สงครามครูเสด
สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษา นราธิวาส เขต2
สงครามครูเสด
สงครามครูเสด (องั กฤษ: Crusades; อาหรับ: الحروب الصليبية, อลั ฮุรูบ อศั ศอลีบียะหฺ หรือ الحملات
الصليبية, อลั ฮมั ลาต อศั ศอลีบียะหฺ แปลวา่ "สงครามไมก้ างเขน") เป็ นชุดสงครามรบนอกประเทศทางศาสนา ท่ี
ถูกทาใหศ้ กั ด์ิสิทธ์ิโดยสมเดจ็ พระสนั ตะปาปาเออร์บนั ที่ 2 และศาสนจกั รคาทอลิก มีเป้าหมายที่แถลงไวเ้ พือ่
ฟ้ื นฟูการเขา้ ถึงที่ศกั ด์ิสิทธ์ิในและใกลเ้ ยรูซาเลม็ ของคริสเตียน เยรูซาเลม็ เป็นนครศกั ด์ิสิทธ์ิและสัญลกั ษณ์ของ
ศาสนาเอบราฮมั หลกั ท้งั สาม (ศาสนายดู าย ศาสนาคริสตแ์ ละศาสนาอิสลาม)[1] ภูมิหลงั สงครามครูเสดเกิดเมื่อ
เซลจุคเติร์กมีชยั ชนะอยา่ งเด็ดขาดเหนือกองทพั ไบแซนไทน์เมื่อ ค.ศ. 1071 และตดั การเขา้ ถึงเยรูซาเลม็ ของคริส
เตียน จกั รพรรดิไบแซนไทน์ อเล็กซิสท่ี 1 ทรงเกรงวา่ เอเชียไมเนอร์ท้งั หมดจะถูกบุกรุก พระองคจ์ ึงทรงเรียกร้อง
ผนู้ าคริสเตียนตะวนั ตกและสันตะปาปาใหม้ าช่วยเหลือโดยไปจาริกแสวงบุญหรือสงครามศาสนาเพื่อปลดปล่อย
เยรูซาเล็มจากการปกครองของมุสลิม[2] อีกสาเหตุหน่ึงเป็นเพราะการทาลายลา้ งสถานที่ศกั ด์ิสิทธ์ิของคริสเตียน
เป็นจานวนมากและการเบียดเบียนคริสตศ์ าสนิกชนภายใตอ้ ลั -ฮาคิม กาหลิปราชวงศฟ์ าติมียะห์
นกั รบครูเสดประกอบดว้ ยหน่วยทหารแห่งโรมนั คาทอลิกจากทว่ั ยโุ รปตะวนั ตก และไมอ่ ยภู่ ายใตอ้ านาจบงั คบั
บญั ชารวม สงครามครูเสดชุดหลกั โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ที่พุง่ เป้าตอ่ มุสลิมในเลแวนต์ (Levant) เกิดข้ึนระหวา่ ง
ค.ศ. 1095 ถึง 1291 นกั ประวตั ิศาสตร์ใหต้ วั เลขสงครามครูเสดก่อนหนา้ น้นั อีกมาก หลงั มีความสาเร็จในช่วงแรก
อยบู่ า้ ง สงครามครูเสดช่วงหลงั กลบั ลม้ เหลว และนกั รบครูเสดถูกบงั คบั ใหก้ ลบั บา้ น ทหารหลายแสนคน
กลายเป็นนกั รบครูเสดโดยการกล่าวปฏิญาณ[3] สมเด็จพระสันตะปาปาใหก้ ารไถ่บาปบริบูรณ์ (plenary
indulgence) แก่ทหารเหล่าน้นั สัญลกั ษณ์ของนกั รบเหล่าน้ี คือ กางเขน คาวา่ "ครูเสด" มาจากภาษาฝร่ังเศส
หมายถึง การยกกางเขนข้ึน ทหารจานวนมากมาจากฝร่ังเศสและเรียกตนเองวา่ "แฟรงก"์ ซ่ึงกลายเป็นคาสามญั ท่ี
มุสลิมใช[้ 4]
คาวา่ "ครูเสด" ยงั ใชอ้ ธิบายการทพั ที่มีเหตุจูงใจทางศาสนาที่ดาเนินระหวา่ ง ค.ศ. 1100 และ 1600 ในดินแดน
นอกเหนือไปจากเลแวนต์ โดยมกั เป็นสงครามกบั พวกนอกศาสนา นอกรีตและประชาชนภายใตก้ ารหา้ ม
บพั พาชนียกรรม (excommunication) ดว้ ยเหตุผลดา้ นศาสนา เศรษฐกิจและการเมืองผสมกนั การแขง่ ขนั กนั
ระหวา่ งคริสเตียนและมุสลิมยงั นาไปสู่พนั ธมิตรระหวา่ งกลุ่มแยกศาสนาตอ่ คูแ่ ข่งของตน เช่นคริสเตียนเป็น
พนั ธมิตรกบั รัฐสุลต่านรูมท่ีนบั ถืออิสลามระหวา่ งสงครามครูเสดคร้ังท่ีหา้
สงครามครูเสดส่งผลกระทบใหญห่ ลวงทางการเมือง เศรษฐกิจและสงั คมตอ่ ยโุ รปตะวนั ตก มนั ส่งผลให้
จกั รวรรดิไบแซนไทน์ที่นบั ถือคริสตอ์ ่อนแอลงมาก และเสียใหแ้ ก่เติร์กมุสลิมในอีกหลายศตวรรษต่อมา เรกอง
กิสตา สงครามอนั ยาวนานในคาบสมุทรไอบีเรีย ซ่ึงกาลงั คริสเตียนพชิ ิตคาบสมุทรคืนจากมุสลิม มีความสมั พนั ธ์
ใกลช้ ิดกบั สงครามครูเสด
สงครามครูเสดแต่ละคร้ัง
มีสงครามครูเสดเกิดข้ึนหลายคร้ัง แตค่ ร้ังท่ีสาคญั ท่ีใหญ่ท่ีสุดเกิดข้ึนระหวา่ งศตวรรษท่ี 11 ถึง 13 ซ่ึงมีสงคราม
ใหญ่ ๆ เกิดข้ึนถึง 9 คร้ังในมหาสงครามคร้ังน้ีและยงั มีสงครามยอ่ ย ๆ เกิดอีกหลายคร้ังในระหวา่ งน้นั สงคราม
บางคร้ังก็เกิดข้ึนภายในยโุ รปเอง เช่น ท่ีสเปน และมีสงครามยอ่ ย ๆ เกิดข้ึนตลอดศตวรรษท่ี 16 จนถึงยคุ เรอเนส
ซองซ์ และการปฏิรูปศาสนา
เมดิเตอร์เรเนียนตะวนั ออก
พ้ืนหลงั
ดูขอ้ มูลเพ่ิมเติมที่: การพิชิตดินแดนโดยมุสลิม, จกั รวรรดิเซลจุค, สงครามไบแซนไทน์-เซลจุค, สงครามไบแซน
ไทน์-อาหรับ, การประชุมที่แกลร์มง และ เรกองกิสตา
Map showing the expansion of Islam 622–750
การขยายตวั ของศาสนาอิสลามระหวา่ ง ค.ศ. 622 - 750
การขยายตวั ของศาสนาอิสลามภายใตม้ ุฮมั มดั ค.ศ. 622–632
... ระหวา่ งจกั รวรรดิรอชิดีน ค.ศ. 632–661
... และระหวา่ งราชวงศอ์ ุมยั ยะฮ์ ค.ศ. 661–750
นบีมุฮมั มดั ก่อต้งั ศาสนาอิสลามในคาบสมุทรอาหรับและเมื่อสิ้นพระชนมใ์ นปี ค.ศ. 632 เกิดการรวมตวั ของชาว
อาหรับข้ึนเป็ นรัฐเดียว อานาจอาหรับขยายตวั อยา่ งรวดเร็วในคริสตศ์ ตวรรษที่ 7 และ 8 ส่วนใหญเ่ กิดจากการ
พิชิตทางทหาร การแผอ่ ิทธิพลขยายไปถึงภาคตะวนั ตกเฉียงเหนือของเอเชียใต้ ขา้ มเอเชียกลาง ตะวนั ออกกลาง
รวมถึงการยดึ กรุงเยรูซาเล็มจากจกั รวรรดิไบแซนไทนห์ ลงั จากปิ ดลอ้ มในปี ค.ศ. 637 แอฟริกาเหนือ ตอนใตข้ อง
อิตาลี คาบสมุทรไอบีเรียและเทือกเขาพเิ รนีส[5][6][7] ความอดกล้นั การคา้ และความสัมพนั ธ์ทางการเมือง
ระหวา่ งอาหรับและรัฐคริสเตียนของยโุ รปเกิดข้ึนและจางหาย ยกตวั อยา่ งเช่น อลั ฮะกิม บิอมั ร์ อลั เลาะฮ์ (al-
Hakim bi-Amr Allah) กาหลิบราชวงศฟ์ าติมียะห์ไดท้ าลายโบสถแ์ ห่งสุสานศกั ด์ิสิทธ์ิ (Church of the Holy
Sepulchre) ในกรุงเยรูซาเล็ม แตผ่ สู้ ืบตาแหน่งอนุญาตใหจ้ กั รวรรดิไบแซนไทน์สร้างข้ึนใหม่[8] จกั รวรรดิไบ
แซนไทนไ์ ดด้ ินแดนคืนเม่ือปลายคลิสตศ์ ตวรรษท่ี 10 โดยกษตั ริยบ์ าซิลท่ี 2 (Basil II) ซ่ึงใชเ้ วลาส่วนใหญใ่ น
