The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง มาตราส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by surassawadeesj, 2022-08-13 04:04:01

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง มาตราส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง มาตราส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี

นวัตกรรม BO Model ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 6 1



คำนำ
รายงานนวัตกรรม การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง มาตราส่วน
ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้ BO Model ฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ก่อน
เรยี นและหลงั เรียน เรอื่ ง มาตราส่วน หลงั จากได้รบั การจดั กจิ กรรมการเรียนรแู้ บบ BO Model และ
เพือ่ ศกึ ษาความพึงพอใจ ของนกั เรียนช้ันนกั เรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6/2 โรงเรียนบา้ นโป่งน้อย ที่
มตี อ่ วิธกี ารจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ BO Model
การพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหาแบบ BO Model เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทีเ่ นน้
ให้นักเรียนมีส่วนร่วม เรียนรู้ร่วมกัน มีการทำงานเป็นกลุ่ม ผ่านสถานการณ์ปัญหาปลายเปิด
สามารถหาแนวคิดมาแก้ปัญหาสถานการณ์ต่าง ๆ ที่กำหนดให้ได้ โดยใช้ความรู้เรื่องบาร์โมเดล Bar
Model มาชว่ ยในการสรา้ งแนวคิดและหาคำตอบ โดยครเู ปน็ ผคู้ อยกระตนุ้ และเปน็ ท่ปี รึกษา
การเผยแพร่เอกสารฉบับนี้ ข้าพเจ้าหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดทำนวัตกรรมประเภท
กิจกรรมการเรียนการสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง การพัฒนาทักษะการแก้โจทย์
ปญั หา เรื่อง มาตราส่วน โดยใช้ BO Model ของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปที ี่ 6/2 โรงเรยี นบ้านโป่ง
น้อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จงั หวัดเชียงใหม่

นางสาวศริ ินภา ติ๊บขนั
ผู้จัดทำ

นวตั กรรม BO Model ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6 2



สารบญั หน้า

คำนำ ข
สารบญั ค
สารบัญตาราง 1
บทคดั ย่อ 2
ความเป็นมาและความสำคญั 4
วัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน 4
ขอบเขตการศกึ ษา 4
กรอบแนวคดิ ในการพัฒนานวตั กรรม 8
ข้ันตอน วธิ ีการสร้างหรอื พัฒนานวัตกรรม 9
การหาคณุ ภาพของนวัตกรรม 14
การนำนวตั กรรมไปใช้ในการพฒั นา/แก้ปัญหา 15
ผลการใชน้ วัตกรรม 18
สรปุ ผลการใชน้ วตั กรรม 19
การอภปิ รายผล 20
ข้อเสนอแนะเพอ่ื พฒั นาตอ่ ยอดนวัตกรรม 20
ผลกระทบของการนำนวัตกรรมไปใช้ 20
การเผยแพรน่ วัตกรรม 22
เอกสารอา้ งองิ
ภาคผนวก 24
26
- แบบทดสอบ ก่อน - หลงั เรียน 39
- แผนการจดั การเรยี นรู้ 41
- แบบสอบถามความพึงพอใจ 42
- รปู ภาพการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน
- รูปภาพการรว่ มกล่มุ PLC เพอื่ วางแผนและสะท้อนผล

นวตั กรรม BO Model ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 6 3



สารบญั ตาราง

ตารางที่ หน้า
ตารางท่ี 1
หาค่าดัชนีความสอดคลอ้ ง( IOC) 10
ตารางที่ 2
ของแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น
ตารางท่ี 3
หาค่าดชั นีความสอดคลอ้ ง( IOC) 12
ตารางที่ 4
ตารางท่ี 5 ของแบบสอบถามความพงึ พอใจของนกั เรยี น

ตารางที่ 6 หาคา่ ดัชนคี วามสอดคล้อง( IOC) 13

ของแผนการจดั การเรียนการสอน

เปรียบเทยี บผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น กอ่ นเรยี น – หลงั เรยี น 15

เปรยี บเทยี บผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น ก่อนเรยี น – หลังเรยี น 17

และรอ้ ยของความก้าวหน้า

ผลการศึกษาความคิดเหน็ ของนกั เรยี น 17

ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 6/2ทม่ี ตี ่อการจัดการเรียนรู้

ผ่านนวัตกรรม BO Model

นวตั กรรม BO Model ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6 4

รายงานการพัฒนานวัตกรรมการเรยี นการสอน

ชื่อนวตั กรรม การพัฒนาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เรอ่ื ง มาตราส่วน ของ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้ BO Model
ช่ือผพู้ ฒั นานวตั กรรม นางสาวศิรินภา ตบิ๊ ขัน
กล่มุ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์

บทคดั ย่อ
นวัตกรรมนี้ มีวัตถุประสงค์ คือ 1. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน วิชา
คณิตศาสตร์ เรื่อง มาตราส่วน ของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านโป่งน้อย โดยใช้ BO
Model 2. เพ่อื ศกึ ษาความพึงพอใจของนกั เรยี นชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 6 โรงเรียนบ้านโป่งน้อย ท่ีมี
ต่อวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ BO Model กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปี
ที่ 6/2 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 จำนวน 31 คน เครอื่ งมือทใ่ี ช้ ประกอบดว้ ย 1. แผนการ
จัดการเรียนรู้ วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง มาตราส่วน จำนวน 4 ชั่วโมง 2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์
ก่อนและหลังเรียน เรอ่ื ง มาตราสว่ น จำนวน 10 ข้อ 3. แบบสอบถามความพงึ พอใจ จำนวน 10 ข้อ
วเิ คราะหข์ ้อมลู โดยหา ค่า T – Score ค่าเฉล่ียรอ้ ยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน นำเสนอข้อมูลโดยใช้
ตารางประกอบคำบรรยาย
ผลการศึกษาพบวา่
1. นักเรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6/2 มผี ลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน วิชาคณติ ศาสตร์ เร่ือง
มาตราส่วน หลงั เรยี นสูงกวา่ ก่อนเรียน
2. นักเรยี นชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 6/2 มีความพึงพอใจตอ่ การจดั กิจกรรมการเรียนรูข้ องครู
ด้วยนวตั กรรม BO Model ในระดับ มากที่สุด

นวัตกรรม BO Model ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 1

รายงานการจัดทำนวัตกรรม
การพัฒนาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เรอ่ื ง มาตราสว่ น

ของนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 โดยใช้ BO Model
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ชอื่ นางสาวศริ ินภา นามสกลุ ตบิ๊ ขัน ตำแหน่ง ครู โรงเรียน บา้ นโปง่ น้อย
ชือ่ นวัตกรรม การพัฒนาผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น วิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง มาตราส่วน ของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้ BO Model

1. ความเปน็ มาและความสำคัญของการพฒั นานวัตกรรม
คณิตศาสตร์บทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพฒั นาความคิดของมนุษย์ ทำให้มนุษย์มีความคิด

สร้างสรรค์ เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วน รอบคอบ
วางแผน ตัดสินใจ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสม เป็นเครื่องมือที่นำมาใชใ้ น
การศึกษาวิทยาศาสตร์ตลอดจนศาสตร์อื่น ๆ และคณิตศาสตร์จึงมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนา
ความคิดมนุษย์และเป็นเครื่องมือในการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศาสตร์อื่น ๆ อีก
ทั้งยังมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นทำให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนได้
อยา่ งมคี วามสุข (กระทรวงศึกษาธิการ,2552: 1)

สาเหตุที่ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ต่ำนั้นอาจเนื่องมาจากธรรมชาติของ
วิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่มีเนื้อหาเป็นนามธรรม ทำให้ยากที่จะอธิบายให้เด็กเข้าใจได้ง่ายอีกท้ัง
ความสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่องของเน้ือหาวิชาคณิตศาสตร์ทำให้นักเรียนที่เรียนไม่ตั้งใจตั้งแต่เริ่มต้น
แล้ว อาจจะไม่ต้องการที่จะเรียนวิชาคณิตศาสตร์ในระดับที่สูงขึ้นนักเรียนจะเบือ่ ชั่วโมงเรียนของวิชา
คณิตศาสตร์ เบื่อโรงเรียน ไม่อยากมาโรงเรียน ไม่ชอบทำงานที่ยาก และงานที่ท้าทายในวิ ชา
คณิตศาสตร์ ตลอดจนขาดแรงจงู ใจในการเรยี น (นวิ ฒั น์ สาระขันธ.์ 2545 : 45)

จากการจดั การเรยี นการสอนในรายวิชาคณิตศาสตร์ ในปีการศึกษา 2564 ที่ผ่านมา พบว่า
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นักเรียนไม่สามารถวิเคราะห์โจทย์ปัญหาแล้วหาคำตอบของโจทย์
ปัญหาทม่ี ีลกั ษณะเปน็ นามธรรมได้ และกจิ กรรมท่ีครผู ู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนการสอนท่ีผา่ นมาก็ยัง
ไม่น่าสนใจ นักเรียนไม่ได้มีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความรู้ในช่วงทำกิจกรรม นักเรียนไม่ได้มีอิสระ
ทางแนวคิด โดยครผู ู้สอนจะเป็นผูจ้ ดั กิจกรรมและสรุปให้กับนักเรียนท้งั หมด นักเรยี นส่วนใหญ่เลยไม่
ค่อยตอบคำถามหรอื แสดงแนวคิดในชว่ งทำกจิ กรรม เพราะรอครผู ้สู อนเป็นผูบ้ อกหรือสรุปความรู้ใน
กิจกรรมนั้น ๆ ให้ ส่งผลทำให้นักเรียนได้ความรู้ที่ไม่คงทนพอจบกิจกรรมในชั้นเรียนนักเรียนก็ลืม
ความรู้เรอ่ื งนน้ั ๆ ไป

