~1~
ใบงานเพอ่ื การเรียนรู้
กลุ่มสาระวชิ า ศลิ ปะ (ทศั นศิลป์ ) ชัน้ ป.4
หน่วย พนื้ ฐานงานศิลป์ ใบงานที่ 1
คาอธิบายการทากจิ กรรม
1. นกั เรยี นอา่ นคาถามจากแบบทดสอบก่อนเรยี นในใบงานเพ่ือการเรยี นรูน้ ี้ แลว้ ทา
แบบทดสอบโดยกากบาททบั ขอ้ ท่ีถกู ท่ีสดุ
2. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายเพ่ือตรวจสอบคาถามรว่ มกนั และแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง
แบบทดสอบ
ใหน้ กั เรยี นเขียนเครอ่ื งหมาย X ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถกู ตอ้ ง
1. สีใดเป็นสที ่ใี หค้ วามรูส้ กึ อบอนุ่ 5. บรเิ วณท่ี ไมม่ อี ะไรปรากฏในงานทศั นศิลป์ เรยี กวา่
ก. สสี ม้ ก. พนื้ ท่เี รยี บ ข. พืน้ ท่โี ลง่
ข. สเี ขียว ค. พนื้ ท่สี วา่ ง ง. พนื้ ท่วี า่ ง
ค. สีนา้ เงิน 6. ภาพท่อี ยใู่ กล้ ควรระบายสีอยา่ งไร
ง. สเี ขียวนา้ เงิน ก. ระบายสเี ขม้ ข. ระบายสีจาง
2. เหตใุ ดจงึ ตอ้ งมีแสงเงาอยใู่ นภาพวาด ค. ระบายสีขาวมากๆ ค. ระบายสีสวยๆ
ก. เพ่อื ใหภ้ าพมลี ายเสน้ ข.เพ่อื ใหภ้ าพมมี ิติสมจรงิ 7. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ลกั ษณะของรูปรา่ ง
ค. เพ่อื ใหว้ าดภาพคลา้ ยภาพพมิ พ์ ก. มี 2 มิติ ข. มีดา้ นกวา้ ง
ง. เพ่อื ใหภ้ าพมีรูปรา่ งเรขาคณิค ค. มดี า้ นหนา ง. มีดา้ นยาว
3.ใครระบายสีผิดความเป็นจรงิ 8. ขอ้ ใดระบายสไี ดถ้ กู ตอ้ งตามความเป็นจรงิ
ก. ตน้ ระบายสแี ดงท่ภี าพดอกกหุ ลาบ ก. ทะเล – สีมว่ ง
ข. แกว้ ระบายสีนา้ ตาลท่ภี าพเปลอื กไม้ ข. ทอ้ งฟา้ – สฟี า้
ค. นกระบายสเี หลืองท่ภี าพฟักทอง ค. ภเู ขา – สแี ดง
ง. แตงระบายสฟี ้าท่ภี าพใบไม้ ง. ทงุ่ นา – สฟี า้
4. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ตอ้ ง 9. สใี ดเป็นสีท่ใี หค้ วามรูส้ กึ อบอนุ่
ก. ทศั นธาตไุ มเ่ ก่ียวขอ้ งกบั งานวาดภาพ ก. สสี ม้ ข. สเี ขียว
ข. ทศั นธาตเุ ก่ียวขอ้ งกบั แสงเงาอย่างเดียว ค. สนี า้ เงนิ ง. สีเขียวนา้ เงิน
ค. ทศั นธาตเุ ป็นสว่ นประกอบสาคญั ของศิลปะ 10.ลกั ษณะภายนอกของวตั ถทุ มี องเหน็ หมายถงึ ขอ้ ใด
ง. ทศั นธาตเุ ป็นวธิ ีการสรา้ งผลงานภาพพิมพ์ ก. รูปรา่ ง ข. รูปทรง
ประเภทหน่ึง ค. พนื้ ผิว ง. นา้ หนกั
~2~
ใบงานเพอื่ การเรียนรู้ ชั้น ป. 4
กลุ่มสาระวชิ า ศลิ ปะ (ทศั นศลิ ป์ ) ใบงานท่ี 2
หน่วย พนื้ ฐานงานศิลป์
คาอธิบายการทากจิ กรรม
ใหน้ กั เรยี นศกึ ษาเร่อื ง
ทศั นธาตุ หมายถึง ส่วนสาคญั ท่ีรวมกนั เป็นรูปรา่ งของส่ิงทงั้ หลายตามท่ีตามองเหน็ ประกอบ
ไปดว้ ย เสน้ สี รูปรา่ ง รูปทรงพนื้ ผิว และพนื้ ท่วี า่ ง
เส้น ในทางศลิ ปะหมายถงึ การเคล่ือนท่ขี องจดุ ท่เี รยี งตอ่ กนั ไปในทศิ ทางท่กี าหนด
แบง่ ออกเป็น 3 ประเภท คอื
1. เส้นในธรรมชาติ หมายถงึ เสน้ ท่เี กิดขนึ้ เองตามธรรมชาติ
