รายงานผล
ตำแหนง่ ครู วิทยฐำนะ ครชู ำนำญกำรพิเศษ
ตำแหนง่ ครู
บันทึกข้อความ .
ส่วนราชการ โรงเรียนบา้ นสนั ปา่ สกั อาเภอหางดง จงั หวดั เชยี งใหม่
ที่ วนั ที่ ๑๐ เดือน พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๖๓
เรอ่ื ง รายงานผลการจดั กจิ กรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๑/๑
เรียน ผอู้ านวยการโรงเรยี นบ้านสันป่าสกั
ตามทขี่ า้ พเจ้า ดร.ปรยี าดา ทะพงิ ค์แก และนางสาวสุทธิดา เกิดมี ไดร้ ับมอบหมายให้ปฏบิ ตั ิหน้าที่ครูท่ี
ปรึกษาระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑/๑ นักเรียนจานวน ๓๓ คน ประจาภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
ข้าพเจ้าได้รับหมอบหมายให้ดาเนินการจัดกิจกรรมโฮมรูม (Homeroom) ให้แก่นักเรียนประจาชั้น สัปดาห์ละ
อย่างน้อย ๓ คร้ัง ตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้รับการพัฒนาอย่างถูกต้องและ
เหมาะสมตามสภาพจริงรายบุคคล บัดน้ีการจัดกิจกรรมโฮมรูม (Homeroom) ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑/๑ได้
ดาเนนิ การเสรจ็ เรยี บร้อยแล้ว
จึงเรยี นมาเพอ่ื ทราบและพจิ ารณา
ลงชอ่ื ครูทป่ี รกึ ษา ลงชอื่ ครูทีป่ รกึ ษา
ดร. ปรียาดา ทะพงิ คแ์ ก นางสาวสุทธดิ า เกดิ มี
ลงชื่อ หัวหนา้ งานวชิ าการโรงเรยี นบา้ นสันป่าสกั
นางวัลลภา พรมทา้ ว
ความเหน็ ของรองผ้อู านวยการบริหารงานวชิ าการ ความเห็นของผอู้ านวยการโรงเรยี น
.
.
.
.
( นางฉนั ทนา ศรศี ลิ ป์) ( นายสุดสาคร จนั ทะลา่ ม )
รองผอู้ านวยการบรหิ ารงานวชิ าการโรงเรียนบา้ นสนั ป่าสกั ผ้อู านวยการโรงเรยี นบา้ นสันป่าสกั
การจัดกจิ กรรมโฮมรูม (Homeroom)
กจิ กรรมโฮมรมู หมายถึง การจัดกิจกรรมเพ่ือส่งเสริมผู้เรียนเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่มก็ได้ มีการฝึก
ปฏิบัติหรือทากิจกรรมท่ีเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนในด้านต่างๆ เช่น การรู้จักตนเอง การรู้จักผู้อื่น และส่ิงแวดล้อม
ทักษะการตัดสินใจ ทักษะการปรับตัวและการวางแผนชีวิต เป็นต้น กิจกรรมเหล่านี้จะจัดในห้องเรียนหรือนอก
ห้องเรียนกไ็ ด้ โดยให้มบี รรยากาศเสมอื นบ้าน ที่มีผู้เรียนกับครูที่ปรึกษา(ครูประจาช้ัน)/ครูท่ีปรึกษาเป็นสมาชิกใน
ครอบครัวเดยี วกัน
วตั ถุประสงค์
๑. เพ่ือให้ครูท่ีปรึกษาได้พบผู้เรียนของตนเองอย่างใกล้ชิด ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่และมี
เปูาหมายนอกเหนอื จากการสอนตามปกติ
๒. เพ่ือให้ผูเ้ รียนมคี วามรู้ ได้รบั ประสบการณ์เพมิ่ มาข้ึนจากการเรยี นปกติ
๓. เพื่อให้เกิดความเขา้ ใจ ระหวา่ งครูกับนกั เรียน และนกั เรียนกับนักเรียน
ปฏทิ ินการจัดกจิ กรรมโฮมรูม (Homeroom)
๑. ครทู ี่ปรึกษาโฮมรมู นกั เรียนสปั ดาหล์ ะอยา่ งนอ้ ย ๑ ครง้ั
๒. บันทกึ กจิ กรรมโฮมรูมทกุ ครัง้ โดยบันทกึ ลงในแบบบันทกึ กิจกรรมโฮมรมู
๓. ลงลายมอื ชอื่ ครปู ระจาชน้ั และหัวหน้าระดับ นาส่งท่ีรองผู้อานวยการกลุ่มบริหารงานบุคคล หลังจาก
ทากจิ กรรมโฮมรูมประจาสัปดาห์
๔. เม่ือสิน้ สดุ ภาคเรียน ใหส้ รปุ ผลงานส่งอกี ครัง้ เพื่อรายงานผู้อานวยการสถานศึกษา โดยส่งท่ีงานระบบ
ดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี นเพอื่ นาสรปุ ในภาพรวมต่อไป
รายงานผลการจดั กจิ กรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑/๑ ๑
คาแนะนาการบนั ทกึ กจิ กรรมโฮมรมู (Homeroom)
1. ครทู ป่ี รกึ ษาพบนกั เรยี น ในชว่ั โมงโฮมรมู
2. สถานท่ี หนา้ เสาธง ในหอ้ งเรยี น ใต้รม่ ไม้ หน้าอาคารเรยี น อาคารประกอบ สนาม อ่นื ๆ ภายในโรงเรยี น
ตามทีเ่ ห็นสมควร โดยนัดหมายนกั เรยี นให้มาพบกนั ตามวันและเวลาทีก่ าหนด
3. บันทึกวนั เดือนปี จานวนนกั เรียน ติดตามการเข้าแถว การขาดเรยี น ผลการเรยี น พฤตกิ รรมทคี่ วรสง่ เสรมิ
การพดู เชงิ บวก วนิ ยั พฤตกิ รรมท่คี วรแกไ้ ข เก็บข้อมลู และบันทกึ รายงานการอบรม
4. แนวทางการให้อบรม / พฤติกรรมท่ีควรส่งเสริม / การชมเชย / พฤติกรรมเสี่ยงด้านต่างๆ / หน้าที่
พลเมอื ง / หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง / อาเซยี น / ปัญหายาเสพติด / อื่น ๆ
5. ให้ส่งสมุดบันทึกโฮมรูมทหี่ วั หนา้ ระดบั ชนั้ สัปดาห์ละคร้ัง
6. หวั หนา้ ระดับชั้น สรปุ รายงานเสนอกลุ่มบริหารกจิ การนกั เรยี น
7. หวั หนา้ กล่มุ บริหารกจิ การนกั เรียนสรุป รายงานผอู้ านวยการโรงเรียน
ตัวอยา่ งหัวข้อและกิจกรรมสาหรบั จดั กจิ กรรมโฮมรมู
การจัดกิจกรรมโฮมรูม ปกติใช้เวลา ประมาณ ๑๐ – ๒๐ นาที ในขณะเดียวกันก็อาจมีการจัดกิจกรรม
โฮมรูมที่ใช้เวลานานมากกว่า คือ ประมาณ ๕๐ นาที จากการประมวลเอกสารและผลงานการศึกษาวิจัยต่างๆ
พบว่า หวั ข้อ และกจิ กรรมทส่ี มควรนามาจัดกิจกรรมโฮมรมู ประกอบด้วย
1. การอบรมมารยาทและการรู้จักกาลเทศะ เช่น การทาความเคารพ มารยาท และส่ิงท่ีควรปฏิบัติ
ในระหวา่ งการสนทนา มารยาทในการรบั ประทานอาหาร เปน็ ตน้
2. การชมเชยผู้เรยี นทีท่ าความดี หรือมีความสามารถ
3. การดแู ลความสะอาดของห้องเรยี น
4. ให้ผู้เรียนนาข่าวจากสื่อต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ Website ต่างๆ ทางอินเทอร์เน็ต
มาอ่าน หรือมาเลา่ ให้เพ่อื นฟงั แลว้ ช่วยกันวจิ ารณข์ า่ ว
5. การฝึกลักษณะนิสัยท่ีพึงประสงค์ เช่น ความรับผิดชอบ ความมีระเบียบวินัย การตรงต่อเวลา
ความมานะพยายาม การประหยดั ความขยันหมัน่ เพียร เปน็ ต้น
6. ให้ผู้เรียนเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่ประสบจากชีวิตจริง การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แล้วอภิปรายร่วมกัน
ในชน้ั เรยี น ใหน้ ักเรยี นเขียนเรยี งความเกยี่ วกบั ครอบครัว
7. ประกาศ แจ้งขา่ วสาร และความเคลื่อนไหวของสถานศึกษา เช่น กาหนดการสอบ การแขง่ ขันกฬี าสี การ
จดั นิทรรศการ การจดั พิธีไหวค้ รู ผลการประกวด หรอื การเขา้ ร่วมแข่งขันตา่ งๆ เป็นต้น
8. การอบรมคุณธรรม จรยิ ธรรม เชน่ ความเอื้อเฟอื้ เผ่ือแผ่ ความสามัคคี การเสียสละ ความซื่อสัตย์ การให้
อภยั เป็นตน้
9. การช่วยเหลอื นักเรยี นทีเ่ รยี นออ่ น อาจใหเ้ พือ่ นช่วยเพื่อน
รายงานผลการจัดกิจกรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑/๑ ๒
10. แนะแนวการเตรยี มตัวสอบ
11. ใหผ้ ู้เรยี นฝึกทกั ษะ เชน่ ทกั ษะการสะกดคา การอา่ น การท่องสูตรต่างๆ การทอ่ งศพั ท์ เป็นต้น
12.แนะแนวในเรอ่ื งการดาเนินชวี ิต เช่น สุขภาพจิต วยั รนุ่ การทางานกล่มุ มนษุ ยสัมพันธ์
การคบเพ่ือน การคบเพื่อนต่างเพศที่เหมาะสม การหลีกเลี่ยงจากภัยทางสังคม อาชญากรรม ปัญหาการ
คุกคามทางเพศ ภยั แอบแฝงจากอนิ เทอร์เน็ต และปญั หาสารเสพติด เป็นต้น
13.การทายปัญหาวิชาการ ได้แก่ ปัญหาเก่ียวกับวิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ และ
ความรู้รอบตัวตา่ งๆ
14.ใหน้ กั เรยี นบันทึกความดี ความภมู ิใจของตนเอง
รายงานผลการจัดกจิ กรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ ๑/๑ ๓
คร้งั ที่ วันท่ีจดั กิจกรรม ช่ือกจิ กรรม หมายเหตุ
(นกั เรยี นหญงิ )
๑. ๑ กรกฎาคม 2563 แนะนาตัวฉนั (นกั เรยี นชาย)
(นกั เรยี นหญงิ )
๒. ๒ กรกฎาคม 2563 แนะนาตวั ฉนั (นักเรียนชาย)
(นักเรียนหญงิ )
๓. 3 กรกฎาคม 2563 กรอกระเบียนสะสม (นักเรียนชาย)
(นกั เรยี นหญิง)
๔. 8 กรกฎาคม 2563 กรอกระเบยี นสะสม (นักเรียนชาย)
(นักเรียนหญงิ )
๕. 9 กรกฎาคม 2563 โรงเรียนของเรา (นกั เรยี นชาย)
(นักเรียนหญงิ )
๖. 10 กรกฎาคม 2563 โรงเรยี นของเรา (นกั เรยี นชาย)
(นกั เรียนหญิง)
๗. 13 กรกฎาคม 2563 กฎระเบยี บของโรงเรียน (นกั เรยี นชาย)
(นักเรียนหญิง)
๘. 14 กรกฎาคม 2563 กฎระเบยี บของโรงเรยี น (นักเรียนชาย)
(นกั เรยี นหญิง)
๙. 15 กรกฎาคม 2563 การเรยี นอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ (นักเรยี นชาย)
๑๐. 20 กรกฎาคม 2563 การเรียนอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ ๔
๑๑. 21 กรกฎาคม 2563 ความรบั ผดิ ชอบ
