The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by yoyo_seed_zaa, 2021-09-26 15:35:06

สรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการเรียนวิทยาศาสตร์ระดับมัธยมศึกษา

นายทิวากร เย็นสบาย 62003161021

สรุปองค์ความรู้

วชิ า การจัดการเรยี นรู้วิทยาศาสตรร์ ะดับมธั ยมศกึ ษา

นายทิวากร เยน็ สบาย 62003161021
ชนั้ ปที ี่ 3 วิทยาศาสตร์ทว่ั ไป

Content

รปู แบบการจดั การเรียนรู้
หลักการจดั การเรียนรู้
ทฤษฏสี ่งเสริมการพัฒนาการ
พัฒนาการของเด็ก
การศกึ ษารายงานการวิจยั

01

การจัดการเรยี นร้ตู ามรปู แบบ

กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ 5 E

ขั้นสร้างความสนใจ ข้นั สารวจและคน้ หา ข้นั อธบิ ายและลงขอ้ สรุป
เป็นการนาเข้าสูบ่ ทเรยี น การวางแผนกาหนดแนวทาง เมื่อไดข้ อ้ มูลอยา่ งเพียงพอ
หรอื เรอ่ื งทส่ี นใจซงึ่ เกดิ ขนึ้ จากการสารวจตรวจสอบ
จากความสงสัย หรอื อาจ สาหรบั การตรวจสอบ แลว้ จงึ นาข้อมูลข้อสนเทศ
เรมิ่ จากความสนใจของตวั ทีไ่ ด้มเิ คราะห์ แปลผล
นกั เรยี นเองหรือเกดิ จาก ต้ังสมมติฐาน กาหนด สรุปผลและนาเสนอผลท่ไี ด้
การอภปิ รายภายในกลุ่ม ในรูปตา่ ง ๆ
ทางเลอื กท่เี ป็นไปได้ ลงมือ

ปฏิบตั เิ พ่อื เก็บรวบรวมขอ้ มลู

ขั้นขยายความรู้ ข้นั ประเมนิ
การนาความรทู้ ีส่ ร้างขนึ้ ไป การประเมนิ การเรียนรู้ด้วย
เช่ือมโยงกบั ความรเู้ ดมิ หรอื กระบวนการต่าง ๆ วา่ นักเรยี น
ความคดิ ทไ่ี ด้คน้ ควา้ เพมิ่ เตมิ มีความรอู้ ะไรบ้าง อยา่ งไร และ
แบบจาลองหรอื ข้อสรุปทไี่ ด้ไป มากนอ้ ยเพียงใด จากขัน้ นจี้ ะ
ใชอ้ ธบิ ายสถานการณห์ รือ นาไปสู่การนาความร้ไู ป
เหตกุ ารณ์อืน่ ๆ ประยกุ ตใ์ ช้ในเรอ่ื งอนื่ ๆ

5 Lesson Study
For Science

02

หลกั การสาคัญการจดั การเรียนร้ทู ี่
เน้นผเู้ รยี นเป็นสาคญั

01 ผเู้ รียนเปน็ ผู้ศึกษา
ออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรใู้ ห้
ผเู้ รยี นได้กอ่ ประโยชน์มากที่สดุ 02

03 ผเู้ รยี นเป็นสว่ นหน่ึงของการจดั กจิ กรรม

ใหผ้ ู้เรียนสรา้ งปฏิสมั พันธท์ างานเปน็ ทีม 04

05 ครูเป็นทีป่ รกึ ษา
ใช้สือ่ เทคโนโลยีใหด้ นู า่ สนใจ 06

07 พัฒนาผ้เู รยี นในหลาย ๆ ด้าน

03

ทฤษฎสี ่งเสริมการพัฒนาการ

ทฤษฏีของซกิ มันต์ ฟรอยด์

แบ่งเปน็ 3 ระดบั มจี ติ สำนึกจิตก่อนสำนึก
และจิตไรส้ ำนึก นอกจำกนี้ ยงั ได้กล่ำวว่ำ
มนษุ ยม์ สี ญั ชำตญำณติดตวั มำแตก่ ำเนิด และ
แบง่ ออกเป็น 2 ประเภทคอื
1.สญั ชำตญำณเพ่อื กำรดำรงชวี ติ
2.สัญชำตญำณเพอื่ ควำมตำย
ฟรอยด์ไดอ้ ธบิ ำยเกยี่ วกับสัญชำตญำณ เพอ่ื
กำร
ดำรงชวี ิตไว้
1.ข้ันปำก(Oral Stage) 0-18 เดอื น
2.ขั้นทวำรหนัก(Anal Stage) 18 เดอื น- 3 ปี
ทฤษฏขี องอีริค เอช เอดิสนั 3.ขน้ั อวยั วะ(Phallic Stage) 3-5 ปี
4.ขั้นแฝง(Laency Stage) 6-12 ปี
อิริคสนั ไดก้ ล่ำวไว้ว่ำ สังคม วัฒนธรรม และ 5.ขน้ั สนใจเพศตรงขำ้ ม (Genital Stage)
ส่ิงแวดล้อม มีผลต่อกำรพัฒนำบุคลกิ ภำพขอ
คนซง่ึ ในแต่ละขั้นของพฒั นำกำรนั้นจะมี ต้ังแต่ 12 ปีขึ้นไป
เหตกุ ำรณต์ ่ำง ๆ เกิดขึ้นถำ้ ไมส่ ำมำรถผำ่ น
เหตุกำรณ์ในขน้ั น้นั ไปไดจ้ ะทำให้เกดิ ปัญหำ
ในขั้นต่อไป ทำให้เกิดควำมบกพรอ่ งทำง
สังคม (Social inadequacy) และเป็น
ปญั หำทำงจติ ใจตำมมำภำยหลงั เพรำะ
อริ ิคสันเชือ่ วำ่ วยั แรกของชวี ติ เป็นรำกฐำน
ของกำรเจรญิ เติบโตในวยั ตอ่ ไป

