E-BOOK ต้นประดู่
การออกแบบสื่อสร้างสรรค์ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง ประดู่ ผู้จัดทำ นายปฏิภาณ ฉิมจีน เลขที่ 1 นางสาวปิยะพร มั่นมั่ศรี เลขที่ 13 นางสาวพันธ์วิรา เซี่ยงฉิน เลขที่ 14 นางสาวปุณยวีร์ หงษ์หนึ่ง เลขที่ 19 นางสาวปุณยิสา ตรีสอน เลขที่ 35 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/6 เสนอ ครูธัญญาทิพย์ แก้วสุพรรณ รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา สังคมศึกษา 5 รหัสวิชา ส33101 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนวิทยานุกูลนารี
คำ นำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์หรือ E-BOOK เล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา สังคมศึกษา 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/6 จัดทำ ขึ้นเพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบ ข้อมูลเกี่ยวกับ ต้นประดู่ และประเพณีอุ้มพระดำ น้ำ เช่น ลักษณะของ ต้นประดู่ สรรพคุณ ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของต้นประดู่ การทำ เรือจาก ต้นประดู่รวมไปถึงประวัติประเพณีอุ้มพระดำ น้ำ คณะผู้จัดทำ หวังว่าผู้อ่านจะได้รับประโยชน์และความรู้จากหนังสือ อิเล็กทรอนิกส์หรือ E-BOOK เล่มนี้ จัดทำ โดย คณะผู้จัดทำ
สารบัญ หน้าที่ ข้อมูลทั่วไป 1 ลักษณะทางสวนพฤษศาสตร์ 2-4 สรรพคุณทางยา 5 ข้อมูลทางเภสัชวิทยา 6 การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ 7-8 ประเพณีอุ้มพระดำ น้ำ 9-14 การทำ เรือ 15 ประเพณีการแข่งเรือทวนน้ำ 16-18 บรรณานุกรม 19 และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ในโครงการพระราชดำ ริ
ร หั ส พ ร ร ณ ไ ม้ : ม้ 7 8 2 0 0 0 0 0 2 0 0 1 ชื่ อ พื้ น เ มื อ ง : ป ร ะ ดู่ บ้ า น ชื่ อ วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ : P t e r o c a r p u s i n d i c u s W i l l d.ชื่อวงศ์: PAPILI O N A C E A E ลั ก ษ ณ ะ วิ สั ย : ไ ม้ ต้ น ลั ก ษ ณ ะ เ ด่ น ข อ ง พื ช : ด อ ก สี เ ห ลื อ ง บ า น พ ร้ อ ม กั น ทั้ ง ต้ น ลำ ต้ น ข น า ด ใ ห ญ่ ๆ บ ริ เ ว ณ ที่ พ บ : ศู น ย์ สั ก ก า ร ะ ข้ อ มู ล อื่ น ๆ : ลำ ต้ น เ อ า ไ ป ส ร้ า ง บ้ า น 1 ข้ อ มู ล ทั่ วไ ป
เพิ่มหัวเรื่อง ลักษณะทางสวนพฤษศาสตร์ ลักษณะลำ ต้น :ประดู่เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางถึง ขนาดใหญ่มีความสูงประมาณ10-25 เมตรผิวเปลือกลำ ต้น มีสีดำ หรือเทาลำ ต้นเป็นพูไม่กลมแตกกิ่งก้าน สาขากว้างมี เรือนยอดทึบแตกเป็นสะเก็ดร่องตื้นๆ 2
