The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ใบงาน นาฏ ป 4. เทอม 2 docx

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by anchaleef12506, 2021-11-18 09:07:59

ใบงาน นาฏ ป 4. เทอม 2 docx

ใบงาน นาฏ ป 4. เทอม 2 docx

1

ชดุ ปฏบิ ัตกิ ารเรยี นรู้

กล่มุ สาระศิลปะ (ดนตร-ี นาฏศลิ ป)์
ระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4

ชอื่ -สกลุ .................................................................................ชน้ั ป.4/..... เลขที่..........

2

แบบทดสอบก่อนเรยี น

คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี น คาตอบท่ถี กู ตอ้ งเพยี งขอ้ เดียว

1. ดนตรพี นื้ บา้ นของไทยมลี กั ษณะเดน่ อย่างไร 6. จงั หวะของการเซิง้ กระตบิ ขา้ วคือจงั หวะใน

ก. เนน้ การบรรเลงพรอ้ มเพรยี งกนั ขอ้ ใด

ข. เป็นการถา่ ยทอดวถิ ีชีวิตของคนไทย ก. ป๊ ะ ป๊ ะ เทง่ เทง่ ป๊ ะ ป๊ ะ

ค. บรรเลงดว้ ยเครอ่ื งดนตรที ่หี ลากหลาย ข. ป๊ ะ เทง่ ป๊ ะ เทง่ ป๊ ะ เทง่ ป๊ ะ

ง. บรรเลงดว้ ยเคร่อื งดนตรเี พียงชิน้ เดยี ว ค. เทง่ เทง่ ป๊ ะ ป๊ ะ เทง่ เทง่

2. เพลงเก่ียวขา้ วสะทอ้ นวถิ ีชีวติ ในดา้ นใด ง. เทง่ ป๊ ะเทง่ ป๊ ะเทง่ ป๊ ะเทง่

ก. การรบั ประทานอาหาร 7. ขอ้ ใดคอื เครอ่ื งดนตรที ่ใี ชบ้ รรเลงประกอบ

ข. การนบั ถือศาสนา เพลงเซิง้ กระตบิ

ค. การเคารพผอู้ าวโุ ส ก. ตะโพน ข. แคน

ง. การประกอบอาชีพ ค. จะเข้ ง. กลองยาว

3. การรอ้ งราทาเพลงหลงั จากทานาเสรจ็ มี 8. เซงิ้ กระตบิ เก่ียวขอ้ งกบั วิถีชีวิตของคนอีสาน

จดุ ประสงคเ์ พ่อื อะไร ดา้ นใด

ก. ขอบคณุ ผมู้ าชว่ ยงาน ก. การขอฝน

ข. บชู าแมโ่ พสพท่อี ย่ใู นนาขา้ ว ข. การเกีย้ วพาราสี

ค. ชว่ ยใหข้ า้ วมีผลผลิตท่ดี ี ค. การลงแขกเก่ียวขา้ ว

ง. ผ่อนคลายจากการทางานหนกั ง. วฒั นธรรมในการรบั ประทานอาหาร

4. ถา้ คนไทยทกุ คนไมร่ ว่ มมือกนั อนรุ กั ษ์ 9. ขอ้ ใดคอื ความหมายของเพลงเราสู้ พระราช

สง่ เสรมิ ดนตรจี ะเกิดผลอย่างไร นิพนธใ์ นรชั กาลท่ี 9

ก. ดนตรไี ทยสญู หายไปไมม่ ีใครรูจ้ กั ก. รกั ชาติ ข. รกั พอ่ แม่

ข. ดนตรไี ทยจะเป็นของตา่ งชาติ ค. รกั ตวั เอง ค. รกั ญาติพ่ีนอ้ ง

ค. ดนตรไี ทยจะมจี านวนมาก 10. เพลงปลกุ ใจมีจดุ มงุ่ หมายอย่างไร

ง. ดนตรไี ทยจะไมม่ ีผบู้ รรเลง ก. เพ่อื สง่ เสรมิ จิตใจใหเ้ ป็นนกั สทู้ ่ีเขม้ แข็ง

5. ขอ้ ใดคอื อปุ กรณใ์ นการแสดงเซงิ้ กระติบขา้ ว ข. เพ่อื สง่ เสรมิ ใหม้ บี คุ ลิกภาพท่ดี ี

