0
ชุดปฏิบัตกิ ารเรียนรู้
กลมุ่ สาระศลิ ปะ (ดนตร-ี นาฏศิลป์)
ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 3
ชื่อ-สกลุ .................................................................................ชั้น ป.3/..... เลขที่..........
1
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
คาชีแ้ จง : ใหน้ กั เรยี น คาตอบท่ถี กู ตอ้ งเพียงขอ้ เดยี ว
1. เพลงสรรเสรญิ พระบารมี จดั เป็นเพลง 6. การจดั ดนตรใี นงานวนั เกิดจะทาใหผ้ ู้
ประเภทใด มารว่ มงานรูส้ กึ อยา่ งไร
ก. เพลงสากล ข. เพลงปลกุ ใจ ก. เบ่อื หน่าย ข. ราคาญ
ค. เพลงพระราชพิธี ง. เพลงพระราชนิพนธ์ ค. สนกุ สนาน ง. เขม้ แขง็
2. เพลงพืน้ เมืองมลี กั ษณะเดน่ อยา่ งไร 7. กิจกรรมใดไมค่ วรมีดนตรบี รรเลง
ก. แสดงถงึ เอกลกั ษณข์ องชาติ ก. การน่งั สมาธิ
ข. แสดงถงึ เอกลกั ษณข์ องทอ้ งถ่ิน ข. การแข่งกีฬาสี
ค. แสดงถงึ เอกลกั ษณข์ องคนไทย ค. การฉลองปีใหม่
ง. แสดงเก่ียวกบั เรอ่ื งราวทางประวตั ิศาสตร์ ง. งานประจาปีโรงเรยี น
3. “เพลงสรา้ งขวญั และกาลงั ใจ” คือเพลง 8. เพลงสดดุ มี หาราชา ควรบรรเลงในวนั
ประเภทใด สาคญั ใด
ก. เพลงคลาสสกิ ข. เพลงปลกุ ใจ ก. วนั จกั รี ข. วนั พอ่
ค. เพลงไทยเดมิ ง. เพลงปลกุ ใจ ค. วนั รฐั ธรรมนญู ง. วนั ปิยมหาราช
4. เพลงท่มี ีจงั หวะมารช์ จดั เป็นเพลงประเภทใด 9. วนั สาคญั ใดเก่ียวกบั รชั กาลท่ี 5
ก. เพลงคลาสสกิ ก. วนั ฉตั รมงคล ข. วนั พืชมงคง
ข. เพลงปลกุ ใจ ค. วนั จกั รี ง. วนั ปิยมหาราช
ค. เพลงลกู ทงุ่ 10. ดนตรมี ีประโยชนต์ อ่ ชีวิตประจาวนั
ง. เพลงไทยเดมิ อยา่ งไร
5. เพลงชาตแิ สดงใหเ้ หน็ ถงึ ส่งิ ใด ก. ทาใหเ้ รยี นเก่ง
ก. ความมีนา้ ใจ ข. ทาใหเ้ ป็นนกั ดนตรที ่ดี ี
ข. ความกตญั ญกู ตเวที ค. ทาใหไ้ มต่ อ้ งอา่ นหนงั สอื สอบ
ค. ความเป็นเอกลกั ษณข์ องชาติ ง. ทาใหผ้ อ่ นคลายความตงึ เครยี ด
ง. ความสนกุ สนานของคนในชาติ
2
เพลงพาเพลนิ
ประเภทของเพลง
1. เพลงพระราชนิพนธ์ เป็นเพลงท่ีพระมาหากษัตรยิ ท์ รงพระราชนิพนธข์ นึ้ สามารถนาไปใชบ้ รรเลง
หรอื ขบั รอ้ งได้ เชน่ เพลงสายฝน ลมหนาว แสงเทยี น ชะตาชีวิต เป็นตน้
2. เพลงไทยสากล หรอื บทเพลงไทยรว่ มสมยั เป็นดนตรที ่ีมหี ลายแนว หลากหลายดว้ ยสสี นี บทเพลง
ท่แี ตง่ ขนึ้ เป็นท่นี ิยมในหมคู่ นฟังท่วั ๆ ไป
3. เพลงลูกทงุ่ คอื เพลงท่บี ง่ บอกถงึ ความเป็นไทยอยา่ งชดั เจน ซง่ึ เป็นเอกลกั ษณอ์ ยา่ งหน่งึ ของบทเพลง
ในประเทศไทย เชน่ เพลงพ่ไี ปดหู นไู ปดว้ ย เพลงเขมรไลค่ วาย เป็นตน้
4. เพลงพนื้ เมอื งหรือเพลงประจาทอ้ งถน่ิ คอื เพลงท่ีเป็นเอกลกั ษณข์ องแตล่ ะภมู ภิ าค ถือเป็น
ศิลปวฒั นธรรมประจาทอ้ งถ่ิน เชน่ เพลงเก่ียวขา้ ว เพลงหมอลา เพลงคาเมอื ง เพลงรองเงง็ เป็นตน้
5. เพลงไทยเดมิ เป็นศิลปะประจาชาตไิ ทย โดยมากจะรอ้ งและบรรเลงในวงดนตรไี ทย เชน่ เพลงเขมร
ไทรโยค เพลงลาวเจรญิ ศรี เพลงลาวดวงเดือน เป็นตน้
6. เพลงพระราชพธิ ีและเพลงในพธิ กี ารสาคัญ เป็นเพลงท่ใี ชบ้ รรเลงหรอื ขบั รอ้ งในโอกาสงานพธิ ีอนั
