The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jap_.201, 2022-03-27 02:58:49

ปก_merged

ปก_merged

วจิ ัยในช้ันเรียน

เรื่อง การพฒั นาทกั ษะดา้ นการพิมพภ์ าษาไทย ด้วยเคร่ืองมอื ฝึกทกั ษะการพิมพ์
ของนกั เรยี น ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 โรงเรียนแมว่ ะวทิ ยา

ชื่อผ้วู ิจยั
นายณรงคฤ์ ทธ์ิ เข่อื นแก้ว

งานวิจัยฉบบั นี้เปน็ สว่ นหนึ่งของการพฒั นาทางการศึกษา
โรงเรียนแมว่ ะวิทยา อำเภอเถนิ จงั หวดั ลำปาง
ปกี ารศกึ ษา 2564



คำนำ

งานวิจัยในชั้นเรียนเรื่อง การพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ภาษาไทย ด้วยเครื่องมือฝึกทักษะการ
พิมพ์ ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนแม่วะวิทยา มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการพิมพ์
ภาษาไทยแบบสัมผัสของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนแม่วะวิทยา จังหวัดลำปาง ปีการศึกษา
2564 ให้ดีขึ้น และช่วยพัฒนากิจกรรมการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาอื่นๆที่บรู ณาการกับการใช้เทคโนโลยี
ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นผู้วิจัยหวังว่างานวิจัยในชั้นเรียนชิ้นนี้ คงเป็นความรู้และประโยชน์แก่ผู้อ่าน
และผู้ทส่ี นใจทกุ คน

นายณรงคฤ์ ทธ์ิ เขอื่ นแกว้
ผวู้ ิจัย



สารบัญ

เรอื่ ง หน้า

คำนำ..................................................................................................... ......................................................ก
สารบัญ......................................................................................... ...............................................................ข
บทที 1 บทนำ..........................................................................................................................................1-3
บทท่ี 2 เอกสารและงานวิจัยท่ีเกย่ี วข้อง................................................................................................4-15
บทท่ี 3 วธิ กี ารดำเนินวจิ ัย...................................................................................................................16-19
บทท่ี 4 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล............................................................................................................20-21
บทที่ 5 สรุป อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ.......................................................................................22-26
บรรณานกุ รม................................................................................................................... ...................27-28
ภาคผนวก.................................................................................................................................................29

1

บทท่ี 1

บทนำ

ความสำคญั และท่ีมา

ในปัจจุบันความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีนัน้ ส่งผลให้เกิดการเปล่ียนแปลงมากมายในดา้ นต่าง
ๆ อย่างรวดเร็วด้วยมีผลจากความเจริญก้าวหน้าของวิทยาการในด้านต่าง ๆเพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นที่
ประเทศจะต้องเรียนรู้และปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา และ
เตรียมพร้อมที่จะเผชิญกับกระแสโลกไร้พรมแดน จากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องของ
เทคโนโลยใี นปจั จบุ ันทำให้เทคโนโลยนี น้ั ไดเ้ ข้ามามีสว่ นรว่ มกบั วถิ ีชีวิตความเป็นอยขู่ องคนทุกคนตั้งแต่เด็ก
ไปจนถึงผู้ใหญ่ ปัจจุบันเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์ได้มีการพัฒนาและเจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว
ไม่ว่าจะเป็นทางด้าน Hardware หรือ Software ดังนั้นการน าเทคโนโลยีอันทันสมัยมาผนวกเข้ากับ
ระบบการจัดการด้านการศึกษา จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพทางด้านการจัดการศึกษาให้มีประสิทธภิ าพ
ได้ดีย่ิงข้ึน

การจัดการเรียนรู้ในรายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วิทยาการคำนวณ) สำหรับนักเรียนชน้ั
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 มุ่งเน้นใหน้ ักเรียนสามารถใช้คอมพิวเตอรใ์ นการสบื ค้นข้อมูลและสร้างชิ้นงานเพอ่ื
การนำเสนอผลงานออกมาในรูปแบบต่างๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าต้องอาศัยทักษะการพิมพ์แทบทั้งสิ้น จาก
ประสบการณ์ในการจัดการเรยี นรใู้ นรายวิชาทีเ่ กีย่ วกบั คอมพวิ เตอร์พบวา่ ปัญหาสำคญั ซึ่งเปน็ อุปสรรคต่อ
การเรียนรู้วิธีใช้คอมพิวเตอร์และการสร้างชิ้นงานของผู้เรียน คือการขาดทักษะในการใช้แป้นพิมพ์
โดยเฉพาะวิธีพิมพ์สัมผัส ซึ่งเป็นการพิมพ์ด้วยนิ้วมือทั้งสิบนิ้วโดยไม่มองแป้นอักษร จึงส่งผลให้การฝึก
ปฏิบัติชิ้นงานต่างๆที่ได้รับมอบหมายเกิดการล่าช้า และส่งชิ้นงานไม่ทันเวลาในคาบเรียน จึงท ำให้
ผลสมั ฤทธ์ขิ องผู้เรียนอย่ใู นเกณฑ์ต่ำกว่าท่ีควรจะเป็น เพราะผูเ้ รยี นท่ีขาดทักษะการพิมพส์ มั ผัส ขาดสมาธิ
ในการเรียนรู้เนื่องจากต้องกังวลอยู่กับการมองหาแป้นอักษร ในขณะที่ต้องพยายามจดจำและทำความ
เข้าใจกับเนื้อหาของการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์พร้อมกันไปด้วย การใช้คอมพิวเตอร์ที่ปราศจากทักษะ
การพิมพท์ ีถ่ กู ตอ้ ง จะส่งผลให้เคยชนิ กับการพิมพ์ท่ผี ิดวิธีไปดว้ ยโดยทว่ั ไปนกั เรยี นจะใช้วธิ ีพิมพ์แบบจ้ิมดีด
โดยจะมองหาตัวอักษรที่จะพิมพ์และพิมพ์ทีละตัว ซึ่งจะเกิดความล้าช้า ซึ่งปราศจากทักษะการพิมพ์ท่ี
ถูกต้อง จึงกลายเป็นอปุ สรรคในการเรียนรูแ้ ละการใช้

2

จากสภาพปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของโปรแกรมฝึกทักษะการพิมพ์แบบ
สัมผัสในระดับประถมศึกษาน่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยพัฒนาทักษะการพิ มพ์ภาษาไทยของนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปที ี่ 3 โรงเรียนแม่วะวิทยา ให้ดขี นึ้

วตั ถปุ ระสงค์การวิจัย

เพอ่ื พัฒนาทักษะการพิมพ์ภาษาไทยแบบสัมผัสของนักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 3
โรงเรยี นแม่วะวิทยา จังหวดั ลำปาง ปกี ารศกึ ษา 2564 ให้ดขี ึ้น

ขอบเขตของการวิจัย

ประชากรและกลุ่มตวั อยา่ ง
ประชากร
นักเรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรียนแม่วะวทิ ยา อำเภอเถนิ จังหวัดลำปาง

จำนวน 11 คน
กล่มุ ตวั อยา่ ง
นกั เรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 โรงเรยี นแม่วะวทิ ยา อำเภอเถนิ จังหวดั ลำปาง

จำนวน 5 คน
ระยะเวลาในการทดลอง
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
ตัวแปรท่ศี ึกษา
ต้นแปรต้น เครอ่ื งมือท่ใี ช้ในการพิมพ์ วธิ ีการสอน
ตัวแปรตาม ผลสัมฤทธใิ์ นการพิมพ์สัมผสั ดีขน้ึ และการพมิ พ์ผิดนอ้ ยลงมีสามาธใิ นการเรยี นขนึ้

3

นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะ

1. เครอ่ื งมอื ทีใ่ ช้ในการฝกึ พิมพ์ หมายถงึ แบบพิมพท์ ผ่ี สู้ อนนำมาให้นกั เรียนไดท้ ดลองใช้
2. การฝึกพมิ พ์ภาษาไทย หมายถงึ การฝกึ พิมพ์ดดี ไทยเบื้องตน้ ในระบบการพมิ พ์แบบสัมผัส
3. ทักษะการพิมพ์สัมผัส หมายถึง ความสามารถของนักเรยี นในการพิมพ์เร็วและพิมพ์ได้ ถูกต้อง

มเี กณฑ์วดั
4. ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน หมายถงึ ขนาดของความสำเรจ็ ท่ไี ด้จากกระบวนการเรียนการสอน

ประโยชน์ท่ีได้รับจากการวจิ ัย

1. นกั เรยี นมกี ารพฒั นาทกั ษะการพมิ พด์ ีดสมั ผสั ใหเ้ ร็วและดีขน้ึ
2. นกั ศึกษามีสมาธใิ นการพิมพ์จำนวนคำเพ่ิมข้ึน

กรอบแนวคดิ ในการวจิ ยั -ผลสมั ฤทธิใ์ นการพิมพ์
สมั ผสั
-เคร่ืองมือในการพิมพ์

4

บทท่ี 2
เอกสารและงานวิจัยที่เก่ยี วข้อง

การศึกษาเรื่อง การพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ภาษาไทย ด้วยเครื่องมือฝึกทักษะการพิมพ์ ของ
นกั เรียน ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 โรงเรียนแม่วะวิทยา ผู้วจิ ยั ไดศ้ กึ ษาแนวคิดทฤษฎี ทเ่ี ก่ียวข้องจากเอกสาร
ตำรา และงานวจิ ัย ท่เี กยี่ วขอ้ งเพอ่ื ใชเ้ ปน็ แนวทางในการทำวิจยั ดงั น้ี

1. พ้ืนฐานการพิมพ์สมั ผสั
2. การวัดและประเมินผลการพิมพ์สัมผสั
3. ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น
4. งานวิจัยทเี่ กี่ยวข้อง

1.พนื้ ฐานการพิมพ์
ปัจจุบันความก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยี มีการพัฒนาคิดค้นสิ่งอำนวยความสะดวกต่อการ เนินชีวิต

และคอมพิวเตอร์ก็เป็นเทคโนโลยีประเภทหนึ่งถูกสร้างขึ้นมา มีความทันสมัยและเหมาะ กับการนำมาใช้
ในส่วนงานด้านตา่ งๆ มากมาย รวมถงึ การพิมพร์ ายงาน หรือเอกสารต่างๆ เรามัก นยิ มใช้คอมพิวเตอร์เข้า
มาช่วยในการพิมพ์งานแทนการเขียนด้วยมือเพราะทำให้เอกสารหรืองานที่ ทำอ่านง่าย สะอาด สะดวก
เรียบร้อยและสวยงาม การพมิ พ์สมั ผสั เปน็ ทักษะที่สำคัญอย่างย่ิงในการ ทำงานบนคอมพวิ เตอร์ เนื่องจาก
ปัจจุบันคอมพิวเตอร์กลายเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญของสำนักงาน และ สถานศึกษาทั่วไป ดังนั้น ทักษะการ
พิมพ์สัมผัสบนคอมพิวเตอร์ จึงเป็นทักษะที่ทุกคน ในสมัยน้ี ยากจะปฏิเสธได้ และเพื่อให้ผู้เรียนสามารถ
พฒั นาตนเองดา้ นการพิมพ์ได้สะดวกทกุ ที่ ทกุ เวลา ผู้เรยี นตอ้ งหมั่นฝกึ ฝน และฝกึ พิมพ์อยู่เสมอ

