การพูดตอ่ ชุมชนและการพูดในงานสังคม
นางสาวชไมพร ทองคา
เลขที่ ๖ สบจ ๖๓.๑
สาขาวชิ าการจัดการสานกั งาน
รายงานนี้เปน็ สว่ นหนงึ่ ของรายวชิ า ๓๐๒๑๖๘-๒๐๐๓
โปรแกรมสาเร็จรปู ในสานกั งาน
สาขาการจดั การสานักงาน แผนวิชาการจดั การสานักงาน
คณะบริหารธุรกิจ
วิทยาลยั อาชีวศกึ ษาลาปาง
ภาคการศึกษาที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
คานา
รายงานเล่มนี้ เป็นสว่ นหนงึ่ ของรายวชิ า 302116 - 2003 โปรแกรมสาเรจ็ รูปในงาสานักงานซึ่ง
ได้รับมอบหมายจาก ครูปรียา ปนั ธิยะ ให้ศึกษาค้นคว้าเก่ียวกับเรอ่ื ง การพูดต่อทีป่ ระชมุ และการพูด
ในสังคม โดยมเี น้ือหาสาระของรายงานเล่มนี้ ประกอบดว้ ย ความหมายของการพดู ต่อท่ีประชุม,
ประเภทของการพดู ต่อท่ปี ระชุมชน, การเตรียมการพูดต่อท่ีประชมุ ชน, และคุณธรรม จรรยามารยาท
ของผู้พดู , การพูดในสงั คม, ขน้ั ตอนการพูดในสงั คม, การกล่าวคาพูดแนะนา, การกล่าวขอบคุณผูพ้ ดู ,
การกล่าวต้อนรับผู้มาเยย่ี มชม, การกล่าวตอ้ นรบั , การกลา่ วต้อนรับผ้เู ขา้ รบั ตาแหน่งใหม่, การกลา่ วใน
โอกาสเข้ารับตาแหนง่ ใหม่, การกล่าวอาลา, การกล่าวมอบรางวลั หรือของขวญั , การกลา่ วตอบท่ีได้รับ
รางวัลหรอื ของขวญั , การกลา่ วคาไว้อาลยั และการกลา่ วให้โอวาทอีกทง้ั ยังเปน็ การฝกึ พมิ พ์ การจดั
หน้าการพิมพ์ และการเข้าเล่มรายงาน
ผจู้ ัดทาไดท้ าการคน้ คว้า รวบรวม และเรียบเรียง เปน็ รายงานฉบับสมบรู ณ์ เพื่อใหผ้ ู้ท่สี นใจ
ศกึ ษาความรกู้ ารพดู ต่อทป่ี ระชุมและการพดู ในงานสังคมเพ่ิมเตมิ จากรายงานเล่มน้ี
ผูจ้ ัดทา หวงั เป็นอยา่ งยิ่งว่าผอู้ ่าน ผู้ที่สนใจ จะได้รบั ประโยชน์และนาไปประยุกตใ์ ช้ใน
ชีวติ ประจาวนั ได้
ชไมพร ทองคา
สาขาการจดั การสานกั งาน
สารบัญ หน้า
ก
คานา ข
สารบญั ค
สารบัญภาพ ๑
บทท่ี ๑ การพดู ตอ่ ที่ประชมุ ชน ๒
ความหมายของการพดู ต่อทีป่ ระชุมชน ๓
ประเภทของการพูดต่อทป่ี ระชมุ ชน ๓
แบง่ ตามวธิ ีการพูด
การเตรียมการพดู ต่อทป่ี ระชมุ ชน ๔-๕
คุณธรรมและจรรยามารยาทของผูพ้ ดู ๖-๗
บทที่ ๔ การพดู ในงานสงั คม
ข้ันตอนการพูดในงานสังคม ๘
การกล่าวขอบคุณผูพ้ ดู ๙
การกลา่ วตอ้ นรับผู้มาเยยี่ มชม ๙
การกลา่ วตอบการต้อนรับ ๑๐
การกล่าวตอ้ นรับผูเ้ ขา้ รับตาแหน่งใหม่ ๑๐
การกล่าวในโอกาสเข้ารับตาแหน่งใหม่ ๑๐
การกล่าวคาอาลา ๑๐
การกล่าวมอบรางวลั หรือของขวัญ ๑๑
การกล่าวตอบท่ไี ดร้ ับรางวลั หรอื ของขวัญ ๑๒
การกลา่ วตอบคาอวยพร ๑๒
การกล่าวคาไวอ้ าลยั ๑๒
การกลา่ วใหโ้ อวาท ๑๓
บรรณานุกรม ๑๓
๑๔
สารบัญภาพ ภาพที่
แบ่งตามจุดมุ่งหมาย ๑
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ๒
การพดู โน้มน้าวใจ ๓
การกล่าวนา ๔
จรรณยาในการพดู ๕
มารยาทในการพดู ๖
การกลา่ วขอบคุณผพู้ ูด ๗
การกลา่ วต้อนรบั ผู้มาเย่ียมชม ๘
การกลา่ วในโอกาสเขา้ รับตาแหน่งใหม่ ๙
การกล่าวคาอาลา ๑๐
การกล่าวตอบคาอวยพร ๑๑
กลา่ วอวยพร ๑๒
การกลา่ วคาไว้อาลัย ๑๓
บทท่ี ๑
การพดู ต่อทป่ี ระชมุ ชน
สาระการเรยี นรู้
๑. ความหมายของการพูดต่อทปี่ ระชุมชน
๒. ประเภทของการพูดต่อที่ประชมุ ชน
๒.๑ แบง่ ตามจุดมุ่งหมาย
๒.๒ แบ่งตามวิธีการพดู
๓. การเตรียมการพูดตอ่ ท่ีประชมุ ชน
๓.๑ การเลอื กเรื่อง
๓.๒ การเตรียมเนื้อเร่ือง
๓.๓ การจดั เนอื้ หา
๓.๔ การเตรียมการใชภ้ าษา
๓.๕ การฝึกซ้อมการพูด
