The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by apisitngambang, 2021-05-17 03:55:52

คู่มือครู ปีการศึกษา 2564

คู่มือครู

๑๒๔๔ หมู่ ๑ ถนนดบี ญุ มี ตำบลชุมแพ อำเภอชุมแพ จังหวดั ขอนแก่น ๔๐๑๓๐
โทรศัพท์/โทรสำร ๐๔๓ – ๓๑๑๐๗๑

คำนำ

คู่มือการปฏิบตั งิ านของครูและบุคลากรโรงเรียนอนุบาลชุมแพ จดั ทาข้ึนเพอื่ ให้ครูและ
บุคลากรยึดเป็นแนวทางปฏิบตั ิทต่ี รงกนั ประกอบดว้ ยหลกั การครองตน ครองคน ครองงาน
และระเบยี บตา่ ง ๆ ภายในโรงเรียนเพ่อื เป็นแนวทางในการปฏบิ ตั ิงานและวางตวั ให้เหมาะสม
เพือ่ เป็นตน้ แบบทด่ี ีให้แกน่ กั เรียนและบคุ คลทว่ั ไป ระเบียบโรงเรียนอนุบาลชุมแพวา่ ดว้ ยการ
ปฏบิ ตั ิงาน ของครูฉบบั น้ี ไดป้ รบั ปรุงจากระเบยี บฉบบั เดิม จึงขอความร่วมมอื คณะครู และ
บคุ ลากรทุกคน ไดร้ ับทราบและถอื ปฏบิ ตั ิโดยเคร่งครัด

คณะผจู้ ดั ทำ

สำรบัญ

เน้ือหำ หน้ำ

หลกั การครองตน ครองคน ครองงาน 1
การครองตน 1
การครองคน 2
การครองงาน 3
อานาจหนา้ ท่ีของผบู้ ริหารโรงเรียน 4
ระเบยี บว่าดว้ ยการแต่งกาย 8
ระเบยี บวา่ ดว้ ยการมาปฏิบตั ิงาน 9
ระเบียบว่าดว้ ยการลา /มาสาย/ขาดงาน 10
การพิจารณาข้นั เงนิ เดือน 11
สวสั ดิการ 12
บคุ ลิกภาพ การพดู จา และมารยาท 13
ขอ้ หา้ มทีบ่ ุคลากรทุกคนไมค่ วรกระทา 13
การสอนพเิ ศษ 14
ขอ้ ตกลงอ่ืนๆ 14

1

หลักกำรครองตน ครองคน ครองงำน

องคก์ รจะสามารถดาเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลไดน้ ้นั ตอ้ งอาศยั บุคคลท่มี ีความสามารถ
ดาเนินการไปสู่เป้ าหมายขององคก์ รได้ เนื่องจากบคุ ลากรเป็นผทู้ มี่ ีบทบาทในการกาหนดแนวทางในการบริหารจดั การ
หน่วยงานของตน ซ่ึงตอ้ งยึดหลกั ๓ ครอง คอื ครองตน ครองคน และครองงาน ถา้ ทาไดเ้ ช่นน้ี จะเป็นคุณลกั ษณะ
ของผทู้ ีม่ ีความสมบูรณ์แบบ สามารถนาความเจริญมาสู่องคก์ รได้

กำรครองตน

๑. กำรพ่งึ ตนเอง ขยนั หมนั่ เพียร และมคี วามรบั ผิดชอบ มคี วามวิริยะ อุตสาหะ ในหนา้ ที่ความรับผิดชอบ
และมคี วามต้งั ใจท่จี ะทางานในหนา้ ทีใ่ หไ้ ดร้ บั ความสาเร็จ เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มีความอดทนไม่ยอ่ ทอ้ ตอ่ ปัญหา
อปุ สรรค มคี วามรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครวั และผอู้ ืน่ อยา่ งจริงใจ

๒. กำรประหยัดและเก็บออม รู้จกั จ่ายตามควรแห่งฐานะ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง และรู้จกั ใชท้ รพั ยส์ ิน
ของโรงเรียนให้เป็นประโยชนแ์ ละประหยดั การประหยดั พลงั งาน รู้จกั มธั ยสั ถ์ เก็บออม เพือ่ สร้างฐานะตนเอง
และครอบครัว

๓. กำรรักษำระเบียบวนิ ยั และเคำรพกฎหมำย เป็นผรู้ ักและปฏิบตั ติ ามระเบยี บของหน่วยงาน และเคารพกฎหมาย
ของประเทศท่ีกาหนดไว้ เป็นการแสดงออกใหเ้ ห็นถงึ การเช่ือฟัง และใหค้ วามเคารพตอ่ ผบู้ งั คบั บญั ชา นอกจากน้ียงั เป็น
บคุ คลที่ ใหค้ วามสาคญั กบั ความเป็นผตู้ รงต่อเวลา ท้งั ในเร่ืองงาน และวนิ ยั ส่วนตวั

๔. กำรปฏบิ ตั ิตำมคุณธรรมของศำสนำ เป็นบคุ คลทปี่ ระพฤติปฏบิ ตั ติ นในฐานะพทุ ธศาสนิกชนท่ีดี โดยละเวน้
ตอ่ การประพฤติชวั่ และไมล่ ่มุ หลงอบายมขุ เอ้ือเฟ้ือเผอื่ แผ่ เสียสละ เห็นแก่ประโยชนส์ ่วนร่วม พร้อมท้งั เสียสละ
แรงกายและกาลงั ทรัพยเ์ พอ่ื ช่วยเหลือบุคคลอน่ื ทตี่ กทุกข์ ซ่ึงบง่ บอกถึงความเมตตา กรุณา โอบออ้ มอารี ต่อบุคคลอน่ื โดย
โดยทวั่ ไป มคี วามซื่อสตั ย์ สุจริตต่อตนเองและผอู้ ื่น ซ่ึงจะสังเกตเห็นไดจ้ ากการรกั ษาคามน่ั สญั ญา ที่ให้กบั ผบู้ งั คบั บญั ชา
ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา และเครือข่ายองคก์ รอืน่ ๆ

๕. กำรมคี วำมจงรักภกั ดีต่อชำติ ศำสนำ และพระมหำกษตั ริย์ ไดส้ ่งเสริมสนบั สนุนระบบประชาธิปไตย
และปฏบิ ตั ติ ามนโยบายของทางตน้ สังกดั ทางราชการและรัฐบาลอยา่ งจริงจงั และไดเ้ ขา้ ร่วมปฏบิ ตั ิศาสนกิจ และทานุบารุง
ศาสนา ในเทศกาลสาคญั ทางศาสนา นอกจากน้ียงั เป็นผนู้ าแก่ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาในการปฏิบตั ติ น เป็นพลเมอื งดี
ตามพระบรมราโชวาท เป็นกิจวตั รปกติ ซ่ึงแสดงออกให้เห็นถึงมีความจงรกั ภกั ดีและเทดิ ทูนในสถาบนั

