~1~
ใบงานเพอ่ื การเรียนรู้
กลุ่มสาระวิชา ศลิ ปะ (ทศั นศิลป์ ) ชัน้ ป.3
หน่วย ชวี ิตกบั ศิลปะ ใบงานท่ี 1
ครูผู้สอน นางอญั ชลี วัฒนวันยู
คาอธิบายการทากจิ กรรม
1. นกั เรยี นอา่ นคาถามจากแบบทดสอบก่อนเรยี นในใบงานเพ่ือการเรยี นรูน้ ี้ แลว้ ทา
แบบทดสอบโดยกากบาททบั ขอ้ ท่ีถกู ท่ีสดุ
2. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายเพ่ือตรวจสอบคาถามรว่ มกนั และแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง
แบบทดสอบ
ใหน้ กั เรยี นเขียนเครอ่ื งหมาย X ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถกู ตอ้ ง
1.ดนิ ท่เี รานามาใชป้ ั้นนนั้ จะตอ้ งทาอย่างไรก่อน 6.กระดาษชนิดใดเหมาะสาหรบั การนามาปั้น
ก. บด ข. ทบุ ก.กระดาษหนงั สือพมิ พ์ ข.กระดาษแกว้
ค. นวด ง. ตากแดด ค.กระดาษชนั้ ง.กระดาษแข็ง
2.หากนกั เรยี นตอ้ งการใหง้ านปั้นมสี ีสนั สวยงาม 7.ขอ้ ใดกลา่ วถกู ตอ้ ง
นกั เรยี นควรเลอื กใชว้ สั ดใุ ดในการปั้น ก.งานปั้นนนู ต่าสามารถเหน็ รอบดา้ น
ก.ดนิ เหนียว ข.ดนิ นา้ มนั ข.งานปั้นลอยตวั มองเหน็ ไดเ้ พียงดา้ นเดยี ว
ค.ปนู ปลาสเตอร์ ง. ทราย ค.งานปั้นมีลกั ษณะคลา้ ยงานวาด
3.ขอ้ ใดถกู ตอ้ ง ค.งานปั้นนนู สงู คลา้ ยกบั งานปั้นนนู ต่า แตม่ ี
ก.รูปปั้นอนสุ าวรยี เ์ ป็นงานปั้นนนู ต่า ความสงู จากพนื้ มากกวา่
ข.รูปปั้นอนสุ าวรยี เ์ ป็นงานปั้นลอยตวั 8.การปั้นรูปบา้ นนกั เรยี นควรเลอื กปั้นดว้ ยเทคนิคใด
ค.รูปปั้นอนสุ าวรยี ไ์ มจ่ ดั ว่าเป็นงานปั้น ก.แบบกอ้ น ข.แบบแผ่น
ง. รูปปั้นอนสุ าวรยี จ์ ดั ว่าเป็นงานปั้นทกุ ค.แบบเสน้ ง. แบบผสม
รูปแบบ 9.การปั้นรูปตวั หนอนควรเลือกเทคนิคการปั้นใดใน
4.วสั ดใุ ดไมน่ ิยมมาใชใ้ นการปั้น การปั้น
ก. ดนิ ทราย ข. ดินนา้ มนั ก.แบบกอ้ น ข.แบบแผ่น
ค. ดนิ เหนียว ง. ดินกระดาษ ค.แบบผสม ง. แบบเสน้
5.ในชีวติ ประจาวนั นกั เรยี นสามารถพบเหน็ งาน 10.ขอ้ ใดไมใ่ ช่อปุ กรณก์ ารปั้น
ปั้นนนู ต่าไดจ้ ากอะไรบา้ ง ก.ไมป้ ั้น ข. สแี ละพกู่ นั
ก. เหรยี ญบาท ข. งานแกะสลกั ผลไม้ ค. ดินนา้ มนั ง. ไมแ้ ตง่ ดนิ
ค. พระพทุ ธรูป ง. ถกู ทกุ ขอ้
~2~
11. ขอ้ ใดเป็นผลงานศลิ ปะทอ้ งถ่ิน 16. ผีตาโขน เป็นงานศิลปะของภาคใด
ก. เครอ่ื งจกั สาน
ข. ของเลน่ พลาสติก ก. ภาคใต้
ค. ภาชนะอลมู เิ นียม
ง. เครอ่ื งสงั ฆภณั ฑ์ ข. ภาคอสี าน
12. ขอ้ ใดเป็นผลงานศลิ ปะประเภทงานปั้น ค. ภาคกลาง
ก. ตวั หนงั ตะลงุ
ข. หนา้ กากผีตาโขน ง. ภาคเหนือ
ค. รม่ บอ่ สรา้ ง
ง. โอง่ มงั กร 17. ตกุ๊ ตาชาววงั เกิดจากวิธีการใด
13. รม่ บอ่ สรา้ ง เป็นงานศลิ ปะของภาคใด ก. การปั้น
ก. ภาคใต้
ข. ภาคอีสาน ข. การแกะสลกั
ค. ภาคกลาง
ง. ภาคเหนือ ค. การฉลุ
14. ขอ้ ใดไมใ่ ชว่ ธิ ีหาความเป็นมาของผลงาน ง. การวาดภาพ
ศลิ ปะ
18. เรอื กอและ เป็นงานศิลปะของภาคใด
ก. ช่ืนชมศิลปินท่มี ชี ่ือเสียง
ข. ชมหอ้ งสมดุ หมบู่ า้ น ก. ภาคใต้
ค. สมั ภาษณศ์ ลิ ปิน
ง. ชมพพิ ธิ ภณั ฑ์ ข. ภาคอีสาน
15. การชมพิพิธภณั ฑ์ ควรปฏิบตั ิอย่างไร
ก. หยิบผลงานมาดใู กลช้ ิด ค. ภาคกลาง
ข. สง่ เสยี งแสดงความช่ืนชม
ค. ซกั ถามรายละเอียดผลงาน ง. ภาคเหนือ
ง. สอบถามรายละเอยี ดผลงาน
19. ถา้ นกั เรยี นตอ้ งการศกึ ษาประวตั คิ วามเป็นมา
ของบงั้ ไฟ นกั เรยี นควรไปท่ภี าคใด
ก. ภาคเหนือ ข. ภาคกลาง
ค. ภาคอสี าน ง. ภาคใต้
20. ความแตกตา่ งของงานศลิ ปะในแตล่ ะทอ้ งถ่ิน
เกิดจากสาเหตใุ นขอ้ ใด
ก. ฐานะของคนในชมุ ชน
ข. ความเจรญิ ทางเทคโนโลยี
ค. รสนิยมของคนไทยในทอ้ งถ่ิน
ง. วฒั นธรรมประเพณีของทอ้ งถ่ิน
~3~
ใบงานเพอ่ื การเรียนรู้ ชัน้ ป. 3
กลุ่มสาระวิชา ศลิ ปะ (ทศั นศลิ ป์ ) ใบงานท่ี 2
หน่วย ชวี ติ กับศลิ ปะ
คาอธิบายการทากจิ กรรม
ใหน้ กั เรยี นศกึ ษาเรอ่ื ง
งานปั้น หมายถงึ การนาวสั ดุ อปุ กรณท์ ่มี คี วามน่ิม เหนียว ท่สี ามารถยดึ เกาะกนั ได้ เช่น ดินเหนียว
ดินนา้ มนั มากด บีบ ขยา พอก และคลงึ ใหเ้ ป็นรูป
วสั ดทุ ่ใี ชป้ ั้น แบง่ เป็น 2 ประเภท คือ
1. วัสดุธรรมชาติ เป็นวสั ดทุ ่ีมีอย่ใู นธรรมชาติและมีคณุ สมบตั ิในการนามาปั้นเป็นรูปทรงตา่ งๆได้
เชน่ ดินเหนียว นา้ ตาลเค่ยี วจนเหนียว เป็นตน้
2. วัสดุสังเคราะห์ เป็นวสั ดทุ ่ีคนเราไดผ้ ลิต หรอื สรา้ งขนึ้ มาใหม่ เพ่ือนามาใชใ้ นงานปั้นโดยเฉพาะ
