The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

14_PA21305_การเขียนรายงาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by peaw.2749, 2022-07-21 07:11:44

14_PA21305_การเขียนรายงาน

14_PA21305_การเขียนรายงาน

๔๗

ตวั อยางการรายงานตนตองคดี

º¹Ñ ·¡Ö ¢ŒÍ¤ÇÒÁ

สวนราชการ ผ.ธุรการ บก.รร.นรต.
ท่ี วันที่ ๙ ก.พ. ๒๕๕๑
เรื่อง รายงานตองหาคดอี าญา
เรยี น สว.ธรุ การ บก.รร.นรต.

กระผม ส.ต.ต.แสง ประเสรฐิ ประจํา บก. รร.นรต. ขอรายงานวา เมือ่ ๒๙ ม.ค. ๒๕๕๑
กระผมไดไปเย่ียมนาท่ีสามเสนใน กรุงเทพมหานคร และไดพกั คางคืนที่บานนา ๑ คืน เวลาเชาของ
วนั ท่ี ๓๐ ม.ค. ๒๕๕๑ กระผมจะเดนิ ทางมาปฏิบตั ิหนาทร่ี าชการตามปกติ เวลาประมาณ ๐๗.๐๐ น.
กระผมไดมาคอยข้ึนรถประจําทางท่ีตลาดสามเสนใน ขณะท่ียืนรอรถอยูน้ัน กระผมไดพบเพ่ือน
ตาํ รวจดว ยกนั คอื ส.ต.ต.ศักด์ิ เอกสทิ ธ์ิ ประจาํ อยู สน.หว ยขวาง กับพวกอกี ๑ คน ชอื่ ส.ต.ต.ชาย
สองอนันต ส.ต.ต.ศักด์ิ เอกสิทธ์ิ ไดแจงใหกระผมทราบวา มีคนเลนการพนันสลากกินรวบกันขอให
กระผมไปรวมจับดวย กระผมจึงไดไปพรอมกับ ส.ต.ต.ศักดิ์ฯ และ ส.ต.ต.ชายฯ ไดไปดักจับผูเลน
สลากกนิ รวบทบ่ี รเิ วณกองขยะเทศบาล (ดนิ แดง) กไ็ ดจ บั กมุ ตวั นายเชาว พงษพ บิ ลู ย ผเู ลน สลากกนิ รวบได
พรอมดวยโพยหมายเลขสลากกินรวบ ขณะท่ีนําตัวนายเชาว พงษพิบูลย ผูตองหาสง สน.หวยขวาง
พอถงึ หนา สถานีตํารวจดบั เพลงิ หวยขวาง นายเชาวฯ ผตู องหาแจง วา ไมม ีเงนิ ประกันตวั และขอใหแ จง
ภรรยานายเชาวฯ ใหนําเงินไปประกันตัวดวย เม่ือภรรยาของนายเชาวฯ ทราบวานายเชาวฯ ถูกจับ
ไดไปท่ี สน.หวยขวาง แจงความกับ ร.ต.ต.อัมพร หมึกทอง พงส. (สบ ๑) สน.หวยขวางใหมาจับ
กระผมกบั พวกในขอ หาขกู รรโชกทรพั ยข องนายเชาวฯ ผตู อ งหา นาํ มา สน.หว ยขวาง กกั ขงั พวกกระผมไว
๕ วนั จงึ ไดส ง ฝากขงั ยงั ศาล ศาลไดส ง ตวั พวกกระผมกบั พวกไปยงั เรอื นจาํ คลองเปรมเมอื่ วนั ท่ี ๗ ก.พ.
๒๕๕๑ บิดามารดา พรอมดวยนาชายของกระผมไดยื่นประกันตัวจากศาล พรอมหลักทรัพยท่ี
ประกันตัวกระผมราคา ๓๐๐,๐๐๐ บาท (สามแสนบาท) กระผมจึงไดถูกปลอยชั่วคราวในระหวาง
ประกันตัวสูคดี แตวันท่ี ๗ ก.พ. ๒๕๕๑ และกระผมไดมาปฏิบัติราชการตามปกติแตวันท่ี ๗ ก.พ.
๒๕๕๑ เวลา ๐๘.๐๐ น.

จงึ เรียนมาเพ่อื โปรดทราบ
ส.ต.ต. แสง ประเสริฐ
(แสง ประเสรฐิ )
ประจาํ บก.รร.นรต.

๔๘

¡ÒÃÃÒ§ҹμ¹àÁÍè× ¶¡Ù ÍÒŒ §à»š¹¾ÂÒ¹

การรายงานตนเม่ือถูกอางเปนพยาน หมายความถึงการที่ขาราชการตํารวจไดพบเห็น
เหตุการณท่ีเกิดขึ้นแลวนํามาบอกเลาเรื่องราวตางๆ ท่ีไดดําเนินการไปหรือไดประสบพบเห็นมา
เพ่ือนํามาเปนหลักฐานอางอิง หรือเปนหลักฐานประกอบคดีใหผูกระทําผิดไดรับโทษ เน่ืองจากเคย
ปรากฏวาขาราชการตํารวจที่ถูกอางเปนพยานในคดีอาญาบางคนเบิกความเลอะเลือนแตกตางกับ
ถอยคําของตนเองท่ีใหไวในช้ันสอบสวน หรือพยานท่ีรูเห็นเหตุการณมาดวยกันใหการคลาดเคล่ือน
จากความเปนจริง กระทําใหเกิดความระแวงสงสัยในถอยคํานั้น เปนเหตุใหเสียความเที่ยงธรรม
และบางทกี เ็ ปนผลใหตาํ รวจนัน่ เองตองมีโทษฐานแจง ความเท็จหรือเบกิ ความเทจ็ ได พฤตกิ ารณเ ชนน้ี
ไมเปนท่ีพึงปรารถนาของทางราชการตํารวจ ใหพึงเขาใจวาการรักษาความสงบเรียบรอยน้ัน
เปนหนาที่อันสําคัญของตํารวจใหพึงระลึกอยูเสมอวาตนมีหนาที่ในการนี้ย่ิงกวาบุคคลอื่นในการท่ีจะ
ตองดูแลรักษาเหตุการณดวยความระมัดระวังใหเหมาะสมกับหนาที่เม่ือประสบเหตุการณที่เกิดขึ้น
ตอ งพยายามสงั เกตและจดจาํ พฤตกิ ารณน นั้ ไวโ ดยละเอยี ดและดว ยความเทย่ี งธรรมเพอ่ื ประโยชนด งั วา นี้
จึงเปนหนาที่ของผูบังคับบัญชาที่จะตองอบรมผูใตบังคับบัญชาของตนใหเปนผูมีไหวพริบ รูจัก
สงั เกตการณส งิ่ ทคี่ วรตอ งสงั เกตและจดจาํ อยา ใหเ ปน สงิ่ ทคี่ วรรคู วรเหน็ ตนเองมไิ ดส นใจสงั เกตหรอื จาํ ไว
คร้ันถูกซักถามก็ใหถอยคําท่ีถูกตองไมไดบางคราวก็ใหการพอพนตัวเชนนี้เปนตน ไมควรจะใหมีอยู
ในนิสัยของตํารวจเปนอันขาดเม่ือไมรูไมเห็นหรือจําไมไดก็ควรบอกไปตามตรงยังดีกวาบอกสงไปหรือ
บอกเพอ่ื โออ วดหรือแสดงใหเ ห็นวา ตนรูเ หน็ เหตุการณถถ่ี วนตลอดในขอทีซ่ ักถาม ซึ่งไมเ ปน ความจรงิ
อกี ประการหนง่ึ สงิ่ เฉพาะหนา ทค่ี วรรคู วรเหน็ แทๆ โดยมติ อ งใหค วามสงั เกตเปน พเิ ศษแตอ ยา งใด หรอื
ไดรูเห็นมาแลวแตมิไดเอาใจใสที่จะสังเกตหรือจดจําไว คร้ันถึงเวลาใหถอยคําหรือเบิกความก็ไมรู
ไมเ หน็ หรอื จาํ ไมไ ด ดงั นกี้ ไ็ มส มกบั หนา ทขี่ องตาํ รวจผรู กั ษาความสงบเรยี บรอ ยทดี่ ี ตาํ รวจตอ งพยายาม
กระทําตนใหเปนผูมีไหวพริบทันตอเหตุการณ รูจักสังเกตในส่ิงท่ีควรสังเกต และจดจําไวเพื่อ
ความเท่ียงธรรมในหนาท่ี เชิดชูเกียรติศักดิ์ของตํารวจใหเปนที่นิยมรักใครนับถือของประชาชนตอไป
คดีบางเรื่องแมจะมีพยานตํารวจผูเดียวก็อาจถือเปนขอช้ีขาดไดโดยปราศจากขอสงสัย ฉะน้ัน
ใหผบู ังคับบัญชาหมน่ั อบรมตํารวจในเรื่องน้ีและถือเปนความสาํ คัญสวนหนึง่ ในหนา ที่ของตาํ รวจดว ย

๑. คดีอาญาที่พนักงานอัยการอางตํารวจเปนพยาน ถาผูถูกอางเปนตํารวจ
ชั้นประทวนหรือพลตํารวจใหเปนหนาท่ีของผูบังคับบัญชาผูทําการสอบสวนในคดีน้ันเรียกผูท่ีจะเปน
พยานนั้นมาชี้แจงและทบทวนความจําของตนท่ีใหการไวในชั้นสอบสวน เพื่อปองกันการหลงลืม
แตถ า ผถู กู อา งเปน พยานเปน ตาํ รวจชน้ั สญั ญาบตั รเปน หนา ทขี่ องนายตาํ รวจผถู กู อา งนน้ั จะตอ งเตรยี มตวั
เปน พยานตามทบี่ นั ทกึ ไวใ นสาํ นวน แมส งสยั ประเดน็ ขอ ใดกใ็ หต ดิ ตอ พนกั งานอยั การผวู า คดใี นคดนี น้ั

๒. ถา จาํ เลยในคดที พี่ นกั งานอยั การฟอ งไดอ า งตาํ รวจคนใดเปน พยานจาํ เลยในคดอี าญา
ก. คดีธรรมดา ใหตํารวจที่ถูกจําเลยอางรายงานชี้แจงขอความที่ตนรูเห็นตอ

ผูบังคับบัญชาท่ีปกครองโดยตรงในท่ีน้ันทราบลวงหนาอยางนอย ๑ วัน ถาไมสามารถหรือไมมี

๔๙

เวลาพอท่ีจะรายงานใหทราบไดตามท่ีกําหนดนี้ก็ใหรายงานโดยเร็วท่ีสุดเทาที่สามารถจะทําได
เมอ่ื ผบู งั คบั บญั ชาโดยตรงรบั รายงานทราบกเ็ ปน พอ แตถ า ปรากฏวา เหตผุ ลทจ่ี ะเบกิ ความตามทจี่ าํ เลย
อางนั้นเก่ียวกับระเบียบทางการของกรมตํารวจแลว ถาเปนตํารวจในกรุงเทพฯ ใหผูบังคับบัญชา
เสนอไปจนถงึ ผูกํากับการ หรือผบู ังคับการ

ข. คดีอุกฉกรรจ หรือคดีเก่ียวกับการเมือง หรือคดีสําคัญซ่ึงจําเลยมีอิทธิพล
ใหรายงานเหตุผลท่ีตํารวจผูถูกอางเปนพยานรูเห็นเพียงใด จนถึงผูกํากับการหรือผูบังคับการดังกลาว
ในทายวรรคกอน และใหเปนหนาที่ของผูบังคับการหรือผูกํากับการพิจารณาเสนอผูบังคับบัญชา
เหนือชั้นทราบเปน เรือ่ งๆ ไป

๓. คดีท่ีราษฎรฟองขาราชการตํารวจในคดีอาญา เน่ืองจากการกระทําตามหนาท่ี
ถา ราษฎรอา งตาํ รวจเปน พยานใหต าํ รวจผทู จ่ี ะเปน พยานนนั้ รายงานขอ ความทตี่ นรเู หน็ ตอ ผบู งั คบั บญั ชา
ของตนตามลําดับช้ัน ถาเปนตํารวจในกรุงเทพมหานครใหรายงานถึงผูบังคับการเวนแตหนวยใด
มีผูบังคับบัญชาเพียงชั้นผูกํากับการก็ใหรายงานถึงผูกํากับการ และใหเปนหนาที่ของผูกํากับการ
หรอื ผูบังคับการพจิ ารณาวา การเปน พยานนน้ั เก่ียวดว ยระเบียบแบบแผนหรือเกย่ี วถงึ ความเสื่อมเสยี
แกสํานักงานตํารวจแหงชาติหรือไม แลวใหเสนอรายงานน้ันจนถึงสํานักงานตํารวจแหงชาติ
โดยเฉพาะปรากฏวา พยานโจทกซ งึ่ เปน นายตาํ รวจไดร บั หมายนดั ของศาลแลว ไมไ ปศาล และไมแ จง เหตุ
ขดั ขอ งใหศ าลทราบ ทาํ ใหศ าลตอ งเลอ่ื นการพจิ ารณาคดไี ปบอ ยๆ เปน เหตใุ หก ารพจิ ารณาคดขี องศาล
ตองลาชาเสียหายแกราชการศาลและตัวคูความดวย เพราะคดีบางเร่ืองหากพยานไปศาลก็อาจ
ทําใหการพิจารณาพิพากษาเสร็จไดในปนี้ แตเม่ือพยานสวนมากท่ีเปนนายตํารวจไมไปศาลตามนัด
เชนน้ีจึงทําใหคดีของศาลตองคางการพิจารณาอันเปนเหตุใหคดีคางการพิจารณาของศาลอาญา
คางปไปมากกวาที่ควรจะเปน จึงใหนายตํารวจที่ตองไปเปนพยานศาลไปตามกําหนดนัด ถาหากมี
เหตขุ ดั ของ ขอใหแจง ใหศาลทราบกอนวันนัดพิจารณา

เม่ือขาราชการตํารวจไดรับหมายศาลนัดใหไปเบิกความเปนพยานในคดีอาญาตองไป
ตามกาํ หนดนดั หากมเี หตขุ ดั ขอ งตดิ ราชการ หรอื เจบ็ ปว ยอยา งรา ยแรงใหร บี แจง ใหผ บู งั คบั บญั ชาทราบ
ทันที เม่ือผูบังคับบัญชาพิจารณาเหตุขัดของน้ันจะเปนการสมควรหรือไม หากเห็นวาไมสมควรก็ให
แจงใหผูรับหมายไปศาลตามกําหนด ถาเห็นวาเหตุขัดของนั้นจําเปนและสมควรก็ใหรับรองและแจง
ไปยังพนักงานอัยการหรือศาลแลวแตกรณีและตองแจงไปใหทราบกอนวันนัดพิจารณาของศาล
หรอื โดยดว นท่ีสดุ เทาทจ่ี ะดวนได

μÇÑ Í‹ҧ ਌Ҿ¹¡Ñ §Ò¹ตําÃǨ¨ºÑ ¡ØÁÍÒÇØ¸»„¹
การทต่ี าํ รวจจะเปน พยานในคดตี า งๆ คอื การทเ่ี ราไดร ว มกระทาํ การหรอื ปฏบิ ตั งิ านนน้ั ๆ
และพนักงานสอบสวนไดสอบปากคําไวเปนพยานในคดี อาทิเชน เม่ือจับกุมจะตองนําตัวผูตองหา
พรอมของกลาง สงใหพนักงานสอบสวนดําเนินคดี พนักงานสอบสวนไดรับตัวผูตองหาและ
ของกลางไวแ ลว กท็ ําการสอบสวนผตู อ งหา และพยานจบั กุมแลว สรุปสาํ นวนสงฟอ งศาล ตอมาศาล

๕๐

จะมีหมายเรียกมายัง พยานผูทําการจับกุมและผูกลาวหาใหไปใหการท่ีศาล พยานจะตองเซ็นรับ
หมายศาล และไปใหการตามวันเวลาท่ีระบุในหมายศาลใหตรง หากวาไมไปใหการโดยไมมีเหตุ
จาํ เปน อาจจะถกู ศาลออกหมายจบั ไดใ นขอ หาขดั หมายศาล จงึ จาํ เปน จะตอ งจาํ วนั ทศ่ี าลนดั ใหแ มน ยาํ

กอนถึงวันที่ศาลนัด ผูที่ถูกอางเปนพยานก็สามารถขอดูคําใหการที่ใหตอพนักงาน
สอบสวนในชั้นสอบสวนได หรือผูบังคับบัญชาจะชี้แจงใหทองจําใหแมนยําวาไดใหการในช้ัน
สอบสวนอยางไร เม่ือถึงวันนัดใหไปที่ศาลกอนเวลานัดหมายอาจจะไปถามเสมียนศาลวา คดีที่เรา
เปนพยานน้ีใครเปนอัยการโจทก แลวขอดูคําใหการในสํานวนอีกทีก็ได เม่ือถึงเวลาขึ้นศาลจะมี
เสมียนศาลบอกใหเราเขาไปในหอง ซ่ึงเรียกวาบัลลังกศาลเม่ือไปถึงและศาลมาถึงท่ีแทนบัลลังก
ใหทําความเคารพศาล การไปศาลจะตองแตงเคร่ืองแบบใหเรียบรอย และหามพกอาวุธปนเขาไป
ในศาลเดด็ ขาด จากน้นั จะมีขน้ั ตอนดงั นี้

¢éѹμ͹·èÕ ñ เมื่อศาลเรียกเราแลว ตองไปยืนบนแทนที่เขาจัดไว แลวจะมีเสมียนศาล
นาํ กลาวสาบานตนกอนจะใหก าร โดยใหเ รากลาวตาม

¢éѹμ͹·Õè ò ศาลจะมกี ารถามชือ่ นามสกลุ ยศ ตําแหนง ทอี่ ยู สงั กดั และหนา ที่ เชน
ศาล - พยานมชี อื่ และนามสกุลอะไร มีอาชีพอะไร อยูท่ไี หน ยศอะไร ตาํ แหนง
และสังกดั ไหนมหี นาทอ่ี ะไร
พยาน - จะตองตอบตามท่ีศาลถาม
¢¹Ñé μ͹·èÕ ó ศาลจะใหพนักงานอยั การโจทกเ ปนผูสอบถามพยาน ซ่งึ พนักงานอยั การ
จะสอบถามรายละเอียดในการจับกมุ และการแจงขอ หาตลอดจนคาํ ใหก ารของผูตองหา เชน
อัยการโจทก “เมื่อวันท่ีเทาใด พยานจับกุมผูตองหาในขอหาอะไร มีของกลางอะไรบาง
เหตุการณเปนอยางใด ผูตองหาใหการรับสารภาพหรือปฏิเสธขอกลาวหา และพยานเคยมีสาเหตุ
โกรธเคอื งหรอื รจู กั กบั ผูตอ งหามากอนหรือไม”
พยาน “เม่อื วนั ท่ี ๘ มกราคม ๒๕๓๙ เวลา ๑๙.๓๐ น. ขณะทขี่ า พเจาออกตรวจรักษา
ความสงบเรียบรอยท่ีบริเวณสถานีขนสงสายเหนือไดพบผูตองหามีอาการเปนพิรุธและสังเกตเห็นมี
วตั ถเุ หนบ็ อยทู เี่ อวขวาดา นหลงั คลา ยดา มปน จงึ ไดเ รยี กใหห ยดุ และเดนิ เขา ไปขอทาํ การตรวจคน ปรากฏวา
พบอาวธุ ปน พกสน้ั ลูกซองเบอร ๑๒ พรอ มกระสุนในรงั เพลงิ จํานวน ๑ นัด ตรวจสอบและสอบถาม
ปรากฏวาเปนปนไมมีทะเบียนและไมมีใบอนุญาตใหพกพาอาวุธปนแตอยางใด จึงไดแจงขอหาให
ทราบวา มีอาวุธปนและเครื่องกระสุนปนไวในครอบครองโดยมิไดรับอนุญาตและพกพาอาวุธปน
เครอื่ งกระสนุ ปน ไปในทสี่ าธารณะโดยไมม เี หตอุ นั สมควร ผตู อ งหาใหก ารรบั สารภาพตลอดขอ กลา วหา
จงึ ไดบ นั ทกึ การจบั กมุ แลว ไดน าํ ตวั ผตู อ งหาพรอ มของกลางสง มอบใหพ นกั งานสอบสวนดาํ เนนิ คดตี อ ไป
ขา พเจา ไมเคยมีสาเหตุโกรธเคืองหรอื รูจ ักกบั ผตู องหามากอ นแตอยา งใด”

๕๑

อัยการโจทก - บันทึกการจบั กมุ นพ้ี ยานเขียนและเซ็นช่ือไวใชหรือไม
พยาน - ใช
¢éѹμ͹·èÕ ô ทนายจาํ เลยกจ็ ะถามพยานและพยานตองตอบทนายจําเลยดวย
¢Ñé¹μ͹·Õè õ เม่ือศาลไดจดบันทึกคาํ ใหการแตตนมาแลวอานใหฟงแลวถามวาถูกตอง
หรือไม ถา หากวา ถกู ตอ งพยานก็ตอบวา ถกู ตอง ถาไมถกู ตองกข็ อคา น และใหการไปใหม
¢Ñ¹é μ͹·Õè ö ศาลจะใหลงช่ือในคําจดบันทึกที่ศาลจด เปนอันวาเสร็จจากการใหการ
เปนพยานศาล แลวก็ทําความเคารพศาลเปน อันเสรจ็ ส้ินกเ็ ดินออกจากบัลลังกได

