1
โครงการป้องกันการติดเชอ้ื ระบบทางเดินปสั สาวะ
วัตถปุ ระสงค์
เพอื่ ปอ้ งกนั การติดเชือ้ ระบบทางเดินปัสสาวะในแผนกผู้ป่วยในชัน้ 5
ขอบข่าย
พนักงานพยาบาล และผชู้ ว่ ยพยาบาล แผนกผู้ป่วยในชน้ั 5
คาจากดั ความ
การตดิ เชือ้ ระบบทางเดินปสั สาวะ (urinary tract infection ; UTI) หมายถงึ การติดเชอื้ ระบบทางเดนิ ปสั สาวะภายหลงั รบั
ผูป้ ่วยรักษาในโรงพยาบาล แบ่งเปน็ 2 ลกั ษณะ คือ
1. การตดิ เชอื้ ในระบบทางเดนิ ปสั สาวะแบบมอี าการ (symptomatic urinary tract infection) หมายถงึ ผปู้ ่วยมี
อาการหรืออาการแสดงของการตดิ เช้อื ในระบบทางเดนิ ปสั สาวะ เชน่ มไี ข้ ปัสสาวะกะปริดกะปรอย ปัสสาวะบ่อย
ปสั สาวะลาบาก หรือกดเจบ็ หัวเหนา่ และผลการตรวจทางหอ้ งปฏิบตั กิ ารของระบบทางเดนิ ปัสสาวะพบความ
ผิดปกตติ ามเกณฑ์การวนิ ิจฉัยการตดิ เชอ้ื
2. การติดเชอ้ื ในระบบทางเดนิ ปสั สาวะแบบไมม่ ีอาการ (asymptomatic urinary tract infection) หมายถึง ผูป้ ว่ ยท่ี
ไมม่ อี าการหรอื อาการแสดงของการตดิ เชือ้ ในระบบทางเดินปสั สาวะ แต่พบความผดิ ปกตขิ องผลการตรวจทาง
ห้องปฏบิ ตั กิ ารในระบบทางเดินปสั สาวะตามเกณฑก์ ารวนิ จิ ฉัยการตดิ เช้ือ
การตดิ เช้ือระบบทางเดินปสั สาวะท่ีสัมพันธก์ ับการใส่คาสายสวนปสั สาวะ (catheter associated urinary tract
infection ;CAUTI) หมายถึง การติดเช้ือระบบทางเดนิ ปสั สาวะโดยผปู้ ่วยตอ้ งมีการคาสายสวนปสั สาวะมามากกวา่ 2 วัน
ปฏทิ นิ และมีอาการหรอื อาการแสดงในขณะคาสายสวนปสั สาวะ หรอื ถอดสายสวนปสั สาวะออกไปไมเ่ กิน 1 วัน
การติดเช้ือในระบบทางเดนิ ปสั สาวะทสี่ มั พันธ์กับการใส่สายสวนปสั สาวะ เป็นการติดเชอื้ ในโรงพยาบาลทพ่ี บไดบ้ ่อย
เชอ้ื ก่อโรคของการติดเชื้อในระบบทางเดนิ ปสั สาวะสว่ นใหญ่ เปน็ เชอื้ แบคทเี รียทรงแทง่ กรัมลบ เช่นEscherichia coli
,Klebsilla pneumonia และ Pseudomonas aeruginosa เป็นตน้
Bundle of care เพอื่ ปอ้ งกนั การติดเชือ้ ในระบบทางเดินปสั สาวะที่สมั พนั ธ์กับการใสส่ ายสวนปัสสาวะ ประกอบด้วย
1. ใส่สายสวนปสั สาวะเฉพาะรายท่ีมขี ้อบ่งชี้
