั น้ี คือเด็กปฐมวยั อายุ ระหวา่ ง 3 - 5 ปี ท่ีกาลงั ศกึ ษา
ช้นั อนบุ าลปที ี่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2562 โรงเรยี นบา้ นปากคลองโรงนาค จานวน 30 คน

คาถามการศึกษา

การจดั ประสบการณ์สถานการณ์จาลองส่งเสรมิ ความสามารถดา้ นการพูดไดห้ รอื ไม่ อย่างไร

เครอื่ งมอื ทใี่ ชใ้ นการศกึ ษา

เครอื่ งมอื ทีใ่ ช้ในการศกึ ษาคร้งั นี้ ประกอบดว้ ย

1. แผนการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองเพ่ือส่งเสริมความสามารถด้านการพูดของ
เดก็ ปฐมวยั ซ่ึงเป็นแผนการจัดประสบการณ์ท่ีผ้ศู ึกษาสร้างขึ้นเองโดยใหส้ อดคลอ้ งกบั หน่วยการเรียนรู้
ของโรงเรยี นจานวน 24 แผน 8 หน่วย ไดแ้ ก่

หน่วยเรอื่ ง ยานพาหนะ จานวน 3 แผน

หนว่ ยเรื่อง สตั ว์นานาชนิด จานวน 3 แผน
หน่วยเรอื่ ง ฤดูท่ีแตกต่าง จานวน 3 แผน
หน่วยเรื่อง อาหารดีมคี ุณคา่ จานวน 3 แผน

หนว่ ยเร่อื ง ชมุ ชนนา่ อยู่ จานวน 3 แผน
หน่วยเรือ่ ง เครื่องมอื เคร่อื งใชน้ านาชนิด จานวน 3 แผน

หนว่ ยเรอื่ ง ต้นไมม้ คี ุณคา่ จานวน 3 แผน
หน่วยเรื่อง นา้ มีคุณคา่ จานวน 3 แผน

2. แบบประเมนิ เพือ่ สง่ เสรมิ ความสามารถดา้ นการพูดของเด็กปฐมวัยทัง้ หมด 13 ข้อ ใชช้ ุด
การประเมินทัง้ หมด 2 ชดุ ดังน้ี

49

ชุดที่ 1 ดา้ นการพดู คาศัพท์ จานวน 8 ข้อ คะแนนเต็ม 24 คะแนน

ชดุ ที่ 2 ด้านการพูดเป็นเรอ่ื งราว จานวน 5 ข้อ คะแนนเต็ม 15 คะแนน

การสรา้ งเครอ่ื งมือทใ่ี ชใ้ นการศึกษา

1. การสร้างแผนการจัดประสบการณส์ ถานการณ์จาลองเพ่ือส่งเสริมความสามารถด้านการ
พดู ของเดก็ ปฐมวยั มีขั้นตอนการสร้างดงั นี้

1.1 ศึกษาแนวคิดทฤษฎีและหลักการต่าง ๆ จากเอกสารต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องกับ

ความสามารถด้านการพูดและการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองเพ่ือนามาเขียนแผนการจัด
กจิ กรรมในคร้ังน้ี

1.2 ศึกษาขอ้ มูลเกี่ยวกับการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองโดยการศึกษาเอกสาร
ของ ทิศนา แขมมณี (2550) เพื่อทาความเข้าใจเกี่ยวกับ เน้ือหา จุดประสงค์และข้ันตอนในการจัด

ประสบการณข์ องเด็กปฐมวยั

1.3 สร้างแผนการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองเพ่ือส่งเสริมความสามารถด้าน
การพูดของเด็กปฐมวัย จานวน 24 แผน โดยใช้ระยะเวลาในการจัดประสบการณ์จานวน 8 สปั ดาห์
โดยจัดกิจกรรมสัปดาห์ละ 3 วัน โดยมีรายละเอียดการจัดประสบการณ์และขั้นตอนการจัด
ประสบการณส์ ถานการณจ์ าลองดงั น้ี

ขั้นตอนการจดั ประสบการณส์ ถานการณจ์ าลอง

ขนั้ นา (ประมาณ 3 - 5 นาท)ี

ครูนาเด็กเข้าสู่กิจกรรมโดยเลือกกิจกรรมใดกิจกรรมหน่ึง ดังนี้ การท่องคาคล้องจอง
หรือ การใช้กล่องปริศนาท่ีข้างในกล่องมีสิ่งของที่เกี่ยวกับสถานการณ์จาลองหรือนิทานจะมีเน้ือหา
สอดคล้องกับสถานการณจ์ าลอง เพ่ือทาให้เด็กสงบและมสี มาธเิ ตรยี มความพรอ้ มก่อนเขา้ สกู่ ิจกรรม

ข้นั ดาเนินกิจกรรม (ประมาณ 40 - 45 นาที)

1. ครนู าภาพข่าวในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ออกมาให้เดก็ สงั เกต

2. ครูกระตุ้นให้เด็กใช้ภาษาพูด โดยเน้นให้เด็กพูดคาศัพท์จากข่าว และออกมาพูดเป็น
เรื่องราว

50

3. ครูแบ่งกลุ่มให้เด็ก 5 กล่มุ กลมุ่ ละ 6 คน และใหเ้ ด็ก ๆ ช่วยกนั คดิ ออกแบบว่า โดย
วางแผนว่าตอ้ งใชอ้ ปุ กรณใ์ ดในการสร้างการณจ์ าลองและการแกไ้ ขปัญหา

4. ครูให้เด็ก ๆ แต่ละกลุม่ นาเสนอผลการอภปิ ราย นาเด็ก ๆ แต่ละกลมุ่ ลองปฏบิ ัตติ าม
วธิ ที แ่ี ต่ละกลมุ่ เลือกไว้

ขน้ั สรุป ( ประมาณ 10 นาที )

เด็ก ๆ แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาเล่าเรื่องราวท่ีตนเองไปลองกระทาในสถานการณ์
จาลองและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพ่ือนๆ ในชั้นเรียน โดยเด็กในแต่ละกลุ่มจะสลับสับเปล่ียน
หมุนเวยี นกนั ออกมาเปน็ ตวั แทนเล่าเรอ่ื งในแตล่ ะวัน กลมุ่ ละคนจนครบ ครสู รปุ กิจกรรม

1.4 นาแผนการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองเพ่ือส่งเสริมความสามารถด้านการ
พูดของเด็กปฐมวัยที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้นมาเสนอต่ออาจารย์ท่ีปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบ
คุณภาพและความเหมาะสมจานวน 3 ท่าน (ดูรายช่ือในภาคผนวก ก) โดยให้ผู้เช่ียวชาญประเมิน
แผนการจัดประสบการณส์ ถานการณ์จาลองเพ่ือสง่ เสริมความสามารถดา้ นการพูดของเดก็ ปฐมวัย โดย
แบง่ ระดับคณุ ภาพออกเปน็ 3 ระดบั ดงั นี้

+1 มีความสอดคลอ้ ง
0 ไม่แนใ่ จ
-1 ไม่สอดคล้อง

1.5 ปรับปรุงแก้ไขแผนการจัดประสบการณ์ สถานการณ์จาลองเพื่อส่งเสริม
ความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัยให้เหมาะสมตามคาแนะนาของผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมโดย
ผู้เชี่ยวชาญมีข้อเสนอแนะและคาแนะนาส่ิงที่ต้องปรับปรุงแก้ไขดังนี้คือการเขียนแผนต้องชี้แจง
รายละเอียดให้ชัดเจน โดยระบุให้เห็นถึงอุปกรณ์ข้ันตอนของการสร้างสถานการณ์จาลองและการใช้
เวลาในการทากจิ กรรมจะเพยี งพอกับกจิ กรรมที่เตรียมไวห้ รอื ไมใ่ หค้ วบคมุ เวลาตามทีก่ าหนด

1.6 นาแผนการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการ
พดู ของเด็กปฐมวัยตามคาแนะนาของผู้เช่ียวชาญตรวจสอบคุณภาพและพจิ ารณาเพื่อปรับปรุงเนอื้ หา
ให้ตรงตามจุดประสงค์ โดยผลการประเมินคุณภาพของแผนการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลอง
เพื่อสง่ เสริมความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัย โดยค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหวา่ ง 0.67-
1.00 ถือวา่ นาไปใช้ได้

51

1.7นาแผนการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองเพ่ือส่งเสริมความสามารถด้านการ
พดู ของเด็กปฐมวัย จานวน 24 แผน ไปทดลองใช้กับเด็กปฐมวัยช้ันอนุบาลปีท่ี 1 โรงเรียนบ้านปาก
คลองโรงนาค จานวน 30 คนที่ไมใ่ ช่กล่มุ เปา้ หมาย

52

ตารางท่ี 2 กาหนดการจดั ประสบการณ์สถานการณจ์ าลองเพอ่ื ส่งเสรมิ ความสามารถด้านการพดู ของ
เดก็ ปฐมวัย

คร้ังท่ี หน่วย วัน สถานการณ์ คาศพั ท์ เร่อื งราว
จาลอง
บีบแตร, อากาศ, เดก็ พดู ถงึ เรื่องราว
1 ยานพาหนะ วนั องั คาร เดก็ ตดิ ในรถตู้ นอนหลบั ,รถตู้ เกยี่ วกบั เดก็ ทต่ี ิดใน
ประตูรถ รถต้เู สียชวี ติ

วนั พธุ เรือล่มในแม่น้า จม, เส้อื ชูชพี , หว่ ง เด็กพดู ถงึ เรอื่ งราว
ยาง,วา่ ยน้า,เรอื เกี่ยวกับเรือลม่ ใน
แมน่ า้

วนั ศกุ ร์ การปฏบิ ัติตน ปิดมือถอื ,เครอื่ งบิน เดก็ พดู ถงึ เรื่องราว

บนเคร่อื งบิน , เกย่ี วกับการปฏิบตั ิ

เขม็ ขัดนริ ภัย, ตนอย่างไรเมอื่ อยู่

หนา้ กากออกซเิ จน, บนเครือ่ งบิน

แอรโ์ ฮสเตส

2 สัตวน์ านา วนั องั คาร สุนัขจรจดั สกปรก, กัด,โรค เด็กพดู ถึงเรอ่ื งราว

ชนิด พษิ สนุ ัขบ้า,อาหาร เกย่ี วกับสุนขั จรจดั

สนุ ัข, อาบนา้

แผล, หมอ,

วันพธุ โดนพิษ แมงกะพรนุ , เดก็ พดู ถงึ เรอ่ื งราว

แมงกะพรนุ ผกั บุง้ ทะเล , เก่ียวกบั การโดนพษิ

นา้ สม้ สายชู แมงกะพรนุ

วิ่ง, แอบ, ตัวใหญ่,

วันศกุ ร์ จระเขท้ ่ี อา้ ปาก, เดก็ พูดถึงเรอ่ื งราว

รฐั ฟลอรดิ ้า ฟัน เกย่ี วกับจระเข้ท่ี

รฐั ฟลอริด้า

53

ตารางท่ี 2 (ต่อ)

คร้งั ที่ หน่วย วัน สถานการณ์ คาศัพท์ เรอื่ งราว
3 ฤดูท่ี วันอังคาร จาลอง เสอ้ื กนั หนาว, เด็กพดู ถงึ เรื่องราว
แตกตา่ ง ผ้าพันคอ, ถุงเท้า, เกี่ยวกบั การเสยี ชีวติ
วันพุธ การเสยี ชวี ิตท่ี ถุงมือ,หนาว ที่เกิดจากอากาศ
เกิดจากอากาศ หนาว
หนาว แวน่ กันแดด, เดก็ พดู ถึงเร่อื งราว
หมวก, ร้อน, เหงือ่ เกี่ยวกบั การแต่ง
การแต่งกายใน ,แอร์ กายในฤดรู อ้ น
ฤดรู อ้ น