อยา่ งย่ิง เช่น ดินนา้ มนั แปง้ โด เป็นตน้
อุปกรณท์ ใี่ ช้ในงานปั้น
มอี ปุ กรณพ์ นื้ ฐานไดแ้ ก่ ไมก้ ระดานรองปั้นหรอื กระดาษรองปั้น และอปุ กรณืตกแตง่ ลวดลายต่างๆ
ซง่ึ อปุ กรณเ์ หลา่ นีส้ ามารถหาไดใ้ นธรรมชาติ ส่ิงของใกลต้ วั และรา้ นขายเครอ่ื งเขียน
การปั้นแบง่ เป็น 3 ประเภท คอื
1. การปั้นแบบนูนต่า หมายถึง งานปั้นท่ีมีลกั ษณะนูนขึน้ จากพืน้ หรือมีพืน้ หลงั รองรบั
มองเหน็ ไดช้ ดั เจนเพยี งดา้ นเดียวคอื ดา้ นหนา้ มีความสงู จากพนื้ ไมถ่ งึ ครง่ึ หน่งึ ของรูปจรงิ
2. การปั้นแบบนนู สงู หมายถึง งานปั้นท่ีมีลกั ษณะการปั้นแบบนนู ต่า แตม่ ีความสงู ของรูป
จากพนื้ ท่รี องรบั มากกวา่ นนู ต่า สามารถมองเหน็ ไดส้ องดา้ น คือดา้ นหนา้ และดา้ นขา้ ง
3. การปั้นแบบลอยตวั หมายถึง งานปั้นท่ีสามารถมองเห็นไดร้ อบดา้ น มีฐานรองรบั เช่น
ภาชนะตา่ งๆ พระพทุ ธรูป รูปบคุ คลสาคญั เป็นตน้
หลักการเลอื กวัสดใุ นการปั้น
1. เป็นวสั ดทุ ่มี ีความน่ิม เหนียว สามารถยดึ เกาะกนั ไดด้ ี
2. เป็นวสั ดทุ ่ไี มม่ อี นั ตราย
3. เป็นวสั ดทุ ่สี ามารถคงรูปไดเ้ ม่อื สรา้ งเป็นชิน้ งาน
4. เป็นวสั ดทุ ่หี างา่ ย
เทคนิคทใ่ี ชใ้ นงานปั้น
1. การปั้นแบบเสน้
2. การปั้นแบบแผ่น
3. การปั้นแบบกอ้ น
~4~
ทมี่ าของงานทศั นศลิ ป์ ในทอ้ งถน่ิ
งานทศั นศลิ ป์ ในภมู ิภาคตา่ งๆ มลี กั ษณะและรูปแบบท่แี ตกตา่ งกนั ไปตามภมู ปิ ระเทศ วิถีชีวติ
ประเพณีและวฒั นธรรมของผคู้ นในทอ้ งถ่ิน และมีเอกลกั ษณเ์ ฉพาะตวั เน่ืองจากสรา้ งสรรคจ์ ากศิลปิน
หรอื คนในทอ้ งถ่ินนนั้ ทาใหศ้ ลิ ปะทอ้ งถ่ินแตล่ ะท่ีไมเ่ หมือนกนั
งานทศั นศิลป์ ในทอ้ งถ่ิน เป็นงานท่มี ีคณุ ค่าเป็นภมู ปิ ัญญาของชาวบา้ นในภาคตา่ งๆของ
ประเทศไทย สรา้ งขนึ้ เพ่อื ประโยชนใ์ ชส้ อยในชีวติ ประจาวนั เป็นเครอ่ื งทามาหากิน หรอื เพ่อื พธิ ีกรรม
ความเช่ือทางศาสนา วฒั นธรรมประเพณี โดยใชว้ สั ดงุ า่ ยๆ ท่ีมอี ย่ใู นทอ้ งถ่ินนนั้ ๆ
1. งานทศั นศิลป์ เพอื่ การดาเนินชวี ติ คอื การสรา้ งสรรคอ์ ปุ กรณท์ ่ใี ชใ้ นการทามาหากินใน
ชีวติ ประจาวนั เช่น สมุ่ เป็นเครอ่ื งมือจบั ปลา กระติบหรอื กลอ่ งขา้ ว เป็นภาชนะใสข่ า้ วเหนียวสกุ
โอง่ เป็นภาชนะเก็บนา้
2. งานทศั นศลิ ป์ ตามความเชอื่ และประเพณี คือ การสรา้ งสรรคส์ ่งิ ของท่ใี ชใ้ นการประกอบพธิ ี
กรรมทางศาสนา เช่น หนา้ กากผีตาโขน ทาจากเศษวสั ดุ เทยี นพรรษา แกะสลกั เทยี นรูปพระพทุ ธเจา้
เจดียท์ ราย กอ่ ทรายรูปเจดยี ์
การสร้างสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ ในทอ้ งถนิ่
ในแตล่ ะภาคของประเทศไทย มีการสรา้ งสรรคผ์ ลงานศิลปะในทอ้ งถ่ินนนั้ ๆโดยการใชว้ สั ดุ
อปุ กรณ์ ท่ีหาไดง้ า่ ยภายในทอ้ งถ่ินซง่ึ มีความแตกตา่ งกนั รวมถงึ ลกั ษณะภมู ิประเทศ และความเช่ือทาง
ศาสนาท่มี ผี ลตอ่ การสรา้ งสรรคผ์ ลงาน งานทศั นศิลป์ ในแตล่ ะทอ้ งถ่ินจงึ มเี อกลกั ษณท์ โี ดดเด่นไม่
เหมือนกนั
1. เครอ่ื งปั้นดนิ เผา เป็นการนาดินมาพอกแลว้ ขดู ออกเป็นรูปทรงตา่ งๆ แลว้ นาไปใชเ้ ผาไฟ
เพ่อื ใหด้ ินสกุ มคี วามคงทน เพ่อื นาไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ ประจาวนั
2. เครอ่ื งจกั สาน เป็นการนาวสั ดธุ รรมชาติท่หี าไดง้ า่ ยภายในทอ้ งถ่ิน เชน่ ไมไ้ ผ่ หวาย ใบลาน
ใบจาก ผกั ตบชวา เป็นตน้ มาสานเป็นภาชนะเครอ่ื งใชต้ า่ งๆ เพ่อื ประโยชนใ์ ช่สอยท่สี อดคลอ้ งกบั ชีวติ
3. งานทอผา้ เป็นการนาฝา้ ยหรอื ไหมมาทอใหเ้ ป็นผืนเพ่อื ใชส้ วมใส่ น่งุ หม่ ซง่ึ กรรมวิธีการทอ
ผา้ ไดม้ ีการถา่ ยทอดใหแ้ ก่สมาชิกในครอบครวั ท่เี ป็นผหู้ ญิงสืบทอดตอ่ กันมาจากรุน่ หน่ึงไปสอู่ ีกรุน่ หน่ึง
เปรยี บเสมอื นการอนรุ กั ษม์ รดกทางวฒั นธรรม
4. งานภาพเขียน เป็นการวาดภาพระบายสที ่เี รยี กวา่ “จิตรกรรมไทย” ซง่ึ มีลกั ษณะโดดเดน่
ดว้ ยการใชส้ ีแบนเรยี บ แลว้ ตดั เสน้ ดว้ ยสีเขม้ อยา่ งประณีตบรรจง เป็นเอกลกั ษณเ์ ฉพาะตวั
~5~
ใบงานเพอ่ื การเรียนรู้ ชัน้ ป. 2
กลุ่มสาระวิชา ศลิ ปะ (ทศั นศลิ ป์ ) ใบงานที่ 3
หน่วย ชวี ิตกับศิลปะ
คาอธิบายการทากจิ กรรม
1. นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั ิเรอ่ื งงานปั้น จากการสงั เกตภาพตวั อย่าง ดู วีดที ศั น์ สมั ผสั วสั ดอุ ปุ กรณ์
