วิธีปฏิบัติงานที่ WI-MIH-21 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า ชื่อ – สกุล ตำแหน่ง ลายเซ็น ว-ด-ป จัดทำโดย น.ส.รุ่งทิพย์ หีดแก้ว นักเทคนิคการแพทย์ 2 ตุลาคม 2566 ทบทวนโดย นางคติ แซ่ไหล ผู้จัดการคุณภาพ 2 ตุลาคม 2566 อนุมัติโดย น..ส.จันทนี นิติการุณ หัวหน้ากลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ 2 ตุลาคม 2566 เอกสาร ( × ) ควบคุม ( ) ไม่ควบคุม
กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 2/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 บันทึกรายการแก้ไข แก้ไขครั้งที่ รายการแก้ไข วันที่ 00 เริ่มใช้เอกสาร 2 ตุลาคม 2566
กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 3/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 การตรวจอุจจาระ (Stool Examination) 1.0 วัตถุประสงค์ เพื่อใช้เป็นคู่มือในการตรวจอุจจาระเพื่อหาความผิดปกติหรือหาสาเหตุของโรคในระบบทางเดินอาหาร การตรวจหาพยาธิ ไข่พยาธิ ตัวอ่อน โปรโตซัว รวมทั้งส่วนประกอบอื่นๆที่พบได้ในอุจจาระ เช่น เม็ดเลือด แดง เม็ดเลือดขาว เป็นต้น 2.0 ขอบข่าย สำหรับอุจจาระ ปริมาณ 5-10 กรัมหรือประมาณ 4-5 ช้อน ใส่ในขวดพลาสติกที่สะอาดและแห้ง และ นำส่งห้องปฏิบัติการทันทีหรือไม่เกิน 2 ชั่วโมง หากไม่สามารถส่งได้ให้เก็บที่ 2-8 ๐ C ได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง โดยมีข้อบ่งชี้ของการตรวจอุจจาระดังนี้ 2.1 เป็นการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อดูสุขภาพทั่วไปของระบบทางเดินอาหาร (เช่น อาจมีไข่พยาธิ) และ ตรวจความผิดปกตอื่น ๆ (เช่น อุจจาระมีไขมันปนมาก บ่งบอกถึงภาวะการย่อยและการดูดซึมอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอ เป็นต้น 2.2 ตรวจเมื่อมีอาการผิดปกติในการอุจจาระ เช่น อุจจาระเป็นเลือดหรือมีมูกเลือด อุจจาระเป็นน้ำ อุจจาระเป็นก้อน ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้ เช่น โรคบิด โรคอาหารเป็นพิษ อหิวาตกโรค หรือโรคที่เกี่ยวกับระบบการย่อยอาหาร 2.3 ตรวจหาความผิดปกติของการย่อยอาหารเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุของโรคที่เกี่ยวข้องกับการย่อยและการ ดูดซึมอาหาร เช่น ภาวะพร่องเอนไซม์แลคเตส (Lactase deficiency), ภาวะแพ้นมวัว (Cow milk allergy), อาการท้องเสียเรื้อรัง 2.4 ตรวจหาภาวะมีเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะซีดโดยหาสาเหตุไม่ได้ 2.5 ตรวจคัดกรองหาแผลหรือโรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ 2.6 ตรวจในกรณีที่แพทย์สงสัยว่าผู้ป่วยอาจมีพยาธิหรือไข่พยาธิในระบบทางเดินอาหาร เช่น พยาธิ เส้นด้าย พยาธิปากขอ พยาธิใบไม้ 2.7 ตรวจหาชนิดของเชื้อโรคเมื่อผู้ป่วยมีการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารว่าเป็นเชื้อชนิดใด แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา หรือเชื้อปรสิต 3.0 บทนิยามและคำย่อ 3.1 Stool Examination = การตรวจอุจจาระที่ตรวจดูลักษณะของอุจจาระด้วยตาเปล่า และการตรวจดู ด้วยกล้องจุลทรรศน์ 4.0 เอกสารอ้างอิง 4.1 เมดไทย. การตรวจอุจจาระ. 