การปฏิบัติงานในสำนักงาน หรือหน่วยงานองค์การต่างๆ จะเกี่ยวข้องกับงานเอกสารเป็น ส่วน
ใหญ่ เชน่ จดหมาย วารสาร รายงานการประชุม รายงานผลการปฏบิ ัติงานตา่ ง ๆ ไม่วา่ จะเป็น หน่วยงาน
ทางธุรกจิ หนว่ ยงานราชการ สถานศกึ ษา และวดั ตา่ ง ๆ ฯลฯ จำเปน็ จะต้องมีการประชุมและ สรุปผลการ
ทำงาน การติดตอ่ ส่ือสารกับบุคคลภายนอกในรปู จดหมายและวารสารอนื่ ๆ ในการแจง้ ข่าวสารข้อมูลให้
ทราบโดยทั่วกัน การติดต่อสื่อสารเหล่านี้จะต้องอาศัยเอกสารหลักฐานที่มีความ ถูกต้อง เป็นระเบียบ
เรียบร้อย อ่านง่าย ชัดเจน เพื่อให้เข้าใจข้อความตรงกันทั้งผู้รับและผู้ส่ง ข้อมูล ข่าวสารที่ใชใ้ นการติดตอ่
สื่อสาร ควรจะต้องพิมพ์เพื่อสะดวกในการอ่าน ฉะนั้น การพิมพ์จึงมีความ จำเป็นและสำคัญต่อการ

5

ปฏบิ ตั ิงานสำนักงานทุกหน่วยงาน เพราะการพิมพจ์ ะทำให้เอกสาร น่าอ่าน ชดั เจน เปน็ ระเบียบเรียบร้อย
โดยไม่ต้องเดาลายมือผู้เขียน เนื่องจากก่อนที่จะพิมพ์จะต้องมีการร่างด้วย 5 ลายมือ และลายมือของแต่
ละคนจะแตกต่างกัน บางคนอ่านง่าย บางคนอ่านยาก บางครั้งอาจจะเดา ข้อความผิดพลาดจากเนื้อหา
เดิมได้ จึงจำเป็นต้องพิมพ์และผู้ที่จะปฏิบัติงานสำนักงานด้วยการพิมพ์ที่ดี นั้น จะต้องมีสมาธิในการ
ทำงาน เพราะการมสี มาธิจะชว่ ยท าใหเ้ กดิ ความถกู ตอ้ งแมน่ ย าในการพมิ พม์ าก ข้นึ การพิมพ์ดดี ที่มคี วาม
แม่นยำและรวดเร็วด้วยวิธีการพิมพ์สัมผัส ซึ่งการพิมพ์สัมผัสจะเป็นพื้นฐาน การพิมพ์งานด้วยเครื่อง
คอมพิวเตอร์ ได้ดีมีประสิทธิภาพมากกว่าการพิมพ์อักษรทีละตัว ในกรณีที่ผู้ พิมพ์ไม่ได้ฝึกพิมพ์ด้วยการ
พิมพด์ ดี สมั ผสั อย่างแม่นยำมาก่อน จะทำใหก้ ารพมิ พง์ านดว้ ยเคร่ือง คอมพิวเตอร์ขาดประสิทธภิ าพได้

ความหมายการพิมพ์สมั ผสั
การพิมพ์เอกสารด้วยวิธีพิมพ์สัมผัส เป็นการฝึกวางนิ้วบนแป้นเหย้าอย่างถูกต้องใช้นิ้ว มือเพ่ือ
พิมพ์อย่างมีแบบแผนว่าควรใช้ นิ้วไหนพิมพ์แป้นพิมพ์อะไร โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ของ การก้าวนิ้วไป
ยังแป้นต่าง ๆ เป็นสำคัญ มีความจำที่ดี แม่นย า ทั้งนี้ เพื่อทำให้กล้ามเนื้อทุกส่วนใช้ งานได้อย่าง
เหมาะสมตามลักษณะกายภาพของนิ้วมือ และเมื่อมีการฝึกฝนอยู่เป็นประจำ สมองจะ จดจำการสัมผัส
จนสามารถก้าวนิ้วเพื่อพิมพ์แต่ละแป้นได้เองโดยอัตโนมัติ โดย ไม่จำเป็นต้องก้ม มองที่แป้นพิมพ์ หรือจ้ิม
ดีดแป้นพิมพ์ทีละตัว ส่งผลให้ผู้ฝึกฝนเกิดความชำนาญ สามารถพิมพ์งาน หรือข้อมูลได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ ทัง้ ในด้านความถูกต้อง ความรวดเร็ว และความแม่นยำ และใน การฝึกทกั ษะการพิมพ์ด้วย
วิธีสัมผัสบนแป้นพิมพ์นั้น ผู้ฝึกต้องปลูกฝังตนเองให้เกิดทักษะที่ดีใน การพิมพ์ตั้งแต่ทักษะพื้นฐาน ตั้งแต่
ท่านั่งพิมพ์ ลักษณะการวางนิ้ว การขึ้นบรรทัดใหม่ การเคาะ วรรค การเคาะแท็บ การกดแป้นอักษรบน
(Shift) รวมถึงการสลับภาษาของแป้นพิมพ์ และเมื่อหมั่น ฝึกฝนจนติดเป็นนิสัย จะทำให้สามารถใช้
แป้นพมิ พเ์ พื่อพมิ พง์ านหรือปอ้ นขอ้ มลู ได้อยา่ งมี ประสทิ ธิภาพ
ส ม บ ู ร ณ ์ แ ซ ่ เ จ ็ ง ( 2554: อ อ น ไ ล น ์ เ ข ้ า ถ ึ ง ข ้ อ ม ู ล ไ ด ้ ท ี ่ https://www.gotoknow.
org/posts/419253) กล่าวถึงความหมายของ “การพิมพ์สัมผัส” การพิมพ์สัมผัส (touch typing)
หมายถึงการพิมพด์ ้วยนิ้วมือทั้งหมดโดยไม่มองแปน้ อกั ษร ซง่ึ เป็นทักษะทีต่ อ้ งผา่ นการฝึกฝน เพอ่ื ให้ผู้พิมพ์
สามารถอ่านต้นฉบับและพิมพ์ตามได้ไปพร้อมๆกันโดยไม่เหลียวมองแป้นอักษร การ พิมพ์สัมผัสจึงเป็น
การฝึกทักษะการใช้แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ (Keyboarding Skill) หมายถึงทักษะ การป้อนข้อมูลเข้าสู่
คอมพิวเตอร์โดยวิธีพิมพส์ ัมผัส (Touch Typing) ผา่ นแปน้ พิมพ์ที่มีลักษณะ คลา้ ยแป้นพิมพ์ดีด ซึ่งทักษะ
นี้เกิดจากการสั่งการของสมอง ท าให้เกิดการตอบสนองของกล้ามเนื้อ เล็กอย่างประสานกันของตาและ

6

มือในการก้าวนิ้วไปเคาะแป้นอักษรที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วและ แม่นยำ 6 ดังนั้น การพิมพ์สัมผัส
หมายถึง การใช้นิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว พิมพ์ดีด โดยไม่มองแป้น ใช้ นิ้วก้อย นิ้วนาง นิ้วกลาง และนิ้วชี้ ทั้งมือ
ซ้าย และมือขวา วางบนแป้นพิมพ์ ส่วนนิ้วหัวแม่มือใช้ เคาะคานวรรค และสายตามองที่แบบพิมพ์
ข้อความท่ีตอ้ งการพมิ พ์ หรอื จอภาพ (คอมพวิ เตอร์)

ขนั้ ตอนการพมิ พส์ มั ผัส
การฝึกพิมพ์แป้นอักษร ในการเคาะแป้นอักษรแต่ละแป้นนั้นให้ออกเสียงไปพร้อมกับ การ เคาะ
แป้นอักษรเป็นจังหวะที่เฉียบคม เด็ดขาดและรวดเร็ว ด้วยปลายนิ้วจิกงุ้มตรง ๆ บนแป้นอักษร อย่า ใช้
หน้านิ้วพิมพ์ เมื่อเคาะแป้นอักษรแล้วให้ดึงนิ้วกลับไปวางไว้ที่แป้นเหย้าทุกนิ้วดังเดิม โดยขานนำ อักษร
แป้นเหยา้ ก่อนแล้วจงึ ข้นึ แป้นอักษรใหม่ ท้ังผู้สอนและผเู้ รยี นจะออกเสียงพรอ้ มกนั โดยผ้สู อนอาจจะ เคาะ
จังหวะไปพร้อม ๆ กนั สว่ นผเู้ รยี นเคาะแป้นอักษรตามทอี่ อกเสยี ง ให้ออกเสียงดงั พร้อมกนั ท้ังห้อง การฝึก
พิมพ์โดยออกเสียงไปพร้อมกัน จะสามารถทำให้ผู้เรียนพิมพ์ได้ถูกต้องและจำแป้นได้แม่นยำ ทั้ง ยังเป็น
การสร้างบรรยากาศ ในการเรียนให้มีความสนุกสนานและตื่นตัวอยู่เสมอในการฝึกพิมพ์ โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่ง ถ้าผู้สอนได้เคาะจังหวะพร้อมออกเสียงไปพร้อม ๆ ด้วย จะช่วยให้ผู้เรียนเพิ่มความ สนใจและตั้งใจ
พิมพ์มากข้ึน การฝกึ พมิ พ์ในระยะเริ่มแรก สิ่งทผ่ี เู้ รียนจะต้องสนใจและเอาใจใสใ่ นคำตกั เตือนและคำ สอน
จากผสู้ อนให้มากเกี่ยวกับท่าน่ังพมิ พท์ ี่ถูกต้อง คอื
1. นั่งตัวตรง คอตั้ง หลังไม่งอ ไม่ไขว่ห้าง ปล่อยแขนตามสบายไม่ต้องเกร็งข้อศอก การเรียน
พิมพ์ดีดไม่ว่าจะด้วยเครื่องพิมพ์ดีดธรรมดาหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่ หลายคนเข้าใจ
เพราะผู้พมิ พ์อาจใชเ้ วลาอยหู่ นา้ เครื่องพิมพด์ ีดเปน็ เวลาหลายช่วั โมง ฉะนั้นท่านัง่ ที่ ถูกวิธีจึงมีความสำคัญ
เป็นอย่างมาก คือจะต้องนั่งตัวตรง หลังไม่งอ ข้อศอกไม่กางและห่างจาก เครื่องพอสมควร หากผิดจากนี้
ถือเปน็ การนงั่ ทผ่ี ิดวธิ แี ละฝืนหลักการพมิ พ์เรว็ อาจทำใหม้ อี าการปวด บรเิ วณหน้าอก หลัง และลำคอได้
2. เท้าวางราบกับพื้นทั้ง 2 ข้าง เท้าชิดกัน หรือเท้าข้างใดข้างหนึ่งวางเยื้องไป ข้างหน้าเล็กน้อย
เพ่อื ช่วยในการทรงตัวทีด่ ใี นการน่ัง
3. นงั่ ใหเ้ ต็มก้น หลงั และสะโพกชิดพนักเกา้ อี้
4. ขอ้ ศอกแนบล าตัว ข้อมอื ขนานกบั ขอบเครอื่ ง ข้อมือไม่ตกตดิ ชิดขอบเคร่ือง ไม่ วางข้อมอื ทาบ
กบั เคร่ือง
5. การวางเอกสาร หรือ หนงั สอื เอกสารหรอื สง่ิ ท่ีต้องการพมิ พ์ควรวางไว้ด้าน ขวามือเสมอ และ
อย่าใหก้ ดี ขวางการเคลอื่ นของแคร่พิมพ์ หรอื อุปกรณก์ ารพมิ พอ์ ื่น ๆ

