ขา พเจาไดน ำหลักการแนวความคิดบรหิ ารงานแบบมุง ผลสัมฤทธิ์ (Results Based Management:
RBM) และหลกั ธรรมาภิบาล (Good Governance) มาเปนแนวทางในการบรหิ ารฝา ยบรหิ ารงานบุคคล
1. วัตถปุ ระสงค (Objectives) เปน เปา หมายผลสัมฤทธข์ิ องงานทีต่ องการ
ทง้ั ในระยะสั้น กลาง หรือระยะยาว มขี ั้นตอนดงั นี้
1.1 การวิเคราะหวิสัยทัศนแ ละพันธกิจ เริม่ จากการวเิ คราะหส ภาพแวดลอม
ภายใน โดยใชเ ทคนิค SWOT (SWOT Analysis) เพ่อื ยอนอดีต มองปจ จุบนั และวาดฝนอนาคตความตองการ
ของรว มกันกำหนดวสิ ยั ทัศน (Vision) ของฝา ย โดยผมู สี ว นเกี่ยวของรว มกันกำหนดพันธกิจ (Mission)
เพ่ือทจ่ี ะใหว สิ ยั ทัศนบรรลุผล โดยมกี ารกำหนดวัตถุประสงค (Objective) เปาหมาย (Target) กลยุทธการ
ดำเนนิ งาน (Strategy)
1.2 การกำหนดปจ จัยหลกั แหงความสำเรจ็ (Critical Success Factors:
CSFs) เปนหลกั สำคัญทจี่ ะสรางความมัน่ ใจในผลสมั ฤทธิ์ สงิ่ ที่ตอ งทำหรอื ขอ กำหนดทีต่ องดำเนนิ การเพือ่ ให
ประสบความสำเรจ็ หรือเปน สง่ิ ท่ีองคกรตองดำเนินการเพอื่ ใหบรรลวุ สิ ัยทศั นและเปนตัวแปรสำคญั ทจ่ี ะชว ยให
การปฏิบตั งิ านประสบความสำเรจ็
1.3 การกำหนดตัวช้ีวัดผลการดำเนินงานหลัก (KPI) พฤตกิ รรมการปฏิบัติ
ท่ีสำคญั สามารถวดั ไดแ ละสามารถแสดงหรือบง ชี้ (Indicate) ชว ยใหทราบวา จะวัดความกา วหนาของการ
ปฏิบัติงานตาม CSFs ไดอยางไร
2. ปจ จยั นำเขา (Inputs) หมายถึง ทรัพยากรท่ีใชในการปฏิบัตงิ าน เชน
งบประมาณ บคุ ลากร อาคาร เครอ่ื งมือ วัสดุ อปุ กรณ เทคโนโลยี ทรพั ยส นิ ทางปญ ญา กฎระเบยี บ และ การ
รกั ษาช่ือเสยี งของสถานศกึ ษา เปนตน โดยเฉพาะ ดา นการจัดทำงบประมาณ ตองผา นกระบวนการจัดทำแผน
งบประมาณ และตองยดึ ความถกู ตองตามระเบียบวาดวยการงบประมาณ การเงนิ การพสั ดุ ตลอดจนการ
บัญชแี ละหนงั สอื สัง่ การ ทีใ่ ชบ งั คบั ในชวงเวลาน้ันๆ การตัดสนิ ใจอนุมตั ใิ หมีการใชจา ยเงินท้ังในและนอก
งบประมาณตอ งเปน ไปตามระเบยี บและคำนวณถงึ ความคมุ คา ของทรัพยากรทีใ่ ชด วย
3. กจิ กรรม เปน กระบวนการทำงาน โดยการนำปจ จัยนำเขาทัง้ หลายทีไ่ ดกำหนดไว
สกู ารปฏิบัติตามแผนงาน/โครงการ เปน ข้ันตอนท่ีสำคญั อีกขน้ั ตอนหน่งึ ในการบรหิ ารแบบมุงผลสัมฤทธ์ิ
กิจกรรมในข้ันการปฏิบัติที่สำคัญคือ
3.1 การดำเนินงาน เร่มิ โดยกำหนดผูรับผดิ ชอบโครงการ/กจิ กรรม
การดำเนนิ งาน เพอ่ื ใหม องเห็นความสำเร็จในการดำเนินงานท่ชี ัดเจน ผมู ีสว นไดเสียท่เี ก่ียวขอ งจะตองตระหนัก
และยอมรบั รวมกันกำหนดขอมูลทต่ี อ งการวดั ผลการดำเนนิ งาน
