The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผู้พิพากษา" ผู้ผดุงความยุติธรรม โดยนายอาฟิฟ วงศ์ชารีฟ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ผู้พิพากษา" ผู้ผดุงความยุติธรรม

ผู้พิพากษา" ผู้ผดุงความยุติธรรม โดยนายอาฟิฟ วงศ์ชารีฟ

“ผู้พิพากษา”ผู้ผดุงความยุติธรรม

อาฟิฟ วงศ์ชารฟี และคณะ
สานักงานยตุ ิธรรมจงั หวดั ยะลา สาขาเบตง

ผพู้ พิ ากษา คือผู้ตัดสินคดีความ ซ่ึงประชาชนส่วนใหญ่รู้ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ดี แต่น้อยคนนักจะทราบว่า
กว่าจะไดม้ าเป็นผู้พิพากษา เขามวี ธิ ีการเลือกสรรกนั มาอย่างไร หรอื มีผู้พิพากษาอยู่ทง้ั หมดก่ปี ระเภท

๑. ผู้พิพากษา ผู้พิพากษาต้องผ่านการคัดเลือกโดยคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม และมีพระบรม
ราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นอกจากน้ันจะต้องมีคุณสมบัติตามท่ีกาหนดไว้ เช่น มีสัญชาติไทยโด ยการเกิด
อายุไม่ต่ากว่า ๒๕ ปีบริบูรณ์ เป็นเนติบัณฑิตไทย มีประสบการณ์ทางานด้านกฎหมายไม่ต่ากว่า ๒ ปี ผู้สมัคร
จะต้องผ่านการสอบข้อเขียนและการสอบปากเปล่าตามระเบียบท่ีคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมกาหนด
เม่ือผ่านการสอบคัดเลือกแล้วจะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา เข้ารับการอบรมเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาอย่าง
น้อย ๑ ปี ผู้ท่ีผ่านการอบรมตามเกณฑ์ที่กาหนดไว้ และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตุลาการศาล
ยุติธรรมจะได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาประจาศาลเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓ ปี
แลว้ จงึ ไดร้ ับการพิจารณาแต่งตง้ั ใหด้ ารงตาแหน่งผพู้ ิพากษาศาลช้นั ตน้ โดยกอ่ นเข้ารับหน้าท่ี ผู้พิพากษาทุกคนต้อง
ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ กฎหมายกาหนดให้ผู้พิพากษาพ้นจากตาแหน่งเม่ือ ๑) ตาย ๒) ลาออก
๓) พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบาเหน็จบานาญข้าราชการ ๔) โอนไปรับราชการฝ่ายอื่น ๕) ออกจาก
ราชการเพื่อไปรับราชการทหาร ๖) ถูกส่ังให้ออกจากราชการตามที่กฎหมายกาหนด ๗) ถูกไล่ออก ปลดออกหรือ
ใหอ้ อก ๘) วุฒสิ ภามมี ติใหถ้ อดถอนจากตาแหน่ง

๒. ผู้พิพากษาอาวุโส พระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การแต่งต้ังและดารงตาแหน่งผู้พิพากษาอาวุโส พ.ศ.
๒๕๔๒ เม่ือผู้พิพากษามีอายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่มาแล้วไม่น้อยกว่าย่ีสิบปีและผ่านการ
ประเมินสมรรถภาพในการปฏิบัติหน้าท่ี โดยได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมและได้รับ
พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งผู้พิพากษาอาวุโส เพ่ือพิจารณาพิพากษาคดีในศาลฎีกา
ศาลอุทธรณ์ หรือศาลช้ันต้น จนกระทั่งมีอายุครบ ๗๐ ปีบริบูรณ์ ผู้พิพากษาอาวุโสไม่มีสิทธิได้รับการแต่งตั้งให้
ดารงตาแหน่งในทางบริหารได้ เช่นไม่สามารถดารงตาแหน่งเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาล หรือปฏิบัติหน้าที่ใน
ตาแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาล นอกจากนี้ผู้พิพากษาอาวุโสไม่มีสิทธิรับเลือกเข้ามาเป็นกรรมการตุลาการ
ศาลยตุ ธิ รรม หรือกรรมการบริหารศาลยุตธิ รรม แตม่ สี ิทธอิ อกเสยี งเลอื กตงั้ กรรมการดังกลา่ ว