2. ใชเ้ ทคนิคปลอดเชอื้ ขณะใส่สายสวนปัสสาวะ
3. ดูแลผปู้ ่วยท่ีคาสายสวนปสั สาวะตามแนวปฏิบตั ิ
4. ประเมนิ ความจาเป็นในการใสส่ วนปัสสาวะทกุ วนั และถอดออกทันที เมื่อหมดขอ้ บ่งชี้
2
ข้อบง่ ชใี้ นการใส่สายสวนปสั สาวะ
1. มภี าวะอดุ กั้นระบบทางเดนิ ปัสสาวะ
2. เกิดภาวะวิฤตจาเป็นตอ้ งบนั ทกึ ปรมิ าณปสั สาวะ เชน่ ผปู้ ่วยช็อค
3. ผปู้ ่วยทไ่ี ด้รับการผ่าตัดในระบบทางเดินปัสสาวะ การผา่ ตดั ระบบอวยั วะสืบพนั ธ์ทุ ่ีอย่ใู กล้เคยี งกบั ระบบทางเดนิ
ปสั สาวะ การผา่ ตดั ทใ่ี ช้เวลานาน การผ่าตดั ที่มีการให้ยาขับปสั สาวะขณะผา่ ตัด การผ่าตัดที่ต้องบันทึกปรมิ าณ
ปสั สาวะขณะผา่ ตัด
4. ผู้ป่วยที่มแี ผลบรเิ วณฝเี ยบ็ หรือบรเิ วณกน้ กบ และกลน้ั ปสั สาวะไมไ่ ด้
5. ผปู้ ่วยทจี่ าเปน็ ต้องจากดั การเคลือ่ นไหวเปน็ เวลานาน เชน่ ผปู้ ่วยทมี่ ภี าวะบาดเจบ็ รุนแรงบริเวณกระดกู สนั หลัง
ผปู้ ่วยที่ได้รับบาดเจบ็ หลายอวยั วะ ฯลฯ
ไมค่ วรใส่สายสวนปัสสาวะในกรณี
1. เพ่อื ทดแทนการพยาบาลผปู้ ว่ ยหรอื ผู้ทอี่ าศัยในสถานดแู ลท่กี ลั้นปสั สาวะไม่ได้
2. เพ่อื เก็บปสั สาวะสง่ ตรวจเพาะเช้ือหรือส่งตรวจเพ่อื การวินิจฉยั อยา่ งอ่ืน กรณีที่ผูป้ ่วยสามารถถ่ายปสั สาวะเองได้
ข้อพจิ ารณาการเลอื กใช้วธิ ีการอน่ื แทนการสวนคาสายสวนปสั สาวะ ใหพ้ ิจารณาตามความเหมาะสม ดังนี้
1. ใช้ถุงยางอนามยั รองรบั ในผ้ปู ่วยชายทไี่ มม่ ภี าวะปสั สาวะอดุ กั้นของระบบทางเดินปัสสาวะ
2. การสวนเปน็ ครง้ั คราว (intermittent catheterization)
ในผู้ป่วยทีจ่ าเปน็ ตอ้ งคาสายสวนปัสสาวะ ปอ้ งกนั การตดิ เช้อื ได้โดยการทาหตั ถการและการดูแลทถ่ี ูกต้อง การใส่
สายสวนปสั สาวะตอ้ งกระทาโดยผทู้ ี่ได้รับการฝึกอบรม
การปอ้ งกนั การตดิ เชื้อในระบบทางเดินปสั สาวะที่สมั พนั ธ์กบั การใส่สายสวนปสั สาวะ แบ่งเป็น 2 ระยะ คอื
1. การใส่สายสวนปสั สาวะ
2. การดแู ลสายสวนและระบบระบายนา้ ปสั สาวะ
การสวนปัสสาวะ
การสวนปสั สาวะในสถานพยาบาล ใช้เทคนคิ ปลอดเชอื้
1. ลา้ งมือแบบ hygienic handwashing ก่อนการจัดเตรียมชดุ สวนปสั สาวะ
