The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Rungrueng Rung, 2022-06-08 06:24:16

ลิเกป่า ลอง

ลิเกป่า ลอง

ลิเกป่าหรือลิเกรามะนาหรือลิเกบกเป็นศิลปะการแสดงฟ้ ืนบ้าน
ของชาวมุสลิมด้านฝ่ ังตะวันตกทะเลอันดามันถือกาเนิดเกิดข้ึนครั้ง
แรกที่อาเภอกันตัง จังหวัดตรังมีการเล่าสืบทอดกันมาว่าในหมู่บ้าน
มุสลิมที่อาศัยอยู่ชายฝ่ ังทะเลอันดามันในพ้ืนท่ีอาเภอกันตังได้มี
การละเลน่ แสดงลิเกปา่ หรือเรียกอีกอย่างในสมันนั้นว่า ลิเกบกหรือสิ
เกรามะนาเน่ืองจากใช้รามะนาเป็นเคร่ืองดนตรีประกอบการแสดง
เป็นหลัก

ต่อมาได้มีชาวต่างชาติซ่ึงเดินเรือสาเภามาจากประเทศ
อินเดยี โดยมาเทียบเรือข้ึนฝ่ ังที่ท่าเทียบเรืออาเภอกันตัง เพ่ือมาทา
การค้าขายสินค้า เช่นเส้ือผ้าเคร่ืองนุ่งห่ม เพชรนิลจินดา หลังจาก
นั้นก็ได้นาสินค้าเหล่านั้นเดินเร่ขายไปตามหมู่บ้านต่างๆจนได้ไป
พบชาวบ้านในหมู่บ้านหน่ึงเขาได้แสดงลิเกป่ากันอยู่ จึงเกิด
ความชอบใจ จึงได้ติดต่อขอเข้าร่วมฝึกการแสดงลิเกป่ากับ
ชาวบ้านในหมู่บ้านน้ันด้วย คณะลิเกป่าได้เห็นชาวต่างชาติท่ีมา
จากประเทศอินเดียซ่ึงมีบุคลิกหนา้ ตาตลก ผิวดา น่าจะสร้างความ
พอใจให้กับคนชมได้จึงได้รับไว้เป็นนักแสดงในคณะหลังจากนั้น
จึงได้ทาการฝึกการแสดงโดยให้รับบทแสดงเป็นแขก ซ่ึงแสดงบท
ประวัติของตนเอง

หลังจากได้ฝึกการแสดงมาหลายเดือน คนในคณะลิเกปา่
เห็นน่าจะสร้างความประทับใจให้กับคนชมได้เป็นอย่างดี จึงได้
ออกไปทาการแสดงให้คนชม ปรากฏว่าเป็นท่ีถูกอกถูกใจของคน
ชมเป็นอย่างมาก ดังน้ันคณะลิเกป่าจึงได้ขอร้องให้แขกท่ีมาจาก
อินดียได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านน้ันต้ังแต่นั้น ท่ีได้เรียกว่าแเขกแดง
น้ันเน่ืองจากแขกอินเดียวเวลาออกแสดงลิเกปา่ ชอบเอาสีแดงทาที่
จมูกเพ่ือความตลกขบขัน จึงได้เรียกว่าแขกแดงต้ังแต่น้ันมา
ต่อมาแขกอินเดียก็ได้แต่งงานกับคนมุสลิมในหมู่บ้านน้ัน ลิเกป่า
จึงเป็นศิลปะการแสดงท่ีได้รับถ่ายทอดและสืบทอดตั้งแต่นั้นมา
จนถงึ ปัจจุบนั …..





ลิ เ ก ป่าค ณ ะ หน่ึ งจ ะ มีผู้ แ ส ดง แ ละ น ัก ดน ต รีปร ะ ม า ณ
10-20 คนเช่นคณะลิเกป่าคลองปะเหลียนฯลฯนอกจากตัวผู้
แสดงในคณะลิเกป่าแล้วก็มีลูกคู่ตามจานวนเคร่ืองดนตรีคือ
รามะนา1คน กลอง คน โหม่ง 1คนและอาจจะมีฉ่ิง 1 คนและปี
หรือซอ 1คน ก็ได้ บางโรงอาจมีหมอทางไสยศาสตร์ประจา
คณะติดตามมาด้วย บางคณะอาจมีคนมากกว่าน้ีเพราะเน้ือ
เ ร่ื อ ง ก ถ่ า ว ถึ ง ส ม า ชิ ก ใ น ค ร อ บ ค ร ั ว ที่ ติ ด ต า ม ไ ป ด้ ว ย เ พ่ื อ
ประสานงานและอานวยความสะดวกอ่นื ๆ