04

ทฤษฎีส่งเสรมิ การพฒั นาการ

ทฤษฏขี องฌอง เพียเจต์ ทฤษฏขี องลอเรนซ์ โคลเบิรก์

เพียเจต์ (Piaget) ได้กล่ำวถึงกำรพฒั นำกำร ลอเรนซ์ โคลเบิร์ก (Lawrence Kohlberg)
ทำงด้ำนควำมคิดของเด็กขนึ้ อยกู่ บั พนั ธุกรรม ผสู้ นใจควำมประพฤตขิ องมนษุ ย์ทฤษฏขี องโคล
และสงิ่ แวดลอ้ ม กำรเรยี นร้เู ป็นไปตำมพัฒนำกำร เบริ ์ก ไดช้ อ่ื ทฤษฏีพฒั นำกำรทำงจรยิ ธรรม โคล
ทำงสติปญั ญำ ตำมธรรมชำติ ไม่ควรเรง่ ให้เดก็ มี เบิร์กได้ศกึ ษำวจิ ยั พัฒนำกำรทำงจริยธรรมตำม
ควำมคดิ ที่ขำ้ มขั้น เพรำะจะทำใหเ้ กดิ ผลเสยี ต่อ แนวทฤษฏีของเพยี เจย์แต่โคลเบริ ก์ไดป้ รบั ปรุงวิธี
กำรส่งเสรมิ กำรพัฒนำกำรของเด็ก วจิ ัยกำรวเิ ครำะห์ผลรวมและไดว้ ิจัยอยำ่ ง
เพยี เจตไ์ ดแ้ บง่ กำรพฒั นำเป็นลำดบั ขนั้ ไว้ได้ 4 กว้ำงขวำงในประเทศอื่นที่มีวัฒนธรรมต่ำงออกไป
ขนั้ พฒั นำกำรของโคลเบริ ์ก มี 6 ขนั้
ขั้นท่ี 1 ขนั้ ของกำรใช้ประสำทสัมผสั และ ขน้ั ที่ 1 กำรเช่ือฟงั และกำรถูกลงโทษ
กล้ำมเน้ือ(แรกเกดิ ถึง 2 ปี) ขน้ั ท่ี 2 กฎเกณฑเ์ ป็นเครอ่ื งมือเพื่อประโยชน์ของ
ขน้ั ที่ 2 ขน้ั เตรยี มควำมคิดที่มีเหตุผล หรอื กำรคดิ ตน ข้ันที่ 3 ควำมคำดหวงั และกำรยอมรบั ใน
ก่อนลงมอื ปฏบิ ัติ(อำยุ 2-7ปี) สงั คมสำหรับเด็กดี
ขน้ั ที่ 3 ข้ันคิดอยำ่ งมีเหตผุ ลและเป็นรปธรรม ขัน้ ท่ี 4 กฎและระเบียบ
หรือข้นั ปฎิบตั ิกำรดว้ ยรูปธรรม(อำยุ 7-11 ปี) ข้ันที่ 5 สญั ญำสังคม หรอื หลกั กำรทำตำมคำมั่น
ข้ันที่ 4 ขน้ั ของกำรคดิ อย่ำงมเี หตผุ ลและเปน็ สญั ญำ
นำมธรรม หรอื ขน้ั กำรปฏิบัติกำรด้ำนนำมธรรม ขน้ั ที่ 6 หลักกำรคณุ ธรรมสำกล
(อำยุ 12 ปีขน้ึ ไป)

05

ด้านร่างกาย

ผชู้ ำย เสียงแตกหนุม่ มีขนตำมร่ำงกำยและใบหนำ้ มีกล่ินกำย
มรี ่ำยกำยที่ใหญ่ขน้ึ

ผ้หู ญิง มหี นำ้ อก มปี ระจำเดอื น รำ่ งกำยมีทรวดทรง

ดา้ นสงั คม

แบง่ กลมุ่ แบง่ เพศ สนทิ กบั เพ่อื นมำกกว่ำคนในบ้ำน แตง่ กำยตำมควำมนิยม
มีโลกส่วนตัว

