The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิธีระบบ วิชยุตม์ 038 หมู่2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-01-24 13:40:01

วิธีระบบ วิชยุตม์ 038 หมู่2

วิธีระบบ วิชยุตม์ 038 หมู่2

เรอ่ื ง วธิ รี ะบบ

จดั ทำโดย
นายวชิ ยุตม์ ปยุ ภูงา
ช้นั ปที ี่ 2 หมู่ 2 รหัส620113189038

เสนอ
อาจารยก์ รนารนิ สารยิ า

สาขาวชิ าเทคโนโลยแี ละนวัตกรรมการศึกษา

มหาวิทยาลยั ราชภัฏบุรีรัมย์ คณะครศุ าสตร์

คำนำ
รายงานนี้จดั ทำข้นึ เพือ่ เป็นส่วนหน่งึ ของรายวิชา วธิ ีระบบทางเทคโนโลยีการศึกษา จัดทำโดย
นักศกึ ษาคณะครุศาสตร์ สาขาเทคโนโลยคี อมพวิ เตอรเ์ พื่อการศกึ ษา มหาวิทยาลยั ราชภัฏบุรีรมั ย์
เพือ่ ใหไ้ ด้ศึกษาหาความรใู้ นเร่ือง วธิ ีระบบ การวิเคราะห์ระบบ ลกั ษณะของระบบทดี่ ี ระบบเปิด
และระบบปดิ วธิ ีระบบทนี่ ำมาใชใ้ นการสอน ทำใหไ้ ดศ้ กึ ษาอยา่ งเข้าใจเพอื่ ใหเ้ ป็นประโยชน์กับ
รายวิชาน้ี และผู้ท่ีมีความสนใจทจ่ี ะศกึ ษารายวิชาน้ี

จดั ทำโดย
นายวชิ ยุตม์ ปยุ ภูงา

สารบัญ

เรอ่ื ง หนา้
วิธีระบบ 1
การวิเคราะห์ระบบ 3
ลักษณะของระบบท่ดี ี 5
ระบบเปดิ และระบบปิด 7
วิธรี ะบบท่ีนำมาใชใ้ นการสอน 8

1

วธิ ีระบบ ( System Approach)

ระบบ คอื ภาพส่วนรวมของโครงสรา้ งหรอื ของขบวนการอย่างหนึง่ ทีม่ ีการจัดระเบียบความสมั พนั ธ์
ระหวา่ งองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ท่ีรวมกันอยู่ในโครงการหรือขบวนการน้นั

ระบบ
เปน็ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ทีใช้ในการวางแผนและดำเนินการต่าง ๆ
เพือ่ ใหบ้ รรลุผลตามจุดมุง่ หมายทก่ี ำหนดไว้ วิธกี ารระบบมีองคป์ ระกอบที่สำคญั 4 ประการ คือ

1. ข้อมูลวัตถดุ บิ ( Input )
2. กระบวนการ ( Process)
3. ผลผลิต ( Output )
4. การตรวจผลย้อนกลับ ( Feedback)