3.2 การประเมนิ ผลการดำเนินงาน (Evaluation) การวัดผลและ
ประเมนิ ผลการดำเนินงานเปนขั้นตอนทส่ี ำคญั อกี ขั้นตอนหนงึ่ เพราะจะเปน ข้ันตอนทจี่ ะสรปุ ผลการดำเนินงาน
วา สำเร็จตามวัตถปุ ระสงคม ากนอ ยเพยี งใด ข้ันตอนนี้ประกอบดวยการเก็บรวบรวมขอมลู ตามประเภทและ
แหลง ขอมลู ทกี่ ำหนดไวน ำมาวิเคราะหเ ปรียบเทยี บกับตัวชวี้ ัดผลการดำเนนิ งานหลัก สรุปผลการดำเนนิ งาน
และรายงานใหฝา ยบรหิ ารและผทู ีเ่ กย่ี วของรบั ทราบ เพื่อนำไปใชประโยชนใ นการปรับปรงุ พฒั นาการ
ดำเนินงานใหม ปี ระสทิ ธภิ าพสูงสดุ ตอไป นอกจากน้กี ารดำเนินกิจกรรมโดยอาศัยหลกั การ
1) การมสี ว นรว ม (Partnership) ความสำเร็จของ RBM น้ัน
จะตองใหผ ูมีสว นไดส วนเสียที่เกีย่ วขอ งตระหนกั และยอมรับความสำคญั ของ RBM เสยี กอนวาผลสมั ฤทธทิ์ ี่
คาดหวังและทกุ ๆ ขัน้ ตอนของการดำเนินงาน RBM จะตอ งถูกกำหนดใหชดั เจนและไดร บั การสนบั สนนุ จากทุก
ฝาย
2) ความรับผิดชอบ (Accountability) ทกุ ฝาย ทุกงาน ทกุ คน
ในสถานศึกษา ตา งตองรวมกันรบั ผิดชอบในการดำเนนิ งานใหบ รรลุตามผลสัมฤทธิ์ท่คี าดหวัง
3) ความโปรง ใส (Transparency) ผลสัมฤทธแ์ิ ละตวั ชว้ี ัดท่ี
สำคัญ
ตลอดจนขอมลู ตา งๆในการดำเนินงานตาม RBM จะตองไดรบั การเฝาตดิ ตามอยางตอ เนื่อง นอกจากนี้การ
จดั ทำรายงานเปน ส่งิ จำเปน ที่ใชเ ปนหลกั ฐานในการติดตามตรวจสอบอยางโปรงใสในภายหลัง
4) หลักคุณธรรม (Ethics) แนวทางการดำเนินงานตาม RBM
ไมควรวางระบบใหซบั ซอนตวั ชีว้ ัดผลสัมฤทธ์ิและกระบวนการตา งๆ ควรจะถูกกำหนดอยางเหมาะสม งา ยตอ
การเขา ใจและวัดผลไดอยางเหมาะสม ผปู ฏิบัตจิ งึ ตอง จรงิ ใจ ขยนั อดทนและมีวนิ ยั เพ่ือใหเกิดผลสมั ฤทธิ์
ภายในกรอบเวลาท่ีกำหนด
4. ความประหยัด (Economy) เปน การใชทรพั ยากรนอยที่สุดในการดำเนิน
กิจกรรมโดยยึดหลกั ความคุมคา
5. ความมีประสทิ ธิภาพ (Efficiency) เปนการเปรียบเทยี บระหวางปจ จัยนำเขา
(Inputs) กับผลผลิต (Output) เชน เปรียบเทยี บงบประมาณ บุคลากร เวลา กบั คุณภาพ ความสามารถ หรอื
คณุ ภาพของผเู รยี น เปนตน
๖. ประสิทธิผล (Effectiveness) คอื การวดั ระดับการดำเนนิ งานไดบรรลุ
วัตถุประสงคทกี่ ำหนดไวลวงหนา วากอใหเ กิดผลผลติ ผลลัพธตามวัตถปุ ระสงคท ่ตี ัง้ ไวม ากนอ ยเพียงใด
7. ผลผลติ (Output Indicators) เปน ตวั บงช้ีที่แสดงถงึ ปรมิ าณ จำนวนสงิ่ ของท่ี
ผลติ ไดจ ากการดำเนินกิจกรรม เชน จำนวนนักเรยี นท่ีรับเขาเรยี น จำนวนนกั เรียนทจ่ี บการศกึ ษา นักเรียนท่มี ี
ผลสมั ฤทธ์ิสูงขนึ้ เปนตน
8. ผลลัพธ (Outcome Indicators) เปนตัวชี้วดั ทีแ่ สดงถงึ ผลสมั ฤทธ์ิของ
