The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เชื้อเพลิงเพื่อการคมนาคม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chalida, 2022-07-16 00:06:24

วิจัยในชั้นเรียน 2/64

เชื้อเพลิงเพื่อการคมนาคม

1

(22)

กติ ตกิ รรมประกาศ

รายงานการวิจัยชั้นเรียนฉบับนี้ เป็นการวิจัยเชิงพัฒนาเพ่ือพัฒนาการเรียนการสอนของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 สำเร็จลุล่วงได้ด้วยคณะครู ผู้เชี่ยวชาญ และผู้อำนวยการโรงเรียน ท่ีกรุณาให้คำปรึกษา
พร้อมทั้งช่วยเหลือ แนะนำตรวจสอบ แก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ผู้รายงานขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
ขอขอบคุณคณะครู นักเรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ท่ีให้ความร่วมมอื ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลในการพัฒนาการ
จัดการเรียนรู้สู่งานวิจัยในครั้งน้ีด้วยดี และเป็นแนวทางในจัดการเรียนการสอนให้ผู้วิจัยได้สร้างสรรค์วิธีการ
สอนที่ดีต่อไป

ชลิฎา ยศดา
ผู้จดั ทำ

(34) หนา้
(2)
สารบัญ (3)
(4)
กิตติกรรมประกาศ (5)
บทคัดย่อ 1
สารบญั 1
สารบัญตาราง 2
บทนำ 2
สภาพปัญหา 2
วัตถปุ ระสงคข์ องการวิจยั 2
สมมุตฐิ านในการวจิ ัย 3
ประโยชน์ทีค่ าดวา่ จะได้รบั จากการวจิ ัย 3
ขั้นตอนการดำเนนิ การวิจัย 3
ประชากรกลุ่มตัวอยา่ ง 3
เคร่ืองมือทใ่ี ช้ในการทดลอง 4
วธิ ีสร้างเครื่องมือ 8
การดำเนนิ การทดลองและรวบรวมข้อมูล 9
การวเิ คราะห์ข้อมลู 9
สถิติท่ใี ชใ้ นการวิเคราะห์ขอ้ มูล 9
สรปุ ผลการวิจัย 10
อภปิ รายผลการวจิ ยั 11
ข้อเสนอแนะ
บรรณานกุ รม
ภาคผนวก

(43)

ชอ่ื เร่ือง การศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนโดยการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E หน่วยการเรียนรู้ที่ 2

เรื่อง ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 รายวิชาเชื้อเพลิงเพื่อการคมนาคม
รหัสวชิ า ว 20207
ชือ่ ผู้วจิ ัย นางชลิฎา ยศดา
ปีการศึกษา 2564

บทคัดย่อ

วทิ ยาศาสตร์มีบทบาทสำคัญย่ิงในสังคมโลกปัจจุบันและอนาคต เพราะวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับชีวิต
ของทกุ คน ทัง้ ในการดำรงชวี ติ ประจำวนั และในการงานอาชีพตา่ ง ๆ ทำใหม้ นุษย์มจี ิตใจเชิงวทิ ยาศาสตรห์ รือมี
เจตคติเชิงวิทยาศาสตร์ ทำให้คนได้พัฒนาความคิดทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล ความคิดสร้างสรรค์
คิดวิเคราะห์วจิ ารณ์ มีทักษะท่สี ำคญั ในด้านค้นคว้าหาความรู้ มคี วามสามารถในการแก้ปญั หาของบคุ คล สังคม
สิ่งแวดล้อม และประเทศชาติได้อย่างเหมาะสม กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ข้ันตอนเป็นกระบวนการ
เรียนรู้ท่ีครูจะต้องส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักคิด มีความคิดสร้างสรรค์ ให้โอกาสนักเรียนได้ใช้ความคิดของตนเอง
ได้มากที่สุด การศึกษาค้นคว้าครั้งน้ีมีวัตถุประสงค์ 1.) เพ่ือศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2
เร่ือง ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E รายวิชา
เช้ือเพลิงเพ่ือการคมนาคม รหัสวิชา ว 20207 2.) เพื่อเปรียบเทียบคะแนนทางการเรียนของนักเรียนระหว่าง
ก่อนเรียนและหลังเรียน โดยการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เร่ือง ผลิตภัณฑ์จาก
ปิโตรเลียม ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา เชื้อเพลิงเพื่อการคมนาคม รหัสวิชา ว
20207 กลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการศึกษา คือ ประชากรที่ใช้ในการทดลองคร้ังน้ีคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่
1/4 - 1/10 จำนวน 117 คน โรงเรียนบรบือ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564 เคร่ืองมือที่ใช้ในการวจิ ัย ไดแ้ ก่
แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2
เร่ือง ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 แบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ จำนวน 20 ข้อ สถิติที่ใช้ใน
การวเิ คราะห์ขอ้ มลู ไดแ้ ก่ รอ้ ยละ ค่าเฉลีย่ สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาค้นคว้าปรากฏ ดงั น้ี

1. นักเรียนท่ีเรียนวิชาเชื้อเพลิงเพื่อการคมนาคม โดยการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E
เรื่อง ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรยี นสูงขน้ึ

