The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by isara.s, 2019-08-28 01:02:54

Bees eBook : ผึ้งจิ๋วชันโรงสุดยอดแมลงแก้ปัญหาความยากจน

bees e-book ผึ้งจิ่วแก้จน

Keywords: ผึ้ง,ชันโรง,โครงการ

Bees eBook : ผึง้ จ๋ิวชนั โรงสุดยอด
แมลงแกปญหาความยากจน

โดย ศนู ยบ รรณสารสนเทศ
สาํ นักวิทยบริการฯ มหาวิทยาลยั ราชภฏั ยะลา

คํานาํ

มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาเปนสถาบันอุดมศึกษาเพ่ือการพัฒนาทองถิ่น โดยเฉพาะ
ในเขตจังหวัดชายแดนภาคใตข องไทย (ยะลา ปตตานี นราธิวาส มีพันธกิจสําคัญ ไดแก การผลิต
บัณฑิตใหมีคุณภาพ ตรงตามความตองการของตลาดแรงงาน การบริการแกสังคม การวิจัย การ
ทาํ นุบาํ รงุ ศลิ ปวัฒนธรรม การพฒั นาครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา การเสรมิ สรา งสงั คมสมานฉนั ท
และการพัฒนาองคกรคุณภาพ และยังไดจัดต้ัง “ศูนยสงเสริมและพัฒนาทองถ่ิน” เพ่ือทําหนาท่ี
หลักเปนศูนยรวมหรือคลังขอมูลดานการเช่ือมโยงองคความรูของอาจารยกับการพัฒนาพื้นที่สาม
จังหวัดชายแดนภาคใตใหมีประสิทธิภาพ โดยในป 2561 ศูนยสงเสริมและพัฒนาทองถ่ินได
ดําเนินงาน 5 โครงการภายใตพระราโชบาย ประกอบดวย 1 โครงการบูรณาการพันธกิจสัมพันธ
เพ่อื แกปญ หาความยากจนของประชาชนในทองถิ่น 2 โครงการยกระดับผลิตภัณฑชุมชน OTOP
3 โครงการสงเสริมความรักความสามัคคี ความมีระเบียบวินัยเขาใจในสิทธิหนาที่ของตนเองและ
ผูอ่ืน 4 โครงการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษศตวรรษที่ 21 สําหรับนักศึกษาครูในมหาวิทยาลัยราช
ภัฏ และ 5 โครงการยกระดับคุณภาพการเรียนรูดานการอานการเขียนและการคิดวิเคราะหของ
นักเรียนในระดบั การจดั การศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน

ศูนยบรรณสารสนเทศ สํานักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศเปนแหลงการเรียนรูท่ีทํา
หนาท่ีสนับสนุนการเรียนการสอนตามหลักสูตรท่ีเปดสอนในมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เปนแหลง
รวบรวมสารสนเทศที่พรอมกับการใหบริการ มีทรัพยากรสารสนเทศและเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่
ครบถวนและตรงตามความตองการของผูใชบริการ นอกจากนี้ยังมีระบบคลังปญญามหาวิทยาลัย
ราชภัฏยะลาท่ีเปนแหลงจัดเก็บและรวบรวมองคความรูตาง ๆ เชน งานวิจัย บทความทาง
วิชาการ ขอมูลประวัติศาสตร อาหาร ประเพณีและศิลปวัฒนธรรม ภูมิปญญาทองถิ่น และการ
ทองเที่ยว รวมทั้งยังไดรวบรวมส่ืออิเล็กทรอนิกสเพื่อสงเสริมความรูเขาใจในดานการพัฒนา
ทองถ่ินมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ซึ่งโครงการบูรณาการพันธกิจสัมพันธเพ่ือแกไขปญหาความ
ยากจนของประชาชนในทองถิ่นเปนโครงการที่สําคัญ โดยเฉพาะกลุมวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงผึ้ง
ชันโรง ท่ีประสบความสําเร็จในการประกอบอาชีพ โดยเร่ิมจากการเลี้ยงเองจนเกิดความชํานาญ
แลว เปด โอกาสใหเ กษตรกรรายอ่ืน ๆ เขา มาเปน สมาชิกเขา รวมกลุม เปนการสรางรายไดใหกับคน
ในชุมชนทปี่ ระสบความสําเรจ็

คํานํา (ตอ

หนังสื่ออิเล็กทรอนิกส เร่ือง “Bees eBook : ผ้ึงจ๋ิวชันโรงสุดยอดแมลงแกปญหาความ
ยากจน”ไดก ลาวถงึ ความเปนมาของผ้ึงชันโรง วธิ เี ลย้ี งชนั โรงสําหรบั เกษตรกรมือใหม การใช
ประโยชนจากนํ้าผึ้งของชันโรง งานวิจัยท่ีเก่ียวของ ผลการการดําเนินงานจากโครงการ
แกปญหาความยากจนดวยการเล้ียงผึ้งชันโรง เปนตน เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ รวมท้ัง
ยงั เปนแนวทางในการนาํ ไปประกอบอาชพี ตอไปได

ผูจัดทําหวังวาสื่ออิเล็กทรอนิกสฉบับนี้จะเปนประโยชนตอผูท่ีสนใจศึกษาเรื่องผ้ึง
ชันโรงเพื่อการพัฒนาอาชีพ และขอขอบคุณศูนยสงเสริมและพัฒนาทองถิ่นที่ใหขอมูลเปน
อยา งดี หากผูอานทานใดมีขอ เสนอแนะประการใด ผูจดั ทําขอรบั ไวดวยความขอบพระคณุ ยิ่ง

อิสรา แสงสวุ รรณ
สิงหาคม 2562

สารบญั หนา
1
ชันโรงคืออะไร 3
ลกั ษณะทว่ั ไปของชนั โรง 4
ลกั ษณะของรงั ชันโรง 7
แหลงอาหารของชันโรง 8
ศัตรขู องชันโรง 9
วิธกี ารแยกขยายรงั ชันโรง 11
ปริมาณตัวออ นที่เหมาะสมในการแยกขยายรงั
ชนั โรง 13
การใชประโยชนจากชันโรง 14
บริการวชิ าการแกจ นจากผง้ึ ชันโรง 18
บรรณานุกรม 20
ภาคผนวก

1 ชันโรงคอื อะไร

ชันโรงเปนแมลงขนาดเล็กท่ีมีพฤติกรรมเก็บน้ําหวานจาก
ดอกไม และละอองเกสร (เรณู มาใชเปนอาหารคลายผ้ึง แตชันโรงไมมี
เหล็กใน จึงไมสามารถตอยได ในประเทศไทยเราสามารถพบชันโรงไดใน
ทุกภาค โดยมีช่ือเรียกแตกตางกันไปตามภูมิภาค เชน ทางภาคเหนือเรียก
ชันโรงท่ีมีขนาดเล็กวา แมลงขี้ตึง หรือตัวขี้ตังนี แตถาเปนชันโรงที่มี
ขนาดใหญจะเรียกวา ข้ียา โดยเรียกวา ข้ียาดํา หรือขี้ยาแดง ตามสีของ
ลําตัวของชันโรง ภาคใตเรียกชันโรงขนาดเล็กวา อุง หรืออุงแมลงโลม
และเรียกชันโรงขนาดใหญวา อุงหมี (อุงแดง หรืออุงดํา ภาคตะวันตก
เรียกตัวตุงติ้งหรือตัวติ้ง จากพฤติกรรมการขนเกสรท่ีขาหลัง สวนภาค
ตะวันออกเรียกชํามะโรงหรือแมลงอีโลม สวนคําวาชันโรงนาจะเปนชื่อท่ี
เรียกจากพฤติกรรมการเก็บชันของแมลงชนิดน้ี สวนการจําแนกทาง
วทิ ยาศาสตรนน้ั ชนั โรงถกู จดั ไวดงั นี้ (Michener,2000)