นวัตกรรม BO Model ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 2

ด้วยเหตุน้ผี ู้จดั ทำจงึ ต้องการทีจ่ ะนำวธิ ีการจดั กจิ กรรมทชี่ ว่ ยทำให้ผูเ้ รยี นได้เกิดการเรียนรู้ท่ีดี
ขึ้น ซึ่งก็คือการเรียนรู้แบบ open approach เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นให้นักเรียนมีสว่ น
ร่วมในการทำกิจกรรม เรียนรู้ผ่านสถานการณ์ปัญหา โดยมีทั้งหมด 4 ขั้นตอน คือ 1. การนำเสนอ
สถานการณ์ปลายเปิด 2. การเรียนรู้ด้วยตวั เองของนักเรียน 3. การอภิปรายทั้งชั้นเรียน 4. การ
สรุปโดยเช่ือมโยงแนวคดิ ของนักเรยี น (ไมตรี อินทรป์ ระสิทธ์ิ. (2545).) โดยครเู ปล่ยี นแปลงพฤตกิ รรม
การสอน จากผู้สอนเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้กับผู้เรียน ครูจัดเตรียมสื่อและสภาพแวดล้อมให้นา่
เรียน ใช้คำาถามและคำพูดเพื่อกระตุ้นความคิด นักเรียนมีอิสระทางความคิด กระตุ้นให้นักเรียน
แก้ปัญหาได้หลากหลายและแตกต่างกนั ครูใช้การสังเกต การตรวจชิ้นงาน การนำาเสนอผลงานหน้า
ชน้ั ครบู นั ทึกสง่ิ ที่เกิดในชั้นเรยี น ผู้รว่ มสงั เกตการสอนบันทึกผลแลว้ สะทอ้ นผล เพือ่ ตดิ ตามระบบ ครูมี
บทบาทร่วมสรุปและให้แนวความรู้เสริมบ้างในช่วงทำกิจกรรม แต่จะเป็นนักเรียนลงมือเอง คิด
แก้ปัญหาด้วยตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยเรื่อง บทบาทของครูที่ใช้วิธีการแบบเปิดในชั้นเรียน
คณิตศาสตร์ (นายวิญญู ศรีบุญเรือง, 2549) เปิดโอกาสทางการเรียนรู้ ทำให้นักเรียนมีอิสระทาง
ความคิด มีความเป็นตัวของตัวเองสูง แต่ก็ยังอยู่ภายใต้กฎระเบียบของห้อง นักเรียนพูดมากขึ้น
พร้อมๆ กับรับฟังมากขึ้น ได้เรียนรู้กับเพื่อนไปพร้อม ๆ กับเข้าใจตนเอง เห็นความสามารถของผู้อน่ื
พอๆ กับรู้ว่าตนเองถนัดด้านใด สามารถอธิบายสิ่งที่คิดแตกต่าง และประนีประนอมเมื่อขัดแย้ง
คุณลักษณะเหล่านี้ค้นพบได้จากกระบวนการทำงานเป็นกลุ่ม และมีครูคอยกระตุ้นให้นักเรียนค้นพบ
ความเป็นอจั ฉริยะของเขาเอง การให้เวลานกั เรียนได้แกป้ ญั หามากพอ ทำให้นักเรยี นมอี สิ ระในการคดิ
เกิดแนวความคิดท่ีหลากหลาย ซึง่ สอดคล้องกับงานวจิ ยั เรอ่ื งการประเมินความสามารถเชิงสร้างสรรค์
ทางคณติ ศาสตร์ ในสถานการณ์การแก้ปญั หาปลายเปิด (วิภาพร สทุ ธอิ ัมพร, 2549) ซ่งึ สอดคล้องกับ
ธนวรรณ นัยเนตร (2560) ที่ศึกษาได้ว่าผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติด้วยตนเองและ
เรียนรูอ้ ย่างกระตือรอื รน้ โดยใช้คำถามระดับสงู จะชว่ ยกระตนุ้ ใหผ้ ู้เรียนมีส่วนร่วมกับกิจกรรมและให้
ผู้เรียนได้คิดวิเคราะห์หาคำตอบ แสดงเหตุผล และยังส่งเสริมให้เกิดการอภิปราย แลกเปลี่ยนเรียนรู้
และสะท้อนแนวคิด ซึ่งนำไปสู่ การสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง และกระบวนการแก้โจทย์ปัญหา
คณิตศาสตร์โดยใช้การวาดรูปบาร์โมเดลเป็นยุทธวิธีการทำโจทย์ปัญหาอย่างหนึ่งที่ทำให้นักเรียนคิด
วิเคราะห์ข้อความจากโจทย์ปัญหานำมาเชื่อมโยงกับความคิดวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์ของผู้เรียน
แล้ววาดออกมาเปน็ รูปบาร์โมเดล ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนเข้าใจเกิดความคิดรวบยอดและสามารถสร้าง
องค์ความรดู้ ้วยตนเอง ทำให้นักเรยี นสามารถทำโจทย์ปญั หาได้อย่างง่ายและถกู ต้อง ( กรองทอง ไคริรี
, 2554)

จากขอ้ มูลขา้ งต้นผูจ้ ดั ทำจงึ มคี วามสนในในการนำกจิ กรรมการเรียนรูแ้ บบ open approach
และการใช้บาร์โมเดล มาจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชา
คณติ ศาสตร์ เรือ่ ง มาตราสว่ น ของนกั เรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 โดยใช้ BO Model

นวัตกรรม BO Model ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 6 3

2. วตั ถปุ ระสงค์ของการพฒั นานวตั กรรม
1. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง มาตราส่วน ของ

นักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 6 โรงเรยี นบา้ นโป่งน้อย โดยใช้ BO Model
2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านโป่งน้อย ที่มี

ตอ่ วิธกี ารจัดกจิ กรรมการเรียนรแู้ บบ BO Model

3. ขอบเขตการศึกษา
ขอบเขตดา้ นเนื้อหา
กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิชาคณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 6 เรอ่ื ง มาตราส่วน มาตรฐานที่

ค 1.1 ตวั ช้ีวดั ค 1.1 ป.6/3 และ ค 1.1 ป.6/11

ขอบเขตดา้ นประชากร
ประชากรในการดำเนินการ คอื นักเรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1
ปีการศึกษา 2565 ของโรงเรยี นบา้ นโปง่ นอ้ ย รวม 63 คน
กลมุ่ เปา้ หมายในการดำเนนิ การ คอื นักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6/2 ภาคเรยี นที่ 1
ปกี ารศึกษา 2565 ของโรงเรยี นบา้ นโป่งน้อย รวม 31 คน

ขอบเขตดา้ นระยะเวลา
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ระยะเวลา 1 สัปดาห์ จำนวน 4 ชั่วโมง 4 แผนการ
จดั การเรยี นรู้

4. กรอบแนวคดิ ในการพัฒนานวัตกรรม
การพัฒนานวัตกรรมเป็นการนำนวัตกรรมรูปแบบวิธีการจัดการเรียนรู้แบบ open

approach และ Bar Model มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ โดยได้จัดทำขึ้นมาเป็นนวัตกรรม การพัฒนา
ทกั ษะการแก้โจทย์ปญั หา เรือ่ ง มาตราส่วน โดยใช้ BO Model ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6/2
เพื่อพัฒนาให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพเชิงรูปธรรมให้มากขึ้น ดังนั้นการวางแผนดำเนินการ
นวัตกรรม BO Model นั้นต้องคำนึงถึงมาตรฐาน ตัวชี้วัด เรื่อง มาตราส่วน ในรายวิชาคณติ ศาสตร์
ของชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ open approach และการใช้บาร์โมเดล
Bar Model มาช่วยในการแก้โจทย์ปัญหา ซึ่งในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ open approach
ทงั้ หมด 4 ข้นั ตอน ซงึ่ สอดคล้องกบั (ไมตรี อนิ ทร์ประสิทธ.์ิ (2545).) คอื

นวตั กรรม BO Model ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 6 4

1. ขั้นนำเสนอปัญหาปลายเปิด ครูผู้สอนจะนำเสนอสถานการณ์ปัญหา พร้อมกับคำสั่งให้
นักเรยี น

2. การเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียน นักเรียนจะต้องเป็นผู้แก้ปัญหาสถานการณ์นั้นๆ
ตามคำสง่ั ของกิจกรรมดว้ ยตนเอง

3. การอภิปรายทัง้ ชั้นเรียน ครูผู้สอนจะเลือกเอาใบกิจกรรมของแต่ละกลุ่มมานำเสนอหน้า
ชั้นเรียนเพื่ออภิปรายร่วมกัน โดยครูผู้สอนจะเลือกจากแนวคิดที่ไม่ใกล้เคียงกับแนวคิดที่ถูกต้องมา
นำเสนอก่อน แลว้ จงึ คอ่ ยๆนำเสนอแนวคดิ ทเ่ี ข้าใกล้กับแนวคดิ ทีถ่ ูกตอ้ งไปจนถึงกล่มุ สุดท้ายคือกลุ่มที่
มีแนวคิดถกู ต้อง

4. การสรุปโดยเชื่อมโยงแนวคิดของนักเรียน ครูผู้สอนและนักเรียนจะเชื่อมโยงแนวคิดที่
ร่วมกันอภิปรายแล้วเห็นพร้อมกันว่าถูกต้องและเหมาะสมมาสรุปเป็นองค์ความรู้ของการจัดกิจกรรม
น้นั ๆ

และบาร์โมเดล (Bar Model) เป็นวิธีการการทำโจทย์ปญั หาโดยอาศัยการวาดรูปบาร์โมเดล
ซึ่งเป็นการใช้รูปภาพแท่งสี่เหลี่ยมผืนผ้า เป็นสัญลักษณ์แทนข้อมูลจากการแปลงจากโจทย์ปัญหา
ลักษณะสำคัญของบาร์โมเดล คือการวาด โดยวิเคราะห์หรือตีความจากโจทย์ปัญหา นำมาเชื่อมโยง
กบั ความคดิ และหลักการทางคณติ ศาสตร์ ( กรองทอง ไคริรี , 2554 : 1-2 )

จากข้อมูลทีไ่ ด้จากการศึกษาแนวคิด ทฤษฎี งานวิจยั เกี่ยวกบั การจัดการเรียนการสอนแบบ
open approach การใช้ Bar Model และได้ศึกษามาตรฐาน ตัวชี้วัด เรื่อง มาตราส่วนชั้น ป.6 จึง
นำมาสร้างแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบopen approach และมีการใช้
Bar Model มาช่วย โดยครูเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสอน จากผู้สอนเป็นผู้อำานวยความสะดวก
ให้กับผู้เรียน ครจู ัดเตรยี มสอ่ื และสภาพแวดลอ้ มใหน้ า่ เรียน ใช้คำาถามและคำพูดเพอ่ื กระตุ้นความคิด
นักเรียนมีอิสระทางความคิด กระตุ้นให้นักเรียนแก้ปัญหาได้หลากหลายและแตกต่างกัน ครูใช้การ
สังเกต การตรวจชิ้นงาน การนำาเสนอผลงานหน้าชั้นครูบันทึกสิ่งที่เกิดในชั้นเรียน ผู้ร่วมสังเกตการ
สอนบันทึกผลแล้วสะท้อนผล เพื่อติดตามระบบ ครูมีบทบาทร่วมสรุปและให้แนวความรู้เสริมบ้าง
ในช่วงทำากิจกรรม แต่จะเป็นนักเรียนลงมือเอง คิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย
เรอื่ ง บทบาทของครทู ีใ่ ชว้ ิธีการแบบเปิดในช้นั เรียนคณิตศาสตร์ (นายวิญญู ศรีบญุ เรือง, 2549)

จากการเปิดโอกาสทางการเรียนรู้ ทำาให้นักเรียนมีอิสระทางความคิด มีความเป็นตัวของ
ตัวเองสูง แตก่ ็ยังอยู่ภายใต้กฎระเบียบของห้อง นักเรยี นพดู มากข้นึ พร้อมๆ กับรับฟงั มากขึ้น ได้เรยี นรู้
กับเพื่อนไปพร้อม ๆ กับเข้าใจตนเอง เห็นความสามารถของผู้อื่นพอๆ กับรู้ว่าตนเองถนัดด้านใด
สามารถอธิบายสิ่งที่คิดแตกต่าง และประนีประนอมเมื่อขัดแย้งคุณลักษณะเหล่านี้ค้นพบได้จาก
กระบวนการทำงานเป็นกลุ่ม และมีครูคอยกระตุ้นให้นักเรียนค้นพบความเป็นอัจฉริยะของเขาเอง
การให้เวลานักเรยี นได้แก้ปัญหามากพอ ทำใหน้ ักเรยี นมีอสิ ระในการคิดเกดิ แนวความคดิ ทหี่ ลากหลาย

นวตั กรรม BO Model ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 5

ซึง่ สอดคล้องกบั งานวจิ ยั เร่ืองการประเมนิ ความสามารถเชิงสร้างสรรคท์ างคณติ ศาสตร์ ในสถานการณ์
การแกป้ ัญหาปลายเปดิ (วภิ าพร สทุ ธิอมั พร, 2549)

จากข้อมูลข้างต้นจึงได้มาเป็นแนวทางในการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนให้
นักเรียนได้พัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหา เรื่อง มาตราส่วน โดยใช้ BO Model ของนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ 6/2 ให้นักเรียนวิเคราะห์โจทย์ออกมาเป็นรูปธรรมด้วยใช้วิธีการวิเคราะห์โจทย์
ปญั หาออกมาในรูปของ บารโ์ มเดล (Bar Model) โดยผา่ นกจิ กรรมการเรียนรแู้ บบ open approach
ให้นักเรียนได้ร่วมทำกิจกรรมด้วยตนเอง ได้ทำกิจกรรมกลุ่ม ได้เสนอความคิดเห็นของตนเอง ออกมา
เปน็ แนวคดิ ของกลุ่ม จะทำใหน้ ักเรยี นเกิดทักษะการแกป้ ญั หามากย่งิ ขน้ึ
นยิ ามศพั ท์ BO Model