ก. สมุ่ ข. สวิง ค. เพ่อื สง่ เสรมิ สขุ ภาพใหส้ มบรู ณ์

ค. เคียวเก่ียวขา้ ว ง. กระติบขา้ ว ง. เพ่อื สง่ เสรมิ พลงั กาย

3

11. การไหวค้ รูเป็นการปลกู ฝังคณุ ธรรมในดา้ น 16. ถา้ แมต่ ีจะแสดงอาการอยา่ งไร

ใดใหก้ บั ผแู้ สดง ก. ยิม้

ก. ความเออื้ เฟื้อเผ่ือแผ่ ข. รอ้ งไห้

ข. ความกตญั ญกู ตเวที ค. โกรธ

ค. ความสามคั คี ง. หวั เราะ

ง. ความเสยี สละ 17. ทา่ ทางท่แี สดงถงึ ความรูส้ กึ คอื ทา่ ใด

12. พิธีไหวค้ รูเพ่อื รบั เป็นศิษย์ คือพธิ ีในขอ้ ใด ก. ทา่ รกั

ก. พิธีสวดมนตเ์ ย็น ข. ทา่ ฉนั

ข. พิธีไหวค้ รู ค. ทา่ เธอ

ค. พิธีครอบครู ง. ทา่ ไป

ง. พธิ ีมอบ 18. ขอ้ ใดเป็นท่มี าของนาฏศิลป์ ไทย

13. ขอ้ คือประโยชนข์ องการไหวค้ รู ก. การละเลน่ หลกั จากพกั จากการทางาน

ก. ไมต่ อ้ งฝึกซอ้ มการแสดง ข. การลอกเลียนแบบวฒั นธรรมต่างชาติ

ข.เป็นท่รี กั ของครูเพียงคนเดียว ค. ทอ่ งเท่ยี วไปตามวถานท่ตี ่าง ๆ

ค. ทาใหก้ ารแสดงนาฏศลิ ป์ สวยงาม ง. การเคล่ือนไหวของธรรมชาติ

ง. ทาใหเ้ กิดความสามคั คเี ป็นอนั หน่งึ อนั 19. การรา่ ยราเป็นหมู่ มีความสวยงามอย่ทู ่ี

เดยี วกนั ความพรอ้ มเพรยี งของผแู้ สดง หมายถงึ การ

14. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ลกั ษณะของละคร แสดงประเภทใด

ก. แสดงไดพ้ รอ้ มเพรยี งกนั ก. ละคร ข. ระบา

ข. ใหข้ อ้ คิดกบั ผชู้ ม ค. รา ง. โขน

ค. แสดงเรอ่ื งราว 20. การกระทาในขอ้ ใดท่แี สดงใหเ้ หน็ ถึงการ

ง. มีตวั ละคร อนรุ กั ษแ์ ละสืบทอดนาฏศลิ ป์ ไทย

15. “บา้ นเรอื นไทย” เป็นองคป์ ระกอบใดของ ก. เขา้ รว่ มประกวดรอ้ งเพลงนานาชาติ

ละคร ข. อานหนงั สอื การปกครองของชาติไทย

ก. โครงเรยี น ข. แนวคดิ ค. นอนหลบั เม่อื ถงึ ช่วั โมงเรยี นนาฏศิลป์

ค. ตวั ละคร ง. ฉาก ง. เขา้ รว่ มการแสดงรามเกียรตกิ์ บั เพ่ือน

4

ความสัมพันธข์ องวถิ ชี วี ติ ไทยกบั ดนตรีและเพลงพนื้ บ้าน

1. วถิ ชี วี ติ ของคนไทย
การประกอบอาชีพ
คนไทยในทกุ ภาคสว่ นใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ในสมยั อดีตคนไทยใชแ้ รงงานคนและ

สตั วใ์ นการทางาน ดงั นนั้ ชาวบา้ นจงึ ตอ้ งพง่ึ พาอาศยั กนั เพ่ือใหอ้ ยรู ว่ มกนั อย่างมีความสขุ
2. ดนตรีพนื้ บา้ น

ดนตรพี นื้ บา้ นแตล่ ะทอ้ งถ่ินมลี กั ษณะเฉพาะ แสดงความเป็นเอกลกั ษณท์ ่แี ตกตา่ งกนั ออกไปตาม
วฒั นธรรมและประเพณีของทอ้ งถ่ินนนั้ ๆ ซง่ึ ไดม้ กี ารสืบทอดกนั มาตามภมู ปิ ัญญาของคนในอดตี ดนตรี
พนื้ บา้ นบง่ บอกถงึ ความเป็นอยขู่ องคนในอดตี และถือเป็นมรดกทางวฒั นธรรมท่ีควรอนรุ กั ษใ์ หอ้ ย่กู บั
ทองถ่ินสบื ไป
3. เพลงพนื้ บ้าน

