เรื่อง กฎหมายผู้เยาว์ จัดทำ โดย นางสาว ณุตตรา นุชเอี่ยม เลขที่17 ม.4/4 นางสาว สุพิชชา กล่ำ สิรินุ่น เลขที่27 ม.4/4 นวัตกรรมการเรียนการสอน วิชาการเมืองการปกครอง ส.31106 หนังสือ E-Book
สารบัญ เรื่อง ผู้เยาว์ กฏหมายพรากผู้เยาว์ ประเด็นหลักที่จะพิจารณา ความสามารถของผู้เยาว์/กรณีที่ผู้เยาว์สามารถใช้สิทธิ กระทำ ได้เอง นิติกรรมที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เยาว์ฝ่ายเดียว กิจกรรมอื่นที่ผู้เยาว์สามารถทำ ได้โดยลำ พัง กิจกรรมอื่นที่ผู้เยาว์สามารถทำ ได้โดยลำ พัง ตัวอย่างกิจกรรมอื่นที่ผู้เยาว์สามารถทำ ได้โดยลำ พัง ตัวอย่างกิจกรรมอื่นที่ผู้เยาว์สามารถทำ ได้โดยลำ พัง หน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9
ผู้เยาว์(Minor) ผู้เยาว์ คือ บุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะทั้งนี้ บุคคลจะบรรลุนิติภาวะเมื่อมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ หรือโดยการสมรส ตัวอย่างเช่น เด็กชายแดงอายุ 12 ปี เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 เช่นนี้ จะเห็นว่าเด็กชายแดงอายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์และยังไม่ได้สมรส ดังนั้นจึงถือว่า เด็กชายแดงเป็นผู้เยาว์กฎหมายได้กำ หนดความสามารถของผู้เยาว์ในการทำ นิติกรรม ไว้โดยจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน ซึ่งเป็นการคุ้มครองผู้เยาว์ว่าจะใช้สิทธิกระทำ การใดๆ ระยะเวลาการเป็นผู้เยาว์และการสิ้นสุด 1.เมื่ออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ 2.เมื่อทำ การสมรส หากการสมรสนั้นได้ทำ ตามบทบัญญัติของกฎหมาย คือ กฎหมายกำ หนดไว้ว่าการสมรสจะกระทำ ได้ต่อเมื่อชายและหญิงมีอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์ และต้องได้รับความยินยอมจากบิดามารดาทั้งสองฝ่าย บรรลุนิติภาวะโดย… 1.อายุครบ20ปี โดยธรรมชาติ 2. มาตรา 20 “ผู้เยาว์ย่อมบรรลุนิติภาวะเมื่อทำ การสมรส หากการสมรสนั้นได้ทำ ตาม บทบัญญัติ มาตรา 1448” มาตรา1448 การสมรสจะทำ ได้ต่อเมื่อชาย/หญิงอายุ17ปี แต่ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้การสมรสก่อนนั้นได้ 1
กฎหมายพรากผู้เยาว์ การพรากผู้เยาว์ ถือเป็นความผิดทางอาญา ซึ่งมักจะเกี่ยวกับเพศ โดยความผิดฐาน พรากผู้เยาว์ที่ขึ้นสู่ชั้นศาลเป็นจำ นวนมาก มักเป็นคดีพรากร่วมกับข้อหาข่มขืน กระทำ ชำ เรา, พาไปเพื่อการอนาจาร, หรือพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย หากเปิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา317-319 คำ ว่าพรากในที่นี้คือการทำ ให้พ่อแม่ หรือผู้ปกครองเด็กไม่สามารถใช้อำ นาจปกครองได้ หรือการพาเด็กออกมาจากอำ นาจการปกครองนั่นเอง นั่นจึงหมายความว่ากฎหมายพรากผู้เยาว์นี้ มุ่งคุ้มครอง ‘อำ นาจปกครอง’ เพราะฉะนั้น เพียงแค่การพาเด็กออกจากอำ นาจปกครอง ไม่ว่าจะไปพากินข้าว ซื้อขนม หรือพาไปเที่ยว โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลของเด็ก ก็นับว่าเป็นการพรากแล้ว แต่ก็มี2กรณีที่ไม่ถือว่าเป็นการพรากผู้เยาว์ คือ 1.เด็กหนีออกจากบ้าน โดยบิดามารดาไม่ติดตาม 2.อยู่เฉยๆเด็กไปหาเอง 2
