The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ศศิธร ช่วยชาติ, 2022-03-10 23:12:56

ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร

ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร

สารบัญ

ความหมาย "เอกสาร" 1

ความผิดฐานปลอมเอกสารทั่วไป 3

ความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการ 9

ความผิดฐานปลอมเอกสารบางชนิด 1

ความผิดฐานแจ้งให้จดข้อความเท็จ 15

ความผิดฐานใช้เอกสารปลอม 17

ความผิดฐานทำคำรับรองอันเป็นเท็จ 19

บรรณานุกรม 22

ลักษณะ7 ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและแปลง
หมวด 3 ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร
(มาตรา 264-269 )

มาตรา 264 ความผิดฐานปลอมเอกสารทั่วไป
มาตรา 265 ความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการ
มาตรา 266 ความผิดฐานปลอมเอกสารบางชนิด
มาตรา 267 ความผิดฐานแจ้งให้จดข้อความเท็จ
มาตรา 268 ความผิดฐานใช้เอกสารปลอม
มาตรา 269 ความผิดฐานทำคำรับรองอันเป็นเท็จ

1

ความหมายของ "เอกสาร"

“มาตรา ๑ ในประมวลกฎหมายนี้
(๗) “เอกสาร” หมายความว่า กระดาษหรือวัตถุอื่นใดซึ่งได้ทำให้ปรากฏ
ความหมายด้วยตัวอักษร ตัวเลข ผัง หรือแผนแบบอย่างอื่น จะเป็นโดยวิธีพิมพ์
ถ่ายภาพ หรือวิธีอื่นอันเป็นหลักฐานแห่งความหมายนั้น”

ความหมายของเอกสาร ตามมาตรา 1 (7)

1.กระดาษหรือวัตถุอื่นใด อาจเป็นวัตถุอื่นก็ได้ เช่น ไม้ พลาสติก โลหะ
2.ซึ่งทำให้ปรากฏความหมายด้วยตัวอักษร ตัวเลข ผัง หรือแผนแบบอย่างอื่น จะเป็น
โดยวิธีพิมพ์ ถ่ายภาพ หรือวิิธีอื่นอันเป็นหลักฐานแห่งความหมายนั้น

ต้องทำให้ปรากฏความหมายขึ้นบนกระดาษ หรือวัตถุเป็นหลักฐานแห่งความ
หมาย ไม่ว่าทำด้วยวิธีใด
ต้องปรากฏว่าบุคคลเป็นผู้ทำขึ้นด้วยเจตนาให้ปรากฏความหมาย
ผู้ทำไม่ต้องลงชื่อในเอกสาร อาจเป็นเอกสารในอดีตก็ได้
ต้องสัมผัสได้ทางสายตาเท่านั้น
ภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุ ภาพถ่ายติดบัตร ภาพถ่ายเอกสารเป็นเอกสาร
วรรณกรรม วรรณคดี ภาพถ่ายทั่วไป ไม่เป็นเอกสาร

2

ความหมายของเอกสาร

1.เป็นสิ่งที่มีรูปร่าง
สัญญาณควันไฟ ธง
ข้อมูลในคอมพิวเตอร์

2.มุ่งแสดงความหมาย
สื่อความคิดของผู้ทำ แม้ผู้อื่นไม่เข้าใจก็ตาม

3.ประสงค์จะให้เป็นหลักฐานแห่งความหมายนั้น ๆ
ภาพถ่ายลายพิมพ์นิ้วมือ
หมายเลขทะเบียนเครื่องยนต์และตัวถังเป็นเอกสาร
อักษรและตัวเลขที่พานท้ายปืน

ดังนั้น สาระสำคัญของเอกสารจึงอยู่ที่การทำให้ปรากฏความหมาย ด้วยตัวอักษร
ตัวเลข ผัง หรือแผนแบบอย่างอื่น ตามปกติแล้วเอกสารมักจะเป็นกระดาษ แต่จะทำไว้
บนวัตถุอื่นใดก็ได้ เช่น เครื่องหมายตัวอักษรและเลขที่พานท้ายปืน หรือเครื่องหมายตัว
อักษรและเลขที่ปรากฏบนท่อนซุง หรือป้ายทะเบียนรถยนต์และเลขหมายที่เครื่องยนต์
เหล่านี้จึงเป็นเอกสาร

3

1.ความผิดฐานปลอมเอกสารทั่วไป (มาตรา 264)

“ มาตรา ๒๖๔ ผู้ใดทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติม
หรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใดๆ ในเอกสารที่แท้จริง หรือ
ประทับตราปลอม หรือลงลายมือชื่อปลอมในเอกสาร โดยประการที่น่าจะเกิด
ความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็น
เอกสารที่แท้จริง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารต้องระวางโทษจำคุกไม่
เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ผู้ใดกรอกข้อความลงในแผ่นกระดาษหรือวัตถุอื่นใด ซึ่งมีลายมือชื่อของผู้อื่น
โดยไม่ได้รับความยินยอม หรือโดยฝ่าฝืนคำสั่งของผู้อื่นนั้น ถ้าได้กระทำเพื่อนำ
เอาเอกสารนั้นไปใช้ในกิจการที่อาจเกิดเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือประชาชน ให้
ถือว่าผู้นั้นปลอมเอกสาร ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน”

ความผิดฐานปลอมเอกสารทั่วๆ ไป ตามมาตรา 264 สามารถแยกความผิดได้
2 ความผิด คือ

ความผิดที่ 1 ตามมาตรา 264 วรรคแรก
ความผิดที่ 2 ตามมาตรา 264 วรรคสอง

4

ความผิดที่ 1 (ตามมาตรา 264 วรรคแรก)

หลักเกณฑ์/องค์ประกอบความผิด

องค์ประกอบภายนอก
1.ผู้ใด
2.กระทำการ

(ก) ทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือส่วนหนึ่งส่วนใด หรือ
(ข) เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใดๆ ในเอกสารอันแท้จริง หรือ
(ค) ประทับตราปลอมหรือลงลายมือชื่อปลอม
3.โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

องค์ประกอบภายใน

1.เจตนาธรรมดา
2.เจตนาพิเศษ (มูลเหตุชักจูงใจเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง)

5

(ก) การทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด

เนื่องจากเอกสารจะมีขึ้นในรูปแบบใดๆก็ได้ การปลอมเอกสารจึงไม่จำเป็นต้องมีเอกสารที่แท้
จริงอยู่ก่อน เพราะเป็นการทำเอกสารขึ้นใหม่เพื่อแสดงว่าเป็นเอกสารของผู้อื่น ไม่ใช่ของผู้ที่ทำ และไม่
ต้องทำให้เหมือนของจริงก็เป็นความผิดฐานปลอมเอกสารได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4495/2548
จำเลยปลอมหนังสือลาออกจากตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและคำรับรองความเห็นชอบของกำนันโดยลงลายมือชื่อ

ปลอมบุคคลทั้งสองในหนังสือลาออก กับปลอมหนังสือขอแต่งตั้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านโดยจำเลยลงลายมือซื้อปลอมของ
กำนันลงในเอกสารเพื่อแสดงว่าจำเลยได้ร่วมกับกำนันพิจารณาคัดเลือกและจัดทำหนังสือขอแต่งตั้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
เสนอต่อนายอำเภอตามระเบียบ เป็นการทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับ จึงเป็นความผิดฐานปลอมเอกสาร

(ข) เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใดๆ ในเอกสารที่แท้จริง

การเติมตัดทอนหรือแก้ไขข้อความต้องกระทำในเอกสารที่แท้จริงเท่านั้น และเป็นการกระทำที่
ไม่ได้รับอำนาจในขณะนั้น ถ้าได้รับอำนาจแล้วไม่ถือว่าเป็นความผิด และการแก้ไขต้องทำให้ข้อความ
หรือความหมายในเอกสารที่แท้จริงเปลี่ยนแปลงไป จึงจะเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 510/2530
การที่จำเลยตัดเลขหมายประจำแชชซีรถยนต์คันสีแดงออกแล้วตัดเอาหมายเลขประจำแชชซีของรถยนต์คันสีฟ้ามา
เชื่อมต่อไว้แทน เมื่อหมายเลขประจำแชชซีรถยนต์คันสีฟ้าเป็นหมายเลขประจำรถยนต์ที่แท้จริง แม้จะนำมาติดกับ
รถยนต์คันอื่นแต่ไม่มีการขูดลบแก้ไข เปลี่ยนแปลงตัวอักษร หรือตัวเลขหมายแต่อย่างใด จำเลยจึงไม่มีความผิดฐาน
ปลอมเอกสารเพราะความผิดฐานปลอมเอกสารนั้นจะต้องมีการปลอมแปลงเอกสารขึ้นทั้งฉบับหรือแต่บางส่วน หรือ
กระทำให้ข้อความหรือความหมายในเอกสารที่แท้จริงเปลี่ยนแปลงไป

การทำลายเอกสารไม่เป็นการปลอมเอกสาร

6

(ค) ประทับตราปลอม หรือลงลายมือชื่อปลอมในเอกสาร
การประทับตราปลอม หรือลงลายมือชื่อปลอมในเอกสารนี้ ไม่ว่าในเอกสารที่แท้จริงหรือใน

เอกสารปลอม และลายมือชื่อไม่มีกฎหมายให้เซนต์แทนกันได้ แม้จะมอบอำนาจมาให้เซนต์แทนก็ไม่ได้
หากได้กระทำไป ก็ถือเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารเช่นเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 278-279/2501
การที่จำเลยเขียนชื่อและประทับตราชื่อห้างร้านที่ไม่มีตัวจริงแต่เป็นห้างร้านที่สมมุตขึ้นและใช้ชื่อและประทับตรา

ที่สมมุติขึ้นในการออกเช็คสั่งจ่ายหรือสลักหลังเช็คที่ไม่มีห้างร้านตัวจริง เป็นผิดฐานปลอมหนังสือทั้งฉบับ

การแก้ไขเอกสารให้ตรงกับความเป็นจริง ก็เป็นความผิดฐานปลอมเอกสารได้

การกระทำดังกล่าวนั้น จะต้องเป็นการกระทำที่น่าจะทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือ
ประชาชน และผู้กระทำต้องได้กระทำเพื่อให้ผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง "น่าจะทำให้เกิดความ
เสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน"เป็นพฤติการณ์ที่ประกอบการกระทำว่าการกระทำนั้นน่าจะเกิดความ
เสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน แม้จะไม่เกิดความเสียหายขึ้นจริง ก็เป็นองค์ประกอบความผิดที่
พิจารณาได้ แต่ถ้าไม่น่าจะเกิดความเสียหายก็ไม่มีความผิด เพราะถือว่าขาดองค์ประกอบภายนอก แม้
พยายามก็ไม่ผิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5932/2538
การที่โจทก์แก้ไขจำนวนเงินในสัญญากู้โดยการขีดฆ่าตัวเลขและตัวอักษรจากจำนวน 25,700 บาท เป็น

