The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือสารสนเทศ ปีการศึกษา 2567

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Narongdet Sosannoi, 2024-06-04 03:23:58

คู่มือสารสนเทศ ปีการศึกษา 2567

คู่มือสารสนเทศ ปีการศึกษา 2567

ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 (วิทย์ – คณิต) ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 รหัส รายวิชา/กิจกรรม นก./ชม ชม. รหัส รายวิชา/กิจกรรม นก./ชม ชม. รายวิชาพื้นฐาน รายวิชาพื้นฐาน ท33101 ภาษาไทย 5 1.0 (40) 2 ท33102 ภาษาไทย 6 1.0 (40) 2 ค33101 คณิตศาสตร์5 1.0 (40) 2 ค33102 คณิตศาสตร์6 1.0 (40) 2 ส33101 สังคมศึกษา 5 1.0 (40) 2 ส 33102 สังคมศึกษา 6 1.0 (40) 2 พ33101 สุขศึกษา 3 0.5 (20) 1 พ 33102 พลศึกษา 3 (กิจกรรมเข้าจังหวะ ลิลาศ) 0.5 (20) 1 อ33101 ภาษาอังกฤษ พื้นฐาน 5 1.0 (40) 2 อ33102 ภาษาอังกฤษ พื้นฐาน 6 1.0 (40) 2 ว30144 วิทยาศาสตร์กายภาพ 2 (ฟิ สิกส์) 2.0 (80) 4 ว33161 โลกดาราศาสตร์และอวกาศศ 1.0 (40) 2 ว30143 วิทยาศาสตร์กายภาพ (เคมี) 1.5 (60) 3 รวมหน่วยกิตพื้นฐาน 4.5(180) 9 รวมหน่วยกิตพื้นฐาน 9.0(360) 18 รายวิชาเพิ่มเติม รายวิชาเพิ่มเติม ว33205 ฟิ สิกส์เพิ่มเติม 5 2.0 (80) 4 ค33202 คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 6 1.5 (60) 3 ว33225 เคมีเพิ่ม 5 1.5 (60) 3 ว33244 ชีววิทยา เพิ่มเติม 4 1.5 (60) 3 ว33245 ชีววิทยา เพิ่มเติม 5 1.5 (60) 3 ค33201 คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 5 1.5 (60) 3 ว30254 โครงงานคอมพิวเตอร์ 1.0 (40) 2 อ30217 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 5 0.5 (20) 1 อ30218 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 6 0.5 (20) 1 อ30207 เสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ 1 0.5 (20) 1 อ30208 เสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ 2 0.5 (20) 1 ว30253 ตัดต่อวิดีโอและสื่อออนไลน์ 1.0 (40) 2 ง 30284 งานเขียนแบบ 1.0 (40) 2 ง30283 โครงงานอุตสาหกรรม 1 1.0 (40) 2 ศ33102 ศิลปะ 6 (ดนตรี) 0.5 (20) 1 ศ33101 ศิลปะ 5 (ดนตรี) 0.5 (20) 1 ง30213 การค้นคว้าเพื่อการศึกษาต่อ 0.5 (20) 1 รวมหน่วยกิตเพิ่มเติม 10.5(420) 21 รวมหน่วยกิตเพิ่มเติม 6.5 (260) 13 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แนะแนว 0.0 (20) 1 แนะแนว 0.0 (20) 1 ชุมนุม 0.0 (20) 1 ชุมนุม 0.0 (20) 1 กก.เพื่อสังคม 0.0 (20) 1 กก.เพื่อสังคม 0.0 (20) 1 รวม 0.0 (60) 3 รวม 0.0 (60) 3 รวมหน่วยกิตทั้งหมด 15.0(660) 33 รวมหน่วยกิตทั้งหมด 15.5(680) 34 หมายเหตุ วิชาต้านทุจริตบูรณาการในรายวิชาสังคมศึกษาฯ 45


ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 4 (ศิลป์– ภาษาอังกฤษ ) ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 รหัส รายวิชา/กิจกรรม นก./ชม. ชม. รหัส รายวิชา/กิจกรรม นก./ชม. ชม. รายวิชาพื้นฐาน รายวิชาพื้นฐาน ท31101 ภาษาไทย 1 1.0 (40) 2 ท31102 ภาษาไทย 2 1.0 (40) 2 ค31101 คณิตศาสตร์1 1.0 (40) 2 ค31102 คณิตศาสตร์2 1.0 (40) 2 ว31103 วิทยาการค านวณ 1 1.0 (40) 2 ว31104 การออกแบบและคอมพิวเตอร์ กราฟฟิ ก 1.0 (40) 2 ส31101 สังคมศึกษา 1 1.0 (40) 2 ส31103 สังคมศึกษา 2 1.0 (40) 2 ส31102 ประวัติศาสตร์1 0.5 (20) 1 ส31104 ประวัติศาสตร์2 0.5 (20) 1 พ31101 สุขศึกษา 1 0.5 (20) 1 พ31102 พลศึกษา 1 (ศิลปะป้ องกันตัว ยูโด) 0.5 (20) 1 ศ31101 ศิลปะ 1 (ทัศนศิลป์ ) 0.5 (20) 1 ศ31102 ศิลปะ 2 (ทัศนศิลป์ ) 0.5 (20) 1 ง31101 การงานอาชีพ 1 0.5 (20) 1 ง31102 การงานอาชีพ 2 0.5 (20) 1 อ31101 ภาษาอังกฤษ พื้นฐาน 1 1.0 (40) 2 อ31102 ภาษาอังกฤษ พื้นฐาน 2 1.0 (40) 2 ว30142 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ 1.5 (60) 3 ว30143 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 (เคมี) 1.5 (60) 3 รวมหน่วยกิตพื้นฐาน 8.5(340) 17 รวมหน่วยกิตพื้นฐาน 8.5(340) 17 รายวิชาเพิ่มเติม รายวิชาเพิ่มเติม อ30225 ภาษาอังกฤษธุรกิจ 1 1.0 (40) 2 อ30226 ภาษาอังกฤษธุรกิจ 2 1.0 (40) 2 อ30201 ภาษาอังกฤษฟัง-พูด 1 1.0 (40) 2 อ30202 ภาษาอังกฤษฟัง-พูด 2 1.0 (40) 2 อ30207 เสริมทักษะการอ่าน ภาษาอังกฤษ1 0.5 (20) 1 อ30208 เสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ2 0.5 (20) 1 อ30219 ภาษาอังกฤษอ่าน –เขียน 1 0.5 (20) 1 อ30220 ภาษาอังกฤษอ่าน –เขียน 2 0.5 (20) 1 อ30213 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 1 0.5 (20) 1 อ30214 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 2 0.5 (20) 1 ญ30201 ภาษาญี่ปุ่ น เพิ่มเติม 1 1.0 (40) 2 ส30201 พระพุทธศาสนา 1 0.5 (20) 1 ท 30201 ภาษาไทย เพิ่มเติม 1 1.0 (40) 2 ท30202 ภาษาไทย เพิ่มเติม 2 1.0 (40) 2 จ30201 ภาษาจีน เพิ่มเติม 1 1.0 (40) 2 จ30202 ภาษาจีน เพิ่มเติม 2 1.0 (40) 2 ง30210 การค้นคว้าเพื่อการปรับตัว 0.5 (20) 1 I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ ความรู้ 1.0 (40) 2 รวมหน่วยกิตเพิ่มเติม 7.0 (280) 14 รวมหน่วยกิตเพิ่มเติม 7.0(280) 14 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แนะแนว 0.0 (20) 1 แนะแนว 0.0 (20) 1 ชุมนุม 0.0 (20) 1 ชุมนุม 0.0 (20) 1 กก.เพื่อสังคม 0.0 (20) 1 กก.เพื่อสังคม 0.0 (20) 1 รวม 0.0 (60) 3 รวม 0.0 (60) 3 รวมหน่วยกิตทั้งหมด 15.5(680) 34 รวมหน่วยกิตทั้งหมด 15.5(680) 34 หมายเหตุ วิชาต้านทุจริตบูรณาการในรายวิชาสังคมศึกษาฯ 46


ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 5 (ศิลป์– ภาษาอังกฤษ ) ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 รหัส รายวิชา/กิจกรรม นก./ชม. ชม. รหัส รายวิชา/กิจกรรม นก./ชม. ชม./ รายวิชาพื้นฐาน รายวิชาพื้นฐาน ท32101 ภาษาไทย 3 1.0 (40) 2 ท32102 ภาษาไทย 4 1.0 (40) 2 ค32101 คณิตศาสตร์3 1.0 (40) 2 ค32102 คณิตศาสตร์4 1.0 (40) 2 ส32101 สังคมศึกษา 3 1.0 (40) 2 ส32103 สังคมศึกษา 4 1.0 (40) 2 ส32102 ประวัติศาสตร์3 0.5 (20) 1 ส32104 ประวัติศาสตร์4 0.5 (20) 1 พ32101 สุขศึกษา 2 0.5 (20) 1 พ32102 พลศึกษา 2 (กิจกรรมเข้าจังหวะเบื้องต้น) 0.5 (20) 1 ศ32101 ศิลปะ 3 (นาฏศิลป์ ) 0.5 (20) 1 ศ32102 ศิลปะ 4 (นาฏศิลป์ ) 0.5 (20) 1 อ32101 ภาษาอังกฤษ พื้นฐาน 3 1.0 (40) 2 อ32102 ภาษาอังกฤษ พื้นฐาน 4 1.0 (40) 2 ง32101 การงานอาชีพ 3 0.5 (20) 1 ง32102 การงานอาชีพ 4 0.5 (20) 1 รวมหน่วยกิตพื้นฐาน 6.0 (240) 12 รวมหน่วยกิตพื้นฐาน 6.0 (240) 12 รายวิชาเพิ่มเติม รายวิชาเพิ่มเติม อ30227 ภาษาอังกฤษธุรกิจ 3 1.0 (40) 2 อ30228 ภาษาอังกฤษธุรกิจ 4 1.0 (40) 2 อ30203 ภาษาอังกฤษฟัง-พูด 3 1.0 (40) 2 อ30204 ภาษาอังกฤษฟัง-พูด 4 1.0 (40) 2 อ30209 เสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ 3 0.5 (20) 1 อ30210 เสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ 4 0.5 (20) 1 อ30221 ภาษาอังกฤษอ่าน –เขียน 3 0.5 (20) 1 อ30222 ภาษาอังกฤษอ่าน –เขียน 4 0.5 (20) 1 อ30215 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 3 0.5 (20) 1 อ30216 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 4 0.5 (20) 1 ท30203 ภาษาไทย เพิ่มเติม 3 1.0 (40) 2 ส30202 พระพุทธศาสนา 2 0.5 (20) 1 จ30203 ภาษาจีน เพิ่มเติม 3 1.0 (40) 2 ท30204 ภาษาไทย เพิ่มเติม 4 1.0 (40) 2 I30202 การสื่อสารและน าเสนอ2 1.0 (40) 2 จ30204 ภาษาจีน เพิ่มเติม 4 1.0 (40) 2 ว30251 คอมพิวเตอร์กราฟฟิ ก 1.0 (40) 2 ญ30203 ภาษาญี่ปุ่ น เพิ่มเติม 3 1.0 (40) 2 ญ30202 ภาษาญี่ปุ่ น เพิ่มเติม 2 1.0 (40) 2 ว30252 เว็บเทคโนโลยี 1.0 (40) 2 ง30212 การค้นคว้าเพื่ออาชีพ 0.5 (20) 1 รวมหน่วยกิตเพิ่มเติม 9.0 (360) 18 รวมหน่วยกิตเพิ่มเติม 8.0 (320) 16 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แนะแนว 0.0 (20) 1 แนะแนว 0.0 (20) 1 ชุมนุม 0.0 (20) 1 ชุมนุม 0.0 (20) 1 กก.เพื่อสังคม 0.0 (20) 1 กก.เพื่อสังคม 0.0 (20) 1 I 30903 การจัดกิจกรรมการน าองค์ 0.0 (20) 1 ความรู้ไปใช้บริการสังคม รวม 0.0 (60) 3 รวม 0.0 (80) 4 รวมหน่วยกิตทั้งหมด 15.0 (660) 33 รวมหน่วยกิตทั้งหมด 14.0 (640) 32 หมายเหตุ วิชาต้านทุจริตบูรณาการในรายวิชาสังคมศึกษาฯ 47


ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 (ศิลป์– ภาษาอังกฤษ ) ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 รหัส รายวิชา/กิจกรรม นก./ชม. ชม. รหัส รายวิชา/กิจกรรม นก./ชม. ชม. รายวิชาพื้นฐาน รายวิชาพื้นฐาน ท33101 ภาษาไทย 5 1.0 (40) 2 ท33102 ภาษาไทย 6 1.0 (40) 2 ค33101 คณิตศาสตร์5 1.0 (40) 2 ค33102 คณิตศาสตร์6 1.0 (40) 2 ส33101 สังคมศึกษา 5 1.0 (40) 2 ส33102 สังคมศึกษา 6 1.0 (40) 2 พ33101 สุขศึกษา 3 0.5 (20) 1 พ33102 พลศึกษา 3 (กิจกรรมเข้าจังหวะ ลิลาศ) 0.5 (20) 1 อ33101 ภาษาอังกฤษ พื้นฐาน 5 1.0 (40) 2 อ33102 ภาษาอังกฤษ พื้นฐาน 6 1.0 (40) 2 ว30144 วิทยาศาสตร์กายภาพ 2 (ฟิ สิกส์) 2.0 (80) 4 ว33161 โลกดาราศาสตร์และอวกาศศ 1.0 (40) 2 รวมหน่วยกิตพื้นฐาน 6.5 (260) 13 รวมหน่วยกิตพื้นฐาน 5.5 (220) 11 รายวิชาเพิ่มเติม รายวิชาเพิ่มเติม อ30229 ภาษาอังกฤษธุรกิจ 5 1.0 (40) 2 อ30230 ภาษาอังกฤษธุรกิจ 6 1.0 (40) 2 อ30205 ภาษาอังกฤษฟัง-พูด 5 1.0 (40) 2 อ30206 ภาษาอังกฤษฟัง-พูด 6 1.0 (40) 2 อ30211 เสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ 5 0.5 (20) 1 อ30212 เสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ 6 0.5 (20) 1 อ30223 ภาษาอังกฤษอ่าน –เขียน 5 0.5 (20) 1 อ30224 ภาษาอังกฤษอ่าน –เขียน 6 0.5 (20) 1 อ30217 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 5 0.5 (20) 1 อ30218 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 6 0.5 (20) 1 จ30205 ภาษาจีน เพิ่มเติม 5 1.0 (40) 2 จ30206 ภาษาจีน เพิ่มเติม 6 1.0 (40) 2 ญ30204 ภาษาญี่ปุ่ น เพิ่มเติม 4 1.0 (40) 2 ญ30205 ภาษาญี่ปุ่ น เพิ่มเติม 5 1.0 (40) 2 ว30253 ตัดต่อวิดีโอและสื่อออนไลน์ 1.0 (40) 2 ว30254 โครงงานคอมพิวเตอร์ 1.0 (40) 2 ง30283 โครงงานอุตสาหกรรม 1.0 (40) 2 ง30284 การเขียนแบบ 1.0 (40) 2 ศ33101 ศิลปะ 5 (ดนตรี) 0.5 (20) 1 ศ33102 ศิลปะ 6 (ดนตรี) 0.5 (20) 1 ง30213 การค้นคว้าเพื่อการศึกษาต่อ 0.5 (20) 1 รวมหน่วยกิตเพิ่มเติม 8.5 (320) 17 รวมหน่วยกิตเพิ่มเติม 8.0 (320) 16 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แนะแนว 0.0 (20) 1 แนะแนว 0.0 (20) 1 ชุมนุม 0.0 (20) 1 ชุมนุม 0.0 (20) 1 กก.เพื่อสังคม 0.0 (20) 1 กก.เพื่อสังคม 0.0 (20) 1 รวม 0.0 (60) 3 รวม 0.0 (60) 3 รวมหน่วยกิตทั้งหมด 15.0(660) 33 รวมหน่วยกิตทั้งหมด 13.5(600) 30 หมายเหตุ วิชาต้านทุจริตบูรณาการในรายวิชาสังคมศึกษาฯ 48


ช ั�นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (ศิลป์-จีน) ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 รหัส รายวิชา/กิจกรรม นก./ชม ชม. รหัส รายวิชา/กิจกรรม นก./ชม ชม. รายวิชาพื้นฐาน รายวิชาพื้นฐาน ท31101 ภาษาไทย 1 1.0 (40) 2 ท31102 ภาษาไทย 2 1.0 (40) 2 ค31101 คณิตศาสตร์1 1.0 (40) 2 ค31102 คณิตศาสตร์2 1.0 (40) 2 ว31103 วิทยาการค านวณ 1 1.0 (40) 2 ว 31104 การออกแบบและคอมพิวเตอร์กราฟฟิ ก 1.0 (40) 2 ส31101 สังคมศึกษา 1 1.0 (40) 2 ส31103 สังคมศึกษา 2 1.0 (40) 2 ส31102 ประวัติศาสตร์1 0.5 (20) 1 ส31104 ประวัติศาสตร์2 0.5 (20) 1 พ31101 สุขศึกษา 1 0.5 (20) 1 พ 31102 พลศึกษา 1 (ศิลปะป้ องกันตัว ยูโด) 0.5 (20) 1 ศ31101 ศิลปะ 1 (ทัศนศิลป์ ) 0.5 (20) 1 ศ31102 ศิลปะ 2 (ทัศนศิลป์ ) 0.5 (20) 1 ง31101 การงานอาชีพ 1 0.5 (20) 1 ง31102 การงานอาชีพ 2 0.5 (20) 1 อ31101 ภาษาอังกฤษ พื้นฐาน 1 1.0 (40) 2 อ31102 ภาษาอังกฤษ พื้นฐาน 2 1.0 (40) 2 ว30142 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ 1 1.5 (60) 3 ว30143 วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 (เคมี) 1.5 (60) 3 รวมหน่วยกิตพื้นฐาน 8.5 (340) 17 รวมหน่วยกิตพื้นฐาน 8.5 (340) 17 รายวิชาเพิ่มเติม รายวิชาเพิ่มเติม อ30201 ภาษาอังกฤษฟัง-พูด 1 1.0 (40) 2 อ30202 ภาษาอังกฤษฟัง-พูด 2 1.0 (40) 2 อ30207 เสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ 1 0.5 (20) 1 อ30208 เสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ 2 0.5 (20) 1 อ30213 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 1 0.5 (20) 1 อ30214 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 2 0.5 (20) 1 จ31201 ภาษาจีน เพิ่มเติม 1 1.5 (60) 3 จ31203 ภาษาจีน เพิ่มเติม 2 1.5 (60) 3 จ31202 ภาษาจีน อ่าน - เขียน 1 1.5 (60) 3 จ31204 ภาษาจีน อ่าน - เขียน 2 1.5 (60) 3 ท30201 ภาษาไทยเพิ่มเติม 1 1.0 (40) 2 ส30201 พระพุทธศาสนา 1 0.5 (20) 1 ญ30201 ภาษาญี่ปุ่ น 1.0 (40) 2 ท30202 ภาษาไทยเพิ่มเติม 2 1.0 (40) 2 ง30210 การค้นคว้าเพื่อการปรับตัว 0.5 (20) 1 I30201 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ 1.0 (40) 2 รวมหน่วยกิตเพิ่มเติม 7.5 (300) 15 รวมหน่วยกิตเพิ่มเติม 7.5 (300) 15 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แนะแนว 0.0 (20) 1 แนะแนว 0.0 (20) 1 ชุมนุม 0.0 (20) 1 ชุมนุม 0.0 (20) 1 กก.เพื่อสังคม 0.0 (20) 1 กก.เพื่อสังคม 0.0 (20) 1 รวม 0.0 (60) 3 รวม 0.0 (60) 3 รวมหน่วยกิตทั้งหมด 16.0(700) 35 รวมหน่วยกิตทั้งหมด 16.0(700) 35 หมายเหตุ วิชาต้านทุจริตบูรณาการในรายวิชาสังคมศึกษาฯ 49


ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 5 (ศิลป์-จีน) ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 รหัส รายวิชา/กิจกรรม นก./ชม ชม. รหัส รายวิชา/กิจกรรม นก./ชม ชม. รายวิชาพื้นฐาน รายวิชาพื้นฐาน ท32101 ภาษาไทย 3 1.0 (40) 2 ท32102 ภาษาไทย 4 1.0 (40) 2 ค32101 คณิตศาสตร์3 1.0 (40) 2 ค32102 คณิตศาสตร์4 1.0 (40) 2 ส32101 สังคมศึกษา 3 1.0 (40) 2 ส32103 สังคมศึกษา 4 1.0 (40) 2 ส32102 ประวัติศาสตร์3 0.5 (20) 1 ส32104 ประวัติศาสตร์4 0.5 (20) 1 พ32101 สุขศึกษา 2 0.5 (20) 1 พ32102 พลศึกษา 2 (กิจกรรมเข้าจังหวะเบื้องต้น) 0.5 (20) 1 ศ32101 ศิลปะ 3 (นาฏศิลป์ ) 0.5 (20) 1 ศ32102 ศิลปะ 4 (นาฏศิลป์ ) 0.5 (20) 1 อ32101 ภาษาอังกฤษ พื้นฐาน 3 1.0 (40) 2 อ32102 ภาษาอังกฤษ พื้นฐาน 1 1.0 (40) 2 ง32101 การงานอาชีพ 3 0.5 (20) 1 ง32102 การงานอาชีพ 4 0.5 (20) 1 รวมหน่วยกิตพื้นฐาน 6.0 (240) 12 รวมหน่วยกิตพื้นฐาน 6.0 (240) 12 รายวิชาเพิ่มเติม รายวิชาเพิ่มเติม อ30203 ภาษาอังกฤษฟัง-พูด 3 1.0 (40) 2 อ30204 ภาษาอังกฤษฟัง-พูด 4 1.0 (40) 2 อ30209 เสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ 3 0.5 (20) 1 อ30210 เสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ 4 0.5 (20) 1 อ30215 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 0.5 (20) 1 อ30216 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 0.5 (20) 1 จ32201 ภาษาจีน เพิ่มเติม 3 1.5 (60) 3 จ32203 ภาษาจีน เพิ่มเติม 4 1.5 (60) 3 จ32202 ภาษาจีน อ่าน - เขียน 3 1.5 (60) 3 จ32204 ภาษาจีน อ่าน - เขียน 4 1.5 (60) 3 ท30203 ภาษาไทย เพิ่มเติม 3 1.0 (40) 2 ส30202 พระพุทธศาสนา 2 0.5 (20) 1 I30202 การสื่อสารและน าเสนอ 1.0 (40) 2 ท30204 ภาษาไทย เพิ่มเติม 4 1.0 (40) 2 ว30251 คอมพิวเตอร์กราฟฟิ ก 1.0 (40) 2 ว30252 เว็บเทคโนโลยี 1.0 (40) 2 ญ30201 ภาษาญี่ปุ่ น 1.0 (40) 2 ง30212 การค้นคว้าเพื่ออาชีพ 0.5 (20) 1 รวมหน่วยกิตเพิ่มเติม 9.5 (380) 19 รวมหน่วยกิตเพิ่มเติม 7.5(300) 15 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แนะแนว 0.0 (20) 1 แนะแนว 0.0 (20) 1 ชุมนุม 0.0 (20) 1 ชุมนุม 0.0 (20) 1 กก.เพื่อสังคม 0.0 (20) 1 กก.เพื่อสังคม 0.0 (20) 1 I 30903 การจัดกิจกรรมการน าองค์ ความรู้ไปใช้บริการสังคม 0.0 (20) 1 รวม 0.0 (60) 3 รวม 0.0 (80) 4 รวมหน่วยกิตทั้งหมด 15.5(660) 34 รวมหน่วยกิตทั้งหมด 13.5(620) 31 หมายเหตุ วิชาต้านทุจริตบูรณาการในรายวิชาสังคมศึกษาฯ 550


ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 (ศิลป์-จีน) ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 รหัส รายวิชา/กิจกรรม นก. ชม. รหัส รายวิชา/กิจกรรม นก. ชม. รายวิชาพื้นฐาน รายวิชาพื้นฐาน ท33101 ภาษาไทย 5 1.0 (40) 2 ท33102 ภาษาไทย 6 1.0 (40) 2 ค33101 คณิตศาสตร์5 1.0 (40) 2 ค33102 คณิตศาสตร์6 1.0 (40) 2 ส33101 สังคมศึกษา 5 1.0 (40) 2 ส33102 สังคมศึกษา 6 1.0 (40) 2 พ33101 สุขศึกษา 3 0.5 (20) 1 พ33102 พลศึกษา 3 (กิจกรรมเข้าจังหวะ ลิลาศ) 0.5 (20) 1 อ33101 ภาษาอังกฤษ พื้นฐาน 5 1.0 (40) 2 อ33102 ภาษาอังกฤษ พื้นฐาน 6 1.0 (40) 2 ว30144 วิทยาศาสตร์กายภาพ 2 (ฟิ สิกส์) 2.0 (80) 4 ว33161 โลกดาราศาสตร์และอวกาศศ 1.0 (40) 2 รวมหน่วยกิตพื้นฐาน 6.5(260) 13 รวมหน่วยกิตพื้นฐาน 5.5(220) 11 รายวิชาเพิ่มเติม รายวิชาเพิ่มเติม อ30205 ภาษาอังกฤษฟัง-พูด 5 1.0 (40) 2 อ30206 ภาษาอังกฤษฟัง-พูด 6 1.0 (40) 2 อ30211 เสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ 5 0.5 (20) 1 อ30212 เสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ 6 0.5 (20) 1 อ30217 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 0.5 (20) 1 อ30218 ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 0.5 (20) 1 จ33201 ภาษาจีน เพิ่มเติม 5 1.5 (60) 3 จ33203 ภาษาจีน 6 1.5 (60) 3 จ33202 ภาษาจีน อ่าน - เขียน 5 1.5 (60) 3 จ33204 ภาษาจีน อ่าน - เขียน 6 1.5 (60) 3 ว30253 ตัดต่อวิดีโอและสื่อออนไลน์ 1.0 (40) 2 ท30205 วรรณกรรมท้องถิ่น 1.0 (40) 2 ง30283 โครงงานอุตสาหกรรม 1.0 (40) 2 ว30254 โครงงานคอมพิวเตอร์ 1.0 (40) 2 ศ33101 ศิลปะ 5 (ดนตรี) 0.5 (20) 1 ง30284 การเขียนแบบ 1.0 (40) 2 ญ30201 ภาษาญี่ปุ่ น 1.0(40) 2 ศ33102 ศิลปะ 6 (ดนตรี) 0.5 (20) 1 ง30213 การค้นคว้าเพื่อการศึกษาต่อ 0.5 (20) 1 รวมหน่วยกิตเพิ่มเติม 9.0(360) 18 รวมหน่วยกิตเพิ่มเติม 8.5 (340) 17 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แนะแนว 0.0 (20) 1 แนะแนว 0.0 (20) 1 ชุมนุม 0.0 (20) 1 ชุมนุม 0.0 (20) 1 กก.เพื่อสังคม 0.0 (20) 1 กก.เพื่อสังคม 0.0 (20) 1 รวม 0.0 (60) 3 รวม 0.0(60) 3 รวมหน่วยกิตทั้งหมด 15.5 (680) 34 รวมหน่วยกิตทั้งหมด 14.0 (620) 31 หมายเหตุ วิชาต้านทุจริตบูรณาการในรายวิชาสังคมศึกษาฯ 51


ระเบียบสถานศึกษา การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ โรงเรียนสว่างแดนดิน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ด้วยโรงเรียนสว่างแดนดิน ได้ประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตามคำสั่งกระทรวงศึกษา ที่ สพฐ. 283/2551 ลงวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ2551 เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จึงจำเป็นที่จะกำหนดระเบียบสถานศึกษาว่าด้วยการวัดผลและ ประเมินผลการเรียนรู้ โรงเรียนสว่างแดนดิน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ให้สอดคล้องกับคำสั่งดังกล่าว ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวง ศึกษาธิการ พ.ศ.2546 และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ คณะกรรมการบริหารหลักสูตร และวิชาการ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสถานศึกษา การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ โรงเรียน สว่างแดนดิน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551” ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ปีการศึกษา 2563 เป็นต้นไป ข้อ 3 ให้ยกเลิกระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใด ในส่วนที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ซึ่งขัดหรือแย้ง กับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน ข้อ 4 ระเบียบนี้ให้ใช้ควบคู่กับหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนสว่างแดนดิน ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ข้อ 5 ให้ประธานคณะกรรมการสถานศึกษารักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ หมวด 1 หลักการดำเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ข้อ 6 การประเมินผลการเรียน ให้เป็นไปตามหลักการดังต่อไปนี้ 6.1 สถานศึกษาเป็นผู้รับผิดชอบการประเมินผลการเรียนรู้ ของผู้เรียนโดยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการ 6.2 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ต้องสอดคล้องและครอบคลุมมาตรฐานการศึกษา ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 6.3 การประเมินผลการเรียนรู้ต้องประกอบด้วย การประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียน และการ ประเมินผลเพื่อตัดสินผลการเรียน 6.4 การประเมินผลเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการเรียนการสอน ต้องดำเนินด้วยวิธีการ ที่หลากหลายเหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการวัด ธรรมชาติของวิชาและระดับช่วงชั้น 52


6.5 ให้มีการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในแต่ละช่วงชั้น 6.6 ให้มีการประเมินความสามารถของผู้เรียน ในการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียนในแต่ละ ช่วงชั้น 6.7 ให้มีการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติ ในแต่ละช่วงชั้น 6.8 เปิดโอกาสให้ผู้เรียนตรวจสอบผลการประเมินการเรียนได้ 6.9 ให้มีการเทียบโอนผลการเรียนระหว่างสถานศึกษา และรูปแบบการศึกษาต่าง ๆ หมวด 2 วิธีการประเมินผลการเรียน ข้อ 7 การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการที่ให้ผู้สอนใช้พัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้ได้ข้อมูลสารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้าและความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตรวจสอบความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของผู้เรียน เพื่อนำผลการประเมินมาใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย 7.1 การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดผลและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการเรียนรู้ ผู้สอนดำเนินการเพื่อพัฒนาผู้เรียนและตัดสินผลการเรียนในรายวิชา/กิจกรรมที่ตนสอน ในการประเมินเพื่อ พัฒนา ผู้สอนประเมินผลการเรียนรู้ตามตัวชี้วัดที่กำหนดเป็นเป้าหมายในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ด้วยวิธีการ ต่างๆ เช่น การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การแสดงออกในการปฏิบัติผลงาน การแสดงกิริยาอาการ ต่างๆ ของผู้เรียนตลอดเวลาที่จัดกิจกรรม เพื่อดูว่าบรรลุตัวชี้วัดหรือมีแนวโน้มว่าจะบรรลุตัวชี้วัดเพียงใดแล้ว แก้ไขข้อบกพร่องเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง การประเมินเพื่อตัดสินผลการเรียนเป็นการตรวจสอบ ณ จุดที่กำหนด แล้วตัดสินว่าผู้เรียน มีผลอันเกิดจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด ทั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ เก็บคะแนนของหน่วยการเรียนรู้ หรือของการประเมินผลกลางภาค หรือปลายภาคตามรูปแบบการประเมิน ที่สถานศึกษากำหนด ผลการประเมินนอกจากจะให้เป็นคะแนนหรือระดับผลการเรียนแก่ผู้เรียนแล้ว ต้อง นำมาเป็นข้อมูลใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนต่อไปอีกด้วย 7.2 การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการตรวจสอบผลการเรียนของผู้เรียนเป็นรายปี/ รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การอนุมัติผลการเรียน การตัดสินการเลื่อนชั้น และเป็นการประเมินเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษา ของสถานศึกษาว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีสิ่งที่ต้องได้รับการพัฒนาในด้าน ใด รวมทั้งสามารถนำผลการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติและระดับเขตพื้นที่ การศึกษา ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูล และสารสนเทศเพื่อการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามแนว ทางการประกันคุณภาพการศึกษา และรายงานผลการจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองและชุมชน 7.3 การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขต พื้นที่การศึกษา ตามมาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐาน ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดำเนินการโดย ประเมินคุณภาพของผู้เรียนด้วยวิธีการและเครื่องมือที่เป็นมาตรฐานซึ่งจัดทำและดำเนินการโดยเขตพื้นที่ 53


การศึกษา หรือด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัดและ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังสามารถ ดำเนินการได้ด้วยการตรวจสอบข้อมูลจากการประเมินระดับสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา 7.4 การประเมินระดับชาติเป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติ ตามมาตรฐานการ เรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียนในชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้ารับการประเมินผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการเทียบเคียงคุณภาพ การศึกษาในระดับต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมูล สนับสนุนการตัดสินใจในระดับนโยบายของประเทศ ข้อมูลการประเมินในระดับต่างๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบ ทบทวน พัฒนาคุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข ส่งเสริมสนับสนุน เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐานความแตกต่างระหว่าง บุคคลที่จำแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนทั่วไป กลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถพิเศษ กลุ่มผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนที่ปฏิเสธ โรงเรียน กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มผู้เรียนที่พิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจากการประเมินจึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการดำเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที อันเป็นโอกาส ให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและประสบความสำเร็จในการเรียน ข้อ 8 แนวดำเนินการประเมินผลการเรียนรู้ของสถานศึกษา เพื่อให้การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ของสถานศึกษาสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มีการดำเนินการตามหลักการกระจายอำนาจ มีการประเมินผู้เรียน ตามหลักการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ มีการตรวจสอบและกำกับติดตามประเมินคุณภาพการประเมินผล การเรียนรู้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ จึงกำหนดแนวดำเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของ สถานศึกษา ดังนี้ 8.1 สถานศึกษาโดยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษา โดยความ เห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดรูปแบบ ระบบและระเบียบประเมินผลของ สถานศึกษา เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติในการประเมินผลการเรียนรู้ของสถานศึกษา 8.2 สถานศึกษาโดยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษากำหนด มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด และแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยวิเคราะห์จากมาตรฐานการเรียนรู้ ช่วงชั้น คุณลักษณะอันพึงประสงค์และมาตรฐาน การอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน เพื่อใช้เป็นเป้าหมายในการวัดและ การประเมินผลการเรียนรู้รายภาค 8.3 คณะอนุกรรมการระดับกลุ่มสาระ ให้ความเห็นชอบของรูปแบบ วิธีการ เครื่องมือ สำหรับ การประเมิน และผลการตัดสินการประเมินผลการเรียนรายวิชาของผู้สอน 8.4 ผู้สอนจัดการเรียนการสอน ตรวจสอบพัฒนาการของผู้เรียนและประเมินสรุปผลสัมฤทธิ์ ของผู้เรียนด้วยวิธีการหลากหลายตามสภาพจริง โดยนำผลการเรียนรู้ระหว่างเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ไปใช้ เป็นข้อมูลรวมกับการประเมินปลายภาค 8.5 หัวหน้าสถานศึกษาอนุมัติผลการเรียน ปลายภาคและการผ่านช่วงชั้นสถานศึกษา จัดทำ รายงานผลการดำเนินการประเมินผลการเรียนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและ วิชาการของสถานศึกษา เสนอต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 54


ข้อ 9 การประเมินผลการเรียนในด้านต่างๆ ประกอบด้วย 9.1 การประเมินผลการเรียนรู้สาระการเรียนรู้รายวิชา ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ซึ่งสถานศึกษาวิเคราะห์จากมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น การประเมินผลการเรียนรู้รายวิชา ให้ตัดสินผลการ ประเมินเป็นระดับผลการเรียน 8 ระดับ ดังต่อไปนี้ “ 4 ” หมายถึง ผลการเรียนดีเยี่ยม “ 3.5 ” หมายถึง ผลการเรียนดีมาก “ 3 ” หมายถึง ผลการเรียนดี “ 2.5 ” หมายถึง ผลการเรียนค่อนข้างดี “ 2 ” หมายถึง ผลการเรียนปานกลาง “ 1.5 ” หมายถึง ผลการเรียนพอใช้ “ 1 ” หมายถึง ผลการเรียนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ “ 0 ” หมายถึง ผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ ในกรณีที่ไม่สามารถให้ระดับผลการเรียนเป็น 8 ระดับได้ ให้ใช้ตัวอักษรระบุเงื่อนไขของผล การเรียน ดังนี้ “ มส ” หมายถึง ผู้เรียนไม่มีสิทธิ์เข้ารับการวัดผลปลายภาค เรียนเนื่องจากผู้เรียนมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 ของเวลาเรียนในแต่ละรายวิชา และไม่ได้รับการ ผ่อนผันให้เข้ารับการวัดผลปลายภาคเรียน “ ร ” หมายถึง รอการตัดสินและยังตัดสินผลการเรียนไม่ได้ เนื่องจากไม่มีข้อมูลผลการเรียนรายวิชานั้น ครบถ้วน ได้แก่ ไม่ได้วัดผลระหว่างภาค เรียน/ปลายภาคเรียน ไม่ได้ส่งงานที่มอบหมายให้ ทำ ซึ่งงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินผลการ เรียน หรือมีเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ประเมินผลการ เรียนไม่ได้ 9.2 การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นการประเมินพัฒนาทางด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ตามคุณลักษณะที่สถานศึกษากำหนด การ ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ จะประเมินเป็นรายคุณลักษณะทุกภาคเรียน และตัดสินผลการประเมิน เป็น 4 ระดับ ดังต่อไปนี้ “ ดีเยี่ยม ” หมายถึง ผู้เรียนปฏิบัติตนตามคุณลักษณะจนเป็นนิสัย และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อประโยชน์สุข ของตนเองและสังคม โดยพิจารณาจากผลการ ประเมินระดับดีเยี่ยม จำนวน 5 - 8 คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่า ระดับดี 55


“ ดี ” หมายถึง ผู้เรียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตาม กฎเกณฑ์เพื่อให้เป็นการยอมรับของสังคมโดย พิจารณาจาก 1. ได้ผลการประเมินระดับดีเยี่ยม จำนวน 1 – 4 คุณลักษณะ และไม่มี คุณลักษณะใดได้ผลการประเมินต่ำกว่า ระดับดี หรือ 2. ได้ผลการประเมินระดับดี ทั้ง 8 คุณลักษณะ หรือ 3. ได้ผลการประเมินระดับดีขึ้นไป จำนวน 5 – 7 คุณลักษณะ และมีบาง คุณลักษณะได้ผลการประเมินระดับผ่าน “ ผ่าน ” หมายถึง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และ เงื่อนไขที่สถานศึกษากำหนด โดยพิจารณาจาก 1. ได้ผลการประเมินระดับผ่าน ทั้ง 8 คุณลักษณะ หรือ 2. ได้ผลการประเมินระดับดี จำนวน 1 – 4 คุณลักษณะ และ คุณลักษณะที่เหลือได้ผลการประเมิน ระดับผ่าน “ ไม่ผ่าน ” หมายถึง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติได้ไม่ครบตามกฎเกณฑ์ และเงื่อนไขที่สถานศึกษากำหนด โดยพิจาณา จากผลการประเมินระดับไม่ผ่าน ตั้งแต่ 1 คุณลักษณะขึ้นไป 9.3 การประเมินความสามารถ อ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน เพื่อการเลื่อนชั้นและจบ การศึกษา สถานศึกษาจึงกำหนดและตัดสินผลการประเมินเป็น 4 ระดับ ดังต่อไปนี้ “ ดีเยี่ยม ” หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนที่มีคุณภาพดีเลิศอยู่ เสมอ “ ดี ” หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนที่มีคุณภาพเป็นที่ ยอมรับ “ ผ่าน ” หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ แต่ยังมีข้อบกพร่องบางประการ 56


“ ไม่ผ่าน ” หมายถึง ไม่มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการ อ่านคิดวิเคราะห์ และเขียนหรือถ้ามีผลงาน ผลงานนั้นยังมีข้อบกพร่องที่ต้องได้รับการ ปรับปรุงแก้ไขหลายประการ 9.4 การประเมินการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เป็นการประเมินความสามารถและ พัฒนาการของผู้เรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียในแต่ละภาคเรียน ตามเกณฑ์ของแต่ละ กิจกรรมและ ตัดสินผลการประเมินเป็น 2 ระดับ ดังนี้ “ ผ ” หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ปฏิบัติกิจกรรมและมีผลงานตามเกณฑ์ที่ สถานศึกษากำหนด “ มผ ” หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ปฏิบัติกิจกรรมและมีผลงานไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่ สถานศึกษากำหนด 9.5 การตัดสินผลการเรียนผ่านช่วงชั้น เป็นการนำผลการประเมินในข้อ 9.1 ถึง 9.4 มาประมวลสรุปเพื่อตัดสินให้ผู้เรียนผ่านช่วงชั้นต่าง ๆ ตามเกณฑ์การตัดสินผลการเรียนแต่ละช่วงชั้น หมวด 3 การตัดสินผลการเรียน ข้อ 10 การตัดสินผลการเรียน กำหนดหลักเกณฑ์การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ เพื่อตัดสินผลการเรียนของผู้เรียนดังนี้ 10.1 ตัดสินผลการเรียนเป็นรายวิชา ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชานั้น ๆ 10.2 ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัดและผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด 10.3 ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา 10.4 ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ในการอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ข้อ 11 การเปลี่ยนผลการเรียน ให้ถือปฏิบัติดังนี้ 11.1 การเปลี่ยนระดับผลการเรียน “ 0 ” ให้ครูผู้สอนดำเนินการพัฒนาผู้เรียน โดย จัดสอนซ่อมเสริม ในมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด/ ผลการเรียนรู้ที่ผู้เรียนไม่ผ่านเกณฑ์ก่อน แล้วจึงสอบแก้ตัว ไม่เกิน 2 ครั้ง ถ้าผู้เรียนไม่ดำเนินการสอบแก้ตัว ตามระยะเวลาที่สถานศึกษากำหนดให้ยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะขยายเวลาออกไปอีก 1 ภาคเรียน สำหรับภาคเรียนที่ 2 ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น การสอบแก้ตัวให้ได้ระดับผลการเรียน ไม่เกิน “ 1 ” ถ้าสอบแก้ตัว 2 ครั้งแล้ว ยังได้ระดับผลการเรียน “ 0 ” อีก ให้สถานศึกษาแต่งตั้ง คณะกรรมการดำเนินการเกี่ยวกับการเปลี่ยนผลการเรียนของผู้เรียน โดยปฏิบัติดังนี้ (1) ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐาน ให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น 57 Type text here Type text here