๑๒. 22 กรกฎาคม 2563 ความรับผดิ ชอบ
๑๓. 24 กรกฎาคม 2563 รักษ์สิง่ แวดลอ้ ม
๑๔. 29 กรกฎาคม 2563 รักษ์ส่ิงแวดลอ้ ม
๑๕. 3 สิงหาคม 2563 เพอ่ื นคูใ่ จ
๑๖. 4 สงิ หาคม 2563 เพื่อนคใู่ จ
๑๗. 5 สิงหาคม 2563 คุ้มคา่ ทกุ นาที
๑๘. 10 สงิ หาคม 2563 คุม้ ค่าทุกนาที
๑๙. 17 สิงหาคม 2563 ความซอ่ื สตั ย์
๒๐. 18 สิงหาคม 2563 ความขยนั สคู่ วามสาเร็จ
๒๑. 19 สงิ หาคม 2563 Web ช่วยเรยี น
๒๒. 24 สงิ หาคม 2563 ความสามคั คี
๒๓. 25 สิงหาคม 2563 ครอบครวั ของฉนั
๒๔. 26 สิงหาคม 2563 สรา้ งสขุ ดว้ ยรอยยิม้
๒๕. 31 สงิ หาคม 2563 ฉันคอื ฉัน
๒๖. 1 กันยายน 2563 ทุกยา่ งกา้ วของชวี ติ
๒๗. 2 กันยายน 2563 เวลาและเงินตรา
๒๘. 7 กนั ยายน 2563 พระคณุ ของพอ่ แม่
๒๙. 8 กันยายน 2563 รกั เพ่อื นตอ้ งเตือนให้เปน็
๓๐. 9 กันยายน 2563 ความดี – ความสามารถทมี่ ี
๓๑. 14 กนั ยายน 2563 ใฝรุ ู้ ใฝุเรยี น
๓๒. 15 กันยายน 2563 การพัฒนาตนด้านการเรยี น
รายงานผลการจดั กจิ กรรมโฮมรูม (Homeroom) ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๑/๑
ครง้ั ที่ วันที่จดั กิจกรรม ชอื่ กจิ กรรม หมายเหตุ
๓๓. 16 กนั ยายน 2563 มารยาทในโอกาสต่างๆ
๓๔. 21 กนั ยายน 2563 ค้มุ ค่าทุกนาที
๓๕. 22 กนั ยายน 2563 สารวจอาชพี
๓๖. 23 กันยายน 2563 อาชพี ในใจฉัน
๓๗. 28 กันยายน 2563 การจดั ตารางเวลา เพอื่ สรา้ งลกั ษณะนิสยั ท่ดี ใี นการเรยี น
๓๘. 29 กันยายน 2563 วธิ สี ่กู ารเป็นทรี่ ัก
๓๙. 30 กนั ยายน 2563 วางแผนชวี ติ พชิ ิตเปูาหมาย
๔๐. 5 ตลุ าคม 2563 โลกยุคใหม่ก้าวไกลด้วยขา่ วสาร
๔๑. 6 ตุลาคม 2563 ความขยนั สู่ความสาเรจ็
๔๒. 7 ตุลาคม 2563 เพือ่ นคใู่ จ
๔๓. 12 ตุลาคม 2563 ทางานไม่คงั่ ค้าง
๔๔. 14 ตุลาคม 2563 การสารวจความถนดั ทางอาชพี ของตนเอง
๔๕. 19 ตลุ าคม 2563 การประหยัด
๔๖. 20 ตลุ าคม 2563 การผอ่ นคลายความเครยี ด
๔๗. 21 ตุลาคม 2563 เปิดประตสู ู่โลกอนิ เตอรเ์ น็ต
๔๘. 26 ตุลาคม 2563 ห้องในจนิ ตนาการ
๔๙. 27 ตลุ าคม 2563 โล่ชวี ติ ของฉนั
๕๐. 28 ตลุ าคม 2563 คณุ และโทษส่อื มวลชน
๕๑. 2 พฤศจิกายน 2563 ความรักสถาบัน
๕๒. 3 พฤศจกิ ายน 2563 ท้องถ่ินน้มี คี ่า
๕๓. 4 พฤศจิกายน 2563 ความพรอ้ มในการสอบ
รายงานผลการจดั กจิ กรรมโฮมรูม (Homeroom) ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑/๑ ๕
กจิ กรรม แนะนาตวั ผเู้ รยี น
สาระสาคัญ
เม่ือต้องการให้บุคคลรู้จักซ่ึงกันและกันดีข้ึน ควรจัดให้บุคคลที่ไม่รู้จักกันมาก่อนให้ทางานร่วมกันเป็นคู่ๆ
หรือเป็นกลุ่มเลก็ ๆ ก็จะทาให้แต่ละคนในกลุ่มได้ประสบการณ์ ความรู้สึกท่ีปลอดภัย มีความเอื้ออาทรต่อกัน จาก
กลมุ่ เล็กๆก็จะขยายการผูกมิตรไมตรีออกไปสกู่ ลมุ่ ใหญข่ น้ึ โดยไม่ยากนกั
วัตถปุ ระสงค์
เพ่ือให้นักเรียนได้ทาความคนุ้ เคยกนั เร็วข้ึน
การดาเนนิ กจิ กรรม
๑. ใหน้ ักเรียนแต่ละคนจบั คูก่ ับเพ่อื นตามความสมัครใจ เพ่อื จะได้สัมภาษณ์ซ่งึ กนั และกนั
๒. เม่อื จับคกู่ ับเพอ่ื นไดแ้ ล้ว ใหแ้ ต่ละคู่สัมภาษณซ์ ึง่ กันและกนั ตามหวั ข้อในใบงานทกี่ าหนดให้โดยใช้
เวลา 10 นาที ใหไ้ ด้ขอ้ มูลซึง่ กันและกนั มากทส่ี ุด เมือ่ เวลาผ่านไป 5 นาที ครจู ะทาหนา้ ที่เตอื น
เพือ่ ให้นกั เรียนแต่ละคู่ทราบว่ามีเวลาพดู อีก 5 นาที
๓. ให้นกั เรยี นแตล่ ะคู่ออกมรายงานหนา้ ชัน้ เรียน ครัง้ ละ 4 คู่ โดยผลดั กนั เลา่ เรื่องทส่ี ัมภาษณ์ซ่ึงกัน
และกัน
๔. เมื่อทกุ คนรายงานครบทกุ คแู่ ลว้ ให้นักเรยี นใช้เวลา 3-5 นาที อภิปรายและประเมินผลถึงข้อคิด
หรือส่ิงท่ีได้รับจากการร่วมกิจกรรมน้ีว่า การทางานร่วมกันจากกลุ่มเล็กๆที่คุ้นเคยกันจะขยาย
ไปสกู่ ารผกู มติ รไมตรใี นกลุม่ ใหญ่ตอ่ ไป
รายงานผลการจัดกิจกรรมโฮมรูม (Homeroom) ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๑/๑ ๖
กิจกรรม กรอกระเบียนสะสม
สาระสาคัญ
ระเบียนสะสม คือแบบบันทึกข้อมูล สร้างข้ึนเพ่ือการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ตามที่ต้องการ เพ่ือให้ครู
ที่ปรกึ ษา และผู้ที่มีสว่ นเกี่ยวขอ้ งจะได้นาข้อมลู มาใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนต์ อ่ ตัวนักเรยี น
วัตถปุ ระสงค์
๑. บอกจุดประสงค์ของการกรอกข้อมลู ในระเบยี นสะสมได้
๒. กรอกขอ้ มูลในระเบยี นสะสมไดถ้ กู ตอ้ งตามความเปน็ จริง
การดาเนนิ กจิ กรรม
๑. ครแู จกระเบียนสะสมใหน้ ักเรยี นคนละ 1 ชุด
๒. ครูอธิบายถึงระเบียนสะสม และประโยชน์ที่ได้รับจากระเบียนสะสม พร้อมทั้งอธิบายวิธีการกรอก
ขอ้ มูลลงในระเบยี นสะสม
รายงานผลการจดั กจิ กรรมโฮมรูม (Homeroom) ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑/๑ ๗
กิจกรรม โรงเรยี นของเรา
สาระสาคัญ
เม่ือนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปี่ที่ 1 เข้ามาในโรงเรียนแห่งใหม่ ก็จะพบสภาพแวดล้อมของท่ีเรียนแห่งใหม่
ทีไ่ ม่คุ้นเคย นักเรียนจึงจาเป็นต้องเรียนรู้ข้อมลู ของโรงเรยี น เพื่อใหน้ กั เรยี นปรับตวั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
วัตถปุ ระสงค์
เพอ่ื ให้นกั เรยี นมีความรเู้ กย่ี วกบั ข้อมูลของโรงเรียนและปรับตัวได้อยา่ งเหมาะสม
การดาเนินกิจกรรม
๑. ครูเปดิ วดี ทิ ศั น์โรงเรียนของเราให้นกั เรยี นดู
๒. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สนทนาถงึ ขอ้ มูลต่างๆของโรงเรยี น เช่น อกั ษรย่อ สปี ระจาโรงเรยี น คตธิ รรม คา
ขวัญ อัตลกั ษณ์ เอกลกั ษณ์ ตราประจาโรงเรยี น เปน็ ต้น
๓. ครแู จกใบงาน โรงเรียนของเราใหน้ ักเรียนไปหาข้อมลู เม่ือมีเวลาวา่ ง
รายงานผลการจัดกิจกรรมโฮมรูม (Homeroom) ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑/๑ ๘
กจิ กรรม กฎระเบยี บของโรงเรียน
สาระสาคัญ
การปฏิบัตติ ามกฎระเบยี บของโรงเรยี น ทาใหก้ ารอยรู่ ่วนกันของคนหม่มู ากเป็นไปดว้ ยความเรยี บร้อย สมาชิกใน
สังคมจะต้องยอมรับกฎระเบียบท่ีต้ังข้ึน เพ่ือความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เอความเป็นระเบียบพร้อมเพรียงและเพื่อ
ความสามัคคี
วตั ถปุ ระสงค์
นกั เรียนบอกการปฏิบตั ติ ามระเบียบของโรงเรยี นได้
การดาเนินกิจกรรม
1. ครูนาภาพการแตง่ กายทถ่ี กู ระเบยี บของนักเรยี นมัธยมศกึ ษาตอนต้นทัง้ ชายและหญงิ ให้นักเรียนดู
2. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สนทนาการแต่งกาย ทรงผมท่ีถกู ระเบียบของนกั เรยี น
3. นกั เรยี นช่วยกันบอกผลดีของการแตง่ กายท่ีถกู ระเบยี บ
รายงานผลการจดั กจิ กรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑/๑ ๙
กจิ กรรม การเรยี นอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
สาระสาคญั
การเรียนมีความสาคัญต่อทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนในระบบ หรือนอกระบบโรงเรียน สาหรับนักเรียนแล้ว
การเรียนถือวา่ เปน็ สง่ิ ทม่ี ีความสาคญั มาก เพราะการเรียนเปน็ หนทางทจี่ ะนานักเรียนไปสู่ความสาเรจ็ ในอนาคต
วตั ถปุ ระสงค์
เพอื่ ให้นกั เรียนนาแนวทางปฏิบตั ติ นทางด้านการเรยี นไปปฏิบัตไิ ดจ้ ริงในชีวติ ประจาวนั
การดาเนนิ กิจกรรม
1. ครอู ธิบายความสาคญั ของการเรยี นให้นักเรยี นฟงั
2. ให้นกั เรยี นบอกวิธกี ารเรยี นท่มี ปี ระสทิ ธภิ าพ และบอกขอ้ บกพรอ่ งของตน
3. ครูและนักเรียนช่วยกันสรุปวิธกี ารเรยี นท่ีดี และร่วมกันหาแนวทางแก้ไขขอ้ บกพรอ่ ง
รายงานผลการจัดกิจกรรมโฮมรูม (Homeroom) ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑/๑ ๑๐
กจิ กรรม ความรบั ผิดชอบ
สาระสาคัญ
ความรับผิดชอบ หมายถึง ความต้ังใจในการปฏิบัติหน้าท่ีจนกระท่ังงานน้ันสาเร็จและยอมรับผลการ
กระทานั้น ไม่ว่าจะเกิดผลดีหรือไม่ก็ตาม คนท่ีมีความรับผิดชอบนั้นมีผลดี คือ ช่วยให้งานนั้นสาเร็จลงด้วยดี
สามารถพฒั นางานใหก้ า้ วหนา้ ได้
วตั ถุประสงค์
เพื่อให้นกั เรียนมคี วามรบั ผดิ ชอบท้งั ตอ่ ตนเองและสว่ นรวม
การดาเนนิ กจิ กรรม
1. ครใู ห้นักเรยี นเลา่ ถึงบุคคลที่นกั เรยี นภมู ิใจในความสาเรจ็ ของเขา และเหตทุ ่ีเขาประสบความสาเรจ็
2. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสนทนาว่าเพราะเหตุใดบุคคลเหล่าน้นั จงึ ประสบความสาเร็จ
3. ครแู ละนักเรียนช่วยกนั สรปุ เกีย่ วกบั ความรบั ผดิ ชอบ ท้ังตอ่ ตนเอง ครอบครวั โรงเรยี น สังคม เป็นต้น
รายงานผลการจัดกิจกรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑/๑ ๑๑
กิจกรรม รักษส์ ง่ิ แวดลอ้ ม
สาระสาคัญ
การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อมสามารถปฏิบัติได้ โดยเร่ิมจากตนเองและคนใกล้ชิด สามารถช่วยลด
ปัญหาสง่ิ แวดล้อมของสงั คมได้
วัตถปุ ระสงค์
เพอ่ื ใหน้ ักเรียนตระหนักถงึ ความสาคัญของการมีสว่ นร่วมในการอนุรักษส์ ่งิ แวดลอ้ ม
การดาเนนิ กจิ กรรม
1. ใหน้ กั เรยี นแต่ละคนระบุสภาพแวดลอ้ มในโรงเรยี นที่ประทับใจและไมป่ ระทับใจพรอ้ มทงั้ บอกเหตุผล
2. ครูและนักเรียนช่วยกันจัดกลุ่มสภาพแวดล้อมท่ีไม่พึงประสงค์ในโรงเรียน พร้อมทั้งช่วยกันหาสาเหตุ
และแนวทางแกไ้ ข
3. นักเรยี นร่วมกนั อภปิ รายปัญหาส่งิ แวดลอ้ มในสังคมไทย และผลกระทบท่เี กดิ ข้ึน
4. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มตามความสมัครใจ ให้แต่ละกลุ่มเสนอแนวทางและวางแผนในการอนุรัก ษ์
สิง่ แวดล้อมภายในโรงเรียน/ชุมชน
5. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ นาเสนอแนวทางอนรุ ักษ์สิ่งแวดลอ้ มของกลมุ่ ตนเอง
รายงานผลการจดั กจิ กรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๑/๑ ๑๒
กจิ กรรม เพอ่ื นค่ใู จ
สาระสาคัญ
การเปน็ เพอ่ื นกนั นัน้ ตอ้ งยอมรบั ซง่ึ กนั และกนั ร่วมทกุ ข์ ร่วมสุขกนั ชว่ ยเหลอื เกอื้ กูลกนั ในยามอบั จน แนะนาให้
คาปรึกษาในยามท่ปี ระสบปญั หา ตอ้ งไวเ้ นื้อเชอ่ื ใจกัน มีความจริงใจต่อกันและเตม็ ใจท่ีจะเปิดเผยซง่ึ กนั และกัน
วัตถุประสงค์
1. นกั เรยี นบอกความสาคัญของการมเี พอ่ื นได้
2. นกั เรยี นสามารถทาหนา้ ท่ีเป็นท่ปี รกึ ษาของเพื่อนได้
การดาเนินกิจกรรม
1. ครูให้นักเรียนคิดถึงเพ่ือนที่มีความสาคัญในความรู้สึกของนักเรียน โดยไม่ต้องบอกว่าเพ่ือนคนนั้นเป็น
ใคร
2. ให้นักเรียนบอกความสาคญั ของเพื่อนคนนน้ั ทม่ี ีต่อนกั เรียน
3. นักเรียนร่วมกันอภิปรายว่าเพื่อนท่ีจะเป็นผู้ให้คาปรึกษาเพื่อน จะต้องปฏิบัติอย่างไร และเพื่อนที่จะ
เป็นผู้รับคาปรกึ ษา จะต้องปฏบิ ัตอิ ยา่ งไร
4. นกั เรยี นรว่ มกันสรุปข้อคิดทไี่ ดจ้ ากกิจกรรมน้ี
รายงานผลการจัดกิจกรรมโฮมรูม (Homeroom) ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑/๑ ๑๓
กิจกรรม ค้มุ คา่ ทุกนาที
สาระสาคญั
ผทู้ คี่ วบคมุ ตนเองไดแ้ ละมคี วามรับผิดชอบ คือผู้ที่ใช้เวลาไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ทงั้ ในดา้ นกิจวัตรประจาวนั
การเรียน การพกั ผ่อน และการช่วยเหลอื ผูอ้ ่นื
วตั ถุประสงค์
เพือ่ ให้นกั เรยี นแบ่งเวลาได้อย่างเหมาะสมและใช้เวลาได้อย่างคมุ้ คา่
การดาเนนิ กจิ กรรม
1. ใหน้ ักเรียนเขยี นกิจกรรมท่ีตนปฏบิ ัตใิ นวนั เสาร์ อาทติ ย์ ท้งั กลางวนั และกลางคืน
2. นกั เรียนวิเคราะห์การใช้เวลาของตนวา่ เหมาะสมคุ้มคา่ แล้วหรือไม่
3. แบง่ กล่มุ นักเรียนร่วมกันอภิปรายการใช้เวลาของสมาชิกแต่ละคน แล้วร่วมกันพิจารณาคัดเลือกผู้ท่ีใช้
เวลาไดอ้ ย่างเหมาะสมคุ้มคา่ นาเสนอหน้าช้ันเรยี น
4. นักเรยี นพิจารณาการใชเ้ วลาของตนเองใหม่ใหเ้ หมาะสมยิง่ ข้ึน
รายงานผลการจดั กจิ กรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑/๑ ๑๔
กิจกรรม ความซอื่ สตั ย์
สาระสาคัญ
ความซอ่ื สัตย์ เป็นคณุ สมบตั ทิ ส่ี ังคมตอ้ งการให้บุคคลไดป้ ระพฤตอิ นั จะทาให้สงั คมเกิดความสงบสขุ ไม่เอารัดเอา
เปรยี บกัน มีความเหน็ ใจ และรับผดิ ชอบต่อสงั คมที่ตนอาศยั อยู่ อนั จะทาให้สงั คมเกิดความสงบสุข
วตั ถุประสงค์
1. นกั เรยี นบอกความสาคัญของความซ่ือสัตยไ์ ด้
2. นกั เรียนบอกพฤติกรรมของผู้ท่มี คี วามซ่อื สตั ยไ์ ด้
การดาเนินกิจกรรม
๑. แบง่ นกั เรยี นเป็นกล่มุ กล่มุ ละเท่า ๆกนั
๒. ครูแจกใบงานทาอย่างไรดี ใหน้ ักเรียนแต่ละกลมุ่ อา่ น
๓. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั อภปิ รายตามประเดน็ ตอ่ ไปนี้
3.1 ถา้ นกั เรียนเปน็ น้าผง้ึ นักเรียนจะทาอย่างไร
3.2 เพราะเหตุใดจงึ ทาเช่นนั้น
4. ตวั แทนนกั เรยี นนาเสนอผลการอภปิ รายหนา้ ชัน้
5. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สรุปพฤติกรรมของผู้ที่มีความซ่ือสัตย์ และความสาคัญของความซ่ือสัตย์ท่ีมีต่อ
ครอบครวั ชุมชน และสังคม
รายงานผลการจัดกจิ กรรมโฮมรูม (Homeroom) ระดับช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ ๑/๑ ๑๕
กิจกรรม “ความขยันสู่ความสาเร็จ”
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. เพ่ือให้นกั เรียนตระหนกั ถึงความสาคญั และผลดีของความขยนั
๒. เพือ่ ให้นักเรยี นมที ักษะท่ีดีในเรอื่ งความขยัน โดยเฉพาะอย่างยิง่ ดา้ นการเรยี น
๓. 3. เพื่อใหน้ ักเรยี นไดร้ จู้ ักตนเอง และสารวจตนเอง พร้อมทจ่ี ะปรบั ปรุงหรือพัฒนาใหต้ นเองมีความขยัน
เพม่ิ ขึน้ ตอ่ ไป
สาระการเรียนรู้
ความขยันเป็นส่ิงที่ดี และสามารถจะนาบุคคลให้ประสบความสาเร็จในสิ่งที่ตนเองหวังไว้ โดยเฉพาะอย่างใน
เรื่องการเรียน หากนักเรียนเกียจครา้ น ไมม่ ีความขยันศกึ ษาเล่าเรียน กจ็ ะทาให้นกั เรียนเรียนได้ไม่ดเี ท่าทีค่ วร
กจิ กรรมการเรียนรู้
1. นักเรียนร่วมกันอภิปรายตามความเข้าใจของตนเองว่า “ความขยันคืออะไร” และ “ความขยันมี
ความสาคัญหรอื มปี ระโยชน์อย่างไร”
2. นักเรียนร่วมกันอภิปราย การปฏิบัติตนเก่ียวกับความขยันกับการเรียน ความขยันกับการทางานกลุ่ม
และ ความขยันกบั อาชพี
3. ใหน้ กั เรยี นทาแบบทดสอบ “ความขยันสูค่ วามสาเรจ็ ” พรอ้ มแปลผลแบบทดสอบ
4. นกั เรยี นดูแลของแบบทดสอบ แลว้ นามาปรับปรงุ หรือพัฒนาตนเอง หากระดับของความขยันมนี ้อย
5. นักเรยี นบนั ทึกการวิเคราะห์ตนเองในใบงาน “ความขยันสคู่ วามสาเรจ็ ”
รายงานผลการจดั กจิ กรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ ๑/๑ ๑๖
กจิ กรรม “Web ชว่ ยเรยี น”
จุดประสงค์การเรียนรู้
เพ่อื ชว่ ยใหน้ ักเรยี นทราบ Web site ที่มฐี านขอ้ มูลด้านการศกึ ษาที่หลากหลาย
กิจกรรมการเรียนรู้
๑. ครูบอกวตั ถุประสงคข์ องกิจกรรม
๒. ครูถาม “นกั เรยี นรูจ้ กั Web site ใดบา้ งทสี่ ามารถค้นหาขอ้ มูลด้านการเรยี นวชิ าต่างๆ ได้”
สุ่มถาม 5 – 6 คน
๓. แบ่งกลุ่มนักเรียน 3 – 4 คน ให้แต่ละกลุ่มเสนอชื่อ Web site ที่นักเรียนใช้ค้นหาข้อมูลให้มากท่ีสุด และ
บอกถึงลักษณะของข้อมูลด้านการเรียนที่มีใน Web site นั้นๆ
๔. ใหน้ ักเรียนนาเสนอ 2 – 3 กลมุ่ และใหก้ ลมุ่ อนื่ ๆ เสนอขอ้ มูลเพ่ิมเติม
๕. ครูรวบรวมรายช่ือ Web site และลักษณะข้อมูลที่สามารถสืบค้นได้ จัดทาเป็นคู่มือสาหรับการสืบค้นหา
ขอ้ มูลของนักเรยี นตดิ ไวท้ ่บี อร์ดในห้องเรียน
สรุปแนวคดิ ท่ไี ดจ้ ากกจิ กรรม
นกั เรยี นร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณก์ ารสบื ค้นแหล่งขอ้ มูลที่หลากหลาย
การวัดและประเมินผล
๑. นักเรยี นสามารถบอกชื่อ Web site ทีม่ ฐี านขอ้ มลู ดา้ นการศกึ ษาท่ีหลากหลาย
๒. มคี ่มู อื Web ชว่ ยเรียน ประจาช้ันเรียนทีน่ กั เรียนสามารถใชเ้ ป็นแนวทางการสืบค้นข้อมลู
ในกรณไี ม่ทราบแหล่งขอ้ มลู
สือ่ /อปุ กรณ์
คู่มอื Web site ชว่ ยนักเรยี น
รายงานผลการจดั กจิ กรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๑/๑ ๑๗
กิจกรรม ความสามัคคี
สาระสาคญั
ความสามัคคีจะทาให้การทางานเป็นกลุ่มประสบความสาเร็จ ฉะนั้นจึงจาเป็นอย่างย่ิงที่จะต้องปลูกฝังให้เด็กมี
จติ สานกึ และตระหนกั ถงึ คุณคา่ ของความสามัคคี
วตั ถุประสงค์
๑. นกั เรียนบอกความสาคัญของความสามัคคไี ด้
๒. นักเรยี นตระหนักถึงความสาคญั ของความสามคั คี
การดาเนินกจิ กรรม
๑. แบ่งนักเรียนเป็นกลมุ่ กลมุ่ ละ 5-8 คน
๒. ครอู ธิบายวธิ ีการเล่นเกมและกตกิ าต่างๆ ใหน้ กั เรียนฟงั