จำนวน20,200 บาท และลงชื่อกำกับไว้เพื่อให้ตรงกับความเป็นจริงไม่น่าจะเกิดความเสียหายแก่จำเลย และคดีนี้โจทก์
แก้ไขจำนวนเงินที่กู้ให้ลดลงจากเดิม กลับจะเป็นประโยชน์แก่จำเลย สัญญากู้จึงไม่เป็นเอกสารปลอม และเป็นเอกสาร
ที่สมบูรณ์รับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีได้

7

ความผิดที่ 2 (ตามมาตรา 264 วรรคสอง)

หลักเกณฑ์/องค์ประกอบความผิด

องค์ประกอบภายนอก
1. ผู้ใด
2.กรอกข้อความลง
3.ในแผ่นกระดาษหรือวัตถุอื่นใด ซึ่งมีลายมือชื่อของผู้อื่น
4.โดยไม่ได้รับความยินยอม หรือโดยฝ่าฝืนคำสั่งของผู้อื่นนั้น

องค์ประกอบภายใน
1.เจตนาธรรมดา
2.เจตนาพิเศษ (เพื่อนำเอาเอกสารนั้นไปใช้ในกิจการที่อาจเกิดเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด
หรือประชาชน)

กรณีนี้ไม่ใช่การปลอมเอกสารโดยแท้ เพราะเจ้าของลายมืออาจมอบอำนาจให้กรอกข้อความ
ลงได้ เช่น สัญญากู้ที่ผู้กู้ลงมือชื่อให้ไว้เพื่อให้ผู้ให้กู้กรอกเงินภายหลัง ถ้ากรอกตามที่ด้ตกลงกัน
ย่อมทำได้ แต่ประเด็นที่เป็นการกรอกเกินความจริงไป จึงเป็นความผิดตามมาตรา 264 วรรคสอง
ความในวรรคนี้หมายถึงว่า มีลายมือชื่อที่แท้จริงอยู่บนเอกสารตามความผิดที่1 ไม่ใช่ตามความผิด
ที่2 นี้

ถ้าไม่ได้ทำโดยมีมูลเหตุชักจูงใจ เพื่อนำเอาเอกสารดังกล่าวไปใช้ในกิจการอันอาจเกิดความ
เสียหายแก่ผู้ใดหรือประชาชน ไม่ถือเป็นการปลอมเอกสาร (ต้องกระทำโดยมีเจตนาพิเศษ)

8

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1734-1735/2523
โจทก์ได้ลงชื่อในแบบฟอร์มสัญญากู้ให้จำเลยที่ 1 ไป โดยยังไม่ได้กรอกข้อความ จำเลยทั้งสองร่วมกันกรอก

ข้อความลงไปในสัญญากู้ว่าโจทก์กู้เงินจำเลยที่ 1 จำนวนเงิน 92,000 บาท เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2514 ซึ่งเป็นสัญญา
ปลอม จำเลยทั้งสอง จึงมีความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 203/2505 ภรรยาโจทก์มอบแบบสัญญาเช่าที่โจทก์ลงชื่อแล้วในช่องผู้ให้เช่าให้จำเลยขอยืมไป
เพื่อให้คนอื่นดู ต่อมาจำเลยกลับไปกรอกข้อความว่าโจทก์ให้จำเลยเช่าห้องโดยโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมด้วยเช่นนี้
จำเลยย่อมมีความผิดฐานปลอมเอกสาร

ต้องเป็นการกรอกข้อความโดยไม่ได้รับความยินยอมหรือโดยฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าของลายมือ
ชื่อนั้น และถ้ากรอกข้อความผิดไปจากที่เขามอบหมายให้กรอกก็อาจเกิดความเสียหายเป็นความ
ผิดได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 176/2537

ที่โจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนจำนองที่ดินเป็นประกันเงินกู้ แต่จำเลยที่ 1 กลับกรอกข้อความว่า
โจทก์มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนขายที่ดินให้แก่จำเลยที่ 1 อันเป็นการกระทำโดยไม่ได้รับความยินยอมหรือ
โดยฝ่าฝืนคำสั่งของโจทก์ และจำเลยที่ 1 ได้นำหนังสือมอบอำนาจไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยประการที่
น่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์ จึงเป็นการปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม จำเลยที่ 2 ได้ลงลายมือชื่อเป็นพยาน
ในหนังสือมอบอำนาจที่จำเลยที่ 1 ได้กรอกข้อความโดยไม่ได้รับความยินยอมหรือโดยฝ่าฝืนคำสั่งของโจทก์ถือได้ว่า
จำเลยที่ 2 เป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1 ในการปลอมหนังสือมอบอำนาจด้วย แม้จำเลยที่ 2 จะไม่ได้ไปด้วยในวันที่นำ
หนังสือมอบอำนาจปลอมไปจดทะเบียนโอนที่ดิน แต่เมื่อจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 มาตั้งแต่ต้นทั้งเป็น
สามีภรรยากันมีส่วนได้เสียในที่ดินที่รับโอน จึงถือได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวการร่วมในการใช้เอกสารปลอมด้วย

