The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

3. หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การอ่านแปลความ ตีความ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

3. หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การอ่านแปลความ ตีความ

3. หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 การอ่านแปลความ ตีความ

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 การอ่านแปลความ ตีความ และขยายความ

รายวิชาภาษาไทย รหสั วชิ า ท31101 จานวน 2 ชวั่ โมง

ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564

ผู้สอน : นายสิทธศิ ักด์ิ เร่งเจรญิ รตั น์ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย โรงเรยี นคอนสารวิทยาคม

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวดั

ท 1.1 ม.4-6/2 ตีความ แปลความ และขยายความเรอื่ งท่ีอา่ น

ม.4-6/3 วิเคราะหแ์ ละวิจารณเ์ รือ่ งที่อา่ นในทกุ ๆ ดา้ นอยา่ งมเี หตุผล

2. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด

การอ่านจับใจความจากสื่อต่างๆ ผู้อ่านตอ้ งตีความ แปลความ และขยายความเร่ืองทอี่ ่านได้

3. สาระการเรียนรู้

3.1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

 การอ่านจับใจความจากสื่อตา่ งๆ เช่น
- เรือ่ งส้ัน
- พระบรมราโชวาท

3.2 สาระการเรยี นรูท้ ้องถน่ิ

(พจิ ารณาตามหลักสตู รสถานศกึ ษา)

4. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน 4) ทักษะการสรา้ งความรู้
5) ทักษะการสรปุ ลงความเหน็
4.1 ความสามารถในการส่อื สาร
4.2 ความสามารถในการคดิ

1) ทกั ษะการตีความ
2) ทกั ษะการแปลความ
3) ทักษะกระบวนการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ

4.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ

๑หลักภาษาและการใชภ้ าษา หน้า

หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 4

5. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

1. มวี ินยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน

6. ช้นิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)

การเขียนแปลความ ตีความ และขยายความ จากบทความท่ีสนใจ

7. การวดั และประเมินผล

7.1 การประเมนิ ก่อนเรยี น

- ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 เร่ือง การอ่านแปลความ ตีความ และขยายความ

7.2 การประเมนิ ระหว่างการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

1) ตรวจใบงานที่ 3.1 เรื่อง การอา่ นแปลความ ตีความ และขยายความ (1)
2) ตรวจใบงานที่ 3.2 เรอื่ ง การอ่านแปลความ ตีความ และขยายความ (2)
3) ประเมนิ การนาเสนอผลงาน
4) สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล
5) สังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม
6) สังเกตคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

7.3 การประเมนิ หลงั เรยี น

- ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 เรือ่ ง การอา่ นแปลความ ตีความ และขยายความ

7.4 การประเมินชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)

- ตรวจการเขียนแปลความ ตีความ และขยายความ จากบทความท่ีสนใจ

8. กจิ กรรมการเรยี นรู้

นักเรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3

๒หลักภาษาและการใชภ้ าษา หน้า

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 3 ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๑ เรอ่ื ง “การอา่ นแปลความ ตคี วาม และขยายความ” เว1ลาทชใี่ วั่ ชโส้ มองน
วธิ สี อนแบบ กระบวนการกลุ่มสมั พนั ธ์

ขน้ั ท่ี 1 นาเข้าส่บู ทเรียน

1. ครนู าบทกวีพระราชนิพนธใ์ นพระบาทสมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ที่ทรงพระราชนพิ นธ์ไว้
ในบทความ เร่ือง ฉนั ชอบอา่ นหนังสือ มาแสดงให้นักเรียนดูบนกระดาน จากนน้ั ใหน้ ักเรียนอ่านพร้อมกัน 1 รอบ

2. ครูถามนักเรยี นวา่ บทกวีพระราชนพิ นธ์ทน่ี กั เรยี นอ่านตีความไดว้ ่าอยา่ งไร
3. ครขู ออาสาสมัครนกั เรียน 1-2 คน ออกมาพูดตคี วามหน้าช้นั เรียน ครตู รวจสอบความถูกต้อง จากน้ันสมุ่ เลขที่