2. นักเรียนท่ีเรียนวิชาเชื้อเพลิงเพื่อการคมนาคม โดยการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E
เรื่อง ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีคะแนนเฉลี่ยก่อน
เรียนเท่ากับ 9.00 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 14.4615 ดังน้ัน คะแนน
เฉลย่ี หลงั จากการเรียนวิชาเช้ือเพลงิ เพ่ือการคมนาคม โดยการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้
5E เร่ือง ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษา ปีที่ 1 มีคะแนนเฉล่ียสูง
กวา่ ก่อนเรยี นอย่างมีนยั สำคญั ทางสถติ ิทรี่ ะดับ .05

(55) หนา้
8
สารบญั ตาราง
8
ตาราง
1. แสดงคา่ เฉลยี่ ของผลสัมฤทธิ์ทางวิชาเชื้อเพลิงเพื่อการคมนาคม
เร่ือง ผลติ ภัณฑจ์ ากปโิ ตรเลยี ม ของนักเรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1
2 แสดงค่าเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์ทางวิชาเช้อื เพลงิ เพอื่ การคมนาคม
เรือ่ ง ผลิตภัณฑจ์ ากปิโตรเลยี ม ของนักเรียนช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 1

1

บทนา

สภาพปัญหา วิทยาศาสตร์มีบทบาทสำคัญย่ิงในสังคมโลกปัจจุบันและอนาคต เพราะวิทยาศาสตร์

เกยี่ วข้องกบั ชวี ิตของทุกคน ทั้งในการดำรงชีวติ ประจำวัน และในการงานอาชีพต่าง ๆ (กรมวชิ าการ.2545 : 1)
ทำให้มนุษย์มีจิตใจเชิงวิทยาศาสตร์หรือมีเจตคติเชิงวิทยาศาสตร์ (ไพฑูรย์ สุขศรีงาม และจีระพรรณ สุขศรี
งาม. 2541 : 1; อ้างอิงมาจาก Gallagher. 1991) ทำให้คนได้พัฒนาความคิดทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล
ความคิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์วิจารณ์ มีทักษะที่สำคัญในด้านค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถในการ
แก้ปัญหาของบุคคล สังคม สิ่งแวดล้อม และประเทศชาติได้อย่างเหมาะสม (กรมวิชาการ.2545 : 2) ดังนั้น
ทกุ ประเทศจึงจัดให้มกี ารเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตัง้ แต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับอุดมศึกษา เพื่อให้นักเรียน
มีความแตกฉาน รอบรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ไพฑูรย์ สุขศรีงาม และจีระพรรณ สุขศรีงาม.
2541 : 1; อ้างองิ มาจาก Bybee and others. 1991 ; Yager. 1993)

การเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Approach) เป็นรูปแบบหนึ่งของการเรียนรู้ที่
นำมาใช้ได้ผลในวิชาวิทยาศาสตร์ (สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2546) ทำให้นกั เรยี นมี
ความเข้าใจในแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ และมีความรู้ในคำศัพท์ทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น มีทักษะในการคิด
วิเคราะห์ มเี จตคติทดี่ ีตอ่ การเรียนวิทยาศาสตร์ คุ้นเคยกบั กระบวนการหาความรู้ของนักวิทยาศาสตร์ เข้าใจว่า
นักวิทยาศาสตร์ค้นพบความรู้ทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างไร และประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สู่ประเด็น
ทางสังคมและประเด็นเก่ียวกับบุคคลได้ (National Research Council [NRC], 2000; Zion, Michalsky &
Mevarech, 2005) Roehrig (2004) กล่าวว่า “การเรียนวิทยาศาสตร์โดยไม่ใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้
เหมือนกบั การล่องเรือไปโดยไม่มีจดุ หมาย”

กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขน้ั ตอน เป็นรูปแบบหน่ึงของการสบื เสาะหาความรู้ คือ การสร้าง
ความสนใจ (Engagement) การสำรวจและค้นหา (Exploration) การอธิบาย (Explanation) การขยาย
ความรู้ (Elaboration) และการประเมินผล (Evaluation) ซ่งึ ท้ัง 5 ขนั้ ตอนเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ครูจะต้อง
ส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักคิด มีความคิดสร้างสรรค์ ให้โอกาสนักเรียนได้ใช้ความคิดของตนเองได้มากท่ีสุด ท้ังน้ี
กิจกรรมที่จะให้นักรียนสำรวจตรวจสอบ จะต้องเช่ือมโยงกับความคิดเดิม และนำไปสู่การแสวงหาความรู้ใหม่
และได้ใช้กระบวนการและทักษะต่าง ๆ ทางวิทยาศาสตร์และการสืบเสาะหาความรู้

ด้วยเหตุน้ีผู้สอนจึงเลือกวิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E จะทำให้นักเรียนเกิดความเข้าใจใน