9

2.ความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิหรือ
เอกสารราชการ (มาตรา 265)

“มาตรา ๒๖๕ ผู้ใดปลอมเอกสารสิทธิ หรือเอกสารราชการ ต้องระวาง
โทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นถึงหนึ่งแสนบาท”

หลักเกณฑ์/องค์ประกอบความผิด

องค์ประกอบภายนอก
1. ผู้ใด
2.ปลอม
3.เอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการ

องค์ประกอบภายใน
1.เจตนาธรรมดา
2.เจตนาพิเศษ (มูลเหตุชักจูงใจเพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง)

10

“มาตรา ๑ ในประมวลกฎหมายนี้
(๙) “เอกสารสิทธิ” หมายความว่า เอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง
โอน สงวนหรือระงับซึ่งสิทธิ”
เอกสารสิทธิ เช่น สัญญาซื้อขายเช็ค สมุดคู่ฝากบัญชีออมทรัพย์เป็นหลักฐานก่อตั้งสิทธิ
ถอนเงิน สัญญาเงินกู้ใบเสร็จรับเงินแสดงว่าหนี้ระงับแล้ว เป็นต้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 167/2517

จำเลยกู้เงินผู้เสียหายแล้วทำหนังสือสัญญากู้ลงลายมือชื่อผู้อื่นในช่องผู้กู้ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่า

จำเลยเองเป็นผู้กู้ การกระทำของจำเลยเป็นการทุจริตเพื่อจะให้ได้เงินที่กู้ไป แต่มิให้ผู้เสียหายใช้สัญญากู้

นั้นเป็นหลักฐานฟ้องร้องเรียกเงินคืนจากจำเลย ผู้เสียหายได้รับความเสียหายจำเลยจึงมีความผิดฐาน

ปลอมเอกสารสิทธิเมื่อจำเลยได้มอบสัญญากู้ให้ผู้เสียหายยึดถือไว้ จำเลยจึงมีความผิดฐานใช้เอกสารสิทธิ

ปลอมอีกกระทงหนึ่ง

“มาตรา ๑ ในประมวลกฎหมายนี้
(๘) “เอกสารราชการ” หมายความว่า เอกสารซึ่งเจ้าพนักงานได้ทำขึ้นหรือรับรอง
ในหน้าที่ และให้หมายความรวมถึงสำเนาเอกสารนั้นๆ ที่เจ้าพนักงานได้รับรองในหน้าที่
ด้วย”
เอกสารราชการ เช่น ใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ ป้ายทะเบียนรถ บัตรประจำตัว
ประชาชน ใบสุทธิ เป็นต้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2409/2534

บัตรประจำตัวประชาชนเป็นเอกสารที่เจ้าพนักงานสำนักงานทะเบียนบัตรประชาชนกระทรวง

มหาดไทยได้ทำขึ้น บัตรประจำตัวประชาชนจึงเป็นเอกสารราชการตามบทนิยามของประมวลกฎหมาย

อาญา มาตรา 1(8) จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 กับพวกร่วมกันนำบัตรประจำตัวประชาชนของจำเลยที่ 1 ซึ่งเจ้า

พนักงานได้ทำขึ้นสำหรับเป็นบัตรประจำตัวประชาชนของจำเลยที่ 1 ตามกฎหมาย มาทำปลอมให้หลงเชื่อว่า

เป็นบัตรประจำตัวประชาชนของ ป. ที่แท้จริงแล้วสำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนที่ปลอมแล้วเอา

ไปใช้อ้างต่อโจทก์ร่วม จึงถือได้ว่าสำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนปลอมนั้นเป็นเอกสารราชการ

ปลอมนั่นเอง จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 กับพวกจึงมีความผิดฐานร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม

11

3.ความผิดฐานปลอมเอกสารบางชนิด (มาตรา 266)

“ มาตรา ๒๖๖ ผู้ใดปลอมเอกสารดังต่อไปนี้
(๑) เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ
(๒) พินัยกรรม
(๓) ใบหุ้น ใบหุ้นกู้ หรือใบสำคัญของใบหุ้นหรือใบหุ้นกู้
(๔) ตั๋วเงิน หรือ
(๕) บัตรเงินฝาก
ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท”

หลักเกณฑ์/องค์ประกอบความผิด

องค์ประกอบภายนอก

1. ผู้ใด
2.ปลอม
3.เอกสารดังต่อไปนี้

(ก) เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ
(ข) พินัยกรรม
(ค) ใบหุ้น ใบหุ้นกู้ หรือใบสำคัญของใบหุ้นหรือใบหุ้นกู้
(ง) ตั๋วเงิน หรือ
(จ) บัตรเงินฝาก

องค์ประกอบภายใน

1.เจตนาธรรมดา
2.เจตนาพิเศษ (มูลเหตุชักจูงใจเพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง)