๓. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั ปรึกษาหารอื วิธกี ารเล่นเกมเพ่อื ให้ได้ชัยชนะ
๔. นักเรียนเลม่ เกม ครูจดั ลากับกลุม่ ทชี่ นะ
๕. นักเรียนรว่ มกนั สรปุ หลกั การและวธิ ีการเล่นเกม และสง่ิ ท่กี ลมุ่ ตอ้ งแกไ้ ขลงในกระดาษทีแ่ จกให้
๖. ครูและนักเรยี นร่วมกันสรุปขอ้ คดิ ทไี่ ดจ้ ากการเลน่ เกม
รายงานผลการจัดกจิ กรรมโฮมรูม (Homeroom) ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑/๑ ๑๘
กิจกรรม ครอบครวั ของฉัน
สาระสาคัญ
ครอบครัวเป็นหน่วยที่เล็กท่ีสุดของสังคมแต่มีความสาคัญยิ่ง ความรักความเข้าใจของสมาชิกในครอบครัว คือ
พืน้ ฐานสาคญั ของชีวิตที่เป็นหนทางนาไปสู่ความสุขในครอบครวั
วัตถุประสงค์
นักเรยี นบอกรายละเอยี ดเก่ียวกับครอบครวั ของตนเองได้
การดาเนนิ กิจกรรม
1. นักเรียนวาดภาพครอบครวั ของฉนั แล้วเขียนบรรยายประกอบภาพทีน่ กั เรยี นวาด
2. แบ่งกลมุ่ นกั เรยี น กลุ่มละ 5-6 คน ผลดั กนั เลา่ เร่ืองครอบครัวของฉันให้เพ่ือนฟัง และร่วมกันอภิปราย
แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั ข้อคดิ และประสบการณ์ทไ่ี ด้รับจากกจิ กรรมนี้
รายงานผลการจดั กจิ กรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๑/๑ ๑๙
กจิ กรรม สร้างสุขด้วยรอยยมิ้
สาระสาคญั
การย้ิมเป็นภาษาสากลท่ีเป็นสัญลักษณ์ของความสุข เม่ือเราย้ิมก็จะได้ท้ังผลดีต่อตัวเอง ได้มิตรภาพ
ไดภ้ าพลกั ษณท์ ่ีประทับใจกับผอู้ นื่
วตั ถปุ ระสงค์
1. นกั เรียนบอกประโยชนข์ องรอยย้มิ ได้
2. นักเรียนได้แลกเปล่ยี นประสบการณใ์ นสงิ่ ท่สี รา้ งรอยยิ้ม
การดาเนนิ กจิ กรรม
1. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายวา่ นกั เรียนเหน็ ดว้ ยหรอื ไม่กบั คาเชอ่ื ท่ีวา่ การย้ิมหรือหวั เราะบอ่ ย ๆจะ
ทาใหอ้ ายุยนื
2. นกั เรียนเขยี นเล่าประสบการณท์ ่ที าใหน้ ักเรยี นยิม้ หรอื หัวเราะได้
3. นักเรียนช่วยกนั บอกประโยชนข์ องการยม้ิ
4. ครูและนกั เรียนช่วยกันสรุปข้อคิดท่ีได้จากเร่ืองท่ีเรยี น
รายงานผลการจดั กิจกรรมโฮมรูม (Homeroom) ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๑/๑ ๒๐
กิจกรรม ฉันคือฉนั
วัตถปุ ระสงค์
1. เพ่ือให้นกั เรียนได้สารวจค่านยิ มของตนเองจากการใช้คามคิด ความรูส้ กึ พิจารณาตรวจสอบตนเอง
2. เพ่ือให้นักเรียนไดร้ ้จู กั และแสดงคา่ นิยมของตนเองไดช้ ัดเจนย่งิ ข้ึน
สาระสาคัญ
บคุ คลที่เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู เกี่ยวกับตนเองไวใ้ นความคิด ความรสู้ กึ ไดอ้ ยา่ งละเอยี ดมากมาย
และนาออกมาใช้บ้างเป็นบางคราวจนบางคร้ังก็ไม่รู้ตนเองเป็นใครกันแน่ เมื่อได้สารวจตนเอง จะช่วยให้บุคคลรู้จัก
ตนเองชดั เจนและเข้าใจตนเองมากข้ึน
การใชค้ วามคดิ ความร้สู กึ พิจารณา ตรวจสอบตนเองอย่างจรงิ ใจตามสภาพจรงิ ท่ีตนเป็นอยู่
จะช่วยให้บุคคลรู้จักและเขา้ ใจตนเองอยา่ งถอ่ งแท้
การดาเนินกจิ กรรม
1. นักเรียนแต่ละคนวาดรูปตนเอง พร้อมท้งั บรรยายรปู รา่ ง หนา้ ตาและลักษณะของตนเอง
ลงในใบงานเรื่อง ”น่แี หละตวั ฉนั “
2. นกั เรียนจบั ค่สู นทนาและเปล่ยี นคาตอบกับเพื่อนๆ
3. นักเรยี นแบง่ เป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ คน ร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับข้อคิดหรือ 6-5
ประสบการณ์ที่ได้รับจากกิจกรรมน้ี ให้ได้ข้อสรุปท่ีเป็นมติของกลุ่มบันทึกผลแล้วส่งตัวแทนนาเสนอ
หนา้ ช้นั เรยี น
4. นกั เรียนสามารถสอบถามเพ่มิ เตมิ และศกึ ษาแนวสรุปกิจกรรมจากครูผจู้ ัดกจิ กรรม
รายงานผลการจดั กิจกรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑/๑ ๒๑
กิจกรรม ทกุ ย่างก้าวของชวี ติ
วัตถปุ ระสงค์
๑. เพ่ือให้นักเรยี นได้พจิ ารณาทบทวนการใชเ้ วลาที่ผ่านไปในชวี ติ นน้ั ประสบความสาเร็จเพยี งใด
๒. เพื่อให้นักเรยี นรู้จกั ใช้ชวี ติ ใหเ้ กดิ คณุ ค่า
๓. เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นมองภาพของตนเองในอดตี และปัจจบุ ันได้ชดั เจนยง่ิ ขน้ึ และสามารถวางแผน
ในอนาคตไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
สาระสาคัญ
การที่บคุ คลร้จู ักพิจารณาการดาเนินชีวติ ท้งั ในอดตี ปจั จบุ ันและอนาคต ทาใหบ้ คุ คลสามารถวางแผนให้ตนเอง
ประสบความสาเรจ็ ในชวี ติ ไดส้ งู ข้นึ
การดาเนินกิจกรรม
๑. นักเรียนเขียนบรรยายถงึ ความดีของตนเองตงั้ แตอ่ ดตี จนถึงปัจจุบนั
๒. นักเรียนจบั คู่สนทนาเก่ียวกับความดขี องตนเอง
๓. นกั เรียนแบง่ เปน็ กลุ่มย่อย กลุ่มละ คน ร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อคิดหรือ 6-5
ประสบการณ์ท่ีได้รับจากกิจกรรมน้ี ให้ได้ข้อสรุปที่เป็นมติของกลุ่ม บันทึกผลแล้วส่งตัวแทนนาเสนอ
หนา้ ช้นั เรยี น
๔. นักเรยี นสามารถสอบถามเพ่มิ เติมและศกึ ษาแนวสรุปกจิ กรรมจากครผู ้จู ัดกิจกรรม
รายงานผลการจดั กิจกรรมโฮมรูม (Homeroom) ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ ๑/๑ ๒๒
กิจกรรม เวลาและเงินตรา
วัตถปุ ระสงค์
๑. เพื่อใหน้ ักเรยี นรูจ้ ักใชเ้ วลาและเงินใหม้ คี ณุ ค่า
๒. เพอ่ื ให้นกั เรยี นได้พิจารณาค่านิยมในการใช้เวลาและเงินใหเ้ กดิ ประโยชน์
สาระสาคัญ
การท่ีบุคคลหยุดพิจารณาการใช้เวลาและเงินของตน จะทาให้บุคคลเรียนรู้ค่านิยมของตนเองจากการใช้เวลา
และเงิน หากบุคคลอยากได้อะไรจากชีวิตมากกว่าที่เป็นอยู่ก็น่าท่ีจะเปล่ียนวิถีชีวิตของการใช้เวลาและเงิน โดยเฉพาะ
บุคคลทีใ่ ช้ชวี ติ จาเจอยตู่ ลอดเวลากจ็ ะไม่ได้อะไรแปลกใหม่ในชวี ิต ไม่ทาให้ชีวติ มคี ณุ ค่าเพิ่มขนึ้
การดาเนนิ กิจกรรม
๑. นกั เรยี นแตล่ ะคนบรรยายถึงการใช้เวลาและเงิน
๒. นักเรียนจบั คกู่ ับเพือ่ นให้เวลา นาที พดู คยุ และเปลีย่ นความคดิ เห็น 2ความรสู้ กึ ของตนท่ีบรรยายไว้
เกยี่ วกับการใชเ้ วลาและเงินกับเพื่อนถึงความชอบและไม่ชอบเก่ยี วกบั การใชเ้ วลาและเงิน ถา้ ไม่ชอบให้
บอกดว้ ยวา่ อยากเปลี่ยนวิถีชวี ติ ของตนอยา่ งไร
๓. นักเรยี นแบง่ เป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ คน ร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับข้อคิดหรื 6-5อ
ประสบการณ์ท่ีได้รับจากกิจกรรมน้ี ให้ได้ข้อสรุปท่ีเป็นมติของกลุ่ม บันทึกผลแล้วส่งตัวแทนนาเสนอ
หนา้ ชน้ั เรียน
๔. นกั เรียนสามารถสอบถามเพ่ิมเตมิ และศกึ ษาแนวสรปุ กจิ กรรมจากครูผู้จดั กิจกรรม
รายงานผลการจดั กจิ กรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑/๑ ๒๓
กิจกรรม พระคุณของพ่อแม่
สาระสาคัญ
พ่อแมเ่ ปน็ พรหมของลกู คอื มีเมตตา ปรารถนาดีตอ่ ลกู ไม่มสี นิ้ สดุ
มีกรุณา คือ คอยชว่ ยเหลอื เสมอไมท่ อดทงิ้
มีมทุ ิตา คอื ปราบปลมื้ ใจ ยนิ ดเี มอื่ ลูกมีความสขุ
มีอุเบกขา คอื ไมซ่ ้าเติมลกู เมื่อลูกผิดพลาด คอยให้คาปรกึ ษา ดงั น้นั พ่อแม่มพี ระคุณมาก ลูกจงึ ควร
กตัญญูกตเวทีท่าน ซึ่งนักเรียนสามารถทาไดด้ ังน้ี
- รจู้ ักประพฤติตนดี ไม่ทาให้เสอ่ื มเสียชอื่ เสยี งวงตระกูล
- ปรนนบิ ัติดูแล ท้ังยามดีและยามปวุ ยไข้
- รจู้ กั ชว่ ยการงาน ชว่ ยรักษาสมบัติที่ท่านมอบให้
- ตง้ั ใจรกั ษาเล่าเรยี นให้ท่านภาคภูมิใจ
จุดประสงค์
1. เพื่อให้นักเรยี นประพฤตติ นเป็นลูกที่ดขี องพอ่ แม่
2. เพื่อใหน้ ักเรยี นเป็นคนมีสติรอบคอบมีเหตผุ ล ได้รบั การยกย่อง
3. เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นไดต้ ระหนกั ถึงคณุ ของพ่อแม่
การจัดกิจกรรม
๑. ครูให้นักเรียนพรรณนาพระคุณของพอ่ แมห่ รอื เล่าเรอ่ื งความรักของพ่อแม่ใหน้ กั เรียนฟงั
๒. ครูและนักเรยี นช่วยกันสรปุ เรื่องพระคณุ ของพอ่ แม่ และการตอบแทนบุญคณุ
สือ่ / อปุ กรณ์
๑. ข่าว หรือเร่ืองราวจากหนังสอื พมิ พ์ หรอื นติ ยสาร
๒. ภาพซ่ึงแสดงเร่ืองความกตัญญูต่อผุมีพระคุณ เช่นภาพในหลวงและสมเด็จพระราชชนนี ภาพลูกดูแล
พ่อแม่ท่ีเจ็บปุวย
รายงานผลการจัดกจิ กรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑/๑ ๒๔
กจิ กรรม รักเพ่ือนต้องเตือนให้เปน็
วัตถุประสงค์
นักเรียนสามารถเตือนเพ่ือนหรือผู้ใกล้ชิดท่ีมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือเสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด ให้
