The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การพัฒนาทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้สื่อจากเว็บไซต์ www.codingthailand.org

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by สุพิชญา, 2021-10-05 12:28:55

วิจัยในชั้นเรียนเรื่องการพัฒนาทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้สื่อจากเว็บไซต์ www.codingthailand.org

วิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การพัฒนาทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้สื่อจากเว็บไซต์ www.codingthailand.org

วจิ ัยในชั้นเรยี น

เรื่อง การพัฒนาทกั ษะการคิดอย่างเปน็ ระบบ ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 6
โดยใชส้ ือ่ จากเว็บไซต์ www.codingthailand.org

ผวู้ จิ ัย

นางสาวสพุ ชิ ญา พนั ธเสรมิ

ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564
โรงเรียนดวงกมล เทศบาลนครรังสิต

ประกาศคณุ ูปการ
การวิจัยการพัฒนาทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้สื่อจาก
เว็บไซต์ โดยใช้ส่ือจากเว็บไซต์ www.codingthailand.org คร้ังน้ีได้ผลตามขั้นตอนการทาวิจัยสาเร็จได้ด้วยดี
โดยได้รับการ ช้ีแนะแนวทางจากผู้อานวยการโรงเรียน และคณะครูทุกท่าน ผ้จู ัดทาการวิจัย ขอขอบคุณมา ณ
โอกาสนี้

สพุ ชิ ญา พนั ธเสรมิ

คานา
งานวิจัยเร่ือง การวิจัยการพัฒนาทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ ของนักเรียนช้ันประถมศึกษา ปีที่ 6
โดยใช้สื่อจากเว็บไซต์ www.codingthailand.org ได้จัดทาข้ึน เพื่อประเมินการพัฒนาทักษะในด้านการ คิด
อย่างเป็นระบบ ให้กับนักเรียน ผวู้ ิจัยหวังเปน็ อย่างย่ิงว่า การวิจัยเร่ืองนี้จะเป็นประโยชน์ต่อ ผู้อ่าน เพื่อเป็น
แนวทางในการพัฒนาทางดา้ นการเรยี นการสอนใหม้ ีประสิทธภิ าพมากย่ิงข้ึน

สุพิชญา พันธเสริม

สารบญั

ความเปน็ มาและความสาคัญ หนา้
กรอบแนวคิดการวิจยั 2
คาถามวจิ ัย 2
วัตถปุ ระสงค์ของการวจิ ัย 2
ประโยชนท์ ีค่ าดว่าจะได้รบั 3
เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการวจิ ยั 3
การเก็บรวบรวมข้อมลู 3
วิธเี คราะหข์ ้อมูล 3
ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู 4
สรปุ และอภปิ รายผล 4
ภาคผนวก ก 5
ภาคผนวก ข 6
10

บทคดั ย่อ

ในการวิจยั ครั้งนมี้ ีจุดมุ่งหมาย เพ่อื พฒั นาทักษะการคดิ การทางานอย่างเป็นระบบ ของนักเรียนชัน้
ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โดยมีกล่มุ ตัวอยา่ ง ทั้งหมด 8 คน ด้วยวธิ กี ารเรยี นรู้ด้วย
ตนเอง ผ่านระบบออนไลน์ จากเวบ็ ไซต์ www.codingthailand.org ระยะเวลาทใ่ี ช้ในการวิจยั ทงั้ สน้ิ ตลอด
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564

สรุปผล

ผลการวิจัยพบวา่ การพัฒนาทักษะการคิดอย่างเปน็ ระบบของนักเรยี น ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 โดยใช้
สือ่ จากเว็บไซต์ www.codingthailand.org ซ่ึงนักเรยี นมีการพฒั นาความสามารถในการคดิ อยา่ งเป็นระบบ
สงู ขน้ึ ค่าเฉล่ยี ความกา้ วหน้าในการเรียนรเู้ ทา่ กับ 35.00 คดิ เป็นรอ้ ยละ 87.50

