การจัดการสารสนเทศ
นางสาว อนัตตา แสงศิรินาวิน
ผู้จัดทำ
การจัดการสารสนเทศ
จัดทำโดย
อนัตตา แสงศิรินาวิน
รหัสนักศึกษา รหัสนักศึกษา 6440305107
เสนอ
ผศ.ดร. บุษกร จันท์เทวนุมาส
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์นี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชามัลติมีเดียสำหรับงานสารสนเทศ
(210122)
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
สาขาวิชา สารสนเทศศาสตร์และบรรณารักษศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565
คำนำ
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งชองการฝึกปฏิบัติ
รายวิชา มัลติมีเดียสำหรับงานสารสนเทศ (218122) ด้วยสารสนเทศที่มีอยู่มากมาย
หลายประเภทในแหล่งสารสนเทศ ที่เป็นสถาบันแต่ละแห่งนั้น หากไม่มีการจัดการ
สารสนเทศอย่างเป็นระบบ อาจส่งผลต่อการเข้าถึงสารสนเทศที่ตรงตามความ
ต้องการของผู้ใช้ได้อย่างจำกัด ถึงแม้การจัดการสารสนเทศจะมีการพัฒนาระบบมา
อย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันที่มีการใช้เทคโนโลยีในการจัดระบบสารสนเทศ ดังนั้นจึง
ได้จัดทำรายงานเพื่อให้ผู้ที่กำลังศึกษาค้นคว้าได้ทราบถึงความสำคัญของการจัดการ
สารสนเทศและกระบวนการจัดการสารสนเทศ และนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์
อย่างสูงสุด
ผู้จัดทำคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้จะ
มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์และให้ความรู้ ต่อผู้ที่กำลังศึกษาหาข้อมูลอยู่ หากมี
ข้อผิดพลาดประการใดผู้จัดทำขออภัยมา ณ ที่นี้
นางสาว อนัตตา แสงศิรินาวิน
24 มีนาคม 2565
สารบัญ
ชื่อเรื่อง หน้า
คำนำ
สารบัญ ก
การจัดการสารสนเทศ ข
1
ความหมายของการจัดการสารสนเทศ 1
ขอบเขตของการจัดการสารสนเทศ 3
ความสำคัญของการจัดการสารสนเทศ 6
พัฒนาการของการจัดการสารสนเทศ 9
หลักการจัดการสารสนเทศ 10
กระบวนการจัดการสารสนเทศ 13
สรุป 17
บรรณานุกรม
1
การจัดการสารสนเทศ
สารสนเทศที่มีอยู่มากมายหลายประเภทในแหล่งสารสนเทศ ที่เป็นสถาบันแต่ละ
แห่งนั้น หากไม่มีการจัดการสารสนเทศอย่างเป็นระบบ อาจส่งผลต่อการเข้าถึงสารสนเทศที่
ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ได้จำกัด ถึงแม้การจัดการสารสนเทศจะมีการพัฒนาระบบมา
อย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันที่มีการใช้เทคโนโลยีในการจัดระบบสารสนเทศ แต่เนื่องจาก
สารสนเทศมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆดังนั้นเพื่อการใช้และเข้าถึงสารสนเทศได้ง่ายขึ้น
เหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้ ผู้ปฏิบัติงานด้านการจัดการสารสนเทศควรทราบถึงหลัก
การและกระบวนการจัดการสารสนเทศ ซึ่งมีความสำคัญในด้านต่าง ๆ ทั้งต่อบุคคลและ
องค์การ
ความหมายของการจัดการสารสนเทศ
การจัดการสารสนเทศ (Information management) มาจากคำสอง
คำรวมกันคือ คำว่า สารสนเทศ (Information) ที่ได้กล่าวถึงไว้แล้วในบทที่ 1
รวมกับคำว่า การจัดการ ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า “Management” ซึ่งตาม
พจนานุกรมของราชบัณฑิตให้ความหมายของคำว่า “จัดการ”หมายถึง สั่งงาน
ควบคุมงาน ดำเนินงาน (ราชบัณฑิตยสถาน. 2556 : 310) ดังนั้นเมื่อนำทั้งสอง
คำนี้มารวมกัน จึงมีความหมายที่นักวิชาการหลายท่านได้กล่าวไว้ ดังนี้
ดิชิตชัย เมตตาริกานนท์ (2551 : 6) กล่าวว่า การจัดการสารสนเทศ เป็นกระ
บวนการที่จะให้สารสนเทศไปสู่มือผู้ใช้ อาศัยกระบวนการสื่อสาร ทำหน้าที่ในการ
คัดเลือก จัดระบบ จัดเก็บ และเผยแพร่
2
มาลี ล้ำสกุล (2553 : 1 - 22) กล่าวว่า การจัดการสารสนเทศ (Information
management) หมายถึง การดำเนินงานกับสารสนเทศทั้งภายในและภายนอกองค์การ
เพื่อสนับสนุนภารกิจขององค์การในด้านต่าง ๆ โดยใช้หลักการจัดการโดยเฉพาะ
เทคโนโลยีสารสนเทศดำเนินการตามกระบวนการ การรวบรวมสารสนเทศ การจัดหมวด
หมู่สารสนเทศ การประมวลผลบำรุง รักษา โดยคำนึงถึงปัจจัยสำคัญ 4 ด้าน คือ
เทคโนโลยี คน กระบวนการ และการบริหารจัดการ
สมพร พุทธาพิทักษ์ผล (2556 : 1 – 10) กล่าวไว้ว่า การจัดการสารสนเทศ เป็นการ
ผลิต จัดเก็บ ประมวลผล ค้นหาและเผยแพร่สารสนเทศโดยให้มีระบบสารสนเทศ รวมทั้ง
การจัดการกระแสของสารสนเทศ (Information flow) ทั้งภายในและภายนอกองค์การ
โดยมีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการ
จัดการ รวมทั้งมีนโยบายหรือกลยุทธ์ระดับองค์การในการจัดการสารสนเทศ
McGraw-Hill (Online. 2003) กล่าวว่า การจัดการสารสนเทศ (Information
management) หมายถึง ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องความหมาย ประโยชน์ คุณค่า และการกระ
