นางสาวสดุารตัน์คมุ้สวสัดิ์ ต าแหน่งพี่เลี้ยงเด็กพิการ
ค ำน ำ รายงานสรุปการอบรมเล่มนี้จัดท าขึ้น เพื่อสรุปองค์ความรู้ที่ได้รับจากการอบรมเชิงปฏิบัติการ ผู้ด าเนินการคัดกรองผู้พิการทางการศึกษา ปีการศึกษา 2566 ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1 ระหว่างวันที่ 7-10 พฤษภาคม 2566 รุ่นที่ 2 ภายในเล่มนี้มีใบงานเอกสาร ที่สรุปองค์ความรู้ตามหัวข้อ การอบรมตั้งแต่องค์ความรู้ที่ 1 ถึงองค์ความรู้ที่ 7 ที่ข้าพเจ้าได้รับการอบรมและ ภาพประกอบการอบรมในแต่ ละหัวข้อ ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1 ที่ได้รับจัดการอบรมที่ มีประโยชน์กับครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งมุ่งหวังให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลเพิ่มความเท่า เทียมทางการศึกษา ต่อของนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ และขอบคุณท่านวิทยากร ที่ได้ให้ความรู้ในการ อบรมครั้งนี้ข้าพเจ้าจะน าความรู้ที่ได้จากการอบรมไปพัฒนาตนเอง และใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียน ที่มีความต้องการพิเศษให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดประโยชน์ตามวัตถุประสงค์การจัดการอบรมครั้งนี้ น.ส.สุดารัตน์ คุ้มสวัสดิ์ ต าแหน่งพี่เลี้ยงเด็กพิการ ก
สำรบัญ เรื่อง หน้ำ ค ำน ำ………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ก สำรบัญ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ข รายการภารกิจตามการอบรมเชิงปฏิบัติการการคัดกรองผู้พิการทางการศึกษา ปี2566………………………. 1 1 วิเคราะห์ข่าวภาพยนตร์............................................................................................................................ 2 2 สรุปองค์ความรู้ที่ 1 (ผอ. ธงชัย จันแย้)..................................................................................................... 3 3 สรุปองค์ความรู้ที่ 2 กฎหมาย พรบ.เกี่ยวกับคนพิการ.............................................................................. 6 4 สรุปองค์ความรู้ที่ 3 ชุดความรู้ผู้พิการทางการศึกษา 9 ประเภท……………………………………………………… 8 5 สรุปองค์ความรู้ที่ 4 การฝึกใช้แบบคัดกรอง.............................................................................................. 9 6 สรุปองค์ความรู้ที่ 5 เขียนแผน IEP พร้อมทั้งการวัดและประเมินผล........................................................ 13 7 สรุปองค์ความรู้ที่ 6 การท าข้อมูลลงระบบ Set และ IEP Online……………………………………………………. 14 8 สรุปองค์ความรู้ที่ 7 การจัดการศึกษาเรียนรวมตามโครงสร้างเซต……………………………………………………. 16 แผนการด าเนินการเรียนรวมหลังจากการอบรม........................................................................................... 17 ภาคผนวก…………………………………………………………………………………………………………………………………. 18-22 ข
2 น.ส.สุดารัตน์ ค้มุสวสัดิ์วัดหนองหลวง ✔ ✔ ✔ ✔ ✔ ✔ ✔ ✔ ✔ ✔ ✔ ✔ ✔ 1
2
สรุปองค์ควำมรู้ที่ 1 ค ำชี้แจง ตอบค ำถำมจำกกำรฟังบรรยำยพิเศษ ผอ.ธงชัย จันแย้ 15 ข้อ 20 คะแนน 1.นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการข้อใด บ้างที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ ทั้งในปี 2565 และปี 2566 จงอธิบาย 2565 นโยบายที่ 7 การจัดการศึกษาส าหรับผู้ที่มีความจ าเป็นพิเศษเพื่อให้เด็กพัฒนาได้เต็มที่และต่อเนื่อง 2566 มีนโยบายที่เกี่ยวข้อง 3 แนวทางคือ 1 Active Learning คือการจัดการเรียนรู้เชิงรุกให้เด็กเรียนรู้ ปฏิบัติจริง 2 โครงการพาน้องกลับมาเรียนจะต้องตามเด็กลงพื้นที่พบปะผู้ปกครองและประสานหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องให้เด็กกลับมาเรียน 3 Learning loss เราจะท าอย่างไรเพื่อให้เด็กกลุ่มนี้สามารถเรียนรู้ได้อย่าง ต่อเนื่อง 2.ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการจัดการเรียนรวม ของโรงเรียน มีบุคคลใด/ภาคส่วนใดเกี่ยวข้องบ้าง 1 ผู้บริหารเป็นบุคลากรที่ส าคัญในการวางแผนจัดการศึกษาจะท าอย่างไรให้ครูในโรงเรียนจัดการเรียนรู้ได้ อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 2 ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการสนับสนุนร่วมมือกับทางโรงเรียนเพื่อให้เด็กด าเนินกิจกรรมได้อย่างเหมาะสม 3.เป้าหมายสูงสุด ของการจัดการศึกษาเรียนรวม คืออะไร ใครได้ประโยชน์สูงสุด ป้าหมายสูงสุดของการจัดการเรียนร่วมเป็นเป้าหมายเดียวกันในการพัฒนาคือผู้เรียน 4.