อภิปรายผล

จากผลการใช้ส่ือจากเวบ็ ไซต์ www.codingthailand.org ในการพัฒนาทักษะการคิดอยา่ งเป็นระบบ
ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปรากฏว่า นักเรียนมีความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบดีข้ึน ซึ่งเมื่อ
พจิ ารณาความก้าวหน้าในการเรียนของนักเรียน พบว่า นักเรียนสามารถพัฒนาการคิด อย่างเป็นระบบได้ตาม
ระยะเวลาและจานวนกจิ กรรมท่ีฝึกทักษะ และเมื่อสิ้นสดุ การฝึกทักษะ พบว่า นักเรียนมีทักษะในการคิดอย่าง
เป็นระบบดีขึ้น โดยพิจารณาจากผลการทาแบบฝึกทักษะท้ายกิจกรรม จนส่งผลให้นักเรียนได้รับเกียรติบัตร
เพ่ือแสดงว่านักเรยี นได้ผา่ นกิจกรรมการคิดอยา่ งเปน็ ระบบของ เว็บไซต์ www.codingthailand.org ท้ังนีอ้ าจ
เป็นเพราะเคร่ืองมือท่ีใช้ในการพัฒนาทักษะการคิดมีการจัดลาดับ ความยากง่ายท่ีเหมาะสมกับผู้เรียน เป็น
ลกั ษณะการเล่นเกม ทาให้ไม่เบื่อหนา่ ยงา่ ย มีสง่ิ ทีต่ อ้ งท้าทาย อยู่ตลอดเวลา จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทาใหน้ ักเรียน
มีทักษะการคดิ อย่างเปน็ ระบบที่ดีข้นึ

ช่อื เร่อื ง รายงานผลวิจยั ในชั้นเรยี น

การพฒั นาทกั ษะการคิดอยา่ งเปน็ ระบบ ของนกั เรียนชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 6 โดยใชส้ ื่อจาก
เว็บไซต์ www.codingthailand.org

ผูว้ จิ ยั นางสาวสพุ ชิ ญา พนั ธเสรมิ

ปที ท่ี าการวจิ ัย ปีการศึกษา 2564

1. ความเป็นมาและความสาคญั
จากการสอนวิชาวิทยาการคานวณ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 พบว่า มี นักเรียนจานวน

ทั้งหมด 8 คน ยงั ขาดทักษะการคิดอยา่ งเป็นระบบ การลาดับขัน้ ตอนการทางานยังไมด่ ี ทาให้ผลการปฏบิ ตั งิ าน
ไม่เป็นไปตามเป้าหมายท่ีวางไว้ เป็นผลทาให้ไม่มีงานส่งครูหรือบางคนมี งานส่ง แต่ผลงานอยู่ในเกณฑ์ต้อง
ปรับปรุงจากปัญหาที่พบ ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะแก้ไขปัญหาการคิดอย่างเป็นระบบ โดยการใช้ส่ือจาก เว็บไซต์
www.codingthailand.org ซ่ึงเป็นเว็บไซต์ท่ีให้นักเรียนเรียนรู้ผ่านการเล่นเกม การวางแผน การสร้าง
โปรแกรมง่าย ๆ เพื่อให้ตัวละครทาภารกิจตามที่กาหนดให้สาเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย ซ่ึงเกมจะ เรียงลาดับ
เน้ือหาจากความง่ายไปยากและเพื่อให้เกิดความชานาญในการใช้คาส่ัง ซึ่งเป็นพื้นฐานของ การเรียน
คอมพวิ เตอร์ในระดบั สงู ต่อไป

2. กรอบแนวคดิ การวิจยั
ในงานวิจัยในชั้นเรียนเรื่องน้ี ข้าพเจ้าต้องการแก้ไขปัญหาการขาดทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ การ

ลาดับขั้นตอนการทางาน ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนดวงกมล ท่ีระบบ โดยการใช้สื่อจาก
เวบ็ ไซต์ www.codingthailand.org

ใช้สือ่ การสอน ความสามารถในแก้ไขปัญหาการขาดทักษะการ
จาก เวบ็ ไซต์ www.codingthailand.org คดิ อยา่ งเป็นระบบ การลาดบั ขนั้ ตอน

