1
ชุดปฏิบตั ิการเรยี นรู้
กลมุ่ สาระ ศลิ ปะ (ดนตรี – นาฏศลิ ป์ ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 1 เสยี ง รอ้ ง พาเพลิน ครูผสู้ อน คณุ ครูอรพรรณ นากอก
คาอธบิ ายการทากจิ กรรม
ให้นักเรียนปฏิบตั กิ ิจกรรมดงั ต่อไปนี้
1. ศึกษาความรูจ้ ากเอกสารประกอบการเรียนรูแ้ หล่งเรียนรูต้ ่าง ๆ และจากคาอธิบายเพ่ิมเติมของครู
แลว้ ทาแบบทดสอบ นกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายเพ่อื ตรวจสอบคาตอบรว่ มกนั พรอ้ มทงั้ แกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง
2. ใหน้ กั เรยี นจบั ค่กู บั เสียงรอ้ งตอ่ ไปนใี้ หถ้ กู ตอ้ ง แลว้ จงบอกว่าเสียงเกิดขนึ้ เป็นเสยี งท่เี กิดจากธรรมชาติ
หรอื เสียงท่มี นษุ ยส์ รา้ งขนึ้
3. ใหน้ กั เรยี นทาเครอ่ื งหมาย ลงใน หนา้ ขอ้ ความท่ตี รงกบั เสยี งท่ีเกิดขนึ้ ใหถ้ กู ตอ้ ง
4. ใหน้ ักเรียนดูภาพในชุดปฏิบตั ิการเรียนรู้ แลว้ บอกว่าภาพท่ีนักเรียนเห็นเป็นเสียงของอะไรและมี
ลกั ษณะของเสยี งเป็นอย่างไร
5. ใหน้ กั เรียนฝึกรอ้ งเพลงไทยมา 1 เพลง แลว้ ออกมารอ้ งหนา้ ชนั้ เรียน และใหเ้ พ่อื นประเมนิ ผลการรอ้ ง
เพลง
6. ใหน้ ักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5-6 คน โดยใหน้ ักเรียนหญิงและนักเรียนชายมีจานวนเท่า ๆ กัน
ฝึกรอ้ งเพลงและเคาะจงั หวะ 1 เพลง หนา้ ชนั้ เรียน และตอบคาถาม
7. ใหน้ กั เรียนแต่ละคนออกมาหนา้ ชนั้ เรียนทาท่าการเคล่ือนไหวรา่ งกายเลียนแบบคนและสตั ว์ คนละ
2 ท่า พรอ้ มกบั วาดรูปลงในชดุ ปฏบิ ตั ิการเรยี นรูแ้ ละเขียนช่อื ท่า
8. ใหน้ กั เรยี นเขียนช่อื เพลงและช่อื ท่ารา พรอ้ มระบายสี
2
ชุดปฏบิ ัตกิ ารเรยี นรู้
กลมุ่ สาระ ศลิ ปะ (ดนตรี – นาฏศลิ ป์ ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 เสยี ง รอ้ ง พาเพลนิ ครูผสู้ อน คณุ ครูอรพรรณ นากอก
คาอธิบายการทากจิ กรรม
ให้นักเรียนปฏิบตั กิ ิจกรรมดงั ต่อไปนี้
1. ศึกษาความรูจ้ ากเอกสารประกอบการเรียนรูแ้ หล่งเรียนรูต้ ่าง ๆ และจากคาอธิบายเพ่ิมเติมของครู
แลว้ ทาแบบทดสอบ นกั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายเพ่อื ตรวจสอบคาตอบรว่ มกนั พรอ้ มทง้ั แกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง
แบบทดสอบ
คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี น คาตอบท่ถี กู ตอ้ งเพียงขอ้ เดียว
1. ธรรมชาตใิ นขอ้ ใดไมท่ าใหเ้ กิดเสยี ง 6. อวยั วะในขอ้ ใดสามารถนามาใชเ้ ลน่