๓. ผู้พิพากษาสมทบ ผู้พิพากษาสมทบ คือบุคคลภายนอกที่ได้รับเลือกเป็นพิเศษให้เข้าปฏิบัติหน้าท่ี
ร่วมกับผู้พิพากษาในศาลเยาวชนและครอบครัว ศาลแรงงาน หรือศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่าง
ประเทศกลาง ท้ังน้ีเพ่ือให้มีบุคคลภายนอกที่มีประสบการณ์หรือเป็นผู้เช่ียวชาญในสาขาวิชาที่เก่ียวข้องร่วม
พจิ ารณาและพพิ ากษาคดีกับผู้พพิ ากษาผพู้ ิพากษาสมทบเป็นตาแหน่งที่แตกต่างจากผู้พิพากษา คือ เป็นตาแหน่งท่ี



ไม่ใช่ตาแหน่งประจา วาระในการดารงตาแหน่งผู้พิพากษาสมทบข้ึนอยู่กับพระราชบัญญัติจัดต้ังศาลพิเศษและ
ศาลชานัญพิเศษ ทผี่ ู้พพิ ากษาสมทบปฏิบตั งิ านกาหนดไว้

๔. ดะโต๊ะยุติธรรม พระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา
และสตูล พ.ศ.๒๔๘๙ บัญญัติให้สามารถนากฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกมาใช้แทนประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในการพิจารณาคดีครอบครัวและมรดกของอิสลามศาสนิกในศาลช้ันต้นในจังหวัด
ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล ซึ่งอิสลามศาสนิกเป็นทั้งโจทก์ จาเลย หรือเป็นผู้เสนอคาขอในคดีท่ีไม่มี
ข้อพพิ าท ในกรณีเช่นนี้ผู้พิพากษาและดะโต๊ะยุติธรรม ซึ่งเป็นผู้ที่มีความชานาญในกฎหมายอิสลามจะน่ังพิจารณา
คดีร่วมกัน เพ่ือให้สอดคล้องกับหลักกฎหมายอิสลามดะโต๊ะยุติธรรมจะต้องมีอายุไม่น้อยกว่า ๓๐ ปี เข้าใจ
ภาษาไทยในระดับท่ีกาหนดไว้และมีความรู้เกี่ยวกับหลักศาสนาและกฎหมายอิสลาม ดะโต๊ะยุติธรรมเป็น
ข้าราชการฝา่ ยตุลาการศาลยุติธรรม ซ่ึงมีอานาจและหน้าท่ีในการวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลาม และลงลายมือ
ช่ือในคาพิพากษาที่พิพากษาตามคาวินิจฉัยช้ีขาดนั้น โดยดะโต๊ะยุติธรรมต้องนั่งพิจารณาคดีพร้อมด้วยผู้พิพากษา
ในคดีแพ่งเกี่ยวด้วยเรื่องครอบครัวและมรดก สาหรับอิสลามศาสนิกของศาลชั้นต้นในจังหวัดปัตตานี นราธิวาส
ยะลา และสตูล ซึ่งอิสลามศาสนิกเป็นท้ังโจทก์ จาเลย หรือเป็นผู้เสนอคาขอในคดีท่ีไม่มีข้อพิพาท โดยให้ใช้
กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกบังคับแทนบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วย
การนั้น ยกเว้นแต่ในเร่ืองของอายุความมรดก จากลักษณะของคดีที่มีลักษณะเฉพาะ และคาวินิจฉัยช้ีขาดของ
ดะโต๊ะยตุ ิธรรมในข้อกฎหมายอสิ ลามให้เป็นอันเดด็ ขาดในคดนี ้นั ไมส่ ามารถอทุ ธรณ์ ฎีกาได้อีก ทาให้บุคคลที่จะมา
เป็นดะโต๊ะยุติธรรมต้องเป็นบุคคลท่ีมีคุณสมบัติเฉพาะด้วยเช่นกัน โดยท่ีสาคัญต้องเป็นมุสลิม และมีความรู้ใน
ศาสนาอิสลามสามารถท่ีจะเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามเกี่ยวด้วยครอบครัวและมรดกได้ โดยมี
หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกเพ่ือบรรจุและแต่งต้ังบุคคลให้ดารงตาแหน่งดะโต๊ะยุติธรรมตามระเบียบท่ี ก.ต.
กาหนดไว้ แม้ว่าการใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดก ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการใช้กฎหมาย
อิสลามในเขตจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสตูล พ.ศ. 2489 จะไม่สามารถใช้บังคับได้ทุกศาลทั่วประเทศ
และจะใช้บังคับก็ต่อเม่ือเป็นคดีท่ีอยู่ในเขตอานาจศาลช้ันต้นเฉพาะใน 4 จังหวัด อันได้แก่ ปัตตานี นราธิวาส
ยะลาและสตูล และคู่ความหรือผเู้ สนอคาขอตอ้ งเป็นมุสลมิ ดว้ ยกันเท่านั้น ต้ังแต่ พ.ศ. 2489 จนถึงปัจจุบัน มีการ
แต่งตั้งดะโต๊ะยุติธรรมเข้ามาปฏิบัติหน้าที่เฉพาะในศาลจังหวัด เน่ืองจากศาลเยาวชนและครอบครัวใน 4 จังหวัด
ชายแดนภาคใต้มีการจัดตั้งข้ึนใน พ.ศ. 2549 ท้ังมีการแก้ไขกฎหมายศาลเยาวชนและครอบครัวให้มีผลใช้บังคับ
ใน พ.ศ. 2554 ทาใหค้ ดีครอบครวั และมรดกบางประเภทนน้ั อยใู่ นเขตอานาจของศาลเยาวชนและครอบครัว เห็น
ได้จากบทบัญญัติใน พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.
2553 มาตรา 10 กาหนดใหศ้ าลเยาวชนและครอบครวั มีอานาจพจิ ารณาพิพากษา หรือมีคาสั่งในคดี ดงั ต่อไปนี้
(1) คดีอาญาท่ีมีข้อหาว่าเด็กหรือเยาวชนกระทาความผิด (2) คดีอาญาที่ศาลซ่ึงมีอานาจพิจารณาคดีธรรมดา
ได้โอนมา (3) คดีครอบครัว (4) คดีคุ้มครองสวัสดิภาพ (5) คดีอ่ืนที่มีกฎหมายบัญญัติให้เป็นอานาจหน้าที่ของ
ศาลเยาวชนและครอบครวั