ของจรงิ หรอื จากการสงั เกตงานทศั นศลิ ป์ นกั เรยี นนาความรูเ้ ก่ียวกบั งานปั้น มาสรา้ งเป็นผลงาน แลว้
นาผลงานเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
2. นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั เิ รอ่ื งอปุ กรณท์ ่ใี ชใ้ นงานปั้นจากการสงั เกตภาพตวั อย่าง ดู วีดที ศั น์ สมั ผสั
วสั ดอุ ปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกตงานทศั นศิลป์ นกั เรยี นนาความรูเ้ ก่ียวกบั อปุ กรณท์ ่ใี ชใ้ นงาน
ปั้นมาสรา้ งเป็นผลงาน แลว้ นาผลงานเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
3. นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั ิเรอ่ื งหลกั การเลือกวสั ดใุ นการปั้นและเทคนิคท่ใี ชใ้ นงานปั้นจากการสงั เกต
ภาพตวั อย่าง ดู วีดีทศั น์ สมั ผสั วสั ดอุ ปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกตงานทศั นศิลป์ นกั เรยี นนา
ความรูเ้ ก่ียวกบั หลกั การเลือกวสั ดใุ นการปั้นและเทคนิคท่ใี ชใ้ นงานปั้นมาสรา้ งเป็นผลงาน แลว้ นา
ผลงานเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
4. นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั ิเรอ่ื งสรา้ งงานทศั นศิลป์ ตามท่ตี นช่ืนชอบจากการสงั เกตภาพตวั อย่าง ดู วี
ดีทศั น์ สมั ผสั วสั ดอุ ปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกตงานทศั นศลิ ป์ นกั เรยี นนาความรูเ้ ก่ียวกบั สรา้ ง
งานทศั นศิลป์ ตามท่ีตนช่ืนชอบมาสรา้ งเป็นผลงาน แลว้ นาผลงานเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
5. นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั ิเรอ่ื งท่มี าของงานทศั นศลิ ป์ ในทอ้ งถ่ินจากการสงั เกตภาพตวั อย่าง ดู วดี ี
ทศั น์ สมั ผสั วสั ดอุ ปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกตงานทศั นศิลป์ นกั เรยี นนาความรูเ้ ก่ียวกบั งาน
ทศั นศลิ ป์ ในทอ้ งถ่ินจดั ทารายงาน แลว้ นาผลงานเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
~6~
ใบงานเพอ่ื การเรียนรู้ ชั้น ป. 3
กลุ่มสาระวิชา ศลิ ปะ (ทศั นศิลป์ ) ใบงานท่ี 4
หน่วย ชวี ติ กบั ศิลปะ
คาอธิบายการทากจิ กรรม
ใหน้ กั เรยี นสรุปความรูแ้ ลว้ บนั ทกึ ลงในแบบบนั ทกึ ในใบงานเพ่ือการเรยี นรู้
บนั ทกึ สรุปความรู้ทไ่ี ดร้ ับ
1. การปั้น หมายถงึ .............................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
2.วสั ดทุ ่ใี ชป้ ั้น แบง่ เป็น..................ประเภท
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
3. การปั้นแบง่ เป็น................ประเภท
...................................................................................................................................
....................................................................................................................................
....................................................................................................................................
4. หลกั การเลือกวสั ดใุ นการปั้น
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
5.ประโยชนข์ องงานปั้น
1.........................................................................................................................................
2.........................................................................................................................................
3.........................................................................................................................................
~7~
6. งานทศั นศิลป์ ในทอ้ งถ่ิน ...........................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
7. งานทศั นศิลป์ เพ่อื การดาเนินชีวิต คือ .......................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
ไดแ้ ก่
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
8. งานทศั นศลิ ป์ ตามความเช่ือและประเพณี คอื ..............................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
