The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรการทำกระปุกออมสิน จากกะลามะพร้าว

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by anurukpook009, 2022-08-19 08:33:05

หลักสูตรการทำกระปุกออมสิน จากกะลามะพร้าว

หลักสูตรการทำกระปุกออมสิน จากกะลามะพร้าว

ผงั มโน
หลักสูตร กระปุกออมสินจากกะลามะ

2. กระปกุ ออมสนิ จากกะลามะพร้าว กระปุกออมสินจากกะ
(จานวน 4๐ ชั่วโมง) (50 ชั่วโมง

- การเลือกรูปทรงกะลาท่ตี ้องการ (1 ชั่วโมง)
- การตะไบ กาจดั เส้ยี น การขัดเงาทาความ
สะอาดกะลา (1 ชั่วโมง)
- การประกอบเป็นรปู ทรงที่ต้องการ (1 ช่ัวโมง)
- การทาแขน ขา หน้าตา และการตกแต่ง
อื่นๆ (1 ช่วั โมง)

3.การจัดการตลาดเบอื้ งต้นและการบรรจุ
(จานวน 4 ช่ัวโมง)

- การตลาดชมุ ชน (1 ชม.)
- การออกแบบบรรจุภัณฑ์ (1 ชม.)
- มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชมุ ชน (1 ชม.)
- การตลาดออนไลน์ (1 ชม.)

นทศั นอ์ าชีพ
ะพร้าว กศน.ตาบลหนองกุงธนสาร อาเภอภเู วยี ง

ะลามะพร้าว 1.พื้นฐานการทากระปกุ ออมสนิ จาก
ง) กะลามะพรา้ ว (จานวน 2 ช่วั โมง)

- ความรพู้ นื้ ฐานการเลอื กรปู ทรงกะลา
การตัดกะลา การตะไบการขัดเงาและ
วัสดุอปุ กรณ์ (1 ชั่วโมง)
- ความปลอดภัยในอาชีพ (30 นาที)
- คุณธรรมในการประกอบอาชพี

(30 นาที)

4.การบริหารหนส้ี นิ และบัญชีเบ้ืองตน้
(จานวน 4 ชั่วโมง)

- การคานวณตน้ ทุน กาไร (1 ชม.)
- แหล่งเงนิ ทนุ และการก้ยู มื (1 ชม.)
- การบริหารหน้สี นิ และการบริหารสญั ญา(1 ชม.)
- การจัดทาบัญชีครวั เรือน (1 ชม.)

แบบฟอร์มรายละเอียดหลกั สตู ร แบบ กศน.ตน.๑๕

ชอื่ สถานศึกษา กศน.ตาบลหนองกุงธนสาร อาเภอภูเวยี ง

หลักสูตร การทากระปุกออมสนิ จากกะลามะพร้าว

จานวน 50 ชว่ั โมง

หลักการและเหตผุ ล

การจัดการศึกษาอาชีพในปัจจุบันมีความสาคัญมาก เพราะจะเป็นการพัฒนาประชากรของประเทศให้ มี

ความรู้ ความสามารถและทักษะในการประกอบอาชีพ เป็นการแก้ปัญหาการว่างงานและส่งเสริมความเข้มแข็งให้แก่
เศรษฐกิจชุมชน การยกระดับการจัดการศึกษาเพ่ือเพ่ิมศักยภาพและขีดความสามารถให้ประชาชนได้มีอาชีพที่
สามารถสร้างรายได้ ท่ีมั่นคง โดยเน้นการบูรณาการให้สอดคล้องกับศักยภาพด้านต่างๆ มุ่งพัฒนาคนไทยให้ได้รับ

การศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพและการมีงานทาอย่างมีคุณภาพ ท่ัวถึงและเท่าเทียมกัน ประชาชนมีรายได้ม่ันคง ม่ังค่ัง

และมีงานทาอย่างยั่งยืน มีความสามารถเชิงการแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับสากล ซึ่งจะเป็นการจัด
การศึกษาตลอดชีวติ ในรูปแบบใหมท่ ีส่ ร้างความม่ันคงให้แก่ประชาชนและประเทศชาติ

เนอ่ื งจากกะลามะพร้าวเปน็ เศษวสั ดทุ ่มี มี ากในชมุ ชนจากการใช้ทากิจกรรมต่างๆมีมากข้ึนเรื่อยๆและสามารถ

นามาแปรรูปได้ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของเคร่ืองใช้และสามารถนามาเป็นเครื่องประดับในบ้านได้กลุ่มพวกเราจึงได้คิดจัดทา

กระปุกออมสินจากกะลามะพร้าว คณะผู้จัดทาได้เห็นความสาคัญของกะลามะพร้าวจึงมีความคิดทาให้เกิดประโยชน์
โดยการนากะละมะพรา้ วมาทาเปน็ กระปุกออมสินซึ่งใชว้ ัสดจุ ากกะลามะพรา้ ว

ดงั นั้น กศน.ตาบลหนองกุงธนสาร สงั กัดศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั อาเภอภูเวยี ง

จังหวัดขอนแกน่ จึงไดท้ าโครงการจัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาอาชีพ หลักสูตร การทากระปุกออมสินจากกะลามะพร้าว

จานวน ๕๐ ชว่ั โมง ใหแ้ ก่กลมุ่ เป้าหมายได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ เพ่ือเพิ่มมูลค่าและตรงตาความต้องการของตลาดมาก
ขนึ้ อกี ท้งั เป็นการสร้างรายได้ท่ียัง่ ยืน

หลกั การของหลกั สตู ร
การจัดการศกึ ษาเพ่ือการพัฒนาอาชีพเพ่อื การมีงานทา กาหนดหลักการไว้ดงั น้ี
1. เปน็ หลกั สูตรท่ีเนน้ การบูรณาการให้สอดคล้องกบั ศักยภาพดา้ นต่างๆ ๕ ด้าน ไดแ้ ก่ ศักยภาพของ

ทรพั ยากรธรรมชาติในแต่ละพ้นื ที่ ศกั ยภาพของพ้นื ทต่ี ามลักษณะภูมิอากาศ ศักยภาพภูมปิ ระเทศและทาเลทตี่ ัง้ ของ
แตล่ ะประเทศ ศักยภาพของศลิ ปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถชี ีวิตของแตล่ ะพื้นท่แี ละศกั ยภาพของทรัพยากร
มนุษยใ์ นแตล่ ะพ้ืนท่ี

