The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความหลากหลายทางชีวภาพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Wilasinee Waengthongh, 2020-01-01 13:05:41

ชีววิทยา ม.6

ความหลากหลายทางชีวภาพ

BIODIVERSITY
ความหลากหลายทางชีวภาพ

Biodiversity

ʧèÔ ÁªÕ ÇÕ µÔ ¹Ò¹Òª¹´Ô ¹Ò¹Ò¾¹Ñ ¸Øã¹Ãкº¹àÔ ÇÈ
Í¹Ñ à»¹š ·ÍèÕ Â͋٠ÒÈÂÑ «§èÖ ÁÁÕ Ò¡ÁÒÂᵡµÒ‹ §¡¹Ñ
·ÇèÑ âÅ¡

ÃдѺ
¤ÇÒÁ
ËÅÒ¡ËÅÒÂ
·Ò§
ªÕÇÀÒ¾

ค(gวeาnมeหtiลcาdกiหveลrาsยitทyา) งพันธุกรรม

; สง่ิ มีชีวิตเดยี วกัน มยี ีนทีแ่ ตกตา งกัน

(คsวpาeมciหeลsาdกivหeลrาsยitทyา) งชนดิ

; อาศยั ทเ่ี ดยี วกนั เปน สง่ิ มชี วี ติ ตา งชนดิ กนั

ค(eวcาoมloหgลicาaกlหdลivาeยrทsiาtงyร)ะบบนเิ วศ

; สถานทท่ี แ่ี ตกตา งภมู ภิ าคกนั ทว่ั โลก

¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒ¤ÇÒÁËÅÒÂËÅÒ¢ͧÊè§Ô ÁªÕ ÇÕ Ôµ

นกั บรรพชีวินไดส รา งตาราง
เพอื่ บนั ทึกลำดับเหตกุ ารณ
กำเนดิ ของสิ่งมีชีวิตชนิดตา ง
โดยใชซากดึกดำบรรพ
แสดงในตารางธรณกี าล
(geological time scale)

͹ءÃÁÇÔ¸Ò¹
(taxonomy)

; ชวี วทิ ยาแขนงหนง่ึ ทศ่ี กึ ษา
การจำแนกหมวดหม,ู

ความหลากหลายของสง่ิ มชี วี ติ
ประกอบดว ย

การจัดจำแนกสิ่งมีชีวิตออกเปนกลุม (Classification)
การจัดลำดับขั้นยอย
> Sub- ; ต่ำกวาชั้นนั้น แตสูงกวาชั้นที่ต่ำกวา
> Super- ; สูงกวาชั้นนั้น แตต่ำกวาชั้นที่สูงกวา

> ซากดึกดำบรรพ ËÅÑ¡°Ò¹
> ชีววิทยาโมเลกุล 㹡ÒèÓṡ
> ลักษณะกายวิภาค
> ลักษณะสัณฐานวิทยา
> ลักษณะทางนิเทศวิทยา
> พฤติกรรม

การตั้งชื่อสิ่งมีชีวิตใหมè
(nomenclature)

; เปนการระบุชื่ออยางชัดเจนของสิ่งมีชีวิตนั้น
ชื่อสามัญ – ชื่อเรียกทั่วไปในอนุกรมวิธาน
ชื่อทองถิ่น – ชื่อที่ใชสื่อสารในแตละทองถิ่น
ชื่อวิทยาศาสตร – เรียกแบบบทวินาม(binomial nomenclature)
เปนชื่อเรียกแทนสิ่งมีชีวิตตาง ๆ อยางเปนทางการ
ใชศัพท 2 คำคือ ชื่อสกุล, คำระบุชนิด

บิดา

แหงอนุกรมวิธาน

คาโรลัส ลินเนียส
(Carolus Linnaeus)

การเรียกชื่อวิทยาศาสตรของสิ่งมีชีวิต
- Binomial nomenclature
คือเรียกชื่อ Genus + Specific epithet

“Felis catus Lin”

“การระบุชื่อวิทยาศาสตรของสิ่งมีชีวิต

(identification) ; การสรางแบบหรือแนวทาง
ในการอำนวยความสะดวกใหผูอื่นบอกชื่อวิทยาศาสตร

ของสิ่งมีชีวิตไดเมื่อพบเห็นหรือตองการ
เครื่องมือที่นิยมใชคือ Dichotomous key

เปนขอความบอกลักษณะทางกายภาพ
มักเปนตัวเลือกแบบ 2 ทางใหเลือกชัดเจน

และเพื่อความละเอียดมากขึ้น
ไดมีการสราง pictorial key
เปนคียที่ใชรูปภาพในการระบุสิ่งมีชีวิต
โดยนิยมใชกับสิ่งมีชีวิตที่มีความหลากหลายสูง