3. คาถามวจิ ัย
จากกรอบแนวคิดในการวจิ ัยท่ีกล่าวมา เนอ่ื งจากการแกป้ ัญหาครงั้ น้ขี ้าพเจา้ ต้องการรวู้ า่ การใช้สื่อการ

สอนจาก เว็บไซต์ www.codingthailand.org สามารถพัฒนาความสามารถด้านทกั ษะการคดิ อย่างเป็นระบบ
การลาดับข้ันตอนการทางาน ไดต้ ามเกณฑ์รอ้ ยละ 80 จึงกาหนดคาถามวิจยั ได้ 2 ขอ้ คอื

3.1 ความสามารถด้านทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ การลาดับขั้นตอนการทางาน ของนักเรียน
กลุ่มเป้าหมายท้ังในภาพรวมและรายบุคคล หลังใช้สื่อการสอนจาก เว็บไซต์ www.codingthailand.org สูง
กวา่ กอ่ นฝกึ หรอื ไม่

3.2 นักเรียนกลุ่มเป้าหมายรายบุคคล หลังใช้ส่ือการสอนจาก เว็บไซต์ www.codingthailand.org
ได้สูงข้ึนถงึ เกณฑร์ อ้ ยละ 80 หรอื ไม่

4. วตั ถปุ ระสงคข์ องการวจิ ยั
1. เพือ่ พฒั นาทักษะการคิด การทางานอยา่ งเป็นระบบ ของนักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 6

5. สมมตฐิ านการวิจยั
นกั เรยี นมีการคิด และทางานอย่างเปน็ ระบบ และไดร้ ับเกียรตบิ ัตรจากการปฏบิ ตั ิภารกิจ จากเว็บไซต์

www.codingthailand.org ทัง้ 4 คอรด์

6. ขอบเขตของการวิจัย
1. ในการวจิ ัยพัฒนาคร้ังนี้เป็นการใช้ส่อื จากเวบ็ ไซต์ www.codingthailand.org ประกอบการพฒั นา

ทักษะการคดิ อย่างเป็นระบบ ของนักเรยี นระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
2. ประชากรในการวิจัยครง้ั นี้ คือ นกั เรยี นระดบั ประถมศึกษาปที ่ี 6 จานวน 8 คน ของ โรงเรียนดวง

กมล ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564

7. ประโยชน์ท่คี าดวา่ จะไดร้ ับ
นักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 มีทกั ษะการคดิ การทางานอย่างเป็นระบบ เพ่ิมข้นึ

8. เครอื่ งมือทีใ่ ช้ในการวิจัย
เครือ่ งมอื สาหรบั การทาวจิ ยั มี คอื เครื่องมอื สาหรับตัวแปรตน้ และเครื่องมือสาหรับวัดตัวแปรตาม
8.1 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนชนั้ ป.6 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 จานวน 8 คน ยังขาด

ทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ การลาดับขั้นตอนการทางานยังไม่ดี ทาให้ผลการปฏิบัติงานไม่เป็นไปตาม
เป้าหมายทวี่ างไว้ เป็นผลทาใหไ้ ม่มงี านส่งครหู รือบางคนมี งานสง่ แตผ่ ลงานอย่ใู นเกณฑต์ อ้ งปรบั ปรุง

8.2 ตัวแปรท่ีศึกษา
8.2.1 ตัวแปรตน้ ได้แก่ สอ่ื จากเวบ็ ไซต์ www.codingthailand.org
8.2.2 ตวั แปรตาม ได้แก่ นักเรียนปฏิบัตกิ ารฝกึ ทักษะตามข้นั ตอนจนไดร้ ับเกยี รตบิ ัตร
ท้งั 4 คอรด์

9. การเก็บรวบรวมข้อมลู
9.1 ประเมินผลการคิดอย่างเป็นระบบก่อนเรียน โดยให้นักเรียนเข้าไปทาแบบทดสอบทักษะการคิด

อย่างเป็นระบบจากเว็บไซต์ www.codingthailand.org ในบทเรียนสุดท้ายก่อนจะ ได้รับเกียรติบัตร จานวน
ทงั้ ส้ิน 4 คอร์ด