2. ม่งุ พัฒนาคนไทยให้ไดร้ บั การศึกษาเพ่อื พฒั นาอาชพี และการมีงานทาอย่างมีคณุ ภาพทว่ั ถึงและ เท่าเทียม
กัน สามารถสร้างรายได้ทีม่ ัน่ คง และเปน็ บคุ คลท่ีมวี ินัยเป่ียมไปด้วยคุณธรรม จรยิ ธรรม
มจี ิตสานกึ ความรบั ผิดชอบตอ่ ตนเอง ผู้อน่ื และสงั คม

3. สง่ เสรมิ ให้มีความรว่ มมอื ในการดาเนนิ งานรว่ มกบั ภาคีเครือข่าย
4. เน้นการฝึกปฏบิ ัติจรงิ เพือ่ ให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนาไปประกอบอาชีพให้เกดิ
รายไดท้ ม่ี ่ันคง มั่งคง่ั และย่ังยืนในอาชีพสง่ เสรมิ ใหม้ กี ารเทียบโอนความรแู้ ละประสบการณเ์ ข้าสู่หลักสูตรการศกึ ษาขั้น
พ้นื ฐาน

จุดม่งุ หมาย
1. เพอ่ื ประดิษฐก์ ระปุกออมสินจากกะลามะพร้าว
2. เพอ่ื เป็นการการอนุรกั ษ์ภมู ปิ ญั ญาในทอ้ งถน่ิ
3. เพ่อื ได้นาความรูท้ างด้านวิชาการงานอาชีพเทคโนโลยมี าประยุกตใ์ ช้กบั ภมู ิปญั ญาท้องถน่ิ

กลมุ่ เปา้ หมาย
ประชาชนผูต้ อ้ งการเรียนรู้การทอผ้ามัดหม่เี พื่อทาเปน็ อาชีพในเขตตาบลหนองกงุ ธนสาร
1. ผ้ทู ีว่ า่ งงาน
2. ผู้ทีม่ อี าชีพแล้วและต้องการพัฒนาอาชีพ

ระยะเวลาเรียนทง้ั หมด ๕๐ ชว่ั โมง
ภาคทฤษฎี ๘ ชว่ั โมง
ภาคปฏิบัติ ๔๒ ชั่วโมง

โครงสร้างหลกั สูตร
1. พนื้ ฐานการทากระปุกออมสินจากกะลามะพร้าว ( ๒ ชัว่ โมง )
1.1 ความรู้พืน้ ฐานการเลือกรูปทรงกะลา การตัดกะลา การตะไบการขดั เงาและวัสดุอุปกรณ์
1.2 ความปลอดภัยในอาชีพ
1.3 คุณธรรมในการประกอบอาชพี

2. การทากระปุกออมสนิ จากกะลามะพร้าว ( ๔๐ ชั่วโมง )
2.1 การเลือกรปู ทรงกะลาที่ต้องการ
2.2 การตะไบ กาจดั เส้ยี น การขัดเงาทาความสะอาดกะลา
2.3 การประกอบเปน็ รูปทรงทตี่ ้องการ
2.4 การทาแขน ขา หน้าตา และการตกแต่ง อืน่ ๆ

3. การจดั การตลาดเบ้อื งต้นและการบรรจุภณั ฑ์ ( 4 ช่วั โมง )
3.1 การตลาดชุมชน
3.2 การออกแบบบรรจภุ ัณฑ์
3.3 มาตรฐานผลติ ภัณฑ์ชมุ ชน
3.4 การตลาดออนไลน์

4. การบรหิ ารหนี้สนิ และบัญชเี บ้ืองตน้ ( 4 ชว่ั โมง)
4.1 การคานวณต้นทุน กาไร
4.2 แหล่งเงินทุนและการกู้ยืม
4.3 การบริหารหนส้ี นิ และการบรหิ ารสญั ญา
4.4 การจัดทาบัญชีครัวเรือน

รายละเอียดโครงสร้างหลักสูตร การทากระปกุ ออมสินจากกะลามะพร้าว

เร่ือง จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ เนอ้ื หา การจัดกระบวนการ ช่วั โมง

เรียนรู้ ทฤษฎี ปฏบิ ัติ รวม

พื้นฐานการทา 1.1 บอกความสาคัญ 1.1 ความสาคัญของการ 1.1 ศกึ ษาข้อมูลจาก ๒

กระปกุ ออมสนิ ของการประกอบอาชีพ ประกอบอาชีพการทา เอกสาร ส่อื ชม.