๔. คณุ ธรรมและจรรยามารยาทของผู้พดู
จุดประสงค์การเรียนรู้
เมอ่ื จบบทเรยี นแล้วนักเรียนสามารถ
๑. บอกความหมายของการพดู ต่อที่ประชุมชนได้
๒. บอกประเภทของการพูดต่อทีป่ ระชมุ ชนได้
๓. อธบิ ายการเตรยี มการพูดตอ่ ทป่ี ระชมุ ชนได้
๔. บอกคุณธรรมและจรรยามารยาทของผู้พดู ได้
๕. อธบิ ายประโยชน์ของการพูดต่อท่ปี ระชุมชนได้
ภาพท่ี ๑. แบง่ ตามจุดมุ่งหมาย ภาพที่ ๒. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
การพูดต่อท่ีประชมุ เปน็ การพูดติดต่อผู้ฟงั จานวนมาก มีลักษณะเป็นการส่ือสารที่แยกบุคคล
เปน็ สองฝา่ ยอย่าชดั เจน คือฝ่ายผ้พู ดู กบั ฝา่ ยผู้ฟัง ผู้พูดจะเปน็ ฝา่ ยพดู โดยตลอดตั้งแต่ตน้ จนจบ ผฟู้ งั
จะมโี อกาสพูดเม่ือผู้พูดจบแล้ว ในลกั ษณะของการชกั ถามและอภปิ รายเพ่ิมเตมิ ดังนนั้ ผพู้ ดุ ตอ่ ท่ี
ประชุมชนจะประสบความสาเร็จ ตามวัตถุประสงค์ไดน้ ้นั จะตอ้ ง เตรยี มตัวเป็นอย่างดี ได้แก่ เตรียม
เรอ่ื งทีจ่ ะพูด กาหนดจดุ มุ่งหมายในการพูดวิเคราะห์ผ้ฟู งั ใช้เทคนคิ ในการพูดใหผ้ ู้สนใจ ศรัทธา และ
ติดตามรบั ฟังเรือ่ งราวตั้งแตต่ ้นจนจบ ตลอดจนสามารถปรับเปลยี่ นวธิ ีการพูดในขณะทพี่ ูดให้เหมาะสม
กับโอกาส กาลเทศะ และสถานที่การพูดต่อท่ปี ระชุมอยา่ งถูกวิธี ให้อยู่ในระดบั ของผทู้ ่ี "พูดดี"
ความหมายของการพดู ต่อที่ประชุมชน
การพูดที่ประชมุ ชน หมายถึง การพูดแสดงความรู้ ความคดิ ความรู้สกึ รวมท้ังข้อเสนอแนะ
ตา่ ง ๆ ตอ่ ผูฟ้ ังเป็นจานวนมาก ในที่ประชุมชนหรือทส่ี าธารณะ
ประเภทของการพดู ต่อท่ปี ระชมุ ชน
แบง่ ออกเป็น ๒ ประเภทคือ
๑ แบ่งตามจุดมุ่งหมาย ไดแ้ ก่
๑.๑ การพูดเพอ่ื ใหค้ วามรู้ คือ การพูดทม่ี จี ุดหมายเพื่อบอกกล่าวข้อความรู้และ
ขอ้ เทจ็ จรงิ ใหช้ ัดเจน เรื่องที่พูดจึงมแี นวโน้มไปด้านวิชาการ เช่น การสอน การบรรยาย การปฐมนเิ ทศ
การปาฐกถา การแถลงข่าว เป็นตน้
๑.๒ การพดู เพ่ือจรรโลงใจ คอื การพูดที่มจี ุดมุ่งหมายเพอื่ ใหผ้ ้ฟู งั เกิดความสนุกสนาน
บนั เทงิ ใจ เชน่ การเล่านทิ าน การเลา่ ประสบการณ์ เปน็ การพดู ในโอกาสทีม่ ีการพบปะสังสรรค์ งาน
ร่นื เรงิ หรอื หลังการรบั ประทานเลยี้ ง เป็นต้น
๑.๓ การพดู เพือ่ โน้มนา้ วใจ คอื การพดู ทีม่ จี ดุ มุ่งหมายเพ่ือชกั จูงใจให้ผู้ฟังเกดิ ความ
เช่ือถอื ศรทั ธา มีความคดิ เห็นคล้อยตามหรือการทาอย่างใดอย่างหนง่ึ ตามทีผ่ พู้ ูดตงั้ จุดมุ่งหมายไว้ เช่น
การพูดหาเสยี ง การพูดเทศนา การพดู เพอ่ื ให้พร้อมใจกนั ทากิจกรรมอย่างใดอย่างหนงึ่ เปน็ ตน้
ภาพท่ี ๓. การพดู โน้มน้าวใจ
๒ แบง่ ตามวธิ กี ารพูด ไดแ้ ก่
๒.๑ การพดู แบบฉบั พลัน หรือการพูดแบบไม่เตรียมตวั ลว่ งหน้า ไดแ้ ก่ การพูดท่ีมีผู้เชิญ
ใหผ้ ู้พดู ออกไปพดู โดยกะทันหัน ผพู้ ดู อาจมีเวลาเตรียมตัวเพียงเลก็ น้อย จึงต้องอาศยั ไหวพริบและ
ความสามารถเฉพาะตวั เปน็ อยา่ งมาก จึงจะได้อย่างราบร่ืนและประทับใจผ้ฟู ัง ส่วนมากมักจะเปน็ การ
พูดเชญิ ผู้พูดออกไปกลา่ วเพ่ือเปน็ เกียรตใิ นงานสังคมหรืองานมงคลตา่ งๆ เชน่ การกลา่ วอวยพร กล่าว
ต้อนรบั กล่าวแสดงความยนิ ดี การแสดงความเสยี ใจ กลา่ วขอบคุณ เป็นต้น นอกจากน้ีอาจเปน็ การ
พูดท่ผี ้พู ูดทราบลว่ งหน้าแต่ไม่สามารถเตรยี มตวั กอ่ นได้ เช่น การภาคการแข่งขันกฬี าตา่ ง ๆ การตอบ
ปญั หาในบางโอกาส