จายของข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลโดยองค์กร หรือมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วย
ในการจัดการข้อมูล
สรุปได้ว่า การจัดการสารสนเทศ หมายถึง กระบวนการที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัด
ระบบ สารสนเทศ ตั้งแต่การผลิต จัดเก็บ ประมวลผล ค้นหา การเผยแพร่และการกระ
จายของสารสนเทศ ทั้งภายในและภายนอกองค์การ รวมทั้งมีนโยบาย หรือกลยุทธ์ระดับ
องค์การในการจัดการสารสนเทศ
3
ขอบเขตของการจัดการสารสนเทศ
การจัดการสารสนเทศ เป็นคำกว้าง ๆ ที่ครอบคลุมระบบและกระบวนการทั้งหมด
ในองค์การที่ใช้ในการสร้างและใช้งานสารสนเทศในองค์การ แต่การจัดการสารสนเทศนั้น
ไม่ได้เน้นแค่เพียงเรื่องของเทคโนโลยีเท่านั้น ที่สำคัญไม่แพ้กันคือกระบวนการทางธุรกิจ
และการปฏิบัติที่จะวางรากฐานการสร้างและการใช้งานสารสนเทศ รวมทั้งยังเกี่ยวข้องตัว
สารสนเทศเองด้วย ไม่ว่าจะเป็นการจัดหา การจัดโครงสร้าง การควบคุม การเผยแพร่และ
การใช้สารสนเทศดำเนินงานตามขั้นตอนหรือกระบวนการที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ
สารสนเทศที่นำมาจัดการในที่นี้หมายถึง สารสนเทศทุกประเภททั้งจากแหล่งกำเนิดภายใน
และจากภายนอกองค์การ จากแหล่งผลิตเพื่อการเผยแพร่ทั้งจากภาครัฐและเอกชน รวมทั้ง
แหล่งสารสนเทศในลักษณะข้อมูล ระเบียนข้อมูล และแฟ้มข้อมูล ฐานข้อมูล และ
ทรัพยากรสารสนเทศรูปแบบต่าง ๆ ทั้งสิ่งพิมพ์ในรูปกระดาษ และสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์ที่
ผลิตขึ้นเพื่อประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง ดังที่ รุจเรขา วิทยาวุฑฒิกุล (ออนไลน์. 2553) กล่าวว่า
การจัดการสารสนเทศเป็นการจัดเข้าระบบ เพิ่มคุณค่า คุณภาพ โดยการใช้เมทาดาทาที่ถูก
ต้อง จัดทำฐานข้อมูลและจัดทำเหมืองข้อมูล (Data mining) โดยดึงข้อมูลแต่ละกลุ่มที่
กำหนดไว้ในแผนที่สารสนเทศ (Information map) ขึ้นมาใช้เมื่อต้องการ กำหนด
วัตถุประสงค์ของการใช้สารสนเทศ การเข้าถึงสารสนเทศ กำหนดสิทธิในการเข้าถึง การจัด
เก็บและรักษาความปลอดภัยของสารสนเทศ การกำจัดสารสนเทศที่ไม่ใช้แล้วหรือไม่มี
ประโยชน์ การจัดการระเบียนเอกสารสำคัญต่าง ๆ เช่น เอกสารทางกฎหมาย การเงิน การ
ค้า งานวิจัย ทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อประโยชน์ในการใช้และความปลอดภัยของ
สารสนเทศ
4
Robertson (Online. 2006) ได้กล่าวถึงขอบเขตของการจัดการสารสนเทศว่า
เป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศ ได้แก่ ระบบการจัดการสารสนเทศ
(Information Management Systems) อาจแยกย่อยตามประเภทและกิจกรรมของ
สารสนเทศ นำมาพัฒนาเป็นระบบต่าง ๆ ได้แก่ ระบบการจัด การเนื้อหา (Content
Management System : CMS) ระบบการจัดการเนื้อหาขององค์การ (Enterprise
Content Management System : ECMS) ระบบการจัดการเอกสาร (Document
Management System : DMS)
ระบบการจัดการระเบียน (Records Management System : RMS) ระบบ
การจัดการทรัพยากรในรูปดิจิทัล (DAM) ระบบการจัดการตราสินค้า (Brand
Management System) ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารงานห้องสมุด (Library
Management System : LMS) ระบบการถ่ายภาพดิจิตอล (Digital Imaging
System) ระบบการจัดการการเรียนรู้ (Learning Management System : LMS)
เนื้อหาบทเรียนสำหรับระบบการเรียนรู้ออนไลน์ (Learning content management
system : LCMS) และระบบการจัดการสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (Geographic
Information System : GIS)
นอกจากการจัดการสารสนเทศจะเกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศที่กล่าวมาข้างต้น
แล้วยังเป็นศาสตร์ที่เป็นลักษณะของสหสาขาวิชา ทั้งวิชาระบบสารสนเทศ
(Information Systems) คอมพิวเตอร์ (Computer Sciences) บรรณารักษศาสตร์
และสารสนเทศศาสตร์ (Library and Information Sciences) การจัดการ
(Management Sciences) และการวิเคราะห์สาระ (Content Management) รวม
เป็นระบบการจัดการสารสนเทศ ซึ่งมีหน้าที่ในการพัฒนา วิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ
การจัดเก็บ กำหนดกลยุทธ์ในการค้นคืน และการเผยแพร่สารสนเทศ ดังภาพที่ 7.1
(ชัชวาลย์ วงษ์ประเสริฐ. 2549 : 161 - 162) เพื่อจัดเข้าระบบ เพิ่มคุณค่า เพื่อความ
สะดวกในการใช้และความปลอดภัยของสารสนเทศ การพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ
5
ภาพที่ 7.1 หน้าที่ของระบบสารสนเทศ
ที่มา : ชัชวาลย์ วงษ์ประเสริฐ. 2549 : 161.