12

ผู้ใดปลอมเอกสารต่อไปนี้ ต้องระวางโทษหนักขึ้น

(1) เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ

เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ คือ เป็นทั้งเอกสารสิทธิและเป็นทั้งเอกสารราชการ เอกสาร
สิทธิที่เป็นเอกสารราชการที่ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยไว้คือหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส. 3 หรือ น.ส.3
ก.) โฉนดที่ดินและสัญญาจดทะเบียน อาชญาบัตรฆ่าสัตว์ สัญญาขายฝากทำที่อำเภอ อาชญาบัตรอากร
ค่าน้ำ ตั๋วพิมพ์รูปพรรณสัตว์ ใบบอกธนาณัติซึ่งนายไปรษณีย์ทำเป็นหลักฐานแห่งหนี้ที่จะก่อสิทธิรับเงิน
ธนาณัติ ใบรับเงินค่าภาษีอากร ใบรับเงินชำระค่าภาษีเทศบาลสำเนาใบรับเงินค่าปรับในการเปรียบเทียบ
คดีอาญา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1904/2540
การที่จำเลยปลอมโฉนดซึ่งเป็นเอกสารราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266 (1) เป็นความผิดที่มี
โทษจำคุกขั้นสูงถึงสิบปี พฤติการณ์ที่จำเลยปลอมโฉนดและนำโฉนดที่จำเลยปลอมไปหลอกลวงกู้เงินโจทก์ร่วมถึง
600,000 บาทนั้น มีลักษณะเป็นภัยร้ายแรงต่อโจทก์ร่วมและสุจริตชนโดยทั่วไป ซึ่งมิใช่วิสัยของคนที่เคยเป็นสมาชิกสภา
จังหวัดมาเป็นเวลาถึง 5 ปีเช่นจำเลยจักพึงกระทำ แม้จำเลยจะใช้ค่าเสียหายเป็นที่พอใจจนโจทก์ร่วมถอนคำร้องทุกข์
ในความผิดฐานฉ้อโกงไปแล้ว ก็มีผลเพียงแต่ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในข้อหาฉ้อโกงระงับสิ้นไปตามประมวล
กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) เท่านั้น แต่ความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ
ปลอมซึ่งจำเลยกระทำนั้นหาได้ระงับไปด้วยไม่ พฤติการณ์แห่งคดีจึงไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษให้จำเลย

13

(2) พินัยกรรม

พินัยกรรม คือ เอกสาร คำสั่งครั้งสุดท้าย ซึ่งแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินหรือ
กิจการต่าง ๆของผู้ทำพินัยกรรม เพื่อที่จะเกิดผลบังคับตามกฎหมายในเมื่อผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความ
ตาย โดยทำแบบใดแบบหนึ่งที่กฎหมายกำหนดไว้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา
1646 – 1648

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3894/2525
แม้ลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ทำพินัยกรรมในพินัยกรรมมีลักษณะลายเส้นนูนเลอะเลือน จนผู้ชำนาญการพิเศษ

ตรวจพิสูจน์ลงความเห็นไม่ได้ และมีพยานลงชื่อรับรองสองคนถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 9 เอกสารดังกล่าวก็มีสภาพเป็นพินัยกรรมที่จำเลยกับพวกร่วมกันทำปลอมขึ้นเมื่อจำเลยกับพวกนำ
พินัยกรรมปลอมดังกล่าวส่งอ้างเป็นพยานต่อศาลสำเร็จแล้ว จำเลยต้องมีความผิดฐานใช้พินัยกรรมปลอมอีก
กระทงหนึ่งมิใช่การพยายามกระทำความผิดที่เป็นไปไม่ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 81

การที่จำเลยกับพวกส่งอ้างพินัยกรรมปลอมเป็นพยานต่อศาลแม้จำเลยจะได้กระทำในฐานะทนายความในคดี
แพ่ง จำเลยก็มีความผิดฐานเป็นตัวการร่วมกันใช้พินัยกรรมปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

(3) ใบหุ้น ใบหุ้นกู้ หรือใบสำคัญของใบหุ้นหรือใบหุ้นกู้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2917/2538
การที่จำเลยทำปลอมแบบพิมพ์ใบหุ้น แสดงว่าจำเลยมีเจตนาจะนำใบหุ้นนั้นไปดำเนินการกรอกข้อความราย

ละเอียดอื่นๆ ที่เป็นสาระสำคัญลงในใบหุ้นเพื่อใช้อย่างใบหุ้นที่แท้จริง ซึ่งต่อมาก็ได้มีการกรอกข้อความราย
ละเอียดต่างๆ ลงในใบหุ้น แล้วนำไปฝากขาย ตามพฤติการณ์แสดงว่า จำเลยมีส่วนรู้เห็นในการกรอกข้อความราย
ละเอียดอื่นๆ ที่เป็นสาระสำคัญลงในใบหุ้นด้วย จึงเป็นตัวการด้วยกัน เมื่อการกระทำของจำเลยทำให้เกิดความเสีย
หายต่อบุคคลอื่น จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานปลอมใบหุ้น

14

(4) ตั๋วเงิน

ตั๋วเงินเป็นหนังสือสัญญาที่กฎหมายรับรองและคุ้มครองให้แก่ผู้ทรงตราสาร โดยประมวลกฎหมาย
แพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๙๘ บัญญัติให้ตั๋วเงินมีสามประเภท ได้แก่ ตั๋วแลกเงิน, ตั๋วสัญญาใช้เงิน
และเช็ค

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8627/2544
การที่จำเลยที่ 1 แก้ไขวันที่สั่งจ่ายในเช็คพิพาทจากวันที่ 2 กรกฎาคม 2531 เป็นวันที่ 2 กรกฎาคม 2539 แล้วนำ