๒.๒ การพดู แบบทอ่ งจา ได้แก่ การพูดท่ีพูดทราบล่วงหน้า จึงมีโอกาสเตรยี มตัวโดยการ
ท่องจาเน้ือหาที่จะพูดจนข้ึนใจ มักใชค้ ากล่าวในโอกาสต่างๆ เช่น การกลา่ วตอ้ นรับ กลา่ วอาลา กลา่ ว
เปิด - ปดิ งานตา่ งๆ การให้โอวาท เปน็ ต้น การพดู แบบท่องจานีห้ ากผพู้ ดู ไม่มีความสามารถเพียงพอ
หากลืมบทพูดจะทาใหต้ ิดขดั และไม่ม่ันใจตนเอง ซึ่งจะทาให้ผ้ฟู ังขาดศรทั ธาหรอื หากพูดไมค่ ล่องแคลว่
เกินไปจะดูขาดชีวติ ชวี าในการพดู ดงั นั้นจึงควรใชก้ ารพูดแบบนใี้ นบางตอน เชน่ การยกตัวอยา่ งคาคม
สานวน โวหาร หรอื บทประพันธต์ า่ งๆ ประกอบการพูดเท่าน้ัน
๒.๓ การพดู แบบอา่ นจากตน้ ฉบบั ไดแ้ ก่ การพูดท่มี ีการเตรยี มตวั ไว้ลว่ งหน้าอย่างดี โดยผู้
พดู จะอ่านบทจากต้นฉบับซงึ่ มีการซ้อมอ่านมาล่วงหนา้ แล้ว ผพู้ ดู จะตอ้ งไม่กม้ หน้าอา่ นตลอดเวลาและ
ใช้เสยี งใหเ้ ป็นธรรมชาติ การพูดแบบอา่ นจากตน้ ฉบบั น้ีมักใชใ้ นโอกาสทเี่ ป็นพิธกี าร เชน่ การอา่ นข่าว
การกล่าวสุนทรพจน์ การกลา่ วรายงาน คากล่าวในพธิ เี ปิดและปดิ การประชมุ เชงิ วิชาการ คาปราศรัย
ในโอกาสตา่ งๆ คาแถลงการณ์ของรัฐบาล รวมท้ังกระแสพระราชดารสั และพระบรมราโชวาทของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั เปน็ ต้น
๒.๔ การพดู แบบมบี นั ทกึ ได้แก่ การพูดทผี่ ู้พูดรู้ตัวล่วงหนา้ ว่าจะพดู อะไร ท่ีไหน ให้ใครฟัง
แลว้ จะเตรียมจดหวั ขอ้ หรือข้อความสาคัญๆ ไว้ เช่น คาคม สานวน สถติ ิ คากล่าวของบุคคลทมี่ ี
ชื่อเสียงไว้ในกระดาษแผน่ เล็กๆ เพอ่ื ใช้เตือนความจาในขณะพูดโดยการเหลอื บเลือกดหู วั ข้อแลว้ ขยาย
ความจากหัวข้อนั้น การพูดแบบมบี นั ทกึ น้ี ผู้พูดจะต้องศกึ ษาค้นคว้าและเตรยี มตัวลว่ งหน้าพร้อมมี
การซ้อมพดู มาอย่างดีอันจะทาให้ผู้พดู มีความม่นั ใจในตนเอง จงึ จัดเปน็ การพูดท่ีไดผ้ ลดีและเปน็ ท่นี ยิ ม
มากกวา่ การพดู ในแบบอ่ืนๆ ทก่ี ลา่ วมา
การเตรยี มการพดู ตอ่ ทปี่ ระชมุ ชน
๑ การเลือกเรอ่ื ง ในการพดู แต่ละครง้ั ผูพ้ ูดอาจจะต้องพูดตามเรือ่ งท่มี ผี ้กู าหนดมาใหห้ รือ
อาจจะต้องเลือกเรื่องเอง หากไดเ้ ลอื กเร่อื งเองผู้พูดต้องเลอื กใหส้ อดคล้องกบั จดุ ประสงคใ์ นการพูด
และควรคานึงถงึ ความเหมาะสม ดังนี้
๑.๑ ผพู้ ดู ควรเลอื กเร่ืองที่ผู้พูดมคี วามรู้เปน็ อยา่ งดี รวมท้ังมีความสนใจและความรสู้ ึกท่ีดี
ต่อเนอ่ื งนานๆ
๑.๒ ผฟู้ งั ตอ้ งวเิ คราะห์ผู้ฟัง เพื่อเลือกเรื่องท่เี หมาะสมกบั เพศ วัย อาชพี สภาพทาง
เศรษฐกจิ และสังคม ระดบั ความรู้ ความคดิ สติปัญญา และความสนใจของผ้ฟู ัง
๑.๓ สถานการณ์ ควรเลอื กเรอื่ งทเ่ี หมาะสมกบั เวลา โอกาส แม่สถานการณ์ปจั จุบนั
๒. การเตรยี มเน้ือเรือ่ ง ( จนั ทมิ า พรหมโชตกิ ุล ) :๒๕๓๐ ไดเ้ สนอแนะแนวทางปฏบิ ตั ไิ วด้ ังนี้
ขน้ั ท่ี ๑ คดิ เมือ่ ผู้พดู ทราบว่าจะพดู เรื่องอะไร มจี ุดมุ่งหมายประการใดแล้วกค็ วรจะเร่ิมคิดว่า
เรอื่ งท่ีจะพดู น้ันมเี น้ือหารายละเอียดหรือข้อมูลอะไรบ้างทร่ี ู้แลว้ หรอื มอี ยู่แล้ว สว่ นใดบ้างทยี่ งั ไมร่ ู้ ซ่ึง
จาเปน็ ต้องไปคน้ คว้าต่อ
ขน้ั ท่ี ๒ คน้ ขั้นนเี้ ป็นขั้นตอนจากข้นั ที่ 1 เม่ือทราบว่ามสี ่งิ ใดบา้ งท่จี ะตอ้ งคน้ เพิ่มเตมิ กต็ ้องไป
ค้นควา้ หาข้อมูลเพม่ิ เตมิ ให้มากที่สดุ เทา่ ทจี่ ะทาได้ ดว้ ยวธิ ตี า่ งๆ เชน่ ค้นควา้ จากหนงั สือ ถามผู้รู้
