The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สื่อการสอนเรื่อง การพัฒนาการของอาณาจักรอยุธยา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by KruKhak Miss. Suttida Kredmee, 2021-08-18 22:48:50

สื่อการสอนเรื่อง การพัฒนาการของอาณาจักรอยุธยา

สื่อการสอนเรื่อง การพัฒนาการของอาณาจักรอยุธยา

“ชุมชนไทยในลมุ่ แม่น้าเจ้าพระยา
ตอนล่างกอ่ นการสถาปนาอาณาจกั รอยุธยา”

• มีอาณาบริเวณตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของลุ่มแม่น้าเจ้าพระยาตอนล่าง
โดยมีลุ่มแมน่ า้ ทา่ จนี ไหลลงสอู่ า่ วไทย

• มีพัฒนาการสืบเนื่องมาเป็นเวลาหลายร้อยปี และเคยเป็นที่ตั้งชุมชน
โบราณหลายแหง่ เช่น เมอื งอทู่ อง

• มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการนับถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทลัทธิ
ลังกาวงศ์ และพระพุทธศาสนานิกายมหายาน เช่น พระปรางค์ท่ีวัด
มหาธาตุ

“ชุมชนไทยในลุ่มแม่น้าเจา้ พระยา
ตอนล่างกอ่ นการสถาปนาอาณาจักรอยุธยา”

• ได้รับอิทธิพลของทวารวดี มคี วามเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะ
อย่างย่งิ วฒั นธรรมการนับถือพระพุทธศาสนาท่รี งุ่ เรืองมากที่สดุ

• มีการรับวัฒนธรรมขอม ซ่ึงในภายหลังมีการยอมรับนับถือศาสนา
พราหมณ-์ ฮินดู และนับถือพระพทุ ธศาสนานิกายมหายาน

• เม่ืออาณาจักรขอมเส่ือมลง ได้ตั้งตัวเป็นอิสระ หลังจากขอมเสื่อมอิทธิพล
ลง และต่อมาไดถ้ ูกลดความสา้ คญั ลง ทา้ ให้อโยธยาขึ้นมา มอี า้ นาจแทน

การสถาปนาอาณาจกั รอยุธยา

อาณาจกั รอยุธยาเกดิ ข้นึ จากการร่วมมือกันของแคว้นสพุ รรณภมู ิ (สุพรรณบุรี) และแควน้ ละโว้ (ลพบรุ ี) ซง่ึ ท้งั
สองแคว้นเป็นศูนย์รวมอา้ นาจทางการเมอื งในบรเิ วณภาคกลางของประเทศไทยในปจั จุบนั

การสถาปนากรงุ ศรีอยุธยาเป็นราชธานีใน พ.ศ. ๑๘๙๓ ของสมเดจ็ พระรามาธิบดที ่ี ๑ (อทู่ อง) ปรากฏหลกั ฐานวา่ กรงุ ศรี
อยุธยาตั้งขึ้นในเมืองเกา่ เดิมทม่ี ีชอื่ ว่า อโยธยา ซึ่งมมี าก่อน และเปน็ เมอื งทีต่ ั้งอย่รู ะหวา่ งเมืองสพุ รรณบรุ กี บั เมืองลพบรุ ี

ประวัติความเปน็ มาของพระเจ้าอ่ทู อง

ข้อสันนษิ ฐานจากการบอกท่ีมาของพระเจา้ อทู่ องแตกตา่ งกนั

ปจั จยั สา้ คญั ในการสถาปนากรุงศรีอยธุ ยาเป็นราชธานี

๑ ความสัมพนั ธฉ์ นั เครือญาติระหวา่ งแควน้ สพุ รรณภมู ิกบั แควน้ ละโว้
๒ ท้าเลท่ตี ้งั ของกรุงศรีอยธุ ยาเป็นทท่ี ี่เหมาะสม
๓ กรงุ ศรีอยุธยาอยู่ใกล้ปากแม่นา้ ติดทะเล มคี วามสะดวกในการค้าขายกบั ชาวต่างชาติ
๔ การเส่อื มอา้ นาจลงของอาณาจกั รเขมร จงึ ไดส้ ถาปนากรงุ ศรีอยธุ ยาเป็นศูนย์กลางอาณาจักรใหม่