นกั เรียนพดู ขยายความเพิ่มเติม

ข้ันที่ 2 จัดการเรยี นรู้

1. นกั เรยี นศึกษาความรู้เรื่อง การอา่ นแปลความ การอา่ นตีความ และการอา่ นเพื่อขยายความ จากหนงั สือเรียน
2. ครแู บ่งนักเรยี นเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกันตามความสามารถ จากนัน้ ให้นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ทาใบงาน ที่

3.1 เร่อื ง การอ่านแปลความ ตคี วาม และขยายความ (1)
3. สมาชกิ แต่ละคนในกลุ่มอา่ นเร่ือง แล้วเขยี นแปลความ ตคี วาม และขยายความด้วยตนเอง เม่อื ทาเสร็จแล้วให้

ผลดั กนั ตรวจสอบความถูกต้อง ชดั เจนกับสมาชิกในกลุ่ม
4. ครูใหต้ วั แทนแต่ละกลมุ่ นาเสนอคาตอบของการเขียนแปลความ ตคี วาม และขยายความ หน้าชั้นเรียน แลว้ ใหฅ้

แต่ละกลุ่มผลดั กนั ตรวจสอบความถกู ต้อง ชัดเจน โดยใหก้ ลุ่มหมายเลข 1 นาเสนอคาตอบ กลมุ่ หมายเลข 2
ตรวจสอบ จากนนั้ ใหก้ ลุม่ หมายเลข 2 นาเสนอคาตอบ กลุ่มหมายเลข 3 ตรวจสอบ เสรจ็ แล้วนาเสนอคาตอบ
ให้ผลัดกนั ไปเร่ือยๆ จนครบทุกกลุ่ม

ข้นั ที่ 3 สรุปและนาหลักการไปประยกุ ตใ์ ช้

1. ครูใหต้ ัวแทนนักเรียนแตล่ ะกลุ่มสรุปความรู้เร่ือง การอา่ นแปลความ การอ่านตีความ และการอา่ นเพื่อขยายความท่ี
หน้าช้นั เรยี น

2. ครูตรวจสอบความถูกต้อง จากน้นั ครูสรุปความรูใ้ ห้นักเรยี นฟังเพิ่มเตมิ

ขน้ั ที่ 4 วดั และประเมนิ ผล
1. นักเรียนแต่ละคนทาใบงานที่ 3.2 เรื่อง การอ่านแปลความ ตีความ และขยายความ (2)

๓หลักภาษาและการใช้ภาษา หน้า

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4

2. ครูสุม่ เลขทนี่ ักเรียน 3-4 คน นาเสนอการเขยี นแปลความ ตคี วาม และขยายความจากเรื่อง หน้าช้นั เรียน ครู
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง ชัดเจนในการเขียนของนักเรยี น

 ครูมอบหมายให้นกั เรียนแต่ละคนเลอื กอ่านบทความที่สนใจ 1 บทความ พรอ้ มกับคัดลอกบทความ
จากนนั้ เขยี นแปลความ ตคี วาม และขยายความ โดยให้ครอบคลุมประเดน็ ตามทีก่ าหนด

นกั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3

9. สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้

9.1 ส่อื การเรียนรู้

1) หนงั สือเรยี น ภาษาไทย : หลักภาษาและการใชภ้ าษา ม.4
2) บทกวพี ระราชนพิ นธ์ในพระบาทสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
3) ใบงานที่ 3.1 เร่ือง การอ่านแปลความ ตคี วาม และขยายความ (1)
4) ใบงานท่ี 3.2 เร่ือง การอ่านแปลความ ตีความ และขยายความ (2)

9.2 แหลง่ การเรียนรู้

1) ห้องสมดุ
2) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
- http://www.rb.ac.th/data-pdf/05.pdf

๔หลกั ภาษาและการใช้ภาษา หน้า

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4

การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

แบบประเมนิ การเขยี นบทความแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับ
การใช้สอ่ื สิง่ พมิ พ์และสอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ สใ์ นชีวิตประจาวัน