B = บาร์โมเดล (Bar Model) แบบจำลองทางคณติ ศาสตรท์ ี่มลี ักษณะเป็นแท่งรปู
สเ่ี หล่ยี มผนื ผ้า ซง่ึ ใช้อธิบายสถานการณ์ความสัมพันธ์ของขอ้ มูลตา่ ง ๆ โดยแทนปรมิ าณของขอ้ มลู หรอื
สิง่ ตา่ ง ๆ ท่ีใชใ้ นการวิเคราะห์ คำนวณ ตีความหมายจากโจทย์ปญั หา เพอื่ นำไปแก้ปญั หาทาง
คณติ ศาสตร์

O = การจัดการเรยี นรดู้ ว้ ยวธิ กี ารแบบ open approach ท้งั หมด 4 ข้นั ตอน คอื 1. การ
นำเสนอสถานการณ์ปลายเปดิ 2. การเรียนรู้ด้วยตวั เองของนักเรยี น 3. การอภปิ รายทง้ั ชน้ั เรียน
4. การสรุปโดยเชื่อมโยงแนวคิดของนกั เรยี น

นวัตกรรม BO Model ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 6 6

กรอบแนวคดิ ของนวตั กรรม

ศึกษาแนวคดิ ทฤษฎี วจิ ยั เกยี่ วกบั open approach และการใช้ Bar Model ศึกษามาตรฐาน ตวั ชีว้ ดั
เร่ือง มาตราสว่ น ชั้น ป.6

ออกแบบแผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้และเอกสารประกอบการเรยี นรู้ เรือ่ ง มาตราส่วน
ตรวจสอบคณุ ภาพเครอื่ งมอื โดยผเู้ ช่ยี วชาญหาความสอดคลอ้ ง (IOC) และทำการปรับปรงุ แกไ้ ข

นำแผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้และเอกสารประกอบการเรียนรู้ เรอ่ื ง มาตราสว่ น ไปทดลองใช้กบั นักเรียนชนั้ ป.6/1

นำกิจกรรมการเรียนรูแ้ บบopen approach ท้ัง 4 ขน้ั ตอน โดย
ใช้ Bar Model มาชว่ ยในการแก้โจทยป์ ญั หา เร่อื ง มาตราส่วน
ไปใช้กับนกั เรยี นชน้ั ป.6/2 ในนวตั กรรม BO Model

B = วิธีการวาดรูปบารโ์ มเดล Bar Model

O = การเรยี นรแู้ บบ open approach
1. การนำเสนอสถานการณ์
2. การเรยี นรดู้ ว้ ยตัวเอง
3. การอภปิ รายทัง้ ช้นั เรยี น
4. การสรปุ โดยเชอ่ื มโยงแนวคิด

1. ผลสมั ฤทธิ์ดา้ นการเรยี น เรอ่ื ง มาตราสว่ น ไมผ่ า่ น
2. ความพึงพอใจของผ้เู รียนทมี่ ีตอ่ การเรียนรู้แบบ ผ่าน

BO Model

สรุป อภปิ รายผล ขอ้ เสนอแนะ
นวัตกรรม BO Model ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 7

5. ขัน้ ตอน วธิ ีการสรา้ งหรอื พัฒนานวตั กรรม
นวตั กรรมนม้ี ีข้นั ตอน วธิ ีการสร้างหรอื พัฒนานวัตกรรม การพัฒนาทกั ษะการแก้โจทยป์ ัญหา

เรื่อง มาตราสว่ น โดยใช้ BO Model ของนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6 มีข้ันตอนดังนี้

การพฒั นากระบวนการสร้างนวัตกรรม มีวธิ กี ารดำเนนิ การ ดังน้ี
1. การสร้างแผนการจดั การเรียนรู้
1.1. ศึกษาหลกั สูตรการศึกษาข้นั พื้นฐานพุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
1.2. ศกึ ษาหลกั การจัดการเรียนร้แู บบ open approach และการใช้ Bar Model ในการแก้
โจทย์ปญั หา
1.3. วิเคราะห์สาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปี และคําอธิบายรายวิชาเพื่อ
เขยี นจดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
1.4. สร้างแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง มาตราส่วน จํานวน 4 แผน เป็นเวลา 4 ชั่วโมง ใน
แผนการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย เนื้อหา จุดประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้แบบ open
approach ส่ือการเรียนรู้และการประเมินผล
1.5. นําแผนการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่านตรวจสอบความถูกต้องและความ
เหมาะสมของเนือ้ หา จดุ ประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ สอื่ การเรียนรู้และการประเมินผล ซึ่ง
ผู้เชี่ยวชาญในด้านการสอนคณิตศาสตร์ตรวจสอบความถูกต้องและความเหมาะสมของเนื้อหา
จุดประสงค์การเรยี นรู้ กิจกรรมการเรยี นรู้ สอ่ื การเรียนรู้
1.6. ปรบั ปรุงแก้ไขตามคําแนะนาํ ของผู้เชี่ยวชาญก่อนนาํ ไปใช้กับกล่มุ เป้าหมาย
2. การสรา้ งแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ เรอ่ื ง มาตราส่วน
2.1. ศกึ ษาหลกั สตู รการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 กลุม่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
2.2. ศึกษา เนื้อหาเกี่ยวกับเรื่อง มาตราส่วน การเขียนและอ่านมาตราส่วน ความหมายของ
มาตราสว่ น
2.3. วิเคราะหส์ าระการเรียนรู้ ผลการเรยี นรทู้ ค่ี าดหวงั รายปี คําอธิบายรายวิชา จุดประสงค์
เชิงพฤตกิ รรม เพ่อื กำหนดแบบทดสอบ
2.4. สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ เรื่อง มาตราส่วน ก่อนเรียน และหลังเรียน เป็นแบบ
ปรนยั แบบเลือกตอบ จำนวน 4 ตัวเลือก
2.5. นําแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิเรื่อง มาตราส่วน ก่อนเรียน และหลังเรียน ให้ผู้เชี่ยวชาญ
3 ท่านตรวจสอบความถกู ต้องและความเหมาะสมของเนื้อหาของแบบทดสอบ
2.6. ปรับปรงุ แก้ไขตามคาํ แนะนาํ ของผู้เชี่ยวชาญก่อนนาํ ไปใช้กบั กลุม่ เป้าหมาย

นวัตกรรม BO Model ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 8

3. การสร้างแบบสอบถามความคดิ เหน็ ทมี่ ีตอ่ การเรียนร้แู บบ BO Model
3.1. ศกึ ษาแนวคดิ ทฤษฎี งานวจิ ยั ท่เี กีย่ วขอ้ งกบั การจดั การเรยี นรแู้ บบ open approach
3.2. สร้างแบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบ BO Model
โดยเปน็ แบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า (Rating Scale) จำนวน 5 ตวั เลอื ก 10 คำถาม
3.3. นําแบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้แบบ BO Model ให้
ผู้เชีย่ วชาญ 3 ท่านตรวจสอบความถูกต้องและความเหมาะสมของเนอื้ หาของแบบสอบถาม
3.4. ปรับปรุงแกไ้ ขตามคาํ แนะนําของผูเ้ ช่ียวชาญกอ่ นนาํ ไปใช้กับกล่มุ เปา้ หมาย

6. การหาคณุ ภาพของนวัตกรรม
ผู้จัดทำได้นำแบบทดสอบก่อนเรียน/หลังเรียน และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน

ต่อนวัตกรรมพร้อมทั้งวัตถุประสงค์ของการพัฒนานวัตกรรม นำเสนอผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบว่าสื่อ/
นวัตกรรมที่ได้สร้างมาดี เหมาะสม ใช้ได้หรือไม่ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หรือเจตนาของผู้สร้าง

หรือไม่ จำนวน 3 ทา่ น คอื

- นางรชั รารยี ์ ขตั ยิ ศ ครชู ำนาญการพิเศษ สอนคณิตศาสตร์ระดับชัน้

ประถมศกึ ษาปีท่ี 1

โรงเรยี นบา้ นโปง่ นอ้ ย

- นางสกุ ญั ญา จยิ ะวรนันท์ ครู สอนคณติ ศาสตร์ระดบั ชนั้

- นางวราภรณ์ เซน็ เสถียร ครชู ำนาญการพเิ ศษ มธั ยมศึกษาตอนต้น
โรงเรยี นบา้ นโปง่ น้อย
หัวหน้างานวชิ าการ

โรงเรยี นบา้ นโปง่ น้อย

1. แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน เร่ือง มาตราสว่ น กอ่ นเรียนและหลงั เรยี นโดยใช้

ประเมินผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นก่อนและหลังการเรียนรู้ดว้ ยนวตั กรรม BO Model ของนักเรยี น

แบบปรนยั จาํ นวน 10 ข้อ นาํ ข้อคิดเหน็ ของผเู้ ชย่ี วชาญมาหาค่าดชั นคี วามสอดคลอ้ ง( IOC) โดยใช้

เกณฑ์ในการ พิจารณาดังนี้ (มาเรยี ม นิลพนั ธ์ุ 2549:177) ซึง่ ได้ค่า IOC อยูร่ ะหว่าง 0.66 -1.00 ถือว่า

ผ่านเกณฑ์
+1 เมอื่ แน่ใจว่าข้อคาํ ถามของแบบทดสอบความคดิ เห็นมคี วามสอดคลอ้ งกับจดุ ประสงค์

0 เมอ่ื ไมแ่ น่ใจวา่ ขอ้ คาํ ถามของแบบทดสอบความคดิ เห็นมคี วามสอดคลอ้ งกับจดุ ประสงค์

-1 เมือ่ แนใ่ จวา่ ข้อคําถามของแบบทดสอบความคิดเหน็ ไมม่ ีความสอดคลอ้ งกบั จุดประสงค์

นวัตกรรม BO Model ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 6 9

ตารางที่ 1 หาคา่ ดชั นีความสอดคล้อง( IOC) ของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น

ข้อ รายการประเมนิ ผู้เชีย่ วชาญ ความหมาย
ท่ี IOC

1 23

ห้องประชมุ วดั ความยาวได้ 17 เมตร กว้าง 10 +1 +1 +1 1 มคี วามสอดคลอ้ ง
1 เมตร ถ้าเขียนรปู ห้องประชมุ โดยใช้มาตราสว่ น

1 ซม. : 1 ม. ความยาวรอบรปู กี่เซนตเิ มตรเท่าไร

สนามกีฬาแห่งหน่งึ วัดความยาวได้ 3,250

เซนตเิ มตร วัดความกว้างได้ 2,250 เซนติเมตร +1 +1 +1 1 มีความสอดคลอ้ ง
2 ถ้าเขยี นรูปสนามกีฬา โดยใชม้ าตราสว่ น

1 : 250 ความยาวในรปู จะมคี วามยาวและ

ความกวา้ งเท่าไร

รปู บ้านหลังหนึง่ วัดความสูงจากพน้ื ถงึ หลังคาได้ +1 +1 +1 1 มคี วามสอดคลอ้ ง
3 5 เซนตเิ มตร ถ้ารูปนใี้ ช้มาตราส่วน

1 ซม. : 1 ม. บ้านหลงั นสี้ ูงก่ีเมตร

รูปสนามหญา้ หนา้ บา้ นวัดสว่ นกว้างทส่ี ุดได้ +1 +1 +1 1 มคี วามสอดคลอ้ ง
4 4 ซม. ถา้ รูปน้ีใชม้ าตราสว่ น 1 ซม. : 2 วา

สว่ นกว้างทส่ี ดุ ของสนามหญา้ นย้ี าวกี่วา

รปู สระนำ้ แห่งหน่ึงวดั ความยาวได้ 15 ซม.