9. 2 นั ก เ รี ย น เ ข้ า ไ ป เ รี ย น รู้ เ พื่ อ พั ฒ น า ทั ก ษ ะ ก า ร คิ ด อ ย่ า ง เ ป็ น ร ะ บ บ จ า ก เ ว็ บ ไ ซ ต์
www.codingthailand.org ทลี ะขน้ั ตอนจนชานาญ

9.3 ประเมินทักษะการคดิ อย่างเป็นระบบหลงั เรียน โดยให้นักเรยี นทาแบบทดสอบทักษะการคดิ อยา่ ง
เป็นระบบจากเว็บไซต์ www.codingthailand.org ในบทเรียนสุดท้ายเพื่อรับ เกียรติบัตรของแต่ละคอร์ด
จานวนทั้งส้นิ 4 คอร์ด

10. วิธเี คราะหข์ อ้ มลู
10.1 หาคา่ เฉลีย่ ของนักเรยี นผ่านการทดสอบก่อนเรยี น
10.2 หาค่าเฉล่ียนของนักเรียนที่ผ่านการทดสอบหลังเรียน
10.3 หาคา่ ร้อยละ ของนักเรียนท่ีทาแบบทดสอบสอบหลังเรียนและไดร้ บั เกียรติบัตร

11. ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล
11.1 คะแนนเฉลีย่ ร้อยละความกา้ วหนา้ ทางการเรยี นของนักเรยี น

ตารางท่ี 1 ค่าสถิติพื้นฐานคะแนนความก้าวหน้าทางการพัฒนาทักษะการคิดอย่างเป็น

ระบบของนกั เรียน ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 6

รายการ จานวนนักเรียน คา่ เฉลย่ี

(N) ( )̅

ผลการทดสอบกอ่ นเรียน (40) 8 5.00

ผลการทดสอบหลงั เรียน (40) 8 40.00

จากตารางท่ี 1 พบว่า ความสามารถในการพัฒนาทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ ของนักเรยี น
ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 6 เทา่ กบั 5.00 และ 40.00 ซ่งึ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนวา่ นกั เรียนมคี วามก้าวหน้าใน
การเรยี นสูงข้ึน

11.2 คะแนนความสามารถในการฝกึ ทักษะการคิดอย่างเปน็ ระบบ
ตารางที่ 2 เปรยี บเทียบคะแนนความสามารถในการพฒั นาทกั ษะการคิดอย่างเปน็ ระบบ

ของนกั เรยี น ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 จานวน 8 คน

นักเรยี นคนท่ี คะแนนกอ่ นเรยี น คะแนนหลงั เรยี น ความก้าวหน้า

ได้ ร้อยละ ได้ รอ้ ยละ ได้ รอ้ ยละ

1 20 50 40 100 20 50

2 0 0 40 100 20 100

3 0 0 40 100 40 100

4 0 0 40 100 40 100

5 0 0 40 100 40 100

6 0 0 40 100 40 100

7 20 50 40 100 40 50

8 0 0 40 100 40 100

คะแนนรวม 40 12.5 320 100 280 700
คะแนนเฉล่ีย 5.00 12.50 40.00 100 35.00 87.5

จากตารางท่ี 2 พบว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนของนักเรียนเท่ากับ 5.00 คะแนนเฉลี่ยหลังเรียน
เทา่ กับ 40.00

ดังนน้ั นักเรยี นมคี ะแนนเฉล่ียเพ่ิมข้นึ โดยเฉล่ีย = 40.00 - 5.00
= 35.00

คิดเป็นรอ้ ยละ = 87.50
นั่นคือ ภายหลังการพัฒนาทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 จากการเรียนรู้
ผา่ นเว็บไซต์ www.codingthailand.org นกั เรียนมคี วามสามารถในการเรยี น คดิ อยา่ งเปน็ ระบบสงู ขน้ึ

12. สรปุ และอภปิ รายผล
สรปุ ผล
การพฒั นาทกั ษะการคิดอยา่ งเปน็ ระบบ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 จากการ เรียนรู้

