~1~
ใบงานเพอื่ การเรียนรู้ ชั้น ป.6
กลุ่มสาระวิชา ศลิ ปะ (ทศั นศลิ ป์ ) ใบงานที่ 1
หน่วย ชวี ติ กบั ศิลปะ
ครูผู้สอน นางอญั ชลี วัฒนวันยู
คาอธิบายการทากจิ กรรม
1. นกั เรยี นอ่านคาถามจากแบบทดสอบก่อนเรยี นในใบงานเพ่ือการเรยี นรูน้ ี้ แลว้ ทา
แบบทดสอบโดยกากบาททบั ขอ้ ท่ีถกู ท่ีสดุ
2. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายเพ่ือตรวจสอบคาถามรว่ มกนั และแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง
แบบทดสอบ
ใหน้ กั เรยี นเขียนเครอ่ื งหมาย X ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถกู ตอ้ ง
1.การปั้นดินเหนียว เรม่ิ จากขนั้ ตอนใด 5. ปา้ ยโฆษณาใชง้ านทศั นศิลป์ เพ่อื ประโยชนใ์ นขอ้ ใด
ก.ปั้นสว่ นประกอบ ก. เพ่อื ใหเ้ กิดความขลงั
ข.ตกแตง่ เพ่มิ เตมิ ข. เพ่อื ดงึ ดดู ความสนใจ
ค.ประกอบชิน้ สว่ น ค. เพ่อื ใหเ้ กิดความศรทั ธา
ง.นวดดนิ ง. เพ่อื ความเพลิดเพลิน
2.ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ วสั ดทุ ่ใี ชใ้ นงานปั้น 6.ขอ้ ใดเป็นงานทศั นศลิ ป์ ท่สี ะทอ้ นสงั คม
ก.แปง้ โด ข.ดินนา้ มนั ก. เรอื กอและจาลอง
ค.ดนิ เหนียว ง.นา้ ตาลทราย ข. ภาพเขียนลอ้ เลยี นนกั การเมอื ง
3. การปั้นดินนา้ มนั ใหเ้ ป็นรถ ควรเรม่ิ ปั้นรูปรา่ งใด ค. ภาชนะเครอ่ื งปั้นดินเผา
กอ่ น ง. อนสุ าวรยี บ์ คุ คลสาคญั
ก. ทรงกลม 7.งานปั้นนนู สงู เนน้ ในขอ้ ใด
ข. ทรงรี ก.เนน้ ใหเ้ ห็นสดั สว่ น รอบดา้ น
ค. ทรงหกเหล่ยี ม ข.เนน้ ดา้ นหนา้ และดา้ นขา้ ง
ง. แทง่ ส่เี หล่ียม ค.เนน้ ดา้ นหนา้ และดา้ นหลงั
4.จากภาพเป็นการปั้นโดยใชห้ ลกั การใด ง.เนน้ ดา้ นหนา้ ดา้ นเดยี ว
ก. หลกั การลด 8.ขนั้ ตอนสดุ ทา้ ยของการทางานปั้นคืออะไร
ข. หลกั การเพ่มิ ก. คดิ รูปท่จี ะปั้น
ค. หลกั การเทา่ กนั ข. ปั้นสว่ นประกอบ
ง. หลกั การสมดลุ ค. ประกอบชิน้ สว่ น
ง. ตกแตง่ เพ่มิ เตมิ
~2~
9.การปั้นรูปปั้นส่ิงมชี ีวิต ควรเรม่ิ จากขอ้ ใด 15.การจดั สวนโดยใชค้ วามรูท้ างทศั นศิลป์ เพ่อื
ก. เตรยี มดินเหนียว จดุ ประสงคใ์ ด
ข. ออกแบบส่งิ ท่จี ะปั้น ก. ใหเ้ กิดความสวยงาม
ค. ปั้นสว่ นประกอบตา่ งๆ ข. ใหม้ คี วามขลงั
ง. สงั เกตลกั ษณะส่งิ ท่จี ะปั้น ค. ใหเ้ ป็นมงคลแก่บา้ น
10. การปั้นรูปส่ิงมีชีวิต ควรทาตามขอ้ ใด ง. ใหเ้ กิดโชคลาภ
ก. ปั้นใหแ้ ตกตา่ งจากตน้ แบบ 16.ขอ้ ใดเป็นบทบาทงานทศั นศิลป์ ท่เี ก่ียวขอ้ งกบั
ข. ปั้นใหเ้ ลก็ กว่าขนาดจรงิ ครอบครวั
ค. ปั้นใหเ้ หมอื นตน้ แบบ ก. การตกแตง่ หอ้ งน่งั เลน่
ง. ปั้นใหเ้ ทา่ ขนาดจรงิ ข. การตกแตง่ ถนนหนทาง
11.งานทศั นศิลป์ ขอ้ ใดเก่ียวขอ้ งกบั พระราชพธิ ี ค. การเลือกเครอ่ื งแตง่ กาย
ก. กระทง ง. การตกแตง่ สวนสาธารณะ
ข. เชิงเทียน 17. หลกั ฐานขอ้ ใด แสดงถงึ บทบาทงานทศั นศิลป์ ใน
ค. พระเมรุ อดีต
ง. พานดอกไม้ ก. ภผู าเทบิ
12.ขอ้ ใดเป็นงานทศั นศิลป์ ท่ใี ชต้ กแตง่ บา้ น ข. กระดกู ไดโนเสารภ์ เู วียง
ก. หลอดไฟ ค. สสุ านหอย
ข. โต๊ะกินขา้ ว ง. เครอ่ื งปั้นดนิ เผาบา้ นเชียง
ค. ภาพเขียนสีนา้ มนั 18.งานทศั นศิลป์ ในพระราชพิธี มกั จะเนน้ เรอ่ื งใด
ง. ถงั ขยะทาจากหวาย ก. ความสมดลุ
13. ขอ้ ใดเป็นจิตรกรรมเก่ียวกบั ศาสนา ข. ความแปลกตา
ก. พระปรางค์ ค. ความมีชีวติ ชีวา
ข. พระเจดยี ์ ง. ความวิจิตรตระการตา
ค. พระพทุ ธรูป 19. การตกแตง่ บา้ น ใชค้ วามรูท้ างทศั นศลิ ป์ เพ่อื
ง. ภาพวาดพทุ ธประวตั ิ จดุ ประสงคใ์ ด
ก. ใหเ้ กิดความสวยงาม
14.งานทศั นศลิ ป์ หมายถงึ อะไร ข. ใหเ้ ป็นมงคลแก่บา้ น
ก. ผลงานศลิ ปะท่มี องเหน็ ได้ ค. ใหเ้ กิดความปลอดภยั
ข. ผลงานศิลปะท่สี ามารถสมั ผสั ได้ ง. ใหป้ ระหยดั คา่ ใชจ้ ่าย