7

6. การวางนิ้ว ปลายนิ้วมืองุ้ม เคาะตรง ๆ บนแป้นอักษร เมื่อเริ่มพิมพ์ให้จดปลาย นิ้วกับแป้น
อักษร ทั้งนี้จะไม่ใช้ตุ่มเนื้อแต่จะถ่ายเทน้ำหนกั หรอื กำลังไปอยู่ท่ีบริเวณปลายนิ้ว จากนั้น ให้ดีดหรือเคาะ
ลงบนแปน้ อกั ษรเบา ๆ นุ่มนวล เปน็ จงั หวะ เหมอื นอย่างเคาะค้อนท่ีมีสปริง จากนัน้ ยก นิ้วที่เคาะข้ึนอย่าง
รวดเร็วเหมือนแป้นอักษรร้อนเป็นไฟ ซึง่ ไมใ่ ชก่ ารกดนิ้วลงไปเฉย ๆ หรือจมิ้ นว้ิ ตาม ลงไป ต้องระวังยกแต่
นว้ิ ท่ีต้องการดดี เท่านน้ั ส่วนขอ้ มอื ใหโ้ หย่ง ๆ อย่าปล่อยให้พาดลงไปที่ขอบ พมิ พด์ ดี ซึ่งเมื่อวางน้ิวและมือ
ถกู ต้องแล้วจะเหน็ ไดว้ ่าน้วิ ช้ซี ้ายกบั นิว้ ชขี้ วาขนานกันพอดี

7. การวางมือ การก้าวนิ้ว การเคาะคานเว้นวรรค และการวางแบบพิมพ์อักษร เป็น อีกสิ่งหนึ่งท่ี
จะต้องปฏบิ ัติให้ถกู วิธีกล่าวคือ วางตำแหน่งของนิ้วมือทั้งสองข้างลงบนแป้นอักษรแถวที่ สอง นับจากล่าง
ขึ้นไป โดยนิ้วก้อยซ้ายอยู่บนแป้นอักษร ฟ นิ้วก้อยขวาอยู่บนแป้นอักษร ว ส่วนนิ้ว อื่น ๆ ให้เรียง
ตามลำดับไปและนิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างให้วางอยู่บนคานเว้นวรรค สำหรับการเคาะคาน เว้นวรรคให้ใช้
นิ้วหัวแมม่ ือขวาเท่านัน้ เมื่ออยู่ในท่าเตรียมพิมพใ์ ห้งอนิ้วทกุ ๆ นิ้วไว้เสมอ โดย กำหนดให้ปลายนิว้ สว่ นท่ี
ตดิ กบั เลบ็ น้ันจดแปน้ อักษร ดังน้นั ผู้ที่ต้ังใจจะฝึกพมิ พ์สมั ผสั ให้ได้ดีจึงไม่ ควรไว้เล็บยาว

8. สายตา จงจ าไว้เสมอว่าในการฝึกพิมพ์สัมผัส อย่าท่องจ าแล้วพิมพ์ พิมพ์จบ ประโยคหัน
กลบั มาดบู ทความแล้วกลับไปพิมพ์ใหม่ หรอื ตากับใจไม่สัมพันธ์กันหว่ งพะวงกบั ค าผดิ ซึ่งจะทำให้การฝึก
พิมพ์ไม่ก้าวหน้า ข้อแนะนำในส่วนนี้คือ ผู้ฝึกพิมพ์สัมผัสจะต้องมีสมาธิ ตาจับอยู่ท่ี บทความที่ต้องการ
พิมพ์เท่าน้นั กลา่ วคือตอ้ งมีความสัมพันธ์กนั ใน 3 องคป์ ระกอบ ไดแ้ ก่ จติ ตา และมอื คือผฝู้ กึ พิมพ์จะต้อง
มีจิตใจจดจ่ออยู่กับการพิมพ์ สายตาจับอยู่ที่ตัวหนังสือ และเคลื่อนไหวมือ อย่างต่อเนื่องที่สำคัญคือ
สายตาของผู้เรียนจะต้องอยู่ที่แบบพิมพ์ไม่มองแป้นอักษรในเครื่องพิมพ์ใน การพิมพ์สัมผัสจะต้องเริ่มต้น
ดว้ ยการวางนิว้ บนแป้นพมิ พ์ให้ถกู ตอ้ ง

ทักษะพิมพส์ มั ผสั
(ส ม บ ู ร ณ ์ แ ซ ่ เ จ ็ ง , 2554: อ อ น ไ ล น ์ เ ข ้ า ถ ึ ง ข ้ อ ม ู ล ไ ด ้ ท ี ่ https://www.gotoknow.
org/posts/419257) กล่าวถึงวิธีการพิมพ์สัมผัสแบบการสอนตามแนวผสม (Skip around Method)
เป็นวิธีสอนแป้นอักษรที่ได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน โดยเป็นการสอนจากแป้นเหย้าก่อน เมื่อ สอน
แป้นเหยา้ หมดแล้วจึงสอนแปน้ อ่นื ตอ่ โดยใช้แป้นเหยา้ เป็นหลกั ในการผสมคำกับแปน้ ใหม่ โดยถือหลักการ
ว่า
1. ต้องสอนแปน้ ทีพ่ มิ พ์งา่ ยผสมไปกับแปน้ ที่พิมพย์ าก
2. แปน้ ที่พมิ พ์ดว้ ยนวิ้ มอื ซ้ายผสมกบั แปน้ ท่ีพิมพ์ดว้ ยนว้ิ มือขวา

8

3. แป้นที่พิมพ์ด้วยนิ้วที่แข็งแรง (นิ้วชี้ นิ้วกลาง) ผสมกับแป้นที่พิมพ์ด้วยนิ้วที่ อ่อนแอ (นิ้วนาง
นิว้ ก้อย) 8

4. ต้องสอนแปน้ ในแถวที่ 3 (เหนอื แถวแปน้ เหย้า) ผสมกับแป้นในแถวที่ 1 (ใต้ แถวแปน้ เหย้า)
การสอนตามวิธีนี้จะช่วยให้ผู้เรียนรูส้ ึกมนั่ ใจในการก้าวนว้ิ ผู้สอนสามารถสร้าง แบบฝึกหัดท่ีผสม
คำหรือวลีที่มีความหมายได้ง่ายตั้งแต่ชั่วโมงต้นๆ ของการเรียน ช่วยให้เรียนรู้ได้ เร็วขึ้น นอกจากนี้ยัง
สามารถสร้างคำเพื่อเน้นฝึกเฉพาะทักษะที่ต้องการได้ เช่น การฝึกเฉพาะนิ้วที่ แข็งแรงหรือนิ้วที่อ่อนแอ
การฝึกพิมพ์อย่างสมดุลกันระหว่างมือสองข้าง หรือการฝึกเน้นอักษรบน เป็นต้น แต่ครูต้องคำนึงถึงการ
พัฒนาทักษะให้ครบทั้ง 3 ด้าน คือการพัฒนาเทคนิคการพิมพ์ท่ี ถูกต้อง การพัฒนาความเร็วและการ
พัฒนาความแม่นย า ซง่ึ การพฒั นาเทคนคิ การพมิ พท์ ถี่ ูกต้อง
ในการฝึกพิมพ์สัมผัสนั้น พื้นฐานสำคัญอันดับแรกก็คือเทคนิคการพิมพ์ที่ถูกต้อง (Correct
Technique ) ได้แก่ ท่านั่ง การวางนิ้ว การเคาะแป้นอักษร การใช้สายตา โดยการให้ผู้เรียน นั่งตัวตรง
หลังพงิ พนักเกา้ อี้ เทา้ วางราบกับพื้น ปลายเท้าเยอื้ งกันเล็กน้อย สายตามองทต่ี ้นฉบับหรือ จอภาพ ปล่อย
แขนข้างล าตวั ตามสบาย ใหข้ อ้ มอื ต่ำ อุ้งมอื ไม่เท้าขอบโต๊ะ
ประโยชนข์ องการพมิ พส์ ัมผัส
การพิมพ์ดีดด้วยวิธีการพิมพ์สัมผัสเป็นลักษณะการพิมพ์ที่ถูกวิธี ทำให้กล้ามเนื้อ นิ้วทุกนิ้วได้ใช้
งานอย่างเหมาะสม สม่ำเสมอ ตามสภาพของลกั ษณะนิ้วมอื การพิมพ์สัมผัสจะ สามารถทำใหพ้ ิมพ์งานได้
ถูกต้อง รวดเร็วกว่าการเคาะแป้นอักษรทีละตัว เพราะจะเสียพลังงาน มากกว่าและออกแรงเคาะแป้น
อักษรแรงกว่าการพิมพ์สัมผัส และทำใหเ้ กดิ การเกร็งตวั ของ กลา้ มเนอื้ ได้งา่ ย อาจทำให้เม่ือยล้าและพิมพ์
งานได้ไม่นาน
ดังนั้น ทักษะการพิมพ์สัมผัสบนคอมพิวเตอร์จงึ เป็นทักษะที่ทกุ คนในยุคปัจจุบนั น้ี ยากจะปฏิเสธ
ได้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ถูกต้องเกี่ยวกับการพิมพ์สัมผัส (Typing Training) ผู้เรียน สามารถพัฒนา
ตนเองด้านการพิมพ์ได้จนเกิดความช านาญ ก็จะถือได้ว่าเป็นอีกความสำเร็จขั้นหนึ่ง เลยก็ว่าได้ การ
แนะนำการพิมพ์สัมผสั ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์ เทคนคิ การพมิ พ์สัมผัส พมิ พส์ มั ผสั ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
วธิ กี ารท าอย่างไร เราจะพมิ พ์สมั ผสั ได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องแม่นยำ มี ดังนี้
1. การฝึกตนเองให้จิตใจเกิดความสงบ คือไม่สนใจสิ่งรอบข้าง และมี สมาธิและพิจารณาเฉพาะ
ตัวอักษรทอ่ี ยูบ่ นแผ่นกระดาษ แล้วฟงั เสยี งของครทู ส่ี งั่ ใหพ้ ิมพ์เท่าน้ัน

9

2. การฝึกให้จิตใจปราศจากอคติ มีความอดทน คือ มีความเชื่อมัน่ ใน ตนเองว่าการใช้นิ้วที่ผิดจะ
ทำให้ ไม่สามารถพัฒนาทักษะการพิมพ์ดีดได้ จะต้องพยายามใช้นิ้ว หรือ ก้าวนิ้วไปสัมผัสแป้นอักษรของ
ตนเองไม่รบี รอ้ น

3. สามารถรเู้ ทา่ ทนั ตนเอง คอื รู้ว่าในขณะท่ีตนเองเคาะแป้นพิมพ์ดีดนน้ั กำลังใช้น้ิวอะไรและเป็น
นิว้ ทถี่ กู ต้องพมิ พโ์ ดยไมต่ อ้ งมองแปน้ ตาดูแผ่นภาพตัวแบบพมิ พ์เท่านนั้

4. รจู้ กั ระงบั ความโกรธ คอื ไม่โมโห หรือโกรธตนเองเมอ่ื ใช้นว้ิ เคาะ แป้นพิมพ์ดดี และไม่โกรธเมื่อ
พิมพ์ไม่ทันหรือช้ากว่าคนอน่ื

