The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by anchaleef12506, 2021-07-24 03:01:16

ใบงานชั้นป.6

ใบงานชั้นป.6

~1~

ใบงานเพอื่ การเรียนรู้

กลุ่มสาระวชิ า ศลิ ปะ (ทศั นศลิ ป์ ) ชัน้ ป.6

หน่วย พนื้ ฐานงานศิลป์ ใบงานท่ี 1

คาอธิบายการทากจิ กรรม

1. นกั เรยี นอา่ นคาถามจากแบบทดสอบก่อนเรยี นในใบงานเพ่ือการเรยี นรูน้ ี้ แลว้ ทา

แบบทดสอบโดยกากบาททบั ขอ้ ท่ีถกู ท่ีสดุ

2. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายเพ่ือตรวจสอบคาถามรว่ มกนั และแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง

แบบทดสอบ

ใหน้ กั เรยี นเขียนเครอ่ื งหมาย X ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถกู ตอ้ ง

1.ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ สใี นขนั้ ท่ี 1 7.สใี ดเป็นสขี นั้ ท่ี 2

ก.สีแดง ข.สีนา้ เงนิ ก.สีแดง ข.สีเหลือง

ค.สเี หลอื ง ง.สชี มพู ค.สีนา้ เงิน ง.สมี ว่ ง

2.สสี ม้ เกิดจากสใี ดผสมกนั 8.สีเขียวเกิดจากการผสมกนั ของสใี ด

ก.สแี ดง + สชี มพู ข.สแี ดง + สเี หลือง ก.สแี ดง + สเี หลอื ง

ค.สเี หลอื ง + สีมว่ ง ง.สีเขียว + สแี ดง ข.สแี ดง + สนี า้ เงนิ

3.สีแดงผสมสีนา้ เงนิ จะไดส้ ีใด ค.สีเหลอื ง + สีนา้ เงนิ

ก.สเี ขียว ข.สมี ว่ ง ง.สีเหลือง + สีมว่ งแดง

ค.สสี ม้ ง.สีแดง 9.สีคตู่ รงขา้ มใด ใชค้ กู่ บั สีเหลือง

4.ขอ้ ใดเป็นสคี ตู่ รงขา้ มกนั ก.สแี ดง ข.สมี ว่ ง

ก.สแี ดง – สีเขียว ค.สีนา้ เงิน ง.สีเหลอื ง

ข.สนี า้ เงิน – สมี ว่ ง 10.การนาสีคตู่ รงขา้ มมาใชจ้ ะมผี ลอย่างไรกบั ผลงาน

ค.สีมว่ งนา้ เงนิ – สีมว่ ง ก.ทาใหร้ ูส้ กึ เศรา้ หมอง

ง.สีเขียวเหลอื ง – สีเขียว ข.ทาใหม้ ีผลงานท่หี ลากหลาย

5.สมี ว่ งจดั เป็นสีกลมุ่ ใด ค.ทาใหผ้ ลงานออกมานา่ สนใจ

ก.สขี นั้ ท่ี 1 ข.สขี นั้ ท่ี 2 ง.ทาใหม้ กี ระบวนการสรา้ งงานท่ยี ากขนึ้

ค.สขี นั้ ท่ี 3 ง.สขี นั้ ท่ี 4 11.การจดั วางจดุ เดน่ ควรวางไวบ้ รเิ วณใดของภาพ

6.สใี ดไมอ่ ยใู่ นวงจรสีธรรมชาติ ก.ดา้ นขวาของภาพ

ก.สเี หลอื ง ข.สแี ดง ข.ดา้ นซา้ ยของภาพ

ค.สนี า้ เงนิ ง.สขี าว ค.ตรงกลางของภาพ

ง.ถกู ทกุ ขอ้

~2~

12.จดุ รองมคี วามสาคญั อยา่ งไร 16. จากภาพเป็นแผนภาพแบบใด

ก.ช่วยทาใหภ้ าพเกิดความพอเหมาะพอดี ก. แผนภมู ิแทง่

ข.ช่วยทาใหภ้ าพเกิดความรูส้ กึ ขดั แยง้ หรอื ตดั กนั ข. แผนผงั กา้ งปลา

ค.ช่วยสนบั สนนุ ใหจ้ ดุ เดน่ มีความสาคญั ท่ีแนน่ อน ค. แผนภมู ิรูปวงกลม

ง.ถกู ทกุ ขอ้ ง. แผนภมู ริ ูปภาพ

13. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ตอ้ ง 17.การวาดแผนผงั มีประโยชนอ์ ย่างไร

ก.งานศลิ ปะตอ้ งมสี ดั สว่ นท่สี มั พนั ธก์ ลมกลนื กนั ก.สามารถส่อื อารมณข์ องภาพไดด้ ี