จาก การทากระปุกออมสนิ กระปุกออมสนิ จาก อิเลก็ ทรอนิกส์ สถาน

กะลามะพร้าว จากกะลามะพรา้ วได้ กะลามะพรา้ ว ประกอบการ สือ่ ของ

1.2 บอกความเปน็ ไป 1.2 ความเป็นไปได้ใน จรงิ ส่ือบคุ คลใน

ไดใ้ นอาชพี หลักสตู รการ การประกอบอาชีพการ ชมุ ชน เพือ่ นาข้อมลู

ทากระปุกออมสนิ จาก ทากระปกุ ออมสนิ จาก มาวเิ คราะห์และใช้ใน

กะลามะพรา้ ว กะลามะพรา้ ว การประกอบอาชพี ที่มี

1.3 บอกถงึ แหลง่ ที่มา 1.2.1 ความต้องการ ความเปน็ ไปไดใ้ น

จดั หาวัสดุอุปกรณ์ได้ ของตลาด ชุมชน

1.4 บอกถึงความ 1.2.2 การใชแ้ รงงาน 1.2 วเิ คราะห์อาชีพที่

ปลอดภัยในอาชีพได้ 1.2.3 การจัดหาวัสดุ จะสามารถเลือก

1.5คุณธรรมในการ อุปกรณ์ ประกอบอาชีพได้ใน

ประกอบอาชีพ 1.2.4 การเลอื กทาเล ชุมชนจากข้อมลู ตา่ งๆ

ท่ตี ั้ง 1.3 วธิ กี ารจัดหาส่อื

1.3 การจดั หาวสั ดุ และวสั ดุ

อปุ กรณ์ 1.4 อธิบายถึงความ

1.4 ความปลอดภยั ใน ปลอดภัยในอาชีพ

อาชพี 1.5 อธบิ ายคณุ ธรรม

1.5คุณธรรมในการ ในการประกอบอาชีพ

ประกอบอาชีพ 1.6 ครู ผสู้ อน และผู้รู้

รว่ มกนั อภิปราย

เก่ียวกับทิศทาง

การประกอบอาชีพการ

ทากระปุกออมสินจาก

กะลามะพรา้ ว ใน

รูปแบบท่เี หมาะสมกับ

ตนเอง เชน่ ลูกจ้าง

เจา้ ของกจิ การ รว่ มทุน

พ่อค้าคนกลางแปรรูป

ผลิตภัณฑ์ ฯลฯ โดย

คานงึ ถงึ ความเสยี่ งจาก

ภัยธรรมชาติ ความ

คุม้ ค่า และความ

ตอ้ งการของตลาด

2. การทา 2.1 มีความรู้พื้นฐาน 2.1 การเลือกรูปทรง 1. สาธติ การทา ๑ 40

กระปกุ ออมสนิ การเลอื กรูปทรงกะลาท่ี กะลาทีต่ ้องการ ประกอบรปู รา่ งเป็น

จาก ต้องการ อาชพี การทา 2.2 การตะไบ กาจัด กระปุกออมสนิ ได้
กะลามะพรา้ ว กระปุกออมสินจาก เสี้ยน การขัดเงาทาความ

( ๔๐ ชม.) กะลามะพรา้ ว เช่น สะอาดกะลา

เรือ่ ง จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหา การจดั กระบวนการ ชั่วโมง

3. การจดั การ เรียนรู้ ทฤษฎี ปฏิบตั ิ รวม
ตลาดเบ้อื งต้น
การบรรจุ ขนาดของกะลา และ 2.3 การประกอบเป็น 2. การฝกึ ปฏิบตั ิจรงิ
ภณั ฑ์
(๔ชวั่ โมง) รูปทรง ท่ีจะนามาทา รูปทรงทต่ี ้องการ ของผูเ้ ข้ารับการอบรม

4. การบรหิ าร สว่ นตา่ งๆของกระปุก 2.4 การทาแขน ขา
หน้สี นิ เบ้อื งตน้
และบญั ชี ออมสนิ ความร้ทู ่ี หนา้ ตา และการตกแต่ง
เบือ้ งตน้
(๔ช่ัวโมง) เก่ียวขอ้ งได้ อนื่ ๆ

2.2 สามารถประกอบ

กระปุกออมสินจาก

กะลามะพร้าว

2.3 สามารถดูแลรักษา

กระปุกออมสินจาก

กะลามะพรา้ ว

3.1 สามารถเรยี นรู้ 3. การจดั การตลาด 3.1 บรรยายองค์ 1

พืน้ ฐานการตลาดได้ เบื้องต้นและการบรรจุ ความรู้เก่ยี วกบั การ

- การควบคมุ คุณภาพ ภณั ฑ์ ควบคุมการทากระปกุ

กระปุกออมสนิ จาก 3.1 การตลาดชมุ ชน ออมสินจาก

กะลามะพรา้ ว 3.2 การออกแบบบรรจุ กะลามะพร้าวและการ

- ลดต้นทุน ภณั ฑ์ บรหิ ารการตลาด ๑๑

3.2 สามารถเรยี นร้ถู งึ 3.3 มาตรฐาน 3.2 การบรหิ ารจดั การ

พืน้ ฐานการพัฒนาบรรจุ ผลิตภัณฑ์ชมุ ชน การตลาดพ้นื ฐาน การ

ภณั ฑ์ 3.4 การตลาดออนไลน์ พัฒนาบรรจุภัณฑ์ท่ี

3.3 สามารถวาง เหมาะสมกับสินคา้ ๑

แผนการกาหนด 3.3 การวางแผนการ

มาตรฐานผลิตภณั ฑ์ ดาเนินงาน การ

ชมุ ชนได้ ควบคมุ มาตรฐาน

ผลติ ภัณฑ์ของชุมชน

การควบคมุ มาตรฐาน

ผลติ ภณั ฑข์ องชุมชนให้

อยู่ระดบั แนวหนา้ และ

มคี วามน่าเช่อื ถอื ของ

ผู้บรโิ ภค

1. สามารถคานวน 1. การคานวนตน้ ทนุ 1. อธบิ ายและศึกษา 3 1

ตน้ ทนุ และกาไรได้ และกาไร จากใบความรู้ในการ

2. รู้จกั แหล่งเงนิ ทนุ ๒.แหล่งเงนิ ทนุ และการ คานวณต้นทนุ และ

และการเข้าถึงการขอ เข้าถึงการขอสนิ เช่ือจาก กาไรการจดั ใหผ้ ู้เรยี น

สนิ เช่อื จากสถาบนั สถาบันการเงิน ศึกษาเนื้อหาจากใบ

การเงินเพ่ือลงทนุ ใน ๓. การบริหารจดั การ ความรูแ้ ละคน้ ควา้ จาก

อาชีพ หนสี้ นิ และการบริหาร Google

๓.เขา้ ใจวธิ กี ารบริหาร สญั ญา ๒.จัดเวทเี สวนาและ

จดั การหนี้สนิ และการ การแนะแนวจาก

บรหิ ารสัญญาได้ ตัวแทนสถาบันการเงิน

๔. ผู้เรยี นสามารถ เรอ่ื ง แหล่งเงินทุนและ

เรอื่ ง จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เนือ้ หา การจดั กระบวนการ ชวั่ โมง

เรียนรู้ ทฤษฎี ปฏิบัติ รวม

จดั ทาบัญชคี รัวเรือน ๔. การจดั ทาบญั ชี การเข้าถงึ การขอ 5๐
ครวั เรือน
สินเชื่อจากสถาบัน

การเงนิ การบริหาร

จัดการหนี้สนิ และการ

บริหารสญั ญา

๓.ผู้เรียนฝกึ จดั ทาบัญชี

ครัวเรอื น แลว้ จัด

กจิ กรรมการสนทนา

แลกเปลยี่ นข้อมลู ความ

คดิ เหน็ เพ่ือสร้าง

แนวคดิ ในการดาเนนิ

กิจกรรมการเรยี นรู้

รวม ๘ ๔๒

สอื่ การเรยี นรู้
ในการจัดการเรยี นรู้ ใชส้ อื่ การเรยี นรูท้ หี่ ลากหลาย ไดแ้ ก่ ส่อื สง่ิ พมิ พ์ สอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ สอ่ื บุคคล