2566. [เข้าถึงเมื่อ 3 สิงหาคม 2566]. เข้าถึงได้จาก : การตรวจอุจจาระ (Stool Examination) ประโยชน์, วิธีเก็บอุจจาระส่งตรวจ ฯลฯ (medthai.com). 4.2 ดร.วันชัย มาลีวงษ์ และคณะ. ปรสิตหนอนพยาธิทางการแพทย์ ทฤษฎีและปฏิบัติการ. กอง โรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข. 2541
กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 4/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 5.0 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 5.1 F-MIH-07 แบบบันทึกรายการตรวจวิเคราะห์ Stool Examination กรณีไม่มีใบนำส่ง 5.2 SD-MIH-11 Atlas of Medical Parasite with 456 color illustrations 5.3 SD-LAB-01 คู่มือการเก็บสิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเทคนิคการแพทย์ 6.0 หลักการ ใช้วิธี Direct wet smear ที่ตรวจดูลักษณะอุจจาระด้วยตาเปล่าและดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ 6.1 การตรวจอุจจาระแบบพื้นฐาน คือ การตรวจอุจจาระเบื้องต้นเพื่อการคัดกรองโรคในระบบทางเดินอาหาร 6.1.1 การตรวจดูลักษณะภายนอกของอุจจาระ หรือการตรวจทางกายภาพ (Physical examination) 6.1.1.1 ลักษณะของอุจจาระ (Consistency) ปกติอุจจาระจะมีลักษณะอ่อนนุ่มและคงรูปร่าง มีลักษณะ กึ่งแข็งกึ่งเหลว มีปริมาณน้ำไม่เกิน 150 มิลลิลิตร แต่ในภาวะท้องผูก อุจจาระจะมีก้อนเล็กและ แข็ง หรือในภาวะที่มีการอุดตันของทางเดินน้ำดี อุจจาระจะมีสีขาวซีด มีปริมาณมาก มีฟอง และมีกลิ่นเหม็น รูปร่างลักษณะคล้ายทรงกระบอก ลักษณะคล้ายแถบริบบิ้น โดยลักษณะของ อุจจาระนั้นสามารถแบ่งได้เป็น อุจจาระอ่อนนุ่ม (Soft) คือ อุจจาระที่ปกติเมื่ออยู่ในภาชนะฐานจะแผ่ออก แต่ส่วนบนยังเป็นก้อน อยู่ อุจจาระปกติ (Formed) คือ อุจจาระที่มีรูปร่างเป็นทรงกระบอก ใช้ไม้จิ้มอุจจาระตัดได้ อุจจาระก้อนแข็งมาก (Hard) เป็นอุจจาระที่มีน้ำหนักน้อยมาก ใช้ไม้ตัดไม่ได้ ส่วนใหญ่มักพบในผู้ กินผักน้อย กินเนื้อมาก หรือมีภาวะท้องผูก (Constipation) อุจจาระเหลว (Loose) คือ อุจจาระที่เมื่อนำไปใส่ภาชนะแล้วเปลี่ยนแปลงรูปทรงได้ตามภาชนะที่ บรรจุ แต่ยังมีเนื้ออุจจาระอยู่ อุจจาระเป็นมูก (Mucus) อุจจาระเป็นมูกและมีเลือดปน (Mucus and Bloody) ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากโรคไทฟอยด์ อหิวาต์ บิดมีตัว และมะเร็งลำไส้ใหญ่ อุจจาระเหลวเป็นน้ำ (Watery)
กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 5/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 https://medthai.com/wp-content/uploads/2018/04/ 6.1.1.2 สีของอุจจาระ (Color) สีปกติคือสีน้ำตาล (Brown) แต่อาจแตกต่างกันได้จากอาหารที่กินเข้าไป ชนิดของอาหารบางอย่าง ชนิดของยาที่กิน เลือดที่ปนออกมกับอุจจาระรวมถึงภาวะของโรคบาง ก็อาจทำให้สีของอุจจาระเปลี่ยนไปได้ เช่น อุจจาระสีแดง (Red) มีสาเหตุมาจากการมีเลือดออกในระบบทางเดินอาหารส่วนปลาย หรือ เกิดจากการกินอาหารจำพวกเนื้อวัวในปริมาณมาก อุจจาระสีดำ (Black) มีสาเหตุมาจากการมีเลือดออกในระบบทางเดินอาหารส่วนต้น หรือ เกิดเนื่องจากการกินอาหารบางอย่าง เช่น ธาตุเหล็ก ชาร์โคล อุจจาระสีเขียว (Green) มีสาเหตุมาจากการกินผักที่มีสีเขียวหรือมีคลอโรฟิลล์สูงหรือเกิด จากอาการท้องเสียอย่างรุนแรง อุจจาระสีขาว (White) มีสาเหตุมาจากกินแบเรียมหรือกินยาลดกรด อุจจาระสีเหลือง (Yellow) ถึงเหลืองอมเขียว (Yellow-Green) มีสาเหตุมาจากเด็กทารกที่ ขาดแบคทีเรียประจำถิ่นในลำไส้หรือการกินยาปฏิชีวนะที่ทำให้เชื้อแบคทีเรียประจำถิ่นใน ลำไส้ตายหมด
กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 6/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 https://medthai.com/wp-content/uploads/2018/04/.....B8%B0.jpg 6.1.1.3 มูกหรือเยื่อเมือก (Mucus) ปกติจะไม่พบหรือพบได้น้อยมากในระบบทางเดินอาหาร (ถ้าตรวจ อุจจาระด้วยตาเปล่าพบมูกจะรายงานผลเป็น Mucus : Positive แต่ถ้าไม่พบจะรายงานเป็น Mucus : Negative) 6.1.1.4 เลือด (Blood) ปกติจะไม่พบ ถ้ามีเลือดออกมาปนกับอุจจาระเกินกว่า 3 มิลลิลิตร ภายใน 24 ชั่วโมงแล้ว ก็แสดงว่ามีโรคในระบบทางเดินอาหาร โดยเลือดที่ออกมาจากระบบทางเดิน อาหารส่วนบนตั้งแต่ปากถึงกระเพาะอาหาร เม็ดเลือดแดงจะถูกย่อยในกระเพาะอาหาร เปลี่ยนเป็นฮีโมโกลบิน เป็นฮีม และโกลบิน ส่วนเลือดที่ออกในระบบทางเดินอาหารส่วนล่าง ตั้งแต่ลำไส้เล็กส่วนต้นไปจนถึงรูทวารหนักมักจะพบเม็ดเลือดออกมาด้วย (ถ้าพบเลือดที่เห็น ด้วยตาเปล่าในอุจจาระจะรายงาน Blood gross : Positive แต่ถ้าไม่พบเลือดจะรายงานผล เป็น Blood gross : Negative) 6.1.2 การส่องตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ (Microscopic examination) เป็นการตรวจหาไข่พยาธิ ตัว อ่อนพยาธิ ปล้องพยาธิ รวมทั้งหาโปรโตซัว เม็ดเลือดขาว และเม็ดเลือดแดง 6.2 การตรวจอุจจาระแบบเฉพาะเจาะจง (Comprehensive digestive stool analysis : CDSA) คือ การ ตรวจที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น จะมีการตรวจเตรียมตัวก่อนตรวจที่แตกต่างกัน เช่น การหยุดกินยาบางชนิด การหยุดกินเนื้อสัตว์ การหยุดกินพืชผักที่มีธาตุเหล็กสูง (มีสีเขียวเข้มหรือสีออกแดง แสด หรือเหลือง) ประมาณ 3 วันก่อนการตรวจหาเลือดในอุจจาระขั้นละเอียด (Stool guaiac test) โดยการตรวจอุจจาระ แบบเฉพาะเจาะจงนั้นมีดังนี้
กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 7/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 6.2.1 การตรวจเลือดในอุจจาระขั้นละเอียด (Stool guaiac test) เป็นการตรวจเพื่อช่วยคัดกรอง โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ 6.2.2 การเพาะเชื้อเพื่อให้ทราบว่าการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารนั้นเกิดจากชนิดใด เช่น เชื้อโรคบิด เชื้อโรคไทฟอยด์ 6.2.3 การตรวจหาปริมาณของไขมันทั้งหมดในอุจจาระเพื่อช่วยวินิจฉัยภาวะความผิดปกติในการดุดซึม อาหาร (Malabsorption syndrome) 6.2.4 การตรวจหาน้ำย่อยหรือเอนไซม์ในการย่อยอาหารต่าง ๆ เพื่อดูว่าการย่อยอาหารที่ผิดปกตินั้นเกิด จากเอนไซม์ตัวใด เช่น เอนไซม์ไคโมทริปซิน (Chymotrypsin) ของตับอ่อนที่จะช่วยวินิจฉัยโรคตับ อ่อนอักเสบเรื้อรังได้ 7.0 เครื่องมือเครื่องใช้ 7.1 กล้องจุลทรรศน์ 7.2 Glass slide ขนาด 25 x 76 ม.ม. 7.3 Cover glass ขนาด 22 x 22 ม.ม. 7.4 0.85 % NaCl 7.5 1 % Iodine Solution 8.0 วิธีปฏิบัติ 8.1 การตรวจดูด้วยตาเปล่า 8.1.1 ดูลักษณะของเนื้ออุจจาระ (Character) ว่าเป็นแบบใด - Hard - Formed - Mushy - Loose - Watery 8.1.2 สังเกตุสีของอุจจาระ ว่าเป็นสีใด - Yellow - Brown - Green - Black - Gray - Red 8.1.3 Mucus: (Positive, Negative) 8.1.4 Blood
กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 8/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 8.2 การตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ 8.2.1 หยด 0.85 % NSSหรือ1 % Iodine Solution ลงบน Slide ขนาด 25 x 76 ม.ม. จำนวน 1 หยด 8.2.2 นำอุจจาระประมาณ 1 หัวไม้ขีดไฟมา Smear ลงบน Slide ที่หยดด้วย 0.85 % NSS ไว้โดย smear ให้เนื้ออุจจาระบางเป็นชั้นเดียว 8.2.3 ปิดด้วย Cover glass ขนาด 22 X 22 ม.ม. 8.2.4 นำไปดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ กำลังขยาย 10x และ 40x 9.0 การอ่านและรายงานผล 9.1 Character รายงานตามลักษณะของเนื้ออุจจาระ คือ Soft = เนื้ออุจจาระมีลักษณะอ่อนนิ่ม Hard = เนื้ออุจจาระมีลักษณะแข็ง Mushy Formed = เนื้ออุจจาระกึ่งแข็งกึ่งเหลว ลักษณะเหมือนดินโคลน Loose = เนื้ออุจจาระเหลว สามารถไหลตามภาชนะที่บรรจุได้ Watery = เนื้ออุจจาระเหลวมาก มีลักษณะเป็นน้ำ Diarrhea = เนื้ออุจจาระเหลว อาจพบมีมูก เลือด ปนออกมาด้วย 9.2 Color รายงานตามสีที่พบ 9.3 Mucus รายงาน Positive เมื่ออุจจาระมีมูก รายงาน Negative เมื่ออุจจาระไม่มีมูก 9.4 RBC, WBC รายงานเป็นตัวเลขพิสัยเฉลี่ยโดยนับจำนวน RBC และ/หรือ WBC อย่างน้อย 10 สนาม (field) แล้วนำมาคิดส่วนเฉลี่ย 1 สนามได้เท่าไร นำมารายงานด้วยค่าพิสัยเฉลี่ยที่พอเหมาะ โดยแบ่งเป็น ช่วงๆ ตามตัวเลขพิสัยเฉลี่ยดังนี้ คือ - (ไม่พบ ),0-1, 1-2, 2-3, 3-5, 5-10,10-20, 20-30,30-50,50- 100,>100 / HD 9.5 Parasite รายงาน ชนิด และระยะของปรสิตที่พบ เช่น - Hookworm egg, - Strongyloidiasis stercolaris larva. 9.6 Other cells รายงาน Cells อื่นๆ ที่พบนอกเหนือจากข้างต้น เช่น Yeast cells, Budding yeast cells, Pseudo hyphae พร้อมทั้งระบุปริมาณ เช่น few ,moderate ,numerous
กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 9/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 10.0 การควบคุมคุณภาพ 10.1 บุคลากรต้องผ่านการฝึกอบรมเรื่องการตรวจอุจจาระ 10.2 ตรวจสอบอายุน้ำยา Normal saline และ 1 % Iodine Solution ต้องไม่หมดอายุ 10.3 ความสะอาดของ glass slide และ cover glass 10.4 การควบคุมคุณภาพโดยองค์กรภายนอก (EQA) 10.4.1 โครงการประเมินคุณภาพห้องปฏิบัติการทางปรสิตวิทยา ภาควิชาเทคนิคการแพทย์ชุมชน คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล 4 ครั้งต่อปี 11.0 การบันทึกข้อมูลและเอกสารที่ใช้ 11.1 บันทึกผลการตรวจวิเคราะห์ลงในโปรแกรมระบบสารสนเทศทางห้องปฏิบัติการ (LIS) 11.2 F-LAB-02 แบบบันทึกการบำรุงรักษากล้องจุลทรรศน์ 12.0 รายละเอียดอื่นๆ 12.1การตรวจหาโปรโตซัวระยะ trophozoite ควรส่งอุจจาระภายในเวลาไม่เกิน1 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาที่ ระยะ trophozoite ยังมีการเคลื่อนไหวอยู่ จะทําให้การตรวจวินิจฉัยได้ผลดียิ่งขึ้น 12.2การตรวจหาระยะ cyst ของ โปรโตซัว และไข่พยาธิ ควรส่งอุจจาระตรวจภายในเวลา 3-4 ชั่วโมง หลังการเก็บอุจจาระ ถ้าไม่สามารถส่งอุจจาระตรวจภายในเวลาดังกล่าวได้ หรือการส่งต้องใช้ เวลานาน ควรเก็บอุจจาระไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 4-8°C การเก็บไว้ในอุณหภูมิดังกล่าว ปรสิตยังไม่ตาย แต่จะอยู่ได้นานเท่าไรนั้นขึ้นอยู่กับระยะของปรสิตชนิดนั้นๆ เช่น Entamoeba histolytica ระยะ trophozoite ที่ออกมากับอุจจาระที่เป็นมูกเลือด ที่อุณหภูมิ 3 – 5°C จะมีชีวิตอยู่ได้ 1 - 3 วัน ส่วน ระยะ cyst จะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 4 สัปดาห์ และที่อุณหภูมิ3 – 5°C นี้ ไข่พยาธิต่างๆ นั้นสามารถ เก็บได้หลายเดือน 12.3ขั้นตอนและการเตรียมตัวก่อนตรวจอุจจาระ การตรวจอุจจาระแบบพื้นฐาน โดยทั่วไปไม่ต้องมีการ เตรียมตัวล่วงหน้า (ไม่ต้องงดน้ำงดอาหาร กินอาหารได้ตามปกติ แต่ไม่เน้นอาหารที่มีกากใยสูง และ ควรดื่มน้ำให้มาก ๆ เพื่อให้อุจจาระอ่อนนิ่มไม่แข็ง) เพียงแต่เก็บอุจจาระที่ถ่ายตามปกติใส่ภาชนะและ นำส่งห้องปฏิบัติการ หรือแผนกตรวจสุขภาพเท่านั้น ส่วนการตรวจแบบเฉพาะเจาะจงอาจมีการ เตรียมตัวบ้างในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการกินยาหรืออาหารบางชนิดที่อาจทำให้ผลตรวจผิดพลาดได้ซึ่ง แพทย์และพยาบาลจะเป็นผู้อธิบายการเตรียมตัวสำหรับการตรวจนั้น ๆ ให้ผู้ป่วยทราบ โดยการตรวจ อุจจระจะมีขั้นตอนดังนี้ ปรึกษาหรือพบกับแพทย์ก่อนการตรวจอุจจาระ แพทย์หรือพยาบาลจะให้ ภาชนะและอุปกรณ์สำหรับเก็บอุจจาระ ถ้าต้องมีการงดอาหารและ/หรือยาบางชนิดก็ให้ปฏิบัติตามที่ แพทย์พยาบาลแนะนำ นอกจากนั้นก็จะเป็นการเก็บอุจจาระที่ถ่ายตามปกติของเราใส่ในภาชนะที่ทาง
กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 10/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 โรงพยาบาลเตรียมไว้ให้ แล้วจึงนำไปส่งห้องตรวจหรือห้องปฏิบัติการ ดังรายละเอียดในข้อถัดไป ถ้า เป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการกินยาที่จะส่งผลต่อตัวอย่างอุจจาระหรือทำอุจจาระอ่อนตัว (เพราะ ตัวอย่างอุจจาระควรจะเป็นก้อนแข็ง) เช่น ยาลดกรด(Antacid), ยาลดกรดมาล็อกซ์ (Maalox), ยา แก้ท้องเสียบิสมัทซับซาลิไซเลต (Bismuth subsalicylate), ยาแก้ท้องเสียเคาเพกเทต (Kaopectate) ฯลฯ ถ้าต้องกลืนแป้งแบเรียมเพื่อการตรวจพิเศษทางรังสีของหลอดอาหาร (Barium swallow) ผู้ตรวจควรเลือดการเก็บตัวอย่างอุจจาระออกไปก่อน 12.4ก่อนการเก็บตัวอย่างอุจจาระ ควรปัสสาวะทิ้งไปก่อนให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของ ปัสสาวะที่อาจส่งผลให้การตรวจอุจจาระนั้นผิดพลาดได้ ล้างมือให้สะอาดก่อนเก็บเนื่องจากอุจจาระ อาจเป็นแหล่งแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ และใส่ถุงมือยางเพื่อป้องกันอุจจาระเปื้อนมือ (ไม่ จำเป็นต้องเป็นถุงยางปลอดเชื้อก็ได้) เตรียมที่ป้ายอุจจาระ (ควรจะเป็นไม้แผ่นเล็ก ๆ ลักษณะคล้าย ไม้พาย ไม้ไอศกรีม หรือช้อนพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง) และภาชนะที่เก็บอุจจาระที่ทาง โรงพยาบาลเตรียมไว้ให้ (หากไม่มีหรือไม่ใช้ภาชนะที่โรงพยาบาลเตรียมให้ ควรเลือกภาชนะที่แห้ง สะอาด ปากกว้าง ล้างให้สะอาดและแห้ง) ถ่ายอุจจาระลงในถุงพลาสติกปากกว้างที่แห้งและสะอาด หรืออาจใช้พลาสติกสำหรับห่อหุ้มวางพาดโถส้วมเพื่อไม่ให้อุจจาระตกลงน้ำ จากนั้นให้ใช้ไม้หรือช้อน พลาสติกป้ายอุจจาระเก็บใส่ภาชนะให้ได้ประมาณขนาดนิ้วหัวแม่มือ โดยให้กระจายเก็บให้ทั่วก้อน อุจจาระ และเลือกเก็บอุจจาระในบริเวณที่มีสีแตกต่างกันหรือเลือกจุดที่มีความผิดปกติ 12.5เพื่อเพิ่มความแม่นของผลการตรวจ ไม่เก็บอุจจาระจากโถส้วม เพราะอุจจาระจะปนกับน้ำ และส่งผล ให้ผลตรวจผิดพลาดได้ ไม่ควรเลือกเก็บอุจจาระเฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง ไม่ควรเลือกเก็บตัวอย่างอุจจาระ ในบริเวณที่แข็ง หรือใช้ไม้กดไม่ลง แต่ควรบริเวณที่มีความอ่อนนุ่ม ถ้าอุจจาระเป็นน้ำหรือเป็นมูก เลือดให้เก็บส่วนที่ผิดปกตินั้นมาด้วย ถ้าอุจจาระเหลวให้ถ่ายลงในภาชนะโดยตรง ในขณะป้ายเก็บ อุจจาระควรระวังไม่ให้มือไปสัมผัสกับอุจจาระ อย่าให้อุจจาระปนเปื้อนกับน้ำ สบู่ หรือปัสสาวะ 12.6ห้ามเก็บตัวอย่างอุจจาระด้วยทิชชูถ้าเป็นการตรวจอุจจาระแบบเฉพาะเจาะจงให้เก็บอุจจาระใน ปริมาณที่แพทย์หรือพยาบาลแนะนำปิดฝาที่เก็บอุจจาระให้สนิท เช็ดภาชนะที่บรรจุอุจจาระให้ สะอาด ถอดถุงมือ และทิ้งถุงมือรวมทั้งที่ป้ายอุจจาระลงในถุงพลาสติก