ลักษณะทางสวนพฤษศาสตร์ ลักษณะใบ : ใบเป็นช่อแตกออกจากปลายกิ่งมีใบย่อยประกอบ อยู่ ประมาณ 6-12 ใบ ลักษณะของใบเป็นรูปมนรี ปลายใบ แหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบเป็นมันสีเขียว ใบมีขนาดยาว ประมาณ 2-3 นิ้ว กว้างประมาณ 1-2 นิ้ว 3
ลักษณะทางสวนพฤษศาสตร์ ลักษณะของดอก: ออกดอกเป็นช่อออกตามปลายกิ่ง ดอก มีขนาดเล็กสีเหลือง ผลมีขนเล็ก ๆปกคลุมขนาดผลโต ประมาณ 4-6 เซนติเมตร ลักษณะผล :ผล แผ่เป็นปีกแบนๆ มีขนาดใหญ่กว่าประดู่บ้าน และมีขนปกคลุมทั่วไป 4
สรรพคุณทางยา การนำ ประดู่มาทำ เป็นยา สรรพคุณ 1.เปลือกต้นมีรสฝาดจัด มีสรรพคุณเป็นยาบำ รุงร่างกาย และช่วยสมานบาดแผล 2.แก่นเนื้อไม้ประดู่ มีรสขมฝาดร้อน มีสรรพคุณเป็นยา บำ รุงโลหิต บำ รุงกำ ลัง บำ รุงธาตุในร่างกาย ขับเสมหะ 3.รากใช้เป็นยาแก้ไข้ แก้พิษไข้ 4.ใบนำ มาตากแห้งใช้ชงกับน้ำ ร้อนเป็นชาใบประดู่ นำ มาดื่มจะ ช่วยบรรเทาอาการระคายคอได้ 5.ผลมีรสฝาดสมาน มีสรรพคุณเป็นยาแก้อาเจียนและฺเป็น ยาแก้ท้องร่วง 6.เปลือกต้นใช้เป็นยาแก้ปากเปื่อย ปากแตก 7.ยางก็มีสรรพคุณเป็นยาแก้โรคปากเปื่อยได้เช่นกัน 8.ใบอ่อนนำ มาตำ ให้ละเอียด ใช้เป็นยาพอกแผล พอกฝี จะช่วยทำ ให้ฝีสุกหรือแห้งเร็วและแก้ผดผื่นคัน 5
ข้อมูลทางเภสัชวิทยา ข้อมูลทางเภสัชวิทยาของประดู่ 1.เมื่อนำ ส่วนของเปลือก ราก และใบมาสกัดด้วยตัวทำ ละลาย พบว่าสารที่พบได้ในทุกส่วนของประดู่ คือ Flavonoid Tannin และ Saponin ส่วนสารสำ คัญที่ได้จากการค้นคว้าข้อมูลอื่น พบ ว่ามีสาร Angiolensin Homopterocarpin, Formonoetin, Isoliquirtigenin, Narrin , Pterostilben, Pterocarpin, Pterofuran, Pterocarpon, Prunetin, Santalin, Phydroxyhydratropic acid, β-eudesmol 2.ใบพบว่ามีคลอโรฟิลล์ 3 ชนิด คือ Chlorophyll a Chlorophyll b และ Xanthophyll ประดู่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย แก้อาการปวด ทำ ให้ กล้ามเนื้อเรียบคลายตัว ยับยั้งการแบ่งเซลล์ ยับยั้งเอนไซม์ Ornithine decarboxylase และยับยั้ง Plasmin ฤทธิ์ คล้ายเลคติน ทำ ให้เม็ดเลือดแดงเกาะกลุ่มกัน จากการทดสอบ ความเป็นพิษ โดยใช้สารสกัดด้วยเอทานอลจากส่วนที่อยู่เหนือ ดินของต้นประดู่ 50% เมื่อนำ มาฉีดเข้าท้องของหนูถีบจักร ทดลอง พบว่าขนาดที่ทำ ให้หนูตายคือขนาดมากกว่า 1 กรัม 6