องค์ประกอบท้ัง 4 ส่วนน้ี จะมคี วามสัมพันธ์ต่อเนือ่ งกัน ดงั ภาพ

2
วธิ กี ารระบบท่ดี ี จะต้องเป็นการจัดสรรทรัพยากรท่ีมีอยมู่ าใชอ้ ย่างประหยดั และเหมาะสมกบั
สภาพแวดล้อม
และสถานการณ์ เพ่ือให้การทำงานเป็นไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ บรรลเุ ปา้ หมายที่วางไว้
ถา้ ระบบใดมผี ลผลิตทัง้ ในด้านปริมาณและคณุ ภาพมากกว่าขอ้ มูล วัตถดุ ิบที่ป้อนเขา้ ไป ก็ถือไดว้ ่าเป็นระบบ
ทม่ี คี ณุ ภาพ ในทางตรงขา้ มถา้ ระบบมผี ลผลิตท่ตี ำ่ กวา่ ข้อมูลวัตถุดบิ ทไ่ี ปใช้ กถ็ ือว่าระบบนั้นมีประสทิ ธภิ าพต่ำ
ลักษณะสำคัญของวิธรี ะบบ
1. เปน็ การทำงานร่วมกันเป็นคณะของบคุ คลที่เกย่ี วข้องในระบบน้ัน ๆ
2. เป็นการแกป้ ญั หาโดยการใช้วิธกี ารทางวทิ ยาศาสตร์
3. เป็นการใชท้ รพั ยากรท่ีมีอยู่อยา่ งเหมาะสม
4. เปน็ การแกป้ ัญหาใหญ่ โดยแบง่ ออกเปน็ ปัญหาย่อย ๆ เพื่อสะดวกในการแก้ปัญหา
อันจะเปน็ ผลให้แกป้ ญั หาใหญไ่ ดส้ ำเร็จ
5. มงุ่ ใช้การทดลองใหเ้ หน็ จริง
6. เลอื กแกป้ ัญหาที่พอจะแกไ้ ขไดแ้ ละเป็นปญั หาเรง่ ดว่ นกอ่ น

องคป์ ระกอบของระบบ
องค์ประกอบของระบบ ไมว่ า่ จะเปน็ ระบบใดก็ตาม จะประกอบด้วย 3 ส่วนคอื

1. สิง่ ทปี่ ้อนเขา้ ไป ( Input )
หมายถงึ สงิ่ ตา่ งๆ ท่ีจำเป็นต้องใช้ในกระบวนการหรือโครงการตา่ งๆ เช่น
ในระบบการเรยี นการสอนในชน้ั เรียน อาจไดแ้ ก่ ครู นกั เรียน ชนั้ เรยี น หลกั สูตร

2. กระบวนการหรือการดำเนินงาน ( Process)
หมายถงึ การนำเอาสง่ิ ที่ปอ้ นเขา้ ไป มาจดั กระทำให้เกิดผลบรรลตุ ามวตั ถปุ ระสงค์ที่ต้องการ
เชน่ การสอนของครู หรอื การใหน้ กั เรยี นทำกิจกรรม เป็นต้น

3. ผลผลติ หรือการประเมินผล (Output)
หมายถึง ผลทีไ่ ด้จากการกระทำในข้นั ที่สอง ไดแ้ ก่ ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นของนักเรียน
หรอื ผลงานของนักเรยี น เป็นต้น
ผลที่ได้จากการกระทำในขั้นทสี่ อง การวิเคราะห์ระบบ (System Analysis)
การวเิ คราะห์ระบบ เปน็ วิธีการนำเอาผลท่ีได้ ซ่ึงเรียกวา่ ขอ้ มูลย้อนกลับ (Feed Back)

จากผลผลิตหรือการประเมนิ ผลมาพิจารณาปรับปรุงระบบใหม้ ปี ระสิทธิภาพย่ิงขึ้น

3

การวเิ คราะหร์ ะบบ ( System Analysis )

การกระทำหลังจากผลท่ีได้ออกมาแลว้ เปน็ การปรับปรงุ ระบบการทำงานใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพขน้ึ
ข้อมลู ท่ีไดจ้ ากการประเมนิ ผลและมามาใช้แก้ไขขอ้ บกพร่องในสว่ นต่าง ๆ
หรอื การดูข้อมูลย้อนกับ ( Feedback ) ดงั น้ันการนำข้อมลู ย้อนกลบั มาใช้ในการวเิ คราะหร์ ะบบ
จึงเป็นส่วนสำคัญของวิธีระบบ ( System Approach) ซง่ึ จะขาดองคป์ ระกอบน้ีไม่ได้
มฉิ ะนั้นจะไมก่ ่อใหเ้ กิดการแก้ปัญหาไดต้ รงเป้าหมายและการปรบั ปรุงทม่ี ีประสิทธิภาพ