สื่อและอปุ กรณ์
ในการเรียนการสอนนั้นสง่ิ ท่สี ำคญั ท่ีสดุ เพอ่ื ใหก้ ารเรียนการสอนเกิดผลสมั ฤทธ์ิ ตามวตั ถุประสงค์
ที่ตั้งไว้ คือ การเตรียมความพร้อมของสื่อและอุปกรณ์ที่ช่วยในการเรียนการสอน ที่ต้องมีความพร้อม
เพราะสิ่งเหลา่ นี้เป็นปจั จยั สำคญั ของการพฒั นาทักษะการพิมพส์ ัมผสั อย่าง น้อยภายในหอ้ งเรียนควรมีส่ือ
และอปุ กรณด์ ังน้ี
1. เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์เทา่ จำนวนผ้เู รยี น ต้องมแี ปน้ พมิ พ์ท่ีสมบรู ณไ์ มช่ ำรดุ
2. โปรแกรมสำหรับฝึกพิมพ์ติดตั้งพร้อมอยู่ในคอมพิวเตอร์ ซึ่งครูอาจเลือกให้ ผู้เรียนฝึกด้วย
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เช่น โปรแกรม พิมพ์ 2000 โปรแกรม BCC Typing tutorโปรแกรมดวง
จนั ทร์ โปรแกรม Thai Typing Tutor โปรแกรม Suandusit Typing Tutor โปรแกรม Hudpim Typing
Tutor โปรแกรม Pimsi Typing Tutor หรือโปรแกรมอื่น ที่เห็นว่า เหมาะสม นอกจากนี้อาจให้ฝึกด้วย
โปรแกรมประมวลผลคำ (word processor) เช่น โปรแกรม Notepad โปรแกรม WordPad โปรแกรม
MS. Word โปรแกรม RW. Word (ราชวถิ )ี หรือ โปรแกรม CU. Writer (Word จฬุ า) กไ็ ด้ โดยวิธีฝึกพิมพ์
ตามแบบฝึกหัดที่ผู้สอนเตรียมไว้ให้ ทั้งนี้การใช้โปรแกรมฝึกพิมพ์อาจใช้แบบผสมผสานกันได้ เช่น ให้
ผู้เรียนเริ่มฝึก จากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอนก่อน เมื่อเริ่มพิมพ์ได้แล้วจึงให้ฝึกพิมพ์ทบทวนด้วย
โปรแกรม ประมวลผลค ากไ็ ด้
3. โต๊ะวางคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเหมาะกับสรีระของผู้เรียน 4. เก้าอี้นั่งที่มีพนักพิง มีความสูง
เหมาะกับสรีระของผู้เรียน สำหรับข้อ 3 และ 4 นน้ั ถอื เป็นเร่อื งท่ีสำคัญ เพราะการเลือกโต๊ะหรือเก้าอี้นั่ง
ที่ไม่ เหมาะสมกับผู้เรียนวัยประถมศึกษา อาจส่งผลต่อสุขภาพของผู้เรียนได้ เนื่องจากมีงานวิจัยใน
ต่างประเทศที่พบว่า โต๊ะเก้าอี้ที่ใช้นั่งเรียนคอมพิวเตอร์ที่ไม่เหมาะสมกับเด็กประถมฯ สามารถ ส่งผลให้
กระดูกและเส้นประสาทของผู้เรียนเกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะในประเทศไทยนั้น มักพบว่า มีโรงเรียนไม่

10

น้อยที่ให้ผู้เรียนนั่งเรียนบนเก้าอี้ที่ไม่มีพนักพิง ซึ่งอาจส่งผลอันตรายต่อกระดูกสัน หลังในระยะยาวได้
ผู้สอนจงึ ควรตระหนกั ในประเดน็ นี้ใหม้ าก

5. แผนภูมิแสดงแป้นอักษร ทั้งแผนภูมิขนาดใหญ่ติดหน้าชั้นเรียน และขนาดเล็ก ติดประจำโต๊ะ
ของผเู้ รยี น 10

6. แผนภาพท่านั่งพิมพ์ ทั้งแผนภาพขนาดใหญ่ติดหนา้ ช้ันเรียน และขนาดเล็กติด ประจำโต๊ะของ
ผเู้ รียน

7. แบบฝกึ พมิ พ์ ทส่ี รา้ งข้ึนอยา่ งถกู ต้องตามหลักจิตวทิ ยาการพัฒนาทกั ษะการ พิมพ์
8. นาฬิกาจับเวลา
9. แบบบันทึกความก้าวหนา้ ในการพมิ พ์ ซ่งึ ครสู ามารถสรา้ งขน้ึ ได้เอง
10. แบบบนั ทกึ พฤตกิ รรมการพิมพ์ ใชบ้ ันทึกผลการสังเกตเทคนิคการพิมพข์ องผ้เู รียน
11. แบบทดสอบ ใช้ทดสอบพิมพจ์ บั เวลา

2. การวดั และประเมินผลการพมิ พส์ มั ผสั

การวัดและประเมินผลทักษะการพิมพ์สัมผัส มีความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาทักษะของ ผู้เรียน ซ่ึง
ต้องวัดและประเมินให้ครอบคลุมทั้ง 3 ด้าน คือ เทคนิคการพิมพ์ที่ถูกต้อง ความเร็วและ ความแม่นยำ
โดยมีหลกั การดงั นี้

1. ในระยะเร่มิ แรกของการฝึก ให้เนน้ การวัดและประเมนิ ผลเทคนิคการ พมิ พ์ทถี่ กู ตอ้ งเป็นอันดับ
แรก โดยใช้วิธีการสังเกตพฤติกรรมการพิมพ์ของผู้เรียนแล้วบันทึกลงใน แบบสังเกตเทคนิคการพิมพ์ ซ่ึง
อาจสังเกตและบันทึกทุกครั้งที่เรียนหรือเวน้ ระยะเวลาเป็นช่วง ๆ ก็ ได้ขึ้นอยู่กับสภาพการเรียนการสอน
โดยให้สงั เกตพฤติกรรมหลกั ๆ 3 ด้าน คอื

1.1 การนั่ง ผู้เรียนควรนั่งตัวตรงหลังพิงพนักเก้าอี้ แขนปล่อยข้างลำตัว ตามสบาย วางเท้าราบ
กบั พ้ืน ไม่นง่ั ไขวห่ ้างหรือขดั สมาธิ

1.2 การใชส้ ายตา ผ้เู รียนควรใชส้ ายตามองเฉพาะต้นฉบบั ในกระดาษหรือ หนา้ จอเทา่ น้นั ไม่ควร
มองแป้นพิมพ์ในขณะก าลังพิมพ์ 1.3 การวางมือและก้าวนิ้ว ผู้เรียนต้องวางมือในลักษณะข้อมือต่ำ นิ้ว
โค้ง ปลายนวิ้ ”แตะ” แปน้ เหย้าในตำแหน่งท่ีถกู ต้อง อุง้ มือไม่เทา้ ขอบโตะ๊ และกา้ วน้ิวไปเคาะแปน้ อักษร
ทต่ี ้องการแล้วรบี ชักน้วิ กลับแปน้ เหยา้ ด้วยจงั หวะที่ตอ่ เนือ่ งสม่ำเสมอ

11

ทั้งนี้ผู้สอนควรแจ้งให้ผู้เรียนทราบว่าจะมีการสังเกตและบันทึกเทคนิคการพิมพ์ ของผู้เรียนไว้
โดยต้องไม่ลมื แจ้งผลการสังเกตให้ผู้เรียนรับทราบและใช้ผลการสงั เกตน้ีชว่ ยแก้ไข พฤติกรรมการพิมพ์ของ
ผู้เรียนให้ดีขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะวิธีพิมพ์ที่ถูกต้องเป็นฐานที่มั่นคง รองรับทักษะความเร็วและความ
แมน่ ย าทจ่ี ะตามมา ซึ่งครตู อ้ งพยายามคงสภาพทกั ษะเทคนิคการ พิมพ์ทีถ่ กู ต้องของผู้เรียนไว้โดยหมั่นวัด
และประเมนิ พฤติกรรมการพมิ พต์ ลอดระยะเวลาทเี่ รยี น

2. เมอ่ื ครสู งั เกตเหน็ ว่าผูเ้ รียนเริม่ มีเทคนคิ การพิมพท์ ถี่ ูกต้องแล้ว คือมที า่ นั่งทีถ่ กู ตอ้ ง จังหวะการ
เคาะแป้นที่สม่ำเสมอ มีความมั่นใจในการก้าวนิ้วโดยสายตาไม่เหลียวมอง แป้นพิมพ์บ่อย มีปริมาณการ
พิมพ์ที่มากขึ้น ได้เรียนรู้แป้นอักษรในปริมาณเพียงพอและสามารถ พิมพ์ข้อความเป็นประโยคได้ ครูก็
สามารถเร่ิมพัฒนาผู้เรียนโดยการวัดความเร็วและความแม่นยำได้ ซึ่งต้องเข้าใจก่อนว่าการวดั และประเมิน
ทักษะความเร็วและความแม่นยำนี้ มิใช่เพื่อการคัดเลือกคน สอบได้หรือสอบตก หากแต่ใช้เพื่อพัฒนา
ทักษะของผเู้ รยี นให้กา้ วหนา้ ข้นึ ซ่งึ สามารถวดั และ ประเมนิ ได้จาก “การพมิ พจ์ บั เวลา” ทงั้ น้ีผ้เู ริ่มเรียนใน
ระดับประถมศึกษาควรจับเวลาครั้งละไม่เกิน 1 นาที ในการพิมพ์จับเวลาแต่ละคาบ ควรให้พิมพ์หลาย ๆ
ครง้ั แลว้ วัดความเร็วและความแมน่ ยำ

ทั้งนี้ควรจัดให้มีการพิมพ์จับเวลาบ่อย ๆ เพื่อพัฒนาทักษะผู้เรียน และข้อมูลในแบบบันทึกจะ
บอกถึงแนวโน้มความก้าวหนา้ ของผู้เรยี น และน ามาใช้เป็นส่วนหนึง่ ในการพิจารณาประเมินผลการเรยี น
ตามสภาพจรงิ ได้

3. ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน

1. ความหมายของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พิมพันธ์เตชะคุปต์ (2544 : 20) กล่าวว่า ผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ (Learning Achievement In Science) หมายถึง ความรู้ความสามารถท่ี
ผู้เรียนได้รับหลังการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์ ซึ่งจะทราบว่ามีปริมาณมากน้อยเพียงใด ก็อาจจะกระทำได้
โดยวดั ได้จากการสอบ แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นวชิ าวทิ ยาศาสตร์

กระทรวงศึกษาธิการ (2542 : 4) ได้ระบุผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไว้ในหนังสือประมวล ศัพท์
ทางการศึกษาว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ความสำเร็จหรือความสามารถในการ กระทำใด ๆ ที่
ตอ้ งอาศยั ทกั ษะหรือมฉิ ะนั้นกต็ ้องอาศัยความรอบรใู้ นวชิ าใดวิชาหน่ึงโดยเฉพาะ

พรรณี ชูทยั เจนจิต (2545 : 58) ใหค้ วามหมายวา่ ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนเป็นคุณลักษณะ และ
ความสามารถของบุคคลที่พัฒนาการดีขึ้น อันเกิดจากการเรียนการสอน การฝึกอบรม ซึ่ง ประกอบด้วย
ความสามารถทางสมอง ความรู้ ทักษะ ความรสู้ ึก และค่านยิ มตา่ ง ๆ

12

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (Academic Achievement) หมายถึง คุณลักษณะและความสามารถ
ของบุคคลอันเกิดจากการเรียนการสอน เป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและประสบการณ์การ เรียนรู้ที่
เกิดจากการศึกษาอบรม หรือจากการสอบ การวัดผลสัมฤทธิ์จึงเป็นการตรวจสอบ ความสามารถหรือ
ระดับความสัมฤทธผิ์ ล (Level of Accomplishment) ของบคุ คลวา่ เรียนรูแ้ ลว้ เทา่ ไร มีความสามารถแค่
ไหน ซงึ่ สามารถวดั ได้ 2แบบ ตามจุดมุง่ หมายและลักษณะวิชาท่ีสอน คือ

1. การวัดดา้ นปฏิบตั ิ เป็นการตรวจสอบระดับความสามารถในการปฏิบัติหรือทักษะของ
ผู้เรียน โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนแสดงความสามารถดังกล่าวในรปู การกระทำจริงให้ออกเป็นผลงาน เช่น วิชา
ศิลปศึกษา พลศกึ ษา การชา่ ง เป็นต้น ซ่งึ การวัดตอ้ งใช้ “ขอ้ สอบภาคปฏิบตั ”ิ (Performance Test)