¡ÒÃÃÒ§ҹμ¹àÁè×Íä´ŒÃѺคาํ ʧèÑ áμ§‹ μÑé§ ÂÒŒ ÂÊѧ¡Ñ´

การรายงานตนเมื่อไดร ับคําสง่ั แตงตงั้ ยา ยสังกดั ใหปฏบิ ตั ติ ามหนงั สือของ ตร.ท่ี ๐๐๐๔/
ว ๐๗๓ ลงวนั ท่ี ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ดงั น้ี

๑. การเดินทางไปรบั ตําแหนง ใหมเม่ือมคี ําสง่ั แตง ตั้งใหปฏิบตั ิ ดังนี้
๑.๑ ใหหัวหนาหนวยแจกจายคําสั่งลงไปตามลําดับช้ันจนถึงผูบังคับบัญชาชั้นตน

ของขา ราชการตาํ รวจทไี่ ดร บั การแตง ตง้ั โดยดว นทสี่ ดุ ทงั้ นี้ ตอ งกอ นวนั ทมี่ ผี ลตามทรี่ ะบใุ นคาํ สงั่ แตง ตงั้
๑.๒ ใหผ บู ังคบั บัญชาชัน้ ตน ระดับแผนก สถานีตํารวจ กองกาํ กบั การ ตํารวจภธู ร

จังหวัด กองบงั คบั การ หรือกองบัญชาการหรือเทยี บเทา แลว แตก รณี เรียกตวั ผทู ี่ไดร ับการแตงตัง้ มา
ลงลายมือช่ือรับทราบคําส่ังโดยดวน แลวใหรีบสงตัวผูนั้นเดินทางไปรับตําแหนงใหมถึงผูบังคับบัญชา
ชน้ั ตน ทางตําแหนง ใหมภายในกาํ หนด ๕ วนั นบั แตว ันทล่ี งลายมือช่อื รบั ทราบคําสัง่ แตทั้งน้ีตอ งไม
กอนวันท่ีคําสั่งแตงต้ังมีผลบังคับใช หากผูออกคําสั่งแตงตั้งเห็นวาจําเปนตองใหขาราชการตํารวจผูใด
พนจากตําแหนงเดิมโดยเรงดวนเพื่อประโยชนของทางราชการ จะส่ังใหเดินทางไปรับตําแหนงใหม
เร็วกวากําหนดระยะเวลาดังกลาวขางตนหรือในวันท่ีออกคําส่ังแตงต้ังก็ได แตจะตองแจงคําสั่งให
ขาราชการตํารวจผูนั้นทราบทันที ภายในกําหนดระยะเวลาที่มีผลตามที่ระบุในคําสั่งแตงตั้ง
โดยหนงั สอื สง ตวั เดนิ ทางไปรบั ตาํ แหนง ใหมใ หป รากฏรายละเอยี ดทเี่ ปน ประโยชนแ กส งั กดั ใหมด ว ย เชน
คณุ วุฒิ อตั ราเงนิ เดือน อายตุ วั อายุราชการ หมายเลขสมาชกิ ฌาปนกิจสงเคราะห หนส้ี นิ ทีค่ างชําระ
กับทางราชการ การอยรู ะหวา งตองหาหรือถูกฟอ งคดอี าญา หรอื การดําเนินการทางวนิ ัย เปนตน

๑.๓ หากผูที่ไดรับการแตงตั้งไมสามารถท่ีจะเดินทางไปรับตําแหนงใหมไดภายใน
กาํ หนดตามขอ ๑.๒ ใหด ําเนนิ การดังนี้

๑.๓.๑ การแตงต้ังขาราชการตํารวจระดับผูบังคับการหรือตําแหนง
เทยี บเทา ขน้ึ ไปใหร ายงานเหตุขดั ขอ งตอ ผบู ังคบั บญั ชาตามลําดบั ชน้ั จนถึงผบู ัญชาการตํารวจแหงชาติ
เพ่อื พิจารณาอนมุ ตั หิ รือไมอนมุ ัติ

๕๒

๑.๓.๒ การแตงตั้งขาราชการตํารวจระดับอื่นนอกจากขอ ๑.๓.๑ ให
รายงานเหตุขอขัดของตอผูบังคับบัญชาตามลําดับช้ันจนถึงผูออกคําส่ังแตงต้ังเพ่ือพิจารณาอนุมัติ
หรือไมอนุมัติ ทั้งน้ี หามมิใหผูบังคับบัญชาอ่ืน นอกจากผูออกคําส่ังแตงต้ังพิจารณาอนุมัติหรือไม
อนุมตั ิเปนอันขาด

๒. การรายงานตัวเมื่อไดรับคําสั่งแตงต้ัง เมื่อลงลายมือช่ือรับทราบคําส่ังแตงต้ังแลว
ใหป ฏิบตั ิ ดงั นี้

๒.๑ ใหรายงานตัวเปนลายลักษณอักษรตอผูบังคับบัญชาที่ดํารงตําแหนงหัวหนา
หนวยเหนือตนขึ้นไปหน่ึงระดับ โดยการรายงานตัวนี้ใหปรากฏคําส่ัง วัน เดือน ปท่ีถูกแตงตั้ง ใหไป
รับตําแหนง ณ ที่ใด จะออกเดินทางในวัน เดือน ป ใด มีกําหนดภายใน ๔๘ ชั่วโมง นับแตวันที่
ลงลายมือช่ือรับทราบคําสั่งและเมื่อเดินทางไปถึงสังกัดใหมแลวใหรายงานเปนลายลักษณอักษรตอ
ผูบังคับบัญชาที่ดํารงตําแหนงหัวหนาหนวยเหนือตนข้ึนไปหนึ่งระดับทางหนวยสังกัดใหม
โดยปรากฏรายละเอยี ดดงั กลา วขางตน และใหบ อกวัน เดอื น ป ท่ีไปถงึ มีกาํ หนดภายใน ๒๔ ช่ัวโมง
นบั แตเ วลาเดนิ ทางไปถึง ณ ท่รี บั ตําแหนงใหม

๒.๒ นอกจากการรายงานตัวเปนลายลักษณอักษรแลว ใหรายงานตัวดวยวาจา
ตอผบู งั คบั บญั ชาเชน เดียวกบั ขอ ๒.๑ สาํ หรบั หนว ยงานซ่งึ มที ีต่ ั้งนอกกรุงเทพมหานคร ใหรายงานตวั
ตอหัวหนาฝายปกครองทองถ่ินในระดับ กิ่งอําเภอ หรือ อําเภอ และจังหวัด โดยใหรายงานตัว
ในโอกาสแรกทเ่ี ดินทางไปถึง ณ ท่รี บั ตาํ แหนง ใหม

๓. สําหรับการเดินทางไปปฏิบัติหนาที่ทางสังกัดใหมของขาราชการตํารวจท่ีถูกส่ังให
สํารองราชการหรือประจําสวนราชการ ใหถือปฏิบัติตามขอ ๑ และ ๒ โดยอนุโลม

๕๓

แบบฟอรมรายงานการเดินทางเม่ือไดร ับคาํ สงั่ แตงต้งั ยายสงั กดั (เดิม)

º¹Ñ ·Ö¡¢ÍŒ ¤ÇÒÁ

สว นราชการ...................(สถานทท่ี ีส่ งั กดั อยู) วันที่...........เดือน......................พ.ศ. .........
ท.ี่ ...........
เรือ่ ง รายงานการเดนิ ทางไปปฏิบตั ิหนาท่ีราชการทางสังกัดใหม
เรียน ....................(ผูบงั คบั บญั ชาช้ันตน )
ตามคาํ ส่งั .......(ตร. หรือ บช.) ท่.ี ........../(ท่ีเทา ใด/พ.ศ.อะไร) ลง...........(วนั เดือน ป ของ
คําสัง่ ) แตง ตงั้ กระผม.....................(ยศชอ่ื ชื่อสกลุ )..................(ตาํ แหนง ) จาก................(สวนราชการ
ทส่ี ังกดั เดิม) ใหไ ปดาํ รงตาํ แหนง ...................(ณ สวนราชการสงั กัดใหม) โดยใหโ อนอตั ราเงินเดือนเดมิ
ไปรบั ทางสงั กัดใหม ตง้ั แตวนั ที.่ ................ตามความละเอยี ดแจงอยูแลวน้นั
กระผมไดเ ซน็ ทราบคาํ ส่ังดงั กลา วแลว(ไมต อ งอางคาํ ส่ังอกี ) แตวนั ที่ (วนั เดือน ป) และ
ขอออกเดนิ ทางไปปฏิบัตหิ นา ท่รี าชการทางสังกัดใหมวนั ที.่ ..............(วัน เดอื น ป)
จงึ เรียนมาเพอ่ื โปรดทราบ

(ลงช่อื ).............................(ลายเซน็ ยศชื่อ ชอ่ื สกุล)
(............................)(ชือ่ ชือ่ สกุล ตัวบรรจง)

ตําแหนง ..........................

๕๔

ตวั อยา งคําสัง่ แตงตัง้ โยกยา ย
ส.ต.ต.สมัคร นักรบ ผบ.หมู กก. ๓ อศ. ไดรับคําส่ังแตงตั้งจาก บช.ศ. ท่ี ๑๑/๒๕๕๑
ลงวันท่ี ๒๓ เม.ย. ๒๕๕๑ ใหไปดํารงตําแหนง ผบ.หมู ผ.วิชาการ ศฝร.ภ.๒ (ชลบุรี) ทั้งนี้
ตั้งแตวันที่ ๑ พ.ค. ๒๕๕๑ เปนตนไป และ ส.ต.ต.สมัคร นักรบฯ เซ็นทราบคําส่ังตั้งแตวันที่
๕ พ.ค. ๒๕๕๑ และประสงคจะเดินทางในวันที่ ๙ พ.ค. ๒๕๕๑ ในคําสั่งดังกลาวใหโอนอัตรา
เงนิ เดือนไปจา ย-รบั ณ สังกดั ใหม ตั้งแตวนั ท่ี ๑ มิ.ย. ๒๕๕๑

ºÑ¹·¡Ö ¢ŒÍ¤ÇÒÁ

สวนราชการ กก.๓ อศ.
ท.่ี ........... วันท่ี ๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑
เรือ่ ง รายงานการเดินทางไปปฏิบัตหิ นา ท่รี าชการทางสงั กัดใหม
เรยี น สารวตั ร แผนกวชิ าทวั่ ไป กก.๓ อศ.

ตามคาํ สัง่ บช.ศ. ที่ ๑๑/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๒๓ เม.ย. ๒๕๕๑ แตง ตั้งกระผม ส.ต.ต.นักรบ
อาวุธ ผบ.หมู ผ.วิชาท่ัวไป กก.๓ อศ. ไปดํารงตาํ แหนง ผบ.หมู ผ.วิชาการ ศฝร.ภ.๒ (ชลบุรี)
โดยใหโอนอัตราเงินเดือนเดิมไปรับทางสังกัดใหมตั้งแตวันท่ี ๑ มิ.ย. ๒๕๕๑ ตามความละเอียดแจง
อยูแลว น้นั

กระผมไดเซ็นทราบคําสั่งดังกลาวแลวแตวันที่ ๕ พ.ค. ๒๕๕๑ และขอออกเดินทางไป
ปฏบิ ัตหิ นา ทีร่ าชการทางสงั กดั ใหมวนั ท่ี ๙ พ.ค. ๒๕๕๑

จงึ เรยี นมาเพอ่ื โปรดทราบ

ส.ต.ต. นักรบ อาวุธ
(นักรบ อาวธุ )

ผบ.หมู ผ. วิชาท่ัวไป กก.๓ อศ.

๕๕

แบบฟอรมการเขียนรายงานทางสงั กดั ใหม

º¹Ñ ·¡Ö ¢ŒÍ¤ÇÒÁ

สวนราชการ................... วนั ท.ี่ ...................................
ท.่ี ..................................
เร่อื ง รายงานการเดินทางมารบั ตําแหนง หนาท่ีราชการทางสังกดั ใหม
เรียน ............................................
ตามคาํ สงั่ ..........ท.ี่ ..../........ลง........แตง ตงั้ กระผม.................จาก.................................
มาดํารงตําแหนง..................................................โดยใหโอนอัตราเงินเดือนไปรับทางสังกัดใหม
ตงั้ แต............................................ดงั ความละเอยี ดแจง แลว น้นั
กระผมไดเ ดนิ ทางมารบั ตาํ แหนง ใหม ณ ....................(สงั กดั ใหม) แลว ตงั้ แต. ...................
(วนั เดือน ป ทรี่ ายงานตวั ปฏบิ ตั ิหนาท)ี่ และพรอ มท่จี ะปฏบิ ตั ิหนาท่ีราชการต้งั แตบัดนี้เปนตนไป
จงึ เรยี นมาเพอื่ โปรดทราบ

(ลงชอ่ื ).............................(ลายเซ็น ยศชื่อ ช่อื สกลุ )
(............................)(ชื่อ ชอ่ื สกลุ ตวั บรรจง)

ตําแหนง..........................

๕๖

ẺÃÒ§ҹμÇÑ ´ŒÇÂÇÒ¨Ò
(ใหใชคาํ เตม็ ทง้ั หมด)
ตามคาํ สง่ั ท.ี่ ........./...........ลง..............แตง ตง้ั ใหก ระผม................ตาํ แหนง ....................
ไปดาํ รงตาํ แหนง.........................บดั น้ีกระผมพรอมทีจ่ ะเดนิ ทางไปรบั ตาํ แหนง ใหมแลว ครับ
ตามตัวอยางขางตนเขียนไดด งั นี้
รายงานผบู งั คบั บญั ชาสงั กดั เดมิ ใหร ายงานเสยี งดงั ฟง ชดั เจน ซง่ึ มใิ ชต ะโกน อกั ขระชดั เจน
ถูกตองมีวรรคตอน
ตามคําสง่ั กองบญั ชาการตํารวจภธู รภาค ๔ ท่ี ๑๐๐/๒๕๖๒ ลง ๑ ต.ค. ๒๕๖๒ แตงตง้ั
ใหก ระผม สบิ ตํารวจเอก พทิ กั ษ สนั ตริ าษฎร ผบู ังคบั หมูปอ งกนั ปราบปราม สถานตี ํารวจภูธรอาํ เภอ
เมอื งขอนแกน ไปดาํ รงตาํ แหนง ผบู งั คบั หมปู อ งกนั ปราบปราม สถานตี าํ รวจภธู รอาํ เภอเมอื งเลย บดั น้ี
กระผมพรอมที่จะเดนิ ทางไปรบั ตําแหนงใหมแลวครับ
๑๐๐/๒๕๖๒ รายงานวา หน่งึ รอ ยทบั สองพนั หา รอ ยหกสิบสอง
ÃÒ§ҹ¼ºÙŒ §Ñ ¤ºÑ ºÞÑ ªÒÊѧ¡Ñ´ãËÁ‹ ใหร ายงานดงั น้ี
ตามคาํ สงั่ กองบัญชาการตาํ รวจภธู รภาค ๔ ที่ หนึ่งรอ ยทบั สองพันหา รอยหกสิบสอง ลง
หนง่ึ ตลุ าคมสองพนั หา รอ ยหกสบิ สอง ใหก ระผม สบิ ตาํ รวจเอก พทิ กั ษ สนั ตริ าษฎร ผบู งั คบั หมปู อ งกนั
ปราบปราม สถานีตํารวจภูธรอําเภอเมืองขอนแกน มาดํารงตําแหนง ผูบังคับหมูปองกันปราบปราม
สถานตี ํารวจภูธรอาํ เภอเมืองเลย บดั น้ีกระผมพรอมที่จะปฏบิ ัติหนาทแี่ ลว ครบั
หากเปน สภ.ซึ่งมิใช สภ.เมือง แลวจะตองรายงานวาเปนจังหวัดใดใหผูบังคับบัญชา
ทราบดวย เนือ่ งจากบางอาํ เภอไมค นุ เคย ผบู ังคับบญั ชาอาจไมทราบวาอยใู นเขตจังหวัดใด

๕๗

ʋǹÃÒª¡Òà ตร. ºÑ¹·Ö¡¢ÍŒ ¤ÇÒÁ
โทร. ๐-๒๒๐๕-๒๔๕๓
·Õè ๐๐๐๔.๒๕/ว ๐๗๓ Çѹ·Õè ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๐
àÃ×Íè § แนวทางปฏบิ ัตใิ นการเดนิ ทางไปรับตําแหนง ใหมแ ละการรายงานตัว

ผบช.หรือผดู ํารงตาํ แหนง เทยี บเทา
ผบก.ที่สังกดั สง.ผบ.ตร. หรือผดู าํ รงตําแหนง เทียบเทา

ดวย ตร.มีนโยบายท่ีจะปรับปรุงแนวทางปฏิบัติในการเดินทางไปรับตําแหนงใหม
และการรายงานตัวเม่ือไดรับคําสั่งแตงต้ังของขาราชการตํารวจ เพ่ือใหเกิดความกระชับและมีผูไป
ปฏิบัติงานในตําแหนงตางๆ หลังไดรับคําส่ังแตงตั้งอยางตอเน่ือง จึงกําหนดแนวทางปฏิบัติในการ
เดินทางไปรบั ตาํ แหนงใหมและการรายงานตัวเมอ่ื ไดร ับคาํ สัง่ แตงตัง้ ของขา ราชการตาํ รวจ ดงั น้ี

๑. การเดนิ ทางไปรับตําแหนง ใหมเมือ่ มคี าํ สง่ั แตงต้งั ใหป ฏิบตั ิ ดังนี้
๑.๑ ใหหัวหนาหนวยแจกจายคําสั่งลงไปตามลําดับชั้นจนถึงผูบังคับบัญชาชั้นตน

ของขา ราชการตาํ รวจทไ่ี ดร บั การแตง ตง้ั โดยดว นทสี่ ดุ ทงั้ น้ี ตอ งกอ นวนั ทม่ี ผี ลตามทรี่ ะบใุ นคาํ สงั่ แตง ตงั้
๑.๒ ใหผูบงั คบั บญั ชาช้นั ตน ระดับแผนก สถานีตํารวจ กองกํากับการ ตาํ รวจภธู ร

จังหวัด กองบังคบั การ หรอื กองบัญชาการหรอื เทยี บเทา แลว แตก รณี เรยี กตวั ผูทไ่ี ดรับการแตงตงั้ มา
ลงลายมือช่ือรับทราบคําส่ังโดยดวน แลวใหรีบสงตัวผูน้ันเดินทางไปรับตําแหนงใหมถึงผูบังคับบัญชา
ชัน้ ตน ทางตาํ แหนงใหมภ ายในกาํ หนด ๕ วนั นับแตว นั ทล่ี งลายมอื ชอ่ื รบั ทราบคาํ สัง่ แตทั้งนต้ี อ งไม
กอนวันที่คําสั่งแตงต้ังมีผลบังคับใช หากผูออกคําส่ังแตงต้ังเห็นวาจําเปนตองใหขา ราชการตํารวจผูใด
พนจากตําแหนงเดิมโดยเรงดวนเพ่ือประโยชนของทางราชการ จะสั่งใหเดินทางไปรับตําแหนงใหม
เร็วกวากําหนดระยะเวลาดังกลาวขางตนหรือในวันท่ีออกคําสั่งแตงตั้งก็ได แตจะตองแจงคําส่ังให
ขาราชการตํารวจผูน้ันทราบทันที ภายในกําหนดระยะเวลาท่ีมีผลตามที่ระบุในคําสั่งแตงตั้ง
โดยหนังสือสงตัวเดินทางไปรับตําแหนงใหมใหปรากฏรายละเอียดท่ีเปนประโยชนแกสังกัดใหมดวย
เชน คณุ วฒุ ิ อตั ราเงนิ เดอื น อายตุ วั อายรุ าชการ หมายเลขสมาชกิ ฌาปนกจิ สงเคราะห หนสี้ นิ ทคี่ า งชาํ ระ
กับทางราชการ การอยรู ะหวางตองหาหรือถูกฟอ งคดอี าญา หรอื การดาํ เนินการทางวินัย เปนตน

๑.๓ หากผูที่ไดรับการแตงต้ังไมสามารถที่จะเดินทางไปรับตําแหนงใหมได
ภายในกําหนดตามขอ ๑.๒ ใหดาํ เนินการดงั น้ี

๑.๓.๑ การแตงตั้งขาราชการตํารวจระดับ ผูบังคับการหรือตาํ แหนง
เทยี บเทา ขนึ้ ไป ใหร ายงานเหตขุ ดั ขอ งตอ ผบู งั คบั บญั ชาตามลําดบั ชน้ั จนถงึ ผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาติ
เพ่อื พจิ ารณาอนุมตั หิ รอื ไมอนุมัติ

