The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สื่อการสอนเรื่อง กฎหมายรอบตัวเรา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by KruKhak Miss. Suttida Kredmee, 2021-08-15 00:51:47

สื่อการสอนเรื่อง กฎหมายรอบตัวเรา

สื่อการสอนเรื่อง กฎหมายรอบตัวเรา

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒

๑๚ ความหมายของกฎหมาย

ความหมายของกฎหมาย

กฎหมาย คือ ข้อบังคับของรฐั กฎหมายจืงต้องมีสภาพบังคับและมีบทลงโทษ
แก่ผู้ท่ีฝา่ ฝืนเพื่อเป็นเครอื่ งมอื ในการจัดระเบยี บและควบคุมสังคม

จุ ด เ ด่ น ป ร ะ ก า ร ห น่ื ง ข อ ง ก ฎ ห ม า ย คื อ ต้ อ ง เป็ น ข้ อ บั ง คั บ ข อ ง “ รั ฐ ”
โ ด ย ผู้ มี อ า น า จ สู ง สุ ด ใ น ก า ร ต ร า ก ฎ ห ม า ย คื อ รัฐ ส ภ า ห รือ ฝ่ า ย นิ ติ บั ญ ญั ติ ด้ ว ย เห ตุ น๊ี
หากลักษณะของคาส่ังหรอื ขอ้ บังคับนั๊นมใิ ช่ของรฐั ก็จะไม่ถือวา่ เปน็ กฎหมาย เชน่

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๒

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒

ประชาชนทุกคนควรรู้เกี่ยวกับกฎหมาย รู้หน้าท่ีของตนเองท่ีจะต้องปฏิบัติตาม
กฎหมายและรูก้ ระบวนการตรากฎหมาย ดังนี๊

พระราชบญั ญัติ

เป็นกฎหมายท่ีกาหนดกฎเกณฑ์ข้อบังคับที่มีเน๊ือหาเป็นการทั่วไป ไม่มุ่งบังคับโดย
เฉพาะเจาะจงกับบุคคลใดบุคคลหน่ืงหรือกรณีใดกรณีหน่ืง เป็นกฎหมายที่ตราข๊ืนโดย
ฝ่ายนิติบัญญัติ คือ รฐั สภา ซ่ืงมอี านาจหน้าท่ีในการตรากฎหมายโดยตรง

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๒

พระราชบญั ญตั ิประกอบรัฐธรรมนูญ

เป็นกฎหมายท่ีแตกต่างจากพระราชบัญญัติตรงที่กฎหมายน๊ีจะเป็นกฎหมายเฉพาะ
เรื่องตามท่ีรัฐธรรมนู ญกาหนดไว้เท่านั๊ น เช่น พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนู ญ
ว่าด้วยการป๋องกันและปราบปรามการทุจริต พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนู ญ
วา่ ด้วยคณะกรรมการสิทธมิ นุษยชนแห่งชาติ

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๒

พระราชกาหนด

เป็นกฎหมายท่ีออกมาใช้บังคับเฉพาะกรณีท่ีมีความจาเป็นเร่งด่วนตามที่กาหนดไว้
ในรัฐธรรมนูญ ได้แก่ เรื่องที่เกี่ยวกับความปลอดภัยของประเทศ หรือความปลอดภัย
สาธารณะ ความม่ันคงทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป๋องปัดภัยพิบัติสาธารณะ หรือเป็น
เร่ือ งท่ี เกี่ ยวกั บภาษี อ ากร หรือ เงิน ตราซ่ืงต้ องพิ จาร ณาโ ดยด่ วนแ ละลั บ เพื่อรักษ า
ผลประโยชน์ของแผน่ ดิน

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๒

พระราชกฤษฎีกา

เป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่พระมหากษั ตริย์ทรงตราข๊ืน โดยอาศัยอานาจตาม
รัฐธรรมนูญพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติหรือพระราชกาหนด
โดยคาแนะนาของคณะรฐั มนตรเี พื่อใช้ในการบรหิ ารราชการแผ่นดิน