2

กำรครองคน

๑. ความสามารถในการประสานสมั พนั ธ์และการสร้างความเขา้ ใจอนั ดีกบั ผบู้ งั คบั บญั ชา เพือ่ นร่วมงาน
ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา และผมู้ าตดิ ตอ่ งาน เป็นผมู้ ีมนุษยสัมพนั ธ์ดี ยอมรบั ฟังความคดิ เห็นของผอู้ ืน่ กลา้ และรบั ผิดชอบ
ในสิ่งที่ไดก้ ระทา มีน้าใจ ช่วยเหลอื และใหค้ วามร่วมมอื ในการปฏบิ ตั งิ าน

๒. ความสามารถในการร่วมงานเป็นกลมุ่ สามารถจงู ใจให้เกิดการยอมรบั และใหค้ วามช่วยเหลือ เป็น
ผมู้ คี วามสามารถ ในดา้ นองคค์ วามรู้และทกั ษะในการคิดและเสนอเหตผุ ล ให้ความเห็นปรึกษา เสนอแนะในงาน
ที่รบั ผิดชอบ มีการสร้างเครือขา่ ยการมสี ่วนร่วมในงานที่รบั ผดิ ชอบ และเปิ ดโอกาสยอมรบั ฟังความคดิ เห็นของผอู้ ่นื

๓. ให้บริการแก่ผมู้ าตดิ ต่องานดว้ ยความเสมอภาค แนะนาสิ่งท่เี ป็นประโยชน์ เป็นผมู้ ีความสานึกและ
ถือเป็นหนา้ ทท่ี ี่จะตอ้ งให้บริการ ช่วยเหลอื แนะนาในสิ่งทด่ี ี ตลอดจนใหข้ อ้ มูลขา่ วสารท่ีเป็นประโยชน์ ให้การบริการ
ดว้ ยความเต็มใจ และเสมอภาคทุกระดบั มอี ธั ยาศยั ดี เป็นกนั เอง และสุภาพต่อทุกคน

๔. การเป็นผมู้ คี วามเป็นธรรมตอ่ ตนเองและผอู้ ่ืน เป็นผปู้ ระพฤตแิ ละปฏิบตั ิตรงตามหลกั เกณฑ์ กฎระเบียบ
ถือประโยชนข์ องหน่วยงานหรือส่วนรวมเป็นทีต่ ้งั ตดั สิน วินิจฉัย หรือแกป้ ัญหาโดยใช้เหตผุ ล

๕. การเสริมสร้างความสามคั คีและร่วมกิจกรรมของหมคู่ ณะ ท้งั ในและนอกหน่วยงาน เป็นผใู้ ห้ความร่วมมอื
หรือเขา้ ร่วมกิจกรรมทจ่ี ดั ข้นึ ภายใน และนอกหน่วยงาน และเป็นบุคคลที่ให้ความสาคญั ยกยอ่ ง หรือให้เกียรติ
แกผ่ รู้ ่วมงานอยา่ งดียิ่ง

3

กำรครองงำน

๑. ความรบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ท่ี เป็นผใู้ ฝ่ศกึ ษา คน้ ควา้ หาความรู้ท่จี าเป็นตอ้ งใช้ในการปฏิบตั งิ านอยเู่ สมอ
มีความต้งั ใจปฏิบตั งิ านให้ไดร้ บั ความสาเร็จ สนใจและเอาใจใส่งานทีร่ บั ผิดชอบโดยการกาหนดนโยบายการบริหาร
แบบมุ่งเนน้ ผลสมั ฤทธ์ิ สนบั สนุนช่วยเหลอื เพ่ือนร่วมงาน ปฏิบตั งิ านอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

๒. ความรู้ ความสามารถ และความพึงพอใจในการปฏบิ ตั งิ าน เป็นผมู้ คี วามรู้และความเขา้ ใจในหลกั เกณฑ์
วิธีการ ระเบียบ กฎ ขอ้ บงั คบั มติ กฎหมาย และนโยบายของหน่วยงานอยา่ งถ่องแท้ และมที กั ษะความสามารถ
ในการนาความรู้ทมี่ ีอยไู่ ปใชใ้ นการปฏบิ ตั งิ านไดเ้ ป็นอยา่ งดี สามารถแกป้ ัญหาดว้ ยปฏิภาณไหวพริบเป็นอยา่ งดี
รักและชอบงานท่ีทาอยา่ งเต็มใจ จริงใจและทุ่มเท

๓. ความคิดริเริ่มสร้างสรรคแ์ ละปรบั ปรุงงาน เป็นผมู้ ีความสามารถในการคดิ ริเริ่ม หาหลกั การ แนวทาง
วิธีการใหม่ ๆ มาใชใ้ นการปฏบิ ตั ิงาน ใหม้ ีประสิทธิภาพยงิ่ ข้ึน และสามารถทางานท่ียากหรืองานใหมใ่ ห้สาเร็จเป็นผลดี

๔. ความพากเพียรในการทางาน และมีผลงานเป็นที่หนา้ พอใจ เป็นผูม้ คี วามกระตอื รือร้น ตอ้ งการที่จะปฏิบตั งิ าน
ทไี่ ดร้ บั มอบหมายจนสาเร็จ ขยนั หมน่ั เพียร เสียสละ และอุทิศเวลาให้งานจนไดร้ บั การยกยอ่ งในความสาเร็จของงาน
อยเู่ ป็นประจา

๕. การคานึงถงึ ประโยชนข์ องส่วนรวม การปฏิบตั งิ านไดย้ ึดหลกั ผลประโยชนข์ องส่วนรวมเป็นสาคญั
และสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของส่วนรวม โดยคานึงถึงการใชว้ สั ดุอุปกรณส์ าธารณูปโภคไดอ้ ยา่ งประหยดั
และเหมาะสม ตลอดจนร่วมมอื ช่วยเหลอื และประสานงานระหว่างหน่วยงาน เพอื่ นร่วมงานอยา่ งท่มุ เทและจริงใจ

4

โรงเรียนอนุบำลชุมแพกำหนดตำแหน่งเพอ่ื ให้กำรบริหำรงำนเป็ นระบบ มีกำรกำกบั ตดิ ตำมงำนอย่ำงต่อเนอื่ ง
และกำหนดอำนำจหน้ำที่ไว้ ดงั นี้

ผ้รู ับใบอนุญำต มีหน้ำทีด่ ังต่อไปน้ี
๑. ใหผ้ รู้ ับใบอนุญาตเป็นผแู้ ทนนิตบิ คุ คลโรงเรียน ตามมาตรา ๒๔ และมาตรา ๑๕๙ แห่ง