”ทางดานสีสันและรายละเอียดปลีกยอย

การกำเนิดของสิ่งมีชีวิต

สมมติฐาน :

การกำเนิดของสิ่งมีชีวิต

1) อิทธิพลทางศาสนา :
สิ่งมีชีวิตแรกของโลก เกิดจากสื่งไมมีชีวิต

2) ลุย ปาสเตอร :
สิ่งมีชีวิตเกิดจากสิ่งมีชีวิตกอนหนานี้

3) อเล็กซานดร อีวาโนวิช โอพาริน
(Alexsandr lvanovich Oparin) :
สิ่งมีชีวิตไมสามารถเกิดขึ้นเองในชวงเวลาสั้น ๆ
เพียงขั้นตอนเดียว แตตองใชเวลานานมาก
โดยกระบวนการวิวัฒนาการทางเคมีอยางชา ๆ
สารอนินทรีย(แกส) -> ไดความรอน(ฟาผา)
เกิดสารอินทรีย -> เกิดสารชีวโมเลกุล
-> รวมตัวกัน เกิดเซลล

#ORIGIN OF LIFE

สมมติฐาน :

การกำเนิดของสิ่งมีชีวิต

4) การทดลองของสแตนเลย มิลเลอร (Stanley Miller):
ทำตามแนวคิดของโอพารินโดยจำลองตามโมเลกุลยุคแรกเริ่ม
เพิ่มไอน้ำ และไฟฟาแทนฟาผา ปรากฏวาเกิดสารอินทรียขึ้นจริง

RNA เกิดก่อน DNA

สมมติฐาน :

การกำเนิดของสิ่งมีชีวิต

5) การทดลองของซิดนีย ฟอกซ (Sidney Fox) :
สารโมเลกุลเล็ก ๆ เกิดการรวมตัวใหญขึ้น
จนเกิดเปนเซลล

กำเนิดเซลลยูคาริโอต

กำเนิดเซลลของสิ่งมีชีวิต
- สิ่งมีชีวิตเริ่มแรกนาจะเปนพวกเซลลเดียว
- เปนเซลลโปคาริโอต
(ดำรงชีวิตแบบไมใชออกซิเจนสรางอาหารเองไมได)
- เกิดวิวัฒนาการจนสามารถสรางอาหารเองไดและ
สรางออกซิเจนได

อาณาจักรฟงใจ
[ Kingdom fungi ]
ไดแกพวกเห็ด รา และยีสต

เปนยูแคริโอตเกเซลล หรือพวกยูแคริโอต
(Eukaryotic Cell หรือ Eukaryote)

- มีผนังเซลลที่มีสารไคติน (Chitin) เปนองคประกอบ
- ไมมีคลอโรฟลล จึงสรางอาหารเองไมได
- อาจมีหรือไมมีเยื่อกั้นระหวางเซลลก็ได
- มีเสนใยขนาดเล็กเรียกวา “ ไฮฟา ” (Hypha)

ซึ่งถาอยูเปนกลุมจะเรียกวา “ ไมซีเลียม ” (Mycelium)
หรือขยุมรา

**ยีสตเปนสิ่งมีชีวิต
เซลลเดียวและไมมีไฮฟา

เห็ดจะมีไมซีเลียม
รวมกันเปนดอกเห็ด**

•ทำหนาที่จับอาหาร เรียกวา
และหลั่งเอนไซมไปยอย “ ฟรุตติ้ง บอดี้ ”
ขางนอกแลวจึงคอยดูด (Fruiting Body)
ซึมสารอาหาร
•อาจมีสวนที่โผลพนดิน ซึ่งทำหนาที่
จากปกติที่ไมซีเลียมจะ
กระจายอยูใตดิน

- เปลี่ยนเปนโครงสรางที่
ดูดสารจากโฮสต (Host)
ในฟงไจที่เปนปรสิต
- สรางสปอรสำหรับการ
สืบพันธุแบบอาศัยเพศ
(Sexual Spore)

- เปนทั้งสิ่งมีชีวิตหลายเซลลและเซลลเดียว
ไมมีการรวมเปนเนื้อเยื่อหรืออวัยวะ

- ไมมีระยะตัวออนหรือเอ็มบริโอ (Embryo)
- สวนใหญเปนผูยอยสลายอินทรียสาร

(Decomposer) และบางชนิดเปนปรสิต (Parasite)
- ฟงไจที่ไมมีการสืบพันธุแบบอาศัยเพศ

(Asexual Spore) เรียกวา “ฟงไจอิมเพอรเฟคไท”
(Fungi Imperfecti)