ขั้นตอนของการวิเคราะห์ระบบ
1. ปัญหา (Identify Problem)
2.จดุ ม่งุ หมาย (Objectives)
3. ศึกษาข้อจำกัดตา่ ง ๆ (Constraints)
4. ทางเลอื ก (Alternatives)
5. การพจิ ารณาทางเลือกทเี่ หมาะสม (Selection)
6. การทดลองปฏบิ ัติ (Implementation)
7. การประเมนิ ผล (Evaluation)
8. การปรับปรงุ แก้ไข (Modification)

4

ขั้นตอนของการวเิ คราะห์ระบบ ( System Analysis )
ประกอบด้วย 8 ขน้ั ตอน ดงั นี้

ขน้ั ที่ 1 ขัน้ ต้ังปัญหาหรอื กำหนดปญั หา ในขนั้ น้ีต้องศึกษาใหถ้ ่องแท้เสียก่อนว่าอะไรคือปัญหา
ท่คี วรแก้ไข

ขั้นที่ 2 ข้นั กำหนดเปา้ หมายหรอื วตั ถปุ ระสงค์เพื่อการแก้ไขปัญหาน้ัน ๆ ว่าจะใหไ้ ดผ้ ลในทางใด
มีปรมิ าณและคุณภาพเพียงใดซึ่งการกำหนดวัตถุประสงค์นค้ี วรคำนงึ ถงึ
ความสามารถในการปฏบิ ัตแิ ละออกมาในรปู การกระทำ

ขัน้ ท่ี 3 ขั้นสร้างเครือ่ งมืดวดั ผล การสร้างเครือ่ งมอื นจี้ ะสร้างหลังจากกำหนดวัตถปุ ระสงคแ์ ลว้
และตอ้ งสรา้ งกอ่ นการทดลองเพือ่ จะไดใ้ ชเ้ คร่ืองมือน้ี วัดผลไดต้ รงตามเวลาและเป็นไปทุกระยะ

ข้นั ท่ี 4 ค้นหาและเลือกวิธกี ารต่างๆ ทจี่ ะใชด้ ำเนินการไปสู่เปา้ หมายท่วี างไว้ ควรมองดว้ ยใจกว้างขวาง
และเป็นธรรม หลาย ๆแง่ หลาย ๆ มุม พจิ ารณาข้อดีขอ้ เสยี ตอลดจนข้อจำกัดต่าง ๆ

ขั้นท่ี 5 เลอื กเอาวธิ ีท่ดี ีที่สดุ จากข้ันท่ี 4 เพ่ือนำไปทดลองในขัน้ ต่อไป
ขั้นที่ 6 ข้ันการทำอง เม่ือเลือกวธิ กี ารใดแลว้ กล็ งมือปฏิบตั ิตามวธิ กี ารน้ัน

การทดลองนคี้ วรกระทำกับกล่มุ เล็กๆ ก่อนถ้าไดผ้ ลดีจึงค่อยขยายการปฏบิ ัติงาน
ใหก้ วา้ งขวางออกไป จะได้ไม่เสยี แรงงาน เวลาและเงินทองมากเกนิ ไป
ขนั้ ท่ี 7 ข้นั การวัดผลและประเมนิ ผล เม่อื ทำการทดลองแล้วก็นำเอาเครอื่ งมือวดั ผลทสี่ ร้างไว้
ในข้นั ท่ี 3 มาวัดผลเพ่ือนำผลไปประเมนิ ดูวา่ ปฏบิ ัตงิ านสำเรจ็ ตามเปา้ หมายเพียงใด
ยังมีส่งิ ใดขาดตกบกพร่อง จะได้นำไปปรบั ปรงุ แก้ไข
ขั้นที่ 8 ขนั้ การปรบั ปรุงและขยายการปฏิบตั งิ าน จากการวัดผลและประเมนิ ผลในขน้ั ที่ 7
ก็จะทำใหเ้ ราทราบว่า การดำเนินงานตามวธิ กี ารที่แล้วมานนั้ ไดผ้ ลตามวตั ถปุ ระสงค์
หรือไม่ เพียงใด จะไดน้ ำมาแก้ไข ปรับปรุงจนกว่าจะไดผ้ ลดจี ึงจะขยายการปฏิบตั ิ
หรอื ยดึ ถือเปน็ แบบอย่างตอ่ ไป

