กะเพรา สรรพคุณและ
ประโยชน์ของกะเพรา 29 ขอ้ !
กะเพรา เขียนอย่างไร ? ระหวา่ ง กะเพรา หรือ กระ
เพรา หรอื กะเพา ? ตามพจนานกุ รมฉบบั
ราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ นัน้ ระบวุ า่ ที่ถูกตอ้ งก็คือวา่
กะเพรา [-เพรา] ที่เป็นไมล้ ้มลกุ ใชป้ รงุ เป็นอาหาร ส่วนคำ
วา่ "กะเพา" จะหมายถึงเครื่องสานชนิดหนง่ึ และคำว่า "กระ
เพรา" ไม่พบในพจนานกุ รมแตอ่ ยา่ งใด สรปุ ก็คอื เขียนวา่
"กะเพรา"
กะเพรา ชื่อสามญั Holy basil, Sacred basil
กะเพรา ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Ocimum tenuiflorum L. (ชือ่ พอ้ ง
วิทยาศาสตร์ Ocimum sanctum L.) จัดอยู่ในวงศก์ ะเพรา
(LAMIACEAE หรือ LABIATAE)
สมนุ ไพรกะเพรา มีชื่อทอ้ งถ่ินอนื่ ๆ ว่า กอมก้อ กอมก้อดง
(เชียงใหม่), หอ่ กวอซู ห่อตูปลู อม่ิ คิมหลำ (แมฮ่ อ่ งสอน),
กะเพราขน กะเพราขาว กะเพราแดง (ภาคกลาง), อีตูไ่ ทย
(ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ) เป็นต้น
กะเพราเปน็ ไมล้ ม้ ลุกทีม่ ีความสงู ของต้นประมาณ 30-
60 เซนตเิ มตร โคนตน้ ออกแข็ง กะเพราแดงจะมีลำตน้ สีแดง
อมเขียว กะเพราขาวมีลำต้นสีเขยี วอมขาว และยอดออ่ นมีขน
สีขาว มีใบเปน็ ใบเดีย่ วสีเขยี วรูปรีออกตรงข้ามกนั ปลายใบ
มนหรือแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเปน็ จกั ฟนั เลื่อยและ
เปน็ คลน่ื แผน่ ใบมีขนสขี าว สว่ นดอกกะเพราจะออกเป็นช่อ
ทีป่ ลายยอด ดอกสีขาวแกมม่วงแดงมีจำนวนมาก กลบี เลีย้ ง
โคนจะเชือ่ มตดิ กนั ปลายเรยี วแหลม ด้านนอกมีขน กลีบ
ดอกแบ่งเปน็ 2 ปาก ปากบน 4 แฉก ปากล่าง 1 แฉกและ
ยาวกว่าปากบน มีขนประปราย เกสรตวั ผู้มี 4 อนั ส่วนผล
เป็นผลแห้ง เล็ก เมือ่ แตกออกจะมีเมลด็ สีดำถงึ น้ำตาลคล้าย
รปู ไข่
กะเพราจัดเปน็ สมุนไพรชนิดหนง่ึ ที่มีสรรพคณุ ทางยา
ชว่ ยรกั ษาโรคได้หลายชนิด ทั้งตำรบั ยาไทยและ
ต่างประเทศกร็ ะบุวา่ กะเพราเปน็ สมนุ ไพรทมี่ ีสรรพคณุ
หลายด้าน อย่างตำราสมุนไพรไทยบา้ นเรากบ็ รรยาย
สรรพคณุ ของกะเพราเอาไวว้ า่ รสฉุน ร้อน ชว่ ยขับลมแก้
ซาง แกท้ ้องขนึ้ จกุ เสียดแนน่ ทอ้ ง ปวดทอ้ ง ชว่ ยในการ
ย่อยอาหาร และชว่ ยบำรุงธาตุ เป็นต้น และในตา่ งประเทศก็
มีการใช้กะเพราในการรักษาโรคกันอยา่ งกวา้ งขวางยงิ่ กวา่
บ้านเราเสียอีก โดยเฉพาะประเทศอินเดีย เขาถอื ว่ากะเพรา