สิ่งใดช่วยลดความเหลื่อมล้ า ทางด้านการจัดการศึกษา ส าหรับเด็กที่มีความต้องการจ าเป็นพิเศษ ในโรงเรียน เรียนรวม สิ่งที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ าทางการศึกษาส าหรับเด็กที่มีความจ าเป็นพิเศษคือการเตรียมความพร้อมใน ด้านสื่อการเรียนการสอนอื่นเพื่อให้โอกาสเขาเพื่อที่ให้เขาพัฒนาตนเองได้เต็มที่และต้องมีแหล่งเรียนรู้อย่าง เหมาะสมและต้องตระหนักถึงสิ่งส าคัญก็คือการอยู่ในสังคมอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี 5.ครูการศึกษาพิเศษที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร ครูการศึกษาพิเศษที่ดีคือควรมีความพร้อมทั้งกายและใจพร้อมที่จะดูแลเด็กกลุ่มนี้ให้ดีและมีเครื่องมือ วิชาการจัดการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมสามารถพัฒนาเด็กได้อย่างมีศักยภาพและสามารถให้เด็กอยู่ในสังคม อย่างมีความสุข 6.การบริหารโรงเรียนเรียนรวมใช้วิธีการใด โครงสร้างใดที่ใช้โรงเรียนเป็นฐาน จงอธิบาย (โครงสร้าง SEAT) S = Student ตรียมความพร้อมนักเรียนเพื่อไม่ให้นักเรียนรู้สึกเห็นความแตกต่างท าให้เด็กสามารถเข้าร่วม กลุ่มการท างานกับเพื่อนได้อย่างเต็มที่ E = Environment สภาพแวดล้อมในการเรียนรู้เช่นห้องเรียนสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนสิ่งแวดล้อมใน ห้องเรียนและสภาพแวดล้อมที่เป็นบุคคลก็คือบุคลากรในโรงเรียนเช่นผู้บริหารสถานศึกษาครูหรือผู้ปกครอง กรรมการสถานศึกษาช่วยกันก าหนดนโยบายในการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้เด็กมีศักยภาพมีประสิทธิภาพ ในการเรียนรู้อย่างสูงสุด 3
A = Activity กิจกรรมที่จัดหลักสูตรขึ้นเพื่อเสริมทักษะทางด้านวิชาการทักษะทางด้านชีวิตและทักษะอื่นๆใน การในการเรียนการสอนและการจัดท าแผน IEP เพื่อสามารถพัฒนาเด็กตามวัตถุประสงค์และทุกกิจกรรมที่จัด ขึ้นการจัดกิจกรรมทั้งหมดนี้เพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์กับเด็กกลุ่มนี้ T = Tool เครื่องมือที่จะใช้คือนโยบายพันธกิจวิสัยทัศน์จะต้องมีข้อมูลให้ครบและรอบด้านเพื่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุดกับผู้เรียน 7.เด็กที่มีความต้องการจ าเป็นพิเศษประเภทใดมีจ านวนมากที่สุด เด็กที่มีความจ าเป็นพิเศษประเภท บกพร่อง ทางการเรียนรู้ 8.สื่อ สิ่งอ านวยความสะดวก ความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ตามบรรยายมีสิ่งใดบ้างจงยกตัวอย่าง อย่างน้อย 2 ข้อ 1.เครื่องช่วยฟังคือเขาจะต้องฟังได้ฟังรู้เรื่อง เติมเต็มให้เขาเรียนรู้เรื่อง 2. กระดานรับรู้ความรู้สึกคือให้เขาชี้ให้เขาเรียน เขาอาจจะบกพร่องทางด้านใดด้านหนึ่งเขาอาจจะ สื่อสารออกมาให้เราเห็นว่าเขารู้สึกอย่างไรในกรณีที่เขาบอกเราไม่ได้ 9. ใครเป็นประธานโครงการขับเคลื่อนการเรียนรวมของจังหวัดพิจิตร สพป.พิจิตร เขต 1 10.ใครเป็นกรรมการโครงการขับเคลื่อนการเรียนรวมของจังหวัดพิจิตร สพป.พิจิตร เขต 2 สพม. เป็น กรรมการ และในส่วนของศูนย์การศึกษาพิเศษ เป็นกรรมการละเลขานุการ ในการขับเคลื่อนการศึกษาเรียน ร่วม 11.พี่เลี้ยงเด็กพิการ มีกี่ระดับ มี 2 ระดับคือ 1 ระดับต่ าคือจบการศึกษาภาคบังคับ 2 ระดับพื้นฐานคือวุฒิ ปริญญาตรี 12. พี่เลี้ยงเด็กพิการระดับพื้นฐานมีคุณสมบัติอย่างไร พี่เลี้ยงเด็กพิการระดับพื้นฐานมีคุณสมบัติดังนี้คือช่วยเหลือครูในการเรียนการสอนการสอนซ่อมเสริมการ ผลิตสื่อการช่วยเหลือในการควบคุมชั้นเรียนปฏิบัติกิจกรรมฟื้นฟูเด็กภายใต้การดูแลของครูผู้สอนหรือนัก วิชาชีพโดยเฉพาะ 13.จงอธิบายแนวทางการมอบหมายหน้าที่พี่เลี้ยงเด็กพิการ คือ 1 ต้องจัดตารางเรียนให้ดูแลช่วยเหลือนักเรียนพิการหรือมีความบกพร่องทางด้านร่างกายหรือการ เคลื่อนไหวความยากล าบากในการช่วยเหลือตัวเองหรือช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จะต้องจัดตารางให้ครูมีส่วนร่วม ในการช่วยครูประจ าการในการดูแลนักเรียน 2 แบ่งเด็กให้กับพี่เลี้ยงเด็กพิการสอนเสริมในกรณีที่เป็นนักเรียนเรียนรวมภายใต้ค าแนะน าของครู ประจ าวิชานั้นๆพี่เลี้ยงเด็กพิการจะต้องประกบดูแลเด็กช่วยเหลือเด็กในวิชาภาษาไทยคณิตศาสตร์และวิชา ปฏิบัติอื่นๆที่เกี่ยวข้อง 14.อัตราส่วนเด็กพิเศษ : พี่เลี้ยง แต่ละประเภท มีสัดส่วนเท่าใด 1. ออทิสติก 3 ต่อ 1 คือเด็กนักเรียน 3 คนต่อพี่เลี้ยง 1 คน 2 บุคคลพิการซ้อน 5 ต่อ 1 3 บกพร่องทางสติปัญญา 5 ต่อ 1 4