(2) ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม ให้เรียนซ้ำหรือเปลี่ยนรายวิชาใหม่ ทั้งนี้ให้อยู่ใน ดุลยพินิจของสถานศึกษา ในกรณีที่เปลี่ยนรายวิชาใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรียนว่าเรียนแทนวิชาใด 11.2 การเปลี่ยนผลการเรียน “ ร ” ให้ผู้เรียนดำเนินการแก้ไข “ ร ” ตามสาเหตุ เมื่อผู้เรียนแก้ไขปัญหาเสร็จแล้วให้ได้ระดับ ผลการเรียนตามปกติ (ตั้งแต่ 0 - 4 ) ถ้าผู้เรียนไม่ดำเนินการแก้ไข “ ร ” กรณีที่ส่งงานไม่ครบ แต่มีผลการประเมินระหว่างเรียน และปลายภาคให้ผู้สอนนำข้อมูลที่มีอยู่ตัดสินผลการเรียน ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัย ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา ที่จะขยายเวลาการแก้ “ ร ” ออกไปอีกไม่เกิน 1 ภาคเรียน สำหรับภาคเรียนที่ 2 ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้น ภายในปีการศึกษานั้น เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วให้เรียนซ้ำ หากผลการเรียนเป็น “ 0 ” ให้ดำเนินการแก้ไขตาม หลักเกณฑ์ 11.3 การเปลี่ยนผลการเรียน “ มส ” มี 2 กรณี 1) กรณีผู้เรียนได้ผลการเรียน “ มส ” เพราะมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ 80 แต่มีเวลา เรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของเวลาเรียนในรายวิชานั้น ให้ครูผู้สอนจัดให้เรียนเพิ่มเติมโดยใช้ชั่วโมงสอน ซ่อมเสริม หรือใช้เวลาว่าง หรือใช้วันหยุดหรือมอบหมายงานให้ทำ จนมีเวลาเรียนครบตามที่กำหนดไว้สำหรับ วิชานั้น แล้วจึงให้วัดผลปลายภาคเป็นกรณีพิเศษ ผลการแก้“ มส ” ให้ได้ระดับผลการเรียนไม่เกิน “ 1 ” การแก้“ มส ” กรณีนี้ให้กระทำให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น ถ้าผู้เรียนไม่มาดำเนินการแก้“ มส ” ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้นี้ให้เรียนซ้ำ ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัย ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะขยายเวลา การแก้ “ มส ” ออกไปอีกไม่เกิน 1 ภาคเรียน แต่เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้ว ให้ปฏิบัติดังนี้ (1) ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐานให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น (2) ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติมให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา ให้เรียนซ้ำ หรือเปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่ 2) กรณีผู้เรียนได้ผลการเรียน “ มส ” เพราะมีเวลาน้อยกว่าร้อยละ 60 ของเวลา เรียนทั้งหมด ให้ดำเนินการดังนี้ (1) ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐาน ให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น (2) ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาให้เรียนซ้ำ หรือเปลี่ยนรายวิชาใหม่ ในกรณีที่เปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรียน ว่าเรียนแทนรายวิชาใด การเรียนซ้ำรายวิชา ผู้เรียนที่ได้รับการสอนซ่อมเสริมและสอบแก้ตัวแล้ว 2 ครั้ง แล้วไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น ทั้งนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาในการจัดให้ เรียนซ้ำในช่วงใดช่วงหนึ่งที่สถานศึกษาเห็นว่าเหมาะสม เช่น พักกลางวัน วันหยุด ชั่วโมงว่างหลังเลิกเรียน ภาคฤดูร้อน เป็นต้น ในกรณีภาคเรียนที่ 2 หากผู้เรียนยังมีผลการเรียน “๐” “ร” “มส” ให้ดำเนินการให้ เสร็จสิ้น ก่อนเปิดเรียนปีการศึกษาถัดไป สถานศึกษาอาจเปิดการเรียนการสอนในภาคฤดูร้อน เพื่อแก้ไขผล การเรียนของผู้เรียนได้ ทั้งนี้หากสถานศึกษาใดไม่สามารถดำเนินการเปิดสอนภาคฤดูร้อนได้ให้สำนักงานเขต พื้นที่การศึกษา/ต้นสังกัดเป็นผู้พิจารณาประสานงานให้มีการดำเนินการเรียนการสอนในภาคฤดูร้อนเพื่อแก้ไข ผลการเรียนของผู้เรียน 58


11.4 การเปลี่ยนผล “มผ” กรณีที่ผู้เรียนได้ผล “มผ” สถานศึกษาต้องจัดซ่อมเสริม ให้ผู้เรียนทำกิจกรรมในส่วนที่ผู้เรียนไม่ได้เข้าร่วมหรือไม่ได้ทำจนครบถ้วน แล้วจึงเปลี่ยนผลจาก “มผ” เป็น “ผ” ได้ทั้งนี้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในภาคเรียนนั้นๆ ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัยให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา ที่จะพิจารณาขยายเวลาออกไปอีกไม่เกิน 1 ภาคเรียน สำหรับภาคเรียนที่ 2 ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้น ภายในปีการศึกษานั้น ข้อ 12 การเลื่อนชั้น เมื่อสิ้นปีการศึกษา ผู้เรียนจะได้รับการเลื่อนชั้น เมื่อมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้ 12.1 รายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมได้รับการตัดสินผลการเรียนผ่านตาม เกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด 12.2 ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 12.3 ระดับผลการเรียนเฉลี่ยในปีการศึกษานั้นควรได้ไม่ต่ำกว่า 1.00 ทั้งนี้ รายวิชาใดที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน สถานศึกษาสามารถซ่อมเสริมผู้เรียนให้ได้รับการ แก้ไขในภาคเรียนถัดไป ทั้งนี้สำหรับภาคเรียนที่ 2 ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น ข้อ 13 การสอนซ่อมเสริม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดให้สถานศึกษาจัดสอน ซ่อมเสริมเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนเต็มตามศักยภาพ การสอนซ่อมเสริม เป็นการสอนเพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง กรณีที่ผู้เรียนมีความรู้ทักษะ กระบวนการหรือเจตคติ/คุณลักษณะ ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด สถานศึกษาต้องจัดสอนซ่อม เสริมเป็นกรณีพิเศษนอกเหนือไปจากการสอนตามปกติเพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนสามารถบรรลุตามมาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัดที่กำหนดไว้เป็นการให้โอกาสแก่ผู้เรียนได้เรียนรู้และพัฒนา โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ หลากหลายและตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล การสอนซ่อมเสริมสามารถดำเนินการได้ในกรณี ดังต่อไปนี้ 1) ผู้เรียนมีความรู้/ทักษะพื้นฐานไม่เพียงพอที่จะศึกษาในแต่ละรายวิชานั้น ควร จัดการสอนซ่อมเสริมปรับความรู้/ทักษะพื้นฐาน 2) ผู้เรียนไม่สามารถแสดงความรู้ทักษะ กระบวนการ หรือเจตคติ/คุณลักษณะ ที่กำหนดไว้ตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดในการประเมินผลระหว่างเรียน 3) ผู้เรียนที่ได้ระดับผลการเรียน “๐” ให้จัดการสอนซ่อมเสริมก่อนสอบแก้ตัว 4) กรณีผู้เรียนมีผลการเรียนไม่ผ่าน สามารถจัดสอนซ่อมเสริมในภาคฤดูร้อน เพื่อแก้ไขผลการเรียน ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา ข้อ 14 การเรียนซ้ำชั้น ผู้เรียนที่ไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมากและมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้น ที่สูงขึ้น สถานศึกษาอาจตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ำชั้นได้ทั้งนี้ให้คำนึงถึงวุฒิภาวะและความรู้ ความสามารถของผู้เรียนเป็นสำคัญ การเรียนซ้ำชั้น มี2 ลักษณะ คือ 1) ผู้เรียนมีระดับผลการเรียนเฉลี่ยในปีการศึกษานั้นต่ำกว่า 1.00 และมีแนวโน้มว่า จะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น 59


2) ผู้เรียนมีผลการเรียน 0 , ร และ มส เกินครึ่งหนึ่งของรายวิชาที่ลงทะเบียน เรียนในปีการศึกษานั้น ทั้งนี้หากเกิดลักษณะใดลักษณะหนึ่ง หรือทั้ง 2 ลักษณะ ให้สถานศึกษาแต่งตั้ง คณะกรรมการพิจารณา หากเห็นว่าไม่มีเหตุผลอันสมควรก็ให้ซ้ำชั้น โดยยกเลิกผลการเรียนเดิมและให้ใช้ผลการ เรียนใหม่แทน หากพิจารณาแล้วไม่ต้องเรียนซ้ำชั้น ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาในการแก้ไขผลการเรียน ข้อ 15 เกณฑ์การตัดสินผลการเรียนผ่านช่วงชั้นและจบหลักสูตรสถานศึกษา 15.1 เกณฑ์การจบหลักสูตรระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติมโดยเป็นวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิตและ รายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด (2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชา พื้นฐาน 66 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 11 หน่วยกิต (3) ผู้เรียนมีผลการเรียนในระดับ 1 ขึ้นไป ทั้งรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชาเพิ่มเติม ตามที่สถานศึกษากำหนด (4) ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์ การประเมิน ตามที่สถานศึกษากำหนด (5) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์ การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด (6) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมิน ในระดับผ่านเกณฑ์ การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด 15.2 เกณฑ์การจบหลักสูตรระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติมตามที่สถานศึกษากำหนด (2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชา พื้นฐาน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเติม ไม่น้อยว่า 36 หน่วยกิต (3) ผู้เรียนมีผลการเรียนในระดับ 1 ขึ้นไป ทั้งรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชาเพิ่มเติม ตามที่สถานศึกษากำหนด (4) ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์ การประเมิน ตามที่สถานศึกษากำหนด (5) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การ ประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด (6) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมิน ในระดับผ่านเกณฑ์ การประเมินตามที่สถานศึกษากำหนด 60


หมวด 4 เอกสารหลักฐานการศึกษา ข้อ 16 ให้สถานศึกษาจัดให้มีเอกสารการประเมินผลการเรียน ดังนี้ 16.1 ระเบียนแสดงผลการเรียน (Transcript) (ปพ.1) เป็นเอกสารบันทึกผลการเรียนของผู้เรียนตามสาระการเรียนรู้กลุ่มวิชาและ กิจกรรมต่างๆ ที่ได้เรียนในแต่ละช่วงชั้นของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้เป็นหลักฐานแสดงสถานภาพ และความสำเร็จในการศึกษาของผู้เรียนแต่ละคน ใช้เป็นหลักฐานในการสมัครเข้าศึกษาต่อ สมัครทำงานหรือ ดำเนินการในเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้อง 16.2 หลักฐานแสดงวุฒิการศึกษา (ใบประกาศนียบัตร) (ปพ.2) เป็นเอกสารที่สถานศึกษาออกให้กับผู้สำเร็จการศึกษาและรับรองวุฒิการศึกษาของ ผู้เรียน ให้ผู้เรียนนำไปใช้เป็นหลักฐานแสดงระดับวุฒิการศึกษาของตน 16.3 แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา (ปพ.3) เป็นแบบรายงานรายชื่อและข้อมูลของผู้สำเร็จการศึกษาภาคบังคับตามหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำหรับตรวจสอบยืนยันและรับรองความสำเร็จและวุฒิการศึกษาของ ผู้สำเร็จการศึกษาแต่ละคน ต่อเขตพื้นที่การศึกษาและกระทรวงศึกษาธิการ 16.4 แบบแสดงผลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ปพ.4) เป็นเอกสารรายงานพัฒนาการด้านคุณลักษณะของผู้เรียนเกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่สถานศึกษากำหนดขึ้นเพื่อพัฒนาผู้เรียนเป็นพิเศษ เพื่อการแก้ปัญหา หรือสร้างเอกลักษณ์ให้ผู้เรียนตามวิสัยทัศน์ของสถานศึกษา เป็นการรายงานผลการประเมินที่แสดงถึงสภาพหรือ ระดับคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม หรือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนในแต่ละช่วงชั้น สถานศึกษาต้อง จัดทำเอกสารนี้ให้ผู้เรียนทุก ๆ คน ควบคู่กับระเบียนแสดงผลการเรียนของผู้เรียนเพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานแสดง คุณลักษณะของผู้เรียนเพื่อประกอบในการสมัครศึกษาต่อหรือสมัครทำงาน 16.5 แบบแสดงผลการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน (ปพ.5) เป็นเอกสารสำหรับผู้สอนใช้บันทึกเวลาเรียน ข้อมูลผลการวัดและประเมินผลการเรียน ข้อมูลการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนแต่ละคนที่เรียนในห้องเรียนกลุ่มเดียวกัน เพื่อใช้เป็น ข้อมูลในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ปรับปรุง แก้ไข ส่งเสริมและตัดสินผลการเรียนของผู้เรียน รวมทั้งใช้ เป็นหลักฐานสำหรับตรวจสอบยืนยัน สภาพการเรียน การมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ และผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน แต่ละคน 16.6 แบบรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายบุคคล (ปพ.6) เป็นเอกสารสำหรับบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผลการเรียน พัฒนาการในด้านต่าง ๆและข้อมูล อื่น ๆ ของผู้เรียน 16.7 ใบรับรองผลการศึกษา (ปพ.7) เป็นเอกสารที่สถานศึกษาออกให้ผู้เรียนเป็นการเฉพาะกิจเพื่อรับรองสถานภาพทางการ ศึกษาของผู้เรียนเป็นการชั่วคราว ทั้งกรณีผู้เรียนยังไม่สำเร็จการศึกษาและสำเร็จการศึกษาแล้ว 16.8 ระเบียนสะสม (ปพ.8) เป็นเอกสารสำหรับบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและผลงานด้านต่าง ๆ ของผู้เรียน ทั้งที่สถานศึกษาและที่บ้าน เพื่อประโยชน์ในการแนะแนวผู้เรียนในทุก ๆ ด้าน 61


16.9 สมุดบันทึกผลการเรียน (ปพ.9) เป็นสมุดบันทึกผลการเรียนรู้ที่สถานศึกษาจัดทำขึ้นเพื่อบันทึกรายการรายวิชาต่าง ๆ ที่ผู้เรียนจะต้องเรียนในแต่ละช่วงชั้น ตามโครงสร้างหลักสูตรของสถานศึกษา พร้อมด้วยผลการประเมินผลการ เรียนของแต่ละรายวิชา และสถานศึกษา ออกให้ผู้เรียนสำหรับใช้ศึกษาและนำไปแสดงให้บุคคลหรือหน่วยงาน ที่สนใจได้ทราบโครงสร้างหลักสูตรและรายละเอียดของรายวิชาต่าง ๆ ของสถานศึกษา พร้อมด้วยผลการเรียน ของผู้เรียนจากการเรียนแต่ละรายวิชา กรณีที่ผู้เรียนย้ายสถานศึกษาข้อมูลในสมุดบันทึกผลการเรียนรู้จะเป็น ประโยชน์ในการนำไปใช้เป็นข้อมูลในการเทียบโอนผลการเรียนจากสถานศึกษาเดิมไปเป็นผลการเรียนตาม หลักสูตรของสถานศึกษาใหม่ หมวด 5 การเทียบโอนผลการเรียน ข้อ 17 การเทียบโอนผลการเรียน สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนจากสถานศึกษาอื่นได้ในกรณีต่างๆ ได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การเปลี่ยนรูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคัน และการขอกลับเข้า รับการศึกษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ยังสามารถโอนความรู้ ทักษะประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้อื่นๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบันทางศาสนา สถาบันการฝึกอบรมอาชีพ การจัดการศึกษาโดยครอบครัว เป็นต้น การเทียบโอนผลการเรียนควรดำเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรียน หรือต้นภาคเรียน ที่ สถานศึกษารับผู้ขอเทียบโอนเป็นผู้เรียน ทั้งนี้ผู้เรียนที่ได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเนื่องใน สถานศึกษาที่รับโอนอย่างน้อย 1 ภาคเรียน โดยสถานศึกษาควรกำหนดรายวิชา จำนวนหน่วยกิต ที่จะรับโอน ตามความเหมาสะสม การพิจารณาการเทียบโอน สามารถดำเนินการได้ดังนี้ 17.1 พิจารณาจากหลักฐานการศึกษาและเอกสารอื่นๆ ที่ให้ข้อมูลแสดงความรู้ความสามารถ ของผู้เรียน 17.2 พิจารณาจากความรู้ความสามารถของผู้เรียน โดยการทดสอบด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งภาคความรู้และภาคปฏิบัติ 17.3 พิจารณาจากความสามารถและการปฏิบัติในสภาพจริง การเทียบโอนผลการเรียนให้ดำเนินการในรูปของคณะกรรมการการเทียบโอนจำนวนไม่น้อย กว่า 3 คน แต่ไม่ควรเกิน 5 คน โดยมีแนวทางในการเทียบโอนดังนี้ 1) กรณีผู้ขอเทียบโอนมีผลการเรียนมาจากหลักสูตรอื่น ให้นำรายวิชาหรือ หน่วยกิต ที่มีมาตรฐาน/ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้/จุดประสงค์/เนื้อหาที่สอดคล้องกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 มาเทียบโอนผล การเรียน และพิจารณาให้ระดับผลการเรียนให้สอดคล้องกับหลักสูตรที่รับโอนเทียบ 2) กรณีเทียบโอนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ ให้พิจารณาจากเอกสารหลักฐาน (ถ้ามี) โดยให้มีการประเมินด้วยเครื่องมือที่หลากหลาย และให้ระดับผลการเรียนให้สอดคล้องกับหลักสูตรที่รับ เทียบโอน 3) กรณีเทียบโอนนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนต่างประเทศ ให้ดำเนินการ ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรื่องหลักการและแนวปฏิบัติการเทียบชั้นการศึกษาสำหรับนักเรียนที่เข้าร่วม โครงการแลกเปลี่ยน 62


ทั้งนี้ วิธีการเทียบโอนผลการเรียนให้เป็นไปตามหลักการและแนวทางการเทียบโอนผลการ เรียนตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการเรื่องการเทียบโอนผลการเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการศึกษา ระดับอุดมศึกษา ระดับต่ำกว่าปริญญา ประกาศ ณ วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2540 และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการ เทียบโอนผลการเรียนเข้าสู่การศึกษาในระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน 17.4 ผู้ขอเทียบโอนต้องขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียนของสถานศึกษา ทั้งนี้ โดยผู้ขอเทียบโอน จะต้องไม่เป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในระบบของสถานศึกษาอื่น โดยสถานศึกษาต้องดำเนินการเทียบโอนผลการ เรียน ในภาคเรียนแรกที่ขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียน ยกเว้นกรณีมีเหตุจำเป็น 17.5 จำนวนสาระการเรียนรู้ รายวิชา จำนวนหน่วยกิตที่จะรับเทียบโอน และอายุของผลการ เรียนที่จะนำมาเทียบโอน ให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษา ข้อ 18 การเทียบโอนระดับการศึกษา ให้ดำเนินการดังนี้ 18.1 การเทียบระดับการศึกษา หมายถึง การนำผลการเรียน ความรู้ และประสบการณ์ที่ได้ จากการศึกษาตามอัธยาศัย และการศึกษานอกระบบ ไม่แบ่งระดับมาประเมินเพื่อเทียบเท่าการศึกษาระดับใด ระดับหนึ่ง มีแนวทางการเทียบระดับการศึกษาดังนี้ 1) ผู้ขอเทียบระดับการศึกษา จะต้องไม่เป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาในระบบ หรือสถานศึกษานอกระบบ ที่จัดการศึกษาเป็นระบบเดียวกันกับการศึกษาในระบบ และเป็นผู้สำเร็จการศึกษา ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ ในระดับที่ต่ำกว่าระดับการศึกษาที่ขอเทียบ 1 ระดับ ผู้ไม่เคยมีวุฒิ การศึกษาใด ๆ จะขอเทียบระดับการศึกษาได้ไม่เกินระดับประถมศึกษา 2) ให้สถานศึกษาซึ่งเป็นที่ทำการเทียบระดับการศึกษา ดำเนินการเทียบระดับด้วย การประเมินความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ของผู้ขอเทียบระดับ ด้วยวิธีการที่หลากหลายทั้งด้วยการ ทดสอบ การประเมินแฟ้มผลงาน การสังเกตพฤติกรรมต่าง ๆ ให้ครอบคลุมคุณลักษณะของผู้เรียนทั้งด้านพุทธิ พิสัย จิตพิสัย และทักษะพิสัย ตามเกณฑ์มาตรฐานของหลักสูตรที่ขอเทียบระดับ 3) ผู้ผ่านการประเมินจะได้รับหลักฐานแสดงผลการประเมินเทียบระดับความรู้และ ใบประกาศนียบัตรรับรองระดับความรู้ของกระทรวงศึกษาธิการ 18.2 การเทียบโอนผลการเรียน หมายถึง การนำผลการเรียนซึ่งเป็นความรู้ ทักษะ และ ประสบการณ์ของผู้เรียนที่เกิดจากการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย และผล การศึกษาจากต่างสถานศึกษา มาประเมินเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา ตามหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งที่กำลัง ศึกษา มีแนวการดำเนินการดังนี้ 1) คณะกรรมการบริหารหลักสูตร และวิชาการของสถานศึกษากำหนดจำนวน รายวิชา จำนวนหน่วยกิต ที่สถานศึกษาจำกัดให้ผู้เรียนสามารถขอเทียบโอนได้ในการศึกษาตามหลักสูตรของ สถานศึกษา แต่ละช่วงชั้น ทั้งนี้ผู้เรียนจะต้องเหลือรายวิชาที่จะต้องศึกษาในสถานศึกษาอีกอย่างน้อย 1 ภาค เรียน พร้อมกับการกำหนดแนวทางและวิธีการเทียบโอน ทั้งกรณีเทียบโอนผลการเรียนเดิมที่ผู้เรียนศึกษาก่อน เข้าศึกษาในสถานศึกษา และกรณีเทียบโอนผลการเรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องกับกฎกระทรวงว่าด้วยการ เทียบโอนผลการเรียนด้วย 2) สถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนของสถานศึกษา ให้ปฏิบัติหน้าที่กำหนดสาระ จัดสร้างเครื่องมือ สำหรับการเทียบโอนผลการเรียนและดำเนินการเทียบโอนผล การเรียน 63


3) คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน ทำการเทียบโอน ผลการเรียนให้ผู้เรียนในกรณีต่อไปนี้ กรณีการเทียบโอนผลการเรียนเดิม ที่ผู้เรียนศึกษามาก่อนเข้าศึกษาในสถานศึกษา ให้ดำเนินการดังนี้ (1) ให้ดำเนินการให้เสร็จในภาคเรียนแรกที่ผู้เรียนเข้าศึกษาใน สถานศึกษา (2) ให้เทียบโอนผลการเรียนเป็นรายวิชา (3) ผู้เรียนยื่นคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษรขอเทียบความรู้ ตาม รายวิชาในหลักสูตรของสถานศึกษา ตามจำนวนรายวิชาที่สถานศึกษากำหนดไว้ในระเบียบการเทียบโอนผลการ เรียนของสถานศึกษาให้ผู้เรียนยื่นคำร้อง พร้อมเอกสารหลักสูตรที่นำมาขอเทียบ และเอกสารการศึกษาที่ได้รับ มา (ถ้าผู้เรียนมี) (4) คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียนพิจารณาหลักสูตรและ หลักฐานเอกสารเดิมของผู้เรียน เพื่อเปรียบเทียบหลักสูตรที่เรียนมากับหลักสูตรของสถานศึกษาในรายวิชาที่ขอ เทียบ ถ้ามีจุดประสงค์และเนื้อหาสาระตรงกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ให้รับเทียบโอนได้ และให้ได้ระดับผลการ เรียนที่ได้มาในกรณีที่ผู้เรียนย้ายสถานศึกษา แต่ถ้าเป็นกรณีเทียบโอนผลการเรียนจากสถานศึกษาต่างระบบ ให้ คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนพิจารณาว่าควรยอมรับผลการเรียนเดิมหรือไม่ ถ้าไม่ยอมรับก็ต้องประเมิน ให้ใหม่ด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่เหมาะสม (5) คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน จัดให้มีการ ประเมินความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของผู้เรียนใหม่ ตามผลการเรียนที่คาดหวังของรายวิชาที่ผู้เรียน ขอเทียบในกรณีที่ผู้เรียนไม่มีเอกสารหลักฐานการศึกษาเดิมมาแสดง หรือหลักสูตรที่ผู้เรียนนำมาขอเทียบโอน มีความสอดคล้องกับจุดประสงค์และเนื้อหาสาระของหลักสูตรที่ขอเทียบไม่ถึงร้อยละ 60 ผู้เรียนที่ผ่านการประเมินจะได้รับการเทียบโอนผลการเรียนได้ โดยได้ระดับผลการเรียนตามที่ประเมินได้ ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านการประเมินจะไม่ได้รับการเทียบโอนผลการเรียน กรณีผู้เรียนขออนุญาตไปศึกษารายวิชาใดรายวิชาหนึ่ง ต่างสถานศึกษา หรือขอศึกษาด้วยตนเองให้ดำเนินการดังนี้ (1) ให้ดำเนินการโดยผู้เรียนยื่นคำร้องไปศึกษาต่างสถานที่หรือต่างรูปแบบ ต่อคณะกรรมการเทียบโอนผลการเรียน ซึ่งจะพิจารณาผลการเรียนและความจำเป็นของผู้เรียนตามระเบียบการ จัดการศึกษา 3 รูปแบบ ของสถานศึกษาที่จะจัดการศึกษาในระบบ (2) รายวิชาที่ผู้เรียนขอไปศึกษาต่างสถานที่ หรือต่างรูปแบบต้องมี จุดประสงค์และเนื้อหาสาระสอดคล้องกับรายวิชาในหลักสูตรของสถานศึกษาที่จะนำมาเทียบโอนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 60 (3) กรณีผู้เรียนขอไปศึกษาต่างสถานศึกษาหรือระบบที่มีสถานศึกษาจัดการ เรียนการสอนแน่นอน ถ้าเห็นควรอนุญาตให้ไปเรียนได้ให้มีการประสานงานเรื่องการจัดการเรียนการสอน การ ประเมินผล และการรับโอนผลการเรียนก่อน เมื่อได้ตกลงร่วมกันเรียบร้อยแล้วจึงจะอนุญาตเมื่อศึกษาสำเร็จ ให้ รับโอนผลการเรียนได้ทันที (4) กรณีผู้เรียนขออนุญาตศึกษาด้วยตนเอง หรือศึกษาในสถานศึกษา ที่ไม่สามารถติดต่อประสานได้ ถ้าคณะกรรมการพิจารณาความจำเป็นแล้วเห็นควรอนุญาต เมื่อผู้เรียนมา รายงานผลการเรียน ให้คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการสถานศึกษา 64


(5) คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน รายงานผลการเทียบ โอนให้คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษาให้ความเห็นชอบ และเสนอผู้บริหาร สถานศึกษาอนุมัติผลการเทียบโอนผลการเรียน (6) คณะกรรมการดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน รายงานผลการเทียบ โอนให้คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษาให้ความเห็นชอบ และเสนอผู้บริหาร สถานศึกษาอนุมัติผลการเทียบโอนผลการเรียน หมวด 6 บทเฉพาะกาล ข้อ 19 ในกรณีนักเรียนที่เรียนตามหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนสว่างแดนดิน 2546 และ ควรจะจบหลักสูตรในปีการศึกษา 2554 หรือก่อนปีการศึกษา 2554 แต่ไม่สามารถจบหลักสูตรได้ตาม กำหนด ให้ใช้ระเบียบฉบับนี้ ข้อ 20 ให้ประธานคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและวิชาการของสถานศึกษา รักษาการให้ เป็นไปตามระเบียบนี้ ข้อ 21 กรณีมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ให้เสนอคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานอนุมัติและให้ความ เห็นชอบก่อนนำไปใช้ ประกาศ ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 ( นายกษม โสมศรีแพง ) ประธานคณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนสว่างแดนดิน 65


ประกาศโรงเรียนสว่างแดนดิน เรื่อง แนวการปฏิบัติการดำเนินการแก้ไขผลการเรียน โรงเรียนสว่างแดนดิน กำหนดแนวปฏิบัติดังนี้ 1. ผลการเรียนในภาคเรียนที่ 1 กำหนดแนวปฏิบัติการดำเนินการสอบแก้ตัวในภาคเรียนที่ 2 โดยกำหนดแนวปฏิบัติดังนี้ 1.1 การสอบแก้ตัวครั้งที่ 1 จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันแรกของการเปิดเรียน ภาคเรียนที่ 2 หรือตามปฏิทินการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหารงานวิชาการ โดยที่นักเรียนรับและยื่นแบบ คำร้องกับฝ่ายบริหารงานวิชาการ แล้วไปดำเนินการสอบแก้ตัวครั้งที่ 1 กับครูผู้สอน โดยนักเรียนมี สิทธิ์ได้ผลการเรียนดังนี้ - ติด มส แก้ได้ เกรด 1 - ติด 0 แก้ได้ เกรด 1 - ติด ร แก้ได้ เกรด 0 – 4 - ติด มผ แก้ได้ ผ 1.2 การสอบแก้ตัวครั้งที่ 2 จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันถัดจากวันสุดท้ายของ การสอบแก้ตัวครั้งที่ 1หรือตามปฏิทินการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหารงานวิชาการโดยนักเรียนที่สอบแก้ ตัวครั้งที่ 1 แล้วยังไม่ผ่านหรือนักเรียนที่ยังไม่ดำเนินการสอบแก้ตัวเลย ให้รับและยื่นแบบคำร้องกับ ฝ่ายบริหารงานวิชาการ แล้วไปดำเนินการสอบแก้ตัวครั้งที่ 2 กับครูผู้สอน โดยนักเรียนมีสิทธิ์ได้ ผลการเรียนดังนี้ - ติด มส แก้ได้ เกรด 1 - ติด 0 แก้ได้ เกรด 1 - ติด ร แก้ได้ เกรด 0 – 4 - ติด มผ แก้ได้ ผ * ในกรณีที่นักเรียนติด ร แล้วสอบแก้ตัวครั้งที่ 2 ไม่ผ่านหรือไม่มาดำเนินการสอบแก้ตัว ให้ครูผู้สอนนำข้อมูลคะแนนที่มีอยู่ตัดสินผลการเรียนของนักเรียนได้เลย โดยนักเรียนมีสิทธิ์ได้ผลการ เรียนตั้งแต่ เกรด 0 - 4 1.3 แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการเรียนซ้ำรายวิชา โดยนักเรียนที่สอบแก้ตัวครั้งที่ 2 แล้ว ยังไม่ผ่านหรือนักเรียนที่ยังไม่ดำเนินการสอบแก้ตัวเลยและนักเรียนที่มีผลการเรียนไม่ผ่านในปี การศึกษาที่ผ่านมา(รวมถึงนักเรียน ม.3 หรือ ม.6 ที่ยังไม่จบการศึกษา) นักเรียนต้องดำเนินการโดย เชิญผู้ปกครองมาร่วมรับทราบแนวปฏิบัติและลงทะเบียนเรียนซ้ำรายวิชา ต่อคณะกรรมการดำเนินการ เรียนซ้ำรายวิชาที่โรงเรียนแต่งตั้งขึ้น และนักเรียนต้องดำเนินการเรียนซ้ำรายวิชาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันถัดจากวันลงทะเบียนหรือตามปฏิทินการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหารงานวิชาการ โดยนักเรียนมี สิทธิ์ได้ผลการเรียน เกรด 1 เท่านั้นและ ติด มผ แก้ได้ ผ 66


2. ผลการเรียนในภาคเรียนที่ 2 กำหนดแนวปฏิบัติการดำเนินการสอบแก้ตัวให้แล้วเสร็จในปีการ ศึกษานั้น โดยกำหนดแนวปฏิบัติดังนี้ 2.1 การสอบแก้ตัวครั้งที่ 1 จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันแรก หลังจากการ ประกาศผลเรียนในภาคเรียนที่ 2 หรือตามปฏิทินการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหารงานวิชาการ โดยที่ นักเรียนรับและยื่นแบบคำร้องกับฝ่ายบริหารงานวิชาการ แล้วไปดำเนินการสอบแก้ตัวครั้งที่ 1 กับ ครูผู้สอน โดยนักเรียนมีสิทธิ์ได้ผลการเรียนดังนี้ - ติด มส แก้ได้ เกรด 1 - ติด 0 แก้ได้ เกรด 1 - ติด ร แก้ได้ เกรด 0 – 4 - ติด มผ แก้ได้ ผ 2.2 การสอบแก้ตัวครั้งที่ 2 จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันถัดจากวันสุดท้ายของ การสอบแก้ตัวครั้งที่ 1 หรือตามปฏิทินการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหารงานวิชาการ โดยนักเรียนที่สอบ แก้ตัวครั้งที่ 1 แล้วยังไม่ผ่านหรือนักเรียนที่ยังไม่ดำเนินการสอบแก้ตัวเลย ให้รับและยื่นแบบคำร้อง กับฝ่ายบริหารงานวิชาการ แล้วไปดำเนินการสอบแก้ตัวครั้งที่ 2 กับครูผู้สอน โดยนักเรียนมีสิทธิ์ได้ ผลการเรียนดังนี้ - ติด มส แก้ได้ เกรด 1 - ติด 0 แก้ได้ เกรด 1 - ติด ร แก้ได้ เกรด 0 – 4 - ติด มผ แก้ได้ ผ * ในกรณีที่นักเรียนติด ร แล้วสอบแก้ตัวครั้งที่ 2 ไม่ผ่านหรือไม่มาดำเนินการสอบแก้ตัว ให้ ครูผู้สอนนำข้อมูลคะแนนที่มีอยู่ตัดสินผลการเรียนของนักเรียนได้เลย โดยนักเรียนมีสิทธิ์ได้ผลการ เรียนตั้งแต่ เกรด 0 - 4 2.3 แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการเรียนซ้ำรายวิชา โดยนักเรียนที่สอบแก้ตัวครั้งที่ 2 แล้ว ยังไม่ผ่านหรือนักเรียนที่ยังไม่ดำเนินการสอบแก้ตัวเลยและนักเรียนที่มีผลการเรียนไม่ผ่านในภาคเรียน ที่ 1 หรือปีการศึกษาที่ผ่านมา(รวมถึงนักเรียน ม.3 หรือ ม.6 ที่ยังไม่จบการศึกษา) นักเรียนต้อง ดำเนินการโดยเชิญผู้ปกครองมาร่วมรับทราบแนวปฏิบัติและลงทะเบียนเรียนซ้ำรายวิชา ต่อ คณะกรรมการดำเนินการเรียนซ้ำรายวิชาที่โรงเรียนแต่งตั้งขึ้น และนักเรียนต้องดำเนินการเรียนซ้ำ รายวิชาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันถัดจากวันลงทะเบียน (ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม) หรือตาม ปฏิทินการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหารงานวิชาการโดยนักเรียนมีสิทธิ์ได้ผลการเรียน เกรด 1 เท่านั้น และ ติด มผ แก้ได้ ผ ประกาศ ณ วันที่ 1 ธันวาคม 2564 ( นางนงครักษ เคนไชยวงศ ) ผูอํานวยการโรงเรียนสวางแดนดิน 67


ระเบียบการขอเอกสารทางการศึกษา 1. เขียนใบคำร้องพร้อมบันทึกรายละเอียดให้เรียบร้อย ครบทุกช่องพร้อมระบุเอกสารที่ขอให้ชัดเจน - ปพ.1 คือ ระเบียนแสดงผลการเรียน - ปพ.7 คือ ใบรับรองผลการเรียน , ใบรับรองการเป็นนักเรียน 2. แนบรูปถ่าย 1.5 นิ้ว เท่านั้น โดยจำนวนรูปถ่ายเท่ากันกับจำนวนเอกสารที่ขอ โดยรูปถ่ายต้องถูกระเบียบ แต่งกาย ปักชื่อ ทรงผม * ขอความกรุณา ตัดขอบรูป ที่เป็นขอบสีขาวออกให้เรียนร้อย เพื่อความรวดเร็ว ในการจัดเอกสาร * ห้ามเย็บแม็กซ์ติดกับรูปมาเด็ดขาด จะไม่มีการดำเนินการทำเอกสารให้ เนื่องจากทำให้รูปเสียหาย (ให้ใช้ คลิปหนีบมาเท่านั้น) 3. ส่งใบคำร้องไว้ตะกร้า(การขอเอกสารทางการศึกษา) ระยะเวลาในการจัดทำ 2-3 วันทำการ * หากเกินเวลาที่กำหนดให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ด้านในห้องทะเบียน เมื่อเอกสารทำเสร็จเจ้าหน้าที่จะนำมาไว้ที่ ตะกร้า(การขอเอกสารทางการศึกษา) แล้วเลือกหยิบไปเฉพาะเอกสารที่เป็นของตัวเอง ห้ามหยิบหรือนำ เอกสารของผุ้อื่นไป ตัวอย่างรูปถ่ายที่ถูกต้องตามระเบียบ ตัวอย่างรูปถ่าย ม.ต้น ตัวอย่างรูปถ่าย ม.ปลาย 68


กลุมบริหารงานกิจการนักเรียน นายสุรเชษฐ นนสุราช หัวหนากลุมบริหารกิจการนักเรียน 69


ประกาศ ระเบียบโรงเรียนสว่างแดนดิน ว่าด้วยความประพฤติและการปฏิบัติตนของนักเรียนโรงเรียนสว่างแดนดิน พ.ศ. ๒๕๖6 ******************************************************************************************************* ด้วยทางโรงเรียนสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เห็นสมควรที่จะมีการปรับแก้ไขกำหนด กฎระเบียบ ของโรงเรียน ว่าด้วยการพัฒนาพฤติกรรมนักเรียนขึ้นเพิ่มเติม ให้สอดคล้องกับบริบทและโครงสร้างการ บริหารงานของโรงเรียนสว่างแดนดิน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการส่งเสริมให้นักเรียนประพฤติตนในทาง ที่พึงประสงค์จึงได้กำหนดระเบียบว่าด้วยความพฤติและการปฏิบัติตนของนักเรียนโรงเรียนสว่างแดนดิน ไว้ดังต่อไปนี้ หมวดที่ ๑ บททั่วไป ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบโรงเรียนสว่างแดนดิน ว่าด้วยความประพฤติและการปฏิบัติตนของนักเรียน โรงเรียนสว่างแดนดิน พ.ศ. ๒๕๖6” ข้อ ๒ ระเบียบนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศใช้ เป็นต้นไป ข้อ 3 ระเบียบอื่นที่ขัดต่อระเบียบนี้ให้ยกเลิก ข้อ 4 ในระเบียบนี้“โรงเรียน” หมายถึง โรงเรียนสว่างแดนดิน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร “นักเรียน” หมายถึง นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนสว่างแดนดิน “ครู” หมายถึง ครูที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการในโรงเรียนสว่างแดนดิน “รองผู้อำนวยการ” หมายถึง รองผู้อำนวยการโรงเรียนสว่างแดนดิน “ผู้อำนวยการ” หมายถึง ผู้อำนวยการโรงเรียนสว่างแดนดิน “ความประพฤตินักเรียน” หมายถึง พฤติกรรมของนักเรียนโรงเรียนสว่างแดนดิน ที่แสดงออกในทางที่พึง ประสงค์และไม่พึงประสงค์ “พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์” หมายถึง พฤติกรรมที่นักเรียนแสดงออกในทางที่ฝ่าฝืน ต่อกฎระเบียบ ข้อบังคับ ของโรงเรียน กฎกระทรวงกำหนดความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.๒๕๖๒ และพฤติกรรมที่ขัดต่อ ศีลธรรมอันดีงามชองสังคม “พฤติกรรมที่พึงประสงค์” หมายถึง พฤติกรรมที่นักเรียนแสดงออกในทางที่ถูก ที่ควร กระทำความดีอันเกิด ประโยชน์ต่อตนเอง ผู้อื่น และส่วนรวม สมควรได้รับการยกย่อง เชิดชู เป็นแบบอย่างที่ดีและ ควรได้รับรางวัล “การกระทำความผิด” หมายถึง การที่นักเรียนประพฤติผิด ฝ่าฝืนระเบียบ คำสั่ง แนวปฏิบัติ ข้อบังคับของ โรงเรียน หรือ ระเบียบโรงเรียนสว่างแดนดิน ว่าด้วยความประพฤติและการปฏิบัติตน ของนักเรียนโรงเรียน สว่างแดนดิน พ.ศ. ๒๕๖๕ “ คะแนน ” หมายถึง คะแนนความประพฤตินักเรียน กำหนดให้นักเรียนทุกคนมีคะแนนความประพฤติคนละ 100 คะแนน ทันทีที่เข้าเป็นนักเรียนและนักเรียนทุกคน ต้องรักษาคะแนนนี้ไว้ไม่ให้ถูกตัดคะแนน จนกว่าจะ 70


เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.๓) และ ตอนปลาย (ม.๖) แล้วแต่กรณีนักเรียนจะถูกตัดคะแนนตาม ระเบียบนี้ เมื่อกระทำการใดๆ อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบแบบแผ่นและขอบังคับของโรงเรียนสว่างแดนดิน “ทำกิจกรรม” หมายถึง การให้นักเรียนที่กระทำผิด ทำกิจกรรมบำเพ็ญตนให้เป็น ประโยชน์ต่อตนเอง ผู้อื่น ส่วนรวมหรือสังคมทั่งในโรงเรียนหรือนอกโรงเรียน หรือกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การเข้าค่าย เพื่อฝึกอบรม กิจกรรมอยู่ค่ายปฏิบัติธรรมแบบเข้ม ที่วัด โรงเรียน หรือสถานปฏิบัติธรรม โดยโรงเรียนร่วมมือ กับผู้ปกครอง(ผู้ปกครองเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมหรือเข้าค่ายเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม) ซึ่ง เป็นการชดเชยการกระทำความผิดซ้ำซาก หรือความผิดสถานหนัก หรือถูกตัดคะแนนความประพฤติเกิน ๘๐ คะแนน ทั้งนี้การได้คะแนนชดเชยความผิดดังกล่าวสามารถเพิ่มตะแนนได้ระหว่าง ๓๐-๕๐ คะแนน แล้วแต่ กรณีของความผิดนั้น ๆ หรือขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียนที่ ผู้อำนวยการมอบหมาย หรือคณะกรรมการบริหารกลุ่มบริหารทั่วไป(งานกิจการนักเรียนที่ได้รับการตั้งแต่ง) “การลงโทษ” หมายถึง การลงโทษนักเรียนที่ฝ่าฝืน ต่อกฎระเบียบ ข้อบังคับของโรงเรียน กฎกระทรวงว่า ความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.๒๕62 และระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียน นักศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งมี ๔ สถาน คือ ๑. ว่ากล่าวตักเตือน (บันทึกพฤติกรรมหรือประวัติกระทำความผิด หรือเชิญผู้ปกครองมาพบตามความ เหมาะสม ) ๒. ทำทัณฑ์บน ๓. ตัดคะแนนความประพฤติ ๔. ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (ลงโทษตามระเบียบของโรงเรียน) เพื่อให้การดำเนินการควบคุมและดูแลความประพฤติของนักเรียนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสม โรงเรียนจึงได้ทำกำหนดมาตรการการลงโทษนักเรียนที่กระทำผิดระเบียบว่าด้วยการควบคุมและดูแลความประพฤติ ของนักเรียน มี ๒ ประเภท ๑. ประเภทไม่ร้ายแรง ๒. ประเภทร้ายแรง หมายเหตุ ประพฤติชั่วร้ายแรงหรือกระทำความผิดใดๆ ที่นำความเสื่อมเสียมาสู่โรงเรียน หรือเทียบเท่า การตัด คะแนนให้เป็นไปตามคณะกรรมการบริหารทั่วไป(คณะกรรมการงานกิจการนักเรียนที่ได้รับการแต่งตั้ง) หรือขึ้นอยู่ กับดุลพินิจของผู้อำนวยการโรงเรียน หรือรองผู้อำนวยการที่ผู้อำนวยการมอบหมาย ข้อ 5 ให้ผู้อำนวยการหรือรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารทั่วไปที่ผู้อำนวยการมอบหมายเป็นผู้รักษาตามระเบียบนี้ หมวดที่ ๒ ว่าด้วยการปฏิบัติตนเองนักเรียนโรงเรียนสว่างแดนดิน ข้อ ๖ แนวปฏิบัติทั่วไปของนักเรียน (๑) ต้องยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรง เป็นประมุข (๒) ต้องเป็นผู้ตั้งใจเรียน เอาใจใส่ต่อการเรียน (๓) ต้องปฏิบัติตนตามกฎระเบียบ ข้อบังคับของโรงเรียนอย่างเคร่งครัด (๔) ต้องรักษาศักดิ์ศรี เกียรติยศชื่อเสียง ของโรงเรียนและตนเอง (๕) ต้องเคารพและมีความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ ครู ผู้มีพระคุณ และโรงเรียน (๖) ต้องมีความสามัคคีกลมเกลียว ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน 71