4 อาหารดีมี วันศุกร์ โรครา้ ยทม่ี ากบั เปียก, รม่ , เสือ้ กนั เดก็ พดู ถึงเร่ืองราว
คณุ ค่า วนั องั คาร ฝน ฝน, โรคหวัด, เกย่ี วกับโรครา้ ยทีม่ า
เยลล่ีติดคอ โรคมอื เท้าปาก กบั ฝน
มหนั ตภ์ ัยเดก็ ตดิ คอ, เคยี้ ว, กลืน เดก็ พูดถงึ เร่อื งราว
, เยลลี่ เกย่ี วกบั เยลล่ีตดิ คอ

วนั พธุ การล้างผักให้ ผัก,ล้าง, เกลือ, เดก็ พูดถงึ เรื่องราว
สะอาด นา้ ยาล้างผกั ,แชน่ ้า เก่ียวกับการล้างผัก

วันศุกร์ เด็กนกั เรยี นด่ืม นมบดู , กล่นิ ,วนั เด็กพูดถงึ เรื่องราว
นมแลว้ ทอ้ งเสยี หมดอายุ ,ท้องเสยี เกี่ยวกับนกั เรยี นด่มื
นมแลว้ ท้องเสยี
5 ชุมชนน่าอยู่ วันองั คาร ไฟไหมโ้ รงเรยี น ควนั , ไฟไหม้, เดก็ พูดถึงเร่อื งราว
คลาน,ถงั ดบั เพลิง เกีย่ วกับไฟไหม้
,รถดับเพลิง โรงเรยี น
อาชีพในฝนั ของ
วันพธุ เด็กๆ ครู, ตารวจ,ทหาร, เด็กพดู ถงึ เรอ่ื งราว
หมอ,นักรอ้ ง เกี่ยวกบั อาชพี ในฝัน
ของเดก็

54

ตารางท่ี 2 (ต่อ)

ครง้ั ท่ี หนว่ ย วนั สถานการณ์ คาศพั ท์ เร่ืองราว
วนั ศุกร์ จาลอง
5 ตกั บาตร, ปลอ่ ย เดก็ พูดถงึ เร่ืองราว
(ตอ่ ) วันองั คาร ประชาชนหนั
มาสนใจเขา้ วัด นกปลอ่ ยปลา, เกีย่ วกับการเข้าวัด
6 เครอ่ื งมอื ทาบญุ
เคร่ืองใช้ การประหยัด สวดมนต์ ,น่ังสมาธิ ทาบญุ
นานาชนิด พลังงานจาก
เครื่องใช้ไฟฟา้ ปดิ , ถอดปลก๊ั , เด็กพดู ถึงเรือ่ งราว

เครอ่ื งใช้ไฟฟา้ เกย่ี วกับการ

เบอร์ 5 ประหยดั พลงั งาน

วันพธุ การจดั สวนขา้ ง กรรไกร,ขดุ ดิน, ตดั เดก็ พูดถึงเรื่องราว
บ้าน หญ้า, ต้นไม้, เกี่ยวกับการจดั สวน
ดอกไม้ ขา้ งบ้าน

7 ต้นไม้มี วนั ศุกร์ ตกึ ถล่ม หลัง ถลม่ , พงั , ตาย, เดก็ พดู ถงึ เรอ่ื งราว
คุณค่า แผ่นดินไหว หลน่ ,แผน่ ดิน เกี่ยวกับตึกถล่ม
ไหว แผ่นดนิ ไหว
วนั องั คาร การปลกู ปา่ เมล็ด, ราก, รดนา้ , เดก็ พูดถงึ เรื่องราว
ป่า,ต้นไม้ เกี่ยวกับการปลกู ป่า

วันพุธ การตดั ไม้ ตดั ไม้, ทาลายปา่ , เด็กพดู ถึงเรื่องราว
ทาลายปา่
ขวาน,เล่ือย เกี่ยวกับการตัดไม้

ทาลายปา่

วนั ศกุ ร์ ประโยชน์ของ กา๊ ซออกซิเจน, เด็กพูดถึงเรื่องราว
ตน้ ไม้ บ้าน, โต๊ะ, เก้าอ,ี้ เก่ยี วกบั ประโยชน์
ของตน้ ไม้

55

ตารางที่ 2 (ตอ่ )

ครง้ั ที่ หน่วย วัน สถานการณ์ คาศัพท์ เรอื่ งราว
8 น้ามคี ุณค่า วนั อังคาร จาลอง
แม่นา้ , นา้ ตก, เดก็ พดู ถงึ เร่ืองราว
แหลง่ ทีม่ าของ ทะเล, เขื่อน เกย่ี วกับแหลง่ ทมี่ า
นา้ ของน้า

วันพธุ แม่น้าท่เี นา่ เสยี ทิ้งขยะ, นา้ เสยี เด็กพูดถงึ เรื่องราว

,กล่ินเหม็น เก่ยี วกับแม่นา้ ทเ่ี น่า

เสยี

วนั ศุกร์ ประโยชนข์ อง ด่ืมน้า, อาบน้า, เดก็ พดู ถงึ เร่อื งราว
นา้ ซักผ้า เก่ียวกบั ประโยชน์

ของน้า

การสรา้ งแบบประเมินเพอื่ ส่งเสรมิ ความสามารถด้านการพดู ของเดก็ ปฐมวัย

1. ศกึ ษาเอกสารและงานวิจยั ที่เก่ียวขอ้ ง ดงั นี้

1.1ศกึ ษาข้อมลู เกย่ี วกับความสามารถด้านการพูดโดยการศึกษาเอกสารของ สุภาวดี ศรี
วรรธนะ (2542) เพ่ือทาความเข้าใจเกี่ยวกับ เน้ือหา จุดประสงค์และรูปแบบของแบบประเมินเพ่ือ
สง่ เสริมความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัย

1.2 นาขอ้ มูลทไ่ี ด้จากการศึกษาสร้างแบบประเมนิ เพ่ือส่งเสริมความสามารถด้านการพูด
ของเด็กปฐมวัย 2 ด้าน คือ ดา้ นการพูดเป็นคาศัพท์ ด้านการพูดเป็นเร่ืองราว โดยแบบประเมินจดั ให้
เด็กปฏบิ ัติทง้ั หมด 13 ข้อ ใชช้ ดุ การประเมินทั้งหมด 2 ชดุ ดงั น้ี

ชุดที่ 1 ดา้ นการพดู คาศพั ท์ จานวน 8 ขอ้ คะแนนเตม็ 24 คะแนน
ชุดท่ี 2 ดา้ นการพูดเปน็ เรือ่ งราว จานวน 5 ข้อ คะแนนเต็ม 15 คะแนน

2. นาแบบประเมินเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวยั ที่สร้างข้ึนเสนอ
อาจารย์ที่ปรึกษาพิจารณาเพ่ือปรับปรุงโครงสร้างของเนื้อหา ตรวจสอบความตรงเชิงโครงสร้างและ
เนอ้ื หา

3. นาแบบแบบประเมินเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัยที่สร้างข้ึน
นามาแก้ไขตามคาแนะนาและข้อเสนอแนะของอาจารย์

56

4. นาแบบประเมนิ เพื่อสง่ เสริมความสามารถด้านการพดู ของเด็กปฐมวัย ทผี่ ู้ศึกษาสรา้ งข้ึน
ไปใหผ้ เู้ ชย่ี วชาญจานวน 3 ท่าน เพอ่ื ตรวจสอบพจิ ารณา ลงความคิดเห็นและให้คะแนนดังน้ี

+1 หมายถงึ มคี วามสอดคลอ้ ง
0 หมายถงึ ไม่แน่ใจความสอดคลอ้ ง
-1 หมายถึง ไม่มีความสอดคลอ้ ง

แล้วนาคะแนนท่ีได้มาหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ระหว่างข้อคาถามจุดประสงค์

การเรียนรู้ จึงถือว่าใช้ได้ซง่ึ การวิจัยครงั้ นี้ได้คา่ ดัชนีวัดความสอดคล้อง (IOC) เท่า .67 – 1.00 โดยมี
การปรบั ปรุงตามข้อเสนอแนะของผู้เช่ียวชาญไดแ้ ก่ ภาพบางภาพที่นามาพดู เป็นเรอ่ื งราว เด็กอาจยัง
ไมส่ ามารถพูดไดด้ ว้ ยตัวเองท้งั หมดให้ครูคอยกระตุ้นใหเ้ ดก็ พูดออกเป็นเร่ืองราวใหม้ ากทีส่ ุด

5. นาแบบประเมินเพ่ือส่งเสริมความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัย ไปทดลองใช้กับ
เด็กปฐมวัย ช้ันอนุบาลปที ่ี 1 ท่ีกาลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2562 โรงเรียนบา้ นปาก
คลองโรงนาค จานวน 30 คน ทไี่ มใ่ ช่กลุ่มเป้าหมาย

6. จัดทาเกณฑ์การประเมินผล ดังนี้

6.1แบบประเมินเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัยทั้งหมด 2 ตอน
ดังนี้

ตอนที่ 1 แบบประเมนิ ความสามารถด้านการพูดคาศพั ท์ จานวน 8 ข้อ
ตอนที่ 2 แบบประเมนิ ความสามารถด้านการพดู เป็นเรอื่ งราว จานวน 5 ข้อ

6.2ระยะเวลาในการทาแบบประเมินเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการพูดของเด็ก
ปฐมวยั

ตอนที่ 1 แบบประเมินความสามารถดา้ นการพดู คาศัพท์ ใช้เวลาข้อละ 1 นาที
ตอนท่ี 2 แบบประเมนิ ความสามารถด้านการพดู เป็นเรอ่ื งราว ใช้เวลาข้อละ 2 นาที

6.3เกณฑ์การให้คะแนนใหข้ ้อละ3 คะแนน

ตอนท่ี 1 แบบประเมนิ ความสามารถดา้ นการพูดคาศัพท์จานวน8 ข้อ

- ตอบไม่ได้ ไมต่ อบ หรือตอบผดิ ทกุ ภาพ ให้ 0 คะแนน
- ตอบ ถูก 1 ภาพ ให้ 1 คะแนน

57

- ตอบ ถูก 2 ภาพ ให้ 2 คะแนน
- ตอบ ถกู 3 ภาพ ให้ 3 คะแนน

ตอนท่ี 2 แบบประเมนิ ความสามารถดา้ นการพูดเปน็ เรื่องราว จานวน 5 ขอ้

- พดู ไมไ่ ด้ หรอื พูดโดยไมม่ เี นอื้ หาจากภาพ ให้ 0 คะแนน
- พูดเปน็ เรื่องราวแต่ไมส่ อดคลอ้ งกบั ภาพ ให้ 1 คะแนน

- พูดเป็นเร่ืองราวสอดคล้องกบั ภาพบางสว่ น ให้ 2 คะแนน
- พูดเป็นเรอ่ื งราวสอดคลอ้ งกับภาพมีรายละเอยี ดครบ ให้ 3 คะแนน

การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู

การศึกษาคร้ังนี้ดาเนินการทดลองในภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2562 ทาการทดลองเป็น
เวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 40 นาที ในช่วงเวลากิจกรรมเสริมประสบการณ์ ซ่งึ มีลาดับ

