๙๗ คำอธิบายรายวิชา รายวิชา พลศึกษา๒ รหัสวิชา พ2110๔ กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 0.5 หนวยกิต จำนวน 1 ชั่วโมง ศึกษา วิเคราะหการเขาใจการมีทักษะในการ เคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเลนเกม และกีฬา หลักการเพิ่มพูน ความสามารถของตนตามหลักการเคลื่อนไหวที่ใชทักษะกลไกและทักษะพื้นฐานที่นำไปสูการ พัฒนาทักษะการเลนกีฬา การเลนกีฬาไทยและกีฬาสากล ประเภท บุคคลและทีมโดยใชทักษะพื้นฐานตาม ชนิดกีฬา อยางละ 1 ชนิด การนำความรูและกิจกรรมนันทนาการไปใชเชื่อมโยงสัมพันธกับวิชาอื่น การออก กำลังกาย การเลนเกม และการเลนกีฬา ปฏิบัติเปนประจำอยาสม่ำเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิกฎ กติกา มีน้ำใจ นักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแขงขัน และชื่นชมในสุนทรียภาพ ของการกีฬา ความสำคัญของการออกกำลังกาย และเลนกีฬา จนเปนวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดีการออกกำลังกาย เชน กายบริหารแบบตางๆ เตนแอโรบิค โยคะ รำมวยจีน การเลนกีฬาไทย และกีฬาสากล ทั้งประเภทบุคคลและทีม การประเมินการเลนกีฬาของตนเองและ ผูอื่น กฎ กติกา และขอตกลงตามชนิด กีฬาที่เลือกเลน รูปแบบ วิธีการรุกและการปองกัน ในการเลน กีฬาที่เลือก การเลน การแขงขันกีฬา และการทำงานเปนทีมและ และการยอมรับความสามารถและความแตกตางระหวาง บุคคลในการเลนกีฬา โดยใชทักษะกระบวนการทางพลศึกษา เพื่อฝกทักษะ การอธิบาย การวิเคราะห การเปรียบเทียบ การ แสดง การแกปญหาและการมีทักษะในการสงเสริมสุขภาพอยางมีวิจารณญาณ เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ ทักษะกระบวนการทางพลศึกษา เห็นคุณคาพฤติกรรมสุขภาพ มีวิถีชีวิต ที่มีสุขภาพดี มีความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแกปญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต ความสามารถในการใชเทคโนโลยีและพัฒนาตนเองเจริญเติบโตสมวัย สุขภาพรางกายแข็งแรง สุขภาพจิตดีบุคลิกภาพดี เลือกและตัดสินใจดวยความถูกตองและเหมาะในการดำเนิน ชีวิตรวมกับผูอื่นไดอยางมีความสุขและมีจิตสาธารณะ รวมตัวชี้วัด ๙ ตัวชี้วัด พ.3.๑ ม.1/1,ม.1/2,ม.1/3 พ.3.2 ม.1/-1,ม.1/2,ม.1/3,ม.1/4,ม.4-6/5,ม.4-6/7
๙๘ คำอธิบายรายวิชา รายวิชา สุขศึกษา3 รหัสวิชา พ22101 กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 0.5 หนวยกิต จำนวน 20 ชั่วโมง ศึกษา วิเคราะห การเขาใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย การอธิบาย เปลี่ยนแปลงดานรางกาย จิตใจ อารมณสังคม และสติปญญาในวัยรุน การระบุปจจัยที่มีผลกระทบตอการ เจริญเติบโตและพัฒนาการดานรางกาย จิตใจ อารมณ สังคมและสติปญญา การเขาใจและเห็นคุณคาตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทักษะในการดำเนินชีวิต การวิเคราะหปจจัยที่มีอิทธิพลตอเจตคติในเรื่องเพศ การ วิเคราะหปญหาและผลกระทบที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธในวัยเรียน การอธิบายวิธีปองกันตนเองและ หลีกเลี่ยงจากโรคติดตอทางเพศสัมพันธ เอดส และการตั้งครรภโดยไมพึงประสงคและการอธิบายความสำคัญ ของความเสมอภาคทางเพศ และวางตัวไดอยางเหมาะสม โดยใชทักษะกระบวนการทางสุขศึกษาและพลศึกษา เพื่อฝกทักษะการคิด วิเคราะห การอธิบาย การ ระบุการสืบคนขอมูลจากแหลงการเรียนรูที่หลากหลายอยางมีวิจารณญาณ เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ ทักษะกระบวนการทางสุขศึกษาและพลศึกษา ไดอยางเหมาะสม สามารถนำไปประยุกตปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรมจริยธรรม มีความสามารถในการคิด สื่อสาร แกปญหา ใชทักษะชีวิต และการใชเทคโนโลยี มีความรู ความเขาใจที่ถูก มีเจตคติ คุณธรรม และ คานิยมที่เหมาะสม รวมทั้งมีทักษะปฏิบัติดานสุขภาพเปนกิจนิสัย พัฒนาสุขภาพและสุขภาพจิตใหสมบูรณ โดย ใชกิจกรรมและใชเวลาวางที่กอใหเกิดคุณคาตอตัวบุคคล เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เหมาะสมกับตนเองได อยางมีประสิทธิภาพ รวม 5 ตัวชี้วัด พ1.1 ม.2/1, ม..2/2 พ2.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4
๙๙ คำอธิบายรายวิชา รายวิชา พลศึกษา3 รหัสวิชา พ22103 กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 0.5 หนวยกิต จำนวน 20 ชั่วโมง ศึกษา วิเคราะห การเขาใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเลนเกมและกีฬา การนำ ผลการปฏิบัติตนเกี่ยวกับทักษะกลไกและทักษะการเคลื่อนไหวในการเลนกีฬาจากแหลงขอมูลที่หลากหลายมา สรุปเปนวิธีที่เหมาะสมในบริบทของตนเอง การเลนกีฬาไทยและกีฬาสากลทั้งประเภทบุคคลและทีมไดอยางละ 1 ชนิด การเปรียบเทียบประสิทธิภาพของรูปแบบการเคลื่อนไหวที่สงผลตอการเลนกีฬาและกิจกรรมใน ชีวิตประจำวัน การรวมกิจกรรมนันทนาการอยางนอย 1 กิจกรรมและนำความรูและหลักการที่ไดไปปรับใชใน ชีวิตประจำวันอยางเปนระบบ การรวมกิจกรรมนันทนาการอยางนอย 1 กิจกรรมและนำความรูและหลักการที่ ไดไปปรับใชในชีวิตประจำวันอยางเปนระบบ การรักการออกกำลังกาย การเลนเกมและการเลนกีฬา ปฏิบัติ เปนประจำอยางสม่ำเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแขงขันและชื่นชม ในสุนทรียภาพของการกีฬา การอธิบายสาเหตุการเปลี่ยนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ สังคมและสติปญญา ที่เกิดจากการออกกำลังกายและเลนกีฬาเปนประจำจนเปนวิถีชีวิต การเลือกเขารวมกิจกรรมการออกกำลัง กาย เลนกีฬาตามความถนัดและความสนใจพรอมทั้งวิเคราะหความแตกตางระหวางบุคคล เพื่อเปนแนวทางใน การพัฒนาตนเอง การมีวินัย ปฏิบัติตามกฎ กติกาและขอตกลงในการเลนกีฬาที่เลือก การวางแผน การรุก และการปองกันในการเลนกีฬาที่เลือกและนำไปใชในการเลนอยางเหมาะสมกับทีม นำผลการปฏิบัติในการเลน กีฬามาสรุปเปนวิธีที่เหมาะสมกับตนเองดวยความมุงมั่น โดยใชทักษะกระบวนการทางสุขศึกษาและพลศึกษา เพื่อฝกทักษะการคิด วิเคราะห การปฏิบัติ การมี สวนรวม การเลนกีฬา การเลือกกิจกรรม การเลนเกม และการสรุปอยางมีวิจารณญาณ เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ ทักษะกระบวนการทางสุขศึกษาและพลศึกษา ไดอยางเหมาะสม สามารถนำไปประยุกตปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรมจริยธรรม มีความสามารถในการคิด สื่อสาร แกปญหา ใชทักษะชีวิต และการใชเทคโนโลยี มีความรู ความเขาใจที่ถูก มีเจตคติ คุณธรรม และ คานิยมที่เหมาะสม รวมทั้งมีทักษะปฏิบัติดานสุขภาพเปนกิจนิสัย พัฒนาสุขภาพและสุขภาพจิตใหสมบูรณ โดย ใชกิจกรรมและใชเวลาวางที่กอใหเกิดคุณคาตอตัวบุคคล เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เหมาะสมกับตนเองได อยางมีประสิทธิภาพ รวม 9 ตัวชี้วัด พ3.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4 พ3.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5