สัมภาษณ์ ฯลฯ เปน็ ตน้
ขัน้ ท่ี ๓ คดั คันนีห้ มายถึงคัดเลือกเน้ือหาจากขอ้ มูลท่ีค้นคว้ามาได้ และข้อมูลท่ีอยเู่ ดมิ เพ่ือใช้
เปน็ เน้ือเรื่องโดยคานึงถึงจดุ มุ่งหมายในการพดู ที่วางไว้ดว้ ย ตดั เนอ้ื หาส่วนทีไ่ ม่จาเป็นออกรวบรวม
เนื้อหาสว่ นทค่ี ดั เลือกแล้ว เตรยี มไวส้ าหรับข้ันตอนตอ่ ไป
ขนั้ ท่ี ๔ จดั ทา่ นน้คี ือการจัดวางโครงเรอ่ื ง ขยายเรื่อง ตลอดจนเรียบเรยี งเน้อื หาท้ังหมด จน
สาเรจ็ เป็นรปู เรอื่ งพร้อมท่ีจะนาไปใช้พดู ได้
๓. การจัดเนอ้ื เรอื่ ง แยกออกเป็นส่วนสว่ นดงั น้ี
๓.๑ คาปฏิสนั ถาร หรอื คาพูดทักทายผู้ฟงั แบ่งเป็น 2 ชนดิ คอื
๓.๑.๑คาปฏิสนั ถารแบบเปน็ วธิ กี าร ใชใ้ นงานพธิ ีหรืองานที่กระทาเปน็ ทางการ เช่น
พิธเี ปิดสมั มนา งานวางศลิ าฤกษ์ วิธแี จกวฒุ ิบัตร เป็นตน้ คาปฏิสนั ถารจะเรยี กเฉพาะตาแหน่งของผู้ที่
มาร่วมพิธี ซ่งึ โดยท่ัวไปจะกล่าวทักทายไม่เกิน 3 กลุ่ม และไม่นิยมกลา่ วคาวา่ สวสั ดี ขน้ึ ตน้ ทั้งไม่นิยม
กล่าวคาแสดงความร้สู ึก เช่น ท่ีรกั ที่เคารพนับถือ เช่น
“ท่านผอู้ านวยการ คณาจารย์ และนกั ศึกษา"
"ท่านประธาน และทา่ นผู้มีเกียรตทิ งั้ หลาย"
๓.๑.๒ คาปฏิสนั ถารแบบไมเ่ ปน็ พธิ กี าร ใชใ้ นการพดู ท่ีไมเ่ ปน็ พธิ ีการ หรอื ในกลุ่มผู้ฟงั ท่ี
ค่อนข้างคุ้นเคย เชน่ คาปราศรยั ของนักการเมอื ง การประชุมภายในหน่วยงานการอภิปราย การแสดง
ปาฐกถา โดยจะใชก้ ล่าวทักทายผู้ฟงั เพียงกลุ่มเดียว และนิยมเก่าแสดงความรู้สกึ เพื่อแสดงความเปน็
กนั เองไวด้ ว้ ย เชน่
" พี่นอ้ งชาวไทยทร่ี ักทั้งหลาย "
" สวัสดเี พอื่ นร่วมงานท่รี กั ทกุ ท่าน "
๓.๒ คานา คือการเกริ่นหรือกลา่ วนาเข้าไปสเู่ รื่องทีจ่ ะพดู ตอ่ ไป และเป็นการเรยี กความสนใจ
เบอ้ื งต้นของผู้ฟงั ถา้ คานาดีผู้ฟังจะเกิดความเลอ่ื มใสศรทั ธาเปน็ ผลให้ต้ังใจฟงั มากขึ้น เม่ือการเริ่มต้นดี
จะทาให้ผู้พดู มคี วามม่ันใจและประสบความสาเร็จในการพูด การขึ้นคานามนั้นมีหลายวิธี กูพดู อัด
ขนึ้ ต้นคานาด้วยการตั้งคาถาม ยกสุภาษติ คาคม อ้างบทกวี หรอื ข้ึนต้นแบบพาดหวั ขา่ ว ซงึ่ จะต้อง
สอดคลอ้ งกับเน้ือเรื่องทจ่ี ะพูด ท้ังนสี้ ง่ิ ท่ีควรหลีกเล่ยี งในการกลา่ วนาคือ การขออภัย การออกตัว การ
ถ่อมตวั และการพดู อ้อมคอ้ ม
ภาพท่ี ๔. การกลา่ วนา
๓.๓ เน้อื หา เป็นสว่ นเสนอสาระสาคญั ซ่ึงเปรยี บเป็นหัวใจของการพูด ( อาไพ สจุ รติ กลุ และ
ธิดา โมสิกรัตน์ : ๒๕๔๓ ) ไดก้ ลา่ วถึงการลาดบั เน้ือหาไว้ ดงั นี้
๓.๓.๑ ลาดับเนอ้ื หาตามเวลาท่เี กดิ ขึน้
๓.๓.๒ ลาดับเน้ือหาตามสถานทีห่ รอื สภาพภูมศิ าสตร์
๓.๓.๓ ลาดับเนื้อหาจากสิ่งทง่ี ่ายไปหาสิง่ ท่ยี าก
๓.๓.๔ ลาดับเนอ้ื หาแบบแก้ปัญหาตามหลักวิทยาศาสตร์ หรอื ตามวธิ กี ารทางพุทธศาสนา
( ทกุ ข์ สมุทยั นิโรธ มรรค )
๓.๓.๕ ลาดบั เนื้อหาตามสาเหตแุ ละผลลัพธ์
๓.๔ สรปุ การสรุปเร่ืองที่พดู มคี วามสาคัญพอๆ กบั การกล่าวคานา การสรปุ เปน็ การเน้นให้ผฟู้ งั เห็น
ความสาคญั ของเร่ืองที่พูด การสรุปทดี่ ีควรจะสนั้ มีน้าหนัก และเปน็ ที่นา่ จดจา โดยข้อความทีส่ รุป
อาจเป็นข้อความขาขัน ขอ้ ความหนกั แน่น เด็ดเด่ียว จริงใจหรอื สรุปด้วยคาคม คติพจน์ สภุ าษติ ท้งั น้ี
ข้นึ อยกู่ ับลกั ษณะและจุดมุ่งหมายของเนื้อเร่ืองดว้ ยการสรุปไม่ควรจบลงเฉยๆ โดยท่ีผู้ฟังไมร่ ู้ตวั หรือได้