(๗) ต้องมีบุคลิกภาพสุภาพเรียบร้อย สมกับเป็นผู้ที่มีวัฒนธรรมอันดีงาม (๘) ต้องเป็นผู้อนุรักษ์ไว้ซึ่งวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ของท้องถิ่น (๙) ต้องมีความเสียสละต่อส่วนรวม ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว (๑๐) ต้องไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งเสพติดและอบายมุขทั้งปวง (๑1) ต้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ข้อ ๗ การปฏิบัติตนของนักเรียนในการมาโรงเรียน (๑) แต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย ถูกต้องตามระเบียบของโรงเรียน (๒) จัดเตรียมสมุด หนังสือ และอุปกรณ์การเรียนมาตามตารางเรียนประจำวัน (๓) แสดงความเคารพผู้ปกครองก่อนออกจากบ้าน (๔) โดยสารหรือขับขี่ยานพาหนะด้วยความระมัดระวัง และปฏิบัติตามกฎจราจร กรณีที่ผู้ปกครองมาส่งให้ลง ตรงบริเวณที่กำหนด ห้ามผู้ปกครองนำรถเข้ามาส่งนักเรียนในบริเวณโรงเรียนยกเว้นกรณีฝนตก หรือได้รับอนุญาต ตามแต่กรณี (๕) นักเรียนทุกคนต้องมาถึงโรงเรียนทุกวันทำการก่อนเวลา ๐๘.๐๐ น.และทำการสแกนใบหน้าที่ เครื่องสแกน ณ จุดที่โรงเรียนได้แจ้งไว้ทุกครั้ง และระบบจะส่งข้อความ แจ้งไปยังผู้ปกครองให้รับทราบทันที่ (๖) นักเรียนที่มาโรงเรียนสายหลังเวลา ๐๘.๓๐ น. โปรแกรมสแกนใบหน้าจะตัดคะแนนความประพฤติ อัตโนมัติและมีประวัติในการตัดคะแนนความประพฤติสะสม (๗) การข้ามถนนหน้าโรงเรียนประตูด้านทิศเหนือ ให้นักเรียนใช้สะพานลอย หรือข้ามถนนที่ทางม้า ลายด้วยความระมัดระวัง (๙) เดินเข้าประตูโรงเรียนให้ไหว้พระก่อน แล้วแสดงความเคารพครู และเดินเข้าอย่างเป็นระเบียบไปตาม ช่องทางเดินที่กำหนดไว้เพื่อเดินไปยังจุดสแกนใบหน้าต่อไป (๙) เข้าร่วมกิจกรรมหน้าเสาธง ในเวลา ๐๗.๔๕ น. หรือเมื่อได้ยินเสียงเพลงมาร์ชของโรงเรียนดังขึ้น (๑๐) เลิกเรียน สามารถออกจากโรงเรียนได้เมื่อถึงเวลาเลิกเรียนที่โรงเรียนกำหนดเท่านั้น (เวลา (๑๑) การมาโรงเรียนในวันหยุดราชการ ต้องได้อนุญาตจากผู้ปกครอง และมีครูผู้ควบคุมดูแลและต้องแจ้งการ ขอใช้งานอาคารสถานที่ตามที่โรงเรียนกำหนดไว้ ข้อ ๘ การปฏิบัติตนเมื่ออยู่ในห้องเรียน (๑) ต้องเข้าเรียนตรงเวลา (๒) ต้องตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เคารพเชื่อฟังครูผู้สอน (๓) รักษากริยามารยาท ระเบียบวินัย ให้เรียบร้อย (๔) ดูแลรักษาความสะอาด เรียบร้อยของห้องเรียนและวัสดุครุภัณฑ์อยู่เสมอ (๕) การเข้าและออกห้องเรียนขณะเรียนต้องขออนุญาตและทำความเคารพครูผู้สอนก่อน (๖) ไม่นำอาหาร เครื่องดื่มใด ๆ เข้ามารับประทานในห้องเรียน (๗) ไม่ทำความเสียหาย หรือเคลื่อนย้ายครุภัณฑ์ห้องเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต (๘) ไม่วิ่งเล่น ส่งเสียงดัง รบกวนผู้อื่นทั้งในและนอกเวลาเรียน (๙) เมื่อเปลี่ยนห้องหรือสถานที่เรียน ต้องนำขยะใต้โต๊ะเรียนของตนเองลงไปทิ้งในถังขยะร่วมที่ทางโรงเรียนได้ จัดไว้ให้ เมื่อเสร็จภารกิจ ให้เดินเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยไม่ส่งเสียงดัง ข้อ ๙ สิ่งที่นักเรียนต้องไม่นำเข้ามาในโรงเรียน (๑) อาวุธ สิ่งเทียบอาวุธ วัตถุระเบิด วัตถุอันตรายอื่น ๆ (๒) สื่อลามกอนาจาร 72


(๓) สิ่งเสพติดให้โทษทุกประเภท (๔) อุปกรณ์เกี่ยวกับการพนันทุกประเภท (๕) เครื่องเล่นเพื่อความบันเทิงต่าง ๆ ยกเว้นสิ่งที่โรงเรียนส่งเสริม (๖) สิ่งของฟุ่มเฟือย เครื่องประดับ ของมีค่า ซึ่งไม่มีความจำเป็นต่อการเรียน (๗) บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ผู้ปกครอง หรือคนในครอบครัว (๘) สัตว์เลี้ยง (๙) สิ่งที่ขัดต่อกฎหมาย และศีลธรรมอันดีงามของสังคม ข้อ ๑๐ การแสดงความเคารพ ก. ในห้องเรียน (๑) เมื่อครูเข้าสอน หรือเลิกการสอน ให้หัวหน้าห้องบอกนักเรียนทำความเคารพ (๒) เมื่อมีผู้มาเยี่ยมเยือนหรือมาให้ความรู้ ให้ครูผู้สอนแนะนำให้นักเรียนรู้จัก ให้หัวหน้า ห้องบอกทำ ความเคารพเช่นเดียวกับการเคารพครู ข. นอกห้องเรียน (๑) แสดงความเคารพครูและผู้อาวุโส ด้วยการหยุดเดิน ยืนตรง ทำความเคารพ ด้วยการไหว้ หรือโค้ง คำนับ พร้อมกล่าวคำว่า “สวัสดีครับ” “สวัสดีค่ะ” (๒) กรณีที่นักเรียนไม่สามารถยกมือไหว้ได้ เนื่องจากถือสัมภาระสิ่งของอยู่ ให้นักเรียน หยุด ยืนตรง พร้อมกล่าวคำว่า “สวัสดีครับ” “สวัสดีค่ะ” (๓) การเดินผ่านครูหรือผู้อาวุโสกว่า นักเรียนต้องขออนุญาตและน้อมตัวลงเล็กน้อย เมื่อเดินผ่านไป ข้อ ๑๑ การปฏิบัติตนต่อเพื่อนนักเรียน (๑) มีความสามัคคี กลมเกลียวกัน (๒) ช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เพื่อนนักเรียนในทางที่ถูกที่ควร (๓) ยกย่อง ให้เกียรติแก่เพื่อนนักเรียนด้วยกัน (๔) พูด และแสดงกริยามารยาทที่สุภาพ ต่อกัน (๕) เคารพนักเรียนรุ่นพี่ หรือผู้อาวุโสกว่า (๖) ไม่ชักชวน ยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นประพฤติปฏิบัติตนในทางที่ไม่เหมาะสม (๗) เคารพและปฏิบัติตาม มติ แนวปฏิบัติของสภานักเรียน ข้อ ๑๒ การปฏิบัติตนในการสอบ (๑) แต่งกายให้เรียบร้อยตามระเบียบโรงเรียน (๒) ดูตารางสอบล่วงหน้าและเตรียมอุปกรณ์การทำข้อสอบให้พร้อมเสมอ (๓) ไปถึงสถานที่สอบก่อนเวลาพอสมควร (๔) ไม่เข้าห้องสอบก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ควบคุมห้องสอบ (๕) ไม่นำเอกสาร อุปกรณ์ใด ๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าในห้องสอบ (๖) นั่งประจำที่นั่งสอบตามที่กำหนด (๗) กรอกข้อมูลประจำตัวผู้สอบ วิชาที่สอบ วันเวลาสอบ ให้ครบถ้วน (๘) ปฏิบัติตามคำชี้แจงในการสอบอย่างเคร่งครัด (๙) ไม่ทุจริต คัดลอก หรือให้ผู้อื่นคัดลอกคำตอบ โดยเด็ดขาด (๑๐) ปฏิบัติตนสุภาพ ไม่พูดคุยกับผู้อื่นในขณะสอบ โดยไม่ได้รับอนุญาต 73


(๑๑) ไม่ออกห้องสอบก่อนเวลาที่กำหนด (๑๒) เมื่อส่งข้อสอบและออกจากห้องสอบแล้วไม่ส่งเสียงหรือทำกริยารบกวนผู้อื่น ข้อ ๑๓ การร่วมกิจกรรมของทางโรงเรียน ในการจัดการศึกษาของทางโรงเรียนนั้น จำเป็นต้องจัดให้มีกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในและนอก หลักสูตร เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้รับความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ ดังนั้นเมื่อโรงเรียน กำหนดหรือ แจ้งให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมใด ๆ ก็ตาม นักเรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมอย่างตั้งใจ ตามวัน เวลา และ สถานที่ ที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ข้อ ๑๔ การร่วมกิจกรรมนอกโรงเรียน นักเรียนที่มีความประสงค์จะไปร่วมกิจกรรมอื่น ๆ กับหน่วยงาน องศ์กร ชุมชน ภายนอก ในเวลาเรียนซึ่งไม่ใช่กิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้น โดยให้ผู้ที่จะนำนักเรียนไปร่วมกิจกรรม ขออนุญาตมายัง โรงเรียน เป็นลายลักษณ์อักษร หรือมีผู้ปกครองมา ขออนุญาตกับทางโรงเรียน เมื่อได้รับอนุญาตจึงสามารถไปร่วม กิจกรรม ดังกล่าวได้ ข้อ ๑๕ การขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน เมื่อนักเรียนมีความจำเป็นต้องออกนอกบริเวณโรงเรียนในเวลาเรียน ให้นักเรียน ถือปฏิบัติตามระเบียบ และขั้นตอนวิธีการ ที่โรงเรียนกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด และต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ (๑) มีผู้ปกครองมาเป็นผู้ขอรับออกจากบริเวณโรงเรียนโดยมีเหตุผลความจำเป็น (๒) มีครูเป็นผู้รับรองว่ามีเหตุผลความจำเป็นต้องออกนอกบริเวณโรงเรียน (๓) เป็นนักเรียนที่เข้ามาเรียนในวันที่ขออนุญาต (๔) แต่งกายด้วยเครื่องแบบนักเรียนโรงเรียนสว่างแดนดิน การขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียนต้องปฏิบัติตาม ขั้นตอนดังนี้ (๑) ผู้ปกครองหรือครู นำนักเรียนมาแจ้งเหตุผลความจำเป็นและช่วงเวลาที่ต้อง ขออนุญาตนำนักเรียนออก นอกบริเวณโรงเรียน โดยบันทึกขออนุญาตที่ห้องงานกิจการนักเรียนตามแบบฟอร์มของโรงเรียนที่กำหนด (๒) นักเรียนนำแบบบันทึกขออนุญาตจากข้อ (๑) ไปแจ้งครูผู้สอน ครูที่ปรึกษา ครูเวรประจำวัน และครูที่ห้อง งานกิจการนักเรียน ลงนามรับทราบการขออนุญาต (๓) ให้ผู้อำนวยการโรงเรียนหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย(ครูงานกิจการนักเรียนที่ห้องงานกิจการนักเรียน) เป็นผู้ลง นามอนุญาตในแบบบันทึก ข้อ (๑) แล้วนำแบบบันทึก ไปแลกบัตรหรือป้ายสวมคอออกนอกบริเวณโรงเรียน ยังห้องกิจการนักเรียน (๔) นักเรียนรับบัตรหรือป้ายสวมคอในการอนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน ต้องนำบัตรพกติดตัวไปด้วยหรือ ต้องสวมป้ายสวมคอทุกครั้ง ขณะอยู่นอกบริเวณโรงเรียน (๕) เมื่อนักเรียนกลับเข้ามาในโรงเรียนตามเวลาที่กำหนด ให้แสดงบัตรหรือคืนป้ายสวมคอต่อครูงานกิจการ นักเรียนผู้ให้อนุญาต (๖) ผู้อนุญาต (ครูงานกิจการนักเรียน) รับบัตรคืนหรือป้ายสวมคอ และบันทึกการกลับมารายงานตัวของ นักเรียนที่ขออนุญาต ลงในแบบบันทึกของงานกิจการนักเรียน ข้อ ๑๖ การขออนุญาตกลับบ้านก่อนเวลาเลิกเรียน เมื่อนักเรียนมีความจำเป็นต้องออกนอกบริเวณโรงเรียนในเวลา เรียน ให้นักเรียน ถือปฏิบัติตามระเบียบ และขั้นตอนวิธีการ ที่โรงเรียนกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด และต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ (๑) มีผู้ปกครองเท่านั้นมาเป็นผู้ขอรับกลับบ้านโดยมีเหตุผลความจำเป็น (๒) มีครูเป็นผู้รับรองว่ามีเหตุผลความจำเป็นต้องออกนอกบริเวณโรงเรียน (๓) เป็นนักเรียนที่เข้ามาเรียนในวันที่ขออนุญาต 74


(๔) แต่งกายด้วยชุดนักเรียนโรงเรียนสว่างแดนดิน การขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียนต้องปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ (๑) ผู้ปกครองหรือครู นำนักเรียนมาแจ้งเหตุผลความจำเป็นและช่วงเวลาที่ต้อง ขออนุญาตนำกลับบ้านก่อนเวลาเลิก เรียน โดยบันทึกคำร้องขออนุญาตที่ห้องงานกิจการนักเรียนตามแบบฟอร์มของโรงเรียนที่กำหนด (๒) นักเรียนนำแบบบันทึกในข้อ (๑) ไปแจ้งครูที่ปรึกษาและครูเวรประจำวัน เพื่อขออนุญาตลงนามรับทราบการขอ อนุญาต (๓) ให้ครูงานกิจการนักเรียนเป็นผู้ลงนามอนุญาตในแบบบันทึกตามข้อ (๑) (๔) ให้ผู้อำนวยการหรือรองผู้อำนวยการ(หัวหน้างานหรือครูงานกิจการนักเรียน) ที่ผู้อำนวยการมอบหมายเป็นผู้ลงนาม อนุญาตในแบบบันทึกแล้วบันทึกข้อมูลการขออนุญาต ของนักเรียนที่ขออนุญาต ข้อ (๑) ข้อ ๑๗ การใช้พาหนะในโรงเรียน (๑) ห้ามนักเรียนใช้ยานพาหนะทุกชนิด บริเวณโรงเรียน โดยไม่ได้รับอนุญาต (๒) ให้นักเรียนหยุดรถ ดับเครื่องยนต์ แล้วจูงจักรยานยนต์ จักรยาน เมื่อมาถึงหน้า ประตูโรงเรียนเพื่อทำความ เคารพครู นำรถไปจอดไว้ในที่ที่จัดให้จอดพร้อมล็อคหรือใส่กุญแจเพื่อความปลอดภัย ทุกครั้ง (๓) นักเรียนที่โดยสารมากับรถยนต์รับส่งนักเรียน หรือรถประจำทาง ให้ลงที่ หน้าโรงเรียนแล้วเดินเป็นแถวเข้า โรงเรียน ทำความเคารพครูอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย สำหรับการขึ้นรถ กลับบ้านหลังเลิกเรียน ให้นักเรียน ขึ้นตามจุดที่โรงเรียนกำหนดเท่านั้น (๔) นักเรียนที่นำรถจักรยานยนต์มาโรงเรียน ควรมีอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัย ในการขับขี่ และไม่ดัดแปลง สภาพรถ พร้อมรักษาดูแลสภาพรถให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ ข้อ ๑๘ การใช้อาคารเรียน สถานที่ ห้องปฏิบัติการ และห้องพิเศษ (๑) ห้ามเข้าห้องโดยไม่ได้รับอนุญาตจากครูประจำห้องนั้น ๆ (๒) ปฏิบัติตามระเบียบการใช้อาคาร ห้องปฏิบัติการ ห้องพิเศษต่าง ๆ ตามระเบียบ การใช้ห้อง และควรมีครู เป็นผู้ดูแลอย่างเคร่งครัด (๓) ไม่เคลื่อนย้าย หรือเปลี่ยนแปลงวัสดุ อุปกรณ์ใด ๆ ในห้องโดยเด็ดขาด ข้อ ๑๙ ประกาศนี้ ถือเป็นแนวปฏิบัติเพื่อให้นักเรียนได้อยู่ร่วมกันในโรงเรียนอย่างเป็นสุข ได้รับความสะดวกและ ปลอดภัย หากนักเรียนคนใดฝ่าฝืนหรือจงใจไม่ปฏิบัติตาม ถือว่ากระทำผิดระเบียบ จะถูกลงโทษตาม ระเบียบโรงเรียนสว่างแดนดิน ว่าความประพฤติและการปฏิบัติตนของนักเรียนโรงเรียนสว่างแดนดิน พ.ศ. ๒๕๖๕ หมวดที่ ๓ ว่าด้วยเครื่องแบบและการแต่งกายของนักเรียน ข้อ ๒๐ เครื่องแบบและการแต่งกายของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และ ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ๑. นักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ๑.๑ เสื้อ เป็นแบบเชิ้ต คอตั้ง ผ้าขาวเกลี้ยง เนื้อหนา ผ่าอกตลอด มีสาบที่อก เสื้อกว้าง ๓.๕ - ๔.๐ ซม. กระดุมสีขาวแบบศูนย์กลาง ๑ ซม. จำนวน ๕ เม็ด แขนยาวเพียงข้อศอก มีกระเป๋าติด แนวราวนมเบื้องซ้าย ๑ กระเป๋า ขนาดกว้างตั้งแต่ ๘ - ๑๒ ซม. ลึก ๑๐ ซม. พอเหมาะกับขนาดของเสื้อ เมื่อสวมใส่ ให้ชายเสื้ออยู่ภายในกางเกง มองเห็นเข็มขัดชัดโดยรอบ กรณีใส่เสื้อซับให้ใช้เสื้อซับในสีขาว ๑.๒ กางเกง เป็นกางเกงไทยใช้ผ้าสีกากี มีจีบหน้า ๒ จีบ มีหูเข็มขัด ๖ - ๗ หูขาสั้นเหนือสะบ้าหัวเข้าไม่เกิน ๕ ซม. ความกว้างของปลายขาพับเข้าในกว้าง ๕ ซม. ผ่ากลางส่วนหน้าติดซิป มีกระเป๋าตามแนวตะเข็บข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า ไม่มีกระเป๋าหลัง กางเกงต้องสวมทับชายเสื้อไว้ให้เรียบร้อย 75