๑๐๐ คำอธิบายรายวิชา รายวิชา สุขศึกษา๔ รหัสวิชา พ2๒10๒ กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๒ ภาคเรียนที่ 2 0.5 หนวยกิต จำนวน 1 ชั่วโมง ศึกษา วิเคราะหการมีทักษะในการสรางเสริมสุขภาพ การดำรงสุขภาพ การปองกันโรค และการสราง เสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ การเลือกใชบริการทางสุขภาพ ผลกระทบของเทคโนโลยี ที่มีตอสุขภาพ ความ เจริญกาวหนาทางการแพทยที่มีผลตอสุขภาพ ความเจริญกาวหนาทางการแพทยที่มีผลตอสุขภาพ ลักษณะ อาการเบื้องตนของผูมีปญหาสุขภาพจิต วิธีปฏิบัติตนเพื่อจัดการกับอารมณและความเครียด เกณฑสมรรถภาพ ทางกาย และการพัฒนาสมรรถภาพทางกาย ใชทักษะกระบวนการทางพลศึกษา เพื่อฝกทักษะ การอธิบาย การวิเคราะห การนำเสนอ การเลือกใช และการมีทักษะในการสงเสริมสุขภาพอยางมีวิจารณญาณ เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ ทักษะกระบวนการทางสุขศึกษา เห็นคุณคาพฤติกรรมสุขภาพ มีวิถีชีวิต ที่มีสุขภาพดี มีความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแกปญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต ความสามารถในการใชเทคโนโลยีและพัฒนาตนเองเจริญเติบโตสมวัย สุขภาพรางกายแข็งแรง สุขภาพจิตดีบุคลิกภาพดี เลือกและตัดสินใจดวยความถูกตองและเหมาะในการดำเนิน ชีวิตรวมกับผูอื่นไดอยางมีความสุขและมีจิตสาธารณะ รวมตัวชี้วัด 7 ตัวชี้วัด พ.4.๑ ม.๒/1,ม.๒/2,ม.๒/3,ม.2/4,ม.2/5,ม.2/6,ม.2/7
๑๐๑ คำอธิบายรายวิชา รายวิชา พลศึกษา๔ รหัสวิชา พ2๒10๒ กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปที่ ๒ ภาคเรียนที่ 2 0.5 หนวยกิต จำนวน 1 ชั่วโมง ศึกษา วิเคราะห การปองกันและหลีกเลี่ยงปจจัยเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงตอสุขภาพ อุบัติเหตุ การใช ยา สารเสพติด และความรุนแรง วิธีการ ปจจัยและแหลงที่ชวยเหลือ ฟนฟูผูติดสารเสพติด การหลีกเลี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงและสถานการณเสี่ยง การมั่วสุม การทะเลาะวิวาท การเขาไปในแหลงอบายมุข การแขง จักรยานยนตบนทองถนน ฯลฯ การปองกันตนเอง (ทักษะปฏิเสธ ทักษะการตอรอง ฯลฯ) และหลีกเลี่ยง สถานการณคับขันที่อาจนำไปสูอันตราย รูและเขาใจ ทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเลนเกม และกีฬา การนำผลการปฏิบัติตนเกี่ยวกับทักษะกลไกและทักษะการเคลื่อนไหวในการเลนกีฬาจากแหลงขอมูล ที่หลากหลายมาสรุปเปนวิธีที่เหมาะสมในบริบทของตนเอง การเลนกีฬาไทย กีฬาสากลตามชนิดกีฬาที่เลือก เชน กรีฑาประเภทลู และลาน กระบี่กระบอง บาสเกตบอล เทนนิส ตะกรอลอดบวง ฟุตซอล วายน้ำ เทควันโด ประสิทธิภาพของรูปแบบการเคลื่อนไหวที่สงผลตอการเลนกีฬาและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน การ นำประสบการณจากการรวมกิจกรรมนันทนาการไปปรับใชในชีวิตประจำวัน สาเหตุการเปลี่ยนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ สังคมและสติปญญา ที่เกิดจากการออกกำลังกายและเลนกีฬาเปนประจำจนเปนวิถีชีวิต การ สรางวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี โดยการออกกำลังกายและเลนกีฬาเปนประจำ การออกกำลังกายและการเลนกีฬา ไทย กีฬาสากลทั้งประเภทบุคคลและประเภททีม การวิเคราะหความแตกตางระหวางบุคคลเพื่อเปนแนวทาง ในการพัฒนาการรวมกิจกรรมการออกกำลังกายและเลนกีฬา วินัยในการฝก และการเลนกีฬา ตามกฎ กติกาและขอตกลง รูปแบบ กลวิธีการรุก การปองกันในการเลนกีฬาเปนทีม ประโยชนของการเลนและการ ทำงานเปนทีม หลักการใหความรวมมือในการเลน การแขงขันกีฬาและการทำงานเปนทีม การพัฒนาวิธีเลน กีฬาที่เหมาะสมกับตนเอง การเลือกวิธีเลน การแกไขขอบกพรอง การเพิ่มทักษะ และการสรางแรงจูงใจและ การสรางความมุงมั่นในการเลนและแขงขันกีฬา ใชทักษะกระบวนการทางพลศึกษา เพื่อฝกทักษะ การอธิบาย การวิเคราะห การปฏิบัติ การเลนเกม การเลนกีฬา การเลือกใช และการสรุปอยางมีวิจารณญาณ เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ ทักษะกระบวนการทางพลศึกษา เห็นคุณคาพฤติกรรมสุขภาพ มีวิถีชีวิต ที่มีสุขภาพดี มีความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแกปญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต ความสามารถในการใชเทคโนโลยีและพัฒนาตนเองเจริญเติบโตสมวัย สุขภาพรางกายแข็งแรง สุขภาพจิตดีบุคลิกภาพดี เลือกและตัดสินใจดวยความถูกตองและเหมาะในการดำเนิน ชีวิตรวมกับผูอื่นไดอยางมีความสุขและมีจิตสาธารณะ รวมตัวชี้วัด 12 ตัวชี้วัด พ.3.๑ ม.๒/1,ม.๒/2,ม.๒/3 พ.3.1 ม.๒/1,ม.๒/2,ม.๒/3,ม.2/4 พ.3.2 ม.๒/1,ม.๒/2,ม.๒/3,ม.2/4,ม.4-6/5
๑๐๒ คำอธิบายรายวิชา รายวิชา สุขศึกษา5 รหัสวิชา พ23101 กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 0.5 หนวยกิต เวลา 20 ชั่วโมง ศึกษา วิเคราะห อธิบาย เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางรางกาย จิตใจ อารมณ ของแตละชวงวัย สังคม กับวัยรุน สื่อโฆษณาที่มีผลตอวัยรุน อนามัยเจริญพันธุ ความขัดแยงในครอบครัว อาหารตามวัย และโรคที่เปน สาเหตุของการเจ็บปวยและการตายของคนไทย โดยใชทักษะกระบวนการดำเนินชีวิต และทักษะสมรรถภาพทางกาย เพื่อฝกทักษะ อธิบาย วิเคราะห วางแผน ปฏิบัติ อภิปราย ทักษะการตัดสินใจ และแสดงวิธี ใชเทคโนโลยีในการนำเสนอ และใชสื่อโซเชียล ไดอยางเหมาะสม เพื่อใหเกิดความรู เขาใจ ทักษะกระบวนการดำเนินชีวิตและทักษะสมรรถภาพทางกายอยางถูกวิธี คุณคาเกิดความสามารถในการใชทักษะชีวิต ความสามารถในการแกปญหา ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด และความสามารถในการใชเทคโนโลยีไดอยางมีประสิทธิภาพ รวม ๖ ตัวชี้วัด พ1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3 พ2.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3