พระราชบญั ญตั โิ รงเรียนเอกชน พ.ศ.๒๕๕๐ ในการทานิตกิ รรมกบั บคุ คลภายนอกหรือองคก์ ร สถาบนั หน่วยงาน
ต่าง ๆ ท้งั ทีเ่ ป็นส่วนราชการ หรือภาคเอกชนท้งั ภายในประเทศและต่างประเทศ และมอี านาจหนา้ ท่ี ดงั ตอ่ ไปน้ี

๒. ควบคุมดูแลรบั ผดิ ชอบการดาเนินกิจการของโรงเรียน ในการดารงและเลกิ ลม้ กิจการโรงเรียน
ใหเ้ ป็นไปตามทบี่ ญั ญตั ไิ วใ้ นกฎหมาย ระเบียบคาส่งั ประกาศ และนโยบายของทางราชการ

๓. แต่งต้งั หรือถอดถอน ผจู้ ดั การ ผอู้ านวยการ รองผอู้ านวยการหรือผชู้ ่วยผอู้ านวยการ
ตามมาตรา ๓๗ , ๓๘ และ ๔๐ แห่งพระราชบญั ญตั ิโรงเรียนเอกชน พ.ศ.๒๕๕๐

๔. ร่วมกบั ผจู้ ดั การ ในการพจิ ารณาให้ความเห็นชอบการแตง่ ต้งั และถอดถอนผอู้ านวยการ ครู
บุคลากรทางการศึกษา และเจา้ หนา้ ทข่ี องโรงเรียน ตามหลกั เกณฑเ์ งื่อนไข และวธิ ีการ ท่ีคณะกรรมการบริหารโรงเรียน
กาหนด

๕. ปฏิบตั หิ นา้ ท่อี นื่ ตามท่ีบญั ญตั ไิ วใ้ นกฎหมาย และทกี่ าหนดไวใ้ นตราสารจดั ต้งั โรงเรียน
ให้เป็นอานาจหนา้ ทข่ี องผรู้ บั ใบอนุญาต

5

ผู้จัดกำรโรงเรียน มหี น้ำทด่ี ังต่อไปน้ี

๑. ควบคุมดแู ลรับผดิ ชอบในการบริหารและดาเนินกิจการของโรงเรียน ใหเ้ ป็นไปตามวตั ถุประสงคแ์ ละ

ขอ้ กาหนดในตราสารจดั ต้งั โรงเรียน

๒. รับผดิ ชอบในการจดั วางระบบและจดั ทาบญั ชีของโรงเรียน ให้เป็นไปตามมาตรฐานบญั ชี

ตามกฎหมายว่าดว้ ยบญั ชี

๓. ร่วมกบั ผอู้ านวยการในการจดั ทาแผนพฒั นา แผนงานโครงการพฒั นา แผนปฏบิ ตั งิ าน งบประมาณ
การประกนั คุณภาพการศกึ ษา การประเมนิ ภายใน และการประเมนิ ผลการดาเนินงาน ท้งั ประจาปี และระยะยาว
ให้เป็นไปตามวตั ถปุ ระสงคข์ องโรงเรียน และตามกฎหมาย ระเบียบ นโยบายของส่วนราชการ เสนอคณะกรรมการ
บริหารโรงเรียน

๔. ส่งเสริมโดยความเห็นชอบของผอู้ านวยการ ให้บุคลากรในโรงเรียนศึกษาต่อระดบั ท่ีสูงข้ึน หรือ
เขา้ อบรมพฒั นาตนเองในดา้ นทเี่ ป็นประโยชนต์ อ่ การพฒั นา และการปฏบิ ตั ิงานของโรงเรียน

๕. ควบคุมกากบั ติดตามการพฒั นาปรับปรุงอาคารสถานท่ี ทรพั ยส์ ิน วสั ดุอุปกรณ์ สื่อ
การเรียนการสอนให้อย่ใู นสภาพสมบูรณ์ มคี วามปลอดภยั และเหมาะสมในการจดั การเรียนการสอน การปฏิบตั งิ าน
และพฒั นาผเู้ รียนของโรงเรียน

๖. ส่งเสริมการสร้างความสมั พนั ธท์ ด่ี ีในหมผู่ บู้ ริหาร ครูบุคลากรทางการศึกษา และเจา้ หนา้ ทข่ี อง
โรงเรียนทกุ ระดบั พร้อมท้งั สร้างระบบจงู ใจ เพ่ิมขวญั กาลงั ใจในการปฏบิ ตั งิ านให้เกิดประสิทธิผล

๗. เผยแพร่ผลงานตา่ ง ๆ ไปสู่สาธารณชนและชุมชนอยา่ งทวั่ ถึง
๘. ปฏบิ ตั ิหนา้ ท่อี ื่นตามทีบ่ ญั ญตั ิไวใ้ นกฎหมาย หรือกาหนดไวใ้ นตราสารจดั ต้งั โรงเรียน
ให้เป็นอานาจหนา้ ที่ หรือความรบั ผดิ ชอบของผจู้ ดั การโรงเรียน ท้งั น้ีเฉพาะในส่วนที่ไม่ขดั ตอ่ ขอ้ บญั ญตั ขิ อง
กฎหมายและขอ้ กาหนดในตราสารจดั ต้งั โรงเรียน
๙. ควบคมุ ปกครองและพิจารณาใหค้ วามดีความชอบผอู้ านวยการ

6

ผ้อู ำนวยกำรโรงเรียน มหี น้ำที่ดังต่อไปนี้

๑. มีอานาจในการลงนามแทนโรงเรียน ในเรื่องเกี่ยวกบั การบริหารกิจการทว่ั ไปของโรงเรียน
๒. ควบคุมปกครองและพิจารณาใหค้ วามดีความชอบรองผอู้ านวยการหรือผชู้ ่วยผอู้ านวยการ
ครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยใหเ้ ป็นไปตามระเบียบการพิจารณาข้นั เงนิ เดือนของโรงเรียน
๓. พิจารณากลนั่ กรองและใหค้ วามเห็นเกี่ยวกบั การแต่งต้งั ถอดถอน และผลทางการศกึ ษา
และเจา้ หนา้ ท่ีของโรงเรียน เสนอผรู้ บั ใบอนุญาต หรือคณะกรรมการบริหารโรงเรียน แลว้ แต่กรณี