ภูมปิ ญั ญา แหล่งเรยี นร้กู ล่มุ การทากระปุกออมสินจากกะลามะพร้าว

การวดั และประเมินผล
1. การประเมนิ ความรภู้ าคทฤษฎรี ะหวา่ งเรียนและจบหลักสตู ร
2. การประเมนิ ผลงานระหว่างเรยี นจากการปฏบิ ตั ิ ได้ผลงานที่มคี ณุ ภาพสามารถสรา้ งรายได้ และจบ

หลักสูตร

การจบหลักสตู ร
1. มีเวลาเรียน ไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 80
2. มผี ลการประเมินตลอดหลกั สูตร ไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ 60
3. มผี ลงานทมี่ ีคุณภาพ

เอกสารหลักฐานการศกึ ษา
1. หลักฐานการประเมินผล
2. ทะเบียนคุมวุฒบิ ตั ร
3. วุฒบิ ัตร ออกโดยสถานศึกษา

การเทยี บโอน
ผเู้ รยี นท่ีจบหลกั สตู รนสี้ ามารถนาไปเทียบโอนผลการเรียนร้กู ับหลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษา

ขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 ในสาระการประกอบอาชพี วิชาเลือกทีส่ ถานศึกษาได้จัดทาข้ึน

1. พ้ืนฐานการทากระปกุ ออมสนิ จากกะลามะพร้าว
มะพรา้ ว เป็นพชื ยืนตน้ ชนิดหนงึ่ อยใู่ นวงศ์ปาล์ม (Arecaceae) และเป็นสปีชีส์เดียวของสกุล Cocos ที่ยังมี

ชีวิตอยู่ มะพร้าว เป็นพืชซ่ึงสามารถใช้ประโยชน์ได้ในหลายทาง เช่น น้าและเนื้อมะพร้าวอ่อนใช้รับประทาน เน้ือใน
ผลแก่นาไปขูดและค้ันทากะทิ กะลานาไปประดิษฐ์ส่ิงของต่าง ๆ เช่น กระบวย โคมไฟ ฯลฯ นอกจากน้ีมะพร้าว
จัดเป็นพรรณไม้มงคลชนิดหนึ่ง ตามตาราพรหมชาติฉบับหลวง ได้กาหนดให้ปลูกมะพร้าวไว้ทางทิศตะวันออกของ
บา้ น เพ่ือความสริ มิ งคล

มะพร้าว มีช่ือวิทยาศาสตร์ว่า Cocos nucifera L. อยู่ในตระกูล Palmae มีระบบรากเป็นรากฝอยมีขนาด
เทา่ ๆ กนั แผ่กระจายออกรอบตน้

ลาต้น มีลาต้นเดียว ไม่แตกแขนง มีรอยแผลจากการหลุดร่วงของใบตลอดลาต้น สามารถคานวณอายุของต้น
มะพร้าวได้จากรอยแผลน้ี คือ ในปีหนงึ่ มะพร้าวจะสร้างใบประมาณ 12- 14 ใบ ดังนั้นใน 1 ปี จะมีรอยแผลที่ลาต้น
12 – 14 รอยแผล

ใบ เป็นใบประกอบ ออกอยู่ตามส่วนของลาต้น ประกอบด้วยก้านทาง ( rechis ) มีขนาดใหญ่และยาว และมี
ใบย่อย ( leaflet ) บนกา้ นทางประมาณ 200 – 250 ใบ

ดอก ออกเป็นช่อชนิดพานิเคิล มีท้ังดอกตัวผู้และดอกตัวเมีย อยู่ในช่อเดียวกัน ดอกมีกลีบดอก 6 กลีบ สี
ครีมหรอื สีเหลืองนวล ไม่มีกา้ นดอกยอ่ ยดอกตัวเมียจะมกี ลีบดอกหนาและแข็งกว่ากลบี ดอกตัวผู้

ผล มะพร้าวเปน็ ชนดิ ไฟบรสั ดรปุ ( fibrous drupe ) เรยี กว่า นทั ( nut ) มเี ปลอื ก 3 ชนั้ คอื
1. เปลือกชัน้ นอก ( exocarp ) เป็นเส้นใยท่ีเหนียวและแขง็ เมอื่ แกอ่ าจมสี เี ขยี ว แดง เหลืองหรอื น้าตาล
2. เปลือกชนั้ กลาง ( mesocarp ) มลี กั ษณะเป็นเสน้ ใย มคี วามหนาพอประมาณ
3. เปลือกชัน้ ใน ( endocarp ) มีลกั ษณะแข็งหรือท่ีเรยี กกันว่า กะลา ( shell )
เมล็ด ( seed of kernel ) คือ เน้ือมะพร้าว ภายในเมล็ดเป็นช่อกลวงขณะผลอ่อนจะมีน้าอยู่เต็ม ผลแก่น้า
มะพร้าวจะแหง้ ไปบางส่วน
พันธ์ุ มะพร้าวเป็นพืชผสมข้ามพันธ์ุ แต่ละต้นจึงไม่เป็นพันธุ์แท้ อาศัยหลักทางการผสมพันธุ์ท่ีเป็นไปโดย
ธรรมชาติ อาจแบ่งมะพร้าวออกเปน็ 2 ประเภท คือ ประเภทตน้ เตีย้ และประเภทตน้ สูง
ประเภทต้นเตี้ย มะพร้าวประเภทน้ี มีการผสมตัวเองค่อนข้างสูง จึงมักให้ผลดกและไม่ค่อยกลายพันธ์ุ ส่วน
ใหญ่นิยมปลูกไว้เพ่ือรับประทานผลอ่อน เพราะในขณะท่ีผลยังไม่แก่ อายุประมาณ 4 เดือน เนื้อมีลักษณะอ่อนนุ่ม
และนา้ มีรสหวาน บางพันธน์ุ า้ มีคณุ สมบตั ิพเิ ศษ คอื มกี ลิ่นหอม