5

ลักษณะของระบบที่ดี

ระบบท่ีดตี ้องสามารถปฏบิ ัติงานไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ ( efficiency)
และมคี วามย่ังยนื (sustainable) ตอ้ งมีลกั ษณะ 4 ประการคือ

1. มปี ฏิสมั พนั ธก์ ับสิ่งแวดล้อม ( interact with environment )
2. มจี ดุ หมายหรอื เปา้ ประสงค์ ( purpose)
3. มีการรักษาสภาพตนเอง (self-regulation)
4. มีการแก้ไขตนเอง ( self-correction )

ปฏสิ มั พนั ธก์ บั ส่งิ แวดล้อม ( interact with environment )
ระบบทุก ๆ ระบบจะมีปฏสิ ัมพันธไ์ ม่ทางใดกท็ างหน่ึงกับโลกรอบ ๆตวั ของระบบ
โลกรอบ ๆตัวน้ี เรยี กว่า "สิ่งแวดล้อม" การทร่ี ะบบมีปฏิสมั พันธ์กับส่งิ แวดล้อมนเ้ี อง
ทำใหร้ ะบบดังกล่าวกลายเป็น ระบบเปิด ( Open system ) กล่าวคือ
ระบบจะรับปจั จัยนำเข้า (inputs ) จากสิง่ แวดลอ้ ม ซึง่ อาจจะเป็นพลังงาน อาหาร ข้อมลู ฯลฯ
ระบบจะจัดกระทำเปล่ียนแปลงปัจจยั นำเขา้ นีใ้ หเ้ ปน็ ผลผลติ ( output )
แลว้ สง่ กลบั ไปให้สิ่งแวดลอ้ มอีกท่ีหนง่ึ มีจุดหมายหรอื เป้าประสงค์ ( purpose)
ระบบจะต้องมจี ุดมุ่งหมายท่ีชัดเจนแนน่ อนสำหรบั ตวั ของมันเอง ระบบทเ่ี กิดขน้ึ ตามธรรมชาติ เชน่
ระบบการดำเนนิ ชีวติ ของมนุษย์นัน้ ก็มจี ดุ มุง่ หมายสำหรับตัวของระบบเองอยา่ งชดั เจนว่า
"เพือ่ รักษาสภาพการมชี ีวติ ไว้ให้ได้ใหด้ ีทส่ี ุด"
จดุ หม่งหุ มายน้ีดูออกจะไมเ่ ด่นชดั สำหรบั เรานกั เพราะเราไมใ่ ชผ่ คู้ ดิ สรา้ งระบบดงั กลา่ วข้ึนมาเอง
มีการรกั ษาสภาพตนเอง (self-regulation)