๑๐๓ คำอธิบายรายวิชา รายวิชา พลศึกษา5 รหัสวิชา พ23103 กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรียนที 1 0.5 หนวยกิต จำนวน 20 ชั่วโมง ศึกษา วิเคราะห เทคนิคและวิธีการเลนกีฬาไทยและกีฬาสากลที่เลือก เชน กรีฑาประเภทลูและลาน วอลเลยบอล บาสเกตบอล ดาบสองมือ เทนนิส ตะกรอขามตาขาย ฟุตบอล การนำหลักการ ความรู ทักษะ ในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเลนเกม การเลนกีฬาไปใช เปนระบบสรางเสริมสุขภาพ อยางตอเนื่อง การจัดกิจกรรมนันทนาการแกผูอื่น มารยาทในการเลนและการดูกีฬา ดวยความมีน้ำใจนักกีฬา การออกกำลัง กายและการเลนกีฬาประเภทบุคคลและประเภททีม การนำประสบการณ แนวคิดจากการออกกำลังกายและ เลนกีฬาไปประยุกตใชในการพัฒนาคุณภาพชีวิต กฎ กติกาและขอตกลงในการเลนกีฬาที่เลือกเลน การ ประยุกตประสบการณการปฏิบัติตามกฎ กติกา ขอตกลงในการเลนกีฬาไปใชพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนใน สังคม วิธีการประยุกตใชกลวิธีการรุก และการปองกันในการเลนกีฬา ไดตามสถานการณของการเลน และการ พัฒนาสุขภาพตนเองที่เกิดจากการออกกำลังกายและการเลนกีฬาเปนประจำ โดยใชทักษะกระบวนการทางพลศึกษา การอธิบาย การปฏิบัติ การเลนเกม การเลนกีฬา การจำแนก การปองกัน การใชเทคนิค การมีมารยาท การมีน้ำใจนักกีฬา และการสืบคนขอมูลจากแหลงการเรียนรูที่ หลากหลายอยางมีวิจารณญาณ เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ ทักษะกระบวนการทางพลศึกษา ไดอยางเหมาะสม สามารถนำไป ประยุกตปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรมจริยธรรม มีความสามารถในการคิด สื่อสาร แกปญหา ใชทักษะ ชีวิต และการใชเทคโนโลยี มีความรู ความเขาใจที่ถูก มีเจตคติ คุณธรรม และคานิยมที่เหมาะสม รวมทั้งมี ทักษะปฏิบัติดานสุขภาพเปนกิจนิสัย พัฒนาสุขภาพและสุขภาพจิตใหสมบูรณ โดยใชกิจกรรมและใชเวลาวางที่ กอใหเกิดคุณคาตอตัวบุคคล เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เหมาะสมกับตนเองไดอยางมีประสิทธิภาพ รวม 8 ตัวชี้วัด พ.3.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3 พ.3.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5
๑๐๔ คำอธิบายรายวิชา รายวิชา สุขศึกษา6 พ๒๓๑๐๒ กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 0.5 หนวยกิต จำนวน 1 ชั่วโมง ศึกษา วิเคราะหการมีทักษะในการสรางเสริมสุขภาพ การดำรงสุขภาพ การปองกันโรค และการ สรางเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ การกำหนดรายการอาหารที่เหมาะสมกับวัยตาง ๆ โดยคำนึงถึงความ ประหยัดและคุณคาทางโภชนาการ โรคที่เปนสาเหตุสำคัญของการเจ็บ ปวยและการตายของคนไทย โรคติดตอ ปญหาสุขภาพในชุมชน แนวทางแกไขปญหาสุขภาพในชุมชน การวางแผนและจัดเวลาในการ ออกกำลังกาย การพักผอน และการสรางเสริมสมรรถภาพทางกาย การทดสอบสมรรถภาพทางกายแบบตาง ๆ และการพัฒนาสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ การปองกันและหลีกเลี่ยงปจจัยเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงตอสุขภาพ อุบัติเหตุ การใชยา สารเสพติด และความรุนแรง ปจจัยเสี่ยงและพฤติกรรมเสี่ยงที่มีผล ตอสุขภาพและ แนวทางปองกัน หลีกเสี่ยงการใชความรุนแรงและชักชวนเพื่อนใหหลีกเลี่ยงการใชความรุนแรงในการแกปญหา อิทธิพลของสื่อตอพฤติกรรมสุขภาพและความรุนแรง ความสัมพันธของการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอรตอ สุขภาพและการเกิดอุบัติเหตุ แสดงวิธีการชวยฟนคืนชีพไดอยางถูกตอง สมรรถภาพทางกายและพัฒนาไดตาม ความแตกตางระหวางบุคคล และวางแผนและจัดเวลาในการออกกำลังกาย กกการพักผอน และการสรางเสริม สมรรถภาพทางกาย ใชทักษะกระบวนการทางสุขศึกษา เพื่อฝกทักษะ การอธิบาย การวิเคราะห การปฏิบัติ การประเมิน และการสืบคนอยางมีวิจารณญาณ เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ ทักษะกระบวนการทางสุขศึกษา เห็นคุณคาพฤติกรรมสุขภาพ มีวิถีชีวิต ที่มีสุขภาพดี มีความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแกปญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต ความสามารถในการใชเทคโนโลยีและพัฒนาตนเองเจริญเติบโตสมวัย สุขภาพรางกายแข็งแรง สุขภาพจิตดีบุคลิกภาพดี เลือกและตัดสินใจดวยความถูกตองและเหมาะในการดำเนิน ชีวิตรวมกับผูอื่นไดอยางมีความสุขและมีจิตสาธารณะ รวมตัวชี้วัด 12 ตัวชี้วัด พ.3.๑ ม.๒/1,ม.๒/2,ม.๒/3 พ.3.1 ม.๒/1,ม.๒/2,ม.๒/3,ม.2/4 พ.3.2 ม.๒/1,ม.๒/2,ม.๒/3,ม.2/4,ม.4-6/5
๑๐๕ คำอธิบายรายวิชา รายวิชา สุขศึกษา1 รหัสวิชา พ33101 กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 เวลา 20 ชั่วโมง 0.5 หนวยกิต ศึกษาการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย ชีวิตและครอบครัวการสรางเสริมสุขภาพสมรรถภาพ และการปองกันโรคและความปลอดภัยเกี่ยวกับการอธิบายกระบวนการสรางเสริมและดำรงประสิทธิภาพการ ทำงานของระบบอวัยวะตางๆ การวางแผนดูแลสุขภาพตามภาวะเจริญเติบโตและพัฒนาการของตนเองและ บุคคลในครอบครัวการวิเคราะหอิทธิพลของครอบครัว เพื่อน สังคมและวัฒนธรรมที่มีผลตอพฤติกรรมทางเพศ และการดำเนินชีวิต การวิเคราะหคานิยมในเรื่องเพศตามวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมอื่นๆ การเลือกใชทักษะ ที่เหมาะสมในการปองกัน ลดความขัดแยงและแกปญหาเรื่องเพศและครอบครัวการวิเคราะหสาเหตุและผล ของความขัดแยงที่อาจเกิดขึ้นระหวางนักเรียนหรือเยาวชน และเสนอแนวทางแกไขปญหา การวางแผนและ ปฏิบัติตามแผนการพัฒนาสุขภาพของตนเองและครอบครัว การมีสวนรวมในการปองกันความเสี่ยงตอการใชยา การใชสารเสพติด และความรุนแรงเพื่อสุขภาพของตนเอง ครอบครัวและสังคม การวิเคราะหผลกระทบที่เกิด จากการครอบครอง การใชและการจำหนายสารเสพติด การใชทักษะการตัดสินใจแกปญหาในสถานการณ ที่เสี่ยงตอสุขภาพและความรุนแรง และการแสดงการชวยฟนคืนชีพอยางถูกวิธี โดยใชทักษะกระบวนการดำเนินชีวิตและทักษะทางสมรรถภาพทางกาย เพื่อฝกทักษะ อธิบาย วางแผนวิเคราะห เลือกใช แกปญหา มีสวนรวมใชทักษะการตัดสินใจและแสดงวิธี เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจทักษะกระบวนการดำเนินชีวิตและทักษะทางสมรรถภาพทางกายอยาง เห็นคุณคาอยางถูกวิธี เกิดความสามารถในการคิด ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการแกปญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต และความสามารถในการใชเทคโนโลยีไดอยางมีประสิทธิภาพ รวม 10 ตัวชี้วัด พ1.1 ม.4/1, ม.4/2 พ2.1 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/4 พ4.1 ม.4/5 พ5.1 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/6, ม.4/7