เก่ียวขอ้ งกบั พระมหากษัตรยิ แ์ ละพระราชวงศ์ เชน่ เพลงสรรเสรญิ พระบารมี เพลงสดดุ มี หาราชาเป็นตน้
สว่ นเพลงในพิธีการสาคญั ท่นี ิยมนามาบรรเลง ไดแ้ ก่ เพลงชาตไิ ทย เพลงมหาฤกษ์ เพลงมหาชยั เป็นตน้
7. เพลงปลุกใจ เป็นเพลงท่ใี ชใ้ นการสรา้ งและบารุงขวญั กาลงั ใจรูปแบบของเพลงสว่ นมากเป็นจงั หวะ
มารช์ กราวกีฬา เป็นตน้
8. เพลงสากล เป็นเพลงท่มี ีการประพนั ธเ์ พลงแบบดนตรตี ะวนั ตกมคี ารอ้ งเป็นภาษาต่างประเทศ เช่น
ภาษาองั กฤษ ภาษาญ่ีป่นุ ภาษาเกลาหลี ภาษาจีน ภาษาไทย (เพลงไทยสากล) หรอื ภาษาอ่ืนๆ
9. เพลงประกอบภาพยนตร์ หนงั ละคร เป็นเพลงท่ใี ชป้ ระกอบเรอ่ื งราว บางครงั้ ก็แตง่ ขนึ้ โดยเฉพาะ
บางครงั้ กจ็ ดั ทาเพลงและสรา้ งเรอ่ื งขนึ้ มาในลกั ษณะท่ีเรยี กว่า มิวสิกวิดีโอ
10. เพลงคลาสสกิ บทเพลงคลาสสิกถือเป็นบทเพลงพนื้ ฐานสาคญั ในการเรยี นดนตรี เพลงคลาสสกิ จะ
เกิดขนึ้ ตามแตล่ ะยคุ สมยั ตา่ งๆ ดงั นนั้ กล่มุ ผฟู้ ังและขบั รอ้ งเพลงประเภทนี้ จงึ เป็นผทู้ ่สี นใจมคี วามรูค้ วาม
เขา้ ใจในบทเพลง
3
บทบาทหน้าทขี่ องบทเพลง
บทเพลงสาคญั ของชาติมีหลายบทเพลง แตล่ ะบทเพลงแตง่ ขนึ้ เพ่ือแสดงถงึ ความจงรกั ภกั ดีตอ่
ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ เพ่อื ปลกุ ใจคนในชาตใิ หม้ ีความรกั ชาติ และมคี วามสามคั คี บทเพลงจึงมี
บทบาทหนา้ ท่แี ละความสาคญั ต่อประเทศชาติ ดงั นี้
1. เพลงชาติ เพลงชาตเิ ป็นเพลงท่แี ตง่ ขนึ้ เพ่อื ปลกุ ใจใหค้ นในชาติเกิดความรกั ชาติ มีความสามคั คีเป็น
หนง่ึ อนั เดียวกนั และท่สี าคญั ท่สี ดุ คือเป็นสญั ลกั ษณท์ ่แี สดงความเป็นเอกราชของชาติ
2. เพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นเพลงท่ีใชก้ บั พระมหากษัตรยิ โ์ ดยเนือ้ เพลงท่ีเก่ียวกบั การถวายพระพร
แดส่ ถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ เพลงสรรเสรญิ พระบารมีเป็นเพลงท่ีใชบ้ รรเลงในโอกาสท่ีพระมหากษัตรยิ ์
เสรจ็ ออกจากพระราชวงั ไปในท่ตี ่างๆ เช่น การบรรเลงเพลงในการรบั และสง่ เสดจ็ หรอื ถา้ ผแู้ ทนพระองค์
เสรจ็ มาถงึ งานจงึ บรรเลงเพลงมหาชยั และบรรเลงเพลงสรรเสรญิ พระบารมี เป็นการเปิดงานและปิดงาน
และมีผแู้ ทนพระองคเ์ สดจ็ กลบั จงึ บรรเลงมหาชยั
3. เพลงประจาโรงเรยี น เป็นเพลงท่แี ตง่ ขนึ้ สาหรบั โรงเรยี นแตล่ ะโรงเรยี น ซง่ึ มเี นือ้ หาและความหมาย
เก่ียวกบั ประวตั ิของโรงเรยี น สปี ระจาโรงเรยี น การมีนา้ ใจ ความสามคั คีของนกั เรยี นในโรงเรยี นนนั้ มีทงั้
เพลงชา้ และเพลงเรว็ เพลงมารช์ ประจาโรงเรยี นเป็นเพลงท่ีมีขนึ้ เพ่อื ปลกุ ใจนกั เรยี นในโรงเรยี นใหม้ ีความ
รกั และสามคั คกี นั เพลงประจาโรงเรยี นใชใ้ นหลายโอกาส เช่น งานประจาโรงเรยี น งานกีฬาสี เป็นตน้
4
ดนตรใี นชวี ติ ประจาวัน
การใช้ดนตรีในโอกาสพเิ ศษ
1. ดนตรีในงานรนื่ เริง เป็นงานท่มี ีความสนกุ สนานทาใหผ้ รู้ ว่ มงานมีความสขุ ดงั นนั้ จงึ นาดนตรมี า
บรรเลงเพ่อื ใหง้ านนนั้ ๆ ดมู สี ีสนั และสนกุ สนานรน่ื เรงิ ท่มี ีการนาดนตรรี ว่ มบรรเลง เชน่
