พฒั นาการของ
การสถาปนาอาณาจกั รธนบรุ ี
แผนท่แี สดงอาณาเขตกรงุ ธนบุรีในสมยั สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราช
คลองบางกอกน้อย ชุมชนลาว
ชุมชนมลายู
วดั ระฆงั ชุมชนจีน วดั มหาธาตุยวุ ราชรังสฤษฎิ์
คลองมอญ ชมุ ชนเวยี ดนาม ราชวรมหาวิหาร
ที่อยู่อาศยั ของขุนนาง วดั พระเชตุพนวมิ ลมงั คลาราม
ราชวรมหาวหิ าร
วดั ทา้ ยตลาด
๑ กาลังไพร่พลของพระยาตาก (สิน) ไม่มากพอจะรกั ษากรุงศรอี ยุธยา
๒ กรุงธนบุรตี ้งั อยไู่ มห่ า่ งไกลจากกรงุ ศรีอยธุ ยา
๓ กรุงศรีอยธุ ยาทรดุ โทรมจนยากจะฟ้ืนฟูข้ึนใหม่
ปจั จยั ที่มผี ลตอ่ ความเจรญิ รงุ่ เรืองของอาณาจกั รธนบรุ ี
อนั เปน็ ผลมาจากการรวมชมุ นมุ เชน่ การแกป้ ัญหาขาดแคลน โดยสมเดจ็ พระเจา้ ตากสิน
ตา่ งๆ เขา้ มาอยู่ในอาณาจกั ร ข้าวสาร การสง่ เสรมิ การทานา มหาราช ทรงฟน้ื ฟคู ณะสงฆท์ ี่เส่อื ม
เพาะปลกู ทาให้เศรษฐกจิ ของ โทรมลงไปมากเมอื่ คราวสงคราม
นอกจากนยี้ งั มแี ม่ทพั ที่มี ธนบรุ ีทีต่ กตา่ ในระยะแรก การ
ความสามารถหลายคน เช่น เสียกรุงศรอี ยุธยาใหก้ ลบั มา
สมเดจ็ เจ้าพระยามหากษตั ริย์ศกึ สถาปนาสามารถฟืน้ ตัว เจรญิ รุ่งเรอื งดงั เดิม
เจ้าพระยาสุรสหี ์ เป็นตน้ ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็
พฒั นาการทางประวตั ิศาสตรข์ องอาณาจักรธนบุรี
พฒั นาการดา้ นการเมืองการปกครอง
ชมุ นมุ เจา้ พระฝาง
ชมุ นุมพระยาตาก (สิน)
ชมุ นมุ เจา้ นครศรีธรรมราช
ชุมนุมพระยาพษิ ณุโลก
ชุมนุมเจา้ พิมาย
ชมุ นุมสุกพ้ี ระนายกอง
การบรหิ ารราชการแผ่นดนิ สว่ นกลาง สมุหนายก
สมุหพระกลาโหม ดูแลงานฝ่ายทหารท่ัวไปดแู ลหวั
เมืองฝ่ายเหนือท้ังฝ่ายทหารและ
ดูแลงานฝา่ ยทหารทั่วไป พลเรอื น ดูแลจตสุ ดมภ์ โดย
เสนาบดกี รมคลังรับผิดชอบกรม
คลังและหวั เมอื งชายทะเล
ตะวนั ออก และหัวเมอื งฝ่ายใต้
ท้งั ฝ่ายทหารและพลเรือน
การบริหารราชการแผ่นดินสว่ นหัวเมือง “ยังคงยึดแบบอย่างสมยั อยุธยาตอนปลาย”
หัวเมอื งชั้นใน หวั เมืองชนั้ ใน
ราชธานี หัวเมืองชน้ั นอก • มีผู้ร้ังเมอื งและคณะกรมการเมืองรบั นโยบาย และคาส่ัง
จากเสนาบดีจากสว่ นกลาง
• จัดเปน็ เมืองจัตวา