ค. ผลงานศิลปะท่สี มั ผสั จบั ตอ้ งไดแ้ ละกินเนือ้ 20.งานทศั นศิลป์ ขอ้ ใดไมเ่ ก่ียวขอ้ งกบั พระราชพิธี
ท่ใี นอากาศ ก. เรอื นไทย ข.พระเมรุมาศ
ง. ถกู ทกุ ขอ้ ค. พระราชวงั ง.เรอื พระท่นี ่งั
~3~
ใบงานเพอื่ การเรียนรู้ ชั้น ป. 6
กลุ่มสาระวชิ า ศลิ ปะ (ทศั นศิลป์ ) ใบงานที่ 2
หน่วย ชวี ติ กับศลิ ปะ
คาอธิบายการทากจิ กรรม
ใหน้ กั เรยี นศกึ ษาเรอ่ื ง
งานปั้นพนื้ ฐาน
การปั้น หมายถงึ การนาเอาวสั ดทุ ่มี ีเนือ้ อ่อน เช่น ดินเหนียว ดนิ เหนียว ดนิ นา้ มนั ท่ีสามารถ
เปล่ยี นรูปไดม้ าผา่ นกระบวนการเพ่มิ หรอื ลดทาใหไ้ ดร้ ูปทรงตามตอ้ งการ โดยใชม้ ือ และวสั ดอุ ปุ กรณม์ า
ช่วยในการสรา้ งงานปั้น ซง่ึ ทาใหไ้ ดร้ ูปปั้นท่ตี อ้ งการ
1.ประเภทการปั้น การปั้นโดยท่วั ไป แบง่ ไดเ้ ป็น 3 ประเภท ดงั นี้
1.1 การปั้นแบบลอยตวั เป็นงานปั้นท่สี ามารถมองเหน็ ไดร้ อบดา้ น คือ มองเหน็ ทงั้ ดา้ นกวา้ ง
ดา้ นยาว และดา้ นลกึ
1.2 การปั้นแบบนูนสูง เป็นการปั้นท่มี แี ผ่นหลงั รองรบั และมสี ว่ นสงู นนู สงู ขนึ้ มามาจากแผน่ พนื้
หลงั มากกวา่ รูปปั้นนนู ต่า การสรา้ งสรรคง์ านปั้นประเภทนีเ้ นน้ ใหเ้ กิดความงามทางดา้ นหนา้ และ
ดา้ นขา้ ง
1.3 การปั้นแบบนูนตา่ เป็นการปั้นท่จี ะตอ้ งมแี ผ่นหลงั รองรบั และมีนนู สงู ขนึ้ มาจากพนื้ เพยี ง
เลก็ นอ้ ย การสรา้ งสรรคง์ านปั้นประเภทนีเ้ นน้ ใหเ้ กิดความงามเฉพาะดา้ นหนา้ เทา่ นนั้
2.วัสดุและอุปกรณท์ ใ่ี ช้ทามงานปั้น
2.1 วัสดุทใี่ ช้ปั้น ตอ้ งเป็นวสั ดทุ ่มี ีความเหนียวและน่ิม สามารถยดึ จบั กนั เป็นกอ้ นและทรงตวั อยู่
ไดต้ ลอดเวลาท่ปี ั้น และเม่อื ปั้นเสรจ็ แลว้ จะตอ้ งมคี วามคงทน ไมแ่ ตกสลายไดง้ า่ ยทงั้ ในขณะท่ปี ั้น และ
เม่อื ปั้นเสรจ็ แลว้
วสั ดทุ ่ใี ชม้ หี ลายชนิด เช่น ดนิ เหนียว ดินนา้ มนั แปง้ โด ขีเ้ ล่อื ยผสมกาว กระดาษแชน่ า้ จนเป่ือย
ยยุ่ ผสมกาว เป็นตน้
2.2 อุปกรณท์ ใี่ ช้ในงานปั้น สว่ นมากเป็นอปุ กรณท์ ่อี ยใู่ กลๆ้ ตวั เช่น ไมบ้ รรทดั กระดาษ
หนงั สอื พิมพ์ ขวดหรอื ไมก้ ลิง้ อปุ กรณต์ กแตง่ ลวดลาย กระดานรองปั้น เป็นตน้
การสร้างสรรคง์ านปั้น มีวธิ ีการอยู่ 2 วธิ ี คือ การเพ่มิ และการลด
การเพมิ่ หมายถงึ การตอ่ เตมิ การเพ่มิ การพอกวสั ดเุ ขา้ ไปในชิน้ งานใหเ้ ป็นรูปรา่ งท่ตี อ้ งการ
การลด หมายถงึ การดงึ ออก การควา้ นออก การตดั ออกจากชิน้ งานท่ีปั้น
การปั้นสว่ นมากมกั ใชว้ ธิ ีการเพ่มิ และลดผสมกนั ตามลกั ษณะชิน้ งานท่ีทา โดยดตู ามขนั้ ตอนงานและ
ความเหมาะสมกลมกลนื เพ่อื ทาใหไ้ ดผ้ ลงานท่สี วยงาม
~4~
การใชห้ ลักการเพมิ่ และลดในการสร้างงานปั้น มหี ลกั การดงั นี้
1.หลักการเพมิ่
เป็นกรรมวธิ ีสรา้ งสรรคง์ านปั้น โดยการเพ่ิมวสั ดลุ งในบรเิ วณหรอื แกนท่สี รา้ งขนึ้ ใหเ้ กิด
เป็นรูปทรง 3 มิติ มคี วามงามตามท่ผี สู้ รา้ งสรรคต์ อ้ งการ
2.หลักการลด
เป็นกรรมวิธีสรา้ งสรรคง์ านปั้น โดยการสกดั เอาสว่ นท่ไี มต่ อ้ งการออก คงไวเ้ ฉพาะส่วนท่ี
ตอ้ งการใหเ้ หลือเป็นรูปทรง 3 มิติ
3.หลักการผสมผสาน
เป็นกรรมวิธีสรา้ งสรรคท์ ่เี กิดจากการผสมผสานกนั ระหวา่ งหลกั การเพ่มิ และหลกั การลด เพ่อื ให้
เกิดเป็นรูปทรงตามตอ้ งการ
4.กระบวนการสร้างสรรคง์ านปั้น
1. ขนั้ คดิ ออกแบบ รา่ งภาพออกแบบผลงานปั้นตามจินตนาการลงบนกระดาษ โดยรา่ งภาพ
หลายๆภาพ แลว้ เลือกภาพท่ดี ที ่สี ดุ 1 ภาพ เพ่อื ใหไ้ ดภ้ าพตน้ แบบในงานปั้น จากนนั้ กาหนดวา่ จะใช้
หลกั การใดในการสรา้ งสรรคผ์ ลงานปั้น
2. ขัน้ ปั้นตามจนิ ตนาการ เรม่ิ สรา้ งสรรคผ์ ลงานตามตน้ แบบท่รี า่ งไว้ ตามหลกั การสรา้ งสรรค์
