เอกสารประกอบการเรียน
เรื่อง กลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ
รายวิชาสังคมศึกษา 5 (ส 23101)
ครูสุภารัตน์ เนาวรัตน์
กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นครศรีธรรมราช
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา นครศรีธรรมราช
Today's Lesson
กลไกราคา
อุปสงค์
อุปทาน
ราคาดุลยภาพ
กลไกราคา
กลไกราคา ราคาสินค้าและบริการเป็นตัวแปรสำคัญ
หมายถึง ภาวการณ์ ในการกำหนดอุปสงค์และอุปทาน
เปลี่ยนแปลงในระดับราคา ตลอดจนเป็นกระบวนการปรับเปลี่ยน
สินค้าและบริการอันเกิดจาก ราคาให้เข้าสู่จุดดุลยภาพ เช่น เมื่อราคา
แรงผลักดันของอุปสงค์และ สินค้าและบริการเพิ่มขึ้น โดยทั่วไปแล้ว
อุปทาน ความต้องการซื้อหรืออุปสงค์ก็จะลดลง
แต่อุปทานของสินค้าและบริการจะเพิ่ม
ขึ้น เป็นต้น
การกำหนดราคาสินค้าและบริการในทางเศรษฐกิจ กำหนดไว้ 2 วิธี คือ
1) ให้กลไกราคาเป็นเครื่องมือในการกำหนดราคาสินค้าและบริการ ซึ่งจะ
เปลี่ยนแปลงไปตามแรงผลักดันของอุปสงค์และอุปทาน
2) รัฐบาลกำหนดราคาสินค้าและบริการด้วยการควบคุมและแทรกแซงราคา
สินค้าและบริการด้วยวิธีกำหนดราคา เมื่อสินค้าที่จำเป็นขาดตลาด เพื่อช่วยเหลือผู้
บริโภค การประกันราคาขั้นต่ำเพื่อช่วยเหลือผู้ผลิต การพยุงราคาสินค้าไม่ให้ตกต่ำ
มากเกินไป เพื่อช่วยเหลือผู้ผลิตหรือผู้ขายไม่ให้ขาดทุน
กลไกราคาจะพบได้ในทุกตลาด ยกเว้นตลาดแบบผูกขาด เพราะกลไก
ราคาจะเกิดได้เฉพาะตลาดที่มีการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจใน
ลักษณะของตลาดเสรีหรือประเทศที่ใช้ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมหรือ
เสรีนิยม หรือระบบเศรษฐกิจแบบผสมเท่านั้น
อุปสงค์
อุปสงค์ (Demand) หมายถึง ปริมาณความต้องการซื้อสินค้าและบริการ
ชนิดใดชนิดหนึ่งของผู้บริโภค ที่เต็มใจจะซื้อและซื้อหามาได้ ณ ระดับ
ราคาต่างๆ ที่ตลาดกำหนดให้
กฎของอุปสงค์ (Law of Demand) คือ ราคาสินค้าและบริการจะแปร
ผกผันกับอุปสงค์เสมอ
ราคา อุปสงค์
ราคา อุปสงค์
ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุปสงค์
1. ราคาสินค้าและบริการ (ตามกฎของอุปสงค์)
2. รายได้ของผู้บริโภค
3. รสนิยมของผู้บริโภค
4. สมัยนิยม
5. การโฆษณาและเทคนิคการตลาด
6. ราคาสินค้าหรือบริการอื่นๆ ที่ต้องใช้ร่วมกันหรือแทนกันได้
7. การคาดคะเนการขึ้นลงของราคาของผู้บริโภค
9. พฤติกรรมของผู้บริโภค เช่น ฤดูกาล การศึกษา
10. ภาวะเศรษฐกิจขณะนั้นๆ
อุปทาน
อุปทาน (Supply) หมายถึง ปริมาณสินค้าและบริการที่ผู้ขายหรือผู้ผลิต
ยินดีขายหรือผลิตให้แก่ผู้ซื้อ ณ ระดับราคาต่างๆ ตามที่ตลาดกำหนดให้
กฎของอุปสงค์ (Law of Demand) คือ ราคาสินค้าและบริการจะแปร
ตามอุปทานเสมอ
ราคา อุปทาน
ราคา อุปทาน
ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุปทาน การที่ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าเพื่อสนอง
ความต้องการของผู้บริโภคหรือผู้ซื้อมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย
ประการ ดังนี้
1. ราคาสินค้าและบริการในขณะนั้นๆ (กฎของอุปทาน)
2. ต้นทุนการผลิตที่เปลี่ยนแปลง (วัตถุดิบ)
3. เทคโนโลยีการผลิตที่นำมาใช้
4. ฤดูกาล
5. สภาวะของตลาดและภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้น
6. การคาดคะเนการขึ้นลงของราคาสินค้าและบริการ
ของผู้ผลิต (การเกิดกำไร)
7. จำนวนผู้ผลิตที่เป็นคู่แข่ง (ราคาสินค้าและบริการชนิด
เดียวกันที่มีการแข่งขันกัน)
ดุลยภาพ (EQUILIBRIUM)
"กลไกราคาทำงานโดยได้รับอิทธิพลจากทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค"
ณ เวลาใMดoเวnลdาหaนึy่ง ถ้าปริมาณความต้องการหรือปริมาณอุปสงค์ต่อ
สินค้าในตลาดมีมากเกินกว่าปริมาณสินค้าที่ผู้ผลิตจะยินดีขายให้ ราคาสินค้า
ก็มีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากการขาดแคลนของสินค้า
แต่ถ้าปริมาณสินค้าที่ผู้ผลิตประสงค์จะขายให้ผู้บริโภค หรือปริมาณ
อุปทานของสินค้ามีมากกว่าปริมาณสินค้าที่ผู้บริโภคประสงค์จะซื้อ ราคาสินค้า
นั้นก็จะมีแนวโน้มลดต่ำลง
เมื่อปริมาณอุปสงค์และปริมาณอุปทานเท่ากัน ราคาสินค้าจึงจะอยู่นิ่ง
หรือที่เรียกว่า มีเสถียรภาพ ไม่ปรับขึ้นลงอีก ยกเว้นว่า จะมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้
ตลาดต้องเปลี่ยนแปลงไป