๕๘

๑.๓.๒ การแตง ตง้ั ขา ราชการตาํ รวจระดบั อน่ื นอกจากขอ ๑.๓.๑ ใหร ายงาน
เหตขุ อ ขดั ขอ งตอ ผบู งั คบั บญั ชาตามลาํ ดบั ชน้ั จนถงึ ผอู อกคาํ สงั่ แตง ตง้ั เพอ่ื พจิ ารณาอนมุ ตั หิ รอื ไมอ นมุ ตั ิ
ทัง้ น้ี หามมิใหผบู ังคับบญั ชาอนื่ นอกจากผอู อกคําสั่งแตง ตง้ั พจิ ารณาอนุมตั หิ รอื ไมอนุมัตเิ ปน อันขาด

๒. การรายงานตัวเม่ือไดรับคําส่ังแตงต้ัง เมื่อลงลายมือชื่อรับทราบคําส่ังแตงตั้ง
แลว ใหปฏิบตั ิ ดงั นี้

๒.๑ ใหรายงานตัวเปนลายลักษณอักษรตอผูบังคับบัญชาที่ดํารงตําแหนงหัวหนา
หนวยเหนือตนขึ้นไปหนึ่งระดับ โดยการรายงานตัวน้ีใหปรากฏคําสั่ง วัน เดือน ปที่ถูกแตงต้ัง ใหไป
รับตําแหนง ณ ท่ีใด จะออกเดินทางในวัน เดือน ป ใด มีกําหนดภายใน ๔๘ ช่ัวโมง นับแตวันที่
ลงลายมือช่ือรับทราบคําส่ังและเมื่อเดินทางไปถึงสังกัดใหมแลวใหรายงานเปนลายลักษณอักษรตอ
ผบู ังคับบญั ชาท่ีดํารงตําแหนง หัวหนาหนวยเหนอื ตนขนึ้ ไปหน่ึงระดบั ทางหนวยสงั กดั ใหม โดยปรากฏ
รายละเอียดดังกลา วขา งตน และใหบ อกวัน เดอื น ป ท่ไี ปถึง มกี ําหนดภายใน ๒๔ ช่วั โมง นบั แตเ วลา
เดินทางไปถงึ ณ ที่รบั ตาํ แหนง ใหม

๒.๒ นอกจากการรายงานตวั เปนลายลักษณอกั ษรแลว ใหรายงานตัวดวยวาจาตอ
ผูบังคับบัญชาเชนเดียวกับขอ ๒.๑ สําหรับหนวยงานซึ่งมีท่ีตั้งนอกกรุงเทพมหานคร ใหรายงานตัว
ตอหัวหนาฝายปกครองทองถ่ินในระดับ ก่ิงอําเภอ หรือ อําเภอ และจังหวัด โดยใหรายงานตัว
ในโอกาสแรกที่เดนิ ทางไปถึง ณ ทรี่ ับตําแหนงใหม

๓. สําหรับการเดินทางไปปฏิบัติหนาท่ีทางสังกัดใหมของขาราชการตํารวจท่ีถูกส่ังให
สาํ รองราชการหรือประจําสวนราชการ ใหถ อื ปฏิบตั ติ ามขอ ๑ และ ๒ โดยอนุโลม

จึงแจง มาเพอ่ื ทราบและถือปฏบิ ัตติ อ ไป
พล.ต.อ.
(เสรพี ศิ ทุ ธ เตมียาเวส)
รรท.ผบ.ตร.

๕๙

º··Õè ÷

¡ÒÃÃÒ§ҹ¡ÒÃÊ׺Êǹ ¡ÒÃμÃǨ¤¹Œ -¨Ñº¡ØÁ

ËÅѡࡳ±· ÇèÑ ä»¢Í§¡ÒÃÊº× Êǹ

“บนั ทกึ ” หมายถงึ ขอ ความทจ่ี ดยอ ๆ ไวเ พอื่ ชว ยเตอื นความทรงจาํ หรอื เพอ่ื เปน หลกั ฐาน
“การ” หมายถึง กจิ งาน ธรุ ะ หนา ที่
“สืบสวน” หมายถึง เสาะหา ทบทวนไปมา
“รายงาน” หมายถึง คําบอกเลา เร่ืองราวท่ไี ดไ ปปฏบิ ตั ิมา ไปรู หรอื ไปเห็นมา
“สอบสวน” หมายถงึ ไลเ ลยี ง หรอื ไตรต รองเพอื่ เอาความผิดจริง
¡ÒÃÊº× Êǹ¤Çº¤‹¡Ù Ѻ¡ÒÃÊͺÊǹàÊÁÍ
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒(๑๐) “การสืบสวน” หมายถึง
การแสวงหาขอเท็จจริง และหลักฐานซ่ึงเจาพนักงานฝายปกครองหรือตํารวจไดปฏิบัติไปตามอํานาจ
และหนาที่เพ่ือรักษาความสงบเรียบรอ ยของประชาชนและเพอ่ื ท่ีจะทราบรายละเอยี ดแหงความผดิ
คําวา “การสอบสวน” ตามมาตรา ๒(๑๑) แหงกฎหมายเดียวกัน หมายความถึง
การรวบรวมพยานหลักฐานและการดําเนินการทั้งหลายอ่ืนตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายน้ี
ซงึ่ พนกั งานสอบสวนไดท าํ ไปเกยี่ วกบั ความผดิ ทก่ี ลา วหา เพอื่ ทจ่ี ะทราบขอ เทจ็ จรงิ หรอื พสิ จู นค วามผดิ
และเพ่ือจะเอาตวั ผกู ระทําผิดมาฟองลงโทษ
รายงานการสืบสวนก็คือ การท่ีผูสืบสวนไดรายงานเหตุการณท่ีตนออกไปสืบสวน
ใหผ บู งั คบั บัญชาทราบ ในรายงานการสบื สวนใหไดความวา ใคร อะไร ท่ีไหน เมอื่ ใด ทาํ ไม อยางไร
แตใ นทางปฏบิ ตั แิ ลว ผสู บื สวนจะแจง เสนอผบู งั คบั บญั ชาในตอนทา ยของบนั ทกึ การสบื สวนและพรอ มกบั
มีความเห็นวาควรจะปฏิบัติอยางไร ตอไป เชน เสนอวาควรตรวจคนบานผูตองสงสัยตามทาง
สืบสวนวาผูต องหาในคดปี ลนทรพั ยจะมาพกั อาศยั อยู เปน ตน

û٠Ẻ¢Í§¡ÒÃÃÒ§ҹ¡ÒÃÊ׺Êǹ

สํานักงานตํารวจแหงชาติไดมีการกําหนดหนาที่การงานและหลักเกณฑในการปฏิบัติ
ในสถานีตํารวจ เพื่อใหรูปแบบวิธีการปฏิบัติงานและอัตรากําลังขาราชการมีความเหมาะสมกับ
ปริมาณและคุณภาพของงานโดยมีวัตถุประสงคใหการปฏิบัติหนาท่ีของขาราชการตํารวจเปนไป
อยางมีประสทิ ธภิ าพย่งิ ขึ้น

สําหรับสถานีตาํ รวจนครบาลและสถานีตาํ รวจภูธรไดมีการกําหนดหนาท่ี ออกเปน
๕ งาน คอื

๑. งานธุรการ
๒. งานปอ งกันปราบปราม

๖๐

๓. งานสืบสวน
๔. งานสอบสวน
๕. งานจราจร
งานสบื สวนมสี ารวตั รสบื สวนเปน หวั หนา รบั ผดิ ชอบ มรี องสารวตั รสบื สวนและผบู งั คบั หมู
เปน ผูรว มในการปฏบิ ตั งิ าน ในลักษณะท่มี กี ารบังคับลดหล่ันกันลงไป
รปู แบบของการรายงานสาํ หรบั ผสู บื สวนรายงานขอ มลู ทไ่ี ดจ ากการสบื สวนมี ๔ แบบ คอื
๑. แบบ สส. ๑ รายงานการสบื สวนกอนเกดิ เหตุ และหลังเกิดเหตุ
๒. แบบ สส. ๒ รายงานการสบื สวนเฉพาะคดี (รายงานเบ้อื งตน หลงั เกดิ เหตุ)
๓. แบบ สส. ๓ รายงานการสบื สวนเฉพาะคดี (รายงานเพิ่มเตมิ )
๔. แบบ สส. ๔ แบบบนั ทึกคําสงั่ ใหปฏิบตั ิและการรายงานผลการสืบสวน

๖๑

μÑÇÍ‹ҧ
û٠Ẻ¢Í§¡ÒÃÃÒÂ§Ò¹Êº× Êǹ

แบบ สส.๑
สภ. ........................................
รายงานการสบื สวนกอนเกิดเหตุ และหลังเกดิ เหตุทั่วๆ ไป

วันที่.........เดอื น..................................พ.ศ. .............
เสนอ............................

ขา พเจา ....................................................ตาํ แหนง ............................................กบั พวก
............................คอื ....................................................ไดท าํ การสบื สวนกอ นเกดิ เหตุ เพอื่ ผลในการ
ปองกันและรักษาความสงบเรยี บรอ ย มรี ายละเอียดทีจ่ ะรายงานดงั ตอไปนี้

๑. เปน ผลการสบื สวนของวันท่ี.........../............/...........เวลา...........................ถงึ วันที่
.........../.............../..............เวลา...........................น.

๒. ทําการสืบสวนในเขตพ้นื ท.ี่ .............................
๓. ขาวเก่ียวกับคนรายที่เคยกระทําผิดในพ้ืนท่ี คนรายท่ีมีภูมิลําเนาอยูในพื้นท่ีแตเคย
กระทําผิดในพ้นื ท่อี ื่น และคนรา ยท่ีปฏิบัตกิ ารคาบเกย่ี วกบั พ้นื ทที่ ี่รบั ผดิ ชอบ

(๑) รายละเอยี ดของขา ว..............................
(๒) แหลง ขาว..............................................
(๓) ความนาเชือ่ ถือของขา วพรอ มเหตผุ ล..............................
๔. ขา วเกีย่ วกับบคุ คลพน โทษที่อยูหรอื เขามาในพื้นท่ี
(๑) รายละเอยี ดของขาว..............................
(๒) แหลง ขาว..............................................
(๓) ความนา เช่อื ถือของขาวพรอ มเหตผุ ล..............................
(๔) สง่ิ ทคี่ วรดําเนินการในข้นั ตอ ไป
๕. ขา วทเี่ กยี่ วกบั บคุ คลทอ่ี ยหู รอื เขา มาในพนื้ ทท่ี มี่ แี นวโนม จะกระทาํ ความผดิ หรอื สงสยั
วาไดกระทําความผดิ
(๑) รายละเอยี ดของขา ว..............................
(๒) แหลงขาว..............................................
(๓) ความนาเชื่อถอื ของขาวพรอ มเหตผุ ล..............................
(๔) สงิ่ ท่ีควรดําเนนิ การในขัน้ ตอไป

๖๒

๖. ขา วเกีย่ วกบั แหลง มั่วสุม - แหลง อบายมขุ
(๑) รายละเอียดของขาว..............................
(๒) แหลงขา ว..............................................
(๓) ความนาเชื่อถือของขา วพรอมเหตุผล..............................
(๔) สง่ิ ท่คี วรดําเนินการในข้นั ตอไป

๗. ขา วเกย่ี วกับการกระทําผดิ ท่ีเกิดขึ้นแลว
(๑) รายละเอยี ดของขา ว..............................
(๒) แหลงขาว..............................................
(๓) ความนาเชอื่ ถอื ของขาวพรอ มเหตผุ ล..............................
(๔) ส่ิงที่ควรดาํ เนินการในข้นั ตอ ไป......................

๘. ขา วอ่นื ๆ ทีค่ วรรายงานใหทราบ
(๑) รายละเอยี ดของขาว..............................
(๒) แหลง ขา ว..............................................
(๓) ความนา เช่ือถอื ของขาวพรอ มเหตุผล..............................
(๔) ส่งิ ทคี่ วรดาํ เนินการในข้ันตอไป.......................
(ลงช่อื )....................................ผูร ายงาน
(..................................)
ตาํ แหนง................................

๖๓

แบบ สส.๒
สภ. ........................................
รายงานการสบื สวนเฉพาะคดี (รายงานเบอ้ื งตน หลงั เกิดเหตุ)
คดสี บื สวนท.ี่ ................/.................คดีรบั คาํ รองทุกขท ี.่ ................/.................
เสนอ...................................................

๑. ขาพเจา ....................................................................
๒. ปฏิบัติหนาที่เวรสืบสวน ตั้งแตเวลา.................น. วันที่......../........./.......ถึงเวลา
....................................น. วนั ท่ี........../.............../.............
๓. เมอ่ื วนั ท.ี่ ....../.........../...........เวลา.................น. ไดร บั แจง จาก (ระบชุ อื่ )..................
ผูทําหนา ท.ี่ .............................
๔. ไดรบั แจงวา......................
๕. ขา พเจา ไปถงึ ที่เกดิ เหตเุ วลา.........................น. เสร็จสนิ้ เวลา.............................น.
๖. ชอื่ พนักงานสอบสวน (เบอ้ื งตน )...............................
๗. ชื่อพนกั งานสอบสวนผูร ับผดิ ชอบ.............................
๘. ชอื่ เจา หนาท่ีสืบสวน ทร่ี วมไปทาํ การสบื สวน ณ ที่เกดิ เหตุ

ก. ..........................................
ข. ..........................................
ค. ..........................................
ง. ..........................................
๙. รายละเอียดของเหตุท่เี กิดขึน้ มีดังนี้
(๑) เกดิ เหตเุ มือ่ ..............................
(๒) สถานทีเ่ กิดเหต.ุ ........................
(๓) ผูเสียหาย

ก. ชอื่ .............อาย.ุ ..........ป. ..........อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู ........โทรศพั ท. ..........
ทที่ าํ งาน...................โทรศพั ท. ................การตดิ ตอ ทส่ี ะดวก................รายละเอยี ดอน่ื ๆ..................

ข. ชอื่ .............อาย.ุ ..........ป. ..........อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู ........โทรศพั ท. ..........
ทท่ี าํ งาน...................โทรศพั ท. ................การตดิ ตอ ทสี่ ะดวก................รายละเอยี ดอน่ื ๆ..................

ค. ชอ่ื .............อาย.ุ ..........ป. ..........อาชพี ...........ทอี่ ย.ู ........โทรศพั ท. ..........
ทท่ี าํ งาน...................โทรศพั ท. ................การตดิ ตอ ทส่ี ะดวก................รายละเอยี ดอน่ื ๆ..................

๖๔

(๔) ผตู าย
ก. ชอื่ ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอี่ ย.ู .........โทรศพั ท. ............

ทท่ี าํ งาน................................สาเหตกุ ารตาย..................................รายละเอยี ดอนื่ ๆ.......................
ข. ชอ่ื ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอี่ ย.ู .........โทรศพั ท. ............

ทที่ าํ งาน................................สาเหตกุ ารตาย..................................รายละเอยี ดอนื่ ๆ.......................
ค. ชอื่ ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............

ทท่ี าํ งาน................................สาเหตกุ ารตาย..................................รายละเอยี ดอนื่ ๆ.......................
(๕) ทรพั ยส นิ ท่ีถกู ประทุษรา ย (ใหระบุประเภท จํานวน ราคา ตําหนริ ูปพรรณและ

รายละเอยี ดอืน่ ๆ).............................................
(๖) จํานวนคนราย...............คน จับได. ............คน
(๗) คนรายทจี่ ับกมุ ได
ก. ชอื่ ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............

ทที่ าํ งาน...................โทรศพั ท. .....................ตาํ หนริ ปู พรรณ..................รายละเอยี ดอน่ื ๆ................
ข. ชอ่ื ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............

ทท่ี าํ งาน...................โทรศพั ท. .....................ตาํ หนริ ปู พรรณ..................รายละเอยี ดอนื่ ๆ................
ค. ชอ่ื ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............

ทท่ี าํ งาน...................โทรศพั ท. .....................ตาํ หนริ ปู พรรณ..................รายละเอยี ดอนื่ ๆ................
(๘) คนรายทย่ี ังจับกมุ ไมได
ก. ชอ่ื ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............

ทที่ าํ งาน.................โทรศพั ท. ...................ตาํ หนริ ปู พรรณ................สถานทค่ี วรสบื หาตวั ..................
รายละเอียดอนื่ ๆ.........................................

ข. ชอื่ ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............
ทท่ี าํ งาน.................โทรศพั ท. ...................ตาํ หนริ ปู พรรณ................สถานทคี่ วรสบื หาตวั ..................
รายละเอียดอืน่ ๆ.........................................

ค. ชอื่ ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............
ทท่ี าํ งาน.................โทรศพั ท. ...................ตาํ หนริ ปู พรรณ................สถานทคี่ วรสบื หาตวั ..................
รายละเอียดอ่นื ๆ.........................................

ง. กรณที ไี่ มท ราบชอ่ื ใหร ะบรุ ายละเอยี ดเทา ทท่ี ราบ.....................................
(๙) ของกลางท่ไี ด (ใหร ะบปุ ระเภท จาํ นวน ราคา ตําหนริ ูปพรรณ และรายละเอียด
อนื่ ๆ).............................................

๖๕

(๑๐) รายละเอยี ดของเหตุทีเ่ กดิ มูลเหต.ุ .......................
(๑๑) อาวธุ ทีใ่ ชในการกระทําความผิด

ก. ประเภท....................ตําหนริ ปู พรรณโดยละเอยี ด..............
ข. ประเภท....................ตําหนิรูปพรรณโดยละเอียด..............
(๑๒) พาหนะท่ีใช
ก. ประเภท....................รายละเอยี ดเกยี่ วกับพาหนะ.............
(๑๓) พยานบุคคล
ก. ชอ่ื ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............
ทที่ าํ งาน..............................โทรศพั ท. .....................................รายละเอยี ดอนื่ ๆ..............................
ข. ชอ่ื ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............
ทท่ี าํ งาน..............................โทรศพั ท. .....................................รายละเอยี ดอนื่ ๆ..............................
ค. ชอ่ื ......................อาย.ุ ........ป อาชพี ...........ทอ่ี ย.ู .........โทรศพั ท. ............
ทที่ าํ งาน..............................โทรศพั ท. .....................................รายละเอยี ดอนื่ ๆ..............................
(๑๔) พยานหลักฐานอน่ื ๆ
ก. ......................สถานทพ่ี บ...............
ข. ......................สถานทพ่ี บ...............
ค. ......................สถานทพ่ี บ...............ลักษณะทพี่ บ
(๑๕) แผนทเ่ี กดิ เหตุ
ÅѡɳТͧʶҹ·èÕà¡´Ô àËμØ
(๑๖) ความเหน็ ทางคดีเบ้ืองตน .................เหตุผล..................
(๑๗) การสบื สวนท่ไี ดดาํ เนนิ การไปแลว............................
(๑๘) ส่ิงที่ควรดําเนินการตอไป.........................................

(ลงชอ่ื )..........................................ผูร ายงาน
(.......................................)

ตาํ แหนง ....................................
............/............/...........

๖๖

แบบ สส.๓
สภ. ........................................

รายงานการสืบสวนเฉพาะคดี (รายงานเพิม่ เติม)
คดีสืบสวนท.่ี ........./...........คดีรบั คาํ รอ งทุกขท ่.ี .............../..................
วนั ท่ี.........เดอื น..................................พ.ศ. .............
เสนอ............................

ขา พเจา ......................................พรอ มกบั ...............................ไดท าํ การสบื สวนเพม่ิ เตมิ
ตามคาํ ส่งั ของ................................เมือ่ วันท.ี่ ........../.............../..............ไดผ ลคืบหนา ดงั นี้

๑. สืบสวนวันที่........../.........../..........เวลา.............น. ถึงวันที่........./.........../..........
เวลา.....................น.

๒. สถานท่ีทําการสืบสวน..............................
๓. รายละเอียดของเหตุที่เกิดที่ไดเพิ่มเติม (ดูจากหัวขอรายละเอียด ในแบบรายงาน
การสบื สวนเบื้องตนหลงั เกดิ เหตุ แบบ สส.๒ และรายงานเฉพาะในหวั ขอท่สี ืบสวนได) .................
๔. ในขัน้ ตอไปน้ีเหน็ ควรดําเนนิ การดงั ตอไปนี้..................

(ลงชอื่ ).................................ผรู ายงาน
(..............................)

ตาํ แหนง .................................

๖๗

สภ. ........................................ แบบ สส.๔
แบบบันทึกคาํ สัง่ ใหป ฏบิ ตั แิ ละการรายงานผลการสืบสวน

ช่อื ผสู ืบสวน ๑)....................................... ๓)..........................................
๒)....................................... ๔)..........................................

วันที.่ ........./.........../..........เวลา.............น. ถึงเวลา.....................น.
ภารกิจและขาวสาร ผลการปฏิบัติ

ภารกิจ.......................................
ขา วสารขอมลู ทค่ี วรทราบเพ่ือประกอบการปฏิบตั ิ.................................

(ลงชอื่ ).................................ผูร ายงาน
(..............................)