เพลงพนื้ บา้ นเป็นเพลงท่เี กิดจากคในทอ้ งถ่ินนนั้ ๆ คิดรูปแบบการรอ้ งการละเลน่ ขนึ้ เป็นบทเพลง
ท่มี ีทว่ งทานอง ภาษาเรยี บงา่ ยและเนน้ ความสนกุ สนาน ร่นื เรงิ ใชเ้ ลน่ ในโอกาสตา่ ง ๆ เช่น วนั สงกรานต์
วนั ลอยกระทง งานไหวพ้ ระประจาปี หรอื ในโอกาสท่ไี ดร้ ว่ มแรงเพ่อื ทางานอย่างใดอย่างหน่งึ เช่น งาน
เก่ียวขา้ ว การนวดขา้ ว เป็นตน้
4. จุดประสงคข์ องการเล่นดนตรแี ละเพลงพนื้ บา้ น

- เพ่อื ความบนั เทงิ ใจ นิยมเลน่ ในงานเทศกาลหรอื งานรน่ื เรงิ ตา่ ง ๆ
- เพ่อื รอ้ งประกอบการทางาน เช่น การดานา การเก่ียวขา้ ว รว่ มกนั ทางานเป็นหมคู่ ณะเรยี กวา่
การลงแขก ตอ่ มาจงึ คิดรอ้ งเพลง เพ่อื ใหเ้ กิดความเพลิดเพลินไปกบั การทางาน เช่น เพลงเก่ียวขา้ ว เพลง
อแี ซว เพลงฉ่อย เป็นตน้
- เพ่อื วตั ถปุ ระสงคเ์ ฉพาะ เป็นเพลงท่รี อ้ งหรอื เลน่ เฉพาะในชมุ ชนอาจเป็นการประกอบประเพณี
ทางศาสนา หรอื พธิ ีกรรมต่าง ๆ เช่น รอ้ งเพลงแหน่ างแมว เพ่อื ใหฝ้ นของภาคตะวนั เฉียงเหนือ (อีสาน)

5

ความสัมพนั ธข์ องวถิ ชี วี ติ ไทยกับดนตรีและเพลงพนื้ บา้ นในแตล่ ะภาค

1. ภาคเหนือ
1.1 ดนตรพี นื้ บ้านภาคเหนือ มีทงั้ การบรรเลงแบบเด่ยี วและรวมวง รวมถงึ การขบั รอ้ งโดยมใ่ ช้

ดนตรปี ระกอบ เครอ่ื งดนตรที ่ใี ช้ เชน่ สะลอ้ ซอ ซงึ และกลองแอว เป็นตน้
1.2 เพลงพนื้ บ้านภาคเหนือ
- เพลงจ๊อย เป็นเพลงภาษาพนื้ บา้ นท่ขี บั รอ้ งขนึ้ เพ่อื ฟังกนั เอง นิยมเลน่ ในหมหู่ น่มุ สาว

ระหว่างเดินมาในหม่บู า้ น เนือ้ หาเป็นการบรรยายความในใจและใหส้ าวจาเสียงได้ โดยใชภ้ าษาท่ี
ออ่ นหวานน่มุ นวล

- เพลงซอ เป็นเพลงท่ีรอ้ งโตต้ อบเกีย้ วพาราสีกนั ระหวา่ งชายหญิง เป็นการแกค้ ารมกนั
2. ภาคกลาง

2.1 ดนตรีพนื้ บา้ นของภาคกลาง เป็นดนตรที ่ถี า่ ยทอดชีวิต ความเป็นอยแู่ ละกิจกรรของภาค
กลางรวมถงึ กิจกรรมท่บี ง่ บอกถงึ อปุ นิสยั รกั ความสนกุ สนานของคนภาคกลาง เครอ่ื งดนตรที ่ใี ชส้ ว่ นใหญ่
จะเป็นประเภทกลอง เช่น กลองยาว กรบั ระนาด เป็นตน้

2.2 เพลงพนื้ บ้านของภาคกลาง
- เพลงเก่ียวขา้ ว เพลงเตน้ การาเคียว ท่แี สดงถงึ ความช่วยเหลือเกือ้ กลู กนั ของคนใน

ทอ้ งถ่ิน
- เพลงเรอื เพลงอีแซว เพลงลาตดั เป็นเพลงท่ใี ชเ้ พ่อื ความสนกุ สนานบนั เทิงในโอกาส

หรอื งานรน่ื เรงิ ตา่ ง ๆ
- เพลงกลอ่ มเดก็ เป็นเพลงท่กี ลอ่ มใหเ้ ดก็ นอนหลบั

3. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
3.1 ดนตรีพนื้ บา้ นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มเี อกลกั ษณต์ ามลกั ษณะภมู ิประเทศและ

ภมู อิ ากาศ เพราะภาควนั ออกเฉียงเหนือมีอาณาเขตติดตอ่ กบั ประเทศเพ่อื นบา้ น ทาใหล้ กั ษณะทาง
ดนตรมี คี วามแตกตา่ งกนั ลกั ษณะทางดนตรแี บง่ เป็น 2 กลมุ่