2. เตรยี มชุดทาความสะอาดอวยั วะสบื พันธ์ภุ ายนอกและอปุ กรณส์ ะอาดทจ่ี าเป็นอืน่ ๆสาหรบั การใสส่ ายสวนปัสสาวะ
เช่น ถงุ มอื สะอาด ผา้ ปดิ ตาผ้ปู ว่ ย สบู่ น้ากลั่น ชามรูปไต และพลาสเตอร์ เปน็ ตน้
3. อธบิ ายให้ผปู้ ่วยทราบกอ่ นใสส่ ายสวนปสั สาวะ
4. จัดท่านอนผ้ปู ว่ ย โดยผปู้ ว่ ยชาย นอนหงาย เท้าราบ แยกขาออก และผู้ปว่ ยหญงิ นอนหงาย ชันเขา่
3
5. ล้างมอื ด้วยนา้ และสบู่ (normal handwashing) หรอื น้ากับนา้ ยาฆ่าเชอ้ื (hygienic handwashing) สวมถงุ มือ
สะอาด เชด็ ทาความสะอาดบริเวณอวยั วะสบื พนั ธุ์ดว้ ยนา้ และสบู่ และเชด็ รูเปิดท่อปสั สาวะดว้ ยนา้ ยาปราศจากเชื้อ
6. ถอดถุงมอื สะอาดออก
7. ลา้ งมือแบบ hygienic handwashing
8. เตรยี มอุปกรณส์ วนปสั สาวะปราศจากเชอ้ื โดยใช้เทคนคิ ปลอดเชอื้ ได้แก่ สายสวนปสั สาวะปราศจากเชือ้ ขนาด
เหมาะสมกับผปู้ ่วย เพ่อื ลดการบาดเจ็บท่ีทอ่ ปัสสาวะ (เพศชาย 14-16 Fr. เพศหญงิ 12-14 Fr. ผปู้ ่วยสงู อายุ
22-24 Fr. และผูป้ ว่ ยเด็ก 8-10 Fr.) ถุงรองรับปัสสาวะ ถงุ มือปราศจากเชอ้ื ผ้าปูปราศจากเชอื้ น้ายาฆ่าเชื้อท่ี
เหมาะสมสาหรบั การทาความสะอาดรอบๆทอ่ ปสั สาวะ นา้ กลั่นปราศจากเชื้อ กระบอกฉดี ยาปราศจากเช้อื และ สาร
หล่อล่ืนปราศจากเช้ือชนิดใช้ครั้งเดยี วทง้ิ
9. สวมถงุ มอื ปราศจากเชอ้ื หล่อลนื่ สายสวนด้วยสารหลอ่ ล่ืนปราศจากเช้ือ
10. ปผู ้าสเ่ี หลย่ี มเจาะกลางปราศจากเชือ้
11. เช็ดทาความสะอาดอวัยวะสืบพันธแ์ุ ละรเู ปิดท่อปัสสาวะด้วยน้าสะอาด
12. สอดใสส่ ายสวนปัสสาวะ
- ผ้ปู ่วยชาย รัง้ องคชาตใหท้ ามมุ 60-90 อาศากบั ลาตวั จับสายสวนปสั สาวะสอดเข้าท่อปสั สาวะดว้ ยความ
นมุ่ นวล ใส่เขา้ ไปลึก 6-8 น้ิว หรอื จนสุดสายสวน หรอื จนกว่าจะมปี สั สาวะไหลออกมา และรอจนปสั สาวะหยดุ
ไหล
- ผูป้ ว่ ยหญิง ใช้นว้ิ หัวแมม่ ือและนว้ิ ชแี้ หวก labia จนเห็นรเู ปดิ ทอ่ ปสั สาวะ แล้วจึงสอดสายสวนปสั สาวะเข้าทอ่
ปัสสาวะด้วยความนมุ่ นวล ใสเ่ ขา้ ไปลกึ ประมาณ 2-3 น้วิ หรอื จนกวา่ จะมปี สั สาวะไหลออกและรอจนปัสสาวะ
หยุดไหล