ดังนั้นขอบเขตของการจัดการสารสนเทศจะเกี่ยวข้องกับบริบทขององค์การและมูลค่าเพิ่ม
ซึ่งสารสนเทศจะเป็นตัวกลางของผู้ใช้ที่เข้าถึงสารสนเทศ ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็น
ทางการทั้งภายในและภายนอกองค์การ
6
ความสำคัญของการจัดการสารสนเทศ
จากความหมายและขอบเขตของการจัดการสารสนเทศ สะท้อนให้เห็นถึง
ความจำเป็นในการใช้สารสนเทศที่เกิดขึ้นมากมายในยุคสังคมสารสนเทศ ทั้ง
สารสนเทศที่มีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวันและที่เกินความจำเป็น ดังนั้นการจัดการ
สารสนเทศจะเป็นกระบวนการที่จะช่วยให้สารสนเทศเป็นหมวดหมู่และมีระบบต่าง ๆ
เพื่อการใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสมกับความต้องการ ซึ่งมีความสำคัญทั้งต่อบุคคล
ในด้านการดำรงชีวิตประจำวัน การศึกษา และการทำงาน และมีความสำคัญต่อ
องค์การในด้านการบริหารจัดการ การดำเนินงาน และกฎหมาย ซึ่งสรุปได้ ดังนี้
(ชัชวาลย์ วงษ์ประเสริฐ. 2549 : 164 - 166 ; มาลี ล้ำสกุล. 2553 : (1 – 22) -
(1 – 23))
1. ความสำคัญของการจัดการสารสนเทศต่อบุคคล
1.1. ด้านการดำรงชีวิตประจำวัน
บุคคลย่อมต้องการสารสนเทศหลายด้านเพื่อใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น มี
ความก้าวหน้าและมีความสุข เช่น ต้องการสารสนเทศเพื่อการดูแลรักษาสุขภาพ
เพื่อการท่องเที่ยว เพื่อการใช้จ่ายซื้อสินค้า ตลอดจนการเลี้ยงดูคนในครอบครัวให้
เป็นบุคคลที่มีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถที่ทำคุณประโยชน์แก่สังคม จึง
จำเป็นต้องคัดกรองสารสนเทศที่มีอยู่มากมายจากหลายแหล่งเพื่อจัดเก็บ จัดทำ
ระบบ และเรียกใช้ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
7
1.2 ด้านการศึกษา
การจัดการสารสนเทศด้านระบบการศึกษา จะช่วยให้บุคคลสามารถเลือกระบบ
การศึกษา การเรียนรู้ ได้อย่างสะดวกและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล สามารถเรียนรู้และ
ศึกษาได้ตลอดเวลาตามอัธยาศัย โดยไม่จำเป็นต้องสอบเข้าศึกษาตามสถาบันการศึกษา
ที่จัดระบบที่มีชั้นเรียนเสมอไป หากมีการจัดระบบสารสนเทศด้านการศึกษาไว้ จะเป็น
เครื่องมือที่ช่วยให้บุคคลสามารถเลือกศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการศึกษา
ติดต่อกับสถาบันการศึกษาในระบบเปิดหรือเรียนทางระบบออนไลน์ และเลือกเรียนได้
ทุกระดับการศึกษา ทุกวัย นับเป็นปรัชญาการศึกษาตลอดชีวิต
1.3 ด้านการทำงานประกอบอาชีพต่าง ๆ
บุคคลจำเป็นต้องใช้สารสนเทศทั้งที่เกี่ยวข้อง
กับองค์การ ภาระหน้าที่ ประกอบการทำงานทั้งระดับบริหารและระดับปฏิบัติการ การจัดเก็บ
สารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบตามภารกิจส่วนตน ช่วยสนับสนุนให้สามารถทำงาน
ให้ประสบความสำเร็จได้ทันการณ์
2. ความสำคัญของการจัดการสารสนเทศต่อองค์การ
2.1 ด้านการบริหารจัดการ
ในสังคมการแข่งขันยุคโลกาภิวัตน์เป็นการบริหารภายใต้สภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็ว และมีการแข่งขันกันทางธุรกิจสูง ผู้บริหารต้องอาศัยสารสนเทศที่เกี่ยวข้องทั้งกับสภาพ
แวดล้อมภายในและภายนอกองค์การ เพื่อวิเคราะห์ปัญหา ทางเลือกในการแก้ปัญหา การตัดสินใจ
การกำหนดทิศทางขององค์การ ให้สามารถแข่งขันกับองค์การคู่แข่งต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องได้รับ
สารสนเทศ ที่เหมาะสม ถูกต้อง ครบถ้วน ทันการณ์ และทันสมัย เพื่อใช้ประกอบภารกิจตามหน้าที่
ตามระดับการบริหาร การจัดการสารสนเทศจึงนับว่ามีความสำคัญซึ่งจะช่วยเพิ่มผลิตภาพ
(Productivity) ขององค์การ เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการแลกเปลี่ยน ถ่ายโอน และสืบค้น
สารสนเทศ (Transaction cost)
2.1 ด้านการบริหารจัดการ 8
เพราะได้ประมวลผลและจัดเก็บสารสนเทศไว้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแล้ว ทำให้บุคลากรใน
องค์การสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ ส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน ในการจัดการ
สารสนเทศจึงมีจำเป็นที่ต้องมีการออกแบบระบบการจัดการสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ การ
