The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือฝึกตรวจค้นยาเสพติด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by juta.ship35, 2021-12-17 01:17:25

หนังสือฝึกตรวจค้นยาเสพติด

หนังสือฝึกตรวจค้นยาเสพติด

1

97 หนา
สารบญั 3-4
5-9
กลา วท่ัวไป 10-11
นโยบายเกย่ี วกับยาเสพติด 12
การปฏิบัติในการตง้ั ดา นตรวจ, จุดตรวจ และจดุ สกัด 12
ขอ พึงระมัดระวงั ของเจา หนาท่ี 13-14
ยทุ โธปกรณท ี่ใชในการปฏบิ ตั ิภารกจิ 15-28
การตรวจคน ยานพาหนะ 29-31
การคัดรถเพือ่ ตรวจคน 32-34
การตรวจคนบคุ คลและรถ 35-38
ตราประทบั หบี หอยาเสพติดทป่ี รากฏขา วสาร 39-43
บทกลอนฝก ตรวจคนฯ 44-52
การซุมตรวจ
การปดลอ มตรวจคน
บทเรียนจากการรบ

2

97
กลา วทวั่ ไป
นโยบายทเี่ ก่ยี วของกบั ยาเสพติด

รัฐบาล

ยทุ ธศาสตรก ารปอ งกนั และแกไ ขปญ หายาเสพติด เปนกรอบแนวทางดําเนินงานของ
ทุกภาคสว นทเี่ กีย่ วขอ ง ประกอบดว ย 8 ยทุ ธศาสตร ไดแก การปองกนั กลมุ ผูมีโอกาสเขาไปเกี่ยวของ
กับยาเสพติด การแกไขปญหาผูเสพติดยาเสพติด การสรางและพัฒนาระบบรองรับการคืนคนดี
ใหสงั คม การควบคุมตัวยาและผูคายาเสพติด ความรวมมือระหวางประเทศ การสรางสภาพแวดลอม
เพื่อปอ งกันปญ หายาเสพติด การมสี วนรวมภาคประชาชน และการบริหารจดั การอยางบูรณาการ

ศอ.ปส.ทบ.

ปฏิบตั ิภารกจิ ปองกนั และแกไ ขปญหายาเสพติด ต้งั แต 1 ต.ค. 62 – 30 ก.ย. 63
เพ่อื ลดความรนุ แรงของปญหายาเสพติดในพ้ืนที่รบั ผิดชอบ และเสรมิ สรางความมน่ั คงปลอดภยั
ใหก ับสงั คมไทย

3

97
ผบ.กกล.ผาเมือง/ผอ.ศป.ปส.กกล.ผาเมอื ง

1. ความมุงหมาย : ตองการใหการสกัดกั้น ปราบปรามยาเสพติดในพื้นท่ีรับผิดชอบ มีการอํานวยการ
ควบคุม ประสานงาน และบูรณาการ ทั้งในเร่ืองบุคลากร เครื่องมือ เทคโนโลยี และกลยุทธ อยางเปนระบบ
โดยมุงผลการปฏิบัติในการสกัดก้ัน ปราบปราม และทําลายโครงสราง/กลไกการทํางานของเครือขายการคา
ยาเสพติด เพอื่ ลดการนําเขายาเสพติดจากนอกประเทศ

2. วิธีการ : ใชการดําเนินงานดานการขาวเชิงลึกในการเกาะติด คนหา พิสูจนทราบ โครงสราง
เครือขายการคายาเสพติดในพื้นท่ีรับผิดชอบ ดําเนินการสกัดกั้น ปราบปราม และทําลายโครงสราง
การคายาเสพติดชายแดน โดยผนึกกําลังทั้ง พลเรือน ตํารวจ ทหาร และกําลังประชาชน ใหครอบคลุมพ้ืนที่
ตามแนวชายแดน ท้ังทางกวาง และทางลึก พรอมท้ังดําเนินการแกไขปญหาผูเสพ/ผูติดยาเสพติด
ปองกันกลุมเสียง/พ้ืนที่เสี่ยง/สถานที่เสี่ยง และเสริมสรางหมูบาน/ชุมชน ใหเขมแข็งควบคูกันไป
อยางบรู ณาการใหสอดคลองกับสถานการณและสภาพแวดลอ ม

3. ผลลัพธที่ตองการ : ทําใหเกิดแนวสกัดกั้นตามแนวชายแดนที่มีประสิทธิภาพ สามารถสกัดก้ัน
ตรวจยดึ จบั กุมยาเสพติด และลดการลักลอบนําเขายาเสพติดตามแนวชายแดนในพ้ืนที่รับผิดชอบไดเพิ่มขึ้น
เมื่อเปรียบเทียบกับป 2560 บุคคลเปาหมาย เครือขายกลุมการคายาเสพติดตามแนวชายแดนถูกจํากัดเสรี
หรอื ยตุ บิ ทบาท หรือถูกจับกุมดาํ เนนิ คดีตามกฎหมาย ไมนอยกวารอยละ 30 และหมูบาน/ชุมชนชายแดน มี
ความเขม แข็ง สามารถเฝาระวัง และเปน แนวปองกนั ยาเสพติดภาคประชาชนไดดวยตนเอง

ภารกิจการสกดั ก้นั ยาเสพตดิ

ปฏิบัติการปองกันและแกไขปญหายาเสพติด ดวยการสกัดกั้นนําเขา – สงออกยาเสพติดเคมีภัณฑ
และสารต้งั ตน บริเวณพนื้ ที่ชายแดนทางบก ปองกนั และแกไ ขปญหายาเสพตดิ ในพน้ื ท่รี ับผิดชอบ รวมทั้ง
สนับสนุนสวนราชการ และกลไกการดําเนินงานที่เก่ียวของตามยุทธศาสตรปองกันและแกไขปญหา
ยาเสพติด เพื่อลดความรุนแรงของปญหายาเสพติดใหอยูในเกณฑท่ีไมสงผลกระทบตอความม่ันคง
ของชาติ