รายการประเมนิ คาอธิบายระดบั คุณภาพ / ระดบั คะแนน
1. การแปลความ
ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรงุ (1)
2. การตคี วาม
3. การขยายความ แปลความหมายของคา แปลความหมายของคา แปลความหมายของคา แปลความหมายของคา
4. การใช้ภาษา หรือขอ้ ความได้ถูกตอ้ ง หรือข้อความได้ถูกต้อง หรอื ข้อความไดถ้ กู ตอ้ ง หรอื ข้อความไดถ้ ูกตอ้ ง
ชัดเจน โดยรกั ษา ชดั เจนเป็นสว่ นใหญ่ เป็นบางสว่ น โดยรักษา เลก็ น้อย แตข่ าด
เนอื้ ความสาคญั ไว้ อยา่ ง โดยรกั ษาเนอื้ ความ เนื้อความสาคญั ไวเ้ ป็น เนื้อความสาคัญ
ครบถ้วน สาคัญไวเ้ ปน็ สว่ นใหญ่ บางส่วน

ตีความหมายโดยนยั ของ ตีความหมายโดยนัยของ ตีความหมายโดยนยั ของ ตคี วามหมายโดยนยั ของ
คาหรือข้อความไดถ้ ูกต้อง คาหรอื ข้อความไดถ้ ูกตอ้ ง คาหรอื ขอ้ ความไดถ้ ูกตอ้ ง คาหรอื ขอ้ ความไดถ้ ูกตอ้ ง

เปน็ ส่วนใหญ่ เป็นบางสว่ น เพียงเลก็ นอ้ ย

นารายละเอยี ดมา ขยาย นารายละเอียดมา ขยาย นารายละเอียดมา ขยาย นารายละเอียดมา ขยาย

ความโดยเพมิ่ เติมคา หรอื ความโดยเพ่มิ เติมคา หรอื ความโดยเพิม่ เตมิ คา หรือ ความโดยเพิม่ เตมิ คา หรือ
ขอ้ ความได้ถูกตอ้ ง และ ข้อความได้ถูกตอ้ ง และ ขอ้ ความได้ถกู ตอ้ ง และ ขอ้ ความไมถ่ กู ตอ้ ง และไม่

เข้าใจ เขา้ ใจ เป็นสว่ นใหญ่ เข้าใจ เปน็ บางสว่ น เขา้ ใจ

ใชภ้ าษาไดส้ ละสลวย ใช้ภาษาได้สละสลวย ใช้ภาษาได้สละสลวย ใช้ภาษาไม่สละสลวย

อา่ นเข้าใจงา่ ย อ่านเขา้ ใจง่ายเป็น สว่ น อา่ นเข้าใจงา่ ยเป็น สบั สนวกวน
ใหญ่ บางสว่ น อ่านเข้าใจยาก

ชว่ งคะแนน 14 - 16 เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ 8 - 10 ต่ากวา่ 8
ระดบั คุณภาพ ดมี าก พอใช้ ปรบั ปรงุ
11 - 13
ดี

๕หลักภาษาและการใช้ภาษา หน้า

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3 ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 4

แบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3 เร่ือง “การอ่านแปลความ ตีความ และขยายความ”

คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นเลือกคาตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1. การแปลความมวี ธิ กี ารอยา่ งไร 7. เรือ่ งใดสาคญั ทส่ี ดุ ในการอ่านตีความ
ก. การสรปุ ความ
ก. การถอดความใหไ้ ด้ความหมาย ข. การแปลความ
ค. การจับใจความ
ข. การสรปุ ความให้มคี วามหมายตรงตัว ง. การเรยี บเรยี งขอ้ ความ

ค. การแปลความโดยสรุปใจความสาคญั 8. ขอ้ ใดคอื ลกั ษณะการขยายความทก่ี ลา่ วไดถ้ ูกตอ้ งทีส่ ุด
ก. การอธบิ ายเพิ่มเติมใหม้ ีความละเอยี ดมากข้ึน
ง. การแปลตามตวั อักษรโดยถอื ความหมายเป็นสาคญั จากเนื้อความเดมิ
ข. การสอดแทรกความรู้และแสดงความคิดเพม่ิ เตมิ จาก
2. ชักนา้ เขา้ ลกึ ชักศกึ เขา้ บา้ น สานวนนแ้ี ปลความวา่ อยา่ งไร เน้อื ความเดมิ
ค. การแสดงความรูแ้ ละความคิดเห็นที่นอกเหนือไป จาก
ก. ทาอะไรท่ีเป็นเหตใุ หอ้ นั ตรายมาถงึ ตวั เนอื้ ความเดมิ
ง. การสรปุ เนือ้ ความเดมิ แลว้ อธิบายแสดงความคดิ เหน็
ข. พูดจาหว่านลอ้ มกอ่ นเข้าสจู่ ดุ ประสงค์ เพม่ิ เตมิ ใหเ้ กิดภาพพจน์