- เปนฟงไจที่ไมไดจัดอยูในกลุมใด
เชน ราเพนิซิลเลียม (Penicillium)
ที่นำมาทำเปนยาปฏิชีวนะ เพนิซิลลิน
เพื่อฆาแบคทีเรีย

ฟังไจ

แบงเปน 4 ไฟลัม

โดยจะอาศัยสปอรเพศ
(Sexual Spore)
ในการแบง ไดแก

ไฟลัมไคทริดิโอไมโคตา (Phylum Chytridiomycota)
หรือเรียกงายๆวา “ ไคทริด ”
- มีการสืบพันธุทั้งแบบไมอาศัยเพศและอาศัยเพศดวย

การสรางเซลลสืบพันธุและสปอร
- โดยที่สปอรจะมีแฟลกเจลลาสำหรับการเคลื่อนที่
- เชื่อวามีวิวัฒนาการมาจากโพรทิสตที่มีแฟลกเจลลา

ไฟลัมไซโกไมโคตา (Phylum Zygomycota)

-มีลักษณะคลายสาหราย สวนใหญอยูบนพื้นดิน
-มีไฮฟาแบบไมมีเยื่อกั้นเซลล จึงเปนเซลลที่ตอกันไปตลอดเสน
-มีการสรางไซโกสสปอร (Zygospore) สำหรับการสืบพันธุ

แบบอาศัยเพศเมื่อสิ่งแวดลอมไมเหมาะสม
-ตัวอยางฟงไจของกลุมนี้ เชน ราดำ (Rhizopus) ที่ขึ้นบนขนมปง

ไฟลัมแอสโคไมโคตา (Phylum ascomyta)

-พบมากที่สุด เพราะอยูทั้งในทะเล น้ำจืด และบนบก
-มีการสรางเเอสโคสปอร (Ascospore)

ในถุงที่เรียกวา“ แอสคัส ” (Ascus)
สำหรับการสืบพันธุ แบบอาศัยเพศ
ไดแก ยีสต โมเรล ทรัฟเฟล และราแดง

ไฟลัมเบสิดิโอไมโคตา

(Phylum Basidiomycota)

- เปนผูยอยสลายสารอินทรียที่สำคัญมากที่สุด

เพราะสามารถยอยสลายไม และสารพอลิเมอรตางๆได
- มีการสรางเบสิดิโอสปอร (Basidiosopre)

ซึ่งอยูใตฟรุตติ้ง บอดี้ขนาดใหญ สำหรับการสืบพันธ
แบบอาศัยเพศ ไดแก เห็ดชนิดตางๆที่สวนใหญ
เปนพืชเศรษฐกิจ เชน เห็ดหูหนู เห็ดฟาง เห็ดโคน
เห็ดหอม และยังมี

• ราสนิม ราเขมาดำ • ราไมคอรไรซา (Mycorrhizac)
ที่เปนปรสิตของพืชหลายชนิด อยูรวมกันแบบภาวะพึ่งพากันกับรากพืช

ชวยเพิ่มการดูดซึมแรธาตุ

ไลเคน (Lichen)

อยไู ดทั่วไปไมว า จะ ประกอบดว ย สาหรายสีเขียวหรือสาหราย
อุณหภูมเิ ทา ไหร สเี ขยี วแกมน้ำเงนิ ท่ีอยูรว มกนั กับรา
ความช้นื ไมมากก็ - เปนการอยูอ าศัยแบบภาวะพงึ่ พากัน
สามารถเจรญิ ได • สาหรายใหวิตามินและคารโ บไฮเดรตแกรา
• ราก็ใหก า ซคารบ อนไดออกไซด เกลอื แร

และรมเงาแกส าหรา ย

-แคบรง ิสตโาตมสร(ูปCรrา uงsไtดo ดseงั น) ี้
เปนแผนบาง เกาะแนน
- โฟลิโอส (Foliose)
เปนแผน คลา ย ใบไม
เกาะไมแนน มาก
- ฟรตุ ิโคส (Fruticose)
เปนเสน คลา ยก่งิ ไมหอย
เชน ฟองหนิ และฝอยลม

(Crustose) (Foliose) (Fruticose)

ผู้จัดทำ

นางสาววิลาสินี เวียงทอง
ม.6/1 เลขที่.24


Click to View FlipBook Version