2. การวัดดา้ นเนอื้ หา เปน็ การตรวจสอบความสามารถเก่ยี วกับเนื้อหาความรู้ (Content)
อัน เป็นประสบการณ์การเรียนรู้ของผู้เรียนรวมถึงพฤติกรรมความสามารถในด้านต่าง ๆ สามารถวัดได้
โดยใช้ “ข้อสอบวัดผลสัมฤทธิ์” (ไพศาล หวังพานิช. 2523 : 137) จากที่กล่าวมาแล้วเกี่ยวกับผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียน สรุปได้ว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง ผลของความสามารถของบุคคลที่ต้องอาศัย
ทักษะ ความรอบรู้ ทัศนคติที่ได้จากการเรียน การสอน การฝึกฝน อบรมสั่งสอน ทำให้เกิดความสำเร็จ
หรือความสามารถในด้านต่าง ๆ

2. แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น นักการศึกษาได้ให้ความหมายของแบบทดสอบวัดผล
สมั ฤทธท์ิ างการเรยี นพอสรปุ ไดด้ งั นี้

กระทรวงศึกษาธิการ (2542 : 9) ได้ให้ความหมายของแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิท์ างการ เรยี นไว้
ว่า “เปน็ แบบทดสอบทม่ี ุ่งวดั ว่านักเรยี นมีความรู้ หรือความสามารถทเี่ กิดการเรียนการสอน มากน้อยปาน
ใด”

วรพจน์ นวลสกุล (2540 : 25) ได้กล่าวว่า แบบทดสอบที่ใช้วัดผลสัมฤทธิท์ างการเรียน หมายถงึ
แบบทดสอบท่ใี ช้วัดความรู้ ทกั ษะ และสมรรถภาพทางด้านวิทยาศาสตร์ที่เกิดข้ึนในตัว ผเู้ รียน หลังจากที่
ผู้เรยี นศกึ ษาบทเรยี นนน้ั จบแล้ว แบบทดสอบทีใ่ ชว้ ดั จะสอดคล้องกบั วตั ถุประสงค์ ของวชิ าวิทยาศาสตร์

สมศักดิ์ สินธุระเวชญ์ (2542 : 34) ได้ให้ความหมายแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ว่า เป็น
แบบทดสอบที่วัดความรู้ความสามารถด้านต่าง ๆ เมื่อได้รับประสบการณ์เฉพาะอย่างไปแล้ว ซึ่งจะเป็น
การวัดความสามารถทางวิชาการต่าง ๆ โดยมุ่งวัดว่านักเรียนมีความรู้หรือมีทักษะใน วิชานั้นมากน้อย
เพยี งใด

13

ชาตรี เกิดธรรม (2542 : 16) ได้ให้ความหมายของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หมายถึง
แบบทดสอบที่ใช้วัดปริมาณความรู้ ความสามารถ ทักษะเกี่ยวกับด้านวิชาการ ที่ได้เรียนรู้มาในอดีต ว่า
รบั ร้ไู วไ้ ดม้ ากน้อยเพียงไร โดยทว่ั ไปแลว้ มักใชว้ ดั หลังจากท ากจิ กรรมเรียบรอ้ ยแลว้ เพ่อื ประเมิน การเรียน
การสอนว่าได้ผลอย่างไร จากที่กล่าวมาแล้วเกี่ยวกับแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สรุปได้ว่า
แบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง แบบทดสอบที่ใช้วัดความรู้ความเข้าใจจากการเรียนรู้
ซงึ่ เป็น การวัดผลสัมฤทธิ์ทางวชิ าการของผเู้ รยี นท่ีได้รับจากการเรียนรใู้ นเนื้อหาวิชานนั้ ๆ
3. ลักษณะของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธทิ์ ่ดี ี

ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ (2532 : 47) ไดส้ รปุ ลักษณะของแบบทดสอบวดั ผล สัมฤทธ์ทิ ่ีดี
ไว้ ดังน้ี

1. ความเที่ยงตรง (Validity) เป็นลักษณะที่สำคัญที่สุดที่ท าให้เครื่องมือวัดผลนั้น มี
คณุ ภาพ เพราะเปน็ การแสดงใหเ้ ห็นวา่ เครือ่ งมอื วัดนน้ั สามารถวดั ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ น่ันคอื วดั ได้ตรง
และครบถว้ นตามเน้ือหาทีต่ ้องการวดั วดั ได้ตรงตามจดุ ประสงค์ วัดไดต้ รงตามสภาพความเปน็ จริง และวัด
แลว้ สามารถนำผลการวดั ไปพยากรณห์ รือคาดคะเนอนาคตได้

2. มคี วามเชือ่ มั่นสงู (Reliability) เคร่อื งมือวัดผลที่ดวี ดั สง่ิ เดยี วกันหลาย ๆ คร้ัง ผลท่ีได้
จาก การวัดจะเหมอื นกันหรอื แตกต่างกันนอ้ ยมาก

3. มีความเป็นปรนัย (Objectivity) เครื่องมือที่มีความเป็นปรนัยจะมีความชัดเจนใน
ตัวเอง เช่น ข้อสอบที่มีความเป็นปรนัย จะมีความชัดเจนอยู่ 3 ประการ คือ คำถามชัดเจนอ่านแล้วเข้าใจ
14 ตรงกนั คำตอบแน่นอน ใครตรวจกใ็ หค้ ะแนนตรงกัน และประการสุดทา้ ยคือ แปลความหมาย คะแนน
ได้ตรงกนั

4. มีความยากง่ายพอเหมาะ (Difficulty) ไม่ยากเกนิ ไปและไม่งา่ ยเกนิ ไป ข้อสอบข้อใดที่
มี คนตอบถูกมากแสดงว่าง่าย ข้อที่มีคนตอบถูกน้อยแสดงว่ายาก ค่าความยากง่ายของข้อสอบ (p) มีค่า
อยู่ระหว่าง 0ถึง 1.00ข้อสอบที่ดีมีค่า p อยู่ระหว่าง 0.20ถึง 0.80 ซึ่งเป็นข้อสอบที่ค่อนข้างยาก ปาน
กลางและค่อนข้างงา่ ย

5. มีอำนาจจำแนก (Discrimination) หมายถึง สามารถแบ่งแยกคนออกเป็นประเภท
ตา่ ง ๆ ได้ ถูกตอ้ ง ข้อสอบทีจ่ ำแนกได้ หมายถงึ ขอ้ สอบทค่ี นเกง่ ตอบถูก คนอ่อนตอบผิด ข้อสอบท่จี ำแนก
กลับ คนเก่งจะตอบผิดแตค่ นอ่อนจะตอบถกู และขอ้ สอบท่ีจำแนกไม่ได้ คนเกง่ และคนออ่ นจะตอบถูกและ
ผิดพอ ๆ กัน ไม่ค่อยมีความแตกต่างกันมากนัก อำนาจจำแนกของข้อสอบมีค่า r อยู่ระหว่าง -1.00ถึง

14

+1.00ค่า r เป็นเครื่องหมายลบ หมายความว่า จำแนกไม่ได้ คนเก่งตอบถูกน้อยกว่าคนอ่อน r เป็น
เครื่องหมายลบ หมายความว่า จำแนกได้ คนก่งตอบถูกมากกว่าคนอ่อน ข้อสอบที่มีค่า r ใกล้ศูนย์ (r = -
0.19ถงึ +0.19) เปน็ ขอ้ สอบท่จี ำแนกไม่ได้ เพราะคนเกง่ ตอบถกู พอ ๆ กบั คนอ่อน ข้อสอบทีด่ ี ควรมีค่า r
อยรู่ ะหว่าง 0.20ถงึ 1.00

6. มีประสิทธิภาพ (Efficiency) คือ เครื่องมือที่สามารถทำให้ไดข้ ้อมูลที่ดีท่ีสดุ เชื่อถือได้
มาก โดยใช้วิธกี ารทีส่ ะดวก รวดเรว็ คล่องตัว แต่เสยี เวลาน้อย ลงทนุ นอ้ ยและใชแ้ รงงานนอ้ ย

7. มีความยุติธรรม (Fair) ไม่เปิดโอกาสให้มีการได้เปรียบเสียเปรียบกันระหว่าง ผู้ที่ถูก
วดั ด้วยกนั

8. ใช้คำถามถามลึก (Searching) ข้อสอบที่ดีต้องการให้ผู้ตอบใช้ความสามารถในการ
คดิ คน้ ก่อนทจี่ ะตอบ

9. ใช้คำถามยั่วยุ (Examplary) มีลักษณะที่ท้าทายให้ผู้สอบอยากคิดอยากตอบและท
าดว้ ย ความเต็มใจ

10.คำถามจำเพาะเจาะจง (Definite) ไม่ถามวงกว้างเกินไป หรือถามคลุมเครือให้คิดได้
หลายแง่หลายมมุ

จากที่กล่าวมาแล้วเกี่ยวกับลักษณะของแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ที่ดี สรุปได้ว่า แบบทดสอบวัด
ผลสมั ฤทธทิ์ ีด่ ีจะตอ้ งมีลกั ษณะดังน้ี มีความเทีย่ งตรง มคี วามเชื่อมั่นสูง มคี วามเปน็ ปรนยั มีความยากง่าย
พอเหมาะ มีอำนาจจำแนก มีประสิทธิภาพ มีความยุติธรรม ใช้คำถามถามลึก ใช้ค ถามยั่วยุ และคำถาม
จำเพาะเจาะจง

จากทก่ี ล่าวมาแลว้ เก่ียวกบั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น สรุปได้วา่ ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนเป็น ผลการ
วัดพฤติกรรมด้านความรู้ ความคิด ความสามารถทั้งหลายของผู้เรียน คุณลักษณะด้านจิตพิสัย 15 ความ
สนใจ ทัศนคติต่อเนื้อหาวิชาที่เรียนในโรงเรียนและระบบการเรียน ความคิดเห็นเกี่ยวกับ ตนเอง และ
ลักษณะบุคลิกภาพ และคุณภาพการสอน การมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนและ การเสริมแรงของครู
การแก้ไขข้อผดิ พลาด และร้ผู ลวา่ ตนเองกระทำได้ถกู ต้องหรอื ไม่

ในการดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอน ความพึงพอใจเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้ ผู้เรียน
ทำงานที่ได้รับมอบหมาย หรือต้องการปฏิบัติให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ ซึ่งในปัจจุบัน ครูผู้สอนเป็น
เพยี งผ้อู ำนวยความสะดวก หรือใหค้ ำแนะนำปรึกษาจึงตอ้ งคำนึงถึงความพงึ พอใจใน การเรียนรู้

15

งานวจิ ัยท่ีเกยี่ วขอ้ ง

นางนฤมล ช้างงา ( 2548 : บทคัดย่อ) ได้ศึกษาผลการประยุกต์ใช้ทฤษฎีสิ่งเร้าและทฤษฎี แห่ง
การเรียนรู้ในการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาพิมพ์ดีดอังกฤษ 1 ในระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพ
(ปวช.)ปี ท่ี1 (ปวช.1) ที่ก าลังศึกษาอยูในระดับ ปวช. ภาคเรียนที่ 2 ปี กาศึกษา 2548 โรงเรียนดรุณา
กาญจนบรุ บี รหิ ารธุรกจิ จังหวดั กาญจนบรุ ีพบว่าจากเรียนโดยประยุกตใ์ ชท้ ฤษฎีสง่ิ เร้าและทฤษฎีแห่งการ
เรยี นรูม้ ีผลการเรียนวชิ าพิมพ์ดีดอังกฤษ 1 สูงขึ้น