เทา่ กนั จงึ จะเกิดความสวยงาม ข.ทาใหม้ องเหน็ ภาพรวมของสถานท่โี ดยยอ่

ข.ส่ิงของเครอ่ื งใชต้ า่ งๆ ตอ้ งไมไ่ ดส้ ดั สว่ นกบั สรรี ะ ค.เขา้ ใจเรอ่ื งราวของเหตกุ ารณอ์ ย่างชดั เจน

ของผใู้ ชจ้ งึ จะเกิดความสวยงาม ง.อธิบายสว่ นสาคญั ของเรอ่ื งตา่ งๆไดด้ ี

ค.สดั สว่ นตอ้ งมีความสมั พนั ธส์ อดคลอ้ งกนั จงึ จะ 18.ถา้ ตอ้ งการจะแสดงสว่ ยประกอบของอาหาร

เกิดคณุ ค่าทางความงามและประโยชนใ์ ชส้ อย นาเสนอดว้ ยส่งิ ใด

ง.ขอ้ ก และ ค ถกู ก.แผนท่ี

14.จดุ เด่นท่ดี ีของภาพควรมกี ่ีจดุ ข.แผนผงั

ก.1 จดุ ค.แผนภาพ

ข.2 จดุ ง.แผนภมู ิ

ค.3 จดุ 19. การอธิบายเหตกุ ารณเ์ รอ่ื งราวท่มี รี ายละเอียดมาก

ง.ก่ีจดุ กไ็ ดต้ ามความเหมาะสม ควรแสดงดว้ ยวิธีใด

15. ความขดั แยง้ ในงานศลิ ปะ ควรจดั ก.ส่ือดว้ ยแผนภาพ

องคป์ ระกอบศลิ ป์ ใหม้ ีสดั สว่ นขดั แยง้ กนั ประมาณ ข.วาดภาพประกอบเหตกุ ารณ์

เทา่ ใด ค.วาดแผนภาพแสดงเหตกุ ารณ์

ก. 10-20 % ของพนื้ ท่ที งั้ หมด ง.วาดแผนผงั ประกอบเหตกุ ารณ์

ข. 20-30 % ของพนื้ ท่ที งั้ หมด 20. การทาแผนผงั ควรคานงึ ถงึ ขอ้ ใด

ค. 30-40 % ของพนื้ ท่ที งั้ หมด ก. สีสนั

ง. 40-50 % ของพนื้ ท่ที งั้ หมด ข. ภาพตาแหนง่

ค. ทิศทาง

ง. ภมู ิประเทศ

~3~

ใบงานเพอื่ การเรียนรู้ ชั้น ป. 6
กลุ่มสาระวิชา ศลิ ปะ (ทศั นศิลป์ ) ใบงานที่ 2

หน่วย พนื้ ฐานงานศิลป์

คาอธิบายการทากจิ กรรม
ใหน้ กั เรยี นศกึ ษาเร่อื ง

สคี ตู่ รงขา้ ม คอื สที ่อี ย่ตู รงขา้ มกนั ในวงสธี รรมชาติ เป็นคสู่ กี นั คอื คสู่ ที ่ตี ดั กนั หรอื ตา่ ง
จากกนั มากท่สี ดุ เช่น สแี ดงกบั สีเขียว สีมว่ งกบั สีเหลือง สสี ม้ กบั สีนา้ เงิน เป็นตน้ เม่อื นกั เรยี นผสมแมส่ จี นไดส้ ี
ขนั้ ท่ี 3 แลว้ จดั เรยี งเป็นวงสี นกั เรยี นจะพบวา่ มีสีท่อี ย่ตู รงขา้ มกนั หลายคู่

คสู่ ตี รงขา้ ม

 สีมว่ งกบั สีเหลอื ง

 สมี ว่ งแดงกบั สีเขียวเหลือง

 สแี ดงกบั สเี ขียว

 สสี ม้ แดงกบั สเี ขียวนา้ เงิน

 สสี ม้ กบั สนี า้ เงิน

 สีสม้ เหลืองกบั สมี ว่ งนา้ เงิน
การใชส้ ีคตู่ รงขา้ ม
สีคตู่ รงขา้ มจะใหค้ วามรูส้ กึ ขดั แยง้ ดงั นนั้ การใชส้ ีคตู่ รงขา้ มจงึ นิยมใชส้ ใี ดสีหนง่ึ ใหม้ ากกวา่

สีหน่งึ ในพนื้ ท่กี ารระบายสี หรอื ใชส้ ีคตู่ รงขา้ มโดยมีการผสมสคี นู่ นั้ ในอตั ราส่วนท่ตี ่างกนั เพ่อื ลดความขดั แยง้
ของสี ทาใหภ้ าพมีความกลมกลืนสวยงาม
การจดั องคป์ ระกอบศิลป์