รัชกาลถึงคร่ึงศตวรรษในการปราบพชิ ิต การแสวงบุญของชาวคาทอลิกไปยงั สถานที่ศกั ด์ิสิทธ์ิไดร้ ับอนุญาต
ชาวคริสเตียนในดินแดนมุสลิมไดร้ ับสถานะษิมมี (Dhimmi) มีสิทธิตามกฎหมายและไดร้ ับการคุม้ ครองจาก
กฎหมาย คริสเตียนเหล่าน้ีไดร้ ับอนุญาตใหร้ ักษาโบสถไ์ ว้ และการแต่งงานขา้ มศาสนาหรือความเชื่อไม่ใช่เร่ือง
แปลก[9] วฒั นธรรมและหลกั ความเชื่อต่าง ๆ ดารงอยรู่ ่วมกนั และและแข่งขนั กนั แตเ่ ม่ือกลบั ไปยงั ยโุ รป
ตะวนั ตก ผแู้ สวงบุญชาวคาทอลิกและพอ่ คา้ กลบั รายงานวา่ สภาพชายแดนระหวา่ งทา่ เรือซีเรียและกรุงเยรูซาเลม็
ไมเ่ อ้ืออานวยตอ่ การอยอู่ าศยั เป็นอยา่ งมาก[10]
ตน้ คริสตศ์ ตวรรษท่ี 8 คริสตศาสนิกชนเขา้ ร่วมการทพั เพ่ือยดึ คาบสมุทรไอบีเรียคืน ที่รู้จกั กนั ในชื่อ เรกองกิสตา
การทพั ถึงจุดผลิกผนั ในปี ค.ศ. 1085 เมื่อกษตั ริยอ์ ลั ฟอนโซแห่งเลอองและคาสเตล (Alfonso VI of León and
Castile) เขา้ ยดึ โตเลโด[11] ในเวลาเดียวกนั เอมิเรตแห่งซิซิลีถูกพิชิตโดยนอร์มนั โรเจอร์แห่งฮวั เตวลิ ล์ (Roger
de Hauteville) ผเู้ ส่ียงโชคใน ค.ศ. 1091[12] ยโุ รปในช่วงเวลาน้ีตกอยใู่ นการดิ้นรนต่อสู้กบั อานาจตา่ ง ๆ หลาย
ดา้ น ใน ค.ศ. 1054 จากความพยายามนบั ศตวรรษของคริสตจกั รลาตินที่จะถือสิทธ์ิสูงสุดเหนืออคั รบิดรแห่ง
จกั รวรรดิตะวนั ออกนาไปสู่การแบ่งแยกคริสตจกั รอยา่ งถาวรท่ีเรียกวา่ ศาสนเภทตะวนั ออก-ตะวนั ตก[13] จาก
การปฏิรูปเกรกอเรียน (Gregorian Reform) สันตะปาปานกั ปฏิรูปพยายามที่จะเพมิ่ อานาจและอิทธิพลเหนือ
ฆราวาส เร่ิมตน้ ราว ค.ศ. 1075 และต่อเน่ืองไประหวา่ งสงครามครูเสดคร้ังท่ี 1 ขอ้ ขดั แยง้ เรื่องการสถาปนาสมณ
ศกั ด์ิคือการตอ่ สู้ทางอานาจระหวา่ งคริสตจกั รกบั รัฐในยโุ รปยคุ กลางวา่ คริสตจกั รคาทอลิกหรือจกั รวรรดิโรมนั
อนั ศกั ด์ิสิทธ์ิที่จะแต่งต้งั และสถาปนาสมณศกั ด์ินกั บวช[14][15] พระสนั ตะปาปาซอ้ นคลีเมนตท์ ่ี 3 (Antipope
Clement III) ซ่ึงเป็นสมเด็จพระสนั ตะปาปาอีกองคห์ น่ึงในช่วงเวลาน้ีและสมเด็จพระสันตะปาปาเออร์บนั ทรงใช้
เวลาส่วนใหญ่ในตอนตน้ ของการดารงตาแหน่งสังฆราชของพระองคใ์ นการล้ีภยั ออกจากโรม ผลท่ีตามมาก็คือ
การนบั ถือศาสนาและความสนใจในเร่ืองศาสนาเพ่ิมมากข้ึนในหมูป่ ระชากรทวั่ ไปในยโุ รปคาทอลิก และการ
โฆษณาชวนเชื่อทางศาสนาโดยองคส์ ันตะปาปาสนบั สนุนสงครามอนั ชอบธรรมเพื่อเรียกคืนปาเลสไตน์จากชาว
มุสลิม การร่วมในสงครามครูเสดถูกมองวา่ เป็นรูปแบบของการสานึกบาปที่สามารถชดเชยบาปได[้
สภานการณ์ที่เป็ นอยถู่ ูกทาใหเ้ สียกระบวนโดยการอพยพชาวตะวนั ตกของเผา่ เติร์ก ปี ค.ศ. 1071 ชยั ชนะเหนือ
กองทพั ไบแซนไทน์ในยทุ ธการแมนซิเคิร์ท เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์สาคญั โดยนกั ประวตั ิศาสตร์ เหตุการณ์น้ี
ถือวา่ เป็นหน่ึงในข้นั ตอนของการขยายตวั ของจกั รวรรดิเซลจุคสู่อานาโตเลีย[17] หน่ึงปี หลงั จากน้นั ชาวเติร์กได้
แยง่ สิทธ์การควบคุมปาเลสไตนจ์ ากราชวงศฟ์ าติมียะห์[18]
สงครามครูเสดคร้ังท่ี 1 ค.ศ. 1095-1101
ดูบทความหลกั ท่ี: สงครามครูเสดคร้ังท่ี 1, สงครามครูเสดชาวบา้ น, Crusade of 1101, สงครามครูเสดนอร์เวย์
และ Battle of Ascalon
ดูเพ่มิ เติมที่: Persecution of Jews in the First Crusade
สมเด็จพระสนั ตะปาปาเออร์บนั ท่ี 2 ในสภาแห่งเคลียมอนทป์ ระกาศใหแ้ ยง่ ชิงแดนศกั ดิสิทธ์ิคืน
เริ่มตน้ เม่ือปี 1095 โดยสมเด็จพระสนั ตะปาปาเออร์บนั ท่ี 2 (Urban II) แห่งกรุงโรม รวบรวมกองทพั ชาวคริสต์
ไปยงั กรุงเยรูซาเลม ช่วงแรกกองทพั ของปี เตอร์ นกั พรต (Peter the Hermit) นาล่วงหนา้ กองทพั ใหญไ่ ปก่อน
ส่วนกองทพั หลกั มีประมาณ 50,000 คนซ่ึงส่วนใหญ่มาจากประเทศฝรั่งเศส นาโดย โรเบิร์ต เคอร์โทส ดยกุ แห่ง
นอร์มงั ดีโอรสของสมเด็จพระเจา้ วลิ เลียมท่ี 1 แห่งองั กฤษ
ในท่ีสุดเม่ือปี 1099 กองทพั ก็เดินทางจากแอนติออคมาถึงกาแพงเมือง และยดึ ฐานท่ีมน่ั ใกลก้ าแพงเขา้ ปิ ดลอ้ มเยรู
ซาเลมไว้ กองกาลงั มุสลิมที่ไดร้ ับการขนานนามวา่ ซาระเซ็น ไดต้ อ่ สู้ดว้ ยความเขม้ แขง็ ทวา่ ทา้ ยที่สุดนกั รบครู
เสดก็บุกฝ่ าเขา้ ไป และฆา่ ลา้ งทุกคนที่ไมใ่ ช่ชาวคริสตก์ ระทงั่ ชาวมุสลิมในเมืองหรือชาวยวิ ในสถานที่ทางศาสนา
กล็ ว้ นถูกฆ่าจนหมด เหลือเพยี งผปู้ กครองเดิมในขณะน้นั ซ่ึงไดร้ ับอนุญาตใหอ้ อกไปได้ แต่ทวา่ ข่าวการรบน้นั ไม่
อาจไปถึงพระสนั ตะปาปา เน่ืองจากพระองคส์ ิ้นพระชนมใ์ นอีกไมก่ ่ีวนั ถดั มา
ผนู้ าเหล่านกั รบศกั ด์ิสิทธ์ิท่ีไดร้ ับเลือกคือ กอดฟรียแ์ ห่งบูยง ซ่ึงอยใู่ นตาแหน่งนานหน่ึงปี จึงเสียชีวติ เดือน
กรกฎาคมปี 1100 บอลดว์ นิ จากเอเดสซาจึงข้ึนสืบเป็นกษตั ริย์ พระองคอ์ ภิเษกกบั เจา้ หญิงอาร์เมเนีย แตไ่ ร้รัช
ทายาท พระองคส์ วรรคตในปี 1118 ผเู้ ป็นราชนดั ดานามบอลดว์ นิ จึงครองราชยเ์ ป็ นกษตั ริยบ์ อลดว์ ินที่ 2 แห่ง
อาณาจกั รศกั ด์ิสิทธ์ิ มีราชธิดา 3 พระองค์ และท่ีน่าสนใจคือคร้ังน้ีบลั ลงั กส์ ืบทอดทางธิดาองคโ์ ตหรือมเหสี และ
พระสวามีจะครองราชยแ์ ทนกษตั ริยอ์ งคก์ ่อน
สงครามครูเสดมีสาเหตุหลกั มาจากความแตกต่างทางความเชื่อในศาสนาแตล่ ะศาสนา จนทาใหไ้ มเ่ ขา้ ใจซ่ึงกนั
และกนั ซ่ึงผเู้ ริ่มตน้ คือชาวมุสลิมตอ้ งการครอบครองดินแดนศกั ด์ิสิทธ์ิ คือ กรุงเยรูซาเลม นอกจากน้นั เหตุผล