วงศ (Family) Apidae
วงศย อย (Subfamily) Apinae

ไทรบ (Tribe) Meliponini

การแพรก ระจายของชนั โรง

เนื่องจากชันโรงเปนแมลงสังคมท่ีมีขนาดเล็ก ไมสามารถควบคุมอุณหภูมิ
ภายในรังได จึงไมสามารถทนตอสภาพอากาศที่รุนแรงได การแพรกระจายของชันโรง
จึงพบเฉพาะในเขตรอนและกึ่งเขตรอนเทานั้น การนําชันโรงไปเล้ียงในเขตอบอุนเปน
ส่ิงที่ทําไดยาก ซึ่งตางจากผ้ึงพันธุซ่ึงสามารถปรับพฤติกรรมใหทนตอสภาพอากาศ
หนาวรนุ แรงได

2 ความหลากหลายของชันโรง

การคนพบความหลากหลายของชันโรงถูกรายงานวามีมากกวา
400 ชนิด โดยพบในทวีปอเมริกามากกวา 300 ชนิด สวนใหญพบในทวีป
อเมริกาใตและทวีปเอเชีย โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต พบ 60 ชนิด
ในประเทศไทย มีรายงานวาพบแลว 32 ชนิด โดยสมนึก (2546 ได
ร า ย ง า น ก า ร พ บ ชั น โ ร ง ช นิ ด ใ ห ม ใ น ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย Tetragonula
sirindhornae Micherner and Boongird คนไทยในทุกภาคคุนเคยกับ
การใชประโยชนจากผลผลิต ของชันโรง ทั้งนํ้าผึ้งและชันในดานตาง ๆ เชน
การใชน้ําผ้ึงเปนองคประกอบของยา สมุนไพร เพราะเชื่อวาน้ําผึ้งจาก
ชันโรงมีคุณคาทางยาสูง หรือการใชชันเพื่อยาเรือ ภาชนะบรรจุน้ํา หรือใช
อุดเคร่ืองดนตรี เชน แคน หรือระนาดเอก และใชอุดฐาน พระเครื่อง เชน
เบ้ียแก เปนตน ซ่ึงผลิตภัณฑเกือบท้ังหมดไดมาจากการเก็บจาก รังชันโรง
ในธรรมชาติ นอกจากน้ีประโยชนที่สําคัญอีกดานหน่ึงของชันโรง คือ การ
ท่ีชันโรงชวยผสมเกสรใหแกพืช เนื่องจากชันโรงเปนแมลงประจําถิ่น มี
วิวัฒนาการ รวมกันกับพืชในทองถิ่นมาชานาน แมชันโรงจะมีนิสัยเลือก
ชอบดอกไมเชนเดียว กับผ้ึง แตชันโรงก็สามารถลงตอมพืชทองถ่ินไดถึง 2
ใน 3 ของชนิดพืชในทองถ่ินที่ ชันโรงอาศัยในธรรมชาติ (Velthuis, 1997)
จึงทําใหดูเสมือนวาชันโรงไมเลือกตอม ดอกไม และอีกสมบัติหน่ึงท่ีทําให
ชันโรงเหมาะสมกับการใชประโยชนเปนแมลงผสม เกสร เพราะชันโรงไม
ตอย มีการดํารงชีวิตแบบสังคมท่ีมีการอยูรวมกันเปนกลุมในรัง เปนเวลา
หลายป การเล้ียงไมต อ งการการดูแลเอาใจใสมากทาํ ใหง า ยตอการจัดการรัง
และการเคล่ือนยายเพ่ือการนําไปผสมเกสรใหพืชตาง ๆ จึงเล็งเห็นไดวา
ชันโรงจะเปน แมลงผสมเกสรท่ีมีศักยภาพในอนาคต (Amano, et al.,
2000)

3

ลักษณะท่วั ไปของชันโรง

ลกั ษณะโครงสรา้ งลำตัวของชนั โรง

ลักษณะโครงสรางภายนอกของชันโรงก็มีลักษณะเหมือนแมลง
ท่ัวไปท่ีมี ลําตัวแบงออกเปน 3 สวน คือ สวนหัว สวนอก และสวนทอง โดย
สว นหัวจะเปน ที่ ตั้งของตารวม ตาเด่ยี ว หนวด และปาก โดยปากของชนั โรงจะ
เปนแบบกัดเลียซึ่งมี กราม (mandibles) ท้ังคูท่ีแข็งแรงที่ชันโรงงานจะใช
ประโยชนในการตอสู การสราง ถวยอาหารหรือตัวออน และอ่ืน ๆ สวนของลิ้น
ชันโรงจะใชในการเก็บนํ้าหวานจาก ดอกไม สวนอกของชันโรงจะเปนที่ต้ังของ
ปก 2 คู และขา 3 คู โดยขาคูที่ 3 จะมี ลักษณะเหมือนกับขาของผึ้งทั่ว ๆ ไปท่ี
มีตะกราสําหรับเก็บเกสรจากดอกไม และขน กลับรังไปใชเปนอาหารสําหรับ
สมาชิกในรังได สวนทองของชันโรงงานจะไมมีเหล็กใน เหมือนกับผ้ึง จึงเปน
สาเหตุที่ทําใหชันโรงตอยศัตรูไมไดจึงใชวิธีการกัดในการตอสูกับ ศัตรู และเปน
ที่มาของช่อื Stingless bee คือ ผ้ึงทไี่ มตอยหรือผ้ึงท่ตี อยไมไดนั่นเอง (รูปที่ 1

รูปที่ 1 ลกั ษณะโครงสรางภายนอกของชนั โรงงาน

4 ลกั ษณะของรงั ชนั โรง

ท่ีต้งั รงั ชันโรงสามารถทํารงั ไดใ นสภาพท่ีตาง ๆ 2 ลักษณะ ไดแ ก
1. ในสภาพท่ีโลงแจง เชนเดียวกับการทํารังของผ้ึงหลวง โดยการสรางรังบนลํา
ตนหรือก่ิงไมที่แข็งแรงซ่ึงยังไมมีรายงานวาพบชันโรงที่สรางรังในลักษณะน้ีใน
ประเทศไทย
2. ทำรังในโพรงที่มีอยูแลว ชันโรงสวนใหญมักทํารังในสภาพนี้ ซ่ึงอาจ แบงได
เปน 2 กลมุ คอื

2.1 โพรงที่อยูบนดิน เชน โพรงในตนไม ตามรอยแตกแยกของหิน
หรืออาคารบานเรือนหรือในวัสดุอุปกรณตาง ๆ ที่มีชองวาง เชน ทอน้ํา
กระบอกไมไ ผ เปน ตน

2.2 โพรงท่อี ยูใ ตด นิ เชน โพรงในรังปลวกหรอื ในรงั มด
โครงสรางรัง รังของชันโรงประกอบไปดวยสวนตาง ๆ ที่สําคัญ
ดงั น้ี
ปากทางเขา รัง ชันโรงสรางปากทางเขารังดวยไขผ้ึงผสมยางไมและ
อื่น ๆ เชน กรวด หรือดิน มีลักษณะรูปรางที่แตกตางกันไป เชน เปนรูปทอหรือ
รูปแตรบางครั้งสามารถใชลักษณะของปากทางเขารังในการจําแนกกลุมของ
ชันโรงไดระดบั หนึง่ (รูปที่ 2

รปู ที่ 2 ลกั ษณะปากทางเขา รงั ของชันโรงชนดิ ตา ง ๆ

5

องคประกอบภายในรังชันโรง ประกอบดวย
อุโมงคทางเดิน เช่ือมตอระหวางปากทางเขารังกับบริเวณท่ี
เกบ็ อาหารของชนั โรง
ถวยตัวออน มีลักษณะเปนรูปไข มีการเรียงตัวในหลาย
ลักษณะ (รูปที่ 3 คือ
1. แบบกลุม เปนการสรางถวยตัวออนบนเสาเล็ก ๆ ท่ีสราง
ขึ้นมาจากผนัง ของโพรง แลวสรางเช่ือมตอระหวางถวยไป
เรื่อย ๆ เปนกลมุ กอน
2. แบบแผงซอน ถวยตัวออนจะถูกสรางเชื่อมติดกันเปน
แผงโดยอาจสรางเปนแผงท่ีแยกออกจากกันแตมีเสา
เชื่อมตอระหวางแผง หรือสรางเปนแผงเช่ือมตอกันไป
เรือ่ ย ๆ เปนรูปเกลยี ว