เลือกใช้เครื่องมือ เทคโนโลยี รวมทั้งกำหนดนโยบาย กระบวนการและกฎระเบียบ เพื่อ
จัดการสารสนเทศให้เหมาะกับสภาพการนำสารสนเทศไปใช้ในการบริหารงานในทุกระดับ ให้
สามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด
2.2 ด้านการดำเนินงานสารสนเทศ
เป็นสารสนเทศที่หน่วยงานผลิตและใช้ประกอบการดำเนินงานตามภารกิจ
ตามข้อกำหนด ระเบียบ และแนวปฏิบัติในองค์การ สารสนเทศเหล่านี้ต้องมีการรวบรวม ประมวล
และจัดหมวดหมู่อย่างเป็นระบบเพื่อให้มีความเป็นปัจจุบัน ถูกต้อง ครบถ้วนและเหมาะสมกับงานนั้น
และในการจัดการสารสนเทศที่แม้สิ้นสุดกระบวนการปฏิบัติงานแล้ว โดยเฉพาะสารสนเทศที่มีคุณค่า
ยังต้องมีการจัดเก็บเป็นจดหมายเหตุเพื่อการใช้ประโยชน์ จึงนับว่ามีความสำคัญต่อการดำเนินงาน
ในหลายลักษณะ เป็นทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการดำเนินงาน และหลักฐานที่
บันทึกการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ ตามที่หน่วยงานดำเนินการ การจัดการสารสนเทศช่วยให้การใช้
สารสนเทศเพื่อรองรับการปฏิบัติงานตามกระแสงานหรือขั้นตอน สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและ
ความคล่องตัวในการดำเนินงาน เอื้อให้เข้าถึงและใช้สารสนเทศได้อย่างสะดวก การเป็นหลักฐานที่
บันทึกการดำเนินงาน เช่น ด้านการประกันคุณภาพการศึกษา การเสนอโครงการสัญญาลงนามข้อ
ตกลงความร่วมมือระหว่างองค์การ รายงานการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี ซึ่งจะช่วยพัฒนาขีด
ความสามารถในการดำเนินการ (Competency) ขององค์การมากยิ่งขึ้นได้
2.3 ด้านกฎหมาย
การจัดการสารสนเทศเพื่อการดำเนินงาน จำเป็นต้องสอดคล้องกับกฎหมาย
กฎระเบียบและข้อบังคับทั้งในระดับภายในและภายนอกองค์การ โดยเฉพาะสารสนเทศที่
เกี่ยวข้องกับการเงินและบัญชีที่ต้องรวบรวมจัดเก็บอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ รวมทั้งมีการตรวจ
สอบความถูกต้องทั้งจากหน่วยงานภายในองค์การ หรือจากหน่วยงานภายนอกตามกฎหมาย
เช่น ผู้ตรวจสอบบัญชีตามกฎหมายของหน่วยงานราชการ เช่น กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต
และหน่วยงานเอกชน เพื่อเป็นการแสดงสถานะทางการเงินขององค์การอย่างถูกต้อง และเป็น
ไปตามกฎหมายและข้อบังคับต่าง ๆ อย่างครบถ้วน ทั้งนี้เนื่องจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
หรือระเบียบข้อบังคับต้องมีบทลงโทษ
9
พั ฒนาการของการจัดการสารสนเทศ
การจัดการสารสนเทศก็เป็นสิ่งที่มนุษย์ได้กระทำมาเป็นระยะเวลายาวนาน นับแต่รู้จักคิดค้นการ
ขีดเขียน บันทึกข้อมูล ดังนั้นหากพิจารณาตามกระบวนการจะพบว่า ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีวิธีการ
จัดการกับสารสนเทศที่มีมาอย่างต่อเนื่องอย่างไร ซึ่ง มาลี ล้ำสกุล (2553 : (1 – 25) - (1 – 27)) กล่าว
ว่า การจัดการสารสนเทศโดยทั่วไป แบ่งอย่างกว้าง ๆ ได้เป็น 2 ยุค ได้แก่ การจัดการสารสนเทศด้วย
ระบบมือ และการจัดการสารสนเทศโดยใช้คอมพิวเตอร์ สรุปได้ดังนี้
1. การจัดการสารสนเทศด้วยระบบมือ
การจัดการสารสนเทศในระยะแรก สื่ออยู่ในรูปของสื่อสิ่งพิมพ์ ใช้ระบบมือหรือ
กำลังคนเป็นหลักโดยรวบรวมรายชื่อหนังสือที่มีการผลิตและเผยแพร่ และใช้เทคนิคใน
การจัดเก็บเอกสาร ซึ่งระยะ แรกมีพัฒนาการที่มุ่งเน้นการจัดการสารสนเทศในรูป
กระดาษ โดยมีจัดเก็บเอกสารตามการรับเข้า และส่งออกตามลำดับเวลา มีการจัดทำ
ทะเบียนเอกสารรับเข้า - ส่งออกในสมุดรับ – ส่ง และจัดทำบัญชีรายการเอกสารด้วย
ลายมือเป็นรูปเล่ม ต่อมาพัฒนาเป็นจัดเก็บเอกสารโต้ตอบเฉพาะเรื่องไว้ในแฟ้มเรื่อง
เดียวกันในตู้เก็บเอกสาร นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเป็นระบบทศนิยมดิวอี้ (DDC) ในการ
จัดหมวดหมู่หนังสือ และระบบการจัดการเอกสารสำนักงาน ซึ่งเป็นระบบงานสารบรรณ
เอกสาร ในการจัดเก็บโดยจัดเรียงตามลำดับอักษรชื่อหน่วยงาน ชื่อบุคคล ตามเนื้อหา
ตัวเลข ตัวอักษรผสมตัวเลข ลำดับเวลา และตามรหัส และมีการทำดรรชนี กำหนดรหัสสี
และมีการทำเครื่องมือช่วยค้น เช่น การทำบัตรโยงในตู้เก็บเอกสาร เพื่อความสะดวกใน