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง แวดล้อมอย่างยั่งยืนในโครงการพระราชดำ ริ โครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจาก พระราชดำ ริ ตำ บลเขาชะงุ้ม อำ เภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี วันที่ 15 กรกฎาคม 2539 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำ เนินไปทอด พระเนตรโครงการศึกษาวิธีฟื้นฟูดินเสื่อม ณ บริเวณโครงการศึกษา วิธีการฟื้นฟูดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำ ริ ตำ บลเขาชะงุ้ม อำ เภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี โอกาสนี้ทรงปลูกต้น ประดู่ไว้เป็นที่ระลึกด้วย วันที่ 12 มีนาคม 2519 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถเสด็จ พระราชดำ เนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัย ลักษณ์อัครราชกุมารีไปยังโรงเรียนวังทองพิทยาคม ตำ บลชัยนาม อำ เภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรด กระหม่อมตัดลูกนิมิต จากนั้นเสด็จฯไปทรงปลูกต้นประดู่เพื่อเป็นสิริ มงคลธรรมชาติไว้ 7
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง แวดล้อมอย่างยั่งยืนในโครงการพระราชดำ ริ วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2533 เวลา 13.10 น.พระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำ เนินพร้อม ด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีจากพระ ตำ หนักจิตรลดารโหฐานไปยังศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอัน เนื่องมาจากพระราชดำ ริ ณ ตำ บลสามพระยา อำ เภอชะอำ จังหวัด เพชรบุรี เพื่อทอดพระเนตรกิจกรรมของศูนย์ฯ ในครั้งนี้ได้ทรง ปลูกต้นประดู่ไว้เป็นต้นแบบของการอนุรักษ์ป่าธรรมชาติ พระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลยเดชเสด็จพระราชดำ เนินไป ทอดพระเนตรการดำ เนินงานโครงการศึกษาวิชาการฟื้นฟูที่ดิน เสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2539 ด้วยความสนพระราชหฤทัยโดยเฉพาะการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมดัง กล่าว การเสด็จฯในครั้งนี้ได้ทรงปลูกต้นประดู่ ณ โครงการเขา ชะงุ้มอันเนื่องมาจากพระราชดำ ริ เพื่อให้ประชาชนร่วมกันตระหนัก ถึงการช่วยกันรักษาป่า 8
ประเพณีอุ้มพระดำ น้ำ “ประเพณีอุ้มพระดำ น้ำ ” เป็นประเพณีเก่าแก่ของจังหวัด เพชรบูรณ์ ที่สืบสานกันมากว่า 400 ปี ถือเป็นประเพณีหนึ่ง เดียวในโลก ที่มีตำ นานที่มาอันสุดทึ่งเกี่ยวเนื่องกับ “พระพุทธ มหาธรรมราชา” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมะขามหวาน พระพุทธมหาธรรมราชา พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองเพชรบูรณ์ 9