ขอ้ คิด และไมค่ วรสรุปดว้ ยความท่ีออกนอกเร่ือง หรือยาวเกินไปเพราะจะทาให้ผู้ฟังเบ่ือและราคาญได้
๓.๕ คาลงท้าย หลงั จากทพ่ี ูดสรุปแลว้ ผพู้ ูดมกั จะกลา่ วคาว่า สวสั ดี หรือขอบคุณพร้อมท้ัง
กม้ ศรี ษะแล้วเดินลงเวที ท้ังนี้อาจเปน็ การกล่าวโอวาท คาปราศรยั คาอวยพรตา่ งๆ ไม่ต้องลงทา้ ยด้วย
คาวา่ สวสั ดี หรือ ขอบคุณ
๔. การเตรยี มการใช้ภาษา ผพู้ ูดจะต้องเลือกใช้ถอ้ ยคาท่กี ะทดั รดั ชัดเจน เข้าใจง่าย และ
ตรงประเด็น ละเวน้ คาหยาบโลนตลกคะนอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพดู โดยวธิ กี ารอ่านจากร่าง ต้อง
ระมัดระวงั การใชถ้ ้อยคาหยาบมาก การใช้ภาษาและถอ้ ยคาในการพดู ตอ่ ท่ีประชุม ทเ่ี หมาะสมจะทา
ใหผ้ ้ฟู ังเข้าใจสารได้อย่างชดั เจนตรงตามทีผ่ ู้พูดตั้งจุดประสงค์ไว้
๕ การฝึกซ้อมการพูด การเรียนรู้ทฤษฎกี ารพดู เพยี งอย่างเดียวไม่สามารถช่วยใหก้ ารพูด
สมั ฤทธ์ผิ ล หากแต่จะตอ้ งอาศยั การฝึกซ้อม ซ่ึงถือว่าเปน็ สิ่งจาเป็นท่สี ุดทีจ่ ะทาให้การพูดประสบ
ผลสาเร็จ ท้ังน้ีในการฝึกซ้อมไม่ควรใหค้ วามสาคัญแต่วัจนภาษาเพยี งอย่างเดียว ต้องคานึงถึง
อวจั นภาษาดว้ ย ได้แก่ การใช้นา้ เสยี ง บคุ ลิกลกั ษณะ เชน่ การยืน การเดนิ การนั่ง การใชส้ ายตา การ
แสดงออกทางสีหนา้ และการแสดงกิรยิ าทา่ ทางประกอบการพูดตา่ งๆ
คุณธรรมและจรรยามารยาทของผพู้ ดู
ธดิ า โมวิกรตั น์ และปรียา หิรญั ประดิษฐ์ ( ๒๕๔๐ ) ได้กล่าวถึงคุณธรรมและจรรยามารยาทของผู้พูด
ไว้ ดงั น้ี
๑ คณุ ธรรมในการพูด
คณุ ธรรม หมายถงึ สภาพคุณงามความดี ซ่ึงเป็นผลมาจากการศกึ ษาและการอบรมจิตใจเปน็
เวลานาน สิ่งใดทจ่ี ะคิดไตรต่ รอง และเลือกพูดแต่สิง่ ท่ดี ี ก่อใหเ้ กิดประโยชน์ท้ังตนเองและสว่ นรวม
การพดู ท่ีมคี ุณธรรมควรจะมีลกั ษณะดงั นี้
๑.๑ พูดถ้อยคาท่เี ปน็ จริง ไมห่ ลอกลวงใหผ้ ้ฟู ังหลงผิด หรือเกดิ ความเข้าใจผิดๆ
๑.๒ ใช้ถ้อยคาสภุ าพ ไม่ใชค้ าด่า คาหยาบ คาตา่ คาสบถ หรือพูดประชดกระทบกระเทยี บ
แดกดนั ผ้อู ่นื
๑.๓ พดู ส่งิ ที่มีประโยชน์ มเี จตนาท่ดี ี มงุ่ หวังให้ผู้ฟังไดร้ บั ประโยชน์ในการฟัง
๒. จรรยาบรรณในการพูด
จรรยาหรือจริยา หมายถงึ ความประพฤตอิ ย่างมีคุณธรรม ทัง้ การคดิ การพดู และการกระทา ผทู้ มี่ ี
จรรยาในการพดู จะมีคุณสมบัติดงั นี้
๒.๑ มสี ติ ในขณะพูดจะรตู้ วั เสมอวา่ ได้พูดอะไรออกไป มีจุดประสงค์อย่างไรและมปี ระโยชน์
หรอื ไม่
๒.๒ ใหเ้ กียรติ ไม่แสดงกิริยาอาการตลอดจนใชค้ าพูดทานองดถู ูกผฟู้ งั หรือยกตนชมผู้ฟงั
๒.๓ มีเจตนาสุจรติ และเคารพความจรงิ ไมส่ งสารทผ่ี ิดพลาดหรือคาดเคล่อื น ลา้ สมัย หรือไม่
ครบถว้ น โดยเจตนาทจี่ ะเอาประโยชน์เปน็ ของตนฝ่ายเดยี ว
๓ มารยาทในการพดู
มารยาทหรือกิรยิ าวาจาทเี่ รียบรอ้ ย ถูกต้อง และงดงามแบบแผนของสงั คมมารยาทเป็นคณุ สมบตั ิ
ประจาตนทีท่ าให้ผู้ฟังเกิดศรัทธา ในการพูดแตล่ ะครั้งจึงควรมีมารยาทในการพดู ซ่ึงแสดงออกใน
ลักษณะดงั น้ี
๓.๑ มกี ิริยาท่าทางสงา่ ผา่ เผยและสารวม สภุ าพเรยี บรอ้ ย มีดวงหนา้ ทยี่ ้ิมแย้มแจ่มใส อาการ
นัง่ ยนื หรือเคลื่อนไหว เหมาะสมกับภาคภูมิ
๓.๒ แต่งกายสะอาดเรียบร้อย เลือกใช้เสอื้ ผ้าทีเ่ หมาะสมกาลเทศะและโอกาส
๓.๓ ใชค้ าพูดสภุ าพ เหมาะสมกบั เร่ืองที่พดู ไม่พูดปด หยาบคาย ส่อเสียด โอ้อวด กา้ วร้าว