ก. ฟ้าแลบ ข. ฟา้ รอ้ ง ค. ฟ้าผา่ ดนตรโี ดยวธิ ีดดี สี และตี
2. ขอ้ ใดเป็นเสยี งท่ีมนษุ ยส์ รา้ งขนึ้ ก. ตา
ก. กรงิ๊ กรงิ๊ ข. มือ
ข. โฮง่ โฮ่ง ค. เทา้
ค. เหมยี ว เหมยี ว 7. เม่อื ไดย้ นิ เพลงชาติ นกั เรยี นควรปฏิบตั ิ
3. ขอ้ ใดเป็นวธิ ีทาใหเ้ กิดเสยี งดนตรโี ดยการ อย่างไร
ใชป้ าก ก. ยนื ตรง ข. มาโบก ค. ตะโกน
ก. สี ข. ตี ค. เป่า 8. สตั วช์ นดิ ใดมเี สียงดงั
4. จงั หวะสามชน้ั มลี กั ษณะอยา่ งไร ก. จิง้ จก
ก. ชา้ ข. ตกุ๊ แก
ข. เรว็ ค. จระเข้
ค. ปานกลาง 9. ขอ้ ใดเป็นหลกั การฝึกเปลง่ เสยี ง
5. ขอ้ ใดเป็นเสยี งของสตั ว์ ก. เปลง่ เสยี งสนั้ ๆ
ก. ตงึ ตงึ ตงึ ข. เปลง่ เสียงใหย้ าวท่ีสดุ
ข. มอ มอ มอ ค. เปลง่ เสียงสน้ั -ยาวสลบั กนั
ค. เอยี๊ ด เอยี๊ ด เอีย๊ ด
10. เสยี งฟ้าผา่ มีเสียงดงั อยา่ งไร 3
ก. ก๊อก ก๊อก ข. เปรยี้ ง เปรยี้ ง
ค. เอง๋ เอง๋ 16. เพลงพรปีใหม่ กลา่ วถงึ เรอ่ื งใด
ก. การช่ืนชมธรรมชาติ
11. ขอ้ ใดเป็นวธิ ีรอ้ งเพลงไดถ้ กู ตอ้ ง ข. การอวยพรปีใหม่
ก. รอ้ งใหด้ งั ท่สี ดุ ค. การทาความดขี องคนเรา
ข. รอ้ งเลียนแบบนกั รอ้ ง
ค. รอ้ งใหถ้ กู จงั หวะทานอง 17. การฝึกเคลอ่ื นไหวรา่ งกายใหเ้ ขา้ กบั
จงั หวะหมู่ ขอ้ ใดสาคญั ท่ีสดุ
12. เพลงท่ีกลา่ วถึงพระบารมขี อง
พระมหากษัตรยิ ์ คือเพลงใด ก. ความพรอ้ มเพียง
ข. ความสวย
ก. เพลงชาตไิ ทย ค. ความถกู ตอ้ ง
ข. เพลงสรรเสรญิ พระบารมี 18. ขอ้ ใดคือประโยชนส์ าคญั ของการฟัง
ค. เพลงเกิดเป็นไทย-ตายเพ่อื ไทย เพลงและรอ้ งเพลง
13. การรอ้ งเพลงปลกุ ใจตอ้ งแสดงทา่ ทาง ก. ไดร้ บั ความรูจ้ ากเนือ้ เพลง
อยา่ งไร ข. เป็นการเพ่มิ รายไดใ้ หก้ บั ครอบครวั
ก. ฮกึ เหิม ข. ต่นื เตน้ ค. เศรา้ สรอ้ ย ค. ผ่อนคลายอารมณ์
14. ก่อนรอ้ งเพลง ควรทาขอ้ ใดกอ่ น 19. จากภาพเป็นการเลยี นแบบท่าสตั ว์
ก. ฟังเพลงใหร้ ูจ้ งั หวะ ชนดิ ใด
ข. คิดท่าทางประกอบ ก. แมว
ค. ฝึกออกเสียง ข. มา้
15. วิธีการใดเป็นการฝึกพลงั เสยี ง ค. สนุ ขั
ก. หายใจเขา้ -ออกสน้ั ๆ 20. จากภาพเป็นการเลียนแบบท่าสตั ว์
ข. หายใจออกแลว้ กลนั้ ไว้ ชนดิ ใด
ค. หายใจเขา้ -ออกแลว้ เก็บลมหายใจ ก. ชา้ ง
ข. ปลา
ค. ปู
4
ชุดปฏิบัติการเรียนรู้ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1
กลมุ่ สาระ ศลิ ปะ (ดนตรี – นาฏศิลป์ ) เร่อื ง กาเนดิ ของเสยี ง
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 เสยี ง รอ้ ง พาเพลิน
การกาเนิดของเสยี ง