เน้อื หามากขน้ึ เน่ืองจากเนื้อหา เรอื่ ง ผลติ ภัณฑจ์ ากปิโตรเลียม มเี นื้อหาที่ยากต่อการทำความเข้าใจ ซึ่งอาจทำ
ให้นักเรียนเกิดความสับสนไม่เข้าใจเน้ือหา และเกิดความเบ่ือหน่ายในการเรียน ดังน้ันผู้วิจัยจึงใคร่จะศึกษา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่อง ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการ
สอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E รายวิชา เช้ือเพลิงเพื่อการคมนาคม รหัสวิชา ว 20207 เพื่อยกระดับ
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเชื้อเพลิงเพ่ือการคมนาคมและเพ่ือการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพได้
อีกวิธหี นึ่ง

2

วตั ถุประสงค์ของการวิจัย
การวิจัยคร้ังนม้ี ีวัตถปุ ระสงค์
1. เพ่ือศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เร่ือง ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม ช้ัน
มัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E รายวิชา เชื้อเพลิงเพื่อการคมนาคม
รหัสวชิ า ว 20207
2. เพ่ือเปรยี บเทียบคะแนนทางการเรียนของนักเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน โดยการสอน
แบบสบื เสาะหาความรู้ 5E หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่อง ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม ชั้นมัธยมศกึ ษา
ปที ี่ 1 จากแผนการจดั การเรียนรู้ รายวชิ า เชือ้ เพลงิ เพ่ือการคมนาคม รหัสวชิ า ว 20207

สมมตุ ิฐานสาหรับการวิจัย

การเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E จะมีผลต่อผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนแตกต่างจากการ
เรยี นแบบปกตขิ องนักเรยี น

ประโยชนท์ คี่ าดว่าจะไดร้ ับจากการวิจยั
1. เพ่ือประโยชน์ในการปรับปรุงการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 เรื่อง ผลิตภัณฑ์จาก
ปโิ ตรเลียม
2. การเรียนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ เป็นประโยชน์ต่อ
ครูผู้สอน ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการพฒั นาการเรียนการสอนให้มีคณุ ภาพได้อย่างต่อเนื่อง

ขนั้ ตอนการดำเนินการวจิ ยั
การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่อง ผลิตภัณ ฑ์จากปิโตรเลียม

ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 โดยการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E รายวิชา เช้ือเพลิงเพื่อการคมนาคม รหัสวิชา
ว 20207 เพื่อเปรียบเทียบคะแนนทางการเรียนของนักเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนวิชาเชื้อเพลิงเพื่อ
การคมนาคม ครงั้ นี้ ผู้ศกึ ษาไดก้ ำหนดขั้นตอนในการดำเนินการตามลำดับดงั น้ี

1. ประชากรกลมุ่ ตัวอยา่ ง
2. เครอื่ งมอื ทีใ่ ช้ในการทดลอง
3. วธิ สี ร้างเครือ่ งมอื
4. การดำเนินการทดลองและรวบรวมขอ้ มูล
5. การวิเคราะห์ขอ้ มลู
6. สถิตทิ ใ่ี ช้ในการวเิ คราะหข์ อ้ มลู

1. ประชากรกลุ่มตวั อยา่ ง
ประชากร คอื นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1/4 - 1/10
ประชากรท่ีใช้ในการทดลองคร้ังนี้คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/4, 1/6, 1/8 จำนวน

117 คน โรงเรยี นบรบอื ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564

3

2. เครือ่ งมอื ท่ใี ชใ้ นการทดลอง
2.1 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 เรื่อง ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการสอนแบบ
สืบเสาะหาความรู้ 5E รายวิชา เชื้อเพลิงเพื่อการคมนาคม รหัสวิชา ว 20207 แบบปรนัย
ชนิดเลอื กตอบ จำนวน 20 ข้อ

3. วธิ ีสรา้ งเคร่อื งมือ
แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น เป็นแบบทดสอบปรนัยชนดิ เลอื กตอบจำนวน 30 ขอ้

ผู้ศึกษาไดด้ ำเนนิ การสร้างตามขั้นตอน ดังนี้
3.1 ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.

2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ มาตรฐาน
ว 3.2 เรื่อง ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบรบือ
สำหรับใชใ้ นการสรา้ งแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนในคร้ังน้ี

3.2 ศึกษาวิธีการสร้างแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น
3.3 วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างมาตรฐานการเรียนรู้ เนื้อหาสาระสำคัญ และ
ตัวช้ีวัด กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาระท่ี 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ มาตรฐาน
ว 3.2 เรอื่ ง ผลิตภัณฑจ์ ากปิโตรเลียม ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1
3.4 สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบทดสอบแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ
จำนวน 20 ข้อ

4. การดำเนนิ การทดลองและรวบรวมขอ้ มลู
มกี ารดำเนนิ การดงั น้ี
4.1 ทดลองกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564 โรง

เรียนบรบือ จำนวน 117 คน
4.2 ดำเนินการสอบวัดผลสัมฤทธ์ิกอ่ นเรียน
4.3 ผู้วิจยั เปน็ ผสู้ อนนกั เรยี นโดยการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5E หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2

เร่อื ง ผลติ ภณั ฑ์จากปิโตรเลยี ม ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 รายวิชา เชือ้ เพลงิ เพ่ือการคมนาคม รหสั วิชา ว 20207
4.4 เปรยี บเทียบคะแนนทางการเรียนของนักเรียนระหวา่ งก่อนเรียนและหลงั เรยี น