เพ้อเจ้อ และไมน่ าเร่ืองสว่ นตัวของผ้อู นื่ มาเปดิ เผย
๓.๔ พดู ให้เหมาะ สมกับเวลา และพยายามพูดให้ดีที่สุดในทุกโอกาส
๓.๕ ควบคุมอารมณ์ในขณะพูด ไมแ่ สดงอารมณ์ท่ีไมพ่ ึงประสงคซ์ ึง่ จะทาให้การสื่อสาร
๓.๖ รบั ฟังความคิดเห็นจากคนอ่นื เปิดโอกาสใหผ้ ้ฟู ังแสดงทรรศนะซึ่งแตกตา่ งจากตนไม่
ผกู ขาดการพดู แต่เพียงผ้เู ดยี ว
ภาพที่ ๕. จรรณยาในการพูด
ภาพท่ี ๖. มารยาทในการพดู
บทที่ ๔
การพูดในงานสังคม
สาระการเรียนรู้
๑. การกล่าวแนะนาผู้พดู
๒. การกลา่ วขอบคุณผู้พดู
๓. การกลา่ วตอ้ นรบั ผูม้ าเย่ยี มชม
๔. การกลา่ วตอบการต้อนรับ
๕. การกล่าวตอ้ นรับผู้เขา้ มารบั ตาแหน่งใหม่
๖. การกล่าวใหโ้ อกาสเข้ารบั ตาแหน่งใหม่
๗. การกลา่ วคาอาลา
๘. การกล่าวมอบของรางวัลหรอื ของขวัญ
๙. การกล่าวตอบท่ีได้รับรางวัลหรือของขวญั
๑๐. การกลา่ วอุทศิ หรือกล่าวมอบถาวรวัตถุ
๑๑. การกลา่ วต้อนรบั มอบถาวรวตั ถุ
๑๒. การกลา่ วอวยพรในงานมงคลสมรส
๑๓. การกล่าวอวยพรในงานวันเกดิ
๑๔ การกลา่ วตอบคาอวยพร
๑๕.การกลา่ วคาไว้อาลัย
๑๖. การกลา่ วให้โอวาท
๑๗. ข้อควรคานงึ ในการใชภ้ าษาสาหรับการพูดในงานสงั คม
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
เมือ่ จบบทเรยี นแลว้ นักเรียนสามารถ
๑. บอกหลักการพูดในงานสงั คมได้
๒. แสดงการพดู ในงานสังคมตามหวั ขอ้ ทกี่ าหนดใหไ้ ด้
๓. เขยี นรา่ งขอ้ ความท่จี ะตอ้ งพดู ในงานสังคมได้
๔. บอกคณุ คา่ ของการพดู ในงานสังคมได้
ในการรว่ มกจิ กรรมทางสงั คมต่างๆ ของมนุษย์ นอกจากจะมีการสื่อสารกันด้วยการพูด
ตามปกติแลว้ ยงั ตอ้ งมีการพูดเพื่อมารยาททางสังคมดว้ ย ได้แก่ การกลา่ วอวยพร การกล่าวต้อนรับผู้
มาเยี่ยมเยยี นหนว่ ยงาน การกล่าวมอบของหรอื รางวัล การกล่าวตอ้ นรบั ผูร้ ว่ มงานใหม่ การกล่าว
แสดงความยนิ ดี การกล่าวแนะนาวิทยากร หรือการกล่าวคาอาลา เปน็ ต้น การพูดในโอกาสตา่ งๆ
เหลา่ นส้ี ่วนใหญ่เปน็ การพดู ต่อทีป่ ระชุมชน จงึ จาเปน็ อยา่ งยิง่ ทจ่ี ะต้องศึกษาหลักการพดู ในงานสังคม
ไว้ เพอื่ ปฏบิ ตั ิได้ถูกต้องเหมาะสมตามมารยาททางสงั คม
ขนั้ ตอนการพูดในงานสังคม
การกล่าวแนะนาผู้พูด
การกลา่ วแนะนาผพู้ ูดจะกล่าวในโอกาสแนะนาองค์ปาฐก ผ้ดู าเนินการอภิปราย และ วทิ ยากรในการ
สัมมนา เป็นตน้ การกลา่ วจะใชภ้ าษากึ่งทางการ และใชเ้ วลาสัน้ ๆ ทั้งน้ตี ้องระวงั ไม่ให้พูดผดิ พลาดใน
เรื่องตาแหนง่ หน้าทกี่ ารงานเป็นอนั ขาด และไมย่ กย่องผู้พูดมากเกินไป ซึง่ มีขน้ั ตอนการพดู ดงั นี้
๑. กลา่ วปฏิสันถาร
๒. สถาบันที่จบการศกึ ษา วฒุ กิ ารศกึ ษา ตาแหนง่ หน้าทกี่ ารงานในปจั จบุ ัน
๓. กล่าวถงึ ความสามารถและความชานาญพเิ ศษของผู้พูดต่อเร่ืองท่จี ะมาพูด
๔. บอกช่ือ นามสกุลของผู้พดู ( อาจจะบอกชื่อหลักการปฏิสันถาร )
การกลา่ วขอบคุณผู้พูด
พดู ทท่ี าหน้าท่ีแนะนาผูพ้ ูดควรเป็นผู้กล่าวขอบคุณ ข้อความทกี่ ลา่ วควรมีลักษณะดังนี้
๑. กล่าวปฏิสันถาร
๒. กล่าวขอบคุณผู้พดู
๓. พูดถึงความสาคัญของเร่ืองท่ีพดู จบไปแลว้ อย่างส้นั ๆ
๔. เนน้ ประโยชนท์ ่ีผฟู้ งั ได้รบั
๕. จบลงดว้ ยการกลา่ วขอบคุณผู้พดู อกี คร้ัง
ภาพท่ี ๗. การกลา่ วขอบคุณผู้พูด
การกลา่ วต้อนรับผู้มาเยีย่ มชม
ในโอกาสที่มผี มู้ าเยย่ี มชมหน่วยงานหรอื กิจการ จะมีการกล่าวต้อนรบั เพื่อแสดงอัธยาศยั ไมตรอี ันดีต่อ