ปจั จัยท่มี ีผลตอ่ ความเจรญิ รงุ่ เรอื งของอาณาจักรอยุธยา

ปจั จยั ส้าคญั ทเ่ี อือ้ อ้านวยต่อพฒั นาการตา่ งๆ ของอาณาจักรอยุธยา มีดังนี้

: ไดร้ ับอารยธรรมเดิมก่อนมกี ารตั้งอาณาจักร มาปรับใชเ้ ข้ากบั อารยธรรมใหมท่ ่ีอยุธยาสร้างขน้ึ มา
: กรงุ ศรอี ยุธยาตง้ั อยู่บริเวณที่ราบล่มุ มแี ม่นา้ ไหลผ่าน จงึ เหมาะแกก่ ารเพาะปลกู และการค้าขาย
: อาณาจกั รอยธุ ยาตั้งอยใู่ นเขตร้อนชืน้ มีลมมรสมุ พดั ผ่าน ทา้ ให้มีฝนตกชุก ส่งผลใหม้ ีแหลง่ น้าอุดมสมบรู ณ์
: อาณาจกั รอยุธยาได้ประโยชน์ จากการค้าขายและรับอารยธรรมจากจีนและอนิ เดยี
: อยธุ ยามที รัพยากรธรรมชาตอิ ุดมสมบรู ณ์ เชน่ ผักผลไม้ ปลาน้าจืดและปลาทะเล แรธ่ าตุ ไมห้ ายาก ซึง่ เป็นท่ตี อ้ งการของพอ่ ค้าต่างชาติ
: เพราะพระปรีชาสามารถของพระมหากษัตรยิ ์หลายพระองค์ ท่ีทา้ ให้อยุธยารอดพน้ จากภัยคุกคามจากภายนอกได้

พฒั นาการทางประวัตศิ าสตร์ของอาณาจักรอยธุ ยา

พัฒนาการด้านการเมืองการปกครอง

พัฒนาการทางดา้ นการเมืองการปกครองของไทยสมยั อยธุ ยา มพี ระมหากษตั ริย์ปกครองราชอาณาจกั รทั้งหมด ๓๓ พระองค์ใน ๕ ราชวงศ์

รายพระนาม ราชวงศ์ ปีทคี่ รองราชย์ รวมระยะเวลา (ป)ี
๑.สมเดจ็ พระรามาธบิ ดที ี่ ๑ (อูท่ อง) อทู่ อง พ.ศ.๑๘๙๓ - ๑๙๑๒ ๑๙
๒.สมเดจ็ พระราเมศวร อู่ทอง พ.ศ.๑๙๑๒ - ๑๙๑๓ ๑
๓.สมเด็จพระบรมราชาธิราชท่ี 1 (ขนุ หลวงพงว่ั ) สุพรรณภูมิ พ.ศ.๑๙๑๓ - ๑๙๓๑ ๑๘
๔.สมเดจ็ พระเจา้ ทองลนั สุพรรณภมู ิ พ.ศ. ๑๙๓๑ - ๑๙๓๑ ๗ วัน
สมเด็จพระราเมศวร (ครงั้ ที่ ๒) อ่ทู อง พ.ศ. ๑๙๓๑ - ๑๙๓๘ ๘
๕.สมเด็จพระรามราชาธิราช อทู่ อง พ.ศ.๑๙๓๘ - ๑๙๕๒ ๑๕

รายพระนาม ราชวงศ์ ปีทีค่ รองราชย์ รวมระยะเวลา (ป)ี
๖.สมเด็จพระอนิ ทราชา (เจา้ นครอนิ ทร์) สพุ รรณภมู ิ พ.ศ. ๑๙๕๒ - ๑๙๖๗ ๑๖
๗.สมเดจ็ พระบรมราชาธริ าชที่ ๒ (เจา้ สามพระยา) สพุ รรณภูมิ พ.ศ. ๑๙๖๗ - ๑๙๙๑ ๒๔
๘.สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สุพรรณภมู ิ พ.ศ. ๑๙๙๑ - ๒๐๓๑ ๔๐
๙.สมเดจ็ พระบรมราชาธิราชท่ี ๓ สพุ รรณภูมิ พ.ศ.๒๐๓๑ - ๒๐๓๔ ๓
๑๐.สมเดจ็ พระรามาธิบดีที่ ๒ สพุ รรณภมู ิ พ.ศ.๒๐๓๔ - ๒๐๗๒ ๓๘
๑๑.สมเด็จพระบรมราชาธิราชท่ี ๔ (หน่อพทุ ธางกรู ) สพุ รรณภมู ิ พ.ศ.๒๐๗๒ - ๒๐๗๖ ๔
๑๒.พระรัษฎาธริ าช สพุ รรณภมู ิ พ.ศ.๒๐๗๖ - ๒๐๗๗ ๕ เดอื น
๑๓.สมเดจ็ พระชัยราชาธริ าช สพุ รรณภมู ิ พ.ศ.๒๐๗๗ - ๒๐๘๙ ๑๒
๑๔.พระยอดฟ้า (พระแกว้ ฟ้า) สุพรรณภูมิ พ.ศ. ๒๐๘๙ - ๒๐๙๑ ๒
ขุนวรวงศาธริ าช -
- -

