The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by anchaleef12506, 2021-07-31 04:09:43

รวมใบงานนศ.ป.5

รวมใบงานนศ.ป.5

1

ชุดปฏิบัตกิ ารเรียนรู้

กลมุ่ สาระ ศิลปะ (ดนตรี – นาฏศลิ ป์ ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5

หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 1 เสยี ง รอ้ ง พาเพลนิ ครูผสู้ อน นางสาวอรพรรณ นากอก

คาอธบิ ายการทากจิ กรรม
ใหน้ ักเรียนปฏบิ ัตกิ ิจกรรมดงั ตอ่ ไปนี้

1. ศกึ ษาความรูจ้ ากเอกสารประกอบการเรยี นรูแ้ หลง่ เรียนรูต้ ่าง ๆ และจากคาอธิบายเพม่ิ เติมของครู
แลว้ ทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน นกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายเพ่อื ตรวจสอบคาตอบรว่ มกนั พรอ้ มทงั้ แกไ้ ขให้
ถกู ตอ้ ง
2. ใหน้ กั เรียนเลือกฟังเพลงไทยมา 1 เพลง แลว้ เขียนบนั ทกึ เก่ียวกบั องคป์ ระกอบของเพลงท่สี งั เกตได้
ลงในกรอบ
3. ใหน้ กั เรยี นฟังเสียงรอ้ งของศิลปิน 2 คน โดยครูจะเปิดเทปใหฟ้ ัง แลว้ ช่วยกนั อภิปรายถึงลกั ษณะ
ของเสียงขบั รอ้ งท่ีฟังแลว้ บนั ทกึ ขอ้ มลู
4. ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลมุ่ ยกตวั อย่างโนต้ เพลงตามบนั ไดเสยี ง 5 เสยี ง โดยหาภาพมาตดิ ในชอ่ งท่ี
กาหนดใหด้ า้ นลา่ ง แลว้ ฝึกออกเสียงตามและตอบคาถาม
5. ใหน้ กั เรียนดภู าพท่กี าหนดและบอกช่อื เครอ่ื งดนตรีท่ใี ชบ้ รรเลงประกอบจงั หวะ และบนั ทกึ ขอ้ มลู
6. ใหน้ กั เรียนขบั รอ้ งเพลงไทย หรอื เพลงสากล หรือเพลงไทยสากล มา 1 เพลง แลว้ ออกมาขบั รอ้ งท่ี
หนา้ ชนั้ เรยี น จากนนั้ ใหเ้ พ่อื นและครูแสดงความคดิ เห็นและประเมนิ ผล
7. ใหน้ กั เรียนเขียนช่อื ภาษาทา่ และนาฏยศพั ทใ์ ตภ้ าพหถ้ กู ตอ้ ง
8. ใหเ้ รียนแบง่ กลมุ่ แต่ละกลมุ่ ตอ้ งมผี ชู้ ายและผหู้ ญิงเท่าๆกนั แสดงท่าประกอบเพลงหญิงไทยใจงาม
แลว้ ประเมินผลการแสดง
9.นกั เรยี นสรุปประโยชนท์ ่เี กิดขนึ้ ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งและหลกั การทรงงานของใน
หลวงรชั กาลท่ี 9

2

แบบทดสอบ

คาชแี้ จง : ใหท้ าเครอ่ื งหมาย × ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบท่ถี กู ท่สี ดุ เพียงขอ้ เดยี ว

