นางสาวอุษณีกรณ์ ทิวา ต าแหน่ง ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 1 ผลงานการปฏิบัติที่ดีเลิศ (BEST PRACTICE) ด้านการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ปีการศึกษา 2565 นวัตกรรม/การปฏิบัติที่ดีเลิศ (Best Practice) ด้านการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี ปีการศึกษา 2565 >>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> ชื่อผลงานการปฏิบัติที่เป็นเลิศ : การจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ CO-5 STEPs เพื่อพัฒนาการจัดการ เรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ชื่อผู้เสนอผลงาน : นางสาวอุษณีกรณ์ ทิวา ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย โรงเรียน : โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคีสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปะถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 ............................................................................................................................. ................................................. ความสำคัญของผลงานหรือนวัตกรรม ประวัติศาสตร์เป็นสาระที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่มนุษย์คิดและกระทำตามมิติของเวลา จึงเป็นศาสตร์ที่ ศึกษาประสบการณ์ของมนุษย์ได้ดีกว่าศาสตร์แขนงอื่นเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้และทำหน้าที่เชื่อม ศาสตร์ทั้งสามสาขา คือ มนุษย์ศาสตร์ สังคมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ พื้นฐานความรู้ความเข้าใจทาง ประวัติศาสตร์จะทำให้เข้าใจปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น อย่างมีเหตุผลการแก้ปัญหาก็จะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ วิชาประวัติศาสตร์จึงเป็นศาสตร์ที่สำคัญในการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา (สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน, 2558, น.21) ซึ่งช่วยให้มนุษย์สามารถเรียนรู้และเข้าใจในชีวิตตั้งแต่อดีต ถึงปัจจุบันได้มากยิ่งขึ้น นอกจากการเรียนรู้ประวัติศาสตร์จะช่วยให้มนุษย์เรียนรู้อดีต เพื่อเข้าใจปัจจุบันแล้วยังช่วยให้รู้ รากเหง้าของตนเอง เข้าใจและภูมิใจในชาติตน ช่วยให้เข้าใจปัญหา และสภาพแวดล้อมของสังคมปัจจุบันเห็น ข้อบกพร่อง-ความผิดพลาด ความสำเร็จ ความดีงามของบรรพบุรุษ รู้ความเป็นมาและวัฒนธรรมของประเทศ ตนและประเทศอื่นๆและเป็นบทเรียนที่มีค่า สำหรับใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ(สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้น พื้น ฐาน, 2556, น. ข) อย่างไรก็ดีแม้ว่าประวัติศาสตร์จะเป็นวิชาหรือศาสตร์ที่มีความสำคัญ แต่ในการ ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนประวัติศาสตร์ต่ำกว่าเกณฑ์ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ สาเหตุที่คะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนประวัติศาสตร์ยังต่ำากว่าเป้าหมาย อาจเป็นเพราะธรรมชาติและ วิธีการสอนของรายวิชาประวัติศาสตร์ เนื่องจากรายวิชาประวัติศาสตร์มีเนื้อหามาก รวมทั้ง ครูผู้สอน ส่วนใหญ่ จะเน้นให้นักเรียนท่องจำ โดยเฉพาะเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในประวัติศาสตร์ นักเรียนส่วนใหญ่จึงเกิดความ เบื่อหน่าย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน (2558, น.19-20) ปัจจุบันมีครูจํานวนมากยังคง ประสบปัญหาการเรียนการสอนประวัติศาสตร์พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน ประวัติศาสตร์ไว้ดังนี้1. ปัญหาจากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้น ฐานพุทธศักราช 2551 และการ บริหารหลักสูตรของสถานศึกษา เนื่องจากประวัติศาสตร์อยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและ
โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 2 ผลงานการปฏิบัติที่ดีเลิศ (BEST PRACTICE) ด้านการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ปีการศึกษา 2565 วัฒนธรรม ซึ่งมีเนื้อหามาก ส่งผลให้การสอนต้องเน้นการท่องจำมากกว่าการใช้และพัฒนากระบวนการต่างๆ ในการจัดการเรียนการสอน เช่น ทักษะกระบวนการคิด การสืบค้นความรู้ การตั้งคำถาม 2. ปัญหาจาก ครูผู้สอน เนื่องจากครูผู้สอนส่วนใหญ่ไม่มีพื้นฐานความรู้ด้านประวัติศาสตร์มีครูที่จบวิชาเอกประวัติศาสตร์น้อย มาก รวมทั้งการพัฒนาครูผู้สอนประวัติศาสตร์มีน้อยเมื่อเทียบกับวิชาอื่น ดังนั้น การที่ครูขาดความรู้ด้าน ประวัติศาสตร์จึงทำให้กระบวนการจัดการเรียนการสอนไม่สามารถเป็นไปตามเป้าหมายของหลักสูตรและ ตอบสนองความต้องการของผู้เรียนได้3. ปัญหาจากสังคม สภาพสังคมปัจจุบันส่งผลให้นักเรียนไม่เห็น ความสำคัญของ วิชาประวัติศาสตร์ไม่สามารถประยุกต์หรือเชื่อมโยงความรู้ รวมทั้งการศึกษาก็มุ่งเพียงพัฒนา คนในด้านเทคโนโลยี ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ภาษาอังกฤษ ภาษาจีนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์4. ปัญหา จากเทคโนโลยีและสื่อการเรียนรู้ผู้สอนส่วนใหญ่ใช้หนังสือเป็นสื่อในการเรียนรู้ ซึ่งส่วนใหญ่เน้นเนื้อหา เป็น ผลให้การจัดการเรียนการสอนส่วนใหญ่เน้นเนื้อหาเป็นหลัก โดยสื่อที่เป็นบุคคล ปราชญ์ภูมิปัญญาและ วัฒนธรรมท้องถิ่นไม่ได้นำมาใช้ ส่งผลให้เทคโนโลยีสื่อการสอนของประวัติศาสตร์ไม่น่าสนใจและจูงใจผู้เรียน แนวทางการแก้ไขปัญหาอีกแนวทางหนึ่งในการสอนประวัติศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน (2556, น.36-38) ได้เสนอว่าครูผู้สอนจำเป็นต้องเลือกวิธีการสอนให้ตรงเป้าหมาย ซึ่งอาจใช้วิธีการสอนทั่วไปหรือใช้วิธีการสอนเฉพาะทางประวัติศาสตร์รวมทั้งใช้สื่อสนับสนุนการสอน เช่น การใช้หลักฐานและเอกสารชั้นต้น การใช้แหล่งเรียนทางประวัติศาสตร์เป็นสื่อการใช้การทำโครงงานทาง ประวัติศาสตร์การใช้ทรัพยากรมีอยู่อย่างคุ้มค่า ได้แก่ สังคมรอบโรงเรียน ผู้รู้ ปราชญ์ ท้องถิ่น ฯลฯ ครูต้อง ศึกษาว่าในท้องถิ่นและชุมชนนั้นมีสิ่งเหล่านี้อยู่ไหน อย่างไร ที่จะเชื่อมโยงมาให้การจัดการเรียนรู้ตามมาตรฐาน การเรียนรู้และตัวชี้วัดให้มีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตของนักเรียนเพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย รวมทั้งควรนำวิธีการในการเรียนประวัติศาสตร์หรือวิธีการทางประวัติศาสตร์ (Historical Method) มาใช้ใน การจัดการเรียนการสอนเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้นนอกจากนี้ควรที่จะมีการพัฒนาให้เหมาะสมกับสภาพ การเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลซึ่งทุกสิ่ง ทุกอย่างอยู่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต(Internet of Things) การจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์จึงควรมี วิธีการและรูปแบบที่หลากหลายตอบสนองให้นักเรียนมีการตื่นรู้ (Active Learning) มีลักษณะที่ยึดนักเรียน เป็นสำคัญ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่สามารถตอบโจทย์ได้คือ รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน CO-5 STEPs จากที่มาและความสําคัญดังกล่าวครูผู้สอนจึงเห็นถึงความสําคัญของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ ส่งเสริมการแก้ปัญหาผู้เรียนวิชาประวัติศาสตร์เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ จึงสนใจศึกษา รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน CO-5 S TEPs ซึ่งเป็นแนวการสอนที่มีการดัดแปลงมาจาก กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอนโดยเพิ่มเติมการทํางานกลุ่มแบบรวมพลัง เพื่อให้มีการจัดการเรียนรู้บนฐาน วิธีการทางประวัติศาสตร์อีกทั้งเน้นการให้นักเรียนร่วมมือกันทํางานช่วยเหลือกันเด็กเก่งช่วยเด็กเรียนช้าเด็ก ถนัดกว่าช่วยเด็กถนัดน้อย โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความเสมอภาค กระบวนการเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน เป็นแนวการสอนหนึ่งของการเรียนรู้เชิงรุก เน้นให้ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเอง รวมทั้งประยุกต์
โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 3 ผลงานการปฏิบัติที่ดีเลิศ (BEST PRACTICE) ด้านการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ปีการศึกษา 2565 ความรู้ได้ บนฐานวิธีการทางประวัติศาสตร์นักเรียนมีการปฏิบัติกิจกรรมแบบทํางานกลุ่มโดยทุกคนร่วมด้วย ช่วยกัน บทบาทของผู้เรียนเป็นผู้เรียนรู้ (Learner) บทบาทของครูเป็นผู้อํานวยความสะดวก (Facilitator) ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ ขั้นเสนอสิ่งเร้าและระบุคําถามสําคัญ (Stimulating and Key Questioning Collaboratively) ขั้นแสวงหาสารสนเทศและวิเคราะห์อย่างรวมพลัง (Searching and Analyzing Collaboratively) ขั้นรวมพลังอภิปรายและสร้างความรู้ (Discussing and Constructing Collaboratively) ขั้นสื่อสารและสะท้อนคิดอย่างรวมพลัง (Communicating and Reflecting Collaboratively) ขั้นรวมพลัง ประยุกต์และตอบแทนสังคม (Applying and Serving Collaboratively) ด้วยเหตุดังกล่าว ครูผู้สอนจึงนํา รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน CO-5 STEPs นํามาบูรณาการร่วมกับแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคีและหวัง ให้เป็นแนวทางในการพัฒนานักเรียนให้มีความรู้ความสามารถเป็นไปตามเป้าหมายของหลักสูตรต่อไป จุดประสงค์ของการดำเนินงาน เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ขอบเขตของการดําเนินงาน 1. เป้าหมายของการดําเนินงาน 1.1 เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์โดยประยุกต์วิธีการทางประวัติศาสตร์ โดยรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน CO-5 STEPs 1.2 เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของนักเรียนให้มีความสามารถในการใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม รวมทั้งเสริมสร้างความสามารถในการเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ 21 2. ขอบเขตของเนื้อหา เนื้อหาสาระที่ใช้ในการพัฒนานักเรียนคือสาระการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ มีทั้งหมด 4 หน่วย คือ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ประวัติศาสตร์ กาลเวลา และวิธีการทางประวัติศาสตร์หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 พัฒนาการ ของรัฐในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ความเป็นมาและการตั้งหลักแหล่งในดินแดนประเทศ ไทย หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 อาณาจักรสุโขทัย 3. ขอบเขตของระยะเวลา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ประโยชน์ที่จะได้รับ 1. ผู้สอนปรับวิธีการสอนเป็นการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning 2. ผู้เรียนมีความสามารถในการนำวิธีการทางประวัติศาสตร์มาใช้ในการสืบค้นข้อมูล กระบวนการพัฒนาผลงานหรือขั้นตอนการดำเนินงาน รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน CO-5 STEPs 1. ขั้นเสนอสิ่งเร้าและระบุคําถามสําคัญ (Stimulating and Key Questioning Collaboratively) ครูนําเสนอสิ่งเร้าที่ เช่น วัตถุสิ่งของ วิดีทัศน์ รูปภาพ การตั้งคําถาม เปิดโอกาสให้ผู้เรียนตั้งคําถามได้ทั้งคําถาม
โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 4 ผลงานการปฏิบัติที่ดีเลิศ (BEST PRACTICE) ด้านการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ปีการศึกษา 2565 ง่ายและคําถามยาก ให้ผู้เรียนคาดคะเนคําตอบอาจเป็นรายบุคคล หรือทีมด้วยการใช้วิธีต่าง ๆ 2. ขั้นแสวงหาสารสนเทศและวิเคราะห์อย่างรวมพลัง (Searching and Analyzing Collaboratively) ผู้เรียนทํากิจกรรมศึกษาค้นคว้าตามสื่อการเรียนรู้ที่ครูเตรียมไว้ในเวลาที่กําหนด ผู้เรียน วิเคราะห์ข้อมูล/สารสนเทศที่ได้จากกิจกรรมการเรียนรู้ 3. ขั้นรวมพลังอภิปรายและสร้างความรู้ (Discussing and Constructing Collaboratively) ครูให้ผู้เรียนนําเสนอข้อเท็จจริง ผู้เรียนร่วมกันอภิปรายการสืบค้นข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจน 4. ขั้นสื่อสารและสะท้อนคิดอย่างรวมพลัง (Communicating and Reflecting Collaboratively) ผู้เรียนเตรียมนําเสนอผลงานความรู้ที่ผ่านการแก้ไขปรับปรุงแล้ว ด้วยวิธีการบอกเล่า สะท้อนกระบวนการ เรียนรู้การทํางาน ข้อเด่น ข้อด้อย จนได้บทเรียน 5. ขั้นรวมพลังประยุกต์และตอบแทนสังคม (Applying and Serving Collaboratively) ผู้เรียน ช่วยกันนําความรู้ที่ได้รับจากการเรียนรู้ไปปรับใช้ในการเรียนรู้ร่วมกับสาระอื่น ๆ หรือปรับใช้ในการดําเนิน ชีวิตประจําวัน เช่น การบอกเล่า การถ่ายวิดีทัศน์ การเขียนบทความ การทําโครงงาน รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน CO-5 STEPs ขั้นตอนการดำเนินการพัฒนา ข้าพเจ้าดําเนินการในการจัดการเรียนรู้ ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน CO-5 STEPs โดยใช้วงจรเดมิ่ง (PDCA) ดังนี้
โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 5 ผลงานการปฏิบัติที่ดีเลิศ (BEST PRACTICE) ด้านการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ปีการศึกษา 2565 ขั้นวางแผน (Plane) 1. วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดตามหลักสูตร เพื่อสร้างหน่วยการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับ หลักสูตรสถานศึกษา 2. ออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมการเรียนรู้แบบ Active learning โดยใช้รูปแบบการจัดการ เรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน CO-5 STEPs เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ คุณลักษณะประจําวิชา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสมรรถนะที่สําคัญ ตามหลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์หรือตาม หลักสูตรสมรรถนะ โดยมีการออกแบบกิจกรรมที่หลากหลาย เหมาะสมกับความแตกต่างของผู้เรียน ทําให้ ผู้เรียนมีกระบวนการคิดและค้นพบองค์ความรู้ด้วยตนเอง 3. จัดทําแผนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้อง และเป็นกิจกรรมการเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน ขั้นปฏิบัติ (Do) 1. ผู้สอนดําเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านการตรวจสอบ แก้ไขเพิ่มเติมจากคณะครูในกิจกรรม PLC สู่การปฏิบัติ 2. ผู้สอนวัดประเมินผลผู้เรียนระหว่างการจัดการเรียนรู้ โดยการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ ของผู้เรียน และประเมินหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 3. ผู้สอนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการประเมินผลงาน ชิ้นงาน โดยการสะท้อนการ เรียนรู้และการสะท้อนความคิดอย่างเหมาะสม ในรูปแบบและวิธีที่หลากหลายตามความเหมาะสมของผลงาน และชิ้นงาน ขั้นตรวจสอบ (Check) 1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้ 2. ผู้สอนบันทึกผลการจัดการเรียนรู้ ขั้นดำเนินการ (Act) 1. นำผลจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้ระหว่างครูผู้สอน กับผู้เรียนสรุปเพื่อหาแนวทางในการพัฒนากิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ที่ตรงตามความต้องการและเหมาะสม ตามความถนัดของแต่ละบุคคล 2. ร่วมหาแนวทางในการพัฒนา และออกแบบการจัดการเรียนรู้ร่วมกับคณะครูผ่านกิจกรรม ชุมชนแห่งหารเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนให้เกิดประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผลการดำเนินการ/ประโยชน์ 1. ผู้สอนปรับวิธีการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์โดยประยุกต์วิธีการทางประวัติศาสตร์ โดยรูปแบบ การจัดการเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน CO-5 STEPs เป็นการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning โดยใช้ กิจกรรมที่หลากหลาย เช่น เกมเปิดแผ่นป้าย วิดีทัศน์เพลง เป็นต้น และมีการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ เช่น
โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 6 ผลงานการปฏิบัติที่ดีเลิศ (BEST PRACTICE) ด้านการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ปีการศึกษา 2565 การสะท้อนผลการจัดการเรียนรู้ผ่าน google forms เป็นต้น เพื่อช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้และความ เข้าใจในเนื้อหาวิชาประวัติศาสตร์ 2. ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สามารถนำวิธีการทางประวัติศาสตร์5 ขั้น มาใช้ในการสืบค้นข้อมูล ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เรื่อง “ที่มาของชื่อหมู่บ้านแก่งกุลา” และนำความรู้ที่ได้จากการสืบค้นมาเผยแพร่ ให้นักเรียนโรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคีและผู้ที่สนใจต่อไป ปัจจัยความสำเร็จ 1 ผู้บริหารให้ความสําคัญและสนับสนุนการพัฒนาผลงานของครูและบุคลากรทุกคน 2. การมีส่วนร่วมของบุคลากรภายในสถานศึกษา ผ่านกิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ(PLC) ร่วมหาแนวทางการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3. ครูผู้สอนนําความรู้จากการพัฒนาตนเองมาพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learned) 1. การดําเนินการโดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบรวมพลัง 5 ขั้นตอน CO-5 STEPs นั่นส่งผลให้ ผู้สอนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่ส่งเสริมทักษะการคิดและกระบวนการกลุ่ม การมีส่วนร่วม ของผู้เรียน และมีการประเมินผลการเรียนรู้ของนักเรียนตามสภาพจริงอย่างต่อเนื่อง 2. การพัฒนาผู้เรียนตามรูปแบบที่ชัดเจน ส่งผลให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาได้อย่างมีคุณภาพและบรรลุ ตามเป้าหมายที่กําหนดไว้ 3. การพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ร่วมกันผ่านกระบวนการ PLC ส่งผลให้กระบวนการในการ พัฒนาผู้เรียนมีรูปแบบที่สมบูรณ์ ประสบความสําเร็จได้ผลงานอย่างมีคุณภาพ การเผยแพร่/ได้รับการยอมรับ/รางวัล 1. การเผยแพร่ 1.1 เผยแพร่และร่วมจัดนิทรรศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการส่งเสริมรัก การอ่านตามรอยพระจริยวัตรฯ จัดโดย สพป.พิษณุโลก เขต 2
โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 7 ผลงานการปฏิบัติที่ดีเลิศ (BEST PRACTICE) ด้านการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ปีการศึกษา 2565 1.2 เผยแพร่และร่วมจัดนิทรรศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning จัดโดย สพป.พิษณุโลก เขต 2 1.3 เผยแพร่และร่วมจัดนิทรรศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning จัดโดย สพป.พิษณุโลก เขต 3 2. รางวัล 2.1 ได้เข้าร่วมการประกวดแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning Lesson Plan) จัดโดย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 8 ผลงานการปฏิบัติที่ดีเลิศ (BEST PRACTICE) ด้านการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ปีการศึกษา 2565 2.2 ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม การประกวดแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3 จัดโดย สพป.พิษณุโลก เขต 2
โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 9 ผลงานการปฏิบัติที่ดีเลิศ (BEST PRACTICE) ด้านการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ปีการศึกษา 2565 ภาคผนวก
โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 10 ผลงานการปฏิบัติที่ดีเลิศ (BEST PRACTICE) ด้านการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ปีการศึกษา 2565 ตัวอย่างกิจกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ CO-5 STEPs เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 1. ผู้สอนปรับวิธีการสอนเป็นการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning QR code ไฟล์แผนการจัดการเรียนรู้ แบบ Active Learning วิชาประวัติศาสตร์ ชั้น ม.1 QR code คลิปวิดีโอ การจัดการเรียนรู้ แบบ Active Learning วิชาประวัติศาสตร์ ชั้น ม.1
โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 11 ผลงานการปฏิบัติที่ดีเลิศ (BEST PRACTICE) ด้านการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ปีการศึกษา 2565 ตัวอย่างกิจกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ CO-5 STEPs เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2. ผู้เรียนสามารถนำวิธีการทางประวัติศาสตร์มาใช้ในการสืบค้นข้อมูลประวัติศาสตร์ท้องถิ่น QR code ไฟล์แผนการจัดการเรียนรู้ แบบ Active Learning วิชาประวัติศาสตร์ ชั้น ม.1 QR code คลิปวิดีโอ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เรื่อง ที่มาของชื่อหมู่บ้านแก่งกุลา
โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี 12 ผลงานการปฏิบัติที่ดีเลิศ (BEST PRACTICE) ด้านการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ ปีการศึกษา 2565 บรรณานุกรม ยุวดี ชมชื่น 1 . การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์โดยประยุกต์วิธีการทางประวัติศาสตร์การ เรียนรู้แบบผสมผสาน และการเรียนรู้แบบทํางานร่วมกันสําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดบางวัว (สายเสริมวิทย์) จังหวัดฉะเชิงเทรา [วารสารวิจัยทางการศึกษา]. คณะ ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ: ปีที่ 13 ฉบับที่ 2 เดือนกรกฎาคม – ธันวาคม 2561 บริษัท แม็คเอ็ดดูกา จำกัด. กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs). [อินเทอร์เน็ต]. สืบค้นเมื่อ 3 พฤษภาคม 2566. เข้าถึงได้จาก: http://www.maceduca.com/newsdetail.php?id=1
โรงเรียนบ้านแก่งกุลาสามัคคี ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