๑.๓ เข็มขัด อนุญาตให้ใช้เข็มขัดหนังสีน้ำตาลขนาดกว้างตั้งแต่ ๒.๕ - ๔ ซม. ตามลักษณะรูปร่างของนักเรียน หัวเข็มขัดเป็นโลหะสีทอง รูปสี่เหลียม ชนิดหัวกลัดรูเดียวมีปลอกสีน้ำตาล ๑ ปลอก สำหรับสอดปลายเข็มขัด ห้ามเสริม แต่งเข็มขัดในลักษณะอื่นใด นักเรียนที่เป็นลูกเสือให้ใช้เข็มขัด ของลูกเสือแทนได้ ๑.๔ รองเท้า ให้ใช้รองเท้าชนิดหุ้มส้นชนิดผูกเชือก ผ้าใบสีน้ำตาล ไม่มีลวดลาย หรือสีอื่นปน โดยสอดเชือกผูก รองเท้าทุกรูของรองเท้า ๑.๕ ถุงเท้า ให้ใช้ถุงเท้าสั้นสีน้ำตาล ยาวเหนือตาตุ่มตั้งแต่ ๑๐ ซม. ขึ้นไป แต่ไม่เกินกลางหน้าแข้ง ไม่พับ หรือไม่ม้วนถุงเท้า ถุงเท้าไม่มีลวดลายหรือสีอื่นปน ๒. นักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ๒.๑ เสื้อให้ใช้ผ้าขาวเกลี้ยง ไม่บางเกินไป แขนเสื้อให้ใช้แบบกลาสี แขนสั้น ปลายแขนย่น และต้องสวมเสื้อซับ ในสีขาวก่อนสวมเครื่องแบบ ห้ามใส่เสื้อยืดคอกลมชนิดติดคอ กระเป๋าเสื้อ ให้ติดริมขอบเสื้อด้านล่างข้างขวาขนาด ๘ × ๑๐ ซม. ขอบชายเสื้อด้านล่างพับเข้าด้านใน ๑ นิ้ว ความยาว ของชายเสื้อติดตรงบริเวณข้อมือเมื่อยืดตรง ให้ใช้โบว์คอ ซองสีกรมท่า ๒.๒ กระโปรง ใช้ผ้าสีกรมท่าเนื้อเกลี้ยงไม่มีลวดลายและไม่บาง เอวกระโปรง มีขอบกว้าง ๓ - ๔ ซม. แบบ กระโปรงใช้แบบธรรมดา ด้านหน้าและด้านหลังพับเป็นจีบข้างละ ๓ จีบ จีบกระโปรง ๗ หันออกด้านนอก เย็บทับจีบ กระโปรง จากขอบเอวลงมาไม่เกิน ๑๐ ซม. ความยาวของกระโปรงพ้นกลางเข่า ลงมาประมาณ 10 ซม. แต่ไม่เกินครึ่ง น่อง ชายกระโปรงพับเข้าด้านในกว้าง ๒.๕ - ๔ ซม. ๒.๓ ถุงเท้า ให้ใช้ถุงเท้าสีขาวไม่มีลวดลาย เวลาสวมใส่ให้พับขอบลงมาแล้ว วัดจากกึ่งกลางขึ้นไปสูงไม่น้อยกว่า ๓ นิ้ว แต่ไม่เกินกึ่งกลางของหน้าแข้งตนเอง ถ้าใช้ถุงเท้าที่ไม่พับขอบบนถุงเท้า ต้องสูงจากตาตุ่มไม่น้อยกว่า ๓ นิ้ว แต่ ไม่เกินกึ่งกลางของหน้าแข้งตนเอง ไม่ม้วนถุงเท้า ๒.๔ รองเท้า ให้ใช้รองเท้าหนังสีดำ ไม่มีลวดลายหรือสีอื่นปน แบบรองเท้า ใช้แบบหุ้มส้นสีดำ ส้นสูงไม่เกิน ๓ ซม. หัวมน มีสายรัดหลังเท้า รองเท้าผ้าใบให้ใช้สีขาวล้วน ไม่มีลวดลายหรือ สีอื่นปน ๒.๖ ใบหน้า ห้ามใช้เครื่องสำอางใด ๆ ตกแต่งบริเวณใบหน้าหรือส่วนอื่นใดของ ร่างกายที่ไม่เหมาะสมกับ สภาพนักเรียน และห้ามตกแต่งใบหน้าโดยวิธีการต่าง ๆ ที่ผิดธรรมชาติเช่น การเขียนคิ้ว การปัดขนตา การใส่คอนแทค เลนส์แฟชั่น ๓. นักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ๓.๑ เสื้อ เป็นแบบเชิ้ต คอตั้ง ผ้าขาวเกลี้ยง เนื้อหนา ผ่าอกตลอด มีสาบที่อก เสื้อกว้าง ๓.๕ - ๔.๐ ซม. กระดุมสีขาวแบบศูนย์กลาง ๑ ซม. จำนวน ๕ เม็ด แขนยาวเพียงข้อศอก มีกระเป๋าติด แนวราวนมเบื้องซ้าย ๑ กระเป๋า ขนาดกว้างตั้งแต่ ๘ - ๑๒ ซม. ลึก ๑๐ ซม. พอเหมาะกับขนาดของเสื้อ เมื่อสวมใส่ให้ชายเสื้ออยู่ภายในกางเกง มองเห็น เข็มขัดชัดโดยรอบ กรณีใส่เสื้อซับให้ใช้เสื้อซับในสีขาว ๓.๒ กางเกงให้ใช้ผ้าสีกรมท่า มีจีบหน้า ๒ จีบ มีหูเข็มขัด ๖ - ๗ หู ขาสั้น เหนือสะบ้าหัวเข้าไม่เกิน ๕ ซม. ความกว้างของปลายขาพับเข้าในกว้าง ๕ ซม. ผ่ากลางส่วนหน้าติดซิป มีกระเป๋าตามแนวตะเข็บข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า ไม่มีกระเป๋าหลัง กางเกงต้องสวมทับชายเสื้อไว้ให้เรียบร้อย ๓.๓ เข็มขัด ให้ใช้เข็มขัดหนังสีดำ ขนาดกว้างตั้งแต่ ๒.๕ - ๔ ซม. ตามลักษณะ รูปร่างของนักเรียน หัวเข็มขัด เป็นโลหะสีเงิน รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ชนิดหัวกลัด สายของเข็มขัดต้องไม่มีลวดลายใด ๆ ๓.๔ รองเท้าให้ใช้รองเท้าชนิดหุ้มส้นชนิดผูก เป็นรองเท้าหนังหรือผ้าใบสีดำ ไม่มีลวดสายหรือสีอื่นปน ๓.๕ ถุงเท้า ให้ใช้ถุงเท้าสั้น สีขาว เนื้อเรียบ ยาวเหนือตาตุ่มตั้งแต่ ๑๐ ซม. ขึ้นไปแต่ไม่เกินครึ่งน่องหรือเสมอ หน้าแข้ง ไม่พับถุงเท้า และถุงเท้าต้องไม่มีลวดลายใด ๆ เช่น ตัวหนังสือ หรือรูปภาพ เป็นต้น ๔. นักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 76


๔.๑ เสื้อ ให้ใช้ผ้าสีขาวเกลี้ยงไม่บางเกินควร แบบเสื้อเป็นแบบคอเชิ้ตแขนสั้น ปลายแขนรัด ผ่าอกตลอด ที่อก เสื้อทำฉากตลบข้างในกว้าง ๓ ซม. ติดกระดุมสีขาว ๕ เม็ด ตัวเสื้อไม่รัดรูป และสวมทับเสื้อทับในสีขาวอีกชั้นหนึ่ง ให้ ชายเสื้ออยู่ในขอบกระโปรง เมื่อมองดูให้เห็นเข็มขัดโดยรอบ ๔.๒ กระโปรง ให้ใช้แบบเดียวกันกับนักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น แต่เป็นสีกรมท่า ความยาว ตั้งแต่กลางเข่าลงไปประมาณ ๓ นิ้วแต่ไม่ถึงหน้าแข้ง ๔.๓ ถุงเท้า ให้ใช้ถุงเท้าสีขาวไม่มีลวดลาย เวลาสวมใส่ให้พับขอบ ลงมาแล้ว วัดจากกึ่งกลางขึ้นไปสูงไม่น้อยกว่า ๓ นิ้ว แต่ไม่เกินกึ่งกลางของหน้าแข้งตนเอง ถ้าใช้ถุงเท้าที่ไม่พับขอบบน ถุงเท้า ต้องสูงจากตาตุ่มไม่น้อยกว่า ๓ นิ้ว แต่ไม่เกินกึ่งกลางของหน้าแข้งตนเอง ไม่ม้วนถุงเท้า ๔.๔ รองเท้า ให้ใช้รองเท้าหนังสีดำ ไม่มีลวดลายหรือสีอื่นปน แบบรองเท้า ใช้แบบหุ้มส้นสีดำ ส้นสูงไม่เกิน ๓ ซม. หัวมน มีสายรัดหลังเท้า รองเท้าผ้าใบให้ใช้สีขาวล้วน ไม่มีลวดลายหรือ สีอื่นปน ๔.๕ เข็มขัด ให้ใช้เข็มขัดหนังสีดำกว้างประมาณ ๓ - ๔ ซม. หัวเข็มขัด รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าชนิดหัวกลัด สี เดียวกับสายเข็มขัด มีปลอกและตัวหนีบเข็มขัด ซึ่งต้องเป็นสีเดียวกับเข็มขัด ต้องไม่มีลวดลายหรือการตกแต่งใด ๆ ๔.6 ใบหน้า ห้ามใช้เครื่องสำอางใด ๆ ตกแต่งบริเวณใบหน้าหรือส่วนอื่นใด ของร่างกายที่ไม่เหมาะสมกับ สภาพนักเรียน โดยวิธีการต่าง ๆ ที่ผิดธรรมชาติเช่น การเขียนคิ้ว การปัดขนตา การใส่คอนแทคเลนส์แฟชั่น ๕. เครื่องหมายของโรงเรียนและการแต่งกาย ๕.๑. ให้ปักอักษรย่อ ส.ด. ที่อกเสื้อเบื้องขวา ปักทึบกว้าง ๑ ซม. สูง ๒ ซ.ม. ๕.๒ ให้ปักเข็มปักอกตราสัญลักษณ์โรงเรียน บนอักษณย่อ ส.ด. ๕.๓ การปักชื่อและชื่อสกุลของนักเรียนให้ปักทึบหรือเดินตัวเส้นพิมพ์ธรรมดา สูง ๑ ซม. ที่อกเบื้องขวาใน ระดับเดียวกับการปักอักษรย่อ ส.ด. ๕.๔ ให้ปักเครื่องหมายบอกระดับชั้นเรียนด้านบนชื่อ-สกุลของนักเรียน โดยให้ปักทึบ เป็นรูปดาวประจำรุ่น เส้นผ่าศูนย์กลาง ๐.๓ ซม. ตามระดับชั้นดังนี้ระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๑ และ ๔ ดาวสีแดง ระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๒ และ ๕ ดาวสีน้ำเงิน ระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๓ และ ๖ ดาวสีเหลือง ๖. เครื่องแบบและชุดกิจกรรม ๖.๑ ชุดพลศึกษา ๖.๑.๑ ใช้เสื้อและกางเกงตามแบบที่โรงเรียนกำหนดเท่านั้น ซึ่งจัดจำหน่าย โดยโรงเรียน สว่างแดนดินเท่านั้น ๖.๑.๒ นักเรียนหญิงใช้รองเท้าผ้าใบสีขาว นักเรียนชายระดับ ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นใช้ รองเท้าผ้าใบสีน้ำตาลและนักเรียนนักเรียนชายระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ใช้รองเท้าผ้าใบสีดำ ๖.๒ เครื่องแบบลูกเสือ ให้ใช้ระเบียบการเครื่องแบบลูกเสือ สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ๖.๓ เครื่องแบบนักศึกษาวิชาทหาร ให้ใช้ระเบียบการเครื่องแบบนักศึกษา วิชาทหาร หน่วย บัญชาการรักษาดินแดน ๖.๔ ชุดกิจกรรมชุมนุม ให้ใช้ตามคำสั่งของแต่ละชุมนุมที่กำหนดขึ้น ๖.๕ ชุดกิจกรรมพิเศษ ให้ใส่ชุดสุภาพ กางเกงขายาว รองเท้าหุ้มส้น และเหมาะสมกับกิจกรรม ๗. เครื่องประดับ ห้ามสวมใส่เครื่องประดับของมีค่าทุกชนิด ยกเว้น นาฬิกาข้อมือให้ใช้สายสีด า สีน ้าตาล หรือสายโลหะเท่านั้น และไม่อนุญาตให้ นักเรียนทุกคนไว้เล็บยาว แต่งเล็บ ทาเล็บ ห้ามเจาะหู ห้ามสักรูปต่าง ๆ บนร่างกาย 77


ข้อที่ 21 การไว้ทรงผมนักเรียน โรงเรียนบังคับให้นักเรียนปฏิบัติตน ดังนี้ 21.๑ นักเรียนชาย ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น นักเรียนชายจะไว้ผมสั้นหรือยาวก็ได้ ก. กรณีไว้สั้น ทรงรองหวีเบอร์หนึ่ง ผมด้านหน้าความยาวไม่เกิน 3 เซนติเมตร เหมาะสมกับ สถานภาพ นักเรียน ห้ามไว้จอน หนวด เครา ผมห้ามใส่เจล น้ำมันสเปรย์ ครีมแต่งผม ห้ามย้อม กัดสีผมหรืออื่น ๆ ในลักษณะเป็น การเสริมสวย ข. กรณีไว้ผมยาว ต้องรองทรงสูงสั้น ด้านข้างและด้านหลังตัดสั้นไล่สูงขึ้นไป ให้มองเห็นเป็นขอบหรือเป็นชั้น จนถึงขมับ ด้านหน้าความยาวไม่เกิน ๕ ซม. และด้านบนความยาวไม่เกิน ๔ ซม. ห้ามไว้จอน หนวด เครา ผมห้ามใส่เจล น้ำมันสเปรย์ ครีมแต่งผม ห้ามย้อม กัดสีผมหรืออื่น ๆ ในลักษณะเป็น การเสริมสวย ค. เพศสภาพชาย ทรงผม ให้เป็นไปตาม ข้อ 21.๑ 21.๒. นักเรียนหญิง ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น นักเรียนหญิงจะไว้ผมสั้นหรือยาวก็ได้ ก. กรณีผมสั้น ตัดให้เลยติ่งหูได้ไม่เกิน 2 เซนติเมตร หรือตัดให้อยู่ในระดับคาง ตัดเสมอรอบ ข. กรณีไว้ผมยาว ให้รวบมัดตรึงกลางหลังศีรษะ หรือเปียเก็บผมด้านหน้าและรวบ มัดตรึงกลางหลังศีรษะ ไม่อนุญาตให้ถักเปีย ใช้ริบบิ้นผ้ามีตราสัญลักษณ์ของโรงเรียนสว่างแดนดิน ผูกมัดให้เรียบร้อย ความยาว ผมด้านหลังวัดจากปกคอเสื้อไม่เกิน ๑๐ ซม. ผมห้ามใส่เจล น้ำมันสเปรย์ ครีมแต่งผม ห้ามย้อม กัดสีผม ดัดผม ซอยผม ห้ามไว้หน้าม้าได้ หรืออื่น ๆ ในลักษณะเป็นการเสริมสวย ให้ใช้กิ๊บหนีบผมสีดำขนาด พอเหมาะ ไม่ให้ใช้หวีสับ หวีติดหรือเสียบไว้ที่ผม ค. เพศสภาพหญิง ทรงผม ให้เป็นไปตาม ข้อ 21.๒ 21.๓ นักเรียนชาย ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย นักเรียนชายจะไว้ผมสั้นหรือยาวก็ได้ ก. กรณีไว้สั้น ทรงรองหวีเบอร์หนึ่ง ผมด้านหน้าความยาวไม่เกิน 3 เซนติเมตร เหมาะสมกับ สถานภาพ นักเรียน ห้ามไว้จอน หนวด เครา ผมห้ามใส่เจล น้ำมันสเปรย์ ครีมแต่งผม ห้ามย้อม กัดสีผมหรืออื่น ๆ ในลักษณะเป็น การเสริมสวย ข.กรณีไว้ผมยาว ให้ตัดผมรองทรงสูงด้านข้างและด้านหลังตัดสั้นไล่สูงขึ้นไป ให้มองเห็นเป็นขอบหรือเป็นชั้น จนถึงขมับ ผมด้านหน้ายาวไม่เกิน ๖ ซม. และด้านบนยาวไม่เกิน ๕ ซม. ห้ามไว้จอน หนวด เครา ทรงผมห้าม ใส่เจล น้ำมัน สเปรย์หรือโฟมแต่งผม ห้ามย้อม หรือกัดสีผมและอื่น ๆ ในลักษณะการเสริมสวย ค. เพศสภาพชาย ทรงผมให้เป็นไปตาม ข้อ 21.๓ 21.4 นักเรียนหญิง ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ให้ไว้ทรงผมสั้นหรือยาวก็ได้ ก. กรณีไว้ผมสั้น ตัดให้เลยติ่งหูได้ไม่เกิน 2 เซนติเมตร หรือตัดให้อยู่ในระดับคาง ตัดเสมอรอบ ข. กรณีไว้ผมยาว ให้รวบมัดตรึงกลางหลังศีรษะ ใช้ริบบิ้นผ้ามีตราสัญลักษณ์ของโรงเรียนสว่างแดนดิน ผูกมัด ให้เรียบร้อย ไม่อนุญาตให้ถักเปีย ความยาวผมด้านหลังวัดจากปกคอเสื้อไม่เกิน ๒๐ ซม. ผมห้ามใส่เจล น้ำมันสเปรย์ ครีมแต่งผม ห้ามย้อม กัดสีผม ดัดผม ซอยผม ห้ามไว้ทรงผมหน้าม้า หรืออื่น ๆ ในลักษณะเป็นการเสริมสวย ให้ใช้กิ๊บ หนีบผมสีดำขนาดพอเหมาะ ไม่ให้ใช้หวีสับ หวีติดหรือเสียบไว้ที่ผม ค. เพศสภาพหญิง ทรงผม ให้เป็นไปตาม ข้อ 21.๔ 78


หมวดที่ ๔ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียนของโรงเรียนสว่างแดนดิน นักเรียนที่กระทำความผิด ทางโรงเรียนสว่างแดนดิน จะพิจารณาลงโทษตามระเบียบโรงเรียนสว่างแดนดินว่า ด้วยการลงโทษนักเรียน พ.ศ.๒๕๖๕ เพื่อให้การควบคุมดูแลนักเรียนเป็นไปตามเป้าหมาย โรงเรียน จึงได้กำหนด ระเบียบว่าด้วยการลงโทษนักเรียน โดยไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบว่าด้วยการลงโทษนักเรียน ของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.๒๕๔๘ ดังนี้ (๑) ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบโรงเรียนสว่างแดนดิน ว่าด้วยการลงโทษนักเรียน พ.ศ. ๒๕๖๕” (๒) ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ลงนามประกาศใช้เป็นต้นไป (๓) ในระเบียบนี้ “ผู้อำนวยการโรงเรียน” หมายความว่า ครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ ผู้อำนวยการ อธิการบดีหรือหัวหน้าของ โรงเรียนหรือสถานศึกษา หรือตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นของโรงเรียนหรือสถานศึกษานั้น “ครู” หมายความว่า บุคลากรที่โรงเรียนมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่สอนและ ดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียน สว่างแดนดิน “ครูที่ปรึกษา” หมายความว่า บุคลากรที่โรงเรียนแต่งตั้งให้ดูแลช่วยเหลือนักเรียน ในชั้นที่รับผิดชอบ “หัวหน้าระดับชั้น” หมายความว่า บุคลากรที่โรงเรียนแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าครูที่ปรึกษา ในระดับชั้นที่ รับผิดชอบ “คณะกรรมการบริหารทั่วไป(งานกิจการนักเรียน)” หมายความว่า บุคลากรที่โรงเรียนแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ วางแผนการปฏิบัติงานให้คำปรึกษาและอำนวยความสะดวกให้ครู ครูที่ปรึกษา หัวหน้าระดับชั้น และแก้ปัญหานักเรียน “ผู้ปกครองนักเรียน” หมายความว่า บิดา มารดาของนักเรียน หรือบุคคลที่บิดา มารดา มอบหมายให้ดูแล นักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ในโรงเรียนสว่างแดนดิน “กระทำความผิด” หมายความว่า การที่นักเรียนประพฤติฝ่าฝืนระเบียบ ข้อบังคับของ สถานศึกษา หรือของ กระทรวงศึกษาธิการ หรือกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา “การลงโทษ” หมายความว่า การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาที่กระทำความผิด โดยมีความมุ่งหมายเพื่อการ อบรมสั่งสอน (๔) โทษที่จะลงโทษแก่นักเรียนที่กระทำความผิด มี ๔ สถาน ดังนี้ (๑) ว่ากล่าวตักเตือน (๒) ตัดคะแนนความประพฤติ (๓) ทำทัณฑ์บน (๔) ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การลงโทษนักเรียนให้เป็นไปเพื่อเจตนาที่จะแก้นิสัยและความประพฤติของนักเรียนให้รู้สำนึกในความผิด และ กลับพฤติกรรมตนในทางที่ดีต่อไป ให้ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา หรือผู้ที่บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา มอบหมาย เป็นผู้มีอำนาจการลงโทษนักเรียน (๕) การว่ากล่าวตักเตือน ใช้ในกรณีนักเรียนกระทำความผิดไม่ร้ายแรง (๖) การตัดคะแนนความประพฤติ ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการตัดคะแนน ความประพฤตินักเรียน ของโรงเรียนสว่างแดนดิน พร้อมทั้งทำบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน (๗) การทำทัณฑ์บน ใช้ในกรณีนักเรียนที่ประพฤติตนไม่เหมาะสม สภาพนักเรียน ตามกฎกระทรวงว่าด้วย ความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา หรือกรณีทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงเกียรติศักดิ์ของ สถานศึกษา หรือฝ่าฝืนระเบียบ 79


ของสถานศึกษา หรือได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือนแล้ว แต่ยังไม่เปลี่ยนแปลง พฤติกรรม การทำทัณฑ์บนให้ทำเป็นหนังสือ และเชิญบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาบันทึกรับทราบ ความผิดและรับรองการทำทัณฑ์บนไว้ด้วย (๘) ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้ในกรณีที่นักเรียนกระทำความผิด ที่สมควรต้องปรับเปลี่ยน พฤติกรรม การทำกิจกรรม เพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จะต้องเป็นกิจกรรมที่เป็น ประโยชน์ต่อโรงเรียน สังคม หน่วยงานหรือองค์กรของรัฐ มีการบันทึกการทำกิจกรรมเป็นลายลักษณ์อักษร โดยมีคณะกรรมการงานบริหารทั่วไป (งานกิจการนักเรียน)รับรอง หมวดที่ ๕ ประเภทของการกระทำความผิด การตัดคะแนนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ และการลงโทษหรือปรับพฤติกรรม ที่ไม่พึงประสงค์ ข้อ ๒2 นักเรียนทุกคนมีคะแนนพฤติกรรม ๑๐๐ คะแนน เมื่อเริ่มเข้าศึกษาในโรงเรียนหรือเมื่อ เปิดภาคการศึกษาใหม่ ยกเว้น นักเรียนที่ถูกทำทัณฑ์บนในปีการศึกษาที่ผ่านมาให้มีคะแนนสะสมเท่าที่กำหนดไว้ใน ข้อที่ ๔ ของระเบียบนี้ ข้อ ๒3 นักเรียนจะถูกตัดคะแนนเมื่อมีความประพฤติที่ไม่พึงประสงค์ โดยแต่ละความผิดจะมีเกณฑ์การตัดคะแนน พฤติกรรม ดังนี้ ๑. ประเภทความผิด ไม่ร้ายแรง หักคะแนน ไม่เกิน ๔๐ คะแนน/ครั้ง ๒. ประเภทความผิด ร้ายแรง หักคะแนน เกิน ๔๐ คะแนน/ครั้ง ลำดับ ที่ ความผิด ค่าของคะแนน การมา ลา ขาดโรงเรียนและการออกนอกบริเวณโรงเรียน ๑ มาโรงเรียนหลังเวลาเวลา 08.30 น. (ถูกตัดคะแนนอัตโนมัติจากโปรแกรม สแกนใบหน้า) ๕ ๒ มาโรงเรียนสายโดยไม่มีเหตุผลสมควร ๕ ๓ ขาดเรียนไม่ทราบสาเหตุไม่เขียนใบลา หรือแจ้งครูที่ปรึกษาทราบ ๕ ๔ ออกนอกบริเวณโรงเรียน เพื่อรอรถกลับบ้านก่อนเวลาเลิกเรียน ๕ ๕ ไม่เชื่อฟัง เจ้าหน้าที่นักการเวรยามที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านหน้าประตูโรงเรียน ใน การเข้าออกโรงเรียน ๕ ๖ ออกนอกบริเวณโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต ๑๐ ๗ หนีเรียน โดดเรียน ไม่เข้าชั้นเรียน ๑๐ ๘ หลบหนีชั่วโมงเรียน ๑๐ ๙ หลบหนีการเข้าแถวไม่เข้าร่วมกิจกรรมหน้าเสาธง ๑๐ ๑๐ ไม่เข้าออกทางประตูโรงเรียน ๕ การร่วมกิจกรรมของทางโรงเรียน ๑๑ ไม่เข้าร่วมกิจกรรมตามที่โรงเรียนกำหนดให้ ๑๐ ๑๒ อยู่นอกบริเวณโรงเรียน ไม่เข้าร่วมกิจกรรมหน้าเสาธงโดยไม่มีเหตุผล ๑๐ ๑๓ อยู่ในโรงเรียน แต่หลบการเข้าร่วมกิจกรรมหน้าเสาธง ๑๐ ๑๔ ไม่เข้าร่วมกิจกรรมโฮมรูม ๑๐ ๑๕ ทำกิจกรรมอย่างอื่นในห้องเรียนขณะที่มีการเรียนการสอน ๕ 80