ขน้ั ตอนดังน้ี

1. ผู้ศึกษาทาการทดสอบเด็กก่อนดาเนินการทดลองผลการจัดประสบการณ์สถานการณ์
จาลองท่ีมีต่อความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัย โดยใช้แบบประเมินเพื่อส่งเสริมความสามารถ
ด้านการพูดของเดก็ ปฐมวัย จานวน 2 ชดุ (Pretest) ใช้ระยะเวลาทดสอบ 1 สปั ดาห์

2. ผู้ศึกษาดาเนินการทดลองเป็นเวลา 8 สัปดาห์ โดยใช้แผนการจัดประสบการณ์
สถานการณ์จาลองเพ่ือส่งเสริมความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัย สัปดาหล์ ะ 3 วัน วันละ 40

นาที ช่วงกิจกรรมเสริมประสบการณ์ เร่ิมตั้งแต่เวลา 09.00–09.40 น. จนส้ินสุดการทดลองรวม
ทั้งส้นิ 24 ครง้ั

3. เมือ่ ดาเนินการทดลองครบ 8 สัปดาห์ ผ้ศู ึกษาทาการทดสอบหลงั การทดลอง (Posttest)
โดยใช้แบบประเมินเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นชุดเดียวกับ
แบบทดสอบทีใ่ ชท้ ดสอบก่อนการทดลอง

4. นาคะแนนท่ีได้จากการทดสอบไปทาการวิเคราะหข์ อ้ มูลด้วยวธิ ีการทางสถิติ

58

การวเิ คราะห์ข้อมูล

1. การวเิ คราะห์ข้อมูล ผศู้ กึ ษาใช้สถติ ิในการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ดงั นี้

1.1การวิเคราะห์เฉล่ีย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation)
ของคะแนนความสามารถดา้ นการพดู ของเดก็ ปฐมวัยกอ่ น (Pretest) และหลัง (Posttest) ทไี่ ดร้ ับการ
จัดประสบการณ์สถานการณจ์ าลอง

1.2การเปรียบเทียบคะแนนความสามารถทางด้านการพูดของเด็กปฐมวัย ก่อนการ
ทดลองและหลงั การทดลอง

3. สถติ พิ ้ืนฐานท่ใี ชใ้ นการวิเคราะหข์ อ้ มลู

3.1คานวณค่าเฉลี่ยของคะแนน  โดยใช้สูตร (ชศู รี วงศ์รตั นะ, 2541)

  x
N

เมอ่ื  แทน คา่ เฉล่ีย

 x แทน ผลรวมของคะแนนทงั้ หมด

N แทน จานวนประชากรทั้งหมด

3.2ค่าเบยี่ งเบนมาตรฐาน  โดยใชส้ ตู ร

 N x2   x2

NN 1

เมอื่  แทน ค่าเบย่ี งเบนมาตาฐาน
N แทน จานวนประชากร

 x2 แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละตวั ยกกาลังสอง

 x2 แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดยกกาลงั สอง

2.3ค่าความเที่ยงตรงของเนื้อหา (Content Validity) โดยคานวณจากสูตร (ล้วน สาย
ยศ และองั คณา สายยศ, 2538)

59

IOC   R
N

เมอื่ IOC แทน ดชั นคี วามสอดคล้องระหวา่ งลักษณะพฤติกรรมกับจุดประสงค์

R แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญเนอ้ื หาทั้งหมด

N แทน จานวนผ้เู ช่ยี วชาญ

60

บทท่ี 4

ผลการศึกษาและข้อวิจารณ์

ผลการศกึ ษา

การศึกษาครงั้ นี้เป็นการศกึ ษาผลการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองที่มตี อ่ ความสามารถ
ด้านการพดู ของเด็กปฐมวัยโดยผ้ศู กึ ษาไดร้ วบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์และนาเสนอผลการศกึ ษาดงั น้ี

ตอนที่ 1 ผลการเปรียบเทียบคะแนนความสามารถด้านการพูดของเดก็ ปฐมวัย ก่อนและหลัง
การทดลอง

ตอนท่ี 1 ผลการเปรียบเทียบคะแนนความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัย ก่อนและหลัง
การทดลอง

ตารางท่ี 3 แสดงคะแนนการพูดของเด็กปฐมวัยดา้ นพดู คาศพั ท์ กอ่ นและหลังการทดลอง

(N=30)

เดก็ ปฐมวยั คนที่ คะแนนกอ่ นการทดลอง คะแนนหลงั การทดลอง
Pre-test Post-test

1 20 24

2 22 24

3 19 22

4 21 24

5 18 22

6 23 24

7 18 22

8 19 23

9 22 24

61

ตารางท่ี 3 (ต่อ) คะแนนก่อนการทดลอง (N=30)
Pre-test
เดก็ ปฐมวัยคนที่ คะแนนหลังการทดลอง
22 Post-test
10 20
11 21 23
12 20 22
13 23 22
14 21 24
15 22 24
16 22 24
17 20 24
18 22 23
19 19 24
20 21 24
21 21 22
22 23 24
23 21 24
24 19 24
25 22 24
26 23 23
27 18 24
28 19 24
29 22 22
30 23
รวม 621 24

 20.70 700

 1.72 23.33

0.83

จากตารางที่ 3 พบว่าค่าเฉล่ียความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัยด้านการพูดคาศัพท์
ก่อนการทดลองเท่ากับ 20.70 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานมีค่าเท่ากับ 1.72 และหลังการทดลองมี
คะแนนเฉล่ยี ความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัยด้านการพูดคาศัพท์โดยร่วมเท่ากับ 23.33 ค่า

เบี่ยงเบนมาตรฐานมีค่าเท่ากับ 0.83 เม่ือนาค่าเฉล่ียความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัยด้าน
การพูดคาศัพท์ก่อนการทดลองและหลังการทดลองมาเปรียบเทียบพบว่ามีความแต กต่างกัน โดย

ค่าเฉลี่ยความสามารถด้านพูดของเด็กปฐมวัยด้านการรู้คาศัพท์โดยรวมหลังการทดลองสูงกว่าก่อน
ทดลอง

62

ตารางท่ี 4 แสดงคะแนนความสามารถด้านการพูดของเดก็ ปฐมวยั ด้านการพูดเปน็ เรอ่ื งราว กอ่ นและ

หลังการทดลอง

(N=30)

เด็กปฐมวยั คนท่ี คะแนนก่อนการทดลอง คะแนนหลงั การทดลอง
Pre-test Post-test

1 10 13

2 9 14

3 8 12

4 12 15

5 9 13

6 13 15

7 11 15

8 13 15

9 9 13

10 10 15

11 10 12

12 11 14

13 13 15

14 12 14

15 11 14

16 12 15

17 10 15

63

ตารางท่ี 4 (ต่อ) คะแนนกอ่ นการทดลอง (N=30)
Pre-test
เดก็ ปฐมวยั คนที่ คะแนนหลังการทดลอง
12 Post-test
18 11
19 13 15
20 11 15
21 9 14
22 12 15
23 12 12
24 10 14
25 9 13
26 12 14
27 10 13
28 11 15
29 12 12
30 13
รวม 327 14

 10.90 418

 1.40 13.93

1.06

จากตารางท่ี 4 พบว่าค่าเฉลี่ยความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัยด้านพูดเปน็ เร่อื งราว
ก่อนการทดลองเท่ากับ 10.90 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐานมีค่าเท่ากับ 1.40 และหลังการทดลองมี
คะแนนเฉล่ียความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัยด้านการพูดเป็นเร่ืองราวโดยร่วมเท่ากับ

13.93 ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐานมีค่าเท่ากับ 1.06 เมื่อนาค่าเฉล่ียความสามารถด้านการพูดของเด็ก
ปฐมวัยด้านการพูดเป็นเร่ืองราวก่อนการทดลองและหลังการทดลองมาเปรียบเทียบพ บว่ามีความ
แตกต่างกนั โดยค่าเฉลีย่ ความสามารถดา้ นการพูดของเด็กปฐมวยั ด้านการพูดเปน็ เรอื่ งราวโดยรวมหลัง
การทดลองสูงกว่าก่อนทดลอง

ตารางท่ี 5 แสดงการเปรียบเทยี บคะแนนเฉล่ียความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัยก่อนและ
หลงั การทดลองเปน็ รายด้าน

ความสามารถดา้ นการพดู คะแนนกอ่ นการทดลอง คะแนนหลังการทดลอง

1. ดา้ นการพูดคาศพั ท์    
2. ดา้ นการพดู เป็นเรอื่ งราว
20.70 1.72 23.33 0.83
10.90 1.40 13.93 1.06

64

จากตารางท่ี 5 พบว่า คะแนนความสามารถด้านการพดู ของเด็กปฐมวัย ด้านการพดู คาศพั ท์ ดา้ น
การพดู เป็นเรอ่ื งราว โดยรวมแตล่ ะรายดา้ นมคี ะแนนหลงั การทดลองสูงกว่ากอ่ นการทดลอง

ข้อวิจารณ์

การศึกษาครั้งน้ี มีวัตถุประสงค์สาคัญ เพื่อศึกษาผลของความสามารถด้านการพูดของเด็ก
ปฐมวยั ท่ีได้รบั การจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองท้งั กอ่ นและหลงั การทดลองผลการศึกษาพบว่า
เด็กปฐมวัยท่ีได้รับการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลอง มคี วามสามารถด้านการพูดโดยรวมสงู ขึ้น
ซ่ึงสอดคล้องกับสมมติฐานที่ว่า เด็กปฐมวัยหลังได้รับการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองมี
ความสามารถด้านการพูดสูงขึ้น ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า การจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองเป็น
กจิ กรรมทฝ่ี กึ ให้เดก็ ไดล้ งมอื ปฏิบัติจริง โดยมกี ารพูดคยุ สนทนาถงึ ขา่ วทีจ่ ะจดั สถานการณจ์ าลองขึน้ ว่า
มี ใครทาอะไรท่ีไหน เกิดส่ิงใดข้ึน ตามเน้ือข่าวและมีการสอดแทรกคาถามจากครู เพ่ือให้เด็กได้คิด
และตอบคาถามตามความคิดของตัวเอง ซ่ึงสอดคล้องกับ Gredler. (1992) ที่กล่าวว่าการจัด
ประสบการณ์สถานการณ์จาลอง จะช่วยให้เด็กได้พัฒนาภาษาและการแก้ไขปัญหา เพราะการท่ีเด็ก
ไดจ้ ัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองเด็กได้สื่อสารกับเพอ่ื นเก่ียวกับข่าวท่ีครูออกนาเสนอและให้เด็ก
ในกลุ่มคิดว่าจัดเตรียมอุปกรณ์ใดบ้างท่ีจะนามาจัดสถานการณ์จาลองและคิดวางแผนวิธีการแก้ไข
ปัญหา ลาดับขน้ั ตอนทีเ่ กิดก่อนและหลงั จะช่วยให้เด็กได้แสดงออกถึงความรู้สกึ นึกคิด ขยายความคิด
ของตวั เองเมื่อได้สวมบทบาทในสถานการณ์จาลอง และพัฒนาภาษาด้วย ซึ่งสอดคล้องกับ Twelger
(1969 อ้างใน สุวิทย์ มูลคา, 2545) สถานการณ์จาลองเป็นการขยายขอบเขตและความ
หลากหลายของสถานการณ์เพ่ือการสื่อสารที่เด็กฝึกปฏิบัติหรือมีส่วนร่วมซึ่งเด็กจะมีประสบการณ์
หลากหลายในการใช้ภาษาสถานการณ์จาลองเป็นการเปล่ียนแปลงบทบาทหน้าที่กันระหว่างครูกับ
เด็ก ซ่ึงเด็กเป็นฝ่ายผลิตและใช้ภาษาส่วนครูเป็นฝ่ายรับรู้และสังเกตการใช้ภาษาของเด็กครูใช้
สถานการณ์จาลองเป็นเครื่องมือกระตุ้นให้เด็กได้แสดงความรับผิดชอบต่อบทบาทที่ได้รับใน
กระบวนการเรียนรู้เพราะเด็กมีโอกาสท่ีจะสร้างสรรค์ภาษาที่จะใช้ให้เหมาะสมในสถานการณ์ได้
มากกว่าท่ีจะต้องตอบคาถามของครูเหมือนการสอนทั่วไปซ่ึงสถานการณ์จาลองสามารถเข้าถึงความ
หลากหลายของทักษะต่าง ๆ ในการสื่อสาร เมื่อพิจารณาความสามารถทางการพูดเป็นรายด้าน
สามารถอภปิ รายผลได้ดังนี้