5. วัดความกว้างได้ 12 ซม. ถ้ารปู นีใ้ ช้มาตราสว่ น +1 +1 +1 1 มคี วามสอดคลอ้ ง
1 : 300 สระนำ้ แหง่ นีม้ ีความยาวและความกว้าง

กเ่ี มตร

รปู สวนสนกุ วดั ความกว้างได้ 7 ซม. ยาว 9 ซม.
6 ถ้ารูปนใี้ ช้มาตราส่วน 1 : 800 สวนสนกุ จะมคี วาม +1 +1 +1 1 มีความสอดคลอ้ ง

กว้างกี่เมตร ความยาวกเี่ มตร

หากระยะทางในแผนที่ 1 ซม. แทนระยะทาง +1 +1 +1 1 มีความสอดคลอ้ ง
7 จริง 30 กม. จะเขียนเปน็ มาตราส่วนได้วา่

อยา่ งไร

8 วัดระยะทางบนแผนที่ได้ 5ซม.คำนวณระยะทาง +1 +1 +1 1 มคี วามสอดคลอ้ ง
จริงได้ 1 กโิ ลเมตร แผนทีฉ่ บับน้ีมมี าตราสว่ นเทา่ ใด

นวัตกรรม BO Model ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 10

ข้อ ผเู้ ชี่ยวชาญ ความหมาย
ที่ รายการประเมิน IOC

ระยะทางจากจดุ เริม่ ตน้ ไปยังคา่ ยลกู เสอื 1 23
เปน็ ระยะทางก่ีกโิ ลเมตร กี่เมตร

9 +1 +1 +1 1 มคี วามสอดคลอ้ ง

วดั ระยะทางบนแผนทีม่ าตราส่วน 1 : 80,000 +1 +1 +1 1 มคี วามสอดคลอ้ ง
10 ได้ 12 ซม. คิดเป็นระยะทางบนภมู ปิ ระเทศเป็น

ระยะทางเท่าใด

2.แบบสอบถามความความคิดเห็นของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/2 ที่มีต่อการจัดการ
เรียนรแู้ บบรว่ มมือ โดยนำข้อคิดเห็นของผเู้ ชี่ยวชาญมาหาคา่ ดชั นีความสอดคล้อง( IOC) โดยใช้เกณฑ์
ในการพิจารณาดังนี้ (มาเรียม นิลพันธุ์ 2549:177) ซึ่งได้ค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.67-1.00 ถือว่า ผ่าน
เกณฑ์

+1 เม่ือแนใ่ จวา่ ข้อคาํ ถามของแบบสอบถามความคดิ เหน็ มคี วามสอดคลอ้ งกบั จุดประสงค์
0 เม่อื ไม่แน่ใจว่าขอ้ คําถามของแบบสอบถามความคดิ เหน็ มีความสอดคลอ้ งกับจุดประสงค์
-1 เมอื่ แน่ใจว่าข้อคําถามของแบบสอบถามความคิดเห็นไม่มคี วามสอดคล้องกบั จดุ ประสงค์

นวัตกรรม BO Model ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 11

ตารางท่ี 2 หาคา่ ดัชนคี วามสอดคล้อง( IOC) ของแบบสอบถามความพงึ พอใจของนกั เรยี น

ขอ้ ท่ี รายการประเมิน ผ้เู ชย่ี วชาญ IOC ความหมาย
123

1. เปน็ กจิ กรรมที่สนุกสนาน +1 +1 +1 1 นำไปใชไ้ ด้

2. ทำใหม้ คี วามร้คู วามเข้าใจในเรื่อง +1 +1 +1 1 นำไปใชไ้ ด้
มาตราส่วน

3. ช่วยให้มีความเขา้ ใจในการแก้โจทย์ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้
ปัญหาเรือ่ งมาตราสว่ นได้

4. เป็นกิจกรรมทไี่ ด้ลงมอื ทำกจิ กรรมดว้ ย +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้
ตนเอง
0 +1 +1 0.66 นำไปใชไ้ ด้
5. รูส้ ึกต่นื เต้นทุกคร้ังทม่ี กี จิ กรรม +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้
+1 +1 0 0.66 นำไปใช้ได้
6. ช่วยส่งเสรมิ ใหท้ ำงานเป็นกลมุ่
+1 +1 +1 1 นำไปใชไ้ ด้
7. มีความรบั ผดิ ชอบต่อตนเองและกลมุ่
+1 +1 0 0.66 นำไปใช้ได้
8. ช่วยส่งเสรมิ ให้ผเู้ รียนไดแ้ ลกเปลย่ี น +1 +1 +1 1 นำไปใชไ้ ด้
ความคดิ เห็น

9. มีความกระตอื รอื รน้ ในการเรยี น

10. ชอบครผู สู้ อน

3.แผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยนำข้อคิดเห็นของ
ผู้เชี่ยวชาญมาหาค่าดัชนีความสอดคล้อง( IOC) โดยใช้เกณฑ์ในการพิจารณาดังนี้ (มาเรียม นิลพันธุ์
2549:177) ซ่ึงได้ค่า IOC อย่รู ะหว่าง 0.67-1.00 ถอื ว่า ผา่ นเกณฑ์

+1 เมื่อแน่ใจว่าข้อคําถามของแบบสอบถามความคิดเห็นมคี วามสอดคลอ้ งกับ

จุดประสงค์

0 เมอ่ื ไม่แน่ใจวา่ ข้อคาํ ถามของแบบสอบถามความคดิ เหน็ มคี วามสอดคลอ้ งกับ

จุดประสงค์

-1 เม่อื แน่ใจวา่ ข้อคาํ ถามของแบบสอบถามความคดิ เห็นไมม่ ีความสอดคล้องกับ

จุดประสงค์

นวัตกรรม BO Model ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 12

ตารางที่ 3 หาค่าดัชนีความสอดคล้อง( IOC) ของแผนการจัดการเรยี นการสอน

ขอ้ ที่ รายการประเมิน ผเู้ ชย่ี วชาญ ความหมาย
IOC
นำไปใชไ้ ด้
123 นำไปใช้ได้
นำไปใชไ้ ด้
1 ความสอดคลอ้ งเหมาะสมกับ +1 +1 +1 1 นำไปใช้ได้
มาตรฐาน ตวั ชี้วดั 1 นำไปใชไ้ ด้
1 นำไปใชไ้ ด้
2 ความสอดคลอ้ งเหมาะสมกบั +1 +1 +1 1 นำไปใชไ้ ด้
ธรรมชาติวชิ า 1 นำไปใชไ้ ด้
1 นำไปใชไ้ ด้
3 ความสอดคลอ้ งเหมาะสมกบั วยั +1 +1 +1 1 นำไปใชไ้ ด้
ของผู้เรยี น 1
1
4 ความสอดคลอ้ งเหมาะสมกับสภาพ +1 +1 +1 1
ปัจจบุ นั

5. ความเหมาะสมตอ่ +1 +1 +1
กระบวนการพฒั นาผเู้ รยี น

6. ความเหมาะสมของเน้ือหา +1 +1 +1

7. ความเหมาะสมกับบริบทใน +1 +1 +1
สถานศกึ ษา

8. ความเหมาะสมของการใชภ้ าษากบั +1 +1 +1
ระดบั ชนั้ ของผเู้ รยี น

9. ความเหมาะสมกบั ความสนใจของ +1 +1 +1
ผู้เรยี น

10 ความเหมาะสมของรปู แบบ +1 +1 +1

นวตั กรรม BO Model ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 13

7. การนำนวัตกรรมไปใชใ้ นการพฒั นา/แกป้ ัญหา
กจิ กรรมการเรยี นรู้แบบ BO Model เรือ่ ง มาตราส่วน ของนกั เรียนชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6/2

โรงเรยี นบ้านโปง่ น้อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวดั เชยี งใหม่ มีข้ันตอนดังนี้
1. ทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน
2. จดั การเรียนการสอนแบบ open approach ท้งั หมด 4 ขั้นตอน ดงั นี้
2.1 ขัน้ นำเสนอสถานการณ์ คือ การจดั กิจกรรมการเรียนรโู้ ดยใช้สถานการณป์ ญั หา

โดยครูผู้สอนจะกำหนดสถานการณ์ปัญหา เรื่อง มาตราส่วน และให้คำสั่งของกิจกรรมเพื่อกระตุ้น
นกั เรยี นใหน้ ักเรียนแกป้ ัญหาดว้ ยตนเอง

2.2 ขัน้ ลงมือทำกิจกรรมและเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง คือ นกั เรยี นทำงานรว่ มกับเพอ่ื น
โดยแบ่งเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 2 คน ช่วยกันหาคำตอบของคำสั่งจากสถานการณ์ปัญหาที่ครูกำหนดให้
โดยใช้การวาดรูปบาร์โมเดล ( Bar Model ) เข้ามาช่วยในการแก้ปัญหาสถานการณ์นั้น ๆ โดยมีครู
คอยกระตุ้นในการทำกจิ กรรม

2.3 ขนั้ อภิปรายและเปรยี บเทยี บรว่ มกันท้งั ชนั้ เรียน คอื การนำเสนอใบกิจกรรม
ของนักเรียนแต่ละกลุ่ม หน้าชั้นเรียนเพื่ออภิปราย โดยครูผู้สอนจะเลือกเอานักเรียนกลุ่มตัวอย่างมา
นำเสนอหน้าชั้นเรยี น 3-5 กลุ่ม โดยครูผู้สอนจะเลอื กจากแนวคิดทีไ่ ม่ใกลเ้ คียงกับแนวคดิ ที่ถกู ตอ้ งมา
นำเสนอกอ่ น แล้วจงึ คอ่ ยๆนำเสนอแนวคดิ ทเี่ ขา้ ใกล้กับแนวคิดที่ถูกตอ้ งไปจนถึงกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มท่ี
มแี นวคดิ ถกู ตอ้ ง เพอ่ื ใหน้ กั เรียนเกิดการเปรียบเทียบแนวคิดตา่ ง ๆ

2.4 ขน้ั สรปุ บทเรียนจากการเชื่อมโยงแนวคิดของนกั เรยี นทีเ่ กิดข้ึนในชนั้ เรยี น คือ
จากแนวคิดของนักเรียนที่ได้อภิปรายและเปรียบเทียบกันไปแล้ว นักเรียนและครูก็จะร่วมกันสรุป
แนวคิดเหลา่ นนั้ เปน็ คิดรวบยอดเพ่อื เป็นความรู้ใหน้ ักเรยี นไปใชไ้ ดใ้ นลำดบั ตอ่ ไป

3. ทำแบบทดสอบหลงั เรยี น
4. ทำแบบแบบสอบถามความพงึ พอใจท่ีมตี ่อการจัดกจิ กรรมการเรียนรูแ้ บบ BO Model
5. สะทอ้ นผล สรปุ ผล ข้อเสนอแนะ

นวตั กรรม BO Model ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 14

8. ผลการใช้นวตั กรรม
การนำนวัตกรรมไปใช้ในการพัฒนากับกลุ่มเป้าหมายนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/2

จำนวน 31 คน ที่กำหนดไว้ทำการเก็บข้อมูลครบตรงตามวัตถุประสงค์ และตามกรอบเวลาที่กำหนด
ขอ้ มูลโดยแบง่ เปน็ 2 ตอน ดังตอ่ ไปนี้

ในการจดั ทำนวัตกรรมครงั้ นมี้ วี ัตถปุ ระสงค์
ตอนท่ี 1 เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิ เรื่อง มาตราส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/2
ก่อนและหลงั การจัดการเรยี นรดู้ ว้ ยนวตั กรรม BO Model
การเปรยี บเทยี บผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น เรอ่ื งมาตราสว่ น ของนกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี
6/2 ท่ีไดร้ ับการจัดการเรยี นรู้ผ่านนวัตกรรม BO Model ทั้งก่อนและหลงั เรยี น แล้วนําขอ้ มลู มา
วิเคราะห์ข้อมลู ทางสถติ ิปรากฏผลตามทแ่ี สดงไวใ้ นตารางท่ดี งั นี้