12.1 กรณที ่ไี มต่ ้องการคาสายสวนปัสสาวะ
12.1.1 ดึงสายสวนปสั สาวะออกดว้ ยความน่มุ นวล
12.1.2 ถอดถงุ มอื แล้วลา้ งมอื ด้วยน้าและน้ายาฆา่ เชอ้ื (hygienic handwashing)
12.2 กรณที ตี่ ้องการคาสายสวนปัสสาวะ
12.2.1 ฉีดน้าเขา้ ลกู โปง่ สายสวนประมาณ 10-20 มล.แล้วค่อยๆดงึ สายสวนออกจนลกู โป่งตรึงตดิ กระชับ
กบั ส่วนล่างของกระเพาะปสั สาวะ ต่อสายสวนปสั สาวะเข้ากบั ท่อระบายลงส่ถู ุงปสั สาวะ
12.2.2 ตรึงสายสวนด้วยพลาสเตอร์ สาหรบั ผู้ป่วยชายตรงึ กบั โคนขาด้านหนา้ หรือหน้าท้อง ส่วนผูป้ ว่ ย
หญิงตรงึ กบั โคนขาด้านใน
12.2.3 จดั สายสวนและสายตอ่ เข้าถุงปสั สาวะให้ลาดลงสถู่ งุ ปัสสาวะ
12.2.4 แขวนถุงปัสสาวะไว้ข้างเตยี ง ให้ถงุ สูงจากพ้ืน และต่ากวา่ ระดบั กระเพาะปสั สาวะเสมอ
12.2.5 ถอดถงุ มือ แลว้ ล้างมือด้วยน้าและน้ายาฆา่ เช้ือ (hygienic handwashing)
4
การดูแลสายสวนและระบบระบายน้าปัสสาวะ
1. ล้างมอื และสวมถงุ มอื สะอาดกอ่ นจบั ต้องสายสวนปัสสาวะและถงุ ปสั สาวะทกุ ครั้ง
2. ทาความสะอาดบรเิ วณอวยั วะสืบพันธ์ุและรเู ปิดท่อปัสสาวะดว้ ยนา้ และสบอู่ ยา่ งนอ้ ยวนั ละ 2 ครั้ง และทุกครงั้ หลัง
ถา่ ยอจุ จาระหรือเมอื่ สกปรก
3. ดแู ลสายสวนปสั สาวะใหเ้ ป็นระบบปดิ ตลอดเวลา
4. ดูแลสายสวนปสั สาวะไม่ให้หัก พับ งอ ใหน้ ้าปัสสาวะไหลลงถุงได้สะดวก จัดใหถ้ งุ ปสั สาวะอยตู่ ่ากว่าระดับกระเพาะ
ปัสสาวะ ไมว่ างถงุ รองรบั ปสั สาวะไว้บนพืน้
5. การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ตอ้ งให้ถุงรองรบั ปสั สาวะอยู่ต่ากวา่ ระดบั กระเพาะปสั สาวะเสมอ กรณที ไ่ี มส่ ามารถให้ถงุ
ปสั สาวะอยู่ต่ากว่าระดบั กระเพาะปัสสาวะใหห้ นีบสายสวนปสั สาวะ
6. การเทปสั สาวะ ให้เทปสั สาวะเมื่อปสั สาวะมปี รมิ าณ ¾ ของถุงหรือตามเวลาท่ีกาหนด สวมถุงมือสะอาดเทปัสสาวะ
ออกจากถุงรองรบั ปสั สาวะด้วยเทคนคิ ปลอดเชอ้ื โดยใช้นา้ ยาทาลายเชื้อเชด็ บริเวณรอบปลายเปิดถุงรองรบั ปัสสาวะ
ก่อนและหลงั เทปสั สาวะ เทนา้ ปสั สาวะจากถงุ รองรับปสั สาวะโดยใช้ภาชนะรองรบั ปสั สาวะแยกกันในผู้ปว่ ยแตล่ ะ