งานเลยี้ งในโรงเรียน เป็นงานรน่ื เรงิ ท่มี กี ารสงั สรรคภ์ ายในโรงเรยี น จะมกี ารบรรเลงดนตรี
เพ่อื สรา้ งสรรคค์ วามสนกุ สนานใหก้ บั ผรู้ ว่ มงาน บทเพลงท่ใี ชบ้ รรเลงและขบั รอ้ งจะเป็นบทเพลงรว่ มสมยั
หรอื ขนึ้ อย่กู บั งาน
งานเตน้ รา เป็นงานรน่ื เรงิ อกี ประเภทหนง่ึ ท่ใี ชด้ นตรบี รรเลงประกอบเพลงเตน้ รา การบรรเลง
ดนตรจี ะหลากหลายรูปแบบ มที งั้ จงั หวะชา้ ปละจงั หวะเรว็
งานวันเกดิ เป็นงานรน่ื เรงิ ท่มี กี ารเลยี้ งสงั สรรค์ มรการนาดนตรมี าบรรเลงในงานและมกี าร
รอ้ งเพลงอวยพรวนั เกิด เพ่อื สรา้ งความครกึ ครนื้ และความสนกุ สนานใหก้ บั ผรู้ ว่ มงาน
2. ดนตรีในการฉลองวนั สาคัญของชาติ จะมีการจดั พิธีการสาคญั ตา่ ง ๆ และมเี พลงเขา้ ไปเก่ียวขอ้ ง
ดงั นี้
1. วันจกั รี เป็นวนั ท่ีพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราชปฐมกษัตรยิ แ์ หง่ ราชวงศ์
จกั รเี สดจ็ ขนึ้ ครองราชสมบตั ใิ นวนั นี้ ทางราชการจดั พิธีสกั การบชู าพระบรมราชานสาวรยี ข์ องพระองค์
ทา่ นซง่ึ จะมีการนาดนตรมี าบรรเลงประกอบในพิธีดว้ ย
2. วนั ฉัตรมงคล เป็นวนั ท่รี ะลกึ ถงึ การครบรอบท่พี ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ภมู ิพลดลุ ยเดช
รชั กาลท่ี 9 ขนึ้ ครองราชย์ ในวนั นีจ้ ะมีการบรรเลงดนตรไี ทยมาบรรเลงในช่วงพิธีการสาคญั ต่าง ๆ เพ่อื
แสดงถงึ ความเป็นมงคล
3. วันปิ ยมหาราช เป็นวนั คลา้ ยวนั สวรรคตของพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
รชั กาลท่ี 5 จงึ มพี ิธีวางพวงมาลยั เพ่อื เป็นการระลกึ ถงึ พระองค์ และมกี ารบรรเลงดนตรปี ระกอบพธิ ี
4. วันพระบรมราชสมภพสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มหาวชริ าลงกรณบดนิ ทรเทพยวรางกรู
วนั ท่ี 28 กรกฎาคม ของทกุ ปี เป็นวนั คลา้ ยวนั พระบรมราชสมภพสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มหาวชิรา
ลงกรณบดินทรเทพยวรางกรู พระราชโอรสเพยี งพระองคเ์ ดียวในพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิ
พลอดลุ ยเดช บรมนาถบพิตร รชั กาลท่ี 9 และสมเดจ็ พระนางเจา้ สริ กิ ิติ์ พระบรมราชินีนาถ อกี ทงั้ ยงั ทรง
เป็นสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั รชั กาลท่ี 10 พระมหากษัตรยิ ร์ ชั กาลปัจจบุ นั ของไทย
5
5. วนั รัฐธรรมนูญ ของทกุ ๆปีเป็นการรารกึ การมกี ารปกครองและมรี ฐั ธรรมนญู เป็นฉบบั แรกของ
ประเทศ ในวนั นีเ้ ราสามารถบรรเลงมหาฤกษห์ รอื บทเพลงมหาชยั ไดต้ ามความเหมาะสม
ดนตรใี นทอ้ งถน่ิ
ดนตรใี นทอ้ งถนิ่
1. ดนตรกี บั การดาเนินชวี ติ ในทอ้ งถนิ่
ดนตรมี คี วามสมั พนั ธก์ บั คนในทอ้ งถ่ินมาชา้ นาน และเป็นส่งิ ท่สี ืบทอดตอ่ ๆ กบั มา ซง่ึ แตล่ ะ
ทอ้ งถ่ินจะนาดนตรมี าใชป้ ระกอบกิจกรรมท่แี ตกตา่ งกนั ไปตามประเพณี วฒั นธรรมของทอ้ งถ่ินนนั้
1) ความสาคญั ของดนตรี ดนตรเี ป็นส่ิงสาคญั และผกู พนั กบั มนษุ ย์ จะเหน็ ไดจ้ ากการนา