4 บกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์ 10 ต่อ 1 5 บกพร่องทางการเห็น 15 ต่อ 1 6 บกพร่องทางการได้ยิน 15 ต่อ 1 7 บกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ 15 ต่อ 1 8 บกพร่องทางการพูดและภาษา 35 ต่อ 1 9 บกพร่องทางการเรียนรู้ 35 ต่อ 1 15.ข้อคิดที่ได้จากการฟังบรรยายพิเศษ/การน าไปประยุกต์ใช้ สิ่งที่ส าคัญในการดูแลพัฒนาศักยภาพเด็กพิการสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขคือผู้บริหารและ บุคลากรในโรงเรียนและผู้ปกครองร่วมมือการวางแผนก าหนดนโยบายในการดูแลเด็กพิการการ การน าไป ประยุกต์ใช้คือ การพัฒนาเด็กการพัฒนาการเรียนการสอนให้มีความพร้อมทุกด้านคือเริ่มจากการจัดท าแผน IEP เพื่อพัฒนาเด็กพิการตามเป้าหมายและให้เด็กพัฒนาตนเองเต็มศักยภาพและสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมี ความสุข ชื่อ-สกุล น.ส.สุดารัตน์ คุ้มสวัสดิ์ โรงเรียนวัดหนองหลวง .รุ่นที่ 2 5
สรุปองค์ควำมรู้ที่ 2 ตอนที่ 2 กฎหมำย และ พรบ.ที่เกี่ยวข้องกับผู้พิกำรที่ต้องรู้ ชื่อ-สกุล น.ส.สุดารัตน์ คุ้มสวัสดิ์ รร.วัดหนองหลวง รุ่นที่ 2 ค ำชี้แจง จงตอบค าถามต่อไปนี้ 1 บอกชื่อกฎหมายที่ตราขึ้นมาเพื่อรับรองเกี่ยวกับการศึกษาส าหรับคนพิการตามรัฐธรรมนูญอย่างน้อย 2 ชื่อ ( 10 คะแนน ) 1. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 2.พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาส าหรับคนพิการ พ. ศ. 2551 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 2 บอกสิทธิของคนพิการทางการศึกษาตามกฎหมายใดก็ได้โดยบอกชื่อกฎหมายและยกตัวอย่างสิทธิตาม กฎหมายนั้น (20 คะแนน) พระรำชบัญญัติกำรจัดกำรศึกษำส ำหรับคนพิกำร พ. ศ. 2551 และ (ฉบับที่ ) พ.ศ. 2556 การจัดการศึกษาส าหรับคนพิการมีลักษณะเฉพาะแตกต่างจากการจัดการศึกษาส าหรับบุคคลทั่วไปจึง จ าเป็นต้องจัดให้คนพิการมีสิทธิและโอกาสได้รับการบริการและความช่วยเหลือทางการศึกษาเป็นพิเศษตั้งแต่ แรกเกิดหรือพบความพิการดังนั้นเพื่อให้การบริการและการให้ความช่วยเหลือแก่คนพิการในด้านการศึกษา เป็นไปอย่างทั่วถึงทุกระบบและทุกระดับการศึกษา มำตรำ 5 คนพิการมีสิทธิทางการศึกษาดังนี้ 1 ได้รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการจนตลอดชีวิตพร้อมทั้งได้รับเทคโนโลยี สิ่งอ านวยความสะดวกสื่อบริการและความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา 2 เลือกบริการทางการศึกษาสถานศึกษาระบบและรูปแบบการศึกษาโดยค านึงถึงความสามารถความสนใจ ความถนัดและความต้องการจ าเป็นพิเศษของบุคคลนั้น 3 ได้รับการศึกษาที่มีมาตรฐานและประกันคุณภาพการศึกษารวมทั้งการจัดหลักสูตรกระบวนการเรียนรู้การ ทดสอบทางการศึกษาที่เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการจ าเป็นพิเศษของคนพิการแต่ละประเภทแต่ละ บุคคล 3 ชี้แจงบทบาทหน้าที่ของตัวท่านและผู้เกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาส าหรับคนพิการในหน่วยงานของตัวท่าน ตามกฎหมาย 3.1 ตัวท่าน ให้ครูได้รับการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพองค์ความรู้การศึกษาต่อเนื่องและทักษะในการจัด การศึกษาส าหรับคนพิการและจัดท าแผนจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลโดยให้สอดคล้องกับความต้องการจ าเป็น ก 6
พิเศษของคนพิการและต้องมีการปรับปรุงแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งและ สนับสนุนการเรียนการสอนตลอดจนบริการเทคโนโลยีสิ่งอ านวยความสะดวกสื่อบริการและความช่วยเหลืออื่น ใดทางการศึกษาที่คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ 3.2 ผู้เกี่ยวข้อง สถานศึกษาจัดการศึกษาส าหรับคนพิการทั้งในระบบและนอกระบบตามอัธยาศัยในรูปแบบที่ หลากหลายทั้งการเรียนร่วมการจัดการศึกษาเฉพาะความพิการรวมถึงการให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพการ พัฒนาศักยภาพในการด ารงชีวิตอิสระการพัฒนาทักษะพื้นฐานที่จ าเป็นฝึกอาชีพหรือการบริการอื่นใดให้ สถานศึกษาในทุกสังกัดจัดสภาพแวดล้อมระบบสนับสนุนการเรียนการสอนตลอดจนเทคโนโลยีสิ่งอ านวยความ สะดวกสื่อบริการทางความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาที่คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ สถานศึกษาหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนผู้ปกครองคนพิการและประสานความร่วมมือจากชุมชนหรือนัก วิชาชีพเพื่อให้คนพิการได้รับการศึกษาทุกระดับหรือบริการทางการศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการจ าเป็น พิเศษของคนพิการที่เกี่ยวกับท้องถิ่น 7