นางสคุ นธท์ ิพย์ สีสัน ( 2548 : บทคดั ยอ) ศกึ ษาเจตคตใิ นการเรียนวิชาพิมพ์ดดี ไทย ของ นักเรยี น
ระดับมัธยมศึกษาปี ที่5 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา 2 กรุงเทพมหานคร โดยใช้ แบบทดสอบ
แบบวัดเจตคตใิ นการเรียนวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี (พมิ พด์ ดี ไทย) พบวา นักเรียนมยั ธยมศึกษาปี
ที่5 มีเจตคติในการเรียนพิมพ์ดีดไทย คิดเป็นระดับดีมากที่สุด 93.70 % มี เจตคติไม่ดีคิดเป็น 6.30 %
สรุปได้วานักเรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปี ท่ี5 มีเจตคตทิ ดี่ ีในการเรยี นวชิ า พิมพด์ ดี มากทส่ี ดุ

นางสาวนารรี ตั น์ โฉมอินทร์ (2548 : บทคัดย่อ) การวิจัยเรอื่ งน้ีมวี ัตถุประสงคเ์ พ่ือ พัฒนา ทักษะ
การพิมพ์ที่ดีความสามารถในการพิมพ์ที่รวดเร็วและแม่นยำ ทางการเรียนในวิชาพิมพ์ดีดไทย ด้วย
คอมพิวเตอร์ของนักเรียนระดับ ชั้น ปวช.1 แผนกบริหารธุรกิจ ใช้วิธีการฝึกปฏิบัติตามเนื้อหา และการ
เรียนรู้ในห้องเรียน ที่ไม่มีความรู้ความสามารถในการเรียนพิมพ์ดีดมาก่อน จำนวน 45 คน เครื่องมือที่ใช้
ในการวิจัยได้แก่แบบตารางบันทึกการพิมพ์แบบก้าวหน้าแสดงผลการคิดค าสุทธิต่อ นาทีตามหลักบันได
9 ขั้นแบบฝึกทักษะพัฒนาการพิมพ์ชุดที่ 1-5 รวม 5 ชุด ผลการวิจัย ผู้เรียน สามารถพัฒนาการพิมพ์ให้
รวดเรว็ และแมน่ ย า ยง่ิ ข้ึนจากการฝกึ ปฏบิ ตั ิหลังจากไดร้ ับการฝกึ ปฏบิ ัติ ท่ถี กู ต้องและบอ่ ยครง้ั ขึน้ นาง

ขนิษฐา จิตรอรุณ ( 2548 : บทคัดย่อ) การศึกษาความสามารถในการเคาะแป้นพิมพ์ดีด โดยใช้
โปรแกรม “การพัฒนาจิตใจ” ของนักเรียน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) ( ปวช. 1) ที่ 16 ก าลัง
ศกึ ษาอยใู่ นระดับ ปวช.1 ภาคเรยี นท่ี 1 ปี การศกึ ษา 2554 วิทยาลยั การอาชีพขอนแกน่ พบว่า ผลสมั ฤทธิ์
ทางการเรียนวิชาพิมพ์ดีดไทย1 นักเรียนที่ผ่านโปรแกรม “การพัฒนาจิตใจ” สามารถ พัฒนาทักษะการ
พมิ พไ์ ดต้ ามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษาตั้งไว

16

บทที่ 3
วธิ ีดำเนินงานวิจัย

ในการดำเนินการวิจัย เร่ือง การพฒั นาทกั ษะด้านการพิมพ์ภาษาไทย ดว้ ยเคร่ืองมอื ฝกึ ทักษะการ
พิมพ์ ของนกั เรียน ช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนแม่วะวิทยา ผ้วู ิจยั ไดด้ ำเนนิ การตามขั้นตอนดงั ต่อไปนี้

1. ประชากรและกลุ่มตวั อย่าง
2. เครอื่ งมือทใ่ี ชใ้ นการวจิ ัย
3. การเก็บรวบรวมขอ้ มูล
4. การวเิ คราะห์ข้อมูล

ประชากรและกลุ่มตวั อย่าง

ประชากร
นักเรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3 โรงเรียนแมว่ ะวทิ ยา อำเภอเถนิ จงั หวัดลำปาง
จำนวน 11 คน
กลุม่ ตัวอย่าง
นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 โรงเรยี นแมว่ ะวทิ ยา อำเภอเถิน จงั หวัดลำปาง
จำนวน 5 คน โดยเลอื กจากนกั เรียนทม่ี ีทักษะการพิมพ์ อ่อนกว่าคนอื่นๆ

เครื่องมอื ที่ใชใ้ นการวจิ ัย

เครอ่ื งมือที่ใชใ้ นการวจิ ยั ได้แก่
1. บทเรียนการฝึกพิมพ์สัมผัสออนไลน์ https://www.typingstudy.com/ เป็นบทเรียนใช้ฝึก
พมิ พใ์ นเครื่องคอมพวิ เตอร์
2. ตารางบันทกึ สถติ กิ ารพมิ พภ์ าษาไทยก่อนการฝึกใชง้ านโปรแกรมและหลังการฝึกการ
ใชง้ านบทเรยี นฝึกพิมพแ์ บบสัมผสั ออนไลน์

17

วธิ ีการดำเนนิ การวิจยั

แบบแผนการวิจัย

ในการวิจัยครง้ั นีเ้ ปน็ การวิจยั เชงิ ทดลอง ( Experimental Research ) มีแผนการวิจยั ดงั

ตาราง 1

ตาราง 1 รูปแบบการทดลอง

Random assigned Pre - test Treatment posttest

R Experimental group 1 1 2

ความหมายของสัญลักษณ์
R แทน การเลอื กกลมุ่ ตัวอยา่ งมาด้วยการสุ่ม

1 แทน คะแนนทีไ่ ดจ้ ากกการสอบด้วยแบบทดสอบก่อนทดลอง
E แทน กลุ่มทดลอง

1 แทน การจดั กระท าในกลมุ่ ทดลอง

การสรา้ งและพฒั นาเครือ่ งมอื ท่ีใชใ้ นการเก็บรวบรวมข้อมูล

1. ใชแ้ บบทดสอบประเมินการพัฒนาการจากบทเรยี นการฝกึ พมิ พ์สัมผสั ออนไลน์
https://www.typingstudy.com/ ซ่งึ จะมีอยู่หลายแบบทดสอบอยู่ด้วยกัน

2. นำตารางบันทึกสถิติการพิมพภ์ าษาไทยกอ่ นการฝึกใช้งานโปรแกรมและหลงั การฝกึ การใชง้ าน
โปรแกรมฝกึ พิมพ์แบบสมั ผัสมารวบรวมข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ดกู ารพฒั นาทกั ษะในการพิมพ์ต่อไป

การรวบรวมข้อมลู และวเิ คราะห์ขอ้ มลู

ครผู สู้ อนใช้การสังเกตพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ในวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลย(ี วทิ ยาการ
คำนวณ)ของนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3 พบวา่ นกั เรยี นขาดทักษะในการพมิ พ์ภาษาไทยโดยใช้วิธี

18

แบบสมั ผัส ทำใหเ้ กดิ อปุ สรรคในการจดั การเรยี นรูใ้ นแต่ละคาบเรยี นเปน็ อย่างมาก จงึ ทำการวจิ ัยโดยมี
ขน้ั ตอนในการ ดำเนินการวิจยั มดี งั นี้

1. สอนนักเรยี นเขา้ ใช้งาน บทเรยี นการฝึกพิมพส์ ัมผสั ออนไลน์
https://www.typingstudy.com/

2. อธิบายการใช้งานบทเรียนการฝึกพิมพ์สัมผัสออนไลน์ ให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เพ่ือ
จะไดเ้ ข้าใจและฝกึ ปฏบิ ัติได้อย่างถกู ต้อง

3. ทดสอบวัดความสามารถในการพิมพ์ของนักเรยี นก่อนการใชโ้ ปรแกรมฝกึ พิมพ์แบบสัมผัสเพื่อ
ประเมินวา่ นักเรียนในแตล่ ะคนมที กั ษะอยู่ในระดบั ไหน พิมพไ์ ด้กค่ี ำต่อนาทีแลว้ บนั ทึกสถติ ิความเร็วในการ
พิมพ์ไว

4. ดำเนินการทดลอง โดยให้นักเรียนเข้าใช้งานโปรแกรมในตอนพักเที่ยงหลังจากรับประทาน
อาหารเสร็จทุกวันศุกร์ของ ทุกๆสัปดาห์เป็นเวลา 3 เดือนโดยใช้เวลาในการฝึกการพิมพ์ภาษาไทยแบบ
สัมผัสคนละ 30 นาที โดยจะฝึกไปพร้อมๆกันตามหัวขอ้ ต่างๆจากโปรแกรมโดยเริ่มจากการเรียนรู้เทคนิค
การนั่งพิมพ์ที่ถูกต้อง ส่วนประกอบต่างๆของคีย์บอร์ด วิธีการวางนิ้วบนแป้นพิมพ์ที่ถูกต้อง ซึ่งจะมีวีดีโอ
การสอนเพ่ือให้ง่ายการเรยี นรกู้ ารเริ่มใชง้ านโปรแกรมฝกึ พมิ พภ์ าษาไทยแบบสัมผสั

5. ฝึกปฏิบัติตามแบบฝึกทักษะการพิมพ์ภาษาไทยโดยใช้โปรแกรมการฝึกพิมพ์แบบสัมผัสจาก
หัวขอ้ การฝึกของโปรแกรมในทุกๆสัปดาห์ตลอดระยะเวลา 3 เดือน ทที่ ำการทดลองดูการพฒั นาการพิมพ์
ภาษาไทยของนกั เรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 3

6. ทำการประเมินผลหลังการทดลองโดยให้นักเรียนพิมพ์ข้อความที่ก าหนดในแบบทดสอบท้าย
บทเรียนจากโปรแกรมฝึกพิมพ์ จากนั้นเก็บค่าความเร็วในการพิมพ์ของนักเรียนแต่ละคนเพื่อนำไป
เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างก่อนและหลังการใช้โปรแกรมการฝึกพิมพ์แบบสัมผัส เพื่อนำไป
วิเคราะห์และจดั ทำเป็นขอ้ มลู การทำวิจยั ตอ่ ไป

19

สถิตทิ ่ใี ชใ้ นการวิเคราะห์ขอ้ มูล

1. หาคา่ เฉล่ยี ใช้สูตร ( ล้วน และ อังคณา สายยศ 2522 : 51 )

̅ = ∑



เม่ือ ̅ แทน คะแนนเฉล่ยี

∑ แทน ผลรวมคะแนนทงั้ หมด

แทน จำนวนนักเรยี นในกล่มุ ตัวอยา่ ง

20

บทที่ 4
ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล

การวิจยั ครัง้ นี้มีวัตถุประสงคเ์ พ่ือพัฒนาทกั ษะการพมิ พ์ภาษาไทยของนักเรยี นช้นั ประถมมศึกษา
ปีที่ 3 โรงเรียนแม่วะวิทยา อำเภอเถิน จังหวัดพลำปาง ปีการศึกษา 2564 โดยใช้บทเรียนการฝึกพิมพ์
แบบสัมผัสออนไลน์ ซึ่งมีเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ บทเรียนการฝึกพิมพ์สัมผัสออนไลน์
https://www.typingstudy.com/ โดยเป็นโปรแกรมใชฝ้ ึกพิมพ์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ตารางบันทึกสถิติ
การพิมพ์ภาษาไทยก่อนการฝึกใช้งานโปรแกรมและหลังการฝึกการใช้งานโปรแกรมฝึกพิมพ์แบบสัมผัส
ผ้วู ิจัยได้แสดงผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ดังต่อไปน

สญั ลักษณท์ ี่ใช้ในการวเิ คราะห์ขอ้ มูล

เพอ่ื ความเข้าใจตรงกันในการแปลความหมายของการวิเคราะหข์ ้อมูล ผ้วู จิ ัยไดก้ ำหนด
สัญลกั ษณ์ในการวิเคราะหข์ อ้ มลู ดังนี้