การจัดองคป์ ระกอบทางทัศนศิลป์ เป็นการนาเอาทศั นธาตุต่างๆ ไดแ้ ก่ จุด เสน้ รูปรา้ ง รูปทรง
พนื้ ผิว นา้ หนกั แสงเงา และสี มาจดั วางใหเ้ หมาะสมกลมกลนื ซ่งึ จะทาใหไ้ ดง้ านทศั นศิลป์ ท่ีสวยงาม หลกั การ
จดั องคป์ ระกอบศลิ ป์ เบอื้ งตน้ มีหลายประการ เชน่
1.การจดั ขนาด

ขนาดของภาพเป็นส่งิ สาคญั อย่างหน่งึ ท่นี กั เรยี นตอ้ งคานงึ ถงึ ในการทางานทศั นศลิ ป์
การจดั ขนาดภาพใหเ้ หมาะสมกบั กรอบภาพ จะชว่ ยใหง้ านทศั นศลิ ป์ มีความสมดลุ และมองดสู วยงาม
2.สัดส่วน

งานทศั นศิลป์ ท่วั ไปมกั มีส่วนประกอบตา่ งๆ รวมเขา้ ดว้ ยกนั การจดั ส่วนประกอบเหลา่ นนั้ ใหไ้ ดส้ ดั ส่วน
ท่ีเหมาะสม มีความสมั พนั ธ์กบั จานวน ความกวา้ ง ยาว ลึก นา้ หนัก ขนาดของรูปทรงต่างๆ เป็นส่ิงสาคญั

~4~

อย่างหน่งึ ท่ีจะทาใหง้ านทศั นศิลป์ ชิน้ นนั้ มีความสมบรู ณ์ และสมั พนั ธก์ ลมกลืนกนั อย่างงดงาม เช่น สดั ส่วน
ของคนกบั บา้ น สดั สว่ นของภาพทะเล
3.ความสมดลุ

ความสมดลุ เป็นหลกั การจดั ภาพท่ีสาคญั ประการหน่ึง การจดั ภาพใหเ้ กิดความสมดลุ นนั้ ใหพ้ ิจารณา
ยดึ เอาจดุ ศนู ยก์ ลางของภาพเป็นหลกั โดยท่วั ไปงานทศั นศิลป์ มกั มีสว่ นท่ีเป็นแกนกลางหรอื มีศนู ยก์ ลางทาให้
แบง่ ออกไดเ้ ป็นซา้ ย ขวา บน ลา่ ง จงึ มีความจาเป็นท่จี ะตอ้ งใหท้ งั้ สองดา้ นของภาพ โดยเฉพาะดา้ นซา้ ย-ขวามี
ความสมดลุ กนั

การจดั ความสมดลุ ในงานทศั นศลิ ป์ อาจแบง่ ไดเ้ ป็น 2 ลกั ษณะ คือ
1.ความสมดลุ โดยจดั ภาพใหม้ รี ูปรา่ ง รูปทรง หรอื สสี นั เหมือนกนั ทงั้ ดา้ นซา้ ยและขวา
2.ความสมดลุ โดยจดั ภาพใหม้ ีลกั ษณะภาพซา้ ย-ขวาไมเ่ หมือนกนั แตส่ ามารถถ่วง นา้ หนกั ให้