การค้นหา และมีระบบในการใช้งานมีการทำบัญชีรายการสำหรับค้นเอกสารสารบรรณ
ที่ต่อมาใช้เครื่องพิมพ์ดีดแทนการเขียนที่ช่วยให้เกิดความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
10
2. การจัดการสารสนเทศโดยใช้คอมพิวเตอร์
จากอดีตที่สารสนเทศมีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1946 จึงมี
การคิดค้นและพัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ มาช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
คอมพิวเตอร์ถูกนำมาใช้ในการสื่อสารข้อมูลและงานฐานข้อมูล เพื่อลดภาระงานประจำที่ต้อง
ใช้กระดาษในการบันทึก จะเห็นได้ว่าคอมพิวเตอร์ถูกพัฒนาเพื่อนำมาใช้งานตามสมรรถนะที่
เพิ่มขึ้น ในระยะต่อมาเป็นการนำมาใช้พัฒนาเป็นระบบสารสนเทศในงานเฉพาะทางต่าง ๆ
เช่น ระบบห้องสมุด มีการใช้คอมพิวเตอร์ในการทำบัตรรายการเป็นเครื่องมือช่วยค้น
ทรัพยากรสารสนเทศทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อโสตทัศน์ประเภทต่าง ๆ ระบบงานเอกสาร
สำนักงานปรับปรุงระบบการทำงานให้เป็นอัตโนมัติมากขึ้นในช่วง ค.ศ.1970 จึงนำมาจัดเก็บ
ข้อมูลซึ่งเป็นข้อมูลจากกระดาษ ถูกจัดเก็บในลักษณะแฟ้มข้อมูล ต่อมาได้เริ่มพัฒนาระบบ
จัดการฐานข้อมูล ที่เอื้อต่อการจัดการสารสนเทศได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และลดความซ้ำ
ซ้อนขึ้นพัฒนาการของคอมพิวเตอร์ ในระยะหลังเป็นไปอย่างรวดเร็ว และเพิ่มสมรรถนะขึ้น
อย่างมากมายตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นับตั้งแต่ ค.ศ. 1990 เป็นต้นมา การใช้
คอมพิวเตอร์ในระยะหลังนี้ได้การพัฒนาระบบ เครือข่ายโดยใช้เทคโนโลยีการสื่อสารเชื่อมโยง
ระบบฐานข้อมูล และการใช้อินเทอร์เน็ต ทำให้การจัดการระบบฐานข้อมูลผ่านระบบออนไลน์
อย่างกว้างขวาง ขยายการทำงาน การบริการ การค้า ธุรกิจ การคมนาคม การแพทย์ กระทำ
ได้อย่างกว้างขวางในลักษณะเครือข่ายความร่วมมือใช้สารสนเทศร่วมกัน สื่อสารสารสนเทศ
ทั้งตัวอักษร ภาพ เสียงเพื่อการดำเนินงานระหว่างองค์การของทั้งหน่วยงานภาครัฐ
และเอกชน
หลักการจัดการสารสนเทศ
ในการจัดการสารสนเทศ ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยสำคัญ 4 ด้าน คือ
เทคโนโลยี คน กระบวนการ และการบริหารจัดการ ดังนี้
(สมพร พุทธาพิทักษ์ผล. 2556 : (1 – 15) – (1 – 19))
11
1. ปัจจัยด้านเทคโนโลยี
มุ่งเน้นเทคโนโลยีสารสนเทศหรือเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นการ
จัดการด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์เพื่อการประยุกต์ในงานต่าง ๆ และด้าน
โครงสร้างพื้นฐานทางสารสนเทศ เพื่อเชื่อมโยงผู้ปฏิบัติงานในระดับต่าง ๆ ให้สามารถติดต่อ
สื่อสาร และเข้าถึงสารสนเทศทั้งภายในและภายนอกองค์การได้ การจัดการเทคโนโลยีต้อง
สัมพันธ์กับการจัดการสารสนเทศ เป็นการจัดการระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายสนับสนุน
การปฏิบัติงานของบุคลากรเพื่อการควบคุมและเพิ่มผลผลิต สนับสนุนการบริหารจัดการของ
ผู้บริหารระดับต่าง ๆ ช่วยให้ผู้บริหารทุกระดับใช้และเข้าถึงสารสนเทศที่มีคุณภาพและตรงกับ
ความต้องการ ทั้งจากภายในและภายนอกองค์การเพื่อการวางแผน ตัดสินใจ ติดตาม และ
ประเมินผล นอกจากนี้การจัดการเทคโนโลยียังนำมาใช้ในการสนับสนุนการดำเนินงานตาม
กระบวนการทางธุรกิจ รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ทำให้เกิดนวัตกรรมด้าน
ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ที่เกิดประโยชน์แก่องค์การ
2 . ปัจจัยด้านคน
คนถือเป็นปัจจัยสำคัญในการจัดการสารสนเทศ ครอบคลุมทั้งผู้บริหารทุกระดับและ
ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารสนเทศ ที่มุ่งหวังจะได้สารสนเทศที่มีคุณภาพ ถูกต้อง เชื่อ
ถือได้ และทันการณ์มาใช้ในการปฏิบัติงาน ซึ่งการนำสารสนเทศไปใช้อาจมีความต้องการและ
วัตถุประสงค์ในการใช้แตกต่างกัน ดังนั้นการจัดการสารสนเทศ จึงควรให้ความสนใจกับ
พฤติกรรมการใช้สารสนเทศในการปฏิบัติงาน สร้างวัฒนธรรมหรือค่านิยมในการใช้สารสนเทศ
ของผู้ปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม หน่วยงาน และระบบงานเป็น