ผ้แู สดง : จากคณะลิเกปา่ คลองปะเหลยี น

เคร่อื งดนตรีลิเกปา่ ทีส่ าคัญประกอบด้วย
กลองรามะนาในสมัยแรกๆลิเกป่าคงจะใช้รามะนา
เพียงอย่างเดียวจึงมีการเรียกละเล่นชนิ ดน้ี อีกอย่าง
ห น่ึ ง ว่ า " ลิ เ ก ร า ม ะ น า " เ น่ื อ ง จ า ก ร า ม ะ น า เ ป็ น เ ค ร่ื อ ง
ดนตรีหลักที่ขาดไม่ได้โดยเป็นตัวกากับจังหวะการ
เต้นและกากับจังหวะในการขับร้องของตัวแสคงและ
ลูกคู่

ภาพ : กลองรามะนา

ป่ ีไฉน เป็นเคร่อื งเปา่ ใชใ้ นการเดินทานองนิยมทาจากไม้เน้ือ
แขง็ ท่ีมีความเหนียวไมแ่ ตกงา่ ย เชน่ ไมห้ ลมุ พอ ไม้ประดู่ ไม้ตะเคียน
เป็นตน้ ป่ ีท่ีใชใ้ นการแสดงลิเกปา่ ในสมัยกอ่ นใช้ป่ ีชวาเพราะเขา้ ทานอง
ได้ดปี ัจจบุ นั จะใช้ป่ ีไฉนซ่ึงเป็นป่ ีทใี่ ช้กบั การละเลน่ พ้นื บา้ นชนิดอ่นื ดว้ ย
คือโนราและหนังตะลุงเพราะผ้เู ปา่ ป่ ีมกั จะเป็นลกู คู่ได้ท้งั ลเิ กปา่ โนราห์
และหนังตะลงุ

ภาพ : ป่ ีไฉน

ซอด้วง เป็นเคร่ืองดนตรีประเภทสใี ชส้ าหรับบรรเลงประกอบ
จังหวะนิยมใชซ้ อดว้ งซ่งึ มีเสยี งเลก็ แหลมเละเขา้ กบั เสยี งป่ ีได้ดที าดว้ ย
ไม้เน้ือแข็งกะโหลกห้มุ ด้วยหนงั งเู หลอื มดันซอยาวประมาณ 60
เซนตเิ มตรมีลูกบิดข้นึ สายอยู่ตอนบนใช้สายไหมหรอื สายเอน็ มี2สาย
ขนาดต่างกนั คนั ชกั อยู่ระหว่างสาย ทั้งป่ ีและซอจะทาหนา้ ทีเ่ หมอื นกนั
ในการแสดงลิเกปา่ คอื ใช้ในการประกอบทานองขบั ร้องหรอื โดยการเปา่
ป่ ีสีซอเพ่ือรับจังหวะแทนการรบั ของลกู คตู่ ามทานองเพลงก็ไดจ้ ะใช้
อย่างใดอยา่ งหน่ึงหรือท้งั สองอยา่ งกไ็ ด้ จะทาให้ได้จังหวะทก่ี ระชบั และ
ไพเราะย่งิ ข้นึ

ภาพ : ซอดว้ ง

โหม่งเป็นเคร่อื งดนตรที ใ่ี หจ้ ังหวะและตเี พ่อื ให้มเี สยี ง
กลมกลืนกบั เสยี งของดนตรชี นิดอ่ืนและเสยี งขบั บท

ภาพ : โหม่ง

ฉ่ิง เป็นเคร่อื งดนตรีประเภทตกี ากบั จังหวะมีความสาคัญใน
การให้จงั หวะเวลาขบั บทมากทส่ี ดุ ผู้ขบั จะต้องยึดจังหวะเพ่อื ใหล้ ง
จงั หวะทาใหก้ ารขบั เกดิ ความสะดวกคล่องตัวและใชป้ ระกอบในการ
บรรเลงดนตรีในแตล่ ะเพลงเพ่อื ควบคมุ จงั หวะความช้า -เรว็ ของ
เพลง ฉ่ิงทาดว้ ยโลหะหล่อหนา มี2ฝาตรงกลางเว้า มรี สู าหรบั รอ้ ย
เชือกเพ่อื จับถือเวลาตี