สรุปองค์ควำมรู้ที่ 3 ตอนที่ 3 กำรจัดกำรเรียนรวมและกำรคัดกรองผู้พิกำรทำงกำรศึกษำ 9 ประเภท ชื่อ-สกุล น.ส.สุดำรัตน์ คุ้มสวัสดิ์ รร.วัดหนองหลวง รุ่นที่ 2 ค ำชี้แจง จงตอบค าถามต่อไปนี้ 1 ลักษณะเด่นของเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน เด็กหูตึง มีอะไรบ้าง คนหูตึงหมายถึงบุคคลที่มีการได้ยินเหลืออยู่เพียงพอที่จะได้ยินการพูดผ่านทางการได้ยินโดยทั่วไปจะ ใส่เครื่องช่วยฟังซึ่งหากตรวจวัดการได้ยินจะมีการสูญเสียการได้ยินน้อยกว่า 90 เดซิเบลลงมาถึง 26 เดซิเบล 2 ท่านคิดว่าเด็กมีความบกพร่องทางสติปัญญากับเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้แตกต่างกันอย่างไร บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา คือ บุคคลที่มีความจ ากัดอย่างชัดเจน ในการปฏิบัติตนใน ปัจจุบันมีลักษณะเฉพาะ คือความสามารถทางสติปัญญาต่ ากว่าเกณฑ์เฉลี่ยอย่างมีนัยยะส าคัญ ร่วมกับ ความจ ากัดของทักษะ การปรับตัวอีกอย่างน้อย 2 ทักษะจาก 10 ทักษะได้แก่การสื่อความหมายการดูแล ตนเอง การด ารงชีวิตภายในบ้าน ทักษะทางสังคม การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น การรู้จักใช้ทรัพยากรในชุมชน การ รู้จักดูแลควบคุมตนเอง การน าความรู้มาใช้ในชีวิตประจ าวัน การท างานการใช้เวลาว่าง การรักษาสุขภาพท าไม และ ความปลอดภัย ทั้งนี้ได้แสดงอาการดังกล่าวก่อนอายุ 18 ปี ซึ่งต่างจากบุคคลที่มีความบกพร่องทางการ เรียนรู้ คือ บุคคลที่มีความผิดปกติในการท างานของสมองบางส่วน ที่แสดงถึงความบกพร่องในกระบวนการ เรียนรู้ที่อาจเกิดขึ้นเฉพาะความสามารถด้านใดด้านหนึ่ง หรือหลายด้านคือ การอ่าน การเขียน การค านวณ ซึ่งไม่สามารถเรียนรู้ในด้านที่บกพร่องได้ทั้งที่มีระดับสติปัญญาปกติ 3 ลักษณะเด่นของเด็กออทิสติกมีอะไรบ้าง ลักษณะเด่นของเด็กออทิสติก คือ มีความผิดปกติของระบบการท างานของสมองบางส่ว ซึ่งส่งผลต่อ ความบกพร่องทางพัฒนาการ ด้านภาษา ด้านสังคมและการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และมีข้อจ ากัดด้าน พฤติกรรม หรือมีความสนใจจ ากัดเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยความผิดปกตินั้นค้นพบได้ก่อนอายุ 30 เดือน 8
แบบสรุปองค์ควำมรู้ที่ 4 การใช้แบบคัดกรองคนพิการทางการศึกษา ๙ ประเภท ตามประกาศคณะกรรมการ พิจารณาให้คนพิการ ได้รับสิทธิ ช่วยเหลือทางการศึกษา เรื่อง ก าหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ การรับรองบุคคลของสถานศึกษาว่า เป็นคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๖ บุคคลที่มีควำมบกพร่องทำงสติปัญญำ ชื่อ..........น.ส.สุดารัตน์........สกุล.........คุ้มสวัสดิ์............ รร.วัดหนองหลวง (ผู้เข้ารับการอบรม) ค ำชี้แจง ให้ท่านสรุปองค์ความรู้ ในลักษณะของการเขียนแผนที่ความคิด (Mind Map) หรือ แผนภูมิตาราง ฯลฯ หลักเกณฑ์บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาในปัจจุบันมีลักษณะเฉพาะ คือความสามารถ ทางสติปัญญาต่ ากว่าเกณฑ์เฉลี่ยอย่างมีนัยยะส าคัญร่วมกับ ความจ ากัดของทักษะการปรับตัว อย่างน้อย 2 ทักษะจาก 10 ทักษะได้แกการ สื่อความหมายการดูแลตนเองการด ารงชีวิตในบ้าน ทักษะทางสังคมการมีปฏิสัมพันธ์กับรู้จักใช้ทรัพยากรชุมชนรู้จักควบคุมดูแลตัวเองการ น าความรู้มาใช้ในชีวิตประจ าวัน การท างานการใช้เวลาว่างการรักษาสุขภาพอนามัยและความ ปลอดภัยทั้งนี้ได้แสดงอาการดังกล่าวก่อนอายุ 18 ปี 9 3.จ ำแนกระดับเชำว์ปัญญำ 10 ของคนทั่วไป บุคคลที่มีควำมบกพร่อง ทำงสติปัญญำ 4.ระดับควำมรุ่นแรงของภำวะ บกพร่องทำงสติปัญญำ 1.ควำมหมำยของบุคคลที่มีควำม บกพร่องทำงสติปัญญำ 2.ลักษณะบุคคลที่มีภำวะบกพร่อง ทำงสติปัญญำ หลักเกณฑ์บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาในปัจจุบันมีลักษณะเฉพาะคือ ความสามารถทางสติปัญญาต่ ากว่าเกณฑ์เฉลี่ยอย่างมีนัยยะส าคัญร่วมกับความจ ากัดของ ทักษะการปรับตัวอย่างน้อย 2 ทักษะจาก 10 ทักษะได้แก่การสื่อความหมายการดูแล ตนเองการด ารงชีวิตในบ้านทักษะทางสังคมการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นการรู้จักใช้ทรัพยากร ชุมชนรู้จักควบคุมดูแลตัวเองการน าความรู้มาใช้ในชีวิตประจ าวันการท างานการใช้เวลาว่าง การรักษาสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยทั้งนี้ได้แสดงอาการดังกล่าวก่อนอายุ 18 ปี 2.1 ความสามารถทางสติปัญญาต่ า กว่าเกณฑ์เฉลี่ยอย่างมีนัยยะส าคัญ 2.2 รวมกับความจ ากัดของทักษะการปรับตัว อย่างน้อย 2 ทักษะจาก 10 ทักษะดังนี้ 2.2.1 ทักษะการสื่อสาร 2.2.2 ทักษะการดูแลตนเอง 2.2.3 ทักษะการด ารงชีวิตภายในบ้าน 2.2.4 ทักษะทางสังคมการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น 2.2.5 ทักษะการรู้จักใช้ทรัพยากรในชุมชน 2.2.6 ทักษะการรู้จักดูแลควบคุมตนเอง 2.2.7 ทักษะการน าความรู้มาใช้ใน ชีวิตประจ าวัน 2.2.8 ทักษะการท างาน 2.2.9 ทักษะการใช้เวลาว่าง 2.2.10 ทักษะการรักษาสุขภาพอนามัยและ ความปลอดภัย แบบสรุปองค์ควำมรู้ที่ 4 การใช้แบบคัดกรองคนพิการทางการศึกษา 9 ประเภทตามประกาศคณะกรรมการพิจารณาให้คนพิการได้รับ สิทธิช่วยเหลือทางการศึกษาเรื่องก าหนดหลักเกณฑ์และวิธีการการรับรองบุคคลของสถานศึกษาว่าเป็นคนพิการ พ.ศ.2556 บุคคลที่มีควำมบกพร่องทำงสติปัญญำ ชื่อ น.ส.สุดารัตน์ สกุล คุ้มสวัสดิ์ ร.ร.วัดหนองหลวง (ผู้เข้ารับการอบรม) ค ำชี้แจง ให้ท่านสรุปองค์ความรู้ในลักษณะของการเขียนแผนพี่ความคิด ( Mind Map) หรือ แผนภูมิตาราง ฯลฯ