- กลมุ่ อสี านเหนือ กลาง และตะวนั ออก ไดแ้ ก่ จงั หวดั อดุ รธานี นครพนม หนองคาย ขอนแก่น
รอ้ ยเอด็ อบุ ลราชธานี ดนตรพี นื้ บา้ นสว่ นใหญ่ เป็นประเภทเพลงหมอลา มีแคนและโปงลางเป็นเครอ่ื ง
ประกอบจงั หวะ

- กลมุ่ อสี านใต้ ไดแ้ ก่ สรุ นิ ทร์ บรุ รี มั ย์ ศรสี ะเกษ เป็นตน้ ดนตรกี ลมุ่ นีจ้ ะเป็นกนั ตรมึ ไดร้ บั อทิ ธิพล
มาจากวฒั นธรรมของประเทศเขมร

6

3.2 เพลงพนื้ บา้ นภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
- หมอลา เป็นการแสดงท่รี อ้ งขบั เด่ยี วหรอื โตต้ อบกนั ระหวา่ งชายหญิง มีจงั หวะ

สนกุ สนาน และมีจงั หวะชา้ เรว็ ตา่ งกนั เช่น ลาเตย้ ลาลอ่ งโขง เป็นตน้
- เพลงเซงิ้ เป็นเพลงท่เี ก่ียวขอ้ งกบั ความเป็นอย่แู ละวฒั นธรรมตา่ ง ๆ เชน่ เซงิ้ กระตบิ ขา้ ว

เป็นเพลงท่เี ก่ียวขอ้ งกบั วฒั นธรรมในการรบั ประทานอาหารของชาวอสี าน เซงิ้ บญุ บงั้ ไฟ เป็นเพลงท่ี
เก่ียวขอ้ งกบั ความเช่ือในเรอ่ื งของเทวดาเพ่อื ของใหฝ้ นตก จะไดท้ าไร่ ทานา ทาพืชผลการเกษตรมี
ผลผลิตสมบรู ณด์ ี เป็นตน้
4. ภาคใต้

4.1 ดนตรีพนื้ บ้านภาคใต้ จะไมเ่ หมือนดนตรภี าคอ่นื ๆ โดยสว่ นมากผูเ้ ลน่ จะเป็นผชู้ าย เพราะ
เป็นดนตรที ่เี ลน่ เพ่อื ประกอบพิธีกรรมโดยเฉพาะชาวมสุ ลมิ เครอ่ื งดนตรที ่ใี ช้ เช่น กลองชาตรี ฆอ้ งคู่
กลองรามะนา โทน เป็นตน้

4.2 เพลงพนื้ บ้านภาคใต้ แมจ้ ะมนี อ้ ยกวา่ ภาคอ่นื แตก่ ็ยงั คงรกั ษารูปแบบการละลเนพนื้ บา้ นไว้
ไดม้ ากและเลน่ กนั ตามเทศกาลตา่ ง ๆ ซง่ึ บทเพลงท่ีนิยมนามาขบั รอ้ ง มีดงั นี้

- เพลงบอก เป็นเพลงพนื้ บา้ นท่นี ิยมมากท่ีสดุ เป็นภมู ิปัญญาของชาวบา้ นท่ไี ดใ้ นการ
บอกข่าวสารกนั จงึ ทาใหข้ ่าวสารนนั้ น่าสนใจ ปัจจบุ นั เพลงบอกนามาใชบ้ อกบญุ

- เพลงนา เป็นเพลงรอ้ งท่ปี ระกอบการทางานคลา้ ยกบั เพลงเก่ียวขา้ ว ของภาคกลาง
- เพลงฮลู ู เป็นเพลงท่ีรอ้ งคลา้ ย ๆ ลาตดั โดยขบั รอ้ งเป็นภาษาถ่ิน คอื ภาษามลายู
การเคลือ่ นไหวประกอบเพลงจวั หวะพนื้ เมอื ง
1. ความหมายของการเคลอ่ื นไหวประกอบจงั หวะ
การเคล่อื นไหวประกอบจงั หวะ คอื การแสดงออกโดยการเคล่ือนไหวกิรยิ าท่าทางตา่ ง ๆ ตาม
จงั หวะเพลง เพ่อื ใหเ้ กิดความพรอ้ มเพรยี งกนั

2. จงั หวะพนื้ เมอื ง
1. จงั หวะฟ้อนเงยี้ ว เป็นการฟอ้ นท่มี จี งั หวะสนกุ สนานของชาวไทยภเู ขา เรยี กวา่ ไทยใหญ่ หรอื