2. เส้นในสิง่ แวดล้อม หมายถงึ เสน้ ท่ปี รากฏในส่งิ แวดลอ้ มรอบๆตวั เรา
3. เส้นในงานทศั นศลิ ป์ หมายถงึ เสน้ ท่ปี รากฏในผลงานทศั นศลิ ป์
สี หมายถงึ ลกั ษณะความเขม้ ของแสง ท่สี อ่ งมากระทบตาเราใหเ้ หน็ เป็นสตี า่ งๆ
แบง่ สอี อกเป็น 3 ประเภท คอื
1. สีในธรรมชาติ หมายถงึ สที ่เี กิดขนึ้ เองตามธรรมชาติ
2. สใี นส่งิ แวดล้อม หมายถงึ สีท่สี ามารถสงั เกตไดจ้ ากส่งิ แวดลอ้ มรอบๆตวั เรา
3. สใี นงานทศั นศิลป์ หมายถงึ สีท่ปี รากฏในผลงานทศั นศิลป์
รูปร่าง หมายถึง เสน้ ขอบนอกของส่ิงต่างๆ ท่ีแสดงใหเ้ ห็นขอบเขตของส่ิงนนั้ มีลกั ษณะเป็น 2
มติ ิ คือ กวา้ งและยาว โดยแบง่ รูปรา่ งออกเป็น 3 ประเภท คอื
1. รูปร่างในธรรมชาติ หมายถงึ รูปรา่ งท่เี กิดขนึ้ เองตามธรรมชาติ
2. รูปร่างในส่งิ แวดล้อม หมายถงึ รูปรา่ งท่สี ามารถสงั เกตไดจ้ ากส่งิ แวดลอ้ มรอบๆตวั เรา
3. รูปร่างในงานทศั นศลิ ป์ หมายถงึ รูปรา่ งท่ปี รากฏในผลงานทศั นศิลป์
รูปทรง หมายถงึ รูปท่ีแสดงความตืน้ ลกึ หนา บาง มีลกั ษณะเป็น 3 มิติ โดยแบ่งรูปทรงออกเป็น
3 ประเภท คอื
1. รูปทรงในธรรมชาติ หมายถงึ รูปทรงท่เี กิดขนึ้ เองตามธรรมชาติ
2. รูปทรงในสิ่งแวดล้อม หมายถงึ รูปทรงท่สี ามารถสงั เกตไดจ้ ากส่ิงแวดลอ้ มรอบๆตวั เรา
3. รูปทรงในงานทศั นศลิ ป์ หมายถงึ รูปทรงท่ปี รากฏในผลงานทศั นศลิ ป์
พืน้ ผิว หมายถึง ลักษณะภายนอกของวัตถุท่ีมองเห็นและสมั ผัสพืน้ ผิวได้ ใหค้ วามรูส้ ึกหยาบ
ละเอยี ด มนั หรอื ขรุขระ โดยแบง่ พนื้ ผิวออกเป็น 3 ประเภท คอื
~3~
1. พนื้ ผิวในธรรมชาติ หมายถงึ พนื้ ผิวท่เี กิดขนึ้ เองตามธรรมชาติ
2. พนื้ ผวิ ในสิ่งแวดล้อม หมายถงึ พนื้ ผิวท่สี ามารถสงั เกตไดจ้ ากส่ิงแวดลอ้ มรอบๆตวั เรา
3. พนื้ ผวิ ในงานทศั นศิลป์ หมายถงึ พนื้ ผิวท่ปี รากฏในผลงานทศั นศิลป์
พนื้ ทวี่ า่ ง หมายถงึ บรเิ วณวา่ งท่ลี อ้ มรูปรา่ งหรอื รูปทรง พนื้ ท่วี า่ งทลี กั ษณะดงั นี้
1. พนื้ ทว่ี ่าง ในธรรมชาติ หมายถงึ พนื้ ท่วี า่ งท่เี กิดขนึ้ เองตามธรรมชาติ
2. พนื้ ทว่ี า่ ง ในสิง่ แวดล้อม หมายถงึ พนื้ ท่วี า่ งท่สี ามารถสงั เกตไดจ้ ากส่งิ แวดลอ้ มรอบๆตวั เรา
3. พนื้ ทวี่ ่าง ในงานทศั นศิลป์ หมายถงึ พนื้ ท่วี า่ งท่ปี รากฏในผลงานทศั นศลิ ป์
การจดั ภาพ
1. ระยะและความลึก การกาหนดระยะและความลกึ ของรูปภาพทาไดห้ ลายวธิ ี เช่น
การกาหนดดว้ ยขนาด
การกาหนดดว้ ยนา้ หนกั
การกาหนดดว้ ยรายละเอยี ดของพนื้ ผิว
นา้ หนัก ในทางศิลปะ หมายถงึ ค่าความอ่อนแก่ ของสีสนั จากจดุ ท่ีมืดท่ีสดุ ถึงจดุ ท่ีสวา่ งท่ีสดุ
หรอื คา่ ความออ่ นแก่ของสสี นั จากสที ่เี ขม้ ท่สี ดุ จนถงึ สที ่จี างท่สี ดุ
แสงเงา
แสง คอื ความสวา่ งท่ที าใหต้ ามองเหน็
เงา คอื สว่ นท่แี สงเขา้ ไมถ่ งึ หรอื สว่ นท่ี มวี ตั ถบุ งั แสง
ลักษณะของแสงเงา แบง่ ออกเป็น 3 สว่ น คือ
