The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ใบงานนาฏ ป. 1 เทอม 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by anchaleef12506, 2021-11-18 09:00:57

ใบงานนาฏ ป. 1 เทอม 2

ใบงานนาฏ ป. 1 เทอม 2

0

ชุดปฏบิ ตั ิการเรยี นรู้

กลมุ่ สาระศลิ ปะ (ดนตร-ี นาฏศลิ ป)์
ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 1

ชื่อ-สกลุ .................................................................................ช้ัน ป.1/..... เลขที่..........

1

แบบทดสอบก่อนเรียน

คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี น คาตอบท่ถี กู ตอ้ งเพียงขอ้ เดียว

1. เพลงกลอ่ มเดก็ มจี งั หวะอย่างไร 8. การแสดงขอ้ ใดเป็นระบาเบด็ เตลด็

ก. ชา้ ข. เรว็ ก. ระบาลพบรุ ี ข. ระบาดาวดงึ ส์

ค. เรว็ มาก ค. ระบาเทพบนั เทิง

2. การรอ้ งเพลงกลอ่ มเดก็ มปี ระโยชนอ์ ย่างไร 9. ฟอ้ นทางภาคเหนือ มลี กั ษณะเดน่ อย่างไร

อย่างไร ก. คลอ่ งแคลว่ วอ่ งไว ข. ออ่ นหวาน น่มุ นวล

ก. ทาใหเ้ ดก็ ฉลาด ค. สนกุ สนาน รา่ เรงิ

ข. ทาใหเ้ ดก็ สนกุ สนาน 10. การแสดงประเภทใดท่มี ีการผกู เป็นเรอ่ื งราว

ค. ทาใหเ้ ดก็ เพลิดเพลนิ หลบั งา่ ย ก. โขน ข. รา ค. ละคร

3. การละเลน่ ใดท่มี เี พลงประกอบการละเลน่ 11. ขอ้ ใดเป็นการละเลน่ ของเดก็ ไทย

ก. เดนิ กะลา ข. มอญซอ่ นผา้ ก. งกู ินหาง ข. ฟตุ บอล ง. มอญซอ่ นผา้

ค. หมากเกบ็ 12. การรอ้ งเพลงประกอบการละเลน่ มี

4. เพลงเก่ียวขา้ วใชร้ อ้ งเพ่อื ส่งิ ใด ประโยชนอ์ ยา่ งไร

ก. เพ่อื ผอ่ นคลายความเหนด็ เหน่ือยขณะ ก. ทาใหเ้ กิดความสนกุ สนาน

ทางาน ข. ทาใหเ้ กิดความเรยี บรอ้ ย

ข. เพ่อื บอกข่าวสาคญั ตา่ งๆ ใหค้ นในทอ้ งถ่ิน ค. ทาใหเ้ กิดเสยี งดงั

ง. เพ่อื คลายความหิวขณะกาลงั เก่ียวขอ้ ง 13. การละเลน่ รรี ขี า้ วสาร มีผเู้ ลน่ ท่เี ป็นประตซู ุม้

5. เพลงท่ใี ชส้ ่ือบอกเรอ่ื งราวตา่ งๆ ใหผ้ อู้ ่ืนทราบ ก่ีคน

คอื เพลงอะไร ก. 1 คน ข. 2 คน ค. 3 คน

ก. เพลงเก่ียวขา้ ว ข. เพลงซอ 14. การละเลน่ ใดเคล่ือนไหวรา่ งกายมากท่ีสดุ

ค. เพลงบอก ก. หมากเก็บ ข. รรี ขี า้ วสาร

6. ขอ้ ใดหมายถงึ การราคู่ ค. งกู ินหาง

ก. การราท่มี ีผแู้ สดง 2 คน 15. การละเลน่ มอญซอ่ นผา้ ผทู้ ่เี ป็นมอญตอ้ ง

ข. การราท่มี ีผแู้ สดงคนเดียว ทาอยา่ งไร

ค. การราท่มี ีผแู้ สดง 2 คนขนึ้ ไป ก. นาผา้ ไปซอ่ นขา้ งหลงั ผเู้ ลน่

7. จดุ เดน่ ของการแสดงโขน คืออะไร ข. นาผา้ ไปวางท่ตี กั ผเู้ ลน่

ก. หวั โขน ข. สรา้ งคอ ค.กาไลขอ้ มอื ค. นาผา้ ไลต่ ผี เู้ ลน่ ทกุ คน

2

เพลงในชวี ติ ประจาวนั
เพลงกล่อมเดก็

เพลงกลอ่ มเดก็ เป็นวฒั นธรรมทอ้ งถ่ินท่สี ะทอ้ นใหเ้ หน็ ถึงความเช่ือและคา่ นิยมในทอ้ งถ่ินตา่ ง ๆ เพลง
กลอ่ มเดก็ ทาใหเ้ กิดความเพลดิ เพลนิ หลบั งา่ ยและเกิดความอบอนุ่ ใจ
1. ลักษณะของเพลงกล่อมเดก็