ทางการเมืองก็เป็นอีกสาเหตุของสงครามดว้ ย เพราะในสมยั น้นั เศรษฐกิจในยโุ รบตกต่า ผนู้ าศาสนาใน
โรมนั คาทอลิกเรืองอานาจมาก และมีอานาจเหนือกษตั ริย์ และครอบครองทรัพยส์ ินมหาศาล ขนาดมีความเช่ือ
ในตอนน้นั วา่ ถา้ เป็ นไปไดพ้ ่อแมท่ ุกคนอยากใหบ้ ุตรชายของตนเป็นนกั บวชเพอ่ื จะเป็ นผนู้ าศาสนา
สงครามครูเสดไดค้ ร่าชีวิตและทรัพยส์ ินของมนุษยชาติอยา่ งมากมายมหาศาล เพราะพระสันตะปาปาอา้ งวา่ เขา
สามารถลา้ งบาปใหก้ บั นกั รบครูเสดได้ และอนุญาตใหป้ ลน้ ฆ่า ยดึ ทรัพยพ์ วกนอกศาสนาได้ ซ่ึงหลกั การน้ีไม่มี
ในพระคาภีร์ไบเบิล้ อีกท้งั ขนุ นางในสมยั น้นั ตอ้ งการยดึ ทรัพยส์ ินของพวกยวิ ที่ร่ารวย และตอ้ งการมีอิทธิพลใน
ยโุ รบไปจนถึงตะวนั ออกกลางจึงใชข้ อ้ อา้ งของศาสนามาอา้ งในการทาสงครามคร้ังน้ี
ผลของสงครามครูเสดน้ีฆ่าคนไปจานวนมากมายนบั จากยวิ ในยโุ รบไปจนถึงยวิ ในเยรูซาเร็ม และทาใหช้ าว
มุสลิมและคริสเตียนบาดหมางกนั ท้งั ๆ ท่ีก่อนหนา้ น้ีท้งั สองศาสนา แมท้ ้งั สองจะมีความตา่ งกนั แต่สามารถอยู่
ร่วมกนั ไดใ้ นดินแดนแถบน้นั และสงครามครูเสดทาใหค้ วามขดั แยง้ เหล่าน้นั ยงั คงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบนั
สงครามครูเสดคร้ังท่ี 2 (1147–1149)
ดูบทความหลกั ท่ี: สงครามครูเสดคร้ังท่ี 2
ลทั ธิศกั ดินา (Feudalism) ท่ีพวกครูเสดนามาใชใ้ นเอเชียนอ้ ย (Asia Minor) น้ีไดร้ ะบาดในหมู่พวกมุสลิมเช่นกนั
พวกมุสลิมชนชาติตา่ ง ๆ ในตะวนั ออกกลางต่างกแ็ ก่งแยง่ ถืออานาจกนั แตกออกเป็ นหลายนคร
อิมาดุดดีน ซงั กี (Imaduddin Zangi) ผเู้ ป็นบุตรคนหน่ึงของ อกั สุนกูร อลั ฮาญิบ ซ่ึงเป็นเจา้ เมืองฮะลบั หรืองอ
เลปโป (ภาษาละติน: Aleppo) ภายใตอ้ าณาจกั รของ มะลิกซาห์ ใน ค.ศ. 1127 ไดเ้ ป็นอะตาเบก (เจา้ นคร) แห่งโม
สุล และต่อมา 1128 ก็ไดร้ วบรวมอเลปโปเขา้ อยใู่ ตอ้ านาจของตน โดยเขา้ ขา้ งกษตั ริยแ์ ห่งสลั ญูก ซ่ึงกาลงั แยง่ ชิง
เขตแดนต่าง ๆ ของจกั รวรรดิอบั บาซียะฮ์ ในปี ค.ศ. 1135 เขาพยายามตีนครดามสั คสั เมื่อรวบรวมใหอ้ ยใู่ ต้
อานาจ แตก่ ็ไม่สาเร็จ ระหวา่ งทางท่ีถอยทพั กลบั ไปอเลปโป กไ็ ดเ้ ขา้ ตีนครฮิมสฺ เพ่ือยดึ มาเป็นของตน แต่ตีไม่
สาเร็จ สองปี ตอ่ มา ซงั กียอ้ นกลบั มาตีนครฮิมสฺอีกคร้ัง แต่กไ็ ม่สาเร็จอีกเช่นกนั ทางนครดามสั คสั เม่ือกลวั วา่ ซงั กี
จะยกทพั มาประชิตเมืองอีกคร้ัง ก็ไดผ้ กู สมั พนั ธไมตรีกบั อาณาจกั รเยรูซาเลมของพวกครูเสด
ซงั กียกทพั ไปตีพวกครูเสด จนเกิดปะทะกนั ที่บารีน ฟูลก์ เจา้ ราชอาณาจกั รเยรูซาเลมพา่ ยแพ้ พากองทพั ท่ีรอด
ตายหนีออกจากนครเยรูซาเลม ซงั กีไดผ้ กู สัมพนั ธไมตรีกบั นครดามสั คสั เมื่อเห็นวา่ ตนไม่มีความสามารถท่ีจะ
เอาชนะได้ ประกอบกบั ไดข้ า่ ววา่ จกั รพรรดิยอห์น คอมเนนุส (John Comnenus) ไดย้ ดึ เอานครอนั ติออก ที่พวก
ครูเสดปกครองอยนู่ ้นั เขา้ มาอยใู่ นอาณาจกั รไบแซนไทน์ และไดส้ ่งกองทพั มาประชิตเมืองอเลปโปของตน
พวกครูเสดที่ส่งมาโดยจกั รพรรดิยอห์น คอมเนนุส (John Comnenus) พวกน้ียดึ เมืองบุซาอะ (Buzaa) ไดฆ้ ่าพวก
ผชู้ ายท้งั หมดแลว้ กวาดตอ้ นผหู้ ญิงและเด็กไปเป็ นทาส
แมซ้ งั กีจะวางแผนการเพ่อื ยดึ นครดามสั คสั อีกในเวลาต่อมา ถึงข้นั กบั สมรสกบั นางซุมุรรุด มารดาเจา้ นคร ดว้ ย
การยกเมืองฮิมสฺเป็ นสินสอด และต่อมาเจา้ นครกถ็ ูกลอบสังหาร ซงั กีกไ็ มอ่ าจจะยดึ เอานครดามสั คสั เป็นของตน
ได้ เวลาตอ่ มา นครดามสั คสั กก็ ลบั ไปร้ือฟ้ื นความสัมพนั ธ์กบั พวกครูเสดอีกคร้ัง และไดร้ ่วมกนั โจมตีกองทพั
ของซงั กีที่บานิยาส
ซงั กีไดย้ กทพั เขา้ ตีนครเอเดสสาท่ีอยภู่ ายใตพ้ วกครูเสดแตกเม่ือวนั ท่ี 24 ธนั วาคม ค.ศ. 1114 จุดน้ีเป็ นจุดเริ่มตน้
ของสงครามครูเสดคร้ังท่ี 2
ซงั งีถูกทาสรับใชข้ องตน ซ่ึงเป็นชาวแฟรงก์ ลอบสังหารเม่ือวนั ที่ 5 เราะบีอุษษานีย์ 541 ตรงกบั วนั ท่ี 14
กนั ยายน 1146 ซงั งีมีบุตร 4 คน ลว้ นเป็นคนมีความสามารถท้งั สิ้น ในระหวา่ งความยงุ่ ยากน้ีพวกคริสตใ์ นเมืองเอ
เดสสา คิดกบฏฆ่าทหารมุสลิมที่รักษาเมืองและไดร้ ับความช่วยเหลือจากพวกแฟรงก์ ภายใตก้ ารนาของโยสเซ
ลิน (Joscellin) ยดึ เมืองเอเดสสาได้ แต่บุตรสองคนของซงั งี ชื่อ นูรุดดีน มะฮฺมูด (ฝรั่งเรียก Noradius) ตีเมืองเอ
เดสสากลบั คืนมาได้ พวกท่ีก่อกบฏและทหารแฟรงกถ์ ูกฆ่า พวกอาร์มิเนียนที่เป็ นตน้ คิดกบฏถูกเนรเทศ และนู
รุดดีนสง่ั ใหร้ ้ือกาแพงเมือง ผูค้ นต่างหนีออกจากเมืองจนเมืองเอเดสสากลายเป็นเมืองร้าง
การสูญเสียเมืองเอเดสสาเป็นคร้ังที่ 2 น้ี ไดก้ ่อใหเ้ กิดการโฆษณาขนานใหญ่ในยโุ รป แบร์นาร์แห่งแกลร์โว
(Bernard Clairvaux) ซ่ึงฉลาดในการพดู และไดฉ้ ายาวา่ ปี เตอร์นกั พรตคนท่ีสอง ไดเ้ ท่ียวเทศนาปลุกใจนกั รบ ให้
ร่วมกนั ป้องกนั สถานกาเนิดแห่งศาสนาคริสต์ เหตุน้ีทาใหพ้ วกคริสเตียนตกใจกลวั ยง่ิ นกั วา่ พวกสลั ญูกตุรกีจะ
ยกทพั มาตียโุ รป และตนจะไม่ไดเ้ ป็นเจา้ ของศาสนสถานในปาเลสไตนอ์ ีก การปลุกใจคร้ังน้ีไมเ่ ร้าใจแต่เพยี งขนุ
นาง อศั วนิ และสามญั ชน ซ่ึงเป็นส่วนในสงครามครูเสดคร้ังแรกเทา่ น้นั พวกกษตั ริยต์ ่าง ๆ กพ็ ลอยนิยมไปดว้ ย
พระเจา้ หลุยส์ที่ 7 แห่งฝรั่งเศสไดถ้ ือเอาสงครามครูเสดเป็ นเคร่ืองเบี่ยงบา่ ยการกระทาอนั โหดร้าย ตอ่ พลเมือง
บางพวกท่ีเป็นกบฏต่อพระองค์ กษตั ริยค์ อนราดท่ี 3 แห่งเยอรมนั เขา้ ร่วมทพั ดว้ ย เหตุการณ์น้ีเกิดข้ึนใน ค.ศ.
