เทคโนโลยี
(วทิ ยาการคานวณ)
๖ชั้นประถมศึกษาปีที่
หนว่ ยที่ ๑
สารบญั
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 การออกแบบวิธกี ารแก้ปัญหา
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 การเขยี นโปรแกรมเพื่อแก้ปัญหา
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 การใช้อินเทอร์เนต็ คน้ หาข้อมลู
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 4 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศรว่ มกนั อย่างปลอดภยั
เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6
หน่วยการเรยี นรู้ 1 การออกแบบวิธีการแกป้ ัญหา
วธิ กี ารแกป้ ัญหา การออกแบบ การแกป้ ญั หา
วธิ ีการแกป้ ัญหา ในชวี ติ ประจาวนั
กระบวนการทางาน
แบบวนซา้
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 6
วธิ แี ก้ปญั หาไฟฉายไม่สวา่ ง
ตรวจสอบ ตรวจสอบ ตรวจสอบ
สวติ ช์ การใสถ่ า่ นไฟฉาย หลอดไฟฟ้า
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 6
การเก็บขยะจนกว่าจะสะอาด เร่มิ ตน้
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 6 เดินไปบรเิ วณทมี่ ขี ยะ
เกบ็ ขยะ
นาขยะใสถ่ ังขยะ ไม่จรงิ
ขยะบรเิ วณนั้น
หมดจรงิ หรอื ไม่
จริง
จบ
การคน้ หาเส้นทางท่ใี กลท้ ่สี ดุ
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 6
วิธกี ารแก้ปญั หา
ปญั หาแต่ละปญั หามวี ิธกี ารแกไ้ ขไดห้ ลายวิธี การแกป้ ญั หาอย่างเป็นขัน้ ตอน
จะชว่ ยใหแ้ ก้ปัญหาได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ เชน่ นกั เรียนลืมกลอ่ งดินสอ
และต้องการได้กล่องดนิ สอคืน การแก้ปัญหานี้เราจะตอ้ งทบทวนว่าเราไป
ท่ไี หนมาบ้าง แตล่ ะสถานทเี่ ราไปทาอะไร แล้วพิจารณาว่าในสถานทน่ี ัน้ ๆ
เราทาอะไรกบั กล่องดนิ สอหรอื ไม่ หรอื ถ้าเราต้องการลดคา่ ใชจ้ า่ ยประจาวัน
เราต้องทบทวนวา่ ในแตล่ ะวนั เรามคี ่าใชจ้ า่ ยเรือ่ งใดบ้าง มเี รื่องใดทสี่ ามารถ
ตดั ออกไดบ้ า้ ง หรือมีเรอ่ื งใดทส่ี ามารถลดค่าใชจ้ ่ายในเร่อื งนน้ั ๆ ไดบ้ า้ ง
ในชีวติ ประจาวันนกั เรยี นพบปญั หาใดบ่อยทส่ี ดุ คาถามสาคัญ
และมวี ิธีการแก้ปญั หาน้นั อยา่ งไร
เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
การใช้เหตผุ ลเชงิ ตรรกะ (logical reasoning) เปน็ การใช้เหตุผล เงอ่ื นไข หรอื กฎเกณฑท์ ่เี กย่ี วขอ้ งกับปัญหานน้ั
เพือ่ ตรวจสอบความสมเหตุสมผลหรือความเป็นไปไดใ้ นการแกป้ ัญหาต่าง ๆ
ปัญหาบางปัญหาทม่ี คี วามซบั ซ้อนข้ึน ต้องใช้
เงื่อนไขหรือใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะมาช่วยในการ
แก้ปัญหา เช่น การเลน่ เกมเขาวงกต
เราตอ้ งทาตามเงื่อนไขของเกม วธิ ีการเล่น
คือ ใชด้ นิ สอลากเส้นจากต้นทางไปยังปลายทาง
โดยตอ้ งไมย่ กดินสอออกจากกระดาษ
การลากเส้นนน้ั จะตอ้ งให้เดินทางไปยงั ปลายทาง
ได้สน้ั ที่สดุ และไมช่ นกบั ผนงั
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 6