กิจกรรม
เชน จำนวนผูจ บการศกึ ษาที่สอบเขา โรงเรยี นที่มีวัตถุประสงคพ เิ ศษได ความพงึ พอใจของครู การยอมรบั ตอ
สถานศกึ ษาของชุมชน ผูเรยี นสามารถอยูในสังคมพหุวฒั นธรรมอยา งมีความสขุ
ในกระบวนการบรหิ ารงานแบบมุง เนน ผลสัมฤทธิ์ การวดั ผลการปฏบิ ัติงานจะมี
วตั ถปุ ระสงคห ลกั อยูท ี่การทำใหไดมาซ่ึงขอมูลสารสนเทศสนบั สนุนการตัดสินใจของผูบ ริหาร เพือ่ นำไปสกู าร
ปรับปรุงการปฏิบัตงิ านของสถานศกึ ษาใหม ีประสิทธภิ าพและประสทิ ธผิ ลมากยิ่งขน้ึ ซงึ่ ขาพเจา ไดวางแนว
ทางการบรหิ ารที่จะพัฒนาสถานศึกษาอยางตอเน่ืองในอนาคตดังน้ี
ภาพความสำเร็จและแนวทางในการพฒั นาอยา งตอเนือ่ ง
แบบมงุ ผลสมั ฤทธ์ิ (Results Based Management: RBM) และหลักธรรมาภบิ าล (Good Governance)
การบรหิ ารทีม่ ุงผลสัมฤทธิ์ มุง เนน ผลสมั ฤทธ์ิ (ผลผลติ และผลลัพธ) ในการทำงานของสถานศกึ ษา
โดยใชการวัดผลการปฏิบตั ิงานท่ีมีตัวช้วี ดั (Indicators) ท่ีชดั เจนเปน รูปธรรมเปน ตวั สะทอนความสำเรจ็ การ
ดำเนนิ งาน ชวยใหผบู รหิ ารรตู ำแหนงของสถานศึกษา สนบั สนนุ ใหก ารดำเนนิ งานบรรลุวิสยั ทศั น แปลงกลยทุ ธ
ไปสูการปฏบิ ตั ิ ใหขอมลู เพ่อื การสื่อสารและสรางความเขา ใจ สรางพันธะรบั ผิดชอบของผูบรหิ าร จัดสรร
งบประมาณไดตรงตามความตองการ และสถานการณท่ีเปนจรงิ มกี ารพัฒนาอยางตอเนื่องจนเกิดเปน
วฒั นธรรมองคการทม่ี ุงผลสัมฤทธ์ขิ องงาน
3. การดำเนินงาน
ไดก ำหนดแนวทางการดำเนนิ งาน โดยยึดหลกั PDCA : DEMING CYCLE (วงจรคุณภาพ)
โดย Dr.Edward W. Deming ดังนี้
๑) P : PLAN การวางแผนจัดทำโครงการ/กจิ กรรม
- วตั ถปุ ระสงคเ หมาะสม และสอดคลอ งกบั แผนของพันธะกิจหรือไม
- มกี ารกำหนดผูรบั ผดิ ชอบหรือไม
- ระยะเวลาดำเนนิ การทกี่ ำหนดไวเหมาะสมหรือไม
- งบประมาณทก่ี ำหนดเหมาะสมหรือไม
- มีการเสนอเพื่อขออนุมตั ิกอ นดำเนนิ การหรอื ไม
๒) D : DO การกำกบั ตดิ ตามการปฏบิ ตั งิ านตามโครงการ
- มกี ารกำหนดขั้นตอนหรอื วิธีการดำเนินการหรอื ไม
- มีผรู ับผิดชอบดำเนนิ การไดต ามท่ีกำหนดไวหรือไม
- มีการประสานงานกับผูท่เี กย่ี วของมากนอยเพียงไร
- สามารถดำเนนิ การตามระยะเวลาทีก่ ำหนดหรอื ไม
- สามารถดำเนนิ การไดตามงบประมาณที่กำหนดไวหรอื ไม
๓) C : CHECK ตรวจสอบและตดิ ตามผลการดำเนนิ งาน
- ไดมีการกำหนดวธิ ี/รูปแบบการประเมนิ หรือไม
- มีรปู แบบของการประเมินเหมาะสมหรือไม
- ผลของการประเมินตรงกับวัตถปุ ระสงคท่วี างไวหรอื ไม
- ปญหา/จุดออ นทีพ่ บในการดำเนนิ การมหี รือไม
- ขอดี/จุดแข็ง ของการดำเนนิ การมหี รือไม