สมดลุ กนั ได้
4.พนื้ ทวี่ ่าง

พืน้ ท่ีว่าง หมายถึง พืน้ ท่ีท่ีไมต่ อ้ งมีองคป์ ระกอบใดๆ ท่ีอย่ใู นงานทศั นศิลป์ ถา้ รูปกินเนือ้ ท่ีมาก ทาใหม้ ี
พืน้ ท่ีว่างน้อย และเกิดความรูส้ ึกอึดอัด แน่น สับสน เป็นต้น แต่ถ้ารูปมีพืน้ ท่ีว่างมากเกินไป ทาให้เกิด
ความรูส้ กึ โล่ง อา้ งวา้ ง หดหู่ เป็นตน้ ดงั นัน้ ในการทางานทศั นศิลป์ แต่ละชิน้ ตอ้ งคานึงถงึ ความสมดลุ ของงาน
กบั พนื้ ท่วี า่ งดว้ ย
งานทศั นศลิ ป์ รูปแบบ 2 มติ ิ และรูปแบบ 3 มติ ิ
รูปแบบ 2 มติ ิ หมายถงึ ผลงานทศั นศิลป์ ท่ีแสดงเสน้ ขอบนอกของวตั ถุ คน สตั ว์ ส่ิงของ มีลกั ษณะเป็น 2
มติ ิ คอื ความกวา้ งและความยาว
รูปแบบ 3 มติ ิ หมายถงึ ผลงานทศั นศลิ ป์ ท่มี ีความหนา มลี กั ษณะเป็น 3 มติ ิ คือ มคี วามกวา้ ง ความยาว
และความหนา
การสร้างมติ ขิ องงานทศั นศลิ ป์ ดว้ ยแสงและเงา
แสงเงาและนา้ หนกั มีความสมั พนั ธก์ นั เช่นเดียวกบั รูปและพนื้ ท่ีวา่ ง เม่อื แสงสว่างสอ่ งมากระทบดา้ นใด
ของวตั ถุ ดา้ นนนั้ จะสวา่ ง ดา้ นตรงขา้ มก็จะมดื และเกิดเงาตกทอดในทิศทางท่ตี รงกนั ขา้ มกบั แสง สว่ นนา้ หนกั
กค็ อื คา่ ความออ่ นแก่ของแสงเงาจากจดุ ท่มี ืดท่สี ดุ ถงึ จดุ ท่สี วา่ งท่ีสดุ นา้ หนกั จะถกู ใชแ้ ทนคา่ ความมืด
ความสว่างของแสงเงาบนผิวของวตั ถทุ ่วี าด ทาใหภ้ าพดมู ลี กั ษณะ 3 มิติมีระยะ มรี ายละเอียด และความรูส้ กึ
แผนภาพ แผนผัง และภาพประกอบ
แผนภาพ หมายถงึ ภาพหรอื เคา้ โครงท่เี ขียนขนึ้ เพ่อื ชว่ ยในการอธิบายเรอ่ื งราวโดยแบง่ ออกเป็น 4 ชนิด คือ
1.แผนภาพลายเส้น เป็นภาพท่ใี ชล้ ายเสน้ รูปทรง และขอ้ ความประกอบกนั เหมาะสาหรบั แสดงโครงสรา้ ง
ทงั้ ภายในและแสดงโครงสรา้ งทงั้ ภายในและภายนอก พรอ้ มกบั มีเสน้ โยงแสดงความสมั พนั ธเ์ ก่ียวขอ้ กนั ทงั้
ลกั ษณะและตาแหนง่ และความสมั พนั ธข์ องภาพท่แี สดง

~5~

2.แผนภาพแบบบลอ็ ก เป็นแผนภาพท่ใี ชร้ ูปทรงอยา่ งงา่ ยๆ แสดงใหเ้ หน็ ถงึ องคป์ ระกอบอย่างหยาบๆ
แสดงความสมั พนั ธข์ องระบบการทางานท่ีเก่ียวเน่ืองกนั โดยไมเ่ นน้ รายละเอยี ดของการทางาน
3.แผนภาพแบบรูปภาพ เป็นแผนภาพท่ีใชล้ ายเสน้ เขียนเป็นภาพงา่ ยๆแทนส่งิ หน่งึ ส่งิ ใด เพยี งตอ้ งการให้
ดเู หมือนหรอื ใกลเ้ คยี งเทา่ นนั้ เพยี งตอ้ งการใหด้ เู หมือนหรอื ใกลเ้ คยี งเทา่ นนั้ ผดู้ จู ะเกิดความเขา้ ใจไดเ้ อง
แผนภาพแบบนีจ้ งึ เหมาะกบั การแสดงหลกั การทางาน ถา้ ภาพท่วี าดเหมือนจรงิ มากจะกลายเป็นแผนภมู ิ
อธิบายภาพ
4.แผนภาพแบบผสม เป็นแผนภาพท่ใี ชเ้ ทคนิคการเขียนลายเสน้ บนรูปภาพเพ่อื เนน้ ใหเ้ หน็ ความสาคญั
เฉพาะบางสว่ นโดยเป็นการรวบรวมทงั้ รูปและลายเสน้ เขา้ ดว้ ยกนั
แผนผัง หมายถงึ แบบท่เี ขียนยอ่ หรอื ขยายจากของตา่ งๆ
ภาพประกอบ หมายถงึ ภาพวาดขนึ้ หรอื นามาแสดงเพ่อื ประกอบเรอ่ื ง ชว่ ยสง่ เสรมิ และอธิบายเนือ้ หาให้
ผชู้ มภาพเกิดความกระตอื รอื รน้ ท่จี ะสนใจ นอกจากนีภ้ าพประกอบยงั สง่ เสรมิ ใหผ้ ชู้ มคิดฝันจินตนาการตาม
และเกิดความเขา้ ใจย่ิงขนึ้

~6~

ใบงานเพอื่ การเรียนรู้ ชนั้ ป. 6
กลุ่มสาระวชิ า ศิลปะ (ทศั นศลิ ป์ )

หน่วย พนื้ ฐานงานศลิ ป์ ใบงานที่ 3

คาอธบิ ายการทากจิ กรรม

2.1 นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั เิ รอ่ื งสคี ตู่ รงขา้ ม และอภิปรายเก่ียวกบั การใชส้ ีคตู่ รงขา้ มในการถา่ ยทอด

ความคดิ และอารมณจ์ ากการสงั เกตภาพตวั อย่าง ดู วดี ีทศั น์ สมั ผสั วสั ดอุ ปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการ

สงั เกตงานทศั นศิลป์ นกั เรยี นนาความรูเ้ รอ่ื งสีคตู่ รงขา้ ม และอภิปรายเก่ียวกบั การใชส้ คี ตู่ รงขา้ มในการ

ถ่ายทอดความคดิ และอารมณม์ าวาดภาพ ระบายสี ในกระดาษวาดเขียนท่คี รูแจกให้ แลว้ นาผลงานเสนอ

หนา้ ชนั้ เรยี น

2.2 นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั ิเรอ่ื งหลกั การจดั ขนาดสดั สว่ นความสมดลุ ในการสรา้ งงานทศั นศลิ ป์ จาก
การสงั เกตภาพตวั อย่าง ดู วดี ีทศั น์ สมั ผสั วสั ดอุ ปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกตงานทศั นศลิ ป์
นกั เรยี นนาความรูเ้ ก่ียวกบั หลกั การจดั ขนาดสดั สว่ นความสมดลุ ในการสรา้ งงานทศั นศลิ ป์ มาสรา้ งเป็น
ภาพวาดระบายสี ในกระดาษวาดเขียนท่ีครูแจกให้ แลว้ นาผลงานเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
2.3 นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั เิ รอ่ื งงานทศั นศลิ ป์ จากรูปแบบ 2 มติ ิ เป็น3 มิติ โดยใชห้ ลกั การ ของแสงเงา
และนา้ หนกั จากการสงั เกตภาพตวั อยา่ ง ดู วดี ที ศั น์ สมั ผสั วสั ดอุ ปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกตงาน
ทศั นศิลป์ นกั เรยี นนาความรูเ้ รอ่ื งงานทศั นศลิ ป์ จากรูปแบบ 2 มติ ิ เป็น3 มติ ิ โดยใชห้ ลกั การ ของแสงเงา
และนา้ หนกั มาสรา้ งเป็นภาพวาดระบายสี ในกระดาษวาดเขียนท่คี รูแจกให้ แลว้ นาผลงานเสนอหนา้ ชนั้
เรยี น
2.4 นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั ิเรอ่ื งการ สรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ โดยใชห้ ลกั การ ของรูปและพืน้ ท่วี า่ งจาก
การสงั เกตภาพตวั อย่าง ดู วดี ีทศั น์ สมั ผสั วสั ดอุ ปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกตงานทศั นศลิ ป์
นกั เรยี นสรา้ งสรรคง์ านทศั นศิลป์ โดยใชห้ ลกั การ ของรูปและพนื้ ท่วี า่ งเป็นภาพวาดระบายสี ในกระดาษ
วาดเขียนท่คี รูแจกให้ แลว้ นาผลงานเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
2.5 นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั ิเรอ่ื งสรา้ งสรรคง์ านทศั นศิลป์ โดยใช้ สคี ตู่ รงขา้ มหลกั การจดั ขนาดสดั สว่ น
และความสมดลุ จากการสงั เกตภาพตวั อย่าง ดู วีดีทศั น์ สมั ผสั วสั ดอุ ปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกต
งานทศั นศิลป์ นกั เรยี นวาดภาพโดยเนน้ เรอ่ื งการสรา้ งสรรคง์ านทศั นศิลป์ โดยใช้ สคี ตู่ รงขา้ มหลกั การจดั
ขนาดสดั สว่ น และความสมดลุ แลว้ นาผลงานเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
2.6 นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั เิ รอ่ื งการสรา้ งงานทศั นศิลป์ เป็นแผนภาพ แผนผงั และภาพประกอบ เพ่อื
ถา่ ยทอดความคิดหรอื เรอ่ื งราวเก่ียวกบั เหตกุ ารณต์ ่าง ๆจากการสงั เกตภาพตวั อย่าง ดู วีดีทศั น์ สมั ผสั
วสั ดอุ ปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกตงานทศั นศลิ ป์ นกั เรยี นสรา้ งงานทศั นศิลป์ เป็นแผนภาพ แผนผงั
และภาพประกอบ เพ่ือถา่ ยทอดความคิดหรอื เรอ่ื งราวเก่ียวกบั เหตกุ ารณต์ า่ ง ๆแลว้ นาผลงานเสนอหนา้ ชนั้
เรยี น

~7~

ใบงานเพอ่ื การเรียนรู้ ชั้น ป. 6
กลุ่มสาระวิชา ศลิ ปะ (ทศั นศลิ ป์ ) ใบงานที่ 4
หน่วย พนื้ ฐานงานศลิ ป์

คาอธิบายการทากจิ กรรม
ใหน้ กั เรยี นสรุปความรูแ้ ลว้ บนั ทกึ ลงในแบบบนั ทกึ ในใบงานเพ่ือการเรยี นรู้

บนั ทกึ สรุปความรู้ทไ่ี ดร้ ับ

1.สคี ตู่ รงขา้ ม คือ ..............................................................................................................................
................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
2. คสู่ ีตรงขา้ ม ไดแ้ ก่

 ..............................................................................................................................