ตารางที่ 4 เปรียบเทยี บผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น ก่อนเรยี น - หลงั เรยี น

ลำดบั ท่ี คะแนนกอ่ นเรยี น T - Score คะแนนหลังเรียน T - Score
( 10 ) ( 10 )
34.90
1 2 34.12 7 34.90
34.90
2 1 33.97 7 35.05
35.36
3 1 33.97 7 34.90
35.21
4 2 34.12 8 35.21
34.90
5 5 34.59 10 34.90
35.21
6 3 34.28 7 34.74
35.21
7 4 34.43 9 34.90
34.90
8 3 34.28 9 35.36

9 1 33.97 7

10 2 34.12 7

11 2 34.12 9

12 1 33.97 6

13 4 34.43 9

14 2 34.12 7

15 2 34.12 7

16 5 34.59 10

นวัตกรรม BO Model ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 15

ลำดับที่ คะแนนกอ่ นเรยี น T - Score คะแนนหลงั เรยี น T - Score
( 10 ) ( 10 )
17 2 34.12 7 34.90
18 2 34.12 7 34.90
19 3 34.28 7 34.90
20 4 34.43 9 35.21
21 3 34.28 7 34.90
22 4 34.43 9 35.21
23 1 33.97 7 34.90
24 3 34.28 7 34.90
25 3 34.28 7 34.90
26 1 33.97 7 34.90
27 1 33.97 7 34.90
28 5 34.59 10 35.36
29 3 34.28 6 34.74
30 2 34.12 7 34.90
31 3 34.28 7 34.90

คะแนนทเี ฉล่ยี (Average T Score) ของผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นกอ่ นเรยี น = 41.03
คะแนนทเี ฉลี่ย (Average T Score) ของผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นหลงั เรยี น = 58.97
รอ้ ยละของคะแนนทีเฉลย่ี ทเี่ พมิ่ ขึ้น= 43.72

นวัตกรรม BO Model ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6 16

ตารางท่ี 5 เปรียบเทยี บผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน กอ่ นเรยี น – หลังเรยี น และรอ้ ยละของ

ความก้าวหนา้

คะแนน คะแนนกอ่ นเรยี น คะแนนหลงั เรยี น คะแนนความกา้ วหนา้

คะแนนเต็ม 310 310 -
คะแนนรวม 80 237 157
คะแนนเฉลยี่ 2.58 7.65 5.07

คะแนนร้อยละ 25.81 76.45 50.64

จากตาราง คะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง มาตราส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา
ปีที่ 6/2 โรงเรียนบ้านโป่งน้อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากได้รับการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้แบบ BO Model จำนวน 31 คน พบว่าคะแนนแบบทดสอบก่อนเรียน ได้ 80
คะแนน จากคะแนนเต็ม 310 คะแนน มีคะแนนเฉลี่ย 2.58 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 25.81 ทำ
คะแนนแบบทดสอบหลังเรยี น ได้ 237 คะแนน จากคะแนนเตม็ 310 คะแนน มีคะแนนเฉลี่ย 7.65
คะแนน คดิ เป็นร้อยละ 76.45 มีความก้าวหน้า 157 คะแนน มีคะแนนเฉล่ยี 5.07 คะแนน คดิ
เปน็ ร้อยละ 50.64 นกั เรยี นช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 6/2 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลงั เรียนสงู ข้นึ

ตอนท่ี 2 เพื่อศึกษาความพงึ พอใจของนกั เรยี นช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 6 โรงเรียนบา้ นโป่ง
น้อย ที่มตี ่อวธิ กี ารจัดกิจกรรมการเรยี นรแู้ บบ BO Model

เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/2 โรงเรียนบ้าน
โป่งนอ้ ย อำเภอเมอื งเชยี งใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ทม่ี ตี ่อวธิ ีการจดั กิจกรรมการเรียนรแู้ บบ BO Model
โดยแบ่งเป็น 2 ตอน ดงั นี้

ตารางท่ี 6 ผลการศกึ ษาความคิดเหน็ ของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปที ี่ 6/2 ทมี่ ตี ่อการจัดการ

เรยี นรู้ผ่านนวตั กรรม BO Model

ท่ี ความพงึ พอใจของผรู้ ว่ มกิจกรรม ̅ ระดับ
. . ความพงึ พอใจ
1 เปน็ กจิ กรรมท่ีสนกุ สนาน 4.52 0.67 มากทส่ี ดุ
2 ทำใหม้ ีความรคู้ วามเข้าใจในเรอื่ ง มาตราสว่ น 4.58 0.66 มากที่สดุ
3 ช่วยให้มีความเข้าใจในการแก้โจทย์ปัญหา 4.55 0.66 มากที่สุด

เร่อื งมาตราสว่ นได้ 4.48 0.37 มากท่ีสุด
4 เป็นกจิ กรรมท่ไี ด้ลงมือทำกจิ กรรมด้วยตนเอง

นวตั กรรม BO Model ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6 17

ท่ี ความพงึ พอใจของผรู้ ว่ มกจิ กรรม ̅ ระดบั
. . ความพึงพอใจ
5 รู้สึกต่ืนเต้นทุกคร้ังท่มี กี ิจกรรม 4.19 1.23 มาก
6 ชว่ ยสง่ เสรมิ ให้ทำงานเป็นกลมุ่ 4.61 0.66 มากท่ีสดุ
7 มคี วามรบั ผิดชอบตอ่ ตนเองและกลุ่ม 4.52 0.71 มากที่สดุ
8 ช่วยส่งเสรมิ ให้ผเู้ รยี นได้แลกเปลี่ยนความ 4.77 0.42 มากที่สุด

คดิ เหน็ 4.09 1.26 มาก
9 มคี วามกระตือรือร้นในการเรยี น 4.53 0.61 มากท่สี ดุ
10 ชอบครูผสู้ อน 4.52 0.81 มากที่สุด

เฉลี่ยรวม

จากตาราง ผลปรากฏว่า ความพงึ พอใจของนกั เรยี นช้ันประถมศึกษาปีที่ 6/2 ท่ีมีต่อวิธีการ
จดั กจิ กรรมการเรยี นรูแ้ บบ BO Model โดยนักเรยี นมคี วามพงึ พอใจตอ่ วธิ ีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
แบบ BO Model ในความพึงพอใจ มีคะแนนรวมเฉลี่ย 4.52 คะแนน อยู่ในระดับมากที่สุด
ประเด็นที่มีค่าเฉลี่ยคะแนนมากที่สุดคือ ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น มีคะแนน
เฉลี่ย 4.77 คะแนน อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือ ช่วยส่งเสริมให้ทำงานเป็นกลุ่ม มีคะแนน
เฉล่ีย 4.61 คะแนน อยูใ่ นระดับมากทส่ี ดุ รองลงมาคือ ทำให้มีความร้คู วามเขา้ ใจในเร่อื ง มาตราสว่ น
มีคะแนนเฉล่ีย 4.58 คะแนน อยู่ในระดบั มากทส่ี ุด รองลงมาคอื ช่วยใหม้ ีความเขา้ ใจในการแก้โจทย์
ปัญหาเรื่องมาตราส่วนได้ มีคะแนนเฉล่ีย 4.55 คะแนน อยู่ในระดับมากที่สดุ รองลงมาคือ มีชอบ
ครูผู้สอน มีคะแนนเฉลี่ย 4.53 คะแนน อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือ เป็นกิจกรรมที่
สนุกสนาน และมีความรับผิดชอบต่อตนเองและกลุ่ม คะแนนเฉลี่ย 4.52 คะแนน อยู่ในระดับมาก
ที่สุด รองลงมาคือ เป็นกิจกรรมที่ไดล้ งมือทำกิจกรรมด้วยตนเอง มีคะแนนเฉลี่ย 4.48 คะแนน อยู่
ในระดับมากทีส่ ุด รองลงมาคอื รู้สึกต่นื เต้นทกุ ครั้งทมี่ ีกจิ กรรม มคี ะแนนเฉล่ีย 4.19 คะแนน อยใู่ น
ระดับมาก รองลงมาคอื มีความกระตือรือร้นในการเรียน มีคะแนนเฉล่ีย 4.09 คะแนน อยู่ในระดับ
มาก

9. สรปุ ผลการใช้นวตั กรรม
จากการใช้นวัตกรรม BO Model มาจดั การเรียนการสอนในวชิ าคณิตศาสตร์ เร่อื ง มาตรา

สว่ น ใชใ้ บกิจกรรม และทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นก่อนเรียนและหลงั เรียน สอบถามความพงึ
พอใจหลงั จากที่ไดเ้ รียนรูโ้ ดยใช้นวตั กรรม BO Model สรปุ ผลการใชน้ วัตกรรมดงั กลา่ ว ดังนี้

นวตั กรรม BO Model ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 18

1. นักเรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6/2 มผี ลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น วชิ าคณิตศาสตร์ เรื่อง
มาตราสว่ น หลงั เรยี นสูงกว่ากอ่ นเรยี น

2. นักเรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6/2 มคี วามพึงพอใจตอ่ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ของครู
ดว้ ยนวัตกรรม BO Model ในระดบั มากท่ีสุด

11. การอภปิ รายผล
จากผลสรุปการนำนวัตกรรม BO Model ไปจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ เรอื่ ง มาตราสว่ น

อภิปรายผลได้ดงั น้ี
1. การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกอ่ นเรยี น มีนักเรียนจำนวน 28 คนที่คะแนนไม่ผ่านเกณฑ์

คิดเป็นร้อยละ 90.32 แต่เมื่อได้รับการเรียนรู้ผ่านนวัตกรรม BO Model ผ่านใบกิจกรรมและการ
นำเสนอหน้าชั้นเรียน โดยใช้การวาดรูปบาร์โมเดล (Bar Model) พบว่าการทดสอบผลสัมฤทธิ์หลัง
เรียน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/2 จำนวน 31 คน มีผลสัมฤทธิ์ที่สูงขึ้น แสดงให้เห็นถึง
ความสำเร็จในการนำนวัตกรรม BO Model มาจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการแก้โจทย์ปัญหา
เรื่อง มาตราส่วน ซึ่งวอดคล้องกับ ( กรองทอง ไคริรี , 2554 : 1-2 ) กระบวนการแก้โจทย์ปัญหา
คณิตศาสตร์โดยใช้การวาดรูปบาร์โมเดลเป็นยุทธวิธีการทำโจทย์ปัญหาอย่างหนึ่งที่ทำให้นักเรียนคิด
วิเคราะห์ข้อความจากโจทย์ปัญหานำมาเชื่อมโยงกับความคิดวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์ของผู้เรียน
แล้ววาดออกมาเปน็ รูปบาร์โมเดล ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนเข้าใจเกิดความคิดรวบยอดและสามารถสร้าง
องค์ความรู้ด้วยตนเอง ทำให้นักเรียนสามารถทำโจทย์ปัญหาได้อย่างง่ายและถูกต้อง และสอดคล้อง
กับงานวิจัยเรื่อง บทบาทของครูที่ใช้วิธีการแบบเปิดในชั้นเรียนคณิตศาสตร์ (นายวิญญู ศรีบุญเรือง ,
2549) ครูเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสอน จากผู้สอนเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้กับผู้เรียน ครู
จัดเตรยี มสือ่ และสภาพแวดลอ้ มให้นา่ เรียน ใช้คำถามและคำพูดเพื่อกระตุ้นความคิด นักเรียนมีอิสระ
ทางความคิด กระตุ้นให้นักเรียนแก้ปัญหาได้หลากหลายและแตกต่างกัน ครูใช้การสังเกต การตรวจ
ชิ้นงาน การนำ เสนอผลงานหน้าชัน้ ครูบันทกึ สิ่งทีเ่ กิดในชั้นเรียน ผู้ร่วมสังเกตการสอนบันทึกผลแล้ว
สะท้อนผล เพื่อติดตามระบบ ครูมีบทบาทร่วมสรุปและให้แนวความรู้เสริมบ้างในชว่ งทำกิจกรรม แต่
จะเป็นนักเรียนลงมือเอง คดิ แก้ปัญหาดว้ ยตนเอง

2. จากการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ของครูเรื่อง มาตราส่วน
ด้วยนวัตกรรม BO Model นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/2 โรงเรียนบ้านโป่งน้อย สำนักงานเขต
พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1 พบว่ามีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับ
มากที่สุด ทั้งนี้เป็นเพราะครูมีความกระตือรือร้นในการวางแผนการจัดการเรียนรู้ มีความตั้งใจที่จะ
พัฒนาทักษะของนักเรียน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแก่ตัวผู้เรียน การจัดทำสื่อการเรียนรู้ท่ีเน้นให้
ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติหาคำตอบด้วยตัวเอง ความน่าสนใจในกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก Active

นวัตกรรม BO Model ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 6 19

Learning การวัดผลประเมนิ ผลท่เี นน้ แนวคิดของนักเรียน ส่งิ สำคญั ทส่ี ุดคอื ครูใหค้ วามสนใจนักเรยี น
อยา่ งทัว่ ถงึ และใหก้ ำลงั ใจนักเรยี นอย่างใกลช้ ิด
11. ขอ้ เสนอแนะเพอ่ื การพฒั นาตอ่ ยอดนวัตกรรม

ขอ้ เสนอแนะในการนำนวตั กรรมไปใช้
การพฒั นาผลสัมฤทธิท์ างการเรียน วชิ าคณิตศาสตร์ เรอื่ ง มาตราสว่ น ของนกั เรียนชน้ั
ประถมศึกษาปที ่ี 6 โดยใช้ BO Model เป็นแนวทางใหผ้ ทู้ ส่ี นใจที่มีปญั หาเกีย่ วกบั การแก้โจทย์
ปญั หา เรอ่ื ง มาตราสว่ น ได้นำเอาขอ้ ค้นพบไปใชใ้ นการแก้ไขปญั หาในสถานศกึ ษาของตนเอง เพอ่ื ให้
นกั เรยี นได้วเิ คราะห์โจทยอ์ อกมาเป็นรูปธรรมมากยิง่ ขึ้น
ขอ้ เสนอแนะในการพฒั นานวตั กรรมคร้งั ตอ่ ไป
เป็นแนวทางในการสร้างนวตั กรรมทจ่ี ะมาแก้ปญั หาเรอ่ื ง รอ้ ยละและอตั ราสว่ น

12. ผลกระทบของการนำนวตั กรรมไปใช้
1. นักเรยี นสามารถนำความรทู้ ีไ่ ดจ้ ากการจัดกจิ กรรม เรอื่ ง มาตราส่วน ไปประยุกต์ใช้ใน

ชวี ิตประจำวนั ได้
2. นกั เรยี นมีเจตคติที่ดตี อ่ การเรยี นวชิ าคณิตศาสตร์ และการทำงานรว่ มกบั ผ้อู นื่

13. การเผยแพร่
1. เผยแพรน่ วัตกรรมโดยเผยแพร่รายงานการจัดทำนวตั กรรม แผนการจัดการเรียนรู้

รูปภาพกิจกรรม ลงบนเวป็ ไซต์ โรงเรียนบ้านโปง่ นอ้ ย

นวัตกรรม BO Model ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6 20

2. เผยแพร่นวัตกรรมโดยเผยแพร่รายงานการจัดทำนวตั กรรม แผนการจดั การเรียนรู้
รูปภาพกจิ กรรม ลงบน facebook โรงเรยี นบา้ นโป่งน้อย

3. เผยแพร่นวตั กรรม ใหก้ บั โรงเรียนบา้ นแม่เหียะสามัคคี ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมือง
เชียงใหม่

นวัตกรรม BO Model ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 6 21

4. เผยแพร่นวัตกรรม ให้กบั โรงเรยี นวดั ปา่ ขอ่ ยใต้ ตำบลสนั ผีเสอื้ อำเภอเมอื ง เชยี งใหม่

14. เอกสารอา้ งอิง
นิวัฒน์ สาระขันธ์. (2545). กจิ กรรมเสริมความคดิ เรียนคณติ ให้สนุก.วารสารวชิ าการ, 5(3),45.
กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2551). หลักสตู รการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551: กรงุ เทพฯ:

กระทรวงฯ.
ไมตรี อนิ ทรป์ ระสทิ ธ.์ิ (2545). เอกสารโครงการพัฒนาวิชาชีพครคู ณติ ศาสตรด์ ว้ ยนวตั กรรมการศึกษา

ชั้นเรยี นและวธิ ีการแบบเปดิ เอกสารประกอบการสัมมนา ณ โรงแรมโฆษะ จังหวดั ขอนแกน่
2552. ขอนแก่น: ศูนย์วจิ ัยคณติ ศาสตร์ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น.
กรองทอง ไครริ ี. (2554). แบบฝึกการแก้โจทย์ปัญหาคณติ ศาสตรโ์ ดยใชบ้ าร์โมเดล ชนั้ ประถมศกึ ษา
ปที ่ี 4. กรงุ เทพฯ: เอทีมบสิ ซเิ นส.
วญิ ญู ศรีบญุ เรอื ง. 2549 บทบาทของครทู ีใ่ ช้วธิ กี ารแบบเปดิ ในช้นั เรยี นคณติ ศาสตร์ วทิ ยานิพนธ์
ปริญญาศกึ ษาศาสตรม์ หาบณั ฑติ (สาขาวิชาคณิตศาสตรศ์ ึกษา บณั ฑติ วทิ ยาลยั )
มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ .

นวตั กรรม BO Model ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 22

ภาคผนวก

นวตั กรรม BO Model ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 23

แบบทดสอบ กอ่ น - หลงั เรียน

เรือ่ ง มาตราส่วน ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6

คำชแ้ี จง ให้นกั เรียนเลอื กคำตอบทถ่ี ูกต้องทีส่ ุดเพยี งคำตอบเดียว

1. ห้องประชมุ วัดความยาวได้ 17 เมตร กว้าง 10 5. รูปสระนำ้ แห่งหนงึ่ วัดความยาวได้ 15 ซม.
วดั ความกวา้ งได้ 12 ซม. ถ้ารปู นี้ใชม้ าตรา
เมตร ถา้ เขยี นรูปหอ้ งประชมุ โดยใช้มาตราส่วน สว่ น 1 : 300 สระน้ำแหง่ น้มี คี วามยาวและ
ความกวา้ งกเ่ี มตร
1 ซม. : 1 ม. ความยาวรอบรปู กเ่ี ซนตเิ มตรเทา่ ไร
ก. ยาว 45 ม. กว้าง 36 ม.
ก. 27 เซนตเิ มตร ข. 27 เมตร ข. ยาว 35 ม. กวา้ ง 24 ม.
ค. ยาว 25 ม. กว้าง 22 ม.
ค. 54 เซนตเิ มตร ง. 54 เมตร ง. ยาว 15 ม. กวา้ ง 12 ม.

2. สนามกฬี าแห่งหนึ่งวัดความยาวได้ 3,250 6. รปู สวนสนุกวัดความกวา้ งได้ 7 ซม. ยาว
เซนตเิ มตร วดั ความกวา้ งได้ 2,250 เซนตเิ มตร 9ซม. ถ้ารปู น้ใี ชม้ าตราสว่ น 1 : 800 สวน
ถ้าเขยี นรูปสนามกีฬา โดยใชม้ าตราสว่ น สนุกจะมคี วามกว้างกเี่ มตร ความยาวกเี่ มตร
1 : 250 ความยาวในรูปจะมคี วามยาวและ
ความกวา้ งเทา่ ไร ก. ยาว 7,200 ม. กวา้ ง 5,600 ม.
ข. ยาว 720 ม. กว้าง 560 ม.
ก. ยาว 13 ซม. กว้าง 9 ซม. ค. ยาว 72 ม. กว้าง 56 ม.
ข. ยาว 15 ซม. กวา้ ง 12 ซม. ง. ยาว 7 ม. กวา้ ง 9 ม.
ค. ยาว 25 ซม. กว้าง 22 ซม.
ง. ยาว 32 ซม. กวา้ ง 25 ซม.

3. รูปบา้ นหลงั หนง่ึ วัดความสงู จากพื้นถึง 7. หากระยะทางในแผนที่ 1 ซม. แทน

หลังคาได้ 5 เซนติเมตร ถา้ รปู น้ีใช้มาตราสว่ น ระยะทางจรงิ 30 กม. จะเขยี นเปน็ มาตรา

1 ซม. : 1 ม. บ้านหลงั น้สี ูงกเี่ มตร สว่ นไดว้ ่าอยา่ งไร

ก. 5 เซนตเิ มตร ข. 1 เมตร ก. 1 : 30 ข. 1 ซม. : 30 กม.

ค. 15 เซนติเมตร ง. 5 เมตร ค. 1 : 3 ง. 1 ซม. : 3 กม.

4. รูปสนามหญ้าหนา้ บ้านวัดส่วนกว้างทสี่ ดุ ได้

4 ซม. ถา้ รูปน้ีใชม้ าตราสว่ น 1 ซม. : 2 วา

ส่วนกว้างท่ีสุดของสนามหญ้านย้ี าวก่วี า

ก. 2 วา ข. 4 วา

ค. 6 วา ง. 8 วา

นวตั กรรม BO Model ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6 24

8. วัดระยะทางบนแผนที่ได้ 5 ซม. คำนวณ 10.วัดระยะทางบนแผนท่มี าตราส่วน

ระยะทางจริงได้ 1 กิโลเมตร แผนท่ฉี บบั นมี้ ี 1 : 80,000 ได้ 12 ซม. คิดเปน็ ระยะทาง

มาตราสว่ นเทา่ ใด บนภูมิประเทศเป็นระยะทางเทา่ ใด

ก. 1 : 5 ข. 1 : 1 ก. 1,200 เมตร ข. 800 เมตร

ค. 1 : 100 ง. 1 : 200 ค. 8,000 เมตร ง. 9,600 เมตร

9. ระยะทางจากจุดเรม่ิ ตน้ ไปยงั คา่ ยลกู เสอื
เป็นระยะทางกี่กโิ ลเมตร กี่เมตร

ก. 2 กม. 600 ม. ข. 3 กม. 200 ม.
ค. 1 กม. 200 ม. ง. 3 กม. 600 ม.