หวั เมอื งชน้ั นอก (เมอื งพระยามหานคร)
• มีเจา้ เมืองปกครองพร้อมทั้งคณะกรมการเมือง
• มจี ตสุ ดมภเ์ หมอื นราชธานี มเี มอื งใหญน่ ้อยขน้ึ ตรงอีกตอ่ หนึง่
• หวั เมอื งเหล่านี้แบ่งเปน็ หวั เมอื งเอก โท ตรี
หวั เมอื งประเทศราช หัวเมอื งประเทศราช
• ต้องส่งเครื่องราชบรรณาการตน้ ไมเ้ งิน ตน้ ไม้ทองมาถวาย
พระมหากษตั รยิ ์ ท่ีกรุงธนบุรี
• เมืองสาคัญ เชน่ กัมพชู า หลวงพระบาง เวยี งจนั ทน์ จาปาศกั ดิ์
การกวาดตอ้ นและเสบียงอาหาร การทาสงครามปราบชมุ นมุ การใชจ้ ่ายทรพั ย์สิน
ของพมา่ และรบกบั พม่า ในดา้ นต่างๆ จานวนมาก
การซ้อื ขา้ วมาแจกใหแ้ กร่ าษฎร การใหข้ ้าราชการทานาปีละ ๒ ครั้ง การปราบปรามโจรผู้รา้ ย
การจับหนูมาส่งกรมพระนครบาล
การประมูลผูกขาด การส่งเสรมิ ใหพ้ ่อค้า
เกบ็ คา่ ภาคหลวง เข้ามาคา้ ขายมากขึน้
ทรงเป็นพระประมุขของราชอาณาจักร มพี ระราชอานาจสูงสุด มี
สถานะเปน็ สมมติเทพและธรรมราชาเชน่ เดยี วกับสมัยอยธุ ยา
เปน็ บคุ คลที่สบื ทอดพระพุทธศาสนา ไดร้ บั การยกยอ่ งและศรัทธา
จากบคุ คลทกุ ชนชัน้
องคป์ ระกอบของโครงสรา้ งทางสงั คมสมยั ธนบรุ ี พระญาตใิ หญ่น้อยของพระมหากษัตริย์ เรียกวา่ เจา้ นาย มศี ักดนิ า
แตกต่างกนั ออกไป
บุคคลทีร่ ับราชการแผน่ ดิน มที ัง้ ศักดนิ า ยศ ราชทินนาม และตาแหนง่
ราษฎรทต่ี ้องถูกเกณฑ์แรงงานใหก้ ับราชการทงั้ ในยามปกตแิ ละยาม
สงคราม ต้องสงั กดั มลู นาย
ชนชัน้ ต่าที่สดุ ในสังคม ไม่มีกรรมสิทธใ์ิ นแรงงานและชวี ิตตนเอง ต้อง
ตกเปน็ ของนายจนกวา่ จะได้ไถต่ ัว
ความสมั พันธก์ บั พมา่
• สว่ นใหญจ่ ะเป็นการเผชิญหน้าทางทหาร
• สมยั ธนบรุ ี พม่าพยายามโจมตไี ทยตอ่ โดยมกี ารทาสงครามต่อ
กนั ถงึ ๑๐ ครง้ั ครั้งสาคัญเชน่
ศึกคา่ ยโพธ์ิสามต้น พ.ศ. ๒๓๑๐
ศกึ เชียงใหม่ (คร้ังที่ ๒) พ.ศ. ๒๓๑๗
ศึกบางแก้ว เมืองราชบรุ ี พ.ศ. ๒๓๑๗
ศกึ อะแซหวุ่นก้ี พ.ศ. ๒๓๑๘ - ๒๓๑๙
ภูมปิ ญั ญาและวฒั นธรรมไทยสมยั ธนบรุ ี
ภมู ิปญั ญาและวัฒนธรรมไทยในการพิจารณาทาเลท่ตี ั้งของราชธานี
เมอื งธนบรุ ีตงั้ อยรู่ ิมปากแมน่ า้ เจ้าพระยา และมีป้อมปราการมาต้งั แตส่ มัยอยธุ ยา