 ..............................................................................................................................

 ................................................................................................................................

 ................................................................................................................................

 .................................................................................................................................

 .................................................................................................................................
3. หลกั การใชส้ ีคตู่ รงขา้ ม
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
4. การจดั องคป์ ระกอบศิลป์ หมายถงึ .......................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
5. หลกั การจดั องคป์ ระกอบศลิ ป์ เบอื้ งตน้ มีหลายประการ ไดแ้ ก่
1..............................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................

~8~

2..............................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
3.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
6. การจดั ความสมดลุ ในงานทศั นศลิ ป์ อาจแบง่ ไดเ้ ป็น 2 ลกั ษณะ คือ
1...................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
2...................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
7. พนื้ ท่วี า่ ง หมายถึง ............................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
8. รูปแบบ 2 มติ ิ หมายถงึ ..................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
9. รูปแบบ 3 มิติ หมายถงึ ....................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
10. การสรา้ งมติ ขิ องงานทศั นศลิ ป์ ดว้ ยแสงและเงา หมายถงึ .................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................

~9~

11. แผนภาพ หมายถงึ .........................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
12.แผนภาพลายเสน้ ......................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
13.แผนภาพแบบบลอ็ ก ...................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
14.แผนภาพแบบรูปภาพ ............................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
15. แผนภาพแบบผสม ...............................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
16. แผนผงั หมายถงึ ...................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
17. ภาพประกอบ หมายถงึ ...........................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
18. งานทศั นศลิ ป์ หมายถงึ ....................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

~ 10 ~

ใบงานเพอ่ื การเรียนรู้ ชัน้ ป. 1
กลุ่มสาระวชิ า ศลิ ปะ (ทศั นศลิ ป์ ) ใบงานที่ 5

หน่วย พนื้ ฐานงานศิลป์

คาอธิบายการทากจิ กรรม
ใหน้ กั เรยี นสรุปประโยชนท์ ่ีเกิดขนึ้ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง และหลกั การทรงงาน

ของในหลวงรชั กาลท่ี 9 บนั ทกึ ลงในตาราง โดยเขียนเครอ่ื งหมาย  ใน

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง สาระสาคญั

1. หลักคดิ

 ความรู้ รอบรู้ รอบคอบเก่ียวกบั ทศั นธาตุ องคป์ ระกอบของศิลปะ

 คณุ ธรรม มคี วามรบั ผิดชอบความอดทนมีวินยั ประหยดั และตรงตอ่ เวลา

2. หลักปฏบิ ัติ

 พอประมาณ ไดเ้ รยี นรูเ้ รอ่ื งการแบง่ เวลาในการทากิจกรรมตามท่ไี ดร้ บั
มอบหมาย

การใชว้ สั ดอุ ปุ กรณแ์ ละงบประมาณท่มี ีอยอู่ ยา่ งประหยดั และ

คมุ้ คา่

 มเี หตผุ ล การทากิจกรรมภาระงานไดเ้ หมาะสมกบั ความรูค้ วามสามารถ
ตามวยั ของผเู้ รยี น

มีความรูแ้ ละเช่อื มโยงความรูจ้ ากกลมุ่ สาระการเรยี นรูอ้ ่นื

 มีภมู คิ มุ้ กนั รูจ้ กั เลอื กใชว้ สั ดอุ ปุ กรณท์ ่มี ีอย่อู ย่างประหยดั และคมุ้ คา่
รูจ้ กั การวางแผน กระบวนการทางานอยา่ งเป็นระบบใหป้ ระสบ

ความสาเรจ็ และปลอดภยั

3. ผลลัพท์ 4 มติ ิ

 วตั ถุ เกิดความตระหนกั ในการประหยดั และอดออม

 สงั คม การนาประสบการณต์ า่ งๆมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวนั โดน
 วฒั นธรรม ยดึ หลกั ความพอเพยี ง

การเรยี นรูเ้ กิดจากการปฏิบตั ิกิจกรรมรว่ มกนั และเกิดจากการ
แลกเปล่ยี นเรยี นรูป้ ระสบการณ์

~ 11 ~

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง สาระสาคญั

 ส่ิงแวดลอ้ ม การปลกู คา่ นิยม วฒั นธรรมการทางานรว่ มกนั เป็นแบบอย่างท่ดี ี

แกน่ กั เรยี นอย่างเป็นรูปธรรม

การจดั การเรอ่ื งการปลกู จิตสานกึ รกั ษส์ ่งิ แวดลอ้ ม

หลกั การทรงงาน ประโยชนท์ ่นี าไปใช้

ทาตามลาดบั ขนั้ งานทกุ ส่งิ จะสาเรจ็ ไดโ้ ดยงา่ ย

ไมต่ ดิ ตารา ควรทางานอย่างยืดหยนุ่ กบั สภาพและสถานการณ์

ทางานอย่างมีความสขุ ทางานตอ้ งมคี วามสขุ ดว้ ยและสนกุ กบั การทางาน

ความเพียร ความอดทนและความมงุ่ ม่นั

ใหน้ กั เรยี นทาแบบประเมินตนเองดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และความคิดเหน็ ต่อความรูท้ ่ีไดร้ บั