ค. ถว ยตวั ออ นแบบแผง ซอน
แตล ะแผงแยกจากกัน

รปู ท่ี 3 ถว ยตวั ออ น

6

ชันโรงแตละชนิดสรางรูปแบบการเรียง
ตัวของถวยตัวออนที่แตกตางกันไปโดยถวยตัวออน
ที่สรางข้ึนมาใหมจะมีสีเขมแลวสีจะคอย ๆ จางลง
ไป เน่ืองจากไข และยางไมท่ีใชเปนองคประกอบ
ของผนังถวยตัวออนจะถูก นําออกจากถวยเกาไปใช
สรา งถว ยตวั ออนถวยใหม (รูปท่ี 4

รูปท่ี 4 สขี องถวยตวั ออ น สเี ขม และ
จางลงตามระยะของหนอนที่
เจริญเตบิ โตอยูภายใน

ถว ยอาหารของชนั โรง ประกอบดว ย ถวยเกบ็ นํ้าผ้ึงและถว ยเก็บเกสร
ลกั ษณะและขนาดของถว ยจะแตกตางกนั ไปตามชนดิ ของชนั โรง
โดยท่วั ไปมีลกั ษณะ คลายรปู ไข (รปู ที่ 5

รูปที่ 5 ถวยอาหาร

7 แหลงอาหารของชันโรง

ก. กะเพรา อ า ห า ร ข อ ง ชั น โ ร ง คื อ
น้ํ า ห ว า น แ ล ะ เ ก ส ร จ า ก ด อ ก ไ ม
ข. พรกิ นอกจากนี้ชันโรงยังตองการชันหรือยาง
รูปท่ี 6 พชื อาหารของชันโรง จากพืชมาใชในการทํารัง และสวนตาง
ๆ ภายในรัง เชน องคประกอบของถวย
ตัวออน ซึ่งทั้งหมดนี้ชันโรงจะตองไป
เก็บจากตนไมโดยรอบของที่ตั้งรังของ
ชันโรง ดังนั้นสถานที่ตั้งของชันโรง
จําเปนอยางยิ่งท่ีตองมีแหลงอาหารและ
ชันใหแกชันโรงอยางเพียงพอ แมชันโรง
จะมีพฤติกรรมการเลือกลงตอมดอกไม
เชนเดียวกับผ้ึง แตการท่ีชันโรงสามารถ
ลงตอมพืชทองถิ่นไดถึง 2 ใน 3 ของพืช
ในทองถิ่นน้ัน ๆ และมีลักษณะปรับตัว
ไดดีกับพืชตางถิ่น ทําใหชันโรงสามารถ
อยูรอดในสภาพแวดลอมไดดีกวาผ้ึง
(รปู ท่ี 6

8 ศัตรขู องชันโรง

ชันโรงมศี ตั รใู นธรรมชาตอิ ยหู ลายชนดิ เชน แมงมุม ตอ มด มวน
เพชฌฆาต และจิ้งจก (รปู ที่ 7

ก. มวนเพชฌฆาต ข. หนอนแมลงวันลาย

ค. ตอ ง. แมงมมุ

รปู ที่ 7 ศตั รขู องชนั โรง

9 วิธีแยกขยายรังชันโรง

การแยกขยายรังตองเลือกรังที่ การแยกรังตองแบงถวยตัวออนและ
แข็งแรง โดยดูจากมีประชากรของชัน ถวยอาหารมาใสในรังใหม วางถวยอาหาร
โรงงาน ปริมาณถวยตัวออนในปริมาณ ใกลทางเขาและวางถวยตัวออนดานใน ใส
มากและตองมีถวยนางพญา (มีขนาด ไขนางพญาลงไป 1 ใบ นําชันจากรังเกา มา
ใหญกวาถวย ตัวออน ซ่ึงจะปะปนอยู ปายที่ทางเขาออกของรังใหมแลวปดฝารัง
กับถวยตัวออน (รูปท่ี 8 เมื่อจะแยก นํารังใหมมาวางที่ตั้งของรังเกาโดย ใหมี
ขยาย เตรียมรังแยก โดยรังควรทําจาก ทางเขารังและความสูงของรังจากพ้ืนอยูใน
ไมท่ีมีความหนาพอสมควร เพื่อให ตําแหนงเดียวกับรังเกา นํารังเกา ยายไปตั้ง
สามารถปกปองรังชันโรงจาก การ ที่หางจากรังเดิมอยางนอย 10 เมตร เพื่อ
เปล่ียนแปลงของอากาศที่รุนแรงได ไมใหตัวชันโรงงานท่ีออกไปหา อาหารหารัง
บาง เชน อากาศรอนจัด ขนาดความ เกาเจอจึงเขารังใหม กรณีในรังเกาไมมีไข
สูงของ รังไมควรสูงเกินไปเพราะหาก นางพญาสําหรับรังใหมควร นําไขนางพญา
ถวยน้ําผึ้งมีปริมาณมากอาจลมลงมา จากรังอื่นท่เี ปนสายพนั ธเุ ดยี วกันมาใสให
ทาํ ใหรังเสยี หายได

รูปท่ี 8 ถว ยนางพญา

10

ขอควรระวัง การแยกขยายรังชันโรงควรแยกขยายในหนาแลง ไมควร
แยก ขยายรังในหนาฝนที่สภาพแวดลอมมีความชื้นสูง ชันโรงจะประสบ
ปญหาการทําใหรังแหง โดยเฉพาะหากถวยนํ้าผึ้งแตกมีนํ้าผึ้งไหลเยิ้มใน
รังกลิ่นน้ําผึ้งจะดึงดูด ใหแมลงวันลายมาวางไข และตัวออน แมลงวันจะ
กินถวยอาหารและถวย ตัวออนจนรังลมสลายในท่ีสุด รวมไปถึง หนาฝน
ชันโรงจะประสบปญหาในการ ออกหาอาหารและชันเพ่ือซอมแซมรัง
เปนเหตใุ หป ระชากรในรังออนแอและ เปดทางใหศตั รูเขาทาํ ลายไดงาย

1ป1รมิ าณตัวออ นทเี่ หมาะสมในการแยกขยายรังชนั โรงขน
เงินหรอื Tetragonula pegdeni Schwarz

จากการศึกษา Sawatthum (2004) พบวาในการแยก
ขยายรังนั้น ใน รังใหมจะตองมีชันโรงวรรณะตาง ๆ ครบทุก
วรรณะ เพ่ือใหกิจกรรมตาง ๆ ภายใน สามารถดําเนินไปได
อยางตอเนื่อง โดยเฉพาะชันโรงงานจะตองมีครบทุกอายุและ
ในปริมาณท่ีเพียงพอ จากผลการศึกYour ContentษาปHere ริมาณตัวออนท่ี
เหมาะสมในการขยายรงั พบวาหากใสถวยตัวออนสีเขมและสี
ออนในปริมาณใกลเคียงกัน หนักอยางนอย 30 - 40 กรัมขึ้น
ไป พรอมใสถวยอาหาร (เกสรและนํ้าผ้ึง ในนํ้าหนักปริมาณ
ใกลเคียงกัน จะทําใหรังใหมสามารถอยูรอดไดดี แตหาก
ปริมาณของถวยตัวออนมีปริมาณ นอยกวา (ตํ่ากวา 30 กรัม
ลงมา รังจะประสบปญหาในการอยูรอดในสภาพแวดลอม ที่
มีอาหารนอย หรือสภาพภูมิอากาศไมเหมาะสม ท้ังน้ีหาก
สภาพแวดลอมมีอาหาร สมบูรณ บางคร้ังรังท่ีแยกขยายโดย
ไมไดใ สถ ว ยอาหารใหเลยก็สามารถอยรู อดได