1. ส่วนทเ่ี ป็ นแสง คอื สว่ นของวตั ถทุ รี บั แสง จะมนี า้ หนกั ออ่ น
2. ส่วนทเ่ี ป็ นเงา คอื สว่ นของวตั ถทุ ่มี นี า้ หนกั เขม้ กวา่ แสง และอย่ตู รงกนั ขา้ มกบั สว่ นท่รี บั แสง
3. ส่วนทเี่ ป็ นเงาตกทอด คือ บรเิ วณท่ีเงาของวตั ถทุ อดไปตามพืน้ ซง่ึ จะเป็นไปตามขนาดและรูปรา่ งของวตั ถุ
วรรณะสี คือ การแยกคณุ ลกั ษณะของสเี ป็นกลมุ่ ซง่ึ มคี วามแตกตา่ งกนั อยา่ งเดน่ ชดั แตล่ ะกลมุ่
ใหอ้ ทิ ธิพลทางดา้ นอารมณข์ องมนษุ ย์ เชน่ ต่นื เตน้ เศรา้ รา่ เรงิ แสดงถงึ ความอบอนุ่ จากแสงแดดในเวลา
กลางวนั หรอื ใหค้ วามรูส้ กึ เย็นสบายผ่อนคลายในเวลากลางคืน
สวี รรณะอุน่ คือ สีท่ใี หค้ วามรูส้ กึ ร้อนแรง ตนื้ เตน้ ใหค้ วามรูส้ กึ ถงึ การตอ่ สู้ ความรุนแรง
แสดงความรูส้ กึ จากแสงสวา่ งในเวลากลางวนั
สีวรรณะอุ่นในวงจรสีธรรมชาติ ไดแ้ ก่ สเี หลือง สสี ม้ เหลอื ง สีสม้ สีสม้ แดง สีแดง สมี ว่ งแดง สีมว่ ง
สวี รรณะเย็น คือ สที ่ใี หค้ วามรูส้ กึ เยน็ สบาย สดชนื่ เยอื กเยน็ งอกงาม แสดงถงึ ความรูส้ กึ สงบ
ในเวลากลางคืน
สวี รรณะเยน็ ในวงจรสีธรรมชาติ ไดแ้ ก่ สเี หลือง สเี ขียวเหลือง สเี ขียว สเี ขียว นา้ เงิน สนี า้ เงิน
สีมว่ งนา้ เงิน สีมว่ ง
~4~
อทิ ธพิ ลของสที ม่ี ตี อ่ มนุษย์
สีมีอทิ ธิพลตอ่ จิตใจของมนษุ ย์ สที าใหร้ ูส้ กึ โศกเศรา้ แจม่ ใส หรอื รน่ื เรงิ ได้ การใชส้ ีจงึ จาเป็นตอ้ ง
มคี วามรูเ้ พ่อื สามารถนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง เชน่ การใชส้ ตี กแตง่ ภายในอาคารบา้ นเรอื น
ใหน้ ่าอยู่ การเลือกสีของเสือ้ ผา้ เครอ่ื งแตง่ กายใหเ้ ขา้ กบั รา่ งกายขนาด สผี ิว อายุ เวลา โอกาส และสถานท่ี
จะทาใหผ้ สู้ วมใสม่ บี คุ ลกิ ดี ช่วยแกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ งของรา่ งกายใหด้ งู ดงามขนึ้ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
~5~
ใบงานเพอ่ื การเรียนรู้ ชัน้ ป. 4
กลุ่มสาระวิชา ศลิ ปะ (ทศั นศิลป์ ) ใบงานที่ 3
หน่วย พนื้ ฐานงานศิลป์
คาอธิบายการทากจิ กรรม
1. นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั เิ รอ่ื งการการใชว้ สั ดุ อปุ กรณส์ รา้ งสรรคง์ านวาดภาพระบายสี
จากการสงั เกตภาพตวั อย่าง ดู วดี ีทศั น์ สมั ผสั วสั ดอุ ปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกตงานทศั นศิลป์
นกั เรยี นนาความรูเ้ รอ่ื งการใชว้ สั ดุ อปุ กรณส์ รา้ งสรรคง์ านวาดภาพระบายสมี าเป็นภาพวาดระบายสี ใน
กระดาษวาดเขียนท่คี รูแจกให้ แลว้ นาผลงานเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
2. นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั ิเรอ่ื งรูปลกั ษณะของรูปรา่ ง รูปทรงในธรรมชาติ ส่งิ แวดลอ้ ม และงาน