ราย เปลย่ี นถุงมือคู่ใหม่ในการเทปสั สาวะผูป้ ว่ ยแตล่ ะราย
7. กรณที ม่ี ีการอุดตนั ของสายสวนปสั สาวะ ไมแ่ นะนาใหส้ วนล้างกระเพาะปสั สาวะ ควรเปลีย่ นสายสวนปสั สาวะทง้ั
ระบบ
8. การสวนลา้ งกระเพาะปสั สาวะ ไมค่ วรปฏิบัตเิ ปน็ ประจา เมอื่ จาเปน็ ต้องสวนลา้ งกระเพาะปสั สาวะเพอื่ รักษา ควร
สวนลา้ งกระเพาะปสั สาวะด้วยระบบปิด โดยใช้เทคนคิ ปลอดเชื้อ
9. การเก็บปสั สาวะเพอ่ื สง่ ตรวจ ให้ใช้เทคนคิ ปลอดเช้อื
9.1 กรณีต้องการตรวจวเิ คราะห์ปสั สาวะ (urine examination) หรอื ตรวจเพาะเชื้อ (urine culture) ควรดดู
ปัสสาวะจากสายสวนปสั สาวะดว้ ยเขม็ ปราศจากเชอ้ื ขนาดเล็ก (No.23) และใชเ้ ทคนคิ ปลอดเชอื้
9.2 กรณีต้องการปรมิ าณปสั สาวะจานวนมากเพอื่ ส่งตรวจ ใหเ้ ทจากถงุ รองรบั ปัสสาวะโดยใชเ้ ทคนคิ ปลอดเชือ้
10. ผปู้ ่วยท่คี าสายสวนปสั สาวะไว้นาน ควรพจิ ารณาสวนปสั สาวะแบบครงั้ คราว (intermittent catheterization)
11. ไม่ตอ้ งเปลีย่ นสายสวนปสั สาวะและถงุ รองรับปัสสาวะเปน็ ประจา ใหพ้ ิจารณาเปลี่ยนสายสวนปสั สาวะและถงุ รองรับ
ปัสสาวะในกรณที มี ีการอดุ ตันหรือรัว่
การถอดสายสวนปัสสาวะ
1. ควรถอดสายสวนปสั สาวะออกทนั ทีเมอ่ื หมดข้อบ่งช้ี
2. ทาความสะอาดมอื ดว้ ยนา้ และสบู่ (normal handwashing) ใสถ่ งุ มือสะอาด
3. อธิบายให้ผปู้ ว่ ยทราบกอ่ นถอดสายสวนปสั สาวะ เพอ่ื ใหผ้ ู้ปว่ ยให้ความรว่ มมอื
4. ทาความสะอาดอวยั วะสืบพนั ธุ์ภายนอกดว้ ยสบแู่ ละน้าสะอาด
5. ดดู น้าออกจากบอลลนู
6. ดึงสายสวนปัสสาวะออกดว้ ยความนุ่มนวล
5
7. ถอดถุงมอื ออก และทาความสะอาดมือ (hygienic handwashing)
การเปลย่ี นสายสวนและชุดระบายน้าปสั สาวะ
เปล่ยี นสายสวน ทอ่ ระบาย และถงุ รองรบั ปสั สาวะ เม่ือชารดุ รัว่ หรอื อดุ ตัน
ส่งิ ทีไ่ ม่ควรปฏบิ ตั ิ
1. การใสย่ าตา้ นจลุ ชีพหรือนา้ ยาทาลายเชือ้ เข้าถงุ ปัสสาวะ
2. ทาความสะอาดอวัยวะเพศด้วยน้ายาฆ่าเช้ือ
3. การส่งปัสสาวะตรวจ และ/หรือ เพาะเชอ้ื ในผู้ป่วยทไ่ี มม่ อี าการของการตดิ เชอ้ื ทางเดินปสั สาวะ
4. การสวนล้างกระเพาะปสั สาวะ โดยไม่มีขอ้ บง่ ชี้