ผลงานปั้นท่ไี ดก้ าหนดไว้ ตกแตง่ ผลงานใหส้ วยงาม
3. ขนั้ ปรับปรุงผลงาน ตรวจสอบผลงานกบั ตน้ แบบท่รี า่ งไว้ วา่ มสี ว่ นไหนท่ีตอ้ งแกไ้ ขปรบั ปรุง
ถา้ มีใหป้ รบั แกไ้ ข เก็บรายละเอยี ดใหเ้ รยี นรอ้ ยสวยงาม
บทบาทของงานทศั นศลิ ป์ ในชวี ติ และสังคม
งานทศั นศิลป์ หมายถงึ ผลงานศิลปะทีมองเหน็ หรอื สามารถสมั ผสั รบั รู้ ช่ืนชม ดว้ ยประสาท
ตา สมั ผสั จบั ตอ้ งได้ และกินเนือ้ ท่ใี นอากาศ
งานทศั นศิลป์ แบง่ ออกเป็น 3 ประเภท ไดแ้ ก่ งานจิตรกรรม งานประตมิ ากรรม และงาน
สถาปัตยกรรม
ผลงานทศั นศิลป์ ท่สี าคญั และก่อใหเ้ กิดประโยชนต์ อ่ การดาเนินชีวติ ในดา้ นต่างๆของมนษุ ย์ เช่น
1.1 เป็ นผลิตภณั ฑส์ ิ่งของเครอ่ื งใช้ มนษุ ยน์ าวิธีการสรา้ งสรรคง์ านทศั นศิลป์ มาใชใ้ นการ
ออกแบบผลติ ภณั ฑส์ ่งิ ของเครอ่ื งใชต้ า่ งๆมากมายเพ่อื เป็นประโยชนใ์ นการดาเนินชีวติ ประจาวนั
1.2 เป็ นทอ่ี ยอู่ าศัย มนษุ ยน์ าวิธีการสรา้ งสรรคง์ านสถาปัตยกรรมมาใชใ้ นการออกแบบอาคาร
บา้ นเรอื นใหส้ มั พนั ธก์ บั การใชง้ าน เหมาะกบั สภาพสงั คม ธรรมชาติ และส่งิ แวดลอ้ ม
1.3 เป็ นส่ิงตกแตง่ มนษุ ยไ์ ดน้ าวิธีการสรา้ งสรรคง์ าน จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์
ศลิ ปะส่ือผสม หรอื ภาพศิลปะท่สี รา้ งดว้ ยคอมพวิ เตอรม์ าใชใ้ นการตกแตง่ พนื้ ท่ีวา่ งของอาคารหรอื
สถานท่ตี า่ งๆ งานผลิตภณั ฑ์ หรอื นามาใชต้ กแตง่ รา่ งกายใหส้ วยงาม
~5~
1.4 เป็ นอาชพี ผมู้ คี วามรูค้ วามชานาญในการสรา้ งสรรคง์ าน ทศั นศลิ ป์ สามารถนาไปประกอบ
อาชีพตา่ งๆได้ โดยเฉพาะ จติ รกร ประตมิ ากร สถาปนิก ชา่ งศลิ ป์ หรอื เปิดกิจการรบั ทางานทาง
ศิลปะ
1.5 เป็ นอนุสรณส์ ถาน มนษุ ยไ์ ดน้ าวิธีการสรา้ งสรรคง์ านงานประติมากรรมและงาน
สถาปัตยกรรมมาใชส้ รา้ งสรรคเ์ ป็นผลงานทศั นศลิ ป์ เพ่อื ระลกึ ถงึ บคุ คลซง่ึ ประกอบคณุ งามความดี
บคุ คลอนั เป็นท่รี กั หรอื เหตกุ ารณส์ าคญั ๆอนั ควรแกก่ ารจดจา โดยสรา้ งเป็นอนสุ รณส์ ถานหรอื
อนสุ าวรยี ต์ า่ งๆ
1.6 บทบาทในงานพระราชพธิ ี งานทศั นศลิ ป์ มกั จะมบี ทบาทในงานพระราชพธิ ีคอ่ นขา้ งมาก
โดยมากเนน้ ในเรอ่ื งความงดงามวิจิตรตระการตา ความประณีต เพ่อื ใหส้ มพระเกียรตขิ อง
พระมหากษัตรยิ แ์ ละพระราชวงศ์ งานทศั นศิลป์ ในพระราชพธิ ีจงึ มตี งั้ แตง่ านเลก็ ๆ นอ้ ยๆ เช่น ของท่ี
ระลกึ จนถงึ สถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ ดงั จะเหน็ ไดจ้ ากพระราชพิธีท่ที างราชการจดั ขนึ้ ในโอกาสตา่ งๆ
อทิ ธิพลของศาสนาทม่ี ตี ่องานทศั นศลิ ป์ ในทอ้ งถน่ิ
ในทางศลิ ปะศาสนามีอทิ ธิพลอย่างย่ิงตอ่ การสรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ โดยเฉพาะในทอ้ งถ่ิน
ตา่ งๆ ไดม้ ีการสรา้ งสรรคผ์ ลงานทศั นศลิ ป์ ทีสาคญั ๆ และทรงคณุ ค่าไวม้ ากมาย เช่น
1. งานจติ รกรรมกับศาสนา เป็นการแสดงออกดว้ ยการวาดเขียน จิตรกรรมของไทยมกั นิยม
เขียนขนึ้ เพ่อื เป็นพทุ ธบชู าตามผนงั โบสถ์ วหิ าร พระสถปู เจดยี ์ และผนงั ถา้ โดยมีจดุ มงุ่ หมายในการ
สรา้ งสรรคง์ านจิตรกรรมนอกเหนือจากการประดบั ตกแตง่ ยงั ใชส้ ่ือในการอธิบายเรอ่ื งราวทางศาสนา
หรอื พทุ ธประวตั ดิ ว้ ยภาพ
2. งานประตมิ ากรรมกับศาสนา เป็นงานทศั นศลิ ป์ ท่มี ลี กั ษณะเป็นรูปทรง โดยท่วั ไปมกั มี
3 มติ ิ คือ มคี วามกวา้ ง ความยาว และความหนา ลกั ษณะของประติมากรรมท่ีเก่ียวกบั ศาสนามี
หลายรูปแบบ สว่ นใหญ่เป็นการสรา้ งรูปเคารพและรูปตกแตง่ มที งั้ งานปั้นดว้ ยปนู ลงรกั ปิดทอง หลอ่
ดว้ ยโลหะ แกะสลกั จากหินและไม้ มกั เป็นผลงานทสี รา้ งสรรคข์ นึ้ โดยถ่ายทอดความงามทางอดุ มคติ