1147 ขา้ งพระเจา้ หลุยส์ที่ 7 แห่งฝร่ังเศส มีพระมเหสีร่วมไปในกองทพั ดว้ ย ช่ืออิเลนอร์ (เอลินอร์แห่งอากีแตน
มเหสีคนน้ีต่อมาไปสมรสกบั พระเจา้ เฮนรี่ที่ 2 แห่งองั กฤษ) การที่ราชินีเขา้ ร่วมกองทพั ดว้ ยทาใหผ้ หู้ ญิงฝร่ังเศส
อีกจานวนมากอาสาเขา้ กองทพั ครูเสด ซ่ึงคราวน้นั มีพลประมาณ 900,000 คน พวกฝร่ังเศสไดก้ ระทาชูก้ บั หญิง
ในกองทพั อยา่ งเปิ ดเผย กองทพั ของสองกษตั ริยไ์ ดร้ ับการตอ่ ตา้ นและเสียหายอยา่ งหนกั
ส่วนหน่ึงกองทพั ของกษตั ริยค์ อนราดถูกทาลายที่เมืองลาซิกียะหฺ (ภาษาละติน: Laodicea หรือ Latakia) ส่วน
กองทพั ของพระเจา้ หลุยส์ที่ 7 ที่ยกมาทางทะเลก็ถูกโจมตียบั เยนิ โดยเฉพาะที่เมืองก็อดมูส (Babadagh ปัจจุบนั ใน
ตุรกี ภาษาละติน: Cadmus) อยา่ งไรก็ตามเน่ืองจากพวกครูเสดมีกาลงั พลมาก จึงเหลือรอดมาถึงเมืองอนั ติออก
ซ่ึงเวลาน้นั พวกขนุ นางและอศั วนิ จานวนมากพกั อยใู่ นเมืองอนั ติออก ซ่ึงเวลาน้นั เรยม์ อง ผเู้ ป็นลุงของราชินีอี
เลนอร์ เป็นผปู้ กครองเวลาน้นั พวกขนุ นางและอศั วนิ จานวนมากพกั อยใู่ นเมืองอนั ติออกเช่น เคาน์เตสแห่งบวั ส์
(Countess of Blois) เคาน์เตสแห่งรูสสี (Countess of Roussi) ดชั เชสแห่งบุยยอง (Duchess of Bouillon) Sybille
แห่งแฟลนเดอร์ส และสตรีของผสู้ ูงศกั ด์ิอื่น ๆ อีก แตจ่ อมราชินีของพวกเขา คือมเหสีของพระเจา้ หลุยส์ท่ี 7 เมื่อ
พกั ผอ่ นและสนุกสนานกบั พวกผหู้ ญิงเพียงพอแลว้ พวกครูเสดกย็ กทพั เขา้ ลอ้ มเมืองดามสั คสั แต่ไมส่ าเร็จ
เพราะนูรุดดีน และสยั ฟุดดีน อลั ฆอซี บุตรท้งั สองของซงั กี ไดย้ กทพั มาช่วย ท้งั กษตั ริยค์ อนราดแห่งเยอรมนีและ
พระเจา้ หลุยส์ท่ี 7 แห่งฝร่ังเศสไดเ้ ลิกทพั กลบั ยโุ รป พวกครูเสดตอ้ งล่าทพั กลบั บา้ นเมืองดว้ ยความผดิ หวงั และ
สูญเสียอยา่ งหนกั
ส่วนพวกครูเสดท่ีมาจากพวกยโุ รปเหนือ กไ็ ดเ้ คล่ือนทพั จนถึงโปรตุเกส แลว้ ไดร้ ่วมมือกบั กษตั ริยอ์ ลั ฟอนโซ
เพื่อโจมตีนครลิสบอน และขบั ไล่พวกมุสลิมออกจากนครน้ีในปี 1147
กองทพั ครูเสดจากเยอรมนั ไดเ้ ขา้ ไปโจมตีพวกสลาฟที่อยรู่ อบอาณาเขตอาณาจกั รเยอรมนั
สงครามครูเสดคร้ังท่ี 3 (1187–1192)
ดูบทความหลกั ท่ี: สงครามครูเสดคร้ังที่ 3
ศอลาฮุดดีน อลั อยั ยบู ีย์ ไดต้ ีเอานครเยรูซาเลมกลบั คืนมาเป็นของพวกมุสลิมอีกคร้ังในปี 1187
เม่ือศอลาฮุดดีนไดข้ ่าวพวกแฟรงกย์ กทพั มา จึงประชุมนายทพั โดยใหค้ วามเห็นวา่ จะโจมตีพวกน้ีขณะเดินทพั อยู่
แตพ่ วกนายพลวา่ ใหต้ ีเม่ือมาถึงชานเมืองอกั กะ (Acre) พวกครูเสดไดต้ ้งั ทพั ลอ้ มเมืองน้ีไว้ และปี กขา้ งหน่ึงจด
ทะเล ทาใหส้ ามารถรับเสบียงจากยโุ รปไดส้ ะดวก ถา้ ศอลาฮุดดีนไดเ้ ริ่มโจมตีพวกน้ีขณะเดินทาง ก็คงไม่
ประสบสถาณะคบั ขนั เช่นน้ี พวกตุรกีจากเมืองใกล้ ๆ กย็ กทพั มาช่วย และในวนั ท่ี 1 ชะอฺบาน 585 (14 กนั ยายน
1189) ศอลาฮุดดีนไดเ้ ร่ิมโจมตีพวกครูเสด หลานชายของท่านคนหน่ึงชื่อ ตะกียดุ ดีน ไดแ้ สดงความกลา้ หาญมาก
ในการรบ ตอนน้ีทหารศอลาฮุดดีนมีกาลงั นอ้ ยกวา่ พวกครุเสดมาก เพราะตอ้ งกระจายกาลงั ป้องกนั เมืองหนา้ ด่าน
ต่าง ๆ เช่นที่ยนื ยนั เขตแดนติดเมืองตริโปลี เอเดสสา อนั ติออก อเล็กซานเดรีย ฯลฯ ในรอบนอกเมืองอกั กาน้นั
พวกครูเสดถูกฆ่าราว 10,000 คน ไดเ้ กิดโรคระบาดข้ึนเพราะดว้ ยศพทหารเหล่าน้ี เนื่องจากติดพนั อยกู่ าร
สงคราม ไมส่ ามารถรักษาท่ีรบใหส้ ะอาดได้ ศอลาฮุดดีนเองไดร้ ับโรคระบาดน้ีดว้ ย แพทยแ์ นะนาใหถ้ อนทหาร
และไดย้ กทพั ไปต้งั มนั่ อยทู่ ี่ อลั คอรรูบะหฺ พวกครูเสดจึงยกทพั เขา้ เมืองอกั กาและเร่ิมขุดคูรอบตวั เมือง
ศอลาฮุดดีนไดม้ ีหนงั สือไปยงั สุลฎอนของมอร็อคโคใหย้ กทพั มาสมทบช่วยแตพ่ วกน้ีไดป้ ฏิเสธ ในฤดูใบไมผ้ ลิ
ศอลาฮุดดีนไดย้ กทพั มาโจมตีเมืองอกั กาอีก พวกครูเสดไดเ้ สริมกาลงั มนั่ และสร้างหอคอยหลายแห่ง แตท่ ้งั หมด
ถูกกองทพั ศอลาฮุดดีนยงิ ดว้ ยดว้ ยลูกไฟ เกิดไฟไหมท้ าลายหมด ตอนน้ีกาลงั สมทบจากอียปิ ตม์ าถึงทางเรือและ
กาลงั การรบจากท่ีอื่นมาดว้ ย พวกแฟรงกเ์ สียกาลงั การรบทางแก่อียปิ ตอ์ ยา่ งยบั เยนิ พวกครูเสดถูกฆา่ และเสีย
กาลงั ทพั มาก แต่ในปลายเดือนกรกฎาคม 1190 เคานตเ์ ฮนรี่แห่งแชมเปญ ผมู้ ีสายสมั พนั ธ์กบั พระเจา้ แผน่ ดิน