̅ แทน คะแนนเฉลยี่
∑ แทน ผลรวมคะแนนทงั้ หมด
แทน จำนวนนกั เรยี นในกลุม่ ตัวอยา่ ง

การวิเคราะหข์ ้อมูล

ผลสัมฤทธ์คิ วามก้าวหนา้ การพฒั นาทักษะการพิมพ์ภาษาไทยโดยใช้บทเรียนการฝกึ พิมพ์สัมผัส

ออนไลน์ ของนกั เรยี นชน้ั ปรถมศึกษาปที ่ี 3 โรงเรยี นแม่วะวทิ ยา อำเภอเถนิ จงั หวัด

ลำปาง ปกี ารศึกษา 2564 จำนวน 5 คน

ตารางท่ี 2 ค่าสถติ ิพ้นื ฐานจำนวนคำในการพมิ พภ์ าษาไทยต่อนาทีของนักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3

จากการทดสอบ 2 คร้งั

รายการ N ̅
ทดสอบก่อนการฝึกพิมพ์ 11 9.4

ทดสอบก่อนการฝึกพิมพ์ 11 16.4

21

จากตารางท่ี 2 พบวา่ จำนวนคำในการพมิ พภ์ าษาไทยต่อนาที ของนักเรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปี
ที่ 3 จากการทดสอบ 2 ครั้ง เท่ากบั 9.4 และ 16.4 ซ่งึ แสดงให้เหน็ ว่า นักเรียนมที กั ษะการพมิ พภ์ าษาไทย
แบบสมั ผสั ทด่ี ีข้นึ

ตารางที่ 3 เปรียบเทียบผลของทักษะการพิมพ์ระหว่างก่อนและหลังการใช้บทเรียนฝึกพิมพ์ภาษาไทย

แบบสมั ผสั ออนไลน์ ของนกั เรียนช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรียนแมว่ ะวิทยา อำเภอเถนิ จังหวดั ลำปาง

ปีการศึกษา 2564 จำนวน 5 คน

ช่ือ-สกลุ จำนวนคำ/นาที ความกา้ วหน้า

กอ่ นเรียน หลงั เรียน

1.เดก็ ชายธนกร เอ่ียมนพรัตน์ 10 16 6

2.เด็กชายอนชุ ิต มีกอง 9 16 7

3.เดก็ หญิงชนากานต์ สมพมติ ร 12 19 7

4.เด็กหญิงณัฐธดิ า อริยะตา 7 16 9

5.เดก็ หญิงสภุ ัสรา ศรภี มู ิ 9 15 6

จำนวนคำรวม 47 82 35

คา่ เฉลี่ย 9.4 16.4 7

จากตาราง พบว่าจำนวนคำการพิมพ์ต่อนาทีก่อนและหลังการทดลองให้นักเรียนฝึกการพิมพ์
ภาษาไทยโดยใช้บทเรียนฝึกพิมพภ์ าษาไทยแบบสัมผสั ออนไลน์ของนกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 3 จำนวน
5 คน มี ดังนี้ จำนวนคำเฉลี่ยก่อนการทดลองใช้บทเรียนฝึกพิมพ์ภาษาไทยแบบสัมผัสออนไลน์ของ
นักเรียนเท่ากับ 9.4 และ จำนวนคำเฉลี่ยหลังจากใช้บทเรียนฝึกพิมพ์ภาษาไทยแบบสัมผัสออนไลน์ของ
นกั เรียนเท่ากบั 16.4

ดังน้นั นกั เรยี นมอี ตั ราการพิมพภ์ าษาไทยจำนวนคำต่อนาทีเฉลยี่ เพิ่มขึน้
โดยเฉล่ยี = 16.4-9.4 = 7

นั่นแสดงว่า ภายหลงั การใชน้ วตั กรรมบทเรียนฝกึ พมิ พ์ภาษาไทยแบบสัมผัสออนไลน์ นักเรยี นช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนแม่วะวิทยา อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ปีการศึกษา 2564 มีทักษะการพิมพ์
ภาษาไทยทดี่ ีขึน้

22

บทที่ 5
สรุป อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ

การวิจัย เรื่อง การพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ภาษาไทย ด้วยเครื่องมือฝึกทักษะการพิมพ์ ของ
นักเรียน ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 3 โรงเรียนแม่วะวิทยา ผู้วจิ ัยสรุปขนั้ ตอนและผลการศึกษาค้นควา้ ดงั นี้

วัตถปุ ระสงค์ของการวิจยั

เพื่อพฒั นาทกั ษะการพิมพภ์ าษาไทยแบบสัมผสั ของนักเรยี นช้ันประถมศึกษาปีที่ 3
โรงเรียนแมว่ ะวิทยา จังหวัดลำปาง ปีการศึกษา 2564 ให้ดขี ึ้น

สมมตฐิ านของการวจิ ยั

นกั เรยี นทฝี่ กึ การพิมพ์ภาษาไทยโดยใช้บทเรยี นการฝกึ พิมพแ์ บบสัมผัสออนไลน์ มที ักษะการพิมพ์
ทดี่ ีขน้ึ

ประโยชน์ทีไ่ ดร้ ับจากการวจิ ัย

1. นักเรียนมกี ารพัฒนาทกั ษะการพมิ พ์ดดี สมั ผัสให้เรว็ และดีข้ึน
2. นักศกึ ษามสี มาธิในการพมิ พ์จำนวนคำเพิ่มข้ึน

ขอบเขตของการวจิ ยั

ประชากรและกลมุ่ ตัวอย่าง
ประชากร
นักเรยี นชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนแม่วะวิทยา อำเภอเถนิ จังหวัดลำปาง

จำนวน 11 คน
กลุ่มตวั อยา่ ง

23

นักเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนแมว่ ะวทิ ยา อำเภอเถนิ จงั หวดั ลำปาง
จำนวน 5 คน

ระยะเวลาในการทดลอง
ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564

ตัวแปรท่ีศึกษา
ต้นแปรต้น เครื่องมือทใ่ี ชใ้ นการพมิ พ์ วธิ กี ารสอน
ตวั แปรตาม ผลสมั ฤทธใ์ิ นการพมิ พ์สัมผสั ดีขน้ึ และการพิมพผ์ ิดนอ้ ยลงมสี ามาธิในการเรียนข้ึน

เคร่อื งมอื ท่ีใช้ในการวิจยั

เคร่ืองมือทีใ่ ชใ้ นการวิจยั ไดแ้ ก่
1. บทเรียนการฝึกพิมพ์สัมผัสออนไลน์ https://www.typingstudy.com/ เป็นบทเรียนใช้ฝึก
พมิ พ์ในเครื่องคอมพิวเตอร์
2. ตารางบันทึกสถิติการพมิ พ์ภาษาไทยก่อนการฝึกใช้งานโปรแกรมและหลงั การฝกึ การ
ใชง้ านโปรแกรมฝึกพมิ พ์แบบสมั ผัส

วธิ ีการดำเนนิ การวจิ ยั

ครผู สู้ อนใช้การสังเกตพฤตกิ รรมการจดั การเรยี นรู้ในวชิ า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วทิ ยาการ
คำนวณ)ของนักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3 พบว่า นักเรยี นขาดทักษะในการพิมพ์ภาษาไทยโดยใชว้ ธิ ี
แบบสัมผัส ทำให้เกิด อุปสรรคในการจัดการเรยี นรใู้ นแตล่ ะคาบเรยี นเปน็ อย่างมาก จงึ ทำการวิจยั โดยมี
ขนั้ ตอนในการ ดำเนนิ การวิจัย มีดังน้ี

1. สอนนกั เรยี นเขา้ ใชง้ าน บทเรยี นการฝกึ พิมพส์ ัมผสั ออนไลน์
https://www.typingstudy.com/

2. อธิบายการใช้งานบทเรียนการฝึกพิมพ์สัมผัสออนไลน์ ให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เพื่อ
จะได้เขา้ ใจและฝึกปฏิบตั ไิ ด้อยา่ งถกู ต้อง

24

3. ทดสอบวัดความสามารถในการพิมพ์ของนักเรยี นก่อนการใช้โปรแกรมฝึกพิมพ์แบบสัมผัสเพือ่
ประเมินว่านกั เรียนในแต่ละคนมที ักษะอยใู่ นระดบั ไหน พมิ พ์ได้กี่คำต่อนาทแี ล้วบันทกึ สถิติความเรว็ ในการ
พมิ พ์ไว

4. ดำเนินการทดลอง โดยให้นักเรียนเข้าใช้งานโปรแกรมในตอนพักเที่ยงหลังจากรับประทาน
อาหารเสร็จทุกวันศุกร์ของ ทุกๆสัปดาห์เป็นเวลา 3 เดือนโดยใช้เวลาในการฝึกการพิมพ์ภาษาไทยแบบ
สัมผัสคนละ 30 นาที โดยจะฝึกไปพรอ้ มๆกันตามหัวข้อต่างๆจากโปรแกรมโดยเริ่มจากการเรียนรู้เทคนคิ
การนั่งพิมพ์ที่ถูกต้อง ส่วนประกอบต่างๆของคีย์บอร์ด วิธีการวางนิ้วบนแป้นพิมพ์ที่ถูกต้อง ซึ่งจะมีวีดีโอ
การสอนเพอ่ื ใหง้ า่ ยการเรียนรูก้ ารเร่มิ ใช้งานโปรแกรมฝกึ พมิ พภ์ าษาไทยแบบสมั ผสั

5. ฝึกปฏิบัติตามแบบฝึกทักษะการพิมพ์ภาษาไทยโดยใช้โปรแกรมการฝึกพิมพ์แบบสัมผัสจาก
หัวข้อการฝึกของโปรแกรมในทุกๆสัปดาห์ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ทำการทดลองดูการพฒั นาการพิมพ์
ภาษาไทยของนกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3

6. ทำการประเมินผลหลังการทดลองโดยให้นักเรียนพิมพ์ข้อความที่ก าหนดในแบบทดสอบท้าย
บทเรียนจากโปรแกรมฝึกพิมพ์ จากนั้นเก็บค่าความเร็วในการพิมพ์ของนักเรียนแต่ละคนเพื่อนำไป
เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างก่อนและหลังการใช้โปรแกรมการฝึกพิมพ์แบบสัมผัส เพื่อนำไป
วิเคราะหแ์ ละจัดทำเป็นขอ้ มูลการทำวิจยั ตอ่ ไป

สรปุ ผลการวิจัย

ภายหลังจากการพัฒนาทักษะด้านการพิมพภ์ าษาไทยของนักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดย ใช้
บทเรียนการฝึกพิมพ์แบบสัมผัสออนไลน์ ปรากฏว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 5 คนมีการ
พัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ภาษาไทยท่ดี ีขน้ึ

อภิปรายผลการวจิ ัย

การทำวิจยั ในช้ันเรียนเร่ือง การพฒั นาทักษะด้านการพิมพภ์ าษาไทย ดว้ ยเคร่ืองมือฝึกทักษะการ
พิมพ์ ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 3 โรงเรียนแม่วะวิทยา ปรากฏว่า นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 3
จำนวน 5 คนมกี าร พฒั นาทกั ษะดา้ นการพมิ พภ์ าษาไทยที่ดขี น้ึ ซง่ึ พจิ ารณาค่าความก้าวหนา้ จาก

25

ตารางบันทึกสถิติการพิมพ์ภาษาไทยก่อนการฝึกใช้งานบทเรียนและหลังการฝึกการใช้งานบทเรีบยฝึก
พิมพ์แบบสัมผัสออนไลน์ พบว่านักเรียนมีเทคนิคการนั่งพิมพ์ที่ถูกต้อง รู้จักส่วนประกอบต่างๆของ
คีย์บอรด์ ได้ดีข้ึน วิธกี ารวางนิว้ บนแป้นพมิ พ์ทีถ่ ูกตอ้ ง สามารถพิมพ์ภาษาไทยในโปรแกรมการฝึกพิมพ์แบบ
16 สมั ผสั ไดร้ วดเรว็ และแม่นยำมากยิง่ ขนึ้ และสามารถนำทกั ษะการพมิ พ์ภาษาไทยที่ดีขนึ้ ดีไปใช้ประยุกต์
กบั โปรแกรมการทำงานเก่ยี วกบั เทคโนโลยีทางคอมพวิ เตอรไ์ ดต้ ่อไป ซ่งึ ผลการประเมนิ สอดคล้องกบั
แนวคิดและงานวิจัยดังต่อไปน้ี