เสียงต่างๆท่เี ราไดย้ นิ นนั้ มาจากแหลง่ กาเนดิ ท่ีแตกต่างกนั จงึ มลี กั ษณะเสียงไม่
เหมอื นกนั เราจงึ ควรเรยี นรูเ้ ก่ยี วกบั เร่อื งเสยี ง ดงั นี้
1. เสียงทเ่ี กิดจากธรรมชาติ
เกิดจากแหลง่ ธรรมชาติต่างๆ ท่อี ยรู่ อบๆตวั เรา เช่น เสยี งคล่นื เสียงนา้ ไหล เสียงลม
พดั เสียงฟ้าผ่า เสยี งรอ้ งของสตั ว์ เสยี งฝนตก
ว.ู้ ...........วู้ โฮ่ง....โฮ่ง
ฮี.้ ........ฮี้ ซ.ู่ ..ซู่
2. เสียงมนุษยส์ ร้างขนึ้
5
เสียงของเคร่อื งใชต้ า่ ง ท่ีมนษุ ยส์ รา้ งขนึ้ เพ่อื ใหป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจาวนั บางอยา่ ง
อาจทาใหเ้ กิดเสยี ง เชน่ เสียงนาฬกิ าปลกุ เสยี งรถไฟ เสยี งกระดิง่ เสยี งไดรเ์ ป่าผม เป็นตน้
เสียงนาฬกิ า
ปลกุ
เสยี งโทรศพั ท์
เสยี งรถไฟแลน่
เสยี งรถมอเตอรไ์ ซค์
6
ใบงานที่ 1
ใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ บั เสยี งรอ้ งตอ่ ไปนีใ้ หถ้ กู ตอ้ ง แลว้ จงบอกวา่ เสียงเกิดขนึ้ เป็นเสยี งท่ี
เกิดจากธรรมชาตหิ รอื เสยี งท่มี นษุ ยส์ รา้ งขนึ้
จบิ๊ จิบ๊ ………………………………………….
กร่งิ ๆ กร่งิ ๆ ………………………………..……
ป๊ นู ป๊ นู …………………………………..…….
โฮง่ โฮ่ง .......................................................
ซู่ ซู่ ............................................................
อบ๊ อบ๊ .......................................................
ใบงานที่ 2 7
ใหน้ กั เรยี นทาเคร่อื งหมาย ลงใน หนา้ ขอ้ ความทต่ี รงกบั เสียงท่เี กิดขนึ้ ให้
ถกู ตอ้ ง
8
ชุดปฏิบตั กิ ารเรียนรู้ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1
กลมุ่ สาระ ศลิ ปะ (ดนตรี – นาฏศลิ ป์ ) เรอ่ื ง ลกั ษณะของเสยี ง
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 เสยี ง รอ้ ง พาเพลิน
ลกั ษณะของเสยี ง
เสียงตา่ งๆท่ไี ดย้ ินมีความแตกตา่ งกนั เพราะมีแหลง่ กาเนดิ มาจากวตั ถทุ ่ีมีคณุ สมบตั ไิ ม่
เหมือนกนั เสียงดงั – เบา ก็เป็นลกั ษณะเสยี งอีกอยา่ งหน่งึ ซง่ึ เสียงมลี กั ษณะดงั หรอื เบา
ขนึ้ อยกู่ บั ขนาดของวตั ถแุ ละแรงกระทาต่อวตั ถุ
เสียงดัง – เบา
- เสียงดงั เช่น เสยี งตะโกน เสียงเคร่อื งบนิ
- เสยี งเบา เชน่ เสยี งกระซิบ เสยี งลมพดั
เสยี งส้ัน – ยาว
- เสียงสน้ั เชน่ เสยี งเคาะประตู เสยี งนา้ หยดจากก๊อก
- เสยี วยาว เชน่ เสยี งตรี ะฆงั เสียงนาฬกิ าปลกุ
9
ใบงานท่ี 3
ใหน้ กั เรยี นดภู าพ แลว้ บอกวา่ ภาพท่ีนกั เรยี นเหน็ เป็นเสยี งของอะไรและมลี กั ษณะของ
เสยี งเป็นอยา่ งไร
1. 2.