อายุของเด็กก็นับเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณา ส่วนกฎหมายพรากผู้เยาว์ แบ่งออกเป็น2กรณีใหญ่ๆ กรณีเด็กอายุไม่ถึง15ปี กรณีเด็กอายุเกิน15ปีแต่ไม่ถึง18ปี เด็กอายุไม่เกิน15ปี ไม่ว่าจะพาเด็กไปทำ อะไร โดยปราศจากเหตุอันสมควรและไม่ได้รับความยินยอมจากพ่อ แม่ ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลก็นับว่าผิดฐานการพรากผู้เยาว์ทั้งหมด ความผิดฐานนี้ ต้องระวางโทษจำ คุกตั้งแต่ 3-15 ปี และปรับตั้งแต่ 6 หมื่น-3 แสนบาท แต่ในความผิดฐานพรากผู้เยาว์ของเด็กอายุไม่เกิน15ปี จะผิดมากขึ้นต่อเมื่อ พาเด็กไปทำ อนาจารหรือหากำ ไร เช่น พาไปขาย ขอทาน กอด จูบ ลูบ คลำ ผู้กระทำ ต้องระวางโทษจำ คุกตั้งแต่ 5-20 ปี และปรับตั้งแต่ 1-4 แสนบาท ประเด็นหลักที่จะพิจารณา เด็กอายุเกิน15ปีแต่ไม่เกิน18ปี กรณีนี้จะพิจารณาในเรื่องความยินยอมของผู้เยาว์ด้วย กรณีเด็กเต็มใจไปด้วย > ผู้ที่พาผู้เยาว์คนนั้นไปจะไม่มีความผิดฐานพรากผู้เยาว์ แต่ถ้าเป็นการพาไปเพื่ออนาจารหรือเพื่อหากำ ไร จะมีความผิดทันที โดยผู้กระทำ ต้องระวางโทษจำ คุกตั้งแต่ 2-10 ปี และปรับตั้งแต่ 4 หมื่น- 2 แสนบาท กรณีเด็กไม่เต็มใจไปด้วย > บุคคลนั้นจะผิดฐานพรากผู้เยาว์ ต้องระวางโทษตั้งแต่ 2-10 ปี และปรับตั้งแต่ 4 หมื่น- 2 แสนบาท และจะได้รับโทษหนักขึ้นไปอีก เมื่อพาผู้เยาว์ไปเพื่อทำ การอนาจารหรือหากำ ไร ต้องระวางโทษจำ คุกตั้งแต่ 3-15 ปี และปรับตั้งแต่ 6 หมื่น- 3 แสนบาท 3
ความสามารถของผู้เยาว์ กฎหมายถือว่า บุคคลที่อยู่ในวัยเยาว์ในด้านสติปัญญา ร่างกาย ความคิดอ่าน ไหวพริบ ยังเป็นผู้ไม่สมบูรณ์พอที่จะใช้สิทธิและปฏิบัติหน้าได้โดยลำ พัง ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ผู้ไม่ สุจริตถือโอกาสเอาเปรียบ โดยอาศัยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้เยาว์ กฎหมายจึง บัญญัติจำ กัดความสามารถของผู้เยาว์ โดยถือหลักว่าผู้เยาว์จะใช้สิทธิทำ กิจใดๆที่ก่อให้ เกิดผลผูกพันทางกฎหมายโดยลำ พังไม่ได้ ต้องให้ผู้แทนโดยชอบธรรมกระทำ การแทน หรือต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมเสียก่อน การทำ กิจการนั้นๆ จึงจะสมบูรณ์ตามกฎหมาย ***ผู้แทนโดยชอบธรรม คือ บุคคลซึ่งจามกฎหมายมีสิทธิที่จะทำ การแทนผู้เยาว์หรือบุคคล ที่ให้ความยินยอมแก่ผู้เยาว์ เช่น บิดามารดา ผู้ปกครอง กรณีที่ผู้เยาว์สามารถใช้สิทธิกระทำ ได้เอง นิติกรรมที่กฎหมายอนุญาตให้ผู้เยาว์กระทำ ได้โดยลำ พัง ไม่จำ เป็นต้องขอความยินยอม จากผู้แทนโดยชอบธรรมอันเป็นข้อยกเว้นหลักทั่วไปคือ 1.นิติกรรมที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เยาว์ฝ่ายเดียว 2.นิติกรรมที่ผู้เยาว์ต้องทำ เองเฉพาะตัว 3.นิติกรรมที่จำ เป็นเพื่อการเลี้ยงชีพ 4.การทำ พินัยกรรม 4