จึงชว่ ยปอ้ งกันการโจมตีของขา้ ศกึ และติดตอ่ ค้าขายทางทะเลไดส้ ะดวก
ภูมิปัญญาดังกลา่ วมอี ิทธพิ ลต่อปจั จุบัน
เชน่ การเลอื กทาเลสร้างท่าเรือแหลมฉบัง ฐานทพั เรอื สัตหีบ เปน็ ต้น
ภมู ิปญั ญาและวฒั นธรรมไทยในการปรับตวั เพอ่ื แก้ไขปัญหาในการดารงชีวติ
สมยั ธนบุรใี นระยะแรกๆ ประสบกบั ภาวะสงครามและการขาดแคลนข้าว
สมเด็จพระเจา้ ตากสินมหาราชจึงทรงแก้ไขปัญหาการดารงชวี ติ หลายประการ
เช่น ซอ้ื ขา้ วสารจากพอ่ ค้าสาเภาจีนมาแจกจา่ ยให้แก่ราษฎร ทรงใหข้ ้าราชการและราษฎรจับหนู
ท่ีกดั กินขา้ วมาสง่ กรมนครบาล ภูมิปญั ญาดงั กล่าวมอี ิทธพิ ลตอ่ ปัจจุบัน
เชน่ การทานาในทด่ี อนเพ่ือขยายพน้ื ทปี่ ลูกข้าว เปน็ ต้น การทานาปีละ ๒-๓ คร้ัง เพ่อื เพิ่มผลผลติ
การวาดภาพเกย่ี วกับไตรภมู หิ รอื โลกทงั้ สาม
ไดแ้ ก่ สวรรคภ์ มู ิ มนษุ ยภมู ิ และนรกภมู ิ
เรยี กวา่ สมุดภาพไตรภูมิ เพอ่ื ปลูกฝังใหค้ นไทย เ
ช่ือในเร่อื งบาปบญุ คุณโทษ ภูมิปัญญาดังกล่าวมีอทิ ธพิ ล
ตอ่ สังคมไทยในปจั จุบัน เช่น มกี ารวาดภาพไตรภมู ิไว้
ตามผนงั โบสถแ์ ละวิหารตามวัดต่างๆ
เพ่อื เตอื นใจคนให้ทาแต่ความดี ละเว้นความช่ัว เป็นตน้
สมดุ ภาพไตรภมู ิท่เี ขยี นข้นึ ในสมยั สมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาราช
สงั คมไทยสมยั ธนบรุ ีได้มีชาวตา่ งชาตอิ าศัย
อยรู่ ว่ มกับคนไทย เชน่ ชาวจนี ชาวมอญ
ซง่ึ ต่างปรบั ตัวหลอมรวมกนั ได้ด้วยดีระหว่างคนไทยกับชน
ชาตติ า่ งๆ ภมู ิปญั ญาดงั กลา่ วมีอทิ ธิพลต่อปัจจบุ นั
โดยการโอบอ้อมอารขี องคนไทยต่อคนตา่ งชาติพนั ธุ์
ไดเ้ ป็นวัฒนธรรมอันดงี าม ท่ีสบื ทอดมาจนถึงปัจจุบนั
ผลงานศิลปกรรมที่สาคญั มีน้อย เช่น การสรา้ ง
พระราชวังกรงุ ธนบรุ ี วังเจ้านาย วงั เดมิ
การบูรณปฏสิ ังขรณแ์ ละสรา้ งวัดวาอารามต่างๆ เชน่
วัดบางหวา้ ใหญ่ (วัดระฆงัโฆษติ าราม) วัด
แจ้ง (วัดอรณุ ราชวราราม) วัดบางย่ีเรอื นอก
(วัดอินทาราม) รวมถึงภาพเขียนในหนังสือสมุดไทย
เรอ่ื งไตรภูมิ ภมู ิปญั ญาดงั กล่าวมีอทิ ธพิ ลตอ่ ปจั จบุ นั
โดยเป็นแหลง่ เรียนรู้ทางด้านประวตั ศิ าสตรแ์ ละศิลปะ
ของไทย ส่งผลดีต่อการท่องเท่ยี วไทยในปจั จบุ นั