4

96

5

การปฏิบัตใิ นการตงั้ ดา 9น7ตรวจ, จดุ ตรวจ และจุดสกดั

ดานตรวจ คอื สถานที่ทําการท่ีเจาหนาที่ออกปฏบิ ตั หิ นา ท่ีในการตรวจคน เพ่ือจบั กุมผูกระทําผิด
โดยระบุสถานท่ีไวชัดเจนเปนการถาวร และทําการตรวจตลอด 24 ชม. อาจเปนการปฏิบัติรวมกัน
ของหนว ยงานหรอื เปนการปฏบิ ตั ิของหนว ยงานเดียวกไ็ ด

จดุ ตรวจ คือ สถานท่ที ี่เจาหนาท่ีออกปฏิบัติหนาที่ตรวจคน เพ่ือจับกุมผูกระทําผิดตามหวงเวลา
ไมไดทําการตลอด 24 ชม. อาจเปนการปฏิบัติรวมกันเองของหนวยงาน หรือเปนการปฏิบัติของ
หนว ยงานเดยี วกนั

จุดสกัด คือ สถานท่ีที่เจาหนาท่ีออกปฏิบัติหนาท่ีตรวจคน เพ่ือจับกุมผูกระทําผิด ในกรณีที่มี
เหตกุ ารณฉ กุ เฉนิ หรอื จาํ เปนเรง ดว นเกิดขนึ้ เปนการชว่ั คราว และยบุ เลกิ เม่อื เสรจ็ ภารกจิ ดงั กลาว

หลักการ

1. ตองมีอํานาจในการจัดตั้ง ตามอํานาจกฎอัยการศึก พรบ.ฉุกเฉิน อํานาจหนาท่ีของ
กระทรวงมหาดไทย หรอื ของเจา หนา ท่ีตาํ รวจ

2. ลกั ษณะเปนการจดั ตั้งคอนขางถาวรมี จนท.ปฏิบตั ิงานประจํา มีไมก้ัน มีแผงก้ัน มีไฟสัญญาณ
จราจร มีระบบแสงสวา ง ,มพี น้ื ทีป่ ฏบิ ตั ิงานกวางขวาง

3. มีวัตถุประสงคหลัก เพือ่ ปอ งกนั และปราบปรามการกระทําผดิ กฎหมาย
4. มรี ะบบรกั ษาความปลอดภัย แผนเผชญิ เหตุ แผนการติดตามสกดั ก้ัน
5. มีระบบการติดตอสอื่ สารกบั หนวยเหนือ มรี ะบบการแจงเตอื น และการรายงานดวน
6. ต้ังอยูบนทางหลวงแผนดิน หรือเสนทางคมนาคมสายหลัก มีขายการประสานกับดานตรวจ
ทอ่ี ยูขา งหนา, อยขู างหลงั และอยูในบริเวณพนื้ ทปี่ ฏิบตั งิ าน
7. มีขอ มูลขาวสารขอ เพงเล็งตอกลุม หรอื ขบวนการกระทาํ ผดิ กฎหมาย
8. มีการปฏิบัติงานรวม จนท.ทหาร, จนท.ตํารวจ, จนท.ฝายปกครอง, องคการบริหาร
สวนทองถิ่น เพ่อื การดําเนนิ การตามกฎหมาย หรือการประสานการปฏบิ ัติ
9. วางระบบการนําสง ผูตอ งหา ผกู ระทาํ ผิด และของกลางใหกับ จนท.ตาํ รวจ
10. ฝายทหาร อาํ นาจหนาท่ีเปนผชู วยเหลือเจาพนกั งาน
11. คัดเลือก จนท.ทหาร ที่ไมลุมหลงอบายมุข เห็นแกได ทุจริต ตองเปนผูอดทน มีมนุษย
สัมพนั ธ บคุ ลกิ การแตง กายตองสงา งาม
12. กําลังพลผูปฏิบัติงานจะตองไดรับการฝกมาเปนอยางดี ตามขอบเขตเน้ือหาการฝกของ
กกล.ผาเมอื ง
13. ตองมีความรูดานกฎหมายทจ่ี ําเปน ตอการปฏิบตั ิหนาที่
14. มกี ารหมนุ เวียนกําลงั พล เพอ่ื มิใหเ กิดความเครียด หรืออาจจะถกู ซอื้ ตัว

6

97

15. อุปกรณเสริมพิเศษตองจัดหาเพิ่มเติมใหครบเชน ไฟฉาย, เส้ือสะทอนแสง, กระบองไฟ
และผาปดกันฝนุ ละออง

16. มรี ะบบการรายงานดว นกบั ผูบ งั คับบญั ชาโดยตรง
17. ขายงานขาว ปา ยแจงเตือนใชรว มกบั ของ จนท.ตาํ รวจ ประจําดานถาวร
18. ระมดั ระวงั การขัดแยงเร่ือง ผลประโยชน ความหวาดระแวง
การปฏบิ ตั ิ
1. การเลอื กพนื้ ที่เหมาะสม ควรเปน ทางตรงทตี่ รวจการณบนถนน ไดใ นระยะไกล ตรงดานตรวจ
ควรมที สี่ ูงขมควบคุมการปฏิบตั ิการได
2. จัดตั้งจุดสกัด หวั – ทา ย ในระยะชว ยเหลือกนั ได แตไมน อยกวา 200 เมตร

2.1 ตรวจการณยานพาหนะทจี่ ะผา นเขาไป ณ ดานตรวจ ถาพบสิ่งผดิ สังเกตใหแ จง ดา นตรวจ
ทราบ

2.2 สกดั ก้ันยานพาหนะทห่ี ลบหนีหรอื ฝา ดานจุดตรวจ
2.3 ระมดั ระวังท่ีตงั้ ตอ งปด ลบั และระวังปองกนั ท่ตี ั้ง
3. จัดใหมีการระวังปองกนั ท้งั ดา นหนา และดานหลัง โดยสวนระวงั ปองกนั ตอ งมที ่กี าํ บังและ
พรอ มใชอาวุธ
4. การปฏิบตั ิการตรวจคน แบบคบู ดั ด้ี คอื ตรวจคน 1 คน และระวงั ปองกัน 1 คน จะตอง
ปฏบิ ัติงานดว ยความตื่นตวั และพรอมเผชิญสถานการณ
5. ผูควบคุมการปฏิบัติตองคอยรบั ฟงการแจงเตอื นจากจดุ สกดั หากพบยานพาหนะตอ งสงสัย
จะตอ งพรอ มปฏบิ ตั ิ และแจงให จนท.ท่ตี รวจคนทราบและพรอมเผชญิ เหตุ
6. ใชค วามสุภาพในการตรวจแตเ ขมแข็ง และเด็ดขาดในสิ่งทสี่ งสัยหรอื เมื่อตรวจพบผกู ระทําผิด
กฎหมาย