นิติกรรมที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เยาว์ฝ่ายเดียว ยังไม่พบคำ พิพากษาของศาลฎีกาเกี่ยวกับนิติกรรมที่ผู้เยาว์ได้สิทธิหรือหลุดพ้นจาก หน้าที่ นิติกรรมที่ผู้เยาว์ต้องทำ เองเฉพาะตัว 1.การฟ้องคดีต่อศาลขอให้บิดารับผู้เยาว์เป็นบุตร คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 3434/2558 - ในการฟ้องคดี ขอให้รับเด็กเป็นบุตรนั้น ถ้าเด็กมีอายุยังไม่ครบ 15 บริบูรณ์ ผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กต้องเป็นผู้ฟ้อง แทน แต่เมื่อเด็กมีอายุ15ปีบริบูรณ์ เด็กต้องฟ้องเอง โดยไม่จำ เป็นต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทน ดังนั้น เมื่อขณะยื่นคำ ร้องขอคดีนี้ ผู้เยาว์มีอายุ15ปีบริบูรณ์ ผู้เยาว์ต้องยื่นคำ ร้องขอเอง ผู้แทนโดยชอบธรรมจะเป็นผู้ยื่นคำ ร้องขอแทนใน นามของผู้เยาว์ไม่ได้ ตามประมวลกฏหมายแพ่ง และพาณิชย์ มาตรา1556 2.การให้ยินยอมต่อการจดทะเบียนรับรองบุตรของบิดา คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 1177/2540 - เนื่องจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1548 วรรคแรก ประสงค์ให้เด็กเป็นผู้ให้ความยินยอมเป็นการเฉพาะตัว ดัง นั้น กรณีที่โจทก์ที่ 3 ต้องให้ความ ยินยอมในการที่โจทก์ที่ 1 จะจดทะเบียนโจทก์ที่ 3 เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ มาตรา 1548 วรรคแรก เป็นกรณีที่โจทก์ที่ 3 ต้องกระทำ ด้วยตนเอง 5
3.การเพิกถอนการสมรส คดีนี้โจทก์ทั้งเจ็ดมิใช่ผู้ถูกขู่ จึงไม่มีอำ นาจฟ้องขอเพิกถอนการสมรสได้ นิติกรรมที่จำ เป็นเพื่อการเลี้ยงชีพ 1.การให้บุคคลอื่นนำ ที่ดินไปจัดหาผลประโยชน์ เพื่อนำ เงินไปใช้จ่ายในการศึกษา คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 856-857/2497 - การที่ผู้เยาว์เรียกรับผลประโยชน์จาก นิติกรรมที่โจทก์นำ ที่ดินไปจัดหาผลประโยชน์มาแบ่งกัน นิติกรรมนั้นไม่ต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1546 จึงสมบูรณ์ตามมาตรา21 และมาตรา 24 กิจกรรมอื่นที่ผู้เยาว์สามารถทำ ได้โดยลำ พัง กิจกรรมที่ผู้เยาว์สามารถทาได้โดยลาพัง เป็นกิจกรรมที่เมื่อผู้เยาว์มีอายุถึงเกณฑ์ที่ กาหนด และ/หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกาหนดครบถ้วน ผู้เยาว์จะสามารถ ทากิจกรรมนั้นได้โดยไม่ต้องขอความ ยินยอมของผู้ปกครอง ศาล หรือหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง (แล้วแต่กรณี) ก่อนทากิจกรรมนั้นผู้เยาว์สามารถทำ กิจกรรมอื่นซึ่งมิใช่ นิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 22 มาตรา 23 และมาตรา 24 ได้โดยลาพังอีกด้วย เช่น 1.