๔. แตง่ ต้งั คณะทางาน เพื่อปฏิบตั งิ านอยา่ งหน่ึงอยา่ งใด เกี่ยวกบั การดาเนินกิจการของโรงเรียน
๕. สนบั สนุนกิจกรรมสร้างความสมั พนั ธช์ ุมชน องคก์ ร หน่วยงานราชการต่าง ๆ ในเร่ืองที่
ไม่ขดั ตอ่ กฎหมาย ศีลธรรม และความมนั่ คงปลอดภยั ในสงั คม และประเทศชาติ
๖. ดแู ลรับผิดชอบงานดา้ นวชิ าการของโรงเรียน
๗. ควบคมุ ปกครองครู บุคลากรทางการศึกษา และนกั เรียนของโรงเรียน
๘. แต่งต้งั ถอนถอน ครู บุคลากรทางการศกึ ษา และเจา้ หนา้ ทขี่ องโรงเรียน โดยความเห็นชอบ
จากผจู้ ดั การและผรู้ บั ใบอนุญาตตามลาดบั ตามหลกั เกณฑ์ เงอ่ื นไขและวธิ ีการทคี่ ณะกรรมการบริหารโรงเรียนกาหนด
๙. ประสานการดาเนินงานกบั รองผอู้ านวยการหรือผชู้ ่วยผอู้ านวยการ หัวหนา้ ฝ่ายในเรื่องหลกั สูตร
การจดั การเรียนการสอน การจดั กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน การวดั ผลและประเมนิ ผลการเรียน การประกนั คุณภาพการศึกษา
การปกครอง ดูแลและควบคุมผเู้ รียน และอ่ืน ๆ
๑๐. จดั การดา้ นการเรียนการสอน และการพฒั นาทางวิชาการ เพอ่ื ใหก้ ารจดั การเรียนการสอน เป็นไปตาม

กรอบของกฎหมาย ระเบียบ คาส่ัง ประกาศ และนโยบายของทางราชการ และเป็นไปตามทก่ี าหนดไว้ ในตราสารจดั ต้งั
โรงเรียน

๑๑. ส่งเสริมให้เกิดความสามคั คใี นหมคู่ รู บุคลากรทางการศกึ ษา เจา้ หนา้ ท่แี ละนกั เรียน

๑๒. ควบคมุ ดูแล และส่งเสริมจรรยาบรรณครู ให้ไดร้ บั การปฏบิ ตั ิอยา่ งจริงจงั ต่อเน่ือง และสม่าเสมอ

๑๓. ส่งเสริมสนบั สนุนให้เกิดการแลกเปล่ียนความรู้ประสบการณ์ ทกั ษะดา้ นตา่ ง ๆ ระหวา่ งครู บคุ ลากร

ทางการศึกษาของโรงเรียน กบั ครูสอนภาษาจีนและภาษาองั กฤษชาวต่างประเทศ หรือครูพิเศษ ท่เี ชิญมาจากภายนอก

อนั จะเป็นประโยชน์ตอ่ การพฒั นาตนเอง การพฒั นางานและการพฒั นาโรงเรียนโดยส่วนรวม

๑๔. ประสานงานดา้ นวชิ าการกบั องคก์ รสถาบนั การศกึ ษา และหน่วยงานอนื่ ๆ ท้งั หน่วยงาน ราชการ
และเอกชน เพอื่ ประโยชนใ์ นการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาและวิชาการของโรงเรียน

๑๕. ส่งเสริมและสนบั สนุนครู บุคลากรทางการศึกษาให้ไดร้ ับการพฒั นาทางวชิ าการดา้ นต่าง ๆ

โดยให้ครูมีโอกาสศกึ ษาตอ่ หรือไดเ้ ขา้ รบั การอบรม เขา้ ร่วมสมั มนา ดงู านทางวิชาการ ดา้ นต่าง ๆ อยา่ งต่อเน่ืองสม่าเสมอ

๑๖. กากบั ดูแลการติดตามประเมินผล แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา งานวชิ าการ การวดั ผล ประเมิน

ผลสัมฤทธ์ิของผเู้ รียนทุกระดบั

๑๗. เสนอคณะกรรมการบริหารโรงเรียน ในการแตง่ ต้งั คณะอนุกรรมการดา้ นต่าง ๆ ท่เี ก่ียวกบั
การบริหารงานวิชาการ

7

๑๘. เอาใจใส่ดูแลใหค้ าแนะนาแกค่ ณะครู บุคลากรทางการศกึ ษา ในการอบรมสงั่ สอนดา้ น
การปลกู ฝังศลี ธรรม คณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยมอนั พงึ ประสงค์ วฒั นธรรมและเอกลกั ษณไ์ ทย ระเบียบวนิ ัย
ความประพฤตขิ องนกั เรียน รวมท้งั ในหม่คู ณะครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้เป็นตน้ แบบท่ดี ีแก่นกั เรียน
อยา่ งจริงจงั และตอ่ เนื่อง

๑๙. ติดตามศกึ ษาหาความรู้เก่ียวกบั วชิ าการดา้ นต่าง ๆ อนั จะเป็นประโยชน์ตอ่ การ พฒั นาคุณภาพ
การศกึ ษา พฒั นาผเู้ รียนและครู บคุ ลากรทางการศกึ ษาของโรงเรียนอยา่ งตอ่ เน่ือง(๒๐) ปฏิบตั ิหนา้ ที่อ่นื ตามทบี่ ัญญตั ิ
ไวใ้ นกฎหมาย หรือกาหนดไวใ้ นตราสารจดั ต้งั โรงเรียน ใหเ้ ป็นอานาจหนา้ ที่ ความรับผิดชอบของผอู้ านวยการ

๒๐. ปฏบิ ตั ิหนา้ ท่อี ืน่ ตามทผ่ี รู้ บั ใบอนุญาตมอบหมาย
๒๑. ควบคมุ ดูแลครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา ให้มคี วามสัมพนั ธ์ท่ีดีต่อกนั

รองผ้อู ำนวยกำรหรือผ้ชู ่วยผ้อู ำนวยกำร มหี น้ำท่ีดังต่อไปน้ี

๑. ใหก้ ารส่งเสริม สนบั สนุน และช่วยผอู้ านวยการ ในการบริหารจดั การกิจการของโรงเรียน

ให้บรรลุผลตามวตั ถุประสงคข์ องโรงเรียน

๒. ปกครองและใหค้ าปรึกษากบั ครู และนกั เรียน ภายใตท้ ศิ ทาง นโยบาย เป้ าหมายและแนว
ปฏิบตั เิ ดียวกนั ภายใตก้ ารควบคมุ กากบั ตดิ ตามของผอู้ านวยการ

๓. กากบั ดูแล ตดิ ตาม ประเมนิ ผล การบริหารงานวชิ าการ ธุรการและการเงนิ บริหารงานบุคคล
บริหารงานทว่ั ไป และบริหารกิจการพิเศษ ตลอดจนการบริหารงานในองคก์ รที่จะเกิดข้ึนในภายภาคหนา้ ท่ไี ดร้ ับ
มอบหมายจากผอู้ านวยการโรงเรียน

๔. ปฏิบตั ิหนา้ ท่ีอ่ืน ตามทผ่ี อู้ านวยการโรงเรียนมอบหมายหวั หนา้ ฝ่าย ใหม้ อี านาจหนา้ ท่คี วามรับผดิ ชอบ
ตามที่ผอู้ านวยการโรงเรียนกาหนดขอบเขตภาระงาน ความรับผิดชอบไวเ้ ป็นกรณีไป