เป็นยารกั ษาโรคได้ทกุ โรค และยงั จดั เปน็ ราชินีแห่ง
สมุนไพร (The Queen of herbs) หรือเป็นยาอายุวัฒนะ (The
Elixir of life) เลยกว็ า่ ได้
กะเพรามีอยูด่ ้วยกนั 2 ชนดิ คือ กะเพราแดงและ
กะเพราขาว โดยกะเพราแดงจะมีฤทธทิ์ ีแ่ รงกวา่ กะเพราขาว
ในสรรพคณุ ทางยาจงึ นิยมใชก้ ะเพราแดง โดยสว่ นที่
นำมาใช้ทำเป็นยาสมนุ ไพรก็ไดแ้ ก่ สว่ นของใบ ยอดกะเพรา
(ทง้ั สดและแหง้ ) และท้ังต้น แต่ถา้ นำมาใชป้ ระกอบอาหารจะ
นิยมใช้กะเพราขาวเปน็ หลัก
สรรพคณุ ของกะเพรา
1. ใชท้ ำเปน็ ยาอายวุ ฒั นะ (the elixir of life)
2. ช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นและปอ้ งกนั อาการหวดั ได้ (ใบ)
3. กะเพราเปน็ ส่วนประกอบของยาสมนุ ไพรหลายชนิด เชน่
ยารกั ษาตานขโมยสำหรบั เด็ก ยาแกท้ างเดก็ ฯลฯ
4. รากแหง้ นำมาชงหรือตม้ กับนำ้ ร้อนดื่ม ช่วยแกโ้ รคธาตุ
พกิ าร (ราก)
5. ชว่ ยบำรงุ ธาตไุ ฟ (ใบ)
6. ชว่ ยแกอ้ าการคลืน่ เหียนอาเจยี น (ใบ)
7. ชว่ ยแกอ้ าการปวดดว้ ยการใชใ้ บกะเพรานำมาคน้ั
รบั ประทานสด 1 ถว้ ยตะไล จะชว่ ยแกอ้ าการปวดมวน
ท้องได้เป็นอยา่ งดี (ใบ)
8. ชว่ ยขับลมแกอ้ าการปวดทอ้ งอจุ จาระ (ใบ)
9. ใบกะเพรามีสรรพคุณชว่ ยขับลมในกระเพาะ (ใบ)
10.ช่วยแก้อาการจุกเสียดแนน่ ทอ้ ง (ใบ)
11. ชว่ ยแกล้ มซานตาง (ใบ)
12.นำ้ สกัดจากท้ังตน้ ของกะเพรามฤี ทธช์ิ ว่ ยลดการบีบตวั
ของลำไส้ (นำ้ สกัดจากทง้ั ตน้ )
13.ช่วยย่อยไขมัน (น้ำสกดั จากท้ังตน้ )
14.ช่วยรกั ษาแผลในกระเพาะอาหาร (น้ำสกัดจากทัง้ ตน้ )
15.กะเพรามีสรรพคณุ ช่วยขบั นำ้ ดี (น้ำสกดั จากทงั้ ตน้ )
16.ชว่ ยแก้ลมพษิ ดว้ ยการใชใ้ บกะเพราประมาณ 1 กำมือ
นำมาตำผสมเหล้าขาวแลว้ นำมาทาบรเิ วณที่เป็นลมพษิ
(ใบ)
17.ใช้ทำเป็นยารกั ษากลากเกลือ้ น ดว้ ยการใชใ้ บสด
ประมาณ 20 ใบนำมาขยใ้ี ห้น้ำออกมา แลว้ นำมาใช้ทา
บริเวณทีเ่ ปน็ วนั ละ 2-3 คร้งั จนกวา่ จะหาย (ใบ)
18.ใชเ้ ป็นยารักษาหูด ด้วยการใช้ใบกะเพราแดงสดนำมาขยี้
แล้วทาบรเิ วณทีเ่ ป็นหูดเชา้ -เย็น จนกวา่ หัวหดู จะหลุด
ออกมา โดยระวังอย่าให้เขา้ ตาและถูกบริเวณผิวทีไ่ ม่ได้
เป็นหูด เพราะจะทำใหเ้ นือ้ ดีเน่าเปอ่ื ยและรักษาไดย้ าก
(ใบสด)
19.ชว่ ยแก้พิษจากแมลงสัตวก์ ดั ตอ่ ยได้ ด้วยการใช้ใบกะเพรา
นำมาตำผสมกบั เหล้าขาว แลว้ นำมาทาบรเิ วณที่ถูกกัด