7

การปฏบิ ตั เิ มอ่ื มเี หตุการณปะทะ 98

1. ทุกจดุ ตองเขาทก่ี าํ บงั และใชอาวธุ ทนั ที
2. ระวงั ผบู รสิ ทุ ธท์ิ รี่ ว มใชเสนทางจะไดร ับอันตราย
3. การใชอาวุธระวังอยา ใหบ งั ทางยิงของกันและกัน เพราะจะเกิดอนั ตรายยิงกันเอง
4. รายงานหนวยเหนือโดยเรง ดว น ถา ฝา ยตรงขามหลบหนีทศิ ทางใด ใหร ะบทุ ิศทางและลักษณะ
อนื่ ๆ ประกอบอยางชดั เจน
5. หากไมสามารถควบคมุ สถานการณได ใหรอ งขอกาํ ลังสนับสนุนจากหนว ยเหนอื และทุกจุด
ทวี่ างกําลังตอ งพยายามตรึง และสกดั กัน้ ฝา ยตรงขา ม
ขอพึงระมดั ระวัง
1. กําลงั พลควรไดร บั การฝกในการตงั้ จุดตรวจ, การตรวจคน , การสังเกตและการเผชญิ
สถานการณในการปะทะกบั ฝายตรงขา ม
2. ความต่นื ตวั และความพรอ มเผชิญสถานการณ
3. อยารวมกลมุ กนั ทาํ กิจกรรม เชน รบั ประทานอาหาร
4. ในแงข องกฎหมายควรมี จนท.ตาํ รวจ รว มดวยในสถานการณ ทีค่ าดวา จะมกี ารปะทะ
5. จุดสกดั ตอ งปดลับทสี่ ุดหากเปดเผยการสกดั ก้ันจะไมไ ดผ ล
6. การติดตอสอื่ สารระหวา งจดุ ตรวจและจุดสกดั ตองแนนแฟน

8

100

การต้ังด่านตรวจ, จุดตรวจ และจุดสกดั
จุดสกดั
วางตัวอย่ใู น
ซพ่อนื้ นทพ่กี าํรบางัง

ระยะไม่เกนิ กรวยยาง
ระยะยงิ หวงั ผล
ปลย.แต่ไม่น้อยกว่า จนท.คดั รถ
200 เมตร
แผงก้ัน
จนท.ตรวจค้น

รวป.อย่ใู นทกี่ าํ บัง พนื้ ทตี่ รวจค้น
พร้อมใช้อาวธุ
จนท.ตรวจค้น
ระยะไม่เกนิ
ระยะยงิ หวงั ผล แผงก้ัน
ปลย.แต่ไม่น้อยกว่า
200 เมตร จนท.คดั รถ

กรวยยาง

จุดสกดั 9
วางตัวอย่ใู นท่ี
กาํ บังซ่อนพราง

100-1

การแตง กาย สะอาด ถูกระเบียบ สงางาม
บคุ ลกิ นาเกรงขาม การยืน เดิน สงางาม
การแสดงออกสภุ าพ นุมนวล แตน าเกรงขาม
ใชคาํ พูดท่ีสภุ าพ แตห นักแนน
อยาใชค ําพดู ในลักษณะตอ ไปน้ี

- ขม ขู
- ลวนลาม
- หยามเกยี รติ
- คําหยาบคาย
- เหมอื นการเรยี กรองผลประโยชน
- พดู ขณะด่ืมแอลกอฮอล
- ยดั เยยี ดความผิด

10

100-2

การด่ืมสุราระหวางปฏิบัติหนาที่ เสียบุคลิกทาทาง
มกี ลิ่นสุรา หมดความศรทั ธา อาจถูกรองเรยี น
การเขาตรวจคนตองขออนุญาตกับเจาของรถกอน
ขอความรว มมืออยางสุภาพ
การตรวจคนอยา ทาํ ใหท รพั ยส ินเกดิ การชาํ รุดเสยี หาย
อยากักรถโดยไมมีสาเหตุเพียงพอ จะโดนฟองวา
หนวงเหนีย่ ว
เ ม่ื อ ต ร ว จ ค น แ ล ว ไ ม พ บ ก า ร ก ร ะ ทํ า ผิ ด ก ฎ ห ม า ย
ใหเ จา ของรถยนื ยันไมม ที รพั ยส ินเสียหาย
ใชคํากลาวขอบคุณอยางสุภาพในการใหความรวมมือ
ของผถู ูกตรวจคน

11

3

ยทุ โธปกรณพเิ ศษ และเครือ่ งมอื พเิ ศษ

อาวธุ ประจาํ กายใช้ ปลย. เอม็ 16
ยานพาหนะใช้ รถยนตบ์ รรทุกเลก็ 1 ตนั จาํ นวน 2 คนั
เครื่องแต่งกาย - ชุดฝึกพราง

- เส้ือเกราะป้ องกนั กระสุน
- เส้ือสีสะทอ้ นแสง
อปุ กรณ์พิเศษ - วิทยสุ ื่อสาร
- ไฟสญั ญาณ, กระบองไฟ
- กรวยยางสะทอ้ นแสง
- กลอ้ งถา่ ยรูป
- กลอ้ งกลางคืน
- กลอ้ งส่องสองตา
- ชดุ เคร่ืองมือชา่ งสาํ หรับถอดประกอบช้ินส่วนรถ
- กญุ แจมือ