มจี งั หวะในการรอ้ ง และทานองท่ี เป็นบทรอ้ ยกรองสนั้ ๆมีคาถลอ้ ง
เรยี บงา่ ยสนกุ สนาน จดจาไดง้ า่ ย จองตอ่ เน่ืองกนั ไป

ลักษณะของเพลง
กล่อมเดก็

ใชค้ าท่เี ขา้ ใจง่าย มรี ูปแบบการสมั ผสั คาไมแ่ นน่ อน

2. ประเภทของเพลงกล่อมเดก็
1. เป็นนิทานและวรรณคดี
2. กลา่ วถงึ สง่ แวดลอ้ มรอบตวั
3. เลา่ ถงึ ประสบการณต์ า่ ง ๆ
4. เป็นคติ คาสอน
5. ใหค้ วามรูเ้ ก่ียวกบั การดแู ลเดก็
6. แสดงความรกั ความหว่ งใยของแมท่ ่มี ตี อ่ ลกู

3. เพลงกล่อมเดก็ ในภาคตา่ ง ๆ
1. เพลงกลอ่ มเดก็ ภาคเหนือ
2. เพลงกลอ่ มเดก็ ภาคกลาง
3. เพลงกลอ่ มเดก็ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ (อีสาน)
4. เพลงกลอ่ มเดก็ ภาคใต้

3

เพลงประกอบการละเล่น
การละเลน่ ของไทยมีมาตงั้ แตส่ มยั ป่ ู ย่า ตา ยาย มีกตกิ าการเล่นงา่ ย ๆ สว่ นใหญ่มกั จะเลน่ กนั ใน
ทอ้ งถ่ิน บางการละเล่นทีทงั้ บทเพลงพรอ้ มทงั้ ทา่ เตน้ และทา่ ราประกอบเพลง การละเลน่ ท่ีมีเพลง
ประกอบ เชน่ รรี ขี า้ วสาร งกู ินหาง มอญซ่อนผา้ เป็นตน้

เพลงรรี ขี า้ วสาร

รรี ขี า้ วสาร สองทะนานขา้ วเปลือก

เลือกทอ้ งใบลาน ก็บเบยี้ ใตถ้ นุ รา้ น

คดขา้ วใสจ่ าน พานเอาคนขา้ งหลงั ไว้

4

บทเพลงในทอ้ งถนิ่
บทเพลงในทอ้ งถน่ิ

บทเพลงในทอ้ งถ่ินสะทอ้ นถงึ การดารงชีวิตของคนในแตล่ ะภาค ซง่ึ มีความแตกตา่ งกนั เชน่ อาชีพ ความ
เช่ือในเรอ่ื งของส่งิ ศกั ดิส์ ิทธิ์ เป็นตน้ บทเพลงทอ้ งถ่ิน แบง่ ออกเป็น 4 ภาค ดงั นี้
1. เพลงพนื้ บา้ นภาคเหนือ

เพลงซอ เป็นเพลงท่ีนิยมรอ้ งมาแตโ่ บราณ เป็นการรอ้ งโตต้ อบกนั ระหวา่ งชาย - หญิง
ความน่าสนใจของบทเพลง อยทู่ ่กี ารรอ้ งโตต้ อบกนั เพราะตอ้ งการใชป้ ฏิภาณไหวพรบิ ในการ
รอ้ ง ซง่ึ สรา้ งความสนกุ สนานแกผ่ ฟู้ ัง

2. เพลงพนื้ บา้ นภาคกลาง
เพลงเกย่ี วข้าว เป็นเพลงท่ใี ชร้ อ้ งขณะเก่ียวขา้ วเพ่อื ผอ่ นคลายความเหนด็ เหน่ือย
และสรา้ งความสนกุ สนาน
ความน่าสนใจของบทเพลง อย่ทู ่ที านองซง่ึ ใชร้ อ้ งย่วั เยา้ กนั อย่างสนกุ สนาน ไมม่ กี ารปรบมือ
กนั แตจ่ ะใชล้ กู ครู่ อ้ งรบั แทน