ความเช่ือ
3. งานสถาปัตยกรรมกับศาสนา เป็นงานทศั นศลิ ป์ ท่ีเกิดขนึ้ จากวิธีการกอ่ สรา้ ง มีจดุ ประสงค์
การสรา้ งเพ่อื ประโยชนใ์ นการใชส้ อยเป็นหลกั สถาปัตยกรรมทางศาสนาของไทยมีเอกลกั ษณเ์ ฉพาะตวั
ซง่ึ แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท ดงั นี้
1. สถาปัตยกรรมแบบเปิ ด เป็นส่ิงก่อสรา้ งท่ไี ดใ้ ชป้ ระโยชนจ์ ากพนื้ ท่ีวา่ งภายในสามารถเขา้
ไปอย่อู าศยั ในตวั อาคารนนั้ ๆ เชน่
- โบสถแ์ ละวหิ าร เป็นส่งิ กอ่ สรา้ งทางศาสนา มที งั้ ศาสนาพทุ ธ ศาสนาครสิ ต์ ศาสนาอสิ ลาม
และศาสนาฮินดู
~6~
2. สถาปัตยกรรมแบบปิ ด เป็นส่งิ กอ่ สรา้ งท่ไี มไ่ ดเ้ วน้ พนื้ ท่วี า่ งภายในตวั อาคารท่สี ามารถเขา้
ไปขา้ งในได้ มรี ูปทรงเป็นแทง่ กอ้ น ทบึ ตนั เชน่
- เจดยี ์ เป็นส่งิ ก่อสรา้ งในศาสนาพทุ ธท่ีมีลกั ษณะเป็นยอดแหลม สงู มีทงั้ รูปทรงกลมและ
รูปทรงเหล่ยี ม ถา้ เป็นทรงส่เี หล่ยี มนิยมสรา้ งยอ่ มมุ ใหเ้ กิดเป็นมมุ เลก็ ๆ หลายๆมมุ
- พระปรางค์ เป็นส่งิ กอ่ สรา้ งมีทงั้ ศาสนาพทุ ธและศาสนาฮินดู มีลกั ษณะคลา้ ยปราสาทย่อสว่ น
นิยมสรา้ งดว้ ยศิลาแลง หินทราย อฐิ บางแหง่ ฉาบปนู ประดบั ลวดลายอยา่ งงดงาม
4. งานหตั ถกรรม เป็นงานทศั นศลิ ป์ ท่ีมีความเก่ียวขอ้ งกบั ธรรมชาติและวถิ ีชีวิตความเป็นอยู่
ของผคู้ นในทอ้ งถ่ิน ผลงานทศั นศลิ ป์ บางชิน้ สรา้ งสรรคข์ นึ้ เพ่ือใชใ้ นการประกอบพธิ ีกรรมทางศาสนา
หรอื ความเช่ือตา่ งๆ
อทิ ธิพลทางวัฒนธรรมในทอ้ งถนิ่ ทมี่ ผี ลตอ่ การสร้างงานทัศนศลิ ป์
ประเทศไทยมคี วามหลากหลายทางภมู ิภาค วฒั นธรรม ประเพณี และวถิ ีการดาเนินชีวิต จาก
ปัจจยั ดงั กลา่ วทาใหใ้ นภมู ิภาคตา่ งๆของประเทศไทยมคี วามเป็นเอกลกั ษณโ์ ดยเฉพาะทางวฒั นธรรม
และประเพณี เกิดการสรา้ งสรรคผ์ ลงานทศั นศิลป์ ตา่ งๆท่ีมคี วามสวยงามและหลากหลาย มีลกั ษณะท่ี
แตกตา่ งกนั ไป เชน่
การสร้างงานทศั นศิลป์ ในภาคเหนือ
ภาคเหนือ เป็นดินแดนท่อี ย่ตู อนบนสดุ ของประเทศไทย มอี าณาเขตตดิ กบั ประเทศเพ่อื นบา้ นคอื
ลาวละเมยี นมาร์ (พมา่ ) ดินแดนแถบนีเ้ รยี กว่า “ดินแดนลา้ นนา” มีความอดุ มสมบรู ณไ์ ปดว้ ย
ทรพั ยากรต่างๆ โดยเฉพาะป่าไม้ ผคู้ นมีวถิ ีชีวิตท่เี รยี นงา่ ย เล่ือมใสศรทั ธาในพระพทุ ธศาสนา การ
สรา้ งสรรคง์ านทศั นศิลป์ ตา่ งๆ ทางภาคเหนือมเี อกลกั ษณเ์ ฉพาะตวั แสดงออกถงึ ความนมุ่ นวล ออ่ น
ชอ้ ย และสวยงาม สะทอ้ นใหเ้ หน็ ถงึ อิทธิพลทางวฒั นธรรมท่มี ีผลตอ่ การสรา้ งสรรคผ์ ลงานทศั นศลิ ป์ ได้
อย่างชดั เจน
การสร้างงานทศั นศิลป์ ในภาคกลาง
ภาคกลาง เป็นดนิ แดนท่มี อี ารยธรรมเกา่ แกต่ งั้ แตส่ มยั ก่อนประวตั ศิ าสตร์ ดินแดน แถบนีม้ ี
ความอดุ มสมบรู ณ์ มที รพั ยากรธรรมชาติ โบราณสถาน และวดั วาอารามตา่ งๆท่ีงดงาม เน่ืองจากภาค
กลางเป็นท่ตี งั้ เมืองหลวงของประเทศไทย จงึ เป็นศนู ยก์ ลางของแหลง่ ศิลปวฒั นธรรมละงานทศั นศลิ ป์ ท่ี
เป็นเอกลกั ษณข์ องชาติ ดงั นนั้ การสรา้ งสรรคผ์ ลงานทศั นศลิ ป์ ตา่ งๆในภาคกลางจงึ มีลกั ษณะท่ี
คลา้ ยคลงึ กนั มีองคป์ ระกอบเฉพาะตวั มีความสวยงาม ออ่ นชอ้ ย และท่ีสาคญั คือแสดงออกถงึ ความ
เป็นชาตไิ ทยไดอ้ ยา่ งชดั เจน
การสร้างงานทศั นศิลป์ ในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือหรอื ภาคอีสาน เป็นดนิ แดนท่มี อี ารยธรรมเกา่ แก่ตงั้ แตส่ มยั กอ่ น
ประวตั ศิ าสตรจ์ นถึงสมยั ขอมเรอื งอานาจ มีหลกั ฐานท่ปี รากฏจนถงึ ปัจจบุ นั เชน่ ปราสาทหินพนมรุง้
~7~
จงั หวดั บรุ รี มั ย์ ปราสาทหนิ พิมาย จงั หวดั นครราชสมี า เป็นตน้ การสรา้ งสรรคผ์ ลงานทศั นศิลป์ ตา่ งๆ
ในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือแสดงออกถงึ อิทธิพลทางวฒั นธรรมท่ีมตี อ่ ผลงานทศั นศลิ ป์ ไดอ้ ย่างชดั เจน
เช่น ปราสาทหินพนมรุง้ จงั หวดั บรุ รี มั ย์ , ปราสาทหินพิมาย จงั หวดั นครราชสีมา ,ภาพจิตรกรรมเลา่
เรอ่ื งทศชาติ วดั มชั ฌิมวิทยา ( วดั บา้ นลาน ) จงั หวดั ขอนแก่น
การสร้างงานทศั นศิลป์ ในภาคใต้
ภาคใต้ เป็นดินแดนท่ตี งั้ อย่รู ะหวา่ งทะเลอนั ดามนั ในมหาสมทุ รอนิ เดยี กบั ทะเลจีนใตใ้ น
มหาสมทุ รแปซิฟิก มีฝนตกชกุ แทบทงั้ ปี ดินแดนแถบนีม้ ีการสรา้ งสรรคง์ านทศั นศิลป์ ตา่ งๆท่ีมี
เอกลกั ษณเ์ ฉพาะตวั และแสดงใหเ้ หน็ ถงึ อทิ ธิพลทางวฒั นธรรมท่มี ีผลตอ่ การสรา้ งสรรคผ์ ลงาน
ทศั นศิลป์ ไดอ้ ยา่ งชดั เจน เช่น หนงั ตะลงุ เป็นมหรสพพนื้ บา้ นของภาคใตท้ ่มี ีมานบั รอ้ ยๆปี , เครอ่ื งถม
ทอง จงั หวดั นครศรธี รรมราช , กระเป๋ าถือ เครอ่ื งจกั สานย่านลิเภา จงั หวดั นครศรธี รรมราช
~8~
ใบงานเพอื่ การเรียนรู้ ชั้น ป. 6
กลุ่มสาระวิชา ศลิ ปะ (ทศั นศิลป์ ) ใบงานที่ 3
หน่วย ชวี ิตกับศิลปะ
คาอธิบายการทากจิ กรรม
1. นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั เิ รอ่ื งงานปั้นพนื้ ฐานจากการสงั เกตภาพตวั อย่าง ดู วีดีทศั น์ สมั ผสั วสั ดุ
อปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกตงานทศั นศิลป์ นกั เรยี นนาความรูเ้ รอ่ื งงานปั้นพืน้ ฐานมาสรา้ งผลงาน
แลว้ นาผลงานเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
2. นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั ิเรอ่ื งวสั ดแุ ละอปุ กรณท์ ่ใี ชท้ ามงานปั้นจากการสงั เกตภาพตวั อยา่ ง ดู วดี ี
ทศั น์ สมั ผสั วสั ดอุ ปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกตงานทศั นศลิ ป์ นกั เรยี นนาความรูเ้ รอ่ื งวสั ดแุ ละ
อปุ กรณท์ ่ใี ชท้ ามงานปั้น มาสรา้ งผลงาน แลว้ นาผลงานเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
3. นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั เิ รอ่ื งการใชห้ ลกั การเพ่มิ และลดในการสรา้ งงานปั้น จากการสงั เกตภาพ
ตวั อย่าง ดู วดี ีทศั น์ สมั ผสั วสั ดอุ ปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกตงานทศั นศิลป์ นกั เรยี นนาความรู้
เรอ่ื งการใชห้ ลกั การเพ่มิ และลดในการสรา้ งงานปั้น มาสรา้ งผลงาน แลว้ นาผลงานเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
4. นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั เิ รอ่ื งบทบาทของงานทศั นศลิ ป์ ในชีวติ และสงั คมจากการสงั เกตภาพตวั อย่าง
ดู วดี ที ศั น์ สมั ผสั วสั ดอุ ปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกตงานทศั นศลิ ป์ นกั เรยี นนาความรูเ้ รอ่ื งบทบาท
ของงานทศั นศลิ ป์ ในชีวิตและสงั คมมาจดั ทารายงาน แลว้ นาผลงานเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น.
5. นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั ิเรอ่ื งอิทธิพลของศาสนาท่มี ตี อ่ งานทศั นศลิ ป์ ในทอ้ งถ่ิน
จากการสงั เกตภาพตวั อยา่ ง ดู วดี ที ศั น์ สมั ผสั วสั ดอุ ปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกตงานทศั นศิลป์
นกั เรยี นนาความรูเ้ รอ่ื งอิทธิพลของศาสนาท่ีมตี อ่ งานทศั นศิลป์ ในทอ้ งถ่ินมาจดั ทารายงาน แลว้ นา
ผลงานเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
6.นกั เรยี นศกึ ษาและปฏิบตั เิ รอ่ื งอทิ ธิพลทางวฒั นธรรมในทอ้ งถ่ินท่มี ผี ลตอ่ การสรา้ งงานทศั นศิลป์
จากการสงั เกตภาพตวั อยา่ ง ดู วีดที ศั น์ สมั ผสั วสั ดอุ ปุ กรณข์ องจรงิ หรอื จากการสงั เกตงานทศั นศิลป์