8

การอยรู่ ่วมกนั ในองคก์ รจะตอ้ งมรี ะเบยี บ กฎเกณฑ์ ทอี่ งคก์ รกาหนดไว้
เพอื่ เป็นกระบวนการ ที่มขี อบเขตกวา้ งขวางครอบคลุม โดยเริ่มตน้ จาก
การสร้างกฎเกณฑข์ อ้ บงั คบั ตา่ ง ๆ เพ่ือใหส้ มาชิกขององคก์ ร ยดึ ถือเป็น
แนวปฏบิ ตั ิ โรงเรียนอนุบาลชุมแพจึงกาหนดระเบยี บไว้ ดงั น้ี

๒. ระเบียบว่ำด้วยกำรแต่งกำย
๒.๑ การแต่งกายในวนั ราชการ
วนั จนั ทร์ ครูและพ่ีเลยี้ ง แตง่ กายชุดฟอร์ม (โรงเรียนกาหนด)
วนั องั คาร ชำย แต่งกายชุดสุภาพเส้ือเชิ้ตสีขาว (ผกู เนกไทหรือไม่ผกู กไ็ ด)้ สวมกางเกงสแล็กขายาว
หญงิ แต่งกายสุภาพทเ่ี หมาะสมกบั การเป็นครู
วนั พธุ ระดับปฐมวยั ครูพเี่ ล้ียงแตง่ กายชุดพละ
ระดบั ประถมศึกษำ แต่งกายเคร่ืองแบบ ลูกเสือ ประดบั เคร่ืองหมายตามตาแหน่ง
วนั พฤหัสบดี ชำย แตง่ กายชุดสุภาพท่ีเหมาะสมกบั การเป็นครู สวมกางเกงสแล็กขายาว
หญิง แต่งกายสุภาพทีเ่ หมาะสมกบั การเป็นครู
วนั ศกุ ร์ ครู และครูพ่ีเล้ียง แตง่ กายชุดสุภาพ (ผา้ ไทย) ทเ่ี หมาะสมกบั การเป็นครู
๒.๒ การแต่งกายในวนั ราชการ และวนั หยดุ ราชการที่เป็นพิธีการ ให้แต่งกายตามท่โี รงเรียนกาหนด
๒.๓ การแตง่ กายในวนั หยดุ ราชการ ในกรณีที่ตอ้ งมาปฏบิ ตั ิงาน ใหแ้ ต่งกายในชุดไปรเวตทีส่ ุภาพเรียบร้อย

ไมอ่ นุญาตใหใ้ ส่กางเกงขาส้ัน กระโปรงส้ัน และเส้ือไมม่ ีแขน

ตำรำงที่ ๑ ตำรำงแสดงกำรแต่งกำย

ประเภท ทรงผม เสื้อ กำงเกง/กระโปรง รองเท้ำ

ชุดฟอร์ม ชำย ส้ันสุภาพ โรงเรียนกาหนด สแล็กขายาวสีดา หรือสีสุภาพ หุ้มส้นสีดาหรือสีน้าตาลเขม้

ชุดฟอร์ม หญิง ไมท่ าสีผม โรงเรียนกาหนด สีสุภาพยาวต้งั แต่กลางเขา่ ลงไป หุ้มส้นหรือรัดสน้ สีสุภาพ

ชุดสุภำพ ชำย ส้ันสุภาพ เชิ้ตแขนยาวผกู เนกไท สแล็กขายาวสีดา หรือสีสุภาพ หุม้ ส้นสีดาหรือสีน้าตาลเขม้

ชุดสุภำพ หญงิ ไมท่ าสีผม ใชผ้ า้ ที่เหมาะสม สีสุภาพ ยาวต้งั แตก่ ลางเข่าลงไป หุ้มส้นหรือรดั สน้ สีสุภาพ

ชุดไปรเวต ชำย ส้ันสุภาพ หา้ มใส่เส้ือไม่มแี ขน ห้ามใส่กางเกงขาส้นั ไม่กาหนด

ชุดไปรเวต หญิง ไม่ทาสีผม หา้ มใส่เส้ือไม่มแี ขน ห้ามใส่กระโปรง/กางเกงส้นั ไมก่ าหนด

หมำยเหตุ ไมอ่ นุญาตให้ใส่ผา้ ยืด ผา้ ยนี ส์ หรือผา้ ท่ีไมเ่ หมาะสมในการปฏบิ ตั งิ านในวนั ราชการ

9

๓. ระเบียบว่ำด้วยกำรมำปฏบิ ตั ิงำน

๓.๑ ครูเวรรบั - ส่งนกั เรียน หนา้ ประตู

ช่วงเชา้ เวลา ๐๗.๐๐ น. – ๐๘.๓๐ น.

ช่วงกลางวนั เวลา ๑๒.๐๐ น. – ๑๒.๔๕ น.

ช่วงเยน็ - อนุบาล เวลา ๑๔.๓๐ น. – ๑๕.๔๕ น.

- ประถมศึกษา เวลา ๑๕.๓๐ น. – ๑๗.๐๐ น.

มหี น้ำที่ ๑. สารวจความถกู ตอ้ งในการแต่งกายของนกั เรียน ท้งั ช่วงเชา้ และช่วงเยน็ แนะนาหากพบวา่ แต่งกาย

ไมถ่ กู ตอ้ ง

๒. ให้ผปู้ กครองแสดงบตั รรบั นกั เรียนทกุ คร้งั หากไม่มีบตั ร จะตอ้ งใหผ้ ปู้ กครองตดิ ต่อที่ฝ่ ายปกครอง

๓. ไม่อนุญาตใหน้ กั เรียนกลบั กบั คนแปลกหนา้ โดยเดด็ ขาด

๓.๒ ครูเวรประจารถโรงเรียน

ช่วงเชา้ เวลา ๐๖.๓๐ น. – ๐๘.๓๐ น.

ช่วงเยน็ เวลา ๑๕.๓๐ น. เป็นไป

มีหน้ำท่ี ๑. สารวจนกั เรียนใหค้ รบตามจานวนกอ่ นออกจากโรงเรียน

๒. ส่งนกั เรียนใหถ้ งึ มอื ผปู้ กครองดว้ ยความปลอดภยั หากไม่มบี ุคคลใดรอรับนกั เรียนที่บา้ น

ไม่อนุญาตใหป้ ล่อยนกั เรียนไวต้ ามลาพงั นอกจากผปู้ กครองอนญุ าตไวก้ อ่ นแลว้

๓. สามารถให้ขอ้ มูลของโรงเรียนท่ีถูกตอ้ ง หากผปู้ กครองสอบถาม

หมายเหตุ ถา้ ครูเวรท้งั ขอ้ ๒.๑ และ ๒.๒ ไดร้ ับมอบหมายใหป้ ฏบิ ตั ิงานอน่ื จากทางโรงเรียนหรือมีภารกิจอน่ื ท่สี าคญั