๑๐๖ คำอธิบายรายวิชา รายวิชา สุขศึกษา2 รหัสวิชา พ32101 กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5 เวลา 20 ชั่วโมง 0.5 หนวยกิต ศึกษา วิเคราะหและอธิบายกระบวนการสรางเสริมและดำรงประสิทธิภาพการทำงานของระบบหายใจ ระบบ ไหลเวียนโลหิต ระบบยอยอาหารและระบบขับถาย วางแผนดูแลสุขภาพตามภาวการณเจริญเติบโตและพัฒนาการของ ตนเองและบุคคลในครอบครัว ปฏิบัติตามแผนการพัฒนาสมรรถภาพทางกายและสมรรถภาพทางกลไก เลือกใชทักษะที่ เหมาะสมในการปองกัน ลดความขัดแยง และแกปญหาเรื่องเพศและครอบครัวปฏิบัติตนตามสิทธิผูบริโภค วิเคราะห สาเหตุของการเจ็บปวยและการตายของคนไทย ปจจัยที่มีผลตอสุขภาพหรือความรุนแรงของคนไทยและเสนอแนวทาง ปองกัน โดยใชทักษะกระบวนการคิด กระบวนการเรียนรูแบบรวมมือ กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการ ปฏิบัติและกระบวนการกลุม เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ นำหลักการ แนวคิดไปปรับปรุงปฏิบัติในการดูแลรักษาและพัฒนา คุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัว มีคุณธรรม จริยธรรมและมีคุณลักษณะอันพึงประสงค รวม 7 ตัวชี้วัด พ1.1 ม.4/1, ม.4/2 พ2.1 ม.4/3 พ4.1 ม.4/3, ม.4/4, ม.4/7 พ5.1 ม.4/3
๑๐๗ คำอธิบายรายวิชา รายวิชา สุขศึกษา3 รหัสวิชา พ33101 กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 จำนวน 20 ชั่วโมง 0.5 หนวยกิต ศึกษา วิเคราะห อธิบาย สมรรถภาพทางกาย ทางกลไก การสรางเสริมสุขภาพและดำรง ประสิทธิภาพการทำงานของระบบประสาท ระบบสืบพันธุ ระบบตอมไรทอ การสรางเสริมสุขภาพและการ ปองกันโรค สารเสพติด สื่อโฆษณากับสุขภาพและการเสริมสรางความปลอดภัยในชุมชน พฤติกรรมทางเพศ การปองกันการใชความรุนแรงและการชวยฟนคืนชีพ โดยใชทักษะกระบวนการดำเนินชีวิต และทักษะสมรรถภาพทางกาย เพื่อฝกทักษะ อธิบาย วิเคราะห วางแผน ปฏิบัติ อภิปราย ทักษะการตัดสินใจ และแสดงวิธี ใชเทคโนโลยีในการนำเสนอ และใชสื่อโซเชียล ไดอยางเหมาะสม เพื่อใหเกิดความรู เขาใจ ทักษะกระบวนการดำเนินชีวิตและทักษะสมรรถภาพทางกายอยางถูกวิธี เห็นคุณคา เกิดความสามารถในการใชทักษะชีวิต ความสามารถในการแกปญหา ความสามารถในการใช เทคโนโลยีไดอยางมีประสิทธิภาพ รวม 9 ตัวชี้วัด พ1.1 ม.4/1, ม.4/2 พ2.1 ม.4/1, พ4.1 ม.4/5, ม.4/6, ม.4/7 พ5.1 ม.4/5, ม.4/6, ม.4/7
๑๐๘ คำอธิบายรายวิชา รายวิชา เกมและกิจกรรมนันทนาการ รหัสวิชา พ20203 กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 จำนวน 40 ชั่วโมง 1 หนวยกิต ศึกษา วิเคราะห การอธิบายความรูเบื้องตน เกี่ยวกับเกมและกิจกรรมนันทนาการ การอธิบาย ความหมาย ความสำคัญและขอบขายของกิจกรรมเกมและนันทนาการ การอธิบายและจำแนกประเภทของ กิจกรรมเกมและนันทนาการ การอธิบายลักษณะและบทบาทผูนำกิจกรรมนันทนาการ การจัดกิจกรรมเกม และนันทนาการการอธิบายกิจกรรมเกมและนันทนาการในหนวยงานๆ การปฏิบัติและเลนเกมและกิจกรรม นันทนาการ การปฏิบัติการรองเพลงนันทนาการ การอธิบายความหมายของนันทนาการกับการทองเที่ยว การ สนับสนุนการจัดกิจกรรมนันทนาการกับการทองเที่ยวการสนับสนุนการจัดกิจกรรมนันทนาการกับการ ทองเที่ยว การจัดทำโครงงานกิจกรรมเกมและกิจกรรมนันทนาการกับชีวิตประจำวัน โดยใชทักษะกระบวนการทางสุขศึกษาและพลศึกษา เพื่อฝกทักษะการคิด วิเคราะห การปฏิบัติ การจัดกิจกรรม การสนับสนุนและการจัดทำโครงงาน อยางมีวิจารณญาณ เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ ทักษะกระบวนการทางสุขศึกษาและพลศึกษา ไดอยางเหมาะสม สามารถนำไปประยุกตปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรมจริยธรรม มีความสามารถในการคิด สื่อสาร แกปญหา ใชทักษะชีวิต และการใชเทคโนโลยี มีความรู ความเขาใจที่ถูก มีเจตคติ คุณธรรม และ คานิยมที่เหมาะสม รวมทั้งมีทักษะปฏิบัติดานสุขภาพเปนกิจนิสัย พัฒนาสุขภาพและสุขภาพจิตใหสมบูรณ โดย ใชกิจกรรมและใชเวลาวางที่กอใหเกิดคุณคาตอตัวบุคคล เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เหมาะสมกับตนเองได อยางมีประสิทธิภาพ รวม 12 ผลการเรียนรู 1. อธิบายความรูเบื้องตนเกี่ยวกับเกมและกิจกรรมนันทนาการได 2. อธิบายความหมาย ความสำคัญและขอบขายของเกมและกิจกรรมนันทนาการได 3. อธิบายและจำแนกประเภทของเกมและกิจกรรมนันทนาการได 4. อธิบายลักษณะและบทบาทของผูนำเกมและกิจกรรมนันทนาการได 5. จัดกิจกรรมเกมและกิจกรรมนันทนาการได 6. อธิบายเกมและกิจกรรมนันทนาการในหนวยงานตางๆได 7. ปฏิบัติการเลนเกมและกิจกรรมนันทนาการได 8. ปฏิบัติและรองเพลงและกิจกรรมนันทนาการได 9. อธิบายความหมายของกิจกรรมนันทนาการกับการทองเที่ยวได 10. สนับสนุนการจัดกิจกรรมเกมและกิจกรรมนันทนาการกับการทองเที่ยวได 11. จัดกิจกรรมเกมและนันทนาการกับการทองเที่ยวได 12. จัดทำโครงงานเกมและกิจกรรมนันทนาการกับชีวิตประจำวัน
๑๐๙ คำอธิบายรายวิชา รายวิชา ทักษะการเลนแชรบอล รหัส พ20205 กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5 จำนวน 40 ชั่วโมง 1 หนวยกิต ศึกษา วิเคราะห การอธิบายความสำคัญเกี่ยวกับกีฬาแชรบอล การทดสอบสมรรถภาพทางกายและ การเสริมสรางสมรรถภาพทางกายอยางถูกตองและเหมาะสมกับกีฬาแชรบอล การวิเคราะหวิทยาศาสตรการ กีฬากับการฝกกีฬาแชรบอล การทดสอบการเคลื่อนไหวรางกายแบบอยูกับที่, การเคลื่อนที่และการใชอุปกรณ ประกอบ การอธิบายการพัฒนาทักษะกลไกสูทักษะการเลนกีฬา การจำแนกการพัฒนาทักษะพื้นฐานสูทักษะ การเลนกีฬา การออกกำลังกายแบบใชออกซิเจนและแบบไมใชออกซิเจน การฝกการใชความสามารถของตน เพิ่มเพิ่มศักยภาพของตนในการเลนกีฬาแชรบอล การประเมินความปลอดภัยในการเลนกีฬาแชรบอลและการ ประเมินการเลนกีฬาของตนเองและผูอื่น การอธิบายกติกาของกีฬาแชรบอล การวางแผนการจัดการแขงขัน กีฬาแชรบอลอยางมีประสิทธิภาพ และการจัดการแขงขันกีฬาแชรบอลอยางมีประสิทธิภาพ โดยใชทักษะกระบวนการทางสุขศึกษาและพลศึกษา เพื่อฝกทักษะการคิด วิเคราะห การออกกำลัง กาย การประเมิน การปฏิบัติ การฝก การทดสอบ และการจัดการแขงขันอยางมีวิจารณญาณ เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ ทักษะกระบวนการทางสุขศึกษาและพลศึกษา ไดอยางเหมาะสม สามารถนำไปประยุกตปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรมจริยธรรม มีเปาหมาย มีเจตคติ คุณธรรม และ คานิยมที่เหมาะสม รวมทั้งมีทักษะปฏิบัติดานสุขภาพเปนกิจนิสัย พัฒนาสุขภาพและสุขภาพจิตใหสมบูรณ โดย ใชกิจกรรมและใชเวลาวางที่กอใหเกิดคุณคาตอตัวบุคคล เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เหมาะสมกับตนเองได อยางมีประสิทธิภาพ รวม 12 ผลการเรียนรู ๑. ความสำคัญเกี่ยวกับกีฬาแชรบอล 2. ทดสอบทางกายและการเสริมสรางสมรรถภาพทางกายอยางถูกตองและเหมาะสมกับกีฬาแชรบอล 3. วิเคราะหวิทยาศาสตรการกีฬากับการฝกกีฬาแชรบอล 4. ทดสอบการเคลื่อนไหวรางกายแบบอยูกับที่, การเคลื่อนที่และการใชอุปกรณประกอบ 5. อธิบายการพัฒนาทักษะกลไกสูทักษะการเลนกีฬา 6. จำแนกการพัฒนาทักษะพื้นฐานสูทักษะการเลนกีฬา 7. ออกกำลังกายแบบใชออกซิเจนและแบบไมใชออกซิเจน 8. ฝกการใชความสามารถของตนเพิ่มเพิ่มศักยภาพของตนในการเลนกีฬาแชรบอล 9. ประเมินความปลอดภัยในการเลนกีฬาแชรบอลและการประเมินการเลนกีฬาของตนเองและผูอื่น 10. อธิบาย กติกาของกีฬาแชรบอล 11. วางแผนการจัดการแขงขันกีฬาแชรบอลอยางมีประสิทธิภาพ 12. จัดการแขงขันกีฬาแชรบอลอยางมีประสิทธิภาพ