1. ความชา้ เรว็ ของบทเพลง หมายถึงขอ้ ใด 8. บนั ได 5 เสน้ มคี วามสาคญั อยา่ งไร

ก. จงั หวะ ข. ทานอง ก. ใชเ้ ขยี นเนอื้ เพลง

ค. รูปแบบ ง. การประสานเสยี ง ข. ใชฝ้ ึกเขียนตวั โน๊ต

2. จงั หวะเพลงไทย สว่ นใหญ่เป็นจงั หวะแบบใด ค. ใชบ้ นั ทกึ เสียงดนตรี

ก. เรว็ ข. ชา้ ง. ใชเ้ ขยี นขอ้ ความสาคญั

ค. ปานกลาง ง. ชา้ สลบั เรว็ 9. ขอ้ ใดเป็นตวั บอกช่อื ตวั โน๊ตในบรรทดั 5 เสน้

3. เพลงท่มี ีจงั หวะเรว็ สอื่ อารมณใ์ ด ก. เสน้ นอ้ ย

ก. เสยี ใจ ข. โศกเศรา้ ข. บรรทดั 5 เสน้

ค. เบ่ือหน่าย ง. สนกุ สนาน ค. กแุ จประจาหลกั

4. เสยี งเดก็ และเสยี งผหู้ ญิง มลี กั ษณะอยา่ งไร ง. ชอ่ งในบรรทดั 5 เสน้

ก. ทมุ้ ใหญ่ ข. ดงั กงั วาน 10. การขอ้ บรอ้ งเพลงไทย ควรน่งั อยา่ งไร

ค. แหบแหง้ ง. เลก็ แหลม ก. น่งั ชนั เขา

5. ระดบั ของเสียงดนตรมี ที งั้ หมดก่ีเสยี ง ข. น่งั คกุ เขา่

ก. 4 เสียง ข. 5 เสียง ค. น่งั พบั เพียบ

ค. 6 เสยี ง ง. 7 เสียง ง. น่งั ขดั สมาธิ

6. การขบั รอ้ งท่ีมีคณุ ภาพ ควรรอ้ งอย่างไร 11. การขบั เพลงไทย แตกต่างจากการขบั รอ้ ง

ก. ออกเสียงเนอื้ รอ้ งตามความเคยชิน เพลงสากลในขอ้ ใด

ข. รอ้ งถกู ตอ้ งตามจงั หวะและทานอง ก. มกี ารเออื้ น ข. ทานอง

ค. ขณะขบั รอ้ งยมิ้ แยม้ อย่เู สมอ ค. เนือ้ รอ้ ง ง. จงั หวะ

ง. ตะโกนรอ้ งสดุ เสยี ง 12. เครอ่ื งดนตรชี นดิ ใด ทาใหเ้ ราทราบจงั หวะ

7. ขอ้ ใดเป็นลกั ษณะของเสียงผชู้ ายวยั กลางคน ของเพลงไทย

ก. ทมุ้ ใหญ่ ข. ดงั กงั วาน ก. ฉ่ิง ข. ซอ

ค. เล็กแหลม ง. เบาเหมอื นกระซิบ ค. ฉาบ ง. ขลยุ่

3

13. ก่อนรอ้ งเพลงไทย ผรู้ อ้ งควรทาอยา่ งไร 19. การฝึกแสดงนาฏศลิ ป์ ไทย มีประโยชน์
อย่างไร
ก. จาช่อื เคร่อื งดนตรี
ก. ทาใหม้ เี ช่ือเสยี ง
ข. อ่านตวั โนต๊ เพลงไทย ข. มคี นยกย่องสรรเสรญิ
ค. ช่วยอนรุ กั ษว์ ฒั นธรรมไทย
ค. จาช่ือนกั ดนตรี ง. ใชใ้ นการหารายไดพ้ เิ ศษ
20. ฟ้อนเล็บ มลี ีลาท่าทางคลา้ ยกบั การแสดง
ง. ศกึ ษาเนอื้ เพลง ขอ้ ใด
ก. ราไก่ขนั
14. โปงลาง ใชบ้ รรเลงประกอบการแสดงในขอ้ ใด ข. ฟ้อนเทยี น
ค. ราโนรา
ก. เซงิ้ กระตบิ๊ ข. ฟอ้ นเล็บ ง. ราวงมาตรฐาน

ค. รองเงง็ ง. โนรา

15. เม่อื แสดงอารมณโ์ กธร ควรใชเ้ สยี งอยา่ งไร

ก. เสียงต่า

ข. เสียงดงั

ค. เสียงสงู

ง. เสยี ยงเบา

16. ขอ้ ใดไม่ใช่การแสดงนาฏศลิ ป์

ก. ระบา ข. ละครใน

ค. บลั เลย่ ์ ง. โขน

17. ราวงมาตรฐานเพลงหญิงไทยใจงาม ใชท้ ่าราใน

ขอ้ ใด

ก. ท่าราสา่ ย

ข. ทา่ ราย่วั

ค. ท่าพรหมสห่ี นา้

ง. ทา่ ชกั แปง้ ผดั หนา้

18. ราวงมาตรฐาน พฒั นาการมาจากการแสดงใด

ก. โขน ข. โทน

ค. ฟอ้ นเลบ็ ง. รามโนราห์

4

ชุดปฏิบตั ิการเรียนรู้ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
กลมุ่ สาระ ศิลปะ (ดนตรี – นาฏศลิ ป์ ) ครูผสู้ อน นางสาวอรพรรณ นากอก
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 1 เสียง รอ้ ง พาเพลนิ

องคป์ ระกอบทางดนตรี
องคป์ ระกอบทางดนตรี หมายถึง รายละเอยี ดต่างๆทางดนตรี ท่นี ามาประกอบกนั เป็นบท
เพลง ทาใหบ้ ทเพลงนนั้ มีความสมบรู ณ์ เกิดความไพเราะ ดงั นนั้ เราจงึ ตอ้ งเรียนรูถ้ งึ องคป์ ระกอบของ
ดนตรี เพ่อื สรา้ งความเขา้ ใจในบทเพลงตา่ งๆ ไดด้ ีย่ิงขนึ้ ซ่งึ องคป์ ระกอบทางดนตรที ่คี วรเรยี นรู้ มีดงั นี้

จงั หวะ
เป็นตวั กาหนดความชา้ หรือเรว็ ของเพลง ซงึ้ ขนึ้ อย่กู บั ผปู้ ระพนั ธเ์ พลงวา่
จะใหม้ เี นอื้ รอ้ งท่มี ลี กั ษณะเสียงสนั้ เสียงยาวมาเรยี บเรยี งใหเ้ กิดจงั หวะชา้ หรือเรว็
อยา่ งไร

ทานอง
เป็นการนาเอาเสยี งของดนตรที ่มี ีทง้ั ระดบั เสียงสงู และเสยี งต่ามาเรยี บ
เรยี งใหอ้ ยใู่ นแนวระดบั สงู ขนึ้ และต่าลง ตามท่ผี ปู้ ระพนั ธเ์ พลงตอ้ งการ

การประสานเสยี ง
เป็นการขบั รอ้ งและบรรเลงดนตรีไปพรอ้ มกนั หรอื การขบั รอ้ งรว่ มกนั เป็นหมู่
คณะ หรอื การบรรเลงเครื่องดนตรีรว่ มกนั ซง่ึ การประสานเสียงจะตอ้ งเป็นไปใน
ทิศทางเดียวกนั ใหส้ อดคลอ้ งกลมกลืนกนั ฟังแลว้ ไม่ขดั ฟู บทเพลงจงึ จะมีความ
ไพเราะ

รูปแบบ
เป็นโครงสรา้ งของบทเพลงซ่งึ ไดจ้ ดั วรรคเพลง วลเี พลง ประโยคเพลง
การซา้ และการเปลยี่ นทานองเพลง ตามความตอ้ งการของผปู้ ระพนั ธ์

5

การสือ่ อารมณบ์ ทเพลงด้วยองคป์ ระกอบทางดนตรี
การสอ่ื อารมณข์ องบทเพลง เป็นการถา่ ยทอดความรูส้ กึ อารมณ์ และเนอื้ หาของเพลงใหก้ บั
ผฟู้ ังไดร้ บั รูถ้ งึ ความไพเราะของบทเพลงนนั้ เชน่
1. จงั หวะกบั อารมณข์ องบทเพลง
เพลงแตล่ ะเพลงจะมีจงั หวะเป็นตวั กากบั และมีความแตกต่างกนั ออกไป ซง่ึ ทาใหส้ ามารถส่ืออารมณ์
ของบทเพลงไดแ้ ตกต่างกนั เช่น จงั หวะชา้ ทาใหอ้ ารมณเ์ ศรา้ จงั หวะเรว็ ทาใหส้ นกุ สนาน เป็นตน้
2. ทานองกบั อารมณข์ องบทเพลง
เพลงแต่ละเพลงจะมที านองท่ีแตกตา่ งกนั ออกไป บางเพลงอาจมลี กั ษณะทานองเป็นเสยี งสงู
เสียงต่า เสียงแหลม หลายรูปแบบ เช่น เพลงท่มี ที านองเสยี งสงู หรือต่าถ่ี ๆ ก็จะทาใหม้ ีอารมณ์
สนกุ สนานครืน้ เครง เป็นตน้

ลักษณะของเสยี งขับร้อง

เสยี งรอ้ งของเดก็ สว่ นมากจะมี
ลกั ษณะเสียงเลก็ แหลม ซ่งึ เป็นตาม
ธรรมชาติและใหค้ วามรูส้ กึ สดใสบรสิ ทุ ธิ์