รายพระนาม ราชวงศ์ ปที ีค่ รองราชย์ รวมระยะเวลา (ป)ี
๑๕.สมเดจ็ พระมหาจกั รพรรดิ สพุ รรณภมู ิ พ.ศ. ๒๐๙๑ - ๒๑๑๑ ๒๐
๑๖.สมเดจ็ พระมหนิ ทราธิราช สุพรรณภูมิ พ.ศ. ๒๑๑๑ - ๒๑๑๒ ๑
๑๗.สมเดจ็ พระมหาธรรมราชาธิราช สุโขทยั พ.ศ.๒๑๑๒ - ๒๑๓๓ ๒๑
๑๘.สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช สุโขทัย พ.ศ.๒๑๓๓ - ๒๑๔๘ ๑๕
๑๙.สมเด็จพระเอกาทศรถ สุโขทยั พ.ศ.๒๑๔๘ - ๒๑๕๓ ๕
๒๐.พระศรีเสาวภาคย์ สุโขทยั พ.ศ.๒๑๕๓ - ๒๑๕๔ ๑ ปเี ศษ
๒๑.สมเด็จพระเจา้ ทรงธรรม สโุ ขทัย พ.ศ.๒๑๕๔ - ๒๑๗๑ ๑๘
๒๒.สมเดจ็ พระเชษฐาธิราช สุโขทยั พ.ศ.๒๑๗๑ - ๒๑๗๒ ๘ เดอื น
๒๓.พระอาทิตยวงศ์ สโุ ขทัย พ.ศ.๒๑๗๒ - ๒๑๗๒ ๓๘ วัน
๒๔.สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ปราสาททอง พ.ศ.๒๑๗๒ - ๒๑๙๙ ๒๕

รายพระนาม ราชวงศ์ ปีที่ครองราชย์ รวมระยะเวลา (ป)ี
๒๕.สมเด็จเจา้ ฟา้ ชยั ปราสาททอง พ.ศ. ๒๑๙๙ - ๒๑๙๙ ๓-๕ วัน
๒๖.สมเด็จพระศรีสุธรรมราชา ปราสาททอง พ.ศ. ๒๑๙๙ - ๒๑๙๙ ๒ เดอื น
๒๗.สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช ปราสาททอง พ.ศ.๒๑๙๙ - ๒๒๓๑ ๓๒
๒๘.สมเดจ็ พระเพทราชา บา้ นพลูหลวง พ.ศ.๒๒๓๑ - ๒๒๔๖ ๑๔
๒๙.สมเด็จพระสรรเพ็ชญท์ ่ี ๘ (พระเจ้าเสือ) บ้านพลูหลวง พ.ศ.๒๒๔๖ - ๒๒๕๑ ๖
๓๐.สมเดจ็ พระสรรเพช็ ญ์ที่ ๙ (พระเจา้ อยู่หวั ท้ายสระ) บ้านพลหู ลวง พ.ศ.๒๒๕๑ - ๒๒๗๕ ๒๓
บ้านพลูหลวง พ.ศ.๒๒๗๕ - ๒๓๐๑ ๒๖
๓๑.สมเด็จพระบรมราชาธริ าชที่ ๓ (พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ) บ้านพลหู ลวง พ.ศ.๒๓๐๑ - ๒๓๐๑ ๒ เดอื น
บา้ นพลูหลวง พ.ศ.๒๓๐๑ - ๒๓๑๐ ๙
๓๒.สมเดจ็ พระเจา้ อทุ มุ พร (ขนุ หลวงหาวัด)
๓๓.สมเด็จพระทน่ี ง่ั สุรยิ ามรนิ ทร์ (พระเจา้ เอกทัศ)

ลกั ษณะการเมอื งการปกครองสมัยอยธุ ยา

๑ พระมหากษตั ริยท์ รงมีพระราชอ้านาจสูงสุดในการปกครอง ทรงเปน็ พระประมุขของอาณาจกั ร

๒ ทรงเปน็ สมมติเทพตามความเช่ือในศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและเปน็ ธรรมราชาตามคตคิ วามเชอ่ื ในพระพุทธศาสนาดว้ ย

รปู แบบการปกครองสมัยอยธุ ยาตอนต้น

การบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ สว่ นกลาง

กรุงศรีอยธุ ยาเป็นราชธานี และเป็นศนู ย์กลางของการการปกครอง
มีเมอื งหนา้ ดา่ น ๔ ทศิ เพอ่ื ปอ้ งกนั ภยั ยามข้าศึกรกุ ราน