ลักษณะทว่ั ไปของประเภทต้นเตีย้ ลาตน้ เล็ก โคนต้นไม่มสี ะโพก ตน้ เต้ีย โตเต็มทีส่ งู ประมาณ 12 เมตร ทาง
ใบส้ัน ถ้ามีการดูแลปานกลางจะเริ่มให้ผลเม่ืออายุ 3-4 ปี ให้ผลผลิตประมาณ 35-40 ปี มะพร้าวประเภทต้นเต้ียมี
หลายพันธุ์ แต่ละพันธ์ุมีลักษณะแตกต่างกัน เช่น เปลือกสีเขียวเหลือง นวล (สีงาช้าง) น้าตาลแดง หรือสีส้ม น้ามีรส
หวาน มีกล่ินหอม มะพร้าวต้นเต้ียทุกพันธ์ุจะมีผลขนาดเล็ก เม่ือผลแก่มีเนื้อบางและน้อย ซึ่งได้แก่พันธ์ุ นกคุ่ม หมูสี
เขียว หมู่สีเหลือง หรือนาฬิกา มะพร้าวเตี้ย น้าหอม และมะพร้าวไฟ แต่ปัจจุบันมะพร้าวน้าหอมกาลังเป็นพืช
เศรษฐกิจอีกชนิดหน่ึง ที่นิยมใช้ในการบริโภคสดและส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ตลอดจนใช้เป็นวัตถุดิบใน
อุตสาหกรรมเคร่อื งดืม่

ประเภทตน้ สูง ตามปกติมะพรา้ วตน้ สูงจะผสมขา้ มพันธ์ุ คอื ในแต่ละชอ่ ดอก (จั่น) หนึง่ ๆ ดอกตัวผู้จะค่อย ๆ
ทยอยบาน และร่วงหล่นไปหมดก่อนท่ีดอกตัวเมียในจ่ันน้ันจะเร่ิมบาน จึงไม่มีโอกาสผสมตัวเอง มะพร้าวประเภทน้ี
เปน็ มะพร้าวเศรษฐกิจส่วนใหญ่ปลูกเป็นสวนอาชีพ เพ่ือใช้เน้ือจากผลแก่ไปประกอบอาหาร หรือเพื่อทามะพร้าวแห้ง
ใชใ้ นอุตสาหกรรมนา้ มันพชื

ลักษณะทั่วไปของประเภทต้นสูง ลาต้นใหญ่ โคนต้นมีสะโพกใหญ่ ต้นสูง โตเต็มที่สูงประมาณ 18 เมตร
ทางใบใหญ่และยาว ถ้ามีการดูแลปานกลางจะเริ่มให้ผลเม่ืออายุ 5-6 ปี อายุยืนให้ผลผลิตนานประมาณ 80 ปี
มะพร้าวตน้ สงู มผี ลโตเนอื้ หนาปรมิ าณเน้อื มาก มลี ักษณะภายนอกหลายอย่างท่ีแตกต่างกัน เช่น ผลขนาดกลาง ขนาด
ใหญ่ รูปผลกลม ผลรี บางพันธุ์เปลือกมีลักษณะพิเศษ คือ ในขณะที่ผลยังไม่แก่ เปลือกตอนส่วนหัวจะมีรสหวานใช้
รับประทานได้ จึงมีชื่อเรียกต่าง ๆ กัน ได้แก่พันธุ์กะโหลก มะพร้าวใหญ่ มะพร้าวกลาง ปากจก ทะลายร้อย เปลือก
หวานและมะแพร้ว มะพร้าวพันธุ์ลูกผสมแม้ว่ามะพร้าวพื้นเมืองท่ีเกษตรกรปลูกกันมาแต่ดั้งเดิม จะมีลักษณะดีหลาย
อย่าง เช่น มขี นาดผลค่อนขา้ งโต และทนทานตอ่ สภาพอากาศแล้งได้ดี แต่ในวงการอตุ สาหกรรมมะพร้าวในปัจจุบันได้
พัฒนาทางด้านคุณภาพมะพร้าวมากมาย โดยเฉพาะอย่างย่ิงปริมาณเปอร์เซ็นต์น้ามัน ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร กรม
วิชาการเกษตรมีหน้าที่รับผิดชอบด้านวิจัยและพัฒนามะพร้าวได้ผลิตมะพร้าวพันธ์ุลูกผสม ซ่ึงได้ผ่านการรับรองพันธุ์
ออกมาแล้ว 2 พันธุ์ ดงั นี้

พันธ์ุสวีลูกผสม 1 (Sawi Hybrid No.1) เป็นมะพร้าวพันธ์ุลูกผสมที่เกิดจากการผสมระหว่างมะพร้าวพันธ์ุ
มลายูสีเหลืองต้นเต้ีย x เวสท์อัฟริกันต้นสูง (MYD x WAT) ลักษณะเด่นของมะพร้าวพันธ์ุน้ีคือมีอายุการตกผลเร็ว
สามารถเก็บผลผลิตได้ในปีท่ี 5 ผลผลิตเฉลี่ย 2,781 ผลต่อไร่ หรือคิดเป็นน้าหนักแห้ง 566 กก.ต่อไร่ จากจานวน
มะพร้าว 22 ต้นต่อไร่ เนื้อมะพร้าวแห้งมีเปอร์เซ็นต์น้ามันสูงถึง 64 เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นมะพร้าวที่เหมาะสาหรับ
อุตสาหกรรมน้ามนั มะพร้าวมาก

พันธชุ์ ุมพรลูกผสม 60-1 (Chumphon Hybrid 60-1) เปน็ มะพร้าวลูกผสมท่เี กิดจากการผสมระหว่างพันธุ์
เวสท์อัฟริกันต้นสูง x ไทยต้นสูง สามารถเก็บผลผลิตได้ในปีท่ี 5 หลังจากปลูก ขนาดผลมีต้ังแต่ขนาดกลางถึงขนาด
ใหญ่ ผลผลิตเฉล่ีย 2,257 ผลต่อไร่ หรือคิดเป็นน้าหนักมะพร้าวแห้งสูงถึง 628 กก.ต่อไร่ เนื้อมะพร้าวแห้งมี
เปอร์เซ็นต์น้ามันสูง 63 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากขนาดผลของมะพร้าวพันธ์ุนี้ค่อนข้างโตกว่าพันธุ์สวีลูกผสม 1 จึง
สามารถจาหนา่ ยไดท้ ั้งผลสดและในรปู มะพร้าวแห้งสง่ โรงงานสกดั น้ามัน มะพรา้ วลูกผสมท้งั 2 พันธ์ุ ให้ผลผลิตสูงกว่า
พนั ธุ์พ้นื เมืองเกือบ 2 เท่า กล่าวคือ พันธุ์ไทยให้ผลผลิต 1,084 ผลต่อไร่ คิดเป็นผลผลิตเน้ือมะพร้าวแห้ง 374 กก.
ตอ่ ไร่ และมปี รมิ าณเปอร์เซ็นต์น้ามนั 59-60 เปอร์เซน็ ต์