นกั เรยี นนาความรูเ้ รอ่ื งอทิ ธิพลทางวฒั นธรรมในทอ้ งถ่ินท่ีมีผลตอ่ การสรา้ งงานทศั นศิลป์ มาจดั ทา
รายงาน แลว้ นาผลงานเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
~9~
ใบงานเพอื่ การเรียนรู้ ชัน้ ป. 6
กลุ่มสาระวชิ า ศลิ ปะ (ทศั นศลิ ป์ ) ใบงานที่ 4
หน่วย ชวี ติ กบั ศลิ ปะ
คาอธิบายการทากจิ กรรม
ใหน้ กั เรยี นสรุปความรูแ้ ลว้ บนั ทกึ ลงในแบบบนั ทกึ ในใบงานเพ่ือการเรยี นรู้
บนั ทกึ สรุปความรู้ทไ่ี ดร้ ับ
1. การปั้น หมายถงึ ..........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
2. หลกั การเพ่มิ ในงานปั้น หมายถึง .......................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
3. หลกั การลดในการปั้น หมายถงึ ...........................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
11. งานทศั นศลิ ป์ หมายถงึ ............................................................................................................
......................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
12. ผลงานทศั นศิลป์ ท่สี าคญั และกอ่ ใหเ้ กิดประโยชนต์ อ่ การดาเนินชีวติ ในดา้ นตา่ งๆของมนษุ ย์ เชน่
1 .................................................................................................................
2 .................................................................................................................
3 .................................................................................................................
4 .................................................................................................................
5 .................................................................................................................
13. อิทธิพลของศาสนาท่มี ผี ลตอ่ งานจิตรกรรม ................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................
~ 10 ~
14. อทิ ธิพลของศาสนาท่มี ผี ลตอ่ งานประตมิ ากรรม
..........................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
15. อิทธิพลของศาสนาท่มี ีผลตอ่ งานสถาปัตยกรรม
โบสถแ์ ละวหิ าร
..........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
เจดยี ์
..........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
ปรางค์
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
..........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
งานหตั ถกรรม
..........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................
~ 11 ~
ใบงานเพอ่ื การเรียนรู้ ชัน้ ป. 6
กลุ่มสาระวชิ า ศลิ ปะ (ทศั นศิลป์ ) ใบงานท่ี 5
หน่วย ชวี ติ กับศลิ ปะ
คาอธิบายการทากจิ กรรม
ใหน้ กั เรยี นสรุปประโยชนท์ ่เี กิดขนึ้ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ
หลกั การทรงงานของในหลวงรชั กาลท่ี 9 บนั ทกึ ลงในตาราง
ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง สาระสาคญั
1. หลักคดิ
ความรู้ ............................................................................................….
คณุ ธรรม ................................................................................................
2. หลักปฏบิ ตั ิ ......................................................................................……....