ลพบุรี

สพุ รรณบรุ ี อยธุ ยา นครนายก

พระประแดง

ในเขตราชธานที ีก่ รงุ ศรอี ยุธยา มเี สนาบดี ๔ ตา้ แหนง่ เรยี กว่า จตสุ ดมภ์

จตุสดมภ์รบั ผิดชอบดูแลการบรหิ ารราชการแผ่นดนิ ตามพระบรมราชโองการของพระมหากษัตรยิ ์

จตสุ ดมภ์ แบง่ ออกเป็น ๔ หน่วยงาน ดังนี้

จตสุ ดมภ์

กรมเวียง (เมือง) กรมวงั กรมคลัง กรมนา

• อยูไ่ มไ่ กลจากราชธานี
• ทางราชธานจี ะแตง่ ตง้ั “ผู้รง้ั ” ไปปกครอง
• เช่น เมืองราชบุรี สิงหบ์ รุ ี ชัยนาท

ราชธานี • อยหู่ า่ งไกลจากราชธานี
• มีเจ้าเมืองที่สืบทอดทางสายเลือดเป็นผู้ปกครอง

• มกี ารปกครองเปน็ อิสระแกต่ นเอง
• ต้องสง่ เครือ่ งราชบรรณาการไปถวายพระมหากษตั รยิ ์อยธุ ยา
• เมอื งนครศรธี รรมราช เมอื งสุโขทัย

รปู แบบการปกครอง สมัยสมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ

การบริหารราชการแผน่ ดินส่วนกลาง

พระมหากษตั รยิ ์

สมุหพระกลาโหม สมหุ นายก

ดูแลกจิ การฝ่ายทหารทว่ั ดูแลฝา่ ยพลเรอื นท่ัว
ราชอาณาจกั ร ราชอาณาจกั ร รวมท้ัง

ดแู ลจตสุ ดมภ์

• ยกเลิกเมอื งลกู หลวงท้ัง ๔ ทศิ
• ขยายขอบเขตโดยให้เมอื งลูกหลวงเขา้ กบั เมอื งในวงราชธานี เป็นเมอื งชั้นจัตวา
• มีผรู้ ั้งกบั กรมการเมอื งปกครอง

• มีการจัดเมอื งเปน็ ช้ันเอก ชั้นโท ชนั้ ตรี
• มขี ุนนางชั้นสูงเป็นผู้สา้ เร็จราชการเมือง

• ลกั ษณะการปกครองยังคงเป็นแบบเดยี วกบั สมยั อยุธยาตอนต้น
• เชน่ เมืองทวาย ตะนาวศรี เชียงกราน เขมร

สมหุ นายก พระมหากษัตรยิ ์

หัวเมืองฝา่ ยเหนอื สมุหพระกลาโหม
(ทหาร - พลเรือน) หัวเมืองฝ่ายใต้
(ทหาร - พลเรอื น)
กรมนครบาล กรมสังกัดฝ่ายทหาร
กรมวงั
กรมคลัง การคลัง
กรมนา หัวเมอื งชายทะเลตะวันออก (ทหาร - พลเรือน)

พัฒนาการดา้ นเศรษฐกิจ ปัจจยั ท่สี ง่ เสรมิ ความเจริญทางเศรษฐกิจในสมัยอยธุ ยา

๑ ทา้ เลและท่ตี ั้งของกรุงศรีอยุธยาและหัวเมืองต่างๆ ใกลเ้ คยี ง ซง่ึ เหมาะแกก่ ารเพาะปลูกโดยเฉพาะการปลกู ข้าว
๒ การอยใู่ กลอ้ า่ วไทย ทา้ ให้พ่อค้าตา่ งชาตติ ดิ ตอ่ ค้าขายกบั อยธุ ยาไดส้ ะดวก
๓ พระบรมราโชบายของพระมหากษตั ริย์ ทีช่ ว่ ยดึงดดู ให้พ่อคา้ ชาวตา่ งชาติเข้ามาค้าขายกับอยุธยา

ลกั ษณะทางเศรษฐกิจในสมัยอยธุ ยา

เกษตรกรรม การค้าขายกบั ตา่ งประเทศ

ผลิตผลทางการเกษตรทส่ี า้ คัญ เป็นการคา้ ขายโดยการใชเ้ รอื ส้าเภา
คอื ขา้ ว นอกจากนย้ี ังมผี ลติ ผลจาก ซง่ึ ด้าเนินการโดยพระมหากษตั รยิ ์
ปา่ เช่น ไม้ฝาง นอแรด งาช้าง พระราชวงศ์ ขนุ นาง และพอ่ คา้ จนี
ครั่ง หนังสัตว์ ยางสน ไมก้ ฤษณา นอกจากนี้ยังตดิ ตอ่ ค้าขายกบั
ชาวตะวนั ตกอีกดว้ ย ได้แก่ โปรตเุ กส
เป็นต้น ฮอลนั ดา องั กฤษ และฝรง่ั เศส