เสยี ง....................................... เสียง.......................................
ลกั ษณะของเสียง................................ ลกั ษณะของเสียง................................
3.
4.
เสยี ง....................................... เสยี ง..............................................
ลกั ษณะของเสยี ง................................ ลกั ษณะของเสยี ง................................
5. 6.
เสียง....................................... เสยี ง..............................................
ลกั ษณะของเสียง................................ ลกั ษณะของเสียง................................
ใบงานท่ี 4 10
ใหน้ กั เรยี นทาเครอ่ื งหมาย ลงใน หนา้ ขอ้ ความท่ตี รงกบั เสยี งทเ่ี กิดขนึ้ ให้
ถกู ตอ้ ง
11
ชุดปฏิบัติการเรยี นรู้
กลมุ่ สาระ ศลิ ปะ (ดนตรี – นาฏศิลป์ ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 เสยี ง รอ้ ง พาเพลิน เรอ่ื ง ท่องกลอน รอ้ งเพลง
การอา่ นบทกลอน
การฝึกรอ้ งเพลงอาจจะเรม่ิ จากการฝึกอา่ นทานองเสนาะกอ่ น เพราะการอ่านทานอง
เสนาะเป็นการฝึกขบั รอ้ งเพลงอยา่ งหน่ึง แต่ทานองเสนาะไม่มีทานองเพลงเหมอื นกบั เพลง
ท่วั ไปจะมลี กั ษณะเหมอื นเสียงสวดมนตม์ ากกว่าภาษาพดู
การรอ้ งเพลง
การรอ้ งเพลงเป็นกิจกรรมท่ีสรา้ งสรรคท์ างดนตรอี ยา่ งหน่งึ ซง่ึ ทกุ คนสามารถทาไดแ้ ต่
ตอ้ งฝึกฝนอยา่ งถกู ตอ้ งและสม่าเสมอ จงึ จะรอ้ งเพลงใหเ้ พราะได้
เพลง จา้ จผี้ ลไม้
จา้ จีผ้ ลไม้ แตงไทยแตงกวา
ขนนุ นอ้ ยหนา่ พทุ ธามงั คดุ
ละมดุ ลาไย มะเฟื องมะไฟ
มะกรูดมะนาว มะพรา้ วสม้ โอ
ฟังแฟงแตงโม ไชโยโห่ฮิว้
12
ใบงานท่ี 5
ใหน้ กั เรยี นฝึกรอ้ งเพลงมา 1 เพลง แลว้ ออกมารอ้ งหนา้ ชนั้ เรียน และใหเ้ พ่อื นประเมินผลการ
รอ้ งเพลง
เพลงทร่ี ้อง..............................................