ประเมนิ ตนเองด้านคุณธรรม จริยธรรม ดี พอใช้ ปรบั ปรุง

คณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
1. เป็นผใู้ ฝ่รู้ ใฝ่ศกึ ษา คน้ ควา้ หาความรู้
2. ความรบั ผิดชอบ ขยนั และอดทน
3. ความซ่อื สตั ย์
4. ความมีระเบียบวินยั
5. ปฏิบตั ิกิจกรรมอยา่ งมีความสขุ
6. รูจ้ กั เอือ้ เฟื้อเผ่ือแผต่ ่อผอู้ ่ืน

ความคดิ เหน็ ตอ่ ความรู้ทไ่ี ดร้ ับ
ประโยชนท์ ่ีได้ คอื
.......................................................................................................................................
การนาไปใชป้ ระโยชน์
...........................................................................................................................................

~ 12 ~

แบบทดสอบหลังเรียน

ใหน้ กั เรยี นเขียนเครอ่ื งหมาย X ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถกู ตอ้ ง

1.สีนา้ เงิน เป็นสคี ตู่ รงขา้ มกบั สีใด 10. สีคตู่ รงขา้ มของสีมว่ งแดงเป็นสีใด

ก.สแี ดง ข.สีสม้ ค.สเี หลอื ง ง.สีเขยี ว ก.สสี ม้ แดง ข.สมี ว่ งนา้ เงนิ

2.สีใดเป็นสคี ตู่ รงขา้ มกบั สีแดง ค.สีสม้ เหลอื ง ง.สเี ขียวเหลอื ง

ก.สีเหลือง ข.สนี า้ เงิน ค.สมี ว่ ง ง.สเี ขียว 11.สเี หลืองสม้ เป็นสีคตู่ รงขา้ มกบั สีใด

3.ขอ้ ใดเป็นสีคตู่ รงขา้ มของสผี สมระหวา่ งสีเหลอื ง ก.สีมว่ งนา้ เงนิ ข.สีเขียวนา้ เงนิ

และสแี ดง ค.สเี ขียวเหลือง ง.สมี ว่ งแดง

ก.สมี ว่ งแดง ข.สมี ว่ ง ค.สีเขยี ว ง.สีนา้ เงนิ 12.การใชส้ ีเขม้ มาตดั เสน้ ทาใหส้ ีของภาพ

4.ในวงจรสี ไมม่ มี ใี ดปรากฏอยู่ เปล่ียนแปลงอยา่ งไร

ก.สสี ม้ ข.สีแดง ค.สมี ว่ ง ง.สขี าว ก.สดใสขนึ้ ข.หมน่ หมอง

5.ถา้ ตอ้ งการใหภ้ าพมสี ีเบาบางควรใชว้ ธิ ีการใชส้ ี ค.เจือจางลง ง.เขม้ ขน้ ขนึ้

แบบใด 13.ขอ้ ใดเป็นสคี ตู่ รงขา้ มกนั

ก.แบบลดพนื้ ท่สี ลี ง ข.แบบทาใหห้ มน่ 2 สี ก.สแี ดง – สีเขียว ข.สนี า้ เงนิ – สมี ว่ ง

ค.แบบทาใหห้ มน่ สีเดียว ง.แบบเอามีเขม้ มาตดั เสน้ ค.สมี ว่ งนา้ เงิน – สีมว่ ง ง.สเี ขียวเหลือง – สเี ขียว

6. ภาพใดจดั ขนาดไดเ้ หมาะสม 14.ถา้ ไมต่ อ้ งการใหภ้ าพแน่นมากควรใชส้ ีแบบใด

ก.ลดพนื้ ท่สี ีลง ข. ลดหรอื เพ่มิ ความเขม้ ของสี

ค.ทาใหส้ หี มน่ สีเดยี ว ง.ทาใหส้ ีหมน่ ทงั้ สองสี

15.การวาดภาพโดยไมม่ ีช่องวา่ งใหค้ วามรูส้ กึ อยา่ งไร

7. ขอ้ ใดจดั สดั สว่ นไดเ้ หมาะสมท่ีสดุ ก.อดึ อดั ข.หดหู่ ค.อา้ งวา้ ง ง.โปรง่ โลง่
16. การเวน้ พนื้ ท่ีวา่ ง ขอ้ ใดถกู ตอ้ ง