4

5. การวเิ คราะหข์ ้อมลู

ตารางที่ 1 แสดงผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาเชื้อเพลิงเพ่ือการคมนาคม เร่ือง ผลิตภัณฑ์จาก

ปโิ ตรเลยี ม ของนักเรยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1

ลาดบั ท่ี ชอ่ื - สกุล คะแนนกอ่ น คะแนนหลงั ความแตกตา่ งของคะแนน
เรยี น เรียน ก่อนเรยี นและหลงั เรียน

1 เดก็ ชายคมกรซิ มูลขุนทศ 8 12 4

2 เดก็ ชายธนศิ ร ศรแี กว้ 7 11 4

3 เดก็ ชายณัฐดนยั เปรมสงิ หช์ ยั 7 13 6

4 เดก็ ชายปภงั กร แลกาสินธ์ 9 12 3

5 เดก็ ชายปริวรรต เนอื่ งสิทธะ 10 14 4

6 เด็กชายพงศกร ชมดี 8 13 5

7 เด็กชายพลสนั ต์ กนั พล 7 10 3

8 เด็กชายพิชยะ บุญพา 9 15 6

9 เด็กชายภวู นยั กล้าพยัคฆ์ 8 12 4

10 เด็กชายมานพ เทพจนั ทร์ 8 11 3

11 เดก็ ชายสกุ ลวฒั น์ อนิ ทร์งาม 9 12 3

12 เดก็ ชายอธวิ ัชร์ สเี ปา้ 7 12 5

13 เดก็ ชายอนนั ตพร เทยี บสี 10 13 3

14 เดก็ ชายอมฤต คำคณู 7 10 3

15 เด็กหญิงกัญญาณัฐ นลิ าลาด 9 15 6

16 เด็กหญิงจริ ชั ญา ขันสุวรรณา 11 18 7

17 เด็กหญิงจริ ัชยา พันธเ์ พชร 9 16 7

18 เดก็ หญิงเจรญิ รตั น์ รัฐเมือง 10 15 5

19 เด็กหญิงชญานี บุญจันทร์ 12 17 5

20 เดก็ หญงิ ชลธชิ า จินรกั ษ์ 10 15 5

21 เด็กหญิงณัฐธิดา แกว้ กาง 11 16 5

22 เดก็ หญิงณฐั ริกา แสนชมภู 8 15 7

23 เด็กหญิงณิชกานต์ โยชพนดั 9 14 5

24 เด็กหญงิ ทอฝนั เรืองแหล่ 10 16 6

25 เด็กหญงิ นภสั วรรณ อาสาทำ 11 17 6

26 เด็กหญิงนำ้ องิ มลู สาร 13 18 5

27 เด็กหญิงปราลติ า บุญคำมูล 12 17 5

5

ลาดับที่ ชอ่ื - สกุล คะแนนก่อน คะแนนหลงั ความแตกต่างของคะแนน
เรียน เรียน กอ่ นเรยี นและหลังเรียน
28 เด็กหญิงพรนภา ประดบั วงษ์ 13 18
29 เดก็ หญงิ ภัทรวดี มมี ะจำ 10 17 5
30 เด็กหญิงวชิราภรณ์ สมทพิ ย์ 11 16 7
31 เด็กหญิงวรชั ยา จามะรี 11 17 5
32 เดก็ หญงิ วรนิษฐา บุราณ 12 18 6
33 เดก็ หญงิ สุทธิตา แดงสี 9 16 6
34 เดก็ หญงิ สุนันทา คลา้ ยพิมพ์ 12 17 7
35 เดก็ หญงิ สุพิชชา โพธเิ์ กตุ 10 16 5
36 เด็กหญงิ สุภณดิ า พราหมณ์คง 9 16 6
37 เด็กหญงิ สวุ รรณษา ปทั มฐติ านนท์ 11 16 7
38 เด็กหญงิ อาทิตยา น้อยอาษา 12 17 5
39 เด็กหญิงอารสิ า ใจกระสัน 12 16 5
40 เดก็ หญิงอินทริ า อินทบาล 10 17 4
41 เดก็ หญงิ ปยิ ดา ศรีมาศ 9 16 7
42 เดก็ ชายกติ ติพนั ธุ์ โพธ์ิงาม 8 13 7
43 เด็กชายกิตติภพ วงชารี 8 12 5
44 เด็กชายจักรพันธ์ กลน่ิ จันทร์ 7 12 4
45 เดก็ ชายทนิ ภัทร รักษาพล 6 11 5
46 เด็กชายธนากร ใหมค่ ามิ 7 11 5
47 เดก็ ชายธรี วฒั น์ ทับผา 7 12 4
48 เดก็ ชายปัญญากร จิราพงษ์ 9 13 5
49 เดก็ ชายปิยพทั ธ์ พงอุดทา 8 14 4
50 เด็กชายพงศช์ นนั ท์ เทยี งดาห์ 7 10 6
51 เด็กชายพรหมพิรยิ ะ จุนนาง 10 16 3
52 เดก็ ชายพรี พล โพธ์พิ า 8 13 6
53 เดก็ ชายพรี พัฒน์ กองอ 9 12 5
54 เด็กชายภตู ะวัน แสนโสภา 9 14 3
55 เด็กชายศศลิ า บรุ ิมาตร 7 11 5
56 เดก็ ชายศักดิ์เสนา กง่ิ ทอง 7 12 4
57 เดก็ ชายศภุ กร สภุ รี ์ 8 12 5
4