การตรวจคน ยานพาหนะ

การตรวจคน ยานพาหนะมขี ้ันตอนทส่ี ําคญั 2 ประการ

1. การคดั รถ
2. การตรวจคนตวั บคุ คลและรถ

12

6

การคดั เลือกรถเพอื่ ตรวจคน

1. จากแผน ปายทะเบียน
2. สงั เกตจากอากปั กริ ิยาของคนขบั
3. จากการสอบถามเบ้ืองตน
4. ลดกระจกแลว บางครั้งไดก ลิน่
5. มสี ัญลกั ษณของตํารวจ
6. เบรกกะทนั หนั
7. เมายาบา
8. อวดอางวา เปนนักขาว หรอื ผมู ีอาํ นาจ

การคดั เลอื กรถเพอื่ ตรวจคน

9. ไมมงี านทาํ หรอื ไมปรากฏหนา ทีก่ ารงานทีช่ ดั เจน
แตใชเครอื่ งประดบั หรือแตง ตวั หรหู รา

10. บรรทกุ สง่ิ ของมาอยา งผดิ ปกติ
11. อาศยั การจดจาํ บุคคลและรถ
12. คนกบั รถไมเหมาะสมกัน
13. คนขบั รถและทะเบยี นรถอยคู นละจังหวัดกัน
14. รถเชา

13

7

การคดั เลือกรถเพอ่ื ตรวจคน

15. รถทมี่ รี ูปผิดไปจากมาตรฐาน
16. รถทีม่ ียางอะไหลเกินกวา 1 เสน
17. ใหความรว มมือดีมากจนผดิ ปกติ
18. กลมุ อายคุ นขับอยูระหวาง 20 - 40 ป
19. คนทอี่ าศยั มาในรถ มีจาํ นวน 1 - 4 คน
20. แยกถามบคุ คลในรถ

ประเภทของยานพาหนะทใี่ ชขนยาเสพตดิ ที่พบบอย

1. รถจักรยานยนต
2. รถยนตเ กง
3. รถยนตก ระบะปคอพั
4. รถยนตโ ดยสาร
5. รถบรรทกุ ขนาดใหญ

14

8

บริเวณที่ตองตรวจคน

แบงเปน 5 สวน ดังนี้

1. ภายในหอ งโดยสาร
2. ภายในหอ งเครือ่ งยนตและดา นหนาของยานพาหนะ
3. บรเิ วณสว นกระบะและสวนทายของรถยนตเ กง
4. หลังคา
5. บริเวณใตทองรถ

การตรวจคน รถจกั รยานยนต

- ชองวางใตเ บาะนัง่
- ในสวงิ อารม หรือหางปลา
- ใตฝ าครอบตวั ถังรถ
- ใตฝ าครอบกรองอากาศ
- โคมไฟหนา ไฟหลงั ไฟเล้ยี ว
- ดานหลงั กระจกมองหลัง
- ชอ งวา งในแฮนดรถ
- ชองวา งอนื่ ๆ

15

9

แผนปา ยทะเบยี น

 ขบวนการคายาเสพติด ไดแก กลุมมูเซอ ไทยใหญ มง จว.กําแพงเพชร,
มง จว.เพชรบูรณ, มง จว.ตาก, มง จว.พะเยา นกั คา ฯ จาก จว.ชายแดนภาคใต
ดังน้ัน ตองเพงเล็งทะเบียนรถยนตเชียงราย พะเยา เพชรบูรณ กําแพงเพชร ตาก
และทางภาคใต ไดแก นครศรีธรรมราช ปตตานี นราธิวาส

 ตรวจสอบแผน ปายทะเบยี นโลหะ และแผนปา ยทะเบียนภาษวี า เลขทะเบียนตรงกัน
 ตรวจสอบวาเปน รถสวนบคุ คล รถเชา หรอื รถติดไฟแนนซ

สงั เกตจากรปู รา งลกั ษณะ

ถาดแู ลวมีลกั ษณะเปน ชาวเขา มง , มูเซอ, ไทยใหญ, อาขา, กะเหร่ยี ง
ตอ งตรวจละเอียด เพราะพวกนมี้ กั รบั จางขับรถขนยา

16

10

ดจู ากอากัปกิรยิ าของคนขบั

การแสดงออกใหค วามรวมมือเปนอยางดี

17

11

สังเกตจากกล่นิ ภายในรถ

ยาเสพตดิ เมื่อถูกความรอ นจะมกี ารระเหย
สง กลนิ่ ออกมา สามารถไดก ลิน่ ทันทีที่เปดประตูรถ

สงั เกตจากอปุ กรณหนา ปด ในรถ

 เกวัดน้าํ มัน ปด - เปด กุญแจเข็มไมกระดิก ตายคาง อาจจะเปน
เพราะวายัดยาเสพติดไวเตม็ ถัง

 รถใหมแตเปด แอรไมไ ดเพราะในตูแ อรซ อ นยาเสพติดไวเตม็
 วิทยุเปดไมได หรือถาไดเสียงลําโพงจะผิดปกติเพราะซอน

ยาเสพติดเอาไวจ นเต็ม

18

12

มีสญั ลกั ษณท างทหาร - ตาํ รวจ

มีเครอ่ื งแบบ และเคร่ืองหมายยศ ชน้ั สัญญาบตั ร
แขวนไวภายในรถ

มหี มวกขาราชการ ทหาร ตํารวจ วางอยูหนารถ
มีสตกิ เกอร คายทหาร คา ยตํารวจ หรอื สาํ นักขาว
มีเคร่อื งสนาม อยูใ นรถ
บางคร้ังมีการแตงเครอ่ื งแบบขบั รถ

เบรครถกะทนั หัน

19

13

มอี าการเมายาบา

สวนมากผูคารายยอย
จะเสพยาดวย สังเกต
ถ า มี อ า ก า ร เ ม า ย า
จับตรวจปสสาวะถาพบ
สารเสพติดในปสสาวะ
รีบตรวจคนกดดันให
สารภาพแลว รบี ขยายผล

อวดอา งเปนผูมอี ํานาจหรือนักขา ว

 จะแสดงอาการใหญโต อวดอางให จนท.ยําเกรง และถา
ผูคาเปน เจา หนาทจ่ี ริงมกั ไดผ ล
 ผูปฏิบัติตองอดทน แสดงออกดวยความออนนอม ขอความ
รวมมือ เพราะปฏิบัติตามหนาท่ี หรือใหระดับนายทหาร
สญั ญาบัตร เปนผูเจรจา ถามอี าการโอหงั