ทศั นศลิ ป์ จากการสงั เกตภาพตวั อย่าง ดู วีดีทศั น์ สมั ผสั วสั ดอุ ปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกตงาน
ทศั นศลิ ป์ นกั เรยี นนาความรูเ้ รอ่ื งรูปลกั ษณะของรูปรา่ ง รูปทรงในธรรมชาติ ส่งิ แวดลอ้ ม และงาน
ทศั นศิลป์ มาวาดภาพ ระบายสี ในกระดาษวาดเขียนท่คี รูแจกให้ แลว้ นาผลงานเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
3. นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั ิเรอ่ื งอทิ ธิพลของสีวรรณะอนุ่ และสวี รรณะเยน็ ท่มี ตี อ่ อารมณข์ องมนษุ ย์
จากการสงั เกตภาพตวั อยา่ ง ดู วดี ีทศั น์ สมั ผสั วสั ดอุ ปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกตงานทศั นศลิ ป์
นกั เรยี นนาความรูเ้ ก่ียวกบั อิทธิพลของสวี รรณะอนุ่ และสวี รรณะเยน็ ท่ีมีตอ่ อารมณข์ องมนษุ ยม์ าสรา้ ง
เป็นภาพวาดระบายสี ในกระดาษวาดเขียนท่คี รูแจกให้ แลว้ นาผลงานเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
4. นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั เิ รอ่ื งทศั นธาตุ ของส่งิ ตา่ ง ๆ ในธรรมชาติ ส่ิงแวดลอ้ ม และงานทศั นศลิ ป์
โดยเนน้ เรอ่ื งเสน้ สี รูปรา่ ง รูปทรง พนื้ ผิว และพนื้ ท่วี า่ งจากการสงั เกตภาพตวั อยา่ ง ดู วีดที ศั น์ สมั ผสั
วสั ดอุ ปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกตงานทศั นศิลป์ นกั เรยี นนาความรูเ้ รอ่ื งทศั นธาตุ ของส่งิ ตา่ ง ๆ
ในธรรมชาติ ส่ิงแวดลอ้ ม และงานทศั นศิลป์ โดยเนน้ เรอ่ื งเสน้ สี รูปรา่ ง รูปทรง พนื้ ผิว และพนื้ ท่วี า่ งมา
สรา้ งเป็นภาพวาดระบายสี ในกระดาษวาดเขียนท่คี รูแจกให้ แลว้ นาผลงานเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
5. นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั เิ รอ่ื งลกั ษณะของภาพโดยเนน้ เรอ่ื งการจดั ระยะ ความลกึ นา้ หนกั และแสง
เงาในภาพจากการสงั เกตภาพตวั อย่าง ดู วดี ีทศั น์ สมั ผสั วสั ดอุ ปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกตงาน
ทศั นศลิ ป์ นกั เรยี นนาความรูเ้ รอ่ื งลกั ษณะของภาพโดยเนน้ เรอ่ื งการจัดระยะ ความลกึ นา้ หนกั และแสง
เงาในภาพมาสรา้ งเป็นภาพวาดระบายสี ในกระดาษวาดเขียนท่คี รูแจกให้ แลว้ นาผลงานเสนอหนา้ ชนั้
เรยี น
6. นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั เิ รอ่ื งวาดภาพระบายสี โดยใชส้ วี รรณะอนุ่ และสีวรรณะเยน็ ถ่ายทอด
ความรูส้ กึ และจินตนาการเพ่อื ถ่ายทอดความคิด อารมณ์ ความรูส้ กึ ในการสรา้ งงานทศั นศลิ ป์ ของตนเอง
และบคุ คลอ่นื จากการสงั เกตภาพตวั อย่าง ดู วีดที ศั น์ สมั ผสั วสั ดอุ ปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกต
~6~
งานทศั นศิลป์ นกั เรยี นนาความรูเ้ รอ่ื งวาดภาพระบายสี โดยใชส้ วี รรณะอนุ่ และสีวรรณะเยน็ ถา่ ยทอด