เกมทมี่ คี วามซบั ซอ้ นมากข้นึ อาจเป็นเขาวงกต เกมเขาวงกตคณิตศาสตร์
ท่ีซับซอ้ นข้ึน หรือมีเง่ือนไขท่ตี อ้ งทาตามหลาย
เง่อื นไข เชน่ เกมเขาวงกตคณิตศาสตร์ ดงั ภาพ
การหาเสน้ ทางจะต้องใช้การคิดเชงิ คณติ ศาสตร์
ไปดว้ ย ผูเ้ ล่นต้องลากเสน้ ให้กระตา่ ยเดนิ ทาง
ไปกินแคร์รอต โดยเส้นทางน้ันจะเป็นการนบั
จานวนของตวั เลขตั้งแต่ 1 ถึง 100
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6
เกมอาจมีความซับซ้อนมากขนึ้ อีก
เชน่ หาเส้นทางให้กบกระโดดไปยังสระนา้
โดยเสน้ ทางน้นั จะเป็นการนบั ตงั้ แต่ 4 ถงึ 400
ซึ่งการนับแต่ละครั้งจะเพ่มิ ครงั้ ละ 4
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6 เกมเขาวงกตคณติ ศาสตร์
ทมี่ คี วามซบั ซอ้ น
การฝึกคิดแกป้ ัญหาอยา่ งเปน็ ขั้นตอน เป็นพืน้ ฐานสาหรับการพฒั นาสง่ิ ตา่ ง ๆ ในอนาคต
เชน่ ถ้าเราตอ้ งการเขยี นโปรแกรมให้หนุ่ ยนตเ์ ดินทางเขา้ ไปยงั เปา้ หมายในเขาวงกต
เราตอ้ งนาวธิ ีการคิดของเราและเงอ่ื นไขต่าง ๆ มาเปลีย่ นเปน็ โปรแกรมสาหรบั หุ่นยนต์ ดังภาพ
การเขยี นโปรแกรมให้หุ่นยนต์เดินไปในเขาวงกต
เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 6
การใชเ้ หตุผล (reasoning) เป็นการคิดและอธบิ ายความคดิ ออกมาเปน็ แผนงาน โดยแสดงวิธกี าร
แก้ปญั หาเปน็ ลาดับขนั้ ตอน ทาใหม้ องเห็นวธิ ีการแกป้ ญั หาไดอ้ ย่างชัดเจน ซึ่งแตล่ ะขน้ั ตอนจะตอ้ ง
พจิ ารณาเงื่อนไขหรือเหตผุ ลประกอบด้วย การแสดงขนั้ ตอนการแกป้ ัญหาทาไดโ้ ดยการเขียน
บอกเล่า วาดภาพ หรอื ใช้สัญลกั ษณ์
กระบวนการแก้ปัญหา
1. การพิจารณาปัญหา คอื การทาความเข้าใจปญั หาที่เกิดขึน้ อยา่ งละเอียดแลว้ พจิ ารณาว่า
มีองค์ประกอบอะไรบา้ ง
2. การวางแผนแก้ปัญหา คือ การกาหนดขั้นตอน วิธีการแกป้ ัญหา อุปกรณ์ เคร่ืองมอื ที่ใช้
ในการแก้ปัญหา และระยะเวลาทใี่ ช้ในการแกป้ ญั หา โดยการทางานนีอ้ าจตอ้ งทาซ้า ๆ
จนแก้ปญั หาไดส้ าเร็จ
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
ตวั อย่างท่ี 1 เราพบว่าไฟฉายทใี่ ช้อยู่เป็นประจา เมื่อเปดิ แล้วไฟไม่สวา่ ง
ไฟฉายจะสวา่ งหรือใชง้ านได้ตอ้ งใช้
พลังงานไฟฟ้า และต้องกดสวติ ช์
เพื่อให้วงจรทางาน ไฟฉายจงึ จะส่อง
แสงสวา่ งได้ แต่เมอ่ื เปิดสวติ ช์แล้ว
ไฟฉายไม่สวา่ งอาจแก้ปญั หาตาม
ขน้ั ตอนตอ่ ไปน้ี
เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
1. ตรวจสอบว่ากดสวิตชถ์ ูกตอ้ งหรอื ไม่ 2. ตรวจสอบวา่ ใส่ถ่านไฟฉายหรอื ไม่ ถา้
ถ้ากดถูกต้องไปข้นั ตอนที่ 2 ใสแ่ ล้วไปขั้นตอนท่ี 3
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6
3. ตรวจสอบว่าใสถ่ า่ นไฟฉายถกู ตอ้ ง 4. ตรวจสอบวา่ ถา่ นไฟฉายแต่ละกอ้ นมี
หรือไม่ ถา้ ใส่ถกู ต้องไปข้ันตอนท่ี 4 พลงั งานไฟฟ้าหรอื ไม่ ถ้ามพี ลังงานไฟฟา้
ไปขนั้ ตอนท่ี 5
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6
5. ตรวจสอบว่าหลอดไฟฟา้ ในไฟฉายใช้ไดห้ รือไม่
ปลอดภัยไวก้ อ่ น
การท้งิ ถ่านไฟฉายทีไ่ มม่ ีพลังงานไฟฟ้าแลว้ ควรใส่ถ่านไฟฉายไว้ในถงุ พลาสตกิ หรือถงุ ดา แล้วเขยี นวา่ “ขยะพษิ ”
