The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความเหลื่อมล้ำ เรารู้อะไร เราควรรู้อะไร เราควรทำอะไร โดยนางสาวภัควลัญชญ์ สุวรรณธาดา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ความเหลื่อมล้ำ เรารู้อะไร เราควรรู้อะไร เราควรทำอะไร

ความเหลื่อมล้ำ เรารู้อะไร เราควรรู้อะไร เราควรทำอะไร โดยนางสาวภัควลัญชญ์ สุวรรณธาดา

ความเหลื่อมลา้ : เรารอู้ ะไร เราควรรู้อะไร เราควรทา้ อะไร

ภัควลัญชญ์ สวุ รรณธาดา และคณะ
ส้านกั งานยุตธิ รรมจงั หวัดยะลา สาขาเบตง

ระยะหลายปีหลังมีการพูดถึงความเหลื่อมล้ามากขึ้นทั้งในประเทศไทยและนานาประเทศ น่าดีใจ
เพราะว่าความเหล่ือมล้าเป็นปัญหาทั้งในตัวเองเพราะขัดกับหลักการพื้นฐานว่าทุกคนควรมีโอกาสชีวิต
ที่เทา่ เทียมกัน และยังเปน็ รากเหง้าของอีกหลากปัญหาตั้งแต่ปัญหาระดับโครงสร้าง เช่น ความไม่มีเสถียรภาพ
ทางสังคมและการเมือง ประชาธิปไตยไร้คุณภาพ หรือปัญหาที่ใกล้ตัว เช่น การขายบริการทางเพศ
อาชญากรรม ความตืน่ ตวั ในเร่ืองนน้ี ้าไปสู่การถกเถยี งถงึ แนวทางในการแก้ปัญหาที่มีมุมมองหลากหลายกว่าใน
อดีต ไม่ว่าจะเป็นการเพ่งความสนใจไปท่ีการกระจุกตัวของทุนในมือคนส่วนน้อยนิด ท่ีบางทีเรียกว่า the top
1% รวมทั้งผลต่อเนื่องมาถึงโครงสร้างอ้านาจการเมือง การก้าหนดนโยบาย เป็นต้น เรื่อง “เก่าๆ” ท่ีเรารู้ดี
พอแล้วเก่ียวกับความเหล่ือมล้า เช่น มีความแตกต่างระหว่างเมืองและชนบท ระหว่างภูมิภาค ระหว่าง
กรุงเทพฯ หัวเมืองใหญ่และเมืองรอง มีคน “ชายขอบ” ท้ังในแง่ภูมิศาสตร์ เช่น ตามตะเข็บชายแดน บนยอด
เขาสูงที่คมนาคมเข้าถึงยาก และในแง่สังคมซ่ึงหมายถึงกลุ่มคนที่มีสถานะทางสังคมด้อยกว่าคนท่ัวไป เช่น
คนไร้รัฐ แรงงานต่างด้าว คนขายบริการทางเพศ บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ส่วนสาเหตุของความ
เหลอื่ มล้าท่ีมกี ารพูดกันมากแล้ว เช่น คนไมเ่ ท่าเทียมกันเพราะเกิดมาในครอบครัวต่างฐานะกันมาก หรือความ
ไม่เท่าเทียมกันในเร่ืองอ่ืน ๆ เช่น ระดับการศึกษาสูงสุด หรือคุณภาพการศึกษาที่ได้รับกรณีเรียนเท่ากัน
การเข้าถงึ ความร้นู อกห้องเรียนและแหลง่ ทนุ การได้รบั ความยตุ ธิ รรมตามกฎหมาย เครือข่ายคนรู้จักที่สามารถ
ช่วยเหลือเก้ือกูลในเรื่องต่าง ๆ ท้ังเรื่องการท้ามาหากินหรือการวิ่งเต้น เป็นต้น เร่ืองเหล่าน้ีมีการศึกษาและ
พูดถึงมานาน รวมทั้งมีการเสนอทางออกในแต่ละเรื่องไว้หลากหลาย ซ่ึงส่วนใหญ่ยังไม่ได้น้าไปสู่การลดความ
เหล่อื มล้าอยา่ งมีนัยส้าคญั จนหลายคนเรม่ิ ถอดใจวา่ หรอื เราจะถงึ ทางตนั ในการแก้ปัญหาท่ีใหญห่ ลวงนี้