นวตั กรรม BO Model ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 6 25

แผนการจดั การเรียนรู้ 3

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 อตั ราส่วนและร้อยละ : มาตราส่วน กิจกรรม จรงิ ๆแล้วเท่าไหรก่ นั นะ

ครูผสู้ อน นางสาวศริ นิ ภา ตบ๊ิ ขัน ครกู ลุ่มสาระคณิตศาสตรช์ น้ั ประถมศึกษาปที ี่ 6

ครผู สู้ ังเกต นางสุกญั ญา จิยะวรนนั ท์ ครูกลมุ่ สาระคณติ ศาสตร์ระดบั มัธยมศึกษา

นักเรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 โรงเรียนบ้านโปง่ นอ้ ย

มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชวี้ ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจถงึ ความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน
การดำเนนิ การของจำนวน ผลทีเ่ กิดข้ึนจากการดำเนนิ การ
สมบัติของการดำเนินการ และนำไปใช้

ตัวช้ีวดั

ค 1.1 ป.6/11 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยป์ ญั หาอตั ราสว่ น

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกข้ันตอนการวิเคราะหโ์ จทย์ปญั หาโดยใช้ความรเู้ ร่อื งมาตราสว่ นเพ่ือหาคำตอบได้ (K)
2. เขียนแสดงวธิ ีคดิ หาคำตอบของโจทยป์ ญั หามาตราส่วนได้ถูกตอ้ ง (P)
3. มีความม่งุ มนั่ ในการทำงาน (A)

สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. ม่งุ มั่นในการทำงาน

นวัตกรรม BO Model ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 6 26

เปา้ หมายของบทเรยี นในคาบน้ี (Aim of the Lesson)
การแก้โจทย์ปัญหามาตราสว่ น ต้องทำความเข้าใจโจทย์ โดยพจิ ารณาจากส่งิ ทโ่ี จทยถ์ าม และส่งิ ที่
โจทยก์ ำหนดกอ่ น แลว้ จึงวางแผนแกป้ ัญหาโดยใช้ บาร์โมเดล ใชค้ วามรเู้ รอื่ งอตั ราสว่ นทเ่ี ทา่ กันมา
ช่วยในการดำเนนิ การ
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ ทบทวน (10 นาท)ี

1. ทบทวนความรู้เรือ่ ง มาตราสว่ น ท่ีได้เรยี นไปในคาบท่ผี ่านมาโดยใชบ้ ารโ์ มเดลมาใช้ในการ
แกโ้ จทยป์ ัญหา ครตู ดิ รูปบนกระดาน

6 ซม.
6 ซม.

แทนความยาวเสาธงรปู ท่ี 1
20 ซม. 20 ซม. 20 ซม. 20 ซม. 20 ซม. 20 ซม.

แทนความยาวเสาธงรปู ที่ 2 2 ม. 2 ม. 2 ม. 2 ม. 2 ม. 2 ม.

ขัน้ นำเสนอสถานการณ์ปญั หาปลายเปิด (10 นาท)ี
1. ครูนำรูปสนามเด็กเล่นมาติดที่หน้าชั้นเรียน แล้วให้นักเรียนร่วมกันสังเกตพร้อมตอบ
คำถามกระตนุ้ ความคิด

มาตราสว่ น 1:200

12 ซม. 5 ซม.

นวตั กรรม BO Model ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 27

2. ครนู ำเสนอสถานการณป์ ญั หาท่ี 1 ว่า “รปู สนามเด็กเลน่ วดั ความกว้างได้ 5 เซนตเิ มตร
และวดั

ความยาวได้ 12 เซนติเมตร ถ้ารูปนใ้ี ชม้ าตราสว่ น 1 : 200 สนามเด็กเลน่ แห่งน้จี ะมคี วามกว้างและ
ความยาวก่ีเมตรกนั นะ”

3. ครตู ดิ คำสงั่ และให้นักเรยี นอ่านคำถามพร้อมกัน
คำสั่ง 1) ใหน้ ักเรยี นชว่ ยกันหาความกว้างและความยาวของสนามเด็กเลน่ โดยใช้ บารโ์ มเดล
2) จากรูป บารโ์ มเดล ท่นี ักเรยี นวาด ได้ความกวา้ งและความยาวของสนามเด็กเลน่ เปน็ เท่าใด

4. ครูนำเสนอสถานการณ์ปัญหาท่ี 2 ว่า “หากตอ้ มตอ้ งการเดนิ ทางไปโรงเรียนและแอน
ต้องการเดินทางไปตลาด แต่ละคนต้องเดนิ ทางเปน็ ระยะทางเทา่ ไหรก่ นั นะ”

บา้ นตอ้ ม บ้านแอน

5. ครูตดิ คำสัง่ และใหน้ กั เรียนอ่านคำถามพรอ้ มกัน

คำสั่ง 1) ใหน้ ักเรยี นชว่ ยกนั หาระยะทางจากบา้ นต้อมไปยังโรงเรยี น วา่ เปน็ ระยะทางจรงิ เทา่ ไหร่

2) ใหน้ กั เรยี นช่วยกันหาระยะทางจากบา้ นแอนไปยงั ตลาด ว่าเปน็ ระยะทางจรงิ เทา่ ไหร่
6. ครูให้นกั เรยี นทำใบกจิ กรรม จริงๆแลว้ เท่าไหร่กันนะ

ข้ันนักเรยี นเรียนรู้ดว้ ยตนเอง (20 นาที)
นักเรยี นเรียนรู้ไปพร้อมกับการปฏบิ ัติกิจกรรม โดยพิจารณาจากสถานการณ์ที่กำหนดให้แล้ว

เขยี นในกระดาษนำเสนอ
ข้ันอภปิ รายทั้งชน้ั เรียน (15 นาท)ี

ครูใหน้ ักเรียนนำเสนอใบกิจกรรมของนกั เรยี นโดยเรยี งลำดบั แนวคิด แลว้ ใหต้ ัวแทนนำเสนอ
โดยใหน้ ำเสนอแนวคดิ ทไ่ี ม่ซำ้ กบั คนอน่ื ทไี่ ดน้ ำเสนอกอ่ นหนา้ ครคู อยกระตนุ้ ใหน้ ักเรยี นซักถามเพ่ือน
ในประเดน็ ที่มขี อ้ สงสยั และครูใหแ้ นวคิดนกั เรยี นในการใชบ้ าร์โมเดลมาใช้ในการแกโ้ จทย์ปัญญา
มาตราสว่ น

นวตั กรรม BO Model ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 28

ข้ันสรปุ โดยการเชอ่ื มโยงแนวคดิ ของนกั เรยี น (5 นาที)
นักเรยี นและครูรว่ มกนั อภปิ รายเพอื่ ใหไ้ ดข้ ้อสรุปทวี่ ่า การแก้โจทย์ปัญหามาตราสว่ น ตอ้ งทำ

ความเข้าใจโจทย์ โดยพจิ ารณาจากส่งิ ทโี่ จทยถ์ าม และสงิ่ ทโ่ี จทย์กำหนดก่อน แลว้ จึงวางแผน
แก้ปญั หาโดยใช้ บาร์โมเดล ใช้ความรเู้ รอ่ื งอัตราสว่ นท่เี ท่ากันมาชว่ ยในการดำเนนิ การ

สื่อการเรียนรู้
1. แผนภาพ
2. ใบกิจกรรมเรอื่ ง จรงิ ๆแล้วเท่าไหรก่ นั นะ

การคาดคะเนแนวคิดของนกั เรยี นท่จี ะตอบสนองตอ่ คำสั่ง
1) ใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั หาความกว้างและความยาวของสนามเด็กเล่น โดยใช้ บารโ์ มเดล

200 ซม. 200 ซม. 200 ซม. 200 ซม. 200 ซม.

200 ซม. 200 ซม. 200 ซม.200 ซม. 200 ซม. 200 ซม. 200 ซม. 200 ซม.200 ซม. 200 ซม.200 ซม. 200 ซม.

2) จากรูป บารโ์ มเดล ท่ีนักเรียนวาด ได้ความกว้างและความยาวของสนามเด็กเลน่ เปน็ เทา่ ใด
- สนามเด็กเล่นกวา้ ง 1,000 เซนติเมตร หรอื 10 เมตร
- สนามเดก็ เลน่ ยาว 2,400 เซนติเมตร หรือ 24 เมตร

3) ใหน้ กั เรียนช่วยกันหาระยะทางจากบ้านตอ้ มไปยังโรงเรยี น ว่าเป็นระยะทางจรงิ เทา่ ไหร่
100 ม. 100 ม. 100 ม. 100 ม. 100 ม. 100 ม. 100 ม. 100 ม.100 ม. 100 ม. 100 ม.
- ระยะทางจากบา้ นตอ้ มไปยงั โรงเรยี นเทา่ กับ 1,100 เมตร หรอื 1 กโิ ลเมตร กบั

100 เมตร

4) ใหน้ กั เรียนชว่ ยกันหาระยะทางจากบา้ นแอนไปยงั ตลาด วา่ เป็นระยะทางจริงเท่าไหร่
100 ม. 100 ม. 100 ม. 100 ม. 100 ม. 100 ม. 100 ม. 100 ม. 100 ม.
- ระยะทางจากบา้ นแอนไปยังตลาด เทา่ กับ 900 เมตร

นวตั กรรม BO Model ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 6 29

การจดั ลำดับการนำเสนอแนวคดิ ของนักเรียนเพอื่ ให้เกิดการเชื่อมโยงท้ังแนวคดิ และความคิดรวบ
ยอดทางคณติ ศาสตร์และอนื่ ๆ ของบทเรียนในแตล่ ะคาบ

1. ใหน้ ักเรยี นเสนอแนวคดิ ทถ่ี ูกต้อง แต่ยงั ไม่ครบทุกกระบวนการ
2. ให้นกั เรยี นเสนอแนวคดิ ทย่ี ังไม่ถกู ตอ้ งหรอื คลาดเคลื่อน
3. ใหน้ ักเรยี นเสนอแนวคดิ ทม่ี ีความแปลกใหม่
4. ใหน้ ักเรยี นเสนอแนวคดิ และกระบวนการ วธิ กี ารทีถ่ ูกตอ้ ง

ประเดน็ ทจ่ี ะใชใ้ นการร่วมอภิปรายในชัน้ เรียนเพอ่ื ใหน้ ักเรยี นบรรลุเปา้ หมายของบทเรยี นในแต่
ละคาบ

1. ความกวา้ งและความยาวของสนามเดก็ เล่น
2. ระยะทางจากบา้ นตอ้ มไปยังโรงเรยี นและระยะทางจากบา้ นแอนไปยังตลาด

สอื่ การเรยี นรู้
1. แผนภาพ
2. ใบกิจกรรม จริงๆแลว้ เทา่ ไหรก่ ันนะ

การวดั และประเมินผลการเรียนรู้

จดุ ประสงค์ วิธกี าร เคร่ืองมอื ผ่านเกณฑ์
7 คะแนน ข้ึน
บอกข้ันตอนการวิเคราะห์ ตรวจใบกิจกรรม ใบกิจกรรม จริงๆแลว้
ไป
โจทย์ปญั หาโดยใช้ความรู้ จรงิ ๆแล้วเท่าไหร่กนั เท่าไหร่กนั นะ
7 คะแนน ขนึ้
เรอื่ งมาตราสว่ นเพ่อื หา นะ ไป

คำตอบได้ ระดบั ดี ขึน้ ไป

เขยี นแสดงวธิ ีคดิ หาคำตอบ ตรวจใบกจิ กรรม ใบกจิ กรรม จริงๆแล้ว

ของโจทย์ปญั หามาตราส่วน จริงๆแล้วเท่าไหรก่ นั เท่าไหร่กันนะ

ได้ถกู ต้อง นะ

มีความมุ่งมั่นในการทำงาน การสงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤตกิ รรม

นวตั กรรม BO Model ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 30

เกณฑ์การให้คะแนน ( K และ P ) ระดบั คุณภาพ
คะแนน ดีมาก
9 – 10 ดี
6–8 พอใช้
3–5 ปรับปรงุ
0-2

เกณฑก์ ารผา่ น
ผา่ นเกณฑ์ ตง้ั แต่ 7 คะแนน ขนึ้ ไป

เกณฑ์การให้คะแนน (A)

คะแนน : ระดบั คณุ ภาพ พฤตกิ รรมทีป่ รากฏให้เห็น

- ส่งงานก่อนหรอื ตรงกำหนดเวลานัดหมาย

3 : ดมี าก - รับผดิ ชอบในงานที่ได้รบั มอบหมายและปฏิบัติตนเองจนเปน็ นิสยั

เปน็ ตัวอยา่ งแก่ผ้อู ื่น และแนะนำชกั ชวนใหผ้ ู้อน่ื ปฏบิ ัติตามได้

2 : ดี - ส่งงานช้ากวา่ กำหนด แตไ่ ดม้ ีการติดตอ่ ช้ีแจงผู้สอน มเี หตุผลท่ีรับฟังได้
- รบั ผดิ ชอบในงานท่ีไดร้ บั มอบหมายและปฏิบตั ิตนเองจนเปน็ นสิ ัย