๑๖ ใช้โทรศัพท์ในขณะที่ครูทำการสอน หรือในเวลาเรียน ๕ ความสะอาดและการรักษาความสะอาด ๑๗ ทิ้งขยะไม่เป็นที่ หรือไม่รักษาความสะอาดในบริเวณโรงเรียน ๕ ๑๘ ไม่ทำเวรรักษาความสะอาดห้องเรียนที่ได้รับมอบหมาย ๕ ๑๙ ไม่เชื่อฟังหัวหน้าชั้นเรียนในการปฏิบัติหน้าที่ ที่ครูที่ปรึกษาหรือทางโรงเรียน มอบหมาย เช่น การทำเวรประจำวัน ฯลฯ ๕ ๒๐ นำอาหารขึ้นไปบนอาคารเรียน ๑๐ ๒๑ รับประทานอาหารในเวลาเรียนและห้องเรียนหรือในบริเวณต้องห้าม เช่น หน้าเสาธง สวนหย่อม ห้องประชุม ห้องเรียน ห้องปฏิบัติการ ฯลฯ ๕ ๒๒ ขีดเขียนโต๊ะ เก้าอี้ หรือทำความสกปรกแก่ทรัพย์สินของโรงเรียน ๑๐ เครื่องแบบ การแต่งกาย ๒๓ ผมยาว หรือทรงผมที่ผิดระเบียบที่โรงเรียนกำหนด ๕ ๒๔ ผมยาวเลยคางปะไหล่ไม่รวบผมให้เรียบร้อย (นักเรียนหญิง) ๒๕ สัก เขียนลาย ตามอวัยวะต่าง ๆ ไว้หนวดเครา ๕ ๒๖ แต่งหน้า ไว้เล็บยาวหรือทาเล็บ เขียนคิ้ว กันคิ้ว หรือทาปาก ๕ ๒๗ สวมเสื้อผ้าผิดระเบียบ เช่น ไม่ปักชื่อสกุล หรือเสื้อผ้าที่ไม่ใช่เครื่องแบบของ โรงเรียน กางเกง กระโปรง รองเท้า ถุงเท้าที่ผิดระเบียบ ๕ ๒๘ นักเรียนหญิงใส่กระโปรงสั้นเลยกลางสะบ่าหัวเข่าขึ้นไป ๕ ๒๙ นักเรียนชายใส่กางเกงเอวต่ำ ๕ ๓๐ ปล่อยชายเสื้อ ๕ ๓๑ สวมชุดพลศึกษาผิดระเบียบ เช่น สวมชุดพละในวันที่ไม่มีคาบเรียนหรือได้รับ อนุญาตจากครูประจำวิชา/เสื้อพละ กางเกงพละ ถุงเท้า รองเท้าที่ผิด ระเบียบ ๕ ๓๒ ใส่เครื่องประดับ ที่ไม่ใช่เครื่องประดับของเครื่องแบบนักเรียน เช่น แหวน ทอง ต่างหู (ยกเว้นนาฬิกาที่มีสาย สีสุภาพ) ๕ ๓๓ ไม่เอาชายเสื้อเข้าในกางเกง หรือกระโปรง (ปล่อยชายเสื้อ) ๕ ๓๔ ไม่คาดเข็มขัด หรือใช้เข็มขัดที่ผิดระเบียบของโรงเรียน ๕ ๓๕ ใช้กระเป๋านักเรียนไม่เป็นตามแบบดูไม่เหมาะสมหริอไม่เป็นไปตามที่โรงเรียน กำหนด ๕ ๓๖ ไม่มีความน้อมนอม เชื่อฟัง คำสั่งสอนของ ครูอาจารย์ พ่อ แม่และผู้ใหญ่ ๑๐ ๓๗ ปรับเปลี่ยนทรงผม เช่น ย้อมสีผม ดัดผม สอยผม ๑๐ ๓๘ แต่งเครื่องแบบนักเรียน โดยกระทำการใดๆอันทำให้โรงเรียนเสื่อมเสีย ทั้ง นอกโรงเรียนหรือนอกเวลราชการ ๔๐ การใช้กิริยา วาจา พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ๓๙ กล่าววาจาหยาบคายต่อเพื่อนหรือบุคคลอื่น ๑๐ ๔๐ กลั่นแกล้ง ล้อเลียนผู้อื่น ๑๐ 81


๔๑ กล่าวคำหยาบหรือพูดจาส่อเสียด ๑๐ ๔๒ กล่าวเท็จทำให้ผู้อื่นเสียหาย ๑๕ ๔๓ แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวพูดจายั่วยุท้าทาย/พูดเท็จ ๑๕ ๔๔ ดูหมิ่นเหยียดหยาม ๑๕ ๔๕ แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวต่อครูหรือผู้ใหญ่ ทั้งกิริยา วาจา หรือขีดเขียน ๕๐ ๔๖ แสดงกริยาไม่สุภาพในโรงเรียนและสถานที่สาธารณะ ๑๕ ๔๗ ขัดค ำสั่งครูอำจำรย์ ๑๐ ๔๘ กล่ำวเท็จต่อครูอำจำรย์ ๑๐ ๔๙ ดูหมิ่นอำจำรย์หรือผู้มีพระคุณ ๓๐ ชู้สาว และพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ ๕๐ แสดงกิริยาอาการของความพึงพอใจทางเพศ ๓๐ ๕๑ กระทำอนาจาร ๓๐ ๕๒ ใช้ภาพถ่ายลามกอนาจาร แล้วเผยแพร่ในกลุ่มเพื่อนๆ หรือบุคคลภายนอก ๓๐ ๕๓ นำหรือมีหนังสือ สื่อลามกอนาจารไว้ครอบครอง เข้ามาในโรงเรียน ๒๐ ๕๔ อยู่ในที่ลับหูลับตา มุมอับสองต่อสอง หรืออยู่ในสถานที่ที่ส่อถึงการมี พฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ ๓๐ ๕๕ ประพฤติตนในทำนองชู้สาว จับมือ นอนหนุนตัก โอบกอด ๒๐ ๕๖ มีพฤติกรรมชู้สาว ทั้งในและนอกโรงเรียน ๕๐ ๕๗ มีพฤติกรรมเกี่ยวกับการค้าประเวณี ๕๐ การทะเลาะวิวาท ๕๘ ทะเลาะวิวาทโดยไม่มีอาวุธ ๓๐ ๕๙ ทะเลาะวิวาทโดยมีอาวุธ ๕๐ ๖๐ ทะเลาะวิวาทเป็นกลุ่มโดยไม่มีอาวุธ ๓๐ ๖๑ ทะเลาะวิวาทเป็นกลุ่มโดยมีอาวุธ ๕๐ ๖๒ ทำร้ายร่างกายเพื่อนนักเรียน ๕๐ ๖๓ ทำร้ายร่างกายบุคลากร ครูอาจารย์ในโรงเรียน ๕๐ ๖๔ ยุยงให้เกิดความแตกแยกความสามัคคีในหมู่คณะ ๒๐ ๖๕ กลั่นแกล้ง/รังแก/บีบบังคับ/ข่มขู่ รุ่นน้อง ๓๐ ๖๖ ก่อเหตุทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย ทั้งในและนอกบริเวณโรงเรียน หรือชัก นำบุคคลอื่นภายนอก มาก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับนักเรียนในโรงเรียน ๔๐ ๖๗ พกพาอาวุธ หรือสิ่งอื่นใดในลักษณะเป็นอาวุธที่สื่อได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่ สามารถทำร้ายร่างกายบุคคลอื่นได้ เข้ามาภายในโรงเรียน ๔๐ 82


ฉ้อโกง ลักขโมย ทำลายทรัพย์สิน ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์สิน ๖๘ ทำลายทรัพย์สินของครู เพื่อน นักเรียน หรือบุคคลอื่น ๕๐ ๖๙ ทำลายทรัพย์สินของโรงเรียน ๕๐ ๗๐ ฉ้อโกงรีดไถ ลักขโมย ๔๐ ๗๑ ขู่กรรโชก ๔๐ ๗๒ ขู่กรรโชก ใช้อาวุธ ๕๐ ๗๓ ลักขโมยทรัพย์สินของโรงเรียน ๓๐ ๗๔ ลักขโมยทรัพย์สินของครู เพื่อนักเรียน หรือบุคคลอื่น ๓๐ ความปลอดภัย ทั้งในและนอกสถานศึกษา ๗๕ นำบุคคลภายนอกเข้ามาโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต ๑๐ ๗๖ สั่งอาหาร ขนม เครื่องดื่มจากภายนอก ให้เข้ามาส่งภายในบริเวณโรงเรียน ๑๕ ๗๗ ขับรถด้วยความประมาท เสียงดังและสร้างความเดือดร้อนแก่ชุมชน ๒๐ ๗๘ สั่งอาหาร ขนม เครื่องดื่มจากภายนอก ให้เข้ามาส่งข้ามรั้วข้างโรงเรียน ๑๕ ๗๙ ผิดกฎจราจรในโรงเรียน ๒๐ ๘๐ ไม่สวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่รถจักรยานและจักรยานยนต์เข้ามาโรงเรียน ๒๐ ๘๑ ออกนอกสถานที่พักในเวลากลางคืนเพื่อเที่ยวเตร่ และก่อให้เกิดเป็นการ สร้างความเดือดร้อนให้กับตนเองและผู้อื่น ๕๐ ๘๒ ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ หรือผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ เช่น เจ้าหน้ายามของโรงเรียน ,สารวัตรนักเรียน เป็นต้น ๓๐ ๘๓ ไม่จอดยานพาหนะในสถานที่ที่โรงเรียนกำหนด ๑๐ อบายมุข การพนันและสิ่งเสพติด ๘๔ มีสิ่งเสพติด ของมึนเมา ทั้งในและนอกบริเวณโรงเรียน ๓๐ ๘๕ เล่นการพนันทุกชนิด ทั้งในและนอกบริเวณโรงเรียน ๓๐ ๘๖ มุงดูหรืออยู่ร่วมในเหตุการณ์ที่มีการเล่นการพนัน ๑๐ ๘๗ นำมาหรือมีอุปกรณ์ในการเล่นการพนันไว้ครอบครอง ๒๐ ๘๘ นำมาหรือมีอุปกรณ์ในการเสพสิ่งเสพติดทุกชนิดไว้ครอบครอง ๒๐ ๘๙ เล่นการพนันโดยการเอาทรัพย์ ๓๐ ๙๐ เล่นการพนันโดยไม่เอาทรัพย์ ๑๐ ๙๑ สูบบุหรี่ทั้งในและนอกบริเวณโรงเรียน มีสารเสพติด บุหรี่ ของมึนเมา อยู่ในความครอบครอง ๓๐ ๙๒ สูบบุหรี่หรือมีบุหรี่ไว้ครอบครอง ๕๐ ๙๓ สูบกัญชา ของมึนเมา หรือมีไว้ในครอบครอง ๘๐ ๙๔ เสพสุรา หรือของมึนเมา ทุกชนิด ทั้งในและนอกบริเวณโรงเรียน ๔๐ ๙๕ นำมาหรือมีอุปกรณ์ในการเล่นการพนันไว้ครอบครอง ๒๐ 83


๙๖ นำมาหรือมีอุปกรณ์ในการเสพสิ่งเสพติดทุกชนิดไว้ครอบครอง ๒๐ ๙๗ ปลอมแปลงลายมือผู้ปกครอง ครูหรือเอกสารต่างๆ ๓๐ ๙๘ นำบุคคลอื่นมาแอบอ้างเป็นผู้ปกครองเพื่อติดต่อราชการ ๓๐ ๙๙ ให้บุคคลภายนอกมาอ้างอิงเป็นผู้ปกครองเพื่อขออนุญาตออกนอกบริเวณ โรงเรียนแล้วก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อตนเองและผู้อื่น ๓๐ ๑๐๐ ปลอมแปลงเอกสารการเรียน ๓๐ ๑๐๑ อ้างอิง แก้ไขหรือปลอมเอกสารทางราชการ ๓๐ ๑๐๒ จงใจให้ข้อมูลที่เป็นเท็จและพยายามหลีกเลี่ยงการแจ้งข้อมูล ๓๐ ๑๐๓ ทุจริตการสอบที่มีบันทึกเป็นหลักฐาน ๓๐ ๑๐๔ แอบอ้างชื่อครู นักเรียน หรือบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์หรือพฤติกรรมในทางที่ มิชอบ ๕๐ ๑๐๕ ไม่นำเอกสารทางโรงเรียนให้ผู้ปกครองทราบ ๑๐ ความผิดไม่ร้ายแรง หรือความผิดร้ายแรงอื่นๆ นอกเหนือไปจากที่กำหนดไว้ ให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการ กลุ่มงานบริหารทั่วไป(งานกิจการนักเรียน) เป็นผู้กำหนดและพิจารณา ข้อ ๒4 นักเรียนที่กระทำผิดระเบียบของโรงเรียน หรือการกระทำที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสีย แก่ชื่อเสียงของโรงเรียน สังคม หมู่คณะหรือประพฤติฝ่าฝืนตามระเบียบโรงเรียนสว่างแดนดิน ว่าด้วยการลงโทษ นักเรียน พ.ศ.๒๕๖6 โรงเรียน สว่างแดนดิน จะพิจารณาลงโทษตามระเบียบโรงเรียนสว่างแดนดิน ว่าด้วย การลงโทษนักเรียน พ.ศ.๒๕๖6 และ ระเบียบนี้ ซึ่งโทษที่จะลงโทษแก่นักเรียนที่กระทำผิดมี ๔ สถาน ดังนี้ (๑) ว่ากล่าวตักเตือน (๒) ตัดคะแนนพฤติกรรม (๓) ทำทัณฑ์บน (๔) ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การลงโทษนักเรียนโรงเรียนสว่างแดนดิน ให้เป็นไปเพื่อว่ากล่าวสั่งสอน โดยเจตนาที่จะแก้ไข ความประพฤติ ของนักเรียนให้รู้สำนึกในความผิดที่กระทำ ละเว้นการประพฤติชั่ว และปรับปรุงพฤติกรรมของตน ในทางที่ดีต่อไป โดย ผู้ที่จะลงโทษจะต้องทำการสอบสวนให้ปรากฏซึ่งข้อเท็จจริงให้ชัดแจ้งว่านักเรียน ผู้นั้นได้กระทำผิดและสมควรถูก ลงโทษ การลงโทษตาม (๑) การว่ากล่าวตักเตือน ใช้สำหรับนักเรียนที่กระทำผิดทุกสถาน และในเมื่อ ผู้อำนวยการ โรงเรียนหรือครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ผู้อำนวยการโรงเรียนมอบหมายเห็นว่าเหมาะสมและจะ ได้ผลดี ซึ่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนได้ออกคำสั่งของโรงเรียนมอบหมายให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน สามารถว่ากล่าว ตักเตือนนักเรียนได้ การลงโทษตาม (๒) การตัดคะแนนพฤติกรรม การตัดคะแนนพฤติกรรมของนักเรียน เป็นการ ลงโทษเพื่อให้ นักเรียนได้ระมัดระวังตัวในการประพฤติผิดระเบียบและส่งเสริมให้นักเรียนปฏิบัติตนเป็นคนดีถูกต้องตามระเบียบ โรงเรียน เพื่อให้เป็นการร่วมกันอบรม ตักเตือน ป้องปราม มิให้นักเรียนประพฤติตนผิด ระเบียบของโรงเรียน ดังนั้นจึง ให้ครูและบุคลากรมีอำนาจในตัดคะแนนพฤติกรรมนักเรียน ดังนี้ (๑) ครูที่ปรึกษา และครูผู้สอน มีอำนาจตัดคะแนนพฤติกรรมของนักเรียน ไม่เกิน ๑๐ คะแนนต่อครั้ง (๒) ครูหัวหน้าระดับมีอำนาจตัดคะแนนพฤติกรรมของนักเรียน ไม่เกิน ๒๐ คะแนนต่อครั้ง 84


(๓) ครูงานกิจการนักเรียนมีอำนาจตัดคะแนนพฤติกรรมของนักเรียน ไม่เกิน ๓๐ คะแนนต่อครั้ง (๔) รองผู้อำนวยการโรงเรียนมีอำนาจตัดคะแนนพฤติกรรมของนักเรียนไม่เกิน ๔๐ คะแนนต่อครั้ง (๕) ผู้อำนวยการโรงเรียนมีอำนาจตัดคะแนนพฤติกรรมของนักเรียนได้ถึง ๑๐๐ คะแนนต่อครั้ง ตามแต่กรณี ความผิดในเหตุการณ์นั้น ๆ การลงโทษตาม (๓) ทำทัณฑ์บน (๔) ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ก่อนลงโทษให้ผู้เกี่ยวข้อง เสนอความเห็นพร้อมเหตุผลประกอบต่อผู้อำนวยการโรงเรียน เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วจึงให้ลงโทษ ได้ ในการลงโทษนักเรียนทุกครั้งให้โรงเรียนบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เป็นหลักฐาน โดยจัดทำแบบบันทึกให้ เหมาะสม มีการจัดเก็บและแจ้งให้ผู้ปกครองของนักเรียนรับทราบด้วยทุกครั้ง ข้อ ๒5 การแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ ให้หัวหน้างานกิจการนักเรียน ประสานครูที่ปรึกษา หัวหน้าระดับ มารับรู้ รับทราบทุกครั้ง เพื่อทำหนังสือถึงผู้ปกครองนักเรียนให้รับทราบพฤติกรรมของนักเรียน ข้อ ๒6 การเชิญผู้ปกครองมาพบทางโรงเรียนทุกครัง ให้หัวหน้างานกิจการนักเรียน ประสานครูที่ปรึกษา หัวหน้าระดับ เพื่อทำ หนังสือถึงผู้ปกครองนักเรียน เพื่อมาร่วมปรึกษาหารือกับทางโรงเรียนในการร่วมมือแก้ไขปัญหานักเรียน ข้อ ๒7 เกณฑ์การลงโทษการตัดคะแนนความประพฤติ (๑) นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติรวม ๒๐ คะแนนขึ้นไป ว่ากล่าวตักเตือนครั้งที่ ๑ และเชิญครูที่ปรึกษา มาพบ เพื่อแจ้งให้ผู้ปกครองทราบถึงพฤติกรรม (๒) นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติรวม ๓๐ คะแนนขึ้นไป ว่ากล่าวตักเตือนครั้งที่ ๒ และเชิญครูที่ปรึกษา พบและแจ้งผู้ปกครองเพื่อทราบถึงพฤติกรรม พร้อมทั้งแจ้งควบคุมความประพฤตินักเรียนจำนวน ๑๐ วันทำการ และ ให้บำเพ็ญประโยชน์จำนวน ๑๐ ชั่วโมง โดยให้ครูที่ปรึกษาเป็นดูแลควบคุม (๓) นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติรวม ๔๐ คะแนนขึ้นไป ให้ทำทัณฑ์บนครั้งที่ ๑ และเชิญครูที่ปรึกษา และผู้ปกครองมาพบเพื่อทราบถึงพฤติกรรม พร้อมทั้งแจ้งควบคุมความประพฤตินักเรียนจำนวน ๒๐ วันทำการ และให้ บำเพ็ญประโยชน์จำนวน ๔๐ ชั่วโมง โดยให้ครูที่ปรึกษาเป็นดูแลควบคุม (๔) นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติรวม ๕๐ คะแนนขึ้นไป ให้ทำทัณฑ์บนครั้งที่ ๒ และเชิญครูที่ปรึกษา และผู้ปกครองมาพบเพื่อทราบถึงพฤติกรรม พร้อมทั้งแจ้งควบคุมความประพฤตินักเรียนจำนวน ๓๐ วันทำการและให้ บำเพ็ญประโยชน์จำนวน ๓๐ ชั่วโมง โดยให้ครูที่ปรึกษาเป็นดูแลควบคุม (๕) นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติรวม ๗๐ คะแนนขึ้นไป ให้ทำทัณฑ์บนครั้งที่ ๓ และเชิญครูที่ปรึกษา และผู้ปกครองมาพบเพื่อทราบถึงพฤติกรรม พร้อมทั้งแจ้งควบคุมความประพฤตินักเรียนจำนวน ๔๐ วันทำการ และให้ บำเพ็ญประโยชน์จำนวน ๔๐ ชั่วโมง โดยให้ครูที่ปรึกษาเป็นดูแลควบคุม ( นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนรวม ๗๐ คะนนขึ้น ไป ก่อนถึงวันสอบวัดผลปลายภาคเรียน ๑ เดือนของทุกภาคเรียนหรือสิ้นปีการศึกษานั้นๆ นักเรียนจะต้องเข้าค่าย อบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างน้อย ๒ วัน โดยได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายการเข้าค่ายอบรมดังกล่าวจากผู้ปกครอง นักเรียน) (๖) นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติรวม ๘๐ คะแนนขึ้นไปสำหรับนักเรียน ม.๓ และ ม.๖ ทางโรงเรียนจะ พิจารณาไม่ออกใบรับรองความประพฤติให้ และถ้าเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เดิม จะถือว่าขาดคุณสมบัติที่ขอ เข้าศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ของโรงเรียนสว่างแดนดิน (๗) นักเรียนที่ถูกลงโทษในข้อ (๑) ถึง ข้อ (๔) สำหรับนักเรียน ม. ๑ ,๒ ,๔ และ ๕ ปัจจุบัน จะถูกนำคะแนนความ ประพฤติไปสะสม ในปีการศึกษาต่อไป จนกว่าจะจบช่วงชั้นนั้น ๆ (๘) นักเรียนที่ถูกลงโทษในข้อ (๕) สำหรับนักเรียน ม. ๑ ,๒ ,๔ และ ๕ ปัจจุบัน ถือว่าขาดคุณสมบัติในการขอรับ ทุนการศึกษาทุกกรณี 85