ดนตรมี าใชร้ ว่ มบรรเลงในงานประเพณี กิจกรรมตา่ ง ๆ หรอื พิธีกรรมทางศาสนา ดนตรมี บี ทบาทสาคญั
มากในการทาใหเ้ กิดความเพลดิ เพลนิ ครกึ ครนื้ หรอื เศรา้
2) ดนตรีในชวี ติ ประจาวัน ดนตรเี ป็นสว่ นหนง่ึ ของวฒั นธรรม และเก่ียวขอ้ งกบั ชีวิตประจาวนั
ของมนษุ ยแ์ ละมนษุ ยก์ ็คนุ้ เคยกบั ดนตรมี าตงั้ แตเ่ กิด จากเสียงดนตรกี ลอ่ มใหห้ ลบั เม่อื โตขนึ้ ในการ
ดาเนินชีวติ ของมนษุ ยก์ ็ยงั มีดนตรเี ขา้ มาเก่ียวขอ้ ง เช่น เม่อื เรารูส้ กึ เหน่ือย เราอาจะเปิดเพลงฟังเพ่อื ให้
รูส้ กึ ผ่อนคลาย เป็นตน้
3) ดนตรีในวาระสาคญั เม่อื จดั งานสงั สรรคร์ น่ื เรงิ ท่เี ป็นโอกาสสาคญั ต่าง ๆ เรามกั จะนาดนตรี
เขา้ มารว่ มบรรเลงประกอบในงาน เพ่อื ใหเ้ กิดความสนกุ สนานและบนั เทิงใจแก่ผทู้ ่มี ารว่ มงาน เชน่ กานา
ดนตรมี าใชใ้ นงานอปุ สมบทเพ่อื สรา้ งความสนกุ สนาน ครกึ ครนื้
4) ประโยชนข์ องดนตรี
- ชว่ ยสรา้ งเสรมิ สมาธิ
- ชว่ ยผ่อนคลายความเครยี ด
- ช่วยใหเ้ กิดความรูส้ กึ สขุ สงบ
- ทาใหเ้ กิดความรเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์
- ช่วยสรา้ งระเบียบในการควบคมุ ตนเอง
6
2. ดนตรพี นื้ บ้าน 4 ภาค
1) ภาคเหนือ
2) ภาคกลาง
3) ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ (อีสาน)
4) ภาคใต้
นาฏศลิ ป์ พนื้ เมอื ง
นาฏศลิ ป์ พนื้ เมอื ง
คอื ศิลปะในการแสดงระบา รา ฟอ้ น ประกอบดนตรที ่เี ป็นเอกลกั ษณเ์ ฉพาะในทอ้ งถ่ินนนั้ ซง่ึ
การแสดงท่แี สดงถงึ วิถีชีวติ ของคนในแตล่ ะภาค นาฏศิลป์ พืน้ เมอื งเป็นการแสดท่เี นน้ ความสนกุ สนาน รน่ื
เรงิ และสรา้ งความสามคั คีในหมคู่ ณะ ซง่ึ แบง่ ตามลกั ษณะภมู ิประเทศ วฒั นธรรม ขนบธรรมเนียม
ประเพณี และวิถีชีวติ เป็น 4 ภาค ดงั นี้
ฟอ้ นเงยี้ ว ฟอ้ นเทียน เตน้ การาเคียว ระบาดอกบวั
ภาคเหนือ
ฟอ้ นเลบ็
ภาคกลาง
ฟอ้ นผีมดผีเม็ง รากลองยาว
การสดง ระบานางสงกรานณ์
นาฏศิลป์
พนื้ เมอื ง
เซงิ้ บงั้ ไฟ ภาคตะวันออก ภาคใต้ รามโนราห์
เฉียงเหนือ รองเงง็
เซงิ้ สวิง เซงิ้ กระติบขา้ ว ระบาฉายานาฏกะ
7
การแสดงนาฏศลิ ป์ ไทย
ความสาคัญของนาฏศิลป์ ไทย
นาฏศิลป์ ไทยเป็นศลิ ปะแหง่ การแสดงละคร ฟอ้ น รา และดนตรี เป็นศิลปวฒั นธรรมอย่างหน่งึ ท่แี สดงถงึ
ความเปน้ ชาติท่ีเจรญิ รุง่ เรอื งดา้ นวฒั นธรรม อกี ทงั้ นาฏศิลป์ ยงั เป็นส่งิ ท่ชี ่วยใหผ้ ชู้ มไดช้ ่ืนชมและ
สนกุ สนานกบั การแสดง เป็นมรดกทางวฒั นธรรมท่คี วรคา่ แกก่ ารสืบทอดและรกั ษาไวใ้ หเ้ ป็นสมบตั ขิ อง
ชาตสิ ืบไป
1. ทมี่ าของการแสดงนาฏศลิ ป์ ไทย
1) การเลยี นแบบธรรมชาติ
2) การละเลน่ ของชาวบา้ นในทอ้ งถ่ิน
3) การรบั อารยธรรมของอินเดีย
4) การแสดงเป็นแบบแผน
5) การบชู าส่ิงศกั ดิส์ ิทธิ์ เทพเจา้ หรอื ส่ิงท่ีเคารพ
2. ลักษณะเดน่ และเอกลักษณข์ องการแสดงนาฏศลิ ป์ ไทย
1) ความไพเราะงดงามของบาทกลอน
2) ความงดงามของผแู้ สดงและกระบวนทา่ รา
3) ความงดงามของเพลงดนตรแี ละการขบั รอ้ ง
4) ความงดงามของฉาก แสง เสยี ง เวที และอปุ กรณก์ ารแสดง
3. ประเภทของการแสดงนาฏศลิ ป์ ไทย