ความสามารถด้านการพูดคาศพั ท์เดก็ ปฐมวยั ท่ีไดร้ ับการจัดประสบการณส์ ถานการณ์จาลองมี
ความสามารถด้านการพูดคาศัพท์สูงข้ึนทีเ่ ป็นเชน่ นเ้ี พราะวา่ กอ่ นการจดั ประสบการณ์ เด็กส่วนใหญ่
ไม่ค่อยใช้คาศัพท์ท่ีแตกต่างจากที่เคยใช้มาทาให้คาศัพท์ใหม่ ๆ ไม่เกิดข้ึน เด็กไม่กล้าจะแสดงคาพูด
ของตัวเองออกมาเพราะอาจจะกลวั ว่าคาศัพทท์ ี่พดู ออกมาจะเป็นคาตอบทผ่ี ดิ ซ่ึงมักจะรอคาตอบจาก
เพื่อนท่ีกล้าตอบและจะตอบตามๆ กันไป การท่ีนาข่าวมาให้เด็กดูแล้วพูดเน้ือหาเก่ียวกับในข่าว
คาศัพท์บางคาท่ีเด็กไม่เคยได้ฟังหรือใช้ เด็กจะเกิดความเช่ือมโยงภาพท่ีตัวเด็กและกับประสบการณ์
เดิม แล้วพูดตามความคิดของตัวเองตอบตามความเข้าใจของตัวเอง มีถูกบ้างผิดบ้าง ส่วนเด็กที่จะ

65

ตอบไดห้ มดทุกขอ้ ทกุ ภาพนั้นไม่ค่อยมีหรือมีจานวนน้อย และเม่ือผู้ศึกษาไดท้ าการทดลอง นาการจัด
ประสบการณ์สถานการณ์จาลอง พบว่า เด็กมีความกระตือรือร้นให้ความสนใจและอยากที่จะเรียนรู้
คาศัพท์ให้มากข้ึน มีความตัง้ ใจและม่ันใจในการตอบคาถามย่ิงขน้ึ สามารถจดจาคาศัพท์ใหม่ๆ และ
นาเอาไปประยุกต์ใช้ได้อยา่ งถูกต้อง จึงสง่ ผลให้หลังการจัดการจักประสบการณ์มคี ่าเฉลยี่ ด้านการพูด
คาศัพท์เพ่ิมข้ึน ซ่ึงสอดคล้อง ปานใจ จารุวณิช (2548) ท่ีกล่าวว่า การที่จะช่วยให้เด็กมี
ความสามารถด้านการพูด คือ คนรอบขา้ งไม่วา่ จะเป็นครู ผู้ปกครองต้องหาวิธสี ่งเสริมการพูด ฝึกฝน
บอ่ ย ๆ การพดู กบั เด็กไม่ใหว้ นไปวนมาในเรือ่ งน้นั ๆ แตจ่ ะให้เด็กรูจ้ กั การลาดบั คาพดู หลังจากนัน้ เด็ก
จงึ เร่ิมเรียนรู้คาตา่ ง ๆ เอง โดยเฉพาะคาพูดของครูหรือผู้ปกครองซึ่งเป็นบุคคลที่ใกลช้ ิดกบั ตวั เดก็ ทีส่ ุด
จะสาคญั มากในการสอนให้เด็กรจู้ ักคาศัพท์ ความหมายของคา การสอนคาจากท่าทาง การสอนโดย
การอ่านขา่ วใหฟ้ งั และใหเ้ ด็กได้ฝกึ หัดตอบคาถาม

ความสามารถด้านการพูดเป็นเร่ืองราวเด็กปฐมวัยท่ีได้รับการจัดประสบการณ์สถานการณ์
จาลอง มีความสามารถด้านการพูดเปน็ เร่ืองราวสูงขนึ้ ที่เป็นเช่นน้ีเพราะวา่ ก่อนการจัดกิจกรรม เดก็ มี
ความไม่มั่นใจ พูดเสียงเบาๆ ไม่กล้าตอบ กลัวการตอบเพราะกลัวจะตอบผิด หรือจะพูดแค่คาศัพท์
เพียงคาเดียวจะไม่เป็นประโยคหรือเร่ืองราว จะพูดตามๆกันเมื่อมีเพ่ือนหน่ึงคนพูดเป็นเร่ืองราว
ออกมา ทุกคนกจ็ ะพดู เหมือนกบั เพื่อนท่กี ล้าตอบคนน้นั ซึ่งเดก็ บางคนจะพดู แตไ่ ม่เก็บรายละเอยี ด ไม่
สามารถลาดับเหตุการณ์ได้อย่างต่อเนื่องยังพูดวนไปวนมา แต่เมื่อเด็กได้รับการกระตุ้นจากครู ด้วย
การถามคาถาม หรอื ครูพูดชื่นชมเป็นกาลังใจ เพ่ือนๆปรบมือให้ ในการใหพ้ ดู เร่ืองราวเป็นการกระตุ้น
การพูดได้ดี จึงส่งผลให้หลังการจัดกิจกรรม เด็กมีความสามารถด้านการพูดเป็นเร่ืองราวสูงข้ึนมาก
เพราะขณะท่ีจัดกิจกรรม เด็กได้พูดคุยสื่อสารเก่ียวกับข่าวท่ีครูให้ออกไปเล่าเร่ืองราว ได้แลกเปล่ียน
ความคิดเห็นกับเพ่ือน เด็กได้แสดงออกทางความคิดผ่านการพูดคุยทาให้มีความมั่นใจในการพูด
เร่ืองราวมากขึ้นสามารถเก็บเรื่องราวรายละเอียด และยังสามารถเรียงลาดับเหตุการณ์ได้อย่าง
ตอ่ เนื่องและนาไปสู่การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในข่าว นอกจากน้ีการท่ผี ู้ศึกษาไดใ้ ห้เด็กคดิ แก้ไขปัญหา
ยังเป็นการส่งเสริมให้เด็กรู้จักการจัดการปัญหาถ้าเกิดข้ึนแล้วต้องทาอย่างไร ต้นเหตุคืออะไร ต้อง
แก้ไขอย่างไรเป็นการกระตุ้นให้เด็กคิด และออกมาพูดเป็นเรื่องราวได้เอง เพราะแต่ละกลุ่มจะส่ง
ตวั แทนออกมาพูดสรุปเร่ืองราวท่ีได้ทาให้เพ่ือนๆในห้องฟงั โดยครูจะเป็นผู้สนับสนุนและคอยช้ีแนะ
จงึ ส่งผลใหห้ ลังการทดลองเด็กมคี วามสามารถด้านการพูดเป็นเร่อื งราวสูงขึ้น ในการวจิ ยั คร้งั นี้ผู้ศึกษา
ยังใช้วิธีส่งเสริมให้เด็กได้แก้ไขปัญหา เพื่อส่งเสริมให้เด็กเกิดการคิดวางแผนว่าต้องแก้ไขปัญหาได้
อย่างไร เป็นการกระตุ้นให้เด็กได้รู้จักคิดและออกมาพูดเป็นเรื่องราวได้ ซ่ึงสอดคล้องกับ เยาวพา
เดชะคุปต์ (2542) ท่ีกล่าวไวว้ ่าการจัดกิจกรรมสนทนา เล่าเร่ืองประสบการณ์ เป็นส่ิงสาคัญ เพราะ
ช่วยส่งเสรมิ พัฒนาการทางภาษา รวมท้ังเดก็ ได้คิดและใช้เหตผุ ล

ดังนั้นเด็กปฐมวัยท่ีได้รับการจดั ประสบการณ์สถานการณ์จาลอง จึงมีความสามารถทางการ
พดู สงู ขน้ึ เพราะกิจกรรมประสบการณ์สถานการณ์จาลอง เป็นกิจกรรมทเ่ี ด็กไดล้ งมอื ปฏิบตั ิจรงิ โดยมี
การพูดคยุ สนทนาเร่อื งราวเกี่ยวกบั ขา่ ว ซง่ึ จะส่งผลให้เดก็ มีความสามารถทางการพูดสูงขนึ้ สอดคลอ้ ง
สุภาวดี ศรีวรรธนะ (2542) ที่กล่าวว่าการท่ีเด็กจะมีความสามารถด้านการพูดได้ดีนั้นก็ต่อเมื่อเด็ก

66

ได้รับประสบการณ์ตรงและเด็กได้ลงมือกระทาเองผ่านกิจกรรมหรือสื่ออุปกรณ์ด้วยตัวเอง มีการ
ออกมาพูดหน้าชนั้ เรยี นเมอ่ื ลงมือลองปฏิบตั กิ ารแก้ไขปัญหาเสร็จ ทาให้เด็กมีพัฒนาการดา้ นการพดู ที่
ดีขึน้ ดงั นนั้ หลังการจัดประสบการณ์สถานการณจ์ าลอง ความสามารถด้านการพูดของเด็กสูงข้ึนดว้ ย
เช่นกัน ซงึ่ ความสามารถด้านการพดู ดงั ทก่ี ล่าวมานี้ สอดคลอ้ งกับสมมตุ ิฐานทวี่ ่า เดก็ ปฐมวัยหลังไดร้ ับ
การจดั ประสบการณ์สถานการณจ์ าลองมีความสามารถด้านการพูดสงู ขึ้น ทเี่ ปน็ เช่นนี้เพราะว่า การจัด
ประสบการณ์สถานการณจ์ าลองเปน็ กิจกรรมท่ีช่วยสง่ เสริมให้เด็กปฐมวัยได้ฝึกความสามารถด้านการ
พูด ท้ังด้านการพูดคาศัพท์ใหม่ๆจากในเนื้อหาข่าว และการพูดเป็นเรื่องราวเก่ียวเนื้อหาข่าว โดย
จัดเป็นสถานการณ์จาลองในการพูดคุยเล่าเร่ือง แก้ไขปัญหา วางแผน ลาดับข้ันตอน เพ่ือเป็นการ
กระตุ้นให้เด็กเกิดความสนใจอยากพูด หลังเสร็จกิจกรรมในแต่ละครั้ง จะมีการออกมาเล่าเรื่องราว
หน้าช้ันเรียน มีการพูดคุย ซักถาม เกี่ยวกับกิจกรรมทเ่ี ด็ก ๆ ไดล้ งมือทามีส่วนร่วมในการเล่า มีพดู ถึง
ประสบการณ์เดิมมาต่อยอดกับประสบการณ์ที่ได้รับใหม่ เปน็ ความรู้ใหม่ๆท่ีเกิดข้นึ ซึ่งเด็กบางคนไม่
เคยที่จะรจู้ ักคาศพั ทบ์ างคา ทาให้ได้เรียนรู้คาศัพท์ใหม่ๆไปด้วย เช่น เด็กบางคนไม่รจู้ กั เช่น เดก็ บาง
คนไม่รจู้ ักเสื้อชูชีพ เม่ือเหน็ ภาพเด็กก็จะพดู โดยรวมว่าเป็นเสอ้ื แต่บอกชนิดของเส้ือไม่ได้ เป็นต้น ซึ่ง
สอดคล้อง บุบผา เรืองรอง (2550) ที่กล่าวว่า เด็กเรียนรู้ได้ดีจากประสบการณ์ตรง ซ่ึงอาจจะเกิด
จากการที่เดก็ ได้พดู คยุ แลกเปลีย่ นประสบการณ์ทางภาษาจากคนรอบข้าง เช่นเพ่ือนหรือครูทาให้เด็ก
มีพัฒนาการทางการพูดสูงข้ึน ได้รู้จักคาศัพท์ที่แปลกใหมม่ ากขึ้น นอกจากน้ีการเปิดโอกาสให้เด็กได้
แสดงความคิดเห็นผ่านทางการพูด โดยครูจะต้ังคาถาม ว่าถ้าเกิดสถานการณ์แบบน้ีเด็ก ๆ จะทา
อย่างไร จะแก้ไขปัญหาอย่างไร ก็จะมีส่วนช่วยให้เด็กเกิดความมั่นใจ กล้าพูด กล้าแสดงออกมากขึ้น
ท้งั ยังชว่ ยเปดิ โอกาสให้เด็กไดเ้ รียนรจู้ ากประสบการณ์ตรง ได้แลกเปลี่ยนความคิดเหน็ กบั เพื่อน ๆ เด็ก
จึงไดร้ บั ประสบการณใ์ หม่ ๆ หลายดา้ น