เรยี กว่าเงยี้ ว
2. จงั หวะเซงิ้ กระตบิ ขา้ ว มีท่มี าจากการท่ชี าวอสี านนิยมนากระตบิ ขา้ วซง่ึ เป็นเครอ่ื งสานท่มี ี

รูปแบบทรงกลม มสี ายสะพายเพ่อื นาตดิ ตวั ไปดว้ ย โดยนิยมใชใ้ สข่ า้ วเหนียว การเซิง้ กระติบขา้ วจงึ มที ่า
ราประกอบจงั หวะท่ีแสดงความเป็นอยขู่ องคนภาคอีสาน เช่น ทา่ เดินสะพายกระตบิ ขา้ ว ทา่ หยิบขา้ ว
เหนียว ท่าปั้นขา้ วเหนียว ทา่ เช็ดมอื นามาเป็นทา่ ประกอบจงั หวะใหด้ สู วยงาม

7

การใช้นาฏยศัพทแ์ ละภาษาทา่ ทางนาฏศิลป์ ไทยประกอบเพลงปลุกใจ

เพลงปลุกใจกรุงศรีอยุธยา
1. ดนตรปี ระกอบการแสดง ใชไ้ ดท้ งั้ วงปีพาทยแ์ ละวงดรุ ยิ างค์
2. การแตง่ กายประกอบการแสดง

- ผชู้ าย สวมกางเกงขาสามสว่ น สวมเสอื้ คอพวงมาลยั มีผา้ คาดเอว
- ผหู้ ญิง นงุ่ ผา้ ลายจีบหนา้ นางยาวกรอมเทา้ หม่ สบ และสวมเครอ่ื งประดบั เช่น สรอ้ ยคอ กาไล
เขม็ ขดั สะองิ้ ตา่ งหู แตผ่ มเป็นทรงมหาดไทย
3. บทรอ้ ง

เพลงปลุกใจกรุงศรีอยุธยา
เนือ้ ร้อง-ทานอง พลตรหี ลวงวจิ ิตรวาทการ

สรอ้ ย) กรุงศรอี ยธุ ยาราชธานีไทย ถงึ เคยแตกแหลกไปกไ็ มส่ นิ้ คนดี
เราจะรบศตั รูตอ่ สไู้ พรี เราจะกเู้ กียรตศิ รอี ยธุ ยาไวเ้ อย
อยธุ ยาธานีศรสี ยาม เป็นเมอื งงามธรรมชาตชิ ว่ ยสนอง
บรบิ รู ณล์ มุ่ นา้ และลาคลอง ทา้ วอทู่ องทรงสรา้ งใหช้ าวไทย (สรอ้ ย)
ครงั้ โบราณแพพ้ มา่ เป็นขา้ เขา พระนเรศวรเจา้ ทรงกไู้ ด้
ไลศ่ ตั รูไปใหพ้ น้ แผน่ ดนิ ไทย กรุงศรอี ยธุ ยาไมส่ นิ้ คนดี (สรอ้ ย)
ชาวศรอี ยธุ ยามาดว้ ยกนั เลือดไทยใจม่นั ไมพ่ ร่นั หนี
ชีวติ เราขอนอ้ มและยอมพลี ไวเ้ กียรติศรอี ยธุ ยาคฟู้ า้ ดนิ (สรอ้ ย)

8

ชุดปฏบิ ตั กิ ารเรยี นรู้

กลมุ่ สาระ ศลิ ปะ (ดนตรี – นาฏศลิ ป์ ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4

เรอ่ื ง เพลงพนื้ บา้ นกบั นาฏศิลป์ ไทย ใบงานท่ี 1

คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นสรุปความรูจ้ ากการศกึ ษาเรอ่ื งเพลงพนื้ บา้ นภาคตา่ งลงในแผนภาพในแบบบนั ทกึ

เพลงพนื้ บา้ นภาคกลาง
ไดแ้ ก.่ ...........................................
.....................................................
.....................................................
.....................................................

เพลงพนื้ บา้ น

เพลงพนื้ บ้านภาคใต้ เพลงพนื้ บ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ไดแ้ ก.่ ........................................... ไดแ้ ก.่ ...........................................
..................................................... .....................................................
..................................................... .....................................................
..................................................... .....................................................