หลีกเลยี่ งหรอื เปลยี่ นแปลงพฤติกรรมไปในทางท่ีถกู ตอ้ ง
สาระสาคญั
กลุ่มเพ่ือนมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมวัยรุ่นอย่างมาก การที่นักเรียนสามารถเตือนเพื่อนหรือผู้ใกล้ชิดให้
หลกี เลย่ี งหรือเปล่ียนแปลงพฤตกิ รรมเสย่ี งด้วยวธิ ีที่เหมาะสม จะชว่ ยปอู งกันเพอ่ื นให้ปลอดภยั จากสาร
เสพตดิ
การดาเนินกจิ กรรม
๑. นาเข้าสู่บทเรียน โดยครูถามนักเรียนว่า และ ”เคยเตือนเพื่อนบ้างหรือไม่ และในสถานการณ์ใดบ้าง“
คน 5- 4 ส่มุ ถาม
๒. ให้นกั เรยี นจบั คู่ คน และปรกึ ษากนั วา่ สถานการณ์ใดบา้ ง ทค่ี วรเตอื นเพ่อื นใหห้ ลีกเลยี่ งการกระทาที่ 2
คู่ 5 – 4 ไมถ่ กู ต้อง ครสู ่มุ ถาม
๓. ครูช่วยสรุปถึงสถานการณท์ ค่ี วรเตอื นเพ่อื น
๔. แบ่งนักเรียนเป็นกลมุ่ กลุ่มละ คน ฝกึ ทักษะเตอื นเพอื่ นตามสถานการณท์ ี่กาหนดให้ ดงั น้ี 3
-สถานการณ์ท่ี 1 เตอื นเพื่อนทส่ี บู บหุ รี่
- สถานการณท์ ่ี 2 เตือนเพ่อื นทดี่ ื่มสรุ าหรือเบียร์
3 สถานการณ์ท่ี - เตอื นเพื่อนทใี่ ชย้ าบ้า
4 สถานการณ์ที่ - เตือนเพื่อนที่เท่ียวกลางคืน
- สถานการณ์ที่ 5 เตือนเพ่อื นที่ชวนหนเี รียน
๕. ครูสุ่มแสดงบทบาทสมมติหน้าช้นั กลุ่ม 3 – 2
๖. ประเมินการฝึก โดยนกั เรียนในกลมุ่ ประเมนิ กันเอง ครชู ่วยสรปุ ผลการประเมนิ
รายงานผลการจัดกจิ กรรมโฮมรูม (Homeroom) ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑/๑ ๒๕
กิจกรรม ความดี ความสามารถทมี่ ี –
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื ให้นกั เรียนตระหนักถึงความดีและความสามารถพิเศษของตนเอง
2. เพอื่ ให้นกั เรียนเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง
สาระสาคญั
การท่ีบุคคลได้มองเห็นความดี สิ่งที่ดีหรือความสามารถพิเศษของตนเอง จะทาให้เกิดความภาคภูมิใจ
ในตนเอง เห็นคณุ คา่ ของตนเอง ซึง่ จะเป็นพนื้ ฐานของการพฒั นาตนเองตอ่ ไป
การดาเนินกิจกรรม
1. ให้นักเรียนแต่ละคนเล่าถึงงานอดิเรกของตน โดยอาจเสนอเป็นการเล่าเร่ืองหรือแสดงท่าทางโดยใช้
ภาษาใบ้ แลว้ ให้เพ่อื นทาย
2. ใหน้ ักเรียนแตล่ ะคนเลา่ ถงึ ความสามารถพเิ ศษด้านต่าง ๆ ของตนเอง หากไม่มี ครูและเพ่ือนนักเรียน
ชว่ ยกนั ใหก้ าลงั ใจ และช่วยกันบอกถงึ กจิ กรรม หรอื สิ่งท่ีนกั เรียนทาไดด้ ี
3. ใหน้ กั เรยี นเลา่ การกระทาของตนทร่ี ูส้ ึกประทับใจ หรอื ประสบการณ์ทท่ี าให้ภาคภมู ิใจ
4. ใหน้ กั เรียนร่วมกันสรุปถึงข้อคิดทไ่ี ด้จากการรว่ มกิจกรรมครั้งน้ี
รายงานผลการจดั กจิ กรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๑/๑ ๒๖
กิจกรรม ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน
จดุ ประสงค์
๑. เพ่อื ให้นักเรียนตระหนกั ถงึ ความสาคญั ในการใฝหุ าข้อมูลความรู้นอกตาราเรียน
๒. เพ่อื ใหน้ กั เรียนรจู้ กั วธิ ีการแสวงหาและเลอื กใชข้ อ้ มลู ขา่ วสารอย่างเหมาะสม
สาระสาคญั
โลกปัจจุบนั เปน็ โลกของขอ้ มูลขา่ วสารท่ีเปลย่ี นแปลงอยู่ตลอดเวลา จาเปน็ ทเี่ ราทุกคนโดยเฉพาะเดก็ วัย
เรยี นจะต้องตดิ ตามข่าวสารเพื่อใหม้ ีความรู้ ข้อมูลใหม่ ๆ รู้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และสามารถนา
ข้อมูลขา่ วสารตา่ ง ๆ มาใช้ให้เปน็ ประโยชน์ต่อการเรียนและการดาเนินชีวติ ประจาวัน
การดาเนนิ กจิ กรรม
๑. ให้นักเรียนอภิปรายถงึ ข้อดีข้อเสียของการรับรูข้ อ้ มูลข่าวสารตา่ ง ๆ ที่เกดิ ขน้ึ ในชีวิตประจาวัน -
๒. ให้นักเรียนนาข่าว หรือข้อมูลความรู้จากสิ่งตีพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ หรืออื่น ๆ มาเล่าให้เพ่ือน ๆ ฟัง
พรอ้ มทง้ั วเิ คราะหข์ ้อคดิ ที่ได้ แลว้ ครูนาอภปิ รายซกั ถาม
๓. ใหน้ ักเรยี นทมี่ ปี ระสบการณจ์ ากการสอื่ สารทางอินเตอร์เนท็ มาเล่าประโยชนห์ รือส่ิงไม่ดีที่ได้รับจากการ
ใชอ้ นิ เตอร์เน็ท และให้อภปิ รายรว่ มกนั ถงึ ขอ้ ควรระมัดระวังในการใชอ้ นิ เตอรเ์ นท็
๔. ใหน้ กั เรยี นสรุปประโยชน์ท่ไี ดร้ บั จากการมนี ิสยั ใฝหุ าความรนู้ อกตาราเรยี น
รายงานผลการจดั กจิ กรรมโฮมรูม (Homeroom) ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑/๑ ๒๗
กิจกรรม การพฒั นาตนด้านการเรียน
วัตถุประสงค์
๑. เพ่ือใหน้ ักเรียนไดป้ ระเมนิ ตนเองในด้านการเรียน
๒. เพอ่ื ใหน้ ักเรียนสามารถบอกวธิ ีทจ่ี ะพฒั นาตนเองในเรื่องการเรยี น
สาระสาคัญ
การสง่ เสริมให้นักเรียนไดส้ ารวจและรจู้ ักตนเองในเรอ่ื งการเรียน จะชว่ ยให้นกั เรยี นมองเห็นแนวทางใน
การพัฒนาตนเอง ดา้ นการเรียนใหป้ ระสบความสาเร็จ
การดาเนินกิจกรรม
๑. ครูอธิบายเกณฑก์ ารจบหลักสูตร
๒. ให้นักเรยี นรายงานการแกไ้ ข ,0รมผ สาหรับนักเรยี นท่ีมผี ลการเรียนดังกลา่ ว ,มส ,
๓. ให้นกั เรียนรายงานผลการเรียนเฉล่ยี รายวชิ าแต่ละภาคเรยี น โดยเสนอเป็นกราฟแทง่
๔. ให้นกั เรียนทไ่ี ดผ้ ลการเรยี นดีในแต่ละรายวิชา เลา่ วธิ ีการเรียนท่ที าให้ประสบความสาเรจ็
๕. ครนู าอภิปรายเรือ่ งการจัดแบง่ เวลาในการ......................
การทาการบา้ น
การดหู นังสอื
การทากิจกรรมนอกหลักสตู ร
การช่วยงานผปู้ กครอง
การทาโน้ตย่อ
ฯลฯ
รายงานผลการจัดกจิ กรรมโฮมรูม (Homeroom) ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๑/๑ ๒๘
กจิ กรรม มารยาทในโอกาสต่าง ๆ
วัตถุประสงค์
๑. เพื่อให้นักเรียนสามารถบอกถงึ ประโยชน์ของการมีมารยาททด่ี ี
๒. เพ่ือให้นักเรยี นปฏบิ ัติตนได้อยา่ งเหมาะสมในโอกาสต่าง ๆ
สาระสาคัญ
มารยาทที่งดงามทาให้เพิ่มคณุ ค่าของตนและเป็นที่ชื่นชมของผู้พบเห็น นักเรียนจึงควรได้เรียนรู้ถึงการ
ปฏิบัติตนใหม้ มี ารยาทเหมาะสมกับโอกาส เวลา และสถานที่
การดาเนินกจิ กรรม
๑. ให้นกั เรียนบอกถงึ มารยาทของตนเองหรอื ของเพ่ือน ๆ ท่ไี ด้รบั คาชมเชยและอภิปรายร่วมกันถึงเหตุผล
ที่ได้รบั คาชมน้นั
๒. ให้นักเรียนสาธิตการแสดงมารยาทท่ีไดร้ ับการชมเชย
๓. ใหน้ ักเรียนแสดงบทบาทสมมตสิ าหรบั มารยาทในดา้ นต่าง ๆ ดังน้ี
มารยาทในการใชโ้ ทรศพั ท์
มารยาทในการรับประทานอาหาร
มารยาทในการเข้าห้องประชุม
มารยาทในการเข้าพบผ้ใู หญ่ อาจารย์ ,ครู ,
ฯลฯ
รายงานผลการจัดกจิ กรรมโฮมรูม (Homeroom) ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑/๑ ๒๙
กิจกรรม สารวจอาชพี
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
เพอ่ื ใหน้ ักเรียนสามารถเล่าลกั ษณะการประกอบอาชีพและอธิบายรายละเอียดเด่นๆ ของอาชพี ตา่ งๆ ได้
กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ครชู แ้ี จงนักเรยี นใหท้ ากจิ กรรมสารวจอาชีพ เพ่ือให้นักเรียนรูจ้ กั อาชีพตา่ งๆ
2. ให้นักเรียนเขียนอาชพี กล่มุ ต่างๆ
3. สมุ่ นักเรยี นออกมาเลา่ ลกั ษณะการประกอบอาชีพและรายละเอียดเดน่ ๆ พอสงั เขป
4. ครแู ละนกั เรยี นช่วยกนั สรุปตามแนวคดิ
การวัดและประเมนิ ผล
1. สังเกตการณ์ทาใบงาน
2. สังเกตการอภิปราย
สือ่ /อุปกรณ์
ใบงาน “สารวจอาชพี ”
รายงานผลการจดั กิจกรรมโฮมรูม (Homeroom) ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ ๑/๑ ๓๐
กิจกรรม อาชีพในใจฉัน
จุดประสงค์การเรยี นรู้
เพอ่ื ให้นกั เรยี นสามารถวางแผนด้านอาชพี ของตนเองได้
กิจกรรมการเรียนรู้
1. ครนู าเข้าสู่กิจกรรม โดย
- ครูสนทนากบั นกั เรยี นเกีย่ วกบั อาชพี ของผปู้ กครอง
- ครูซกั ถามนกั เรยี นว่าชอบอาชีพของผู้ปกครองหรือไม่ เพราะเหตุใด
2. ครแู สดงภาพอาชีพต่างๆ ให้นักเรยี นดู
3. ครูสุ่มตัวอย่างถามนักเรียน 3 – 5 คน ถามถงึ อาชพี ต่างๆ ว่า “ชอบอาชีพอะไร”
“เพราะอะไรถงึ ชอบ” “มกี ารวางแผนอย่างไรให้กับตนเองในการที่จะไปสอู่ าชีพน้ันๆ”
4. ครูแจกใบงานใหน้ ักเรียนปฏบิ ตั ิ
5. ครู – นกั เรยี นร่วมกนั สรุปว่าการคดิ การวางแผนล่วงหน้าช่วยใหเ้ กดิ การดาเนนิ ชวี ติ ไปส่เู ปูาหมายทวี่ างไว้ได้
อยา่ งดี
การวัดและประเมนิ ผล
นกั เรียนสามารถบอกถึงการวางแผนด้านอาชพี ของตนได้
สอื่ /อปุ กรณ์
รูปภาพอาชีพ
ใบงาน “อาชพี ในใจฉนั ”
รายงานผลการจัดกิจกรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๑/๑ ๓๑
กจิ กรรม การจดั ตารางเวลา เพ่อื สรา้ งลักษณะนสิ ัยท่ีดใี นการเรียน
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๑. นักเรยี นตระหนกั ถงึ ความสาคัญของการจดั ตารางเวลา
๒. นกั เรยี นสามารถจดั ตารางเวลาไดเ้ หมาะสมตามความพรอ้ มของตนเอง
สาระการเรยี นรู้
การรจู้ กั วางแผนการใชเ้ วลา โดยการจดั ตารางเวลาใหเ้ หมาะสมตามความพร้อมของนักเรียนจะช่วยลด
ความเครียดจากการเรยี น และชว่ ยเพม่ิ ประสิทธภิ าพทางการเรียนให้สูงข้นึ
กจิ กรรมการเรียนรู้
1. ครูแนะนาตวั เอง และทกั ทายนักเรยี น
2. ครูนาแผ่นปูายทเ่ี ขยี นข้อความว่า “เวลาและวารี ไมย่ ินดีคอยท่าใคร”
3. นักเรียนและครรู ่วมกนั อภปิ รายข้อความน้วี า่ มคี วามสาคัญและเก่ยี วข้องกบั ตวั นกั เรียนอยา่ งไร และนกั เรยี น
มปี ัญหาเกีย่ วกบั การใช้เวลาอยา่ งไร
4. สมุ่ นักเรียน ๒-๓ คน ใหม้ าเล่าถึงการใชเ้ วลาของตนเอง โดยใช้เวลาประมาณคนละ๒-๓ นาที
5. รว่ มกนั สรุปใหเ้ ห็นว่าคนเราแตล่ ะคนมีความพร้อมต่างกัน การจัดตารางเวลาของแต่ละคน ก็ย่อมขึ้นอยู่กับ
ความพรอ้ มของคน ๆ นัน้
6. ครแู จกใบงานและตารางเวลาให้นกั เรียนแตล่ ะคน เพ่อื ใหน้ ักเรียนใช้จดั เวลาสาหรับตนเอง
7. ครูและนักเรียนชว่ ยกันสรุปวา่ ตารางเวลามีผลในทางปฏิบัติก็ต่อเมื่อผู้เป็นเจ้าของตารางน้ันมีวินัยในตนเอง
และปฏิบตั ติ ามตารางนั้นอย่างสม่าเสมอ
8. นกั เรยี นตอบคาถามจากใบงานทีค่ รูแจกให้
การวดั ผลและการประเมินผล
1. การทาใบงาน
2. นักเรียนจดั ตารางเวลาตามความเหมาะสมของตนเอง
3. สังเกตจากการรว่ มกจิ กรรม
4. ตรวจใบงาน
ส่ือ/วสั ดอุ ุปกรณ์
1. แผน่ ปูายขอ้ ความ “เวลาและวารี ไม่ยินดีคอยท่าใคร”
2. ใบงาน
ขอ้ เสนอแนะ เชิญรุ่นพี่ หรือวทิ ยากรพิเศษมาพดู ให้ความรู้เรือ่ ง “การใชเ้ วลา”
รายงานผลการจัดกจิ กรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑/๑ ๓๒
กิจกรรม วธิ ีสกู่ ารเปน็ ทีร่ กั
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. เพือ่ ให้ผู้เรยี นรูจ้ กั วิธกี ารปรับตัวให้เขา้ กบั ผู้อ่ืน
2. เพื่อให้ผ้เู รยี นสามารถปฏิบตั ิตนใหเ้ ป็นทรี่ ักใคร่ของเพือ่ น ครอู าจารย์ และคนรอบขา้ ง
สาระการเรียนรู้
คนเราทุกคนเกิดมาย่อมอยากเป็นท่ีรักแก่คนรอบข้างเพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก เราต้องเกี่ยวข้องพึ่งพา
อาศยั ซึ่งกนั และกนั การทีเ่ ราจะปฏบิ ตั ติ นใหเ้ ปน็ ทีร่ ักและสรา้ งความประทับใจใหค้ นรอบข้างนั้นมีวิธีการง่ายๆ 4 วธิ ี ดงั นี้
1. ทาตัวใหเ้ ป็นธรรมชาติ
2. มีอารมณด์ ี
3. รูจ้ กั “ให้” และ “รับ”
4. มองโลกในแง่ดี
กจิ กรรมการเรียนรู้
1. สนทนา ทกั ทาย นกั เรยี น
2. ถามนกั เรยี นว่า “ นักเรียนอยากมเี พือ่ นเยอะๆ และเป็นทร่ี กั ของคนรอบข้างไหม”
3. ให้นกั เรียนตอบแบบประเมนิ ตนเองวา่ ตนเองปฏบิ ตั ติ วั เป็นท่ีรักมากเพยี งใด
4. ใหค้ าแนะนา 4 วธิ ีส่กู ารเปน็ ที่รักแก่นกั เรียนและอภิปรายร่วมกับนักเรียนวา่ แต่ละวิธจี ะทาอยา่ งไรบ้าง
5. สรุปร่วมกันกบั นักเรียนเก่ียวกบั 4 วธิ ีสู่การเปน็ ทรี่ ัก
การวดั และการประเมินผล
1. การถาม-ตอบนกั เรยี นในช้นั เรียน
2. สังเกตพฤติกรรมการมีสว่ นรว่ มในการตอบคาถามและแสดงความคิดเห็นของนักเรยี น
ส่ือ/วัสดุอุปกรณ์
แบบประเมนิ “คุณปฏิบัติตนเป็นท่รี ักสาหรับคนอ่นื มากแคไ่ หน”
รายงานผลการจัดกจิ กรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑/๑ ๓๓
กิจกรรม วางแผนชวี ติ พชิ ติ เปา้ หมาย
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. เพือ่ ใหน้ กั เรยี นวางแผนการใช้เวลาใหเ้ กดิ ประโยชน์แกต่ นเองได้
2. เพื่อให้นักเรยี นวานแผนชวี ิตของตนได้อย่างเหมาะสม
กิจกรรมการเรียนรู้
1. ใหน้ กั เรยี นบันทกึ กิจกรรมและเวลาทน่ี ักเรยี นใชต้ ั้งแตต่ ่ืนนอน ตอนเชา้ จนเขา้ นอนทา
อะไรบา้ งแลว้ ใหน้ ักเรียนพจิ ารณาว่ากจิ กรรมที่ทาในแต่ละวันน้นั เปน็ กจิ กรรมที่ประโยชน์
คมุ้ คา่ กบั เวลาทเ่ี สยี ไปหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ดถ้าหากวา่ การใช้เวลาดังกล่าวยังไม่ค้มุ ค่า
นักเรยี นควรปรับปรุงตัวเอง โดยวางแผนการใชเ้ วลาแตล่ ะวนั อยา่ งไร (กาหนด ตาราง
ประจาวนั ให้ชัดเจน และประเมนิ ตวั เองว่าสามารถควบคมุ ตวั เองใหป้ ฏิบตั ติ ามตารางนน้ั
ได้หรอื ไมเ่ พียงใด)
2. ให้นกั เรยี นวางแผนชีวิตของตัวเองวา่ ในระยะ 1 ปี 5 ปี 10 ปี น้นั ชวี ติ ของตนควรเปน็ อยา่ งไร
3. นกั เรยี นและครูร่วมกันอภิปรายสรุปข้อคิดท่ีได้จากการร่วมกิจกรรมนี้และครูสรุปเพิ่มเติมในส่วนท่ีนักเรียน
ยงั ไมไ่ ดก้ ล่าวถึง
สรุปแนวคิดที่ไดจ้ ากกิจกรรม
การท่ีบุคคลรู้จักปฏิบัติตนได้เหมาะสมกับจังหวะเวลา อุดมคติ และรู้จักใช้เวลาให้เป็นประโยชน์อย่าง
คุ้มค่า จะทาให้บุคคลกระทาสิง่ ที่เปน็ ประโยชน์ส่เู ปาู หมายชวี ติ ท่วี างไวไ้ ด้
การวัดและประเมนิ ผล
๑. พจิ ารณาจากการบนั ทกึ เวลาของนักเรยี นที่ทากจิ กรรมต้ังแตเ่ ชา้ จนถงึ เข้านอน
๒. พิจารณาจากการบันทกึ ของนักเรียนในการประเมนิ ตนเองว่าสามารถควบคุมตนเอง ให้ปฏิบัติกิจกรรมตาม
ตารางเวลาทตี่ นกาหนดไว้เพียงใด
3. พิจารณาจากการวางแผนชีวิตในแต่ละชว่ งชีวิตของนักเรียน
4. สังเกตจากการอภิปรายสรุปขอ้ คดิ ทไ่ี ด้จากกิจกรรมของนกั เรยี น
รายงานผลการจดั กจิ กรรมโฮมรูม (Homeroom) ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑/๑ ๓๔
กิจกรรม โลกยคุ ใหม่กา้ วไกลด้วยขา่ วสาร
จุดประสงค์การเรยี นรู้
เพื่อใหน้ กั เรยี นบอกวิธกี ารแสวงหาข้อมูลข่าวสารที่เชือ่ ถือได้
กิจกรรมการเรียนรู้
ครูนาขา่ วจากการอ่านหนงั สอื พมิ พม์ าพดู ให้นักเรียนฟัง (แล้วเลา่ เหตุการณ์ต่างๆ ที่
นา่ สนใจ)
2. อภปิ รายถึงขา่ วสารขอ้ มลู วา่ มีความสาคญั และสามารถนามาใชป้ ระโยชน์กบั ตนเองได้
อย่างไร
3. แบง่ กลุม่ นักเรยี นกลุ่มละ 5 – 6 คน ใหน้ กั เรียนอภปิ รายและตอบคาถามในใบงาน
4. ให้แตล่ ะกลุม่ สง่ ตัวแทนมารายงานผลการอภปิ ราย
5. ครู – นักเรยี น รว่ มกนั อภิปรายและสรุปข้อคดิ ทไ่ี ด้จากกิจกรรมว่า การเสาะหาขอ้ มลู การ
เลอื กวธิ ีการหาขอ้ มลู ทเี่ หมาะสม และพิจารณาเลอื กขอ้ มลู ทนี่ ่าเชอ่ื ถอื ไดจ้ ะทาให้ได้ข้อมลู ที่
หลากหลายและสามารถนาไปปรบั ตวั ต่อสถานการณ์ในการดาเนนิ ชวี ิตไดอ้ ย่างมคี วามสขุ
สรปุ แนวคิดท่ไี ด้จากกจิ กรรม
แม้ว่าจะมีแหล่งข้อมูลท่ีหลากหลาย แต่ก็มีข้อมูลท้ังท่ีเช่ือถือได้ และเช่ือถือไม่ได้ โดยเฉพาะข้อมูลจาก
หนังสือพิมพ์ ควรพิจารณาจากหลายแหล่ง พิจารณาข้อเท็จจริง และเลือกข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์มาปรับใช้ใน
ชีวติ ประจาวัน
การวดั และประเมนิ ผล
จากการสรุปขอ้ คดิ เห็นที่ได้จากกิจกรรมของนักเรยี น
ส่อื /อุปกรณ์
1. หนังสอื พมิ พ์
2. ใบงาน
รายงานผลการจดั กจิ กรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑/๑ ๓๕
กิจกรรม ความขยนั สู่ความสาเรจ็
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑. เพอ่ื ให้นกั เรียนตระหนกั ถึงความสาคญั และผลดีของความขยนั
๒. เพือ่ ใหน้ กั เรียนมีทกั ษะท่ีดีในเร่ืองความขยนั โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ดา้ นการเรียน
๓. เพอ่ื ใหน้ กั เรียนไดร้ ู้จกั ตนเอง และสารวจตนเอง พร้อมที่จะปรับปรุงหรือพฒั นาใหต้ นเองมีความขยนั เพม่ิ ข้ึน ต่อไป
สาระการเรียนรู้
ความขยนั เป็นสิ่งที่ดี และสามารถจะนาบุคคลให้ประสบความสาเร็จในสิ่งท่ีตนเองหวงั ไว้ โดยเฉพาะอยา่ งในเร่ือง
การเรียน หากนกั เรียนเกียจคร้าน ไมม่ ีความขยนั ศึกษาเล่าเรียน กจ็ ะทาให้นกั เรียนเรียนไดไ้ มด่ ีเท่าที่ควร
กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายตามความเขา้ ใจของตนเองว่า “ความขยนั คืออะไร” และ “ความขยนั มีความสาคญั หรือมี
ประโยชน์อยา่ งไร”
๒. นกั เรียนร่วมกนั อภิปราย การปฏิบตั ิตนเก่ียวกบั ความขยนั กบั การเรียน ความขยนั กบั การทางานกลุม่ และ ความขยนั