หรือ “ถา่ นไฟฉายใชแ้ ล้ว” เจา้ หนา้ ที่จะไดจ้ ดั เกบ็ อย่างถกู ตอ้ ง จากนน้ั นาไปทง้ิ ในถงั ขยะอนั ตราย
เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 6
ตวั อยา่ งท่ี 2 เรามกี ระดาษ 1 แผน่ ขนาด A4 ต้องการตัดกระดาษเปน็ ขนาด A6
ให้ไดม้ ากทส่ี ดุ เราอาจทาได้ ดังน้ี
วิธแี ก้ปัญหา
การแกป้ ัญหาในข้อนี้ เราจะตอ้ งมีความร้พู ้ืนฐานเรื่องขนาดของกระดาษ โดยการ
แบ่งขนาดของกระดาษเปน็ ประเภทต่าง ๆ แบง่ ได้ดังภาพ
จากความรูเ้ กี่ยวกบั กระดาษจะพบวา่ กระดาษขนาด A0 แบ่งครงึ่ จะเปน็ กระดาษขนาด A1
กระดาษขนาด A4 แบ่งเป็นกระดาษ กระดาษขนาด A1 แบ่งครงึ่ จะเปน็ กระดาษขนาด A2
ขนาด A5 ได้ 2 แผ่น และกระดาษ กระดาษขนาด A2 แบ่งคร่ึงจะเปน็ กระดาษขนาด A3
ขนาด A5 แบ่งเปน็ กระดาษขนาด A6 กระดาษขนาด A3 แบง่ ครึ่งจะเป็นกระดาษขนาด A4
ได้ 2 แผน่ ดงั นน้ั เราสามารถตัดกระดาษ กระดาษขนาด A4 แบ่งครง่ึ จะเปน็ กระดาษขนาด A5
ขนาด A4 เป็นกระดาษขนาด A6 กระดาษขนาด A5 แบ่งครง่ึ จะเป็นกระดาษขนาด A6
ได้ 4 แผ่นน่ันเอง กระดาษขนาด A6 แบ่งคร่งึ จะเปน็ กระดาษขนาด A7
กระดาษขนาด A7 แบ่งคร่ึงจะเปน็ กระดาษขนาด A8
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6
x - + กจิ กรรมท่ี 1.1 พบั กระดาษ พับครั้งท่ี 1 ความยาว (ซม.)
เร่มิ ต้น 29.7
นักเรยี นนากระดาษขนาด A4 ท่มี คี วามกวา้ ง 21 เซนตเิ มตร และความยาว 29.7 เซนติเมตร 1
มาพับครึง่ ในแนวเดมิ ไปเรื่อยๆ จากนั้นเขียนบนั ทึกความยาวของกระดาษหลังการพับคร่งึ 2
แต่ละครงึ่ ลงในตาราง 3
4
• ถ้ากระดาษขนาด A4 มีความหนา 1 มลิ ลเิ มตร การพับแต่ละครง้ั ความหนาของกระดาษ 5
จะเป็นเท่าใด 6
7
• ลองนากระดาษขนาด A4 มาพับและพับให้ไดจ้ านวนครั้งท่มี ากทสี่ ุดจะพบปญั หาใดบ้าง 8
9
เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6
กระบวนการทางานแบบวนซ้า
เกมหรือปัญหาหลายปญั หาจะทางานแบบวนซา้ และมเี ง่ือนไข
อยภู่ ายในดว้ ย เชน่ การค้นหาของในกลอ่ งจนกว่าจะพบของ
ทตี่ ้องการ การเกบ็ ขยะต้องเก็บจนขยะหมด การปูกระเบ้อื ง
บนพืน้ จนเต็มพ้นื ท่ี
การทางานแบบวนซา้ จะทางานวนซ้าไปเรื่อย ๆ จนครบ
ตามท่ีเงื่อนไขกาหนด
การเกบ็ ขยะ
กิจกรรมใดในชีวติ ประจาวนั มกี ารทางาน คาถามสาคัญ
แบบวนซา้ บา้ ง
เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6
ตวั อยา่ งท่ี 1 การเก็บขยะ เร่มิ ต้น
เมือ่ เราตอ้ งการเกบ็ ขยะ จะตอ้ งเก็บขยะในบริเวณน้ันไปเร่อื ย ๆ จนกวา่ ขยะในบริเวณน้ัน เดนิ ไปบรเิ วณทม่ี ีขยะ
จะหมดหรอื สะอาด โดยเขียนเปน็ อลั กอรทิ มึ และผงั งานได้ ดงั นี้
เกบ็ ขยะ
เริ่มต้น
1. เดนิ ไปบริเวณท่ีมขี ยะ นาขยะใสถ่ ังขยะ
2. เก็บขยะ
3. นาขยะใส่ถงั ขยะ ขยะบริเวณนน้ั ไม่จรงิ
4. ขยะบรเิ วณนั้นหมดจรงิ หรอื ไม่ หมดจรงิ หรอื ไม่
4.1 ถา้ ไม่จรงิ ไปทาข้อ 1
4.2 ถ้าจริงจบการทางาน จริง
จบ จบ
จากตวั อยา่ งจะพบว่าจะทางานวนซ้าไปเร่ือย ๆ โดยมีเง่ือนไข คือ ขยะบริเวณนน้ั ขนั้ ตอนการเกบ็ ขยะ