1 : พอใช้ - สง่ งานชา้ กว่ากำหนด
- ปฏบิ ัตงิ านโดยต้องอาศัยการช้แี นะ แนะนำ ตกั เตือนหรือใหก้ ำลงั ใจ

เกณฑก์ ารผา่ น

ผา่ นเกณฑค์ ณุ ภาพ ระดับ ดี ขนึ้ ไป

นวตั กรรม BO Model ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 6 31

แบบประเมนิ ใบกจิ กรรม

ที่ ช่ือ-สกุล คะแนน ระดบั คุณภาพ ผา่ น ไม่ผ่าน
1 ด.ช.อภิชาติ สมพร นวตั กรรม BO Model ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 32
2 ด.ช.วรี ชั ลงุ ตา๋
3 ด.ช.ภทั รศยั วงค์เขอ่ื นแกว้
4 ด.ช.จ้นื แลงปา่ ง -
5 ด.ช.เซพ ลุงออ
6 ด.ช.ทรัพยท์ วี ธรรมโปธิ
7 ด.ช.ผชัย วงศ์วุฒิ
8 ด.ช.ณัฐวุฒิ ลุงจี
9 ด.ช.อนภุ าพ เตชะสาย
10 ด.ช.ณภัทร ไชยยา
11 ด.ช.ขันตยิ ะ ทพิ จร
12 ด.ช.ณฐั นที มาดะมลู
13 ด.ช.ปยิ ะนสั ทองลาด
14 ด.ญ.ธนภรณ์ ปอย่ี
15 ด.ญ.สายใจ ลงุ นะ
16 ด.ญ.ณฐั ธดิ า ธรรมชยั
17 ด.ญ.ธัญญารตั น์ ลงุ ยอด
18 ด.ญ.วาสนา แกว้ เรือง
19 ด.ญ.รุง่ ตะวัน กันทะวงค์
20 ด.ญ.หนมุ่ ฟอง จองญา่
21 ด.ญ.อารยา พรมวงค์
22 ด.ญ.กลุ รศั มิ์ ผาบผาง
23 ด.ญ.ธัญชนก วรรณทนา
24 ด.ญ.สุลาวัลย์ เนียมชำนาญ
25 ด.ญ.กนกวรรณ เปาจาง
26 ด.ญ.จรุ รี ตั น์ สวี ลี
27 ด.ญ.ชนันชิดา ใจแสน
28 ด.ญ.ณริญญา สินหมี่
29 ด.ญ.ธญั วรตั ม์ มนตรีทรัพย์
30 ด.ญ.ปภาวิกา เทพปะชยั
31 ด.ญ.จริ สั ยา จันทรว์ งค์

เกณฑก์ ารให้คะแนน

คะแนน ระดบั คณุ ภาพ

9 – 10 ดมี าก

6 – 8 ดี

3 – 5 พอใช้

0 - 2 ปรบั ปรุง

เกณฑ์การผ่าน

ผา่ นเกณฑ์ ต้งั แต่ 7 คะแนน ขึน้ ไป

นวตั กรรม BO Model ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 6 33

แบบประเมินพฤตกิ รรม

ที่ ชอ่ื - สกุล คะแนน ระดบั ผ่าน ไมผ่ ่าน
321 คณุ ภาพ
1 ด.ช.อภชิ าติ สมพร
2 ด.ช.วรี ัช ลงุ ตา๋
3 ด.ช.ภทั รศยั วงคเ์ ขอื่ นแกว้
4 ด.ช.จื้นแลงป่าง -
5 ด.ช.เซพ ลงุ ออ
6 ด.ช.ทรพั ยท์ วี ธรรมโปธิ
7 ด.ช.ผชยั วงศ์วุฒิ
8 ด.ช.ณัฐวุฒิ ลงุ จี
9 ด.ช.อนภุ าพ เตชะสาย
10 ด.ช.ณภัทร ไชยยา
11 ด.ช.ขนั ตยิ ะ ทพิ จร
12 ด.ช.ณัฐนที มาดะมูล
13 ด.ช.ปยิ ะนสั ทองลาด
14 ด.ญ.ธนภรณ์ ปอยี่
15 ด.ญ.สายใจ ลงุ นะ
16 ด.ญ.ณฐั ธิดา ธรรมชยั
17 ด.ญ.ธญั ญารตั น์ ลุงยอด
18 ด.ญ.วาสนา แกว้ เรือง
19 ด.ญ.รงุ่ ตะวนั กนั ทะวงค์
20 ด.ญ.หน่มุ ฟอง จองญ่า
21 ด.ญ.อารยา พรมวงค์
22 ด.ญ.กุลรศั มิ์ ผาบผาง
23 ด.ญ.ธญั ชนก วรรณทนา
24 ด.ญ.สุลาวลั ย์ เนยี มชำนาญ
25 ด.ญ.กนกวรรณ เปาจาง
26 ด.ญ.จรุ รี ัตน์ สีวลี

นวัตกรรม BO Model ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 6 34

ที่ ช่อื - สกุล คะแนน ระดบั ผ่าน ไม่ผา่ น
321 คุณภาพ
27 ด.ญ.ชนันชิดา ใจแสน
28 ด.ญ.ณรญิ ญา สนิ หม่ี
29 ด.ญ.ธญั วรตั ม์ มนตรีทรพั ย์
30 ด.ญ.ปภาวิกา เทพปะชัย
31 ด.ญ.จริ สั ยา จันทรว์ งค์

เกณฑ์การใหค้ ะแนน

คะแนน ระดับคณุ ภาพ

3 ดมี าก

2 ดี

1 พอใช้

เกณฑก์ ารผา่ น

ผา่ นเกณฑ์คณุ ภาพ ระดบั ดี ข้นึ ไป

นวตั กรรม BO Model ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 35

บนั ทกึ หลงั สอน
ผลที่เกดิ กบั ผู้เรียน
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
ปัญหา/อปุ สรรค
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกป้ ญั หา
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ..................................................... ผูส้ อน
(นางสาวศริ ินภา ตบิ๊ ขัน)

ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้างานวิชาการ
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชอื่ .......................................................
(นางวราภรณ์ เซ็นเสถยี ร)

ขอ้ เสนอแนะของผ้บู รหิ าร
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................

ลงชอื่ .......................................................ผบู้ รหิ าร
(นายชูศักดิ์ เนียมทอง)

นวัตกรรม BO Model ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6 36

ภาคผนวก

กจิ กรรม จรงิ ๆแลว้ เท่าไหรก่ ันนะ

สถานการณ์ปญั หาท่ี 1 รูปสนามเด็กเล่นวัดความกว้างได้ 5 เซนติเมตร และวัดความยาวได้ 12 เซนติเมตร ถา้
รปู นใี้ ชม้ าตราสว่ น 1 : 200 สนามเด็กเลน่ แห่งนจ้ี ะมคี วามกวา้ งและความยาวกเี่ มตรกันนะ

มาตราส่วน 1:200

5 ซม.
12 ซม.
คำส่ัง 1) ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั หาความกวา้ งและความยาวของสนามเดก็ เลน่ โดยใช้ บารโ์ มเดล
2) จากรปู บาร์โมเดล ทนี่ กั เรียนวาด ได้ความกวา้ งและความยาวของสนามเดก็ เลน่ เปน็ เทา่ ใด
สถานการณ์ปญั หาที่ 2 หากต้อมต้องการเดนิ ทางไปโรงเรียนและแอนตอ้ งการเดินทางไปตลาด แตล่ ะคนต้อง
เดินทางเป็นระยะทางเทา่ ไหรก่ ันนะ

บา้ นต้อม บ้านแอน

นวัตกรรม BO Model ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6 37

คำส่ัง 1) ให้นกั เรียนชว่ ยกันหาระยะทางจากบา้ นตอ้ มไปยังโรงเรยี น วา่ เปน็ ระยะทางจริงเท่าไหร่
2) ให้นักเรียนชว่ ยกนั หาระยะทางจากบา้ นแอนไปยงั ตลาด วา่ เป็นระยะทางจรงิ เทา่ ไหร่

นวัตกรรม BO Model ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 38

แบบสอบถามความพงึ พอใจ
การจัดกิจกรรมการเรยี นร้แู บบ BO Model เร่อื ง มาตราส่วน

สว่ นท่ี 1 ข้อมูลทวั่ ไป หญิง
1. เพศ ชาย 12 – 15 ปี
2. อายุ ตำ่ กวา่ 12 ปี

ส่วนท่ี 2 การประเมินความพงึ พอใจของผเู้ ขา้ รว่ มกิจกรรมการเรียนรแู้ บบ Active Learning
กรุณาขดี เคร่อื งหมาย  ลงในช่องท่ีทา่ นเหน็ วา่ ตรงกบั ความคดิ เหน็ ของท่านมากที่สดุ เพยี งชอ่ งเดยี ว

ระดบั ความพงึ พอใจ

ที่ ความพึงพอใจของผู้รว่ มกิจกรรม มาก มาก ปาน น้อย นอ้ ย
ที่สดุ กลาง ท่ีสุด

(5) (4) (3) (2) (1)

1 เป็นกิจกรรมทสี่ นกุ สนาน

2 ทำใหม้ ีความรคู้ วามเขา้ ใจในเร่ือง มาตราสว่ น

3 ช่วยใหม้ คี วามเข้าใจในการแก้โจทย์ปญั หาเรอื่ งมาตราส่วนได้

4 เป็นกิจกรรมทไี่ ด้ลงมอื ทำกจิ กรรมด้วยตนเอง

5 ร้สู กึ ตื่นเตน้ ทกุ ครั้งที่มกี จิ กรรม

6 ชว่ ยส่งเสริมใหท้ ำงานเปน็ กลมุ่

7 มีความรับผดิ ชอบต่อตนเองและกลุ่ม

8 ช่วยสง่ เสรมิ ให้ผู้เรยี นไดแ้ ลกเปล่ยี นความคดิ เห็น

9 มีความกระตอื รือร้นในการเรยี น

10 ชอบครูผู้สอน

ขอ้ คิดเห็นอื่น ๆ
...........................................................................................................................………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
...........................................................................................................................………………………………

 ขอบคุณทใ่ี ห้ความรว่ มมอื ในการตอบแบบสอบถาม 

นวตั กรรม BO Model ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6 39

เกณฑ์การให้คะแนนในแบบสอบถาม
เกณฑ์การให้คะแนนในแบบสอบถามตอนท่ี 2 เป็นขอ้ คำถามชนดิ ประเมินค่า (Rating scale)
ประเมนิ ค่า 5 ระดบั เกณฑ์การตอบมี 5 ระดับ ดังน้ี
5 หมายถงึ พงึ พอใจมากที่สุด
4 หมายถงึ พงึ พอใจมาก
3 หมายถึง พงึ พอใจปานกลาง
2 หมายถงึ พึงพอใจนอ้ ย
1 หมายถึง พึงพอใจนอ้ ยท่สี ดุ
ไดเ้ กณฑ์ 5 ระดับ ดงั นี้
พึงพอใจมากทส่ี ดุ คา่ เฉลี่ย 4.21 - 5.00
พึงพอใจมาก คา่ เฉล่ีย 3.41 - 4.20
พึงพอใจปานกลาง คา่ เฉลี่ย 2.61 - 3.40
พงึ พอใจนอ้ ย คา่ เฉลี่ย 1.81 - 2.60
พงึ พอใจนอ้ ยทส่ี ดุ คา่ เฉลยี่ 1.00 - 1.80

นวตั กรรม BO Model ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 6 40

รปู ภาพการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน

นวัตกรรม BO Model ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 41

รปู ภาพการร่วมกลมุ่ PLC เพ่อื วางแผนและสะทอ้ นผล

นวัตกรรม BO Model ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 6 42

นวัตกรรม BO Model ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 43


Click to View FlipBook Version