สำคัญ โดยการยึดหลักคุณธรรม ให้มีการควบคุมการเผยแพร่สารสนเทศไปยังผู้เกี่ยวข้องอันจะ
ส่งผลต่อการดำเนินงานและภารกิจโดยรวม มีการแบ่งปันสารสนเทศเพื่อประโยชน์ในการ
ดำเนินงานขององค์การ เน้นการดำเนินงานในเชิงรุกด้วยการใช้สารสนเทศเพื่อประโยชน์ในการ
วางแผน การปรับเปลี่ยนนโยบาย และร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาการใช้สารสนเทศอย่าง
สร้างสรรค์ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนได้สารสนเทศที่มีคุณภาพ ถูกต้อง เชื่อถือได้และทันการณ์
มาใช้ประกอบการปฏิบัติงาน
12
3. ปัจจัยด้านกระบวนการ
เป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานทางการจัดการสารสนเทศ (Information
management infrastructure หรือ Infostructure) ที่เน้นมาตรฐาน แนวปฏิบัติ วิธีการที่ใช้ใน
การจัดการสารสนเทศ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการเชื่อมโยงผู้ปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสารสนเทศ
ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างสะดวก รวมทั้งต้องมีการบำรุงรักษาด้วย ดังนั้นโครงสร้างพื้นฐาน
ทางการจัดการสารสนเทศ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการวางระบบการจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
ที่ดี ซึ่งจะเอื้อให้ผู้ปฏิบัติงานในองค์การสามารถใช้และเข้าถึงสารสนเทศ จากระบบเอกสาร
อิเล็กทรอนิกส์ด้วยคอมพิวเตอร์ในองค์การของตนได้
4. ปัจจัยด้านการบริหารจัดการ
เป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งของการจัดการสารสนเทศที่ดีและมีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะการจัดการในระดับกลยุทธ์ ซึ่งจำเป็นต้องเข้าใจถึงภารกิจและวัตถุประสงค์ของ
หน่วยงาน จึงจะสามารถพัฒนาระบบให้สอดคล้องและสนับสนุนภารกิจนั้นได้ โดยต้องได้รับ
การสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูงอย่างจริงจัง ซึ่งจะช่วยให้สามารถกำหนดทิศทางนโยบายที่
ชัดเจน รวมทั้งการได้รับทรัพยากรสนับสนุนในการดำเนินงาน
จะเห็นได้ว่าหลักในการจัดการสารสนเทศให้มีประสิทธิภาพ ต้องอาศัยปัจจัยทั้ง 4 ด้าน คือ
เทคโนโลยี คน กระบวนการ และการบริหารจัดการ ที่จะเชื่อมโยงให้การดำเนินงานของ
องค์การสอดคล้องตามพันธกิจและแผนยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ ซึ่งการจัดการสารสนเทศจะ
ช่วยสนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานทุกระดับ ทุกฝ่าย มีความเข้าใจในทิศทางเดียวกัน จากการใช้
และเข้าถึงสารสนเทศร่วมกันได้ ช่วยลดความผิดพลาดและก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใน
การพัฒนานวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ที่เกิดประโยชน์แก่องค์การได้
13
กระบวนการจัดการสารสนเทศ
ในการจัดการสารสนเทศ เพื่อให้ได้สารสนเทศที่ถูกต้องน่าเชื่อถือ สามารถนำ
ไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น จะต้องมีขั้นตอนการจัดการที่ดีและเป็น
ระบบ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Choo (Online. 2002) ที่ได้นำเสนอรูป
แบบของวัฏจักรของกระบวนการการจัดการสารสนเทศดังภาพที่ 7.2 แสดง
ให้เห็นว่าควรเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ความต้องสารสนเทศของผู้ใช้ก่อน ซึ่ง
เป็นหนึ่งในกระบวนการที่ถูกมองข้ามมากที่สุดของการจัดการสารสนเทศที่มี
คุณภาพ ก่อนที่จะทำการจัดหาสารสนเทศเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์และบริการเข้า
มาสู่องค์การหรือนำมาจัดเก็บ โดยสารสนเทศที่ผู้ใช้จะได้รับจะขึ้นอยู่กับวิธี
การสื่อสาร และการกระจายสารสนเทศที่สามารถตอบสนองความต้องการ ส่ง
ผลต่อพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ในขณะเดียวกันการใช้สารสนเทศเป็นองค์
ประกอบสำคัญ เพราะการทำความเข้าใจว่าสารสนเทศที่จะใช้ในการตัดสินใจ
แก้ปัญหาหรือตีความสถานการณ์ต่าง ๆ นั้น เป็นสิ่งจำเป็นในการพัฒนาอย่าง
ต่อเนื่องของกระบวนการการจัดการสารสนเทศอีกด้วย
ภาพที่ 7.2 วัฏจักรของกระบวนการการจัดการสารสนเทศ
ที่มา : Choo. Online. 2002.