ประเมินครั้งที่.......1.... แบบคัดกรองบุคคลที่มีควำมบกพร่องทำงสติปัญญำ ชื่อ-นามสกุล (ด.ช. / ด.ญ. / นาย / นางสาว)......อ าพน............คนนิยม.............................................................. วัน เดือน ปี เกิด.......22.......พฤษภาคม....2558.................................... อายุ .........8................ ปี ......12...............เดือน ระดับชั้น..............ป.2....................................................... วัน เดือน ปี ที่ประเมิน.....15....พฤษภาคม...2566.... ค ำชี้แจง ๑ แบบคัดกรองฉบับนี้เป็นแบบคัดกรองเพื่อประโยชน์ในทางการจัดการศึกษาเท่านั้น ๒ วิเคราะห์ลักษณะ/พฤติกรรม ของเด็กซึ่งเป็นลักษณะหรือพฤติกรรม ที่เด็กแสดงออกบ่อยๆ โดยให้ท าเครื่องหมาย / ลงในช่อง “ ใช่ ” หรือ “ไม่ใช่ ” ที่ตรงกับลักษณะหรือพฤติกรรมนั้นๆ ของเด็ก ๓ ผู้ท าการคัดกรองเบื้องต้นต้องผ่านการอบรมวิธีการใช้ และการประเมิน ตามแบบคัดกรองนี้ และควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม จากผู้ที่อยู่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุด เช่น ผู้ปกครองหรือครู เพื่อให้เกิดความชัดเจน ถูกต้อง ๔ ผู้คัดกรองควรจะมีอย่างน้อย ๒ คนขึ้นไป ที่ ลักษณะ / พฤติกรรม ผลการวิเคราะห์ ใช่ ไม่ใช่ ทักษะการสื่อสาร ๑ ใช้ภาษาไม่สมวัย ✔ ๒ ไม่เข้าใจค าสั่ง ไม่สามารถท าตามค าสั่งได้ ✔ ทักษะการดูแลตนเอง ๓ ไม่สามารถ หรือสามารถดูแลตัวเองในชีวิตประจ าวันได้น้อย ใน การรับประทานอาหาร / การอาบน้ า / แปรงฟัน / การแต่งกาย ✔ ๔ ไม่สามารถท าความสะอาดหลังการขับถ่าย ✔ ทักษะการด ารงชีวิตภายในบ้าน ๕ ต้องกระตุ้นในการปฏิบัติกิจวัตรประจ าวันอยู่เสมอ ✔ ๖ ช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจ าวันได้ต่ ากว่าวัย ✔ ทักษะทางสังคม/การปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ๗ ชอบเล่นกับเด็กที่มีอายุน้อยกว่า หรือไม่สามารถเล่นกับเพื่อนตามวัย ✔ ๘ เล่นเลียนแบบผู้อื่นอย่างไม่เหมาะสมกับวัย ✔ ทักษะการรู้จักใช้ทรัพยากรในชุมชน ๙ มีปัญหาด้านพฤติกรรมในการใช้สิ่งของสาธารณะประโยชน์ เช่น ชอบท าลายหรือใช้อย่างไม่ระมัดระวัง ✔ ๑๐ ไม่รู้จักวิธีการใช้ การจัดเก็บ และการดูแลรักษา ของส่วนรวม ✔ ทักษะการรู้จักดูแลควบคุมตนเอง ๑๑ เอาแต่ใจตนเอง มีอารมณ์โกรธ ฉุนเฉียวบ่อย ๆ ✔ ๑๒ ไม่สามารถควบคุมตนเองท าตามสิ่งที่ต้องท า ✔ 10 ๖
ที่ ลักษณะ / พฤติกรรม ผลการวิเคราะห์ ใช่ ไม่ใช่ ทักษะการน าความรู้มาใช้ในชีวิตประจ าวัน ๑๓ ลืมง่าย / จ าในสิ่งที่เรียนมาแล้วไม่ได้ ✔ ๑๔ ไม่สามารถน าทักษะที่เรียนรู้ไปแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ ✔ ทักษะการท างาน ๑๕ ช่วงความสนใจสั้น ไม่สามารถรับผิดชอบงานที่ต้องท า ✔ ๑๖ ท าตามค าสั่งต่อเนื่อง ๒ ค าสั่งขึ้นไปได้ยาก สับสนง่าย ✔ ทักษะการใช้เวลาว่าง ๑๗ สนใจสิ่งรอบตัวน้อย ✔ ๑๘ ใช้เวลาว่างแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ✔ ทักษะการรักษาสุขภาพอนามัยและความปลอดภัย ๑๙ ดูแลสุขภาพตนเองได้น้อย เช่น ล้างมือไม่เป็น หรือไม่รู้จักรับประทาน อาหารที่เป็นประโยชน์ ✔ ๒๐ มีความระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยตนเองน้อย ✔ หมายเหตุ ทั้งนี้พฤติกรรมดังกล่าวต้องเทียบเคียงกับพัฒนาการของเด็กทั่วไป เกณฑ์การพิจารณา แต่ละทักษะจะต้องมีผลการวิเคราะห์พฤติกรรมทักษะว่าใช่ทั้ง ๒ ข้อ แสดงว่าไม่ผ่านทักษะนั้นและ หากว่าพบ ทักษะการปรับตัวไม่ผ่านตั้งแต่ ๒ ทักษะขึ้นไป แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลที่มีความบกพร่อง ทางสติปัญญา ให้จัดบริการช่วยเหลือทางการศึกษาพิเศษ และส่งต่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยต่อไป ผลการคัดกรอง ✔ พบความบกพร่อง ไม่พบความบกพร่อง ความคิดเห็นเพิ่มเติม ...................................................................................................... ............................................................................................. ............................................................................................................................. ........ ลงชื่อ ...........สุดารัตน์...................................... ใบวุฒิบัตร เลขที่......1-1876............................(ผู้คัดกรอง) ( นางสาว สุดารัตน์ คุ้มสวัสดิ์ ) ลงชื่อ .........ปดิวรัดดา........................................ ใบวุฒิบัตร เลขที่.......1-1873...........................(ผู้คัดกรอง) (นางปดิวรัดดา แสงสว่าง) ๗ 11