ฝรั่งเศสไดย้ กทพั หนุนมาถึง ศอลาฮุดดีนไดถ้ อยทพั ไปต้งั มน่ั ท่ีอลั คอรรูบะหฺอีก ไดท้ ิ้งกองทหารยอ่ ย ๆ ไว้ ซ่ึงได้
ต่อสู้พวกครูเสดอยา่ งกลา้ หาญ ตอนน้ีพวกครูเสดไมส่ ามารถคืบหนา้ ได้ จึงจดหมายไปยงั พระสันตะปาปาขอให้
จดั ทพั หนุนมาช่วย พวกคริสเตียนไดห้ ลงั่ ไหลกลบั มาสมทบพวกครูเสดอีกคร้ัง เพราะถือวา่ การรบ "พวกนอก
ศาสนา" คร้ังน้ีทาใหต้ นถูกเวน้ บาปกรรมท้งั หมดและไดข้ ้ึนสวรรค์ ศอลาฮุดดีนจดั ทพั รับมือพวกน้ีอยา่ งเตม็ ท่ี ให้
ลูกชายของตนช่ือ อะลีย์ อุษมาน และฆอซี อยกู่ ลางทพั ส่วนปี กทางขวาใหน้ อ้ งชายชื่อสยั ฟุดดีนเป็นแม่ทพั
ทางซา้ ยใหเ้ จา้ นครต่าง ๆ คุม แต่ในวนั ประจญั บานกนั น้นั ตวั ศอลาฮุดดีนเองป่ วย จึงไดเ้ ฝ้าดูการสู้รบจากยอดเขา
แห่งหน่ึง พวกครูเสดถูกตีพา่ ยตกทะเลไดร้ ับความเสียหายอยา่ งหนกั พวกน้ีเริ่มขาดแคลนอาหารและโดยท่ีฤดู
หนาวยา่ งเขา้ มา จึงพกั การรบ
เม่ือถึงตน้ ฤดูใบไมผ้ ลิ คือเดือนเมษายน 1191 พวกครูเสดไดร้ ับทพั หนุนเพ่ิมข้ึนอีก โดยพระเจา้ แผน่ ดินฝร่ังเศส
ไดย้ กทพั มา พร้อมกนั น้นั พระเจา้ ริชาร์ดใจสิงห์แห่งองั กฤษกย็ กทพั มาอีกดว้ ย มีเรือรบมา 20 ลา เตม็ ไปดว้ ย
ทหารและกระสุน กาลงั หนุนของศอลาฮุดดีนมาไมพ่ ร้อม ทหารมุสลิมในเมืองอกั กามีกาลงั นอ้ ยกวา่ จึงขอยอม
แพพ้ วกครูเสด โดยแม่ทพั มุสลิมมีนคนหน่ึงชื่อ มชั ตูบ ผคู้ ุมกาลงั ป้องกนั อกั กาไดอ้ ุทรต่อพระเจา้ แผน่ ดินฝร่ังเศส
แตถ่ ูกปฏิเสธเวน้ แต่ พวกมุสลิมจะยอมยกเมืองเยรูซาเลมให้ พวกมุสลิมจึงกลบั สู้รบอีกจนสุดชีวติ ขณะการลอ้ ม
เมืองและการสู้รบอยเู่ ป็นเช่นน้ีไดเ้ กิดโรคระบาดเกิดข้ึน ในท่ีสุดมีเงื่อนไขวา่ พวกมุสลิมจะตอ้ งคืนไมก้ างเขน
(ด้งั เดิมสมยั พระเยซู) และตอ้ งเสียค่าปรับเป็นทอง 200,000 แท่ง แต่เน่ืองจากตอ้ งเสียเวลาหาทองจานวนเท่าน้ี
กษตั ริยร์ ิชาร์ดใจสิงห์แห่งองั กฤษ ผทู้ ี่นกั ประวตั ิศาสตร์เคยยกยอ่ งและชื่นชมกนั น้นั ไดจ้ บั ทหารมุสลิมจานวน
27,000 คน ออกจากเมืองและสบั ตอ่ หนา้ ต่อตาคนท้งั หลาย เมืองอกั กาตกอยใู่ นมือพวกครูเสดที่บา้ ศาสนาเหล่าน้ี
ส่วนทพั ศอลาฮุดดีนตอ้ งถอยทพั ไปต้งั ที่อ่ืนเพราะกาลงั นอ้ ยกวา่ และกาลงั หนุนไม่มีพอ ตอนหน่ึงมีเรือจากอียปิ ต์
ลาเลียงเสบียงมาช่วย แตเ่ กือบถูกครูเสดยดึ ได้ นายเรือจึงส่งั ใหจ้ มเรือพร้อมท้งั คนในเรือท้งั หมด
กองทพั ครูเสดภายใตก้ ารนาของพระเจา้ ริชาร์ดใจสิงห์ไดบ้ ุกไปยงั อสั กอ็ ลาน (ภาษาละติน: Ascolon) ศอลาฮุด
ดีนไดย้ กกองทพั ไปยนั ไวไ้ ดม้ ีการรบกนั อยา่ งกลา้ หาญถึง 11 คร้ัง ในการรบที่อรั สูฟ ศอลาฮุดดีนเสียทหารราว
8,000 คน ซ่ึงเป็นทหารช้นั ดีและพวกกลา้ ตาย เมื่อเห็นวา่ ออ่ นกาลงั ป้องกนั ปาเลสไตน์ไมไ่ ด้ จึงยกทพั ไปยงั อสั ก็
ออลาน อพยพผคู้ นออกหมดแลว้ ร้ืออาคารทิ้ง เมื่อพระเจา้ ริชาร์ดมาถึง ก็เห็นแตเ่ มืองร้าง จึงทาสัญญาสงบศึกดว้ ย
โดยไดส้ ่งทหารไปพบนอ้ งชายศอลาฮุดดีนช่ือ สัยฟุดดีน (ภาษาละติน: Saphadin) ท้งั สองไดพ้ บกนั ลูกของเจา้
นครครูเสดคนหน่ึงเป็ นล่าม พระเจา้ ริชาร์ดจึงใหบ้ อกความประสงคท์ ่ีอยากใหท้ าสญั ญาสงบศึก พร้อมท้งั บอก
เงื่อนไขดว้ ย ซ่ึงเป็นเงื่อนไขท่ีฝ่ ายมุสลิมยอมรับไมไ่ ด้ การพบกนั คร้ังน้นั ไมไ่ ดผ้ ล
ฝ่ ายมาร์ควสิ แห่งมองเฟอร์รัดผรู้ ่วมมาในกองทพั ดว้ ยเห็นวา่ การทาสัญญาโอเ้ อ้ จึงส่งสารถึงศอลาฮุดดีน โดยระบุ
เง่ือนไขบางอยา่ ง แตส่ ญั ญาน้ีไม่เป็นผลเช่นกนั ตอ่ มาพระเจา้ ริชาร์ดขอพบศอลาฮุดดีนและเจรจาเรื่องสัญญาสงบ
ศึกอีก โดยเสนอเงื่อนไขวา่ พวกครูเสดตอ้ งมีสิทธิครอบครองเมืองตา่ ง ๆ ที่ไดต้ ีไว้ และฝ่ ายมุสลิมตอ้ งคืนเยรู
ซาเลมใหพ้ วกครูเสด พร้อมกบั ไมก้ างเขนที่ทาดว้ ยไม้ ซ่ึงพวกเขาเช่ือวา่ เป็นไมท้ ่ีพระเยซูถูกพวกยวิ ตรึงทรมาน
ดว้ ย ศอลาฮุดดีนปฏิเสธที่จะยกเมืองเยรูซาเลมใหพ้ วกครูเสด แตย่ อมในเรื่องใหเ้ อาไมก้ างเขนที่กล่าวในเงื่อนไข
ท่ีวา่ พวกครูเสดตอ้ งปฏิบตั ิตามสัญญาของตนอยา่ งเคร่งครัด การเจรจาน้ีก็ไมเ่ ป็ นผลอีกเช่นกนั พระเจา้ ริชาร์ดจึง
หนั ไปเจรจากบั สยั ฟุดดีนใหมโ่ ดยใหค้ วามเห็นวา่ การเจรจาน้ี จะเป็นผลบงั คบั เมื่อศอลาฮุดดีนยนิ ยอมดว้ ยในป้ัน
ปลาย เง่ือนไขมีวา่