พระพุทธมหาธรรมราชา (องค์จริง) ประดิษฐานอยู่ที่ “วัดไตรภูมิ” ต.ในเมือง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง ปาง สมาธิ ศิลปะลพบุรี (ศิลปะขอม) ปกติแล้วพระพุทธรูปปางนี้เรียกขาน กันทั่วไปว่า “พระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา” แต่เฉพาะองค์ที่อัญเชิญ มาอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์มีการตั้งชื่อใหม่ว่า “พระพุทธมหาธรรม ราชา” พระพุทธมหาธรรมราชา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยว รมันที่ 7 โดยชาวเพชรบูรณ์เชื่อกันว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ได้ พระราชทานพระพุทธมหาธรรมราชา ให้แก่ “พ่อขุนผาเมือง” พระ ราชบุตรเขย เมื่อครั้งทรงอภิเษกสมรสกับ “พระนางสิงขรมหาเทวี” พระราชธิดาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ประเพณีอุ้มพระดำ น้ำ พระพุทธมหาธรรมราชาองค์ใหญ่ ที่พุทธอุทยานเพชบุระ 10
ประเพณีอุ้มพระดำ น้ำ นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่าหลังจากที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรง สร้างพระพุทธมหาธรรมราชาขึ้นมาแล้ว ได้อัญเชิญองค์พระ ไปประดิษฐานที่อโรคยศาลหรือโรงพยาบาล ที่ได้สร้างไว้ตาม รายทางราชมรรคาพระพุทธมหาธรรมราชา จมน้ำ หายไป เรื่องราวตำ นานขององค์พระพุทธมหาธรรมราชายังมีปรากฏ ในหลักศิลาจารึกหลักที่ 2 วัดศรีชุม สรุปความได้ว่า หลังจาก พ่อขุนผาเมืองกับพ่อขุนบางกลางหาว (พ่อขุนบางกลางท่าว) ยกทัพไปตีสุโขทัยคืนจากขอม “สบาดโขลญลำ พง” ได้สำ เร็จ แล้ว พ่อขุนผาเมืองเดินทางกลับมายัง “เมืองราด” ซึ่งเป็น เมืองที่พ่อขุนผาเมืองเคยปกครองก่อนยกทัพไปตีสุโขทัย (สันนิษฐานว่าปัจจุบันอยู่ที่บ้านห้วยโปร่ง ต.บ้านหวาย อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์) 11
ประเพณีอุ้มพระดำ น้ำ ความนี้เมื่อทราบถึงพระนางสิงขรมหาเทวี พระนางทรงโกรธ แค้นอย่างมาก เนื่องจากพ่อขุนผาเมืองได้ยกทัพไปตีเมืองของ พระราชบิดา จึงจุดไฟเผาเมืองราดจนไหม้เป็นจุล และหนีไป กระโดดน้ำ ตายที่แม่น้ำ ป่าสัก จากนั้นชาวบ้านได้อัญเชิญ พระพุทธรูปผุดจากน้ำ ขึ้นมา แล้วนำ ไปมอบให้เจ้าเมืองเพื่อให้ เก็บรักษาไว้ที่วัดไตรภูมิ ซึ่งก็คือ “พระพุทธมหาธรรมราชา” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองเพชรบูรณ์นับจากอดีตมาถึงปัจจุบัน นั่นเอง ท่าน้ำ วัดโบสถ์ชนะมาร สถานที่จัดพิธีอุ้มพระดำ น้ำ ในปัจจุบัน 12
ประเพณีอุ้มพระดำ น้ำ ความนี้เมื่อทราบถึงพระนางสิงขรมหาเทวี พระนางทรงโกรธแค้น อย่างมาก เนื่องจากพ่อขุนผาเมืองได้ยกทัพไปตีเมืองของพระราช บิดา จึงจุดไฟเผาเมืองราดจนไหม้เป็นจุล และหนีไปกระโดดน้ำ ตายที่ แม่น้ำ ป่าสัก ประเพณีอุ้มพระดำ น้ำ ที่เมืองเพชรบูรณ์จัดสืบต่อกันมากว่า 400 ปี ทั้งนี้ชาวเมืองเพชรบูรณ์ต่างเชื่อกันว่า การได้จัดพิธีอุ้มพระดำ น้ำ จะทำ ให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ข้าวกล้างอกงาม พืชผล ทางการเกษตรเจริญสมบูรณ์ โดยผู้ที่จะทำ พิธีอุ้มพระดำ น้ำ จะ ต้องเป็นระดับผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเปรียบได้กับเจ้าเมืองใน สมัยโบราณ สำ หรับเรื่องนี้ ได้มีผู้รู้ให้ข้อสังเกตว่า นี่คือกุศโลบายของคน โบราณที่ต้องการสร้างขวัญกำ ลังใจ เป็นจุดรวมใจเพื่อช่วยกัน พัฒนาบ้านเมือง รวมถึงให้ช่วยกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม อีกทั้ง ยังทำ ให้คนได้ใกล้ชิดพระพุทธศาสนามากยิ่งขึ้น 13
ประเพณีอุ้มพระดำ น้ำ พิธีอุ้มพระดำ น้ำ ในอดีต เริ่มจากประเพณีท้องถิ่น ก่อนยกระดับ เป็นงานระดับเทศบาล ระดับจังหวัด โดยมีการประชาสัมพันธ์ ปรับรูปแบบให้อลังการขึ้นสมบูรณ์แบบขึ้น จนมาถึงงานใน ระดับประเทศกับ “ประเพณีอุ้มพระดำ น้ำ หนึ่งเดียวในโลก” ซึ่ง ในอนาคตจะมีการผลักดันให้งานนี้ก้าวไกลต่อไปในระดับ อาเซียน ปัจจุบันทางเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ ได้ย้ายสถานที่อัญเชิญ องค์พระในพิธีอุ้มพระดำ น้ำ มาประกอบพิธีที่ท่านำ หน้าวัดโบสถ์ ชนะมารแทน เนื่องจากบริเวณวังมะขามแฟบอันเป็นจุดที่ พบพระพุทธมหาธรรมราชา มีสภาพตื้นเขิน ไม่สามารถนำ เรือ เข้าไปทำ พิธีได้ ประเพณีอุ้มพระดำ น้ำ ที่เมืองเพชรบูรณ์จัดสืบต่อกันมากว่า 400 ปี 14
การทำ เรือ ขั้นตอนการทำ เรือยาวไม้ประดู่ 1.ออกแบบเรือว่าต้องการความกว้าง ความยาวเท่าไหร่และ รูปทรงอย่างไร 2.ทำ การเจียนไม้ 3.เตรียมไม้ให้ได้รูปทรง เช่นการทำ กระดูกงู หัวเรือท้ายเรือ ที่นั่ง เป็นต้น 4.ประกอบกระดูกงูและที่นั่ง 5.ทำ การลงสร 6.ตกแต่งลายเรือตามใจชอบ 15
16 ประเพณีการแข่งเรือทวนน้ำ ประเพณีการแข่งขันเรือยาวเป็นกีฬาพื้นบ้านของคนไทยที่สามารถพบเห็นได้ในทุก ๆ ภูมิภาคตามลำ น้ำ ต่าง ๆ ของประเทศไทย โดยจะนิยมจัดแข่งขันกันในช่วงหน้าน้ำ หลากน้ำ นอง เต็มตลิ่งในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งมีทั้งการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ทั้งในระดับประเทศและจัดกันเพียง เป็นงานในระดับท้องถิ่น แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผู้คนทั่วไปอาจจะไม่ค่อยได้สังเกตเห็น นั่นคือ การแข่งขันเรือยาวเกือบทั้งหมดที่จัดขึ้นในประเทศไทย จะเป็นการแข่งพายเรือตามกระแสน้ำ หรือไม่ก็แข่งกันในบึงน้ำ หรือสระน้ำ ที่เป็นน้ำ นิ่งเท่านั้น แต่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์กลับมีการ แข่งเรือที่แปลกไม่เหมือนกับที่อื่น ๆ นั่นคือ การแข่งเรือทวนน้ำ ประเพณีการแข่งเรือทวนน้ำ ในลำ น้ำ ป่าสักหน้าวัดไตรภูมิ ในตัวเมืองเพชรบูรณ์นั้น เป็น ประเพณีเก่าแก่ที่มีต่อเนื่องกันมานานหลายร้อยปีมาแล้ว โดยถือว่าเป็นกิจกรรมสำ คัญ อันหนึ่งของงานประเพณีอุ้มพระดำ น้ำ ของเมืองเพชรบูรณ์ ที่จะจัดขึ้นในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี การแข่งเรือทวนน้ำ ของเมืองเพชรบูรณ์จะมีลักษณะพิเศษไม่เหมือนการแข่งเรือทั่ว ๆ ไป กล่าวคือเรือแข่งจะต้องพายแข่งกันทวนน้ำ ท่ามกลางกระแสน้ำ ที่ไหลเชียวกราก รุนแรงของ ลำ น้ำ ป่าสักทำ ให้ฝีพายทุกลำ ที่แข่งกันจะต้องออกแรงการจ้วงพายหนักและเร็วขึ้นเป็น 2 เท่า โดยจะต้องเอาชนะความแรงของกระแสน้ำ เพื่อนำ พาเรือฝ่าสายน้ำ ไปข้างหน้า ฝีพายจึงต้องมี การฝึกซ้อมกำ ลังกันมาเป็นอย่างดี มิฉะนั้น เรืออาจจะไม่เดินหน้าหรือก็อาจจะถูกกระแสน้ำ พัดให้ไหลถอยหลังไป จังหวะการจ้วงพายของฝีพายตามระยะทางการแข่งขันก็จะต้องลง พายกันอย่างหนักและเร่งเครื่องกันเต็มกำ ลังกันตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงเส้นชัย โ ดยจะไม่มีจังหวะการพายที่จะมีการผ่อน มีการเร่ง ตามระยะทางที่พายไปเหมือนอย่างกับ สนามแข่งขันเรือยาวในที่อื่น ๆ ด้วยเหตุนี้เอง ระยะทางลำ น้ำ ในการแข่งเรือทวนน้ำ จึงมี ระยะสั้นกว่าการแข่งเรือในที่อื่น ๆ นั่นคือจะมีความยาวของการแข่งขันเพียงประมาณ 400 เมตรเท่านั้นเอง
17 ประเพณีการแข่งเรือทวนน้ำ ที่มาของการแข่งเรือทวนน้ำ นั้น ก็มาจากการประกอบพิธีอุ้มพระดำ น้ำ ที่ในสมัยก่อน เมื่อมีการจัดงานประเพณี ผู้คนเพชรบูรณ์จากตำ บลหมู่บ้านต่าง ๆ ที่อยู่ริมแม่น้ำ ป่าสักจะพายเรือมาตามลำ น้ำ มาร่วมพิธีกันตั้งแต่เช้า พิธีอุ้มพระดำ น้ำ จะประกอบพิธีขึ้นบริเวณ “วังมะขามแฟบ” ที่เป็นวังน้ำ อยู่เหนือน้ำ จากวัดไตรภูมิขึ้นไป ฉะนั้น ทุกคนที่ไปร่วมพิธีก็จะต้องร่วมกันอัญเชิญ “พระพุทธมหาธรรมราชา” จากวัดไตรภูมิ แล้วพายเรือทวนน้ำ ขึ้นไปยัง บริเวณที่จะประกอบพิธี เมื่อเสร็จพิธีก็จะพากันอัญเชิญองค์พระกลับมาประดิษฐานยังวัดไตรภูมิดังเดิม แต่ผู้คนที่ อุตส่าห์พายเรือกันมาจากแต่ละหมู่บ้านไกล ๆ ก็ยังไม่กลับบ้านและมีการเลี้ยงฉลอง นำ อาหารที่เตรียมมาจากบ้าน แต่ละคนมาแลกเปลี่ยนกันกินอันเป็นการพบปะสังสรรค์กัน งานเลี้ยงก็ต้องมีสุราเข้ามาร่วมด้วย เมื่อบางคนคึก คะนองได้ที่ ก็จะมีการละเล่นสนุกสนานกัน จึงได้มีการท้าทายพายเรือแข่งกัน โดยจะพายทวนน้ำ เลียนแบบสถานการณ์เมื่อตอนเดินทางไปประกอบพิธีในช่วงเช้า โดยจะใช้เรือที่แต่ละคนพาย มาร่วมพิธีซึ่งก็คือ เรือหาปลาธรรมดา ๆ นั่นเอง จากนั้น ก็ได้มีการแข่งขันกันเช่นนี้เรื่อย ๆ เป็นประจำ ทุก ๆ ปี และจัดเป็นการแข่งขันอย่างจริงจังมากขึ้น