ความรู้เร่ืองกะลามะพร้าว
วัสดุเหลอื ใชอ้ ย่างหนง่ึ ของมะพรา้ วคือ “กะลามะพร้าว” ในอดีตเม่ือเอาเนอื้ ออกใช้ประโยชนห์ มดแลว้ กเ็ ปน็

เศษวสั ดุท่ไี มค่ ่อยมีราคาค่างวดสักเทา่ ไร คนสมัยก่อนมกั นาไปใช้ทาเชือ้ เพลงิ หรือทาเคร่ืองใชใ้ นครัวเรือน เช่น
กระบวยตกั น้า ทัพพี ถ้วย ชาม ฯลฯ ความสาคัญของกะลามะพร้าวในสมัยก่อนมีคา่ ไม่มากนัก และมกั จะมีการเปรียบ
เปรยคนทใี่ ช้ชวี ติ อยา่ งไร้คณุ ค่า ว่าเหมอื นกบั กะโหลกกะลา ทางภาคใต้ผูท้ ีช่ อบเถลไถลไม่ประกอบอาชีพอะไรเป็นหลัก
แหลง่ มักจะถูกเรียกขานวา่ “ไอ้พลกไอ้ต้อ” ซงึ่ เป็นการบง่ บอกถึงความไร้คา่ เสมอเหมือนดัง่ กะลา ต่อมาภูมิปัญญา
ไทยจากหลายแหลง่ ท่ัวทกุ ภาคของประเทศ ได้คดิ ประดษิ ฐ์โดยการนากะลามะพร้าวมาเปน็ วสั ดุเพอ่ื เพมิ่ คุณคา่ จาก
กะลาท่ีไรค้ า่ จงึ ได้รับการพัฒนามาเปน็ ผลิตภัณฑท์ ี่ได้รับความสนใจจากผูค้ น ในรปู แบบเคร่ืองใช้ในครวั เรือนเคร่ือง
ตกแต่งบา้ น อาทิ โคมไฟ ตะเกียงเจา้ พายุ ฯลฯ เครอ่ื งประดบั เคร่อื งแต่งกายสุภาพสตรี อาทิ กระเปา๋ ถือ เข็มขัด เข็ม
กลัด ปนิ่ ปักผม สรอ้ ย ฯลฯ ซ่ึงผลิตภัณฑ์เหลา่ นี้เปน็ ทนี่ ยิ มของชาวไทย และชาวต่างชาติในปัจจบุ นั นบั เปน็ การสรา้ ง
รายไดใ้ หแ้ กค่ นไทยท่ีมีชีวิตเก่ียวขอ้ งกบั มะพรา้ วไดเ้ ปน็ อยา่ งดี

ความปลอดภยั ในอาชีพ
ความปลอดภัยในอาชีพ หมายถึง ความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยที่ดีในการท างานของผู้ประกอบอาชีพ

ในสาขาตา่ งๆในทน่ี ีจ้ ริงๆแลว้ มาจากคาภาษาองั กฤษท่วี ่า "Occupational Safety and Health" ผู้ ประกอบอาชีพใน
โรงเรยี น ไดแ้ ก่ ผูบ้ ริหาร ครู นกั เรียน เจ้าหน้าท่ีด้านต่างๆ ลูกจ้าง คนงาน ยาม เป็นต้น แต่ จริงๆ แล้ว ผู้ที่ต้องมีส่วน
เขา้ มาเก่ียวข้อง หรอื ได้รับผลกระทบ โดยตรงในด้านความปลอดภัยในการทางาน โดยเฉพาะท่ีเกี่ยวกับนักเรียนความ
ปลอดภัยในการท างานเป็นสิ่งสาคัญที่พนักงาน ต้องตระหนักและพึงระลึก ถึงตลอดเวลาท่ีปฏิบัติงานเพราะหากเกิด
อุบตั ิเหตจุ ะนามาซึ่งความสูญเสยี ท้งั ต่อชีวติ และทรพั ยส์ นิ

คุณธรรมในการประกอบอาชีพ
คุณธรรม ในการประกอบอาชีพ หมายถึง การกระทาทเี่ ปน็ ประโยชนต์ ่อการประกอบ อาชพี ซงึ่ ก่อให้เกิด

ผลผลิต และรายได้โดยไม่เบียดเบียน หรอื ทาให้ ผอู้ ่ืน เดือดร้อน และเป็นทย่ี อมรับของสังคม
ผ้ปู ระกอบอาชีพทุกคนต้องมีคณุ ธรรมในการประกอบอาชีพ เพื่อธามรงค์ศักด์ิศรขี องมนุษย์เกดิ ความ

ภาคภมู ิใจ ในตนเอง ช่วยเสรมิ สร้างบคุ ลิกท่ีดี สรา้ งความสาเรจ็ มน่ั คงและปลอดภยั ในการประกอบอาชีพคุณธรรม
พ้นื ฐาน ท่ีประกอบอาชีพทกุ คนควรมี ไดแ้ ก่

๑. ความรบั ผดิ ชอบ คือ การรบั รู้และสานึกในการกระทาของตนอย่างเตม็ ใจ
๒ .ความมีระเบยี บวนิ ยั คอื การปฏบิ ัติตนตามขอ้ กาหนด คาสงั่ ขอ้ บังคบั ท่ีเกย่ี วขอ้ งกับการทางาน
๓. ความเสยี สละ หมายถงึ การยอมเสยี ส่ิงที่เป็นของตนเองเพอ่ื ให้เกิดประโยชนแ์ ก่ผู้อื่น หรือสังคม
๔. ความสามัคคี คือ ความพร้อมเพรียงของหมู่คณะ ซ่ึงในการปฏิบัติงานใดๆ จะสาเร็จลุล่วงได้ดีนั้น จะต้อง
เกิดความสามัคคี
๕. ความซอื่ สัตย์สุจริต คือ การประพฤติปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมา ทั้งทางกายทางวาจาและทางใจ ไม่คดโกง
เอาเปรียบ
2. ความร้พู ืน้ ฐาน การเลอื กรปู ทรงกะลา การตดั กะลา การตะไบ การขัดเงา