6

ลาดบั ท่ี ชือ่ - สกุล คะแนนก่อน คะแนนหลัง ความแตกตา่ งของคะแนน
เรียน เรียน ก่อนเรยี นและหลังเรียน
58 เดก็ ชายศภุ วชิ ญ์ โพธ์ศิ รี 12 17
59 เดก็ ชายศภุ ศิษฏ์ บรุ วี นั 11 16 5
60 เด็กชายสุรยิ ชัย ศิลา 8 12 5
61 เด็กหญงิ พรธิพา ภักดที า 9 13 4
62 เดก็ หญงิ กัลยารัตน์ ธนสู า 9 14 4
63 เด็กหญงิ เกศริน เทยี บเทพ 8 15 5
64 เดก็ หญิงขนิษฐา จกั รสงู 9 15 7
65 เดก็ หญิงขวัญฤทัย อุทัยดา 9 16 6
66 เด็กหญงิ ฉตั รดิ า วชิ ัยศร 9 14 7
67 เด็กหญงิ ชนนิ าถ เทยี มจนั ทร์ 8 13 5
68 เด็กหญิงชลดา วงษร์ าช 7 15 5
69 เดก็ หญิงฐานดิ า โพธิแ์ ก้ว 10 15 8
70 เดก็ หญิงณิชนนั ท์ จันทรห์ นองแวง 11 14 5
71 เดก็ หญิงธัญชนก สมานทอง 9 15 3
72 เด็กหญงิ นลิ ลดา โสภากุล 8 17 6
73 เด็กหญงิ ปณุ ชิรกาญจน์ อลุ ทอนพนั ธ์ุ 11 18 9
74 เดก็ หญิงพรชนก สงั ขทัตณอยธุ ยา 10 16 7
75 เด็กหญิงพรรณชนก ลงั ประเสรฐิ 8 17 6
76 เดก็ หญงิ พมิ พว์ ภิ า ธรรมรักษา 9 15 9
77 เดก็ หญิงรตั นา เทกอง 8 15 6
78 เดก็ หญงิ วรนษิ ฐา เชา้ วนั ดี 10 18 7
79 เดก็ หญงิ ศยามล ภตู อ้ งลม 10 17 8
80 เดก็ หญงิ สพุ ัชชา ชาญพรมราช 10 16 7
81 เดก็ หญิงสภุ าวดี งอกงาม 11 15 6
82 เด็กหญงิ สรุ ีย์นิภาพร แทบทาม 11 18 4
83 เดก็ หญิงอรกมล ประเสรฐิ ศรี 9 14 7
84 เดก็ หญิงอรสิ รา คำทาสี 9 16 5
85 เด็กหญิงวนิดา แสนโคตร 9 14 7
86 เดก็ หญงิ พรวรนิ ทร์ พงอุดทา 11 18 5
87 เดก็ ชายจกั รพงษ์ ศรีบญุ เรือง 7 12 7
5

7

ลาดับที่ ชื่อ - สกุล คะแนนก่อน คะแนนหลัง ความแตกต่างของคะแนน
เรียน เรียน กอ่ นเรยี นและหลงั เรียน
88 เด็กชายจุลจกั ร จนั ทะคาม 7 13
89 เดก็ ชายณฐั กติ ต์ิ สมนี ้อย 7 12 6
90 เด็กชายณัฐวุฒิ ทองชมภู 8 11 5
91 เด็กชายธนวัช ภูลำสตั ย์ 8 13 3
92 เด็กชายธนากร แสนโชติ 7 12 5
93 เดก็ ชายบรรชาการ มารศรี 9 14 5
94 เด็กชายบุญฤทธ์ิ ภสู นี ้ำ 7 13 5
95 เด็กชายพิสิษฐ์ สยุ ะลา 10 15 6
96 เด็กชายมงคล นำพากร 8 12 5
97 เดก็ ชายวรี ภัทร อนั ทะลกึ 8 11 4
98 เดก็ ชายวฒุ ชิ ยั วงนาหล้า 7 11 3
99 เดก็ ชายสถาพร เที่ยงทำ 9 15 4
100 เด็กชายสริ ภพ แก้วก่อง 8 14 6
101 เด็กหญงิ กัญญาวีร์ ดอกไม้ 8 15 6
102 เด็กหญิงธนพร จนั ทร์มะโฮง 8 15 7
103 เด็กหญงิ ธนพร แสงภมู ูล 9 14 7
104 เดก็ หญิงนารรี ตั น์ สมสีใส 7 16 5
105 เดก็ หญิงนิศาชล มะปะเต 8 15 9
106 เดก็ หญงิ ปิยะภรณ์ นามมุงคุณ 9 14 7
107 เดก็ หญิงพิชญาภา จนั บวั ลา 8 13 5
108 เดก็ หญิงมรกต พิเมย 8 14 5
109 เด็กหญิงเมทินี ลอยคลงั 10 16 6
110 เด็กหญิงรงุ่ ฤดี จูมโฮม 8 15 6
111 เดก็ หญงิ วรินนิดา เกษมจิตร 7 16 7
112 เด็กหญงิ สริ ธี ร รัตนสมบัติ 10 16 9
113 เด็กหญิงหทัยวลั ลภ์ ย้ิมพงษ์ 10 15 6
114 เด็กหญงิ อนันตญา ทนิ จันทร์ 9 15 5
115 เดก็ หญิงอภกิ ัลยา พงกะพันธ์ 9 15 6
116 เด็กหญิงอภิญญา น้อยสงิ ห์ 7 16 6
117 เดก็ หญิงเออื้ อังกลู สวาศรี 10 16 9
6