5. การให้ยาตา้ นจลุ ชีพเพือ่ ป้องกนั การตดิ เชอ้ื
6. การเปลย่ี นสายสวนและชดุ ระบายนา้ ปสั สาวะเป็นประจา (routine)
7. การสง่ ปลายสายสวนปสั สาวะเพาะเชือ้
การดาเนินงาน
1. ให้ความรู้เจา้ หนา้ ทพี่ ยาบาล และผู้ช่วยพยาบาลเกย่ี วกบั การปฏบิ ัตเิ พ่อื ป้องกันการติดเชือ้ ในระบบทางเดนิ ปัสสาวะ
จากการใสส่ ายสวนปัสสาวะและการคาสายสวนปสั สาวะ
2. ใหค้ วามรูแ้ ก่ผ้ปู ่วยและญาตเิ ก่ยี วกบั การปฏิบตั ิตัวและการดูแลเมือ่ ผปู้ ว่ ยคาสายสวนปสั สาวะ
3. สมุ่ สงั เกตการณป์ ฏบิ ตั ิของพยาบาลและผู้ชว่ ยพยาบาลกอ่ นและหลงั ใหค้ วามร้เู กยี่ วกบั การใสส่ ายสวนปสั สาวะ การ
ดแู ลผปู้ ่วยขณะคาสายสวนปสั สาวะและการเทปสั สาวะ
การประเมินผลโครงการ
การปฏบิ ัตติ ามแนวปฏิบตั ใิ นการป้องกนั การตดิ เชอื้ ในระบบทางเดินปสั สาวะในผู้ปว่ ยท่ีใส่สายสวนปสั สาวะและคา
สายสวนปสั สาวะของพยาบาลและผู้ช่วยพยาบาล
ประโยชน์ท่ีคาดวา่ จะไดร้ บั
การตดิ เช้อื ระบบทางเดนิ ปสั สาวะในผูป้ ว่ ยที่คาสายสวนปสั สาวะในแผนกผปู้ ่วยในชน้ั 5 ลดลง
6
แบบบนั ทกึ การสงั เกตการใส่สายสวนปัสสาวะสาหรบั พยาบาลวชิ าชีพ
กจิ กรรม กอ่ นให้ความรู้ หลังใหค้ วามรู้ ไม่ปฏบิ ตั ิ
ปฏบิ ตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ ปฏบิ ัติ
การทาความสะอาดมอื กอ่ นสวมถงุ มอื
การจัดท่านอน
การทาความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์
ใช้ Alc. Handrup กอ่ นสวมถุงมือ
sterile
สวมถงุ มอื sterile ถูกต้องตามเทคนดิ
ปลอดเชื้อ
เลือกใชส้ ายสวนปสั สาวะขนาดที่
เหมาะสม
ใส่สายสวนปัสสาวะอย่างถูกตอ้ ง
จัดวางถุงรองรบั ปสั สาวะอยา่ งถกู ต้อง
คะแนนรวม
คดิ เป็น %
แบบบนั ทึกการดูแลสายสวนปสั สาวะสาหรับผู้ชว่ ยพยาบาล
กจิ กรรม กอ่ นให้ความรู้ ไมป่ ฏบิ ตั ิ หลงั ให้ความรู้ ไม่ปฏิบตั ิ
ปฏิบัติ ปฏิบัติ
ทาความสะอาดอวยั วะสืบพนั ธุ์ เช้า-เยน็
และหลังถา่ ยอุจจาระทุกครั้ง
การเคลอ่ื นย้ายผู้ป่วย Clamp สายกอ่ น
ย้ายและปลด Clamp หลงั เคลอ่ื นย้าย
เสร็จ
การเทปัสสาวะ
การล้างมือหลงั เสร็จกิจกรรม
คะแนนรวม
คิดเปน็ %