๑๑๐ คำอธิบายรายวิชา รายวิชา กิจกรรมเขาจังหวะ รหัสวิชา พ30203 กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 จำนวน 40 ชั่วโมง 1 หนวยกิต ศึกษา วิเคราะห การอธิบายประวัติของกิจกรรมเขาจังหวะ การบอกความสำคัญและขอบขายของ กิจกรรมเขาจังหวะ การมีทักษะการเคลื่อนไหวเบื้องตน การประยุกตใชทักษะการเคลื่อนไหวเบื้องตนไปใชกับ กิจกรรมอื่น การปฏิบัติการการเคลื่อนไหวรางกายอยางมีจังหวะ การเขียนแผนผังทักษะสังคม ความรวมมือใน หมูคณะ การพัฒนาทักษะสังคม ความรวมมือในหมูคณะและคุณลักษณะอันพึงประสงคการฝกปฏิบัติการ ทักษะการเขาจังหวะ การประยุกตสรางสรรคในการเตนการออกกำลังกายแบบแอโรบิคแดนซการอธิบายกฎ กติกาและมารยาทในการแขงขันและเปนผูดูอยางเขาใจ การจัดกิจกรรมการแขงขันกิจกรรมเขาจังหวะและการ สรุปผลการจัดกิจกรรมแขงขันเขาจังหวะ โดยใชทักษะกระบวนการทางสุขศึกษาและพลศึกษา เพื่อฝกทักษะการคิด วิเคราะหการอธิบาย การบอก การ เคลื่อนไหว การประยุกตใช การปฏิบัติ การเขียนแผนผัง การพัฒนา การประยุกต การจัดกิจกรรมและการ สรุปผล อยางมีวิจารณญาณ เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ ทักษะกระบวนการทางสุขศึกษาและพลศึกษา ไดอยางเหมาะสม สามารถนำไปประยุกตปฏิบัติในการดำเนินชีวิต มีคุณธรรมจริยธรรม มีเปาหมาย มีเจตคติ คุณธรรม และ คานิยมที่เหมาะสม รวมทั้งมีทักษะปฏิบัติดานสุขภาพเปนกิจนิสัย พัฒนาสุขภาพและสุขภาพจิตใหสมบูรณ โดยใชกิจกรรมและใชเวลาวางที่กอใหเกิดคุณคาตอตัวบุคคล เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เหมาะสมกับตนเอง ไดอยางมีประสิทธิภาพ รวม 12 ผลการเรียนรู 1. อธิบายประวัติของกิจกรรมเขาจังหวะอยางถูกตอง ๒. บอกความสำคัญและขอบขายของกิจกรรมเขาจังหวะอยางถูกตอง 3. มีทักษะการเคลื่อนไหวเบื้องตนอยางเหมาะสม 4. ประยุกตใชทักษะการเคลื่อนไหวเบื้องตนไปใชกับกิจกรรมอื่นได 5. ปฏิบัติการการเคลื่อนไหวรางกายอยางมีจังหวะ 6. เขียนแผนผังทักษะสังคม ความรวมมือในหมูคณะอยางเหมาะสม 7. พัฒนาทักษะสังคม ความรวมมือในหมูคณะและคุณลักษณะอันพึงประสงค 8. ฝกปฏิบัติการทักษะการเขาจังหวะอยางถูกตอง 9. ประยุกตสรางสรรคในการเตนการออกกำลังกายแบบแอโรบิคแดนซ 10. อธิบาย กฎ กติกาและมารยาท ในการแขงขันและเปนผูชมอยางเขาใจ 11. จัดกิจกรรมการแขงขันกิจกรรมเขาจังหวะอยางเหมาะสม 12. สรุปผลการจัดกิจกรรมแขงขันกิจกรรมเขาจังหวะ
๑๑๑ กิจกรรมพัฒนาผูเรียน กิจกรรมพัฒนาผูเรียนมีหลักการสำคัญดังนี้ 1. มีเปาหมายของการจัดกิจกรรมที่ชัดเจนเปนรูปธรรมและครอบคลุมผูเรียนทุกคน 2. เปนกิจกรรมที่ผูเรียนไดพัฒนาตนเองอยางรอบดานเต็มตามศักยภาพตามความสนใจ ความถนัดความตองการเหมาะสมกับวัยและวุฒิภาวะ 3. เปนกิจกรรมที่ปลูกฝงและสงเสริมจิตสำนึกในการบำเพ็ญตนใหเปนประโยชนตอสังคมใน ลักษณะตางๆที่สอดคลองกับวิถีชีวิตประเพณีและวัฒนธรรมอยางตอเนื่องและสม่ำเสมอ 4. เปนกิจกรรมที่ยึดหลักการมีสวนรวมโดยเปดโอกาสใหครูพอแมผูปกครอง ผูนำชุมชน ปราชญชาวบานองคกรและหนวยงานอื่นมีสวนรวมในการจัดกิจกรรม เปาหมาย การจัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียนมุงสงเสริมและพัฒนาใหผูเรียนใชความรูทักษะและ ประสบการณจากการเรียนรูไปพัฒนาตนเองใหเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค 8ประการตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช2551 ไดแกรักชาติศาสน กษัตริยซื่อสัตยสุจริตมีวินัยใฝเรียนรูอยู อยางพอเพียงมุงมั่นในการทำงานรักความเปนไทยและมีจิตสาธารณะ อันจะนำไปสูสมรรถนะสำคัญของผูเรียน 5 ประการ ที่เปนสมรรถนะหลัก ไดแก ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถใน การแกปญหา ความสามารถในการใชทักษะชีวิต ความสามารถในการใชเทคโนโลยีและสมรรถนะเฉพาะ 6 ประการ ไดแก การจัดการตนเองอยางมีสุขภาวะ การคิดขั้นสูงและการเรียนรู การสื่อสารดวยภาษา การ จัดการและการทำงานเปนทีม การเปนพลเมืองที่เขมแข็ง การอยูรวมกับธรรมชาติและวิทยาการอยางยั่งยืน แนวการจัดกิจกรรม สถานศึกษาจัดใหผูเรียนทุกคนเขารวมกิจกรรมโดยมีแนวการจัดกิจกรรมดังนี้ 1. ใหผูเรียนปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ 2. ใหผูเรียนไดปฏิบัติกิจกรรมผานประสบการณที่หลากหลายฝกการทำงานที่สอดคลองกับ ชีวิตจริงตลอดจนสะทอนความรูทักษะและประสบการณของผูเรียน 3. จัดกิจกรรมอยางสมดุลทั้ง3ลักษณะคือกิจกรรมแนะแนวกิจกรรมนักเรียนและกิจกรรม เพื่อสังคมและสาธารณประโยชนโดยจัดกิจกรรมรายบุคคลกิจกรรมกลุมทั้งในและนอกสถานศึกษาอยาง สม่ำเสมอและตอเนื่อง 4. จัดกิจกรรมใหผูเรียนเปนผูดำเนินการโดยการศึกษาและใชขอมูลประกอบการวางแผน อยางเปนระบบเนนการคิดวิเคราะหและใชความคิดสรางสรรคในการดำเนินกิจกรรม 5. ใชกระบวนการมีสวนรวมและการเรียนรูแบบรวมมือมากกวาเนนการแขงขันบนพื้นฐาน การปฏิบัติตามวิถีประชาธิปไตย 6. จัดใหมีการแลกเปลี่ยนเรียนรูและเผยแพรกิจกรรม
๑๑๒ ขอบขายการจัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียน สถานศึกษาตองจัดกิจกรรมใหครบทั้ง3ลักษณะคือกิจกรรมแนะแนวกิจกรรมนักเรียนและกิจกรรม เพื่อสังคมและสาธารณประโยชนโดยสามารถจัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียนไดหลากหลายรูปแบบและวิธีการโดยมี ขอบขายดังนี้ 1. เปนกิจกรรมที่สงเสริมการเรียนรู8กลุมสาระการเรียนรูใหกวางขวางลึกซึ้งยิ่งขึ้นใน ลักษณะเปนกระบวนการเชิงบูรณาการโดยยึดหลักคุณธรรมจริยธรรมตลอดจนสามารถบูรณาการระหวาง กิจกรรมแนะแนวกิจกรรมนักเรียนและกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน 2. เปนกิจกรรมที่ตอบสนองความสนใจความถนัดและความตองการของผูเรียนตามความ แตกตางระหวางบุคคลเนนการใหผูเรียนเห็นคุณคาของวิชาความรูอาชีพและการดำเนินชีวิตที่ดีงามตลอดจน เห็นแนวทางในการศึกษาตอและการประกอบอาชีพ 3. เปนกิจกรรมที่ปลูกฝงและสงเสริมจิตสำนึกการทำประโยชนตอสังคมในลักษณะตางๆ สนับสนุนคานิยมที่ดีงามและเสริมสรางคุณลักษณะอันพึงประสงคตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) 4. เปนกิจกรรมที่ฝกการทำงานและการใหบริการดานตางๆทั้งที่เปนประโยชนตอตนเองและ ตอสวนรวมเพื่อเสริมสรางความมีน้ำใจความเอื้ออาทรความเปนพลเมืองดีและความรับผิดชอบตอตนเอง ครอบครัวและสังคม โครงสรางการจัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียน ตามหลักการของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช2551(ฉบับปรับปรุง 2560)ได กำหนดโครงสรางเวลาในการจัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียนในชั้นประถมศึกษาปที่1ถึงชั้นมัธยมศึกษาปที่3 ปละ 120ชั่วโมงและชั้นมัธยมศึกษาปที่4-6จำนวน360ชั่วโมงเปนเวลาสำหรับปฏิบัติกิจกรรมแนะแนวกิจกรรม นักเรียนและกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนสำหรับกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนให สถานศึกษาจัดเวลาใหผูเรียนไดปฏิบัติกิจกรรมดังนี้ ระดับมัธยมศึกษาตอนตน (ม.1-3) รวม3ปจำนวน45ชั่วโมง ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) รวม3ปจำนวน60ชั่วโมง การจัดสรรเวลาของกิจกรรมพัฒนาผูเรียนใหขึ้นกับการบริหารจัดการของสถานศึกษาทั้งนี้ใหเปนไป ตามโครงสรางเวลาของหลักสูตรและผูเรียนตองไดรับการพัฒนาและฝกปฏิบัติกิจกรรมทั้ง3ลักษณะอยาง สม่ำเสมอและตอเนื่องทุกปจนจบการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) การประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียน การประเมินการจัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช2551 (ฉบับปรับปรุง 2560)เปนการประเมินโดยผูเรียนตองมีเวลาเขารวมกิจกรรมปฏิบัติ กิจกรรมและมีผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะผานการประเมินตามเกณฑที่สถานศึกษากำหนด หลักการ การประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560)เปนการประเมินการปฏิบัติกิจกรรมหรือผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะของผูเรียน
๑๑๓ เปนระยะอยางตอเนื่องมุงเนนใหผูเรียนคนหาศักยภาพของตนสะทอนแนวคิดจากการปฏิบัติกิจกรรมการ ทำงานกลุมและการมีจิตสาธารณะโดยใหทุกฝายที่เกี่ยวของมีสวนรวมในการประเมิน แนวทางการประเมิน การประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียนมี2ประการ ไดแก 1) การประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียน รายกิจกรรมและ2) การประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียนเพื่อการตัดสิน 1. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียนรายกิจกรรม การประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียนราย กิจกรรมมีแนวปฏิบัติดังนี้ 1.1ตรวจสอบเวลาเขารวมกิจกรรมของผูเรียนใหเปนไปตามเกณฑที่สถานศึกษา กำหนด 1.2ประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียนจากการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงาน/ คุณลักษณะของผูเรียนตามเกณฑที่สถานศึกษากำหนดดวยวิธีการที่หลากหลายเนนการมีสวนรวมของ ผูเกี่ยวของในการปฏิบัติกิจกรรม 1.3ผูเรียนที่มีเวลาการเขารวมกิจกรรมมีการปฏิบัติกิจกรรมและมีผลงาน/ชิ้นงาน คุณลักษณะตามเกณฑที่สถานศึกษากำหนดเปนผูผานการประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียนรายกิจกรรมและนำ ผลการประเมินไปบันทึกในระเบียนแสดงผลการเรียน 1.4ผูเรียนที่มีผลการประเมินไมผานในเกณฑเวลาการเขารวมกิจกรรมการปฏิบัติ กิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะตามที่สถานศึกษากำหนด ครูหรือผูรับผิดชอบตองดำเนินการซอม เสริมและประเมินจนผานทั้งนี้ควรดำเนินการใหเสร็จสิ้นในปการศึกษานั้นๆยกเวนมีเหตุสุดวิสัยใหอยูในดุลพินิจ ของสถานศึกษา 2. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียนเพื่อการตัดสิน การประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียนเพื่อ ตัดสินเลื่อนชั้นและจบระดับการศึกษาเปนการประเมินการผานกิจกรรมพัฒนาผูเรียนเปนรายป/รายภาคเพื่อ สรุปผลการผานในแตละกิจกรรมสรุปผลรวมเพื่อเลื่อนชั้นและประมวลผลรวมในปสุดทายเพื่อการจบแตละ ระดับการศึกษาโดยการดำเนินการดังกลาวมีแนวปฏิบัติดังนี้ 2.1กำหนดใหมีผูรับผิดชอบในการรวบรวมขอมูลเกี่ยวกับการรวมกิจกรรมพัฒนา ผูเรียนของผูเรียนทุกคนตลอดระดับการศึกษา 2.2ผูรับผิดชอบสรุปและตัดสินผลการรวมกิจกรรมพัฒนาผูเรียนของผูเรียนเปน รายบุคคลตามเกณฑที่สถานศึกษากำหนดเกณฑการจบแตละระดับการศึกษาที่สถานศึกษากำหนดนั้นผูเรียน จะตองผานกิจกรรม3กิจกรรมสำคัญดังนี้ 2.2.1กิจกรรมแนะแนว 2.2.2กิจกรรมนักเรียนไดแก 1) กิจกรรมลูกเสือเนตรนารียุวกาชาดผูบำเพ็ญประโยชนและ นักศึกษาวิชาทหารโดยเลือกเพียง1กิจกรรม 2) กิจกรรมชุมนุมหรือชมรม 2.2.3กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน 2.3ผูรับผิดชอบเสนอผลการประเมินตอคณะอนุกรรมการกลุมสาระการเรียนรูและ กิจกรรมพัฒนาผูเรียนเพื่อใหความเห็นชอบ
๑๑๔ 2.4ผูรับผิดชอบเสนอผูบริหารสถานศึกษาพิจารณาเพื่ออนุมัติผลการประเมิน กิจกรรมพัฒนาผูเรียนผานเกณฑการจบแตละระดับการศึกษา เกณฑการตัดสิน ผูเรียนจะตองไดรับการประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียนและผานเกณฑตามที่สถานศึกษา กำหนดโดยกำหนดเกณฑในการประเมินอยางเหมาะสมดังนี้ 1. กำหนดคุณภาพหรือเกณฑในการประเมินตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดไว2ระดับคือผานและไมผาน 2. กำหนดประเด็นการประเมินใหสอดคลองตามวัตถุประสงคในแตละกิจกรรมและกำหนด เกณฑการผานการประเมินดังนี้ 2.1เกณฑการตัดสินผลการประเมินรายกิจกรรม ผานหมายถึงผูเรียนมีเวลาเขารวมกิจกรรมครบตามเกณฑปฏิบัติกิจกรรม และมีผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะตามเกณฑที่สถานศึกษากำหนด ไมผานหมายถึงผูเรียนมีเวลาเขารวมกิจกรรมไมครบตามเกณฑไมผานการ ปฏิบัติกิจกรรมหรือมีผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะไมเปนไปตามเกณฑที่สถานศึกษากำหนด 2.2เกณฑการตัดสินผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียนรายป/รายภาค ผานหมายถึงผูเรียนมีผลการประเมินระดับ “ผาน” ในกิจกรรมสำคัญทั้ง3 ลักษณะคือกิจกรรมแนะแนวกิจกรรมนักเรียนและกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน ไมผาน หมายถึงผูเรียนมีผลการประเมินระดับ “ไมผาน” ในกิจกรรมสำคัญ กิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งจาก3ลักษณะคือกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียนกิจกรรมเพื่อสังคมและ สาธารณประโยชน 2.3เกณฑการตัดสินผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียนเพื่อจบระดับการศึกษา ผานหมายถึงผูเรียนมีผลการประเมินระดับ “ผาน” ทุกชั้นปในระดับ การศึกษานั้น ไมผานหมายถึงผูเรียนมีผลการประเมินระดับ “ไมผาน” บางชั้นปในระดับ การศึกษานั้น แนวทางการแกไขนักเรียนกรณีไมผานเกณฑ กรณีที่ผูเรียนไมผานกิจกรรมใหเปนหนาที่ของครูหรือผูรับผิดชอบกิจกรรมนั้นๆที่จะตองซอม เสริมโดยใหผูเรียนดำเนินกิจกรรมจนครบตามเวลาที่ขาดหรือปฏิบัติกิจกรรมใหบรรลุตามวัตถุประสงคของ กิจกรรมนั้นแลวจึงประเมินใหผานกิจกรรมเพื่อบันทึกในระเบียนแสดงผลการเรียนยกเวนมีเหตุสุดวิสัยให รายงานผูบริหารสถานศึกษาทราบเพื่อดำเนินการชวยเหลือผูเรียนอยางเหมาะสมเปนรายกรณีไป ขอเสนอแนะ 1. การประเมินการเขารวมกิจกรรมพัฒนาผูเรียนนั้นจะตองคำนึงถึงสิ่งตอไปนี้ผูเรียนมีเวลา การเขารวมกิจกรรมของผูเรียนตามเกณฑที่สถานศึกษากำหนดโดยสถานศึกษาควรกำหนดเวลาไมนอยกวา รอยละ80ของเวลาเรียนแตละกิจกรรมสำหรับกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนผูเรียนตองปฏิบัติ กิจกรรมครบตามโครงสรางเวลาเรียน