ห้ามนำมารบั ประทานเดด็ ขาดเพราะจะมีสารยจู ีนอล
(Eugenol) ซึง่ อาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะ
อาหารและอาจถึงขนั้ โคมา่ ได้ (ใบ)
20. ช่วยยบั ยงั้ การเจรญิ เตบิ โตของเชือ้ โรคและช่วยฆ่า
เชื้อจุลนิ ทรียบ์ างชนดิ ได้ (นำ้ มนั ใบกะเพรา)
21.มีงานวจิ ยั พบวา่ กะเพราสามารช่วยยับย้งั สารอะฟลาทอก
ซิน (Aflatoxin) ซง่ึ เป็นสารพิษที่มักพบเจือปนในอาหาร
ซึ่งเป็นสารกอ่ โรคมะเร็งได้ (สารสกดั จากกะเพรา)
22. ใบกะเพรามีฤทธใิ์ นการช่วยขบั ไขมันและน้ำตาล
สว่ นเกนิ ออกจากร่างกาย ชว่ ยลดระดบั ไขมันในรา่ งกาย
และช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยปอ้ งกนั
โรคเบาหวานได้ โดยมีการใชใ้ บกะเพราในกระตา่ ย
ทดลอง โดยใหก้ ระต่ายกินใบกะเพราตดิ ต่อ 4 สปั ดาห์
พบวา่ ระดบั ไขมนั โดยรวมลดลง โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ไขมัน
เลว (LDL) ลดลง แตไ่ ขมนั ชนดิ ดี (HDL) กลบั เพม่ิ ขน้ึ
23. ชว่ ยเพมิ่ น้ำนมให้สตรีหลงั คลอดบตุ ร ดว้ ยการใชใ้ บ
กะเพราสดประมาณ 1 กำมอื นำมาใสแ่ กงเลยี ง
รบั ประทานบ่อย ๆ ในช่วงหลังคลอด (ใบ)
24. นำเมลด็ ไปแชน่ ำ้ จะพองตัวเป็นเมือกขาว นำมาใชพ้ อก
บริเวณตา เมอื่ มีฝนุ่ ละอองหรือเศษผงเขา้ ตา ผงหรือฝุน่
ละอองก็จะหลดุ ออกมา โดยไมท่ ำใหต้ าของเรานนั้ ช้ำอีก
ดว้ ย (เมลด็ )
25. ใบและก่ิงสดของกะเพรามีการนำมาสกดั เปน็ นำ้ มันหอม
ระเหยด้วยการต้มกลัน่ จนได้นำ้ มนั หอมระเหยร้อยละ
0.08 - 0.1 โดยมีราคาประมาณกิโลกรมั ละหน่ึงหมื่น
บาท
26. ใช้ไล่ยุงหรือฆ่ายุง ด้วยการใช้ทงั้ ใบสดและก่งิ สด เอาใบ
มาขยีแ้ ล้ววางใกลต้ ัว ๆ จะชว่ ยไลย่ งุ และแมลงได้ โดย
นำ้ มันกะเพราทสี่ กัดมาจากใบจะมีคุณสมบัติช่วยไลย่ ุงได้
ดีกวา่ ต้นสด (ใบสด, กง่ิ สด)
27. นำ้ มนั สกดั จากใบสด ชว่ ยล่อแมลง ทำใหแ้ มลงวนั ทอง
บนิ มาตอมน้ำมนั นี้ (น้ำมนั สกดั จากใบสด)
28. ใชใ้ นการประกอบอาหารและชว่ ยดับกลิ่นคาวของ
เน้อื สตั ว์ ในเมนูกะเพราสดุ โปรด เชน่ ผดั กะเพรา แกง
เลียง แกงปา่ แกงค่วั แกงเขียวหวาน แกงส้มมะเขอื ขื่น
ผดั กบ ผัดหมู ผัดปลาไหล พลา่ ปลาดุก พลา่ กงุ้ หรือจะ
นำใบกะเพรามาทอดแลว้ ใช้โรยหนา้ อาหารเมนตู ่าง ๆ ก็
ได้ ฯลฯ
29. ใบกะเพราสามารถช่วยดบั กลิ่นปากอันไมพ่ งึ ประสงคไ์ ด้
(ใบ)
ทมี่ า : https://medthai.com/