เสยี งรอ้ งของผชู้ าย โดยเฉพาะ
วยั กลางคน มกั จะมีลกั ษณะเป็นเสยี ง
ทมุ้ ใหญ่ ใหค้ วามรูส้ กึ นมุ่ นวล อบอนุ่

6

เสียงรอ้ งของผหู้ ญิง สว่ นมากมกั
มีเสียงแหลมสงู ซ่งึ ใหค้ วามรูส้ กึ รา่ เรงิ
สดใส

บนั ไดเสยี ง
บนั ไดเสยี ง หมายถึง เสียงดนตรีท่เี รียงไวต้ ามลาดบั จากเสียงต่าไปหาเสียงสงู หรอื จากเสยี งสงู ลง
มาหาเสียงต่า ระยะความห่างของเสยี งแตล่ ะลาดบั ขนั้ นบนั ไดเสยี งแตล่ ะชดุ จะหา่ งกนั ครง่ึ เสยี ง หรือ
หา่ งกนั เตม็ เสยี งคละกนั ทงั้ นขี้ นึ้ อย่กู บั ลกั ษณะวิธีการเรียงเสยี งของบนั ไดเสียงแตล่ ะประเภทท่กี าหนด
ไว้

ลีลานาฏศลิ ป์
ทกั ษะเบอื้ งต้นกอ่ นแสดงนาฏศิลป์

การแสดงนาฏศิลป์ เป็นการแสดงท่ตี อ้ งอาศยั ภาษาทา่ ทางและนาฏยศพั ทใ์ นการแสดงเพ่อื ให้
เกิดความสวงามในการเคล่ือนไหว
ภาษาทา่

ภาษาท่าทางนาฏศลิ ป์ ในชีวิตประจาวนั ทกุ วนั นมี้ นษุ ยเ์ ราใชท้ ่าทางประกอบการพดู หรือ
บางครงั้ มกี ารแสดงสหี นา้ ความรูส้ กึ เพ่อื เนน้ ความหมายดว้ ยในทางนาฏศิลป์ ภาษาท่าเสมอื นเป็น
ภาษาพดู โดยไม่ตอ้ งเปลง่ เสยี งออกมา แต่อาศยั สว่ นประกอบอวยั วะของรา่ งกาย แสดงออกมาเป็น
ทา่ ทาง โดยเลยี นแบบทา่ ทางธรรมชาติ เพ่อื ใหผ้ ชู้ มสามารถเขา้ ใจได้ การปฏิบตั ภิ าษาทา่ ทาง
นาฏศิลป์ แบ่งออกได้ ดงั นี้

7

1. ภาษาทา่ ทางนาฏศลิ ป์ ท่ใี ชแ้ ทนคาพดู เชน่ ฉนั เธอ ทา่ น ปฏเิ สธ ทา่ เรยี ก ท่าไป
2. ภาษาท่าทางนาฏศิลป์ อิรยิ าบทหรอื กิรยิ าอาการ เชน่ ทา่ ยืน ทา่ เดิน ท่าน่งั
3. ภาษาท่าทางนาฏศิลป์ ท่ใี ชแ้ สดงอารมณค์ วามรูส้ กึ เช่น ดีใจ เสยี ใจ โกรธ เศรา้ โศก

นาฏยศัพท์
นาฏยศพั ท์ นาฏยศพั ทห์ มายถงึ ศพั ทเ์ ฉพาะในทางนาฏศลิ ป์ เป็นช่อื ของลกั ษณะท่าราของไทย

นาฏยศพั ทท์ ่ใี ชก้ บั เทา้ ไดแ้ ก่ กระดกเทา้ (น่งั ) กระดกเทา้ (ยนื ) กระดกเทา้ (เสยี้ ว) กระทงุ้ เทา้ กา้ วขา้ ง
กา้ วเทา้ จรดเทา้ ถอนเทา้ ประเทา้ ยกเทา้ ผสมเทา้