ความรูส้ กึ และจินตนาการเพ่อื ถ่ายทอดความคิด อารมณ์ ความรูส้ กึ ในการสรา้ งงานทศั นศลิ ป์ ของตนเอง
และบคุ คลอ่นื มาสรา้ งเป็นภาพวาดระบายสี ในกระดาษวาดเขียนท่คี รูแจกให้ แลว้ นาผลงานเสนอหนา้
ชนั้ เรยี น
~7~
ใบงานเพอื่ การเรียนรู้ ชัน้ ป. 4
กลุ่มสาระวชิ า ศลิ ปะ (ทศั นศิลป์ ) ใบงานท่ี 4
หน่วย พนื้ ฐานงานศิลป์
คาอธิบายการทากจิ กรรม
ใหน้ กั เรยี นสรุปความรูแ้ ลว้ บนั ทกึ ลงในแบบบนั ทกึ ในใบงานเพ่ือการเรยี นรู้
บนั ทกึ สรุปความรู้ทไี่ ดร้ ับ
1. ..................................................... หมายถงึ สว่ นสาคญั ท่ีรวมกนั เป็นรูปรา่ งของส่ิงทงั้ หลายตามท่ตี า
มองเหน็ ประกอบไปดว้ ย เสน้ สี รูปรา่ ง รูปทรงพนื้ ผิว และพนื้ ท่วี า่ ง
2. เสน้ ในทางศิลปะ หมายถงึ ..........................................................................................................
................................................................................................................................................................
3สี หมายถงึ ....................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
4. รูปรา่ ง หมายถงึ ................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
5. รูปทรง หมายถงึ .........................................................................................................................
................................................................................................................................................................
6. พนื้ ผิว หมายถงึ ...............................................................................................................................
................................................................................................................................................................
7. พนื้ ท่วี า่ ง หมายถงึ ....................................................................................................................
8. หลกั การจดั ภาพ การกาหนดระยะและความลกึ ของรูปภาพทาไดห้ ลายวิธี เชน่
การกาหนดดว้ ย.......................................................................................................................
การกาหนดดว้ ย...........................................................................................................................
การกาหนดดว้ ย.......................................................................................................................