ผ่านเว็บไซต์ www.codingthailand.org นักเรียนมีการพัฒนาความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ สูงขึ้น
คา่ เฉลย่ี ความก้าวหน้าในการเรยี นรู้เท่ากับ 35.00 คดิ เป็นร้อยละ 87.50

อภปิ รายผล
จากผลการใช้เว็บไซต์ www.codingthailand.org ในการพัฒนาทักษะการคิดอย่างเป็น

ระบบของ นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปรากฏว่า นักเรียนมีความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบดีขึ้น
ซงึ่ เม่ือพจิ ารณาความก้าวหน้าในการเรยี นของนกั เรียน พบว่า นักเรียนสามารถพฒั นาการคิดอย่างเป็นระบบได้
ตามระยะเวลาและจานวนกิจกรรมที่ฝึกทักษะ และเม่ือส้ินสุดการฝึกทักษะ พบว่า นักเรียนมี ทกั ษะในการคิด
อย่างเป็นระบบดีขึ้น โดยพิจารณาจากผลการทาแบบฝึกทักษะท้ายกิจกรรม จนส่งผล ให้นักเรียนได้รับเกียรติ
บัตร เพื่อแสดงว่านักเรียนได้ผา่ นกิจกรรมการคิดอย่างเปน็ ระบบของเวบ็ ไซต์ www.codingthailand.org ทั้งนี้
อาจเปน็ เพราะเครือ่ งมือท่ใี ชใ้ นการพฒั นาทกั ษะการคดิ มีการจดั ลาดบั ความ ยากง่ายที่เหมาะสมกบั ผู้เรยี น เป็น
ลกั ษณะการเล่นเกม ทาให้ไมเ่ บ่ือหน่ายงา่ ย มีสิง่ ทีต่ ้องท้าทายอยู่ ตลอดเวลา จึงอาจเปน็ สาเหตทุ ่ีทาให้นักเรียน
มที ักษะการคดิ อยา่ งเปน็ ระบบท่ีดีขน้ึ

13. ข้อเสนอแนะ
1. นักเรียนต้องมีความรับผิดชอบต่อตนเอง เพราะการเรียนรู้นักเรียนต้องเรียนรู้ด้วยตนเองตาม

ความสามารถของตนเองทีละขั้นตอน
2. ตอ้ งใช้อินเตอร์เนต็ ในการเช่อื มต่อเพือ่ เขา้ ไปเรยี นรไู้ ด้

ภาคผนวก ก
ส่ือเกมถอดรหสั ออนไลน์จากเว็บไซต์ www.codingthailand.org







ภาคผนวก ข
เกียรตบิ ตั รนักเรียนท่เี กดิ จาก ปฏิบัตกิ ารฝกึ ทักษะตามข้นั ตอน









เอกสารอ้างองิ
ทิศนา แขมมณี. (2557). ศาสตรก์ ารสอนองค์ความร้เู พือ่ การจดั กระบวนการเรยี นร้ทู ี่มีประสทิ ธภิ าพ. (พมิ พ์

ครัง้ ที่ 13). กรงุ เทพฯ: สานักพิมพ์จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
บญุ ชม ศรสี ะอาด. (2554). การวิจยั เบอื้ งต้น (พิมพ์ครงั้ ที่ 8). กรงุ เทพฯ : สุวรี ยิ าสาส์น.
พิมพันธ์ เดชะคปุ ต์ และพเยาว์ ยินดสี ุข. 2556. ทกั ษะ 5C. (พมิ พ์ครัง้ ที่ 7). กรุงเทพฯ: สานกั พิมพจ์ ุฬาลงกรณ์

มหาวทิ ยาลยั .
________. 2557. การจัดการเรียนรใู้ นศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ : สานักพมิ พ์จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .

ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สถาบนั . (2561). ค่มู ือการใช้หลักสตู รสาระเทคโนโลยี
(วิทยาการคานวณ) กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ครุ ุสภา.
Ennis, R.H. (1993). Critical thinking assessment: Theory into practice. Ohio: College of
education, The Ohio State University.
Weir, J. J. (1974). Problem Solving is Every body’s Problem, The Science Teacher. 4 (April
1974), 16 – 18.


Click to View FlipBook Version