8

ราวงมาตรฐาน
ประวัตคิ วามเป็ นมา

ราวงมาตรฐาน วิวฒั นาการมาจากราโทนซ่งึ มีผรู้ าทงั้ ชายและหญิงรากนั รอบครกตาขา้ วท่วี าง
คว่าไวโ้ ดยมโี ทนเป็นเครือ่ งประกอบจงั หวะลกั ษณะการราและรอ้ งเป็นไปตามความถนดั ไม่มีแบบแผน
กาหนดไวม้ ุ่งเนน้ ท่ีความสนุกสนานร่ืนเริงเป็นสาคญั ดว้ ยเหตุท่ีการราชนิดนีม้ ีโทนเป็นเครื่องดนตรี
ประกอบจงั หวะจงึ เรียกการแสดงชดุ นีว้ า่ “ราโทน”
เพลงคืนเดือนหงาย และเพลงดวงจนั ทรว์ นั เพ็ญ เป็นเพลงลาดบั ท่ี 4,5 ตามลาดบั ของราวงมาตรฐาน
ทง้ั หมด 10 เพลง จากการสมั ภาษณ์ ดร.สวุ รรณี ชลานเุ คราะห์ ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.2533 อธิบายว่า
ท่าราเพลงราวงมาตรฐานประดิษฐ์ท่าราโดย นางมลั ลี คงประภศั ร์ นางลมลุ ยมะคปุ ต์ และนางศภุ
ลกั ษณ์ ภทั รนาวิก ซ่งึ เป็นผเู้ ช่ียวชาญการสอนนาฏศิลป์ ไทย กรมศิลปากร สว่ นผปู้ ระดิษฐ์จงั หวะเทา้
ของเพลงดวงจันทรว์ ันเพ็ญ คือ นางจิตราทองแถม ณ อยุธยา อาจารยใ์ หญ่โรงเรียนสงั คีตศิลปะ
(ปัจจบุ นั คือ วทิ ยาลยั นาฏศิลป์ )
เพลงและดนตรีทใี่ ชป้ ระกอบการแสดง

เครอื่ งดนตรีท่ใี ชใ้ นการแสดงราวงมาตรฐานมี 2 ประเภท คือ วงดนตรีไทยและวงดนตรสี ากล

การแต่งกายในการราวงมาตรฐาน มี 4 แบบ
1. แบบชาวบ้าน

- ชาย น่งุ ผา้ โจงกระเบน สวมเสอื้ คอพวงมาลยั
เอวคาดผา้ หอ้ ยชายดา้ นหนา้

- หญิง น่งุ โจงกระเบน ห่มผา้ สไบอดั จบี ปลอ่ ยผม
ประดบั ดอกไมท้ ่ผี มดา้ นซา้ ย คาดเข็มขดั ใสเ่ ครอื่ งประดบั

2. แบบไทยพระราชนิยมหรือ ร.5
- ชาย น่งุ โจงกระเบน สวมเสอื้ ราชปะแตน ใสถ่ งุ เทา้ รองเทา้
- หญิง นงุ่ โจงกระเบน สวมเสอื้ ลกู ไม้ สไบพาดบา่ ผกู เป็นโบ
ทงิ้ ชายไวข้ า้ งลาตวั ดา้ นซา้ ย ใสเ่ ครอ่ื งประดบั มกุ

9

3. แบบสากลนิยม
- ชาย น่งุ กางเกง สวมสทู ผกู เนก็ ไท
- หญิง นงุ่ กระโปรงปา้ ยขา้ ง ยาวกรอมเทา้ ใสเ่ สอื้ คอกลม
แขนกระบอก

4. แบบราตรีสโมสร
- ชาย น่งุ กางเกง สวมเสอื้ พระราชทาน ผา้ คาดเอวหอ้ ยชายดา้ นหนา้
- หญิง น่งุ กระโปรงยาวจบี หนา้ นาง ใสเ่ สอื้ จบั เดรป ชายผา้ หอ้ ยจากบ่า
ลงไปทางดา้ นหลงั เปิดไหลข่ วา ศีรษะทาผมเกลา้

เครอ่ื งดนตรีทใ่ี ช้ในการแสดง กรบั ฉ่ิง
โทน

10

เพลงหญิงไทยใจงาม

คาร้อง : ทา่ นผหู้ ญิงละเอียด พิบลู สงคราม

ทานอง : ครูเออื้ สนุ ทรสนาน

ทา่ รา : ท่าพรหมสห่ี นา้ และท่ายงู ฟ้อนหาง

เนือ้ เพลง :