12

ส่ิงท่ีสําคัญท่ีพบจากการวิจัยเร่ือง การสรางนางพญาของ
T. pegdeni ของ Sawatthum (2006) คือ ในการแยกรังใหม
ของ T. pegdeni ที่ประสบความสําเร็จ ไดดี รังใหมจะตองมี
นางพญาหรือถวยนางพญาพรอมตัวเต็มวัยระยะที่ปฏิบัติ หนาที่
อยูภายในรังและตัวเต็มวัยระยะท่ีออกหาอาหาร เน่ืองจากผล
การศึกษา พบวาชันโรงงานไมสามารถสรางนางพญาจากถวย
ตัวออนของชันโรงงานไดเชนเดียว กับผึ้งพันธุซึ่งหากรังใดขาด
นางพญา ชันโรงงาน จะสรางถวยนางพญาฉุกเฉิน (รูปที่ 9 ที่
ไมม ไี ขข้ึนมาจาํ นวนมากและรังก็จะลมสลายไป ในท่สี ุด

รปู ท่ี 9 ถว ยนางพญาฉกุ เฉนิ

13 การใชประโยชนจ ากผ้ึงชันโรง

1. การใชชันโรงเปนแมลงผสมเกสร เนื่องจากชันโรงมีวิวัฒนาการรวมกับ
พืชทองถิ่นมาเปนเวลานาน ชันโรงจึง เปนแมลงผสมเกสรท่ีมีศักยภาพมากชนิดหนึ่ง
เพราะชันโรงลงตอมดอกไมไดหลาก หลายชนิดและมีรังท่ีจัดการไดงายเพราะไมตอย
ขนาดรังไมใหญสะดวกตอการขนยายในระหวางฤดูกาลท่ีไมใชฤดูกาลที่ใชงาน ชันโรง
เพียงดูแลรังไมใหอยูในสภาพ อากาศท่ีรุนแรง เชน ความช้ืนสูง หรือถูกแดดจัด ไมมี
ศัตรูรบกวน มีอาหารในธรรมชาติพอประมาณ รังชันโรงก็สามารถนําไปใชในฤดูกาล
ตอ ไปไดเ ปน อยา งดี

ชันโรงสามารถเปน แมลงผสมเกสรทดี่ แี กพ ืชหลายชนดิ เชน เงาะ ล้ินจ่ี
แตชนั โรงไมสามารถผสมพันธใุ หแกทานตะวันกนิ เมลด็ พนั ธุเชียงรายได( อญั ชล,ี 2552

ซ่ึงผลการทดลองแสดงใหเ หน็ ถงึ ความเหมาะสมของชนดิ พชื ลักษณะของ
ดอกไมท่ีเหมาะสมกบั การใชช นั โรงในการเปนแมลงผสมเกสรดงั นนั้ การเลอื กใช ชนั โรง
ผสมเกสรจึงควรมกี ารตรวจสอบทดลองประสิทธิภาพการเปน แมลงผสมเกสรของชนดิ
ชันโรงกบั ชนดิ พชื นั้น ๆ กอ น

13

2. การขายรงั หรอื ใหเชา รงั ชนั โรง
ผลสืบเน่ืองจากการที่ชันโรงเปนแมลงผสมเกสรไมผลหลายชนิด

ท่ีมี ประสิทธิภาพ ทําใหความตองการรังชันโรงของเกษตรกรมี
ปริมาณสูง ทําใหมีธุรกิจ การขายรังชันโรงหรือใหเชารังชันโรงเพื่อ
วางในสวนผลไมในชวงดอกไมบานเกิดขึ้น ซ่ึงปจจุบันมีการต้ังราคา
ขายรังกันตั้งแตรังละ 700 บาทข้ึนไป ท้ังนี้ข้ึนอยูกับชนิด ของชันโรง
(ความยากงายในการขยายพันธุของชันโรงชนิดน้ัน ๆ สวนการใหเชา
รัง ชันโรงน้ันในระยะแรกมักจะใหเชาในราคาประมาณรังละ 300
บาทตอชวงระยะเวลา ท่ีดอกเงาะบาน แตปจจุบันเกษตรกรผูเลี้ยงไม
นิยมใหเชารัง เนื่องจากประสบปญหารังลมสลายจากการใชสารเคมี
ของสวนที่เชารังหรือความไมซ่ือสัตยของเจาของสวนที่เชารังชันโรง
แลว แอบแยกขยายรังชนั โรงท่เี ชา ไป เปน ตน

3. การใชประโยชนจากนา้ํ ผงึ้ ชันโรง
คนทั่วไปในพื้นที่ตาง ๆ ทั่วโลกที่มีชันโรงเปนแมลงใน

ทองถ่ินเช่ือกันวาน้ําผ้ึงจากชันโรงมีสรรพคุณทางยามากกวา
นํ้าผ้ึงจากผ้ึงในสกุลเอพิส (Apis) เชน ผ้ึงพันธุ (Apis
mellifera) Sawatthum, et al. (2008) ไดแสดงผลการ
วิเคราะห องคประกอบของน้ําผ้ึงจากชันโรง 3 ชนิด คือ
ชันโรงขนเงิน Tetragonula pegdeni Schwarz ชันโรงถวย
ดํา Tetragonula laeviceps Smith และชันโรงปากแตร
Lepidotrigona terminata Smith เปรียบเทียบกับนผึ้งจาก
ผง้ึ พนั ธุจากดอกไม 2 ชนิดคอื ลาํ ไย และเงาะ

14

4. การใชประโยชนจากชนั (propolis) ของชันโรง
ชันหรือพรอพอลิสของชันโรงน้ัน คนไทยโบราณนํามาใช

ประโยชนหลาย ดาน เชน ใชในการยาเรือ อุดภาชนะ อุดฐานพระ และอ่ืน
ๆ แตป จจุบันมกี ารคน พบ สารสาํ คญั ทีเ่ ปน องคประกอบอยูใ นชนั หลายชนิด
แมชันจะเปนสวนของยางไมท่ีชันโรงเก็บมาจากตนพืชหลากหลายชนิด
นํามาผสมรวมกับไขผึ้งท่ีชันโรงผลิตข้ึนจาก ภายในลําตัวชันโรง อยางไรก็
ตาม องคประกอบสวนใหญของชันก็เปนสารในกลุม ฟลาโวนอยด
(flavonoids) ซ่ึงใหผลในการเปนสารตานอนุมูลอิสระ ตานเช้ือโรค และ
เพ่ิมภูมิคุมกัน และจากการทํางานรวมกันของผูวิจัยกับนักวิจัยชาวญี่ปุนมี
รายงาน เบื้องตนวามีการตรวจพบสารยับยั้งการสรางเม็ดสีเมลานินที่
ผวิ หนงั ซง่ึ อาจพัฒนา เปนเครื่องสําอางจําพวกไวทเทนน่ิงได ปจจุบันมีการ
นําชันมาใชผลิตผลิตภัณฑ ตาง ๆ มากมาย เชน รักษาการติดเชื้อในชอง
ปาก รักษาเหงือกอักเสบ แกอักเสบ ของผิวหนัง ใชในผลิตภัณฑ
เคร่อื งสําอาง เชน สบู ยาสฟี น ยาสระผม เปนตน

15 บรกิ ารวิชาการแกจ นจากผึง้ ชันโรง

ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ไดดําเนินจัดบริการ
วิชาการแกชุมชนเพ่ือแกปญหาความยากจน และสนองพระรา
โชบายของในหลวงรัชกาลที่ 10 โดยจัดโครงการการเพาะเลี้ยง การ
ยายรัง และนวัตกรรมรังเล้ียงเพื่อเลี้ยงผ้ึงชันโรงในเชิงการคาขึ้น
เ ป น ก า ร ถ า ย ท อ ด อ ง ค ค ว า ม รู จ า ก ง า น วิ จั ย ท่ี ไ ด รั บ ทุ น จ า ก
มหาวิทยาลัย ดวยการบริการวิชาการการจัดอบรมใหความรูแก
เกษตรกรและผูที่สนใจ ซึ่งจะเกิดเปนประโยชนและเปนภารกิจ
สําคัญ รวมทง้ั เพือ่ ใหชุมชนมีศูนยแสดงการเพาะเลี้ยงและการยายรัง
เพ่ือเพิ่มปริมาณรังเลี้ยงในชุมชนได และเพ่ือใหผูเขาอบรมสามารถ
ปฏิบัติการเล้ียงและยายรังผึ้งชันโรงได รวมทั่งสามารถปฏิบัติการ
ออกแบบและทํานวัตกรรมรังเล้ียงผึ้งชันโรงได กลายเปนชุมชน
ตนแบบที่อาศัยความรูเชิงวิชาการและภูมิปญญาชาวบานในการ
ดาํ รงชีวติ