หมดแล้วจริงหรอื ไม่ ถา้ จรงิ ก็จะออกจากการวนซา้
เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6
ตวั อย่างที่ 2 การปกู ระเบ้ืองบนพื้นท่วี า่ ง
ถ้าต้องการปูกระเบื้องเป็นสเี รยี งกนั ไปเรอื่ ย ๆ คือ แดง นา้ เงนิ เหลอื ง เขียว แดง น้าเงนิ เหลอื ง เขยี ว ดังภาพ
และต้องการเรยี งต่อกันไปเรอื่ ย ๆ เปน็ จานวน 15 แผ่น อยากทราบว่าแผน่ ท่ี 15 จะเป็นกระเบ้ืองสีอะไร
วธิ แี กป้ ัญหา สีของกระเบอื้ ง หมายเลข
สแี ดง 1
การแก้ปญั หานจ้ี ะต้องพจิ ารณาปญั หาอย่างละเอยี ด คิดหาความสัมพันธ์ตา่ ง ๆ สนี า้ เงิน 2
โดยการเรยี งขอ้ มูลตามทโ่ี จทยก์ าหนดจะเป็นเงือ่ นไขและกฎเกณฑ์ของปญั หาน้ี สีเหลือง 3
จากการปูกระเบ้อื งเราสามารถเขยี นรปู แบบของกระเบอื้ งสตี า่ ง ๆ ให้เปน็ ขอ้ มูล สีเขยี ว 4
อยา่ งง่ายได้ เชน่ แทนสีกระเบ้อื งดว้ ยตัวเลข
เมอ่ื พิจารณาปญั หานีต้ อ่ ไป การปูกระเบือ้ งจะคล้ายกับการนบั เลข 1, 2, 3, 4, 1, 2, 3, 4 โดยวนซา้ ไปเร่อื ย ๆ จนครบ 15 ตวั เลข
แลว้ จะพบว่าการนับครั้งที่ 15 ตรงกบั หมายเลข 3 ซงึ่ หมายถึงกระเบ้ืองสีเหลอื งน่ันเอง
เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6
ตวั อยา่ งที่ 3 ผึ้งเก็บน้าหวาน
เราตอ้ งการเขียนโปรแกรมสัง่ งานให้ผึ้งเดินทางไปเก็บนา้ หวานดังภาพจะเขยี นคาสงั่ ได้อยา่ งไร
วิธีแก้ปัญหา
พจิ ารณาจากปัญหาของผึ้ง จะพบวา่ มีน้าหวานอยู่ท่ีดอกไม้ 2 ตาแหนง่ แตล่ ะตาแหน่งต้องเก็บนา้ หวาน 2 คร้งั
อลั กอริทมึ ของคาสัง่ เขยี นได้ ดงั นี้
เร่มิ ต้น
1. ไปข้างหน้า
2. เก็บน้าหวาน
3. เก็บนา้ หวาน
4. ไปขา้ งหนา้
5. เกบ็ นา้ หวาน
6. เกบ็ น้าหวาน
จบ
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6
ตัวอย่างท่ี 3 ผ้ึงเกบ็ น้าหวาน (ตอ่ )
จากอลั กอรทิ มึ ของปญั หานี้ สามารถเขียนอลั กอรทิ มึ ใหม่โดยการวนซา้ ได้
และเขยี นโปรแกรมแบบบล็อกคาสั่งได้ ดงั นี้
เร่มิ ต้น
1.ทาซ้า 2 ครง้ั
1.1 ไปขา้ งหน้า
1.2 เกบ็ นา้ หวาน
1.2 เกบ็ นา้ หวาน
จบ
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ช้ันประถมศึกษาปีที่ 6
ตวั อยา่ งท่ี 4 ร้านขายกระเป๋ารา้ นหนึง่ ขายกระเปา๋ ที่ทาดว้ ยมือแล้วนามาวางขายหนา้ รา้ น โดยการทากระเปา๋
น้ันจะมี 2 สว่ นใหญ่ ๆ คอื ทากระเป๋า และทาสายสะพาย โดยการทากระเปา๋ ใช้เวลา 30 นาที
ทาสายสะพายใช้เวลา 15 นาที ประกอบกระเปา๋ เขา้ กับสายสะพายใชเ้ วลา 10 นาที ถ้ารา้ น
ขายกระเปา๋ ร้านน้ี ต้องการทากระเป๋าออกมาขายจานวน 10 ใบ จะมีวธิ ีการอย่างไรบา้ ง
การแก้ปัญหานี้ทาได้หลายวิธี แตล่ ะวิธจี ะมลี าดับขนั้ ตอนทใ่ี ชเ้ วลาแตกต่างกัน เช่น ขั้นตอนการทากระเป๋าให้ครบ 10 ใบ
วธิ ที ่ี 1 ทากระเปา๋ 10 ใบ ทาสายสะพาย 10 เส้น แลว้ ประกอบกระเปา๋ ทลี ะใบ
วธิ ที ่ี 2 ทากระเป๋า 10 ใบ ทาสายสะพาย 1 เสน้ ประกอบกระเป๋าทีละใบ แลว้ กลบั ไปทา
สายสะพายต่อ แลว้ ประกอบกระเป๋าจนครบ