เดอื นพราว ดาวแวววาวระยบั

แสงดาวประดบั สง่ ใหเ้ ดอื นงามเดน่

ดวงหนา้ โสภาเพียงเดอื นเพญ็

คณุ ความดีท่เี ห็น เสรมิ ใหเ้ ด่นเลิศงาม

ขวญั ใจ หญิงไทยสง่ ศรีชาติ

รูปงามพลิ าศ ใจกลา้ กาจเรืองนาม

เกียรติยศ กอ้ งปรากฏท่วั คาม

หญิงไทยใจงาม ย่งิ เดอื นดาวพราวแพรว

ชุดปฏิบตั กิ ารเรยี นรู้ 11
กลมุ่ สาระ ศิลปะ (ดนตรี – นาฏศิลป์ )
เร่อื ง หลกั การดนตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
ใบงานท่ี 1

คาชีแ้ จง : ใหน้ กั เรียนเลือกฟังเพลงไทยมา 1 เพลง แลว้ เขียนบนั ทกึ เก่ียวกบั องคป์ ระกอบของเพลงท่ี
สงั เกตไดล้ งในกรอบ

ช่อื เพลง 2. ทานอง จะมลี กั ษณะ
1. จงั หวะ มลี กั ษณะ

3. การประสานเสยี ง จะมีลกั ษณะ 4. รูปแบบ จะมลี กั ษณะ

12

คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นเลือกฟังเพลงสากลมา 1 เพลง แลว้ เขยี นบนั ทกึ เก่ียวกบั องคป์ ระกอบของเพลง
ท่สี งั เกตไดล้ งในกรอบ

ช่อื เพลง 2. ทานอง จะมลี กั ษณะ
1. จงั หวะ มลี กั ษณะ

3. การประสานเสยี ง จะมลี กั ษณะ 4. รูปแบบ จะมีลกั ษณะ

ชุดปฏิบตั กิ ารเรยี นรู้ 13
กลมุ่ สาระ ศิลปะ (ดนตรี – นาฏศิลป์ )
เรอ่ื ง เสียงดนตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
ใบงานท่ี 2

คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรียนฟังเสยี งรอ้ งของศิลปิน 2 คน โดยครูจะเปิดเทปใหฟ้ ัง แลว้ ช่วยกนั อภิปรายถงึ
ลกั ษณะของเสยี งขบั รอ้ งท่ฟี ังแลว้ บนั ทกึ ขอ้ มลู

1. เสยี งขบั รอ้ งของศิลปิน ทง้ั 2 คน มีลกั ษณะ เหมอื นกนั แตกต่างกนั

เพราะ............................................................................................................................

2. เสียงขบั รอ้ งของศิลปิน ทง้ั 2 คน มีลกั ษณะอย่างไร

2.1 คนท่ี 1 มลี กั ษณะ เสียงแหลม เสียงทมุ้ หญ่

อ่นื ๆ..................................................................................................................

2.2 คนท่ี 2 มีลกั ษณะ เสยี งแหลม เสียงทมุ้ หญ่

อ่นื ๆ..................................................................................................................

3. นกั เรยี นชอบเสียงรอ้ งของศิลปินคนด คนท่ี 1 คนท่ี 2

เพราะ............................................................................................................................

4. นกั เรียนคดิ วา่ เสยี งของนกั เรยี นคลา้ ยกบั เสยี งของศิลปิน คนท่ี 1 คนท่ี 2

เพราะ............................................................................................................................

ชุดปฏิบัติการเรยี นรู้ 14
กลมุ่ สาระ ศลิ ปะ (ดนตรี – นาฏศลิ ป์ )
เรือ่ ง เสยี งดนตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
ใบงานท่ี 3

คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นแบ่งกลมุ่ ยกตวั อยา่ งโนต้ เพลงตามบนั ไดเสยี ง 5 เสยี ง โดยหาภาพมาติดในช่อง
ท่กี าหนดใหด้ า้ นลา่ ง แลว้ ฝึกออกเสยี งตามและตอบคาถาม

เพลง............................................................

1. เพลงท่ยี กตวั อย่างเป็นเพลงท่มี ีจงั หวะ เรว็ ชา้

2. เนอื้ หาเพลงกลา่ วถึง

3. นกั เรียนสามารถออกเสียงตามตวั โนต้ ไดห้ รือไม่ ได้ ไม่ได้
เพราะ

4. ขอ้ แนะนาเพิม่ เตมิ ในการออกเสยี งตวั โนต้ คือ

15

ชุดปฏิบัตกิ ารเรียนรู้

กลมุ่ สาระ ศิลปะ (ดนตรี – นาฏศลิ ป์ ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5

เร่ือง เสยี งดนตรี ใบงานท่ี 4

คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรียนดภู าพท่กี าหนดและบอกช่อื เคร่อื งดนตรีท่ใี ชบ้ รรเลงประกอบจงั หวะ และบนั ทกึ

ขอ้ มลู

1. 2. 3.