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๒

๒๚ กระบวนการในการตรากฎหมาย

กระบวนการในการตรากฎหมาย หรือขั๊นตอนในการตรากฎหมายโดยหลักการ
สาคัญ ๆ ของรัฐธรรมนูญทุกฉบับ การตราพระราชบัญญัติและพระราชบัญญัติประกอบ
รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ จ ะ เ ริ่ ม ตั๊ ง แ ต่ ก า ร เ ส น อ ร่ า ง ก ฎ ห ม า ย ก า ร พิ จ า ร ณ า ข อ ง รั ฐ ส ภ า
เพื่ อ ใ ห้ ค ว า ม เห็ น ช อ บ ก า ร น า ข๊ื น ทู ล เ ก ล้ า ฯ ถ ว า ย พ ร ะ ม ห า ก ษั ต ริ ย์ เพื่ อ ท ร ง ล ง
พระปรมาภิไธยและการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพ่ือบังคับใชต้ ่อไป

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๒

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒

๓๚ กฎหมายที่เก่ียวขอ้ งกับตนเองและครอบครัว

ก ฎ ห ม า ย ท่ี เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ ต น เ อ ง เป็ น
กฎหมายที่เกี่ยวกับตัวบุคคล เช่น กฎหมาย
เก่ียวกับความสามารถของผู้เยาว์ กฎหมาย
บั ต ร ป ร ะ จ า ตั ว ป ร ะ ช า ช น ส่ ว น ก ฎ ห ม า ย
เกี่ยวกับครอบครัวเป็นกฎหมายท่ีเกี่ยวข้อง
กับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในครอบครัว
แ ล ะ เ ค รือ ญ า ติ เ ช่ น ก า ร ห ม๊ั น ก า ร ส ม ร ส
การรบั รองบุตร

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒

๓๚๑ กฎหมายเกี่ยวกับความสามารถของผู้เยาว์

ผู้เยาว์ หมายถืง บุคคลท่ียังไม่บรรลุนิ ติภาวะ ดังน๊ั น การบรรลุนิ ติภาวะ
จืงเป็นการพ้นจากสภาพการเปน็ ผู้เยาวซ์ ่ืงจะมีได้ ๒ กรณี คือ

๑) เมอื่ อายุครบ ๒๐ ปึบรบิ ูรณ์ เรยี กวา่ เปน็ การบรรลนุ ิติภาวะโดยอายุ
๒) เมื่ออายุยังไม่ครบ ๒๐ ปึบริบูรณ์ แต่ได้ทาการสมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
กล่าวคือการสมรสเมื่อชาย-หญิงมีอายุครบ ๑๗ ปึบริบูรณ์ โดยจดทะเบียนสมรสตาม
กฎหมาย และบิดามารดาหรือผู้ปกครองของทั๊งสองฝ่ายให้ความยินยอมหรือเม่ือศาล
อนุญาตให้ทาการสมรสน๊ันก่อนได้

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒

๓๚๒ กฎหมายบัตรประจาตัวประชาชน

บุคคลที่ต้องทาบัตรประจาตัวประชาชน คือ ผู้มีสั ญชาติไทย ซ่ืงมีอายุ
ต๊ังแต่ ๗ ปบึ รบิ ูรณ์แต่ไมเ่ กิน ๗๐ ปึบรบิ ูรณ์ และมชี อื่ อยูใ่ นทะเบยี นบ้าน

บุคคลที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีบัตรประจาตัวประชาชน ได้แก่ ผู้ท่ีได้รับ
การยกเว้นตามกฎหมาย เช่น ผู้ท่ีมีอายุเกิน ๗๐ ปึ ภิกษุ สามเณร นักพรต นักบวช
ผู้มีร่างกายพิการเดินไม่ได้ เป็นใบ้ ตาบอดทั๊งสองข้าง จิตฟ่ ันเฟือนไม่สมประกอบ
ผูอ้ ยู่ ในท่ีคุมขงั โดยชอบด้วยกฎหมาย

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒

๓๚๒ กฎหมายบตั รประจาตัวประชาชน

การทาบตั รประจาตัวประชาชนเมื่ออายุครบ ๗ ปึบรบิ ูรณ์

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๒

๓๚๓ กฎหมายแพง่ เก่ียวกับครอบครัว

๑) การหม๊นั

ก า ร ห มั๊ น คื อ ก า ร ที่ ฝ่ า ย ช า ย -ห ญิ ง สั ญ ญ า ต ก ล ง กั น ว่ า จ ะ ท า ก า ร ส ม ร ส
ต า ม ก ฎ ห ม า ย ต่ อ ไ ป แ ต่ ก ฎ ห ม า ย มิ ไ ด้ บั ง คั บ ว่ า จ ะ ต้ อ ง ท า สั ญ ญ า ห มั๊ น ก่ อ น
จดทะเบียนสมรส การทาสัญญาหม๊ันจืงใช้เป็นข้อผูกมัดในการบังคับการสมรสมิได้