3. เพลงพนื้ บ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อสี าน)
เพลงหมอลา เป็นเพลงรอ้ งเลน่ สาหรบั หน่มุ สาวหรอื ผใู้ หญ่ เพ่ือความสนกุ สนานใด
เทศกาลตา่ งๆ เช่น สงกรานต์ ผา้ ป่า เป็นตน้
ความน่าสนใจของบทเพลง อยทู่ ่บี ทเพลงและทานองเพลง ท่สี รา้ งความสนกุ สนานแก่ผฟู้ ัง

4. เพลงพนื้ บ้านภาคใต้
เพลงบอก เป็นเพลงท่ใี ชร้ อ้ งบอกเรอ่ื งราวตา่ งๆ ใชช้ าวบา้ น เช่น บอกข่าว บอกวนั สงกรานต์ เป็นตน้
ความน่าสนใจของบทเพลง อย่ทู ่คี ารอ้ ง คากลอน และปฏิภาณไหวพรบิ ของผรู้ อ้ ง ซง่ึ ทาให้
สนกุ สนานและนา่ สนใจ

5

การแสดงนาฏศลิ ป์ ไทย
การแสดงนาฏศิลป์ ไทยแบง่ ออกเป็น 5 ประเภท ดงั นี้
1. ระบา หมายถงึ การแสดงท่ใี ชท้ า่ ฟอ้ นรา ตงั้ แต่ 2 คนขนึ้ ไป ไมแ่ นน่ แสดงเป็นเรอ่ื งราว แตแ่ น่นความ
สวยงาม ความพรอ้ มเพรยี งของผรู้ า และมดี นตรที ่ไี พเราะ ระบาแบง่ ออกเป็น 2 ประเภท

1.1 ระบามาตรฐาน คือ ระบาท่มี แี บบแผนและมีลกั ษณะเฉพาะตวั เช่น ระบาดาวดึงส์ ระบา
กฤดาภินิหาร ระบาเพทบนั เทงิ เป็นตน้

1.2 ระบาเบด็ เตล็ด คือ การแสดงท่ปี ระดษิ ฐ์ขนึ้ ใหมต่ ามสมยั ตามเหตกุ ารณ์ เชน่
ระบาศรวี ิชยั ระบาลพบรุ ี ระบาโคม ระบามา้ เป็นตน้
2. รา หมายถงึ การแสดงท่มี ีลลี าทา่ ทางเขา้ กบั จงั หวะเพลงหรอื ดนตรแี ละแสดงเป็นเรอ่ื งราว การรา
แบง่ เป็น 3 ประเภท

2.1 ราเดยี่ ว คอื การแสดงการราท่ีมีผแู้ สดงคนเดยี ว เช่น ราพลายชมุ พล ราฉยุ ฉายต่างๆ รา
มโนราหบ์ ชู ายญั เป็นตน้

2.2 ราคู่ คือ การแสดงท่มี ีผแู้ สดง 2 คน เช่น ราแมบ่ ท ราอวยพร เป็นตน้
2.3 ราหมู่ คือ เป็นการแสดงท่มี ผี แู้ สดงมากกวา่ 2 คนขนึ้ ไป เนน้ ท่คี วามสวยงามของทา่ รา และ
ความพรอ้ มเพรยี งของผแู้ สดง เชน่ ราวงมาตรฐาน ราพดั เตน้ การาเคียว รากลองยาว เป็นตน้
3. ฟ้อน หมายถงึ การแสดงท่เี นน้ ความสวยงามของา่ ราเป็นศิลปะทางภาคเหนือและภาคอสี าน ท่มี ลี ลี า
การฟอ้ นท่สี วยงามพรอ้ งเพรยี งกนั และจงั หวะดนตรี ซง่ึ จงั หวะคอ่ นขา้ งชา้ ทาใหเ้ กิดความรูส้ กึ ออ่ ยหวาน
น่มุ นวล เช่น ฟอ้ นเทียน ฟอ้ นเลบ็ ฟอ้ นสาวไหม ฟอ้ นภไู ท รวมทงั้ เซงิ้ เป็นตน้
4. โขน หมายถงึ นาฏศลิ ป์ ชนั้ สงู ของไทย เป็นการแสดงทา่ ราท่าเตน้ ออกทา่ ทางใหเ้ ขา้ กบั ตวั ละครและ
ดนตรี ผแู้ สดงจะตอ้ งสวมหวั โขน เช่น การแสดงโขน เรอ่ื งรามเกียรติ์ เป็นตน้
5. ละคร หมายถงึ การแสดงท่ผี กู กบั เรอ่ื งราว สรา้ งสรรคเ์ พ่อื ความสนกุ สนานตามธรรมชาติ วฒั นธรรม
สงั คม เช่น สงั ขท์ อง อิเหนา ไกรทอง ขนุ ชา้ งขนุ แผน เป็นตน้