1) โขน
2) ละคร
3) ราและระบา
4) การแสดงพนื้ บา้ น
8
หลักในการชมการแสดง
หลักในการชมการแสดง
1. บทบาทหน้าทข่ี องผู้แสดง
ผู้แสดง คือ บคุ คลท่ีสวมบทบาทเป็นตวั ละคร เพ่อื ถา่ ยทอดเรอ่ื งราว อารมณแ์ ละความรูส้ กึ ท่อี ยู่
ในบทละครมายงั ผชู้ ม
หน้าทข่ี องผู้แสดง คือ เม่อื ไดร้ บั บทบาทใหแ้ สดงเป็นตวั ละครในเรอ่ื ง ไมว่ ่าจะไดร้ บั บทใด เช่น พ่ี
เลยี้ ง คนใช้ แมบ่ า้ น คนขบั รถ คนขายของ แมค่ า้ เปน้ ตน้ ก็ตอ้ งทมุ่ เทและฝึกซอ้ มใหเ้ ตม็ ความสามารถที
ความรบั ผิดชอบตอ่ ผชู้ ม และเพ่อื นรว่ มงานทกุ ฝ่าย เพราะถา้ ผแู้ สดงไมต่ งั้ ใจแสดงกเ็ หมอื นเป็นการสรา้ ง
ความลม้ เหลวใหก้ บั ทกุ ๆ ฝ่ายและเป็นการทาลายบทประพนั ธข์ องงผเู้ ขียนดว้ ย
ดงั นนั้ ผแู้ สดงจะตอ้ งมีจิตสานกึ ท่ดี ี ตอ้ งเสียสละอทุ ศิ ตนเพ่อื งานเหน็ คณุ คา่ ของศิลปะ และควร
ภมู ใิ จท่ไี ดร้ บั เลือกแสดง
2. บทบาทหน้าทขี่ องผู้ชม
บทบาทหนา้ ท่ขี องผชู้ มมหี ลายประการ รวมถงึ มารยาทในการชมการแสดงมีขอ้ ควรปฏิบตั ิ ดงั นี้
1. ควรแตง่ กายใหส้ ภุ าพเรยี บรอ้ ย ไมส่ วมรองเทา้ แตะ ผหู้ ญิงไม่ควรสวมกระโปรงสนั้ เสอื้ กลา้ ม
หรอื เสอื้ สายเด่ยี ว ผชู้ ายมค่ วรสวมกางเกงขาสนั้ ชายเสอื้ ควรสอดไวใ้ นกางเกง
2. ผชู้ มควรไปถงึ สถานท่กี ารแสดงก่อน 15-20 นาที เพ่อื เตรยี มความพรอ้ มในการชมการแสดง
หรอื เผ่ือเวลาไวส้ าหรบั การจดั หาท่นี ่งั ชมเพ่ือไมใ่ หร้ บกวนผอู้ ่นื
3. ศกึ ษาขอ้ มลู ในการแสดงกอ่ นท่จี ะไปชม เช่น แผ่นพบั การชีแ้ จงรายละเอยี ดของเรอ่ื ง
ผแู้ สดง เป็นตน้ เพ่อื จะไดเ้ ขา้ ใจการแสดงมากย่ิงขนึ้
4. มสี มาธิตลอดระยะเวลาการชมการแสดง ไมล่ กุ จากท่นี ่งั ถา้ ไมม่ คี วามจาเปน้ เพราะเป็นเพราะ
เป็นการรบกวนสมาธิของผอู้ ่ืน
5. ไมค่ ยุ กบั เพ่อื นหรอื หวั เราะในขณะชมการแสดง เน่ืองจากเป็นการทาลายสมาธิของผชู้ มคนอ่นื
และผแู้ สดง
6. ปรบมอื ใหก้ าลงั ใจกบั ผแู้ สดงเม่อื ถงึ ชว่ งเวลาท่ีเหมาะสม เช่น เม่อื ถงึ ชว่ งการแสดงท่มี ีการ
แสดงความสามารถเฉพาะตวั ของผแู้ สดง หรอื เม่อื จบการแสดง
9
7. ปฏิบตั ิตามกฎระเบยี บของสถานท่อี ย่างเครง่ ครดั เชน่ ปิดเครอ่ื งมือส่อื สารหรอื หา้ มนาอาหาร
เครอ่ื งด่มื มารบั ประทาน เป็นตน้
3. ประโยชนข์ องการชมการแสดงนาฏศลิ ป์ ไทย
1. ผชู้ มไดท้ ราบกระบวนทา่ ราในการแสดงซง่ึ บางครงั้ เป็นการราเพ่อื ส่ือสารส่อื ความหมาย
บางครงั้ เป็นการราตามรูปแบบจารตี เชน่ การจดั ทพั ตรวจพล เป็นตน้
2. ใหค้ วามรูด้ า้ นดนตรไี ทย เพราะดนตรเี ป็นสว่ นประกอบท่สี าคญั ในการแสดง ทาใหผ้ ชู้ มรูจ้ กั
เครอ่ื งดนตรไี ทยชนิดตา่ ง ๆ
3. คณุ ประโยชนท์ ่ไี ดร้ บั จากองคป์ ระกอบในการแสดง เช่น ฉาก แสง เสยี งเหลา่ นีจ้ ะช่วยใหผ้ ชู้ ม
ไดค้ วามรูต้ ่าง ๆ เพ่มิ มากขนึ้ ตวั อยา่ งเช่น การชมละครราเรอ่ื งพระรว่ ง ผชู้ มจะไดเ้ หน็ รูปแบบของลกั ษณะ
งานศลิ ปกรรมท่มี ีอทิ ธิพลของเขมร เชน่ พระปรางคข์ องขอม ลกั ษณะการแตง่ กายประจาชาติ การใชศ้ ริ า