การท่ีเรอื่ งทเี่ รารู้ข้างต้นไม่ชว่ ยน้าไปสูก่ ารแก้ปัญหาความเหล่ือมลา้ อาจแสดงว่ามีเรื่องอ่ืนท่ีเราควรรู้
เพ่ิมข้ึนหรือในเรื่องเดิม ๆ น้ันมีแง่มุมอื่นท่ีต่างไปจากที่คุ้นเคยกันท่ีเรายังไม่รู้ ถ้าเช่นน้ันอะไรเล่าคือ ส่ิงที่เรา
ควรรเู้ พมิ่ ขน้ึ เพอ่ื นา้ ไปสู่การแก้ปญั หาความเหลื่อมล้าไดด้ ีย่งิ ขน้ึ มสี ิง่ ท่ีเราควรรู้เพ่ิมขึน้ 6 ประการ

ประการแรก ไทยติดอันดับ 10 ประเทศท่ีมีความเหลื่อมล้าด้านความมั่งค่ังมากท่ีสุดในโลกความ
“พเิ ศษ” น้ชี วนสงสัยว่าระบบเศรษฐกิจการเมืองของเราน่าจะเอื้อให้เกิดความเหล่ือมล้า เช่น มีงานวิจัยพบว่า
การแขง่ ขนั ในภาคเอกชนของเราลดลง อ้านาจทางธุรกิจกระจุกตัวมากข้ึน การคอร์รัปชันแพร่หลายขึ้นและท้า
ได้ง่ายข้ึนโดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจสูงกว่าคนท่ัวไป ประโยชน์ที่ได้โดยมิชอบนี้ย่ิงเพิ่มความ
เหลอื่ มลา้ ให้สงู ขน้ึ

ประการทส่ี อง แมช้ อ่ งวา่ งของระดับการศกึ ษาและการเขา้ ถึงบรกิ ารสาธารณสุขจะลดลง แต่เป็นการ
ลดลงในระดับ “พ้ืนฐาน” ในขณะท่ีความแตกต่างในระดับท่ีสูงกว่าข้ันพ้ืนฐานมีแนวโน้มถ่างตัวข้ึน เช่น
ลูกคนรวยมีโอกาสเรียนจบมหาวิทยาลัยชั้นดีมากกว่า มีทักษะระดับสูงมากกว่า คนรวยได้รับบริการสุขภาพ
ระดับพรีเมียมมากข้ึน อายุยืนมากขึ้น เป็นต้น สอดคล้องกับหลักฐานหลายประการที่บ่งชี้ว่าความเหล่ือมล้า
เพิม่ ขึ้นระหว่างคนรวยมากๆ กับคนช้นั กลาง/คนจน

ประการทส่ี าม ความกา้ วหน้าทางเทคโนโลยีท่ีก้าลังป่วนโลก (disruptive technology) น่าจะท้าให้
ความเหลื่อมลา้ มากขึ้น



ประการท่ีส่ี มีความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะเร่ิมมี “คนจนดักดาน” ในระดับไม่น้อยกว่า 10%
ของประชากร เหน็ ไดท้ ี่สดั สว่ นคนจนเพิม่ ข้นึ ในห้วงปี 2558-2561 แม้เศรษฐกจิ จะขยายตัวเกินร้อยละ 3 ซ่ึง
เป็นเร่อื งทไี่ ม่เคยเกดิ ขนึ้ กับเศรษฐกิจไทย