ชุดปฏบิ ัตกิ ารเรียนรู้ 9
กลมุ่ สาระ ศลิ ปะ (ดนตรี – นาฏศิลป์ )
เรอ่ื ง เพลงพืน้ บา้ นกบั นาฏศลิ ป์ ไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นอา่ นขอ้ ความและเขียนเครอ่ื งหมาย  ลงใน ใบงานท่ี 2
เขียนเครอ่ื งหมาย  ลงใน หลงั ขอ้ ความไมถ่ กู ตอ้ ง
หลงั ขอ้ ความท่ีถกู ตอ้ ง และ

1. การรอ้ งเพลงพนื้ บา้ นช่วยผ่อน 2. เพลงพนื้ บา้ นและดนตรพี นื้ บา้ น 3. เพลงนา
คลายความเหนด็ เหน่ือยจากการ ของแตล่ ะทอ้ งถ่ินขบั รอ้ งบรรเลง เพลงบอก
ทางาน เหมอื นกนั เป็นเพลง
พนื้ บา้ นของ
ภาคอีสาน

6. ดนตรี 5. เพลงพนื้ บา้ นภาคเหนือมีจงั หวะ 4.จดุ ประสงคห์ ลกั ของการเลน่ ดนตรี
พนื้ บา้ นเป็น เรา้ ใจ สนกุ สนานใหค้ วามรูส้ กึ คกึ คกั และเพลงพนื้ บา้ นเพ่อื ความสนกุ
ภมู ิปัญญาของ ต่นื เตน้ สนานบนั เทิงใจ
คนไทยในแต่
ละภมู ภิ าค

7. เพลงท่ีมรี ูปแบบการบรรเลงและมี 8. ดนตรพี นื้ บา้ นภาคกลาง 9. ภาษาท่ีใช้
ทานองเฉพาะทอ้ งถ่นิ เรยี กวา่ เพลง จะเนน้ ความสนกุ สนาน ขบั รอ้ งในเพลง
พนื้ บา้ น เช่น กลองยาว พน้ บา้ นภาค
อสี าน คือ
ภาษามาลายู

12. เพลงนาและเพลงเก่ียว 11. กลมุ่ อสี านใตจ้ ะขบั เพลง 10. ดนตรพี นื้ บา้ นภาคใต้
ขา้ วใชร้ อ้ งเพ่อื ปรกอบการ พนื้ บา้ นประเภทหมอลา มกั เป็นเคร่อื งตีและใช้
ทางานเหมือนกนั ผชู้ ายบรรเลง

ชุดปฏบิ ัตกิ ารเรยี นรู้ 10
กลมุ่ สาระ ศิลปะ (ดนตรี – นาฏศลิ ป์ )
เรอ่ื ง เพลงพนื้ บา้ นกบั นาฏศลิ ป์ ไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
ใบงานท่ี 3

คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นเขียนเคร่อื งหมาย  ลงใน ขอ้ ความท่ีถกู ตอ้ งและเขียนเคร่อื งหมาย
ขอ้ ความท่ไี มถ่ กู ตอ้ ง

1. การไหวค้ รูเป็นการแสดง 2. การไหวค้ รูนิยมจดั พธิ ีในวนั พระ
ความเคารพครูท่ีส่งั สอนใหว้ ิชา
ความรู้ 3. พิธีครอบครูจะเป็นการนา
ศีรษะครูมาครอบเพ่อื รบั เป็น
4. ครูจะมอบศรี ษะครูใหก้ บั ลกู ศิษย์ ศษิ ย์
ท่ีจะไปเป็นครูสบื ทอดความรู้

5. การไหวค้ รูจะทาใหเ้ กิดความม่นั ใจ
ในการแสดง

6. เพลงราซิมารา อาจารยม์ นตรี ตราโมท
เป็นผแู้ ตง่ และประดษิ ฐ์ทา่ รา

7. ท่าราซกั แปง้ ผดั หนา้ ใชใ้ นการ
แสดงเพลงชาวไทย

8. การแสดงนาฏศลิ ป์ สากลผแู้ สดงจะทา
ความเคารพดว้ ยการโคง้ คานบั

ชุดปฏบิ ตั กิ ารเรยี นรู้ 11
กลมุ่ สาระ ศิลปะ (ดนตรี – นาฏศิลป์ )
เรอ่ื ง เพลงพนื้ บา้ นกบั นาฏศลิ ป์ ไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
ใบงานท่ี 4

คาชีแ้ จง : ใหน้ กั เรยี นเปรยี บเทียบการแสดงพืน้ เมืองและการและนาฏศิลป์ ไทยท่ีเคยชมหรอื สนใจและ
บนั ทกึ ลงในแบบทดสอบ

การแสดงพนื้ เมอื ง
ช่ือการแสดง...........................................................................................................................
ลกั ษณะของการแสดง......................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

การแสดงพนื้ บา้ นนาฏศลิ ป์
ช่ือการแสดง........................................................................................................................
ลกั ษณะของกาแสดง......................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

ส่งิ ท่เี หมือนกนั
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

ชุดปฏบิ ตั กิ ารเรียนรู้ 12
กลมุ่ สาระ ศิลปะ (ดนตรี – นาฏศิลป์ )
เรอ่ื ง เพลงพนื้ บา้ นกบั นาฏศิลป์ ไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
ใบงานท่ี 5