6
ลักษณะที่สามของระบบ คือ การทร่ี ะบบสามารถรักษาสภาพของตัวเองให้อยู่ในลักษณะที่คงที่อยเู่ สมอ
การรกั ษาสภาพตนเองทำไดโ้ ดยการแลกเปล่ยี นอนิ พุทและเอาท์พุดกนั ระหว่างองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ
ของระบบหรือระบบย่อย ตวั อยา่ ง ท่ีเหน็ ไดช้ ัดเจนคือ ระบบย่อยอาหารของรา่ งกายมนษุ ย์
ซึ่งประกอบดว้ ย องคป์ ระกอบย่อย ๆ หรอื ระบบยอ่ ยต่างๆ เช่น ปาก น้ำยอ่ ย น้ำดี หลอก อาหาร
กระเพาะอาหาร ฯลฯ
มกี ารแกไ้ ขตนเอง ( self-correction )
ลักษณะทีด่ ีของระบบ คือ มีการแกไ้ ขและปรับตวั เอง
ในการท่รี ะบบมปี ฏิสมั พนั ธก์ ับสภาพแวดลอ้ มบางครัง้ ปฏิสัมพันธ์นนั้
กจ็ ะทำใหร้ ะบบการรกั ษาสภาพตวั เอง ต้องย่ำแย่ไป ระบบก็ตอ้ งมีการแกไ้ ขและปรบั ตวั เองเสยี ใหม่
ตัวอย่างเชน่ การปฏิสัมพนั ธ์ระหว่างรา่ งกายกบั อากาศหนาว (สภาพแวดลอ้ ม)
อาจจะทำใหเ้ กิดอาการหวดั ข้ึนได้ ในสถานการณน์ ้ี ถา้ ระบบร่างกายไมส่ ามารถ
ที่จะรกั ษาสภาพตวั เองได้อย่างดี รา่ งานกจ็ ะตอ้ งสามารถที่จะปรับตัวเองเพื่อที่จะตอ่ สู้กับอาการหวัดนัน้
โดยการผลติ ภมู ิคุ้มกันออกมาตา้ นหวดั

7

7

ระบบเปิดและระบบปดิ

ระบบเปดิ ( Open System )
คอื ระบบที่รบั ปจั จัยนำเข้า จากสิง่ แวดลอ้ ม และขณะเดยี วกนั ก็สง่ ผลผลติ

กลบั ไปให้สง่ิ แวดล้อมอีกครง้ั หนง่ึ ตัวอย่างระบบเปดิ ท่ัว ๆ ไป เช่น
ระบบสังคม ระบบการศกึ ษา ระบบหายใจ ฯลฯ

ระบบปิด ( Close System )
คอื ระบบท่ีมิได้รับปจั จยั นำเข้าจากสิ่งแวดลอ้ ม หรอื รับปัจจัยนำเขา้ จากสิ่งแวดลอ้ มน้อยมาก

แตข่ ณะเดยี วกันระบบปิดจะผลิดเอาท์พทุ ให้กับสิ่งแวดล้อมด้วย เชน่ ระบบของถา่ นไฟฉาย
หรือระบบแบตเตอรี่ต่าง ๆ ตัวถ่านไฟฉายหรอื แบตเตอร่นี ัน้ ถกู สรา้ งขน้ึ มาให้มีไฟฟา้ สะสมอยู่ในตวั
ภายในก็มีระบบย่อยอีกหลายระบบ ทีท่ ำงานสัมพนั ธก์ ันอยา่ งดี นสามารถให้พลังงานไฟฟา้ ออกมาได้
โดยท่ไี มไ่ ด้รบั ปจั จัยภายนอกเขา้ มาเลย ระบบปิดจะมีอายสุ นั้ กว่าระบบเปดิ
เน่ืองจากระบบปิดนนั้ ทำหน้าทเ่ี พียงแตเ่ ปน็ "ผใู้ ห้" เทา่ นั้น

8

วธิ ีระบบทน่ี ำมาใช้ในการสอน

วิธรี ะบบท่ีนำมาใชใ้ นการสอน

ประกอบดว้ ยข้ันตอนดังต่อไปนี้
1. การประเมินความจำเป็น
2. การเลอื กทางแกป้ ัญหา
3. การต้งั จดุ มุ่งหมายทางการสอน
4. การวเิ คราะหง์ านและเน้ือหาทจ่ี ำเป็นต่อผลสัมฤทธต์ิ ามจุดม่งุ หมาย
5. การเลือกยุทธศาสตร์การสอน
6. การลำดบั ขนั้ ตอนของการสอน
7. การเลือกสอ่ื
8. การจดั หรอื กำหนดแหล่งทรัพยากรที่จำเป็น
9. การทดสอบ และ/หรือ ประเมินคา่ ประสิทธภิ าพของแหลง่ ทรัพยากรเหลา่ นั้น
10. การปรบั ปรงุ แกไ้ ขแหลง่ ทรพั ยากรจนกว่าจะเกิดประสทิ ธิภาพ
11. การเดนิ ตามวฏั จกั รของกระบวนการทัง้ หมดซ้ำอีก