การร้องทุกข์ ตามประมวลกฎหมายลักษณะอาญา ร.ศ. 127 มาตรา 248 เด็กหญิงมีอำ นาจ บริบูรณ์ที่จะร้องทุกข์ด้วยตนเองต่อเจ้าพนักงานเพื่อขอให้ฟ้องร้องจาเลยได้ ถึง แม้ว่าจะยัง เป็นผู้เยาว์ ก็ไม่ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครอง 6
2.การฟ้องร้องบุพการีต่อศาล พนักงานอัยการสามารถยกคดีขึ้นว่ากล่าวได้โดยไม่ต้อง ให้บุตรผู้เยาว์ได้รับความยินยอม ของผู้แทนโดยชอบธรรมก่อนตามที่บัญญัติในมาตรา21 แห่งประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ เพราะไม่เช่นนั้นบุตรผู้เยาว์ย่อมจะไม่ได้รับความยินยอมจากบิดา มารดา และจะทาให้พนักงาน อัยการไม่มีทางจะยกคดีขึ้นว่ากล่าวเอากับบิดามารดาของ บุตรผู้เยาว์ได้ 3.การเป็นผู้รับมอบอำ นาจ แม้จำ เลยยังไม่บรรลุนิติภาวะ ก็เป็นผู้รับมอบอำ นาจได้ 7
ตัวอย่างกิจกรรมที่ผู้เยาว์สามารถทำ ได้โดยลำ พัง 8 การมีความผิดในทางอาญา (12ปี) การชมภาพยนตร์ เรต13 (13ปี) การสมัครเป็นทหารเรือและทหารอากาศและทหารบก (18ปี) การดื่มเบียร์ ไซเดอร์ ไวน์ (18ปี) การทำ ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ (15ปี) การบริจาคโลหิต (18ปี) การทำ ใบอนุญาตขับรถยนต์ (18ปี) การสมัครเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิง (18ปี) การทำ พินัยกรรม (15ปี) การลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งทั่วไป (18ปี) การจำ นำ สิ่งของที่โรงรับจำ นำ (15ปี) การซื้อดอกไม้เพลิง (14ปี) ✅ ✅ ✅ ✅ ✅ ✅ ✅ ✅ ✅ ✅ ✅ ✅
ตัวอย่างกิจกรรมที่ผู้เยาว์สามารถทำ ได้โดยลำ พัง การลงการลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งทั่วไป (18ปี) การให้ความยินยอมเกี่ยวกับกิจกรรมทางเพศ (15ปี) การสิ้นสุดการอยู่ในความดูแลของหน่วยงานท้องถิ่น (18ปี) การมีสิทธิรักษาทันตกรรมฟรี (แรกเกิด) การขอหนังสือเดินทาง (ไม่มีกำ หนด) การชมภาพยนตร์ เรต 18ในโรงภาพยนตร์ (18ปี) การฟ้องคดีต่อศาลขอให้บิดารับผู้เยาว์เป็นบุตร (15ปี) การให้ความยินยอมต่อการจดทะเบียนรับรองบุตรของบิดา (ไม่มีกำ หนด) การทำ งานไม่เต็มเวลา (15ปี) การลงชื่อในแบบฟอร์มขอหนังสือเดินทาง (15ปี) การซื้อพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ (15ปี) ารได้รับศึกษาภาคบังคับ (7-16ปี) ✅ ✅ ✅ ✅ ✅ ✅ ✅ ✅ ✅ ✅ ✅ ✅ 9
จัดทำ โดย นางสาว ณุตตรา นุชเอี่ยม เลขที่17 404 นางสาว สุพิชชา กล่ำ สิรินุ่น เลขที่27 404 เสนอ คุณครู ธนกฤต ปราบสุธา ในรายวิชา วิชาการเมืองการปกครอง ส.31106 เรื่องผู้เยาว์