เช็คพิพาทที่แก้ไขวันที่สั่งจ่ายดังกล่าวไปอ้างเป็นพยานในคดีแพ่งที่จำเลยฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้จากโจทก์
การกระทำของจำเลยจึงเป็นการแก้ไขข้อความในตั๋วเงินที่แท้จริงเพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารแท้จริงที่โจทก์
ทำขึ้นโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่โจทก์ จึงทำให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายได้รับความเสียหาย ไม่ว่าจำเลย
ที่ 1 จะได้นำเช็คพิพาทไปฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาแล้วหรือไม่ก็ตาม จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดฐานปลอมเช็คตาม ป.อ.
มาตรา 266 (4) และโจทก์เป็นผู้เสียหายแล้ว

(5) บัตรเงินฝาก

มีคำอธิบายในตำรากฎหมายอาญาของทานศาสตราจารย์จิตติ ติงศภัทิย์ ว่าบัตรเงินฝาก คือ
เอกสารประเภทหนึ่ง ซึ่งธนาคารออกให้แก่ผู้ฝากเงินกับธนาคารประเภทฝากประจำเป็นระยะเวลา
ตามที่ระบุไว้ ลงลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ของธนาคารเป็นหลักฐานที่ธนาคารแสดงสิทธิของผู้ฝากเงินกับ
ธนาคารซึ่งไม่ใช่สมุดแสดงการฝากและถอนเงินกับธนาคารมีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติธนาคาร
พาณิชย์ ฉบับที่ ๓ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๔ บัตรเงินฝาก หมายความว่า ตราสารซึ่งเปลี่ยนมือได้ที่
ธนาคารพาณิชย์ออกให้แก่ผู้ฝากเงินเพื่อเป็นหลักฐานรับฝากเงิน และเพื่อแสดงสิทธิของผู้ทรงตราสาร
ที่จะได้รับเงินฝากคืนเมื่อสิ้นระยะเวลาอันกำหนดไว้ โดยจะมีการกำหนดอกเบี้ยไว้ด้วยหรือไม่ก็ได้ และ
ยังไม่เคยมีแนวคำพิพากษาฎีกาในเรื่องนี้

15

4.ความผิดฐานแจ้งให้จดข้อความเท็จ (มาตรา 267)

“มาตรา ๒๖๗ ผู้ใดแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จ
ลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน
โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน
สามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

หลักเกณฑ์/องค์ประกอบความผิด

องค์ประกอบภายนอก

1. ผู้ใด
2.แจ้งเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่
3.ให้จดข้อความ
4.อันเป็นเท็จ
5.ลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ
6.ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน
7.โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

องค์ประกอบภายใน

1.เจตนาธรรมดา

16

เอกสารมหาชน คือ เอกสารที่เป็นหลักฐานแก่ประชาชน เช่น ทะเบียนสมรส ตั๋วพิมพ์รูปพรรณ
สัตว์พาหนะ ทะเบียนสำมะโนครัว เป็นต้น

เอกสารราชการ คือ เอกสารซึ่งเจ้าพนักงานได้ทำขึ้นหรือรับรองในหน้าที่ เช่น สมุดรายงานประจำ
วันบันทึกข้อความตามที่จำเลยแจ้งให้จดข้อความอันเป็นเท็จ

เจ้าพนักงานตามมาตรานี้ คือ เจ้าพนักงานทั่วๆ ไป ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าพนักงานสอบสวนหรือ
เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา เป็นเจ้าพนักงานประเภทใดก็ได้ เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด
เป็นต้น

เจ้าพนักงานผู้รับแจ้งต้องกระทำการตามหน้าที่ ถ้าเจ้าพนักงานไม่มีหน้าที่ในการรับแจ้ง ผู้แจ้งไม่มี
ความผิดตามมาตรานี้ การจดข้อความอันเป็นเท็จ เจ้าพนักงานไม่จำเป็นต้องจดข้อความด้วยตนเองก็
เป็นความผิดตามมาตรานี้ และข้อความที่แจ้งนั้นต้องเป็นข้อเท็จจริงไม่ใช่กฎหมาย

เอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการดังกล่าว ต้องทำขึ้นโดยวัตถุประสงค์ที่จะใช้เป็นพยานหลัก
ฐาน โดยผู้กระทำมีเจตนาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จให้เจ้าพนักงานจด เช่น คนต่างด้าวให้ลงทะเบียน
สำมะโนครัวว่าเป็นคนไทยย้ายมาจากที่อื่น เป็นต้น

การกระทำดังกล่าวต้องน่าเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน แม้จะไม่ได้เกิดความเสียหาย
ขึ้นจริง ผู้กระทำก็มีความผิดฐานแจ้งให้จดข้อความเท็จ

คำพิพากษาฎีกาที่ 2056/2514

การที่จำเลยระบุชื่อคนอื่นๆว่า เป็นทายาทต่อเจ้าพนักงานที่ดิน แต่ไม่ได้ระบุชื่อโจทก์ว่าเป็นทายาท ทั้งๆที่จำเลย

ทราบว่าโจทก์เป็นทายาทและจำเลยได้รับรองบัญชีเครือญาติซึ่งจำเลยได้แจ้งไว้ (โดยที่ไม่มีชื่อโจทก์เป็นทายาท)

ทั้งแจ้งว่าเจ้ามรดกไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ซึ่งความจริงมีพินัยกรรม เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานที่ดินประกาศโฆษณาไป

ตามที่จำเลยแจ้งนั้น แล้วลงชื่อบุคคลที่จำเลยแจ้งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินมรดก แม้ที่ดินโฉนดดังกล่าว