ค ายินยอมของผู้ปกครอง ข้าพเจ้า(นาย / นาง / นางสาว)...............เขียว......คนนิยม..................................................... เป็นผู้ปกครองของ (ด.ช. / ด.ญ./ นาย / นางสาว) ........อ าพน......คนนิยม.......................................................................................... ✔ยินยอม ไม่ยินยอม ให้ด าเนินการคัดกรอง (ด.ช./ ด.ญ./ นาย / น.ส.).......อ าพน....คนนิยม.........ตามแบบคัดกรองนี้ เมื่อพบว่ามีแนวโน้มเป็นผู้ที่มีความบกพร่องตามแบบคัดกรองข้างต้น ✔ ยินดี ไม่ยินดี ให้จัดบริการช่วยเหลือทางการศึกษาพิเศษต่อไป ลงชื่อ .............เขียว.................................... ผู้ปกครอง (.นาย เขียว คนนิยม ) 12
สรุปองค์ควำมรู้ที่5 กำรเขียนแผนกำรจัดกำรศึกษำเฉพำะบุคคล ( Individualized Education Program : IEP / การเขียนแผนการสอน (Individual Implementation Plan : IIP) ชื่อ-สกุล น.ส.สุดารัตน์ คุ้มสวัสด์ิ.. โรงเรียน..วัดหนองหลวง รุ่นที่.. 2 ค าชี้แจง ตอบค าถามจากการฟังบรรยายและฝึกประสบการณ์การเขียนแผน IEP 1. แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล ( Individualized Education Program : IEP ) คือ อะไร (2 คะแนน) คือแผนการจัดการศึกษาส าหรับเด็กที่มีความต้องการจ าเป็นพิเศษ ซึ่งก าหนดแนวทางการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับความ ต้องการจ าเป็นพิเศษของคนพิการ ตลอดจนก าหนดสิ่งอ านวยความสะดวก สื่อ บริการและ ความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา “ IEP” เป็นแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล ที่เขียนขึ ้นเป็นลายลักษณ์อักษรส าหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษเป็นเฉพาะบุคคล และได้รับ อนุญาตจากผู้ปกครองของเด็ก โดยที่ครูเป็นเครื่องมือในการจัดการกับกระบวนการสอนทั ้งหมด 2. แผนการสอน (Individual Implementation Plan : IIP) คือ อะไร (2 คะแนน) แผนการสอนเฉพาะบุคคล (IIP) เป็นแผนการสอนจัดขึ ้นเฉพาะเจาะจงส าหรับนักเรียนคนนั ้นเพื่อช่วยให้นักเรียนบรรลุ จุดประสงค์ และเป้าหมายที่ก าหนดไว้ใน IEP 3.องค์ประกอบ แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล ( Individualized Education Program : IEP) มี 8 ข้อ อะไรบ้าง (2 คะแนน) 1 ข้อมูลทั่วไป 2 ก าหนดแนวทางการศึกษา 3 ข้อมูลด้านการแพทย์หรือด้านสุขภาพ 4 ความต้องการด้านสิ่งอ านวยความสะดวก 5 ข้อมูลด้านการศึกษา 6 คณะกรรมการจัดท าแผน 7 ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวที่จ าเป็น 8 ความเห็นของบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้เรียน 4. นักสหวิชาชีพ คือใครบ้าง จงยกตัวอย่าง (2 คะแนน) 1.หมอเด็ก 2.นักจิตเวช 3.นักจัดกิจกรรมบ าบัด 5. การคัดกรองประเภทความพิการทางการศึกษามีกี่ประเภท ประเภทใดที่มีการแยกระดับชั ้น และประเภทใดไม่มีแบบ คัดกรอง (2 คะแนน) - การคัดกรองประเภทความพิการทางการศึกษามี 8 ประเภท -แบบคัดกรองบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ แยกเป็น ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา - บุคคลพิการซ้อน ไม่มีแบบคัดกรอง 13
สรุปองค์ความรู้ที่ 6 การท าข้อมูลลงระบบบริหารจ ัดการข้อมูลโรงเรียนเรียนรวม (SET) และ IEP Online (ขอร ับคูปอง) ชอื่ -สกุล. น.ส.สุดาร ัตน์คุ้มสว ัสดิ์ โรงเรียนว ัดหนองหลวง รุ่นที่ 2 ค าชแี้จง ตอบค าถามจากการฟังบรรยายและฝึกประสบการณ์การเขียนแผน IEP 1. ระบบบริหารจัดการข้อมูลโรงเรียนเรียนรวม (SET) ระดับโรงเรียนมีผู้ดูแลระบบ (แอดมิน) กี่คน/โรงเรียน (1 คะแนน) ตอบ 3 คน ต่อ 1 โรงเรียน 2. หากต้องการลบแอดมินระดับโรงเรียนออก เนื่องจากย้าย/ เกษียณ ต้องแจ้งไปที่ใด (1 คะแนน) ตอบ ให้ติดต่อแอดมินเดิม หากไม่สามารถติดต่อได้ ให้แจ้งแอดมินระดับเขต ลบแอดมินคนเดิมออก 3. การตั้งชื่อผู้ใช้(Username) สามารถตั้งเป็ นภาษาไทยได้กี่ตัวอักษร จงอธิบายวิธีการ (2 คะแนน) ตอบ การตั้งชื่อผู้ใช้(Username) ไม่สามารถตั้งเป็ นภาษาไทยได้ แต่จะมีวิธีการตั้งชื่อผู้ใช้(Username) ได้ดังนี้ 1.