บนั ทกึ ผลการรอ้ งเพลงลงในตาราง
รายการประเมิน ผลการประเมนิ
1. การรอ้ งตามเนือ้ รอ้ ง ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง
2. การเอือ้ นเสยี ง
3. การแบง่ วรรคตอนของเนือ้ เพลง ☺
4. การออกเสยี งอกั ขระพยญั ชนะ
5. การแสดงสหี นา้ ท่าทาง ☺
☺
☺
☺
13
ชุดปฏบิ ตั ิการเรียนรู้
กลมุ่ สาระ ศลิ ปะ (ดนตรี – นาฏศิลป์ ) ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 เสยี ง รอ้ ง พาเพลนิ เร่อื ง รอ้ งเตน้ ประกอบเพลง
การรอ้ งเพลงและการเคาะจงั หวะ
การรอ้ งเพลงเป็นกิจกรรมทางดนตรชี นดิ หน่ึง ซง่ึ ผขู้ บั รอ้ งจะตอ้ งเรยี นรูใ้ นหลกั การรอ้ ง
เพลงและการเคาะจงั หวะท่ีถกู ตอ้ ง จง่ึ จะสามารถขบั รอ้ งไดอ้ ยา่ งไพเราะ นกั เรยี นสามารถ
รอ้ งเพลงไดห้ ลายประเภท มดี งั นี้
1. การร้องเพลงไทย เป็นเพลงท่ีมลี กั ษณะเฉพาะซง่ึ แสดงถงึ ความเป็นไทยโดย
มกี ารรอ้ งเอือ้ น (การออกเสียงไปตามทานองโดยไม่มีเนือ้ รอ้ ง)
2. การร้องเพลงพระราชนิพนธ์ เป็นเพลงท่ีมหากษัตรยิ ท์ รงพระราชนพิ นธข์ นึ้ มา เนือ้ เพลง
และทานองเพลงมีหลายประเภท เช่น เพลงปลกุ ใจ เพลงชนื่ ชมธรรมชาติ เพลงใหข้ อ้ คดิ
สอนใจ เป็นตน้
3. การร้องเพลงไทยสากล เป็นเพลงท่ีมจี งั หวะและทานองงา่ ยๆ ปละเป็นเพลงท่ีมีจงั หวะ
ต่างจากเพลงไทย
14
การเคลื่อนไหวพนื้ ฐาน
การเคล่ือนไหวเลยี บแบบธรรมชาติ
การเคลื่อนไหวรา่ งกายเพ่ือเลยี บแบบลกั ษณะของธรรมชาตหิ รอื สงิ่ ต่างๆอยรู่ อบตวั เรา
การเคล่ือนไหวร่างกายเลียนแบบคน
1. การเคลื่อนไหวรา่ งกายเพ่อื เลียนแบบกิรยิ าท่าทาง เชน่ เลน่ กีตารค์ วาม
สะอาดบา้ น ทาอาหาร
2. การเคลื่อนไหวรา่ งกายเพ่อื เลียนแบบการประกอบอาชีพตา่ งๆ เช่น ชาวนา
ครู ทหาร เป็นตน้
3. การเคล่ือนไหวรา่ งกายเพ่อื เลียบแบบคนวยั ตา่ งๆ เช่น เด็ก วยั รุน่ คนชรา
15
การเคลอ่ื นไหวร่างกายเลียบแบบสตั ว์
การเคลอื่ นไหวของสตั วม์ หี ลายแบบ ไดแ้ ก่ การกระโดด การว่งิ การคลาน การเลอื้ ย
การวา่ ยนา้ การบิน และการเดนิ ซงึ่ ลกั ษณะการเคลอ่ื นไหวรา่ งกายของสตั วแ์ ตล่ ะชนดิ จะมี
ลกั ษณะแตกตา่ งกนั
เป็ด
สนุ ขั
กบ
งู
16
ใบงานท่ี 6
ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ 5-6 คน โดยใหน้ กั เรยี นหญิงและนกั เรยี นชายมีจานวน
เทา่ ๆกนั ฝึกรอ้ งเพลงและเคาะจงั หวะ 1 เพลง หนา้ ชนั้ เรยี น และตอบคาถาม
1. เพลงท่ีรอ้ ง ช่ือ..........................................................
เป็นเพลงประเภท เพลงไทย เพลงพระราชนพิ นธ์ เพลงไทยสากล
2. เพลงท่ีเลอื กเป็นเพลงท่มี จี งั หวะ เรว็ ปานกลาง ชา้
3. นกั เรยี นเลอื กเพลงนเี้ พราะ.................................................................................
4. นกั เรยี น พอใจ ไม่พอใจ การรอ้ งเพลงของตนเองและเพ่อื นในกลมุ่
เพราะ..............................................................................................................