กษตั ริยร์ ิชาร์ดยนิ ดียกนอ้ งสาวของเขาผูเ้ ป็นแม่หมา้ ย (แต่เดิมเป็นมเหสีของกษตั ริยค์ รองเกาะซิซิลี) ใหแ้ ก่สยั ฟุด
ดีน(นอ้ งชายศอลาฮุดดีน)
ของหม้นั ในการสมรสน้ีคือ กษตั ริยร์ ิชาร์ดจะยกเมืองที่พระองคต์ ีได้ ตามชายทะเลใหน้ อ้ งสาวของตน และศอลา
ฮุดดีนก็ตอ้ งยกเมืองตา่ ง ๆ ท่ียดึ ไดใ้ ห้ นอ้ งชายเป็ นการทาขวญั เช่นกนั
ใหถ้ ือเมืองเยรูซาเลมเป็นเมืองกลาง ยกใหแ้ ก่คู่บา่ วสาวน้ี และศาสนิกของท้งั สองฝ่ ายมีสิทธ์ิที่จะไปมาพานกั อยู่
ในเมืองน้ีอยา่ งเสรี บา้ นเมืองและอาคารทางศาสนาท่ีปรักหกั พงั ต่างช่วยกนั ซ่อมแซม
ศอลาฮุดดีนยอมตามเง่ือนไขน้ี แตส่ ัญญาก็ไม่เป็นผลอีก เพราะพวกพระในศาสนาคริสตไ์ ม่ยอมใหพ้ วกคริสเตียน
ยกลูกสาว นอ้ งสาว หรือผหู้ ญิงฝ่ ายตนไปแต่งงานกบั มุสลิมผทู้ ี่พวกเขาถือวา่ เป็น “พวกนอกศาสนา” พวก
บาทหลวงไดช้ ุมนุมกนั ที่จะขบั พระเจา้ ริชาร์ดออกจากศาสนาคริสตใ์ หต้ กเป็นคน นอกศาสนาไปดว้ ย และไดข้ ู่
เขญ็ นอ้ งสาวของพระองคต์ ่าง ๆ นานา
กษตั ริยร์ ิชาร์ดจึงไดเ้ ขา้ พบสัยฟุดดีนอีก ขอใหเ้ ปล่ียนจากการนบั ถืออิสลามมาเป็นคริสเตียน แต่สัยฟุดดีนปฏิเสธ
ในขณะเดียวกนั กษตั ริยร์ ิชาร์ดเกิดการราคาญการแทรกแซงของมาร์ควสิ แห่งมองเฟอร์รัด จึงจา้ งใหช้ าวพ้นื เมือง
ลอบฆา่ เมื่อเร่ืองมาถึงเช่นน้ี กษตั ริยร์ ิชาร์ดก็ทอ้ ใจอยากยกทพั กลบั บา้ น เพราะตีเอาเยรูซาเลมไมไ่ ด้ ไดเ้ สนอ
เง่ือนไขที่จะทาสัญญาสงบศึกกบั ศอลาฮุดดีนไมย่ อมตอ่ เงื่อนไขบางขอ้ เพราะบางเมืองที่กล่าวน้นั มีความสาคญั
ต่อการป้องกนั อาณาจกั รอยา่ งยง่ิ ไม่สามารถปล่อยใหห้ ลุดมือไปได้ แต่ความพยายามของนกั รบท้งั สองน้ียงั คงมี
ตอ่ ไป จนในที่สุดเม่ือวนั ท่ี 22 ชะอฺบาน 588 (2 กนั ยายน 1192) ท้งั สองฝ่ ายไดท้ าสัญญาสงบศึกเป็นการถาวรและ
กษตั ริยร์ ิชาร์ดไดย้ กทพั กลบั บา้ นเมือง เขายกทพั ผา่ นทางตะวนั ออกของยุโรปโดยปลอมตวั แต่กลบั ถูกพวกเป็นค
ริสเตียนจบั ไวไ้ ดค้ ุมขงั ไว้ ทางองั กฤษตอ้ งส่งเงินจานวนมากเพ่อื ไถ่ตวั เขา
สงครามครูเสดคร้ังที่ 3 กย็ ตุ ิลงเพียงน้ี ดว้ ยการสูญเสียชีวติ มนุษยน์ บั แสน ผคู้ นนบั ลา้ นไร้ที่อยู่ บา้ นเมืองถูก
ทาลาย หลงั จากน้นั ศอลาฮุดดีนไดย้ กทหารกองเลก็ ๆ ไปตรวจตามเมืองชายฝ่ัง และซ่อมแซมสถานที่ตา่ ง ๆ และ
ไดก้ ลบั มาพกั ที่ดามสั คสั พร้อมครอบครัว จนกระทงั่ ทา่ นไดถ้ ึงแก่กรรม เม่ือวนั ท่ี 27 ศอฟัร 589 (4 มีนาคม 1193)
มีอายเุ พียง 55 ปี
สงครามครูเสดคร้ังท่ี 4 (ค.ศ. 1202-ค.ศ. 1204) เป็ นสงครามครูเสด[3][4] คร้ังที่ส่ีท่ีเร่ิมข้ึนในปี ค.ศ. 1202 และ
สิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1204 จุดประสงคแ์ รกของสงครามกเ็ พอ่ื ยดึ เยรูซาเลมคืนจากมุสลิม แตใ่ นเดือนเมษายน ค.ศ.
1204 นกั รบครูเสดจากยโุ รปตะวนั ตกกเ็ ขา้ รุกรานและยดึ เมืองคอนสแตนติโนเปิ ลที่เป็ นเมืองหลวงของ
จกั รวรรดิไบแซนไทนข์ องอีสเติร์นออร์โธด็อกซ์แทนท่ี ซ่ึงถือกนั วา่ เป็นวกิ ฤติการณ์สุดทา้ ยที่ทาใหเ้ กิดความ
แตกแยกระหวา่ งคริสตศ์ าสนจกั รตะวนั ออกและตะวนั ตก (East-West Schism) ระหวา่ งอีสเติร์นออร์โธด็อกซ์
และ โรมนั คาทอลิก
สงครามครูเสดคร้ังท่ี 5 (องั กฤษ: Fifth Crusade) (ค.ศ. 1217-ค.ศ. 1221) เป็นสงครามครูเสด[1][2]ท่ีพยายามยดึ เย
รูซาเลมและดินแดนศกั ด์ิสิทธ์ิท้งั หมดคืนโดยเริ่มดว้ ยการโจมตีรัฐมหาอานาจของอยั ยบู ิดในอียปิ ต์
สมเดจ็ พระสันตะปาปาโฮโนริอุสที่ 3 ทรงรวบรวมกองทพั ครูเสดโดยการนาของเลโอโปลดท์ ี่ 4 ดยคุ แห่ง
ออสเตรีย (Leopold VI, Duke of Austria) และ สมเด็จพระเจา้ แอนดรูวท์ ่ี 2 แห่งฮงั การี ตอ่ มาในปี ค.ศ. 1218
กองทพั เยอรมนีท่ีนาโดยโอลิเวอร์แห่งโคโลญและกองกาลงั หลายชาติท่ีประกอบดว้ ยกองทพั ชาวเนเธอร์แลนด์,
เฟลมมิช และฟรีเชียนที่นาโดยวลิ เลียมท่ี 1 เคานทแ์ ห่งฮอลแลนด์ (William I, Count of Holland) กม็ าร่วม ใน
การที่จะโจมตีดามิยตั ตาในอียปิ ตฝ์ ่ ายครูเสดกไ็ ปเป็ นพนั ธมิตรกบั อาณาจกั รสุลตา่ นแห่งรัมในอานาโตเลียผู้
โจมตีอยั ยบู ิดในซีเรียเพอื่ ที่ป้องกนั ไม่ใหน้ กั รบครูเสดตอ้ งเผชิญกบั การต่อสู้กบั ศตั รูพร้อมกนั สองดา้ น
หลงั จากยดึ เมืองทา่ ดามิเอตตาไดแ้ ลว้ นกั รบครูเสดก็เดินทพั ลงใตต้ อ่ ไปยงั ไคโรในเดือนกรกฎาคมในปี ค.ศ.