14
จากแนวคิดข้างต้นด้านวงจรการจัดการสารสนเทศ เป็นการแสดงให้เห็นถึงองค์รวม
ของการจัดการสารสนเทศขององค์การที่มีสารสนเทศที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ สามารถนำ
สารสนเทศที่จัดระบบไว้ไปใช้ประโยชน์ได้จริง ดังนั้นหากพิจารณาตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง
ในการคัดเลือกจัดระบบ จัดเก็บ และเผยแพร่สารสนเทศให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้นั้น จะ
สอดคล้องกับแนวคิดของ สมพร พุทธาพิทักษ์ผล (2556 : (1 - 19) – (1 – 21)) ได้นำเสนอ
วัฏจักรหรือวงจรในลักษณะของกระบวนการการจัดการสารสนเทศ ที่จะสะท้อนให้เห็นความ
เชื่อมโยงว่าก่อนที่จะนำสารสนเทศเข้ามาสู่ระบบการจัดการสารสนเทศ จะต้องอาศัย
กระบวนการใดบ้าง มีการแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ การรวบรวมสารสนเทศ การจัด
โครงสร้างสารสนเทศ การประมวลผล และการบำรุงรักษา ดังภาพที่ 7.3 และมีรายละเอียดที่
สรุปได้ดังนี้
ภาพที่ 7.3 วงจรการจัดการสารสนเทศ
ที่มา : สมพร พุทธาพิทักษ์ผล. 2556 : 1 – 20.
15
1. การรวบรวมสารสนเทศ (Collecting)
การรวบรวมสารสนเทศเป็นการรวบรวม จัดเก็บสารสนเทศในรูปกระดาษ วัสดุย่อส่วน
หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์จากแหล่งต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์การ ในการรวบรวม จะอาศัย
เกณฑ์หรือแนวปฏิบัติเพื่อพิจารณาว่าสารสนเทศใดจำเป็นต้องรวบรวมไว้ (Identification) เพื่อ
ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ และนำสารสนเทศเข้าสู่ระบบการจัดการสารสนเทศ (Acquisition) โดยมี
วิธีการดำเนินการต่าง ๆ เช่น การแปลงสารสนเทศที่อยู่ในรูปแอนะล็อกให้อยู่ในรูปดิจิทัลโดยวิธี
การพิมพ์ อาจสแกนเป็นไฟล์ภาพ หรือรวบรวมจากแฟ้มข้อมูลหรือเว็บไซต์ต่าง ๆ
2. การจัดโครงสร้าง (Organizing)
ในการจัดโครงสร้างจะเป็นการนำสารสนเทศที่ได้รวบรวมและนำเข้าสู่ระบบมาจัด
โครงสร้างเพื่อการใช้ประโยชน์โดยครอบคลุมการจัดทำดรรชนี (Indexing) การจัดหมวดหมู่
(Classifying) การจัดประเภท การทำแท็ก (Tagging) ที่จะช่วยระบุเนื้อหาหรือประเด็นสำคัญ
รวมทั้งการจัดทำลิงค์เพื่อเชื่อมโยงจุดเข้าถึงและสารสนเทศทั้งจากภายในและภายนอกองค์การ
เช่น จากฐานข้อมูลขององค์การต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้อย่างสะดวก
3. การประมวลผล (Processing)
การประมวลผลเป็นการค้นหาและเข้าถึงสารสนเทศที่ได้รวบรวมและจัดเก็บไว้จาก
แหล่งต่าง ๆ ทั้งหนังสือ ตำรา เอกสาร หรือสารสนเทศจากระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมา
จัดกลุ่ม จัดเรียง สรุปและวิเคราะห์ตามความต้องการ เช่น จะนำสารสนเทศในระบบสารสนเทศด้าน
บุคลากร มาประมวลผลเพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงและจัดทำแผนพัฒนาบุคลากร
4. การบำรุงรักษา (Maintaining)
การบำรุงรักษาเป็นการนำสารสนเทศที่จัดการไว้กลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) เพื่อหลีกเลี่ยงการเก็บ
สารสนเทศเดียวกันหลายครั้งโดยไม่จำเป็น การปรับปรุงฐานข้อมูลทรัพยากรสารสนเทศให้ทันสมัยและถูกต้อง
ตรงตามระยะเวลา เพื่อให้ผู้ใช้ได้ใช้สารสนเทศที่ดีที่สุด และมีการดูแลเก็บรักษาข้อมูลเหล่านั้นไว้เพื่อมิให้
สูญหาย โดยการสำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ และมีระบบในการเข้าถึงสารสนเทศที่สำรองไว้ได้อย่างรวดเร็ว
และถูกต้อง รวมทั้งการประเมินค่าของสารสนเทศเพื่อจัดเก็บเอกสารสารสนเทศในอดีตหรือที่สิ้นกระแสการ
ปฏิบัติงาน แต่ยังมีคุณค่าในการใช้เป็นหลักฐานอ้างอิง หรือในรูปของจดหมายเหตุ เพื่อให้ใช้งานต่อไปได้
และมีระบบการทำลายสารสนเทศที่ไม่มีคุณค่าอย่างถูกต้องด้วย
16
นอกจากกระบวนการจัดการสารสนเทศที่กล่าวมาข้างต้นทั้ง 4 ระยะ คือ
การรวบรวมสารสนเทศ การจัดโครงสร้างสารสนเทศ การประมวลผล และการ
บำรุงรักษานั้น อีกกระบวนการหนึ่งที่สำคัญต่อการจัดการสารสนเทศ คือ การ