การเลอื กรูปทรงกะลาทตี่ ้องการ

การตัดกะลา

การตะไบกาจัดเสี้ยนออก
การขัดเงาดว้ ยกระดาษทราย
การตัดตกแต่งทาสว่ น หัว แขน ขา

การข้ึนรูปทาสว่ น ตวั กระปกุ ออมสิน

การทาแขน ขา หนา้ ตา และการตกแต่ง อื่นๆ
วสั ดอุ ุปกรณ์

1. กะลามะพร้าว
2. เศษไม้ (สาหรบั ทาขาของกะลา)
3. แลกเกอร์
4. กระดาษทราย
5. เล่อื ย
6. สวา่ น
7. กาวตราช้าง
8. ตะไป

วธิ กี ารทา

1 .นากะลามาผา่ ออกเป็น 2 ซกี
2.ใช้ตะไปและกระดาษทรายขัดกะลาและใช้สว่านไฟฟ้าเจาะเพื่อทาเป็นช่องหลอดเหรียญ
3.นากะลาและเศษไมม้ าพน่ แลก็ เกอร์
4.นากะลาท้ัง 2 ซีกมาตดิ กาวตราช้างนาเศษไมม้ าติดกาวตราชา้ งเพอื่ ทาเปน็ ขาต้งั
5.นากะลามะพร้าวมาตดั เป็นสว่ น ตา เขา หู ของกระปกุ ออมสิน

การจดั การตลาดเบ้ืองต้นและการบรรจุ
การจัดการตลาดเบ้อื งตน้
ขนั้ ตอนที่ ๑ การตลาดชุมชน
การจัดการตลาดชุมชนโดยมีการนาสนิ คา้ ไปวางตามตลาดชุมชนดังตอ่ ไปน้ี
1. ขายทีบ่ ้านให้กับคนในชุมชน
2. การไปจาหน่ายตามจุดจาหน่ายในชุมชนหรอื ได้รับการสนับสนนุ จากโครงการภาครฐั เชน่ ศูนย์ OTOP ตาบล
3. แสดงสนิ ค้าจาหน่ายตามงานประเพณีทจี่ ดั ขึ้นตามจังหวัดหรืออาเภอตา่ ง ๆ
4. ขายออนไลนผ์ ่าน เพจ เฟสบคุ๊
ขน้ั ตอนท่ี 2 มาตรฐานผลติ ภัณฑ์ชุมชน การทากระปุกออมสินจากกะลามะพร้าว 1 ตาบล 1 ผลติ ภณั ฑ์ ทมี่ กี ารจด
ทะเบยี น วสิ าหกิจ ชุมชนระดับกล่มุ พฒั นาอาชีพระดับอาเภอภเู วียง
ขนั้ ตอนที่ 3 การตลาดออนไลน์ ขายออนไลน์ผ่าน เพจเฟสบุค๊ และ เพจ OOCC กศน.กศน.ตาบลหนองกุงธนสาร

การบริหารหน้สี ินและบญั ชเี บ้อื งตน้
ข้นั ตอนที่ ๑ การคานวณตน้ ทุน กาไร ค่าวัสดุ (กระปกุ ออมสนิ 1 ตัว)

1. กระดาษทราย 5 บาท
2. แลคเกอร์ 80 บาท (1 กระป๋องพน่ ได้ 15 ตัว) = ตวั ละ 5 บาท
3. กาวตราช้าง 30 บาท
4. คา่ แรง -
รวมงบประมาณทงั้ สิน้ 40 บาท/ตวั
- คา่ ใช้จา่ ยในการผลิตอน่ื ๆ ข้ึนอยกู่ บั ขนาดของชิน้ งาน
ราคาต้นทนุ ต่อตัว 40 บาท
ราคาขายสง่ ต่อตัว 99 บาท
กาไรต่อตัว 59 บาท
1 วนั สามารถผลิตได้ 5 ตัว คดิ เป็นกาไร 295 บาท/วนั
ข้นั ตอนที่ ๒ แหลง่ เงนิ ทนุและการกู้ยมื
๑. ธนาคารออมสิน
๒. ธนาคาร ธกส.

ขัน้ ตอนท่ี ๓ การบรหิ ารหน้ีสินและการบรหิ ารสัญญา
การเป็นหน้ีไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายเสมอไป เพราะบางคร้ังเราอาจต้องใช้เงินเพื่อซ้ือสินค้าและบริการท่ีจาเป็นต่อ

การดารงชีวิตและอนาคตแตย่ ังมเี งนิ ไม่พอในตอนนี้ เชน่ บา้ น การทากิจการส่วนตัว ซ่ึงหลักการสาคัญในการตัดสินใจ
เป็นหนี้คือ ควรเลือกก่อหน้ีดีซึ่งได้แก่ หนี้ท่ีจะสร้างอนาคตหรือความม่ันคงระยะยาวและหลีกเลี่ยงการก่อหน้ีที่พึง
ระวังซึ่งได้แก่ หนี้ท่ีไม่ก่อให้เกิดรายได้เพ่ิมหรือไม่ได้ช่วยเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน เช่น หนี้เพ่ือการอุปโภคบริโภค
เป็นต้น เพราะเม่ือเป็นหนี้แล้วเรามีหน้าที่ต้องใช้คืนเงินต้นรวมถึงดอกเบี้ย ค่าปรับ และค่าใช้จ่ายอ่ืน ๆ ท่ีจะตามมา
ทัง้ หมด

ข้ันตอนท่ี ๔ การจัดทาบญั ชีครวั เรอื น
บัญชคี รัวเรือน คอื การทาบัญชเี พอ่ื บันทกึ ข้อมูลรายรับรายจ่ายประจาวนั หรือบนั ทกึ ข้อมูลอ่ืน ๆ ในชีวิต และ