67

บทที่ 5

สรปุ ผลการศกึ ษาและขอ้ เสนอแนะ

สรปุ ผลการศึกษา

จากการศึกษาเร่ืองผลการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองท่ีมีต่อความสามารถด้านการ
พูดของเด็กปฐมวัย สามารถสรุปผลการศึกษาได้ ดงั นี้

วตั ถุประสงค์ของการศกึ ษา

การศึกษาในคร้ังนี้มีวัตถุประสงค์เพอ่ื ศึกษาผลการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองท่มี ีต่อ
ความสามารถดา้ นการพูดของเด็กปฐมวัย

คาถามการศึกษา

การจดั ประสบการณส์ ถานการณจ์ าลองส่งเสรมิ ความสามารถดา้ นการพดู ไดห้ รือไม่ อยา่ งไร

ขอบเขตของการศึกษา

กลมุ่ เป้าหมายทใี่ ช้ในการศกึ ษา

กลุ่มเป้าหมาย คือ เด็กปฐมวัย อายุ ระหว่าง 3 - 5 ปี ที่กาลังศึกษาชั้นอนุบาลปีท่ี 1 ภาค
เรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 จานวน 30 คน โรงเรียนบ้านปากคลองโรงนาค ตาบลอ่างศิลา
อาเภอเมอื งชลบุรี จังหวดั ชลบุรี

ตวั แปรท่ศี ึกษาประกอบด้วย

ตวั แปรตน้ คอื การจัดประสบการณส์ ถานการณ์จาลอง
ตวั แปรตาม คอื ความสามารถดา้ นการพูดของเด็กปฐมวยั

เครอ่ื งมือทใ่ี ช้ในการศกึ ษา

1. แผนการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการพูดของ
เดก็ ปฐมวยั ซ่ึงเป็นแผนการจัดประสบการณ์ซง่ึ เป็นแผนการจัดประสบการณ์ทีผ่ ู้ศกึ ษาสร้างขึ้นเองโดย
ใหส้ อดคล้องกับหนว่ ยการเรยี นรขู้ องโรงเรียนจานวน 24 แผน 8 หนว่ ย ไดแ้ ก่

68

หน่วยเรอื่ ง ยานพาหนะ จานวน 3 แผน

หน่วยเรอื่ ง สัตวน์ านาชนิด จานวน 3 แผน
หนว่ ยเรื่อง ฤดทู ่แี ตกต่าง จานวน 3 แผน

หนว่ ยเร่ือง อาหารดีมคี ุณค่า จานวน 3 แผน
หน่วยเรือ่ ง ชุมชนนา่ อยู่ จานวน 3 แผน
หนว่ ยเรอ่ื ง เคร่ืองมือเคร่ืองใชน้ านาชนดิ จานวน 3 แผน

หน่วยเรื่อง ต้นไมม้ ีคุณค่า จานวน 3 แผน
หนว่ ยเรอ่ื ง นา้ มคี ณุ คา่ จานวน 3 แผน

2. แบบประเมินความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัยทั้งหมด 13 ข้อ ใช้ชุดการ
ประเมนิ ทั้งหมด 2 ชุด ดงั นี้

ชดุ ท่ี 1 ด้านการพูดคาศัพท์ จานวน 8 ข้อ คะแนนเตม็ 24 คะแนน

ชดุ ที่ 2 ดา้ นการพูดเป็นเร่ืองราว จานวน 5 ข้อ คะแนนเต็ม 15 คะแนน

การสรา้ งเคร่ืองมือทใี่ ช้ในการศกึ ษา

1. การสร้างแผนการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองเพ่ือส่งเสรมิ ความสามารถด้านการ
พดู ของเดก็ ปฐมวัยและแบบประเมินความสามารถดา้ นการพูดมีข้ันตอนการสรา้ งดงั นี้

1.1ศึกษาแนวคิดทฤษฎีและหลักการต่าง ๆ จากเอกสารต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องกับ

ความสามารถด้านการพูดและการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองเพื่อนามาเขียนแผนและแบบ
ประเมนิ ในครัง้ น้ี

1.2 ศกึ ษาข้อมูลเก่ียวกับการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองโดยการศึกษาเอกสาร
ของ ทิศนา แขมมณี (2550) เพื่อทาความเข้าใจเกี่ยวกับ เนื้อหา จุดประสงค์และขัน้ ตอนในการจัด
ประสบการณ์ของเด็กปฐมวยั และศึกษาเอกสารของ สุภาวดี ศรวี รรธนะ (2542) เพื่อทาความเขา้ ใจ
เกี่ยวกับเน้ือหา จุดประสงค์และรูปแบบของแบบประเมินเพ่ือส่งเสรมิ ความสามารถด้านการพูดของ
เดก็ ปฐมวัย

1.3 นาแผนการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองเพ่ือส่งเสริมความสามารถด้านการ
พดู ของเด็กปฐมวยั และแบบประเมินความสามารถด้านการพูดทผ่ี ู้ศึกษาสร้างขึ้นมาเสนอต่ออาจารย์ท่ี
ปรกึ ษาและผู้เช่ียวชาญเพ่ือตรวจสอบคุณภาพและความเหมาะสมจานวน 3 ท่าน และนาไปทดลอง
เด็กกลุ่มเป้าหมาย

69

การวิเคราะห์ขอ้ มูล

1. การวิเคราะหข์ ้อมลู ผศู้ กึ ษาใชส้ ถิตใิ นการวเิ คราะห์ข้อมูลดงั นี้

1.1การวิเคราะห์เฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation)
ของคะแนนความสามารถดา้ นการพดู ของเดก็ ปฐมวยั ก่อน (Pretest) และหลงั (Posttest) ท่ีไดร้ ับการ
จัดประสบการณ์สถานการณจ์ าลอง

1.2การเปรียบเทียบคะแนนความสามารถทางด้านการพูดของเด็กปฐมวัย ก่อนการ
ทดลองและหลงั การทดลอง

ผลการศึกษา

ผลการศึกษาพบว่าความสามารถด้านการพูดของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดประสบการณ์
สถานการณจ์ าลองหลงั การทดลองสูงกว่าก่อนการทดลอง

ขอ้ เสนอแนะ

ผ้ศู ึกษามีข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางสาหรบั ผู้ท่ีสนใจจะนาสถานการณ์จาลองไปใช้ในการ
จดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้สาหรับเด็กปฐมวยั และในการศึกษาครงั้ ต่อไปดงั นี้

ขอ้ เสนอแนะจากการศึกษาครง้ั นี้

1. การนาสถานการณ์จาลองมาจัดประสบการณ์ให้เด็กได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริงและได้
สัมผัสของจริงลงมือปฏิบัติด้วยตนเองทาให้เด็กเกิดการเรียนรู้ได้มากแต่มีค่าใช้จ่ายรายสัปดาห์
ค่อนข้างสูง เพราะการจาลองสถานการณ์ท่ีเปลี่ยนไปตามข่าวทาให้ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ไปด้วยควร
วางแผนในการหาอปุ กรณท์ ม่ี ีอยู่แล้วและสอดคล้องกับข่าว

2. การเลือกเน้ือหาข่าวที่จะจัดประสบการณ์การเรยี นรนู้ ั้นต้องคานึงถึงความยากง่ายความ
ซับซ้อนของเน้ือหาข่าวให้เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กปฐมวยั และความสนใจของเดก็ เพอื่ จะทาให้
กิจกรรมนัน้ สามารถเชอ่ื มโยงไปสู่คาศัพท์และการพดู เป็นเรอื่ งราว

3. เวลาในการจัดกิจกรรมต้องเหมาะสมกับเวลาไม่นานจนเกินไปเพราะจะทาให้เด็กเกิด
ความร้สู ึกเบ่ือหน่ายและไม่อยากร่วมกจิ กรรมทค่ี ณุ ครูไดจ้ ดั ข้นึ

70

4. การจัดกิจกรรมโดยใช้สถานการณ์จาลองควรได้รับความร่วมมือกับผู้ปกครองเพราะ
ขั้นตอนในการสร้างสถานการณ์จาลองบางสัปดาหค์ ่อนขา้ งใช้อุปกรณ์คอ่ นข้างมากทาใหค้ รูประจาชั้น
และครพู เ่ี ล้ียงตอ้ งการการดูแลและอานวยความสะดวกจากผปู้ กครอง

5. ควรคานึงถงึ ความปลอดภัยในการทากิจกรรม

71

ขอ้ เสนอแนะในการศึกษาคร้ังตอ่ ไป

1. ควรให้ครูผู้สอนเด็กปฐมวัยนาการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลอง เพื่อพัฒนา
ความสามารถด้านการพูดไปประกอบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ด้านอ่ืนเช่น วิทยาศาสตร์
คณติ ศาสตร์

2. ควรมีการศึกษาผลของการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองเพ่ือพัฒนาความสามารถ
ด้านการพูดของเด็กปฐมวัยกับเด็กกลมุ่ อ่ืนเชน่ เดก็ กลุ่มอน่ื เช่น เด็กทม่ี ีความบกพรอ่ งด้านการใช้ภาษา
เดก็ พิเศษเปน็ ต้น

3. ควรให้ผู้ศึกษาศึกษาการจัดประสบการณ์สถานการณ์จาลองใช้กับเด็กกลุ่มอายุอ่ืนและ
พัฒนาทักษะวิทยาศาสตร์ด้านอื่น เช่น การสังเกต คิดวิเคราะห์ การแยกแยะ การทดลอง
นอกเหนือจากความสามารถดา้ นการพดู

4. ควรศึกษาการพัฒนาความสามารถดา้ นการพูดโดยใชก้ จิ กรรมอนื่ ๆ เช่น กิจกรรมการร้อง
เพลงคาคล้องจอง การเคล่อื นไหนตามจังหวะ กจิ กรรมสนั ทนาการ

72

เอกสารและสิง่ อา้ งอิง

กรมวชิ าการ. 2546. หลกั สูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศกั ราช 2546 (อายุ 3-5 ปี).
กรุงเทพมหานคร: โรงพมิ พ์คุรุสภาลาดพร้าว.