๔) A : ACTION นำขอมูลทีไ่ ดจ ากการกำกบั ติดตามการดำเนนิ งานไปปรบั ปรุงตอ ไป
- มกี ารระดมสมองเพื่อหาทางแกปญ หา/จดุ ออนท่คี น พบ
- มีการระดมสมองเพ่อื หาทางเสรมิ ขอดี/จุดแข็งเพิ่มข้นึ
- มกี ารนำผลท่ีไดจากการระดมสมองเสนอผบู รหิ ารเพ่ือพิจารณาสำหรบั ใช
วางแผนจดั ทำโครงการในคร้งั ตอ ไป
- กำหนดกลยทุ ธในการจดั ทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาในครง้ั ตอไป
4. การตดิ ตามประเมินผล
ไดกำหนดใหมตี ดิ ตามและประเมินผลการดำเนนิ งาน ดงั นี้
๑) มอบหมายหนา ที่รับผิดชอบ
๒) จัดทำคำส่ังแตง ต้ังผรู ับผดิ ชอบ
๓) จดั ทำปฏทิ ินการปฏิบัติงานและการตดิ ตามประเมินผล
๔) ดำเนนิ การตามปฏทิ นิ การปฏิบตั ิงานและการติดตามประเมนิ ผล
๕) รายงานผลการปฏบิ ัติงานและการติดตามประเมนิ ผล โดยแบง
เปน ๒ ระยะคอื
๕.๑) ระยะที่ ๑ รายงานผลการปฏิบัตงิ านและการตดิ ตามประเมินผล
ระหวางปฏิบตั ิ
๕.๒) ระยะท่ี ๒ รายงานผลการปฏบิ ตั ิงานและการติดตาม
ประเมนิ ผลเม่ือดำเนินการเสรจ็ สนิ้ แลว
๖) นำขอมลู ที่ไดจ ากการรายงานทงั้ ๒ ระยะ มาศึกษาวิเคราะห
เพื่อนำผลการศกึ ษาวเิ คราะหด ังกลา วไปพฒั นาการบรหิ ารจัดการคณุ ภาพการศกึ ษาของโรงเรียนใหด ี
ข้นึ ตอ ไป
5. แนวทางในการพัฒนาสถานศึกษา
4.1 พฒั นานักเรียนเปน เปาหมายสงู สุดในการบริหารสถานศกึ ษา โดยการ
พัฒนาคุณภาพผเู รยี นใหม รี ะเบียบวินยั คุณธรรม จริยธรรม และจิตสาธารณะ
4.2 การพฒั นาศักยภาพครูและบุคลากร ตามวิถี New Normal ทเี่ ปน
การ เชอ่ื มโยงกบั การเรียนรูของนกั เรียน เชน การกระชบั หลักสตู รปรบั ใหสอดคลองกับสถานการณโ ควดิ -19
และสือ่ สารใหผเู กย่ี วขอ งทกุ ภาคสวน การเตรยี มความพรอมทงั้ ทางดา นรางกาย และจิตใจของครแู ละนักเรยี น
ในการรับมือกบั New Normal ของการศึกษาทีเ่ ปลย่ี นแปลงรปู แบบการ เรยี นรู
4.๓ ยดึ หลักการบริหารโดยบรหิ ารงานแบบมุงผลสมั ฤทธ์ิ (Results
Based Management: RBM) เปน กรอบกำกบั การบริหาร โดยการวางแผน สนบั สนุนการดำเนินงาน
งบประมาณ นิเทศ กำกับ ติดตาม และพฒั นาอยาตอเนอ่ื ง
4.4 บรหิ ารสถานศึกษาตามหลกั ธรรมมาภิบาล (Good Governance)
ซ่งึ ประกอบดวยหลักนติ ธิ รรม คุณธรรม ความโปรงใส การมีสวนรว ม ความรบั ผดิ ชอบและหลักความคุมคา
4.๕ ใชกระบวนการกลมุ ในการทำงานและแกปญหา เนนการมสี วนรว ม
ของผูท ี่เกยี่ วขอ ง
4.6 ใชแ นวทางพหุวฒั นธรรมในการสรางสังคมของโรงเรียนใหอ ยอู ยางมี
ความสุข
4.7 จัดกจิ กรรมการเรียนรใู หผูเ รยี นใชชีวิตอยา งพอเพยี ง
4.๘ จัดหาเทคโนโลยมี าใชใ นการเรยี นการสอนและเปน แหลง เรยี นรูใ หกับ
ผเู รยี นและชุมชน