ไดแ้ ก่.............................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
9. การสรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ ในทอ้ งถ่ิน
............................................................................................................................................ ......
.....................................................................................................................................................
......................................................................................................................................... .........
......................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
~8~
ใบงานเพอ่ื การเรียนรู้ ชั้น ป. 3
กลุ่มสาระวชิ า ศลิ ปะ (ทศั นศิลป์ ) ใบงานที่ 5
หน่วย ชวี ิตกบั ศลิ ปะ
คาอธิบายการทากจิ กรรม
ใหน้ กั เรยี นสรุปประโยชนท์ ่เี กิดขนึ้ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ
หลกั การทรงงานของในหลวงรชั กาลท่ี 9 บนั ทกึ ลงในตาราง
ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง สาระสาคญั
1. หลักคดิ ............................................................................................….
ความรู้ ................................................................................................
คณุ ธรรม
2. หลักปฏบิ ัติ ......................................................................................……....
พอประมาณ
.................................................................................................
มเี หตผุ ล .................................................................................................
..............................................…...............................................
มีภมู คิ มุ้ กนั .................................................................................................
..............................................…...............................................
3. ผลลัพท์ 4 มติ ิ
วตั ถุ .................................................................................................
..............................................…...............................................
สังคม .................................................................................................
..............................................…...............................................
วัฒนธรรม .................................................................................................
..............................................…...............................................
สิ่งแวดล้อม .................................................................................................
..............................................…...............................................
หลกั การทรงงาน ~9~
ประโยชนท์ นี่ าไปใช้
ทาตามลาดบั ขนั้
ไม่ติดตารา
ทางานอย่างมีความสขุ
ความเพียร
ใหน้ กั เรยี นทาแบบประเมินตนเองดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และความคิดเหน็ ตอ่ ความรูท้ ่ีไดร้ บั
ประเมนิ ตนเองดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม
คณุ ธรรมและจรยิ ธรรม ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
1. เป็นผใู้ ฝ่รู้ ใฝ่ศกึ ษา คน้ ควา้ หาความรู้
2. ความรบั ผิดชอบ ขยนั และอดทน
3. ความซ่อื สตั ย์
4. ความมีระเบียบวินยั
5. ปฏิบตั กิ ิจกรรมอยา่ งมีความสขุ
6. รูจ้ กั เอือ้ เฟื้อเผ่ือแผ่ต่อผอู้ ่ืน
ความคดิ เหน็ ต่อความรู้ทไี่ ดร้ ับ
ประโยชนท์ ่ีได้ คือ
.......................................................................................................................................