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๒

๓๚๓ กฎหมายแพง่ เก่ียวกับครอบครัว

๒) การสมรส

การสมรส คือ การที่ฝ่ายชาย-หญิง
ต ก ล ง กั น ว่ า จ ะ อ ยู่ กิ น ฉั น ส า มี ภ ร ร ย า โ ด ย
ก า ร จ ด ท ะ เบี ย น ส ม ร ส เพ่ื อ ใ ห้ เป็ น ส า มี
ภรรยาท่ีชอบด้วยกฎหมาย

การสมรสท่ีสมบูรณ์ตามกฎหมาย
ชายและหญิงต้องมอี ายุครบ ๑๗ ปึบรบิ ูรณ์ทั๊งคู่

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๒

๓๚๓ กฎหมายแพง่ เกี่ยวกับครอบครัว

๓) การรับรองบุตร

ตามหลักกฎหมายการรับรองบุตร บุตรที่คลอดจากหญิงใดย่อมเป็นบุตรชอบ
ด้วยกฎหมายของหญิงนั๊นเสมอ หมายความว่า บุตรจะเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย
ของมารดาเสมอ

ดังน๊ั น บุตรจะเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดา ก็ต่อเมื่อบุตรนั๊ น
เ กิ ด ร ะ ห ว่ า ง ก า ร ส ม ร ส ห รื อ ภ า ย ใ น ๓ ๑ ๐ วั น นั บ แ ต่ วั น ที่ ก า ร ส ม ร ส ส๊ิ น สุ ด ล ง
ให้สันนิษฐานไวก้ ่อนว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของอดีตสามี

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๒

๓๚๓ กฎหมายแพ่งเก่ียวกับครอบครัว

๔) การรับบุตรบุญธรรม

การรับบุตรบุญธรรมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อมีการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม โดย
ผู้รบั บุตรบุญธรรมนั๊นอาจจะยงั ไม่มคี ่สู มรสหรอื มคี ู่สมรสแล้วก็ได้ โดย

ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องมีอายุไม่ต่ากว่า ๒๕ ปึ และมีอายุมากกว่าบุตรบุญธรรม
อยา่ งน้อย ๑๕ ปึ (โดยที่มไิ ด้กาหนดอายุของบุตรบุญธรรมไว้)

ต้องได้รับความยินยอมจากท๊ังบุตรบุญธรรมเอง บิดามารดาของบุตรบุญธรรม
(หากบุตรบุญธรรมเปน็ ผูเ้ ยาว์) ค่สู มรสของท๊ังผู้รบั บุตรบุญธรรมและบุตรบุญธรรม

กา ร เ ลิ ก รับ บุ ต ร บุ ญ ธ ร รม ส า ม า ร ถ กร ะ ท า ไ ด้ โ ด ย บุ ต ร บุ ญ ธร ร ม กั บ ผู้ รับ
บุตรบุญธรรมตกลงเลิกรับบุตรบุญธรรม บุตรบุญธรรมสมรสกับผู้รับบุตรบุญธรรม
ผูร้ บั บุตรบุญธรรมหรอื บุตรบุญธรรมฟ๋องเลิกการรบั บุตรบุญธรรม

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒

๔๚ กฎหมายท่ีเก่ียวกับชุมชนและประเทศโดยสังเขป

๔๚๑ กฎหมายอนุรักษ์ธรรมชาติ

ปัจจุบันทรัพยากรธรรมชาติได้ถูกทาลายและเส่ือมโทรมไปมาก สาเหตุสาคัญ
เน่ืองมาจากกิจกรรมการดาเนินชีวิตของมนุษย์ เช่น การบุกรุ กป่าเพื่อใช้ท่ีดินทามาหากิน
การลักลอบตัดไม้ รวมท๊ังภัยธรรมชาติท่ีนับวนั จะรุนแรงมากข๊ืน จากสภาพปัญหาดังกล่าว
จงื ได้มกี ารออกกฎหมายต่าง ๆ เพือ่ การอนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ กฎหมายที่ควรเรยี นรู้
ดังน๊ี