9. ..................................................................................... หมายถงึ คา่ ความออ่ นแก่ ของสีสนั จากจดุ ท่ี
มดื ท่สี ดุ ถงึ จดุ ท่สี วา่ งท่สี ดุ หรอื คา่ ความออ่ นแก่ของสสี นั จากสีท่เี ขม้ ท่สี ดุ จนถงึ สที ่จี างท่สี ดุ
10. แสง คือ ..........................................................................................................................................
11. เงา คือ .............................................................................................................................................
12. ลกั ษณะของแสงเงา แบง่ ออกเป็น ............... สว่ น
13. สว่ นท่เี ป็นแสง คือ ...................................................................................................................
................................................................................................................................................................
~8~
14. สว่ นท่เี ป็นเงา คือ .....................................................................................................................
................................................................................................................................................................
15. สว่ นท่เี ป็นเงาตกทอด คอื ...................................................................................................
................................................................................................................................................................
16. ........................................................ คอื การแยกคณุ ลกั ษณะของสีเป็นกลมุ่ ซง่ึ มคี วามแตกตา่ งกนั
อยา่ งเดน่ ชดั แตล่ ะกลมุ่ ใหอ้ ทิ ธิพลทางดา้ นอารมณข์ องมนษุ ย์ เช่น ต่นื เตน้ เศรา้ รา่ เรงิ แสดงถงึ ความ
อบอนุ่ จากแสงแดดในเวลากลางวนั หรอื ใหค้ วามรูส้ กึ เยน็ สบายผ่อนคลายในเวลากลางคนื
17. ........................................................ คอื สที ่ใี หค้ วามรูส้ กึ ร้อนแรง ตนื้ เตน้ ใหค้ วามรูส้ กึ ถงึ การตอ่ สู้
ความรุนแรง แสดงความรูส้ กึ จากแสงสวา่ งในเวลากลางวนั
18. สีวรรณะอนุ่ ในวงจรสธี รรมชาติ ไดแ้ ก่ ........................................................................................
................................................................................................................................................................
19. สวี รรณะเยน็ คือ .............................................................................................................................
................................................................................................................................................................
20. สวี รรณะเย็นในวงจรสีธรรมชาติ ไดแ้ ก่ .....................................................................................
................................................................................................................................................................
21. สมี ีอิทธิพลตอ่ จิตใจของมนษุ ยอ์ ยา่ งไร
สที าใหร้ ูส้ กึ ..................................................................................... การใชส้ ีจงึ จาเป็นตอ้ งมี