มีกลุมเปาหมายคือเกษตรกรหรือผูสนใจทั่วไปจํานวน 58
คน ดําเนินการในวันที่ 21– 22 เดือนเมษายน 2561 ณ บานบาเลาะ
ตําบลปะเสยะวอ อําเภอสายบุรี จังหวัดปตตานี จากความพึงพอใจ
ของผูเขารวม กิจกรรมมีระดับพึงพอใจมากที่สุด ไมวาจะเปนดาน
วิทยากร ดา นสถานท่ี ระยะเวลา และดานความรูท่ีไดรับประโยชนจาก
การอบรม จากผลการประเมินของผูเขารวมกิจกรรมดังกลาว ซึ่งมี
คาเฉล่ยี 4.40

16 ภาพประกอบการบริการวชิ าการ

17

ผลติ ภัณฑจากผึ้งชนั โรง มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ยะลา

ผลติ ภณั ฑน้ําผงึ้ สดชนั โรง

ผลิตภัณฑสบฮู าลาลจากผึง้
ชันโรง

บรรณานกุ รม

อัญชลี สวาสดิ์ธรรม. (2556. มหัศจรรยช นั โรง. ปทุมธานี : สถาบนั วิจัยและพัฒนา
มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบรุ ี

อญั ชลี สวาสดธิ์ รรม. (2552. บทบาทของผง้ึ พนั ธแุ ละชันโรงในการผสมเกสร ทานตะวนั กิน
เมล็ดพันธุเชยี งราย. การประชุมวิชาการอารกั ขาพืช แหง ชาติ ครัง้ ท่ี 9. โรงแรม
สนุ ยี  แกรนด อุบลราชธานี

Amano, K.; T. Nemoto and T.A. Heard. (2000 . What are Stingless Bees,and
Why and How to Use Them as Crop Pollinators?. a Review-.
JARQ . 34 (3),183-190.

Michener, C.D. (2000). The Bee of the World. TheJohns Hopkins University
press.Rasmussen, C., and S.A. Cameron. 2007. A molecular
phylogeny of the Old World stingless bees (Hymenoptera:
Apidae: Meliponini) and the non-monophyly of the large genus
Trigona. Systematic Entomology . 32 : 26-39.

Sawathum, A. (2008). Composition of Thai stinglees bee honey. 9th. Asian
Apicultural Association (AAA) Conference. 1st-4th November,
2008. Hangzhou, China.

Sawatthum, A. (2006 . Queen production and biology of Trigonapegdeni.
8th Asian Apicultural Association (AAA) Conference. 20th-24th
March, 2006. Perth, Western Australia, Australia

บรรณานกุ รม (ตอ

Sawatthum, A. (2004 . Stinglees beekeeping in Thailand. 8th Internationnal
Conference on Tropical Bee and VI EncontrosobreAbelhas-
2004, September 6-10, 2004. Ribeirao Preto, SP.Brazil.

Velthuis, Hayo H.W. (1997). The biology of Stingless Bees. Department of
Ecology, University of Sao Paulo, Sao Paulo, Brazil.

ภาคผนวก
โครงการ การเพาะเลย้ี ง การ
ยายรงั และนวัตกรรมรังเลยี้ ง
เพือ่ เลีย้ งผึ้งชนั โรงในเชิงการคา
โดย มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏยะลา

รายงานผลการดาํ เนินงานโครงการบรกิ ารวิชาการ
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561

โครงการการเพาะเล้ียง การย้ายรงั และนวตั กรรมรังเลี้ยงเพือ่ เล้ยี งผง้ึ ชนั โรงใน
เชิงการค้า

21 – 22 เมษายน 2561
ณ บ้านบาเลาะ ตาํ บลปะเสยะวอ อําเภอสายบุรี จังหวดั ปัตตานี

ผรู้ บั ผิดชอบโครงการ
อาจารย์ ดร.อิสมะแอ เจ๊ะหลง
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์วพิ ฒั น์ ถาวโรฤทธ์ิ
อาจารย์ ดร.วารณุ ี หะยีมะสาและ
อาจารย์ ดร.มนทกานต์ พิมเสน

อาจารยอ์ ลภา ทองไชย
อาจารย์จารุ นคิ ม

นางสาวลกั ขณา รกั ขพันธ์
นางสาวซรี หี นั ชายดานา

คณะวทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยแี ละการเกษตร
มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

รายงานผลการดาํ เนนิ โครงการบริการวิชาการ
ปงี บประมาณ พ.ศ. 2561

โครงการ การเพาะเลย้ี ง การย้ายรัง และนวตั กรรมรังเลีย้ งเพอื่ เล้ยี งผ้งึ ชนั โรงในเชงิ การคา้
21 – 22 เมษายน 2561

ณ บ้านบาเลาะ ตําบลปะเสยะวอ อาํ เภอสายบรุ ี จังหวัดปตั ตานี

ผูร้ บั ผิดชอบโครงการ..................................................
( อาจารย์ ดร.อสิ มะแอ เจะ๊ หลง )

ผตู้ รวจสอบโครงการ...................................................
( อาจารย์ ดร.ลลิ ลา อดุลยศาสน์ )

คณบดีคณะวทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยีและการเกษตร

ผู้ตรวจสอบโครงการ...................................................
( อาจารยเ์ วคิน วฒุ ิวงค์ )

รองผอู้ าํ นวยการสถาบันวจิ ัยและพฒั นาชายแดนใต้

บทสรุปสําหรบั ผู้บริหาร

โครงการการเพาะเลยี้ ง การยา้ ยรัง และนวัตกรรมรังเลี้ยงเพ่ือเล้ียงผึ้งชันโรงในเชิงการค้า ได้รับ
การถ่ายทอดองคค์ วามร้จู ากงานวจิ ัยทีไ่ ด้รบั ทุนจากมหาวทิ ยาลัยดว้ ยการบริการวิชาการการจัดอบรมให้
ความรู้แก่เกษตรกรและผู้ท่ีสนใจจะเกิดเป็นประโยชน์และเป็นภารกิจสําคัญ รวมท้ังเพื่อให้ชุมชนมีศูนย์
แสดงการเพาะเล้ียงและการย้ายรังเพ่ือเพ่ิมปริมาณรังเลี้ยงในชุมชนได้ และเพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถ
ปฏิบัติการเลี้ยงและย้ายรังผึ้งชันโรงได้ รวมทั้งสามารถปฏิบัติการออกแบบและทํานวัตกรรมรังเลี้ยงผ้ึง
ชันโรงได้กลายเป็นชุมชนต้นแบบท่ีอาศัยความรู้เชิงวิชาการและภูมิปัญญาชาวบ้านในการดํารงชีวิตทั้งนี้
เพราะบริเวณพ้ืนที่อําเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานีเป็นพื้นท่ีมีความอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ
และอยู่ในพ้ืนที่พัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดําริท่ีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้รับพระราชทาน
พระราชดาํ ริเกยี่ วกับงานชลประทาน ทําให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ในการทาํ การเกษตร เล้ียงสตั ว์ อุปโภค
บริโภค และการประมงได้ตลอดทั้งปี โดยพื้นที่ส่วนหนึ่งคงเป็นป่าที่มีพรรณไม้เจริญอย่างอุดมสมบูรณ์
เป็นปจั จัยทสี่ ง่ ผลตอ่ ความหลากหลายพืชได้ ท้ังน้ีผึ้งชันโรงจะเป็นตัวผสมเกสรที่ดีและมีประสิทธิภาพสูง
มกี ลุ่มเปา้ หมายคอื เกษตรกรหรือผสู้ นใจทวั่ ไปจํานวน 58 คนดําเนินการในวันที่ 21– 22 เดือนเมษายน
2561 ณ บ้านบาเลาะ ตําบลปะเสยะวออําเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานีจากความพึงพอใจของผู้เข้าร่วม
กิจกรรมมีระดับพึงพอใจมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นด้านวิทยากร ด้านสถานท่ีระยะเวลา และด้านความรู้ท่ี
ได้รับประโยชน์จากการอบรมจากผลการประเมินของผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 4.40
ทางหลักสูตรชีววิทยาจะนําไปใช้ในการปรับปรุงการจัดกิจกรรมครั้งต่อไป ส่วนประเด็นการประเมินท่ี
พบว่าอยใู่ นระดบั ดีแล้ว ก็จะนําไปปรบั ใชใ้ หด้ ีย่งิ ขน้ึ