กบั อาชีพ
๓. ใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบ “ความขยนั สู่ความสาเร็จ” พร้อมแปลผลแบบทดสอบ
๔. นกั เรียนดูแลของแบบทดสอบ แลว้ นามาปรับปรุง หรือพฒั นาตนเอง หากระดบั ของความขยนั มีนอ้ ย
๕. นกั เรียนบนั ทึกการวิเคราะห์ตนเองในใบงาน “ความขยนั สู่ความสาเร็จ”
การวดั และการประเมนิ ผล
๑. สงั เกตจากการทาแบบทดสอบ
๒. สังเกตจากการมีส่วนร่วมในการอภิปราย
รายงานผลการจดั กจิ กรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑/๑ ๓๖
กิจกรรม ทางานไมค่ ่งั ค้าง
วตั ถุประสงค์
๑. เพอื่ ให้นกั เรียนมคี วามขยันหมั่นเพียรในการทางาน
๒. เพอ่ื ให้นักเรียนรู้จักวิธปี ฏิบตั ติ นไม่ให้งานคัง่ คา้ ง
๓. เพ่ือใหน้ ักเรียนมีความสขุ ในการทางาน
สาระสาคญั
วิรยิ ะ คือ ความพากเพยี ร ความไมท่ ้อถอย คนทมี่ ีความวริ ยิ ะจะไมเ่ กยี จครา้ นการงานจะไม่คั่งค้าง งาน
ค่งั คา้ ง เพราะ
ทางานไมถ่ ูกกาล เช่น เมือ่ ถงึ วยั เรียนกลบั ไม่ต้งั ใจศึกษาเล่าเรียน
ไมย่ อมทางาน คอื ชอบผลัดวันประกนั พรุ่ง หรือสาเหตุต่างๆมาอา้ ง
วิธีทางานใหเ้ สรจ็ การทางานให้เสร็จควรใชห้ ลักอทิ ธิบาท 4 คอื
๑. ฉันทะ คอื ความรักงาน
๒. วริ ิยะ คือ ความพากเพยี ร ความไมท่ ้อถอย
๓. จิตตะ คือ ความเอาใจใส่ ไมป่ ล่อยปละละเลยกบั งานของตน
๔. วมิ งั สา คอื ทางานด้วยปญั ญาใชป้ ัญญาพิจารณางาน เพอื่ ใหง้ านนนั้ สาเร็จลลุ ว่ งตามท่คี าดหวงั
การดาเนนิ กิจกรรม
๑. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายสาเหตขุ องงานทค่ี ง่ั คา้ งแล้วสรุปเป็นข้อๆ
๒. ให้นักเรียนชว่ ยกันหาวิธีแก้การทางานท่คี ่ังคา้ งให้สาเรจ็ ลุลว่ ง
๓. ครสู รุปเพิ่มเตมิ ใหน้ กั เรียนนาไปปฏบิ ตั ิ และตดิ ตามผล
รายงานผลการจดั กิจกรรมโฮมรูม (Homeroom) ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๑/๑ ๓๗
กจิ กรรม การสารวจความถนัดทางอาชีพของตนเอง
วตั ถุประสงค์
๑. เพือ่ ใหน้ ักเรยี นรจู้ กั ในการวางแนวทางในการทางานและการศกึ ษาต่อของตนเองได้
๒. เพอ่ื ใหน้ กั เรียนไดใ้ ชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์
สาระสาคัญ
การท่คี นเราไดใ้ ช้เวลาศึกษาใหร้ ถู้ ึงความสามารถหรอื ความถนดั ในด้านใดด้านหน่ึงของตนเองแล้ว ก็จะ
เกิดการพัฒนาความสามารถของตนเองไดเ้ หมาะสมกับแนวทางในการศึกษาตอ่ หรอื การประกอบอาชพี ทต่ี นเอง
ชอบหรือตนเองถนดั ตอ่ ไป และเม่ือมเี วลาวา่ งได้ใชเ้ วลาวา่ งน้ันพฒั นาความสามารถให้เกิดประโยชน์ได้ ถา้ มเี วลา
มองดตู ัวเองว่าตนองนน้ั มีความสามารถดา้ นใดเป็นพิเศษ เชน่ ร้องเพลง เล่นดนตรี วาดรูป ฯลฯ
การดาเนนิ กิจกรรม
๑. ให้นักเรียนสารวจตนเอง ในเวลาว่างนกั เรยี นชอบทาอะไร พร้อมแสดงความคิดเหน็
๒. ให้นักเรยี นวางแผนการศกึ ษาในอนาคต และนาเสนอหนา้ ชนั้ เรียน
๓. ครแู ละนกั เรียนรว่ มสรปุ
รายงานผลการจัดกิจกรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑/๑ ๓๘
กจิ กรรม การผอ่ นคลายความเครยี ด
วัตถปุ ระสงค์
๑. เพ่อื ให้นักเรยี นตระหนักถึงความสาคัญของการผอ่ นคลายความเครียด
๒. เพอ่ื ให้นกั เรียนรู้วธิ ีในการผอ่ นคลายความเครียด
สาระสาคญั
ความเครียดเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย ซ่ึงหากนักเรียนรู้เท่าทันและขจัดออกไปได้ ย่ิงเร็วเท่าไร ก็
จะทาใหส้ ุขภาพจิตดขี ้ึนเท่านั้น แตห่ ากปล่อยใหส้ ะสมมากข้นึ จะสง่ ผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงท้ังร่างกายและ
จิตใจ ทาให้ขาดความสุขในการดาเนินชีวิตและความสามารถในการเรียนลดลง ตลอดจนส่งผลกระทบต่อคน
รอบขา้ งได้อกี ด้วย
การดาเนินกิจกรรม
๑. ขออาสาสมคั รนักเรยี นเลา่ ถึงสถานการณท์ ีต่ นเองเกดิ ความเครียด และวิธกี ารจดั การกบั ความเครยี ดนน้ั
แล้วอภปิ รายรว่ มกนั ถึงสาเหตุและผลของความเครียด รวมทง้ั แนวทางการขจดั ความเครยี ด
๒. ครนู าเสนอเทคนิคการผอ่ นคลายความเครียดเบ้ืองต้น และใหน้ ักเรยี นฝกึ ปฏบิ ัติตามครู แล้วนาไปใช้กับ
ตนเอง เชน่ การผ่อนคลายกล้ามเน้อื การฝกึ หายใจเพ่อื คลายเครยี ด เป็นตน้
รายงานผลการจดั กจิ กรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี ๑/๑ ๓๙
กิจกรรม เปิดประตูสู่โลกอินเทอรเ์ นต็
วตั ถุประสงค์
๑. เพื่อใหน้ ักเรียนสามารถบอกความรู้พนื้ ฐานในการใชอ้ นิ เทอร์เน็ต
๒. เพื่อให้นักเรยี นได้แลกเปลยี่ นประสบการณ์เรือ่ งมารยาทในการใช้อนิ เทอรเ์ นต็
สาระสาคญั
โลกปัจจุบันเป็นโลกในยุคของข้อมูลข่าวสาร คนเราจึงไมส่ ามารถทจ่ี ะหลีกเลี่ยงจากการใชอ้ ินเทอร์เน็ต
ในการสืบคน้ ข้อมูลข่าวสารทท่ี นั สมัย สะดวก และรวดเร็ว
การดาเนนิ กิจกรรม
๑. นักเรียนรับความรเู้ ก่ียวกบั อนิ เทอรเ์ น็ต พน้ื ฐานการใช้อนิ เทอรเ์ น็ตและมารยาทในการใช้อินเทอรเ์ นต็
๒. นกั เรียนรวมกลุ่ม 5 - คน แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ต และมารยาทใน 6
การใชอ้ นิ เทอรเ์ นต็
๓. นกั เรียนร่วมกันอภิปรายสรุปถงึ ความสาคญั ของการใช้อินเทอร์เนต็ ในการสบื คน้ ความรู้ขอ้ มลู ขา่ วสาร
๔. นักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายสรปุ ขอ้ คิดเห็นหรอื ประสบการณท์ ไ่ี ด้รบั จากกิจกรรมนี้
๕. นกั เรยี นสามารถสอบถามเพิม่ เติมและศึกษาแนวสรุปกิจกรรมจากครูผู้จดั กิจกรรม
๖. ขอ้ เสนอแนะ
ให้นักเรียนสบื ค้นขอ้ มลู ทนี่ ักเรยี นสนใจ จัดบอรด์ ประกวดกนั
คน้ หาขอ้ มูลทางอินเทอร์เนต็ นามาตง้ั คาถามเพ่ือนในห้อง ”ความรู้จากอนิ เทอรเ์ น็ต“
รายงานผลการจดั กจิ กรรมโฮมรูม (Homeroom) ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี ๑/๑ ๔๐
กิจกรรม ห้องในจนิ ตนาการ
วัตถุประสงค์
๑. เพื่อให้นกั เรียนรจู้ ักบคุ ลิกภาพของตนซ่งึ สะทอ้ นจากค่านยิ มได้
๒. เพื่อใหน้ ักเรียนรคู้ วามตอ้ งการซึง่ เป็นอดุ มการณข์ องตนได้
สาระสาคญั
วธิ กี ารตกแต่งห้องของบุคคล ย่อมบง่ บอกหรือแสดงถึงบคุ ลกิ ภาพ และลกั ษณะนสิ ยั ของบุคคลนั้น
การบอกวิธีการตกแต่งห้องส่วนตัว ช่วยให้บุคคลรู้จักค่านิยม ความต้องการ และบุคลิกภาพที่แท้จริงของตน
ได้
การดาเนนิ กจิ กรรม
๑. นักเรียนแต่ละคนเลือกห้องส่วนตัวในจินตนาการของตนเอง คนละ ห้อง เช่น ห้องนอน 1
หอ้ งนัง่ เล่น หอ้ งครัว เปน็ ตน้
๒. นักเรียนบอกวธิ กี ารตกแต่งห้องของตนเองที่ได้เลือกไว้ โดยเขียนบรรยายตามความพอใจของนักเรียน
ลงในสมดุ หรือกระดาษแลว้ เขยี นบรรยาย
๓. นักเรียนแบง่ เป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ คน ร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อคิดหรือ 6-5
ประสบการณ์ที่ได้รับจากกิจกรรมนี้ ให้ได้ข้อสรุปที่เป็นมติของกลุ่ม บันทึกผลแล้วส่งตัวแทนนาเสนอ
หนา้ ชัน้ เรียน
๔. นกั เรยี นสามารถสอบถามเพมิ่ เตมิ และศกึ ษาแนวสรปุ กจิ กรรมจากครผู ้จู ดั กจิ กรรม
รายงานผลการจดั กิจกรรมโฮมรูม (Homeroom) ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๑/๑ ๔๑
กิจกรรม โล่ชวี ิตของฉนั
วัตถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื ให้นักเรยี นรจู้ กั สารวจคา่ นิยมของตนเองได้
2. เพื่อใหน้ ักเรียนรู้ถึงสิ่งทที าใหเ้ กดิ ความภาคภมู ใิ จในชวี ิตได้
สาระสาคัญ
การทีบ่ คุ คลรูจ้ กั ประเมนิ ตนเอง ทาให้รู้จักตนเอง รคู้ วามตอ้ งการ รู้คา่ นิยม และตอบสนอง
ความต้องการของตนเองได้ มีความจริงใจต่อตนเอง ใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงเกิน 20 % สามารถ
เปน็ ตัวของตวั เอง ตดั สินใจได้เร็วและสอดคลอ้ งกับความต้องการของตนเอง ตลอดจนยอมรับฟังความคิดเห็น
และความต้องการของผูอ้ ืน่ ได้
การดาเนนิ กจิ กรรม
1. นักเรยี นแต่ละคนบอกประสบการณ์ในชีวติ ของตนเอง เช่น ความสุข ความทุกข์ ความดี ความกลัว
ความพยายาม และส่ิงท่อี ยากจะเปน็ ในชีวติ
2. นักเรียนจับจับคู่สนทนาและเปล่ียนคาตอบจากเพื่อนๆ เก่ียวกับค่านิยมท่ีแต่ละคนยึดถือ ความ
ตอ้ งการของแต่ละคน และอะไรทมี่ ีความหมายสาคญั ต่อชวี ิตของแต่ละคน