ชื่อ ผู้ใช้งานหรือ username ให้กรอกชื่อ username ได้เพียงตัวอักษร A ถึง Z และ 0-9 เท่านั้นและมีความ ยาวระหว่าง 6-15 ตัวอักษรหรือตัวเลข กรณีชื่อผู้ใช้งานมีมีผู้ใช้อยู่แล้วจะแสดงข้อความ “ผิดพลาด ชื่อผู้ใช้ซ ้า กรุณาก าหนดชื่อผู้ใช้ใหม่ค่ะ”ให้ก าหนดใหม่ 2 รหัสผ่านให้กรอกได้เพียงตัวอักษร A ถึง Z และ 0-9 เท่านั้นและมีความยาวระหว่าง 6-15 ตัวอักษรหรือตัวเลข 3 ชื่อผู้จัดท าให้กรอกชื่อผู้จัดท าข้อมูล 4 นามสกุลผู้จัดท าให้กรอกนามสกุลผู้จัดท าข้อมูล 5 เลขบัตรประจ าตัวประช าชน ผู้จัดท าข้อมูลโดย ไม่ต้องเว้นวรรค /ไม่ต้องใส่ – จากนั้นให้คลิกปุ่ม “ลงทะเบียน” 4. ข้อมูลนักเรียนที่ต้องน ามาลงในระบบบริหารจัดการข้อมูลโรงเรียนเรียนรวม(SET) ต้องเตรียมข้อมูลส่วนใดบ้าง จง อธิบาย(2 คะแนน) ตอบ 1 ส่วนการเพิ่มแก้ไขข้อมูลนักเรียน 6 ส่วนก ารอนุมัติการส าเร็จการศึกษา 2 ส่วนการจัดการผลการเรียน 7 ส่วนแสดงข้อมูลนักเรียนที่ไม่ศึกษาแล้ว 3 ส่วนการจัดการน ้าหนักส่วนสูง 8 ส่วนการจัดการแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล IEP 4 ส่วนการจัดก ารสถานะนักเรียน 9 ส่วนการจัดการแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล IIP 5 ส่วนการจัดการการเลื่อนชั้นนักเรียน 5. หากต้องการขอรับคูปองการศึกษา สื่อ สิ่งอ านวยความสะดวกความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ต้องด าเนินการ อย ่างไร และใช้ระบบใด จงอธิบาย (2 คะแนน) ตอบ หากต้องการขอรับคูปองการศึกษา สื่อ สิ่งอ านวยความสะดวกความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ต้องด าเนินการ ดังนี้ 1. จัดท าแผน IEP โดยสถานศึกษา ครู ผู้บริหาร และผู้ปกครองรับทราบ 2. ด าเนินก ารกรอกข้อมูล IEP ลงในระบบ SET ให้ครบถ้วน 3. กรอกข้อมูลลงในโปรแกรม IEP Online และกรอกข้อมูลคูปองการศึกษา สื่อ สิ่งอ านวยความสะดวก ความ ช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ที่เหมาะสมกับความจ าเป็ นพิเศษของเด็กแต่ละคน 14
. 4. ด าเนินการปริ้นเอกส ารออกจากโปรแกรม IEP Online และให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดท าแผน IEP เซ็นรับทราบ 5. ด าเนินการส่งเอกสารการขอรับคูปองการศึกษา สื่อ สิ่งอ านวยความสะดวกความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ให้กับ เขตพื้นที่และศูนย์การศึกษาพิเศษ เพื่อพิจารณาการให้คูปองการศึกษา สื่อ สิ่งอ านวยความสะดวกความ ช่วยเหลือ อื่นใดทางการศึกษาต่อไป 6. หากท่านต้องการสอบถาม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องระบบริหารจัดการข้อมูลโรงเรียนเรียนรวม (SET) และ IEP Online สามารถสอบถาม/ศึกษาเพิ่มเติมทางช่องทางใดได้บ้าง จงอธิบาย (2 คะแนน) ตอบ 1. ศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลจากช่องทางต่างๆ เช่น คู่มือการใช้โปรแกรมจ ากระบบ SET และ IEP Online ห าข้อมูล ในเว็บไซต์ youtobe และอื่นๆ 2. สอบถามข้อมูลจาก กลุ่ม โรงเรียนรวม 3. สอบถามข้อมูลโดยตรงจาก ศน.พรรณพร ศรลัมพ์ สพป.พิจิตร เขต 1 15
สรุปองค์ความรู้ที่ 7 การจดัการศกึษาเรยีนรวมตามโครงสรา้ง SEAT ชอื่ -สกุล.... น.ส.สุดาร ัตน์ คุ้มสว ัสดิ์ .......โรงเรียนว ัดหนองหลวง......................รุ่นที่ 2 ค าชแี้จง ตอบค าถามจากการฟังบรรยาย 5 ข้อ 10 คะแนน 1. การจัดการเรียนร่วม กับ การจัดการเรียนรวม ต่างกันอย่างไร (2 คะแนน) ตอบ การจัดการศึกษาแบบเรียนรวม เป็ นการจัดการศึกษาที่จัดให้เด็กพิเศษเข้ามาเรียนรวมกับเด็กปกติโดยรับเข้ามา เรียน รวมกัน ตั้งแต่เริ่มเข้ารับการศึกษา และจัดให้มีบริการพิเศษตามความต้องการของแต่ละบุคคล แต่การศึกษาแบบเรียนร่วม เป็ นการศึกษาที่ให้เด็กพิเศษ เข้าไปเรียน หรือร่วมกิจกรรมกับเด็กปกติช่วงเวลาใดช่วงเวลา หนึ่งในแตล่ะวนั 2.การเรียนร่วม คือ อะไร จงอธิบาย (2 คะแนน) ตอบ การเรียนร่วม คือ การจัดให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษ เข้าไปในระบบการศึกษาปกติเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียน และ ท ากิจกรรมร่วมกับเด็กทั่วไป โดยมีครูประจ าชั้น และครูการศึกษาพิเศษร่วมมือ และรับผิดชอบร่วมกัน ตอบสนองความ จ าเป็ นพื้นฐานและพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนเป็ นเฉพาะบุคคล ในหลักหลายรูปแบบ เช่น จัดเป็ นชั้นเรียนพิเศษเต็มเวลา ใน โรงเรียนทั่วไป จัดให้ผู้เรียนที่มีความต้องก ารพิเศษเข้าเรียนในชั้นเรียนปกติเต็มเวลา หรือบางเวลา โดยมีครูสอนเสริม หรือ ครูเดินสอน ให้ความช่วยเหลือและสอนร่วมกับครูประจ าชั้น 3. การเรียนรวม คือ อะไร จงอธิบาย (2 