คาชีแ้ จง : ใหน้ ักเรียนจาแนกวิธีการปฏิบตั ิตนท่ีเป้นการอนุรกั ษ์ และปฏิบตั ิตนท่ีไม่เป็นการอนรุ กั ษ์
นาฏศิลป์ และนาฏศิลป์ สากลโดยนาตวั อกั ษรหนา้ ขอ้ ความ เขียนเติมลงในแผนภาพพรอ้ มทงั้ วิเคราะห์
ผลท่เี กิดขนึ้

ก จดั งานประกวดการแสดงระบา รา ฟอ้ น ท่งี านประจาปีโรงเรยี น
ข ศกึ ษา คน้ ควา้ เก่ียวกบั ประวตั กิ ารแสดงนาฏศลิ ป์ สากลและละครสากล
ค นาอปุ กรณเ์ ครอ่ื งแตง่ กายการแสดงนาฏศลิ ป์ ไทยไปขายใหช้ าวตา่ งชาติ
ง แสดงราอวยพรใหช้ าวตา่ งชาติท่มี าทอ่ งเท่ยี วไดช้ ม
จ ชมการแสดงของต่างประเทศท่ที นั สมยั เทา่ นนั้
ช เรยี นการแสดงนาฏศลิ ป์ ไทยเพ่มิ เตมิ หลงั เลิกเรยี น

การปฏิบตั ิตนท่เี ป็นการอนรุ กั ษ์ ผลท่เี กิดขนึ้
นาฏศิลป์ ไทยและนาฏศลิ ป์ สากล ............................ .............................
........................................................... ...............................................................
........................................................... .........................................................

..................................................
...........................

การปฏิบตั ติ นท่ไี มเ่ ป็นการอนรุ กั ษ์ ผลท่เี กิดขนึ้
นาฏศิลป์ ไทยและนาฏศลิ ป์ สากล ............................ .............................
........................................................... ...............................................................
........................................................... .........................................................

..................................................
...........................

13

แบบทดสอบหลังเรยี น

คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี น คาตอบท่ถี กู ตอ้ งเพยี งขอ้ เดยี ว

1. ดนตรพี นื้ บา้ นของไทยมลี กั ษณะเดน่ อย่างไร 6. จงั หวะของการเซิง้ กระติบขา้ วคือจงั หวะใน