อนั หลีกเลีย่ งไมไ่ ด้ ขอใหบ้ นั ทกึ การเปลย่ี นเวรเป็นลายลกั ษณอ์ กั ษร

ครูท่ไี ม่ไดป้ ฏบิ ตั หิ นา้ ที่เวรใด ๆ ใหเ้ ริ่มปฏบิ ตั ิงานต้งั แต่ เวลา ๐๗.๓๐ น. – ๑๖.๓๐ น. ถา้ ผใู้ ดมีภารกิจตอ้ งออกไป

ขา้ งนอกโรงเรียน ให้บนั ทกึ การออกทุกคร้ัง เพ่อื เป็นหลกั ฐานยืนยนั กบั ทางราชการเมื่อเกิดอุบตั เิ หตุ ซ่ึงจะส่งผลดีตอ่ ครู

ในเร่ืองการรับสิทธิต่าง ๆ

10

ครูทเี่ ข้ำทำงำนใหม่
โรงเรียนจะทดลองงาน ๓ เดือน ระหว่างการทดลองงาน จะไดร้ ับเงนิ ตามทโี่ รงเรียนกาหนด ซ่ึงสองฝ่าย

ไดต้ กลงกนั ก่อน และหากลากิจในระหว่างการทดลองงานจะถกู หักเงนิ เฉลย่ี ตามอตั ราเงนิ เดือนท่ไี ดร้ ับ ถา้ ผ่าน
การทดลองงานแลว้ จะตอ้ งบรรจเุ ป็นครูทีถ่ กู ตอ้ งตามระเบยี บทางราชการทุกประการ ซ่ึงครูจะไดร้ ับสิทธิและสวสั ดิการ
ต่าง ๆ จากโรงเรียนและรัฐ

๔. ระเบียบว่ำด้วยกำรลำ /มำสำย/ขำดงำน
๔.๑ การลาป่ วย ภายใน ๑ ปี การศึกษา มีสิทธิลาป่ วยไดไ้ ม่เกิน ๑๕ วนั โดยตอ้ งแจง้ ให้โรงเรียนทราบ

ภายในวนั ทล่ี า และส่งใบลาป่ วยเมือ่ กลบั มาทางาน พร้อมใบรบั รองแพทยท์ กุ คร้ัง
๔.๒ การลากิจ ภายใน ๑ ปี การศกึ ษา มีสิทธิลากิจไดไ้ ม่เกิน ๑๐ วนั หากเกินกาหนด จะถกู หกั เงิน

โดยคิดเฉล่ยี ตามอตั ราเงินเดือนรายวนั การลาทกุ คร้ังจะตอ้ งส่งใบลาล่วงหนา้ อยา่ งนอ้ ย ๒ วนั โดยแนบเอกสารที่
แสดงให้เห็นวา่ มคี วามจาเป็นต่อการลา และใหแ้ นบใบงานในคาบท่ีลา เพ่ือมอบใหผ้ ทู้ ่ีเขา้ ทาการสอนแทน ท้งั น้ีข้ึนอยกู่ บั
การพิจารณาของผบู้ ริหาร วา่ จะอนุญาตให้ลาไดห้ รือไม่ และไม่อนญุ าตใหล้ าวนั ศกุ ร์ตอ่ เน่ืองวนั จนั ทร์

๔.๓ การลาคลอด อนุญาตให้ลาคลอดได้ มกี าหนด ๓๐ วนั
๔.๔ การลาอุปสมบท ให้ลาอุปสมบทได้ มกี าหนด ๑๕ วนั เฉพาะในระหวา่ งปิ ดภาคเรียน
๔.๕ การมาสาย ๔ คร้ัง ถอื วา่ ลา ๑ คร้งั (เกินเวลา ๐๗.๔๕ น.)
๔.๖ การขาดงาน เกินกวา่ ๓ วนั โดยไมแ่ จง้ ให้โรงเรียนทราบ จะพิจารณาใหอ้ อกจากการเป็นครู
๔.๗ ครูท่ีไม่มีวนั ลากิจ ลาป่ วย สาย และขาด ตลอดปี การศึกษา จะไดร้ ับการพจิ ารณาข้นั สูงสุด
ในปี การศกึ ษาถดั ไป
๔.๘ การไปปฏิบตั หิ นา้ ท่ตี ามคาส่งั เช่น ประชุม สมั มนา ศึกษาดูงาน ไมถ่ อื เป็นวนั ลา และ
ทางโรงเรียนจะจ่ายเบ้ียเล้ยี งให้เฉพาะการไปปฏบิ ตั ิหนา้ ทน่ี อกเขตอาเภอชุมแพ ท่ตี รงกบั วนั เสาร์ – อาทติ ยเ์ ทา่ น้นั

11

๕. กำรพจิ ำรณำข้นั เงนิ เดอื น
๕.๑ มีคณะกรรมการร่วมกนั พิจารณาข้นั เงนิ เดือนโดยผทู้ ี่มสี ิทธิไดร้ ับการพจิ ารณา จะตอ้ งปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ี

ตลอดปี การศึกษา
๕.๒ ผทู้ ล่ี าคลอดและผทู้ ่ไี ปสอบบรรจหุ รือสอบเพอ่ื เขา้ ทางานท่อี ่นื ไมม่ ีสิทธิไดร้ ับการพิจารณา

เงนิ เดือนในข้นั สูงสุด
๕.๓ เกณฑพ์ ิจารณาข้นั เงนิ เดือน คิดเป็นคะแนนและข้นั ท้งั น้ีข้ึนอยกู่ บั การพิจารณาร่วมกนั ของผบู้ ริหาร

๖. กำรลงโทษนักเรียน
๖.๑ โทษใหใ้ ชก้ ารส่ังสอน บอกเหตุผลของการถูกทาโทษ
๖.๒ ไม่มีการเฆย่ี นตนี กั เรียนไมว่ ่ากรณีใด ๆ
๖.๓ ถา้ นกั เรียนมีความผิดบอ่ ยคร้งั ขอใหแ้ จง้ ฝ่ ายปกครองดาเนินตามข้นั ตอนและตอ้ งรายงาน

ให้ผบู้ ริหารทราบ

12

๗. สวสั ดิกำร
๗.๑ สวสั ดิการและเงินเดือนที่ไดร้ ับจากโรงเรียน
๗.๑.๑ ครูท่ีทางานครบหน่ึงปี หากมีบุตรจะไดร้ ับสิทธิในการเขา้ เรียน โดยไม่เสียค่าใชจ้ า่ ยนอกจาก