ภรณ์ (เครอ่ื งประดบั ศรี ษะ) เป็นตน้
10
ชุดปฏบิ ัตกิ ารเรยี นรู้
กลมุ่ สาระ ศิลปะ (ดนตรี – นาฏศิลป์ ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3
เรอ่ื ง เพลงพนื้ เมืองและนาฏศิลป์ ไทย ใบงานท่ี 1
คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นนาเพลงประเภทตา่ ง ๆ เขียนลงในชอ่ งว่างใหส้ มั พนั ธก์ บั ขอ้ ความท่กี าหนดให้
เพลงพระราชนิพนธ์ เพลงไทยสากล เพลงลกู ทงุ่ เพลงพนื้ เมือง
เพลงไทยเดมิ เพลงปลกุ ใจ เพลงพระราชพธิ ี เพลงสากล
เพลงคลาสสกิ เพลงประกอบภาพยนตร์ หนงั
5. เพลงไทยรว่ มสมยั
4. เพลงท่พี ระมหากษัตรยิ ท์ รง .......................................
พระราชนิพนธข์ นึ้ ........................................ 6. เพลงท่มี ีลกั ษณะเป็นจงั หวงั มารช์
.....................................................
3. เพลงท่ีเป็นเอกลกั ษณป์ ระจา
ทอ้ งถ่ิน........................................ 7. เพลงท่มี ีดนตรปี ระกอบเรอ่ื งราว
2. เพลงพนื้ ฐานสาคญั ในการเรยี น .....................................................................
ดนตร…ี …………………………… .
.
8. เพลงท่บี อกถงึ ความเป็นไทย
.....................................................
1. เพลงภาษาต่างประเทศ 9. เพลงท่ีเป็นเอกลกั ษณป์ ระจาชาติไทย สว่ นใหญ่
....................................... นิยมบรรเลงรว่ มกบั ดนตรไี ทย...................................
เร่มิ ตน้ 10. เพลงท่บี รรเลงในโอกาสท่มี ีงานพธิ ีสาคญั ตา่ งๆ
...................................................................................................
.
11
ชุดปฏบิ ตั กิ ารเรียนรู้
กลมุ่ สาระ ศิลปะ (ดนตรี – นาฏศลิ ป์ ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3
เรอ่ื ง เพลงพนื้ เมืองและนาฏศิลป์ ไทย ใบงานท่ี 2
คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นนาตวั อกั ษรหนา้ ขอ้ ความท่กี าหนดให้
เขียนเตมิ ลงใน สมั พนั ธก์ บั ภมู ิภาคทงั้ 4 ภาคแลว้ ตอบคาถาม
ก. วงกลองยาว ข. ภาษายาวี
ค. ทาเสยี งเลบี นแบบธรรมชาติ ง. วงกนั ตรมึ
จ. วงมองเชิงใชฆ้ อ้ ง 3 ใบ ฉาบ 1 คู่ ฉ. สดใส กงั วาน ครกึ ครนื้
ซ. เสยี งดนตรหี นกั แนน่ เดด็ ขาด ช. ออ่ นหวาน เช่ืองชา้ นมุ่ นวล
ภาคเหนือ ภาคกลาง
ภาคใต้
ดนตรีพนื้ บา้ น 4 ภาค
ภาค
ตะวนั ออกเฉียงเหนือ
นกั เรยี นจะมสี ว่ นรว่ มอนรุ กั ษแ์ ละเผยแพรด่ นตรพี นื้ บา้ นอย่างไร.............................................
..........................................................................................................................................
นกั เรยี นรูส้ กึ อยา่ งไรท่มี สี ว่ นรว่ มในการอนรุ กั ษด์ นตรพี นื้ บา้ น..................................................
...........................................................................................................................................