8

ตารางท่ี 2 แสดงค่าเฉล่ียของผลสัมฤทธ์ิทางวิชาเชื้อเพลิงเพื่อการคมนาคม เรื่อง ผลิตภัณฑ์จาก
ปโิ ตรเลียม ของนักเรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1

ก่อนเรยี น One-Sample Statistics Std. Error
หลังเรยี น Mean
N Mean Std. Deviation
117 9.0000 1.55918 .14415
117 14.4615 2.11129
.19519

จากตารางท่ี 2 พบวา่ นกั เรียนมีคะแนนเฉลี่ยหลงั เรยี นสงู กว่าก่อนเรียนเมื่อไดร้ บั การสอนโดย
การสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5E

ตารางท่ี 3 แสดงค่าเฉลย่ี ของผลสัมฤทธ์ิทางวิชาเชอื้ เพลิงเพื่อการคมนาคม เรื่อง ผลิตภัณฑจ์ าก
ปโิ ตรเลียม ของนักเรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 1

One-Sample Test

Test Value = 0

95% Confidence Interval of

Mean the Difference

t df Sig. (2-tailed) Difference Lower Upper
62.437
กอ่ นเรียน 74.090 116 .000 9.00000 8.7145 9.2855
หลังเรียน
116 .000 14.46154 14.0749 14.8481

จากตารางที่ 3 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E
เรื่อง ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม หลังเรียน และก่อนเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ .05 คือมี
ผลสัมฤทธ์ิโดยการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เรื่อง ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม สูงกว่าก่อนเรียน ตาม
สมมตุ ิฐานที่ตง้ั ไว้

6. สถิตทิ ใ่ี ช้ในการวเิ คราะห์ข้อมลู
ผูว้ ิจัยได้วิเคราะห์ขอ้ มูลท่ีได้การสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน แล้ว

นามาวิเคราะหข์ ้อมูลโดยใชโ้ ปรแกรมสาเรจ็ รูป SPSS (Standard Package For the Social Science)

9

สรุปผลการวิจัย
การศึกษาคร้ังนี้การศึกษาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นวิชาเชอื้ เพลงิ เพ่ือการคมนาคม โดยการสอนแบบสืบ

เสาะหาความรู้ 5E เรอื่ ง ผลิตภณั ฑจ์ ากปิโตรเลียม ของนกั เรยี นช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 1 ปรากฏผลดงั นี้
1. นักเรียนท่ีเรียนวิชาเช้ือเพลิงเพื่อการคมนาคม โดยการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E

เรือ่ ง ผลิตภัณฑ์จากปโิ ตรเลียม ของนกั เรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 มีผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนสงู ขึ้น
2. นักเรียนที่เรียนวิชาเชื้อเพลิงเพื่อการคมนาคม โดยการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E

เรื่อง ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีคะแนนเฉล่ียก่อนเรียนเท่ากับ 9.00 และ
คะแนนเฉล่ียหลังเรียนมีค่าเฉล่ียเท่ากับ 14.4615 ดังนั้น คะแนนเฉล่ียหลังจากการเรียนวิชาเช้ือเพลิงเพ่ือการ
คมนาคม โดยการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เรอ่ื ง ผลติ ภัณฑ์จากปิโตรเลยี ม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
ปที ่ี 1 มคี ะแนนเฉล่ียสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมนี ัยสำคัญทางสถิตทิ ่ีระดบั .05

อภิปรายผลการวจิ ยั
จากการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเช้ือเพลิงเพ่ือการคมนาคม โดยการสอนแบบสืบเสาะหา

ความรู้ 5E เร่ือง ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1 พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนท่ีสูงข้ึน เนื่องจากกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน เป็นรูปแบบหนึ่งของการสืบเสาะหา
ความรู้ คือ การสร้างความสนใจ (Engagement) การสำรวจและค้นหา (Exploration) การอธิบาย
(Explanation) การขยายความรู้ (Elaboration) และการประเมินผล (Evaluation) ซ่ึงทั้ง 5 ขั้นตอนเป็น
กระบวนการเรียนรู้ที่ครูจะต้องส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักคิด มีความคิดสร้างสรรค์ ให้โอกาสนักเรียนได้ใช้
ความคิดของตนเองได้มากที่สุด ทำให้นักเรียนมีสนใจ ต้ังใจ และความกระตือร้ือร้นในการเรียน จึงส่งผลให้ผล
สมั ฤทธท์ิ างการเรยี นทดี่ กี วา่