นอกจากนี้ ยังมีการบัญญัติถึงคาว่า “คดีครอบครัว” เพ่ิมเติมไว้ในพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและ
ครอบครัวฯ ให้หมายความรวมถึง คดีแพ่งท่ีฟ้องหรือร้องขอต่อศาลหรือกระทาการใดๆในทางศาลเก่ียวกับผู้เยาว์
หรือครอบครัว ซึ่งจะต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนครอบครัว
หรือกฎหมายอื่นท่ีเก่ียวกับครอบครัว จากเนื้อหาในพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ ดังกล่าวจะเห็น
ได้ว่าคดีครอบครัวและมรดกบางประเภท แม้ว่าจะเป็นคดีท่ีเกี่ยวข้องและอยู่ในเขตอานาจศาลเยาวชนและ
ครอบครัวโดยตรง คคู่ วามเปน็ อสิ ลามศาสนิกในจงั หวัด ปัตตานี นราธวิ าส ยะลา และสตูล ที่ตอ้ งมาใช้สิทธิทางศาล
หากไม่มีดะโต๊ะยุติธรรมในศาลเยาวชนและครอบครัวจะทาให้การใช้กฎหมายอิสลามไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ใน
ศาลจังหวัดทุกศาลในพื้นท่ี 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากข้อขัดข้องดังกล่าว ทาให้อิสลามศาสนิกขาดโอกาสใน
การได้รับความคุ้มครองสิทธิ สวัสดิภาพ และวิธีปฏิบัติต่อเด็ก เยาวชน สตรีและบุคคลในครอบครัว รวมทั้ง
กระบวนพิจารณาคดีของศาลเยาวชนและครอบครัวโดยเสมอภาค เช่นเดียวกับผู้นับถือศาสนาอ่ืน และใน
ขณะเดียวกันก็อาจไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากเจตนารมณ์ในการบัญญัติพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและ
ครอบครัวฯ ที่มุ่งถึงการกาหนดมาตรการพิเศษ เพื่อคุ้มครองเยาวชนและความสัมพันธ์ในครอบครัวไว้โดยเฉพาะ
เช่นมาตรการไกล่เกลี่ยเพ่ือให้มีการพัฒนาสัมพันธภาพในครอบครัวให้ดีกว่าการนาคดีมาฟ้องร้องกัน หรือการท่ี
ศาลมอบหมายให้นักสังคมสงเคราะห์หรือนักจิตวิทยา ดาเนินการสืบเสาะข้อเท็จจริงที่จาเป็นเพ่ือสวัสดิภาพและ
ประโยชน์ของเยาวชน ดงั นัน้ การแตง่ ต้งั ดะโตะ๊ ยตุ ิธรรมประจาศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวดั ปตั ตานี นราธิวาส
ยะลาและสตูล ตั้งแต่วันท่ี 1 ตุลาคม 2555 เป็นการเปล่ียนแปลงท่ีสาคัญของการสร้างความเป็นธรรมในสังคม
การเข้าถึงความยุติธรรม โดยสะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรมของศาลยุติธรรม ที่มีจุดมุ่งหมายในการอานวยความ
สะดวกแก่อิสลามศาสนิกวิธีหน่ึง ผู้เขียนหวังว่าศาลยุติธรรมจะมีส่วนในการลดความขัดแย้ง สร้างความเสมอภาค
ความยุตธิ รรม และการเคารพในศักดศิ์ รคี วามเป็นมนษุ ย์ อันจะเป็นวธิ กี ารหนึ่งซ่งึ นามาสู่ความสงบสขุ และสันติภาพ
อยา่ งถาวร