การแสวงหารายไดข้ องแผน่ ดินด้วยการเกบ็ ภาษอี ากร

๑ จงั กอบ • รายได้ทเ่ี กบ็ ตามด่านขนอนทงั้ ทางบกและทางน้า โดยเก็บชกั สว่ นสนิ ค้า

๒ อากร • รายได้ทเี่ กดิ จากการเก็บสว่ นผลประโยชนใ์ นการประกอบอาชีพต่างๆ ของราษฎร เช่น การ

ท้านา ทา้ ไร่ ทา้ สวน เป็นต้น

๓ ส่วย • รายไดจ้ ากสงิ่ ของ ท่ีราษฎรนา้ มาใหก้ ับทางราชการแทนการถกู เกณฑแ์ รงงาน เช่น สว่ ยดีบุก

๔ ฤชา • รายไดท้ ไ่ี ดจ้ ากค่าธรรมเนียมทท่ี างราชการเกบ็ จากราษฎร



พัฒนาการด้านสังคม

ความเป็นมาของสังคมศกั ดนิ าสมยั อยธุ ยา

ความหมายของ

ศักดนิ า

ประโยชน์ของศักดินา

กฎหมายศักดินา บงั คับใช้เมอื่ พ.ศ. ๑๙๙๗ โดยก้าหนดให้บุคคลทุกประเภทในสงั คมไทย

มีศกั ดนิ าดว้ ยกนั ท้ังสนิ้ แตกต่างกันไปตามฐานะอ้านาจและหน้าทีค่ วามรบั ผดิ ชอบ

ยกเว้นพระมหากษตั ริยซ์ ่ึงมิไดร้ ะบศุ ักดินาเพราะพระองค์ทรงเปน็ เจ้าของศักดนิ าทง้ั ปวง

ระบบศกั ดินามปี ระโยชนใ์ นการควบคมุ บังคับบัญชาผูค้ นตามลา้ ดับชั้นและมอบหมายใหค้ นมหี นา้ ทีร่ บั ผิดชอบตามที่ก้าหนดเอาไว้

และเมือ่ บุคคลท้าผิดตอ่ กนั ก็สามารถใช้เป็นหลักในการปรับไหมได้ เชน่ ถ้าผมู้ ศี กั ดินาสูงทา้ ความผดิ ต่อผมู้ ศี ักดนิ าต้่ากว่า กจ็ ะปรับไหมตามศกั ดินา
ของผ้มู ีศกั ดนิ าสูงกว่าถา้ ผู้มศี กั ดินาตา้่ กว่าท้าผดิ ตอ่ ผมู้ ศี ักดินาสูงกว่าก็ปรบั ไหมผู้ท่ีท้าผิดตามศกั ดนิ าของผูท้ ี่มศี ักดนิ าสูงกวา่

ลกั ษณะโครงสรา้ งสังคมไทยสมัยอยุธยา

พระมหากษตั ริย์

พระประมุขของราชอาณาจกั ร ทรงไดร้ บั การยกย่องให้เปน็ สมมตเิ ทพ และทรงเปน็ ธรรมราชา

พระบรมวงศานุวงศ์

เครอื ญาตขิ องพระมหากษัตริย์ มีศักดนิ าแตกต่างกันไปตามฐานะ

ขุนนาง

บคุ คลท่รี บั ราชการแผ่นดนิ มที ั้งศักดนิ า ยศ ราชทินนาม และต้าแหนง่

ไพร่

ราษฎรทถ่ี ูกเกณฑ์แรงงานให้กับทางราชการ ตอ้ งสงั กดั มูลนาย

ทาส

บุคคลทีไ่ ม่มีกรรมสิทธ์ิในแรงงานและชวี ติ ของตนเอง ตอ้ งตกเปน็ ของนายจนกว่าจะไดไ้ ถ่ตวั

พระภกิ ษสุ งฆ์

ทา้ หนา้ ท่ใี นการสืบทอดพระพุทธศาสนา ได้รบั การยกย่องและศรัทธาจากบคุ คลทุกชนชน้ั

พฒั นาการดา้ นความสมั พนั ธ์ระหวา่ งประเทศ ....กบั รฐั ท่อี ย่ใู กลเ้ คยี ง









พฒั นาการดา้ นความสมั พนั ธร์ ะหว่างประเทศ ....กบั ดินแดนอืน่ ๆ ในทวปี เอเชยี

• เป็นแบบรัฐบรรณาการ ซงึ่ มคี วามเก่ยี วขอ้ งกับการเมอื งและการค้า
• ในสมยั อยุธยา พระมหากษตั รยิ ์ท่ีทรงขนึ้ ครองราชย์มกั จะแต่งตง้ั คณะทตู นา้ เครอ่ื งราชบรรณาการไปยงั จนี เพื่อใหจ้ นี รบั รองเพ่อื