1221 แตต่ อ้ งหนั ทพั กลบั เพราะเสบียงร่อยหรอลง การจู่โจมยามกลางคืนของสุลตา่ นอลั -คามิลทาใหฝ้ ่ ายครูเสด
เสียทหารไปเป็นจานวนมาก อลั -คามิลตกลงในสญั ญาสงบศึกแปดปี กบั ยโุ รป
สงครามครูเสดคร้ังที่ 6 (องั กฤษ: Sixth Crusade) (ค.ศ. 1228-ค.ศ. 1229) สงครามครูเสด[1][2] คร้ังน้ีเร่ิมข้ึนเพียง
เจด็ ปี หลงั จากความลม้ เหลวของสงครามครูเสดคร้ังที่ 5
สมเด็จพระจกั รพรรดิฟรีดริชที่ 2 และสมเด็จพระสันตะปาปา
สมเด็จพระจกั รพรรดิฟรีดริชท่ี 2 แห่งโรมนั อนั ศกั ด์ิสิทธ์ิทรงมีส่วนบทบาทเกี่ยวขอ้ งเป็ นอนั มากใน โดยการทรง
ส่งกองทพั จากเยอรมนีแตพ่ ระองคม์ ิไดท้ รงเขา้ ร่วมในการยทุ ธการโดยตรงแมว้ า่ จะทรงไดร้ ับการหวา่ นลอ้ มจาก
สมเด็จพระสนั ตะปาปาโฮโนริอุสที่ 3 และต่อมาสมเด็จพระสนั ตะปาปาเกรกอรีที่ 9 ก็ตาม เพราะทรงตอ้ งจดั การ
ปัญหาภายในในเยอรมนี และ อิตาลีใหเ้ รียบร้อยเสียก่อนที่จะเขา้ ร่วมในสงครามครูเสด และทรงใหค้ าสัญญาวา่
จะเขา้ ร่วมในสงครามหลงั จากพระราชพธิ ีบรมราชาภิเษกเป็นจกั รพรรดิโดยพระสันตะปาปาโฮโนริอุสท่ี 3 ในปี
ค.ศ. 1220 เสียก่อน
ในปี ค.ศ. 1225 พระจกั รพรรดิฟรีดริชก็ทรงเสกสมรสกบั โยลนั เดอแห่งเยรูซาเลม (หรืออิสซาเบลลา) พระธิดา
ของจอห์นแห่งบริแอนน์ (John of Brienne) กษตั ริยแ์ ต่เพียงในนามของราชอาณาจกั รเยรูซาเลม และ มาเรียแห่ง
มอนตเ์ ฟอร์รัต จกั รพรรดิฟรีดริชจึงทรงมีสิทธิในการอา้ งสิทธิในราชบลั ลงั กเ์ ยรูซาเลมที่ยงั เหลืออยซู่ ่ึงเป็น
เหตุผลในการพยายามกเู้ ยรูซาเลมคืน ในปี ค.ศ. 1227 หลงั จากเกรกอรีที่ 9ไดเ้ ป็นพระสันตะปาปา จกั รพรรดิฟรีด
ริชและกองทพั ของพระองคก์ ็เดินทางโดยเรือจากบรินดิซิไปยงั อคั โคแตโ่ รคระบาดท่ีเกิดข้ึนทาใหพ้ ระองค์
จาตอ้ งเดินทางกลบั อิตาลี พระสนั ตะปาปาเกรกอรีท่ี 9 จึงทรงประกาศควา่ บาตรเพราะจกั รพรรดิฟรีดริชทรง
บิดพริ้วสัญญาในการเขา้ ร่วมสงครามครูเสด ซ่ึงก็เป็ นเพยี งขอ้ อา้ งเพราะจกั รพรรดิฟรีดริชทรงพยายามรวบรวม
อานาจของพระองคใ์ นอิตาลีโดยการลิดรอนอานาจของพระสนั ตะปาปามาเป็นเวลาหลายปี ก่อนหนา้ น้นั แลว้
พระสนั ตะปาปาเกรกอรีทรงกล่าววา่ เหตุผลในการทาการควา่ บาตรเป็นเพราะจกั รพรรดิฟรีดริชไมท่ รงเตม็
พระทยั ในการเขา้ ร่วมสงครามครูเสดมาต้งั แตส่ งครามครูเสดคร้ังที่ 5แลว้ พระสนั ตะปาปาเกรกอรีการคว่าบาตร
เป็นเพียงขอ้ อา้ งเพราะความกลวั ในความทะเยอทะยานของจกั รพรรดิฟรีดริชในการขยายอานาจของพระองคใ์ น
คาบสมุทรอิตาลี จกั รพรรดิฟรีดริชทรงพยายามเจรจาต่อรองกบั พระสันตะปาปาเกรกอรีแตใ่ นที่สุดกท็ รงหนั หลงั
ให้ และทรงนาทพั ไปยงั ซีเรีย ในปี ค.ศ. 1228 แมว้ า่ จะยงั ทรงถูกควา่ บาตรก็ตามและเสด็จถึงอคั โคในเดือน
กนั ยายน
สงครามครูเสดคร้ังท่ี 7 (องั กฤษ: Seventh Crusade; ค.ศ. 1248 – 1254) เป็นการทพั ครูเสด ท่ีฝ่ ายคริสต์ นาทพั
โดยพระเจา้ หลุยส์ท่ี 9 แห่งฝรั่งเศส รบกบั สุลต่านแห่งราชวงศอ์ ยั ยบู ีย์ อสั ซาลิห์ อยั ยบู ์
เน้ือหา
ภายหลงั การสนธิสญั ญาระหวา่ งจกั รพรรดิเฟรดเดอริคที่ 2 แห่งจกั รวรรดิโรมนั อนั ศกั ด์ิสิทธ์ิ กบั อลั -คามิล
สุลต่านแห่งอยั ยบู ียใ์ นคร้ังน้นั เยรูซาเลม็ ก็ถูกชาวมุสลิมยดึ กลบั ไปอีก ในเวลาน้นั เป็ นสมยั ของสมเดจ็ พระ
สนั ตะปาปาอินโนเซนตท์ ่ี 4 ทรงเรียกร้องให้จดั ต้งั กองทพั ครูเสด เพ่ือยดึ เยรูซาเลม็ กลบั คืนอีกคร้ัง มีเพียงพระเจา้
หลุยส์ท่ี 9 แห่งฝรั่งเศส พระองคเ์ ดียวเท่าน้นั ที่อาสาออกรบ ท้งั ท่ีเพ่งิ จะเสร็จสิ้นสงครามที่ยดื เย้อื กบั องั กฤษมา
ยาวนาน และยงั ติดภารกิจออกปราบปรามเขตแดนที่กระดา้ งกระเด่ืองทางตอนใตข้ องฝรั่งเศส พระองคจ์ ึงขอ
ยดื เวลาออกไปอีกระยะหน่ึงจนกระทงั่ ปี ค.ศ. 1249 พระองคเ์ ลือกนาทพั ออกจากเมืองท่าท่ีเพงิ่ เปิ ดข้ึนใหม่ทางใต้
ฝร่ังเศส แทนที่จะเป็นเจนวั หรือเวนิส แตก่ ว็ างเป้าหมายไวท้ ่ีอียปิ ตแ์ ละยดึ เมืองท่าดาเมียตตา
หลงั จากท่ียดึ ดาเมียตตาไดแ้ ลว้ หลุยส์ที่ 9 กน็ าทพั มุง่ หนา้ สู่ไคโร ช่วงน้นั อียปิ ตป์ กครองโดยสุลตา่ นตุรันชา
กองทพั ครูเสด ออกเดินทางสู่ไคโรในปี ค.ศ. 1250 แตย่ งั ไม่ทนั ถึงไคโร ก็ถูกโจมตีโดยทพั มุสลิมนาโดยไบบาร์ส
ขนุ พลชาวมุสลิมที่มนั ซูระ กองทพั ของหลุยส์ท่ี 9 พา่ ยแพ้ สูญเสียนกั รบเกือบท้งั หมด ระหวา่ งทางที่หลุยส์ ที่ 9
กาลงั ล่าถอยทพั กลบั ดาเมียตตา พระองคถ์ ูกดกั จบั และนาไปควบคุมไวท้ ี่ไคโรในฐานะตวั ประกนั โดยฝ่ ายมุสลิม
ไดต้ ิดต่อไปยงั ฝร่ังเศส เพื่อขอเงินคา่ ไถ่เพ่ือแลกกบั การปล่อยพระองคก์ ลบั บา้ น
หลงั จากความพา่ ยแพ้ กองทพั ครูเสดกแ็ ตกกระสานซ่านเซ็นหนีเอาตวั รอด หลงั จากฝรั่งเศสยนิ ยอมจ่ายค่า
ประกนั เป็นจานวน 800,000 เหรียญทอง ฝ่ ายมุสลิมจึงยอมปล่อยหลุยส์ ท่ี 9 เป็นอิสระ แตพ่ ระองคก์ ็ไมย่ อมกลบั
บา้ น ยงั คงทอ่ งเที่ยวอยใู่ นดินแดนศกั ด์ิสิทธ์ิต่อไป อยใู่ นซีเรียนานถึง 4 ปี ช่วงเวลาน้นั หลุยส์ท่ี 9 พยายามสร้าง
ปราการต่าง ๆ ในซีเรียใหแ้ ขง็ แกร่งกวา่ เดิมและจดั เตรียมอาวธุ จดั เตรียมกาลงั พลโดยรับสมคั รผูอ้ าสามาเป็น
ทหารนามาฝึกรบใหเ้ ขม้ แขง็ ข้ึน เพราะพระองคห์ วงั วา่ จะเขา้ ทาศึกกอบกเู้ ยรูซาเล็มอีกคร้ังใหส้ าเร็จจนได้ จนกระ
ท้งั ปี ค.ศ. 1254 พระองคจ์ ึงไดค้ ิดเดินทางกลบั ฝรั่งเศส
สงครามครูเสดคร้ังท่ี 8 (องั กฤษ: Eighth Crusade) (ค.ศ. 1270) สงครามครูเสด[1][2]คร้ังน้ีเริ่มข้ึนโดยพระเจา้
หลุยส์ท่ี 9 แห่งฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 1270 บางคร้ัง “สงครามครูเสดคร้ังที่ 8” ก็นบั เป็นคร้ังท่ีเจด็ ถา้ รวมสงครามครู