5. ผู้พิพากษาในจังหวัดชายแดนใต้ มีความพิเศษต่างจากพื้นที่อ่ืนๆ เน่ืองจากเป็นพื้นท่ีที่กาลังประสบ
กับความท้าทายในด้านความม่ันคง ทาให้พื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้กฎหมายพิเศษหลายฉบับ โดยประเด็นใน
กระบวนการพจิ ารณาของศาลมีหลายประเด็นดว้ ยกันที่ควรนามาศกึ ษา ในสว่ นของคดีอาญาทั่วไป มีความแตกต่าง
จากคดีความม่นั คง โดยเฉพาะรูปแบบการกอ่ เหตุ โดยคดีอาญาทั่วไปมีมูลฐานความขัดแย้งในการกระทาผิดชัดเจน
พยานหลักฐานสามารถหามาได้ แต่คดีความม่ันคงหาพยานยากมาก โดยเฉพาะพยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์
หายากมาก วิธีการก่อเหตุเน้นความรุนแรง มีระเบิด มีการใช้อาวุธสงคราม ส่วนเหตุการณ์ท่ีเป็นคดีอาญาท่ัวไป
ส่วนใหญใ่ ช้ปืนพกส้ัน ใช้มีดแทง เมื่อเกิดคดีความมั่นคงข้ึนและได้อาศัยกฎหมายพิเศษท้ัง 2 ฉบับ ในการแสวงหา
ข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานขึ้นสู่การพิจารณาคดีในชั้นศาลแล้ว ศาลชอบท่ีจะรับฟังพยานหลักฐาน
ในทางที่เปน็ คุณและเกดิ ประโยชนต์ ่อการแกไ้ ขปญั หาจังหวัดชายแดนภาคใต้เพ่ือควบคุม ระงับ ยับยั้ง สถานการณ์
ความรุนแรงให้ยุติโดยเร็ว เพ่ือให้สอดรับกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226/1 ซึ่งได้
บัญญัติว่า “ในกรณีที่ความปรากฏแก่ศาลว่า พยานหลักฐานที่เกิดข้ึนโดยชอบแต่ได้มาเนื่องจากการกระทา
โดยมิชอบ หรือเป็นพยานหลักฐานที่ได้มาโดยอาศัยข้อมูลท่ีเกิดขึ้นหรือได้มาโดยมิชอบห้ามมิให้ศาลรับฟัง



พยานหลักฐานนนั้ เว้นแตก่ ารรบั ฟงั พยานหลกั ฐานนัน้ จะเป็นประโยชนต์ อ่ การอานวยความยตุ ิธรรมมากกว่าผลเสีย
อันเกิดจากผลกระทบต่อมาตรฐานของระบบงานยุติธรรมทางอาญาหรือสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของประชาชนในการ
ใช้ดลุ พนิ จิ รบั ฟังพยานหลักฐานตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลพิจารณาถึงพฤติการณ์ทั้งปวงแห่งคดี โดยต้องคานึงถึงปัจจัย
ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ด้วย (๑) คุณค่าในเชิงพิสูจน์ ความสาคัญ และความน่าเช่ือถือของพยานหลักฐานนั้น
(๒)พฤติการณ์และความร้ายแรงของความผิดในคดี (๓) ลักษณะและความเสียหายท่ีเกิดจากการกระทาโดยมิชอบ
(๔) ผทู้ กี่ ระทาการโดยมิชอบอนั เปน็ เหตใุ ห้ได้พยานหลกั ฐานมานนั้ ได้รบั การลงโทษหรือไม่เพยี งใด”