4. 5. 6.

7. 8.

ช่อื เครื่องประกอบจงั หวะ เป็นเคร่อื งประกอบจงั หวะของ

1) กรบั ดนตรีไทย ดนตรีสากล
๒)
๓) ✓
๔)
๕)
๖)
๗)
๘)

ชุดปฏบิ ัติการเรียนรู้ 16
กลมุ่ สาระ ศิลปะ (ดนตรี – นาฏศิลป์ )
เรือ่ ง เสยี งดนตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
ใบงานท่ี 5

คาชีแ้ จง : ให้นักเรียนบอกชอ่ื เครอื่ งดนตรีสากล และประเภทของเครื่องใหถ้ กู ต้อง

ชุดปฏบิ ัติการเรียนรู้ 17
กลมุ่ สาระ ศิลปะ (ดนตรี – นาฏศลิ ป์ )
เร่อื ง เสียงดนตรี ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
ใบงานท่ี 6

คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นขบั รอ้ งเพลงไทย หรอื เพลงสากล หรอื เพลงไทยสากล มา 1 เพลง แลว้ ออกมา
ขบั รอ้ งท่หี นา้ ชนั้ เรยี น จากนนั้ ใหเ้ พ่ือนและครูแสดงความคดิ เห็นและประเมนิ ผล

1. ช่อื เพลง ชนั้ เดยี ว สองชนั้ สามชนั้
เป็นเพลงท่มี ีจงั หวะ

2. บนั ทกึ ผลการทากิจกรรมลงในตาราง โดยครูผสู้ อน

รายการประเมิน ดี ผลการประเมนิ
☺ พอใช้ ควรปรบั ปรุง
1. การขบั รอ้ งไดช้ ดั เจนเต็มเสียง ☺ 
2. การออกเสยี งไดถ้ กู ตอ้ งตามหลกั การอา่ น ☺ 
3. ความถกู ตอ้ งตามจงั หวะทานองเพลง ☺ 
4. การรอ้ งเออื้ น ☺ 
5. การแสดงสหี นา้ ท่าทาง 

ชุดปฏิบตั ิการเรยี นรู้ 18
กลมุ่ สาระ ศิลปะ (ดนตรี – นาฏศลิ ป์ )
เรือ่ ง ลีลานาฏศลิ ป์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
ใบงานท่ี 7
คาชีแ้ จง : ใหน้ กั เรยี นเขียนช่อื ภาษาท่าใตภ้ าพหถ้ กู ตอ้ ง
ภาษาท่า

1. ……………………………… 3……………………..

2……………………………

4……………………………….

6…………………...

5…………………………….

19

นาฏยศัพท์
คาชีแ้ จง : ใหน้ กั เรยี นเขียนช่อื นาฏยศพั ทใ์ ตภ้ าพหถ้ กู ตอ้ ง

นาฏยศพั ท์

1…………….……..………………… 2………………………………..……

3……………………………………. 4……………………………………

5…………………………………….. 6………………….………………….

ชุดปฏบิ ตั ิการเรียนรู้ 20
กลมุ่ สาระ ศิลปะ (ดนตรี – นาฏศลิ ป์ )
เร่ือง ราวงมาตรฐาน ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
ใบงานท่ี 8

คาชีแ้ จง : ใหเ้ รียนแบ่งกลมุ่ แตล่ ะกลมุ่ ตอ้ งมผี ชู้ ายและผหู้ ญิงเท่าๆกนั แสดงท่าประกอบเพลง
หญิงไทยใจงาม แลว้ ประเมินผลการแสดง

ช่อื กลมุ่ ..................................................

รายการประเมิน ผลการประเมิน

1. ความถกู ตอ้ งของทา่ ทาง ดี พอใช้ ควรปรบั ปรุง
2. ความสอดคลอ้ งกบั จงั หวะ
3. ความพรอ้ มเพรียง ☺ 
4. ความสวยงามในการเคล่ือนไหว
5. ความมอี ารมณร์ ว่ มในการแสดง ☺ 

☺ 

☺ 

☺ 


Click to View FlipBook Version