กลุ ยา ตนั ติผลาชีวะ. 2542. การเล้ยี งดเู ดก็ กอ่ นวัยเรียน 3-5 ขวบ. กรุงเทพมหานคร: โชตสิ ุข
การพิมพ์.

จุฑา สุกใส. 2548. ผลของการจดั กจิ กรรมท่องคาคล้องจองแบบมคี วามหมายทม่ี ตี ่อพฒั นาการ
ทางการพูดของเด็กปฐมวัย. ปรญิ ญานิพนธ์การศกึ ษามหาบัณฑติ สาขาวิชาการศกึ ษา
ปฐมวยั , มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ.

ชาญชยั ยมดษิ ฐ.์ 2548. เทคนคิ และวิธกี ารสอนรว่ มสมยั . กรุงเทพมหานคร: หลักพิมพ.์

ชลาธปิ สมาหิโต. 2556. การพฒั นาภาษาสาหรับเด็กปฐมวัย. พิมพค์ รง้ั ที่ 7. นนทบุร:ี
พี เอส. พร้นิ ท.์

ทศิ นา แขมมณ.ี 2550. ศาสตรก์ ารสอน: องค์ความร้เู พอื่ การจัดกระบวนการเรยี นรู้ท่ีมี
ประสทิ ธิภาพ. พิมพ์ครง้ั ที่ 6. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย.

นงเยาว์ คลิกคลาย. 2543. ความสามารถด้านการฟงั และการพดู ของเด็กปฐมวยั ที่ได้รบั การจัด
กจิ กรรมเสริมประสบการณ์โดยใช้เพลงประกอบ.วิทยานิพนธ.์ วทิ ยานพิ นธ์ศึกษาศาสตร
มหาบณั ฑติ สาขาวชิ าการศกึ ษาปฐมวยั , มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่.

นภาเนตร ธรรมบวร. 2544. การประเมินผลพัฒนาการเดก็ ปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร:
จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั .

นิยดา สวุ ชิ าวรพนั ธ์. 2541. ผลของการใช้สถานการณ์จาลองทมี ีต่ ่อความสามัคคขี องนกั เรยี น
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรยี นบ้านดอนขวางอาเภอโนนไทยจงั หวดั นครศรธี รรมราช.
ปรญิ ญานพิ นธก์ ารศึกษามหาบณั ฑติ . สาขาวชิ าจิตวิทยาการแนะแนว บณั ฑติ วทิ ยาลัย
มหาวิทยาลัยศรนี ครินทรวิโรฒ. ถา่ ยเอกสาร.

นริ มล ชา่ งวัฒนชัย. 2541. เทคนคิ การสอนศิลปะภาษาและวิทยาศาสตร์สมาคมอนุบาลศึกษา
แห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภส์ มเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
กรุงเทพมหานคร.

73

เนาวะรัตน์ ถาวร. 2546. ผลของการใช้สถานการณจ์ าลองทมี ตี่ อ่ ความมีน้าใจของนักเรยี น
ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6 โรงเรียนกุหลาบวฒั นาเขตสมั พันธ์วงศก์ รุงเทพมหานคร.
สารนิพนธ์การศกึ ษามหาบัณฑติ สาขาวชิ าจติ วทิ ยาการศึกษา. บณั ฑิตวทิ ยาลยั
มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ.

เนตรนภิส สาราญทรพั ยส์ ิน. 2542. การเปรียบเทียบผลของการใช้สถานการณจ์ าลองกบั การใช้
เทคนคิ แม่แบบทมี ี่ตอ่ การปฏิบตั ิกับเพ่อื นของนกั เรยี นชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 6 โรงเรียน
บา้ นธรรมรัตน์ในอาเภอท่าตะเกยี บจงั หวดั ฉะเชิงเทรา. ปรญิ ญานพิ นธ์การศกึ ษา
มหาบัณฑติ สาขาวชิ าจติ วทิ ยาการแนะแนว. บณั ฑิตวทิ ยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิ
โรฒ.

บุบผา เรอื งรอง. 2550. ภาษาสาหรบั เด็กปฐมวยั . นครศรีธรรมราช: มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั
นครศรธี รรมราช.

เบญจมาศ พระธาน.ี 2540. การสอบพดู เดก็ หหู นวกหตู งึ . ภาควิชาโสตคอนาสกิ และสรรี ะวทิ ยา
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนเเกน่ , ขอนเเก่น.

ประดินันท์ อปุ รมัย. 2526. การพฒั นาพฤติกรรมเด็กปฐมวยั . นนทบุร:ี สานักพิมพ์
มหาวิทยาลยั สุโขทัยธรรมาธริ าช.

เพญ็ ศรี ประทุมร่งุ . 2542. ผลของการใชส้ ถานการณจ์ าลองและการเสริมแรงด้วยเบีย้ อรรถ กร
ทีมต่ี ่อมารยาทในการรับประทานอาหารของนกั เรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี4 โรงเรยี นบ้าน
ทงุ่ มะกอกอาเภอดา่ นชา้ งจงั หวัดสุพรรณบรุ ี. ปรญิ ญานพิ นธ์การศกึ ษามหาบัณฑติ
สาขาวชิ าจติ วิทยาการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลยั มหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวโิ รฒ.

เยาวพา เดชะคปุ ต์. 2542. กิจกรรมสาหรับเด็กปฐมวัย. กรงุ เทพมหานคร: สานักพิมพแ์ มค็ .

รังสรรค์ จนั ตะ๊ . 2541. เอกสารประกอบการสอนวิชาศท 130 ภาษาไทย. กรงุ เทพมหานคร:
มหาวทิ ยาลัยศรนี ครนิ วโิ รฒ

ศภุ มาศ เพชรสมบัต.ิ 2540. ผลของการใช้สถานการณจ์ าลองควบคู่กับการเสรมิ แรงทีมี่ตอ่
พฤติกรรมประชาธปิ ไตยดา้ นคารวะธรรมของนักเรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 โรงเรียน
บ้านหนั ทรายอาเภออรญั ประเทศจังหวดั สระแก้ว. ปรญิ ญานิพนธ์การศกึ ษามหาบณั ฑติ
สาขาวชิ าจิตวิทยาการศกึ ษา. บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒ.

74

ศลยิ า บตุ รเนียร. 2541. การเปรียบเทียบผลของการใช้สถานการณจ์ าลองควบคูก่ ับการ
เสริมแรงดว้ ยเบีย้ อรรถกรและการใชส้ ถานการณ์จาลองควบค่กู บั การชแี้ นะเพอื่ พัฒนา
พฤตกิ รรมประชาธปิ ไตยดา้ นคารวะธรรมของนักเรียนช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรียน
บา้ นหนองบอน. ปรญิ ญานพิ นธก์ ารศึกษามหาบัณฑติ สาขาวิชาจติ วทิ ยาการศกึ ษา. บณั ฑิต
วทิ ยาลัย มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ.

ศรยี า นิยมธรรม และประภสั สร นยิ มธรรม. 2541. พัฒนาการทางภาษา. กรุงเทพมหานคร:
ภาควชิ าการศกึ ษาพเิ ศษ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ.

สนอง สธุ าอามาตย์. 2545. ความสามารถด้านการฟังและการพดู ของเดก็ ปฐมวยั ทไี่ ด้รบั การจดั
กจิ กรรรมเสริมประสบการณโ์ ดยการประกอบอาหาร. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร
มหาบณั ฑติ สาขาการศึกษาปฐมวัย, มหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

สมศรี ปาณะโตษะ. 2551. ความสามารถทางด้านการพดู ของเดก็ ปฐมวัยทีไ่ ดร้ ับการจัด
กจิ กรรมการประดษิ ฐห์ นุ่ รว่ มกับผู้ปกครองอาสา. วิทยานิพนธ์ศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑติ
สาขาวิชาการศกึ ษาปฐมวยั , มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวิโรฒ

สมาพร สามเตย้ี . 2545. พัฒนาการทางการพดู ของเดก็ ปฐมวัยท่ไี ดร้ ับการจัดกจิ กรรมโดยการ
เลน่ เกมทางภาษา. วทิ ยานิพนธศ์ กึ ษาศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย,
มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ.

สภุ าวดี ศรีวรรธนะ. 2542. พัฒนาการทางภาษาของเดก็ ปฐมวัยและวธิ ีการส่งเสรมิ . ภาควิชา
อนบุ าลศึกษา คณะครศุ าสตร์ สถาบนั ราชภัฎนครสวรรค.์

สวุ ลักษณ์ สนิ ทรพั ย์. 2543. การเปรยี บเทียบผลของการฝึกพฤติกรรมกล้าแสดงออกการใช้ตัว
แบบการ์ตูนและการใช้สถานการณ์จาลองทีม่ตี ่อพฤติกรรมการหลีกเลย่ี งยาเสพตดิ ของ
นกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5 ท่ีอยูใ่ นกลมุ่ เสยี งโรงเรยี นบ้านมะค่า ( คงฤทธิบวั สุวรรณ
อนสุ รณ์ ) อาเภอโนนสูงจงั หวัดนครราชสีมา. ปริญญานพิ นธ์การศึกษามหาบณั ฑิต
สาขาวชิ าจติ วิทยาการศึกษา. บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ.

สุวทิ ย์ มูลคา และอรทัย มลู คา. 2545. วิธีจัดการเรยี นรเู้ พื่อพัฒนากระบวนการคิด.
กรงุ เทพฯ: ภาพพิมพ.์

เสรมิ ศรี ลกั ษณศริ ิ. 2540. หลกั การสอน. กรงุ เทพมหานคร: คณะครศุ าสตร์ วิทยาลัยครูสวน
ดสุ ติ .

75

ไสว ฟักขาว. 2544. หลักการสอนสาหรบั เปน็ ครมู อื อาชีพ. กรุงเทพฯ: เอมพนั ธ.์

อนิ ทิรา บุญยาทร. 2542. หลกั การสอน. กรงุ เทพมหานคร: คณะครศุ าสตร์ สถาบนั ราชภัฎ
บา้ นสมเดจ็ เจา้ ยาพระยา.

Gibbons. 1995. A Concrete Approach to Mathematical Modeling. New York: Wiley
and son.

Gredler. 1992. Designing and Evaluating Games and Smulation: a Process
Approach. London: Kogan Page.

Holden, S. 1981. Dream in Language Teaching. London: Longman Group Jones.

Jeame S. 1996. “Focus Group Interviews in Education and Psychology”.
Thousand Oaks: Sage Publications.

Johnston, C. B. 1995. “Interactive Storybook Software and kindergarten
Children: The Effect on Verbal Ability and Emergent Storybook Reading
Behaviors.”

Jones, K. 1982. Simulation in Language Teaching. Cambrige: Cambrige University
Press.

Piaget, J. 1952. The Original of Intelligence in Children. New York. International
University Press.

Simpson, T. 1988. Characteristic of Oral Language Used by Selected Four-years
old in Story Retellings. Dissertation: University of Missouri-Columbia.

Thomsom, B. J. 1981. Parents Perceptions of Their Roles And Need as Related
to Their Children Reading Development. Dissertation : University. STEAT,
New York.