นางสาวจุฑามาศ ลือโลก (2549:156) ได้เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การพัฒนาทักษะการพิมพ์ดีด
ไทย ของนักเรียนระดับชั้น ปวช.1/8 ภายหลังการใชน้ วัตกรรมแบบฝกึ หัดแป้นอักษรพิมพ์ดีดไทย ในการ
พัฒนาฝึกทักษะการพิมพ์ดีดไทย ของนักเรียน เป็นเวลา 4 สัปดาห์ผลปรากฎว่านักศึกษาระดับชั้นปวช.
1/8 มีการพัฒนาทักษะการฝึกพิมพ์แป้นอักษรพิมพ์ดีดไทยอยู่ในเกณฑ์ที่ดีและถูกต้องขึ้นจำนวน 30 คน
คิดเป็นร้อยละ 61.22 จากนักเรียนทั้งหมด 49 คน ซึ่งเมื่อพิจารณาจากการสังเกตพฤติกรรม และการให้
คะแนนในแบบฝึกแต่ละครั้งนั้น พบว่านักเรียนมีการจดจำแป้นอักษรพิมพ์ดีดไทยเป็นอย่างดีและจำนวน
การมองแป้นอักษรลดลง ผู้วิจัยพบว่าพบว่านวัตกรรมแบบฝึกพิมพ์แป้นอักษรพิมพ์ดีดไทยนี้สามารถ
พัฒนาฝึกปฏิบัติการพิมพ์ได้เป็นล าดับขั้นตอน โดยการฝึกแบบพิมพ์ง่ายไปหาการพิมพ์ที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ
ตามลำดับได้อยา่ งเหมาะสม

นางสิริเพ็ญ ชลเทพ ( 2547: บทคัดย่อ) ศึกษาการพัฒนาทักษะการพิมพ์ดีดไทยของนักศึกษา
ระดับชั้นปวส. ปีที่ 1 วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลำพูน จังหวัดล าพูน โดยใช้แบบฝึกทักษะการ พิมพ์
ใช้เวลา 10 สัปดาห์ในการฝึกทักษะการพิมพ์ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนระดับชั้น ปวส.1 มีการ พัฒนา
ทักษะความแม่นยำและความเร็วในการพิมพ์สามารถพิมพ์งานได้ถูกต้อง มีความแม่นยำและ ความเร็ว
เพ่ิมขน้ึ

นางสาวนารีรตั น์ โฉมอินทร์ (2548 : บทคัดย่อ) การวิจัยเรื่องน้ีมีวัตถปุ ระสงค์เพื่อ พัฒนาทักษะ
การพิมพ์ที่ดีความสามารถในการพิมพ์ที่รวดเร็ว และแม่นยำทางการเรียนในวิชาพิมพ์ดีดไทยด้วย
คอมพิวเตอร์ของนักเรียนระดับชั้น ปวช.1 แผนกบริหารธุรกิจ ใช้วิธีการฝึกปฏิบัติตามเนื้อหาและการ
เรยี นรใู้ นห้องเรียน ท่ไี มม่ คี วามรู้ความสามารถในการเรยี นพมิ พด์ ดี มาก่อน จำนวน 45 คนเครือ่ งมือที่ใช้ใน
การวิจัย ได้แบบตารางบนั ทึกการพิมพ์แบบกา้ วหน้า ตารางแสดงผลการคิดคำสทุ ธิต่อนาทีตามหลัก บนั ได
9 ขั้น แบบฝึกทักษะพัฒนาการพิมพ์ชุดที่ 1-5 รวม 5 ชุด ผลการวิจัยผู้เรียนสามารถพัฒนาการพิมพ์ให้
รวดเรว็ และแม่นยำยิ่งขนึ้ จากการฝกึ ปฏบิ ัตหิ ลังจากไดร้ บั การฝึกปฏบิ ตั ิทีถ่ ูกตอ้ งและบ่อยคร้งั ขึน้

26

. นางสุวารตี ิยารชั กุล (บทคัดย่อ: 2549) เรื่อง การฝึกทักษะพิมพ์อักษรแป้นเหย้า พิมพ์ดีดอังกฤษ
1 โดยใชโ้ ปรแกรมสำเร็จรปู ของนักศึกษา ปวช. ชั้นปีท่ี 1 สาขาการบัญชีภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549
เพ่อื การพัฒนาผู้เรียนให้มที ักษะในการพัฒนาการพิมพ์อักษรแป้นเหย้า พมิ พด์ ีดองั กฤษ ใหม้ ีความชำนาญ
เป็นอย่างยิ่งที่ครูผู้สอนจะต้องมีการท าวิจัยซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียน การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยมี
ความมุ่งหมายเพื่อพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป มาช่วยในการทำวิจัย
โดยให้นักเรียนไดฝ้ กึ ทกั ษะตามโปรแกรมจนครบ ซ่งึ จะต้องผา่ นต้งั แต่ขั้นตอนแรก จึงทำในขัน้ ตอนที่ 2 จน
ครบทกุ ขั้นตอน โดยมีการใช้เครอ่ื งมือในการวิจยั ดังนี้

1. แบบสังเกตการณท์ ำงาน
2. แบบรายงานผลการฝึก 3 แบบทดสอบ
โดยใช้กระบวนการวิจยั ปฏบิ ตั กิ าร (PAOR) ซ่ึงมีกลุ่มเป้าหมาย คอื นักเรียน ช้ัน ปวช. 1 สาขาการ
บัญชีจำนวน 6 คน
ผลการวิจัยครัง้ นี้พบว่า นักเรียนไดใ้ ช้โปรแกรมครบทุกข้ันตอน ทำให้มผี ลการเรียนสูงข้ึนทุกคนมี
ความชำนาญในการใช้แป้นเหย้าดขี ึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากความสนใจ ตั้งใจปฏิบัติจริงจัง และโดยการกำกับ
ดูแลของครผู สู้ อนอยา่ งใกล้ชดิ และตอ่ เนอ่ื ง

ข้อเสนอแนะ

ในการทำวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้พบว่า การพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ภาษาไทยของนักเรียนช้ัน
ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 โดยใช้บทเรียนการฝึกพมิ พแ์ บบสัมผสั ออนไลน์ มขี อ้ เสนอแนะดงั น้ี

1.นักเรยี นมีพฒั นาการทางด้านทักษะการพิมพท์ ่ีดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดงั นัน้ ครูผู้สอนในรายวิชาที่
เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์สามารถไปใชใ้ นการจัดการเรยี นรูไ้ ด้เป็นอย่างดี เป็นการแก้ปัญหาการพิมพ์งานทีล่ ้า
ช้าของนักเรียน ช่วยให้การจัดการเรียนรู้ในรายวิชามีผลการสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ได้มาตรฐานและมี
คุณภาพตามวัตถปุ ระสงคข์ องหลกั สูตรท่ีวางไว้

2.สอื่ นวตั กรรมทีค่ รปู ระจำวชิ านำมาใช้ในการวจิ ัยหรอื ใช้ประกอบการจดั การเรยี นรู้ควรพจิ ารณา
ใหเ้ หมาะสมกบั วัยของผู้เรยี นเป็นสำคญั

27

บรรณานุกรรม

กนก จันทร์ทอง.(2544).บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอน. วารสารวิทยบรกิ าร. 12(1), 70-73
กดิ านนั ท์ มลิทอง.(2540).เทคโนโลยกี ารศึกษาและนวตั กรรม. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.
กฤษมันต์ วัฒนาณรงค์. เทคโนลยเี ทคนคิ ศึกษา. กรงุ เทพมหานคร : สถาบันเทคโนโลยพี ระจอมเกล้า

พระนครเหนอื , 2536.
ครรชติ มลทิ อง, 2540, ทศั นะไอที, ส านกั งานพฒั นาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีแห่งชาติ, หน้า 39-47.
ครรชติ มาลัยวงศ์. 2541. แนวทางใชไ้ อทใี นการแกป้ ัญหาเศรษฐกิจ. กรุงเทพมหานคร: ศูนยเ์ ทคโนโล

อเิ ล็กทรอนกิ สแ์ ละคอมพวิ เตอรแ์ ห่งชาติ.
ทกั ษณิ า สวนานนท์, 2530, คอมพิวเตอรเ์ พ่ือการศกึ ษา, องค์การค้าครุ สุ ภา, หนา้ 206-255.
บญุ ชม ศรสี ะอาด.(2545). การวิจัยเบอ้ื งตน้ . (พมิ พ์คร้ังที่ 7). กรงุ เทพฯ : สุวรี ิยาสาสน์
ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. เทคนิคการวจิ ัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งท่ี 3. กรงุ เทพฯ :

ศนู ยส์ ง่ เสรมิ วิชาการ, 2536.
วรรณวิไล พนั ธสุ์ ดี า . 12 ก้าวหน้าปฏบิ ัติการวจิ ยั ในช้ันเรยี นข้นั พ้นื ฐาน สำหรบั ครยู คุ ใหม่

โรงพิมพเ์ จริญกจิ , สิงหาคม 2544.
สิรฉิ ันท์ สถิรกุล เตชพาหพงษ์. 2541. “ความจำเป็นในการสอนวิชาพิมพ์ดดี และแป้นพิมพ์ใน

ปัจจุบนั .” วารสารกองทนุ สงเคราะห์การศึกษาเอกชน 7(73): 41-46.
สุวารีตยิ ารชั กุล การฝกึ ทักษะพิมพ์อกั ษรแปน้ เหย้า พิมพ์ดีดองั กฤษ 1 โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรปู ของ

นักศกึ ษา ปวช. ชั้นปีท1่ี สาขาการบัญชภี าคเรยี นท2ี่ ปีการศึกษา 2549.
สุวมิ ล ภูริสัตย์.รายงานผลการพัฒนาการพิมพ์สมั ผสั พิมพ์ดีดไทย โดยใช้ชดุ ฝกึ ทักษะในรายวิชา ง30281

งานพมิ พด์ ดี เร่ือง การเรยี นรู้แป้นอักษรต่างๆ สำหรับนักเรียนระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1

28

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร.(2546). รายช่ือสื่อเทคโนโลยเี พอ่ื
การศกึ ษาประเภทคอมพวิ เตอรช์ ว่ ยสอนและวดี ที ศั น์ตามหลกั สตู ร การศึกษาขั้นพืน้ ฐาน
พุทธศกั ราช 2544. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พ์ครุ สุ ภาลาดพร้าว.

เอกวทิ ย์ แก้วประดิษฐ์, 2535, การวิจยั เทคโนโลยกี ารศึกษา, พมิ พ์คร้ังที่ 3 , สุวรี ยิ าสาส์น , หนา้ 101-
103.

อำนวย เดชชยั ศรี.(2542). นวตั กรรมและเทคโนโลยีการศึกษา. กรงุ เทพฯ : องค์การค้าครุ สุ ภา.
อรนุช ลมิ ตศริ .ิ (2546).นวตั กรรมและเทคโนโลยกี ารเรยี นการสอน. กรุงเทพฯ : สำนักพมิ พม์ หาวทิ ยาลัย

รามคำแหง.

29

ภาคผนวก

การใชง้ านบทเรยี นการฝกึ พิมพ์สัมผสั ออนไลน์ typingstudy

30

31

32

33

34


Click to View FlipBook Version