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๒

๔๚ กฎหมายท่ีเก่ียวกับชุมชนและประเทศโดยสังเขป

๔๚๑ กฎหมายอนุรักษ์ธรรมชาติ

๑) พระราชบัญญัติป่าไม้ พ๚ศ๚ ๒๔๘๔ และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๗) พ๚ศ๚ ๒๕๒๕
และแก้ไขเพิ่มเติมโดยคาส่ั งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๓๑/๒๕๕๙ เร่ือง
การแก้ไขเพ่ิมเติมกฎหมายว่าด้วยปา่ ไม้

๒) พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ๚ศ๚ ๒๕๐๔ และพระราชกาหนดแก้ไข
เพ่ิมเติม พ๚ศ๚ ๒๕๓๒

๓) พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ๚ศ๚ ๒๕๐๗ และแก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี ๔)
พ๚ศ๚ ๒๕๕๙

๔) พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสั ตว์ป่า พ๚ศ๚ ๒๕๓๕ และแก้ไขเพ่ิมเติม
(ฉบับที่ ๓) พ๚ศ๚ ๒๕๕๗

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๒

๔๚๒ กฎหมายเก่ียวกับภาษีอากร

ภาษี อากร คือ เงินได้ที่รัฐจัดเก็บจากประชาชน เพ่ือนาไป ใช้จ่ายในการพัฒนา
ประเทศในด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ เช่น สร้างถนน การจัดการศืกษา
การปอ๋ งกันประเทศ ประชาชนจืงมหี น้าที่ต้องเสียภาษีตามท่ีรฐั ธรรมนูญกาหนด

ก ฎ ห ม า ย ท่ี รั ฐ ใ ช้ ใ น ก า ร เรี ย ก เ ก็ บ ภ า ษี คื อ ป ร ะ ม ว ล รั ษ ฎ า ก ร ภ า ษี อ า ก ร
แบ่งเปน็ ๒ ประเภท ได้แก่

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒

๔๚๓ กฎหมายแรงงาน แรงงานเป็นกาลังสาคัญ
ในการผลิตสินค้า
ก ฎ ห ม า ย ท่ี เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ แร ง ง า น มี ห ล า ย
ป ร ะ เ ภ ท เ ช่ น พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ คุ้ ม ค ร อ ง แร ง ง า น
พระราชบัญญัติแรงงานสั มพันธ์ พระราชบัญญัติ
ประกันสังคม ในท่ีนี๊จะเสนอเฉพาะพระราชบัญญัติ
คุ้ ม ค ร อ ง แร ง ง า น ซ่ื ง บั ญ ญั ติ ถื ง สิ ท ธิ แ ล ะ ห น้ า ท่ี ท่ี
นายจ้างและลูกจ้างพืงปฏิบัติต่อกัน เพื่อความเป็น
ธรรมต่อทกุ ฝ่าย

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒

พระราชบัญญัติค้มุ ครองแรงงาน

พระราชบญั ญัติคุ้มครองแรงงาน มสี าระสาคัญดังน๊ี
๑) บทบัญญัติเก่ียวกับแรงงานท่ัวไป เช่น

ใน ๑ วัน เวลาทางานต้องไม่เกิน ๘ ช่ัวโมง และเม่ือรวมเวลาทางานทั๊งสัปดาห์
ต้องไมเ่ กิน ๔๘ ชัว่ โมง โดยไมร่ วมเวลาพัก

ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างทางานล่วงเวลา คือ การทางานเกินเวลาปกติ
ท่ีเรยี กวา่ (OT) Overtime เวน้ แต่ลูกจา้ งจะยนิ ยอมเปน็ กรณีน๊ัน ๆ ไป โดยนายจ้างต้องจ่าย
ค่าล่วงเวลาให้ลูกจ้างไม่น้ อยกว่า ๑๚๕ เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันธรรมดา
และไม่น้อยกว่า ๓ เท่าของอัตราค่าจ้างต่อช่ัวโมงในวันหยุด เช่น นักเรียนทางานปกติได้
ช่ัวโมงละ ๕๐ บาท หากนั กเรียนทางานล่วงเวลาในวันธรรมดานั กเรียนจะต้ องได้
ค่าล่วงเวลาไมน่ ้อยกว่า ๗๕ บาท และไมน่ ้อยกวา่ ๑๕๐ บาทในวนั หยุด