ตองควบคุมแลว ทาํ การตรวจละเอียด

20

14

ไมม ีอาชีพหลกั แตม ที รัพยส ินมาก

ใชการสนทนาซกั ถามถึงท่ีทํางานหลักอยูที่ไหน ตําแหนง
อะไร คอยจับพิรุธถาใหขอมูลวกวน สับสน จับโกหกได
ทาํ การตรวจละเอยี ด

มเี คร่ืองประดับทรัพยส นิ เกนิ ฐานะ

หนาตาเปนเกษตรกร ดํา หยาบกราน เล็บ
มือ เล็บเทาดํา สวมสรอยทองคําหนัก 5 บาท
2 เ ส น มี โ ท ร ศั พ ท มื อ ถื อ 2 -3 เ ค ร่ื อ ง
ขณะขอดูบัตรประจําตัวใหแอบดูเงินในกระเปา
ถา เตม็ กระเปา รถกอ็ อกใหม ตองตรวจละเอยี ด

21

15

บรรทกุ สินคา ผดิ ปกติ

 บรรทุกอําพราง พอเปนพิธี ดแู ลว ไมน าคมุ ตนทุน
 ขนกะหล่ําปลีไปเพชรบูรณ
 ขนยายครอบครัวมอี ุปกรณด าํ รงชพี ไมค รบ

รถบรรทุกขนาดใหญ

บรรทกุ สนิ คา การเกษตร,พชื ,ผกั , สม , ขา วสาร, ขาวโพด ตรวจดวย
จนท. ยากมาก ตองใชเ ครื่องมือพิเศษ บันทึกประวัติคนขับ และ
ถา ยภาพ จดจาํ ทะเบียน เพ่ือตรวจดูความถี่ในการผานดาน สถานท่ี
ปลายทาง

22

16

การจดจําบคุ คลเปา หมายได

เจาหนาที่ จดจําเปาหมายขายยาเสพติดในรถชัดเจน
เปนความสามารถพิเศษของเจาหนาที่ ตองทําการตรวจคน
อยางละเอียด ถา มคี ดตี ิดตัว ดาํ เนินการสงให จนท. ตาํ รวจ

คนขับไมเ หมาะสมกับรถ

ดูบุคลิกหนาตา สารรูปแลวไมนาจะใชเจาของรถ ตองเรียก
ซกั ถาม ตรวจสอบ เพราะอาจจะเปนมือรับจางขน โดยใชรถที่หรู
ราคาแพง เพือ่ เบ่ยี งเบนเจาหนาที่

23

17

รถเชา หรอื รถเชาซอ้ื

ปรากฏบอยคร้ัง ขบวนการใชยานพาหนะเปน รถเชา หรือ
เชาซ้ือ ขนยาเสพติด เพราะไมตองลงทุน ซื้อรถ สะดวก
งาย ลงทุนนอย เม่ือตรวจทราบวาเปนรถเชา หรือรถ
ไฟแนนซ ตอ งตรวจละเอียด

รถและทะเบยี นรถอยคู นละจงั หวดั

ถาเก่ียวของทั้งคนและรถอยูในจังหวัดที่มีการเคลื่อนไหว
ยาเสพติดตองขอตรวจเพ่มิ เตมิ จนแนใ จ

24

18

บรรทุกผูโ ดยสารอําพราง
ผูโดยสารมาจากคนละที่ และจะไปกัน
คนละที่ ไมรูจักกัน ขอมูลการเสียคา
โดยสารก็ไมครบถวน จะมีลักษณะ
ผโู ดยสารอาํ พราง ตอ งตรวจละเอยี ด

อาํ พรางโดยผูหญิงและเดก็ นักเรยี น
ผูหญิงขับรถเสมือนสงลูกไปโรงเรียน
ถามันเกินเวลาเรียน และในบริเวณน้ันไมมี
โรงเรียน ตองตรวจสอบละเอียด

25

19

รถมรี ูปลักษณะผดิ ไปจากมาตรฐาน

มีการดัดแปลงตัวถัง คัชซี ยกสูง ยกพ้ืนตัวรถ
ตดิ หลงั คาหนาผดิ ปกติ

รถมีหลงั คาสูงชนดิ ปด แบบแคร่บี อย

มีรองรอยการเจาะหลังคาดานบน เพ่ือบรรจุยาเสพติด
แลวพนสีทบั ไว

26

20

มอี ุปกรณเสริมในรถมากกวา ปกติ

 มียางอะไหล 2 เสน
 ติดโรวบาร, กนั ชน ขนาดใหญ หนา - หลัง

อําพรางสภาพใตทอ งรถ

เอารถไปแลนในโคลนเลนใหติดใตทองจนผิดสังเกต
เพ่ืออําพรางการตรวจใตทองรถ (ชวงลาง) ตรวจดูท่ีอยูในบัตร
ตําบลตนทาง ตําบลปลายทาง ไมนาจะตองผาน ปาเลน
เปนขอสังเกต ทตี่ อ งตรวจละเอยี ด

27

21

หลักของเจา หนาท่ี

 ตอ งรวู า รถยนต แตล ะชนิด มีรูปลักษณะอยางไร
คนหาในจุดที่มชี อ งวา งในการซอ นยาเสพติด

 รูระบบอิเลคโทรนคิ ภายในรถ
 สังเกตรปู ลกั ษณะของรถทีถ่ ูกดดั แปลง
 ใชก ารเคาะ, การสมั ผสั , การงัดแงะ ทาํ เม่ือจาํ เปน
 สงั เกตละเอยี ดดูบรเิ วณหวั นอต,หัวสกรู วามรี อ งรอย

การถอดมากอนหรอื ไม

การสรา งสถานการณก ดดนั

 จองหนาอยางมีพิรธุ
 การใชค าํ พดู เอาจริงเอาจงั (เฉพาะทจ่ี าํ เปน)
 ใชเจา หนา ท่ีรมุ ตรวจ
 แยกสอบสวน
 ใชเทคนิคการสอบสวน
 โทษเด็ดขาดทีไ่ ดร ับถึงข้ันประหาร
 สรา งเร่อื งถูกซดั ทอด
 ใชสนุ ัข