ค. กาลงั จะไดห้ รือกาลงั จะเสียอยูใ่ นระยะก้าก่งึ กัน อา่ นขอ้ ความต่อไปน้ี แลว้ ตอบคาถาม ขอ้ 9-10

ง. มเี ร่อื งเดอื ดรอ้ นเกิดขนึ้ ยงั ไม่ทันแกไ้ ขกม็ ีเรอื่ งใหม่ เกดิ ซ้า

3. เคร่ืองหมาย < แปลวา่ อย่างไร

ก. มากกว่า ข. นอ้ ยกวา่

ค. เสมอกัน ง. แหลมกวา่

4. การตีความไดด้ ีน้นั ตอ้ งมีความร้คู วามเข้าใจในเรอื่ งใด มากทสี่ ุด

ก. ความหมายตรง ข. ความหมายหลัก

ค. ความหมายโดยนยั ง. ความหมายตามตวั อกั ษร ความสุขของปคู่ อื กินเหลา้ ความเศรา้ ของย่าคอื ห่วงปู่
แมค้ วามรสู้ กึ ของยา่ ปู่จะรู้ แต่ปกู่ เ็ ปน็ ปไู่ ม่เปลยี่ นแปลง
5. การตีความหมายของคาหรอื สานวนตอ้ งพจิ ารณาส่ิงใด เป็น ย่าอาจมเิ คยร้คู วามรสู้ กึ ลึกลึกของปู่ไมเ่ คยแจง้
แม้ย่าจะบน่ กน่ คาแรงแรง ปู่ก็ไม่แสดงอารมณ์ใด
สาคัญ

ก. บรบิ ทของข้อความ

ข. หนา้ ท่ีของขอ้ ความ 9. คาว่า กน่ แปลว่าอยา่ งไร
ก. ดุ ข. จิก
ค. รปู แบบของข้อความ ค. ดา่ ง. แชง่

ง. องค์ประกอบของขอ้ ความ 10. ขอ้ ความดังกลา่ ว ตคี วามได้ว่าอยา่ งไร
ก. ความอดทนไมโ่ ตต้ อบ
6. “ก้อร่อก้อตกิ แปลว่า อาการท่ีทาเป็นเจ้าช”ู้ การแปล ข. ความขดั แย้งระหว่างปู่กบั ย่า
ค. ความรกั และความหว่ งใยของสามภี รรยา
ในขอ้ นี้เป็นการแปลรปู แบบใด ง. ความไมก่ ระจ่างชัดในการสื่อสารทาใหเ้ กิดปญั หา

ก. แปลสานวนใหเ้ ปน็ ภาษาสามญั

ข. แปลคาพงั เพยให้เปน็ ภาษาสามัญ

ค. แปลคาศพั ท์เฉพาะใหเ้ ป็นภาษาธรรมดา

ง. แปลคาศัพท์เฉพาะใหเ้ ปน็ สานวนธรรมดา

เฉลย
1. ง 2. ก 3. ข 4. ค 5. ก 6. ค 7. ค 8. ก 9. ค 10. ข

๖หลักภาษาและการใช้ภาษา หน้า

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4

แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 3 เร่อื ง “การอ่านแปลความ ตคี วาม และขยาย

ความ”

คาช้แี จง ใหน้ ักเรยี นเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1. เครื่องหมาย < แปลว่าอยา่ งไร อ่านขอ้ ความต่อไปนี้ แล้วตอบคาถาม ข้อ 7-8

ก. แหลมกวา่ ข. เสมอกนั ความสขุ ของป่คู ือกินเหลา้ ความเศรา้ ของยา่ คือห่วงปู่
แมค้ วามรสู้ กึ ของยา่ ปู่จะรู้ แต่ปู่กเ็ ป็นปไู่ มเ่ ปลี่ยนแปลง
ค. มากกวา่ ง. นอ้ ยกวา่ ย่าอาจมิเคยรูค้ วามรสู้ กึ ลึกลึกของปู่ไมเ่ คยแจ้ง
แมย้ ่าจะบน่ ก่นคาแรงแรง ปู่กไ็ มแ่ สดงอารมณ์ใด
2. การแปลความมวี ธิ ีการอยา่ งไร