ภาพ : ฉ่ิง

กรบั ใช้ตใี หจ้ งั หวะขัดกับจงั หวะโหมง่ แต่ถ้ามีฉ่ิงแล้วไม่
จาเป็นตอ้ งใช้กไ็ ดท้ าด้วยไม้เน้ือแขง็ เสียงดงั และก้อง มี 2 อนั
เป็นรูปส่เี หลีย่ มผนื ผ้าส่วนเคร่อื งดนตรสี ากล เชน่ กตี าร์ กลองชดุ
รมุ บ้า และคยี บ์ อรด์ มีใช้เพียงบางคณะเทา่ นนั้ เพ่อื ตอ้ งการประยกุ ต์
การแสดงลิเกปา่ ให้ดึงดดู ความสนใจของคนดูมากข้ึนจึงใชใ้ น
การประกอบการบรรเลงดนตรเี พ่อื เสริมให้มีจงั หวะหนกั แน่นข้ึน

ภาพ :กรับ

เพลงท่ใี ชป้ ระกอบการแสดงลิเกปา่
นิยมเลน่ 4เพลง คอื เพลงคา้ งคาวกนิ กล้วย เพลงสารวยลืมคา
เพลงตารีกปี ัส เพลงหกั คอไอเท่ง การออกงานแต่ละคร้ังจะเล่นแค่
2 เพลงเน่ืองดว้ ยเวลาในการแสดงกคะชน้ั ชดิ เพลงท่ีเล่นบ่อย คอื
เพลงคา้ งคาวกนิ กลว้ ย

ภาพ : วงดนตรีลเิ กปา่

เ ค ร่ื อ ง แ ก่ ง ก า ย ข อ ง ลิ เ ก ป่า ต ั ว เ อ ก แ ต่ ล ะ ต ั ว จ ะ มี
เอกลกั ษณใ์ นการแตง่ กายของตนเองโดยเฉพาะเช่น
1. แขก สวมหนา้ กาก โพกศีรษะ ใส่เส้ือแขนยาว ใส่เส้ือกั๊กทับ
น่งุ กางเกงขาวสวมโสรง่ ทบั นอก
2. ยาหยี น่งุ โสร่งปาเตะ๊ ใส่เส้ือแขนยาวแบบแขก มผี ้าคล้องคอ
3. เสนา มุ่งกางเกง 4 สว่ น สวมเส้อื กั๊ก ถือไมก้ ระบอง
4. เจ้าเมอื ง น่งุ ผ้าโจงกระเบน (ผ้ามว่ ง) ใส่สร้อยลกู ปัด
5. ฤษี สวมหนา้ กาก ถือไม้เทา้ แต่งกายแบบฤษี หม่ หนังเสอื

ตวั อย่างการแตง่ กาย
ภาพ :จากคณะลเิ กปา่ คลองปะเหลยี น

ลเิ กปา่ เป็นศลิ ปะการแสดงพ้ืนบา้ นเพราะฉะนน้ั ลเิ กปา่ จึงไม่
พิถีพิถนั เร่ืองฉาก ลิเกปา่ นิยมใช้ผ้ากัน้ เป็นมา่ น

ภาพ ฉากลเิ กปา่

การแสดงลเิ กปา่ จากทไี่ ดศ้ กึ ษาและไดส้ ัมภาษณม์ า
ขนั้ ตอนในการแสดงพอลาดบั ขนั้ ตอนการแสดงได้ดังตอ่ ไปนี้

1. บทโหมโรงหรือลงโรง เป็นบรรเลงดนตรีล้วนๆเพ่อื เรียกคน
ดแู ละให้ผ้แู สดงไดเ้ ตรียมพรอ้ ม

2. บทขบั ดอกเป็นการผลดั กนั รอ้ งและรับไปทลี ะคนรอบๆวง
การวา่ ดอกมักใชไ้ หวพรบิ และปฏภิ าณของแต่ละคน

3. บทไหว้ครู เป็นการเคารพครู และส่ิงศักด์ิสทิ ธ์ิย่งิ อนั เชญิ มา
ชว่ ยคุ้มครองคณะลิเกปา่ ซ่ึงว่าแบบเดยี วกบั การออกดอก