76

ภาคผนวก

77

ภาคผนวก ก
รายนามผู้เชีย่ วชาญ
จดหมายขอความอนเุ คราะห์เปน็ ผู้เชยี่ วชาญ

78

รายนามผูเ้ ชยี่ วชาญ

1. อ.สุจิตราภา ชยั จารัส
อาจารย์ประจาสาขาปฐมวยั ศกึ ษา ภาควิชาการศึกษา
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏชยั ภมู ิ

2 อ.ชาลิกา เรืองสวัสด์ิ
อาจารยป์ ระจาสาขาปฐมวัยศกึ ษา ภาควิชาการศึกษา
คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยราชภฎั นครสวรรค์

3 เออ้ื อารี ทองพิทกั ษ์
หัวสายระดบั อนุบาล
โรงเรียนสาธติ รามคาแหง มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง

79

ภาคผนวก ข
แผนการจัดประสบการณ์สถานกานการณ์จาลองเพื่อสง่ เสริมความสามารถดา้ นการพูด

ของเด็กปฐมวัย

80

สัปดาห์ที่ 1 แผนท่ี 1 หน่วย ยานพาหนะทางบก
เร่ือง การเสียชวี ิตของเดก็ นักเรยี นในรถตู้

วันอังคาร เวลา 9.00 – 09.40 น. เปน็ เวลา 40 นาที
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. เพอ่ื ส่งเสรมิ ใหเ้ ด็กรจู้ ักและพูดคาศพั ทเ์ ก่ยี วกับเรื่องการเสยี ชีวิตของเด็กนกั เรียนในรถตู้
(คาศพั ท์ : บบี แตร อากาศ นอนหลับ ประตูรถ รถตู้ )

2. เพ่ือส่งเสริมใหเ้ ดก็ พูดเป็นเรื่องราวเกยี่ วกบั เร่ืองการเสียชีวติ ของเด็กนักเรยี นในรถตู้

สาระการเรยี นรู้
ปัจจบุ ันโรงเรยี นนิยมมีรถตู้เป็นยานพาหนะที่เอาไว้รับ – ส่ง นักเรียนจากบ้านสู่โรงเรยี น แต่

ด้วยความประมาทจากคนขับหรืออาจจะไมร่ อบคอบไม่ตรวจนักเรียนวา่ ลงจากรถตู้ครบคนหรือยัง จึง
เกิดเหตุน่าสลดด้วยการลืมนักเรียนไว้ในรถตู้ ทาให้นักเรียนขาดอากาศหายใจ จนเสียชีวิต ทาให้
หน่วยงานรัฐเขา้ มามบี ทบาท สัง่ การให้โรงเรยี นทกุ แหง่ สอนใหเ้ ดก็ แกไ้ ขปัญหาถ้าเกิดเหตุการณ์ตดิ ใน
รถตู้ ให้เด็กบบี แตรรถ เปิดประตรู ถ ทบุ กระจก ตะโกน เป็นตน้

สาระทคี่ วรรู้
1. การรจู้ ักคาศัพท์เกยี่ วกับเรอ่ื งการเสียชีวติ ของเด็กนกั เรยี นในรถตู้ (คาศพั ท์: บีบแตร

อากาศ นอนหลบั ประตูรถ รถตู้ )
2. การรูจ้ ักใหเ้ ด็กพดู เป็นเร่อื งราวเกย่ี วกบั เรือ่ งการเสยี ชวี ิตของเด็กนักเรยี นในรถตู้

ประสบการณ์สาคญั
1. การฟงั เรอื่ งราว
2. การพดู เกยี่ วกับเร่ืองที่ไดฟ้ ังและการแลกเปลย่ี นความคิดเห็น

ขัน้ ตอนการจดั กิจกรรม
ข้นั นา

1. ครูให้เด็ก ๆ จับของในกล่องปริศนาทายว่าสิ่งของท่ีอยู่ในกล่องคือสิ่งใด (รถยนต์

มอเตอร์ รถตู้ )

2. เดก็ รว่ มกนั ตอบคาถามและสนทนา โดยครูใช้คาถามกระตุน้ ดังน้ี

- เด็ก ๆ คดิ วา่ ยานพาหนะทางบกมีอะไรบา้ ง (นาภาพมาใหเ้ ดก็ ดู รถยนต์ มอเตอร์ รถต)ู้
ขั้นดาเนินกิจกรรม
1. ครูไดน้ าภาพข่าวเกยี่ วกบั การเสยี ชวี ิตของเด็กนักเรียนในรถตู้ออกมาใหเ้ ดก็ ดู
2. ครสู อบถามเด็ก ๆ วา่ ”เดก็ ๆ คดิ วา่ เดก็ นกั เรียนคนดงั กล่าวเสยี ชีวิตเพราะอะไร”
3. เดก็ ออกมารว่ มกนั พูดเร่อื งราวเกี่ยวกบั การเสียชวี ิตของเดก็ นักเรยี นในรถตู้
4. เด็ก ๆ คดิ วา่ ถา้ เดก็ ๆ ติดอย่ใู นรถต้จู ะมีวิธใี ดในการช่วยเหลือตวั เอง

81

5. ครูแบ่งกลุ่มให้เด็ก 4 กลุ่ม และให้เด็ก ๆ ช่วยกันคิดออกแบบวา่ ถา้ เด็ก ๆ จะต้องน่ังใน
รถตู้ เด็ก ๆ จะต้องปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อให้เด็ก ๆ ปลอดภัยจากการเดินทาง โดยวางแผนว่าต้องใช้
อปุ กรณ์ใด ในการสร้างสถานการณจ์ าลอง

6. ครูให้เด็ก ๆ แต่ละกลมุ่ นาเสนอผลการอภิปราย นาเด็ก ๆ ไปทีร่ ถตู้โรงเรยี นและให้แต่ละ
กลุ่มลองปฏิบตั ติ ามวิธีท่แี ต่ละกลุ่มเลอื กไว้

ขน้ั สรุป
1. เด็ก ๆ แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาเล่าเรื่องราวท่ีตนเองไปลองกระทาในสถานการณ์
จาลองวา่ ถา้ ตดิ ในรถตจู้ ะมวี ธิ ใี ดทาให้ออกจากรถตู้ไดห้ รอื ทาใหผ้ ูอ้ ื่นมาช่วยเหลอื

สื่อและอปุ กรณ์
1. รูปภาพยานพาหนะ
2. รถตู้

การประเมินการทากิจกรรม
1. สงั เกตการพดู คาศพั ท์
2. สงั เกตการพูดเรอื่ งราว

82

สปั ดาห์ท่ี 1 แผนที่ 2 หน่วย ยานพาหนะทางนา้
เร่ืองอุบัตเิ หตุทางน้าเก่ยี วกับเรือ

วนั พธุ เวลา 9.00 – 09.40 น. เป็นเวลา 40 นาที

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. เพ่อื ส่งเสริมให้เดก็ ร้จู กั และพดู คาศัพท์เกย่ี วกบั อบุ ัตเิ หตุทางน้าเกย่ี วกบั เรอื (คาศพั ท์ :

จม เสอื้ ชชู พี ห่วงยาง ว่ายน้า ตะโกน)
2. เพอ่ื ส่งเสริมให้เดก็ พูดเป็นเรือ่ งราวเกี่ยวกับอุบตั เิ หตุทางนา้ เกย่ี วกบั เรือ

สาระการเรียนรู้
การเดินทางนา้ ด้วยเรือเป็นการคมนาคมอีกทางที่ใช้กนั อย่างแพร่หลายอาจเป็นเพราะปญั หา

การจราจรท่ีหนาแน่ทาให้การเดินทางด้วยเรือเป็นอีกทางท่ีสะดวกสบาย แต่อุบัติเหตุเกิดได้ทุกท่ี
เพราะฉะนั้นการนั่งเรือเองก็เหมือนกันควรปฏิบัติตามกฎระเบียบโดยการใส่ชูชีพ หรือสังเกตว่าห่วง
ยางอยู่ตรงไหนของเรือ เม่ือเกิดอบุ ัติเหตุ ควรตะโกนขอความช่วยเหลือมองหาห่วงยาง หาที่ส่ิงของที่
ลอยน้ามาเพ่อื เกาะ จนกว่ามคี นหรือเรอื มาชว่ ยเหลือ

สาระทคี่ วรรู้
1. การรจู้ กั คาศัพทเ์ กย่ี วกบั อบุ ัตเิ หตุทางนา้ เกี่ยวกับเรือ (คาศพั ท์: จม เสอ้ื ชูชพี ห่วงยาง

ว่ายน้า ตะโกน)
2. การรู้จักใหเ้ ด็กพูดเปน็ เรอ่ื งราวเก่ียวกบั อบุ ัติเหตุทางนา้ เกยี่ วกบั เรอื

ประสบการณส์ าคัญ
1. การฟงั เรือ่ งราว
2. การพดู เกย่ี วกบั เรอ่ื งทไี่ ดฟ้ งั และการแลกเปล่ียนความคิดเห็น

ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
ข้ันนา
1. ครูให้เด็ก ๆ จับของในกล่องปริศนาทายว่าสิ่งของที่อยู่ในกล่องคือส่ิงใด (เรือข้ามฟาก

เรือพาย เจ็ทสกี )
2. เดก็ รว่ มกนั ตอบคาถามและสนทนา โดยครูใชค้ าถามกระตุน้ ดงั นี้
3. เด็ก ๆ คิดว่ายานพาหนะทางน้ามีอะไรบ้าง (นาภาพมาให้เด็กดู เรือข้ามฟาก เรือพาย

เจ็ทสกี)

ขน้ั ดาเนินกิจกรรม
1. ครูได้นาภาพขา่ วเก่ยี วกบั อุบตั เิ หตุทางน้าเกีย่ วกบั เรือมาให้เดก็ ดู
2. ครสู อบถามเดก็ ๆ ว่า “เดก็ ๆ คดิ วา่ เพราะสาเหตใุ ดเรอื ถึงล่ม”

83

3. เด็ก ๆ ออกมาร่วมกันพูดเรอ่ื งราวเกยี่ วกบั ภาพขา่ วเกี่ยวกับเรือลม่
4. เด็ก ๆ คิดว่าถ้าเดก็ ๆ ตอ้ งเดินทางด้วยเรือเด็ก ๆ จะมีวิธีใดในการป้องกนั ตัวเองอยา่ งไร
ให้ปลอดภัย
5. ครูแบ่งกลุ่มให้เด็ก 4 กลุม่ และให้เด็ก ๆ ลองสร้างสถานการณ์จาลองว่าต้องใช้อุปกรณ์
ใด ในการสร้างสร้างการณ์จาลอง
6. ครูนาเด็ก ๆ ไปทีส่ ระว่ายน้าและใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ลองปฏบิ ตั ิตามวิธที ีแ่ ต่ละกลุ่มเลอื กไว้

ข้นั สรปุ
1. เด็ก ๆ แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาเล่าเร่ืองราวที่ตนเองไปลองกระทาในสถานการณ์
จาลองว่าถ้าเดก็ ๆ ตอ้ งเดินทางด้วยเรอื วธิ ใี ดในการป้องกันตวั เองอยา่ งไรใหป้ ลอดภัย

ส่อื และอปุ กรณ์
1. รูปภาพยานพาหนะทางน้า
2. สระว่ายนา้
3. เรือยาง

การประเมนิ การทากิจกรรม
1. สังเกตการพูดคาศพั ท์
2. สังเกตการพูดเร่ืองราว

84

สัปดาหท์ ี่ 1 แผนท่ี 3 หนว่ ย ยานพาหนะทางอากาศ
เร่อื ง การปฏิบัตติ นอยา่ งไรเมือ่ อยู่บนเครื่องบิน

วันศุกร์ เวลา 9.00 – 09.40 น. เปน็ เวลา 40 นาที

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. เพ่อื สง่ เสรมิ ให้เดก็ ร้จู ักและพดู คาศพั ทเ์ กี่ยวกบั การปฏบิ ัตติ นอย่างไรเมอื่ อยบู่ นเคร่ืองบิน