คณะกรรมการดาํ เนินโครงการ

คาํ นํา

โครงการการเพาะเล้ียง การย้ายรัง และนวัตกรรมรังเลี้ยงเพื่อเลี้ยงผ้ึงชันโรงในเชิงการค้าเป็น
การบริการวิชาการการจัดอบรมให้ความรแู้ กเ่ กษตรกรและผู้ทส่ี นใจจะเกิดเปน็ ประโยชนแ์ ละเป็นภารกิจ
สาํ คญั รวมท้ังเพ่ือให้ชุมชนมีศูนย์แสดงการเพาะเลี้ยงและการย้ายรังเพื่อเพิ่มปริมาณรังเล้ียงในชุมชนได้
และกลายเป็นชุมชนต้นแบบท่ีอาศัยความรู้เชิงวิชาการและภูมิปัญญาชาวบ้านในการดํารงชีวิต ซ่ึงเป็น
ภารกิจสําคัญในการสร้างต้นแบบการพัฒนารูปแบบการเลี้ยงผึ้งชันโรงเชิงพานิชย์ต่อไป ตลอดจนได้ซึ่ง
รายงานสรุปผลการดําเนินกิจกรรมการเพาะเล้ียง การย้ายรัง และนวัตกรรมรังเลี้ยงเพ่ือเลี้ยงผึ้งชันโรง
ในเชิงการค้าประกอบด้วยหลักการและเหตุผลวัตถุประสงค์ของโครงการ วิธีการดําเนินโครงการ
งบประมาณท่ีใช้ ผลท่ีได้จากโครงการผลการประเมิน และข้อเสนอแนะเพ่ือใช้เป็นแนวทางในการจัด
กิจกรรมในครงั้ ตอ่ ไป

คณะดําเนินงานหวังเป็นอย่างย่ิงว่าได้รับความช่วยเหลือจากการสนับสนุนงบประมาณของ
โครงการการเพาะเล้ียง การย้ายรัง และนวัตกรรมรังเล้ียงเพ่ือเลี้ยงผึ้งชันโรงในเชิงการค้าหลักสูตร
ชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร สําหรับการจัดกิจกรรม นอกจากน้ีทางหลักสูตร
ชีววิทยา มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลามีการคาดหวังว่าการจัดกิจกรรมในคร้ังน้ีจะเป็นประโยชน์ต่อ
เกษตรกรและผ้สู นใจอนื่ ๆ ท่เี ขา้ ร่วมกจิ กรรม

คณะดําเนินงาน

สารบญั หนา้

เร่อื ง ข
บทสรปุ ผ้บู ริหาร ค
คาํ นํา 1
สารบญั 1
บทท่ี 1 บทนาํ 1
1
บทนาํ 1
วตั ถปุ ระสงคโ์ ครงการ 3
เปา้ หมาย 3
ตวั ชี้วดั ความสาํ เร็จ 3
บทที่ 2 วิธกี ารดําเนินงานโครงการ 5
วสั ดอุ ปุ กรณ์ 7
ขั้นตอน 8
บทท่ี 3 ผลการดาํ เนนิ งาน 10
บทท่ี 4 สรปุ ผล อภิปรายผล ปัญหาและขอ้ เสนอแนะ 15
ภาคผนวก 17
ก. โครงการทีไ่ ดร้ บั การอนมุ ตั ิ หลักสตู รอบรม เอกสารประกอบ 20
ข. แบบประเมนิ ความพึงพอใจ 23
ค บญั ชีรายช่อื ผลู้ งทะเบียนและผไู้ ด้รบั เกียรติบัตร เชน่ ใบลงทะเบียน
ง เอกสารและแบบฟอร์มทเ่ี กี่ยวข้องกับโครงการ
จ รปู ภาพการจดั โครงการ

บทท่ี 1
บทนํา

พื้นท่ีอําเภอสายบุรีจังหวัดปัตตานี เป็นพื้นท่ีอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติและอยู่ใน
พ้ืนท่พี ัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดําริท่ีพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัวทีไ่ ด้รบั พระราชทานพระราชดําริ
เก่ียวกับงานชลประทาน ทําให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ในการทําการเกษตร เลี้ยงสัตว์ อุปโภค บริโภค
และการประมงได้ตลอดท้ังปี โดยพื้นที่ส่วนหนึ่งคงเป็นป่าที่มีพรรณไม้เจริญอย่างอุดมสมบูรณ์(อิสมะแอ
,2558:สว่ นระบบข้อมูลแผนท่ีดนิ และธาตุอาหารพชื พฒั นาพนื้ ทพ่ี รแุ ฆแฆ, 2558)ปัจจุบนั ปา่ ในเขตพ้ืนที่
อําเภอสายบรุ ี เป็นแหล่งความหลากหลายและแหลง่ อาหารที่สาํ คัญ ของชนั โรงผ้ึง และสัตว์อื่นๆ และมี
การเล้ียงชันโรงและผึ้งเป็นอาชีพเสริม การเลี้ยงชันโรงที่ประสบความสําเร็จจําเป็นต้องศึกษาด้านความ
หลากหลายของพืชเพ่ือนําข้อมูลพรรณไม้ที่เป็นแหล่งอาหาร (foraging plants) และมาประเมิน
ศกั ยภาพดา้ นปริมาณและชนิดของพชื อาหารจากผลการศกึ ษา พบว่า ปรมิ าณแหล่งอาหารของผึ้งชันโรง
มีปริมาณมากและมีความอุดมสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามการเล้ียงผ้ึงชันโรงต้องอาศัยความรู้ด้านวิธีการ
เพาะเลี้ยง การย้ายรัง และท่ีสําคัญมาก ๆ คือด้านการออกแบบและสร้างนวัตกรรมรังเลี้ยง (hive
innovation) เพอ่ื ให้สามารถเก็บผลผลติ น้ําผ้ึงชนั โรงได้

การออกแบบนวตั กรรมรงั เลยี้ งผงึ้ ชนั โรงชนดิ itama sp. ทาํ ให้สามารถเกบ็ ผลผลติ ไดม้ าก และ
สะดวกและตอบสนองความต้องการของตลาด ทําให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากข้ึนประมาณ 80
เปอร์เซ็นต์ ซ่ึงท่ีผ่านยังไม่มีรายงานการศึกษาและถ่ายทอดเทคโนโลยีข้างต้นมาก่อนเลยในประเทศไทย
นอกจากผลผลิตน้ําผ้ึงที่ได้แล้ว ส่วนpropolisของชันโรงสามารถนําไปใช้ประโยชน์ด้านต่างๆได้ ได้แก่
สบู่ โฟม และอ่ืนๆ ดังน้ันการถ่ายทอดองค์ความรู้จากงานวิจัยท่ีได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยด้วยการ
บริการวิชาการการจัดอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรและผู้ที่สนใจจะเกิดประโยชน์และและเป็นภารกิจ
สาํ คญั รวมท้ังเพื่อให้ชุมชนมีศูนย์แสดงการเพาะเลี้ยงและการย้ายรังเพื่อเพ่ิมปริมาณรังเลี้ยงในชุมชนได้
และกลายเป็นชุมชนต้นแบบท่ีอาศัยความรู้เชิงวิชาการและภูมิปัญญาชาวบ้านในการดํารงชีวิต ซ่ึงเป็น
ภารกิจสําคัญในการสร้างต้นแบบการพัฒนารูปแบบการเลี้ยงผึ้งชันโรงเชิงพานิชย์ต่อไป นอกจากน้ีการ
เลี้ยงผ้ึงชันโรงทําให้เกิดความหลากหลายของพืชได้ ทั้งนี้ผ้ึงชันโรงจะเป็นตัวผสมเกสรที่ดีและมี
ประสทิ ธิภาพสงู