วธิ ที ี่ 3 ทากระเป๋า 1 ใบ ทาสายสะพาย 1 เสน้ ประกอบกระเปา๋ แล้วกลับไปเรมิ่ ตน้ ทาอีกครงั้
จนได้กระเปา๋ ครบ 10 ใบ
ตวั อย่างวิธที ี่กล่าวมานน้ั การไดก้ ระเปา๋ แตล่ ะใบจะใชเ้ วลาตา่ งกนั แตถ่ ้าพิจารณาแตล่ ะวิธี พบวา่
วิธีที่ 3 จะไดก้ ระเป๋าใบแรกออกมาเร็วทส่ี ุด ถา้ มีลกู คา้ เข้ามาในรา้ นจะทาให้ขายได้เรว็ ดังน้ัน
จึงเลือกวธิ ที ่ี 3 เพ่อื ให้ขายและได้เงนิ จากการขายแต่ละใบเรว็ ทสี่ ุด โดยเขยี นเปน็ ผงั งานได้ดังน้ี
เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
จบกจิ กรรมท่ี 1
เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
x - + กิจกรรมที่ 1.2 แสดงวธิ กี ารแกป้ ญั หา
1. ถา้ ต้องการปกู ระเบือ้ งเป็นพนื้ ทกี่ ว้าง 25 เซนตเิ มตร ยาว 5 เมตร โดยกระเบอ้ื งแตล่ ะแผน่ เป็นรปู สเ่ี หลยี่ มจตั ุรสั ขนาด
25 เซนตเิ มตร x 25 เซนติเมตร และใหส้ ีแต่ละแผน่ เรยี งเป็นลาดับ ดงั นี้ เขียว เหลือง น้าตาล แดง เขียว เหลอื ง นา้ ตาล แดง
อยากทราบวา่ จะตอ้ งใชก้ ระเบอื้ งแตล่ ะสีจานวนก่ีแผ่น
2. ถา้ ผึง้ ตอ้ งการเดนิ ทางไปเกบ็ นา้ หวาน ดงั ภาพ ซึ่งการเดินแตล่ ะบลอ็ กใชเ้ วลา 2 วนิ าที การเก็บน้าหวานแต่ละครั้งใชเ้ วลา 2 วนิ าที
จงเขียนอลั กอริทึมของการแกป้ ญั หานี้และผงึ้ ตอ้ งใชเ้ วลาในการทางานท้ังหมดเทา่ ไร
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6
เกมทายตัวเลข
การทายตัวเลขมหี ลายรปู แบบ การทายตัวเลขท่เี พ่ือนคิดโดยใช้คาถามเป็นอกี เกมหน่งึ ท่นี า่ สนใจ เช่น การเลน่ เกมระหว่างเอกบั บี
โดยเอเปน็ ผู้ตั้งโจทยด์ ้วยการเลอื กตัวเลขมา 1 จานวน ต้งั แต่ 1-1,000,000 และบีเป็นผทู้ ายตวั เลขนั้น โดยจะใชค้ าถามถามไปยังเอวา่
ตวั เลขนน้ั มคี า่ มากกวา่ หรอื นอ้ ยกวา่ หรอื ตวั เลขน้นั เปน็ เลขคหู่ รือเลขคี่
ถ้าเอคดิ ตวั เลขเป็น 360 แล้วใหบ้ ที าย ดังนี้
บี : ตัวเลขนอ้ ยกวา่ 5,000 ใช่หรือไม่ เอ : ไมใ่ ช่
เอ : ใช่ บี : มากกว่า 300 ใช่หรอื ไม่
บี : น้อยกวา่ 3,000 ใชห่ รอื ไม่ เอ : ใช่
เอ : ใช่ บี : มากกวา่ 350 ใช่หรอื ไม่
บี : น้อยกว่า 1,000 ใชห่ รือไม่ เอ : ใช่
เอ : ใช่ บี : มากกว่า 380 ใช่หรอื ไม่
บี : นอ้ ยกวา่ 500 ใช่หรือไม่ เอ : ไม่ใช่
เอ : ใช่ บี : เปน็ จานวนคู่หรอื จานวนคี่
บี : นอ้ ยกวา่ 250 ใชห่ รอื ไม่ เอ : จานวนคู่
เอ : ไมใ่ ช่ บี : 360 ใชห่ รือไม่
บี : มากกวา่ 400 ใช่หรือไม่ เอ : ใช่ ถกู ตอ้ งครับ
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6
x - + กจิ กรรมท่ี 1.3 สนกุ กบั เกมทายตัวเลข
นักเรยี นจับค่กู ับเพ่อื นทายตัวเลขระหวา่ ง 1 ถงึ 1,000,000 โดยคนหน่ึงเป็นผูต้ ั้งโจทย์
อีกคนหนง่ึ เป็นผตู้ ัง้ คาถามและตอบให้ถกู ภายใน 20 คาถาม
• นกั เรียนตอบถูกภายในกคี่ าถาม
• นักเรียนมีวิธกี ารอยา่ งไรในการตง้ั คาถาม
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
การแก้ปญั หาในชวี ิตประจาวนั
การดาเนนิ การต่าง ๆ ในชวี ติ ของเรา บางเรอ่ื งราวสามารถแก้ปญั หาไดห้ ลายวธิ ี แต่ละวธิ ีจะมปี ระสิทธภิ าพตา่ งกนั