ค่าเครื่องใชแ้ รกเขา้ และค่าประกนั อบุ ตั ิเหตุหมู่
๗.๑.๒ ค่าประกนั อบุ ตั เิ หตุหมสู่ าหรบั บุคลากรครู
๗.๑๓ ไดร้ บั สิทธิในการเช่าห้องพกั ของโรงเรียน ในอตั ราทต่ี ่ากว่าบคุ คลทว่ั ไป
๗.๑.๔ ไดร้ ับเงินเดือนตามขอ้ ตกลงในวนั สมคั ร
๗.๑.๕ การไปทศั นศึกษาช่วงปิ ดภาคเรียน โรงเรียนเป็นผอู้ อกค่าใชจ้ ่ายให้ส่วนหน่ึงและไดร้ ับสมทบ

จากครูอีกส่วนหน่ึง
๗.๑.๖ ครูไดร้ ับอบรม สมั มนา ศกึ ษาดงู าน เพื่อเป็นการพฒั นาตนเอง โดยที่โรงเรียนจะเป็นผอู้ อก

ค่าลงทะเบยี นให้ แต่หากครูลาออกภายใน ๑ ปี จะถกู หกั เงินค่าอบรมจากเงนิ เดือน (ยกเวน้ การอบรมทางลกู เสือซ่ึงจะตอ้ ง
จา่ ยรวมกบั โรงเรียนในอตั ราส่วนทเ่ี ท่ากนั ) และโรงเรียนจา่ ยเบ้ยี เล้ยี งให้ หากการอบรม สัมมนา ศึกษาดูงานตรงกบั
วนั เสาร์ – อาทิตย์ และออกนอกเขตอาเภอชุมแพ

๗.๑.๗ ไดร้ ับผา้ เพอ่ื ตดั เป็นแบบฟอร์มของโรงเรียน หากอยไู่ มค่ รบ 1 ปี การศกึ ษาจะคิดเฉพาะคา่ ผา้ คืน
คนละ 500 บาท

๗.๑.๘ รับประทานอาหารกลางวนั ภายในโรงเรียน
๗.๑.๙ จดั พ้นื ทล่ี านจอดรถภายในโรงเรียน (ลานจอดรถประตู ๓) สาหรบั ผบู้ ริหารไดแ้ ก่ ผอู้ านวยการ
รองผอู้ านวยการ ผชู้ ่วยผอู้ านวยการ และหัวหนา้ ฝ่าย
๗.๒ สวสั ดิการทีไ่ ดร้ บั จากรฐั
๗.๒.๑ คา่ รักษาพยาบาลสาหรบั ครูท่ไี ดร้ ับการบรรจุ เบกิ ไดเ้ ฉพาะตนเอง ในวงเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท/ปี
ปฏิทนิ และตอ้ งสะสมเงนิ ตดิ ตอ่ กนั ครบ ๒ เดือน

- ผปู้ ่ วยนอก ใหน้ าใบเสร็จมาเบิก ภายใน ๑ ปี (เฉพาะโรงพยาบาลของรัฐ)
- ผปู้ ่ วยใน ใหใ้ ชห้ นงั สือรบั รองสิทธิ และเบิกไดเ้ ฉพาะโรงพยาบาลของรฐั เทา่ น้นั สาหรบั
โรงพยาบาลเอกชน จะเบิกไดเ้ ฉพาะกรณีอบุ ตั เิ หตุ ซ่ึงหากไมไ่ ดก้ ารรักษาทนั ที อาจเป็นอนั ตรายถึงแกช่ ีวิต
๗.๒.๒ คา่ การศกึ ษาบุตร เบกิ ไดต้ ามอตั ราที่กระทรวงการคลงั กาหนด ให้กบั บุตรลาดบั ท่ี ๑-๓ เม่ือเขา้
ศึกษาต้งั แต่ระดบั อนุบาล ๑ ระดบั ปริญญาตรี (ต้งั แต่ปี การศกึ ษา ๒๕๕๖) โดยเบิกเป็นรายภาคเรียน
ภายในวนั ท่ี ๓๐ กนั ยายน ของปี การศกึ ษาถดั ไป
๗.๒.๓ ค่าช่วยเหลอื บุตร ไดเ้ ฉพาะผทู้ ี่บรรจกุ ่อนเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๔ ใหก้ บั บุตรลาดบั ที่ ๑-๓
ต้งั แตแ่ รกเกิด จนถึงอายุ ๑๘ ปี บริบรูณ์ ในอตั รา ๕๐ บาท/เดือน/คน โดยให้เบิกจ่ายปี ละ ๑ คร้งั
๗.๒.๔ ไดร้ บั เงินทดแทนในอตั ราร้อยละ ๖๐ ของเงินเดือน เดือนสุดทา้ ยคณู ดว้ ย
๙๖ เดือน แต่ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท และคา่ ทาศพ ๓๐,๐๐๐ บาท
๗.๒.๕ เงนิ ทุนเล้ยี งชีพ (๑๒%) จะไดร้ บั เมอื่ ลาออกจากงาน แตต่ อ้ งทางานครบห้าปี ส่งเงนิ สะสมครบ
๖๐ งวด (บรรจุก่อน ๑๒ ม.ค.๒๕๕๑) หรือ ทางานครบ ๑๐ ปี ส่งเงินสะสมครบ ๑๒๐ งวด
(บรรจตุ ้งั แต่วนั ท่ี ๑๒ ม.ค.๒๕๕๑ เป็นตน้ ไป)

13

๘. บุคลิกภำพ กำรพดู จำ และมำรยำท
๘.๑ ควรระมดั ระวงั เส้ือผา้ กล่นิ ปาก กลิ่นตวั อ่ืน ๆ เช่น เล็บมือ เลบ็ เทา้
๘.๒ พูดจาดว้ ยวาจาทส่ี ุภาพ ออ่ นหวาน ท้งั กบั ผปู้ กครอง นกั เรียน เพอ่ื นร่วมงาน หรือผมู้ าตดิ ตอ่
๘.๓ ควรระมดั ระวงั เร่ือง การใชอ้ ารมณก์ บั ครูดว้ ยกนั หรือกบั นกั เรียน ไมท่ ะเลาะหรือถกเถียงกนั

ให้นกั เรียนเห็นโดยเด็ดขาด
๘.๔ เมื่อครูพบกนั ควรไหวเ้ ป็นการทกั ทายกนั และแสดงน้าใจตอ่ กนั ฉันทพ์ ี่นอ้ ง

๙. ข้อห้ำมทีบ่ คุ ลำกรทุกคนไม่ควรกระทำ
๙.๑ พฤตกิ รรมที่แสดงให้เห็นวา่ เป็นบคุ คลท่ีฝักใฝ่ในการเลน่ การพนนั ด่ืมเคร่ืองดื่มมนึ เมา อนั อาจ

กระทบตอ่ การใชช้ ีวติ ประจาวนั และการเรียนการสอน หากพบจะตอ้ งถกู ทาทณั ฑบ์ น ถา้ ยงั ไม่ดีข้นึ จะไดร้ บั โทษ
ท่สี ูงข้ึนจนถงึ การใหอ้ อก