ความรูเ้ พ่อื ...................................................................................................................... เช่น การใชส้ ี
ตกแตง่ ภายในอาคารบา้ นเรอื นใหน้ ่าอยู่ การเลอื กสขี องเสือ้ ผา้ เครอ่ื งแตง่ กายใหเ้ ขา้ กบั รา่ งกายขนาด สี
ผิว อายุ เวลา โอกาส และสถานท่ี จะทาใหผ้ สู้ วมใสม่ ีบคุ ลกิ ดี ชว่ ยแกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ งของรา่ งกายใหด้ ู
งดงามขนึ้ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
~9~
ใบงานเพอื่ การเรียนรู้ ชั้น ป. 4
กลุ่มสาระวิชา ศลิ ปะ (ทศั นศิลป์ ) ใบงานที่ 5
หน่วย พนื้ ฐานงานศลิ ป์
คาอธิบายการทากจิ กรรม
ใหน้ กั เรยี นสรุปประโยชนท์ ่ีเกิดขนึ้ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง และหลกั การทรง
งานของในหลวงรชั กาลท่ี 9 บนั ทกึ ลงในตาราง โดยเขียนเครอ่ื งหมาย ใน
ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง สาระสาคญั
1. หลักคดิ
ความรู้ รอบรู้ รอบคอบเก่ียวกบั ทศั นธาตุ องคป์ ระกอบของศิลปะ
คณุ ธรรม มีความรบั ผิดชอบความอดทนมีวินยั ประหยดั และตรงตอ่ เวลา
2. หลักปฏบิ ัติ
พอประมาณ ไดเ้ รยี นรูเ้ รอ่ื งการแบง่ เวลาในการทากิจกรรมตามท่ไี ดร้ บั
มอบหมาย
การใชว้ สั ดอุ ปุ กรณแ์ ละงบประมาณท่มี อี ยอู่ ยา่ งประหยดั และ
คมุ้ คา่
มเี หตผุ ล การทากิจกรรมภาระงานไดเ้ หมาะสมกบั ความรูค้ วามสามารถ
ตามวยั ของผเู้ รยี น
มคี วามรูแ้ ละเช่อื มโยงความรูจ้ ากกลมุ่ สาระการเรยี นรูอ้ ่ืน
มภี มู คิ มุ้ กนั รูจ้ กั เลอื กใชว้ สั ดอุ ปุ กรณท์ ่มี อี ยอู่ ยา่ งประหยดั และคมุ้ คา่
รูจ้ กั การวางแผน กระบวนการทางานอย่างเป็นระบบใหป้ ระสบ
ความสาเรจ็ และปลอดภยั
3. ผลลัพท์ 4 มติ ิ
วตั ถุ เกิดความตระหนกั ในการประหยดั และอดออม
สงั คม การนาประสบการณต์ ่างๆมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั โดน
วฒั นธรรม ยดึ หลกั ความพอเพยี ง
การเรยี นรูเ้ กิดจากการปฏิบตั ิกิจกรรมรว่ มกนั และเกิดจากการ
แลกเปล่ยี นเรยี นรูป้ ระสบการณ์
~ 10 ~
ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง สาระสาคญั
สิ่งแวดลอ้ ม การปลกู คา่ นิยม วฒั นธรรมการทางานรว่ มกนั เป็นแบบอย่างท่ดี ี
แก่นกั เรยี นอยา่ งเป็นรูปธรรม
การจดั การเรอ่ื งการปลกู จิตสานกึ รกั ษส์ ่งิ แวดลอ้ ม
หลกั การทรงงาน ประโยชนท์ ่นี าไปใช้
ทาตามลาดบั ขนั้ งานทกุ ส่ิงจะสาเรจ็ ไดโ้ ดยงา่ ย
ไมต่ ิดตารา ควรทางานอย่างยืดหย่นุ กบั สภาพและสถานการณ์
ทางานอยา่ งมีความสขุ ทางานตอ้ งมคี วามสขุ ดว้ ยและสนกุ กบั การทางาน
ความเพียร ความอดทนและความมงุ่ ม่นั
ใหน้ กั เรยี นทาแบบประเมินตนเองดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และความคิดเหน็ ต่อความรูท้ ่ีไดร้ บั
ประเมนิ ตนเองด้านคุณธรรม จริยธรรม ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
คณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
1. เป็นผใู้ ฝ่รู้ ใฝ่ศกึ ษา คน้ ควา้ หาความรู้
2. ความรบั ผิดชอบ ขยนั และอดทน
3. ความซ่อื สตั ย์
4. ความมีระเบยี บวนิ ยั
5. ปฏิบตั กิ ิจกรรมอย่างมีความสขุ
6. รูจ้ กั เอือ้ เฟื้อเผ่ือแผต่ ่อผอู้ ่ืน
ความคดิ เหน็ ตอ่ ความรู้ทไี่ ดร้ ับ
ประโยชนท์ ่ีได้ คือ
.......................................................................................................................................
การนาไปใชป้ ระโยชน์
...........................................................................................................................................