แนวทางการใช้กฎหมายพิเศษสาหรับการสอบสวนคดีความม่ันคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยเฉพาะอย่างย่ิงกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในช้ันเจ้าพนักงานไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการสอบสวนโดยตารวจ
ในฐานะพนักงานสอบสวน หรือข้ันตอนการส่ังคดีโดยพนักงานอัยการ จะต้องคัดกรองเฉพาะพยานหลั กฐานท่ีมี
ความถูกต้อง สมบูรณ์ และมีคุณค่าเชิงพิสูจน์ในช้ันศาลเท่านั้น และจะต้องระมัดระวังในการใช้อานาจพิเศษตาม
กฎหมายที่ให้ไว้ให้เกิดความสมดุล (Balance) ระหว่างอานาจในการนาตัวผู้กระทาผิดมาฟ้องลงโทษกับ
หลักประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยจะต้องไม่โน้มเอียงไปทางใดทางหนึ่งมากนัก เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
สุดท้ายของกระบวนการยุติธรรมทางอาญาอย่างแท้จริง คือ การอานวยความยุติธรรมและการคุ้มครอง
สิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเท่าเทียมกัน เพื่อความสงบเรียบร้อยของสังคมเป็น
ส า คั ญ ส่ ว น ก ร ะ บ ว น ก า ร ยุ ติ ธ ร ร ม ท า ง อ า ญ า ใ น ชั้ น ก า ร พิ จ า ร ณ า ค ดี โ ด ย ศ า ล เ ป็ น อ า น า จ ท่ี ไ ม่ อ า จ ก้ า ว ล่ ว ง ไ ด้
แต่สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีสาเหตุความขัดแย้งเกิดจากอุดมการณ์และชาติพันธ์ุ
ที่แตกต่างกันและสะสมความขัดแย้งมาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 200 ปีมาแล้วโดยในห้วงเวลาที่ผ่านมาต่าง
ฝ่ายต่างใช้ความรุนแรงเข้าแก้ไขปัญหาแต่ก็ยังไม่ประสบผลสาเร็จและยังไม่อาจชนะจิตใจประชาชนคนส่วนใหญ่
ในพื้นท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปได้เพราะสถานการณ์ความรุนแรงยังคงดารงอยู่จนถึงปัจจุบัน ดังนั้นจึงมีความ
จาเป็นจะต้องอาศัยกลไกช้ันการพิจารณาคดีของศาลให้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ ไขปัญหาด้วยสันติวิธีเท่านั้น
เพอ่ื ใหป้ ระชาชนมองเห็นว่ากระบวนการยตุ ิธรรมทางอาญาในพ้ืนที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นท่ีพึ่งสุดท้ายได้อย่าง
แท้จริง จะเห็นได้ว่าผู้พิพากษามีความสาคัญอย่างมากในการผดุงไว้ซ่ึงความยุติธรรม การตัดสินชี้ขาดคดีจะต้อง
เปน็ ไปอยา่ งรอบคอบ ละเอียด กระบวนการพิจารณาในชั้นศาลจึงควรปรับเปล่ียนแก้ไขไปตามบริบทในแต่ละพ้ืนที่
และพฤตกิ ารณ์ เพ่ืออานวยความยตุ ิธรรมให้แก่ทกุ ฝา่ ยไดม้ ากทสี่ ดุ



อ้างอิง

สานักงานศาลยุติธรรม. ม.ป.พ. ผู้พิพากษาศาลยุติธรรม. เข้าถึงข้อมูลได้จากhttps://www.coj.go.th/th/
content/page/index/id/12 วนั ท่สี บื ค้นข้อมลู ๑๗ ธันวาคม 2564.

กรมพัฒนาสังคมและสวัสดกิ าร. ๒๕๕๙. แนวทางการใชก้ ฎหมายพิเศษสาหรับการสอบสวนคดคี วามม่นั คงในพ้นื ที่
จงั หวัดชายแดนภาคใต้. ม.ป.พ. เข้าถงึ ข้อมลู ไดจ้ าก http://www.dsdw2016.dsdw.go.th/doc_pr/
ndc_2560-2561/PDF/ วันทส่ี บื ค้นข้อมลู 5 มกราคม 2565

สานักข่าวอิศรา. 2563. ชุดสร้างหลักฐานเท็จหลงั ก่อเหตุ...หนึง่ ในสาเหตุต้องใช้ ก.ม.พิเศษดับไฟใต้. เข้าถงึ ข้อมลู
ไดจ้ าก https://www.isranews.org/content-page/item/85815emergency-85815.html
วนั ทสี่ บื คน้ ขอ้ มูล 5 มกราคม 2565.


Click to View FlipBook Version