คะแนน) ตอบ การเรียนรวม คือ การศึกษาส าหรับทุกคน โดยรับเข้ามาเรียนรวมกันตั้งแต่เริ่มเข้ารับการศึกษา และจัดให้มีการ บริการพิเศษตามความต้องการของแต่ละบุคคล เมื่อสถานศึกษารับเด็กเข้ามาเรียนรวมกับเด็กทั่วไป สถานศึกษาและครู จะต้องเป็ นผู้รับผิดชอบ จัดสภาพแวดล้อม การจัดการเรียนการสอน หลักสูตร การประเมินผล เพื่อให้ครูสามารถ จัดการ เรียนการสอนได้ตามความต้องการของผู้เรียนเป็ นเฉพาะบุคคล ซงึ่จะทา ให้เด็กสามารถพัฒน าตนเองได้เต็มศักยภาพ 4. โครงสร้าง SEAT คืออะไร จงอธิบาย (2 คะแนน) ตอบ S = student นักเรียนเตรียมความพร้อมนักเรียนพิการหรือที่มีความบกพร่อง E = environment กายภาพบุคคลที่เกี่ยวข้อง A = activities ก ารบริหารจัดการหลักสูตร การจัดท าแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล การตรวจสอบทาง การศึกษาเทคนิค การสอนการรายงานความก้าวหน้าของนักเรียน การจัดกิจกรรม การสอนนอกห้องเรียนและชุมชนการ ประกันคุณภาพ การรับนักเรียนพิการการจัดต ารางเรียน การประสานความร่วมมือ การนิเทศติดตามประเมินผลปรับปรุง T = tool นโยบาย วิสัยทัศน์ พันธ์กิจ งบประมาณ ระบบการบริหารจัดการ กฎกระทรวง เทคโนโลยีสิ่งอ านวย ความสะดวกสื่อบริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ครูการศึกษาพิเศษและนักนักสหวิชาชีพ 5.พี่เลี้ยงเด็กพิการมีคุณสมบัติอย่างไร และปฏิบัติหน้าที่อะไร (2 คะแนน) ตอบ พี่เลี้ยงเด็กพิการ มีกี่ระดับ มี2 ระดับคือ 1 ระดับต ่าคือ จบการศึกษาภาคบังคับ 2 ระดับพื้นฐานคือ วุฒิปริญญาตรี พี่ เลี้ยงเด็กพิการระดับพื้นฐานมีคุณสมบัติดังนี้คือช่วยเหลือครูในการเรียนการสอนการสอนซ่อมเสริมการผลิตสื่อการ ช่วยเหลือ ในการควบคุมชั้นเรียนปฏิบัติกิจกรรมฟื้ นฟูเด็กภายใต้การดูแลของครูผู้สอนหรือนักวิช าชีพโดยเฉพาะ 16
น.ส.สุดารัตน์ คุ้มสวัสดิ์ โรงเรียนวัดหนองหลวง รุ่นที่ 2 แผนกำรด ำเนินงำนกำรัดกำรเรียนรวม โรงเรียนวัดหนองหลวง ขั้นที่ 1 กำรส ำรวจ การจัดการเรียนรวม เริ่มจากการส ารวจว่า ในชั้นเรียนแต่ละชั้นเรียนมีเด็กที่มีความต้องการ พิเศษหรือไม่ ให้ครูผู้สอนและ พี่เลี้ยงเด็กพิการ สังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กและสังเกตจากพฤติกรรม ภายนอก ซึ่งเด็กที่ มีความต้องการพิเศษบางประเภทสามารถสังเกตจากอาการและพฤติกรรมภายนอกได้ ขั้นที่2 กำรคัดกรองเด็กที่มีควำมจ ำเป็นพิเศษ โดยครูที่ผ่านการอบรมหลักสูตร “ผู้คักกรองคนพิการทาง การศึกษา” และต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง การคัดกรองนี้จะน าไปสู่การวางแผนให้ความ ช่วยเหลือ เด็กได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพต่อไป ขั้นที่3 ส่งต่อนักสหวิชำชีพ หรือ นักจิตเวช หมอเด็ก เพื่อท าการตรวจวินิจฉัยเด็กที่มีความจ าเป็นพิเศษ ซึ่งจะ สามารถช่วยเด็กได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ขั้นที่ 4 กำรประเมินควำมต้องกำรพิเศษของเด็ก การประเมินความต้องการ พิเศษของเด็กเป็นการพิจารณาว่า ท าอย่างไรเด็กจึงจะบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้ตามศักยภาพ และการประเมินความต้องการพิเศษของเด็กต้อง จัดกระท าเป็นรายบุคคล และวางแผน การสอนหรือบริการอื่น ๆ ที่โรงเรียนมีหรือต้องจัดหาเพิ่มเติม เช่น บริการนัก กายภาพบ าบัด การใช้สื่อการสอนและการใช้งบประมาณ เป็นต้น ขั้นที่ 5 ด ำเนินกำรกรอกข้อมูลนักเรียนลงในระบบ SET และกำรจัดท ำแผนกำรจัดกำรศึกษำเฉพำะบุคคล (IEP)ด าเนินก ารกรอกข้อมูล IEP ลงในระบบ SET ให้ครบถ้วน และด าเนินการกรอกข้อมูลแผน IEP ลงใน โปรแกรม IEP Online เพื่อขอคูปองการศึกษา สื่อ สิ่งอ านวยความสะดวกความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาที่ เหมาะสมกับความจ าเป็นพิเศษของเด็กแต่ละคน ขั้นที่ 6 กำรประเมินผลกำรด ำเนินงำน หลังจากที่ทางโรงเรียนได้ด าเนินการเรียนรวมไประยะหนึ่งแล้ว เด็กต้อง มีการพัฒนาการเรียนรู้เพิ่มขึ้น และมีทักษะในการใช้ชีวิตรอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข 17
ภำคผนวก 18
แบบทดสอบก่อนการอบรมการคัดกรองผู้พิการทางการศึกษา วิเคราะห์ ข่าวและภาพยนตร์ 19
สรุปองค์ความรู้ที่ 1 (ผอ. ธงชัย จันแย้) สรุปองค์ความรู้ที่ 2 กฎหมาย พรบ.เกี่ยวกับคนพิการ สรุปองค์ความรู้ที่ 3 ชุดความรู้ผู้พิการทางการศึกษา 9 ประเภท 20
สรุปองค์ความรู้ที่ 4 การฝึกใช้แบบคัดกรอง สรุปองค์ความรู้ที่ 5 เขียนแผน IEP พร้อมทั้งการวัดและประเมินผล สรุปองค์ความรู้ที่ 6 การท าข้อมูลลงระบบ Set และ IEP Online สรุปองค์ความรู้ที่ 7 การจัดการศึกษาเรียนรวมตามโครงสร้างเซต 21
แผนการด าเนินการเรียนรวมหลังจากการอบรม 22