~ 11 ~
แบบทดสอบหลังเรียน
ใหน้ กั เรยี นเขียนเครอ่ื งหมาย X ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถกู ตอ้ ง
1. ทศั นธาตปุ ระกอบไปดว้ ยอะไรบา้ ง 8. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ตอ้ ง
ก. เสน้ สี รูปรา่ ง รูปทรง พนื้ ผิว และท่วี า่ ง ก. นา้ หนกั คือคา่ ความสดใสของผลงาน
ข. เสน้ สี รูปรา่ ง รูปทรง พนื้ ผิว และนา้ หนกั ข. นา้ หนกั คือคา่ ความออ่ นแก่ของสสี นั
ค. เสน้ สี รูปรา่ ง รูปทรง พนื้ ผิว และแสงสวา่ ง ค. นา้ หนกั คอื คา่ ความสวยงามของผลงาน
ง. ถกู ทกุ ขอ้ ง. นา้ หนกั คอื คา่ ความหนกั แน่นของผลงาน
2. เสน้ ในทางศิลปะหมายถงึ อะไร 9. “ มผี ลแตงโม 1 ใบ วางอย่ใู นระยะหา่ งพอสมควร
ก. การเคล่อื นท่ขี องแสงเงา นกั เรยี นไปขยบั มนั ใกลเ้ ขา้ มาอกี แลว้ กลบั มายืนตรง
ข. การเคล่อื นท่ขี องรอยพกู่ นั จดุ เดมิ ” จากขอ้ ความขนาดของแตงโมจะเปล่ยี นไป
ค. การเคล่อื นท่ขี องจดุ ท่เี รยี งตอ่ กนั อย่างไร
ง. การเคล่อื นท่ขี องสีท่ยี าวตอ่ เน่ืองกนั ก. เลก็ ลง ข. ใหญ่ขนึ้
3. สขี องปลาทะเลจดั เป็นสีประเภทใด ค. เทา่ เดมิ ง. ถกู ทกุ ขอ้
ก. สใี นธรรมชาติ ข. สใี นส่ิงแวดลอ้ ม 10. ขอ้ ใดมคี วามสมั พนั ธก์ นั อย่างถกู ตอ้ ง
ค. สใี นงานทศั นศิลป์ ค. ถกู ทกุ ขอ้ ก. สวี รรณะอนุ่ – เยน็ สบาย
4. รูปรา่ งหมายถึงขอ้ ใด ข. สีวรรณะอนุ่ – ต่นื เตน้
ก. ลกั ษณะภายนอกของวตั ถุ ค. สีวรรณะเยน็ – การตอ่ สู้
ข. รูปท่เี กิดขนึ้ ตามธรรมชาติ ง. สีวรรณะเย็น – รุนแรง
ค. เสน้ รอบนอกของส่งิ ตา่ งๆ 11. ถา้ นกั เรยี นตอ้ งการวาดภาพท่แี สดงถงึ บรรยากาศ
ง. รูปท่แี สดงความตนื้ ลกึ หนา บาง ยามค่าคืน นกั เรยี นจะเลือกใชส้ ใี นขอ้ ใด
5. รูปท่แี สดงความตืน้ ลกึ หนา และบาง คือรูปใน ก. สวี รรณะอนุ่ ข. สีวรรณะกลาง
ขอ้ ใด ค. สวี รรณะเยน็ ง. สีวรรณะอนุ่ และสีวรรณะเย็น
ก. รูปรา่ ง ข. รูปทรง 12. สใี นขอ้ ใดเป็นไดท้ งั้ สีวรรณะอนุ่ และวรรณะเย็น
ค. รูปถา่ ย ง. รูปภาพ ก. มว่ ง – เหลอื ง
6. พนื้ ท่วี า่ งเป็นองคป์ ระกอบท่ชี ว่ ยทาใหผ้ ลงาน ข. เขียว – แดง
เป็นอย่างไร ค. สม้ – นา้ เงนิ
ก. ดโู ดดเดน่ และสมบรู ณ์ ข. ดกู วา้ งขวาง ง. ขาว - ดา
ค. ดลู กึ ลบั ง. ดทู นั สมยั 13.ถา้ นกั เรยี นใชส้ วี รรณะอ่นุ ในภาพวาด ภาพนนั้
7. ขอ้ ใดคอื อิทธิพลของสที ่มี ีตอ่ มนษุ ย์ นา่ จะเก่ียวขอ้ งกบั ขอ้ ใดมากท่สี ดุ
ก. ทาใหร้ ูส้ กึ รน่ื เรงิ ข. ทาใหร้ ูส้ กึ แจ่มใส ก. เท่ยี วเขาใหญ่ ข.บา้ นของฉนั คือพระอาทติ ย์
ค. ทาใหร้ ูส้ กึ โศกเศรา้ ง. ถกู ทกุ ขอ้ ค. ผจญภยั ใตท้ อ้ งทะเล ง. คนื ท่ฝี นตก
~ 12 ~
ใบงานเพอ่ื การเรียนรู้ ชัน้ ป. 4
กลุ่มสาระวชิ า ศลิ ปะ (ทศั นศลิ ป์ ) ใบงานที่ 6
หน่วย พนื้ ฐานงานศิลป์
คาอธิบายการทากจิ กรรม
ใหน้ กั เรยี นวางแผนออกแบบชิน้ งานวาดภาพตามท่ีตนเองสนใจ
แบบเสนอผลงานท่ี 6
แผนปฏบิ ตั งิ าน.............................................................