ในครอบครัว เช่น บัญชีทรัพย์สิน พันธ์ุพืช พันธ์ุไม้ บัญชีความรู้ความคิดของเรา บัญชีผู้ทรงคุณ บัญชีเด็กและ เยา
ชนของเรา หรือจะเป็นบัญชีภูมิปัญญาด้านต่างๆ ซ่ึงเราสามารถจดบันทึกเร่ืองราว สิ่งหรือเร่ืองราวในชีวิตได้ เช่นกัน
เรยี นรกู้ ารทาบัญชีครัวเรือนกันเถอะ การทาบัญชีครัวเรือนถือเป็นวิธีหนึ่งท่ีจะช่วยให้เราได้ทราบข้อมูลต่าง ๆ ในการ
ใช้จา่ ยรวมถงึ รายรบั ในแตล่ ะวนั เพ่อื เป็นขอ้ มูลในการประเมินสภาวะของการเงินของเราเองว่าเป็นอย่างไร จะได้เป็น
ขอ้ มลู ในการวางแผนการดาเนิน ชวี ิตประจาวัน ข้อดีในการทาบัญชีครัวเรือน การทาบัญชีครัวเรือนเป็นการจดบันทึก
รายการการดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ท้ังรายรับท่ีได้มากับรายจ่าย ซ่ึงทาให้ทราบ สถานะในสภาวะทางการเงิน ง่ายต่อ
การตรวจสอบ ช่วยควบคุมรักษาการใช้จ่าย เพื่อจะได้แก้ไขปรับปรุงในการใช้ จ่ายได้ทัน ช่วยในการวิเคราะห์แก้ไข
ปัญหาหนี้สินตา่ ง ๆ ได้ ขั้นตอนท่ี ๔ การจัดทาบัญชีครัวเรือน เริ่มต้นทาบัญชีครัวเรือนได้อย่างไร เราสามารถเริ่มต้น
ทาบัญชีครัวเรือนอย่างง่าย ๆ เพียงแค่หาสมุดมาหน่ึงเล่ม และหาปากกาหรือดินสอ สาหรับเขียนลงไปในสมุดบัญชี
ครัวเรือน ทาได้หลากหลายรปู แบบ ปกตแิ ลว้ ควรจัดทาตารางเปน็ 5 ชอ่ งดว้ ยกนั ประกอบด้วย

1.วนั เดอื นปีท่ีเกดิ รายการนน้ั ๆ
2.รายการทีป่ ฏบิ ตั ิ
3.รายรับ
4.รายจา่ ย
5.ยอดคงเหลือซึ่งเป็นช่องสรุปยอดเงินคงเหลือในแต่ละวัน ใช้เวลาต่อวันไม่นาน ก็จะได้ทราบข้อมูลทาง
การเงนิ ไวส้ าหรบั นาไปวางแผนการเงินของครอบครวั ได้อย่างคลอ่ งตัว

หลักการในการบันทกึ บัญชคี รัวเรือน
มองภาพใหญ่ของปีหนึ่ง ๆ ก่อนว่ามีรายการอะไรบ้าง เช่น รายจ่ายท่ีค่อนข้างคงท่ี พวกค่าเรียนหนังสือลูก

ค่าอาหาร ค่าน้ามันรถ ค่าไฟฟ้า ฯลฯ ลาดับต่อไปมองภาพหนี้สินที่เป็นภาพใหญ่เป็นภาระที่ต้องชดใช้คืนในอนาคต
เช่น การกู้ยืมเงินจากธนาคารต่าง ๆ การเช่าซื้อ การจานา การจานอง การขายฝาก เป็นต้นเงินคงเหลือ ที่เป็น
รายการจากการนารายรับมาหักรายจ่ายแล้ว หากมีรายรับมากกว่ารายจ่ายจะเกิดเงินท่ีเรียกว่ากาไร แต่หากนา
รายรับหกั รายจ่ายแล้วพบว่ารายจ่ายมากกว่ารายรบั และทาให้เงินคงเหลอื ติดลบ เราจะเรยี กว่า ภาวะขาดทนุ

บรรณานุกรม

https://slideplayer.in.th/slide/16715913/โครงงานกระปุกออมสินจากกะลามะพรา้ ว
https://www.ldd.go.th/link_vetiver/index.htm การจัดทาบญั ชคี รวั เรือน
https://th.wikipedia.org/wiki/มะพร้าว

คณะท่ปี รึกษา คณะผจู้ ัดทา
นายถาวร พลดี ี
พ.อ.อ.กฤชพล พรมลี ผู้อานวยการ สานกั งาน กศน.จังหวัดขอนแกน่
นางหทยั กาญจน์ สรอ้ ยงาม รองผู้อานวยการสานักงาน กศน.จังหวัดขอนแก่น
นางสาวฐภิ าภรณ์ แสนจนั แดง ผ้อู านวยการ กศน. อาเภอภูเวียง
นางสาวกลุ ภานัน เชือ้ นดิ ครู
ครผู ชู้ ่วย
คณะพัฒนาหลักสตู ร
นางหทัยกาญจน์ สรอ้ ยงาม ผอู้ านวยการ กศน. อาเภอภเู วียง
นางสาวฐิภาภรณ์ แสนจนั แดง ครู
นางสาวกลุ ภานนั เชอื้ นดิ ครผู ้ชู ว่ ย
นางอุไรวรรณ อคั ฮาด ครู กศน.ตาบล
นายอนุรกั ษ์ ศกั ด์ิทเี หลา ครู กศน.ตาบล
นายอดุ มพล เหลา่ สีคู ครู ศรช.

คณะบรรณาธิการ ผอู้ านวยการ กศน. อาเภอภูเวยี ง
นางหทยั กาญจน์ สร้อยงาม ครู
นางสาวฐภิ าภรณ์ แสนจนั แดง ครูผูช้ ่วย
นางสาวกุลภานนั เชอ้ื นิด ครู กศน.ตาบล
นางอไุ รวรรณ อัคฮาด ครู กศน.ตาบล
นายอนุรักษ์ ศักด์ิทเี หลา ครู ศรช.
นายอดุ มพล เหล่าสีคู
ครู กศน.ตาบล
ออกแบบปก/รูปเล่ม
นายอนรุ กั ษ์ ศักด์ิทเี หลา ครู กศน.ตาบล

เรยี บเรยี งเนือ้ หา/จัดพมิ พ์
นายอนุรักษ์ ศกั ดิ์ทีเหลา


Click to View FlipBook Version