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒

พระราชบญั ญัติคุ้มครองแรงงาน

นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจาสัปดาห์อย่างน้อย ๑ วันโดยไม่จาเป็น
ต้องเปน็ วนั อาทิตย์ วนั หยุดพักผ่อนประจาปึไม่น้อยกวา่ ๖ วันทางานต่อปึ และวนั หยุดตาม
ประเพณี อยา่ งน้อย ๑๓ วนั รวมวนั แรงงานแห่งชาติ (๑ พฤษภาคม) ด้วย

ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างทางานในวันหยุด เว้นแต่ลูกจ้างจะยินยอมเป็นกรณี
นั๊ น ๆ ไป โดยนายจ้างต้องจ่ายค่าทางานในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างไม่น้ อยกว่า ๒ เท่า
ของอัตราค่าจ้างต่อชวั่ โมงในวนั ทางาน สาหรบั ลูกจา้ งท่ีไม่มสี ิทธไิ ด้รบั ค่าจา้ งในวนั หยุด

หากลาป่วยตามจานวนวันท่ีป่วยจริงจะได้ค่าจ้างไม่เกิน ๓๐ วัน หากลาเพื่อ
คลอดบุตรซ่ืงจะลาได้ไม่เกิน ๙๘ วัน โดยนับรวมวันหยุดระหว่างวันลาด้วย จะได้ค่าจ้างไม่
เกิน ๔๕ วนั

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒

พระราชบญั ญัติค้มุ ครองแรงงาน

๒) บทบัญญัติเก่ียวกับแรงงานเด็ก เชน่
ห้ามจ้างเด็กอายุต่ากวา่ ๑๕ ปเึ ป็นลกู จ้าง สาหรบั ลูกจ้างเด็กที่มอี ายุต่ากว่า ๑๘ ปึ

ให้แจ้งพนักงานตรวจแรงงานภายใน ๑๕ วัน และแจ้งสิ๊นสุดการจ้างภายใน ๗ วัน นับจาก
วนั ที่เด็กออกจากงาน

จดั ให้ลูกจา้ งเด็กมเี วลาพกั วนั หน่ืงไมน่ ้อยกว่า ๑ ช่ัวโมง หลังจากทางานมาแล้วไม่
เกิน ๔ ชั่วโมง

ห้ามมิให้ลูกจ้างเด็กอายุต่ากว่า ๑๘ ปึ ทางานระหว่าง ๒๒๚๐๐ น๚ ถืง ๐๖๚๐๐ น๚
ทางานล่วงเวลา หรอื ทางานในวนั หยุด

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒

พระราชบัญญตั ิคุ้มครองแรงงาน

ห้ามลูกจ้างเด็กอายุต่ากว่า ๑๘ ปึ ทางานต่อไปน๊ี คือ งานหลอม เป่า หล่อ รีด
ป๊ ันโลหะงานเกี่ยวกับความร้อน ความเย็น ความส่ันสะเทือน และแสงท่ีมีระดับแตกต่างจาก
ปกติตามท่ีกาหนดในกฎกระทรวง งานเก่ียวกับสารเคมีอันตราย กัมมันตภาพรังสี จุลชีวัน
เปน็ พิษ (ไวรสั แบคทีเรยี รา) งานเกี่ยวกับวตั ถุมพี ิษ วัตถุระเบิด วัตถุไวไฟ ขับรถยกรถป๊ ันจั่น
งานใช้เครื่องยนต์ ทาความสะอาดเครื่องจักรเครื่องยนต์ที่กาลังทางาน งานท่ีต้องทาใต้ดิน
ใต้น้า ในถ้า อุโมงค์ ปล่องในภเู ขา หรอื น่ังรา้ นที่สูงกวา่ พน๊ื ดิน ๑๐ เมตรข๊ืนไป

ห้ามลูกจ้างเด็กอายุต่ากว่า ๑๘ ปึทางานในโรงฆ่าสัตว์ สถานท่ีเล่นการพนัน สถาน
บรกิ าร

ให้ลูกจ้างเด็กอายุต่ากว่า ๑๘ ปึมีสิทธิลาเพ่ือเข้าประชุม สัมมนา รับการอบรม
เพ่อื พฒั นาคุณภาพชวี ติ และการทางาน

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒

พระราชบญั ญตั ิค้มุ ครองแรงงาน

๓) บทบัญญัติเก่ียวกับแรงงานหญิง เช่น
ห้ามมิให้นายจ้างให้ลูกจ้างหญิงทางานอย่างใดอย่างหน่ืง เช่น งานเหมืองแร่ หรือ