6

การละเล่นของไทย
การละเล่นของไทย

การละเลน่ ของไทยมีมากมาย เช่น ชกั เย่อ รรี ขี า้ วสาร งกู ินหาง มอญซอ่ นผา้ เป็นตน้ การละเลน่

บางอย่างมบี ทเพลงพรอ้ มทงั้ ท่าเตน้ และทา่ ราประกอบเพ่อื ใหเ้ กิดความสนกุ สนานเพลิดเพลิน

งกู นิ หาง เป็นการละเลน่ พนื้ เมอื งเก่า เลน่ กนั ทกุ ภาคของประเทศ ทงั้ ภาคเหนือ ภาค

ตะวนั ออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ พบวา่ มีการละเลน่ งกู ินหางกนั แลว้ ในงานตรุษสงกรานต์

ณ จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา เม่อื พ.ศ. 2475 การเลน่ งกู ินหางเป็นการเลน่ เลยี นแบบชีวิตสตั ว์ คอื
เลยี นแบบลกั ษณะทา่ ทางของงทู ่มี ีลาตวั ยาวเลอื้ ยคดไปคดมา นิยมเลน่ ในงานเทศกาล งานประจาปี
และงานรน่ื เรงิ ตา่ งๆ ในสมยั กอ่ น งกู ินหางสว่ นมากสาวมอญไม่คอ่ ยไดเ้ ลน่ เทา่ ไร เพราะไมค่ อ่ ยสภุ าพ คอื
ฝ่ายผชู้ ายกบั ฝ่ายผหู้ ญิงตอ้ งมาจบั มอื ถือแขนกนั ผใู้ หญ่ไมน่ ิยมท่จี ะมาเลน่ สนิทสนมกนั สว่ นมากจะเป็น
คนไทยเลน่ กนั

เพลงประกอบการเล่น

พอ่ งู : “แมง่ เู อย๋ ”
แมง่ ู : “เอย๋ ”
พอ่ งู : “กินนา้ บอ่ ไหน”
แมง่ ู : “กินนา้ บอ่ โสก”
ลกู งู : “โยกไปโยกมา” พรอ้ มแสดงอาการสา่ ยตวั ไปมา
พอ่ งู : “แมง่ เู อย๋ ”
แมง่ ู : “เอย๋ ”
พอ่ งู : “กินนา้ บอ่ ไหน”
แมง่ ู : “กินนา้ บอ่ ทราย”
ลกู งู : “ยา้ ยไปยา้ ยมา” พรอ้ มแสดงอาการสา่ ยตวั ไปมา
พอ่ งู : “แมง่ เู อย๋ ”
แมง่ ู : “เอย๋ ”
พอ่ งู : “กินนา้ บอ่ ไหน”
แมง่ ู : “กินนา้ บอ่ หิน”
ลกู งู : “บินไปบินมา” พรอ้ มแสดงอาการบินไปบินมา
พอ่ งู : “กินหวั กินหางกินกลางตลอดตวั

7

ชุดปฏบิ ตั กิ ารเรียนรู้ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1
กลมุ่ สาระ ศลิ ปะ (ดนตรี – นาฏศิลป์ )

เรอ่ื ง เพลงและการแสดง ใบงานท่ี 1

คาชีแ้ จง : ใหน้ กั เรยี นสารวจเพลงท่ีนกั เรยี นเคยไดฟ้ ังหรือเคยรอ้ ง โดยเขียนเครอ่ื งหมาย 

ลงในช่องท่ีตรงกบั ความเป็นจรงิ

เพลง เคย ไมเ่ คย
1. เพลงกลอ่ มเดก็
2. เพลงประกอบการละเลน่
3. เพลงชาตไิ ทย
4. เพลงสรรเสรญิ พระบารมี

คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นนาขอ้ ความท่กี าหนดใหเ้ ขียนเตมิ ลงในแผนภาพใหถ้ กู ตอ้ ง

เพลงชาติไทย เพลงกลอ่ มเดก็
เพลงสรรเสรญิ พระบารมี เพลงประกอบกาละเลน่

ทาใหเ้ ดก็ หลบั งา่ ย เพลงใน ใชร้ อ้ งในงานพธิ ีสาคญั
ชวี ติ ประจาวัน
…………………………………………………. ………………………………………………….
………………………………………………….. …………………………………………………..