นั้น ตามพินัยกรรมจะมิได้ตกแก่ทายาทอื่น นอกจากผู้ที่จำเลยระบุชื่อก็ตาม แต่ก็ไม่ตรงกับความเป็นจริง ถือได้ว่า

อยู่ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตาม ป.อาญา

มาตรา 267

17

5.ความผิดฐานใช้เอกสารปลอม (มาตรา 268)

“ มาตรา ๒๖๘ ผู้ใดใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตามมาตรา
๒๖๔ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ หรือมาตรา ๒๖๗ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย
แก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆ

ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคแรกเป็นผู้ปลอมเอกสารนั้น หรือเป็นผู้แจ้งให้เจ้า
พนักงานจดข้อความนั้นเองให้ลงโทษตามมาตรานี้แต่กระทงเดียว”

หลักเกณฑ์/องค์ประกอบความผิด

องค์ประกอบภายนอก

1. ผู้ใด
2.ใช้หรืออ้าง
3.เอกสารอันเกิดจากการกระทำผิดตามมาตรา 264 มาตรา 265 มาตรา 266 หรือ
มาตรา 267
4.ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

องค์ประกอบภายใน

1.เจตนาธรรมดา

18

(1) การใช้เอกสารปลอม
หมายถึง การใช้อย่างเอกสารเท่านั้นจึงจะเป็นความผิด แต่ถ้าเป็นการใช้อย่างอื่น เช่น เอา

เอกสารนั้นไปใช้ห่อของ ห่อผัก ห่อผลไม้ ไม่ได้ใช้อย่างเอกสารเหล่านี้ไม่มีความผิด

(2) การอ้างเอกสารปลอม
การอ้างเอกสารต่างจากการใช้ คือ การอ้างไม่ต้องนำเอกสารนั้นออกแสดง อาจทำโดยอ้างเอกสาร

เพื่อให้ผู้อื่นนั้นเรียกหรือตรวจดูเอกสารนั้นเองก็ได้ เช่น ขอให้ศาลหรือพนักงานเจ้าหน้าที่เรียกเอกสาร
ปลอมมาจากที่หนึ่งที่ใด

การกระทำ ได้แก่ การใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตาม
มาตรา 264(ปลอมเอกสารทั่ว ๆไป),
มาตรา 265(ปลอมเอกสารสิทธิหรือเอกราชการ),
มาตรา266(ปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ ใบหุ้น ตั๋วเงินหรือบัตรเงินฝาก) หรือ
มาตรา267(เอกสารอันมีการแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ) ในประการที่น่าจะเกิด
ความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆ

ตามมาตรา 268 วรรคสอง ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคแรกเป็นผู้ปลอมเอกสารนั้น หรือเป็นผู้
แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความนั้นเองให้ลงโทษตามมาตรานี้แต่กระทงเดียว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1928/2529

การที่จำเลยปลอมสำเนาป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษีรถมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264,

265 กระทงหนึ่ง และจำเลยปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถแสดงการจดทะเบียนใช้รถมีความผิดตามประมวลกฎหมาย

อาญา มาตรา 264, 265 อีกกระทงหนึ่งนั้น แม้จำเลยจะได้ใช้เอกสารปลอมดังกล่าวในคราวเดียวกัน แต่ก็เป็นการใช้

เอกสารคนละประเภทกัน จำเลยต้องมีความผิดฐานเป็นผู้ใช้เอกสารดังกล่าว 2 กระทง

19

6.ความผิดฐานทำคำรับรองอันเป็นเท็จ (มาตรา 269)

“ ๒๖๙ ผู้ใดในการประกอบการงานในวิชาแพทย์ กฎหมาย บัญชีหรือวิชาชีพอื่นใด
ทำคำรับรองเป็นเอกสารอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือ
ประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดโดยทุจริตใช้หรืออ้างคำรับรองอันเกิดจากการกระทำความผิดตามวรรคแรก ต้อง
ระวางโทษเช่นเดียวกัน”

ความผิดที่ 1 (ตามมาตรา 269 วรรคแรก)

หลักเกณฑ์/องค์ประกอบความผิด

องค์ประกอบภายนอก

1.ในการประกอบการงานในวิชาแพทย์ กฎหมาย บัญชี หรือวิชาชีพอื่นใด
2.ทำคำรับรองเอกสาร
3.อันเป็นเท็จ
4.โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

องค์ประกอบภายใน

1.เจตนาธรรมดา

20

คำว่า "วิชาชีพ" หมายถึง อาชีพที่ต้องใช้ความรู้พิเศษ ผู้กระทำความผิด คือ ผู้ที่ต้องใช้ความรู้พิเศษ
ในการประกอบอาชีพ ซึ่งนอกจากแพทย์ นักกฎหมาย นักบัญชีแล้ว ยังรวมถึงสถาปนิก หรือวิศวกร
ด้วย เป็นต้น

การรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ เช่น แพทย์ออกใบรับรองว่าไม่ป่วย ความจริงป่วย หรือรับรองว่า
ป่วย แต่แท้จริงแล้วไม่ป่วย วิศวกรรับรองการออกแบบที่ไม่ถูกต้อง ผู้เชี่ยวชาญในทางพิสูจน์หลักฐาน
รับรองผลอันไม่ตรงกับความจริง เป็นต้น แต่ต้องพยายามฟ้องให้เห็นว่าเป็นผู้ประกอบวิชาชีพดังกล่าว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3635/2546
ผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269 จะต้องเป็นผู้ประกอบการงานวิชาชีพดังที่ระบุไว้เท่านั้น

เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของที่ดินและเป็นผู้กู้เงินจากธนาคาร ไม่ได้ประกอบวิชาชีพการประเมินราคาทรัพย์ ส่วนจำเลย
ที่ 3 เป็นเพียงผู้ทำรายงานการตรวจสอบที่ดินเสนอต่อ ผ. โดย ผ. เป็นผู้ลงลายมือชื่อรับรองในฐานะผู้ประเมิน
จำเลยที่ 3 ไม่ได้เป็นผู้ทำคำรับรองในเอกสารดังกล่าวอันเป็นเท็จ จำเลยที่ 1และที่ 3 จึงไม่มีความผิดตามมาตรา 269

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5548/2545
ธนาคารอาคารสงเคราะห์จ้างโจทก์สำรวจและประเมินราคาทรัพย์สินของผู้กู้ยืมเงิน ซึ่งกำหนดให้โจทก์ต้อง

ควบคุมดูแลลูกจ้างหรือพนักงานหรือตัวแทนของโจทก์ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และต้องส่งผลการ
สำรวจและประเมินราคาแก่ธนาคารภายในระยะเวลาที่กำหนด การที่จำเลยที่ 3 กรอกข้อความในแบบสรุปผลการ
ประเมินราคา และการที่จำเลยที่ 2 ลงชื่อในฐานะผู้ประเมินราคาและฐานะผู้จัดการสาขาเพื่อจัดส่งให้แก่ธนาคาร
อาคารสงเคราะห์ในนามของโจทก์ล้วนแต่เป็นขั้นตอนในการปฏิบัติงานของพนักงานโจทก์ ผู้ที่ประเมินราคาหรือทำ
คำรับรองเอกสารตามสัญญาจ้างก็คือโจทก์ จำเลยที่ 3 มิได้ลงชื่อเป็นผู้ประเมินราคาในเอกสารดังกล่าว จำเลยที่ 3
จึงมิใช่ผู้ทำคำรับรองเอกสารอันเป็นเท็จแต่อย่างใด

21

ความผิดที่ 2 (ตามมาตรา 264 วรรคสอง)

หลักเกณฑ์/องค์ประกอบความผิด

องค์ประกอบภายนอก

1.ใช้หรืออ้าง
2.คำรับรองอันเกิดจากการกระทำความผิดตามวรรคแรก

องค์ประกอบภายใน

1.เจตนาธรรมดา
2.เจตนาพิเศษ (มูลเหตุชักจูงใจโดยทุจริต)

ผู้กระทำความผิด ได้แก่ ผู้ใช้หรืออ้างคำรับรองอันเป็นเท็จนั้น เช่น นำใบรับรองแพทย์
ว่าป่วยมาใช้ในการลาหยุด หรือนำใบรับรองแบบของวิศวกรไปขออนุญาตก่อสร้าง เป็นต้น

ทั้งนี้ผู้กระทำต้องมีมูลเหตุชักจูงใจโดยทุจริตด้วย
ความผิดแรก คือ ผู้ที่ทำคำรับรอง ความผิดที่2
ความผิดที่2 คือ ผู้นำไปใช้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2275/2533
จำเลยใช้ใบรับรองแพทย์ที่ไม่มีชื่อผู้รับการตรวจจากแพทย์ซึ่งเป็นเอกสารราชการปลอมแสดงต่อผู้

บังคับบัญชาเพื่อประกอบรายงานการชี้แจงที่จำเลยขาดราชการ 3 วัน เพื่อให้จำเลยพ้นผิดทางวินัยการใช้
เอกสารปลอมดังกล่าวจึงน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นคือผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ต้องบันทึกรายงาน
ผลการชี้แจงของจำเลยเสนอขึ้นไปตามลำดับชั้น จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอม

22

บรรณานุกรม

หนังสือ
ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ, รณกรณ์ บุญมี (2564). คำอธิบายกฎหมายอาญา ภาคความผิดและลหุโทษ

(พิมพ์ครั้งที่ 18 แก้ไขเพิ่มเติ่ม). กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์วิญญูชน

เอกสารประกอบการสอน
วีณา สุวรรณโณ. กฎหมายอาญา2 (0801221) Criminal Laws 2 : Specific Offenses อาจารย์วีณา

สุวรรณโณ ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร.

เว็บไซต์
WICHIAN & PARTNER LAW. (2559). ความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม. สืบค้นเมื่อวัน

ที่ 29 กันยายน 2564, จาก https://wichianlaw.blogspot.com/2016/07/blog-post_12.html
คณะกรรมการเนติบัณฑิตสมัยที่ ๕๓. ความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิหรือเอกสารราชการ. สืบค้นเมื่อวัน

ที่ 29 กันยายน 2564, จาก https://www.members.tripod.com/thaibar53/arya209-3.htm
กิตติกาญจน์ แดงกนิษฐ์. ความผิดฐานปลอมเอกสาร. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2564, จาก

http://www.sappaneti.com/board/1162/15524/ความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม.html
ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง. ตั๋วเงิน. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2564, จาก

http://natjar2001law.blogspot.com/2011/04/blog-post.html
ศุภกิจ แย้มประชา. บัตรเงินฝาก. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2564, จาก https://slideplayer.in.th/

slide/16753384/97/images/39/๕.+บัตรเงินฝาก.jpg


Click to View FlipBook Version