The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

21) WI-MIH-21 การตรวจอุจจาระ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kati zaelai, 2024-02-24 03:58:17

21) WI-MIH-21 การตรวจอุจจาระ

21) WI-MIH-21 การตรวจอุจจาระ

วิธีปฏิบัติงานที่ WI-MIH-21 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า ชื่อ – สกุล ตำแหน่ง ลายเซ็น ว-ด-ป จัดทำโดย น.ส.รุ่งทิพย์ หีดแก้ว นักเทคนิคการแพทย์ 2 ตุลาคม 2566 ทบทวนโดย นางคติ แซ่ไหล ผู้จัดการคุณภาพ 2 ตุลาคม 2566 อนุมัติโดย น..ส.จันทนี นิติการุณ หัวหน้ากลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ 2 ตุลาคม 2566 เอกสาร ( × ) ควบคุม ( ) ไม่ควบคุม


กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 2/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 บันทึกรายการแก้ไข แก้ไขครั้งที่ รายการแก้ไข วันที่ 00 เริ่มใช้เอกสาร 2 ตุลาคม 2566


กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 3/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 การตรวจอุจจาระ (Stool Examination) 1.0 วัตถุประสงค์ เพื่อใช้เป็นคู่มือในการตรวจอุจจาระเพื่อหาความผิดปกติหรือหาสาเหตุของโรคในระบบทางเดินอาหาร การตรวจหาพยาธิ ไข่พยาธิ ตัวอ่อน โปรโตซัว รวมทั้งส่วนประกอบอื่นๆที่พบได้ในอุจจาระ เช่น เม็ดเลือด แดง เม็ดเลือดขาว เป็นต้น 2.0 ขอบข่าย สำหรับอุจจาระ ปริมาณ 5-10 กรัมหรือประมาณ 4-5 ช้อน ใส่ในขวดพลาสติกที่สะอาดและแห้ง และ นำส่งห้องปฏิบัติการทันทีหรือไม่เกิน 2 ชั่วโมง หากไม่สามารถส่งได้ให้เก็บที่ 2-8 ๐ C ได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง โดยมีข้อบ่งชี้ของการตรวจอุจจาระดังนี้ 2.1 เป็นการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อดูสุขภาพทั่วไปของระบบทางเดินอาหาร (เช่น อาจมีไข่พยาธิ) และ ตรวจความผิดปกตอื่น ๆ (เช่น อุจจาระมีไขมันปนมาก บ่งบอกถึงภาวะการย่อยและการดูดซึมอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการอาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอ เป็นต้น 2.2 ตรวจเมื่อมีอาการผิดปกติในการอุจจาระ เช่น อุจจาระเป็นเลือดหรือมีมูกเลือด อุจจาระเป็นน้ำ อุจจาระเป็นก้อน ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้ เช่น โรคบิด โรคอาหารเป็นพิษ อหิวาตกโรค หรือโรคที่เกี่ยวกับระบบการย่อยอาหาร 2.3 ตรวจหาความผิดปกติของการย่อยอาหารเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุของโรคที่เกี่ยวข้องกับการย่อยและการ ดูดซึมอาหาร เช่น ภาวะพร่องเอนไซม์แลคเตส (Lactase deficiency), ภาวะแพ้นมวัว (Cow milk allergy), อาการท้องเสียเรื้อรัง 2.4 ตรวจหาภาวะมีเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร เช่น ผู้ป่วยที่มีภาวะซีดโดยหาสาเหตุไม่ได้ 2.5 ตรวจคัดกรองหาแผลหรือโรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ 2.6 ตรวจในกรณีที่แพทย์สงสัยว่าผู้ป่วยอาจมีพยาธิหรือไข่พยาธิในระบบทางเดินอาหาร เช่น พยาธิ เส้นด้าย พยาธิปากขอ พยาธิใบไม้ 2.7 ตรวจหาชนิดของเชื้อโรคเมื่อผู้ป่วยมีการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารว่าเป็นเชื้อชนิดใด แบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา หรือเชื้อปรสิต 3.0 บทนิยามและคำย่อ 3.1 Stool Examination = การตรวจอุจจาระที่ตรวจดูลักษณะของอุจจาระด้วยตาเปล่า และการตรวจดู ด้วยกล้องจุลทรรศน์ 4.0 เอกสารอ้างอิง 4.1 เมดไทย. การตรวจอุจจาระ. 2566. [เข้าถึงเมื่อ 3 สิงหาคม 2566]. เข้าถึงได้จาก : การตรวจอุจจาระ (Stool Examination) ประโยชน์, วิธีเก็บอุจจาระส่งตรวจ ฯลฯ (medthai.com). 4.2 ดร.วันชัย มาลีวงษ์ และคณะ. ปรสิตหนอนพยาธิทางการแพทย์ ทฤษฎีและปฏิบัติการ. กอง โรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข. 2541


กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 4/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 5.0 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 5.1 F-MIH-07 แบบบันทึกรายการตรวจวิเคราะห์ Stool Examination กรณีไม่มีใบนำส่ง 5.2 SD-MIH-11 Atlas of Medical Parasite with 456 color illustrations 5.3 SD-LAB-01 คู่มือการเก็บสิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเทคนิคการแพทย์ 6.0 หลักการ ใช้วิธี Direct wet smear ที่ตรวจดูลักษณะอุจจาระด้วยตาเปล่าและดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ 6.1 การตรวจอุจจาระแบบพื้นฐาน คือ การตรวจอุจจาระเบื้องต้นเพื่อการคัดกรองโรคในระบบทางเดินอาหาร 6.1.1 การตรวจดูลักษณะภายนอกของอุจจาระ หรือการตรวจทางกายภาพ (Physical examination) 6.1.1.1 ลักษณะของอุจจาระ (Consistency) ปกติอุจจาระจะมีลักษณะอ่อนนุ่มและคงรูปร่าง มีลักษณะ กึ่งแข็งกึ่งเหลว มีปริมาณน้ำไม่เกิน 150 มิลลิลิตร แต่ในภาวะท้องผูก อุจจาระจะมีก้อนเล็กและ แข็ง หรือในภาวะที่มีการอุดตันของทางเดินน้ำดี อุจจาระจะมีสีขาวซีด มีปริมาณมาก มีฟอง และมีกลิ่นเหม็น รูปร่างลักษณะคล้ายทรงกระบอก ลักษณะคล้ายแถบริบบิ้น โดยลักษณะของ อุจจาระนั้นสามารถแบ่งได้เป็น ­ อุจจาระอ่อนนุ่ม (Soft) คือ อุจจาระที่ปกติเมื่ออยู่ในภาชนะฐานจะแผ่ออก แต่ส่วนบนยังเป็นก้อน อยู่ ­ อุจจาระปกติ (Formed) คือ อุจจาระที่มีรูปร่างเป็นทรงกระบอก ใช้ไม้จิ้มอุจจาระตัดได้ ­ อุจจาระก้อนแข็งมาก (Hard) เป็นอุจจาระที่มีน้ำหนักน้อยมาก ใช้ไม้ตัดไม่ได้ ส่วนใหญ่มักพบในผู้ กินผักน้อย กินเนื้อมาก หรือมีภาวะท้องผูก (Constipation) ­ อุจจาระเหลว (Loose) คือ อุจจาระที่เมื่อนำไปใส่ภาชนะแล้วเปลี่ยนแปลงรูปทรงได้ตามภาชนะที่ บรรจุ แต่ยังมีเนื้ออุจจาระอยู่ ­ อุจจาระเป็นมูก (Mucus) ­ อุจจาระเป็นมูกและมีเลือดปน (Mucus and Bloody) ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากโรคไทฟอยด์ อหิวาต์ บิดมีตัว และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ­ อุจจาระเหลวเป็นน้ำ (Watery)


กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 5/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 https://medthai.com/wp-content/uploads/2018/04/ 6.1.1.2 สีของอุจจาระ (Color) สีปกติคือสีน้ำตาล (Brown) แต่อาจแตกต่างกันได้จากอาหารที่กินเข้าไป ชนิดของอาหารบางอย่าง ชนิดของยาที่กิน เลือดที่ปนออกมกับอุจจาระรวมถึงภาวะของโรคบาง ก็อาจทำให้สีของอุจจาระเปลี่ยนไปได้ เช่น ­ อุจจาระสีแดง (Red) มีสาเหตุมาจากการมีเลือดออกในระบบทางเดินอาหารส่วนปลาย หรือ เกิดจากการกินอาหารจำพวกเนื้อวัวในปริมาณมาก ­ อุจจาระสีดำ (Black) มีสาเหตุมาจากการมีเลือดออกในระบบทางเดินอาหารส่วนต้น หรือ เกิดเนื่องจากการกินอาหารบางอย่าง เช่น ธาตุเหล็ก ชาร์โคล ­ อุจจาระสีเขียว (Green) มีสาเหตุมาจากการกินผักที่มีสีเขียวหรือมีคลอโรฟิลล์สูงหรือเกิด จากอาการท้องเสียอย่างรุนแรง ­ อุจจาระสีขาว (White) มีสาเหตุมาจากกินแบเรียมหรือกินยาลดกรด ­ อุจจาระสีเหลือง (Yellow) ถึงเหลืองอมเขียว (Yellow-Green) มีสาเหตุมาจากเด็กทารกที่ ขาดแบคทีเรียประจำถิ่นในลำไส้หรือการกินยาปฏิชีวนะที่ทำให้เชื้อแบคทีเรียประจำถิ่นใน ลำไส้ตายหมด


กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 6/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 https://medthai.com/wp-content/uploads/2018/04/.....B8%B0.jpg 6.1.1.3 มูกหรือเยื่อเมือก (Mucus) ปกติจะไม่พบหรือพบได้น้อยมากในระบบทางเดินอาหาร (ถ้าตรวจ อุจจาระด้วยตาเปล่าพบมูกจะรายงานผลเป็น Mucus : Positive แต่ถ้าไม่พบจะรายงานเป็น Mucus : Negative) 6.1.1.4 เลือด (Blood) ปกติจะไม่พบ ถ้ามีเลือดออกมาปนกับอุจจาระเกินกว่า 3 มิลลิลิตร ภายใน 24 ชั่วโมงแล้ว ก็แสดงว่ามีโรคในระบบทางเดินอาหาร โดยเลือดที่ออกมาจากระบบทางเดิน อาหารส่วนบนตั้งแต่ปากถึงกระเพาะอาหาร เม็ดเลือดแดงจะถูกย่อยในกระเพาะอาหาร เปลี่ยนเป็นฮีโมโกลบิน เป็นฮีม และโกลบิน ส่วนเลือดที่ออกในระบบทางเดินอาหารส่วนล่าง ตั้งแต่ลำไส้เล็กส่วนต้นไปจนถึงรูทวารหนักมักจะพบเม็ดเลือดออกมาด้วย (ถ้าพบเลือดที่เห็น ด้วยตาเปล่าในอุจจาระจะรายงาน Blood gross : Positive แต่ถ้าไม่พบเลือดจะรายงานผล เป็น Blood gross : Negative) 6.1.2 การส่องตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ (Microscopic examination) เป็นการตรวจหาไข่พยาธิ ตัว อ่อนพยาธิ ปล้องพยาธิ รวมทั้งหาโปรโตซัว เม็ดเลือดขาว และเม็ดเลือดแดง 6.2 การตรวจอุจจาระแบบเฉพาะเจาะจง (Comprehensive digestive stool analysis : CDSA) คือ การ ตรวจที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น จะมีการตรวจเตรียมตัวก่อนตรวจที่แตกต่างกัน เช่น การหยุดกินยาบางชนิด การหยุดกินเนื้อสัตว์ การหยุดกินพืชผักที่มีธาตุเหล็กสูง (มีสีเขียวเข้มหรือสีออกแดง แสด หรือเหลือง) ประมาณ 3 วันก่อนการตรวจหาเลือดในอุจจาระขั้นละเอียด (Stool guaiac test) โดยการตรวจอุจจาระ แบบเฉพาะเจาะจงนั้นมีดังนี้


กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 7/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 6.2.1 การตรวจเลือดในอุจจาระขั้นละเอียด (Stool guaiac test) เป็นการตรวจเพื่อช่วยคัดกรอง โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ 6.2.2 การเพาะเชื้อเพื่อให้ทราบว่าการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารนั้นเกิดจากชนิดใด เช่น เชื้อโรคบิด เชื้อโรคไทฟอยด์ 6.2.3 การตรวจหาปริมาณของไขมันทั้งหมดในอุจจาระเพื่อช่วยวินิจฉัยภาวะความผิดปกติในการดุดซึม อาหาร (Malabsorption syndrome) 6.2.4 การตรวจหาน้ำย่อยหรือเอนไซม์ในการย่อยอาหารต่าง ๆ เพื่อดูว่าการย่อยอาหารที่ผิดปกตินั้นเกิด จากเอนไซม์ตัวใด เช่น เอนไซม์ไคโมทริปซิน (Chymotrypsin) ของตับอ่อนที่จะช่วยวินิจฉัยโรคตับ อ่อนอักเสบเรื้อรังได้ 7.0 เครื่องมือเครื่องใช้ 7.1 กล้องจุลทรรศน์ 7.2 Glass slide ขนาด 25 x 76 ม.ม. 7.3 Cover glass ขนาด 22 x 22 ม.ม. 7.4 0.85 % NaCl 7.5 1 % Iodine Solution 8.0 วิธีปฏิบัติ 8.1 การตรวจดูด้วยตาเปล่า 8.1.1 ดูลักษณะของเนื้ออุจจาระ (Character) ว่าเป็นแบบใด - Hard - Formed - Mushy - Loose - Watery 8.1.2 สังเกตุสีของอุจจาระ ว่าเป็นสีใด - Yellow - Brown - Green - Black - Gray - Red 8.1.3 Mucus: (Positive, Negative) 8.1.4 Blood


กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 8/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 8.2 การตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ 8.2.1 หยด 0.85 % NSSหรือ1 % Iodine Solution ลงบน Slide ขนาด 25 x 76 ม.ม. จำนวน 1 หยด 8.2.2 นำอุจจาระประมาณ 1 หัวไม้ขีดไฟมา Smear ลงบน Slide ที่หยดด้วย 0.85 % NSS ไว้โดย smear ให้เนื้ออุจจาระบางเป็นชั้นเดียว 8.2.3 ปิดด้วย Cover glass ขนาด 22 X 22 ม.ม. 8.2.4 นำไปดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ กำลังขยาย 10x และ 40x 9.0 การอ่านและรายงานผล 9.1 Character รายงานตามลักษณะของเนื้ออุจจาระ คือ Soft = เนื้ออุจจาระมีลักษณะอ่อนนิ่ม Hard = เนื้ออุจจาระมีลักษณะแข็ง Mushy Formed = เนื้ออุจจาระกึ่งแข็งกึ่งเหลว ลักษณะเหมือนดินโคลน Loose = เนื้ออุจจาระเหลว สามารถไหลตามภาชนะที่บรรจุได้ Watery = เนื้ออุจจาระเหลวมาก มีลักษณะเป็นน้ำ Diarrhea = เนื้ออุจจาระเหลว อาจพบมีมูก เลือด ปนออกมาด้วย 9.2 Color รายงานตามสีที่พบ 9.3 Mucus รายงาน Positive เมื่ออุจจาระมีมูก รายงาน Negative เมื่ออุจจาระไม่มีมูก 9.4 RBC, WBC รายงานเป็นตัวเลขพิสัยเฉลี่ยโดยนับจำนวน RBC และ/หรือ WBC อย่างน้อย 10 สนาม (field) แล้วนำมาคิดส่วนเฉลี่ย 1 สนามได้เท่าไร นำมารายงานด้วยค่าพิสัยเฉลี่ยที่พอเหมาะ โดยแบ่งเป็น ช่วงๆ ตามตัวเลขพิสัยเฉลี่ยดังนี้ คือ - (ไม่พบ ),0-1, 1-2, 2-3, 3-5, 5-10,10-20, 20-30,30-50,50- 100,>100 / HD 9.5 Parasite รายงาน ชนิด และระยะของปรสิตที่พบ เช่น - Hookworm egg, - Strongyloidiasis stercolaris larva. 9.6 Other cells รายงาน Cells อื่นๆ ที่พบนอกเหนือจากข้างต้น เช่น Yeast cells, Budding yeast cells, Pseudo hyphae พร้อมทั้งระบุปริมาณ เช่น few ,moderate ,numerous


กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 9/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 10.0 การควบคุมคุณภาพ 10.1 บุคลากรต้องผ่านการฝึกอบรมเรื่องการตรวจอุจจาระ 10.2 ตรวจสอบอายุน้ำยา Normal saline และ 1 % Iodine Solution ต้องไม่หมดอายุ 10.3 ความสะอาดของ glass slide และ cover glass 10.4 การควบคุมคุณภาพโดยองค์กรภายนอก (EQA) 10.4.1 โครงการประเมินคุณภาพห้องปฏิบัติการทางปรสิตวิทยา ภาควิชาเทคนิคการแพทย์ชุมชน คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล 4 ครั้งต่อปี 11.0 การบันทึกข้อมูลและเอกสารที่ใช้ 11.1 บันทึกผลการตรวจวิเคราะห์ลงในโปรแกรมระบบสารสนเทศทางห้องปฏิบัติการ (LIS) 11.2 F-LAB-02 แบบบันทึกการบำรุงรักษากล้องจุลทรรศน์ 12.0 รายละเอียดอื่นๆ 12.1การตรวจหาโปรโตซัวระยะ trophozoite ควรส่งอุจจาระภายในเวลาไม่เกิน1 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาที่ ระยะ trophozoite ยังมีการเคลื่อนไหวอยู่ จะทําให้การตรวจวินิจฉัยได้ผลดียิ่งขึ้น 12.2การตรวจหาระยะ cyst ของ โปรโตซัว และไข่พยาธิ ควรส่งอุจจาระตรวจภายในเวลา 3-4 ชั่วโมง หลังการเก็บอุจจาระ ถ้าไม่สามารถส่งอุจจาระตรวจภายในเวลาดังกล่าวได้ หรือการส่งต้องใช้ เวลานาน ควรเก็บอุจจาระไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 4-8°C การเก็บไว้ในอุณหภูมิดังกล่าว ปรสิตยังไม่ตาย แต่จะอยู่ได้นานเท่าไรนั้นขึ้นอยู่กับระยะของปรสิตชนิดนั้นๆ เช่น Entamoeba histolytica ระยะ trophozoite ที่ออกมากับอุจจาระที่เป็นมูกเลือด ที่อุณหภูมิ 3 – 5°C จะมีชีวิตอยู่ได้ 1 - 3 วัน ส่วน ระยะ cyst จะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 4 สัปดาห์ และที่อุณหภูมิ3 – 5°C นี้ ไข่พยาธิต่างๆ นั้นสามารถ เก็บได้หลายเดือน 12.3ขั้นตอนและการเตรียมตัวก่อนตรวจอุจจาระ การตรวจอุจจาระแบบพื้นฐาน โดยทั่วไปไม่ต้องมีการ เตรียมตัวล่วงหน้า (ไม่ต้องงดน้ำงดอาหาร กินอาหารได้ตามปกติ แต่ไม่เน้นอาหารที่มีกากใยสูง และ ควรดื่มน้ำให้มาก ๆ เพื่อให้อุจจาระอ่อนนิ่มไม่แข็ง) เพียงแต่เก็บอุจจาระที่ถ่ายตามปกติใส่ภาชนะและ นำส่งห้องปฏิบัติการ หรือแผนกตรวจสุขภาพเท่านั้น ส่วนการตรวจแบบเฉพาะเจาะจงอาจมีการ เตรียมตัวบ้างในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการกินยาหรืออาหารบางชนิดที่อาจทำให้ผลตรวจผิดพลาดได้ซึ่ง แพทย์และพยาบาลจะเป็นผู้อธิบายการเตรียมตัวสำหรับการตรวจนั้น ๆ ให้ผู้ป่วยทราบ โดยการตรวจ อุจจระจะมีขั้นตอนดังนี้ ปรึกษาหรือพบกับแพทย์ก่อนการตรวจอุจจาระ แพทย์หรือพยาบาลจะให้ ภาชนะและอุปกรณ์สำหรับเก็บอุจจาระ ถ้าต้องมีการงดอาหารและ/หรือยาบางชนิดก็ให้ปฏิบัติตามที่ แพทย์พยาบาลแนะนำ นอกจากนั้นก็จะเป็นการเก็บอุจจาระที่ถ่ายตามปกติของเราใส่ในภาชนะที่ทาง


กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 10/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 โรงพยาบาลเตรียมไว้ให้ แล้วจึงนำไปส่งห้องตรวจหรือห้องปฏิบัติการ ดังรายละเอียดในข้อถัดไป ถ้า เป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการกินยาที่จะส่งผลต่อตัวอย่างอุจจาระหรือทำอุจจาระอ่อนตัว (เพราะ ตัวอย่างอุจจาระควรจะเป็นก้อนแข็ง) เช่น ยาลดกรด(Antacid), ยาลดกรดมาล็อกซ์ (Maalox), ยา แก้ท้องเสียบิสมัทซับซาลิไซเลต (Bismuth subsalicylate), ยาแก้ท้องเสียเคาเพกเทต (Kaopectate) ฯลฯ ถ้าต้องกลืนแป้งแบเรียมเพื่อการตรวจพิเศษทางรังสีของหลอดอาหาร (Barium swallow) ผู้ตรวจควรเลือดการเก็บตัวอย่างอุจจาระออกไปก่อน 12.4ก่อนการเก็บตัวอย่างอุจจาระ ควรปัสสาวะทิ้งไปก่อนให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของ ปัสสาวะที่อาจส่งผลให้การตรวจอุจจาระนั้นผิดพลาดได้ ล้างมือให้สะอาดก่อนเก็บเนื่องจากอุจจาระ อาจเป็นแหล่งแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ และใส่ถุงมือยางเพื่อป้องกันอุจจาระเปื้อนมือ (ไม่ จำเป็นต้องเป็นถุงยางปลอดเชื้อก็ได้) เตรียมที่ป้ายอุจจาระ (ควรจะเป็นไม้แผ่นเล็ก ๆ ลักษณะคล้าย ไม้พาย ไม้ไอศกรีม หรือช้อนพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง) และภาชนะที่เก็บอุจจาระที่ทาง โรงพยาบาลเตรียมไว้ให้ (หากไม่มีหรือไม่ใช้ภาชนะที่โรงพยาบาลเตรียมให้ ควรเลือกภาชนะที่แห้ง สะอาด ปากกว้าง ล้างให้สะอาดและแห้ง) ถ่ายอุจจาระลงในถุงพลาสติกปากกว้างที่แห้งและสะอาด หรืออาจใช้พลาสติกสำหรับห่อหุ้มวางพาดโถส้วมเพื่อไม่ให้อุจจาระตกลงน้ำ จากนั้นให้ใช้ไม้หรือช้อน พลาสติกป้ายอุจจาระเก็บใส่ภาชนะให้ได้ประมาณขนาดนิ้วหัวแม่มือ โดยให้กระจายเก็บให้ทั่วก้อน อุจจาระ และเลือกเก็บอุจจาระในบริเวณที่มีสีแตกต่างกันหรือเลือกจุดที่มีความผิดปกติ 12.5เพื่อเพิ่มความแม่นของผลการตรวจ ไม่เก็บอุจจาระจากโถส้วม เพราะอุจจาระจะปนกับน้ำ และส่งผล ให้ผลตรวจผิดพลาดได้ ไม่ควรเลือกเก็บอุจจาระเฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง ไม่ควรเลือกเก็บตัวอย่างอุจจาระ ในบริเวณที่แข็ง หรือใช้ไม้กดไม่ลง แต่ควรบริเวณที่มีความอ่อนนุ่ม ถ้าอุจจาระเป็นน้ำหรือเป็นมูก เลือดให้เก็บส่วนที่ผิดปกตินั้นมาด้วย ถ้าอุจจาระเหลวให้ถ่ายลงในภาชนะโดยตรง ในขณะป้ายเก็บ อุจจาระควรระวังไม่ให้มือไปสัมผัสกับอุจจาระ อย่าให้อุจจาระปนเปื้อนกับน้ำ สบู่ หรือปัสสาวะ 12.6ห้ามเก็บตัวอย่างอุจจาระด้วยทิชชูถ้าเป็นการตรวจอุจจาระแบบเฉพาะเจาะจงให้เก็บอุจจาระใน ปริมาณที่แพทย์หรือพยาบาลแนะนำปิดฝาที่เก็บอุจจาระให้สนิท เช็ดภาชนะที่บรรจุอุจจาระให้ สะอาด ถอดถุงมือ และทิ้งถุงมือรวมทั้งที่ป้ายอุจจาระลงในถุงพลาสติก ปิดปากถุงให้แน่น และนำไป ทิ้งในถังขยะสำหรับสิ่งติดเชื้อ แล้วล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำกับสบู่ เขียนชื่อนามสกุล วันที่ เวลาในการ เก็บ เลขประจำตัวผู้ป่วย (HN) และวันเดือนปีเกิด (ถ้ามี) ให้ถูกต้องชัดเจนบนภาชนะเก็บ อุจจาระ (ถ้าไม่มีอาจเขียนใส่สติกเกอร์และแปะไว้ข้างภาชนะเก็บ หรือเขียนลงบนกระดาษเพื่อแนบ ส่งกับตัวอย่างอุจจาระ)เก็บภาชนะที่ใส่อุจจาระในถุงพลาสติก 2 ชั้น ปิดปากถุงทีละชั้นให้แน่น เรียบร้อย แล้วจึงนำส่งเจ้าที่ห้องตรวจหรือห้องปฏิบัติการ หรือแผนกตรวจสุขภาพทันทีแต่ถ้าไม่ สามารถทำได้ก็ควรนำตัวอย่างอุจจาระไปเก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาที่ไม่ใช่ช่องเก็บน้ำดื่มและอาหาร


กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 11/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 (ไม่ควรเก็บนานเกิน 24 ชั่วโมง เพราะแบคทีเรียในอุจจาระจะเติบโตและเปลี่ยนแปลง และปกติแล้ว แพทย์พยาบาลจะแนะนำให้ส่งตัวอย่างคืนภายใน 2 ชั่วโมง หรือไม่ควรเกิน 4 ชั่วโมง) 12.7 เพื่อความแม่นยำของผลตรวจ เมื่อห้องปฏิบัติการได้ตรวจอุจจาระเสร็จแล้วจะทำการส่งผลตรวจให้ ผู้ป่วย (ผู้ป่วยสามารถทราบผลได้เองว่าการตรวจอุจจาระนั้นปกติหรือผิดปกติจากใบรายงานผลการ ตรวจ ซึ่งจะมีค่าตรวจปกติกำกับไว้เสมอ) หรือส่งให้แพทย์หรือพยาบาล แล้วแพทย์พยาบาลที่ดูแลจะ เป็นผู้แปลผลให้ผู้ป่วยทราบ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระบบของแต่ละโรงพยาบาล) ในการแปลผลตรวจนั้นจะดู จากลักษณะภายนอกของอุจจาระว่าเป็นก้อนแข็งปกติ มีมูกเลือด หรือมีสีปกติหรือไม่, ดูจากการมี เม็ดเลือดที่จะช่วยบอกถึงการติดเชื้อ, ดูจากเม็ดเลือดแดงและการตรวจเลือดปนในอุจจาระที่จะช่วย บอกภาวะมีเลือดออกในอวัยวะระบบทางเดินอาหาร, ดูจากพยาธิและไข่พยาธิที่บ่งบอกถึงการมีพยาธิ นั้น ๆ, ดูจากค่าความเป็นกรดหรือด่างของอุจจาระ (ถ้าเป็นกรดจะบ่งบอกถึงการมีระบบย่อยอาหารที่ ผิดปกติ), หรือดูจากการเพาะเชื้อที่ช่วยบอกถึงชนิดของการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร https://medthai.com/wp-content/uploads/2018/04


กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 12/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 12.8ระยะเวลาตั้งแต่รับสิ่งส่งตรวจจนถึงรายงานผลปกติจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง (แต่ส่วนใหญ่จะ ทราบผลหลังจากนั้นภายใน 24 ชั่วโมง) หรือภายใน 2-3 วันถ้าเป็นโรงพยาบาลที่มีจำนวนผู้ป่วยต่อ เจ้าหน้าที่ห้องตรวจที่น้อย หลังการตรวจอุจจาระผู้เข้ารับการตรวจสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทั้งก่อน และหลังการตรวจ ไม่มีข้อต้องระวังหรือข้อกำจัดใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะดังที่กล่าวไปแล้วว่าการตรวจ อุจจาระนั้นเป็นการเก็บอุจจาระที่ถ่ายตามปกติ เพียงแต่ต้องถ่ายอุจจาระใส่ในภาชนะที่ทาง โรงพยาบาลเตรียมไว้ให้และนำส่งห้องตรวจหรือห้องปฏิบัติการเท่านั้น 13.0 ภาคผนวก 13.1 ภาคผนวก 1 F-MIH-07 แบบบันทึกรายการตรวจวิเคราะห์ Stool Examination กรณีไม่มีใบนำส่ง 13.2 ภาคผนวก 2 F-LAB-02 แบบบันทึกการบำรุงรักษากล้องจุลทรรศน์ 13.3 ภาคผนวก 3 F-MIH-09 บันทึกการบำรุงรักษาตู้ปลอดเชื้อ


กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 13/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 ภาคผนวก 1 F-MIH-07 แบบบันทึกรายการตรวจวิเคราะห์ Stool Examination กรณีไม่มีใบนำส่ง Lab.No Lab.No Lab.No Lab.No


กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 14/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 ภาคผนวก 2 แบบบันทึกการบำรุงรักษากล้องจุลทรรศน์ รุ่น..................................... รหัสเครื่องมอื........................................ หน่วยงาน.......................................... พ.ศ ........................................ อ้างอิงจาก WI-LAB-0 5 การบ ารุงรักษาประจ าวัน /วันที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 1 0 1 1 1 2 1 3 1 4 1 5 1 6 1 7 1 8 1 9 2 0 2 1 2 2 2 3 2 4 2 5 2 6 2 7 2 8 2 9 3 0 3 1 1.ท าความสะอาดเลนส์ตา 2.ท าความสะอาดเลนส์รวมแสง(Condenser) 3.ท าความสะอาดเลนส์ใกล้วัตถุ(Objective) 4.ท าความสะอาดฟลิเตอร์ 5.ท าความสะอาดแท่นวางวัตถุ(Stage) 6.ท าความสะอาดที่บังคบัสไลดว์ ัตถุ 7.ท าความสะอาดตวักล้อง ลงชื่อ การบ ารุงรักษาประจ าเดอืน 8.การตรวจสอบต าแหน่งโฟกัส F-LAB-02 ทบทวนโดย.....................................วันที่........................ บนัทึกการบ ารุงรักษากลอ้งจุลทรรศน์ ยี่ห้อ....................................... ประจ าเดอืน.......................................... ผู้รับผิดชอบตรวจสอบต าแหน่งโฟกัส...............................................


กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระปกเกล้า วิธีปฏิบัติงานที่ : WI-MIH-21 หน้า 15/15 แก้ไขครั้งที่ 00 เรื่อง การตรวจอุจจาระ (Stool examination) วันที่ประกาศใช้2 ตุลาคม 2566 ภาคผนวก 3 บันทึกการบำรุงรักษาตู้ปลอดเชื้อ Daily maintenance * 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 ตรวจสอบการ Alarm ตา่งๆ ท าความสะอาดพนื้ที่ท างาน ท าความสะอาดบานประตกูระจก เปิด UV หลงัปิดบานประตกูระจก ลงชื่อ Weekly maintenance ท าความสะอาดพนื้ใตต้ะแกรงกนักระดาษ ลงชื่อ Monthly maintenance ท าความสะอาดพนื้ผวิภายนอกตู้ ลงชื่อ F-MIH-09 บนัทกึการบา รุงรักษาตปู้ลอดเชื้อ คุรุภัณฑย์ ี่หอ้ _ _ __ _ _ รุ่น _ _ __ _ _ หมายเลขในระบบคุณภาพ _ _ __ _ _ หมายเลขคุรุภัณฑ์_ _ __ _ _ เดอืน / ปี_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ ท ำเครื่องหมำย( / ) พร้อมเซน็ต์ชื่อก ำกบั


Click to View FlipBook Version