สื่อสาร ที่จะช่วยให้สารสนเทศที่จัดเก็บไว้ในแหล่งต่าง ๆ ถูกกระจายหรือผู้ใช้
สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก การสื่อสารจึงเป็นเรื่องสำคัญและมีบทบาทต่อการส่ง
ข่าวสารไปยังผู้ใช้ทำได้รวดเร็วและทันเวลา เช่น การสืบค้นข้อมูลหนังสือห้องสมุด
ผ่านระบบเครือข่าย ระบบตรวจสอบผลการเรียนผ่านระบบเครือข่าย นอกจากนี้ใน
วงวิชาการด้านสารสนเทศยังได้ให้ความสำคัญกับองค์ความรู้ที่มีอยู่ในตัวบุคคล ที่
ควรมีการรวบรวมและประมวลไว้เป็นหมวดหมู่ เป็นระบบ มีกระบวนการถ่ายทอด
และสื่อสารออกมา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างและการแบ่งปันความ
รู้ระหว่างบุคคล อันก่อให้เกิดการเรียนรู้ และนำไปสู่ประโยชน์ในการขับเคลื่อน
ประสิทธิภาพการดำเนินงานต่อองค์การนั้น ๆ อีกด้วย
17
สรุป
การจัดการสารสนเทศเป็นกระบวนการที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดระบบ
สารสนเทศ ตั้งแต่การผลิต จัดเก็บ ประมวลผล ค้นหา การเผยแพร่และ
การกระจายของสารสนเทศ ทั้งภายในและภายนอกองค์การ รวมทั้งมีนโย
บายหรือกลยุทธ์ระดับองค์การในการจัดการสารสนเทศ โดยมีขอบเขตของ
การจัดการสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับบริบทขององค์การและมูลค่าเพิ่ม ซึ่ง
สารสนเทศจะเป็นตัวกลางของผู้ใช้ที่เข้าถึงสารสนเทศ ทั้งที่เป็นทางการ
และไม่เป็นทางการทั้งภายในและภายนอกองค์การ มีความสำคัญทั้งต่อ
บุคคลในด้านการดำรงชีวิตประจำวัน การศึกษา และการทำงาน และมี
ความสำคัญต่อองค์การในด้านการบริหารจัดการ การดำเนินงาน และ
กฎหมาย การจัดการสารสนเทศโดยทั่วไป แบ่งเป็น 2 ยุค ได้แก่ การจัดการ
สารสนเทศด้วยระบบมือ และการจัดการสารสนเทศโดยใช้คอมพิวเตอร์
ซึ่งอาศัยหลักการจัดการสารสนเทศ โดยคำนึงถึงปัจจัยสำคัญ 4 ด้าน
ได้แก่ เทคโนโลยี คน กระบวนการ และการบริหารจัดการ มีกระบวนการ
จัดการสารสนเทศ คือ การรวบรวมสารสนเทศ การจัดโครงสร้าง
สารสนเทศ การประมวลผล การบำรุงรักษา และการสื่อสาร ที่จะช่วยให้
สารสนเทศที่จัดเก็บไว้ในแหล่งต่าง ๆ ถูกกระจายหรือผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้
อย่างสะดวก
บรรณานุกรม
ชัชวาล วงษ์ประเสริฐ. (2549). การจัดการสารสนเทศเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ :
เอ็กซเปอร์เน็ท.
ดิชิตชัย เมตตาริกานนท์. (2551). เทคโนโลยีเพื่อการจัดการสารสนเทศ. นครศรีธรรมราช :
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์.
มาลี ล้ำสกุล. (2556). “สารสนเทศ การจัดการสารสนเทศ และสารสนเทศศาสตร์” ใน เอกสาร
การสอนชุดวิชาสารสนเทศศาสตร์เบื้องต้น หน่วยที่ 1 - 8. หน้า 1 - 22. นนทบุรี :
สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 เฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา
7 รอบ 5 ธันวาคม 2554. กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน.
รุจเรขา วิทยาวุฑฒิกุล. (2553). การจัดการสารสนเทศ. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา :
http://stang.sc.mahidol.ac.th/wiki/doku.php?id=การจัดการสารสนเทศ
[1 กรกฎาคม 2557].
สมพร พุทธาพิทักษ์ผล. (2556). “การจัดการสารสนเทศ” ใน ประมวลสาระชุดวิชาเทคโนโลยีเพื่อ
การจัดการสารสนเทศ หน่วยที่ 1 - 7. หน้า (1 – 15) – (1 – 21). นนทบุรี :
สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
Choo, Chun wei. (2002). Information management for the intelligent organization
: the arts of scanning the environment. [Online]. Available :
http://www.google.co.th/books?hl=en&lr=&id=IDlDwy9UfmsC&oi
[2014, July 2].
McGraw-Hill. (2003). Definition of information management. [Online]. Available :
http://encyclopedia2.thefreedictionary.com/information+management
[2014, July 1].
Robertson, James. (2006). Definition of information management terms. [Online].
Available : http://www.steptwo.com.au/files/cmb_definition.pdf
[2014, July 1].