(คาศพั ท์ : คาดเข็มขดั นริ ภยั ปิดมือถือ หน้ากากออกซเิ จน )
2. การรูจ้ กั ให้เด็กพดู เป็นเร่อื งราวเกีย่ วกบั การปฏิบัติตนอย่างไรเม่ืออยบู่ นเครือ่ งบิน

สาระการเรียนรู้
การเดินทางด้วยเคร่ืองบินในปัจจุบันถึงว่าเป็นการเดินทางท่ีสะดวกสบายและ ได้รับความ

นิยมอย่างท่ัวไป การปฏิบัติตนบนเคร่ืองบิน อย่างแรกคือ การรัดเข็มขัด ปิดมือถือตั้งใจฟังวิธกี ารเอา
ตวั รอดเมื่อเกิดเหตฉุ กุ เฉนิ เป็นต้น

สาระที่ควรรู้
1. การรู้จกั คาศพั ทเ์ กี่ยวกบั การปฏิบตั ิตนอย่างไรเมอื่ อยบู่ นเครอ่ื งบนิ (คาศพั ท์: คาดเข็มขัด

นริ ภัย ปิดมอื ถือ หนา้ กากออกซิเจน )
2. การรู้จกั ใหเ้ ด็กพดู เปน็ เรื่องราวเกี่ยวกบั การปฏบิ ัตติ นอยา่ งไรเมอ่ื อย่บู นเครอื่ งบนิ

ประสบการณส์ าคญั
1. การฟงั เร่ืองราว
2. การพดู เกี่ยวกบั เรื่องที่ไดฟ้ งั และการแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็

ขั้นตอนการจัดกิจกรรม
ข้นั นา
1. ครใู หเ้ ด็ก ๆ จบั ของในกลอ่ งปริศนาทายว่าส่งิ ของที่อยู่ในกลอ่ งคือสิง่ ใด(เครอ่ื งบิน)
2. เด็กร่วมกนั ตอบคาถามและสนทนา โดยครูใช้คาถามกระตนุ้ ดังน้ี
3. เด็ก ๆ คิดว่ายานพาหนะทางอากาศมีอะไรบ้าง (นาภาพมาให้เด็กดู เครื่องบิน จรวด

บอลลูน)

ขนั้ ดาเนนิ กจิ กรรม
1. ครไู ดน้ าภาพข่าวเกย่ี วกับการปฏิบัติตนอยา่ งไรเมอ่ื อยู่บนเคร่ืองบนิ
2. เด็ก ๆ ออกมารว่ มกันพูดเรอ่ื งราวเก่ยี วกับภาพขา่ วเก่ียวกับการปฏิบตั ิตนอย่างไรเมอ่ื อยู่
บนเครอ่ื งบนิ
3. เด็ก ๆ คดิ วา่ ถ้าเด็ก ๆ ข้นึ ไปนง่ั อยูบ่ นเครอื่ งบินตอ้ งปฏบิ ัตติ นอย่างไรใหถ้ กู ตอ้ ง

85

4. ครูแบ่งกลุ่มให้เด็ก 4 กลมุ่ และให้เด็ก ๆ ลองสร้างสถานการณ์จาลองว่าต้องใช้อุปกรณ์
ใด ในการสร้างสรา้ งการณ์จาลอง

5. ครนู าเดก็ ๆ ไปที่เคร่ืองบินจาลองและให้แต่ละกลุ่มลองปฏบิ ตั ิตามวธิ ีที่แต่ละกลุ่มเลอื กไว้

ขน้ั สรุป

1. เด็ก ๆ แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาเล่าเรื่องราวที่ตนเองไปลองกระทาในสถานการณ์

จาลองว่าถ้าเด็ก ๆ ข้ึนไปนง่ั อยบู่ นเครอ่ื งบินตอ้ งปฏิบตั ติ นอย่างไรให้ถกู ตอ้ ง

สื่อและอปุ กรณ์
1. รูปภาพยานพาหนะทางอากาศ
2. เคร่อื งบินจาลอง

การประเมนิ การทากิจกรรม
1. สังเกตการพดู คาศพั ท์
2. สังเกตการพดู เร่ืองราว

86

ภาคผนวก ค
ค่มู ือแบบประเมินความสามารถด้านการพดู ของเดก็ ปฐมวยั

87

คมู่ อื แบบประเมนิ ความสามารถดา้ นการพูดของเดก็ ปฐมวยั

คาช้ีแจง

1. แบบประเมนิ ความสามารถด้านการพดู ชุดน้ีใชเ้ พ่ือทดสอบความสามารถด้านการพูดของ

เด็กปฐมวัยระดับ อนุบาล ปีที่ 2 (อายุ 5 –6 ปี) โดยการทดสอบก่อนและหลังการใช้การจัด

ประสบการณ์สถานการณ์จาลอง

2. ในการประเมินความสามารถด้านการพูด ให้มีผู้ดาเนินการทดสอบ1 คน และผู้ช่วย

ดาเนินการทดสอบ 1 คน สาหรับดูแลและอานวยความสะดวกให้กับผู้รับการทดสอบความสามารถ

สามารถปฏิบัติไดถ้ กู ตอ้ งตามคาอธบิ ายของผู้ดาเนนิ การวดั

3. แบบประเมินความสามารถด้านการพูดมที ัง้ หมด 3 ตอน ดงั น้ี

ตอนท่ี 1 แบบประเมนิ ความสามารถด้านการพดู คาศัพท์ จานวน 8 ข้อ

ตอนที่ 2 แบบประเมินความสามารถดา้ นการพูดเป็นเรือ่ งราว จานวน 5 ข้อ

4. ระยะเวลาในการทาแบบประเมนิ ความสามารถดา้ นการพดู

ตอนท่ี 1 แบบประเมินความสามารถดา้ นการพูดคาศพั ท์ ใชเ้ วลาขอ้ ละ 1 นาที

ตอนท่ี 2 แบบประเมนิ ความสามารถด้านการพดู เปน็ เรอ่ื งราว ใชเ้ วลาข้อละ 2 นาที

หมายเหตุ หากนักเรียนทาเสร็จกอ่ นเวลาให้ผ่านไปทาขอ้ ตอ่ ไปได้เลย

5. เกณฑก์ ารให้คะแนนให้ข้อละ 3 คะแนน

ตอนท่ี 1 แบบประเมนิ ความสามารถดา้ นการพดู คาศพั ท์จานวน 8 ขอ้

- ตอบไม่ได้ ไม่ตอบ หรือตอบผดิ ทุกภาพ ให้ 0 คะแนน

- ตอบ ถูก 1 ภาพ ให้ 1 คะแนน

- ตอบ ถกู 2 ภาพ ให้ 2 คะแนน

- ตอบ ถูก 3 ภาพ ให้ 3 คะแนน

ตอนที่ 2 แบบประเมินความสามารถด้านการพูดเป็นเร่ืองราว จานวน5 ขอ้

- พูดไมไ่ ด้ หรอื พดู โดยไมม่ เี น้อื หาจากภาพ ให้ 0 คะแนน

- พดู เป็นเรือ่ งราวแต่ไม่สอดคลอ้ งกับภาพ ให้ 1 คะแนน

- พูดเปน็ เร่ืองราวสอดคลอ้ งกับภาพบางส่วน ให้ 2 คะแนน

- พดู เปน็ เรอ่ื งราวสอดคล้องกับภาพมรี ายละเอียดครบ ให้ 3 คะแนน

วธิ ดี าเนนิ การประเมินความสามารถด้านการพดู

1. ผดู้ าเนนิ การประเมินความสามารถด้านการพดู เตรยี มการดังน้ี
1.1 ตรวจจาแนกแบบประเมินให้ครบถ้วน เขียนช่ือของผู้รับการทดสอบเตรียมไว้ให้

พรอ้ ม

1.2 ศึกษาแบบประเมินความสามารถด้านการพูดและคมู่ ือให้เขา้ ใจกระบวนการทั้งหมด
จนสามารถใชค้ าอธบิ ายไดค้ ลอ่ งแคล่ว

1.3 จัดสถานท่ีประเมนิ ความสามารถด้านการพดู ในสภาพที่สะดวกสบาย จดั โตะ๊ เกา้ อี้ให้
เหมาะสมกับผูร้ ับการประเมนิ ความสามารถดา้ นการพูด

88

1.4 เตรียมอปุ กรณ์ในการประเมนิ ความสามารถด้านการพูดดังนี้
1.4.1 แบบประเมนิ ความสามารถดา้ นการพูดและคมู่ อื การวดั อย่างละ 1 ชุด
1.4.2 นาฬิกาเทยี่ งตรง 1 เรือน
1.4.3 ปากกาหรือดินสอท่ีใช้ในการจดบันทึกคาพูดและการให้คะแนนในการ

ทดสอบ
1.5 กอ่ นทาการประเมนิ ความสามารถให้ผู้ทาการทดสอบ ดืม่ น้า เข้าห้องน้าให้เรยี บรอ้ ย
1.6 ผู้ดาเนินการประเมินความสามารถต้องเป็นกันเอง ทาให้ผู้รับการทดสอบไม่กังวล มี

ความ ม่ันใจ และรว่ มมอื ในการทาแบบทดสอบเปน็ อยา่ งดี

2. ดาเนนิ การประเมินความสามารถดา้ นการพูดตามขั้นตอน ดังนี้
2.1 ผู้ดาเนินการประเมินความสามารถด้านการพูด เขียนชื่อ นามสกุล ที่หน้าปกแบบ

ประเมนิ ของผู้รับการประเมนิ ทุกคน ใหเ้ รียบรอ้ ยก่อนดาเนนิ การประเมิน
2.2 ดาเนนิ การประเมนิ ความสามารถดา้ นการพดู ทลี ะตอน และทลี ะคนจนครบทกุ คน
2.3 ผดู้ าเนนิ การประเมินความสามารถทางการพดู อ่านคาสง่ั ข้อละ 2 คร้งั
2.4เม่ือเสร็จส้ินการประเมินความสามารถด้านการพูด 1 ตอน ให้ผู้รับการประเมิน

ความสามารถ ด้านการพดู พกั ประมาณ 5 นาที

3. เมื่อเสร็จส้นิ การประเมินความสามารถดา้ นการพดู
3.1ตรวจดชู อื่ นามสกลุ ของผูท้ ่เี ขา้ รบั การประเมนิ ความสามารถดา้ นการพูดให้ถกู ต้อง
3.2ตรวจและเก็บแบบประเมินความสามารถด้านการพูด และคู่มือดาเนินการประเมิน

ความสามารถด้านการพดู ให้เรยี บร้อย

89

แบบประเมินความสามารถทางการพดู ของเดก็ ปฐมวยั
ตอนท่ี 1 ความสามารถดา้ นการพดู คาศพั ท์
คาสัง่ ให้เดก็ พดู คาศัพท์ที่ตรงกับความหมายของภาพที่ถูกต้อง

1. ภาพตอ่ ไปน้คี ือภาพอะไร

บีบแตร เสือ้ ชูชพี คาดเข็ดขดั นิรภยั
2. ภาพต่อไปนภี้ าพอะไร

กดั แมงกะพรุน ว่ิง

90

3. ภาพตอ่ ไปนภ้ี าพอะไร

เสือ้ กันหนาว หมวก ร่ม
4. ภาพตอ่ ไปนีภ้ าพอะไร

ติดคอ ล้าง นมบดู

91

5. ภาพต่อไปน้ภี าพอะไร

ไฟไหม้ หมอ สวดมนต์
6. ภาพตอ่ ไปนภ้ี าพอะไร

ถอดปล๊ัก ขุด ถล่ม


Click to View FlipBook Version