28

29

30

31

คุณลักษณะที่ดีของเจาหนา ท่ี

บุคลกิ วาจา ทา ทาง วางตวั ดี
มไี หวพรบิ ปฏภิ าณ งานตรวจคน
รเู ลห กล ขบวนการ คิดงานช่ัว
ไมเ มามัว ฉอฉล ผลประโยชน
อยูสันโดษ อดทน บนศกั ด์ิศรี
เสยี สละ ละสุข เปนชาติพลี
คอื สิ่งดี อยูก ับตวั ชัว่ นิรันดร

32

22

การสังเกตอาการ

หนาซดี ตวั สน่ั อัดอนั้ ขนลกุ

มือกระตุก เหงื่อไหล อางผใู หญใ กลช ิด

บดิ เบือนขอ เทจ็ จริง นง่ั นิ่งหลบตา

ปวดปสสาวะปวดทอ ง คอยจองหลบหนี

จะใหดตี องควบคมุ

33

23
การตรวจในรถยนต
ตรวจดูในหอ งโดยสาร การทํางานของเครื่องวดั
งัดดูใตเ บาะ เคาะตามประตู
ตรวจดู รูชอ ง ในหอ งเคร่อื งยนต
บนขา ง หลงั คา เปดฝาถงั น้าํ มัน
กนั ชน หนา หลงั ใตต ัวถงั ใตท อ ง
กระจกมอง ซา ย ขวา มองหาชอ งลําโพง
ฝากระโปรง ประตขู าง กระบะหลัง คัชซี
มีการตอเติมพบยาจบัเพม่ิเกลารยคน หา

34

การ9ล8ว.เฝา ตรวจ

จากสถานการณการกอ ความไมส งบซง่ึ ฝา ยตรงขามจะใชย ทุ ธวธิ แี บบกองโจร ปฏิบัติการลับ และ
มกั จะมกี ิจกรรมในการตดิ ตอ และการปฏิบตั ใิ นเวลากลางคืน หรือทัศนะวิสัยจํากัด ดังน้ันการเฝาตรวจ
โดยเกาะติดความเคล่ือนไหวของผูกอความไมสงบ โดยใกลชิดและตอเน่ืองจะทําใหทราบเจตนา และได
ขาวสารท่ีชดั เจน ซงึ่ มหี ลกั ในการปฏบิ ัติดงั นีค้ อื

การเลือกพ้ืนท่ี ลว.ตรวจตรวจ
1. มกี ารปกปด กาํ บงั ซอนเรน และการพรางดี (ทงั้ การตรวจการณท างพ้นื ดินและทางอากาศ)
2. อยูในระยะทีต่ รวจการณเห็นการปฏบิ ัตขิ องฝายตรงขา มได
3. อยใู นระยะที่กําลังสว นใหญใหความชว ยเหลือได
4. มเี สนทางสาํ รองในการเคลือ่ นยา ยไดร วดเรว็ เพ่อื การหลบหนี
5. ไมอยูใกลหมูบ า น และชุมชนมากเกินไป
6. หลีกเล่ยี งการใชภูมิประเทศเดนชัด
7. เปนพน้ื ทีท่ ่ีฝา ยตรงขามไมใชประโยชน
8. ตองมคี วามสะดวกสบายในการเขา วางตัวและเฝาตรวจไดเปนเวลานานๆ
9. มที ่ตี รวจการณเ สรมิ หรอื สาํ รองไว
10. ไมค วรอยเู หนือลม ฝา ยตรงขามจะไดก ลิ่น
การปฏิบตั ิของการซุมตรวจ
1. การเลอื กจดุ ซุมตรวจอยา ใจรอน และเรงรีบเกนิ ไป
2. การเขาประจําจุดเฝาตรวจตองกระทําดว ยความระมัดระวัง
3. กลบเกลื่อนรอ ยรอย
4. รักษาวินัยการใชแ สง เสียง อยางเครงครดั
5. ใชความอดทนในการเฝาตรวจตลอด 24 ชม. และมกี ารผลัดเปลยี่ น
6. เมื่อทัศนะวิสัยจํากัด หรือเวลากลางคืนใชกลองตรวจการณเวลากลางคืน ชวยในการ
ตรวจการณ

35

98

7. หามตดิ ตอ กับชาวบา น หรอื ถา ถูกชาวบานตรวจพบใหเปลยี่ นท่ี
8. มีแผนเผชญิ เหตแุ ละแผนการหลบหนีเมอ่ื ฝายตรงขาม เขา ปฏิบัติการกบั ที่เฝาตรวจ
9. ใชทัศนะสัญญาณในการสอ่ื สารกนั ในชดุ
10. ใชวิทยุรายงานหนว ยเหนือเฉพาะพบขา วสารสาํ คัญเทา นน้ั
11. หา มดดั แปลงภมู ิประเทศผดิ ไปจากธรรมชาติ
12. เกบ็ สง่ิ ของสมั ภาระใหพรอ มเคลอ่ื นยา ยไดต ลอดเวลา
13. การเคลอื่ นยาย หรือยา ยจดุ ตรวจตอ งกลบเกล่ือนรองรอย
14. ใหมกี ารบันทึกสงิ่ ทพี่ บเหน็ โดยละเอยี ดและตอ งมกี ารวิเคราะหส ง่ิ ทพ่ี บเห็นตลอดเวลา
15. ระมดั ระวงั เรื่องกลน่ิ ท่จี ะใหฝา ยตรงขามรู เชน บหุ รี่
ขอควรระลึกและระมดั ระวัง
1. งานดานการขาวกอนการปฏิบัติ ควรมีความชัดเจนและการเลือกพื้นท่ีเฝาตรวจควรเปนพ้ืนท่ี
ท่ผี ูก อ ความไมสงบ มอี ทิ ธพิ ลสงู และมีกิจกรรมตอเน่ือง
2. กาํ ลังพลควรไดร ับการฝก เรอ่ื งความอดทน พ้ืนฐานความรงู านดานการขา วและการรายงาน
3. การเปด เผยทีเ่ ฝา ตรวจเปนอนั ตรายตอกาํ ลังพลท่ปี ฏบิ ัติ