การนาไปใชป้ ระโยชน์
...........................................................................................................................................
~ 10 ~
แบบทดสอบหลังเรียน ป.3
ใหน้ กั เรยี นเขียนเครอ่ื งหมาย X ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถกู ตอ้ ง
1.อปุ กรณใ์ นขอ้ ใดไม่ใชท้ างานปั้น 6.ขอ้ ใดถกู ตอ้ ง
ก.กระดาษหนงั สอื พมิ พ์ ก.ความรอ้ นทาใหด้ นิ นา้ มนั แขง็ ตวั
ข.กระดาษทราย ข.สโี ปสเตอรใ์ ชก้ บั งานปั้นไมไ่ ด้
ค.ดนิ เหนียว ค.งานปั้นเป็นงาน 3 มิติ
ง.แปง้ โด ง.กระดาษนามาปั้นไมไ่ ด้
2.ขอ้ ใดเป็นวสั ดธุ รรมชาติท่ใี ชใ้ นงานปั้น 7.ทกุ ครงั้ ท่สี นกุ กบั งานปั้น นกั เรยี นควรปฎิบตั อิ ยา่ งไร
ก.ดนิ นา้ มนั ก.ใชเ้ ครอ่ื งมือปั้นครบทงั้ ชดุ
ข.ดินเหนียว ข.เกบ็ วสั ดุ อปุ กรณห์ ลงั จากทางานเสรจ็
ค.แปง้ โด ค.ขอใหค้ ณุ ครูชว่ ยปั้น
ง.กระดาษผสมกาว ง.ระบายสโี ปสเตอรบ์ นผลงาน
3.พระบรมรูปทรงมา้ จดั เป็นงานปั้นแบบใด 8.ขอ้ ใดเป็นส่งิ ท่นี า่ ช่ืนชม
ก.การปั้นแบบลอยตวั ก.ปั้นงานนนู สงู ไดเ้ หมอื นงานนนู ต่า
ข.การปั้นแบบนนู ต่า ข.พนื้ ผิวของงานปั้นดนู า่ สนใจ
ค.การปั้นแบบนนู สงู ค.ผลงานท่ปี ั้นแหง้ และแตกเป็นรอ่ ง
ง.การปั้นแบบอสิ ระ ง.มเี ศษกรวดท่ไี มต่ อ้ งการอย่ใู นผลงาน
4.ขนั้ ตอนแรกของการปั้นคอื ขอ้ ใด 9.ขอ้ ใดเป็นส่งิ ท่คี วรปรบั ปรุง
ก.รา่ งแบบ ก.ผลงานปั้นประณีตสวยงาม
ข.ประกอบชิน้ สว่ น ข.ผลงานปั้นแปลกใหมไ่ มซ่ า้ ใคร
ค.ปั้นสว่ นประกอบ ค.ผลงานปั้นทาใหร้ ูส้ กึ เบกิ บานใจ
ง.ตกแตง่ ใหส้ วยงาม ง.ผลงานปั้นมกี รวดหินท่ไี มต่ อ้ งการ
5.นกั เรยี นควรเลือกวสั ดลุ กั ษณะใดมาใชใ้ นงาน 10.ขอ้ ใดไมใ่ ช่ประโยชนท์ ่ไี ดร้ บั จากการปั้น
ปั้น ก.ราคาแพง ก.ความสาเรจ็
ข.ความประทบั ใจ
ข.แขง็ แรง ค.ความกงั วล
ค.สีสนั สวยงาม ง.ความสขุ
ง.หาไดง้ า่ ยในทอ้ งถ่ิน
~ 11 ~
11. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ประโยชนข์ องงานทศั นศลิ ป์ 16. วสั ดทุ ่ใี ชใ้ นงานเครอ่ื งจกั สาน
ทอ้ งถ่ินในสมยั โบราณ ก. ไหม
ข. ปอ
ก. เพ่อื ประโยชนใ์ ชส้ อย ค. ดนิ เหนียว
ข. เพ่อื ใชป้ ระกอบในพธิ ีกรรมความเช่ือ ง. ไมไ้ ผ่
ค. เพ่อื ขายใหช้ าวตา่ งชาติ
ง. เพ่อื เป็นเครอ่ื งมือทามาหากิน 17. งานภาพเขียนเรยี นอีกอย่างว่าอะไร
ก. เครอ่ื งจกั สาน
12. เครอ่ื งปั้นดนิ เผาบา้ นเชียง ใชด้ ินชนิดใดทา ข. เครอ่ื งปั้นดนิ เผา
ก. ดนิ ทราย ค. จิตรกรรมไทย
ข. ดนิ เหนียว ง. ประตมิ ากรรม
ค. ดนิ รว่ น
ง. ดินนา้ มนั 18. งานทศั นศิลป์ ในทอ้ งถ่ินมีความแตกต่างกนั เพราะ
อะไร
13. บคุ คลขอ้ ใดใชว้ สั ดใุ นการจกั สานไดถ้ กู ตอ้ ง
ก. หน่งึ ใชไ้ มไ้ ผ่สานกระติบขา้ ว ก. วสั ดุ อปุ กรณ์
ข. นิดใชใ้ บตองสานกระบงุ ข. ลกั ษณะภมู ิประเทศ