๑๑๕ 2. ผูเรียนมีผลการปฏิบัติกิจกรรมและมีผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะตามเกณฑที่สถานศึกษา กำหนดโดยอาจจัดใหผูเรียนแสดงผลงานแฟมสะสมงานหรือจัดนิทรรศการ 3. การจัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียนหากสถานศึกษามีบุคลากรไมเพียงพอหรือไมสามารถจัด กิจกรรมไดอยางหลากหลายสถานศึกษาอาจจัดกิจกรรมในลักษณะบูรณาการในกิจกรรมหรือโครงการตางๆ เชนกิจกรรมโฮมรูมกิจกรรมวันสำคัญกิจกรรมบำเพ็ญประโยชนเปนตน ซึ่งสถานศึกษาสามารถประเมินผลการ เขารวมกิจกรรมดังกลาวและนำมาเปนสวนหนึ่งในการประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียนได 4. การจัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียนควรมีองคประกอบในการดำเนินการดังนี้ 4.1มีครูที่ปรึกษากิจกรรมและมีแผนการดำเนินกิจกรรม 4.2มีหลักฐานชิ้นงานหรือแฟมสะสมงาน 4.3มีผูรับรองผลการเขารวมกิจกรรม 4.4มีรายงานแสดงการเขารวมกิจกรรม การวัดและประเมินผลการเรียนรู การวัดและประเมินผลการเรียนรูของผูเรียนตองอยูบนหลักการพื้นฐานสองประการคือการประเมิน เพื่อพัฒนาผูเรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียนในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรูของผูเรียนใหประสบผลสำเร็จนั้น ผูเรียนจะตองไดรับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพื่อใหบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรูสะทอน คุณลักษณะอันพึงประสงคและสมรรถนะสำคัญของผูเรียนซึ่งเปนเปาหมายหลักในการวัดและประเมินผลการ เรียนรูในทุกระดับไมวาจะเปนระดับชั้นเรียนระดับสถานศึกษาระดับเขตพื้นที่การศึกษาและระดับชาติการวัด และประเมินผลการเรียนรูเปนกระบวนการพัฒนาคุณภาพผูเรียนโดยใชผลการประเมินเปนขอมูลและ สารสนเทศที่แสดงพัฒนาการความกาวหนาและความสำเร็จทางการเรียนของผูเรียนตลอดจนขอมูลที่เปน ประโยชนตอการสงเสริมใหผูเรียนเกิดการพัฒนาและเรียนรูอยางเต็มตามศักยภาพการวัดและประเมินผลการ เรียนรูแบงออกเปน4ระดับไดแกระดับชั้นเรียนระดับสถานศึกษาระดับเขตพื้นที่การศึกษาและระดับชาติมี รายละเอียดดังนี้ 1. การประเมินระดับชั้นเรียนเปนการวัดและประเมินผลที่อยูในกระบวนการจัดการเรียนรูผูสอน ดำเนินการเปนปกติและสม่ำเสมอในการจัดการเรียนการสอนใชเทคนิคการประเมินอยางหลากหลายเชนการ ซักถามการสังเกตการตรวจการบานการประเมินโครงงานการประเมินชิ้นงาน/ภาระงานแฟมสะสมงานการใช แบบทดสอบฯลฯโดยผูสอนเปนผูประเมินเองหรือเปดโอกาสใหผูเรียนประเมินตนเองเพื่อนประเมินเพื่อน ผูปกครองรวมประเมินในกรณีที่ไมผานตัวชี้วัดใหมีการสอนซอมเสริมการประเมินระดับชั้นเรียนเปนการ ตรวจสอบวาผูเรียนมีพัฒนาการความกาวหนาในการเรียนรูอันเปนผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน หรือไมและมากนอยเพียงใดมีสิ่งที่จะตองไดรับการพัฒนาปรับปรุงและสงเสริมในดานใดนอกจากนี้ยังเปน ขอมูลใหผูสอนใชปรับปรุงการเรียนการสอนของตนดวยทั้งนี้โดยสอดคลองกับมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด 2. การประเมินระดับสถานศึกษาเปนการประเมินที่สถานศึกษาดำเนินการเพื่อตัดสินผลการเรียน ของผูเรียนเปนรายป/รายภาคผลการประเมินการอานคิดวิเคราะหและเขียนคุณลักษณะอันพึงประสงคและ กิจกรรมพัฒนาผูเรียนนอกจากนี้เพื่อใหไดขอมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษาวาสงผลตอการ เรียนรูของผูเรียนตามเปาหมายหรือไมผูเรียนมีจุดพัฒนาในดานใดรวมทั้งสามารถนำผลการเรียนของผูเรียนใน สถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑระดับชาติผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเปนขอมูลและสารสนเทศเพื่อ การปรับปรุงนโยบายหลักสูตรโครงการหรือวิธีการจัดการเรียนการสอนตลอดจนเพื่อการจัดทำแผนพัฒนา คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัด
๑๑๖ การศึกษาตอคณะกรรมการสถานศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐานผูปกครองและชุมชน 3. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษาเปนการประเมินคุณภาพผูเรียนในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ตามมาตรฐานการเรียนรูตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อใชเปนขอมูลพื้นฐานในการพัฒนา คุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาตามภาระความรับผิดชอบสามารถดำเนินการโดยประเมินคุณภาพ ผลสัมฤทธิ์ของผูเรียนดวยขอสอบมาตรฐานที่จัดทำและดำเนินการโดยเขตพื้นที่การศึกษาหรือดวยความรวมมือ กับหนวยงานตนสังกัดในการดำเนินการจัดสอบนอกจากนี้ยังไดจากการตรวจสอบทบทวนขอมูลจากการ ประเมินระดับสถานศึกษาในกลุมโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษา 4. การประเมินระดับชาติเปนการประเมินคุณภาพผูเรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรูตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานสถานศึกษาตองจัดใหผูเรียนทุกคนที่เรียนในชั้นมัธยมศึกษาปที่3และ ชั้นมัธยมศึกษาปที่6เขารับการประเมินผลจากการประเมินใชเปนขอมูลในการเทียบเคียงคุณภาพการศึกษาใน ระดับตางๆเพื่อนำไปใชในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาตลอดจนเปนขอมูลสนับสนุนการ ตัดสินใจในระดับนโยบายของประเทศ ขอมูลการประเมินในระดับตางๆขางตนเปนประโยชนตอสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวนพัฒนา คุณภาพผูเรียนถือเปนภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะตองจัดระบบดูแลชวยเหลือปรับปรุงแกไข สงเสริมสนับสนุนเพื่อใหผูเรียนไดพัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐานความแตกตางระหวางบุคคลที่จำแนกตาม สภาพปญหาและความตองการไดแกกลุมผูเรียนทั่วไปกลุมผูเรียนที่มีความสามารถพิเศษกลุมผูเรียนที่มี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกลุมผูเรียนที่มีปญหาดานวินัยและพฤติกรรมกลุมผูเรียนที่ปฏิเสธโรงเรียนกลุม