ตาํ แหนง .................................

๖๘

μÑÇÍ‹ҧº¹Ñ ·Ö¡¡ÒÃÊ׺Êǹ

เขยี นที่ สภ.บา นนาสาร
วนั ที่ ๒ ม.ค. ๒๕๖๐
บนั ทกึ น้ีทาํ ขึน้ เพือ่ แสดงวา

วันน้ีเวลา ๐๘.๐๐ น. ขาฯ ร.ต.ต.ธวัช รักงาม ตําแหนง รอง สว.สส.สภ.บานนาสาร
ไดออกไปทาํ การสบื สวนคดปี ลน ทรัพยไดความจากการสบื สวนวา

เม่อื วันท่ี ๑ ม.ค. ๒๕๖๐ เวลาประมาณ ๒๐.๐๐ น. ขณะที่นายแดง จันดี นางมี จันดี
และเดก็ ชายแสง จนั ดี ราษฎรหมทู ่ี ๓ ตาํ บลทา ชี อาํ ภอบา นนาสาร จงั หวดั สรุ าษฎรธ านี กาํ ลงั นอนหลบั อยู
ไดยินเสียงคนตะโกนเรียกชื่อนายแดงฯ ที่ประตูบานทางดานทิศเหนือ พอนายแดงฯ เปดประตู
ออกมาจากแสงตะเกยี งท่จี ดุ ไวในบานไดสองสวางทําใหน ายแดงฯ เห็นมชี ายจาํ นวน ๔ คน แตง กาย
ดวยเส้ือผาสีดําๆ ยืนถือปนลูกซองสั้นคนละกระบอกอยูที่ประตูบานทางดานทิศเหนือ ชาย ๓ คน
ในจาํ นวนนน้ั ตรงเขา จบั ตวั นายแดง นางมี และเดก็ ชายแสงไว สว นอกี คนหนง่ึ ไดต รงเขา ไปในหอ งนอน
ทําการตรวจคนทรัพยภายในหองนอนท่ีตูเส้ือผาของนายแดง นายแดงใสสายสรอยทองคําทําแบบ
กา นไมข ดี หนัก ๒ บาท รวมราคา ๑,๖๐๐ บาท และมวี ิทยธุ านนิ ทรตลู ายไมสนี ้าํ ตาลราคา ๕๐๐ บาท
ตั้งอยูบนหลังตูดังกลาว นายแดงฯ ไดเห็นคนเดินออกมาจากหองถือวิทยุและสรอยคอทองคําของ
นายแดงฯ ออกมา และกอนที่คนรายท้ังสี่จะออกไปจากบานของนายแดงฯ ไดพูดจาขูนายแดงฯ
วาถาไปแจงตํารวจ จะกลับมาฆาใหตายหมดทั้งบาน นายแดงฯ ไดใหการกับเจาพนักงานสอบสวน
วาไดฟงสําเนียงพูดของคนรายท้ังส่ีคนแลวเขาใจวาเปนชาวอําเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
และนายแดงฯ คงเขา ใจวาคนรา ยท้ังส่ีคน คงจะมาพักอาศัยอยูในปา สงวน บา นทุง เบียน บานหมทู ่ี ๒
ตําบลทาชี อําเภอบานนาสาร จังหวัดสุราษฎรธานี นายแดงฯ ไดใหการอีกวาจากแสงตะเกียง
ทาํ ใหน ายแดงฯ จําหนา คนรายทัง้ สไ่ี ด

จากการสืบสวนยังท่ีเกิดเหตุนายแดงฯ ไดนําช้ีจุดท่ีเห็นคนรายท้ัง ๔ ถือปนลูกซองส้ัน
อยหู นา ประตบู า นทางดา นทศิ เหนอื พอนายแดงฯ เปด ประตอู อกมากไ็ ดถ กู คนรา ยทง้ั สจ่ี บั ตวั พรอ มกบั
นางมีฯ ภรรยาและเด็กชายแสงฯ ไวท่ีหองนอน สวนนายแดงฯ ถูกจับตัวไวท่ีขางประตูบานดังกลาว
นายแดงฯ ไดนําช้ีท่ีที่นายแดงฯ เอาสายสรอยทองคําดังกลาววางไวบนชั้นบนของตูใสเสื้อผา และ
บนหลังตูวิทยุธานินทรต้ังอยู นายแดงฯ ไดนําชี้เสนทางท่ีคนรายหลบหนี หลังจากการทําการปลน
นายแดงฯ ซึ่งเสนทางดังกลาวเปนเสนทางเดินไปบานหมูที่ ๑ ไปทางทิศใตของบานนายแดงฯ
รอ งรอยอน่ื ของคนรา ยไมมีปรากฏในที่เกิดเหตุ

จากการสืบสวนท่ีบาน หมทู ่ี ๒ ตาํ บลทาชี บานทุงเบยี น จงึ ไดทราบจากนายสี แสงใส
ราษฎร หมทู ี่ ๒ ตําบลทาชี วาเมอ่ื วนั ท่ี ๑ ม.ค. ๒๕๖๐ เวลาประมาณ ๑๘.๐๐ น. ขณะทน่ี ายสฯี
กาํ ลงั ขบั เกวยี นบรรทกุ ถา นจะนาํ ไปทต่ี ลาดนาสารอยนู นั้ ไดม ชี ายจาํ นวน ๔ คน เปน ชาวอาํ เภอปากพนงั

๖๙

แตงกายดว ยเสอ้ื ผาสีดาํ ๆ ไดขอโดยสารมาลงท่ตี ลาดบา นนาํ้ พุ หมูท่ี ๔ ตาํ บลทา ชี เจาของรานขาย
เครื่องดืม่ และสุราใหก ารวา เม่ือวันท่ี ๑ ม.ค. ๒๕๖๐ เวลาประมาณ ๑๙.๐๐ น. ไดม ีชายจํานวน ๔ คน
แตง กายดว ยเสอ้ื ผา สดี าํ ๆ ลงจากเกวยี นของนายสฯี และเขา มาในรา นและไดส ง่ั สรุ ามาดมื่ เจา ของรา น ไดข าย
สรุ า ชนดิ ๒๘ ดีกรี จาํ นวน ๓ ขวด ใหก บั ชายดงั กลาว ตอ มาเวลาประมาณ ๒๐.๐๐ น. ชายทัง้ ๔ คน
ดังกลาวไดจายคาสุราและไดเดินออกจากรานไปทางทิศใตซ่ึงเสนทางดังกลาวเปนทางเดินไปบาน
หมทู ่ี ๓ ตาํ บลทาชี เจาของรานไดใ หการอกี วา จากสําเนยี งพดู เขาใจวาเปนชาวอําเภอปากพนงั และ
จากแสงตะเกียงท่ีจุดต้ังไวในรานทําใหสองสวาง จําหนาชายท้ังส่ีคนได ถาไดเห็นอีก และจากการ
สอบถามผูใหญบานหมูที่ ๒ ตําบลทาชีทราบวามีชายอําเภอปากพนังพักอาศัยอยูท่ีบานนายใสฯ
๔ คน ซึ่งนายใส ก็ยังไมไดมาแจงการเขามาอยูในบานแตอยางใด และคนท้ัง ๔ ก็ไปๆ มาๆ
ระหวางอําเภอบานนาสารกบั อําเภอปากพนงั อยูเปน ประจํา

อานใหฟงแลว รับรองวา ถูกตอ ง
(ลงช่อื ) นายแดง จนั ดี ผูเสียหาย
(ลงชื่อ) นายสี แสงใส พยาน
(ลงช่อื ) นายดาํ ทา ชี พยาน
(ลงชื่อ) นายวนั ทา ชี พยาน
(ลงชอื่ ) ร.ต.ต.ธวชั รักงาม บนั ทึก/อา น

เสนอ รอง ผกก.หน. สภ.นาสาร (ตวั รายงานการสบื สวน)
เพื่อทราบตามบันทึกดังกลาวขางตน และขาฯ เห็นควรทําการตรวจคนบานเรือนของ

นายใส เชยี รใหญ ซง่ึ อยูทบ่ี านทงุ เบียน หมูที่ ๒ ตาํ บลทาชี เพอื่ พบสง่ิ ของท่ีไดม าจากการปลนทรัพย
หรืออาวุธปนท่ีใชในการกระทําผิด และเพ่ือที่จะจับกุมตัวคนรายท้ัง ๔ คนดังกลาว จึงเห็นควรให
นายแดง จันดี นายสี แสงใส และนายดาํ ทาชี รว มไปในการตรวจคน ดังกลา วดว ย เพอื่ ที่จะไดช้ตี ัว
ยนื ยนั วาใชคนรายที่ปลนทรพั ยของนายแดงฯ ใชหรอื ไม ทงั้ นีเ้ พราะคนทงั้ ๓ ไดใ หก ารในชั้นสืบสวน
วาเห็นหนาชายคนรายทง้ั ส่คี นอีกกจ็ าํ ได

จะเห็นไดวาจากตัวอยางบันทึกการสืบสวนขางบนดังกลาวนี้ จะอยูในลักษณะตอนแรก
สว นชว งตอนทสี่ องจะเหน็ เปน ตวั รายงานการสบื สวนเสนอผบู งั คบั บญั ชาของตน เพอ่ื ดาํ เนนิ การตอ ไป
จากบันทึกการสืบสวนขางตนนี้ ปรากฏวารายละเอียดที่ตองการครบถวนวาบันทึกเขียนท่ีใด เม่ือใด
เปนบันทึกอะไร รายละเอียดเปนอยางไร สวนชวงท่ีสองคือตัวรายงานบันทึกซึ่งเสนอผูบังคับบัญชา
จะมีความคดิ เหน็ เสนอแนะรวมอยดู ว ย เพื่อทผ่ี ูบงั คบั บัญชาจะไดส ่งั การตามข้ันตอนตอ ไป

๗๐

¡Òú¹Ñ ·Ö¡¡Ò乌 à¡ÕèÂǡѺ¤´ÕÍÒÞÒËÃ×Íã¹Ë¹ÒŒ ·ตÕè ําÃǨ

การบนั ทกึ การคน ซงึ่ พอจะอธบิ ายไดส นั้ ๆ วา เมอื่ ทาํ การคน กม็ กี ารบนั ทกึ เกยี่ วกบั การคน นน้ั
ผูที่ทําการคนก็คือตํารวจน่ันเอง สวนจะคนอะไรที่ไหนน้ันก็แลวแตจุดประสงควาตองการหาสิ่งของ
หรือบุคคล ซ่ึงอยูในที่รโหฐาน แตส่ิงของท่ีตองการพบหรือหามาน้ันจะตองเปนส่ิงของท่ีเกี่ยวของ
กบั คดีสวนบุคคลที่จะคน หากม็ ีอยู ๒ ประเภทคอื

๑. การคน หาบุคคลที่เปนผูตอ งหา
๒. การคน หาบคุ คลท่ีถกู หนวงเหนย่ี วกกั ขงั โดยมชิ อบดวยกฎหมาย
ºÑ¹·¡Ö ¡Ò乌
ความมุงหมายของการบนั ทกึ การคน นั้นมอี ยดู วยกนั ๓ ประการคอื
๑. เพื่อแสดงผลการปฏบิ ัติงานผทู าํ การคน
๒. เพ่อื หาหลักฐานประกอบในทางคดีใหร ดั กมุ ยงิ่ ข้นึ
๓. เพอ่ื เปนการปองกนั การท่ีเจา พนกั งานผคู นจะถูกฟองรอ ง
ความมงุ หมายประการท่ี ๑ น้นั เพ่ือแสดงผลการปฏบิ ตั ิงานของผูทาํ การคน หรอื ท่ีทําการ
ตรวจคน ซึ่งอาจไดรับคําส่ังจากผูบังคับบัญชาใหไปทําการคนเอง โดยมีหมายคนหรือโดยไมตองมี
หมายคนซ่ึงเขากรณียกเวน เมื่อไดทําการคนก็ทําการบันทึกเกี่ยวกับการคนนั้นผลการคนเปน
ประการใดกจ็ ะปรากฏในบนั ทึกการคน นั้นซง่ึ ผบู งั คับบัญชาตรวจดูได
ความมุงหมายประการที่ ๒ เพื่อหาหลักฐานประกอบในทางคดีใหรัดกุมยิ่งข้ึน คือ
เม่ือจะดําเนินคดีกับคนรายตํารวจจะตองแสวงหาพยานหลักฐานตางๆ มาเปนเคร่ืองพิสูจนวา
ใครเปน ผกู ระทําผดิ และไดกระทําผิดจรงิ หรือไม พยานหลกั ฐานสวนหนึง่ กไ็ ดมาจากการคน
ความมุงหมายประการที่ ๓ เพื่อเปนการปองกันการท่ีเจาพนักงานผูคนจะถูกฟองรอง
ในเร่ืองการคนน้ัน ตาํ รวจมักจะถูกรองเรียนหรือถูกฟองรองอยูบอยๆ เชน คนในที่รโหฐานโดยไมมี
หมายคนคือเขาไปในบานของเขาโดยไมมีหมายคนหรืออาจจะมีหมายคนไปดวย แตไมไดบันทึก
การตรวจคนไวเม่ือไมพบบุคคลหรือส่ิงของท่ีตองการและไมปรากฏวาเจาของบานลงชื่อยินยอมใหคน
ก็อาจถูกฟองรองขอหาบุกรุกได หรือเจาของบานอาจแจงวาตํารวจคนแลวทําใหทรัพยสินในบานน้ัน
หายไป คือ กลาวหาวาตํารวจที่ทําการคนฉวยโอกาสขณะคนหาลักเอาทรัพยสินไป ซึ่งในเร่ืองนี้
ตํารวจก็มีทางปองกันไดก็ดวยการบันทึกการคนซ่ึงระบุขอความลงในบันทึกวาไดแสดงความบริสุทธ์ิ
ท้งั กอนและหลังคน แลว ซง่ึ ไมเ ปน ความจรงิ เพ่อื กลบเกลอ่ื นท่ตี นตองถกู ตาํ รวจคนบาน
การบันทึกการคน นั้น โอกาสท่จี ะเกิดข้นึ ก็โดยที่มีการคนโดยทรี่ โหฐานซ่ึงก็มักไดแก บา น
ซ่ึงเปนที่อยูอาศัยของราษฎรน่ันเอง แตมิใชวาตํารวจจะตองมีการคนบานผูเกี่ยวของในคดีท่ีเกิดข้ึน
เสมอไป เพราะมบี างคดเี ทา นน้ั ทจี่ าํ เปน ตอ งคน บา น ถา เปน การคน หาตวั คนรา ยหรอื ผตู อ งหาอยา งนอ ย
ก็ตองสืบทราบไดวา ผูตองหาเขาไปหลบซอนอยูในบานที่จะคนหรือจะคนหาสิ่งของท่ีไดมาจากการ

๗๑

กระทําผิดอยางนอยก็ตองสืบทราบวาเปนบานของพรรคพวกที่ผูตองหาหรือบานท่ีผูตองหาอยูอาศัย
แตบางคดไี มจาํ เปนตอ งมกี ารคน บานเลย เชน จบั คนรา ยไดในสาธารณสถานพรอ มของกลางที่ลกั ไป
ºÑ¹·Ö¡¡Ò乌 ¹¹Ñé ¨Ðà¢ÒŒ ÁÒà¡ÕèÂǢ͌ §¡ºÑ ¤´ÍÕ ÒÞÒ ËÃ×Íã¹Ë¹ÒŒ ·èբͧตาํ ÃǨ䴌 ò ¡Ã³Õ ¤Í×

๑. กรณีความผิดทางอาญายังไมเกิดขึ้น เนื่องจากตํารวจมิใชมีหนาที่เฉพาะดาํ เนินคดี
กับคนรายท่ีกอคดีข้ึนแลว จึงติดตามจับตัวมาดําเนินคดี หากแตยังมีหนาที่ปองกันมิใหคดีอาญา
เกิดขึ้นหรือมิใหลุกลามใหญโตตอไปอีกดวย ในการปองกันน้ัน วิธีการอันหน่ึงท่ีใชก็คือการคน
เม่ือคนแลวตองทําการบันทึกการคนน้ัน ท่ีทําการคนนี้ก็เพื่อคนหาสิ่งของซึ่งบุคคลครอบครองไว
จะใชในการกระทําความผิดหรือมีไวเปนความผิด เชน ตํารวจทําการสืบสวนทราบมาวาบาน ก.
มีคนแปลกหนาเขามาม่ัวสุมอยูเปนประจําไมปรากฏอาชีพ ตํารวจก็มีความเห็นวานาจะเปนคนราย
หรือพวกมิจฉาชีพมาจากถ่ินอ่ืน ถาเปนพวกมิจฉาชีพก็นาจะมีอาวุธท่ีผิดกฎหมายดวย จึงเขาคนใน
บาน ก. เมือ่ เขาคนกต็ องมีบันทกึ การคน หรอื กรณที มี่ ีชาวบา นมากระซบิ ตาํ รวจวา เคยเหน็ ก. พกพา
อาวธุ ปน ในเวลากลางคนื อยเู ปน ประจาํ ตาํ รวจขอตรวจสอบทางอาํ เภอหรอื กองทะเบยี นแผนกอาวธุ ปน
ก็ไมป รากฏวา ก. เคยไดร ับอนญุ าตใหมอี าวธุ ปน จงึ เขา คนบาน ก. เพือ่ หาอาวุธปน เปนตน

๒. กรณีความผิดทางอาญาเกิดขึ้นแลว กรณีนี้เมื่อคดีเกิดข้ึนตํารวจก็ตองแสวงหา
พยานหลกั ฐานตา งๆ มาประกอบคดี เชน คนรา ยใชม ดี แทง ก.ตาย การสบื สวนสงสยั วา ข.เปน คนแทง
แตตํารวจยังยึดมีดมาไมได ไมทราบวาอยูที่ใด ตํารวจก็ตองใชวิธีคนท่ีบานพักของ ข. หรือที่ ข.
มักจะไปพักอยูหรือในกรณีเปนคดีลักทรัพยตํารวจจับตัวคนรายที่ลักได แตไมไดทรัพยสินที่คนราย
ลักไป จุดท่ีตํารวจมุงคนหาทรัพยสินก็คือบานของคนราย ก็โดยการคน หรือบางคดีท่ีมีเอกสาร
เก่ียวของตํารวจก็ตองเสาะหามาก็โดยการคน และการคนเพ่ือมุงหาสิ่งใดสิ่งหนึ่งอาจจะไปพบกับ
สิ่งอื่นท่ีไมไดมุงจะคนแตเปนประโยชนตอคดีก็ได นอกจากนี้แลวการที่จะชวยบุคคลท่ีถูก
หนวงเหน่ียวกักขังโดยมิชอบก็ชวยออกมาไดโดยการคน เม่ือทําการคนก็ตองมีการบันทึกการคน
ทุกครงั้ ไป เพือ่ ความมุงหมายดังกลา วแลว ขา งตน

ป.วิ.อาญา ไดแบงการคนไวเปน ๒ ลักษณะดวยกัน คือ คนโดยมีหมายคนกับคน
โดยไมตองมีหมายคน ท้ังนี้เน่ืองจากบุคคลไดรับการคุมครองใหมีสิทธิในทรัพยสินของตน บุคคลอ่ืน
จะใชส ทิ ธใิ หก ระทบกระเทอื นหรอื รบกวนสทิ ธขิ องเขาโดยไมส จุ รติ ไมไ ด ในเรอ่ื งทอ่ี ยอู าศยั เจา ของบา น
มีสิทธิหามไมใหบุคคลภายนอกเขาไปก็ได แตในบางคร้ังบางคดีตํารวจจําเปนตองเขาไปทําการคน
ในบานของราษฎรซึ่งเปนท่ีรโหฐานเพื่อจะคนหาตัวคนรายหรือพยานหลักฐานตางๆ หากไมมี
กฎหมายใหอํานาจ ตํารวจเขาไปคนในบานเรือนราษฎรไดแลว ก็ไมมีทางท่ีจะไดตัวคนราย
ซ่ึงหลบซอนอยูในบานหรือไมไดพยานหลักฐานมาประกอบคดี ป.วิ.อาญา จึงใหอํานาจตํารวจที่
จะเขาไปคนในบานของราษฎรได ซ่ึงเรียกวาคนในท่ีรโหฐาน นอกจากนี้แลว กฎหมายยังมี
ขอ บญั ญตั พิ เิ ศษออกไปอกี ในกรณที เ่ี รง ดว นตาํ รวจสามารถเขา ไปคน บา นราษฎรโดยไมต อ งมหี มายคน
ก็ไดซ ึ่งเปนขอ ยกเวนจากหลักที่วา คนในท่ีรโหฐานจะตอ งมีหมายคน

๗๒

ÅѡɳТͧ¡Òú¹Ñ ·Ö¡¡Ò乌

บันทึกหมายความถึงหนังสือใดที่พนักงานฝายปกครองหรือตํารวจไวเปนหลักฐาน
ในการสอบสวนความผดิ อาญา (ป.วิ.อาญา มาตรา ๒ อนุมาตรา ๒๐)