ค. นดั ใชห้ วายสานปลาตะเพยี น ค. ลกั ษณะของผนู้ า
ง. นิวใชใ้ บมะพรา้ วสานกระเป๋ าถือ ง. ความจน รวย ของชาวบา้ น
14. ขอ้ ใดไมเ่ หมาะสมในการศกึ ษาความเป็นมา 19. งานทศั นศิลป์ ในทอ้ งถ่ินถกู สรา้ งขนึ้ เพ่ืออะไร
ของงานศิลปะในทอ้ งถ่ิน ก. ตามความเช่ือทางศาสนา
ก. สมั ภาษณศ์ ิลปิน ข. เพ่อื ใชป้ ระโยชนใ์ นการดาเนินชีวิต
ข. จดบนั ทกึ ขอ้ มลู ค. สบื สานความเป็นมาของบรรพบรุ ุษ
ค. อา่ นปา้ ยแสดงขอ้ มลู ง. ถกู ทกุ ขอ้
ง. นาผลงานท่จี ดั แสดงไปศกึ ษาท่บี า้ น 20. ขอ้ ใดคอื ประโยชนข์ องงานทศั นศลิ ป์ ในทอ้ งถ่ิน
15. “ผหู้ ญิงจะไดร้ บั การสบื ตอ่ กนั มาจากรุน่ หน่งึ ก. เพ่อื เป็นการอนรุ กั ษภ์ มู ปิ ัญญาของคนไทยใหค้ ง
ไปสรู่ ุน่ หน่งึ ” คือการสืบทอดงานใด อยสู่ ืบไป
ก. งานทอผา้ ข. งานหาปลา ข. เพ่อื เป็นสนิ คา้ ขายเอากาไรกบั ชาวตา่ งชาติ
ค. งานเครอ่ื งปั้นดินเผา ค. เพ่อื เป็นท่เี ชิดหนา้ ชตู าของประเทศไทย
ง. งานแกะสลกั ไม้ ง. เพ่อื ขานเอากาไรกบั คนไทย
~ 12 ~
ใบงานเพอ่ื การเรียนรู้ ชัน้ ป. 3
กลุ่มสาระวิชา ศลิ ปะ (ทศั นศลิ ป์ ) ใบงานที่ 6
หน่วย ชีวติ กับศลิ ปะ
คาอธิบายการทากจิ กรรม
ใหน้ กั เรยี นวางแผนออกแบบชิน้ งานวาดภาพตามท่ีตนเองสนใจ
แบบเสนอผลงานท่ี 6
แผนปฏบิ ตั งิ าน.............................................................
~ 13 ~
ใบงานเพอ่ื การเรียนรู้
กลุ่มสาระวิชา ศลิ ปะ (ทศั นศิลป์ ) ชัน้ ป.3
หน่วย ชวี ติ กบั ศิลปะ ใบงานท่ี 1
ครูผู้สอน นางอญั ชลี วัฒนวันยู
คาอธิบายการทากจิ กรรม
1. นกั เรยี นอา่ นคาถามจากแบบทดสอบก่อนเรยี นในใบงานเพ่ือการเรยี นรูน้ ี้ แลว้ ทา
แบบทดสอบโดยกากบาททบั ขอ้ ท่ีถกู ท่ีสดุ
2. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายเพ่ือตรวจสอบคาถามรว่ มกนั และแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง
แบบทดสอบ
ใหน้ กั เรยี นเขียนเครอ่ื งหมาย X ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถกู ตอ้ ง
1.ดนิ ท่เี รานามาใชป้ ั้นนนั้ จะตอ้ งทาอย่างไรกอ่ น 6.กระดาษชนิดใดเหมาะสาหรบั การนามาปั้น
ก. บด ข. ทบุ ก.กระดาษหนงั สือพมิ พ์ ข.กระดาษแกว้
ค. นวด ง. ตากแดด ค.กระดาษชนั้ ง.กระดาษแข็ง
2.หากนกั เรยี นตอ้ งการใหง้ านปั้นมสี ีสนั สวยงาม 7.ขอ้ ใดกลา่ วถกู ตอ้ ง
นกั เรยี นควรเลอื กใชว้ สั ดใุ ดในการปั้น ก.งานปั้นนนู ต่าสามารถเหน็ รอบดา้ น
ก.ดินเหนียว ข.ดนิ นา้ มนั ข.งานปั้นลอยตวั มองเหน็ ไดเ้ พียงดา้ นเดยี ว
ค.ปนู ปลาสเตอร์ ง. ทราย ค.งานปั้นมีลกั ษณะคลา้ ยงานวาด
3.ขอ้ ใดถกู ตอ้ ง ค.งานปั้นนนู สงู คลา้ ยกบั งานปั้นนนู ต่า แตม่ ี
ก.รูปปั้นอนสุ าวรยี เ์ ป็นงานปั้นนนู ต่า ความสงู จากพนื้ มากกวา่
ข.รูปปั้นอนสุ าวรยี เ์ ป็นงานปั้นลอยตวั 8.การปั้นรูปบา้ นนกั เรยี นควรเลอื กปั้นดว้ ยเทคนิคใด