ก.มพี นื้ ท่วี ่างดา้ นบน ข. มีพนื้ ท่วี า่ งท่ดี า้ นลา่ ง

ค.มพี นื้ ท่วี ่างมมุ บนซา้ ย ง .มพี นื้ ท่วี ่างซา้ ย-ขวา เทา่ กนั

8. การปลอ่ ยใหม้ ีพนื้ ท่วี า่ งมากเกินไปทาใหเ้ กิด 17. การวาดภาพใหเ้ กิดความสมดลุ ควรเรม่ิ จากขอ้ ใด
ความรูส้ กึ อย่างไร
ก.รา่ งภาพ ข.ลงเสน้ หนกั
ก.แนน่ ข.อา้ งวา้ ง ค.สบั สน ง.อดึ อดั
9. ขอ้ ใดจดั วางภาพไดเ้ หมาะสม ค.ระบายสี ง.ตกแตง่ ภาพ

18. หากภาพมีนา้ หนกั ไปทางขวามือมากเกินไปควร

แกไ้ ขอยา่ งไร

ก.ระบายสีเขม้ ดา้ นซา้ ยมือ ข.ลดสว่ นประกอบลงอีก

ค.เพ่มิ ภาพดา้ นซา้ ยมือ ง.เพ่มิ ภาพตรงกลาง

~ 13 ~

19. ขอ้ ใดเป็นมมุ มองแบบตานกมอง 24.ขอ้ ใดคือชนิดของแผนภาพ

ก.แผนภาพสมาชิกในครอบครวั ก. แผนภาพลายเสน้

ข.ภาพประกอบนิทานเรอ่ื งเจา้ ชายกด ข. แผนภาพแบบบลอ็ ก

ค.แผนผงั อาคารเรยี นในโรงเรยี น ค. แผนภาพแบบรูปภาพ

ง.ภาพประกอบเรยี งความเรอ่ื งภาวะโลกรอ้ น ง. ถกู ทกุ ขอ้

25.ขอ้ ใดแสดงถงึ ขอ้ มลู ในการเดินทาง

20. จากภาพน่าจะใชเ้ ป็นสญั ลกั ษณแ์ ทน ก. แผนผงั
ข. แผนภาพ
ขอ้ ใด ค. ภาพประกอบ
ง. ภาพเหตกุ ารณ์
ก. ตน้ ไม้ ข. รถยนต์ 26. ภาพประกอบท่ดี ี ควรมลี กั ษณะอย่างไร

ค. เจดยี ์ ง. บา้ น

ก. ดงึ ดดู ความสนใจ

21. จากภาพ เป็นสญั ลกั ษณแ์ ทน ข. สอดคลอ้ งกบั เนือ้ หา

ตาแหนง่ ใด ค. สง่ เสรมิ เนือ้ หาใหเ้ กิดความเขา้ ใจ

ก. บา้ น ข. โรงเรยี น ง. ถกู ทกุ ขอ้

ค. ป่าไม้ ง. แมน่ า้ 27.ภาพประกอบสรา้ งสรรคข์ นึ้ เพ่อื อะไร

22. การออกแบบสญั ลกั ษณ์ ผอู้ อกแบบควร ก.ส่ือสารการเดินทาง

คานงึ ถงึ ส่ิงใดมากท่สี ดุ ข.บนั ทกึ เหตกุ ารณท์ ี ประทบั ใจ

ก.ความสวยงามของสญั ลกั ษณ์ ค. แสดงอาณาเขตบรเิ วณตา่ งๆ

ข. ความโดดเดน่ และนา่ สนใจ ง. สง่ เสรมิ เนือ้ หาใหเ้ กิดความเขา้ ใจ

ค. เหมาะสมกบั ยคุ สมยั 28. แผนภาพ หมายถงึ ขอ้ ใด

ง. การส่อื ความหมาย ก. แบบท่เี ขียนยอ่ หรอื ขยายจากส่งิ ของตา่ งๆ

23. ภาพในขอ้ ใดแสดงมมุ มองจากท่สี งู ลงสดู่ า้ นลา่ ง ข. ภาพท่วี าดขนึ้ หรอื นามาแสดงเพ่อื ประกอบเรอ่ื ง

ค. ภาพหรอื เคา้ โครงท่เี ขียนขนึ้ เพ่อื ช่วยในการอธิบาย

เรอ่ื งราว

ง. ถกู ทกุ ขอ้

~ 14 ~

ใบงานเพอ่ื การเรียนรู้ ชัน้ ป. 6
กลุ่มสาระวชิ า ศลิ ปะ (ทศั นศลิ ป์ )

หน่วย พนื้ ฐานงานศิลป์ ใบงานที่ 6

คาอธิบายการทากจิ กรรม

ใหน้ กั เรยี นวางแผนออกแบบชิน้ งานวาดภาพตามท่ีตนเองสนใจ

แบบเสนอผลงานท่ี 6

แผนปฏบิ ตั งิ าน.............................................................


Click to View FlipBook Version