๙.๒ การกอ่ หน้ีสินท่ที าใหโ้ รงเรียนเส่ือมเสียช่ือเสียง หากพบจะตอ้ งถูกทาทณั ฑบ์ น ถา้ ยงั ไม่ดีข้นึ
จะไดร้ บั โทษท่สี ูงข้ึน จนถึงการให้ออก

๙.๓ หา้ มครูนาอาหารมารบั ประทานในห้องเรียน บทลงโทษ ตกั เตือนและตอ้ งบนั ทึกการกระทาความผิด
เป็นลายลกั ษณอ์ กั ษร

๙.๔ ห้ามครูใชโ้ ทรศพั ทม์ ือถือในขณะปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ี และระหวา่ งการเรียนการสอน (ครูผสู้ อนระดบั ปฐมวยั
อนุญาตใหใ้ ชเ้ ฉพาะช่วงเวลารบั ประทานอาหารกลางวนั เท่าน้นั ) ซ่ึงจะมีบทลงโทษหากพบวา่ ครูละเลย ดงั น้ี

พบคร้งั ที่ ๑ หกั เงินเดือน ๑๐๐ บาท
พบคร้งั ที่ ๒ หักเงินเดือน ๒๐๐ บาท
พบคร้ังที่ ๓ หักเงนิ เดือน ๓๐๐ บาท
เหตกุ ารณท์ พ่ี บท้งั ๓ คร้งั จะถูกบนั ทกึ เป็นขอ้ มลู ในสมดุ บนั ทกึ บกพร่อง และหากเกิดข้นึ ในคร้ังที่ ๔
จะไม่ไดร้ ับการปรับเพ่มิ เงินเดือนในปี การถดั ไป
๙.๕ ไมย่ ืมเงนิ จากผปู้ กครอง/ไมร่ บั สินบนจากผปู้ กครองท้งั สิ้น
๙.๖ โรงเรียนจะไม่ยินยอมให้ครูกูท้ กุ กรณี จนกว่าภาระหน้ีเดิมจะผอ่ นคลายลง
๙.๗ ระเบยี บอืน่ ๆ ท่ีไมป่ รากฏ แต่ไดแ้ จง้ ให้ทราบในการประชุม ใหถ้ ือวา่ ครูจะตอ้ งปฏบิ ตั ิอยา่ งเคร่งครัด

14

๑๐. กำรสอนพเิ ศษ
๑๐.๑ การสอนพิเศษ ภายในโรงเรียน
๑๐.๑.๑ กรณีการสอนวิชาสามญั ซ่ึงมีผสู้ อน ๓ คน จะแบง่ รายรบั เป็น ๔ ส่วน โรงเรียนรับ ๑ ส่วน

ครูรับ ๓ ส่วน
๑๐.๑.๒ กรณีการสอนวิชาปฏบิ ตั ิ โรงเรียนไดร้ บั ๑ ส่วน ครูรบั ๒ ส่วน นอกจากวิชาทต่ี อ้ งใชร้ ะบบ

ไฟฟ้ า ซ่ึงจะไดร้ ับในอตั ราส่วนทีเ่ ท่ากนั
๑๐.๑.๓ กรณีการสอนระดบั ปฐมวยั โรงเรียนจะหักไวส้ ่วนหน่ึงเพอื่ เป็นค่าอาหารและคา่ สาธารณูปโภค
๑๐.๑.๔ หากการสอนพเิ ศษ มผี ลกระทบใหง้ านในหนา้ ทป่ี ระจาบกพร่อง จะพิจารณาใหง้ ดสอนทนั ที

๑๐.๒ การสอนพิเศษภายนอก ใหค้ านึงถงึ ประสิทธิภาพของการสอนและความปลอดภยั ของนกั เรียน
เป็ นสาคญั

ข้อตกลงอืน่ ๆ
๑. ครูจะยนิ ยอมให้เงินเป็นการประกนั ความเสียหาย อนั อาจเกิดข้นึ ในภายหนา้ และจะไดร้ บั คืน

เม่อื มคี วามประสงคจ์ ะลาออก โดยไม่ทาความเสียหายใหโ้ รงเรียนท้งั ดา้ นทรัพยส์ ิน การเรียนการสอนและอนื่ ๆ
ยกเวน้ การลาออกระหวา่ งปี การศึกษา

๒. โรงเรียนจะไม่ยนิ ยอมให้ครูกทู้ ุกกรณี จนกว่าภาระหน้ีเดิมจะผ่อนคลายลง
๓. การกระทาท่แี สดงถงึ การปฏิบตั ิที่ผดิ ระเบียบ โรงเรียนสามารถพิจารณาให้ออกโดยไมไ่ ดร้ ับเงนิ ประกนั
ความเสียหายคนื ทุกกรณี
๔. การกระทาทผ่ี ดิ จรรยาบรรณของความเป็นครู เช่น การลงโทษเด็กรุนแรง การประพฤตติ วั ส่อในทาง
ชสู้ าว ประพฤติอนาจาร การนาขอ้ สอบเพื่อใชท้ บทวนใหน้ กั เรียนหรือพฤติกรรมอน่ื ๆ ทฝ่ี ่ายบริหารพิจารณาร่วมกนั วา่
ไม่เหมาะสม โรงเรียนสามารถให้ออกโดยไม่ไดร้ บั เงนิ ประกนั คืน
๕. ครูไมค่ วรใชถ้ อ้ ยคาหยาบคายในสื่อสาธารณะทุกประเภท หากพบเห็นจะเชิญเพื่อตกั เตือนและช้ีแจงเหตุผล
๖. ระเบียบอ่ืน ๆ ทีไ่ ม่ปรากฏ แต่แจง้ ให้ทราบในการประชุม ใหถ้ อื ว่าครูจะตอ้ งปฏบิ ตั อิ ยา่ งเคร่งครดั

15

คณะผ้จู ัดทำ

ที่ปรึกษำ 1. นำงนรำลกั ษณ์ ดีบญุ มี ณ ชุมแพ ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียนอนุบำลชุมแพ

2. นำยนนั ทกร รตวิ รำรตั น์ รองผอู้ ำนวยกำรโรงเรียนอนุบำลชุมแพ

3. นำงจิณห์วรำ ประเสริฐสังข์ ผชู้ ่วยผอู้ ำนวยกำรโรงเรียนอนุบำลชุมแพ

คณะทำงำน 1. นำงสำวดำรำวรรณ ทองเทยี ม รองหวั หนำ้ ฝ่ำยบุคลำกร

2. นำงสำววรนั ธรณ์ พำสกลุ

3. นำงสำวศศิญำ วรรณชยั

4. นำงสำวลกั ษณ์นำรำ บวั ขนั

5. นำงสำวทิพยส์ ุดำ คนู ำวงษ์

6. นำงสำวกสุ ุมำ ขวญั เขียว

7. นำงสำวนครินทร์ ลูกภเู ขยี ว


Click to View FlipBook Version