ค.รูปปั้นอนสุ าวรยี ไ์ มจ่ ดั ว่าเป็นงานปั้น ก.แบบกอ้ น ข.แบบแผ่น
ง. รูปปั้นอนสุ าวรยี จ์ ดั วา่ เป็นงานปั้นทกุ ค.แบบเสน้ ง. แบบผสม
รูปแบบ 9.การปั้นรูปตวั หนอนควรเลือกเทคนิคการปั้นใดใน
4.วสั ดใุ ดไมน่ ิยมมาใชใ้ นการปั้น การปั้น
ก. ดินทราย ข. ดนิ นา้ มนั ก.แบบกอ้ น ข.แบบแผ่น
ค. ดินเหนียว ง. ดนิ กระดาษ ค.แบบผสม ง. แบบเสน้
5.ในชีวติ ประจาวนั นกั เรยี นสามารถพบเหน็ งาน 10.ขอ้ ใดไมใ่ ชอ่ ปุ กรณก์ ารปั้น
ปั้นนนู ต่าไดจ้ ากอะไรบา้ ง ก.ไมป้ ั้น ข. สแี ละพกู่ นั
ก. เหรยี ญบาท ข. งานแกะสลกั ผลไม้ ค. ดนิ นา้ มนั ง. ไมแ้ ตง่ ดนิ
ค. พระพทุ ธรูป ง. ถกู ทกุ ขอ้
~ 14 ~
11. ขอ้ ใดเป็นผลงานศิลปะทอ้ งถ่ิน 16. ผีตาโขน เป็นงานศิลปะของภาคใด
ก. เครอ่ื งจกั สาน
ข. ของเลน่ พลาสตกิ ก. ภาคใต้
ค. ภาชนะอลมู ิเนยี ม
ง. เครอ่ื งสงั ฆภณั ฑ์ ข. ภาคอสี าน
12. ขอ้ ใดเป็นผลงานศลิ ปะประเภทงานปั้น ค. ภาคกลาง
ก. ตวั หนงั ตะลงุ
ข. หนา้ กากผีตาโขน ง. ภาคเหนือ
ค. รม่ บอ่ สรา้ ง
ง. โอง่ มงั กร 17. ตกุ๊ ตาชาววงั เกิดจากวธิ ีการใด
13. รม่ บอ่ สรา้ ง เป็นงานศิลปะของภาคใด ก. การปั้น
ก. ภาคใต้
ข. ภาคอีสาน ข. การแกะสลกั
ค. ภาคกลาง
ง. ภาคเหนือ ค. การฉลุ
14. ขอ้ ใดไมใ่ ชว่ ธิ ีหาความเป็นมาของผลงาน ง. การวาดภาพ
ศลิ ปะ
18. เรอื กอและ เป็นงานศลิ ปะของภาคใด
ก. ช่ืนชมศิลปินท่มี ชี ่ือเสยี ง
ข. ชมหอ้ งสมดุ หมบู่ า้ น ก. ภาคใต้
ค. สมั ภาษณศ์ ลิ ปิน
ง. ชมพิพธิ ภณั ฑ์ ข. ภาคอีสาน
15. การชมพิพิธภณั ฑ์ ควรปฏิบตั ิอยา่ งไร
ก. หยิบผลงานมาดใู กลช้ ิด ค. ภาคกลาง
ข. สง่ เสยี งแสดงความช่ืนชม
ค. ซกั ถามรายละเอียดผลงาน ง. ภาคเหนือ
ง. สอบถามรายละเอยี ดผลงาน
19. ถา้ นกั เรยี นตอ้ งการศกึ ษาประวตั ิความเป็นมา
ของบงั้ ไฟ นกั เรยี นควรไปท่ภี าคใด
ก. ภาคเหนือ ข. ภาคกลาง
ค. ภาคอีสาน ง. ภาคใต้
20. ความแตกตา่ งของงานศิลปะในแตล่ ะทอ้ งถ่ิน
เกิดจากสาเหตใุ นขอ้ ใด
ก. ฐานะของคนในชมุ ชน
ข. ความเจรญิ ทางเทคโนโลยี
ค. รสนิยมของคนไทยในทอ้ งถ่ิน
ง. วฒั นธรรมประเพณีของทอ้ งถ่ิน
~ 15 ~
แบบทดสอบหลังเรียน ป.3
ใหน้ กั เรยี นเขียนเครอ่ื งหมาย X ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถกู ตอ้ ง
1.อปุ กรณใ์ นขอ้ ใดไม่ใชท้ างานปั้น 6.ขอ้ ใดถกู ตอ้ ง
ก.กระดาษหนงั สอื พมิ พ์ ก.ความรอ้ นทาใหด้ นิ นา้ มนั แขง็ ตวั
ข.กระดาษทราย ข.สโี ปสเตอรใ์ ชก้ บั งานปั้นไมไ่ ด้
ค.ดนิ เหนียว ค.งานปั้นเป็นงาน 3 มิติ
ง.แปง้ โด ง.กระดาษนามาปั้นไมไ่ ด้
2.ขอ้ ใดเป็นวสั ดธุ รรมชาติท่ใี ชใ้ นงานปั้น 7.ทกุ ครงั้ ท่สี นกุ กบั งานปั้น นกั เรยี นควรปฎิบตั อิ ยา่ งไร
ก.ดนิ นา้ มนั ก.ใชเ้ ครอ่ื งมือปั้นครบทงั้ ชดุ
ข.ดินเหนียว ข.เกบ็ วสั ดุ อปุ กรณห์ ลงั จากทางานเสรจ็
ค.แปง้ โด ค.ขอใหค้ ณุ ครูชว่ ยปั้น
ง.กระดาษผสมกาว ง.ระบายสโี ปสเตอรบ์ นผลงาน