ประการที่ห้า คนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าประเทศท่ีได้ชื่อว่ามีความเหลื่อมล้าน้อยโดยเฉพาะในแถบ
ยุโรปนน้ั สาเหตหุ ลกั เป็นเพราะภาครัฐจัดสรรสวัสดิการให้ประชาชนของเขาอย่างเท่าเทียมกันในลักษณะถ้วน
หน้า โดยถือว่าเป็นสิทธ์ิไม่ใช่การสงเคราะห์ ไม่ว่าจะเป็นการให้เรียนฟรีกับทุกคนอย่างแท้จริงจนถึงระดับสูง
เชน่ อย่างน้อยมัธยมศกึ ษาในทุกโรงเรียนซึ่งมีคุณภาพใกล้เคียงกันทั่วประเทศ ให้หลักประกันสังคมอย่างท่ัวถึง
ไมว่ ่าจะเป็นกรณีเจบ็ ปว่ ย ว่างงาน ทุพลภาพ และในหลายประเทศท้าร่วมกับการส่งเสริมให้ประชาชนมีทักษะ
การท้างานและการประกอบธุรกิจระดับสูง สองเรื่องน้ีเก้ือกูลกัน เพราะการดูแลประชาชนอย่างดีจนเขา
ไมก่ งั วลความเส่ียงอ่ืนในชวี ติ ทา้ ใหผ้ ้ปู ระกอบการเหลอื เพยี งความเสี่ยงจากการด้าเนินธุรกิจเท่าน้ันที่ต้องกังวล
เป็นวิธีส่งเสริม SME ที่ดีกว่ามาตรการอ่ืน เกิดผลดีสองต่อคือระบบสวัสดิการมีความย่ังยืนทางการเงินและ
ประเทศแขง่ ขันได้

ประการท่ีหก มีงานวิจัยจ้านวนไม่น้อยท่ีระบุว่าการ “ขาดเงิน” ไม่ใช่เป็นเพียงนิยามของความ
ยากจนเทา่ นั้น แต่เป็นข้อจ้ากัดที่ส้าคัญในตัวเองด้วย กล่าวคือ ถ้าคนจนได้รับการจัดสรรเงินหรือทรัพยากรใน
รูปแบบท่เี หมาะสม คนจนจะใช้เงินดังกลา่ วไปปลด “ข้อจา้ กัด” ของการหลุดพ้นความจน ไม่ว่าจะเป็นการขาด
การศึกษาหรือทักษะ การไม่กล้าลงทุนเน่อื งจากรายไดไ้ ม่สม้่าเสมอ เปน็ ต้น

เร่อื งทส่ี ังคมและรฐั ควรท้าแตย่ ังไมไ่ ดท้ ้าหรือท้าไมไ่ ดด้ ีสิบประการ ประกอบดว้ ย

ประการแรก ทุกนโยบายส้าคัญของรัฐบาลต้องค้านึงถึงมิติความเหล่ือมล้าเสมอ เราจะใช้แนวคิด
เดิมว่าท้าให้เศรษฐกิจขยายตัวแล้วทุกอย่างจะดีเองไม่ได้ การที่สัดส่วนคนจนเพ่ิมขึ้นในปี พ.ศ. 2559 และ
2561 ทง้ั ที่เศรษฐกิจขยายตัวดีในสองปีนน้ั เปน็ เสมอื น ‘นาฬกิ าปลุก’ ทปี่ ลกุ ให้เราตื่นจากความเช่ือนี้ ตัวอย่าง
ในปจั จบุ นั คอื เมือ่ ต้องการเร่งพัฒนาพ้ืนท่ีอีอีซีก็ต้องดูผลกระทบทางสังคมและต่อความเหลื่อมล้าด้วย ท้ังความ
เหลื่อมล้าในพ้ืนท่ีและความเหลื่อมล้าข้ามพื้นที่ และแม้นโยบายที่ดูเหมือนจะช่วยคนจนและน่าจะลดความ
เหลื่อมล้าเช่นโครงการบัตรสวัสดกิ ารแห่งรัฐ ก็ต้องศึกษาอยา่ งจรงิ จังว่าลดความเหล่ือมล้าจริงหรือไม่ หลักฐาน
จากการส้ารวจท่ีพบว่ามี ‘คนจนตัวจริง’ ที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคิดเป็นถึงร้อยละ 64 ของคนจนก็ต้อง
นา้ มาใชเ้ พ่ือปรับปรุงโครงการให้ดีข้นึ