วตั ถุประสงค์ของโครงการ
1. เพื่อให้ผ้เู ข้ารับการอบรมสามารถปฏบิ ัติการเลี้ยงและยา้ ยรังผ้ึงชนั โรง
2. เพือ่ ใหผ้ ู้เขา้ อบรมสามารถปฏิบัติการการออกแบบและทาํ นวัตกรรมรงั เล้ยี งผึ้งชนั โรงได้
3. เพือ่ ใหผ้ เู้ ข้าอบรมมีสว่ นรว่ มในการสรา้ งศนู ยแ์ สดงการเล้ยี งผ้ึงชันโรงในชมุ ชนได้

เป้าหมาย
1. เชิงปริมาณเกษตรกร หรือผู้สนใจท่ัวไปที่เข้ารับการอบรมจํานวน30 คน และสามารถ

จดั ตั้งศูนยเ์ ลยี้ งผ้ึงชันโรงในชุมชนได้ จาํ นวน 1ศนู ย์
2. เชิงคณุ ภาพเกษตรกรหรือผู้สนใจท่ัวไปมคี วามรู้เก่ียวกบั การเพาะเล้ียง การยา้ ยรัง และ

นวัตกรรมรังเล้ียงเพื่อเลี้ยงผึ้งชนั โรงในเชิงการค้า

ตัวชีว้ ัดความสาํ เรจ็
1. ตวั ช้วี ัดผลผลิต

เกษตรกรหรือผู้สนใจท่ัวไปท่ีเข้ารับการอบรมจํานวน 30 คน สามารถปฏิบัติการเลี้ยง
และย้ายรังผ้ึงชันโรงได้ ออกแบบและทํานวัตกรรมรังเล้ียงผึ้งชันโรงได้ และมีส่วนร่วมในการสร้างศูนย์
แสดงการเลีย้ งผึ้งชนั โรงในชมุ ชนได้

2.ตวั ชว้ี ัดผลลัพธ์
เกษตรกรหรอื ผสู้ นใจท่ัวไปทเ่ี ขา้ รบั การอบรมจาํ นวน 30 คนเข้าใจในการเล้ยี งและย้าย

รังผึ้งชันโรงได้ ออกแบบและทํานวัตกรรมรังเล้ียงผึ้งชันโรงได้ และให้ความสําคัญต่อการสร้างศูนย์แสดง
การเล้ียงผึ้งชนั โรงในชมุ ชนเพอ่ื การอนรุ ักษ์และขยายรงั เลยี้ งตอ่ ไป

3. ตัวช้วี ดั ผลกระทบ
เกษตรกรหรือผู้สนใจทั่วไปที่เข้ารับการอบรมจํานวน 30 คน มีผลผลิตและรายได้จาก

การขายน้ําผ้ึงชันโรงและเป็นแนวทางการผลิตเชิงการค้า และเพ่ิมรายได้ สุดท้ายทําให้คุณภาพชีวิตดี
ข้ึน

บทที่ 2

วิธีการดาํ เนนิ งานโครงการ

วิธกี ารดําเนนิ งานโครงการ
กิจกรรมการเพาะเล้ียง การย้ายรัง และนวัตกรรมรังเลี้ยงเพ่ือเล้ียงผึ้งชันโรงในเชิงการค้าจัด

ให้แก่ เกษตรกรหรือผู้ท่ีสนใจทั่วไปในอําเภอสายบุรีจังหวัดปัตตานีณบ้านบาเลาะ ตําบลปะเสยะวอ
อําเภอสายบุรีจังหวัดปัตตานีระยะเวลาการจัดกิจกรรมระหว่างวันท่ี21–22เมษายน2561เวลา 08.00 -
12.00 น.งบประมาณ 55,700 บาท การดาํ เนินงานโครงการสรปุ ได้ดังนี้

1 วัสดอุ ปุ กรณ์

1.1 เครื่องมือการทํารงั
- ไมก้ ระทงั
- แผน่ พลาสตกิ pvc
- ทอ่ นไม้กระทิงเทพา
- ดินสอไม้
- ตลับเมตร
- ค้อน
- ปนื กาว
- สวา่ นไฟฟ้า
- ตะปูยงิ รเี วท
- เครื่องยงิ ตะปลู ม
- เครอ่ื งขัดกระดาษทราย
- เครื่องซอยไม้ไฟฟ้า
- เครือ่ งคลึงไม้
1.2 เคร่อื งมือยา้ ยรงั
- ชดุ ป้องกัน
- ขวาน
- ถงุ ดาํ
- ถงุ พลาสตกิ OPP
- มีดด้านไม้ 7 น้วิ
- เกียงโปว้ สีด้านไม้
- เครอื่ งยงิ กระดาษแมก็ ซT์ G-D

- ขั้นตอนการจัดเตรียมโครงการ
1. เสนอโครงการเพอ่ื อนุมตั ิงบประมาณ
2. กําหนด วันเวลา สถานที่ และตดิ ต่อประสานงานเพื่อการจัดกิจกรรม ดังนี้
2.1 กําหนด วันเวลา สถานท่ี ในการจัดกจิ กรรม
2.2 ติดตอ่ ประสานงานไปยงั กลมุ่ เป้าหมาย เพื่อการเขา้ รว่ มกิจกรรม

2.3 ประชาสัมพันธ์เพ่ือเชิญชวนให้กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการครอบคลุม
จดั เตรียมเอกสาร วสั ดุ อุปกรณ์ สําหรับการจดั กิจกรรม

2.4 ขออนุมตั ิจดั ซ้ือ จัดจา้ ง วัสดแุ ละรายการตา่ งๆ ทเ่ี ก่ียวข้อง
2.5 เตรียมเคร่ืองมือการประเมินผลการดําเนินงานและบัญชีลงทะเบียนของผู้เข้าร่วม
กิจกรรม
- ขัน้ ตอนระหว่างการดาํ เนินโครงการ
1. จัดประชุมระดมความคิดเหน็
2. เสนออนุมัตโิ ครงการ
3. จัดประชุมเตรียมงาน
4. จดั กิจกรรม
5. ประเมินผลการจดั กจิ กรรม
6. สรุปโครงการ

- ขน้ั ตอนหลงั การดําเนินโครงการ
1. ประมวลผลการวิเคราะห์ รายงานผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมาย

วเิ คราะหข์ ้อมูลด้วย spss11.0
2. รวบรวมหลกั ฐานที่เกีย่ วข้องในการจดั โครงการ
3. สรปุ ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงาน งบประมาณ 55,700 บาท โดยใช้งบสนับสนุนจากโครงการ

การเพาะเลี้ยง การย้ายรัง และนวัตกรรมรังเล้ียงเพ่ือเลี้ยงผึ้งชันโรงในเชิงการค้า ภาควิชาวิทยาศาสตร์
คณะวิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยแี ละการเกษตรมหาวิทยาลัยราชภฏั ยะลา

บทที่ 3
ผลการดาํ เนนิ งาน

ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบประเมินกิจกรรมการเพาะเล้ียง การย้ายรัง และนวัตกรรมรัง
เลี้ยงเพื่อเลี้ยงผ้ึงชันโรงในเชิงการค้าซ่ึงจัดขึ้นโดยสาขาวิชาชีววิทยา ภาควิชาวิทยาศาสตร์ คณะ
วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นกลุ่มเกษตรกรหรือผู้สนใจท่ัวไป
จํานวนทั้งส้ิน58คน และมีผู้ตอบแบบสอบถามท้ังสิ้น 36คนคิดเป็นร้อยละ 62.07 จัดข้ึนในวันท่ี 21 –
22 เมษายน2561เวลา08.00–12.00 น.โดยไดแ้ บ่งผลการวิเคราะหข์ ้อมลู ออกเปน็ 3 ตอน ดงั น้ี

ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตอนที่ 2 ความพงึ พอใจเกี่ยวกับกิจกรรม
ตอนท่ี 3 ข้อเสนอแนะ
เกณฑก์ ารวดั ระดับความพงึ พอใจและความคิดเหน็