ฉะน้ัน บันทึกการคนจึงเปนบันทึกตามความหมายดังกลาว ถือเปนหลักฐานในการ
สอบสวน

ป.วิ.อาญา มาตรา ๖๒ วรรค ๒ กลาววา “การแจงขอความในหมาย การสงหมายให
ตรวจดูและวนั เดอื นปท ่ีจดั การเชน นั้นใหบ นั ทึกไวใ นหมายนั้น

หมายความวาเม่ือทําการคนโดยมีหมายคน จะตองแจงขอความในหมายใหผูเกี่ยวของ
ทราบหรอื ใหเ ขาตรวจดแู ลว ใหเ จา พนกั งานผตู รวจคน ทาํ การบนั ทกึ ในภายหลงั หมายวา ไดแ จง ขอ ความ
ในหมายใหผูเกี่ยวของทราบ แลวพรอมทั้งลงวันเดือนปท่ีทําการคนไวดวย กรณีดังกลาวมิใชบันทึก
การคน เปน แตเ พยี งรายละเอยี ดสว นหนง่ึ ของการบนั ทกึ การคน แตก ต็ อ งจดั การบนั ทกึ ไวต ามทกี่ ฎหมาย
กําหนด

สําหรับลักษณะสาระสําคัญของการบันทึกคนน้ัน ป.วิ.อาญา มาตรา ๖๓ ไดวางหลัก
ไววา “เมื่อเจาพนักงานไดจัดการตามหมายอาญาแลวใหบันทึกรายละเอียดในการจัดการนั้น
ถา จดั การตามหมายไมไดใ หบ นั ทึกพฤตกิ ารณไว”

นอกจากนี้กฎหมายยังไดบัญญัติไวใหเจาพนักงานผูคนบันทึกรายละเอียดแหงการคน
และสงิ่ ของทคี่ น ไดน นั้ ตอ งมบี ญั ชรี ายละเอยี ดไวบ นั ทกึ การคน และบญั ชสี ง่ิ ของนนั้ ใหอ า นใหผ คู รอบครอง
สถานที่ บคุ คลในครอบครวั ผตู อ งหา จาํ เลย ผแู ทน หรอื พยานฟง แลว แตก รณี แลว ใหผ นู น้ั ลงลายมอื ชอื่
รบั รองไว (ป.ว.ิ อาญา มาตรา ๑๐๓)

จะเห็นไดวาตามมาตรา ๖๓ และ มาตรา ๑๐๓ น้ีกฎหมายไมไดกําหนดแบบฟอรมใน
การบนั ทึกไว จึงอาจวางหลักเกณฑการบนั ทกึ การคน ดังน้ี

๑) สถานท่ีบนั ทึก
๒) วัน เดือน ป ท่ีบนั ทกึ
๓) ชอ่ื ตําแหนง เจาพนักงานผูทาํ การบันทกึ
๔) พฤตกิ ารณต า งๆ ทเี่ กยี่ วขอ งกบั การคน นนั้ เปน สาระสาํ คญั ซงึ่ ในสว นหนง่ึ ของกฎหมาย
ไดระบุใหพนักงานผูทําการคนตองปฏิบัติ เชน การแจงขอความในหมายลงช่ือในบันทึกการคน,
ผคู รอบครองบา นทจี่ ะเขา ไปคน ไมย อมใหเ ขา คน อกี สว นหนงึ่ เปน พฤตกิ ารณท เ่ี กดิ ขนึ้ ในขณะทาํ การคน
เชน เม่ือคนไปไดพบบุคคลหรือสิ่งของอะไรบางหรือไมพบเลย ใครเปนผูทําการตรวจคน มีพยาน
หรอื ตัวแทนเปน ใครบาง
กรณีที่การบรรยายตองลําดับเหตุการณหรือพฤติการณก็คือหลักใคร ทําอะไร ที่ไหน
อยา งไร ใหบ รรยายเรยี งลาํ ดบั เหตกุ ารณท เี่ กดิ ขนึ้ ตง้ั แตต าํ รวจผทู าํ หนา ทตี่ รวจคน รวมกนั เขา ไปในบา นที่
จะคน โดยมกี ารแสดงหมายตอผูครอบครองบา น มีการบันทึกในหมายคน ถงึ การแจงขอความในหมาย

๗๓

ผูตรวจคนแสดงความบริสุทธิ์และมีใครเปนพยานหรือนําการตรวจคน ตรวจคนที่ใดบาง การคนเร่ิม
แตเ วลาเทาใด ในระหวา งการตรวจคน ไดพ บสิง่ ของหรอื บุคคลท่ตี อ งการอะไรบาง การคนไดส ิน้ สุดลง
เวลาเทา ใด ใชเ วลาคนกีน่ าที ก่ีชั่วโมง

สาระสําคัญที่ ป.ว.ิ อาญา กาํ หนดไวเปนพฤติการณที่ผูคน ควรบนั ทึกไวม ดี ังน้ี
๑) ÁÒμÃÒ öò บัญญัติวา “ภายใตบังคับแหงบทบัญญัติท้ังหลายในประมวล
กฎหมายนี้ ซึ่งวาดวยการจับและคน เจาพนักงานผูจัดการตามหมายนั้นตองแจงขอความในหมาย
ใหแกผูเกย่ี วขอ งทราบและถามคี ําขอรองใหสง หมายนน้ั ใหเขาตรวจด”ู
๒) ÁÒμÃÒ ùô บญั ญตั วิ า “ใหพ นกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจทท่ี าํ การคน ในทรี่ โหฐาน
ส่ังเจา ของหรือคนอยใู นนัน้ หรอื ผรู ักษาสถานที่ซ่ึงจะคน ให ยอมใหเ ขาไปโดยมิหวงหา ม ..... ฯลฯ .....
ทงั้ น้ี ใหพ นกั งานผูนน้ั แสดงหมายหรอื ถาคนไดโ ดยไมม ีหมายก็ใหแสดงนามหรือตําแหนง
ถาบุคคลดังกลาวในวรรคตนมิยอมใหเขาไป เจาพนักงานมีอํานาจใชกําลังเพื่อเขาไป
ในกรณีจาํ เปน จะเปด หรอื ทาํ ลายประตูบาน ประตเู รอื น หนาตาง รว้ั หรอื สง่ิ กีดขวางอยางอืน่ ทํานอง
เดียวกันกไ็ ด
๓) ÁÒμÃÒ ù÷ ในกรณีท่ีคนโดยมีหมาย เจาพนักงานผูมีช่ือในหมายคนหรือ
ผรู กั ษาการแทนเทานั้น มอี าํ นาจเปน หวั หนาไปจัดการใหเ ปนไปตามหมายนนั้
๔) ÁÒμÃÒ ùø การคนในท่ีรโหฐานน้ัน จะคนไดแตเฉพาะเพ่ือหาตัวคนหรือสิ่งของท่ี
ตองการคนเทา น้ัน แตมีขอยกเวนดงั นี้

(๑) ในกรณที คี่ น หาสง่ิ ของโดยไมจ าํ กดั สง่ิ เจา พนกั งานผคู น มอี าํ นาจยดึ สง่ิ ของใดๆ
ซึง่ นาจะใชเปนพยานหลักฐานเพือ่ เปนประโยชนห รอื ยันตวั ผตู อ งหาหรือจําเลย

(๒) เจาพนักงานซึ่งทําการคนมีอํานาจจับบุคคลหรือสิ่งของอื่นในท่ีคนน้ันได
เมอ่ื มหี มายอีกตางหาก หรอื ในกรณีความผดิ ซ่งึ หนา

๕) ÁÒμÃÒ ñðò บัญญัติวา “การคนในท่ีรโหฐานน้ัน กอนลงมือคนใหเจาพนักงาน
ผูคนแสดงความบริสุทธ์ิเสียกอน และเทาท่ีสามารถจะทําไดใหคนตอหนาผูครอบครองสถานที่
หรือบุคคลในครอบครวั ของผนู ้นั หรือถา หาบคุ คลเชน วานนั้ ไมได ก็ใหค น ตอหนา บคุ คลอ่ืนอยา งนอย
สองคน ซง่ึ เจา พนักงานไดข อรองมาเปนพยาน

การคนที่อยูหรือสํานักงานของผูตองหาหรือจําเลยซ่ึงถูกควบคุมหรือขังอยูใหทําตอหนา
ผูนั้น ถาผูนั้นไมสามารถหรือไมติดใจมากํากับ จะตั้งผูแทนหรือพยานมากํากับก็ได ถาผูแทนหรือ
พยานไมมี ใหคน ตอหนา บคุ คลในครอบครัวหรอื ตอ หนา พยานดังกลา วในวรรคกอน

มาตรา ๑๐๒ วรรคสาม บญั ญตั ิวา “สิง่ ของใดท่ียดึ ไดต อ งใหผ ูครอบครองสถานที่ บคุ คล
ในครอบครัว ผูตองหา จําเลย ผูแทนหรือพยานดูเพื่อใหรับรองวาถูกตอง ถาบุคคลเชนกลาวน้ัน
รับรองหรอื ไมยอมรบั รองก็ใหบันทึกไว”

๗๔

ในขอนี้เปนการกําหนดใหผูคนตองแสดงความบริสุทธ์ิกอนคนตอหนาเจาของบานหรือ
คนในครอบครวั หรอื บคุ คลอน่ื อยา งนอ ย ๒ คน เปน พยานหรอื กรณคี น บา นเรอื นสาํ นกั งานของผตู อ งหา
ก็ทําตอหนาผูตองหาหรือตัวแทนผูตองหา หรือพยานแลวแตกรณี กฎหมายกําหนดขึ้นเพ่ือปองกัน
มใิ หผ คู น นาํ ของผดิ กฎหมายหรอื สงิ่ ของทมี่ งุ คน หาตดิ ตวั มาทาํ การคน เปน การยดั เยยี ดหรอื เรามกั ไดย นิ
เสมอๆ วา “ตํารวจยัดของกลาง” จึงกําหนดมาตรการไวใ หผูค น แสดงความบรสิ ทุ ธ์ิ

๕) การลงลายมอื ชื่อในบนั ทึกการคน และบัญชรี ายละเอยี ดสง ของทีค่ น พบ
ภายหลงั จากทไี่ ดค น แลว กฎหมายกาํ หนดใหบ คุ คลทเี่ กย่ี วขอ งดงั กลา วตาม มาตรา ๑๐๒
รับรองผลการคน ซ่ึงจะรับรองหรือไม ผูคนก็บันทึกไว น่ันหมายความวาใหผูครอบครองสถานที่หรือ
พยานนน้ั ลงลายมอื ช่อื ในการบนั ทึกการคนนนั่ เอง ถาเขาไมย อมลงลายมือชื่อ ก็บันทกึ ไววาไมยอมลง
ลายมอื ชอ่ื พรอมทง้ั เหตทุ ไ่ี มล งน้นั ดว ย

μÑÇÍ‹ҧ¢¹Ñé μ͹»¯ºÔ ÑμãÔ ¹¡Ò乌 ã¹·èÕÃâ˰ҹ

สมมุติวา นาย ก. ใชอาวุธมีดแทงนาย ข. ถึงแกความตายแลวหลบหนี พนักงาน
ฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจชน้ั ผใู หญอ อกหมายจบั นาย ก. ในความผดิ ดงั กลา วไวแ ลว แตป รากฏวา นาย ก.
ไดห ลบซอ นอยทู บี่ า นเลขท่ี ๗๑/๖ ซอยหมบู า นอมั รนิ ทร แขวงอนสุ าวรยี  เขตบางเขน กรงุ เทพมหานคร
ซึ่งเปนบานของนายแดง พ.ต.อ.อัมพร โชคดี ผกก.สน.บางเขน จึงออกหมายคนใหกับ ร.ต.อ.ชาติ
เชย่ี วชาญ รอง สวส. ร.ต.ต.วฒุ ิ มากมี รอง สวป. และ จ.ส.ต.เดน มีศรี ไปทําการคนบา นเลขท่ี
ดงั กลาวเพื่อพบนาย ก. ซ่งึ มีหมายใหจบั เพอ่ื พบและยดึ อาวุธมดี ที่ใชในการกระทาํ ความผดิ โดยไดให
ทาํ การคนในวนั ที่ ๒๘ ต.ค. ๒๕๓๘ เวลา ๐๙.๐๐ น. ถงึ เวลา ๑๒.๓๐ น.

ร.ต.อ.ชาตฯิ กบั พวก ไดน าํ หมายจบั นาย ก. และหมายคน ไปทาํ การคน บา นเลขทด่ี งั กลา ว
ตามวัน เวลาท่ีกําหนดในหมายคน กอนการคน ร.ต.อ.ชาติฯ ไดแสดงหมายคนและแจงขอความ
ในหมายใหแ กนายแดงทราบ และบนั ทกึ การแจง ขอความดังกลา วไวใ นหมายคนนั้นดวย

จากน้ัน ร.ต.อ.ชาติฯ ร.ต.ต.วฒุ ิฯ และ จ.ส.ต.เดนฯ แสดงความบรสิ ทุ ธติ์ อ หนา นายแดง
จนนายแดงพอใจแลว จึงเร่ิมทําการคนตอหนานายแดง การคนไดพบนาย ก. หลบซอนตัวอยูบน
เพดานกบั หลงั คาบา น โดยมีคราบโลหิตตดิ อยทู ีเ่ สื้อนาย ก. สวม และพบมดี ปลายแหลมยาว ๑ คืบ
มีคราบโลหิตตดิ อยซู กุ ซอนไวในหอ งนอนของนางแดง

ร.ต.อ.ชาตฯิ กบั พวกจงึ ทาํ การจบั นาย ก. ตามหมายจบั โดยแจง ขอ ความในหมายจบั เหตทุ ี่
จบั น้ันให นาย ก. ทราบแลว และยดึ อาวธุ มดี ไวเ ปนของกลาง

เสรจ็ สน้ิ การคน เวลา ๑๒.๓๐ น. จ.ส.ต.เดน ฯ ทร่ี ว มคน เปน ผบู นั ทกึ รายละเอยี ดแหง การคน
และบัญชีรายละเอียดของที่ยึด แลวอานใหนายแดงและผูท่ีเก่ียวของฟงแลวรับวาถูกตองใหนายแดง
และผเู กี่ยวของลงลายมือชอื่ รับรองไว

๗๕

μÑÇÍÂÒ‹ §
º¹Ñ ·¡Ö ¡Ò䌹

๗๑/๖ ซอยหมูบ านอัมรินทร
แขวงอนสุ าวรยี  เขตบางเขน กรุงเทพฯ
๒๘ ตุลาคม ๒๕๓๘
บันทึกน้ีทําข้ึนเพื่อแสดงวา วันนี้ (๒๘ ต.ค. ๒๕๓๘) เวลา ๐๙.๐๐ น. ร.ต.อ.ชาติ เชี่ยวชาญ
รอง สวส.สน.บางเขน ร.ต.ต.วฒุ ิ มากมี รอง สวป.สน.บางเขน และจ.ส.ต.เดน มศี รี ผบ.หมู สน.บางเขน ไดน าํ
หมายคนของ พ.ต.อ.อัมพร โชคดี ผกก.สน.บางเขน มาทําการคนท่ีบานเลขท่ี ๗๑/๖ ซอยหมูบานอัมรินทร
แขวงอนุสาวรีย เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ซ่ึงเปนบานของนายแดง เพื่อพบและยึดอาวุธมีดที่ใชใน
การกระทําความผดิ ร.ต.อ.ชาติฯ กบั พวกไดแ สดงความบรสิ ทุ ธจ์ิ น นายแดง พอใจแลว จึงเริ่มทาํ การคนตอหนา
นายแดง ต้งั แตเ วลา ๐๙.๐๐ น. เปนตนไป ของวนั เดียวกัน ผลการคน ปรากฏดงั นี้
เวลา ๑๑.๐๐ น. พบ นาย ก. หลบซอ นตัวอยูบ นเพดานติดกบั หลงั คาบาน เส้อื ที่นาย ก. สวมมี
คราบโลหิตติดอยูจึงทําการจับ นาย ก. ตามหมายจับโดยไดแจงขอความในหมายจับ เหตุที่จับนั้นให นาย ก.
ทราบดว ย พรอมกับไดย ดึ เสอ้ื ที่มีคราบโลหิตตดิ อยูไวเ ปนของกลาง
เวลา ๑๒.๐๐ น. พบมีดปลายแหลมยาว ๑ คืบ มีคราบโลหิตติดอยู ซุกซอนไวในหองนอนของ
นายแดง จึงยึดไวเปนของกลาง การคนเสร็จสิ้นลงเวลา ๑๒.๓๐ น. ของวันเดียวกัน ในการคนครั้งนี้
เจา พนกั งานตาํ รวจ ผทู าํ การคน ไมไ ดข เู ขญ็ หรอื กระทาํ การใดๆ อนั เปน เหตใุ หเ กดิ ความเสยี หายแกร า งกายทรพั ยส นิ
อยา งหนงึ่ อยา งใดของ นายแดง หรอื ของบคุ คลหนงึ่ บคุ คลใด ไดแ สดงความบรสิ ทุ ธอ์ิ กี ครง้ั หนง่ึ จนนายแดงพอใจแลว
อา นบันทึกใหน ายแดงและผเู ก่ยี วของฟง แลวรับรองวา ถกู ตอง จงึ ไดลงลายมอื ชื่อไวเ ปน หลกั ฐาน

(ลงชอ่ื ).....................................................ผคู รอบครองบาน
(นายแดง)

(ลงชื่อ).....................................................ผูตองหา
(นาย ก.)

(ลงชือ่ ) ร.ต.อ............................................หวั หนาผคู น
(ชาติ เชย่ี วชาญ)

(ลงช่ือ) ร.ต.ต............................................ผคู น
(วุฒิ มากมี)

(ลงชอ่ื ) จ.ส.ต............................................ผูค น /บนั ทกึ /อาน
(เดน มีศรี)

(ลงชอ่ื )......................................................พยาน (ถา มี)
(..................................................)

(ลงช่ือ)......................................................พยาน (ถา ม)ี
(..................................................)

ËÁÒÂàËμØ การคน ตามตวั อยา งนีเ้ มอื่ นาย ก. เปน ผูต อ งหาคดีอาญา และมหี มายจับหลบซอ นตวั อยใู นบาน
ของคนอื่น การคนของเจาพนักงานตํารวจ จึงตองมีท้ังหมายคนและหมายจับ ทั้งนี้เวนแตเมื่อ
ทร่ี โหฐานนนั้ ผจู ะตอ งถกู จบั เปน เจา บา น กม็ อี าํ นาจคน โดยไมต อ งมหี มายคน แตต อ งมหี มายจบั เจา บา น
ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา ๙๒ (๕)

๗๖

μÇÑ Í‹ҧ
ºÑÞªÃÕ ÒÂÅÐàÍÕ´ÊÔ§è ¢Í§·ÂèÕ ´Ö

๗๑/๖ ซอยหมบู า นอมั รินทร
แขวงอนสุ าวรีย เขตบางเขน กรงุ เทพฯ
๒๘ ตุลาคม ๒๕๓๘
บนั ทกึ นท้ี าํ ขนึ้ เพอ่ื แสดงวา วนั นี้(๒๘ต.ค.๒๕๓๘)เวลา๐๙.๐๐น.ร.ต.อ.ชาติเชยี่ วชาญรองสวส.สน.บางเขน
พรอ มกบั พวก ๓ นาย ไดน าํ หมายคน ของ พ.ต.อ.อมั พร โชคดี ผกก.สน.บางเขน มาทําการคน ทบ่ี า นเลขท่ี ๗๑/๖
ซอยหมบู า นอมั รนิ ทร เขตบางเขน กรงุ เทพมหานคร ซง่ึ เปน บา นของนายแดง เพอ่ื พบนาย ก. ซงึ่ มหี มายใหจ บั และ
เพอ่ื พบและยึดสิง่ ของซ่งึ จะเปนพยานหลักฐานประกอบการสอบสวน
ร.ต.อ.ชาติ เชยี่ วชาญ กับพวก ไดเ ริ่มทําการคนต้ังแตเ วลา ๐๙.๐๐ น. เสร็จสิน้ เวลา ๑๒.๓๐ น. การคน
ปรากฏพบส่งิ ของซง่ึ จะเปน พยานหลักฐานประกอบการสอบสวน ตามบญั ชีรายละเอยี ดดังนี้

ลํา´Ñº ÃÒ¡Òà จาํ ¹Ç¹ ËÁÒÂàËμØ

๑. มดี ปลายแหลม ยาวประมาณ ๑ คืบ ๑ เลม มีคราบโลหติ ตดิ อยู ซุกซอน
๒. เสือ้ ของนาย ก. อยใู นหองนอนของนายแดง

๑ ตัว มีคราบโลหิตติดอยู พบในขณะท่ี
นาย ก.สวม

สงิ่ ของตามรายการดงั กลา วขา งตน ร.ต.อ.ชาตฯิ กบั พวกไดย ดึ ไวเ พอื่ นาํ สง พ.ต.อ.อมั พรโชคดีผกก.สน.บางเขน
(ผอู อกหมายคน ) เพ่อื ดําเนินการตอ ไป

อานบันทึกใหน ายแดงและผูเกย่ี วของฟง แลว รับรองวาถกู ตอง จงึ ไดล งลายมอื ช่อื ไวเปน หลักฐาน

(ลงช่อื ).....................................................ผูตอ งหา
(นาย ก.)