พอประมาณ
.................................................................................................
มเี หตผุ ล .................................................................................................
..............................................…...............................................
มีภมู คิ มุ้ กนั .................................................................................................
..............................................…...............................................
3. ผลลัพท์ 4 มติ ิ
วตั ถุ .................................................................................................
..............................................…...............................................
สังคม .................................................................................................
..............................................…...............................................
วฒั นธรรม .................................................................................................
..............................................…...............................................
สง่ิ แวดล้อม .................................................................................................
..............................................…...............................................
หลกั การทรงงาน ~ 12 ~
ประโยชนท์ น่ี าไปใช้
ทาตามลาดบั ขนั้
...........................................................................................….
................................................................................................
ไม่ติดตารา ...........................................................................................….
................................................................................................
ทางานอย่างมีความสขุ ...........................................................................................….
................................................................................................
ความเพียร ...........................................................................................….
................................................................................................
ใหน้ กั เรยี นทาแบบประเมินตนเองดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และความคิดเหน็ ตอ่ ความรูท้ ่ีไดร้ บั
ประเมนิ ตนเองด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม
คณุ ธรรมและจรยิ ธรรม ดี พอใช้ ปรบั ปรุง
1. เป็นผใู้ ฝ่รู้ ใฝ่ศกึ ษา คน้ ควา้ หาความรู้
2. ความรบั ผิดชอบ ขยนั และอดทน
3. ความซ่อื สตั ย์
4. ความมีระเบียบวินยั
5. ปฏิบตั ิกิจกรรมอยา่ งมีความสขุ
6. รูจ้ กั เอือ้ เฟื้อเผ่ือแผ่ตอ่ ผอู้ ่ืน
ความคดิ เหน็ ต่อความรู้ทไ่ี ด้รับ
ประโยชนท์ ่ีได้ คือ
.......................................................................................................................................
การนาไปใชป้ ระโยชน์
...........................................................................................................................................
~ 13 ~
แบบทดสอบหลังเรียน
ใหน้ กั เรยี นเขียนเครอ่ื งหมาย X ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ีถกู ตอ้ ง
1.การปั้นโดยใชห้ ลกั การเพ่มิ หมายถึงขอ้ ใด 7. วสั ดใุ ดท่สี ามารถนามาใชป้ ั้นชิน้ งานได้
ก.การทาใหง้ านปั้นสวยงาม ก. ขีเ้ ล่อื ย เย่ือกระดาษ
ข.การเพ่มิ รายละเอียดในงานปั้น ข. ขีผ้ งึ้ เศษแกว้
ค.การทาใหเ้ ปล่ยี นรูปรา่ ง ค. ขีเ้ ล่อื ย เศษแกว้
ง.การทาใหง้ านปั้นเลก็ ลง ง. เย่ือกระดาษ เศษแกว้
2.ขอ้ ใดเป็นการปั้นโดยใชห้ ลกั การลด 8.ประติมากรรมในขอ้ ใด จดั เป็นกระบวนการเชิงบวก
ก.การขดู ลาตวั รูปปั้นเสอื ก. รูปปั้นหนา้ คนจากดนิ เหนียว
ข.การแปะตารูปปั้นแมว ข. บานประตวู ดั สทุ ศั น์
ค.การตดิ หวั รูปปั้นสิงโต ค. ประติมากรรมหนิ รูปเจา้ แมก่ วนอมิ