ปิดปากถุงให้แน่น และนำไป ทิ้งในถังขยะสำหรับสิ่งติดเชื้อ แล้วล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำกับสบู่ เขียนชื่อนามสกุล วันที่ เวลาในการ เก็บ เลขประจำตัวผู้ป่วย (HN) และวันเดือนปีเกิด (ถ้ามี) ให้ถูกต้องชัดเจนบนภาชนะเก็บ อุจจาระ (ถ้าไม่มีอาจเขียนใส่สติกเกอร์และแปะไว้ข้างภาชนะเก็บ หรือเขียนลงบนกระดาษเพื่อแนบ ส่งกับตัวอย่างอุจจาระ)เก็บภาชนะที่ใส่อุจจาระในถุงพลาสติก 2 ชั้น ปิดปากถุงทีละชั้นให้แน่น เรียบร้อย แล้วจึงนำส่งเจ้าที่ห้องตรวจหรือห้องปฏิบัติการ หรือแผนกตรวจสุขภาพทันทีแต่ถ้าไม่ สามารถทำได้ก็ควรนำตัวอย่างอุจจาระไปเก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาที่ไม่ใช่ช่องเก็บน้ำดื่มและอาหาร
กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 11/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 (ไม่ควรเก็บนานเกิน 24 ชั่วโมง เพราะแบคทีเรียในอุจจาระจะเติบโตและเปลี่ยนแปลง และปกติแล้ว แพทย์พยาบาลจะแนะนำให้ส่งตัวอย่างคืนภายใน 2 ชั่วโมง หรือไม่ควรเกิน 4 ชั่วโมง) 12.7 เพื่อความแม่นยำของผลตรวจ เมื่อห้องปฏิบัติการได้ตรวจอุจจาระเสร็จแล้วจะทำการส่งผลตรวจให้ ผู้ป่วย (ผู้ป่วยสามารถทราบผลได้เองว่าการตรวจอุจจาระนั้นปกติหรือผิดปกติจากใบรายงานผลการ ตรวจ ซึ่งจะมีค่าตรวจปกติกำกับไว้เสมอ) หรือส่งให้แพทย์หรือพยาบาล แล้วแพทย์พยาบาลที่ดูแลจะ เป็นผู้แปลผลให้ผู้ป่วยทราบ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระบบของแต่ละโรงพยาบาล) ในการแปลผลตรวจนั้นจะดู จากลักษณะภายนอกของอุจจาระว่าเป็นก้อนแข็งปกติ มีมูกเลือด หรือมีสีปกติหรือไม่, ดูจากการมี เม็ดเลือดที่จะช่วยบอกถึงการติดเชื้อ, ดูจากเม็ดเลือดแดงและการตรวจเลือดปนในอุจจาระที่จะช่วย บอกภาวะมีเลือดออกในอวัยวะระบบทางเดินอาหาร, ดูจากพยาธิและไข่พยาธิที่บ่งบอกถึงการมีพยาธิ นั้น ๆ, ดูจากค่าความเป็นกรดหรือด่างของอุจจาระ (ถ้าเป็นกรดจะบ่งบอกถึงการมีระบบย่อยอาหารที่ ผิดปกติ), หรือดูจากการเพาะเชื้อที่ช่วยบอกถึงชนิดของการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร https://medthai.com/wp-content/uploads/2018/04
กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 12/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 12.8ระยะเวลาตั้งแต่รับสิ่งส่งตรวจจนถึงรายงานผลปกติจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง (แต่ส่วนใหญ่จะ ทราบผลหลังจากนั้นภายใน 24 ชั่วโมง) หรือภายใน 2-3 วันถ้าเป็นโรงพยาบาลที่มีจำนวนผู้ป่วยต่อ เจ้าหน้าที่ห้องตรวจที่น้อย หลังการตรวจอุจจาระผู้เข้ารับการตรวจสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทั้งก่อน และหลังการตรวจ ไม่มีข้อต้องระวังหรือข้อกำจัดใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะดังที่กล่าวไปแล้วว่าการตรวจ อุจจาระนั้นเป็นการเก็บอุจจาระที่ถ่ายตามปกติ เพียงแต่ต้องถ่ายอุจจาระใส่ในภาชนะที่ทาง โรงพยาบาลเตรียมไว้ให้และนำส่งห้องตรวจหรือห้องปฏิบัติการเท่านั้น 13.0 ภาคผนวก 13.1 ภาคผนวก 1 F-MIH-07 แบบบันทึกรายการตรวจวิเคราะห์ Stool Examination กรณีไม่มีใบนำส่ง 13.2 ภาคผนวก 2 F-LAB-02 แบบบันทึกการบำรุงรักษากล้องจุลทรรศน์ 13.3 ภาคผนวก 3 F-MIH-09 บันทึกการบำรุงรักษาตู้ปลอดเชื้อ
กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 13/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 ภาคผนวก 1 F-MIH-07 แบบบันทึกรายการตรวจวิเคราะห์ Stool Examination กรณีไม่มีใบนำส่ง Lab.No Lab.No Lab.No Lab.No
กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 14/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 ภาคผนวก 2 แบบบันทึกการบำรุงรักษากล้องจุลทรรศน์ รุ่น..................................... รหัสเครื่องมอื........................................ หน่วยงาน.......................................... พ.ศ ........................................ อ้างอิงจาก WI-LAB-0 5 การบ ารุงรักษาประจ าวัน /วันที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 1 0 1 1 1 2 1 3 1 4 1 5 1 6 1 7 1 8 1 9 2 0 2 1 2 2 2 3 2 4 2 5 2 6 2 7 2 8 2 9 3 0 3 1 1.ท าความสะอาดเลนส์ตา 2.ท าความสะอาดเลนส์รวมแสง(Condenser) 3.ท าความสะอาดเลนส์ใกล้วัตถุ(Objective) 4.ท าความสะอาดฟลิเตอร์ 5.ท าความสะอาดแท่นวางวัตถุ(Stage) 6.ท าความสะอาดที่บังคบัสไลดว์ ัตถุ 7.ท าความสะอาดตวักล้อง ลงชื่อ การบ ารุงรักษาประจ าเดอืน 8.การตรวจสอบต าแหน่งโฟกัส F-LAB-02 ทบทวนโดย.....................................วันที่........................ บนัทึกการบ ารุงรักษากลอ้งจุลทรรศน์ ยี่ห้อ....................................... ประจ าเดอืน.......................................... ผู้รับผิดชอบตรวจสอบต าแหน่งโฟกัส...............................................
กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 15/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 ภาคผนวก 3 บันทึกการบำรุงรักษาตู้ปลอดเชื้อ Daily maintenance * 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 ตรวจสอบการ Alarm ตา่งๆ ท าความสะอาดพนื้ที่ท างาน ท าความสะอาดบานประตกูระจก เปิด UV หลงัปิดบานประตกูระจก ลงชื่อ Weekly maintenance ท าความสะอาดพนื้ใตต้ะแกรงกนักระดาษ ลงชื่อ Monthly maintenance ท าความสะอาดพนื้ผวิภายนอกตู้ ลงชื่อ F-MIH-09 บนัทกึการบา รุงรักษาตปู้ลอดเชื้อ คุรุภัณฑย์ ี่หอ้ _ _ __ _ _ รุ่น _ _ __ _ _ หมายเลขในระบบคุณภาพ _ _ __ _ _ หมายเลขคุรุภัณฑ์_ _ __ _ _ เดอืน / ปี_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ ท ำเครื่องหมำย( / ) พร้อมเซน็ต์ชื่อก ำกบั