(ลงชอ่ื ).....................................................ผคู รอบครองบาน
(นาย แดง)

(ลงชอื่ ) ร.ต.อ............................................ผคู น
(ชาติ เชีย่ วชาญ)

(ลงชอ่ื ) ร.ต.ต...........................................ผคู น
(วฒุ ิ มากมี)

(ลงช่อื ) จ.ส.ต..........................................ผคู น/บันทกึ /อาน
(เดน มีศร)ี

(ลงช่อื ).....................................................พยาน (ถา มี)
(...................................................)

(ลงชื่อ).....................................................พยาน (ถาม)ี
(...................................................)

ËÁÒÂàËμØ มาตรา ๑๐๓ บญั ญตั วิ า “ใหเ จา พนกั งานผคู น บนั ทกึ รายละเอยี ดแหง การคน และสง่ิ ของทค่ี น ไดน น้ั ตอ งมี
บัญชีรายละเอยี ดไว
บนั ทกึ การคน และบญั ชขี องนน้ั ใหอ า นใหผ คู รอบครองสถานท่ี บคุ คลในครอบครวั ผตู อ งหา จาํ เลย ผแู ทน
หรือพยานฟง แลวแตก รณี แลว ใหผ ูน ้นั ลงลายมือชื่อรับรองไว”

๗๗

»ÃÐ⪹º¹Ñ ·Ö¡¡Ò䌹
บันทึกการตรวจคนเปนหลักฐานท่ีเจาพนักงานกระทําเพื่อเปนหลักฐานแหงการปฏิบัติ
หนาที่คือการคนน่ันเอง บันทึกการคนนั้นเปนส่ิงที่กฎหมายบัญญัติไวใหเจาพนักงานผูคนตองทํา
(ป.วิ. อาญา มาตรา ๑๐๓)
ประโยชนข องการทาํ บนั ทกึ การคน คอื เปน หลกั ฐานซง่ึ เจา พนกั งานผคู น เปน ผทู าํ ขนึ้ โดยมี
ผูถูกคน หรือบุคคลอ่ืนรับรอง เพราะฉะน้ันการเขียนบันทึกการคนจึงเปนเสมือนบันทึกความจําของ
ตาํ รวจวา ในวนั เวลาทคี่ น นน้ั ตาํ รวจไดท าํ อะไรไปบา ง นอกจากนยี้ งั เปน เครอื่ งแสดงใหเ หน็ วา การปฏบิ ตั ิ
หนาที่ของตํารวจถูกตองตามกฎหมาย หรือไมอยางไร เพราะถาหากเจาพนักงานผูคนปฏิบัติหนาที่
ไมถูกตองตามท่ีกฎหมายใหอํานาจไวผูท่ีถูกคนก็ยอมที่จะไมลงช่ือซ่ึงเปรียบเสมือนการไมรับรอง
การปฏบิ ตั หิ นา ทขี่ องเจา พนกั งานนน่ั เอง การเขยี นบนั ทกึ การคน ไมม รี ปู แบบทแ่ี นน อน ดงั นนั้ ความสาํ คญั
ของบันทึกการคนจึงอยูท่ีวาควรจะมีความละเอียดระบุถึงข้ันตอนตางๆ ที่ตํารวจเร่ิมลงมือคนไปจน
เสร็จส้ินการคน เชน อาจจะเขียนวา คนบานใคร มีใครบางที่รวมทําการคน อาศัยอํานาจจากอะไร
ตามหมายคน หรือวาคนโดยไมมีหมาย คนตอหนาใคร แสดงความบริสุทธ์ิกอนการคนอยางไร
เรมิ่ ลงมอื คน เมอื่ ไร พบอะไรบา งทไี่ หน ใครเปน ผพู บ มกี ารจบั กมุ หรอื ไม มกี ารแจง ขอ หาหรอื ไม อยา งไร
และควรจะระบุไปดวยวาตํารวจไมไดทําใหทรัพยสินของใครสูญหายหรือเสียหายแตประการใด
แลวใหผูที่เก่ียวกับการคนลงชื่อการทําบันทึกไวเชนน้ี เพ่ือปองกันมิใหผูถูกตองหาปฏิเสธวา
ของทคี่ น ไดไ มใ ชของตน

๗๘

ºÑ¹·Ö¡¡ÒÃμÃǨ¤¹Œ

เขียนท.่ี ..................................................
วนั ท่ี...............เดอื น..............................พ.ศ. ..............
บันทกึ น้แี สดงวา วันนี.้ ...................................เวลา.....................น. พนกั งานเจาหนา ท่ี
ประกอบดว ย.....................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
ไดม าขอทาํ การตรวจคน บา นเลขท.ี่ ................ถนน...........................แขวง/ตาํ บล................................
เขต/อาํ เภอ..........................จงั หวดั ..........................โดยมี (นาย/นาง/นางสาว).................................
เปน เจา ของบา นหรอื ผดู แู ลแทนเจา ของบา น เนอื่ งจาก........................................................................
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
..................................................................................................พนกั งานเจา หนา ทช่ี ดุ ดงั กลา วไดพ บ
(นาย/นาง/นางสาว).............................................................ซ่งึ เปน.................................................
พนกั งานเจา หนา ทไ่ี ดแสดงตัว และช้ีแจงวตั ถปุ ระสงคต อ (นาย/นาง/นางสาว)....................................
เขาใจในวัตถุประสงคของพนักงานเจาหนาที่แลว จึงเปนผูนําทําการตรวจคน ซึ่งกอนลงมือทําการ
ตรวจคน พนักงานเจาหนา ที่ทกุ คนไดแ สดงความบรสิ ุทธ์ใิ ห (นาย/นาง/นางสาว).................................
ดูเปน ท่ีพอใจแลว จงึ เร่มิ ทาํ การตรวจคน
ผลการตรวจคน ปรากฏวา ............................................................................................
.......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
เสร็จส้ินการตรวจคนเวลา.............................น. หลังการตรวจคนพนักงานเจาหนาที่
ไดแ สดงความบรสิ ทุ ธิ์ให (นาย/นาง/นางสาว)...................................ดูจนเปนที่นา พอใจอีกคร้ังหนึง่
อนึ่ง ในการตรวจคนครั้งนี้ พนักงานเจาหนาที่ไดปฏิบัติอยางสุภาพ มิไดทําการขูเข็ญ
บังคับ หรือกระทําประการหนึ่งประการใดอันเปนการประทุษรายแกกายหรือจิตใจตอผูหนึ่งผูใด
อกี ทงั้ มไิ ดท าํ ใหทรพั ยส นิ อนื่ ใดเสียหาย สญู หาย เสอ่ื มคา หรอื ไรป ระโยชนแตป ระการใด
ไดอานบันทึกนี้ให (นาย/นาง/นางสาว).........................................ฟงแลวรับวาเขาใจ
ขอความในบนั ทึกนีด้ แี ละถูกตองเปนความจริงทกุ ประการ จึงลงลายมือชื่อไวเ ปน หลักฐาน

(ลงชอื่ )................เจาบา นหรอื ผูดแู ลแทนเจา บาน (ลงชื่อ)..................พนกั งานเจาหนาท่ีผตู รวจคน
(............) (..............)
(ลงช่อื )................พนกั งานเจาหนา ท่ผี ตู รวจคน (ลงชอื่ )..................พนกั งานเจา หนา ท/่ี บนั ทกึ /อา น
(.............) (..............)
(ส ๕๖ - ๒๙)

๗๙

ºÑÞªÕ·Ã¾Ñ Â» ÃСͺºÑ¹·Ö¡¡ÒÃμÃǨ¤¹Œ

ลาํ ´Ñº ÃÒ¡ÒÃ·Ã¾Ñ Âʏ ¹Ô จํา¹Ç¹/น้าํ ˹ѡ ÃÒ¤Ò ÊÀÒ¾/ตําË¹Ô ¨´Ø ·¾Õè º ËÁÒÂàËμØ

ขาฯ ขอรับรองวาทรัพยตามรายการดังกลาวขางตน เปนทรัพยท่ีผูตรวจคนพบและยึด
ไวต ามบันทกึ การตรวจคนและหมายคน ของศาล.......ที่......./.......ลงวนั ท่ี.......เดอื น........พ.ศ. ......จริง

อานใหฟง แลว รับวา ถูกตอง จึงใหลงชอ่ื ไวเปน หลักฐาน
(ลงชือ่ )................................................ผคู รอบครอง/ผูน ําการตรวจคน
(ลงชื่อ)................................................ผตู รวจคน /บันทึก/อาน
(ลงชื่อ)................................................ผูตรวจคน
(ลงชือ่ )........................................พยาน (ถา มี) (ลงช่อื )........................................พยาน (ถาม)ี

(ส ๕๖ - ๓๐) ไดร บั สําเนาบันทกึ การตรวจคนนไี้ วแลว
(ลงช่อื )................................เจา บานหรือผูครอบครองสถานที่

(........................)
....../....../......

๘๐

ป.จ.ว.ขอ..............เวลา..............น.
คดีท.่ี ............................................
บญั ชขี องกลางลาํ ดับท่ี...................
º¹Ñ ·Ö¡¡ÒÃμÃǨ¤Œ¹â´ÂäÁÁ‹ ÕËÁÒ¤¹Œ μÒÁ ».Ç.Ô ÍÒÞÒ Á.ùò (ô)
สถานทบี่ นั ทกึ ..................................................................................................................................
วนั /เดอื น/ป. ....................................................................................................................................
วนั /เดอื น/ป. ...................................................................................................................................
สถานทตี่ รวจคน ...............................................................................................................................
นามเจาพนักงานตํารวจท่ีทําการจับกุม.....(ระบุยศ ช่ือ นามสกุล ตําแหนง สังกัด ของเจาพนักงาน
ตํารวจทท่ี าํ การจับกมุ ทกุ คน).........................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
ไดรวมกันตรวจคนสถานที่ดังกลาวขางตน เน่ืองจากมีพยานหลักฐานตามสมควรวาทรัพยท่ีมีไวเปน
ความผิด หรือไดมาโดยการกระทําความผิด หรือไดใชหรือมีไวเพื่อจะใชในการกระทําความผิด หรือ
อาจใชเปนพยานหลักฐานพิสูจนการกระทําความผิด ไดซอนอยูหรืออยูในนั้น และมีเหตุอันควร
เช่อื วาหากเนิน่ ชา กวาจะเอาหมายคน มาได ทรพั ยน น้ั จะถกู โยกยายหรอื ทําลายเสยี กอน โดยมี (ระบุ
ชือ่ นามสกุล อายุ ที่อยูของผคู รอบครองหรือผูนําการตรวจคน )........................................................
.........................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
ผลการตรวจคนปรากฏวา.....(พบหรือไมพบทรัพยตามเหตุที่เขาตรวจคนโดยไมมีหมายคน ถาพบให
ระบวุ า พบทรพั ยต ามเหตทุ เี่ ขา ตรวจคน ซง่ึ มรี ายละเอยี ดตามบญั ชที รพั ยท แี่ นบทา ยบนั ทกึ การตรวจคน )
......................................................................................................................................................
เสรจ็ สิน้ การตรวจคน เวลา.........................น.
อนึ่งในการตรวจคนคร้ังนี้ เจาพนักงานตํารวจผูตรวจคนมิไดทําใหทรัพยสินของผูใด
เสียหาย สูญหาย หรือเสื่อมคาแตประการใด และมิไดเอาทรัพยสินของผูหนึ่งผูใดมาเปนประโยชน
ของตนเองแตอ ยางใด
ไดอานบันทึกนี้ใหผูนําการตรวจคนฟงแลว รับวาถูกตองและไดมอบสําเนาบันทึก
การตรวจคนกับบัญชที รัพย (ถา มี) ใหผ นู ําการตรวจคนไวแลว จึงใหล งชอ่ื ไวเปน หลกั ฐาน
(ลงชอ่ื )...........................................เจาบานหรือผูค รอบครอง/ผนู าํ การตรวจคน
(ลงช่ือ)...........................................ผูตรวจคน/บนั ทกึ /อา น
ตําแหนง ..........................................
(ลงชือ่ )...........................................ผูต รวจคน
(ลงชอื่ )...........................................ผูตรวจคน
(ลงช่ือ)...........................................ผูตรวจคน

ไดร บั สาํ เนาบันทึกการตรวจคนนไี้ วแลว

(ส ๕๖ - ๓๑) (ลงช่อื )...(......................./...................../.......................)....เจา บานหรือผูครอบครองสถานท่ี

๘๑

ºÞÑ ª·Õ Ã¾Ñ Â» ÃСͺºÑ¹·¡Ö ¡ÒÃμÃǨ¤¹Œ
â´ÂäÁ‹ÁËÕ ÁÒ¤¹Œ μÒÁ ».Ç.Ô ÍÒÞÒ Á.ùò (ô)

ลาํ ´ºÑ ÃÒ¡Ò÷ÃѾÂʏ Ô¹ จาํ ¹Ç¹/นํ้า˹ѡ ÃÒ¤Ò ÊÀÒ¾/ตําË¹Ô ¨Ø´·Õ辺 ËÁÒÂàËμØ

ขาฯ ขอรับรองวาทรัพยตามรายการดังกลาวขางตน เปนทรัพยท่ีผูตรวจคนพบและยึด
ไวต ามบันทกึ การตรวจคนจริง

อา นใหฟงแลว รบั วาถูกตอง จงึ ใหล งชอื่ ไวเ ปนหลักฐาน
(ลงชือ่ )................................................ผูค รอบครอง/ผนู ําการตรวจคน
(ลงชอ่ื )................................................ผตู รวจคน/บันทกึ /อาน
(ลงช่ือ)................................................ผูตรวจคน

ไดร ับสาํ เนาบันทึกการตรวจคน นี้ไวแลว
(ลงช่อื )................................เจาบา นหรือผคู รอบครองสถานที่

(........................)
....../....../......

(ส ๕๖ - ๓๒)

๘๒

ºÑ¹·Ö¡áÊ´§àËμ¼Ø Å·àèÕ ¢ŒÒ¤¹Œ â´ÂäÁÁ‹ ÕËÁÒ¤¹Œ

สถานทีบ่ ันทึก....................................................
วันท่ี..............เดือน............................พ.ศ. ..............
เรือ่ ง แสดงเหตผุ ลท่ีทําใหสามารถเขาคน ได
เรียน นาย, นาง........................................................ผูครอบครองสถานทท่ี ถ่ี ูกคน
ดว ยเมอ่ื วนั ท.่ี .............เดอื น............................พ.ศ. .............. เวลาประมาณ..............น.
เจา พนกั งานตาํ รวจคอื .................................................ตาํ แหนง ........................................................
เปนหัวหนา ในการคน/พรอ มดวยเจา พนักงานที่มชี ื่อทายบันทึกการคน รวม.................................คน
ไดเ ขา คน สถานท/่ี บา นเลขท.่ี ...............หมทู .่ี ................ตรอก/ซอย................................
ถนน...................ตาํ บล/แขวง.........................อาํ เภอ/เขต.........................จงั หวดั ............................
เนอ่ื งจากมพี ยานหลักฐานตามสมควรวา (สง่ิ ของตามมาตรา ๙๒ (๔))...........................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
ไดซ อนหรอื อยูในน้นั ประกอบท้ัง................................................................................
.......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
ซ่ึงเปนเหตุอันควรเช่ือวา เน่ืองจากการเน่ินชากวาจะเอาหมายคนมาได ส่ิงของนั้นจะถูกโยกยาย/
หรอื ทาํ ลายเสยี กอ น ซง่ึ เปน เหตยุ กเวน ใหพ นกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจมอี าํ นาจคน ในทรี่ โหฐานได
โดยไมต อ งมีหมายคน ตามประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญา มาตรา ๙๒ (๔)
รายละเอียดแหงการคนปรากฏตามสําเนาบันทึกการคน/และสําเนาบัญชีทรัพยที่ได
จากการคน ซึ่งไดส ง มาพรอ มหนงั สือน้ีแลว เอกสารรวม...............................แผน
จงึ เรยี นมาเพอ่ื โปรดทราบ

ร.ต. ..................................ผูค น
(................................)

ตาํ แหนง..................................

๘๓

ºÑ¹·Ö¡¢ÍŒ ¤ÇÒÁñ

ÊÇ‹ ¹ÃÒª¡ÒÃ........................................................................â·Ã. ....................................................
·.èÕ ...............................Ç¹Ñ ·.èÕ .......................เดอื น..............................................พ.ศ. ......................
àÃ×èͧ รายงานเหตผุ ล และผลการคนโดยไมม ีหมายคน
àÃÂÕ ¹ (ผบู ังคับบัญชาเหนือตนข้ึนไป ๑ ชนั้ )

ดว ยเมอ่ื วนั ท.่ี .............เดอื น........................พ.ศ. ............ เวลาประมาณ .......................น.
เจา พนกั งานตาํ รวจคอื .................................................ตาํ แหนง ......................................เปน หวั หนา
ในการคน /พรอ มดว ยเจา พนกั งานตาํ รวจคอื ........................................................................................
......................................................................................................................รวม........................คน
ไดไ ปคน สถานท/ี่ บา นเลขท.ี่ ........................หมทู .่ี .......................ตรอก/ซอย.....................................
ถนน........................ตาํ บล/แขวง........................อาํ เภอ/เขต.........................จงั หวดั .........................

ซงึ่ มี นาย, นาง...........................................................................อาย.ุ .......................ป
เปนเจาของบาน/ผูครอบครองสถานท่ี โดยไมมีหมายคนเนื่องจากมีพยานหลักฐานตามสมควรวา
(ส่งิ ของตามมาตรา ๙๒ (๔))............................................................................................................
.........................................................................................................................................................
ไดซอนหรอื อยใู นน้ัน ประกอบทัง้ ...................................................................................................
......................................................................................................................................................
ซึ่งเปนเหตุอันควรเชื่อวา เน่ืองจากการเนิ่นชากวาจะเอาหมายคนมาได สิ่งของน้ันจะถูกโยกยาย/
หรอื ทาํ ลายเสยี กอ น ซง่ึ เปน เหตยุ กเวน ใหพ นกั งานฝา ยปกครองหรอื ตาํ รวจมอี าํ นาจคน ในทร่ี โหฐานได
โดยไมตองมีหมายคน ตามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา มาตรา ๙๒ (๔)

เจาพนักงานผูตรวจคนไดมอบสําเนาการคน, บัญชีสิ่งของท่ีไดจากการคนและบันทึก
แสดงเหตผุ ลในการคน ใหก ับ นาย, นาง..................................................................ไวเรียบรอ ยแลว

รายละเอียดแหงการคนปรากฏตามสําเนาบันทึกการคน/และสําเนาบัญชีทรัพยที่ได
จากการคน ซ่งึ ไดสง มาพรอมหนงั สือนแี้ ลว เอกสารรวม..............................แผน

จงึ เรียนมาเพอื่ โปรดทราบ
ร.ต. ..................................ผูค น
(................................)

ตําแหนง..................................