1.00 – 2.00 ความพึงพอใจอยู่ในระดับนอ้ ย
2.01 – 3.50 ความพึงพอใจอย่ใู นระดบั กลาง
3.51 – 4.00 ความพงึ พอใจอยู่ในระดับมาก
4.01 ขึน้ ไป ความพึงพอใจอยู่ในระดบั มากที่สดุ

ตอนท่ี 1ขอ้ มลู ทว่ั ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตารางที่ 1ขอ้ มูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม

ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพท่ัวไปของผู้เข้าร่วมกิจกรรม ดังตารางท่ี 1 พบว่า

สถานภาพของผู้เข้าร่วมกิจกรรมน้ันเป็นเพศชาย 17 คน คิดเป็นร้อยละ 29.31 เป็นเพศหญิง 41 คน
คิดเป็นรอ้ ยละ 70.69 ซึ่งเป็นเกษตรกรหรอื ผู้สนใจทัว่ ไปในอาํ เภอสายบุรีทั้งหมด

สถานภาพ จํานวน ร้อยละ

เพศ 17 29.31
ชาย 41 70.69
หญิง

ตารางที่ 2ความพงึ พอใจเกี่ยวกบั กิจกรรม คา่ เฉล่ีย ค่าเบ่ยี งเบน ระดับ

รายการ 4.72 0.84 มากที่สดุ
1.ด้านวทิ ยากร 4.42 0.76 มากทสี่ ดุ
1.1 การถา่ ยทอดความร้ขู องวิทยากร 4.00 0.65 มากที่สดุ
1.2 ความสามารถในการอธบิ ายเนอ้ื หาของวทิ ยากร 4.11 0.68 มากทส่ี ุด
1.3 การใชเ้ วลาท่กี าํ หนดของวิทยากร
1.4 การตอบข้อซักถามในการฝกึ อบรมของวทิ ยากร 4.42 0.76 มากที่สุด
2 ดา้ นสถานที/่ ระยะเวลา 4.56 0.79 มากทสี่ ุด
2.1 รปู แบบการจดั สถานท่ี
2.2 ความพรอ้ มของอุปกรณ์

รายการ ค่าเฉลย่ี คา่ เบีย่ งเบน ระดบั
2.3 ความเหมาะสมของระยะเวลาในการฝึกอบรม 4.36 0.74 มากทีส่ ดุ
3. ดา้ นความร้ทู ี่ไดร้ ับและประโยชนจ์ ากการอบรม
3.1 ระดับความรู้ท่ีได้รับหลงั จากการการอบรม 4.56 0.79 มากที่สดุ
3.2 สามารถถ่ายทอดความรู้ให้แก่เพื่อนได้และบุคคล 4.25 0.71 มากทส่ี ุด
อนื่ ๆได้
3.3 มีความมั่นใจและสามารถนําความรู้ที่ได้รับไปใช้ 4.58 0.80 มากท่ีสดุ
ประโยชน์ได้
4.40 0.75 มากทส่ี ุด
ภาพรวม

จากตารางท่ี 2 จะพบว่าผลการประเมินความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรมการเพาะเลี้ยง
การย้ายรัง และนวัตกรรมรังเลี้ยงเพ่ือเลี้ยงผ้ึงชันโรงในเชิงการค้า ของการถ่ายทอดความรู้ของวิทยากร
คิดเป็นร้อยละ4.72อยู่ในระดับความพ่ึงพอใจมากท่ีสุดความสามารถในการอธิบายเนื้อหาของวิทยากร
คดิ เป็นรอ้ ยละ4.42อยู่ในระดับมากที่สุดการใช้เวลาท่กี าํ หนดของวิทยากรคดิ เปน็ ร้อยละ4.00อยูใ่ นระดบั
มากสุดการตอบข้อซักถามในการฝึกอบรมของวิทยากร คิดเป็นร้อยละ4.11อยู่ในระดับ มากท่ีสุด
รปู แบบการจดั สถานที่ คิดเปน็ รอ้ ยละ 4.42อยู่ในระดับมากที่สุด ความพร้อมของอุปกรณ์คิดเป็นร้อยละ
4.56อยใู่ นระดบั มากท่สี ุดความเหมาะสมของระยะเวลาในการฝกึ อบรม คิดเป็นร้อยละ 4.36อยู่ในระดับ
มากท่ีสุดระดับความรู้ท่ีได้รับหลังจากการการอบรมคิดเป็นร้อยละ4.56สามารถถ่ายทอดความรู้ให้แก่
เพ่อื นได้และบุคคลอน่ื ๆไดค้ ิดเปน็ ร้อยละ4.25อยูใ่ นระดับมากที่สุด มคี วามม่นั ใจและสามารถนําความรทู้ ่ี
ได้รับไปใช้ประโยชน์ได้คิดเป็นร้อยละ4.58อยู่ในระดับมากที่สุดโดยภาพรวมท้ังหมด คิดเป็นร้อยละ
4.40 อยใู่ นระดบั มากทส่ี ุด

บทที่ 4
สรปุ ผล อภปิ รายผลปญั หาและข้อเสนอแนะ

ผลที่ได้รับจากกิจกรรมการเพาะเล้ียง การย้ายรัง และนวัตกรรมรังเลี้ยงเพ่ือเล้ียงผ้ึงชันโรงใน
เชงิ การค้าจัดขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าร่วมรับการอบรมความรู้เก่ียวกับเพาะเลี้ยง การย้ายรัง และท่ีสําคัญคือด้าน
การออกแบบและสรา้ งนวตั กรรมรังเล้ียง เพื่อให้สามารถเกบ็ ผลผลติ น้ําผึง้ ชันโรงได้และมีส่วนร่วมในการ
สร้างศูนย์แสดงการเลี้ยงผึ้งชันโรงในชุมชนสายบุรีโดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจํานวนทั้งสิ้น58 คน และมี
ผู้ตอบแบบสอบถามจํานวน36คน เพศชาย จํานวน17คน (คิดเป็นร้อยละ 29.31) และเพศหญิง
จํานวน 41 คน (คิดเป็นร้อยละ 70.69)สรุปได้ว่าการจัดกิจกรรมครั้งน้ีบรรลุตามวัตถุประสงค์ โดยมี
ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจํานวน 58คนซ่ึงเป็นไปตามตัวช้ีวัดความสําเร็จ และจากความพึงพอใจของผู้เข้าร่วม
กิจกรรมมีระดับพึงพอใจมากท่ีสุด ไม่ว่าจะเป็นด้านวิทยากร ด้านสถานท่ี/ระยะเวลา และด้านความรู้ที่
ได้รับประโยชน์จากการอบรมจากผลการประเมินของผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ทางหลักสูตรชีววิทยา
จะนําไปใช้ในการปรับปรุงการจัดกิจกรรมครั้งต่อไปส่วนประเด็นการประเมินท่ีพบว่าอยู่ในระดับดีแล้ว
กจ็ ะนําไปปรบั ใช้ใหด้ ยี ิ่งขึน้

ตอนท่ี 3 ข้อเสนอแนะ
1. อยากให้ขยายเวลาในการจดั โครงการมากกว่าน้ี
2. อยากใหม้ ีการบรกิ ารห้องน้ํา
3. อยากใหม้ ีการจดั โครงการน้ที กุ เดอื น
4. อยากให้มสี ินค้าจากนาํ้ ผึง้ ชันโรงในหมบู่ า้ น
5. อยากใหจ้ ดั โครงการบรกิ ารวิชาการใหใ้ หญก่ ว่าน้ี
6. อยากให้สรา้ งศนู ย์ใหใ้ หญ่
7. อยากให้มีการประชาสมั พันธ์ล่วงหนา้ หากมกี ารประชุมอกี ครัง้

ภาคผนวก

ภาคผนวก ก
โครงการทไ่ี ด้รับการอนุมตั ิ











ภาคผนวก ข
แบบประเมินความพึงพอใจ



ภาคผนวก ค
บัญชีรายช่ือผลู้ งทะเบียนและผู้ไดร้ บั เกียรตบิ ตั ร





ภาคผนวก ง
เอกสารและแบบฟอรม์ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั โครงการ


Click to View FlipBook Version