โดยแต่ละหมู่บ้านจะจัดเตรียมเลือกเฟ้นฝึกซ้อมผู้ที่จะมาเป็นฝีพายกัน อย่างเต็มที่ และรูปแบบของเรือที่ใช้ในการแข่งขันก็มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จากการใช้เรือหาปลาธรรมดา มาเป็นการใช้เรือขุดลำ ยาวในการแข่งขัน โดยมีฝีพายลำ ละ 18 คนและ 30 คน อย่างเช่นในปัจจุบัน การแข่งเรือยาวในลำ น้ำ ป่าสักหน้าวัดไตรภูมิ ของเมืองเพชรบูรณ์ นอกจากจะเป็นการแข่งพายทวนน้ำ แล้ว ยังมีลักษณะพิเศษที่ไม่เหมือนที่อื่น ๆ อีก นั่นคือ เนื่องจากลำ น้ำ ป่าสักที่ใช้เป็นสนามแข่งกันนี้ เป็นช่วงต้นแม่น้ำ จึง มีความแคบมากคนดูและกองเชียร์จึงนั่งดูนั่งเชียร์กันใกล้ชิดกับเรือและฝีพายมาก เรียกได้ว่าตะโกนเชียร์อยู่ ข้างหูกันได้เลย นอกจากนั้น การแข่งขันจะเน้นที่ความสนุกสนานและอนุรักษ์ประเพณีมากกว่าการเอาชนะกัน อย่างจริงจัง เพราะไม่สามารถวัดฝีมือการพายได้ตามหลักเกณฑ์การแข่งเรือทั่ว ๆ ไป ทั้งนี้เพราะลำ น้ำ ที่ใช้แข่งขัน นอกจากจะแคบแล้ว ยังมีข้อจำ กัดอื่นอีกหลายอย่าง เช่น ต้องพายเรือลอดสะพาน ซึ่งถ้าปีไหนน้ำ มากเรือจะลอด สะพานไม่ได้ ก็จะพายแข่งกันเพียงแค่จากสะพานมายังเส้นชัย ซึ่งจะเป็นระยะทางที่สั้นมาก และเนื่องจากการจัดงาน ยึดถือปฏิทินทางจันทรคติ ซึ่งถ้าปีไหนมีเดือน 8 ถึง 2 ครั้ง การจัดงานที่จะจัดกันในเดือน 10 จึงทำ ให้การจัดงาน ล่าช้าตามออกไปด้วย ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่ปริมาณน้ำ ในแม่น้ำ ป่าสักลดน้อยลงไปมาก จนบางครั้งถึงกับทำ ให้ใบพาย ต้องขูดกับท้องลำ น้ำ เลยก็มี และที่สำ คัญคือ ลำ น้ำ ที่ใช้แข่งขันกันนี้มีความโค้ง ทำ ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบกัน ในสายน้ำ ที่จะต้องพายกัน ทั้งในด้านระยะและความแรงของกระแสน้ำ แม้กระนั้นก็ดี ประเพณีการแข่งเรือทวนน้ำ ก็ไม่ได้ขาดอรรถรส ความสนุกสนานในการแข่งขันและการเชียร์ลงไปแต่ประการใดเลย กลับเป็นการแข่งขันที่มีเรือ เข้าร่วมแข่งกันเป็นจำ นวนมากที่สุดในจังหวัด คือประมาณ 30-40 ลำ ในทุก ๆ ปี และชาวเพชรบูรณ์ต่างก็รอคอย ให้ถึงวันที่จะมีการแข่งเรือเพื่อจะได้ไปร่วมงานกันอย่างสนุกสนานและปราศจากการพนันขันต่อ
18 ประเพณีการแข่งเรือ ถือได้ว่าเป็นภูมิปัญญาอันชาญฉลาดของคนโบราณที่มีอานิสงส์ในการสร้าง ความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชุมชน หมู่บ้านไหนที่มีเรือแข่งไว้ประจำ หมู่บ้าน ผู้คนในหมู่บ้านนั้นจะมี ปฏิสัมพันธ์กันอย่างอบอุ่นและเหนียวแน่น พวกผู้ชายผู้ใหญ่ก็จะทำ หน้าที่ดูแลซ่อมเรือ แต่งเรือและ พิธีกรรมต่าง ๆ พวกแม่บ้านก็มีหน้าที่ทำ กับข้าว จัดเตรียมอาหารสำ หรับกองเชียร์และฝีพายทั้งตอน ซ้อมและตอนแข่งขัน