เคารพธงชาติ ทาใหก้ ารละเลน่ สนกุ สนาน

…………………………………………………. ………………………………………………….
………………………………………………….. …………………………………………………..

8

ชุดปฏบิ ตั กิ ารเรียนรู้

กลมุ่ สาระ ศลิ ปะ (ดนตรี – นาฏศิลป์ ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1

เรอ่ื ง เพลงและการแสดง ใบงานท่ี 2

คาชแี้ จง : เลอื กเพลงเปิดเพลงทอ้ งถ่ินใหน้ กั เรยี นฟัง 1 เพลง แลว้ ใหน้ กั เรยี นออกมาเลา่ ความรูส้ กึ

เก่ียวกบั เพลงท่ฟี ังในหวั ขอ้ ตอ่ ไปนี้

1. ช่ือเพลง 2. ความน่าสนใจของเพลง 3. ความชอบ

คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นเขียนช่ือเพลงพืน้ บา้ นลงในแผนภาพใหส้ มั พนั ธก์ บั ทอ้ งถ่ิน

เพลงซอ เพลงบอก เพลงเกยี่ วข้าว เพลงหมอลา

ภาคเหนือ ภาคกลาง

.......................................................... ..........................................................
.......................................................... ..........................................................

เพลงพนื้ บ้าน

ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ภาคใต้

.......................................................... ..........................................................
.......................................................... ..........................................................

9

ชุดปฏบิ ตั กิ ารเรียนรู้

กลมุ่ สาระ ศลิ ปะ (ดนตรี – นาฏศลิ ป์ ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1

เรอ่ื ง เพลงและการแสดง ใบงานท่ี 3

คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นระบายสีลงใน  หนา้ ขอ้ คามท่ีเป็นมารยาทท่ดี มี นการชมการแสดงลงใน

แผนภาพ (ตอบไดม้ ากกว่า 1 ขอ้ )

มารยาททด่ี ี รบั ประทานอาหารและขนมขบเคยี้ วในขณะชมการแสดง
ในการชม ไมห่ ยอกลอ้ กบั เพ่อื หรอื พดู คยุ เสยี งดงั
การแสดง ไมเ่ ดนิ ไปมาขณะชมการแสดง
คยุ โทรศพั ทต์ ลอดการชมการแสดง

ชุดปฏบิ ตั กิ ารเรียนรู้ 10
กลมุ่ สาระ ศิลปะ (ดนตรี – นาฏศลิ ป์ )
เรอ่ื ง เพลงและการแสดง ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1
ใบงานท่ี 4

คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นบนั ทกึ ผลการเลน่ การละเลน่ ไทยลงในแบบบนั ทกึ โดยเขียนเครอ่ื งหมาย ลงใน
แลว้ ตอบคาถาม

แบบบนั ทกึ การละเลน่ ของเดก็ ไทย

1. นกั เรยี นเลน่ การละเลน่ ใดบา้ ง

งกู ินหาง รรี ขี า้ วสาร

มอญซอ่ นผา้

2. นกั เรยี นชอบการละเลน่ ใดมากท่สี ดุ .............................................

3. นกั เรยี นรูส้ กึ อย่างไรท่ไี ดเ้ ลน่ การละเลน่ ของไทย ใหร้ ะบายสลี งใน

ชอบ เฉยๆ ไมช่ อบ

4. ถา้ มเี วลาว่างนกั เรยี นจะนาการละเลน่ ของใดไปเลน่ กบั เพ่อื น

.......................................................................................................................