5. นกั เรยี นคดิ ว่า กลมุ่ ของตนเคาะจงั หวะได้ ถกู ตอ้ ง ไม่ถกู ตอ้ ง
เพราะ..............................................................................................................
6. สมาชิกคนท่ีรอ้ งเพลงไดด้ ีทส่ี ดุ คือ.....................................................................
7. ใหน้ กั เรยี นประเมินผลการกระทากิจกรรมของกลมุ่ อ่นื ลงในตาราง
รายการประเมิน ผลการประเมนิ
1. การรอ้ งตามเนือ้ รอ้ ง ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง
2. การเอือ้ นตามจงั หวะและทานอง
3. การแบง่ วรรคตอนของเนือ้ เพลง ☺
4. การออกเสียงอกั ขระพยญั ชนะ
5. การแสดงสีหนา้ ทา่ ทาง ☺
☺
☺
☺
17
ใบงานท่ี 7
ใหน้ ักเรียนแต่ละคนออกมาหนา้ ชั้นเรียนทาท่าการเคล่ือนไหวรา่ งกายเลียนแบบคน
และสตั ว์ คนละ 2 ทา่ พรอ้ มกบั วาดรูปลงในชดุ ปฏิบตั กิ ารเรยี นรูแ้ ละเขียนชื่อทา่
การเคลื่อนไหวรา่ งกายเลียบแบบคน ท่า...............................................
การเคลื่อนไหวรา่ งกายเลยี บแบบสตั ว์ ทา่ ...............................................
18
❖ ความรู้เพมิ่ เตมิ
ราวงมาตรฐาน
"ราวงมาตรฐาน" เป็นการแสดงท่ีมวี วิ ฒั นาการมาจาก "ราโทน" เป็นการราและการรอ้ ง
ของชาวบา้ นซง่ึ มผี รู้ าทงั้ ชายและหญิง รากนั เป็นคู่ ๆ รอบ ๆ ครกตาขา้ วท่ีวางคว่าไว้ หรอื ไมก่ ็
รากนั เป็นวงกลม โดยมโี ทนเป็นเครอ่ื งดนตรปี ระกอบจงั หวะ ลกั ษณะการราและรอ้ งเป็นไป
ตามความถนดั ไมม่ แี บบแผนกาหนดไว้ คงเป็นการราและรอ้ งง่าย ๆ มงุ่ เนน้ ท่คี วาม
สนกุ สนานร่นื เรงิ เป็นสาคญั เช่น เพลงช่อมาลี เพลงยวนยาเหล เพลงหลอ่ จรงิ นะดารา เพลง
ตามองตา เพลงใกลเ้ ขา้ ไปอกี นิด เป็นตน้ ดว้ ยเหตทุ ก่ี ารราชนดิ นีม้ โี ทนเป็นเครอ่ื งดนตรี
ประกอบจงั หวะ จงึ เรยี กการแสดงชดุ นีว้ า่ ราโทน
เพลงงามแสงเดือน
คาร้อง : จม่นื มานิตยน์ เรศ (นายเฉลมิ เศวตนนั ท)์ หวั หนา้ กองการสงั คตี กรม
ศิลปากร (ประพนั ธใ์ นนามกรมศลิ ปากร)
ทานอง : อาจารยม์ นตรี ตราโมท
ท่ารา : สอดสรอ้ ยมาลา งามใบหนา้ เม่อื อยวู่ งรา (ซา้ )
เนือ้ เพลง:
งามแสงเดือนมาเยอื นสอ่ งหลา้
เราเลน่ กนั เพ่อื สนกุ เปลือ้ งทกุ ขว์ ายระกา
ขอใหเ้ ลน่ ฟ้อนรา เพ่อื สามคั คเี อย
สอดสร้อยมาลา
19
ใบงานท่ี 7
ใหน้ กั เรยี นเขยี นชอ่ื เพลงและช่ือท่ารา พรอ้ มระบายสี
ชื่อเพลง...............................................................
ทา่ รา ชาย........................................................
หญงิ .......................................................