เชน่ การเดินทางจากสถานที่หนึง่ ไปยงั สถานทหี่ นงึ่ การโดยสารรถประจาทางในบางจังหวดั มรี ถหลายสาย
แต่ไปจดุ หมายปลายทางเดียวกนั ได้ รถแต่ละสายจะวงิ่ เสน้ ทางไมเ่ หมอื นกัน มีจุดจอดไม่เหมอื นกนั
ดงั นัน้ เราต้องเลอื กเสน้ ทางท่เี หมาะสมกบั การเดนิ ทางของเรา
นักเรียนมีวธิ ีเลอื กเสน้ ทางการเดนิ ทาง
ทด่ี ีท่ีสุดไดอ้ ยา่ งไร
คาถามสาคญั
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 6
ตวั อย่าง รถยนตแ์ ตล่ ะคนั อาจวิง่ ดว้ ยความเร็วไม่เทา่ กนั รถยนต์ทีว่ ่งิ ดว้ ยความเร็วเฉลย่ี 50 กโิ ลเมตร
ตอ่ ชั่วโมง หมายความว่า 1 ชว่ั โมง จะวิง่ ไปได้ 50 กโิ ลเมตร ถ้าระยะทาง 100 กิโลเมตร
จะใชเ้ วลาวิ่ง 2 ช่วั โมง
ตน้ ปลาย
ทาง ทาง
รถยนต์ A ปลาย
ทาง
ตน้
รถยนต์ B ทาง
300 กิโลเมตร
เส้นทางการเดนิ รถยนต์ A และรถยนต์ B ที่มคี วามเร็วไมเ่ ทา่ กัน
เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6
ตวั อยา่ ง รถยนต์แต่ละคนั อาจวง่ิ ดว้ ยความเรว็ ไม่เท่ากัน รถยนตท์ ี่วิ่งด้วยความเร็วเฉล่ีย 50 กโิ ลเมตร
ตอ่ ช่วั โมง หมายความว่า 1 ช่ัวโมง จะว่งิ ไปได้ 50 กิโลเมตร ถ้าระยะทาง 100 กิโลเมตร
จะใช้เวลาวง่ิ 2 ชัว่ โมง (ต่อ)
รถยนต์ A ว่งิ ด้วยความเร็ว 50 กโิ ลเมตรต่อชัว่ โมง รถยนต์ B วิง่ ดว้ ยความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชว่ั โมง ระยะทางจากตน้ ทางไปถงึ ปลายทาง
ของรถยนต์ท้งั 2 คนั เทา่ กนั คอื 400 กิโลเมตร และเส้นทางของรถยนต์ B มีจดุ จอด P โดยรถยนตท์ ุกคนั ทผี่ า่ นจดุ นีจ้ ะต้องจอดเปน็ เวลา
1 ชั่วโมง การหาเวลาทร่ี ถยนต์ท้ัง 2 คนั ต้องเดนิ ทางจากต้นทางไปยังปลายทางจะทาได้ ดังน้ี
รถยนต์ A ไม่มีจดุ จอด ใช้เวลาเทา่ กับ 400 กิโลเมตร/50 กิโลเมตรตอ่ ชวั่ โมง = 8 ช่วั โมง
รถยนต์ B มีจุดจอดหน่ึงจุด ใช้เวลาวง่ิ จากจดุ ต้นทางไปยงั จดุ จอดเท่ากบั 300/100 = 3 ชัว่ โมง ใช้เวลาจอด 1 ชว่ั โมง
ใชเ้ วลาวง่ิ จากจดุ จอดไปยงั ปลายทางเทา่ กบั 100/100 = 1 ชว่ั โมง
ดังน้นั เวลาทีร่ ถยนต์ B วง่ิ จากจดุ ต้นทางไปยงั ปลายทาง คือ 3+1+1 = 5 ชว่ั โมง
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 6 รถยนต์ A รถยนต์ B
การแก้ปญั หาในบางเร่อื งท่ีมคี วามซบั ซ้อน ตอ้ งมีการทาซ้าหลาย ๆ ครง้ั เราอาจนาเทคโนโลยี เชน่ คอมพิวเตอร์มาใช้งานได้
เน่อื งจากคอมพิวเตอร์สามารถทางานซา้ ๆ ไดด้ ี และทางานตามโปรแกรมไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง โดยอาจเลอื กโปรแกรมที่เหมาะสมกบั งานมาใช้
หรอื เขยี นโปรแกรมขึน้ มาใช้งานเอง ซึง่ การออกแบบโปรแกรมนน้ั จะต้องออกแบบแนวทางการแก้ปัญหาให้ครบถ้วนทกุ กรณี
เช่น การพฒั นาโปรแกรมสาหรับคานวณเวลาทใี่ ช้ในการเดินทาง โดยให้ผู้ใชป้ ้อนขอ้ มูลระยะทางกับความเรว็ ในการเดินทางเข้าไป
แลว้ ให้คอมพวิ เตอรค์ านวณเวลาทต่ี ้องใชอ้ อกมา
ในการออกแบบโปรแกรมนน้ั จะต้องรับข้อมลู ทงั้ 2 ค่า เขา้ มาเกบ็ ในหนว่ ยความจา เริ่มต้น