12
ชุดปฏบิ ัตกิ ารเรียนรู้
กลมุ่ สาระ ศิลปะ (ดนตรี – นาฏศิลป์ ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3
เรอ่ื ง เพลงพนื้ เมืองและนาฏศิลป์ ไทย ใบงานท่ี 3
คาชีแ้ จง : ใหน้ กั เรียนนาตวั อกั ษรหนา้ การแสดงนาฏศิลป์ พืน้ เมืองเขียนเติมลงใน ใหส้ มั พนั ธก์ บั
ขอ้ ความ
ก. เซงิ้ บญุ บงั้ ไฟ ข. ระบานางสงกรานต์
ค. ระบาฉายานาฏกะ ง. ฟอ้ นผีมดผีเมง็
จดั ขนึ้ โดยการนาตวั ตลกท่มี ีช่ือเสียง สมมตุ ิตนเองวา่ เป็นรา่ งของผีบรรพ
ในหนงั ตะลงุ มารวมกนั และแสดง บรุ ุษเพ่อื ปัดเป่ารกั ษาโรค
รว่ มกนั เป็นระบาชนิดหนง่ึ
นาฏศลิ ป์
พนื้ เมอื ง
ฝนไมต่ กตามฤดกู าล ชาวบา้ นจะสง่ ลกู ทงั้ 7 คน รองบั ศีรษะของทา้ ว
ขา่ วใหพ้ ระยาแถนทราบในเดือนหก กบิลพรหมทกุ ปีเน่ืองจากถา้ ตกถงึ
หรอื ฤดกู าลเพาะปลกู พนื้ โลกมนษุ ยจ์ ะเกิดภยั พบิ ตั ิ
13
ชุดปฏบิ ัตกิ ารเรยี นรู้
กลมุ่ สาระ ศลิ ปะ (ดนตรี – นาฏศิลป์ ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3
เรอ่ื ง เพลงพนื้ เมืองและนาฏศลิ ป์ ไทย ใบงานท่ี 4
คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นโยงเสน้ จบั คขู่ อ้ ความท่กี าหนด ใหม้ ีความหมายสมั พนั ธก์ นั
การแสดงเป็นแบบแผน รบั การแสดงประเภท
ระบา ละคร โขนจาก
การเลียนแบบธรรมชาติ รอ้ งราทาเพลงหลงั จาก
ทางานเสรจ็
การรบั อารยธรรมจากอินเดีย การทาทา่ ทางเหมอื นคน
สตั ว์ และส่อื อารณแ์ ทนคาพดู
การละเลน่ ของชาวบา้ น การไดร้ บั การถ่ายทอดจาก
ในทอ้ งถ่ิน ครูอาจารยท์ างนาฏศิลป์
14
ชุดปฏบิ ัตกิ ารเรยี นรู้
กลมุ่ สาระ ศลิ ปะ (ดนตรี – นาฏศิลป์ ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3
เรอ่ื ง เพลงพนื้ เมืองและนาฏศลิ ป์ ไทย ใบงานท่ี 5
คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นนาคาท่ีกาหนดใหเ้ ขียนเติมลงในวิธีการปฏิบตั ิตนท่ีแสดงถงึ การมีมารยาทท่ีดีใน
การชมการแสดงจากแผนภาพท่กี าหนดให้
กอ่ นการแสดงเรม่ิ 15-20 นาที กฎระเบียบของสถานท่ีท่ีชมการแสดง การสวมกางเกงขายาวเสอื้ เชิต้ และ
สวมรองเทา้ ผา้ ใบ
พดู คยุ เสยี งดงั ในขณะชม การสวมกระโปรงยาวเสอื้ เชิต้ แขนยาว
การแสดง และสวมรองเทา้ หมุ้ สน้ การแสดงท่ีจะไปชมก่อน เชน่ เนือ้
เรอ่ื งย่อและผแู้ สดง
ผแู้ สดงแสดงจบหรอื ช่ืนชมชอบการแสดงในช่วงตา่ ง ๆ ตงั้ ใจชมการแสดงจนจบเร่อื ง
ผมจะแตง่ กายดว้ ย ถา้ เราตอ้ งไป ฉนั จะแตง่ กายดว้ ย
ชม
......................................................................... .........................................................................
......................................................................... การแสดง .........................................................................
......................................................................... นาฏศิลป์ .........................................................................
... เราจะปฏิบตั ิ ...
ผมจะไปถงึ ตน ฉนั จะศกึ ษา
ดงั นี้
......................................................................... .........................................................................
......................................................................... .........................................................................
......................................................................... .........................................................................
... ...
ผมจะมีสมาธิและ ฉนั จะไม่
......................................................................... .........................................................................
......................................................................... .........................................................................
......................................................................... .........................................................................
... ...
ผมจะปรบมอื เม่อื ฉนั จะปฏิบตั ติ าม
......................................................................... .........................................................................
.มีผู้ .........................................................................
......................................................................... .........................................................................
......................................................................... ...