ผลประโยชน์ทางการค้าและเพอ่ื ความชอบธรรมในการเสด็จข้นึ ครองราชย์
• ในช่วงทอ่ี ยธุ ยามปี ญั หาการเมืองภายในหรือท้าสงครามกบั ภายนอก ความสัมพันธ์จะหยดุ ชะงกั ชว่ั คราว เมื่อเหตุการณส์ งบ การ

ติดต่อกเ็ รม่ิ ต้นขึน้ อีก

ความสมั พนั ธก์ บั ญ่ปี ่นุ

• ส่วนใหญเ่ ปน็ การค้าและการเมอื ง
• สมยั สมเด็จพระเอกาทศรถ อยุธยามกี ารตดิ ต่อกบั ญ่ปี ุ่นอย่างเปน็ ทางการ
• สมยั สมเดจ็ พระเจ้าปราสาททอง ได้มีการปราบปรามชาวญี่ป่นุ บางคนท่ีคิดกอ่ การร้าย ทา้ ให้ชาวญ่ปี นุ่ จา้ นวนมากพากนั อพยพ

ออกจากอยุธยา
• แมว้ ่าต่อมาอยุธยาจะสง่ ทตู ไปเจรจาสมั พนั ธไมตรีกับญ่ีปุ่นอกี แตญ่ ปี่ ่นุ ไมย่ อมรบั อาจเปน็ เพราะเหตกุ ารณ์ท่ีทรงปราบปราม

ญปี่ ุ่น และญ่ีปุ่นด้าเนินนโยบายปิดประเทศ

• ความสัมพันธจ์ ะเปน็ ดา้ นการค้า โดยสนั นษิ ฐานว่าอยุธยาเรม่ิ มีความสมั พันธ์กับเปอรเ์ ซีย (ปัจจบุ นั คอื อหิ รา่ น) ในสมัยสมเดจ็ พระเอกาทศรถ
• สมยั สมเดจ็ พระเจา้ ทรงธรรม พอ่ คา้ เปอร์เซยี ช่ือ เฉกอะหมัด ไดร้ ับราชการจนมีความดคี วามชอบได้เปน็ เจ้ากรมท่าขวา
• สมัยสมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช เปอร์เซยี ส่งทตู มาเข้าเฝ้า แต่หลังจากน้ีไปแล้ว ไม่ปรากฏหลักฐานถงึ การเดนิ ทางเชอ่ื มสัมพันธไมตรรี ะหวา่ งอยธุ ยาและ

เปอร์เซียอีก

พัฒนาการด้านความสมั พนั ธ์ระหว่างประเทศ ....กบั ชาติตะวันตก

• มีทงั้ การคา้ การเมือง และวัฒนธรรม
• เรมิ่ ตน้ ในสมัยสมเดจ็ พระรามาธบิ ดที ่ี ๒ เมื่อโปรตุเกสยดึ มะละกา แตม่ ะละกาเป็นประเทศราชของอยุธยา โปรตุเกสจงึ สง่ ทูตมาเจรจาและท้า

สนธิสญั ญาระหวา่ งกนั
• นอกจากนี้ อยธุ ยายังซอ้ื ปนื จากโปรตเุ กสและจา้ งทหารโปรตุเกสมาเปน็ ทหารอาสา รวมถึงรับวัฒนธรรมการท้าขนมหวานจากโปรตุเกส

อนั เป็นทม่ี าของขนมหวานไทยในปจั จุบนั ดว้ ย เช่น ทองหยบิ ทองหยอด ฝอยทอง เป็นตน้





• ค่อนข้างมีน้อยสว่ นใหญ่จะเปน็ เรอ่ื งการค้า
• สมยั สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ขา้ หลวงใหญข่ องสเปนที่เมืองมะนลิ าไดส้ ง่ ทตู มาเชือ่ มสมั พนั ธไมตรีและเจรจาทางการค้ากับอยุธยา
• สมยั สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช มเี รือสนิ คา้ สเปนเดนิ ทางจากเมืองมะนิลาเข้ามาคา้ ขายทก่ี รุงศรีอยธุ ยา แต่ปริมาณการค้าไมม่ ากนกั
• สมยั พระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ ผูส้ า้ เร็จราชการสเปนท่เี มอื งมะนิลาสง่ ทตู เขา้ มาเจรญิ สัมพันธไมตรีและขออนุญาตตั้งสถานกี ารคา้ ข้ึนใหม่

แมก้ ารเจรจาจะประสบความส้าเร็จ แตป่ รมิ าณการคา้ กม็ ไิ ด้ขยายตวั และไดผ้ ลตอบแทนไม่คุ้มค่าในที่สดุ ความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติ

กห็ ่างเหนิ กันไป

การเสื่อมอา้ นาจของอาณาจักรอยุธยา
เสยี กรงุ ศรอี ยุธยาครัง้ ท่ี ๑ และการก้เู อกราช

การเสียกรงุ ศรอี ยุธยาครั้งท่ี ๒ และการก้เู อกราช

ภมู ิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมยั อยุธยา
ความหมายของภูมปิ ัญญาและวัฒนธรรม

ภมู ิปญั ญา วฒั นธรรม

ความรู้ ความสามารถที่ได้จาก ระบบความเชื่อ ระบบคณุ คา่
ประสบการณ์ทส่ี งั่ สมไวใ้ นการ และวถิ ชี ีวิตท้งั หมด ดังนน้ั
ปรบั ตวั และการดา้ รงชีวติ ใน ภูมิปญั ญาทงั้ หลายจงึ ไดร้ บั การสงั่
สภาพแวดลอ้ มทางธรรมชาตแิ ละ สมอยูใ่ นวัฒนธรรมน่นั เอง
สงิ่ แวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรม
ท่ีไดม้ ีการพัฒนาสบื สานกนั มา

ปจั จยั ที่มอี ทิ ธิพลตอ่ การสร้างสรรคภ์ มู ปิ ัญญาและวัฒนธรรมไทยสมยั อยุธยา

มสี ภาพดนิ ฟา้ อากาศที่เหมาะต่อ การติดตอ่ ค้าขายกับตา่ งชาติ ทา้ ให้
การเพาะปลกู และคา้ ขายจึง เกดิ การเรยี นรจู้ ากชาติต่างๆ แลว้
ส่งเสรมิ ให้มีการคดิ คน้ ภูมปิ ญั ญา น้ามาปรบั ใชใ้ ห้เขา้ กบั คนไทย
ส้าหรบั การประกอบอาชพี
เปน็ สงั คมศักดนิ ามกี ารนบั ถอื
พระพุทธศาสนา และใช้กุศโล
บายทางศาสนาเป็นเครื่องมอื ใน

การอบรมสง่ั สอนผคู้ น

ระเบียบกฎเกณฑต์ ่างๆ เกี่ยวกับความสา้ คัญของพระมหากษตั ริย์ มีหลายประการ

• จดั ให้พระมหากษัตรยิ ท์ รงมที ่ีประทบั สูงกว่าคนอ่นื ๆ ใหส้ มกบั ที่พระองคท์ รงเปน็ สมมติเทพ
• ที่ประทบั ขององค์พระมหากษัตริย์จะไมต่ ั้งอยู่ปะปนกับบคุ คลทั่วไป
• มีการสร้างพระราชวังส้าหรับพระมหากษตั ริย์ และภายในพระราชวังจะตอ้ งมีกฎเกณฑแ์ ละพธิ ีกรรมตา่ งๆ ทีแ่ สดงใหเ้ หน็ วา่

พระองค์ทรงเป็นสมมตเิ ทพ โดยมีพราหมณเ์ ป็นผู้ประกอบพระราชพธิ ีถวาย
• มกี ารใช้ราชาศัพทส์ า้ หรับพระมหากษตั รยิ ใ์ หแ้ ตกต่างไปจากบคุ คลท่ัวไป
• การวางระเบียบแบบแผน ส้าหรบั บคุ คลท่ัวไปในการปฏิบัตติ นต่อองค์พระมหากษัตริยเ์ ป็นการเฉพาะ หรือทเ่ี รียกว่า กฎมณ

เทียรบาล ถ้าผู้ใดละเมิดก็จะมีโทษทางอาญา เป็นตน้

• ระบบการควบคุมกา้ ลังคนสมัยอยุธยาก้าหนดให้ไพรต่ อ้ งสังกัดมลู นาย โดยมลู นายจะต้องดูแลและใหค้ วามค้มุ ครองไพร่ใน
แตล่ ะกรมกอง สว่ นไพร่ก็ตอ้ งใหค้ วามเคารพยา้ เกรงมูลนายของตน

• การควบคุมแรงงานไพรใ่ นแตล่ ะกรมจะมกี ารควบคมุ เปน็ ล้าดบั ชนั้ แตล่ ะกรมจะจัดทา้ บัญชีรายชอ่ื และที่อยขู่ องไพร่ทส่ี ังกดั
กรมของตนนอกจากน้ียงั มีพระสรุ สั วดี ท้าหน้าท่ีเปน็ ผ้ถู อื บัญชไี พรข่ องทุกกรมและข้นึ ตรงต่อพระมหากษตั ริย์