ผู้วิจัยได้เปรียบเทียบคะแนนเฉล่ียก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนท่ีเรียน วิชาเช้ือเพลิงเพ่ือการ
คมนาคม โดยการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5E เร่ือง ผลิตภัณฑจ์ ากปโิ ตรเลยี ม ของนักเรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปี
ท่ี 1 มีคะแนนเฉล่ียก่อนเรียนเท่ากับ 9.00 และคะแนนเฉล่ียหลังเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 14.4615 ดังนั้น
คะแนนเฉลี่ยหลังจากการเรียนวิชาเชื้อเพลิงเพื่อการคมนาคม โดยการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เรื่อง
ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีคะแนนเฉล่ียสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ
ทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ทั้งนี้อาจเน่ืองมาจาก การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้

เป็นวิธีสอนที่เหมาะกับวิชาวิทยาศาสตร์ โดยท่ีครูเป็นผู้เตรียมสภาพแวดล้อมจดั ลาดับเน้ือหา แนะนาหรอื ช่วย

ให้ นักเรียนประเมินความก้าวหน้าของตนเอง ส่วนนักเรยี นเปน็ ผเู้ รียนภายใต้เงื่อนไขของครู นักเรียนมีอสิ ระใน

การดาเนินการค้นคว้า สืบเสาะหาความรู้ และแก้ปัญหาต่างๆ อย่างมีเหตุ มีผลทาให้ผู้เรียนและผู้ปฏิบัติเกิด

ความเขา้ ใจในเนื้อหาทางวิทยาศาสตร์ สามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเองไปสกู่ ระบวนการคดิ ทซ่ี ับซ้อนมากขน้ึ

ขอ้ เสนอแนะ

1. ครูสามารถนำการสอนโดยการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5E ไปใช้สอนในเน้ือหาอนื่ ๆได้

2. ควรนำผลการวจิ ัยไปเผยแพร่ใหก้ บั เพื่อนครูในโรงเรียนทราบ เพื่อสามารถนำไปปรบั ในการ
จดั การเรียนการสอนได้ และเพ่ือใหเ้ กิดความสมบูรณ์ยงิ่ ข้นึ

3. ควรสง่ เสริมการทำงานของเป็นกลุ่ม และให้ทุกคนมสี ว่ นรว่ มในการทดลองหรือกิจกรรมการ
เรยี นรูน้ ั้นๆ

10

บรรณานุกรม

กรมวิชาการ. (2545). คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาสาสตร์. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์
องคก์ ารรับสง่ สินค้าและพสั ดภุ ณั ฑ์ (ร.ส.พ.)

ไพฑูรย์ สุขศรีงาม และจีระพรรณ สุขศรีงาม. (2541). ความเข้าใจธรรมชาติวทิ ยาศาสตร์ของครูวิทยาศาสตร์
ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. มหาสารคาม : คณะวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.). (2546). การจัดสาระการเรียนรู้กลุ่ม
วิทยาศาสตร์หลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน. กรุงเทพมหานคร: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลย.ี

Zion, M., Michalsky, T. and Mevarech, Z.R. (2005). The effects of metacoginitive instruction
embedded within an asynchronous learning network on scientific inquiry skills.
International Journal of Science Education 27 (8): pp. 957-983.

11

ภาคผนวก

12

แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น เร่อื ง ผลติ ภณั ฑ์จากปิโตรเลยี ม

วชิ าเชอ้ื เพลิงเพือ่ การคมนาคม รหัสวิชา ว 20207 ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรียนบรบือ

คาชแ้ี จง เปน็ ขอ้ สอบแบบเลือกตอบจานวน 20 ข้อ เวลาทาขอ้ สอบ 30 นาที

....................................................................................................................................................................

....................................................

คาส7่ัง.ใหกเ้ ลระอื บกวคนาตกอารบใทน่ีถโรูกงตแ้อยงกทแี่สกุด๊สเธพรียรงมคชาาตตอิ บเดยี วและระบ1า.ยลงขใ้อนใกดรไมะด่ใชาษ่สาคราปตรอะบกอบไฮโดรคาร์บอน
ในการกาจดั แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
ก. CH4
โดยใชต้ ัวดดู ซับในขอ้ ใด
ข. C2H6

ก. โพแทสเซยี มคาร์บอเนต ค. H2S

ข. ซิลิกาเจล ง. C4H10
2. ปิโตรเลียม เป็นสารประกอบประเภทใด
ค. เม็ดพลาสติก
ก. สารประกอบไฮโดรเจนคาร์บอเนต
ง. ปิโตรเลยี มเหลว ข. สารประกอบไฮโดรเจนซลั เฟต
ค. สารประกอบไฮโดรเจนไอออน
8. สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่พบได้ในแกส๊ ธรร ง. สารประกอบไฮโดรคาร์บอน
มชาตมิ ากท่สี ดุ คือข้อใด 3. ปโิ ตรเลยี ม เรยี กอีกชื่อหน่ึงวา่
ก. มีเทน