ขอ ๒8 นักเรียนที่ไดรับโทษทัณฑบนแลว จะมีคะแนนพฤติกรรมเทากับคะแนนที่มีอยูเมื่อ ถูกทําทัณฑบนครั้งแรก และ โทษทัณฑบนจะมีผลตอเนื่องในปการศึกษาตอไปจนกวาจะจบการศึกษาในชวงชั้น ที่ศึกษาอยูขณะนั้น ขอ ๒9 นักเรียนที่ถูกลงโทษทําทัณฑบน ครั้งที่ ๒ หรือครั้งที่ ๓ แลว ปรากฏวาไมปรับปรุงพัฒนาตนเอง หรือมี พฤติกรรมผิดระเบียบ หรือสรางความเดือดรอน เสื่อมเสียตอตนเอง ผูอื่นและสวนรวมอยางรายแรง ใหคณะกรรมการ งานบริหารทั่วไป(งานกิจการนักเรียน)เสนอปญหาเปนรายกรณีเพื่อใหผูอํานวยการวินิจฉัยแนวทางแกไขปญหา ในการ สงตอ การแยกกลุมปญหา การใหมีการเปลี่ยนสถานศึกษาเพื่อใหนักเรียนปรับตัวในสภาพแวดลอมใหม ขอ ๒๙ การทํากิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักเรียน ใหทํากิจกรรมที่เปนประโยชน ตอสวนรวม โดย คณะกรรมการบริหารทั่วไป(งานกิจการนักเรียน)กําหนด หมวดที่ ๖ ระเบียบวาดวย การยกยอง ใหกําลังใจแกนักเรียนผูประพฤติดี การเพิ่มคะแนนพฤติกรรม และ การสงเสริมพฤติกรรมที่พึ่งประสงค โรงเรียนสวางแดนดินเห็นเปนการสมควรใหกําหนดระเบียบวาดวยการยกยองใหกําลังใจ นักเรียนผูประพฤติดี เพื่อใหนักเรียนมีความตั้งใจที่จะประพฤติดี สงเสริมใหนักเรียนเปนผูมีคุณธรรม จริยธรรมที่ดีงามและสงเสริมใหนักเรียน ปฏิบัติตนใหถูกตองตามระเบียบวินัย จึงเห็นสมควรใหกําหนด ระเบียบไวดังตอไปนี้ ขอ ๓๐ ระเบียบนี้เรียนกวา “ระเบียบโรงเรียนสวางแดนดิน”วาดวยการยกยองใหกําลังใจแก นักเรียนผูประพฤติดี พ.ศ.๒๕๖๕ ขอ ๓๑ ระเบียบนี้มีผลบังคับใชตั้งแตวันที่ประกาศใช เปนตนไป ขอ ๓๒ “นักเรียน” หมายถึง นักเรียนโรงเรียนสวางแดนดิน ขอ ๓๓ “นักเรียนผูประพฤติดี” หมายถึง ๓๓.๑ ผูที่มีความประพฤติดีถูกตองตามกฎ ระเบียบและขอบังคับของโรงเรียนและกฎกระทรวง กําหนดความ ประพฤติของนักเรียนนักศึกษา พ.ศ.๒๕๔๘ และ ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๖๒ ๓๓.๒ ผูที่มีจิตอาสา เสียสละ บําเพ็ญประโยชนชวยเหลืองานสวนรวม เชน การอาสารวมกิจกรรมพัฒนาหรือ บําเพ็ญประโยชน ทั้งภายในโรงเรียนนอกโรงเรียน เชน วัด ชุมชน หนวยงานตาง ๆ เปนตน ๓๓.๓ ผูที่มีคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย เชน มีความประพฤติถูกตองตามระเบียบ วินัยของโรงเรียน ชวยเหลืองานสวนรวม มีนํ้าใจ ชวยเหลือผูอื่น เก็บของมีคาและเงิน นํามาแจงหรือมอบคืนเจาของได หรือมีหนังสือ ชมเชยจากหนวยงานภายนอกโรงเรียน หรือไดรับเกียรติบัตรจากกลุมโรงเรียน หรือจังหวัด หรือหนวยงานอื่น เปนตน ๓๓.๔ บุคคลที่คณะกรรมการบริหารกลุมบริหารทั่วไป ( คณะกรรมการที่โรงเรียนแตงตั้งในการงานสงเสริม คุณธรรม จริยธรรม ) พิจารณาเห็นวาเปนผูประพฤติดีมีนํ้าใจ สมควรไดรับเกียรติบัตรดานตาง ๆ ขอ ๓๔ “ครู” หมายถึง ครูโรงเรียนสวางแดนดิน และบุคลากรที่ทําหนาที่สอนในโรงเรียนสวางแดนดิน ขอ ๓๕ “คณะกรรมการบริหารกลุมบริหารทั่วไป (คณะกรรมการที่โรงเรียนแตงตั้งในการงานสงเสริมคุณธรรม จริยธรรม) ” ประกอบดวย รองผูอํานวยการกลุมบริหารทั่วไป หัวหนากลุมบริหารทั่วไป หัวหนางานกิจการนักเรียน หัวหนาระดับชั้นเรียน หัวหนางานสงเสริมคุณธรรมจริยธรรมเปนเลขานุการและครูที่ไดรับแตงตั้งจากโรงเรียน ขอ ๓๖ หลักเกณฑการกําหนดนักเรียนผูประพฤติดี 86


๓๖.๑. ให้ครูที่ปรึกษาและคณะกรรมการใน ข้อ ๖ เสนอชื่อผู้ประพฤติดีซึ่งปฏิบัติต่อโรงเรียนและสังคม ภายนอก เพื่อให้คณะกรรมการใน ข้อ ๖ ร่วมพิจารณากับครูที่ปรึกษา ๓๖.๒ การยกยองผู้ที่ประพฤติดี ๓๖.๒.๑ ผู้ที่มีความประพฤติถูกตองตามกฎ ระเบียบวินัยของโรงเรียน ผู้ที่ช่วยเหลืองานสวนรวมและ ผู้ที่คณะกรรมการสงเสริมคุณธรรม จริยธรรม พิจารณาเห็นว่าผู้ที่ประพฤติดีมีนาใจให้ประกาศชมเชยที่ หน้าเสาธง ๓๖.๒.๒ นักเรียนที่เก็บเงินได้หรือของมีค่าและนำมามอบให้เจ้าของจะได้รับการประกาศชมเชยที่ หนา เสาธง และนักเรียนที่เก็บของมีคาได้มีมูลค่าเกิน 500 บาท จะทำหนังสือชมเชยถึง ผู้ปกครองและครูที่ปรึกษา ขอ ๓๗ การแจงชื่อนักเรียนผู้ประพฤติดีซึ่งปฏิบัติต่อโรงเรียนและสังคมภายนอก หรือนักเรียนที่นำเงินหรือของที่เก็บ ได้ให้แจง ๓๗.๑ แจงที่สำนักงานกลุมงานกิจการนักเรียน ๓๗.๒ ครูที่ปรึกษาของนักเรียน ๓๗.๓ ผู้ที่คณะกรรมการงานสงเสริมคุณธรรม จริยธรรมมอบหมาย ๓๗.๔ คณะกรรมการงานสงเสริมคุณธรรมจริยธรรม ข้อ ๓๘ ว่าด้วยเรื่องการเพิ่มคะแนนพฤติกรรม และ การส่งเสริมพฤติกรรมที่พึ่งประสงค์ ๓๘.๑ พฤติกรรมที่พึงประสงค์ และการเพิ่มคะแนนพฤติกรรม มีดังนี้ พฤติกรรมที่พึงประสงค์ คะแนนพฤติกรรมที่เพิ่ม คะแนนพฤติกรรมที่เพิ่ม ๑.๑ ช่วยเหลือครูและทำความดีในเรื่อง ๆ ต่างที่ครูเห็นควร เช่น - อาสาช่วยครูถือของ /ช่วยปิดไฟ ปิดพัดลมในห้องเรียนที่ลืมปิดไว้ - ช่วยงานโรงเรียน เช่น ปลูกต้นไม้ รดน้ำต้นไม้ - ทำความสะอาดห้องเรียน/เก็บขยะหน้าโรงเรียน / เก็บขยะบนสะพานลอย และคัดแยกขยะ / กวาดขยะใต้ถุนอาคารเรียน / จัดห้องโสตทัศนศึกษา/ ห้องประชุม ฯลฯ ตามที่ครูเห็นสมควร ๕ ๑.๒ เก็บสิ่งของคืนหรือประกาศหาเจ้าของโดยไม่หวังผลตอบแทน (๑) เก็บเงิน หรือสิ่งของมูลค่าไม่เกิน ๔๙๙ บาท (๒) เก็บเงิน หรือสิ่งของมูลค่าเกิน ๙๙๙ บาท (๓) เก็บเงิน หรือสิ่งของมูลค่าเกิน ๑,๐๐๐ บาท ๕ ๑๐ ๑๕ ๑.๓ ให้ข่าวสาร หรือข้อมูลพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ของเพื่อนนักเรียน ซึ่งเป็นข้อมูล ที่เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนนักเรียนเองและต่อส่วนรวม ๑๐ ๑.๔ เข้าร่วมกิจกรรมวันสำคัญของ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยมีครู หรือผู้นำ องค์กร หรือผู้นำหมู่บ้านรับรองต่อครั้งต่อกิจกรรมที่ร่วมกิจกรรมนั้นๆ ๑๕ ๑.๕ เป็นตัวแทนนักเรียนในด้านต่าง ๆ โดยมีครู หรือผู้นำองค์กร หรือผู้นำหมู่บ้าน รับรอง เช่น - เป็นคณะกรรมการสภานักเรียน ๒๐ 87


- เป็นสารวัตรนักเรียน -นักศึกษาวิชาทหารจิอาสา - เป็นหัวหน้าชั้นเรียนและรองหัวหน้าชั้นเรียน - นักเรียนแกนนำต้านสิ่งเสพติดในสถานศึกษา - คณะกรรมการสีฝ่ายฝายต่าง ๆ - แกนนำในการทำความสะอาดบริเวณโรงเรียน - อื่น ๆ ที่คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม เห็นควร ๑.๖ เป็นตัวแทนของโรงเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียน หรือได้รับ เกียรติบัตรการร่วมกิจกรรมระดับโรงเรียน กลุ่มโรงเรียนหรือสหวิทยาเขต ทั้งด้าน ความประพฤติดีความรู้ความสามารถด้านกีฬา วิชาการ การแสดงต่างๆ รวมถึงรับ รางวัลชนะเลิศเหรียญทอง เงิน ทองแดง อื่น ๆ ๒๐ ๑.๗ เป็นตัวแทนของโรงเรียนในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียนระดับจังหวัด ขึ้นไปหรือได้รับเกียรติบัตรระดับจังหวัด ระดับภาคหรือหน่วยงานอื่นทั้งด้านความ ประพฤติดี ความรู้ความสามารถด้านกีฬา วิชาการ การแสดงต่างๆ รวมถึงรับรางวัล ชนะเลิศเหรียญทอง เงิน ทองแดง อื่น ๆ ที่สร้างชื่อเสียงที่ดีให้แก่โรงเรียน (๑) ในระดับเขตพื้นที่การศึกษา/จังหวัด (๒ )ในระดับระดับภาคขึ้นไป ๒๕ ๓๐ ๓๘.๒. นักเรียนที่มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของนักเรียนและส่วนรวมจึงควรแก่การยกย่อง เชิดชู หรือประกาศเกียรติคุณ ดังต่อไปนี้ ระดับคะแนนพฤติกรรมที่เพิ่มขึ้น การประกาศเกียรติคุณ - คะแนนสะสมเพิ่มขึ้น ไม่เกิน ๙๙ คะแนน ยกย่องชมเชย - คะแนนสะสมเพิ่มขึ้น ไม่เกิน ๔๙๙ คะแนน ประกาศเกียรติคุณ - คะแนนสะสมเพิ่มขึ้น ไม่เกิน ๙๙๙ คะแนน มอบเกียรติบัตรการทำความดี - คะแนนสะสมเพิ่มขึ้น ๑,๐๐๐ คะแนนขึ้นไป ประกาศให้เป็นนักเรียนดีเด่นในวันสำคัญต่างๆ ๓๘.๓ นักเรียนที่ได้รับประกาศเกียรติคุณหรือเกียรติบัตรจะตองไม่เคยถูกตัดคะแนนความ ประพฤติเลยใน ภาคเรียนหรือปการศึกษานั้นๆ ๓๘.๔ นักเรียนที่เรียนอยู่ในโรงเรียนสว่างแดนดินตลอดระยะเวลา 1 ชวงชั้น( ม.๑- ม.๓ และ ม.๔-ม.๖) จะตอง ไม่เคยถูกตัดคะแนนความประพฤติเลย จะได้รับใบประกาศเกียรติคุณเกีตรติบัตร เป็นนักเรียนที่มีคุณลักษณะอัน พึง ประสงคดีเดนเป็น “คนดีสว่างแดนดิน” ขอ ๓๙ กรณีอื่นๆ นอกจากที่กำหนดไวในระเบียบนี้ หรือมีปญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม ระเบียบนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้อํานวยการโรงเรียนสว่างแดนดินเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด 88


ข้อ ๔๐ การแก้ไข ปรับปรุง ผ่อนผัน หรือยกเลิกระเบียบนี้ ให้คณะกรรมการบริหารกลุ่มบริหารทั่วไป หรือ คณะกรรมการงานกิจการนักเรียนที่โรงเรียนแต่งตั้ง เสนอขอความคิดเห็นชอบต่อผู้อำนวยการโรงเรียน เมื่อได้รับ อนุญาตแล้วจึงดำเนินการได้ ขอ ๔๑ ให้รองผู้อํานวยการกลุ่มบริหารทั่วไปรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ หมวดที่ ๗ แนวทางปฏิบัติการพัฒนาพฤติกรรมของนักเรียน ข้อที่ ๔๒ แนวทางปฏิบัติในกรณีเมื่อมีนักเรียนกระทำผิด ๔๒.๑ ครูทุกคนมีหน้าที่ในการว่ากล่าวตักเตือนนักเรียนที่กระทำผิดได้ในทันทีที่พบว่านักเรียนกระทำผิด และ รายงานผู้เกี่ยวข้อง ๔๒.๒ ให้ครูที่ปรึกษา และครูหัวหน้าระดับเป็นผู้ดำเนินการเบื้องต้นในการร่วมสอบสวน ความผิด อบรมดูแล นักเรียนร่วมกับกลุ่มคณะกรรมการกิจการนักเรียน โดยบันทึกพฤติกรรมของนักเรียน ตามที่กำหนดไว้เป็นหลักฐาน และ แจ้งผู้ปกครองนักเรียนทราบทุกครั้ง ๔๒.๓ การให้นักเรียนทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ให้ครูที่ปรึกษาหรือ ครูหัวหน้าระดับ เป็นผู้ มอบหมายให้ทำกิจกรรมและควบคุมดูแลร่วมกับคณะกรรมการกิจการนักเรียน ๔๒.๔ ในกรณีที่การกระทำความผิดของนักเรียนเป็นความผิดอันจะนำมาซึ่งความเสียหาย หรืออาจเกิด อันตรายต่อตัวนักเรียนเอง ผู้อื่นและส่วนร่วมอย่างร้ายแรง หรือเกินกว่าอำนาจหน้าที่ของโรงเรียน เกี่ยวข้องกับ บุคคลภายนอกโรงเรียน หรือเป็นการกระทำความผิดกฎหมายอย่างร้ายแรงให้คณะกรรมการกิจการ นักเรียน เสนอต่อ ผู้อำนวยการ เพื่อประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ชำนาญการเฉพาะ ในการดำเนินการ ตามสมควร ต่อไป ข้อ ๔๓ การแก้ไข ปรับปรุง ผ่อนผัน หรือยกเลิกระเบียบนี้ ให้คณะกรรมการบริหารทั่วไป หรือคณะกรรมการงาน กิจการ นักเรียนที่ทางโรงเรียนแต่งตั้ง เสนอขอความคิดเห็นชอบต่อผู้อำนวยการโรงเรียน เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึง ดำเนินการได้ ข้อ ๔๔ กรณีอื่นๆ นอกจากที่กำหนดไวในแนวปฏิบัตินี้ หรือมีปญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ อํานวยการโรงเรียนสว่างแดนดินเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด ข้อ ๔๕ .การขอใบรับรองความประพฤติ เพื่อเป็นเอกสารประกอบการเพื่อสมัครเรียนต่อ หรือเป็นเอกสารประกอบ คดีความ ให้ขอแบบฟอร์มได้ที่กลุมบริหารทั่วไป (งานกิจการนักเรียน) แล้วปฏิบัติดังนี้ ๔๕.๑ ให้ยื่นคำขอที่สมบูรณแลวกอน ๑ สัปดาห์ด้วยตนเอง ๔๕.๒ ให้ลงคะแนนความประพฤติที่ถูกตัดและเพิ่มโดยให้ไปขอดูจากครูที่ปรึกษาหรือห้องงานกิจการนักเรียน ๔๕.๓ ในการขอใบรับรองความประพฤติตองแนบรูปถ่าย ๑.๕ นิ้ว เทากับจำนวนแผ่นที่ตองการ ๔๕.๔ ครูผู้รับรองความสามารถพิเศษตองเป็นครูผู้เกี่ยวของกับความสามารถพิเศษนั้นๆ ๔๕.๕ หลังยื่นคำขอ ๑ สัปดาห์ให้ติดต่อรับใบรับรองความประพฤติด้วยตนเองที่ห้องสำนักงานกิจการนักเรียน ๔๕.๖ ในกรณีที่คำขอไม่สมบูรณ์ งานกิจการนักเรียนจะไม่สามารถออกใบรับรองความประพฤติให้ได้ 89


๔๕.๗ ในกรณีที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติตั้งแต่ ๕๐ คะแนน ขึ้นไปให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะ กรรมการบริหารทั่วไป หรือคณะกรรมการงานกิจการนักเรียนที่โรงเรียนแต่งตั้งพิจารณา ข้อ ๔๖. ระเบียบการขอบัตรเข้าห้องสอบ เมื่อเวลาเขาสอบปลายภาค ทางงานกิจการนักเรียนจะดำเนินการตรวจ เครื่องแต่งกาย เพื่อออกบัตรอนุญาตเข้าห้องสอบต่อกรรมการผู้ควบคุมหองสอบ โดยขอรับ แบบฟอร์มการเข้าห้องสอบ ได้ที่ห้องงานกิจการนักเรียนแล้วปฏิบัติดังนี้ ๔๖.๑ ให้นักเรียนนำบัตรอนุญาตเข้าห้องสอบไปให้ครูที่ปรึกษาตรวจสอบในเบื้องตนเพื่อลงลายมือรับรอง ๔๖.๒ ครูผู้เป็นกรรมการควบคุมหองสอบจะเป็นผู้ตรวจสอบว่านักเรียนมีคุณสมบัติครบถวนหรือ ไม่ พรอมลง ลายมืออนุญาตในวันทำการสอบ (สำหรับนักเรียน ห้ามแต่งกายชุดพลศึกษาเข้าห้องสอบ โดยเด็ดขาด) ๔๖.๓ นักเรียนต้องนำบัตรนี้มาเพื่อใชแสดงในการเข้าห้องสอบทุกครั้งและทุกวันที่มีการสอบ ๔๖.๔ หากมีปญหาอื่นๆ ให้นักเรียนพบ รองผู้อำนวยการบริหารทั่วไป หรือหัวหน้างานกิจการนักเรียนหรือผู้ที่ หัวหน้างานกิจการนักเรียนมอบหมาย ๔๖.๕ ห้ามมีรอยลบ – ขีดหรือแกไขในบัตรอนุญาตด้วยน้ำยาลบคำผิด ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๗ (นางนงค์รักษ์ เคนไชยวงศ์) ผู้อำนวยการโรงเรียนสว่างแดนดิน 90


แบบเครื่องหมายของโรงเรียน ใหนักเรียนทุกคนใชแบบตัวอักษรและขนาดของตัวเทานั้นเทานี้แบบปกอักษรยอและเลขประจําตัวของ นักเรียน (อกดานซาย) ส.ด. ม.1 สีเหลือง ม.2 สีแดง ม.3 สีนํ้าเงิน ม.4 สีเหลือง ม.5 สีแดง ม.6 สีนํ้าเงิน หมายเหตุ หองเรียน Intensive English Program (IEP) ใหปกชื่อเปนภาษาอังกฤษ (ดร.นงครักษ เคนไชยวงศ) ผูอํานวยการโรงเรียนสวางแดนดิน รักสวาง ศรีแดนดิน ใหรองผูอํานวยการกลุมบริหารทั่วไปเปนผูรักษาการใหเปนไปตามระเบียบนี้ ทั้งนี้ตั้งแต 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 เปนตนไป 91 หมายเหตุ หองเรียน Intensive English Program (IEP) ใหปกอักษรยอ S.W.D เลขประจําตัวเปน อารบิก แบบปกชื่อ-สกุล และเครื่องหมายระดับชั้นเรียน (อกดานซาย) ปการศึกษา 2567


96 การแตงกายนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนตน 92


93 การแตงกายนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย


94 การแตงกายชุดพลศึกษา ในสวนของเสื้อ ระดับชั้นม.ตน แขนสีฟา และระดับชั้นม.ปลาย แขนสีขาว ซึ่งการแตงกายเหมือนกัน คือ ตองเอาชายเสื้อเขาในกางเกง ไมปลอยลอยชายเด็ดขาด สวนกาง เกงเปนกางเกง วอรมขาปลอย ตองไมดัดแปลงเปนอยางอื่นนอกเหนือจากแบบเดิม ชุดลูกเสือ ม.1 ชุดบําเพ็ญประโยชน ม.1 ชุดนักศึกษาวิชาทหาร ชุดพลศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนตน ชุดพลศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย


Click to View FlipBook Version