กนั ให้เกยี รติและเป็นการแนะนาใหผ้ ูม้ าเย่ียมรู้จกั สถานที่น้ันๆดขี ้นึ
นอกจากนี้จะทาใหผ้ ู้รับการต้อนรบั ร้สู ึกอบอุ่น และเกิดความสมั พันธ์ภาพอันดี การกล่าวตอ้ นรับมีหลัก
ดังนี้
๑. กลา่ วปฏสิ ันถาร
๒. กลา่ วถงึ ความรสู้ ึกยินดีของผเู้ ป็นเจา้ ของสถานท่ี
๓. กล่าวถึงความเป็นมาและลักษณะของหน่วยงานหรือกจิ การพอสงั เขป
๔. กลา่ วแสดงความหวงั วา่ ผ้มู าเย่ยี มจะพอใจ และไดร้ ับประโยชนจ์ ากการเยีย่ มชม
การกล่าวตอบการต้อนรับ
ผู้พูดจากกาวตอบหลังจากการกล่าวต้อนรบั เลย หรอื กล่าวตอบกลับกไ็ ด้ เร่ืองที่ควรกลา่ วต่อคอื
๑. กล่าวปฏสิ ันถาร
๒. กล่าวขอบคุณ โดยระบชุ ่ือให้ชัดเจนวา่ ใครมาเยย่ี ม หรือตอบรับโดยใคร
๓. ยกย่องเกยี รตยิ ศช่อื เสยี งของสถาบนั หรือสถานที่ท่มี าเยี่ยม
๔ กล่าวถงึ ความประทับใจและประโยชน์ทีไ่ ดร้ ับ
๕. จบลงดว้ ยการกลา่ วให้ความหวังวา่ ในอนาคตจะกลบั มาเยยี่ มเยอื นอกี คร้ัง
การกลา่ วตอ้ นรับผูเ้ ขา้ รบั ตาแหนง่ ใหม่
การกลา่ วตอ้ นรบั ผู้เขา้ รบั ตาแหน่งใหมน่ ้ี อาจเป็นการกล่าวตอ้ นรับหวั หนา้ สายงาน ผู้บริหารงานหรือ
นักปกครอง เชน่ นายอาเภอ ปลัดเทศบาล ครูใหญ่ ศึกษาธิการ เป็นต้นซ่ึงมหี ลักเกณฑ์ในการกล่าว
ดงั นี้
๑. กล่าวปฏสิ ันถาร
๒. กล่าวแสดงความยนิ ดีตอ้ นรบั
๓. พดู เก่ยี วกับประวัติของผ้เู ข้ารบั ตาแหน่งอย่างยอ่ แล้วจงึ พดู ถงึ ผลงาน ความดี
ความสามารถ
๔. กล่าวถงึ ความหวงั วา่ ผเู้ ข้ารบั ตาแหน่งจะมคี วามสุข ความพอใจในสถานท่ีใหมร่ ว่ มมือ
ชว่ ยเหลอื กันในการทางาน และเปน็ มิตรต่อกัน
ภาพท่ี ๘. การกล่าวตอ้ นรับผมู้ าเย่ียมชม
การกล่าวในโอกาสเข้ารบั ตาแหน่งใหม่
การพดู ในโอกาสนี้ จะต้องพดู ให้เขม้ แขง็ จรงิ จงั เพ่ือแสดงใหผ้ ใู้ ต้บังคบั บญั ชาเห็นความสามารถในการ
เป็นผู้นา และไม่ควรพดู ถงึ ตนเองในทานองแสดงความใหญ่โต หรืออวดตัว และ ไม่ควรกาวหรือแสดง
ถงึ ความไม่มัน่ ใจในตนเอง ซงึ่ มแี นวทางในการพูด ดงั นี้
๑. กลา่ วปฏิสนั ถาร
๒. กลา่ วถึงความรสู้ ึกยนิ ดีท่ีไดม้ าทางานรว่ มกนั
๓. ยกย่องหนว่ ยงานหรือกิจการท่ีไดเ้ ข้ามารับตาแหน่ง
๔. กล่าวถงึ หลักการหรืออุดมคตใิ นการทางานของตนเอง
๕. พดู ใหท้ กุ คนเหน็ วา่ ทกุ คนมีความรับผิดชอบ และมีความสาคัญต่อหนว่ ยงาน หรอื กจิ การ
แล้วจงึ เรยี กร้องให้ทุกคนรว่ มกนั ทางาน
การกลา่ วคาอาลา
ในกรณีทผี่ ู้พูดออกจากงานหรือโยกย้ายตาแหน่งหน้าทไ่ี ปอยทู่ อ่ี น่ื เพื่อรบั ตาแหน่งหนา้ ท่ีใหม่ จะต้องมี
การกล่าวคาอาลา ซึง่ มหี ลักในการกลา่ วดังน้ี
๑. กล่าวปฏิสนั ถาร
๒. พูดถึงเหตุที่ต้องจากไป ถ้าผู้ฟังทราบก่อนแล้ว ก็พูดถึงความอาลัยในการต้องจากไป
เท่านนั้
๓. พดู ถงึ ตาแหนง่ ใหม่ งานใหม่ ซึ่งต้องระวังไม่ให้กลายเป็นว่าผู้พูดดีใจหรือภูมิใจกับงานใหม่
มากเกินไป
๔. ย้าถงึ การไม่อยากจากไป แสดงความอาลยั และความสขุ และมติ รภาพทเ่ี คยได้รับบทเรียน
และประโยชนท์ ่ีไดร้ บั จากหน่วยงาน รวมทงั้ บุคคลท่ีเคยช่วยเหลือ
๕. แสดงความหวงั วา่ จะได้กลบั มาอีก และเชญิ เพื่อนๆให้ไปเยยี่ มทหี่ น่วยงานใหมบ่ า้ ง
๖. พูดว่าจะจดจาความสุขท่ไี ด้รบั จากท่นี ่ี
๗.ขอบคุณในไมตรีจิตของเพอื่ นร่วมงาน และอวยพรให้ทุกคนมคี วามสุข