3. นกั เรียนแบง่ เป็นกลุ่มยอ่ ย กลุ่มละ 5 - 6 คน ร่วมกนั อภปิ รายแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกบั ขอ้ คดิ หรือ
ประสบการณ์ท่ีได้รับจากกิจกรรมน้ี ให้ได้ข้อสรุปท่ีเป็นมติของกลุ่ม บันทึกผลแล้วส่งตัวแทนนาเสนอ
หนา้ ช้นั เรียน
4. นกั เรียนสามารถสอบถามเพ่ิมเติมและศกึ ษาแนวสรปุ กิจกรรมจากครูผ้จู ดั กิจกรรม
รายงานผลการจัดกิจกรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑/๑ ๔๒
กิจกรรม เพื่อนคูใ่ จ
สาระสาคัญ
การเป็นเพื่อนกันนั้น ต้องยอมรับซึ่งกันและกัน ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในยามอับจน
แนะนาใหค้ าปรกึ ษาในยามท่ีประสบปัญหา ต้องไว้เน้ือเชื่อใจกัน มีความจริงใจต่อกันและเต็มใจท่ีจะเปิดเผยซึ่ง
กันและกนั
วตั ถปุ ระสงค์
1. นักเรยี นบอกความสาคัญของการมเี พ่ือนได้
2. นกั เรยี นสามารถทาหน้าทเ่ี ปน็ ท่ีปรึกษาของเพ่อื นได้
การดาเนินกิจกรรม
๑. ครูให้นักเรียนคิดถึงเพื่อนท่ีมีความสาคัญในความรู้สึกของนักเรียน โดยไม่ต้องบอกว่าเพื่อนคนน้ันเป็น
ใคร
๒. ให้นักเรียนบอกความสาคัญของเพอื่ นคนนั้นทีม่ ตี อ่ นกั เรียน
๓. นักเรียนร่วมกันอภิปรายว่าเพ่ือนที่จะเป็นผู้ให้คาปรึกษาเพ่ือน จะต้องปฏิบัติอย่างไร และเพื่อนที่จะ
เปน็ ผูร้ บั คาปรึกษา จะตอ้ งปฏบิ ตั อิ ยา่ งไร
๔. นักเรียนร่วมกันสรปุ ขอ้ คิดทไี่ ดจ้ ากกจิ กรรมนี้
รายงานผลการจัดกจิ กรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑/๑ ๔๓
กิจกรรม ความรกั สถาบนั
เนือ้ หาสาระ
สถาบนั การศกึ ษาเปน็ แหล่งให้ความร้แู ละการศกึ ษาอบรม กลอ่ มเกลาใหน้ ักเรียนเป็นคนดขี อง
สงั คม สถานศึกษานับเปน็ สถานทแี่ ห่งหน่งึ ท่ีมีบญุ คณู แก่นักเรียน นักเรยี นควรรกั และแสดงความกตัญญกู ตเวที
ส่งิ ทนี่ กั เรียนสามารถแสดงออกซ่ึงความรักสถาบัน เชน่
๑. แต่งกายใหถ้ กู ต้องตามระเบียบของโรงเรยี น สะอาด เรียบร้อย เป็นท่ีช่นื ชม และศรทั ธาของผู้พบเหน็
๒. มกี รยิ ามารยาทเรยี บรอ้ ยพูดจาไพเราะประทับใจผ้ฟู งั
๓. มีนา้ ใจเอื้อเฟ้อื ใหค้ วามร่วมมือกับสถาบนั
๔. รักและดูแลสถาบัน ให้สะอาดร่มร่ืน สวยงาม ตลอดจนรักษาสาธารณสมบัติให้ใช้ได้คงทนถาวร ไม่
ขดี เขียนทาลาย
๕. ตั้งใจศึกษาเลา่ เรียน พยายามสรา้ งช่ือเสยี งในทุกๆดา้ น
๖. สอดสอ่ งดูแลส่งิ ท่ีทาใหโ้ รงเรยี นเสียชอ่ื เสียงแลว้ แจง้ ใหค้ รอู าจารยท์ ราบจะไดร้ ว่ มมอื กนั แก้ไข
๗. ไมท่ ะเลาะววิ าทหรือมีพฤตกิ รรมไมเ่ หมาะสมซงึ่ เปน็ การทาลายช่ือเสียงของสถาบนั
๘. ช่ือฟังคาสง่ั สอนของครู-อาจารย์
จุดประสงค์
๑. เพ่ือปลูกฟงั ใหน้ กั เรียนรักและภาคภมู ิใจในสถาบนั ของตนเอง
๒. เพอ่ื ให้นักเรยี นชว่ ยกนั พฒั นา รักษาชือ่ เสยี งของสถาบันตนเอง
การจัดกิจกรรม
๑. ครูให้นักเรียนอภิปรายถึงความสาคัญของโรงเรียน สิ่งที่นักเรียนได้รับจากโรงเรียนมีอะไรบ้างแล้ว
ช่วยกนั สรปุ เปน็ ข้อ ๆ
๒. ให้นักเรียนช่วยกันตอบในสิ่งท่ีนักเรียนควรทาเพ่ือเป็นการแสดงความรักความกตัญญูต่อโรงเรียนและ
สรุปเป็นข้อ ๆ พมิ พต์ ิดไว้ท่ีปูายนเิ ทศเพื่อเตือนใจนักเรยี น
ส่อื / อปุ กรณ์
ภาพสวนหยอ่ มทสี่ วยงาม ร่มร่ืน ( จากหนังสอื สวนรวยโรงเรียนงาม )
ภาพโรงเรยี นขณะท่ีนกั เรียนปฏบิ ัติกิจกรรมหนา้ เสาธง / กจิ กรรมวนั ปัจฉิมนิเทศ
รายงานผลการจดั กิจกรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ ๑/๑ ๔๔
กิจกรรม ท้องถน่ิ นี้มีคา่
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑. เพ่ือให้นักเรยี นสามารถสร้างสมั พนั ธภาพกับบคุ ลากรซง่ึ เป็นแหลง่ เรยี นรดู้ า้ นการเรยี นใน
ชุมชน
๒. เพ่อื ใหน้ ักเรียนสามารถพัฒนาประสทิ ธิภาพด้านการเรยี นของตน
กจิ กรรมการเรยี นรู้
๑. นกั เรียนศึกษาความรูจ้ ากท้องถนิ่
๒. นักเรียนในกลุ่มแบ่งภาระงานกันไปค้นคว้าศึกษาภูมิปัญญาในหมู่บ้านของนักเรียนวิทยากรท้องถิ่นใน
หมบู่ ้านของนกั เรยี น
๓. นักเรียนไปเก็บข้อมูลแหล่งภูมิปัญญาในท้องถิ่น สัมภาษณ์วิทยากรท้องถิ่น แล้วบรรยายให้ทราบว่า
ท่านเปน็ วิทยากรดา้ นใด แหล่งภมู ิปัญญาท้องถิ่นนม้ี ีอะไรน่าสนใจ
๔. ให้นักเรียนใชเ้ วลาสืบเสาะสารวจขอ้ มูล 7 วนั
๕. ครบกาหนด 7 วัน นักเรียนแต่ละกลุ่ม รายงาน แหล่งเรียนรู้ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น และวิทยากร
ทอ้ งถน่ิ ทไี่ ด้ขอ้ มลู มา (อาจมภี าพถา่ ย แหลง่ เรียนรู้ และวิทยากร)
การวัดและการประเมินผล
จากรายงานขอ้ มูลแหลง่ เรียนรูแ้ ละภาพถ่าย
สรปุ แนวคิดท่ีไดจ้ ากกจิ กรรม
การหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ท่ีเป็นประสบการณ์จริง จะช่วยให้นักเรียนได้ความรู้จากการได้เห็น
สัมผัส หรือแมก้ ระทัง่ ลงมอื ทดลองทา และเกดิ ความภาคภูมิใจในภูมิปญั ญาไทยของท้องถิน่ ของตน
สอื่ อุปกรณ/์
วทิ ยากรท้องถน่ิ
รายงานผลการจดั กจิ กรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๑/๑ ๔๕
กิจกรรม ความพรอ้ มในการสอบ
สาระสาคญั
การสอบเป็นการประเมินความสามารถทางการเรียนของนักเรียนวิธีหนึ่ง หากนักเรียนรู้จักการเตรียม
ตัวสอบทีด่ ี จะชว่ ยใหน้ ักเรียนประสบผลสาเร็จทางการเรียน
วัตถปุ ระสงค์
นักเรียนบอกวิธกี ารเตรียมตวั สอบได้
การดาเนินกจิ กรรม
1. ครูให้นักเรียนที่มีผลการเรียนดีที่สุด 3 คน เล่าถึงวิธีการดูหนังสือ การเตรียมตัวสอบ และเทคนิคการ
ทาขอ้ สอบให้เพือ่ น ๆ ในหอ้ งฟัง
2. เปดิ โอกาสให้เพอื่ น ๆ ในห้องไดซ้ กั ถาม
3. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายการเตรยี มตวั สอบ ทัง้ ในระยะกอ่ นสอบ ระหว่างสอบ และหลงั สอบ
4. ครูนาตวั อยา่ งข้อสอบเก่าทัง้ แบบปรนยั และแบบอัตนัยมาใหน้ กั เรียนลองทา
5. ครูอธิบายวิธีการทาข้อสอบทีด่ ี ทงั้ การตอบแบบอัตนยั และปรนยั
6. ครแู ละนักเรียนร่วมกันสรปุ ข้อคิดทไ่ี ด้จากเรือ่ งทเี่ รยี น
รายงานผลการจัดกจิ กรรมโฮมรูม (Homeroom) ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑/๑ ๔๖
ท่ี รหสั ประจาตวั เลขบตั รประชาชน ช่ือ - สกลุ
1 6003 1 5099 66579 09 9 เดก็ ชาย ชนาภัทร แกว้ โหว้
2 6006 0 0501 91031 88 7 เด็กชาย ณัฐวฒุ ิ ต๊ะย่า
3 6013 1 5099 66652 14 4 เด็กชาย สาวตั ถี โสวรรณ
4 6242 8 5009 76032 80 6 เด็กชาย ธีรเดช ตองเช
5 6462 0 0508 71018 13 6 เดก็ ชาย อธปิ ลุงต๊ะ
6 6556 1 5077 00006 38 9 เด็กชาย วีระชัย ทิพยเ์ มอื งเกา่
7 6563 1 6597 00037 33 1 เด็กชาย ธวชั ชัย ปอ้ งสูงเนนิ
8 6682 1 5785 00024 66 0 เด็กชาย อรรถพล ชื่นวนารตั น์
9 6927 1 5710 01168 79 1 เด็กชาย เขมชาติ ทรงศุภศาสตร์
10 7266 8 5020 76036 04 1 เด็กชาย สมชาย ลงุ คา
11 7345 เด็กชาย ภาคนิ คาแก้ว
12 7463 1 5002 01287 97 1 เดก็ ชาย วีรภทั ร เปง็ แกว้
13 7560 G 510101132573 นาย พรเทพ ลุงตะ๊
14 7561 0 0500 71073 22 1 เดก็ ชาย ผดงุ พล นาทอน
15 7565 1 1043 01087 21 1 เดก็ ชาย ทณิ กร จรญู ศรี
16 7569 1 6798 00405 53 7 เดก็ ชาย วรรณรเชษฐ์ โพธ์ิอยู่
17 7576 0 0500 11154 78 1 เด็กชาย หาร -
18 7580 0 5020 89024 99 8 นาย บญุ สม ลงุ สก
19 7581 0 5021 00016 24 1 เด็กชาย น้ามนต์ ลงุ หลง่ิ
20 7585 G501460000172 เด็กชาย ขวญั คาใส
21 6015 1 5077 00005 99 4 เด็กหญิง ชยดุ า จนั ทร์เตม็
22 6025 7 5007 01027 54 4 เด็กหญิง เสาวภรณ์ ตษุ ราย
23 6229 0 0507 71002 20 3 เดก็ หญิง จนั ทมณี ลุงปากี
24 6310 1 5099 66642 07 6 เดก็ หญิง ชรนิ รัตน์ ผกู อยู่
25 6540 1 5099 66630 53 1 เดก็ หญงิ ศภุ สุตา พรทิพกิตติวงศ์
26 6549 1 5001 01144 89 3 เดก็ หญิง รัชชประภา ใจเจริญ
27 6871 1 6001 02027 40 7 เดก็ หญิง วสุกาญจน์ เทพมิ พ์
28 7593 0 0508 71018 44 6 เด็กหญงิ ณชิ ากร ลุงจาง
29 7597 0 0500 71073 02 7 เด็กหญงิ นนิ า ผ่า
30 7601 G 500400770018 เด็กหญิง ใบหม่อน อูปกุ
31 7605 เดก็ หญงิ วรรวษิ า เทียนเงิน
32 7609 G 501460000173 เดก็ หญิง จา่ มโพย คาใส
รายงานผลการจัดกิจกรรมโฮมรมู (Homeroom) ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๑/๑ ๔๗