15
ชุดปฏบิ ัตกิ ารเรยี นรู้
กลมุ่ สาระ ศิลปะ (ดนตรี – นาฏศิลป์ ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3
เรอ่ื ง เพลงพนื้ เมอื งและนาฏศลิ ป์ ไทย ใบงานท่ี 6
คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นอา่ นสถานการณก์ ารชมการแสดงนาฏศิลป์ และตอบคาถาม
โดยเขียนเครอ่ื งหมาย ลงในหนา้ คาตอบท่ถี กู ตอ้ ง (เลอื กคาตอบไดม้ ากกว่า 1 คาตอบ)
1. การจดั แสดงนาฏศิลป์ ณ โรงละครแหง่ หน่งึ มผี เู้ ชา้ ชมเป็นจานวนมากน่งั ชมการแสดง
นาฏศิลป์ ดว้ ยความตงั้ ใจ
พรสดุ า : วงดนตรที ่ใี ชป้ ระกอบการแสดงช่ือวา่ อะไร เธอทราบไหมคะ
ไอรดา : วงปีพาทยเ์ ครอ่ื งหา้ คะ่
พรสดุ า : ฉากการแสดงเป็นทอ้ งพระโรงเหมาะสมกบั เนือ้ เรอ่ื งเลยนะ
พรสดุ าและไอรดาไดร้ บั ประโยชนจ์ ากการชมการแสดงนาฏศิลป์ อย่างไร
รูก้ ระบวนการทา่ รา การแตง่ กาย
รูช้ ่ือเครอ่ื งดนตรี วงดนตรไี ทย
รูจ้ กั องคป์ ระกอบในการแสดง เช่น ฉาก แสง เสยี ง
2. การแสดงราวงมาตรฐานในงานลอยกระทงของตาบลแหง่ หน่งึ มผี เู้ ขา้ รว่ มราวงมากมาย
ป่ินมณี : ดคู รู่ าวงน่นั สกิ านดา ราสวยทงั้ คเู่ ลย
กานดา : จรงิ ดว้ ยทาทา่ สอดสรอ้ ยมาลาไดส้ วยงามจรงิ ๆ
ป่ินมณี : เราวา่ ความสวา่ งของเวทีกด็ พู อดีนะ ไมม่ ดื หรอื สวา่ งเกินไป
กานดา : อยา่ งนีน้ ่ีเอง ราวงชดุ นีจ้ งึ สวยงามมาก
ป่ินมณีและกานดาไดร้ บั ประโยชนจ์ ากการชมการแสดงนาฏศิลป์ อยา่ งไร
รูก้ ระบวนการทา่ รา การแตง่ กาย
รูช้ ่ือเครอ่ื งดนตรี วงดนตรไี ทย
รูจ้ กั องคป์ ระกอบในการแสดง เชน่ ฉาก แสง เสยี ง
16
แบบทดสอบหลังเรียน
คาชีแ้ จง : ใหน้ กั เรยี น คาตอบท่ถี กู ตอ้ งเพียงขอ้ เดียว
1. นาฏศิลป์ พนื้ เมอื งหมายถงึ ขอ้ ใด 6. เอกลกั ษณข์ องโขนอยทู่ ่สี ่งิ ใด
ก. ศิลปะท่มี ีความทนั สมยั ก. เสือ้ ผา้
ข. ศลิ ปะท่สี ะทอ้ นถงึ บคุ ลกิ ภาพของคนไทย ข. ศรี ษะโขน
ค. การแสดงท่บี ง่ บอกวถิ ีชีวติ ของคนใน ค. บทประพนั ธ์
ทอ้ งถ่ิน ง. อปุ กรณป์ ระกอบการแสดง
ง. การแสดงท่บี ง่ บอกถงึ ความเจรญิ รุง่ เรอื ง 7. นาฏศิลป์ เป็นส่งิ ท่ีแสดงใหเ้ หน็ ถงึ ความดี
ของทอ้ งถ่ิน งามในดา้ นใด
2. ขอ้ ใดเป็นการแสดงนาฏศลิ ป์ พนื้ เมือง ก. เทคโนโลยี ข. วฒั นธรรม
ภาคเหนือ ค. เศรษฐกิจ ง. การปกครอง
ก. เซิง้ บงั้ ไฟ ข. เตน้ การาเคียว 8. การนาเรอ่ื งพระอภยั มณีมาแสดงละคร
ค. มโนราห์ ง. ฟอ้ นเลบ็ เป็นการบรู ณาการกบั กลมุ่ สาระการเรยี นรูใ้ ด
3. เซงิ้ บงั้ ไฟ เป็นการแสดงนาฏศิลป์ พืน้ เมือง ก. ภาษาไทย ข. วทิ ยาศาสตร์
เก่ียวกบั เรอ่ื งใด ค. คณิตศาสตร์ ง. ภาษาตา่ งประเทศ
ก. การรบั ประทานอาหาร 9. การนารากลองยาวไปแสดงในงานบวช
ข. การประกอบอาชีพ เป็นการบรู ณาการในดา้ นใด
ค. การรกั ษาโรค ก. ประเพณีไทย ข. การละเลน่ ไทย
ง. การทอ่ งเท่ยี ว ค. การแสดงพนื้ เมือง ง. วฒั นธรรมไทย
4. นาฏศลิ ป์ พนื้ เมืองช่วยเสรมิ สรา้ งส่งิ ใด 10. ขอ้ ใดคอื ประโยชนท์ ่ไี ดร้ บั จากการนากลมุ่
ก. ความทนั สมยั สาระการเรยี นรูส้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษามา
ข. ความเป็นอยทู่ ่ีดีขนึ้ บรู ณาการกบั นาฏศิลป์
ค. ความสามคั คใี นชมุ ชน ก. ทาใหผ้ ิวพรรณดี
ง. การประกอบอาชีพท่หี ลากหลาย ข. ทาใหร้ า่ งกายสวยงาม
5. ละครมพี ฒั นาการมาจากส่งิ ใด ค. ทาใหม้ ีหนา้ ตาสวยงาม
ก. การประกอบอาชีพ ข. การเลน่ ดนตรี ง. ทาใหส้ ขุ ภาพรา่ งกายแข็งแรง
ค. การรอ้ งเพลง ค. การเลา่ นิทาน