๘๔

¡Òúѹ·¡Ö ¡ÒèѺ¡ØÁ

การเขียนบันทึกการจบั กมุ
ñ. ¡Å‹ÒÇนาํ

บนั ทกึ การจบั กมุ นเี้ ปน การปฏบิ ตั งิ านขนั้ แรกของการจบั กมุ เมอื่ เราจบั กมุ ผกู ระทาํ ผดิ
ไดแลวเราก็ตองทําบันทึก หรือเขียนบันทึกการจับกุมใหไดเพ่ือเปนหลักฐานในคดีท่ีเราดําเนินการ
จับกุมผูกระทําผิดนั้น วาเขากระทําความผิดอะไร มีผูกระทําผิดกี่คน และไดอะไรเปนของกลางบาง
เราตองบันทึกไวโดยละเอียด เพ่ือเปนการปองกันตัวเราซึ่งอาจจะตองเปนผูตองหาหรือถูกฟองรอง
จากผถู ูกจับกมุ หรือเครอื ญาติกเ็ ปนได

ò. à¹é×ÍËÒ
ความมุงหมายของการบันทึกการจับกุมเปนปองกันการถูกฟองหรือถูกรองเรียน

แยกออกเปนขอๆ ไดดงั น้ี
ก. แสดงถงึ ผลงานในการปฏิบตั ิหนา ที่ของผูทาํ การจับกมุ
ข. เพื่อเปน หลกั ฐานในคดีที่เราไดป ฏบิ ตั มิ า และเปน การชวยความจาํ
ค. เพอ่ื เปนการปองกันการถูกฟอ งรองของผจู บั กุมโดยผูถกู จับกุม

Ç¸Ô Õทําº¹Ñ ·¡Ö ¡ÒèºÑ ¡ØÁ
ก. ทําแบบบนั ทกึ ขอความในลักษณะที่เปน การบรรยาย
ข. วางลาํ ดบั ข้ันตอนในการเขยี น
- รวบรวมขอมลู ของการจับ เชน ใครจับใคร ขอ หาอะไรไดข องกลางหรือไม
ทําไมถกู จบั จึงไดร ับบาดเจ็บ
- วางโครงรางตามแบบ
- ลงชื่อเขยี นตามโครงรางนน้ั
ค. เน้ือเรอื่ งของการรายงานตองประกอบดว ย
- สวนบทนํา กลาวถึงใคร มาจบั ใคร เม่อื ไร ในขอหาอะไร การจบั น้ีมหี มาย
หรือไม ฯลฯ
- กลาวถึงเรือ่ งราวในการจับกุม เชน จบั ไดหรือไม ไดข องกลางหรือไม
มีผูตอ งหาหลบหนีไปไดห รอื ไม
สรุป บทสรุปกลาวถึงวาไดจัดการกับผูตองหาท่ีจับไดอยางไร เกิดการเสียหาย
ในขณะจับกุมหรือไม

¢ŒÍ¤ÇÃÊѧà¡μ
ตามธรรมดาจะตองคนตัวผูตองหาดวยเสมอ เพราะผูตองหาอาจเอาของกลางที่ใชใน
การกระทําผิดซุกซอนไว ถาหากพบแตเงินและเราไมสามารถจะยืนยันวาเปนเงินที่ไดจากการ
กระทาํ ความผดิ จรงิ กอ็ าจจะไดเ ปน ขอ พริ ธุ วา ผตู อ งหาไดเ งนิ นน้ั มาจากการกระทาํ ความผดิ หรอื เราอาจได

๘๕

ของกลางอยา งอนื่ ๆ ดว ยก็ได อาจจะเปน เคร่อื งมอื หรืออปุ กรณในการกระทาํ ความผิดอีกหลายอยาง
เราตองยดึ ถือไวเ ปนของกลางนําไปไวเปนพยานหลักฐานในการฟองรองกระทาํ ผดิ ตอไป
ÊÒÃÐสาํ ¤ÞÑ ·μÕè ŒÍ§ÃÐºãØ ¹ºÑ¹·Ö¡¡ÒèѺ

๑. สถานทีท่ ําการบนั ทกึ การจับกุม
๒. วนั เดือน ป ทที่ าํ การบนั ทกึ จับกมุ
๓. ชือ่ และตําแหนงเจา พนกั งานจับกมุ
๔. ชอื่ อายุ ภูมิลาํ เนา หมายเลขบัตรประชาชนของผูถกู จบั
๕. ของกลาง
๖. ตําแหนง ทีพ่ บของกลาง
๗. แจง ขอ กลา วหาและแจงสทิ ธแิ กผ ถู กู จบั
๘. พฤตกิ ารณใ นการกระทาํ ความผิด
๙. วัน เดือน ป และเวลา ตลอดจนสถานที่ ซ่ึงเกดิ การกระทําผิดและจับกมุ
๑๐. บันทึกรายละเอียดวาการจับกุมครั้งนี้ เจาพนักงานผูจับมิไดทําใหทรัพยสินของผูใด
เสียหาย สูญหาย หรือเสื่อมคาแตประการใด และมิไดทําใหผูใดไดรับอันตรายแกกายหรือจิตใจ
แตอ ยางใดและไดอา นบนั ทึกนีใ้ หผูถกู จบั ฟง รบั รองวาถกู ตอง จึงใหลงลายมอื ช่อื พรอมใหม อบสาํ เนา
บนั ทึกการจับไว ๑ ฉบบั แลว
๑๑. ลายมอื ช่อื ของผูถูกจับ
๑๒.ลายมือชอ่ื เจาพนักงานผจู บั และผอู า น

๘๖

(ผนวก จ.)
ป.จ.ว.ขอ ................เวลา.................
คดอี าญาท่.ี .......................................

บัญชีของกลางลําดบั ท่.ี ..............

ºÑ¹·¡Ö ¡ÒèѺ¡ÁØ

สถานทบ่ี ันทึก....................................................
วนั ที.่ ......................เดือน.......................พ.ศ. ................
วนั นี้ (...............) เวลาประมาณ.............น. เจา พนกั งานผจู บั ประกอบดว ย...................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
ไดร ว มกนั จบั
๑. นาย/นาง/นางสาว..........................................อาย.ุ .............ป อยบู า นเลขท.่ี ............หม.ู ............
อําเภอ..........................จังหวดั ...............................หมายเลขบัตรประชาชน...................................
๒. นาย/นาง/นางสาว..........................................อาย.ุ .............ป อยบู า นเลขท.่ี ............หม.ู ............
อาํ เภอ..........................จังหวัด...............................หมายเลขบัตรประชาชน...................................
พรอ มดว ยของกลาง....................................................................................................
๑. .............................................................................................................................................
๒. .............................................................................................................................................
๓. ..............................................................................................รวม..............................รายการ
จดุ ทพ่ี บของกลาง........................................................................................................
......................................................................................................................................................
โดยแจง ขอ กลา วหาวา .................................................................................................
...................(การกระทาํ ทอ่ี า งวา ผตู อ งหากระทาํ ความผดิ )................................................................
...................(ขอ เทจ็ จรงิ และรายละเอยี ดเก่ยี วกับวนั เวลาและสถานที่เกดิ เหตุ)...................................
...................(ขอ เทจ็ จรงิ และรายละเอยี ดเกยี่ วกบั บคุ คลและสง่ิ ของทเี่ กยี่ วขอ ง)...................................
.........................................................................................................................................................

๘๗

เหตใุ นการจับ จบั ตามหมายจบั ศาล................ท.ี่ ........./..............ลงวนั ท.่ี ...........................
ซง่ึ เจาพนกั งานตาํ รวจผูจ บั ไดแ สดงตอผถู ูกจับแลว
เมื่อผูจับกระทําความผิดซึ่งหนาดังบัญญัติไวในมาตรา ๘๐ แหงประมวล
กฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญา
เมื่อพบผูถูกจับ โดยมีพฤติการณอันควรสงสัยวานาจะกอเหตุรายใหเกิด
ภยนั ตรายแกบคุ คลหรือทรพั ยสนิ ของผูอ่นื โดยมเี คร่อื งมอื อาวธุ หรือวัตถุ
อยา งอน่ื อาจใชในการกระทําความผดิ
เมื่อมีเหตุที่จะออกหมายจับผูถูกจับ ตามมาตรา ๖๖(๒) แหงประมวล
กฎหมายจบั ผถู กู จบั ได
เปนการจับผูตองหาหรือจําเลยท่ีหนี หรือจะหลบหนีในระหวางถูกปลอย
ช่ัวคราว ตามมาตรา ๑๑๗ แหงประมวลกฎหมายวิธพี ิจารณาความอาญา
บคุ คลทถ่ี กู จบั ตามกฎหมายจบั หลบหนหี รอื ผชู ว ยใหห นไี ปไดต ามมาตรา ๖๕
แหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
เจา พนกั งานผูจบั ไดแ จง ใหผ ูถกู จบั ทราบวา มีสิทธิ ดังนี้
๑. สิทธิที่จะใหการ หรือไมใหการก็ได และถอยคําของผูถูกจับน้ันอาจใชเปนพยานหลักฐานในการ
พิจารณาคดไี ด
๒. สทิ ธิท่จี ะปรึกษาทนายความหรือผทู ี่จะเปน ทนายความเปน การเฉพาะตัว
๓. สิทธิแจงหรือขอใหเจาพนักงานแจงใหญาติหรือผูไววางใจทราบถึงการจับกุมและสถานท่ีถูก
จบั กมุ ในโอกาสแรก
๔. สทิ ธิใหทนายความหรอื ตนไววางใจเขาฟง การสอบปากคําของตนไดในช้นั สอบสวน
๕. สิทธิไดร ับการเย่ียมหรอื ติดตอกบั ญาติไดต ามสมควร
๖. สิทธิไดร ับการรักษาพยาบาลโดยเรว็ เมอ่ื เกิดการเจ็บปว ย
เจาพนักงานตํารวจผูจับไดเอาตัวผูถูกจับไปยังที่ทําการของสถานีตํารวจ...................ซ่ึง
เปนทที่ าํ การของพนักงานสอบสวน แหงหองท่ที ่ีถกู จบั ผรู บั ผดิ ชอบโดยทนั ที
เมื่อไปถึงที่ทําการของพนักงานสอบสวน เจาพนักงานตํารวจผูจับไดแจงขอกลาวหาให
ผจู บั ทราบอีกครงั้ หน่ึง ซง่ึ ผถู กู จบั ทราบและเขาใจขอ กลา วหาดแี ลวโดยตลอด
เปน กรณหี มายจบั เจา พนกั งานตาํ รวจจบั ไดแ จง ใหผ ถู กู จบั ทราบ และอา นขอ ความ
ในหมายจบั ใหผ ถู กู จบั ฟง แลว
ผถู กู จบั ทราบขอ กลา วหาและรายละเอยี ดเกยี่ วขอ งกบั เหตแุ หง การจบั และสทิ ธขิ องผถู กู จบั
ดงั กลา วขา งตน

๘๘

ไมยอมใหการ รบั สารภาพ

ใหการ ปฏเิ สธ
โดยมรี ายละเอยี ดวา ....................(กอ นเกดิ เหตุ ขณะเกดิ เหตุ หลงั เกดิ เหตุ จนกระทงั้ ถกู จบั )....................
(รายละเอยี ดไดจ ากคาํ ใหก ารของผตู อ งหา).......................................................................................

สถานทถี่ กู จบั .........................ตาํ บล/แขวง........................อาํ เภอ/เขต............................
จงั หวดั ....................เมอื่ วนั ท.่ี ..............เดอื น......................พ.ศ. .............เวลาประมาณ...................น.

อนึ่ง ในการปฏิบัติหนาท่ีครั้งน้ี เจาพนักงานตํารวจผูจับไดปฏิบัติหนาที่ตามกฎหมาย
โดยมิไดจูงใจใหคําม่ันสัญญา ขูเข็ญ หลอกลวง ทรมาน หรือทําใหผูหน่ึงผูใดไดรับอันตรายแกกาย
หรอื จิตใจ หรือทาํ ใหทรพั ยสนิ ของผหู นึ่งผูใดเสยี หาย สูญหาย เส่ือมคา หรือไรร าคาแตอ ยางใด

ไดอ า นบนั ทกึ นใี้ หผ ถู กู จบั ฟง แลว รบั รองวา ถกู ตอ งตามความเปน จรงิ พรอ มไดม อบสาํ เนา
บนั ทกึ การจับใหกับผถู กู จบั ไว คนละ ๑ ฉบบั แลว จงึ ใหลงลายมอื ชื่อไวเ ปน หลกั ฐาน

(ลงชื่อ)...............................................ผตู อ งหา/ผรู บั มอบหมาย
()

(ลงชือ่ )...............................................ผตู องหา/ผรู ับมอบหมาย
()

(ลงชือ่ )...............................................ผูจบั กุม
(ลงชื่อ)...............................................ผูจ บั กุม
(ลงช่ือ)...............................................ผูจบั กุม/บันทึก/อา น
ËÁÒÂàËμØ
๑. ถา เจาพนกั งานตาํ รวจผูจ ับไมแ จงสิทธใิ นบนั ทึกการจับนี้ ไมทําใหบ ันทึกการจับเสียไป
๒. ถาเจา พนักงานตาํ รวจผูจบั ไมมอบสําเนาบนั ทกึ การจบั กมุ ใหก ับผูจ บั คนละ ๑ ฉบับ อาจถูกฟอ ง
ปฏบิ ัติหรือละเวนการปฏบิ ตั หิ นาที่โดยมชิ อบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ได

๘๙

ºÑ¹·Ö¡¡ÒèѺ¡ØÁ¼ÙŒμÍŒ §ËÒ·àÕè »š¹à´ç¡ËÃ×ÍàÂÒǪ¹

ʶҹ··èÕ Òí ºÑ¹·Ö¡
.........................................................................................................................................................
Çѹ/à´Í× ¹/»‚ ·èºÕ ѹ·Ö¡
........................................................................................................................................................
Çѹ/à´Í× ¹/»‚ ·èÕ¨ºÑ ¡ØÁ
........................................................................................................................................................
ʶҹ·¨èÕ ºÑ ¡ÁØ
........................................................................................................................................................
à¨ÒŒ ˹ŒÒ·ÕèμÒí ÃǨ¼Ù¨Œ Ѻ
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
ä´áŒ ¨Œ§á¡‹¼ÙŒ·è¶Õ ¡Ù ¨ÑºμÒÁÃÒªÍè× ¢ÒŒ §Å‹Ò§Ç‹Òà¢ÒμŒÍ§¶Ù¡¨ºÑ
.........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
ä´áŒ ¨§Œ ã˼Œ ¶ÙŒ Ù¡¨ºÑ ·ÃҺNjÒ

๑. ผูถกู จับมสี ทิ ธิทีจ่ ะไมใหการหรือใหก ารกไ็ ด
๒. ถอ ยคาํ ของผถู กู จับนั้นอาจใชเปนพยานหลักฐานในการพจิ ารณาคดีได
๓. ผูถกู จบั มสี ทิ ธจิ ะพบและปรกึ ษาทนายหรือผซู ่ึงจะเปน ทนายความ
๔. ถาผูถูกจับประสงคจะแจงใหญาติ หรือผูซ่ึงตนไววางใจทราบถึงการจับกุม
ทสี่ ามารถดาํ เนนิ การไดโ ดยสะดวกและไมเ ปน การขดั ขวางการจบั หรอื การควบคมุ ถกู จบั หรอื ทาํ ใหเ กดิ
ความไมปลอดภัยแกบุคคลหนึ่งบุคคลใด เจาพนักงานสามารถอนุญาตใหผูถูกจับดําเนินการได
ตามสมควรแกก รณี
਌Ò˹ŒÒ·μÕè íÒÃǨ¼Œ¨Ù ºÑ ä´áŒ ¨§Œ ¢ÍŒ ¡Å‹ÒÇËÒãËŒ¼ŒÙ¶¡Ù ¨Ñº·ÃҺNjÒ
.........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
(ส ๕๖ - ๒๘)

๙๐

¼¶ÙŒ ¡Ù ¨ÑºÃѺ·ÃÒºÊ·Ô ¸áÔ ÅŒÇ ( ) ไมข อดําเนินการตามขอ ๔
( ) ขอดําเนินการตามขอ ๔ และไดดําเนินการเรียบรอ ย
( ) ขอใหการรับวาเปนบุคคลตามหมายจับ และยังไมเคยถูกดําเนินคดี

นม้ี ากอ น
㹡ÒèѺ¡ØÁ¼μÙŒ ŒÍ§ËҤçÑé ¹Õé ਌Ò˹ŒÒ·èÕμÒí ÃǨª´Ø ¨Ñº¡ÁØ ä´¡Œ ÃÐทาํ ä»μÒÁอาํ ¹Ò¨áÅÐ˹Ҍ ·Õè â´Â

มีหมายจับ
มคี าํ สง่ั ศาล
กระทําความผิดซึง่ หนา ดังไดบ ัญญตั ิไวในมาตรา ๘๐
มีพฤติการณอันควรสงสัยวาผูน้ันนาจะกอเหตุรายใหเกิดภยันตราย
แกบุคคลหรือทรัพยสินของผูอ่ืนโดยมีเคร่ืองมือ อาวุธหรือวัตถุอยางอ่ืนอันสามารถอาจใชในการ
กระทําความผิด
เมื่อมีเหตุท่ีจะออกหมายจับบุคคลนั้นตามมาตรา ๖๖ (๒) แตมี
ความจาํ เปนเรงดว นทีไ่ มอาจขอใหศาลออกหมายจบั บคุ คลนั้นได
เปนการจับกุมผูตองหาหรือจําเลยที่หนีหรือจะหลบหนีในระหวาง
ถูกปลอยชว่ั คราว ตามมาตรา ๑๑๗
¡Òû¯ºÔ μÑ ¢Ô ͧà¨ÒŒ ¾¹Ñ¡§Ò¹¼ŒÙ¨ºÑ μÍ‹ à´¡ç ËÃÍ× àÂÒǪ¹¼ŒÙ¶¡Ù ¨ºÑ ¡ÃзÒí â´Â (Á.öù)
แจงแกเดก็ หรอื เยาวชนวา เขาตอ งถูกจับ
แจง ขอ กลา วหารวมท้ังสทิ ธิตามกฎหมายใหท ราบ
กรณีมหี มายจับไดแ สดงตอผถู กู จบั
นาํ ตัวไปยังท่ที ําการของพนักงานสอบสวนแหงทอ งท่ถี กู จับทันที
แจงเหตุแหงการจับกุมใหบิดา มารดา ผูปกครอง บุคคลหรือผูแทน
องคการ ซึ่งเด็กหรือเยาวชนอาศัยอยูดวย กรณีอยูดวยในขณะจับกุม / ในโอกาสแรกเทาท่ีสามารถ
ทาํ ได
ทําบันทึกการจับกุม โดยแจงขอกลาวหาและรายละเอียดเก่ียวกับเหตุแหงการจับให
ผูถ ูกจบั ทราบ และไดก ระทาํ ตอหนา ผูป กครอง บุคคลหรอื ผแู ทนองคก ารซึ่งเด็กหรอื เยาวชนอยูด ว ย
ในกรณที ี่ขณะทาํ บนั ทกึ มีบคุ คลดังกลาวอยูดวย
ในการจบั กมุ และควบคมุ ไดก ระทาํ โดยละมนุ ละมอ ม โดยคาํ นงึ ถงึ ศกั ดศ์ิ รคี วามเปน มนษุ ย
และไมเ ปน การประจาน มไิ ดใ ชว ธิ กี ารเกนิ กวา ทจ่ี าํ เปน เพอ่ื ปอ งกนั การหลบหนหี รอื เพอื่ ความปลอดภยั
ของเด็กหรอื เยาวชนผูถูกจบั หรอื บคุ คลอื่น และมิไดใ ชเ ครอื่ งพันธนาการแกเ ด็ก

๙๑

เจาหนาที่ตํารวจผูจับไดอานบันทึกใหผูถูกจับฟงแลวและผูถูกจับไดอานดวยตนเองแลว
รับวาถูกตองและไดมอบสําเนาบันทึกการจับกุมใหแกผูถูกจับเรียบรอย จึงใหลงลายมือชื่อไวเปน
หลักฐาน

(ลงชื่อ).............................................ผูตอ งหา
(ลงช่ือ).............................................ผปู กครอง (ถาม)ี

(ลงช่อื )...................................ผูจ บั กมุ (ลงช่อื ).................................ผจู ับกมุ
(ลงช่อื )...................................ผจู บั กุม (ลงชื่อ).................................ผจู บั กุม
(ลงช่ือ)...................................ผจู บั กุม (ลงชอื่ )...................................ผจู บั กมุ /บนั ทกึ

(ส ๕๖ - ๒๘)

๙๒

ป.จ.ว.ขอ ....................เวลา...........น.
ลงวันท.่ี ............................................
คดอี าญาที.่ .......................................
บญั ชขี องกลางลาํ ดบั ที.่ ......................