ก. การแปลตามตวั อักษรโดยถือความหมายเป็นสาคญั

ข. การแปลความโดยสรปุ ใจความสาคัญ 7. คาว่า ก่น แปลวา่ อยา่ งไร

ค. การสรปุ ความใหม้ คี วามหมายตรงตวั ก. แช่ง ข. ดา่

ง. การถอดความใหไ้ ด้ความหมาย ค. จิก ง. ดุ

3. “ก้อรอ่ กอ้ ตกิ แปลว่า อาการที่ทาเปน็ เจ้าช”ู้ การแปล 8. ขอ้ ความดังกลา่ ว ตีความไดว้ า่ อย่างไร

ในขอ้ น้เี ปน็ การแปลรปู แบบใด ก. ความไม่กระจา่ งชดั ในการส่อื สารทาใหเ้ กิดปญั หา

ก. แปลคาศพั ทเ์ ฉพาะใหเ้ ป็นภาษาธรรมดา ข. ความรักและความห่วงใยของสามภี รรยา

ข. แปลคาศพั ท์เฉพาะใหเ้ ปน็ สานวนธรรมดา ค. ความขัดแยง้ ระหวา่ งปู่กบั ย่า

ค. แปลคาพังเพยให้เปน็ ภาษาสามัญ ง. ความอดทนไมโ่ ตต้ อบ

ง. แปลสานวนใหเ้ ป็นภาษาสามญั 9. เรอ่ื งใดสาคญั ทสี่ ุดในการอ่านตคี วาม

4. การตีความหมายของคาหรือสานวนตอ้ งพิจารณาสิ่งใด เปน็ ก. การเรยี บเรยี งข้อความ

สาคญั ข. การจับใจความ

ก. องคป์ ระกอบของข้อความ ค. การแปลความ

ข. รปู แบบของข้อความ ง. การสรุปความ

ค. หน้าท่ีของขอ้ ความ 10. ข้อใดคอื ลักษณะการขยายความทก่ี ลา่ วได้ถูกตอ้ งทส่ี ดุ

ง. บรบิ ทของขอ้ ความ ก. การสรุปเนือ้ ความเดมิ แลว้ อธบิ ายแสดงความคดิ เหน็

5. ชักนา้ เขา้ ลึก ชักศกึ เข้าบ้าน สานวนนี้แปลความว่าอย่างไร เพิม่ เตมิ ให้เกิดภาพพจน์

ก. มีเรือ่ งเดอื ดร้อนเกดิ ขนึ้ ยงั ไม่ทนั แกไ้ ขก็มเี รอ่ื งใหม่ เกดิ ซ้า ข. การอธิบายเพิม่ เตมิ ใหม้ คี วามละเอยี ดมากขึน้

ข. กาลงั จะไดห้ รือกาลังจะเสยี อยใู่ นระยะก้ากงึ่ กนั จากเนอ้ื ความเดมิ

ค. พูดจาหวา่ นล้อมกอ่ นเขา้ สจู่ ดุ ประสงค์ ค. การสอดแทรกความรแู้ ละแสดงความคิดเพ่ิมเตมิ จาก

ง. ทาอะไรท่เี ปน็ เหตใุ ห้อันตรายมาถงึ ตัว เนอ้ื ความเดมิ

6. การตีความไดด้ ีน้ันตอ้ งมคี วามรู้ความเข้าใจในเรอื่ งใด มากทส่ี ุด ง. การแสดงความร้แู ละความคดิ เห็นท่ีนอกเหนอื ไป จาก

ก. ความหมายตามตวั อักษร ข. ความหมายโดยนยั เนื้อความเดมิ

ค. ความหมายหลกั ง. ความหมายตรง

เฉลย
1. ง 2. ก 3. ก 4. ง 5. ง 6. ข 7. ข 8. ค 9. ข 10. ข

๗หลกั ภาษาและการใชภ้ าษา หนา้

หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 3 ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 4


Click to View FlipBook Version