4. ระบาหนา้ หรือ ระบาผา้ เชด็ หนา้
5. บทแขกแดง,ยายี
6.บทชมเกาะ,ชมปลา,ชมดาว
7.ละครตลก
8.บทลา

คณะลิเกปา่ รับแสดงเกือบทกุ งาน สว่ นมากแล้วมักเป็นงาน
มงคล เชน่ งานประจาปีงานเทศกาล งานวดั งานแต่งงาน บวชนาค
ข้ึนบา้ นใหม่ ฯลฯ ส่วนใหญแ่ ล้วไม่นิยมแสดงในงานศพแต่บางคณะก็
บอกวา่ รับแสดงทุกงาน ลิเกปา่ รับงาการแสดงทุกโอกาสไมว่ า่ จะเป็น
งานร่นื เรงิ เชน่ งานบวชนาค งานแต่งงาน งานข้นึ บา้ นใหม่ งานประจาปี

ตวั อยา่ ง คณะลเิ กป่า



ลเิ กปา่ คณะบ้านคลองปะเหลียนต้ังข้นึ เม่อื 60-70 ปีทผี่ า่ นมา
โดยไม่สามารถระบปุ ี พ.ศได้ชัดเจน ในอดตี ลเิ กปา่ ช่อื คณะกุง้ ทองบ้าน
ปะเหลยี น (นายก้งุ คลองดี ร่นุ ที่หน่ึง)เม่อื ท่านไดเ้ สียชวี ติ กม็ ลี กู มาสืบ
ทอดลิเกปา่ ต่อรนุ่ ท่ี2 (นายดว้ น คลองด)ี เวลาผ่านไปดว้ ยอายขุ องทา่ น
เลยปิดการแสดงในคณะลเิ กปา่ ไป หลงั จากนนั้ ในปี พ.ศ 2555
ลูกหลานจงึ เหน็ ว่าควรสืบทอดศิลปะการแสดงน้ีต่อไปเลยรวมตวั คนใน
หมบู่ ้านกลบั มาทาคณะลิเกปา่ อีกคร้ังจึงได้เปลย่ี นช่ือใหม่เป็นคณะบา้ น
คลองปะเหลียนรนุ่ ท่ี3 (นายเกียรตกิ อ้ ง แกว้ ละเอยี ด)จึงเป็นทม่ี าของ
ลเิ กปา่ คณะคลองปะเหลยี นในปัจจบุ นั

ความเป็นมาของการแสดงชุด ลิเกปา่ ประชาธิปไตย คณะบา้ น
คลองปะเหลียนการแสดงลเิ กปา่ ประชาธปิ ไตย เป็นการแสดงเฉพาะจะ
ไมน่ าเพลงน้ีไปแสดงลิเกหรอื ไปออกงานที่ไหน เหตผุ ลดว้ ยทางคน
ประพนั ธบ์ ทรอ้ งสนใจการแสดงลเิ กปา่ ของคณะคลองปะเหลยี นจึง
อยากให้ทางคณะคลองปะเหลยี นไดข้ ับร้องบทประพนั ธน์ ้ีเพ่อื จะสง่ เขา้

ประกวดในวฒุ สิ ภา อยากจะส่งเสริมและใหค้ นรนุ่ ใหม่ไดร้ ู้จกั
ประชาธิปไตย ไมว่ า่ จะเป็นเร่ือง ผู้รกั ษากฎหมาย , รัฐบาล , สส , สว
ตอ้ งได้รับมอบหมายอานาจประชาธิปไตยมาจากประชาชนถงึ จะมี
โอกาสเข้าไปบรหิ ารประเทศได้ โดยผา่ นการแสดงลเิ กปา่ เพ่อื ใหค้ นร่นุ
ใหมไ่ ด้เขา้ ถงึ และเขา้ ใจง่ายมากข้ึน

การประพนั ธบ์ ทร้อง
คณะคลองปะเหลยี น ประพนั ธ์บทรอ้ งโดยการใช้ภาษาไทยเป็นสว่ น
ใหญแ่ ละมภี าษาถ่ิน (ภาษาใต้) ในการขับรอ้ งเพ่อื ส่อื ถึงอารมณแ์ ละการ
ฟังไดเ้ ขา้ ใจย่ิงข้นึ