ºÑ¹·¡Ö ¡ÒèºÑ ¡ØÁ.............................พนกั งานสอบสวน

ʶҹ·ºèÕ ¹Ñ ·¡Ö ..............................ก...ก...๑....บ..ก....ป..อ...ศ.................................................................................
Ç¹Ñ à´Í× ¹ »‚ ·ºÕè ¹Ñ ·¡Ö .............๘.......ส..ิง..ห..า..ค...ม...๒...๕...๕...๐.......เ.ว..ล...า......๑...๕...๐...๐......น............................................
Ç¹Ñ à´Í× ¹ »‚ ·¨èÕ ºÑ ..................๘.......ส..งิ..ห..า..ค...ม...๒...๕...๕...๐.......เ.ว..ล...า......๑...๔...๑...๐......น............................................
ʶҹ·¨èÕ ºÑ ¡ÁØ ....................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
¹ÒÁà¨ÒŒ ¾¹¡Ñ §Ò¹ตาํ ÃǨ·¨Õè ºÑ ¡ÁØ .......น...ํา.โ..ด..ย....พ.....ต....ท.....อ..ภ...ชิ ..ัย....ห..ว..ล...จ..ิต..ต... .ส...ว....ก..ก....๑....บ...ก....ป...อ..ศ....,...ด....ต.....ท..อ...ง..ใ.บ..
.เ.ณ...ร..ส..วุ..ร..ร.ณ....,..ด....ต....ห...ญ...งิ...ช..ว..น..พ...ศิ ...ส..ขุ..เ..ป..ย..ม...,..จ....ส....ต....ร..งั..ส..ร..ร.ค... .ศ..ภุ..ษ...ร..,..ส....ต....อ.....ร.ฐั..ส...ร.ร..ค... เ..ล..ศิ ..ป...ร.ะ..เ..ส..ร..ฐิ ...พ..ร..อ...ม..ด..ว..ย..
แ...ล..ะ...น...า..ย..ภ...า.น...พุ...ัน..ธ....ท..ัศ...น..ศ..ร..ีว..ร..ก..า..ร...ผ...ูร.ับ...ม..อ...บ..อ...ํา..น..า..จ..ช...ว ..ง.จ...า..ก..บ..ร..ิษ...ัท....โ.ร..เ.ล..ก็..ซ... .เ.อ...ส....เ.อ......จ..ํา..ก..ดั....ก..ับ...พ...ว..ก......
.........................................................................................................................................................
ä´ÃŒ ‹ÇÁ¡¹Ñ ¨ºÑ ¡ÁØ μÑÇ ๑. ............................................ผตู องหาท่ี ๑ อาย.ุ ...................ป

๒. ............................................ผูตองหาที่ ๒ อายุ....................ป
¾ÃÍŒ Á´ÇŒ ¢ͧ¡ÅÒ§.....๑........น..า..ฬ...ก..า..ท...ี่ม..เี.ค...ร.่ือ...ง..ห..ม..า..ย...ก..า..ร..ค..า ..ป..ล...อ..ม..ย...่ีห..อ...โ.ร..เ.ล..็ก..ซ... ..........จ..ํา..น..ว..น....๒...๐...ช...ิน้ .....
....................................๒........น..า..ฬ...ก ..า..ท...ี่ม..ีเ.ค...ร.ื่อ...ง..ห..ม...า.ย...ก..า..ร..ค..า..ป...ล..อ..ม...ย..หี่...อ..เ.บ...ร..ท..ล..่งิ...........จ...ํา.น...ว..น....๑..๐....ช..ิ้น......
....................................๓........ก..ร..ะ..เ.ป..า..ถ...อื ..ท...ี่ม..ีเ.ค...ร..อื่ ..ง..ห..ม...า..ย..ก..า..ร..ค..า..ป...ล..อ...ม..ย..ี่ห...อ..ช..า..แ...น..ล.......จ...ํา.น...ว..น....๒...๐...ช...ิ้น.....
....................................๔........ก..ร..ะ..เ.ป..า..ส...ต..า..ง..ค..ท...ม่ี ..ีเ.ค...ร.อ่ื...ง..ห..ม...า..ย..ก..า..ร..ค..า..เ.ล...ีย..น...ย..หี่ ..อ...โ.ค...ล.......จ...ํา.น...ว..น....๕...๐...ช...นิ้ .....
.........................................................................................................................................................
..................................................................(..Ã..Ç..Á....ô.....Ã..Ò..Â..¡..Ò..Ã....จ..ํา..¹..Ç..¹.....ñ..ð..ð.....ª..Ôé¹..)................................
.........................................................................................................................................................
ตาํ á˹§‹ ·¾èÕ º¢Í§¡ÅÒ§ (ÃÐºãØ ËªŒ ´Ñ ਹ) ..ว..า..ง..อ..ย...ูบ..น...แ..ผ..ง..ล..อ..ย...ไ.ม...ม..ีช..่อื.../.เ.ล..ข..ท...ี่ .ด..งั..ก..ล...า..ว.ข...า .ง..ต...น ...ล...ัก..ษ..ณ...ะ..
.เ.ส..น...อ..จ..าํ..ห...น..า..ย..ใ..ห..แ..ก...ป..ร..ะ..ช..า..ช...น..ท...ัว่ ..ไ.ป.....................................................................................................
â´Â¡ÅÒ‹ ÇËÒÇÒ‹ ..เ.ส..น...อ..จ..าํ..ห..น...า ..ย..ซ..ง่ึ..ส..นิ ..ค..า..ท...ม่ี ..เี.ค..ร..อ่ื..ง..ห...ม..า..ย..ก..า..ร..ค..า ..ป..ล..อ...ม..เ.ค..ร..อ่ื..ง..ห..ม...า..ย..ก..า..ร..ค..า ..ข..อ..ง..บ..คุ..ค...ล..อ..นื่..ท...ไี่.ด..
.จ..ด..ท...ะ..เ.บ..ยี...น..แ..ล...ว..ใ.น...ร.า..ช...อ..า..ณ...า..จ..กั...ร........................................................................................................
㹪¹éÑ ¨ºÑ ¡ÁØ ¼μŒÙ ÍŒ §ËÒ·ÃÒºáÅÐà¢ÒŒ 㨢͌ ¡ÅÒ‹ ÇËÒâ´ÂμÅÍ´áÅÇŒ ãË¡Œ ÒÃ..ร..บั...ส..า..ร.ภ...า..พ..ว..า..เ.ป...น ..ผ...จู ..าํ .ห...น..า..ย..
.ส..นิ ..ค...า..ด..ัง..ก..ล..า..ว..ข..า..ง..ต..น...จ..ร..ิง....................................................................................................................

๙๓

Ç¹Ñ à´Í× ¹ »‚ ·àèÕ ¡´Ô àËμ.Ø ......................๘.......ส..งิ..ห...า..ค..ม....พ...ศ....๒...๕..๕...๐....เ.ว..ล..า..ป...ร..ะ..ม..า..ณ.....๑..๔....๑..๐....น....................
¾ÄμÔ¡ÒóᏠˋ§¤´.Õ ...ต..า..ม..ว..นั..เ.ว..ล..า..ท..เ่ี.ก..ดิ...เ.ห..ต..ุ.เ.จ..า ..พ..น..กั..ง..า..น..ต..าํ..ร..ว..จ.ไ..ด..ร .ว..ม..ก...บั ..ผ..เู.ส..ยี..ห..า..ย..อ...อ..ก..ท..าํ..ก..า..ร..ส..บื ..ส..ว..น..ต..า..ม..
ส...ถ..า..น..ท...่ดี ..งั..ก..ล..า..ว..ข..า..ง..ต..น....จ..า..ก..ก..า..ร..ส..บื...ส..ว..น..พ...บ..ว..า..ท...่บี ..ร..เิ.ว..ณ...ท...เี่ .ก..ดิ..เ..ห..ต..ุม...ีก..า..ร..ก..ร..ะ..ท..าํ..ค..ว..า..ม...ผ..ดิ ...โ..ด..ย..ก..า..ร..จ..ํา..ห...น..า..ย..
ส...นิ ..ค..า..ท...ม่ี ..เี.ค...ร.อ่ื...ง.ห...ม..า..ย..ก..า..ร..ค..า..ข..อ...ง.บ...ร.ษิ...ทั..ฯ...ผ...เู .ส..ยี..ห...า..ย..จ..ร..งิ .เ.ม...อ่ื ..เ.จ..า..พ...น..กั..ง..า..น..ต...าํ ..ร.ว..จ..ไ..ด..เ.ด..นิ...ท..า..ง..ม..า..ท...เี่ .ก..ดิ..เ.ห...ต..พุ...บ..
¹...Ò..Â../..¹.....Ê..../..¹..Ò..§...(.ท..ร..า..บ..ช..อ่ื...ภ..า..ย..ห...ล..งั..).ก...าํ .ล...งั .เ.ส...น..อ...ข..า.ย...ส..นิ ..ค..า. .ด...งั .ก..ล...า .ว..ข..า..ง..ต..น...ใ.ห..ก...บั ..ป...ร.ะ..ช..า..ช..น...ท..วั่..ไ..ป...เ.จ..า..ห..น...า ..ท..ี่
ต...ํา..ร..ว..จ..จ..ึง..ไ.ด..แ..ส...ด..ง..ต..ัว..พ...ร..อ..ม..บ...ัต..ร..ป...ร.ะ...จ..ํา..ต..ัว..ข..า..ร..า..ช..ก..า..ร..ใ.ห... ..¹..Ò..Â.../..¹....Ê...../..¹..Ò..§....ด..ูแ...ล..ว....พ...ร.อ...ม..ท...้ัง..ใ.ห...ผ..ูเ.ส..ีย...ห..า..ย..
.ต..ร..ว..จ..ส..อ...บ..ส...ิน..ค...า..ด..ัง..ก..ล...า..ว..แ..ล..ว..ย...ืน..ย..ั.น..ว..า..ส..ิ.น..ค...า..ด..ัง..ก..ล..า..ว...เ.ป..น...ส..ิน...ค..า..ท...่ีล..ะ..เ..ม..ิด...ล..ิข..ส..ิท...ธ..ิ์ข..อ...ง.บ...ร..ิษ..ั.ท..ผ..ู.เ.ส..ีย..ห...า..ย..
.เ.จ..า ..พ..น...กั ..ง..า.น...ต..าํ..ร..ว..จ..จ..งึ ..ไ.ด..แ..จ..ง..ข..อ..ก...ล..า ..ว..ห..า..,..ส..ทิ...ธ..ใ์ิ .ห..ผ. ..ตู ..อ..ง..ห...า.ท...ร..า..บ...จ..งึ..ไ.ด..ค...ว..บ..ค..มุ...ต..วั..ผ..ตู..อ. ..ง..ห..า..พ...ร.อ...ม..ข..อ...ง.ก..ล...า..ง.
.น..าํ..ส..ง...พ...น..กั..ง..า..น...ส..อ..บ...ส..ว..น....บ..ก...ป...ศ..ท.....ด..าํ..เ.น...ิน..ค...ด..ตี ..า..ม..ก...ฎ..ห...ม..า..ย..ต..อ...ไ.ป..........................................................
ไดแ จง สิทธิใ์ หผตู อ งหาทราบวา

๑. ผูถ กู จบั มีสิทธิท่ีจะไมใหก ารหรอื ใหการในชัน้ จับกุมก็ได
๒. ถอยคําใหก ารของผถู กู จับอาจใชเ ปน พยานหลักฐานในการพจิ ารณาคดไี ด
๓. ผูถกู จับมสี ิทธพิ บและปรกึ ษาทนายความหรือผทู ีจ่ ะเปนทนายความได
๔. ผูถกู จบั มีสทิ ธแิ จงใหญ าติผูไวว างใจทราบเหตแุ หง การจบั กมุ ตามสมควรแกกรณีได
อน่ึงในการจับกุมคร้ังน้ีเจาพนักงานตํารวจทุกนายไดกระทําไปตามอํานาจหนาท่ี มิได
บงั คบั ขเู ขญ็ หรอื ทาํ รา ยรา งกายผหู นง่ึ ผใู ดจนไดร บั อนั ตรายแกก ายหรอื จติ ใจแตอ ยา งใด และมไิ ดท าํ ให
ทรัพยสินของผูใดชํารุด เสียหาย หรือเสื่อมคาแตอยางใด และมิไดเรียกรอง รับหรือรับวาจะรับเอา
ซง่ึ ทรพั ยส นิ ของผหู นงึ่ ผใู ดมาเปน ประโยชนส ว นตนหรอื ผอู นื่ แตอ ยา งใด และไดท าํ สาํ นวนบนั ทกึ จบั กมุ
และมอบใหแ กผตู องหาแลวจาํ นวน ๑ ชดุ
อา นบันทกึ ใหฟง และใหอา นเองแลว รับวาถกู ตอง จึงใหล งลายมือชอ่ื ไวเ ปน หลักฐาน
(ลงชอื่ ).......................................ผตู องหา (ลงชอื่ ).......................................จบั กุม/กรมทรัพย
(ลงชอื่ ).......................................ผูตองหา (ลงชื่อ).......................................จบั กมุ
(ลงช่ือ).......................................ผตู องหา (ลงชอ่ื ).......................................จบั กุม
(ลงช่อื ).......................................ผูต อ งหา (ลงชื่อ).......................................จบั กมุ
(ลงชือ่ ).......................................จบั กมุ (ลงชือ่ ).......................................จับกมุ
(ลงชื่อ).......................................จับกุม (ลงชอื่ ).......................................จับกมุ
(ลงชอื่ ).......................................จบั กุม (ลงชือ่ ).......................................จับกุม
(ลงชอ่ื ).......................................จบั กมุ (ลงชือ่ ).......................................จับกุม/บันทกึ /อาน
ËÁÒÂàËμØ ไดร ับสาํ เนาบนั ทึกจบั กมุ ไวเรยี บรอ ยแลว
(ลงช่อื )...............................................ผตู องหา

(............................................)

๙๔

ป.จ.ว.ขอ ........เวลา.......น. ลงวันท่.ี .....
คดอี าญาท.ี่ .........................................
บัญชีของกลางลําดับท.ี่ ........................

º¹Ñ ·Ö¡¡ÒèºÑ

ʶҹ·èÕทํา¡Òúѹ·¡Ö ส.ทล.๒ (เพชรบรุ )ี กก.๒ บก.ทล.
Çѹ à´Í× ¹ »‚ ·Õèº¹Ñ ·¡Ö ๑๓ ม.ิ ย. ๒๕๕๔ เวลา ๐๖.๓๐ น.
Çѹ à´×͹ »‚ ·¨Õè ºÑ ๑๓ มิ.ย. ๒๕๕๔ เวลา ๐๕.๔๕ น.
ʶҹ·èըѺ ถ.เลียบคลองชลประทาน (สุเอช) หมู ๓ บา นไรเพรยี ด ต.บา นหมอ อ.เมือง จ.เพชรบุรี
¹ÒÁ਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹ตําÃǨ·èըѺ¡ØÁ พ.ต.ต.สถาพร คําหริ่ง สว.ส.ทล.กก.๒ บก.ทล., ร.ต.ท.ประจักษ
เทศทอง, ด.ต.ไพศาล เจริญเรอื งทรพั ย, ด.ต.วรากร สระสาํ ราญ, ด.ต.พนา กาญจนรกั ษ, ด.ต.ปตภิ ทั ร
พลู สาํ ราญ ผบ.หมู ส.ทล.๒ กก.๒ บก.ทล., ร.ต.ท.ประนาม แดงสวุ รรณ รอง สวป. สภ.เมืองเพชรบุรี,
ด.ต.เตยี ม พวงประทมุ , ด.ต.ฉตั รวรรณ พันธแ กว และ ด.ต.ประจวบ ทัดจนั ทร ผบ.หมู ป. สภ.เมอื ง
เพชรบรุ ี
ä´ÃŒ ‹ÇÁ¡Ñ¹ทาํ ¡ÒèѺ¡ÁØ μÇÑ

๑. นายสมชาย หรอื เกรส จันทรจวง อายุ ๒๖ ป ไทย-ไทย บัตรประจําตัวประชาชน
เลขที่ - อยบู า นเลขท่ี ๑๐๘/๑ หมูท ี่ (บานเวยี งคอย) ต.เวยี งคอย อ.เมอื ง จ.เพชรบุรี ผูถ ูกจบั
¾ÃŒÍÁ´ŒÇ¢ͧ¡ÅÒ§ÁÕ

๑. สายนําสัญญาณวิทยุ มีขอความระบุบริษัทการไฟฟาสวนภูมิภาค จํานวน ๓ มวน
(ประมาณ ๑๐๐ เมตร)
๒. มีดปลอกสายไฟ จาํ นวน ๑ เลม
๓. รถจกั รยานยนต ยห่ี อ ฮอนดา รนุ เวฟ ๑๐๐ สนี า้ํ เงนิ เลขทะเบยี น กนล-๘๕๗ เพชรบรุ ี
จาํ นวน ๑ คัน
ตําá˹‹§·èÕ¾º¢Í§¡ÅÒ§ สายนําสัญญาณวิทยุของกลางรายการท่ี ๑ มวนเปนวงกลมวางอยูบน
เบาะรถจักรยานยนตของกลางรายการท่ี ๓ โดยมีเชือกไนลอนผูกติดไวกับรถจักรยานยนตดังกลาว
มดี ของกลางรายการท่ี ๒ วางอยูตะแกรงดา นหนาของรถจกั รยานยนตของกลางรายการท่ี ๓ และรถ
ของกลางรายการท่ี ๓ จอดลมอยูบรเิ วณถนนเลียบคลองชลประทาน หมูที่ ๓ ทเ่ี กดิ เหตุ
â´Â¡ÅÒ‹ ÇËÒÇÒ‹ เมื่อวันท่ี ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๔ เวลาประมาณ ๐๕.๐๐ น. ขณะเจาหนาที่ตํารวจ
ทางหลวงออกตรวจในเขตพื้นท่ีรับผิดชอบ จนกระทั่งผานมายังถนนเพชรเกษม (แยกบานลาด)
พบรถจกั รยานยนตข องผตู อ งหาขบั ขมี่ งุ หนา ไปทางพระนครครี ี มสี ายนาํ สญั ญาณวทิ ยแุ ละถงุ พลาสตกิ

๙๕

สีเหลืองวางอยูดานทายของรถคันดังกลาว เจาหนาท่ีจึงไดเรียกเพื่อขอทําการตรวจสอบ ปรากฏวา
ผูขับข่ีไมยอมจอดแตโดยดีและเล้ียวรถกลับและขับข่ีหนีโดยมุงหนาไปทาง อ.บานลาด เจาหนาที่
ตํารวจทางหลวงจึงไดขบั รถวทิ ยตุ รวจการณ หมายเลข ๒๒๒๒ ติดตามไป พรอมทั้งแจง วิทยุประสาน
ตาํ รวจภธู ร สภ.เมอื งเพชรบรุ ี ชว ยสกัดจบั จนกระทัง่ ถึงบริเวณที่ริมคลองชลประทานทเ่ี กิดเหตุ ผขู ับขี่
ไดขับรถหลบหนีไปมา กระท่ังรถจักรยานยนตคันดังกลาวเกิดเสียหลักและลมลง จากน้ันผูขับขี่ไดว่ิง
หลบหนีเขาไปยังบริเวณปาในหมูบาน ตอมาเจาหนาที่ตํารวจชุดจับกุมไดติดตามจนพบ ผูถูกจับ
ซ่ึงเขาไปหลบอยูในกองฟาง «Öè§¡ÒáÃÐทํา¢Í§¼ÙŒ¶Ù¡¨Ñº¹éÕ໚¹¤ÇÒÁ¼Ô´°Ò¹ “ลักทรัพยในเวลา
กลางคืนหรอื รับของโจร” ตามประมวลกฎหมายอาญา จงึ แจงขอกลา วหาใหผ ถู กู จับทราบ
¾ÃŒÍÁ·Ñé§á¨Œ§ãËŒ¼ÙŒ¶Ù¡¨Ñº·ÃÒº´ŒÇÂÇ‹Ò ผูถูกจับมีสิทธิที่จะไมใหการหรือใหการได และถอยคําของ
ผูถูกจับนั้นอาจใชเปนพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีไดและมีสิทธิท่ีจะพบหรือปรึกษา
ทนายความหรือผูซ่ึงจะเปนทนายความ ผูถูกจับรับทราบขอกลาวหาและสิทธิของผูถูกจับขางตนแลว
¢ÍãËŒ¡Òà ปฏิเสธขอกลาวหาลักทรัพยในเวลากลางคืน แตรับสารภาพขอกลาวหารับของโจร
ตลอดขอกลาวหา และใหการเพ่ิมเติมวา ตนไดของกลางรายการท่ี ๑ มาจากริมคลองเลียบถนน
สายหาดเจาสําราญ บริเวณบานหนองไมเหลืองโดยมีผูนําสายสงสัญญาณวิทยุมาทิ้งไว ตนจึงไดนํา
สายนําสัญญาณวิทยุของกลางรายการที่ ๑ ไปท่ีบานของตนเพ่ือเผาพลาสติกที่หอหุมออกและ
จะนําทองแดงไปขายทร่ี านขายของเกา ในละแวกบา นผถู กู จับ
Ç¹Ñ à´×͹ »‚·Õàè ¡Ô´àËμØ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๔ เวลา ๐๕.๔๕ น.

อน่ึง ในการจับคร้ังนี้ เจาพนักงานตํารวจมิไดทําใหทรัพยสินของผูใดเสียหาย สูญหาย
หรือเส่ือมคาแตป ระการใด และมไิ ดท าํ ใหผ ใู ดไดร ับอนั ตรายแกก ายหรอื จิตใจแตอยา งใด

ไดอานบันทึกนี้ใหผูถูกจับฟงแลว รับรองวาถูกตอง จึงใหลงช่ือไวเปนหลักฐาน และ
นําตัวผูถูกจับ พรอมดวยของกลางสงพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี ดําเนินคดี
ตามกฎหมายตอ ไป

......................................................ผูถกู จับ
(นายสมชายหรือเกรส จันทรจ วง)

ร.ต.ท.........................................ผจู บั ด.ต.........................................ผจู ับ
(ประจกั ษ เทศทอง) (ปติภทั ร พลู สาํ ราญ)

ด.ต.........................................ผจู บั ด.ต.........................................ผูจบั
(ไพศาล เจริญเรอื งทรัพย) (พนา กาญจนรักษ)

๙๖

ด.ต.........................................ผจู ับ ร.ต.ท.........................................ผจู บั
(วรากร สระสําราญ) (ประนาม แดงสวุ รรณ)

ด.ต.........................................ผูจบั ด.ต...........................................ผจู ับ
(เตียม พวงประทุม) (ฉัตรวรรณ พันธแกว)

ด.ต.........................................ผจู บั พ.ต.ต.......................................ผูจ บั
(ประจวบ ทดั จันทร) (สถาพร คาํ หริ่ง)

สว.ส.ทล.๒ กก.๒ บก.ทล.

ไดรบั สําเนาบันทกึ จบั นี้ไวแ ลว

(ลงชือ่ )........................................ผูตอ งหา
(สมชายหรอื เกรส จนั ทรจ วง)
๑๓/๐๖/๒๕๕๔


Click to View FlipBook Version