36

ฐานทหารวา ฐานทหารวา แดน ฐาน SSA

ชอ งทาง

ฐานทหารไทย เสน ทาง ทางเดิน
จดุ ตรวจ

ชุมชนวา เพงเลง็

ชมุ ชนวา

ชุมชนวา เพงเลง็ เพงเลง็

- ปฏิบตั ิการที่จดุ ตรวจอยา งเขม แขง็ เพอื่ ใหขบวนการหลบไปใชเ สน ทางอน่ื
- วิเคราะหเ สนทางในพื้นทีเ่ พง เลง็ เสนทางเช่อื มตอระหวางฐานทหารวา และ

มวลชนวา เพอื่ นํากําลังเขา ลว.ตรวจ

37

จุดตรวจการณ ชายแดน
- เฝาตรวจความเคล่ือนไหว -
แจง เตือนการผา นเขามา ขบวนการ
- สกัดกั้นถามกี ารหลบหนี ขนยาเสพตดิ

ตรวจการณ
และแจง เตือน

กาํ ลังในการ ลว.ตรวจ พน้ื ทว่ี างตวั
- เตรยี มพรอ มเม่ือไดรบั การแจง เพ่ือซุมตรวจ
เตือนจากท่ตี รวจการณ
38
- จูโจมในการหยุดยง้ั เปาหมาย

-ควบคุมและตรวจคนเปา หมาย

การปด1ล0อ 3ม/ตรวจคน

การปด ลอ ม
การใชก าํ ลงั ทเี่ หนือกวา เขา ทําการโอบลอ มในพนื้ ทท่ี ตี่ อ งสงสยั หรือแนใจวามีผูกระทําผิดกฎหมาย
และสงิ่ ผดิ กฎหมายซกุ ซอ นอยู โดยการจูโจมอยางเปด เผยหรือปฏบิ ตั กิ ารในทางลบั
การตรวจคน
เปน การปฏบิ ตั ิตอ จากการปด ลอ มเพ่อื คนหาบุคคล หรอื ส่งิ ของทีต่ องการ
การปฏิบตั ิของชดุ ปฏิบตั กิ าร
1. ขา วสารเกย่ี วกับขบวนการผกู ระทําผิด และพืน้ ทปี่ ฏิบัติการชัดเจน
2. มีการตรวจภูมิประเทศกาํ หนดเปา หมาย และวางแผนการปฏบิ ัติประกอบลกั ษณะภูมิประเทศที่
ชดั เจน
3. การวางแผน การออกคําส่งั ภายในชดุ ปฏิบตั กิ ารโดยละเอยี ดสมบรู ณ
4. มีการซกั ซอมประกอบภูมปิ ระเทศจาํ ลอง
5. การเคลื่อนยายเขาพน้ื ท่ปี ฏบิ ตั กิ ารดว ยการปดลับ มักปฏิบตั ใิ นเวลากลางคนื
6. ถึงพ้ืนทปี่ ฏบิ ตั กิ าร เขา ปฏบิ ตั ดิ ว ยการปดลับ
7. สวนปดลอมเขาวางตัวในรัศมีวงนอก ปองกันมิใหฝายตรงขามรูตัว โดยวางใหแลวเสร็จกอน
รงุ สาง
8. ใกลเ วลาเขา ปฏบิ ตั กิ าร สว นปด ลอ มกระชับวงลอม และพรอมสกัดก้ันและระวังปองใหกับสวน
ตรวจคน
9. เม่ือไดเวลาปฏิบัติการมักปฏิบัติตอนรุงสางแลวสวนตรวจคนและสวนบังคับบัญชา
เขา ปฏบิ ตั กิ ารจะมกี ารประชาสมั พันธก อ นหรอื ไมอ ยทู ส่ี ถานการณ
10. สวนปด ลอมตองชว ยในการตรวจการณ การระวังปองกันใหก ับสว นทเี่ ขาตรวจคน
11. การตรวจคนปฏบิ ตั ิตามแผน และการซักซอ มโดยเขาปฏบิ ตั ติ อ ทีห่ มายท่ไี ดกําหนดไว
ตามลาํ ดับ
12. ปองกันการเขา ใจผดิ ยิงกนั เองในสถานการณท่ฝี ายตรงขามใชอาวธุ ตอบโต
13. ปฏบิ ตั ิตามยุทธวิธกี ารเขาตรวจคน กฎการปะทะ และการระวงั ปองกัน
14. ทาํ การตรวจคนเปา หมายบุคคล และพน้ื ทโ่ี ดยละเอยี ด

39

หลกั การตรวจคน

• การตรวจคน จะตอ งตรวจคน ภายใตก ารคุมกนั ของสวนระวงั ปอ งกนั
• ตรวจคน ทลี ะคน, หรอื ทลี ะบา น
• ตรวจใหล ะเอยี ดตัง้ แตหลงั คาจนถึงใตพ น้ื ดนิ รวมถึงพืน้ ทต่ี อ งสงสยั โดยรอบดวย
• หากมกี ารตอ สูโ ดยยิงออกมาจากบาน กําลงั สวนปดลอ มตองสกัดก้ันมิใหหลบหนอี อกนอกพ้นื ทไี่ ด
• ตรวจคนรว มกบั เจาของบา นเพ่ือปอ งกันขอครหา
• สํารวจทะเบียนบานวา ครอบครวั ใดหายหรือเกนิ
• แยกบุคคลที่ตองสงสัยและผูบรสิ ุทธิ์ไวคนละที่
• มกี ารถา ยภาพการปฏิบตั ิไวเ ปน หลกั ฐานปองกันการรองเรียน

การตรวจคนบคุ คล

เม่อื จับผูต อ งสงสัยไดตอ งตรวจคนทนั ที ขณะเขา ตรวจคนตองมีสวนระวงั ปอ งกันคุมครองอยู แต
บางกรณเี ราอาจตอ งตรวจคน ตามลําพงั วิธที ีจ่ ะคน ตามลําพงั ตอ งใหปลอดภยั กระทําตามหลกั งา ยๆ ดงั น้ี