ตวั อย่าง บทร้องของการแสดง ลเิ กปา่ ประชาธิปไตย คณะคลอง
ปะเหลยี น อาเภอย่านตาขาว จังหวัดตรงั

ตง้ั ขอต่อกล่าว เล่าเร่ืองแขกแดงๆ บงั ขอแถลงชแ้ี จงให้ฟัง
บงั เทศเดนิ ทาง มาจากอินเดียๆ แลว้ มาไดเ้ มยี อย่ทู ่ีเมอื งตรัง
บงั ชอบการเมือง เร่อื งการปกครองๆ ขอบอกพ่นี อ้ งใหห้ ายขอ้ งใจ
ดา้ นการปกครอง ของการเมืองไทยๆ ประชาธิปไตยหวั ใจสาคัญ

2475 ราชา ร.7ๆ มอบอานาจเสรจ็ เปล่ืยนการปกครอง
นับแต่น้นั มา ประชาธปิ ไตยๆ เกิดในเมืองไทยใช้ไปยาวนาน
พระมหากษตั รยิ ์ เป็นฉตั รสูงเดน่ ๆ พระองคท์ รงเป็นพระมุขของไทย
มีรัฐธรรมนูญ เป็นศูนยป์ กคลองๆ เขียนไว้ถูกตอ้ งปกครองบา้ นเมือง
เป็นกฎหมายแม่ เทีย่ งแทแ้ น่นอนๆ จัดเป็นข้ันตอนอันไหนก่อนหลัง
จาแนกแยกสว่ น ล้วนแตช่ ัดเจนๆ ใช้เป็นกฎเกณฑก์ ารปฏิบัติ

กาหนดใหไ้ ทย ใครแบ่งไมไ่ ด้ๆ ม.1เขยี วไว้ดูใหช้ ดั เจน
จดั ต้งั สภา มาทาหนา้ ที่ไหนๆ กาหนดใหม้ ีผูแ้ ทนปวงชน
จากการเลอื กตั้ง มุ่งหวงั คนดีๆ มาทาหนา้ ท่ีศกั ด์ศิ รผี ู้แทน

วฒุ ิสภา ก็มีหนา้ ที่ๆ ความรู้มากมีกลน่ั กรองกฎหมาย
ไม่สังกดั พรรค คนรกั คนชอบๆ เขา้ ไปตรวจสอบเร่อื งความชมธรรม

ด้าน ครม. สว.ตรวจสอบๆ เพ่ือให้รอบคอบการแก้ปัญหา
เป็นรัฐบาล จัดการปัญหาๆ เพ่อื พฒั นาให้ชาติรุ่งเรือง

แผนยทุ ธศาสตร์ ชาติไทยเรามีๆ ในย่ีสบิ ปีไทยมีเปา้ หมาย
เร่งปฏิรูป ไม่ยบุ สภาๆ ร่วมแก้ปัญหาพฒั นาประเทศ

ระยะเปล่ียนผ่าน รัฐบาลเช่ือมต่อๆ ตามแนวของพอ่ พระองค์ ร.9
ความคดิ แตกตา่ ง ไมส่ ร้างแตกแยกๆ ไม่ใชผ่ ิดแปลกจาแนกเหตผุ ล

ประชาธปิ ไตย ไม่ใชแ่ บ่งฝา่ ยๆ สไี หนกะไดร้ ่วมใจสร้างชาติ

เลือกตั้งทกุ ครา อยา่ ไดข้ ายสทิ ธ์ิๆ ต้องช่วยกันคดิ เพราะผดิ กฎหมาย
จบั มอื รว่ มใจ กา้ วไปข้างหนา้ ๆ รว่ มแก้ปัญหาพาชาตพิ ้นภยั
ร่วมพัฒนา ประชาธปิ ไตยๆ เพ่อื ประเทศไทยรดุ ไปขา้ งหนา้
ผมลเิ กปา่ ประชาธิปไตยๆ สวสั ดีมีชยั ขอไทยเจรญิ



คณะลเิ กปา่ บา้ นคลองปะเหลยี น

นางสาว อรยา หนูชว่ ย
สาขานาฏยศิลป์ศกิ ษา คณะมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาตร์

มหาวทิ ยาลัยราชภัฏบ้านสมเดจ็ เจา้ พระยา


Click to View FlipBook Version