ก. เนน้ การบรรเลงพรอ้ มเพรยี งกนั ขอ้ ใด

ข. เป็นการถา่ ยทอดวถิ ีชีวติ ของคนไทย ก. ป๊ ะ ป๊ ะ เทง่ เทง่ ป๊ ะ ป๊ ะ

ค. บรรเลงดว้ ยเคร่อื งดนตรที ่หี ลากหลาย ข. ป๊ ะ เทง่ ป๊ ะ เทง่ ป๊ ะ เทง่ ป๊ ะ

ง. บรรเลงดว้ ยเคร่อื งดนตรเี พยี งชิน้ เดียว ค. เทง่ เทง่ ป๊ ะ ป๊ ะ เทง่ เทง่

2. เพลงเก่ียวขา้ วสะทอ้ นวิถีชีวิตในดา้ นใด ง. เทง่ ป๊ ะเทง่ ป๊ ะเทง่ ป๊ ะเทง่

ก. การรบั ประทานอาหาร 7. ขอ้ ใดคอื เครอ่ื งดนตรที ่ใี ชบ้ รรเลงประกอบ

ข. การนบั ถือศาสนา เพลงเซงิ้ กระติบ

ค. การเคารพผอู้ าวโุ ส ก. ตะโพน

ง. การประกอบอาชีพ ข. แคน

3. การรอ้ งราทาเพลงหลงั จากทานาเสรจ็ มี ค. จะเข้

จดุ ประสงคเ์ พ่อื อะไร ง. กลองยาว

ก. ขอบคณุ ผมู้ าช่วยงาน 8. เซงิ้ กระตบิ เก่ียวขอ้ งกบั วิถีชีวติ ของคนอีสาน

ข. บชู าแมโ่ พสพท่อี ยใู่ นนาขา้ ว ดา้ นใด

ค. ช่วยใหข้ า้ วมีผลผลติ ท่ดี ี ก. การขอฝน

ง. ผ่อนคลายจากการทางานหนกั ข. การเกีย้ วพาราสี

4. ถา้ คนไทยทกุ คนไมร่ ว่ มมอื กนั อนรุ กั ษ์ ค. การลงแขกเก่ียวขา้ ว

สง่ เสรมิ ดนตรจี ะเกิดผลอยา่ งไร ง. วฒั นธรรมในการรบั ประทานอาหาร

ก. ดนตรไี ทยสญู หายไปไมม่ ีใครรูจ้ กั 9. ขอ้ ใดคือความหมายของเพลงเราสู้ พระราช

ข. ดนตรไี ทยจะเป็นของตา่ งชาติ นิพนธใ์ นรชั กาลท่ี 9

ค. ดนตรไี ทยจะมจี านวนมาก ก. รกั ชาติ ข. รกั พอ่ แม่

ง. ดนตรไี ทยจะไมม่ ีผบู้ รรเลง ค. รกั ตวั เอง ค. รกั ญาติพ่ีนอ้ ง

5. ขอ้ ใดคอื อปุ กรณใ์ นการแสดงเซงิ้ กระติบขา้ ว 10. เพลงปลกุ ใจมีจดุ มงุ่ หมายอย่างไร

ก. สมุ่ ก. เพ่อื สง่ เสรมิ จิตใจใหเ้ ป็นนกั สทู้ ่ีเขม้ แขง็

ข. สวงิ ข. เพ่อื สง่ เสรมิ ใหม้ ีบคุ ลกิ ภาพท่ดี ี

ค. เคียวเก่ียวขา้ ว ค. เพ่อื สง่ เสรมิ สขุ ภาพใหส้ มบรู ณ์

ง. กระติบขา้ ว ง. เพ่อื สง่ เสรมิ พลงั กาย

14

คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี น คาตอบท่ถี กู ตอ้ งเพียงขอ้ เดยี ว

11. การไหวค้ รูเป็นการปลกู ฝังคณุ ธรรมในดา้ น 16. ถา้ แมต่ จี ะแสดงอาการอยา่ งไร

ใดใหก้ บั ผแู้ สดง ก. ยิม้

ก. ความเออื้ เฟื้อเผ่ือแผ่ ข. รอ้ งไห้

ข. ความกตญั ญกู ตเวที ค. โกรธ

ค. ความสามคั คี ง. หวั เราะ

ง. ความเสียสละ 17. ทา่ ทางท่แี สดงถงึ ความรูส้ กึ คือทา่ ใด

12. พธิ ีไหวค้ รูเพ่อื รบั เป็นศษิ ย์ คือพธิ ีในขอ้ ใด ก. ทา่ รกั

ก. พิธีสวดมนตเ์ ยน็ ข. ทา่ ฉนั

ข. พิธีไหวค้ รู ค. ทา่ เธอ

ค. พธิ ีครอบครู ง. ทา่ ไป

ง. พธิ ีมอบ 18. ขอ้ ใดเป็นท่มี าของนาฏศลิ ป์ ไทย

13. ขอ้ คอื ประโยชนข์ องการไหวค้ รู ก. การละเลน่ หลกั จากพกั จากการทางาน

ก. ไมต่ อ้ งฝึกซอ้ มการแสดง ข. การลอกเลยี นแบบวฒั นธรรมต่างชาติ

ข.เป็นท่รี กั ของครูเพียงคนเดียว ค. ทอ่ งเท่ยี วไปตามวถานท่ตี า่ ง ๆ

ค. ทาใหก้ ารแสดงนาฏศลิ ป์ สวยงาม ง. การเคล่อื นไหวของธรรมชาติ

ง. ทาใหเ้ กิดความสามคั คเี ป็นอนั หนง่ึ อนั 19. การรา่ ยราเป็นหมู่ มคี วามสวยงามอย่ทู ่ี

เดยี วกนั ความพรอ้ มเพรยี งของผแู้ สดง หมายถงึ การ

14. ขอ้ ใดไมใ่ ชล่ กั ษณะของละคร แสดงประเภทใด

ก. แสดงไดพ้ รอ้ มเพรยี งกนั ก. ละคร

ข. ใหข้ อ้ คดิ กบั ผชู้ ม ข. ระบา

ค. แสดงเรอ่ื งราว ค. รา

ง. มตี วั ละคร ง. โขน

15. “บา้ นเรอื นไทย” เป็นองคป์ ระกอบใดของ 20. การกระทาในขอ้ ใดท่แี สดงใหเ้ หน็ ถงึ การ

ละคร อนรุ กั ษแ์ ละสืบทอดนาฏศิลป์ ไทย

ก. โครงเรยี น ก. เขา้ รว่ มประกวดรอ้ งเพลงนานาชาติ

ข. แนวคดิ ข. อานหนงั สือการปกครองของชาติไทย

ค. ตวั ละคร ค. นอนหลบั เม่อื ถงึ ช่วั โมงเรยี นนาฏศิลป์

ง. ฉาก ง. เขา้ รว่ มการแสดงรามเกียรติก์ บั เพ่อื น


Click to View FlipBook Version