ของคอมพวิ เตอร์ และเมอ่ื ประมวลผลจะเก็บไวใ้ นหนว่ ยความจาเช่นกัน 1. รับคา่ ระยะทางมาเกบ็ ใน S
โดยขอ้ มลู ต่าง ๆ จะเกบ็ ไวใ้ นตัวแปร ถา้ ใหต้ ัวแปร S แทนระยะทาง ตวั แปร V 2. รบั คา่ ความเรว็ มาเกบ็ ใน V
แทนความเร็ว และตัวแปร T แทนเวลา การประมวลผลสามารถเขียนวธิ ีการได้
ดงั น้ี 3. คานวณเวลาโดย T = S
4. แสดงผลเวลา T V
เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 6 จบ
x - + กจิ กรรมท่ี 1.4 คานวณการเดินทาง
นักเรียนแสดงวิธีคิดและตอบคาถามจากสถานการณ์ ตอ่ ไปน้ี
รถประจาทาง 2 คนั ต้องเดินทางจากต้นทางไปยงั ปลายทาง มรี ะยะทางเทา่ กัน คือ 180 กโิ ลเมตร โดยจะใชค้ นละเส้นทางกัน
ในแต่ละเสน้ ทางจะมจี ดุ จอด P รถต้องจอด 20 นาที และจุดจอด W รถต้องจอด 15 นาที รถคนั ที่ 1 (เสน้ ทางสีนา้ เงนิ ) ว่ิงด้วยความเรว็
60 กโิ ลเมตรตอ่ ช่ัวโมง รถคนั ที่ 2 (เสน้ ทางสีแดง) ว่งิ ด้วยความเร็ว 90 กิโลเมตรตอ่ ชั่วโมง มีเสน้ ทาง ดงั ภาพ
• รถประจาทางคันท่ี 1 ใช้เวลาเดนิ ทางเท่าไร
• รถประจาทางคนั ท่ี 2 ใช้เวลาเดนิ ทางเท่าไร
• รถประจาทางคันใดไปถึงปลายทางไดเ้ รว็ ท่สี ุด
และเร็วกวา่ ก่นี าที
เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 6
แบบพัฒนาทักษะในการทาข้อสอบปรนยั เพอื่ ประเมินผลตวั ชวี้ ดั
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 การออกแบบวธิ ีการแกป้ ัญหา
1. เหตผุ ลเชิงตรรกะคอื อะไร
1) การแกป้ ัญหาอย่างเป็นขั้นตอน ตอบ 2)
เพราะเหตผุ ลเชงิ ตรรกะเป็นการใช้เหตุผล
เงอื่ นไขเพื่อแกป้ ญั หา เช่นการเล่นเกมเขาวงกต
2) การใช้เหตุผล เงื่อนไข เพ่อื แกป้ ญั หา
3) การสรา้ งเหตุผลเพ่อื สนบั สนนุ การแกป้ ญั หา
4) การออกแบบการแกป้ ัญหาโดยมีรูปแบบทชี่ ดั เจน
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
พจิ ารณาภาพการแบ่งกระดาษเปน็ ประเภทตา่ ง ๆ แลว้ ตอบคาถามข้อ 2-3
2. ถ้ามกี ระดาษขนาด A2 1 แผ่น จะตดั เปน็ กระดาษขนาด A5 ไดก้ ่ีแผน่
1) 2 ตอบ 4)
2) 4 เพราะกระดาษ A2 ตัดเป็นกระดาษขนาด A3 ได้
2 แผน่ กระดาษขนาด A3 2 แผ่น ตดั เป็นกระดาษ
ขนาด A4 ได้ 4 แผน่ กระดาษขนาด A4 4 แผน่
3) 6 ตดั เป็นกระดาษขนาด A5 ได้ 8 แผ่น
4) 8
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
3. ถา้ มกี ระดาษขนาด A4 2 แผน่ จะตดั กระดาษเป็นกระดาษขนาด A5 ไดก้ ี่แผน่
1) 2 ตอบ 2)
2) 4 เพราะถา้ ตดั กระดาษขนาด A4 1 แผน่ จะได้
กระดาษขนาด A5 2 แผ่น เมื่อตดั กระดาษ
ขนาด A4 2 แผน่ กจ็ ะไดก้ ระดาษขนาด A5
3) 6 4 แผ่น
4) 8
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
พิจารณาภาพการแบง่ กระดาษเปน็ ประเภทต่าง ๆ แลว้ ตอบคาถามขอ้ 4-5
4. ควรปกู ระเบื้องทห่ี ายไปในข้อใด ตอบ 3)
เพราะกระเบอื้ งจะมี 4 ลาย
1) 2) เมื่อแทนด้วยตัวเลข
ปรากฏกระเบ้ืองหมายเลข 2
3) 4) กับ 4 หายไป จึงสามารถ
ระบุได้
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