5. การละเลน่ ของเดก็ ไทยเป็นการสง่ เสรมิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

ดา้ นใด

มนี า้ ใจ (มจี ิตสาธารณะ) มงุ่ ม่นั ในการทางาน

รกั ความเป็นไทย

11

ชุดปฏบิ ตั กิ ารเรียนรู้

กลมุ่ สาระ ศิลปะ (ดนตรี – นาฏศิลป์ ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1

เรอ่ื ง เพลงและการแสดง ใบงานท่ี 5

คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นนาตวั อกั ษรท่ีกาหนดใหเ้ ขียนเติมลงในแผนภาพใหถ้ กู ตอ้ ง

ก. กินกลางตลอดตวั ข. วางผา้ ไวข้ า้ งหลงั ผทู้ ่เี ผลอ
ค. ผเู้ ลน่ 2 คนเป็นประตู ง. พานเอาคนขา้ งหลงั ไว้
จ. จบั ลกู งจู ากปลายแถว ฉ. กกั ตวั คนสดุ ทา้ ย
ฌ. กางมือปอ้ งกนั ลกู ช. ใชม้ อื คลาดา้ นหลงั

12

แบบทดสอบหลังเรยี น

คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี น คาตอบท่ถี กู ตอ้ งเพียงขอ้ เดยี ว

1. เพลงกลอ่ มเดก็ มีจงั หวะอย่างไร 8. การแสดงขอ้ ใดเป็นระบาเบด็ เตลด็

ก. ชา้ ข. เรว็ ก. ระบาลพบรุ ี ข. ระบาดาวดงึ ส์

ค. เรว็ มาก ค. ระบาเทพบนั เทิง

2. การรอ้ งเพลงกลอ่ มเด็กมปี ระโยชนอ์ ย่างไร 9. ฟอ้ นทางภาคเหนือ มีลกั ษณะเดน่ อยา่ งไร

อยา่ งไร ก. คลอ่ งแคลว่ วอ่ งไว

ก. ทาใหเ้ ดก็ ฉลาด ข. ออ่ นหวาน น่มุ นวล

ข. ทาใหเ้ ดก็ สนกุ สนาน ค. สนกุ สนาน รา่ เรงิ

ค. ทาใหเ้ ดก็ เพลิดเพลิน หลบั ง่าย 10. การแสดงประเภทใดท่มี ีการผกู เป็นเรอ่ื งราว

3. การละเลน่ ใดท่มี ีเพลงประกอบการละเลน่ ก. โขน ข. รา ค. ละคร

ก. เดนิ กะลา ข. มอญซอ่ นผา้ 11. ขอ้ ใดเป็นการละเลน่ ของเดก็ ไทย

ค. หมากเกบ็ ก. งกู ินหาง ข. ฟตุ บอล ง. มอญซอ่ นผา้

4. เพลงเก่ียวขา้ วใชร้ อ้ งเพ่อื ส่ิงใด 12. การรอ้ งเพลงประกอบการละเลน่ มี

ก. เพ่อื ผ่อนคลายความเหน็ดเหน่ือยขณะ ประโยชนอ์ ย่างไร

ทางาน ก. ทาใหเ้ กิดความสนกุ สนาน

ข. เพ่อื บอกขา่ วสาคญั ต่าง ๆ ใหค้ นในทอ้ งถ่ิน ข. ทาใหเ้ กิดความเรยี บรอ้ ย

ง. เพ่อื คลายความหวิ ขณะกาลงั เก่ียวขอ้ ง ค. ทาใหเ้ กิดเสียงดงั

5. เพลงท่ใี ชส้ ่อื บอกเรอ่ื งราวตา่ ง ๆ ใหผ้ อู้ ่ืนทราบ 13. การละเลน่ รรี ขี า้ วสาร มผี เู้ ลน่ ท่เี ป็นประตซู ุม้

คอื เพลงอะไร ก่ีคน

ก. เพลงเก่ียวขา้ ว ข. เพลงซอ ก. 1 คน ข. 2 คน ค. 3 คน

ค. เพลงบอก 14. การละเลน่ ใดเคล่ือนไหวรา่ งกายมากท่ีสดุ

6. ขอ้ ใดหมายถงึ การราคู่ ก. หมากเกบ็ ข. รรี ขี า้ วสาร

ก. การราท่มี ผี แู้ สดง 2 คน ค. งกู ินหาง

ข. การราท่มี ีผแู้ สดงคนเดยี ว 15. การละเลน่ มอญซอ่ นผา้ ผทู้ ่เี ป็นมอญตอ้ ง

ค. การราท่มี ีผแู้ สดง 2 คนขนึ้ ไป ทาอย่างไร

7. จดุ เด่นของการแสดงโขน คืออะไร ก. นาผา้ ไปซอ่ นขา้ งหลงั ผเู้ ลน่

ก. หวั โขน ข. สรา้ งคอ ค.กาไลขอ้ มือ ข. นาผา้ ไปวางท่ตี กั ผเู้ ลน่

ค. นาผา้ ไลต่ ีผเู้ ลน่ ทกุ คน

13


Click to View FlipBook Version