บรรดาหญิงสาวก็จะมาเชียร์เป็นกำ ลังใจให้หนุ่ม ๆ ของตน พวกวัยรุ่นหนุ่ม ๆ ที่ เป็นฝีพายก็จะได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ได้แสดงออก ได้ฝึกการทำ งานร่วมกันอย่างเป็นทีม ฝึก ความอดทนและได้ออกกำ ลังกาย สุขภาพแข็งแรงไปในตัว และกลุ่มสุดท้ายก็คือ เด็ก ๆ เยาวชน ก็จะได้ เห็นแบบอย่างที่ดีของการทำ งานร่วมกันเพื่อส่วนรวมของผู้ใหญ่อันเป็นการปลูกฝังสำ นึกสาธารณะไป ตั้งแต่ต้น การแข่งเรือทวนน้ำ เป็นกีฬาพื้นบ้านที่ช่วยเสริมบรรยากาศให้งานประเพณีอุ้มพระดำ น้ำ ครึกครื้นขึ้น เป็นประเพณีที่แสดงออกถึงความสามัคคี ความร่วมแรงร่วมใจ สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตที่ผูกพันกับสายน้ำ ป่าสักมาเนิ่นนานของชาวเพชรบูรณ์ จึงเป็นมรดกที่คนเพชรบูรณ์ควรจะเรียนรู้ ภาคภูมิใจ และร่วมกัน อนุรักษ์ไว้ให้อยู่คู่แผ่นดินเพชรบูรณ์ตลอดไปชั่วกาลนาน ประเพณีการแข่งเรือทวนน้ำ
19 บรรณานุกรม ดร.ศศิวิมล แสวงผลและคณะ,ไขปริศนาพฤษาพรรณ,ค้นเมื่อ 23 กรกฎาคม 2566 จาก https://il.mahidol.ac.th/e-media/plants/index.html เมดไทย (04/09/2562),ประดู่ สรรพคุณและประโยชน์ของต้นประดู่บ้าน 25 ข้อ , ค้นเมื่อ 23 กรกฎาคม 2566 จาก https://medthai.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0 %b9%88%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/? fbclid=IwAR3gUZKo_dyTR6tDDnPDsKWhoxFC8dKE-tG3bHMY3Xs9-l54lV_8RwedHoA ปิ่น บุตรี (13/09/2563),“อุ้มพระดำ น้ำ ” เพชรบูรณ์ จากตำ นานสุดทึ่ง สู่ “ประเพณีหนึ่งเดียวในโลก”, ค้นเมื่อ 23 กรกฎาคม 2566 จาก https://mgronline.com/travel/detail/9630000093145? fbclid=IwAR26KqovkBiZRk1hADyAXQmcv_Axr0VzeK05VNLqdA6M2SP7i5WAeygVq8c#go ogle_vignette สังเวียน บุญโต (22/01/2560),เรือยาวจำ ลอง จังหวัดพิจิตร,ค้นเมื่อ 23 กรกฎาคม 2566 จาก https://www.youtube.com/watch?v=VIVk8Z0QrSQ ดร. วิศัลย์ โฆษิตานนท์ (26/12/2555),ประเพณีการแข่งเรือทวนน้ำ เมืองเพชรบูรณ์, ค้นเมื่อ 23 กรกฎาคม 2566 จาก https://wisonk.wordpress.com/2012/12/26/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9 %80%E0%B8%9E%E0%B8%93%E0%B8%B5- %E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%87% E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%99% E0%B8%99/ สยามรัฐออนไลน์ (26/03/2560),ต้นไม้ทรงปลูก (7) ต้นประดู่,ค้นเมื่อ 23 กรกฎาคม 2566 จาก https://siamrath.co.th/n/12354? fbclid=IwAR3AJYJnpFHNDZ1FPn2ddk4goN8lo9wZz50B_kA5SwArffWD738H3H3Mldo
19 THANK YOU THANK YOU