ภาพท่ี ๙. การกลา่ วในโอกาสเข้ารับตาแหน่งใหม่ ภาพที่ ๑๐. การกลา่ วคาอาลา
การกลา่ วมอบรางวัลหรือของขวัญ
ในโอกาสท่ีมกี ารมอบรางวัลหรือของขวัญ ให้กาวมอบควรพยายามพูดใหส้ ้นั ทส่ี ดุ มีชวี ติ ชีวาและให้
ผู้อน่ื ฟังแลว้ อยากจะทาความดตี ่อไป การพูดแบบน้มี หี ลักการดังนี้
๑. การปฏสิ นั ถาร
๒. กลา่ วถงึ ความร้สู ึกยินดีต่อผูร้ ับรางวัล เน่อื งในโอกาสน้นั ๆ
๓. ยกยอ่ งผู้ไดร้ ับรางวัลแต่พอสมควร และควรจดจาข้อเท็จจริงต่างๆ เชน่ ชื่อ นามสกุล และ
คณุ สมบตั ิตลอดจนผลงานของผู้ไดร้ ับรางวัลให้แมน่ ยา
๔. กาวเนน้ ถึงความหมายของการใหร้ างวัล ( ด้วยไม่กลา่ วถึงราคาของรางวัล ) วา่ รางวลั
นบั เปน็ เพยี งของทีร่ ะลึกความดีท่ีผไู้ ด้รับกระทาไว้
การกลา่ วตอบท่ีได้รบั รางวัลหรอื ของขวญั
ผไู้ ดร้ บั รางวัลหรอื ของขวัญจะตอ้ งกลา่ วขอบคุณ อย่างจริงใจ ซึง่ มหี ลกั การดังนี้
๑. กล่าวปฏิสันถาร
๒. กลา่ วแสดงความร้สู กึ ยินดีท่ีไดร้ ับรางวลั หรือของขวัญ
๓. กล่าวขอบคณุ ผู้ท่ีมีส่วนชว่ ยใหป้ ระสบความสาเรจ็
๔. พูดแสดงความรู้สึกกวา่ ของขวญั หรือของรางวลั นนั้ มีความหมายมาก
๕. กล่าวขอบคุณ
ถา้ กลา่ วในฐานะผแู้ ทนกลุ่ม จะตอ้ งกล่าววา่ ความสาเร็จนั้นเป็นความสาเรจ็ ของเพ่ือนรว่ มงานด้วย
การกลา่ วตอบคาอวยพร
มีหลกั การดงั นี้
๑. กล่าวปฏิสนั ถาร
๒. กลา่ วขอบคุณผทู้ ี่มารว่ มงาน ตลอดจนมสี ว่ นรว่ มในการจัดการอย่างจรงิ จงั
๓. กราบขออภยั ถ้ามีสง่ิ บกพร่องในงาน
๔. กลา่ วอวยพรตอบ
ภาพท่ี ๑๑. การกล่าวตอบคาอวยพร
การกล่าวคาไว้อาลยั
การกลา่ วคาไว้อาลัย เป็นการพดู ถงึ ความงามความดขี องผู้เสียชีวิต เปน็ การให้เกียรติแก่ผูเ้ สียชีวิต
มหี ลักการดังนี้
๑. กลา่ วปฏิสันถาร
๒. กล่าวถึงชวี ประวตั ขิ องผเู้ สียชวี ิตอยา่ งสัน้ ๆ
๓. กล่าวถงึ ผลงานของผู้เสียชีวติ และเหตทุ ่ที าให้ได้รับชอื่ เสียง มีเกยี รติ
๔. สาเหตทุ ที่ าใหต้ อ้ งเสยี ชวี ิต
๕. พดู ถงึ ความอาลยั ของผทู้ ี่ยังอยู่ ดีและมีสขุ
ภาพท่ี ๑๒. การกล่าวคาไว้อาลัย
การกลา่ วให้โอวาท
การกลา่ วใหโ้ อวาท คอื การพดู แนะนา ตักเตือน และส่ังสอน เร่ืองทผี่ ู้พูดมักเกีย่ วกบั การศึกษา
ความประพฤติและการปฏบิ ัตติ นใหอ้ ยใู่ นศีลธรรม มหี ลกั การกลา่ วดงั นี้
๑. กล่าวปฏสิ ันถาร
๒. กลา่ วถงึ โอกาสทีใ่ หโ้ อวาท
๓. เน้นถึงหน้าที่และความรับผดิ ชอบของผรู้ ับโอวาท
๔ ใหข้ ้อแนะนา ตักเตือน โดยอธบิ ายประกอบ
๕. กล่าวอวยพร
ภาพที่ ๑๓. กลา่ วอวยพร
บรรณานกุ รม
จารวุ รรณ พฑุ ฒบิ ัณบติ และคณะ ภาษาไทย ๑. กรุงเทพมหานคร: (๒๕๓๕) , ๒๕๓๗
จไุ รรัตน์ วรรณย่งิ . คู่มือวรรณสานวจิ กั ษณ์ เล่ม ๑-๒ กรุงเทพมหานคร: Science Center,
บ.ป.ป.
เจนจบ ยงิ่ สกุล. ตามรอยสุนทรภ.ู่ พมิ พค์ ร้ังท่ี ๓. กรุงเทพมหานคร : ต้นอ้อ แกรมมี่, ๒๕๔๐
ชนมส์ วัสด์ิ ชมพนู ุท ม.ร.ว. พระราชประวัติ ๙ รชั กาล และ ๑๕ พระบรมราชนิ ี. กรงุ เทพ
มหานคร : เอกศิปการพิมพ์, ๒๕๒๔
นิติมา พรหมเกษตรินทร์, สริ วิ รรณ ทพั พะรงั สี และ องอาจ โอ้โลม. ภาษาไท ๑.
กรุงเทพมหานคร : แม็ค, ม.ป.ป.
ประจกั ษ์ ประภาพิทยากร, เปลือ้ ง ณ นคร และภิญโญ ศรีจาลอง. พ่อภู ครกู วศี รีสยาม
กรงุ เทพมหานคร : โอเดยี นสดตร์, ม.ป.ป.
พรทิพย์ แฟงสุด และคณะ คู่มอื ภาษาไทย ฉบบั รวม ม, ๔-๕-๖ กรุงเทพมหานคร : ฟสิ ิกส์
เซ็ตเตอร์, ม.ป.ป.