เสดคร้ังที่ 5 และ คร้ังที่ 6 ของสมเด็จพระจกั รพรรดิฟรีดริชที่ 2 แห่งโรมนั อนั ศกั ด์ิสิทธ์ิเขา้ เป็นคร้ังเดียวกนั และ
สงครามครูเสดคร้ังที่ 9 ก็นบั เป็นคร้ังเดียวกบั คร้ังที่ 8
พระเจา้ หลุยส์ทรงพระราชวติ กถึงเหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึนในซีเรียเมื่อสุลตา่ นมามลุคไบบาร์เขา้ โจมตีอาณาจกั รครูเสด
ท่ียงั เหลืออยู่ ไบบาร์ฉวยโอกาสหลงั จากที่สาธารณรัฐเวนิส และ สาธารณรัฐเจนวั ต่อสู้กนั ในสงครามระหวา่ งปี
ค.ศ. 1256 ถึงปี ค.ศ. 1260 ในการโจมตีเมืองทา่ ในซีเรียที่ท้งั สองสาธารณรัฐควบคุม เมื่อมาถึงปี ค.ศ. 1265 ไบ
บาร์ก็ยดึ นาซาเร็ธ, ไฮฟา, โตรอน และ อาร์ซุฟ ได้ พระเจา้ ฮิวจท์ ่ี 3 แห่งไซปรัสพระมหากษตั ริยใ์ นนามแห่ง
ราชอาณาจกั รเยรูซาเลมข้ึนฝั่งท่ีอคั โคเพอื่ รักษาเมืองขณะท่ีไบเบอร์เดินทพั ข้ึนไปทางเหนือถึงอาร์มีเนียซ่ึง
ขณะน้นั อยภู่ ายใตก้ ารควบคุมของมองโกล
เหตุการณ์เหล่าน้ีเป็นสาเหตุท่ีทาใหพ้ ระเจา้ หลุยส์ที่รวบรวมกองกาลงั เพ่ือเขา้ ร่วมในสงครามครูเสดคร้ังใหม่ในปี
ค.ศ. 1267 แมว้ า่ จะไมม่ ีผสู้ นบั สนุนเทา่ ใดนกั นกั พงศาวดารฌอนเดอฌวนวลิ ล์ (Jean de Joinville) ผตู้ ิดตามพระ
เจา้ หลุยส์ไปในสงครามครูเสดคร้ังท่ี 7 ไม่ยอมติดตามไปดว้ ย พระอนุชาชาร์ลส์แห่งอองชูทรงหวา่ นลอ้ มใหพ้ ระ
เจา้ หลุยส์โจมตีตูนิสก่อนเพอ่ื จะใชเ้ ป็นฐานท่ีมนั่ ในการเขา้ โจมตีอียปิ ต์ จุดประสงคข์ องพระเจา้ หลุยส์ในการทา
สงครามคร้ังก่อนหนา้ น้นั (คร้ังท่ี 6) และในคร้ังที่ 5ก่อนรัชสมยั ของพระองคต์ า่ งก็พา่ ยแพท้ ่ีนน่ั ชาร์ลส์ในฐานะ
พระมหากษตั ริยแ์ ห่งซิซิลีมีพระประสงคส์ ่วนพระองคใ์ นการขยายอานาจในเมดิเตอเรเนียน กาหลิปแห่งตูนิส
Muhammad I al-Mustansirเองก็ทรงมีความสมั พนั ธ์กบั คริสเตียนในสเปนและถือวา่ เป็ นผทู้ ่ีจะง่ายต่อการชกั ชวน
ใหม้ านบั ถือคริสตศ์ าสนา ในเดือนกรกฎาคมปี ค.ศ. 1270 พระเจา้ หลุยส์กท็ รงข้ึนฝ่ังแอฟริกา แตก่ องทพั กล็ ม้ เจบ็
กนั เป็นแถวเพราะน้าดื่มที่ไม่สะอาด จอห์น ซอร์โรวพ์ ระราชโอรสท่ีเกิดที่ดามิเอตตากม็ าสิ้นพระชนมเ์ ม่ือวนั ที่ 3
สิงหาคม และเม่ือวนั ที่ 25 สิงหาคม[3] พระเจา้ หลุยส์เองกเ็ สดจ็ สวรรคตดว้ ย “flux in the stomach” หน่ึงวนั
หลงั จากที่พระอนุชาเสดจ็ มาถึง พระวจนะสุดทา้ ยคือ “เยรูซาเลม” ชาร์ลส์จึงประกาศใหฟ้ ิ ลิปพระราชโอรสของ
พระเจา้ หลุยส์เป็นพระมหากษตั ริยอ์ งคใ์ หมข่ องฝรั่งเศส แต่ฟิ ลิปยงั ทรงพระเยาวช์ าร์ลส์จึงกลายเป็นผนู้ าของ
สงครามครูเสด
แตก่ องทหารก็ยงั ถูกบน่ั ทอนดว้ ยโรคร้ายซ่ึงทาใหก้ ารลอ้ มเมืองตูนิสตอ้ งยตุ ิลงเม่ือวนั ท่ี 30 ตุลาคมโดยการตกลง
กบั สุลตา่ น ในขอ้ ตกลงน้ีฝ่ ายคริสเตียนสามารถทาการคา้ ขายอยา่ งเสรีกบั ตูนิสได้ และท่ีพานกั สาหรับนกั บวชใน
เมืองก็ไดร้ ับการการันตี ฉะน้นั สงครามครูเสดคร้ังน้ีจึงถือวา่ ไดร้ ับความสาเร็จอยบู่ า้ ง หลงั จากไดร้ ับขา่ วการ
เสดจ็ สวรรคตของพระเจา้ หลุยส์แลว้ สุลต่านมามลุคไบบาร์แห่งอียปิ ตก์ ย็ กเลิกแผนที่จะส่งกองทพั อียปิ ตไ์ ปตอ่ สู้
กบั พระเจา้ หลุยส์ในตูนิส[4] ขณะเดียวกนั ชาร์ลส์กไ็ ปเป็นพนั ธมิตรกบั เจา้ ชายเอด็ เวิร์ดแห่งองั กฤษผเู้ พง่ิ เสดจ็
มาถึง เมื่อชาร์ลส์ยกเลิกการโจมตีตูนิส เจา้ ชายเอด็ เวริ ์ดก็ตดั สินใจเดินทางตอ่ ไปยงั อคั โคที่เป็นที่มนั่ ครูเสด
สุดทา้ ยในซีเรียดว้ ยพระองคเ์ อง ช่วงระยะเวลาจากน้นั ถือวา่ เป็นช่วงเวลาของสงครามครูเสดคร้ังที่ 9
สงครามครูเสดคร้ังท่ี 9 (องั กฤษ: Ninth Crusade) เป็นหน่ึงในสงครามครูเสด[2]และเป็นสงครามครูเสดคร้ัง
สุดทา้ ย ท่ีเกิดข้ึนระหวา่ งปี ค.ศ. 1271 – ค.ศ. 1272 เป็นสงครามท่ีต่อสู้กนั ในตะวนั ออกใกลร้ ะหวา่ งฝ่ ายผนู้ บั ถือ
คริสตศ์ าสนาและฝ่ ายผนู้ บั ถือศาสนาอิสลาม ในสงครามคร้ังน้ีฝ่ ายมุสลิมเป็นฝ่ ายที่ไดร้ ับชยั ชนะ ท่ีเป็นผลทาให้
สงครามครูเสดยตุ ิลงในท่ีสุดและอาณาจกั รครูเสดต่างๆ ในบริเวณลวา้ นกส็ ลายตวั ไป
ทางฝ่ ายคริสเตียนมีกาลงั คนท้งั สิ้นประมาณ 60,000 คน โดยมีผนู้ าที่รวมท้งั สมเดจ็ พระเจา้ ชาร์ลส์ท่ี 1 แห่งเน
เปิ ลส์, สมเด็จพระเจา้ ฮิวจท์ ่ี 3 แห่งไซปรัส, เจา้ ชายเอด็ เวริ ์ดแห่งองั กฤษ, โบฮีมอนดท์ ่ี 6 แห่งอนั ติโอค, อบาคา
ขา่ นแห่งมองโกล และ สมเด็จพระเจา้ ชาร์ลส์ท่ี 2 แห่งอาร์มีเนีย
ทางฝ่ ายมุสลิมมีกาลงั คนท่ีไมท่ ราบจานวน โดยมีไบบาร์สเป็นผนู้ า
สงครามครูเสดคร้ังท่ี 9 บางคร้ังก็รวมกบั สงครามครูเสดคร้ังที่ 8 ถือกนั วา่ เป็นสงครามครูเสดคร้ังสุดทา้ ย และ
เป็นสงครามใหญ่สงครามสุดทา้ ยของยคุ กลางในการที่ฝ่ ายคริสเตียนพยายามยดึ ครองดินแดนศกั ด์ิสิทธ์ิ
เม่ือพระเจา้ หลุยส์ท่ี 9 แห่งฝรั่งเศสไม่ทรงสามารถยดึ ตูนิสไดใ้ นสงครามครูเสดคร้ังที่ 8 เจา้ ชายเอ็ดเวริ ์ดแห่ง
องั กฤษก็เสด็จไปเอเคอร์ เพ่ือเขา้ ร่วมในสงครามครูเสดคร้ังท่ี 9 แตเ่ ป็นสงครามที่ทางฝ่ ายคริสเตียนพา่ ยแพ้ ซ่ึง
ส่วนหน่ึงอาจจะเป็นเพราะพลงั ใจในการที่จะดาเนินการสงครามเหือดหายไป[3] และเพราะอานาจของมามลุค
ในอียปิ ตข์ ยายตวั มากข้ึน[4] นอกจากน้นั ผลของสงครามก็นามาซ่ึงการล่มสลายของท่ีมนั่ ตา่ งๆ ริมฝ่ังทะเลเมดิ
เตอเรเนียนไปดว้ ยในขณะเดียวกนั
อา้ งอิง
The Gospel in All Lands By Methodist Episcopal Church Missionary Society, Missionary Society, Methodist
Episcopal Church, pg. 262
CATHOLIC ENCYCLOPEDIA: Crusades[1]
A Manual of Church History By Albert Henry Newman, pg. 461
Dore's Illustrations of the Crusades By Gustave Dore, Dore