ดา้ นอารมณ์

อำรมณ์แปรปรวน อ่อนไหว รนุ แรง มีควำมในใจ เกบ็ ควำมรสู้ กึ มีควำมเปน็
ตวั เองสงู

ด้านสตปิ ัญญา

เรยี นรอู้ ย่ำงรวดเรว็ มีควำมคดิ เป็นของตัวเอง มีจิตสำนึก มกี ำรวำงแผนและ
ปฏิบัตไิ ดด้ ว้ ยตัวเอง

พฒั นาการของเดก็

การศึกษารายงาน
การวิจัย

07

MR. Tiwakorn

การศึกษารายงานการวิจยั เปน็
การนาขอ้ มูลทีไ่ ด้มีการศกึ ษาหา
ข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่มคี วาม
นา่ เชือ่ ถอื และมีข้อเท็จจริงท่มี ีการ
พสิ จู น์หรือทดลองใชแ้ ละเห็นผลจริง
และการศึกษารายงานการวจิ ยั ไม่ได้
เปน็ การคัดลอกข้อมลู ผู้อนื่ ให้ใช้เป็น
การอ้างอิงผทู้ ไ่ี ด้ทาวจิ ัยที่มีขอ้ มูลเปน็
ประโยชนต์ ่อการศึกษารายงานการ
วจิ ัยของผ้วู จิ ยั

ขอ้ ควรปฏิบัตติ อ่ งานวิจยั
- กาหนดหวั ขอ้ ทจี่ ะศกึ ษาให้

ชัดเจนก่อนทาการวจิ ยั
- เอกสารท่ีเก่ยี วข้องต้องมคี วาม

น่าเชือ่ ถือและมีอายไุ ม่เกิน 10 ปี
- การศึกษารายงานการวิจัยทดี่ ี

ควรศึกษาด้วยตนเองทั้งหมด

report

08

ส่วนประกอบรายงานการวจิ ัย

1. สว่ นตน้ ประกอบด้วย
1.1 หนา้ ปก
1.2 ปกใน
1.3 กติ ตกิ รรมประกาศ
1.4 บทคัดย่อ (ทง้ั ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ)
1.5 สารบัญ
1.6 สารบัญตาราง
1.7 สารบญั ภาพประกอบ
1.8 คาอธบิ ายสัญลักษณ์

2. สว่ นกลาง 5 บท ประกอบด้วย
2.1 บทที่ 1 บทนา ความเป็นมา/ปัญหา วัตถุประสงค์

สมมตฐิ าน ขอบเขต กล่มุ ตัวอยา่ ง ตวั แปรทเี่ ก่ียวขอ้ ง และนยิ าม
ศพั ท์เฉพาะ

2.2 บทท่ี 2 เอกสารและงานวิจัยท่ีเกีย่ วข้อง
2.3 บทท่ี 3 วธิ กี ารดาเนินงานการวิจัย
2.4 บทที่ 4 ผลการวจิ ัย วิเคราะห์ขอ้ มลู
2.5 บทท่ี 5 สรุป อภิปรายและขอ้ เสนอแนะ
3. สว่ นทา้ ย ประกอบดว้ ย
3.1 บรรณานกุ รม
3.2 ภาคผนวก
3.3 ประวตั ยิ อ่ ผู้วจิ ยั

09

การวิจัยในช้ันเรยี น

การศกึ ษาการวิจยั ในช้นั เรียนเปน็ การแกป้ ัญหาในหอ้ งเรยี นหรอื
ตอ้ งการท่ีจะพฒั นาผู้เรยี นใหด้ ยี งิ่ ข้ึน และสามรถปรับปรงุ และพฒั นาการ
สอนของผสู้ อนให้มีประสิทธิภาพมากยง่ิ ขึน้

กระบวนการวจิ ัยในช้ันเรยี น

1. ศึกษาสภาพปญั หาที่ตอ้ งการศึกษา
2. กาหนดปญั หาทตี่ ้องการพัฒนาหรอื ปรบั ปรุง
3. ค้นควา้ เอกสารและงานวิจัยทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง
4. รวบรวมขอ้ มูล
5. วิเคราะห์สาเหตขุ องปญั หา
6. การเขียนรายงานการวจิ ัยในหนา้ 8

THE END

ขอขอบคุณคณุ ครทู ่ีคอยอบรมสัง่ สอนและ
มอบจิตวญิ ญาณการเปน็ ครใู ห้กับผมนะครบั

THANKS!

Tiwakorn yensabai

CREDITS: ThWis phreyseontahtieonmteomphlaeteswtastcereaated

by Slidesgo, including icons by Flaticon and
infographics & images by Freepik.

065 – 515 - 3469

Please keep this slide for attribution


Click to View FlipBook Version