ข. อีเทน ก. ถ่านหนิ
ค. โพรเพน ข. เชือ้ เพลงิ ก่อกมั มันต์
ง. บิวเทน ค. เชอื้ เพลงิ ฟอสซิล
9. สารในข้อใดไม่ใช่สงิ่ เจือปนในแก๊สธรรมชาติ ง. หนิ นำ้ มนั
ก. ปรอท 4. นา้ มันดิบ และก๊าซธรรมชาติ เก่ยี วข้องกับข้อ

ข. ความช้นื /น้ำ ใดมากท่ีสุด
ค. แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ ก. พลังงานเชอื้ เพลิง
ง. บวิ เทน ข. ปิโตรเลียม
10. กระบวนการในโรงแยกแกส๊ ธรรมชาติ
ค. การแปรสภาพของตะกอนดิน
ในการกำจดั ความชืน้ /น้ำ

โดยใช้ตวั ดูดซับในข้อใด ง. ถ่านหิน

ก. โพแทสเซยี มคาร์บอเนต 5. กระบวนการในโรงกลัน่ นา้ มนั ดบิ ใชว้ ิธีการใดใน
ข. ซิลิกาเจล การแยกสาร
ค. เมด็ พลาสตกิ ก. การแยกส่วน
ง. ปิโตรเลียมเหลว ข. การกลัน่ ลาดบั ส่วน
11. แหล่งน้ำมนั ดบิ บนบกทใี่ หญ่ที่สุดของไทยคือข้
อใด ค. การกลัน่ ตรง

ก. แหลง่ วเิ ชยี รบรุ ี ง. การระเหย

ข. แหล่งสิรกิ ิต์ิ 6. นา้ มันในข้อใดเป็นเชื้อเพลงิ ท่ใี ชใ้ นเคร่ืองบนิ
ค. แหล่งสินภูฮอ่ ม ก. นา้ มันเบนซนิ
ง. แหลง่ แกส๊ ธรรมชาตนิ ้ำพอง ข. น้ามนั หลอ่ ล่นื

ค. น้ามนั เตา

ง. นา้ มันก๊าด

13

12. ขอ้ ใดกลา่ วไม่ถูกต้องเกย่ี วกบั กระบวนการกลั่น 17. ขอ้ ใดในผลติ ภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นนา้ มนั ดบิ
น้ามนั ดบิ โดยตรง
ก. บนสุดของหอกลน่ั จะมจี ุดเดือดตา่ สุด ก. กาว
ข. ลา่ งสุดของหอกลน่ั จะมีจุดเดือนสูงสุด ข. เสน้ ใยสังเคราะห์
ค. จานวนคารบ์ อนน้อยจะมจี ุดเดอื ดสูง ค. ยางมะตอย
ง. ยางมะตอยมจี ุดเดือดสูงสุด ง. นา้ มันแก๊สโซฮอล์

13. ผลติ ภณั ฑ์ในข้อใดมจี ดุ เดือดต่าสดุ มจี านวน 18. การกลนั่ ลาดบั สว่ นในลาดบั สุดทา้ ยได้
คาร์บอนน้อยสดุ และอยบู่ นสุดของหอกล่ันน้ามันดบิ ผลิตภณั ฑ์ใด
ก. ยางมะตอย ก. ก๊าซเชอื้ เพลงิ
ข. แนฟทาหนัก ข. บิทูเมน
ค. แก๊สหงุ ต้ม(LPG) ค. นา้ มันเบนซิน
ง. น้ามันดีเซล ง. นา้ มันหลอ่ ล่นื

14. ส่ิงท่ีไดจ้ ากกระบวนการกลั่นน้ามันดิบ เรยี กวา่ 19. ในการกลน่ั ลาดับส่วนของน้ามันปโิ ตรเลียม เมื่อ
ก. ผลพลอยได้ เรยี งจากจดุ เดือดต่าไปยงั จดุ เดือดสูง
ข. ผลิตภณั ฑก์ ล่ันตรง ก. แกส๊ ปโิ ตรเลี่ยม นา้ มนั ดีเซล ยางมะตอย
ค. แก๊สหงุ ต้ม(LPG) ข. แนฟทาเบา น้ามนั ก๊าด แกส๊ ปิโตรเลีย่ ม
ง. แนฟทา ค. นา้ มันหล่อล่ืน ยางมะตอย นา้ มันดีเซล
ง. น้ามนั เตา นา้ มนั ก๊าด แนฟทาหนัก
15. ในการกลัน่ ลาดับส่วนของนา้ มันดบิ ใชเ้ กณฑใ์ ดใน
การแยกสารออกจากกนั 20. การแยกสารด้วยวธิ ีการกลน่ั อาศยั หลักการใด
ก. จุดเดอื ด เปน็ สาคัญ
ข. จดุ ควบแน่น ก. ความแตกตา่ งของจุดหลอมเหลว
ค. จานวนคารบ์ อน ข. ความสามารถในการละลาย
ง. ถูกทุกข้อ ค. ความสามารถในการดูดซบั
ง. ความแตกตา่ งของจดุ เดือด
16. ขอ้ ใดเปน็ ผลติ ภณั ฑ์ท่นี าไปใช้เป็นเชือ้ เพลิงในเรือ
เดินทะเล
ก. แนฟทาหนัก
ข. น้ามันดเี ซล
ค. น้ามนั หล่อลื่น
ง. น้ามันเตา


Click to View FlipBook Version