ประการที่สอง ต้องแบ่งหน้าที่ระหว่างภาครัฐและเอกชนให้ดี ประเทศท่ีเหล่ือมล้าน้อยเป็นเพราะ
นโยบายด้านสวัสดิการเปน็ ไปอย่างทั่วถงึ ถว้ นหนา้ และเพียงพอ ซ่ึงแน่นอนว่าต้องใช้งบประมาณมากและยาก
ที่เราจะไปถึงจุดน้ันได้ในเร็ววัน สิ่งท่ีเราท้าได้ตอนน้ีคือ ลดบทบาทในภาคการผลิตของรัฐบาล เน้นเอื้อให้
เอกชนเป็นหัวจักรแทนด้วยการยกเลิกกฎระเบียบที่มากมายและเป็นปัญหาในการท้าธุรกิจ ลดขนาด
รัฐวิสาหกจิ แทนท่จี ะเพ่ิมเช่นในระยะหลัง ใช้แนวทาง PPP สา้ หรบั การลงทนุ โครงสรา้ งพื้นฐาน เช่นน้ีจะช่วยให้
รัฐเหลืองบประมาณด้านสังคมมากข้ึน นโยบายหาเสียงของหลายพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันจะได้ท้าได้เสียที
เชน่ มารดาประชารฐั เกิดปบั๊ รับแสน

ประการที่สาม กระจายอ้านาจการเมืองและอ้านาจการคลังออกจากส่วนกลาง พร้อมทั้งยกระดับ
ธรรมาภิบาลของการบริหารภาครัฐ (ภาคการเมืองและภาคราชการ) ท้ังในส่วนกลางและภูมิภาค ให้ประชาชน
มสี ว่ นร่วมในการก้าหนดนโยบาย แนวทางน้จี ะท้าให้นโยบายภาครัฐมีส่วนลดความเหลอื่ มล้าได้ดีข้ึน



ประการที่สี่ ยกเครื่องความสามารถในการควบคุมการผูกขาด ถึงแม้จะมีกฎหมายการแข่งขันทาง
การคา้ ใหมแ่ ล้ว แต่การบงั คับใชก้ ฎหมายต้องเหน็ ผลสมั ฤทธิม์ ากกวา่ ปัจจุบนั

ประการที่ห้า ลดช่องว่างคุณภาพการศึกษาโดยลูกคนรวยต้องไม่ล้าหน้าเกินลูกคนช้ันกลางล่าง
หรือรากหญ้าจนยากรับได้เช่นปัจจุบัน เร่ิมตั้งแต่การดูแลและพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างท่ัวถึง แก้ปัญหาคุณภาพ
โรงเรียนอยา่ งมีจนิ ตนาการและกลา้ หาญ เช่นยุบโรงเรียนเล็กแล้วเอางบประมาณท่ีประหยัดได้มาจัดบริการรถ
รับส่งเพื่อช่วยการเดินทางมาโรงเรียนของเด็กชนบท การบริหารโรงเรียนควรสะท้อนความต้องการของ
ผปู้ กครอง

ประการที่หก ยกระดับการประกันสุขภาพ โดยสิทธิประโยชน์จากสามกองทุนต้องไม่ห่างกันมาก
และขยบั เขา้ ใกลบ้ รกิ ารเอกชน โดยต้องมีความยัง่ ยืนทง้ั ทางด้านการเงินการคลังและด้านการให้บริการ คือต้อง
ตอบทั้งโจทย์ของคนไขแ้ ละของผูใ้ หบ้ รกิ ารคอื โรงพยาบาล บคุ ลากรทางการแพทย์