งานก่อสรา้ ง เวน้ แต่งานนั๊นไมเ่ ป็นอันตรายต่อสุขภาพหรอื รา่ งกายของลูกจ้าง
ลูกจา้ งหญิงสามารถลาคลอดบุตรได้ตามที่กฎหมายกาหนด
ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ที่มี ใบรับรองแพทย์แสดงว่าไม่อาจทาหน้าท่ีเดิมต่อไปได้ ให้มี

สิทธขิ อเปลี่ยนงานชว่ั คราวได้
ห้ามนายจา้ งเลิกจ้างลกู จ้างหญงิ เพราะเหตุมคี รรภ์

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๒

พระราชบญั ญตั ิค้มุ ครองแรงงาน

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๒

๔๚๔ กฎหมายปกครอง

กฎหมายปกครอง เป็นกฎหมายว่าด้วยการดาเนินการปกครอง โดยกล่าวถืงการจัด
ระเบียบแห่งองค์การปกครอง ความเกี่ยวพันระหว่างองค์การเหล่านี๊ต่อกันและกันและความ
เก่ียวพนั ระหวา่ งองค์การเหล่าน๊ีต่อราษฎรตามพระราชบัญญัติวธิ ปี ฏิบัติราชการทางปกครอง
พ๚ศ๚ ๒๕๓๙

ตัวอยา่ งกฎหมายปกครอง

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๒

พระราชบัญญัติระเบยี บบริหารราชการแผน่ ดิน พ๚ศ๚ ๒๕๓๔
และแก้ ไขเพม่ิ เติม (ฉบบั ที่ ๘) พ๚ศ๚ ๒๕๕๓

พระราชบัญญัติระเบียบบรหิ ารราชการแผ่นดินมุ่งหวังให้การบรหิ ารราชการแผ่นดิน
ก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชน ให้การปฏิบัติภารกิจของรัฐมีประสิทธิภาพ ตลอดจน
กระจายอานาจการบรหิ าร ราชการและภารกิจให้แก่ท้องถ่ิน เช่น ด้านทรพั ยากร อานาจการ
ตั ด สิ น ใ จ ก า ร อ า น ว ย ค ว า ม ส ะ ด ว ก แ ล ะ ก า ร ส น อ ง ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ใ ห้ แ ก่ ป ร ะ ช า ช น
โดยให้หน่ วยงานรัฐใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดี คานื งถืงการมีส่ วนร่วมของ
ประชาชน และการเปิดเผยขอ้ มูล

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๒

พระราชบัญญัติระเบยี บบริหารราชการแผน่ ดิน พ๚ศ๚ ๒๕๓๔
และแก้ ไขเพิม่ เติม (ฉบับที่ ๘) พ๚ศ๚ ๒๕๕๓

ระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศไทยแบ่งเป็น ๓ ส่วน คือ ระเบียบ
บริหารราชการส่วนกลาง ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค และระเบียบบริหารราชการ
ส่วนท้องถิ่น

๑) ระเบียบบรหิ ารราชการส่วนกลาง ใช้หลักการรวมศูนยอ์ านาจในการปกครอง ได้แก่
กระทรวง ทบวง กรม

๒) ระเบียบบริหารราชการส่วนภูมิภาค ใช้หลักการแบ่งอานาจจากส่วนกลางในการ
ปกครอง โดยส่วนกลางจะแต่งตั๊งผู้มาดูแลจัดการส่วนภูมิภาค ได้แก่ จังหวัด อาเภอ ซ่ืงอยู่
ภายใต้การบังคับบญั ชา ของรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทย

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๒

พระราชบญั ญัติระเบยี บบริหารราชการแผ่นดิน พ๚ศ๚ ๒๕๓๔
และแก้ ไขเพิม่ เติม (ฉบับท่ี ๘) พ๚ศ๚ ๒๕๕๓

๓) ระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ใช้หลักการกระจายอานาจ ซ่ืงอยู่ภายใต้การ
กากับดูแลของราชการส่วนกลางและส่วนภมู ภิ าค ได้แก่ องค์การปกครองส่วนท้องถ่ิน (อปท๚)
ต่าง ๆ คือ เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ๚) องค์การบริหารส่วนตาบล (อบต๚)
การปกครองพิเศษ ได้แก่ กรุงเทพมหานครและเมอื งพทั ยา

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒

สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒


Click to View FlipBook Version