ง.การพอกตวั รูปปั้นแมว ง. งานแกะสลกั นา้ แข็ง
3.“การเพ่มิ วสั ดลุ งในบรเิ วณหรอื แกนท่สี รา้ งขนึ้ ให้ 9.ขอ้ ใดเป็นการสรา้ งสรรคผ์ ลงานประตมิ ากรรมเพ่อื ให้
เกิดเป็นรูปทรง 3 มติ ิ ” เพ่อื นๆตระหนกั ถงึ ปัญหามลภาวะในเมืองใหญ่
จากขอ้ ความหมายถึงหลกั การปั้นใด ก. สรา้ งตน้ ไมห้ ล่อปนู ปลาสเตอรเ์ รยี งเป็นป่าใหญ่
ก. หลกั การลด ข. หลกั การเพ่มิ ข. นาดอกไมจ้ านวนมากมากองสงู เป็นภเู ขา มี
ค. หลกั การผสมผสาน ง. ไมม่ ขี อ้ ถกู ต๊กุ ตาเดก็ ลอ้ มลอบ
4. การแกะ สลกั ขดู เจาะ คือหลกั การใดในการ ค.สรา้ งเมืองท่สี วยงามดว้ ยกระดาษสีแผน่ ใหญ่ ผกู
ปั้น รบิ บนิ้ เป็นสายรุง้
ก. หลกั การลด ข. หลกั การเพ่มิ ง. นาขวดนมพลาสตกิ มาสรา้ งเป็นห่นุ ยนตย์ ่ืน
ค. หลกั การเติม ง. หลกั การเสรมิ กระถางตน้ ไมใ้ หค้ นดู
5. การปั้นลาตวั ไดโนเสารใ์ หม้ ขี นาดใหญ่ขนึ้ ตอ้ ง 10.งานจิตรกรรมใดท่ีไดร้ บั อิทธิพลจากศาสนา
ใชว้ ิธีการใด ก. ภาพชาดก
ก. การพอก ข. การขดู ข. ภาพทวิ ทศั น์
ค. การกด ง. การบิด ค. ภาพพทุ ธประวตั ิ
6. การเพ่มิ ในงานปั้น หมายถงึ ขอ้ ใด ง. ขอ้ ก. และ ค. ถกู
ก. การพอกหรอื ต่อเตมิ ชิน้ งาน 11. “เป็นดินแดนท่มี ีอารยธรรมเกา่ แก่ตงั้ แตส่ มยั กอ่ น
ข. การเพ่มิ ปรมิ าณวสั ดุ ประวตั ิศาสตรจ์ นถงึ สมยั ขอมเรอื งอานาจ”
ค. การเพ่มิ อปุ กรณท์ ่ใี ช้ จากขอ้ ความสมั พนั ธก์ บั ขอ้ ใด
ง. การนาส่งิ อ่นื มาตกแตง่ ก. ภาคเหนือ ข. ภาคกลาง
ค. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ง. ภาคใต้
~ 14 ~
12. การสรา้ งผลงานทศั นศิลป์ จากภมู ิปัญญาควร 16. ขอ้ ใดคอื ลกั ษณะของปรางค์
คานงึ ถงึ ส่ิงใด ก. เป็นส่งิ กอ่ สรา้ งทางศาสนามที งั้ พทุ ธ ครสิ ต์
ก. การใชว้ สั ดแุ ละอปุ กรณท์ ่มี อี ยใู่ นทอ้ งถ่ิน อสิ ลามและฮินดู
ข. การสรา้ งผลงานใหม้ ีความทนั สมยั แปลกใหม่ ข. เป็นส่งิ กอ่ สรา้ งในทางพทุ ธศาสนาท่ีมยี อด
ค. สามารถนาผลงานมาขายสรา้ งรายไดใ้ หก้ บั แหลม สงู มีทงั้ รูปทรงกลม และรูปทรงเหล่ยี ม
ตนเอง ค. เป็นส่งิ ก่อสรา้ งมีทงั้ ท่เี ป็นของศาสนาพทุ ธและ
ง. เป็นการผสมผสานวฒั นธรรมไทยและ ของศาสนาฮินดมู ีลกั ษณะคลา้ ยปราสาทย่อสว่ น
วฒั นธรรมตา่ งชาติ ง. ถกู ทกุ ขอ้
13. นกั เรยี นมีวธิ ีการอนรุ กั ษผ์ ลงานทศั นศิลป์ ใน 17. ขอ้ ใดคือลกั ษณะของโบสถแ์ ละวิหาร
ทอ้ งถ่ินไดอ้ ย่างไร ก. เป็นส่งิ ก่อสรา้ งทางศาสนามีทงั้ พทุ ธ ครสิ ต์
ก. ปลกู สรา้ งบา้ นแบบตะวนั ตก อิสลามและฮินดู
ข. ช่วยดแู ลรกั ษาความสะอาดวดั ข. เป็นส่งิ กอ่ สรา้ งในทางพทุ ธศาสนาท่ีมียอด
ค. สวมใสเ่ สอื้ ผา้ ท่ที นั สมยั ตามแฟช่นั แหลม สงู มีทงั้ รูปทรงกลม และรูปทรงเหล่ยี ม
ง. ออกกฎหมายหา้ มซือ้ ขายผลงานทศั นศลิ ป์ ค. เป็นส่งิ ก่อสรา้ งมที งั้ ท่เี ป็นของศาสนาพทุ ธและ
14.ขอ้ ใดคอื ลกั ษณะของเจดีย์ ของศาสนาฮินดมู ีลกั ษณะคลา้ ยปราสาทย่อสว่ น
ก. เป็นส่งิ ก่อสรา้ งทางศาสนามที งั้ พทุ ธ ครสิ ต์ ง. ถกู ทกุ ขอ้
อสิ ลามและฮินดู 18.ผลงานทศั นศิลป์ ในแตล่ ะทอ้ งถ่ินมีอทิ ธิพลมาจาก
ข. เป็นส่งิ ก่อสรา้ งในทางพทุ ธศาสนาท่ีมียอด ส่งิ ใด
แหลม สงู มที งั้ รูปทรงกลม และรูปทรงเหล่ียม ก. ภาษาท่ใี ชใ้ นทอ้ งถ่ิน
ค. เป็นส่งิ ก่อสรา้ งมีทงั้ ท่ีเป็นของศาสนาพทุ ธ ข. จานวนประชากรในทอ้ งถ่ิน
และของศาสนาฮินดมู ลี กั ษณะคลา้ ยปราสาท ค. วถิ ีชีวิตของคนในทอ้ งถ่ิน
ยอ่ สว่ น ง. รูปรา่ งหนา้ ตาของคนในทอ้ งถ่ิน
ง. ถกู ทกุ ขอ้ 19. “เป็นศนู ยก์ ลางของแหลง่ ศลิ ปวฒั นธรรมและงาน
15.ศิลปะไทยไดร้ บั อทิ ธิพลมาจากส่งิ ใดมากท่สี ดุ ทศั นศลิ ป์ ท่เี ป็นเอกลกั ษณข์ องชาติ”
ก. ธรรมชาติ ข. วฒั นธรรม จากขอ้ ความสมั พนั ธก์ บั ขอ้ ใด
ค. ศาสนา ง. ประเพณี ก. ภาคเหนือ ข. ภาคกลาง ค. ภาคอสี าน ง. ภาคใต้
20.ขอ้ ใดไมใ่ ช่ลกั ษณะเดน่ ของจิตรกรรมไทย
ก. เป็นภาพเขียนแบบสองมติ ิ
ข. แสดงความรูส้ กึ ของภาพดว้ ยเสน้ และทา่ ทาง
ค. แสดงความแตกตา่ งระหว่างบคุ คลดว้ ยสี
ง. แสดงจดุ สนใจโดยคานงึ ถงึ สดั ส่วน..
~ 15 ~
ใบงานเพอ่ื การเรียนรู้ ชัน้ ป. 6
กลุ่มสาระวชิ า ศลิ ปะ (ทศั นศลิ ป์ ) ใบงานท่ี 6
หน่วย ชวี ติ กับศลิ ปะ
คาอธิบายการทากจิ กรรม
ใหน้ กั เรยี นวางแผนออกแบบชิน้ งานวาดภาพตามท่ีตนเองสนใจ
แบบเสนอผลงานที่ 6
แผนปฏบิ ตั งิ าน.............................................................