ประการท่ีเจ็ด วางแนวทางเตรียมตัวสู่สังคมอายุยืนที่ไม่ใช่เพียงรอให้คนแก่แล้วมาแก้ปัญหา
ต้องเป็นนโยบายเชิงรุก เช่น การส่งเสริมความรอบรู้ทางการเงิน (financial literacy) ที่ช่วยส่งเสริมการออม
และปรับพฤติกรรมเปน็ หน้ีตัง้ แตว่ ัยหนุ่มสาว การส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ (health literacy) ที่ช่วยลด
การเจ็บป่วยที่ไม่จ้าเป็น โดยเฉพาะจากโรคไม่ติดต่อร้ายแรง (non-communicable diseases, NCDs)
ลดภาระค่าใช้จ่ายสุขภาพและรักษาแรงงานให้ระบบเศรษฐกิจได้นานขึ้น การขาดความรอบรู้ในสองเรื่องนี้
คอ่ นขา้ งรนุ แรงในกลุ่มรากหญ้าและซา้ เติมปัญหาความเหลือ่ มล้า

ประการทีแ่ ปด ดูแลผลกระทบต่อความเหล่อื มล้าของความก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยี โดยมีนโยบาย
การพัฒนาเทคโนโลยีอย่างท่ัวถึง (inclusive technology policy) ซ่ึงอาจเพิ่มแต้มต่อให้คนช้ันกลางและราก
หญ้าไมใ่ หถ้ กู ทิ้งหา่ งทางเทคโนโลยีจนเกินไป ในขณะเดยี วกันกใ็ ชป้ ระโยชน์เทคโนโลยีในการลดความเหลื่อมล้า
เช่นการให้บริการคนจนได้เร็วข้ึน ช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการก้าหนดนโยบายสะดวกขึ้น ดังเช่นการท้า
ประชามติบ่อยคร้ังแบบออนไลน์ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งถือเป็นประชาธิปไตยทางตรงที่ตอบสนอง
ความตอ้ งการประชาชนไดด้ กี ว่าการเลอื กต้ังส่ปี ีหน

ประการท่ีเก้า สังคมต้องเปลี่ยนทัศนคติต่อ ‘คนจนและผู้ด้อยโอกาส’ เสียใหม่ ไม่มองว่าเขา
เหล่านั้นเป็นคนขี้เกียจ ไม่รักดี เอาแต่แบมือ ต้องมองว่าเขาก็เป็นคนเหมือนเรา หากเราอยู่ในสภาพแวดล้อม
เดยี วกับเขาก็อาจทา้ ตัวเหมอื นเขาเช่นกัน ต้องท้าความรจู้ กั และเข้าใจเขาเหล่านั้นให้มากข้นึ

ประการท่ีสิบ ส่ิงที่พูดมาท้ังหมดอาจไม่มีวันเป็นจริงเลยหากเราไม่มีประชาธิปไตยท่ีมี
คุณภาพ ประชาธิปไตยที่รับรองสิทธ์ิ เสรีภาพ และหน้าที่ของพลเมืองทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ลดทอนการ
ครอบงา้ ทางการเมืองของผูม้ ีอ้านาจและอิทธิพลไมว่ ่าจะเป็นอ้านาจเงนิ หรอื อา้ นาจอนื่ ใด

อ้างอิง

สมชัย จิตสชุ น. 2564. ความเหลือ่ มลา้ 2020 (1): เรารู้อะไร เราควรรูอ้ ะไร. เข้าถึงข้อมลู ไดจ้ าก
https://tdri.or.th/2020/01/what-we-dont-know-about-thai-disparity/?fbclid=
IwAR0B7t7zueYNNp04-5MI4tBWIRXVxqAlmVuJRsaFoesu7Jid8FVToPh7jzU. วันที่สืบค้น
ข้อมลู 18 มกราคม 2565.

สมชัย จติ สุชน. 2564. ความเหล่อื มล้า 2020 (ตอน 2) เราควรทา้ อะไร. เข้าถงึ ข้อมลู ได้จาก
https://tdri.or.th/2020/01/thai-inequality-what-we-should-do/. วนั ที่สบื คน้ ข้อมลู
18 มกราคม 2565.


Click to View FlipBook Version