ผูเรียนที่มีปญหาทางเศรษฐกิจและสังคมกลุมพิการทางรางกายและสติปญญาเปนตนขอมูลจากการประเมินจึง เปนหัวใจของสถานศึกษา ในการดำเนินการชวยเหลือผูเรียนไดทันทวงทีปดโอกาสใหผูเรียนไดรับการพัฒนาและประสบ ความสำเร็จในการเรียน สถานศึกษาในฐานะผูรับผิดชอบจัดการศึกษาจะตองจัดทำระเบียบวาดวยการวัดและประเมินผลการ เรียนของสถานศึกษาใหสอดคลองและเปนไปตามหลักเกณฑและแนวปฏิบัติที่เปนขอกำหนดของหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อใหบุคลากรที่เกี่ยวของทุกฝายถือปฏิบัติรวมกัน เกณฑการวัดและประเมินผลการเรียน 1. การตัดสินการใหระดับและการรายงานผลการเรียน 1.1การตัดสินผลการเรียน ในการตัดสินผลการเรียนของกลุมสาระการเรียนรูการอานคิดวิเคราะหและเขียนคุณลักษณะ อันพึงประสงคและกิจกรรมพัฒนาผูเรียนนั้นผูสอนตองคำนึงถึงการพัฒนาผูเรียนแตละคนเปนหลักและตอง เก็บขอมูลของผูเรียนทุกดานอยางสม่ำเสมอและตอเนื่องในแตละภาคเรียนรวมทั้งสอนซอมเสริมผูเรียนให พัฒนาจนเต็มตามศักยภาพ 1) ตัดสินผลการเรียนเปนรายวิชาผูเรียนตองมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียน ไมนอยกวารอยละ 80ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชานั้นๆ 2) ผูเรียนตองไดรับการประเมินทุกตัวชี้วัดและผานตามเกณฑที่สถานศึกษากำหนด 3) ผูเรียนตองไดรับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา
๑๑๗ 4) ผูเรียนตองไดรับการประเมินและมีผลการประเมินการอานคิดวิเคราะหและเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงคในระดับ “ผาน” ขึ้นไปและ “ผาน” สำหรับกิจกรรมพัฒนาผูเรียนการพิจารณา เลื่อนชั้นทั้งระดับมัธยมศึกษาตอนตนและตอนปลายถาผูเรียนมีขอบกพรองเพียงเล็กนอยและสถานศึกษา พิจารณาเห็นวาสามารถพัฒนาและสอนซอมเสริมไดใหอยูในดุลพินิจของสถานศึกษาที่จะผอนผันใหเลื่อนชั้นได แตหากผูเรียนไมผานรายวิชาจำนวนมากและมีแนวโนมวาจะเปนปญหาตอการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น สถานศึกษาอาจตั้งคณะกรรมการพิจารณาใหเรียนซ้ำชั้นไดทั้งนี้ใหคำนึงถึงวุฒิภาวะและความรูความสามารถ ของผูเรียนเปนสำคัญ 1.2การใหระดับผลการเรียน ในการตัดสินเพื่อใหระดับผลการเรียนรายวิชาใหใชตัวเลขแสดงระดับผลการเรียนเปน 8 ระดับ การประเมินการอานคิดวิเคราะหและเขียนและคุณลักษณะอันพึงประสงคนั้นใหระดับผลการ ประเมินเปนดีเยี่ยมดีและผาน การประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเรียนจะตองพิจารณาทั้งเวลาการเขารวมกิจกรรมการปฏิบัติ กิจกรรมและผลงานของผูเรียนตามเกณฑที่สถานศึกษากำหนดและใหผลการเขารวมกิจกรรมเปนผานและ ไม ผาน 1.3การรายงานผลการเรียน การรายงานผลการเรียนเปนการสื่อสารใหผูปกครองและผูเรียนทราบความกาวหนาในการ เรียนรูของผูเรียนซึ่งสถานศึกษาจะสรุปผลการประเมินและจัดทำเอกสารรายงานใหผูปกครองทราบเปนระยะๆ หรืออยางนอยภาคเรียนละ1ครั้ง การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเปนระดับคุณภาพการปฏิบัติของ ผูเรียนที่สะทอนมาตรฐานการเรียนรูกลุมสาระการเรียนรู 2. เกณฑการจบการศึกษา 2.1เกณฑการจบระดับมัธยมศึกษาตอนตน 2.1.1ผูเรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติม จำนวน81หนวยกิตโดยเปนรายวิชาพื้นฐาน 66หนวยกิตและรายวิชาเพิ่มเติม15หนวยกิต 2.1.2ผูเรียนตองไดหนวยกิตตลอดหลักสูตรครบ จำนวน81หนวยกิตและไดระดับผลการ เรียนตั้งแต1ขึ้นไปทุกรายวิชา 2.1.3ผูเรียนมีผลการประเมินการอานคิดวิเคราะหและเขียนในระดับ “ผาน” ขึ้นไปทุก รายวิชา 2.1.4ผูเรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคในระดับ “ผาน” ขึ้นไปทุกรายวิชา 2.1.5ผูเรียนเขารวมกิจกรรมพัฒนาผูเรียนและมีผลการประเมิน “ผาน” ทุกกิจกรรม 2.2เกณฑการจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 2.2.1ผูเรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติมโดยเปนรายวิชาพื้นฐาน จำนวน41หนวยกิต และรายวิชาเพิ่มเติม จำนวน53หนวยกิตสำหรับแผนการเรียนวิทยาศาสตร-คณิตศาสตรหรือรายวิชาเพิ่มเติม จำนวน50หนวยกิตสำหรับแผนการเรียนภาษา-สังคมและแผนการเรียนทั่วไป 2.2.2ผูเรียนตองไดหนวยกิตตลอดหลักสูตรครบจำนวน 94หนวยกิตสำหรับแผนการเรียน วิทยาศาสตร-คณิตศาสตรหรือจำนวน91หนวยกิตสำหรับแผนการเรียนภาษา-สังคมและแผนการเรียนทั่วไป และไดระดับผลการเรียนตั้งแต1ขึ้นไปทุกรายวิชา
๑๑๘ 2.2.3ผูเรียนมีผลการประเมินการอานคิดวิเคราะหและเขียนในระดับ “ผาน” ขึ้นไปทุก รายวิชา 2.2.4ผูเรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคในระดับ “ผาน” ขึ้นไปทุกรายวิชา 2.2.5ผูเรียนเขารวมกิจกรรมพัฒนาผูเรียนและมีผลการประเมิน “ผาน” ทุกกิจกรรมสำหรับ การจบการศึกษาสำหรับกลุมเปาหมายเฉพาะเชนการศึกษาเฉพาะทางการศึกษาสำหรับผูมีความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือกการศึกษาสำหรับผูดอยโอกาสการศึกษาตามอัธยาศัยใหคณะกรรมการของสถานศึกษาเขต พื้นที่การศึกษาและผูที่เกี่ยวของดำเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรูตามหลักเกณฑในแนวปฏิบัติการวัด และประเมินผลการเรียนรูของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับกลุมเปาหมายเฉพาะ 3. การเรียนซ้ำชั้น ผูเรียนที่มีผลการประเมินรายวิชาอยูในระดับไมผานจำนวนมากและมีแนวโนมจะเปนปญหา ตอการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้นสถานศึกษาอาจตั้งคณะกรรมการพิจารณาใหเรียนซ้ำชั้นทั้งนี้โดยคำนึงถึงวุฒิ ภาวะและความรูความสามารถของผูเรียนเปนสำคัญ ซึ่งการเรียนซ้ำชั้นพิจารณาไดจาก2ลักษณะคือ 1. ผูเรียนมีระดับผลการเรียนเฉลี่ยในปการศึกษานั้นต่ำกวา1.00และมีแนวโนมวาจะเปน ปญหาตอการเรียนนะดับชั้นที่สูงขึ้น 2. ผูเรียนมีผลการเรียน0, ร, มส เกินครึ่งหนึ่งของรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียนในปการศึกษา นั้นทั้งนี้หากเกิดลักษณะใดลักษณะหนึ่งหรือทั้ง2ลักษณะ สถานศึกษาอาจแตงตั้งคณะกรรมการพิจารณาหาก เห็นวาไมมีเหตุผลอันสมควรก็ใหซ้ำชั้นโดยยกเลิกผลการเรียนเดิมและใหใชผลการเรียนใหมแทนหากพิจารณา แลวไมตองเรียนซ้ำชั้นใหอยูในดุลยพินิจของสถานศึกษาในการแกไขผลการเรียน
๑๑๙ เอกสารอางอิง กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560). กรุงเทพฯ: โรงพิมพชุมนุมสหกรณการเกษตรแหงประเทศไทยจำกัด. สำนักวิชาและมาตรฐานการศึกษา กระทรวงศึกษาการ. (2560). แนวทางการบริหารจัดการหลักสูตร. กรุงเทพฯ: โรงพิมพชุมนุมสหกรณการเกษตรแหงประเทศไทยจำกัด.
๑๒๐ ภาคผนวก
๑๒๑
๑๒๒
๑๒๓
๑๒๔
๑๒๕
๑๒๖
๑๒๗
๑๒๘