ระบบการเรียนการสอน
ระบบการเรียนการสอน ก็คอื การจดั องคป์ ระกอบของการเรียนการสอนให้มีความสัมพันธก์ นั

9

เพ่ือสะดวกต่อการนำไปสจู่ ุดหมายปลายทางของการเรียนการสอนท่ไี ด้กำหนดไว้

องค์ประกอบของระบบการเรียนการสอน
ระบบการเรยี นการสอนประกอบด้วยส่วนย่อยๆ ต่าง ๆ ซงึ่ มคี วามเกย่ี วพันกนั และกัน สว่ นทสี่ ำคัญคือ
กระบวนการเรียนการสอน ผู้สอนและผเู้ รยี น
ยเู นสโก ( UNESCO ) ได้เสนอรูปแบบขององค์ประกอบของระบบการเรยี นการสอนไว้
โดยมอี งคป์ ระกอบ 6 สว่ น คือ

1. องค์ประกอบของการสอนจะประกอบดว้ ย ผ้สู อน ผเู้ รยี น ส่อื การเรียนการสอน
วธิ ีสอนซ่ึงทำงานประสานสัมพันธก์ นั อันจะเป็นพาหะหรือแนวทางผสมกลมกลืนกบั เนื้อหาวิชา

2. กิจกรรมการเรียนการสอน จะต้องมีส่อื การเรียนการสอนและแหลง่ ท่ีมาของสอื่ การเรียนการสอนเหลา่ นั้น
3. ผสู้ อนตอ้ งหาแนวทาง แนะนำชว่ ยเหลอื ผเู้ รยี นให้เกิดการเรยี นรู้ท่ดี ีทส่ี ดุ
4. การเสริมกำลงั ใจ การจงู ใจแก่ผูเ้ รียน นบั วา่ มอี ิทธิพลต่อการทจี่ ะเสริมสรา้ งความสนใจ

ให้การเรียนการสอนมีคณุ ภาพ
5. การประเมินผล ผลทีอ่ อกมาอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพโดยการประเมินท้ังระบบ

เพื่อดวู ่าผลทไี่ ด้นัน้ เปน็ อยา่ งไร
เป็นการนำขอ้ มูล ข้อเทจ็ จรงิ มาเปรียบเทยี บกับประสิทธผิ ลของระบบ เพื่อการแก้ไขปรับปรงุ ต่อไป
6. ผลท่ีไดร้ ับทง้ั ประเมนิ เพื่อประเมินผลในการปรบั ปรงุ และเปรียบเทียบกบั การลงทนุ ในทางการศกึ ษาว่า
เปน็ อยา่ งไร นอกจากนี้ บุญชม ศรสี ะอาด ได้กล่าวถึงองคป์ ระกอบของระบบการเรยี นการสอน
ไดแ้ ก่ ตัวป้อน กระบวนการ และผลติ ดงั ภาพ

10

อา้ งอิง

กิดานันท์ มลิทอง.(2540). เทคโนโลยีการศกึ ษาและนวัตกรรม. กรุงเทพฯ:ชวนพมิ พ์.
ฉลอง ทบั ศรี. (2542). การออกแบบการเรียนการสอนวชิ า การออกแบบการเรยี นการสอน (423511).

มหาวทิ ยาลัยบูรพา. เอกสารการสอน
บญุ เกือ้ ควรหาเวช. (2543). นวตั กรรมการศึกษา.(พมิ พค์ รั้งท่ี 5). กรงุ เทพฯ:SR Printing.


Click to View FlipBook Version