พจิ ารณาภาพการแบ่งกระดาษเป็นประเภทตา่ ง ๆ แลว้ ตอบคาถามขอ้ 4-5
5. ถา้ ตอ้ งการปูกระเบอ้ื งตอ่ กันทั้งหมด 15 แผน่ ตอบ 2)
ถามวา่ แผน่ สุดทา้ ยคือกระเบอ้ื งในข้อใด เพราะเมือ่ แทนกระเบอื้ งด้วยตวั เลข 1 2 3 4 และ
วนซา้ เรอ่ื ย ๆจนมีตวั เลข 15 จานวน ปรากฏวา่
1) 2) จานวนที่ 15 เป็นตัวเลข 3 ซงึ่ คอื กระเบื้องในข้อ 2)
3) 4)
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
6. พจิ ารณาภาพ ตอบ 3)
เพราะเมอื่ ลากเสน้ ทางแล้ว
1) เสน้ ทางท่ี 1 หนูสามารถเดินไปเก็บเนยแข็ง
2) เส้นทางท่ี 2 ไดแ้ ต่ถ้าลากตามเส้นทางท่ี 1
3) เส้นทางท่ี 3 จะพบกระปอ๋ งและลากตาม
เส้นทางที่ 2 และ 4
จะพบกองขยะ
4) เส้นทางที่ 4
เสน้ ทางใดทห่ี นสู ามารถเดนิ ทางไปเก็บเนยแขง็ ได้
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
7. นักเรียนสามารถนาสูตร T= S ไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั อยา่ งไร
V
1) คานวณระยะเวลาเดนิ ทาง ตอบ 1) S
2) คานวณอัตราเรง่ ของรถยนต์ V
เพราะสตู ร T = เป็นสูตรคานวณระยะเวลาเดนิ ทาง
โดย T แทนเวลา S แทนระยะทาง V แทนความเร็ว
3) คานวณพนื้ ที่บา้ น (คานวณท่ดี ิน)
4) คานวณความสมส่วนของรา่ งกาย
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
8. รถยนตค์ นั หนงึ่ ว่ิงด้วยความเรว็ 90 กโิ ลเมตรต่อชวั่ โมง ถา้ รถยนตค์ นั นี้
เคลอื่ นทีเ่ ป็นเวลา 3 ชั่วโมงคร่ึง จะเคลอ่ื นทไ่ี ด้ก่ีกโิ ลเมตร
1) 270 กโิ ลเมตร ตอบ 3)
2) 300 กิโลเมตร เพราะถ้ารถยนต์เคล่อื นที่เปน็ เวลา 3 ชั่วโมง
3) 315 กโิ ลเมตร จะเคลื่อนทไ่ี ด้ 90 x 3 = 270 กโิ ลเมตร และรถยนต์
เคล่ือนทอ่ี กี คร่งึ ชั่วโมง จะเคลอ่ื นที่ได้ 45 กิโลเมตร
ดังนั้น รถยนตจ์ ะเคล่อื นท่ีได้ 270 + 45 = 315กิโลเมตร
4) 400 กิโลเมตร
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10
9. ถ้านกั เรียนเดนิ ทางไปต่างจงั หวดั ด้วยรถประจาทาง โดยรถประจาทาง
ว่งิ ดว้ ยความเร็ว 90 กิโลเมตรต่อชว่ั โมง และมรี ะยะทาง 360 กโิ ลเมตร
ถามว่านักเรยี นจะต้องใช้เวลาเดินทางเท่าไรจึงจะถงึ จดุ หมาย
1) 2 ชั่วโมง ตอบ 3)
2) 3 ช่ัวโมง
3) 4 ช่ัวโมง เพราะสามารถคานวณไดโ้ ดยใชส้ ตู ร T = S
V
360
จะได้ T= 90 คาตอบคือ 4 ชว่ั โมง
4) 5 ชั่วโมง
12345678 9 10
10. นกั เรียนพิจารณาสถานการณต์ ่อไปน้ี
รถคนั ท่ี 1 มรี ะยะทาง 200 กิโลเมตร วง่ิ ดว้ ยความเร็ว 50 กโิ ลเมตรตอ่ ชวั่ โมง
รถคันท่ี 2 มีระยะทาง 180 กโิ ลเมตร วงิ่ ด้วยความเรว็ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
รถคันที่ 3 มรี ะยะทาง 320 กโิ ลเมตร วิ่งดว้ ยความเรว็ 80 กิโลเมตรต่อชัว่ โมง
รถคันท่ี 4 มีระยะทาง 280 กโิ ลเมตร ว่งิ ดว้ ยความเร็ว 70 กโิ ลเมตรตอ่ ชั่วโมง
นักเรียนต้องออกจากบา้ นเวลา 06.00 น. และไปถึงจุดหมายเวลา 09.00 น. พอดี
นกั เรยี นต้องใช้รถคันใด
1) คันท่ี 1 2) คันที่ 2 ตอบ 2)
3) คนั ท่ี 3 4) คันท่ี 4 เพราะเมอ่ื คานวณเวลาของรถคนั ท่ี 2
จะใช้เวลา 3 ชัว่ โมงพอดี
จึงสอดคลอ้ งกับโจทย์