3.พระบรมรูปทรงมา้ จดั เป็นงานปั้นแบบใด 8.ขอ้ ใดเป็นส่งิ ท่นี า่ ช่ืนชม
ก.การปั้นแบบลอยตวั ก.ปั้นงานนนู สงู ไดเ้ หมอื นงานนนู ต่า
ข.การปั้นแบบนนู ต่า ข.พนื้ ผิวของงานปั้นดนู า่ สนใจ
ค.การปั้นแบบนนู สงู ค.ผลงานท่ปี ั้นแหง้ และแตกเป็นรอ่ ง
ง.การปั้นแบบอสิ ระ ง.มเี ศษกรวดท่ไี มต่ อ้ งการอย่ใู นผลงาน
4.ขนั้ ตอนแรกของการปั้นคอื ขอ้ ใด 9.ขอ้ ใดเป็นส่งิ ท่คี วรปรบั ปรุง
ก.รา่ งแบบ ก.ผลงานปั้นประณีตสวยงาม
ข.ประกอบชิน้ สว่ น ข.ผลงานปั้นแปลกใหมไ่ มซ่ า้ ใคร
ค.ปั้นสว่ นประกอบ ค.ผลงานปั้นทาใหร้ ูส้ กึ เบกิ บานใจ
ง.ตกแตง่ ใหส้ วยงาม ง.ผลงานปั้นมกี รวดหินท่ไี มต่ อ้ งการ
5.นกั เรยี นควรเลือกวสั ดลุ กั ษณะใดมาใชใ้ นงาน 10.ขอ้ ใดไมใ่ ช่ประโยชนท์ ่ไี ดร้ บั จากการปั้น
ปั้น ก.ราคาแพง ก.ความสาเรจ็
ข.ความประทบั ใจ
ข.แขง็ แรง ค.ความกงั วล
ค.สีสนั สวยงาม ง.ความสขุ
ง.หาไดง้ า่ ยในทอ้ งถ่ิน
~ 16 ~
11. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ประโยชนข์ องงานทศั นศลิ ป์ 16. วสั ดทุ ่ใี ชใ้ นงานเครอ่ื งจกั สาน
ทอ้ งถ่ินในสมยั โบราณ ก. ไหม
ข. ปอ
ก. เพ่อื ประโยชนใ์ ชส้ อย ค. ดนิ เหนียว
ข. เพ่อื ใชป้ ระกอบในพธิ ีกรรมความเช่ือ ง. ไมไ้ ผ่
ค. เพ่อื ขายใหช้ าวตา่ งชาติ
ง. เพ่อื เป็นเครอ่ื งมือทามาหากิน 17. งานภาพเขียนเรยี นอีกอย่างว่าอะไร
ก. เครอ่ื งจกั สาน
12. เครอ่ื งปั้นดนิ เผาบา้ นเชียง ใชด้ ินชนิดใดทา ข. เครอ่ื งปั้นดนิ เผา
ก. ดนิ ทราย ค. จิตรกรรมไทย
ข. ดนิ เหนียว ง. ประตมิ ากรรม
ค. ดนิ รว่ น
ง. ดินนา้ มนั 18. งานทศั นศิลป์ ในทอ้ งถ่ินมีความแตกต่างกนั เพราะ
อะไร
13. บคุ คลขอ้ ใดใชว้ สั ดใุ นการจกั สานไดถ้ กู ตอ้ ง
ก. หน่งึ ใชไ้ มไ้ ผ่สานกระติบขา้ ว ก. วสั ดุ อปุ กรณ์
ข. นิดใชใ้ บตองสานกระบงุ ข. ลกั ษณะภมู ิประเทศ
ค. นดั ใชห้ วายสานปลาตะเพยี น ค. ลกั ษณะของผนู้ า
ง. นิวใชใ้ บมะพรา้ วสานกระเป๋ าถือ ง. ความจน รวย ของชาวบา้ น
14. ขอ้ ใดไมเ่ หมาะสมในการศกึ ษาความเป็นมา 19. งานทศั นศิลป์ ในทอ้ งถ่ินถกู สรา้ งขนึ้ เพ่ืออะไร
ของงานศิลปะในทอ้ งถ่ิน ก. ตามความเช่ือทางศาสนา
ก. สมั ภาษณศ์ ิลปิน ข. เพ่อื ใชป้ ระโยชนใ์ นการดาเนินชีวิต
ข. จดบนั ทกึ ขอ้ มลู ค. สบื สานความเป็นมาของบรรพบรุ ุษ
ค. อา่ นปา้ ยแสดงขอ้ มลู ง. ถกู ทกุ ขอ้
ง. นาผลงานท่จี ดั แสดงไปศกึ ษาท่บี า้ น 20. ขอ้ ใดคอื ประโยชนข์ องงานทศั นศลิ ป์ ในทอ้ งถ่ิน
15. “ผหู้ ญิงจะไดร้ บั การสบื ตอ่ กนั มาจากรุน่ หน่งึ ก. เพ่อื เป็นการอนรุ กั ษภ์ มู ปิ ัญญาของคนไทยใหค้ ง
ไปสรู่ ุน่ หน่งึ ” คือการสืบทอดงานใด อยสู่ ืบไป
ก. งานทอผา้ ข. งานหาปลา ข. เพ่อื เป็นสนิ คา้ ขายเอากาไรกบั ชาวตา่ งชาติ
ค. งานเครอ่ื งปั้นดินเผา ค. เพ่อื เป็นท่เี ชิดหนา้ ชตู าของประเทศไทย
ง. งานแกะสลกั ไม้ ง. เพ่อื ขานเอากาไรกบั คนไทย