1. แสดงใหเห็นความขงึ ขัง เอาจริงเอาจงั ท้งั ทวงทีวาจาใหเ หน็ วา ถาขดั ขืนจะถกู ยิงแนๆ
2. อยา ยอมใหผ ตู องสงสยั พูดจา เหลยี วหลงั จงปลดอาวุธตา งๆออกไปกอ นโดยเร็ว
3. อยาเริม่ คน จนกวาจะทาํ ใหผ ตู องสงสัยอยใู นลกั ษณะปอ งกันตวั ไดลําบาก ทรงตัวไดยาก
4. อยาขยับเขาไปในชว งแขนทีจ่ ะทําอันตราย จนกวา ผตู อ งสงสัยจะอยใู นลักษณะทรงตวั ยาก
5. ถาใชปนพกในการตรวจคน จงจี้ทขี่ า งลาํ ตัวใหป ากกระบอกปน หา งจากผตู อ งสงสยั แตพอควร
6. ถา มีผูช วยตรวจคน จงยนื อยใู หห า งทางปน ของผชู ว ย ผชู วยจะตองตัง้ ใจควบคมุ สังเกตกริ ิยา
ของผูตอ งสงสัยตลอดเวลาอยาไดลดหยอ นความเขมงวดลงแมต รวจคน เสรจ็ แลว

40

ลาํ ดับการตรวจคน
1. การตรวจคนควรใชความรูสึกในการตรวจคนอาวุธปนสิ่งผิดกฎหมาย ตรวจคนใหทั่วตัว

โดยเพงเล็งท่ีใตรักแร แขน หลังกระเปากางเกง ขา และซอกเอว และตรวจคนเสื้อผาโดยมวนขยํา
บริเวณหนา อก รอบเอว ชายขากางเกง จงระมัดระวังขณะเขาประชิด และลวงมือเขาไปคนในกระเปา
ของผูตอ งสงสยั เพราะผตู อ งสงสัยอาจจะใชค วามเรว็ จบั แขนเหวี่ยงหรือทุมเราได

2. หลังจากที่คนเบ้อื งตน เสรจ็ ไปแลว จงคน ละเอยี ดอีกคร้ังหน่งึ เมอื่ นาํ ผูต องสงสัย
ไปยงั สวนหลังใหถอดเส้ือผาช้ันนอกออกแลว คนในปาก ตามรา งกายอ่นื ๆ และเสอ้ื ผา

วธิ ีการตรวจคน
1. ทา นอน เมอ่ื ใช ปลย. ใหผตู อ งสงสยั ควา่ํ หนา แขนทง้ั สองเหยียดไปเหนือศีรษะชิดกัน

ขาทงั้ สองเหยียดชดิ กนั ใชป ากกระบอกปนจี้ท่ีหลังใหปนต้ังฉากน้ิวอยูในโกรงไก เตรียมยิง เมื่อคนหลัง
เสร็จแลวใหพลิกตัวคนดานหนาใหปากกระบอกปนจี้อยูท่ีทองใหแนนอยาเลื่อนหลุดไป ถาใช ปพ.
กท็ าํ เชนเดยี วกนั นี้

2. ทานั่งคุกเขา ใหผูตองสงสัยคุกเขาประสานมือเหนือศีรษะนํ้าหนักตัวเอนตัวไป
ขา งหนา เราเขา คนทางดานขางใชเทาสอดไประหวางขาทั้งสองขาง ถาผูตองสงสัยขัดขืนเราอาจดันเขา
เบาๆ เขาจะขมาํ ไปขา งหนา

3. ทาพิง ใหผูตองสงสัยยืนหันหนาเขาตนไม รถ หรือกําแพง โดยยืนหางจากกําแพง
พอสมควร เทา ทงั้ สองขา งไขวก ัน หรอื ถางออกใหม ากๆ เพือ่ จะไดทรงตัวลําบาก เราเขาคนโดยสอดเทา
ซายเขาไปขดั ขาเพอื่ ปองกนั การตอ สู และเร่ิมคน ใหละเอยี ด

4. ทายืน ใหผูตองสงสัยยืนถางขาออกมากๆ ประสานน้ิวท้ังสองมือวางบนศีรษะ
แลวเรมิ่ ตรวจคนทางดา นหลงั ดานขาง อยา ลมื สอดเทา เขาไปขัดขาเอาไวเพื่อปอ งกันการตอสู

ตรวจคน ผตู อ งสงสัยมากกวาหนึง่ คน
1. วิธีพงิ ใหทุกคนยืนพงิ กาํ แพง เริ่มคนแรกเม่ือเสร็จแลวใหผูตองสงสัยท่ีคนแลวเดินไป
เขา แถวทาํ ทา ยืนพิงตามเดมิ แลวเรม่ิ คนท่ีสองทาํ อยางนี้เร่อื ยๆ ไปจนตรวจคนไดครบทกุ คน
2. วิธีน่ังคุกเขา กระทําเชนเดียวกันกับทายืนพิง ใหผูตองสงสัยท่ีคนเขาแถวตอนเรียงหน่ึง
เวนระยะพอสมควรจากคนแรก จากขางหลังมาขางหนา เสร็จแลวใหผูตองสงสัยเดินข้ึนไปตอแถว
ขางหนา น่งั คกุ เขา ทําเชนน้ีจนครบทกุ คน

41

101

การปิ ดล้อมตรวจค้น

42

102 7

การปิ ดล้อมตรวจค้นของ ชป.นทล. 5
3
อย่ใู นแนวที่ตรวจการณ์เห็นได้
การใช้อาวุธระวงั ยงิ กนั เอง

10
8

บ้าน บ้าน

6 บ้าน หมทา่ี ยบ้าน
4

12 - การเขา้ วางตวั แบบค่บู ดั ด้ี
12 11 - ทีว่ างตวั ควรอยทู่ สี่ ูงหรือมีส่ิงกาํ บงั
- การเขา้ ตรวจคน้ แบบคู่บดั ด้ี 5 , 7
และ 6 , 8
- ส่วนทีเ่ หลือเป็นส่วนระวงั ป้ องกนั
- ระวงั การใชอ้ าวธุ จะบงั ทศิ ทางยงิ กนั
- การตรวจคน้ บา้ นทลี ะหลงั

43


Click to View FlipBook Version