• ระบบการควบคุมก้าลังคนในสมัยอยุธยาท้าให้กลมุ่ คนไทยสามารถอยรู่ วมกนั ได้เป็นกลมุ่ กอ้ น ไม่กระจดั กระจาย
กนั ออกไป และสะดวกต่อการเกณฑไ์ พร่พลไปทา้ สงคราม

ภมู ปิ ญั ญาและวัฒนธรรมไทยในการสร้างท่ีอยู่อาศัย

เรือนสามารถแบง่ ออกตามลกั ษณะของผู้อยู่อาศยั ได้ ๒ ลกั ษณะ

เรือนขุนนาง (เรือนเครอ่ื งสับ)

เป็นเรือนชน้ั เดียว ใตถ้ นุ สูง สรา้ งด้วยวสั ดุทแ่ี ขง็ แรงทนทาน
เชน่ ไมส้ ัก ไมเ้ นือ้ แข็ง ตัวเรือนสามารถรอ้ื ถอนแล้วน้าไปประกอบใหม่ไดเ้ หมือนเดิม

เป็นเรือนชัน้ เดียว ใตถ้ นุ เตี้ย สร้างดว้ ยวสั ดุไม่คงทนถาวร เรือนไพร่ (เรอื นเครื่องผูก)

เชน่ ไม้ไผ่ มักปลกู เป็นการชวั่ คราว ถ้าไพร่มีฐานะสงู ก็สามารถใชเ้ รอื นแบบขนุ นางได้

การแพทยแ์ ผนไทยสมัยอยธุ ยามพี ้นื ฐานมาจากความเชอื่ ความรู้ ความคิด และการยอมรบั ร่วมกันของคนในสงั คม

จนสามารถแกไ้ ขปัญหาสขุ ภาพตัง้ แต่สมยั อยุธยาจนถึงปจั จุบัน
ระบบการแพทยส์ มัยอยธุ ยามกี ารจัดตง้ั หนว่ ยงานรับผดิ ชอบเป็นสัดส่วน มเี จ้าหน้าท่ที รี่ ับผดิ ชอบเก่ยี วกบั การบา้ บัด

รกั ษาคนไขแ้ ตกตา่ งกนั เช่น โรงพระโอสถ เปน็ หน่วยงานดแู ลยาสมุนไพร จา้ แนกหมวดหม่ยู า
ควบคมุ มาตรฐานและผลิตยา ต้าราแพทย์หลวง

ภาพจติ รกรรมฝาผนัง ท่ีสถาบนั การแพทย์แผนไทย จ.นนทบรุ ี แสดงให้เห็นหญิงกา้ ลังคลอด
โดยมีหมอต้าแยเปน็ ผทู้ ้าคลอด (ภาพจาก สารานุกรมไทยสา้ หรับเยาวชน)



ภมู ิปัญญาและวัฒนธรรมไทยดา้ นศิลปกรรม

ดา้ นศิลปกรรม

• สว่ นใหญเ่ ป็นสิ่งกอ่ สร้างในพระพทุ ธศาสนา เชน่ เจดยี ์ พระปรางค์ โบสถ์ วิหาร มณฑป รวมถึงสง่ิ ก่อสรา้ งท่ีเกย่ี วข้องกบั
พระมหากษัตรยิ ์ เช่น พระราชวงั พระท่นี ง่ั ตา่ งๆ

• ศิลปกรรมอยธุ ยาเกิดจากการผสมผสานระหว่างศิลปวฒั นธรรมด้งั เดิมของคนไทย และศิลปวัฒนธรรมทรี่ บั มาจากภายนอก
โดยเฉพาะอินเดยี และจีน รวมท้งั ทางตะวนั ตก

• วดั พระศรสี รรเพชญ์ เป็นวดั สา้ คัญในเขตพระราชวังหลวงเทียบได้กับวดั พระศรรี ัตนศาสดาราม กรงุ เทพมหานคร โดยสมเดจ็
พระบรมไตรโลกนาถโปรดใหส้ ร้างขนึ้ เพอื่ เป็นทีส่ ้าหรับประกอบพิธีส้าคัญต่างๆ จงึ เปน็ วดั ทไี่ ม่มพี ระสงฆจ์ ้าพรรษา

ดา้ นประตมิ ากรรม

พระพทุ ธรูปทรงเครอ่ื ง ประดษิ ฐานภายในอุโบสถวดั หน้าพระเมรุ จงั หวัดพระนครศรีอยธุ ยา
สนั นิษฐานว่าสร้างขน้ึ ในสมัยสมเดจ็ พระเจ้าปราสาททอง

ดา้ นจิตรกรรม

ภาพมโหสถชาดก ณ วดั ใหญอ่ นิ ทาราม

ดา้ นประณตี ศิลป์

ภาพจากสารานุกรมไทย


Click to View FlipBook Version